สมาชิก

ล่ารักสุดขอบฟ้า

ตอนที่ 12

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

มัทนามั่นใจว่าอัคนีแกล้งบ้าเพื่อให้รอดตัวจากการถูกองค์อินทราลงโทษ ท่านหญิงมาณวิกาก็คิดเช่นเดียวกับลูก มินตรากลัวจะถูกซัดทอด พยายามซักโน่นถามนี่เหมันต์ว่าอัคนีพูดอะไรถึงใครบ้างไหม เขากลับย้อนถามแล้วเธอคิดว่าอัคนีจะพูดถึงใคร เธอถึงกับไปไม่เป็น มัทนายังคาใจไม่หายอัคนีบุกเดี่ยวมาถึงห้องตัวเองได้อย่างไร

“ได้ข่าวว่าพวกองครักษ์กำลังโดนสอบเข้มอยู่ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครที่มีส่วนรู้เห็นด้วย” เหมันต์ไม่พูดเปล่า สายตาจ้องจับพิรุธมินตราที่เผลอแสดงสีหน้าเป็นกังวล...

ทางฝ่ายคามินเรียกชาลีและเหล่าทหารอารักขาที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้นมาสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดเพราะผลเลือดที่ตรวจได้พบว่าทุกคนถูกวางยา และยานั่นต้องมากับของกินไม่ใช่แบบที่ต้องสูดดม ชาลียืนยันว่าพวกเรากินอาหารจากตำหนักที่บุหลันเป็นคนจัดการให้เหมือนที่เคยกินเป็นประจำ จะมีพิเศษก็แค่ตอนหัวค่ำ มินตราชงน้ำชามาให้ดื่มแก้ง่วงเท่านั้น พูดถึงตรงนี้ เขาก็ชะงัก คามินเองก็อึ้งไปเช่นกัน...

เหมันต์เชื่อว่ามินตราต้องมีส่วนรู้เห็นเรื่องที่อัคนีบุกเข้ามาถึงห้องนอนของมัทนาจึงตามมาคาดคั้นให้บอกความจริงไม่เช่นนั้นจะไปฟ้องท่านประธานกับท่านหญิง มินตราจวนตัวแต่งเรื่องว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือมัทนา เหมันต์นึกถึงตอนที่มัทนาอุปโลกน์ให้อัคนีเป็นแฟนเพื่อจะได้ไม่ต้องมาที่นี่แล้วชักจะคล้อยตาม

“เอาสิอยากให้คุณมัทโดนคุณท่านกับท่านหญิงเล่นงานก็พาฉันไปเลย ฉันจะได้สารภาพให้หมดว่าตั้งแต่มาอยู่ที่รายา คุณมัททำเรื่องงามหน้าอะไรไว้บ้าง” มินตรา ได้ทีเกทับ เหมันต์ถึงกับเงียบกริบ

ooooooo

องค์สาวิตรี วิฑูรและอสิตร่วมกันวางแผนกำจัดคามินให้สิ้นซากโดยให้นายยักษ์กับสมุนของอสิตปลอมเป็นโจรป่า ออกปล้นสะดมชาวบ้านในหมู่บ้านภูสายธาร อาวุธสงครามถูกนำมาใช้เข่นฆ่าผู้คนไม่เว้นแม้แต่เด็ก ผู้หญิงหรือคนแก่ หลังจากได้ทรัพย์สินมีค่า ก็จะเผาบ้านราบเป็นหน้ากลอง

ฐากูร อาจารย์เมฆาและมาลีนำกำลังชาวบ้านมาขัดขวาง แต่อาวุธที่ใช้สู้พวกโจรไม่ได้ ถูกกราดยิงแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ฐากูรกับอาจารย์เมฆาหนีรอดไปได้ ส่วนมาลีถูกนายยักษ์จับตัวไป ฐากูร จะย้อนกลับมาช่วยลูก อาจารย์เมฆาห้ามไว้ ขืนตามไปก็ตายเปล่า พวกนี้ไม่ใช่โจรป่าธรรมดาเพราะมีอาวุธสงครามใช้...

วิฑูรนำข่าวการปล้นสะดมมาแจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งครั้งนี้เจ้าชายมาคีร่วมประชุมด้วย เขาทำทีแนะให้องค์อินทราส่งมือปราบระดับหัวหน้าไปจัดการกับโจรเพื่อจะได้เป็นขวัญและกำลังให้พวกชาวบ้าน เจ้าชายมาคีเห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงความสามารถให้มัทนาเห็น อาสาจะไปปราบโจรให้ วิฑูรคัดค้านว่าเสี่ยงเกินไป

“เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรให้เดือดร้อนถึงเจ้าชายรัชทายาท อีกอย่างเกล้ากระหม่อมก็คุ้นเคยภูมิประเทศแถบนั้นเป็นอย่างดี เกล้ากระหม่อมขออาสาไปจัดการเองพ่ะย่ะค่ะ”

เข้าทางวิฑูรทันที “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีมาก ฝีมืออย่างท่านคามินต้องปราบโจรกระจอกพวกนั้นได้ราบคาบแน่”

องค์อินทราไม่เห็นด้วย เนื่องจากคามินเพิ่งแต่งงานอีกทั้งหฤทัยก็ตั้งครรภ์อยู่ อยากให้เขาคอยดูแลเธอกับลูกมากกว่า แต่ไม่อาจต้านทานวิฑูรและเหล่าคณะรัฐมนตรีที่พากันสนับสนุนให้คามินรับหน้าที่นี้ได้...

สาแกใจองค์สาวิตรีเป็นอย่างมากเมื่อวิฑูรมารายงานว่าคามินอาสาไปปราบโจรตามแผนการที่วางไว้ คราวนี้ก็เหลือเพียงมัทนาเท่านั้นที่ยังรกหูรกตา
ตนเองอยู่ เมื่อไหร่นังนี่จะไปพ้นๆสายตาสักที

“เพราะมันคนเดียว มาคีถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อยู่ดีๆก็อาสาไปปราบโจร บ้าจริงๆ”

“เมื่อไม่มีไอ้คามินก็ไม่มีใครคุ้มครองมัทนา ถึงเวลานั้นจะกำจัดให้พ้นสายพระเนตรก็ไม่ยากแล้วพ่ะย่ะค่ะ”...

คามินมาลาเจ้าชายมาคีก่อนจะต้องเดินทางไปปราบโจร เจอมัทนานั่งจิบน้ำชายามบ่ายคุยกับพระองค์เรื่องเขาอยู่พอดี เธอกลัวเขาจะรู้ว่าเป็นห่วง รีบออกตัวว่าแค่ถามเรื่อยเปื่อยเท่านั้น เจ้าชายมาคีอวยพรให้เขาโชคดีและปลอดภัยกลับมา แล้วหันไปสะกิดมัทนาจะไม่อวยพรให้คามินหน่อยหรือ เธอว่าประชดทันที

“คงไม่ต้องมั้งเพคะ คุณคามินเขามีลูกมีเมียรออยู่ที่บ้าน ยังไงก็คงไม่ยอมตายง่ายๆแน่ใช่ไหมคะคุณคามิน”

“ครับ เพื่อคุณหฤทัยและลูก ผมจะไม่ยอมตายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมต้องกลับมาให้ได้” คามินประชดกลับ เล่นเอามัทนาเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ เลยแกล้งสวีต หวานกับเจ้าชายมาคีเย้ยคืนไปบ้าง คามินทนดูไม่ไหวต้องเมินหน้าหนี ครู่ต่อมา คามินกลับมาเก็บของที่บ้านเตรียมเดินทาง สินธรเป็นห่วงเขามากตามมาขอร้องให้ล้มเลิกการไปปราบโจรครั้งนี้ เขาก็รู้ว่านี่เป็นแผนลวงไปฆ่า ทำไมยังจะเดินไปตกหลุมพรางอีก

“แต่คนที่หมู่บ้านตายจริง ถึงอย่างไรก็ต้องมีคนไปจัดการกับคนร้าย”

สินธรอาสาจะไปปราบโจรแทนเขาเอง คามินไม่ยอมให้ทำ สินธรมีหน้าที่ต้องอยู่อารักขาเจ้าชายมาคี มัทนาและหฤทัย เพราะเขาเป็นคนที่ตนเองไว้ใจที่สุด แล้วหันจะเดินเข้าห้อง เจอหฤทัยยืนฟังอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนจะขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลเธอกับลูก หวังว่าเธอคงเข้าใจ นอกจากหฤทัยจะไม่ว่าอะไร ยังมอบเครื่องรางป้องกันภัย ที่ได้มาจากวิหารปรารถนาให้เขาติดตัวไปด้วยจะได้กลับมาอย่างปลอดภัย คามินดึงเธอมากอดแนบอก

“ขอบใจมากหฤทัย ทำใจให้สบายนะ ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ถ้ามีอะไรด่วน เรียกสินธรได้ทุกเมื่อ”

“ค่ะ หฤทัยไปจัดเสื้อผ้าให้พี่นะคะ” หฤทัยผละจากอ้อมกอดเขาอย่างเขินๆ

ooooooo

หลังจากได้ฟังองค์อินทราเล่าเรื่องที่วิฑูรเหิมเกริม หนักคิดจะชิงราชบัลลังก์ไปจากพระองค์แล้ว ธรรมรัตน์ถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมพระองค์ถึงต้องการให้มัทนาแต่งงานกับเจ้าชายมาคี ก็เพื่อจะกันท่าไม่ให้ลูกสาวของวิฑูรได้ขึ้นเป็นราชินี องค์อินทรามองเขาอย่างรู้สึกผิด

“ขอโทษที่ต้องเอาลูกสาวคุณมาเสี่ยง ถ้าคุณจะเปลี่ยนใจพาหนูมัทกลับเมืองไทยตอนนี้ เราก็เข้าใจนะ”

“รู้อย่างนี้ผมยิ่งพายัยมัทกลับไม่ได้ จำได้ไหมครับว่าเราสามคนเคยสัญญากันไว้ว่าอย่างไร”

องค์อินทรามองพระสหายรักด้วยความซาบซึ้งใจ พลันภาพในอดีตเมื่อครั้งยังหนุ่มยังแน่นผ่านเข้ามาในความคิดคำนึงของพระองค์ ตอนนั้น องค์อินทราและปรารถนายืนพนมมือต่อหน้าพระพุทธรูปสัญญาต่อกันว่าจะรัก จะซื่อสัตย์และจะดูแลกันตลอดไป ขณะที่ธรรมรัตน์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยให้คำปฏิญาณว่า


“จะเป็นพยานความรักให้กับเพื่อนทั้งสองและจะรักษามิตรภาพระหว่างเราสามคนให้ยั่งยืนตลอดไป”

องค์อินทรายิ่งคิดถึงอดีตก็ยิ่งเศร้า ที่ตัวเองทำตามที่พูดไม่ได้ ทอดทิ้งให้ปรารถนาเผชิญกับความโดดเดี่ยวทุกข์ทรมาน โดยที่พระองค์ช่วยอะไรไม่ได้ ธรรมรัตน์ทักท้วงว่าไม่จริง ปรารถนาไม่เคยมีความทุกข์ เธอรอคอยพระองค์ด้วยความหวังเสมอ แล้วหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งยื่นให้ ข้างในมีรูปถ่ายของปรารถนากับ ด.ช.คามินหลายรูปและมีดีวีดีอีกหนึ่งแผ่น เขาตั้งใจจะนำมาถวายพระองค์นานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส

“หากได้ดูดีวีดีแผ่นนี้ ท่านจะทราบว่าปรารถนาอยู่กับพวกเราเสมอ และผมก็เชื่อว่าปรารถนาจะคุ้มครองคามินลูกชายของท่านให้ปลอดภัยด้วย”...

ไม่ว่าจะเป็นเพราะวิญญาณของปรารถนาคอยตามคุ้มครองหรือไม่ แต่คามินก็รอดจากถูกนายยักษ์กับสมุนในคราบโจรป่าซุ่มโจมตีมาได้หวุดหวิด พวกคนชั่วไม่ยอมรามือยังมีแผนสำรองเตรียมไว้ ทำทีลากมาลีซึ่งจับไว้เป็นตัวประกันวิ่งหนีเข้าป่า ล่อให้คามินกับพวกไล่ตาม พอถึงจุดนัดหมาย นายยักษ์ก็ให้สัญญาณโจมตี สมุนโผล่จากที่ซ่อนขว้างระเบิดใส่กลุ่มของคามิน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งผืนป่า ควันฟุ่งตลบ

เหมือนมีลางร้ายสื่อมาถึงมัทนาที่กำลังนอนหลับอยู่ในตำหนักรับรอง สะดุ้งตื่น ตะโกนลั่นว่าไม่จริง มินตรา ที่นอนอยู่บนพื้นข้างเตียงพลอยตกใจตื่นไปด้วย ร้องถามเธอว่าเป็นอะไรไป มัทนามองไปรอบๆห้องอย่างโล่งอก

“เปล่าค่ะ แค่ฝันน่ะ” แม้จะเป็นแค่ความฝัน แต่เธอก็อดเป็นกังวลไม่ได้

ooooooo

มินตราตื่นขึ้นในตอนเช้าเห็นเตียงมัทนาว่างเปล่า เดินตามหาจนทั่วก็ไม่เจอ คิดไปเองว่าเธอคงหนีไปหา คามิน ตะโกนโหวกเหวกลั่น ท่านหญิงมาณวิกาต้องปรามให้เบาเสียงลงหน่อยที่นี่เป็นเขตพระราชฐาน

“ถ้าคุณมัทไม่ก่อเรื่อง มินคงไม่ต้องตะโกนให้เมื่อยปากหรอกค่ะ”

ท่านหญิงมาณวิกายังไม่ทันจะว่าอะไร เจ้าชายมาคีในชุดออกกำลังกายเข้ามาขอพบมัทนาเสียก่อน

มินตราจัดแจงฟ้องว่ามัทนาหายไปสงสัยจะหนีไปหาคามิน ท่านหญิงมาณวิกาสั่งให้มินตราหยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว มัทนาไม่ได้หนีไปไหน แค่ไปสวดมนต์ที่วิหารปรารถนากับเหมันต์ มินตราถึงกับหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เดินหน้าหงิกกลับไปที่ห้องนอนของมัทนา เห็นรูปเจ้าของห้องที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ด่าใส่อย่างหงุดหงิด

“รักคุณคามินมากไม่ใช่หรือ แล้วทำไมไม่หนีไปหาเขาล่ะ ฉันจะได้บอกให้เจ้าชายตามไป เจ้าชายจะได้ตาสว่างแล้วก็รู้สักทีว่าฉันคู่ควรกับการเป็นราชินีมากกว่าแก” มินตราปัดรูปนั้นตกพื้น พอจะก้มเก็บ เห็นลิ้นชักโต๊ะแง้มอยู่ รีบเปิดดูเจอมือถือที่ถอดแบตเตอรี่ออกแล้ว เอาแบตเตอรี่ใส่แล้วลองเปิดดู

ปรากฏคลิปภาพคามินกับมัทนาตอนอยู่ที่หมู่บ้านภูสายธาร มินตราดีใจมากรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋า เป็นจังหวะเดียวกับท่านหญิงมาณวิกาเข้ามาในห้อง ต่อว่าว่าทำไมเมื่อครู่นี้ถึงบอกเจ้าชายมาคีว่ามัทนาหนีไปหาคามิน มินตราแค่พูดไปตามความจริง ท่านหญิงงง ความจริงเรื่องอะไร

“ก็ความจริงที่ว่าคุณมัทหลงรักองครักษ์คามิน แล้วทั้งคู่ก็แอบคบหากันมานานแล้วน่ะสิคะ ถ้าไม่เชื่อ ท่านหญิงก็ลองถามคุณมัทดูก็ได้ เอ แต่ไม่รู้คุณมัทจะยอมบอกหรือเปล่านะคะ มินขอตัวก่อน มีธุระส่วนตัวต้องไปทำ” มินตราว่าแล้วเดินลอยหน้าออกไป ท่านหญิงมาณวิกาถึงกับใบ้รับประทาน

จากนั้นไม่นาน คลิปภาพคามินและมัทนาก็ถึงมือองค์สาวิตรี...

ที่วิหารปรารถนา มัทนาเจอหฤทัยที่เพิ่งมาสวดมนต์ขอพรต่อเทพเจ้าให้คุ้มครองคามินเสร็จแล้ว และกำลังจะกลับ สองสาวทักทายกันตามมารยาทก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทาง จากนั้นมัทนาจุดเทียนหลายสิบดวงลอยในอ่างน้ำพุ แล้วคุกเข่าต่อหน้าเทพเจ้า

“ข้าแต่เทพเจ้าที่ปกปักรักษาวิหารแห่งนี้ ลูกฝันว่าคนที่ลูกรักกำลังตกอยู่ในอันตราย ขอให้ฝันร้ายนั้นกลายเป็นดี ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นอย่างไร เขาจะรักลูกหรือไม่ เขาก็เป็นผู้ชายที่ลูกรักที่สุด ขอให้เขาปลอดภัย”

เจ้าชายมาคีมาทันได้ยินพอดี ฉีกยิ้มกว้างคิดว่าเธอหมายถึงตัวเอง แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินเธออธิษฐานเพิ่มเติมอีกว่า “ขอให้ท่านเทพเจ้าคุ้มครองคุณคามินด้วยนะคะ”...

ขณะที่เจ้าชายมาคีโกรธจัดที่รู้ว่าคามินคือชายที่มัทนารักไม่ใช่พระองค์ องค์สาวิตรีจะเอาคลิปในมือถือของมัทนามาฟ้ององค์อินทราแต่ไม่พบใครในห้อง ถือวิสาสะค้นดูข้าวของของพระองค์ เจอกล่องไม้ใส่รูปปรารถนาถ่ายกับองค์อินทราสมัยยังเป็นหนุ่ม และยังมีรูปที่เธอถ่ายกับคามินตอนเป็นเด็กรวมทั้งดีวีดี

รีบเอาไปเปิดดู ถึงกับตะลึงเมื่อรู้ความจริงว่าคามินเป็นลูกขององค์อินทราที่เกิดกับหญิงไทยที่ชื่อปรารถนา และผู้หญิงคนนี้นี่เองที่องค์อินทรานำชื่อของเธอไปตั้งเป็นชื่อวิหารปรารถนา เพื่อจะได้เป็นอนุสรณ์ถึงเธอ ยิ่งคิดองค์สาวิตรีก็ยิ่งแค้นใจ...

ในระหว่างที่องค์สาวิตรีค้นพบความลับของคามิน อสิตวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งวิฑูรถึงเรื่องที่สมุนของเขารายงานมาว่าคามินถูกระเบิด แต่ไม่รู้ว่าตายหรือเปล่าเพราะหาศพไม่เจอ

“แต่ระเบิดลูกใหญ่อานุภาพทำลายล้างสูงอย่างนั้น ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตล่ะครับ”

สุเทษอาสาจะไปดูให้ หากมันยังไม่ตาย จะได้จัดการให้สิ้นซาก วิฑูรยังไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธ องค์สาวิตรีเดินหน้าเครียดถือกล่องไม้ที่ใส่ความลับเรื่องชาติกำเนิดของคามินกับมือถือของมัทนายื่นให้วิฑูรดู เขาเห็นช่องทางจะทำให้เจ้าชายมาคีเปลี่ยนมาอยู่ข้างเดียวกับพวกเรา จึงแนะให้องค์สาวิตรีเอาคลิปภาพฉาวคามินกับมัทนาไปให้เจ้าชายมาคีดู องค์สาวิตรีสะใจที่เห็นลูกขบกรามแน่นด้วยความเคียดแค้น ใส่ไฟไม่ยั้ง

“นี่ไงรางวัลความจริงใจของลูก ขณะที่ลูกทั้งรักทั้งไว้ใจมัน แต่มันสองคนร่วมมือกันหักหลังลูก”

“ลูกจะไปหาคามิน ลูกจะต้องคุยกับคามินให้รู้เรื่อง”

“พูดกับคนโกหกจะรู้เรื่องได้อย่างไร แม่มีวิธีที่จะทำให้ลูกจับได้คาหนังคาเขา” องค์สาวิตรียิ้มเจ้าเล่ห์...

ครู่ต่อมา องค์สาวิตรีมาพบกับวิฑูรซึ่งรอฟังข่าวอยู่ด้วยใจจดจ่อ แจ้งว่าเจ้าชายมาคียอมทำตามแผนการของพวกเราแล้ว ท่าทางพระองค์จะแค้นคามินมาก วิฑูรเตือนองค์สาวิตรีไม่ควรพูดเรื่องที่คามินเป็นพี่ชายร่วมสายโลหิตให้เจ้าชายมาคีทราบ เกรงจะใจอ่อนเสียก่อน

“ไม่ต้องห่วง ความลับนี้มันต้องตายไปพร้อมกับไอ้คามิน”

ooooooo

เจ้าชายมาคีมาหามัทนาแต่เช้าตามแผนการที่วางไว้ หลอกว่าคามินโดนระเบิด นอนรักษาตัวอยู่ที่ภูสายธาร อาการหนักมากไม่สามารถเคลื่อนย้ายเข้ามารักษาในเมืองหลวงได้ ทำได้เพียงส่งหมอหลวงไปที่นั่น อีกสองสามวันถึงจะรู้ผล พระองค์เห็นท่าทางห่วงหาอาทรคามินของเธอแล้วยิ่งเจ็บใจ แต่ต้องข่มอารมณ์เอาไว้

“ผมต้องรีบไปประชุมวางแผนปราบพวกโจรก่อน เพราะถ้าคามินเป็นอะไรไป ก็คงต้องส่งคนใหม่ลงไป” พระองค์โกหกเสร็จก็ลุกออกไป มัทนากลั้นน้ำตาไม่อยู่รีบเดินหนี ท่านหญิงมาณวิกาเห็นอาการตกใจเกินเหตุของลูกแล้วอดสงสัยไม่ได้ ตามไปซักว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างลูกกับคามิน หรือว่าเรื่องที่คนในวังลือกันเป็นความจริง

“ข่าวลือก็คือข่าวลือค่ะแม่ ไม่มีอะไรหรอก”

“แล้วทำไมลูกต้องร้องไห้”

“มัทก็แค่ตกใจ เพราะยังไงเขาก็เป็นคนที่เคยช่วยเหลือดูแลมัทมาตลอดที่อยู่ที่นี่ แม่อย่ากังวลเลยค่ะ วันนี้มัทขอไปสวดมนต์เหมือนเคยนะคะ” มัทนาพูดจบ ออกไปที่หน้าตำหนักซึ่งเหมันต์จอดรถรออยู่ บอกให้ไปกันได้เลยไม่ต้องคอยขบวนอารักขา เธอเห็นเขารีๆรอๆกลัวทหารอารักขาจะตามมาทัน คว้ากุญแจรถไปขับเอง เหมันต์โดดขึ้นรถแทบไม่ทัน อารามรีบร้อนมัทนาไม่ทันเห็นว่าเจ้าชายมาคีกับสุเทษแอบสะกดรอยตาม...

ด้านสินธรโวยชาลีลั่นเมื่อรู้ว่าไม่มีใครตามไปอารักขาพระคู่หมั้น เนื่องจากเจ้าชายมาคีสั่งห้ามไว้อ้างว่าเธอต้องการความเป็นส่วนตัว ชาลีเป็นห่วงคามินมาก อดถามไม่ได้ว่าข่าวลือที่ว่าคามินถูกระเบิดจริงหรือเปล่า

“เหลวไหล ท่านคามินไม่มีทางเสียทีคนร้ายง่ายๆ ต้องมีคนปล่อยข่าวลือพวกนี้”

มีเสียงมือถือของสินธรดังขัดจังหวะ หฤทัยโทร.มาเรียกตัวให้ไปพบที่บ้าน ครู่ต่อมาสินธรมายืนอยู่ตรงหน้าหฤทัยซึ่งร้อนใจมากอยากรู้ว่าข่าวคามินโดนระเบิดตายเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เขาได้แน่นิ่งเงียบ...

ในเวลาต่อมา มัทนาขับรถมาจอดหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านภูสายธาร บอกให้เหมันต์รออยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวเธอมา แล้วลงจากรถเดินจ้ำพรวดๆไปอย่างรวดเร็ว เหมันต์ถึงกับร้องเอะอะ

“อ้าว...คุณมัท เดี๋ยวสิเดี๋ยว รอก่อน” เขาจะวิ่งตามแต่ติดเข็มขัดนิรภัย ก้มหน้าก้มตาปลดสาย พอเงยหน้าอีกที ต้องชะงัก มีปืนมาจ่อหัว ฝ่ายมัทนาวิ่งมาได้สักพักก็หยุดกึก เมื่อเจอกระโจมสีขาวตั้งอยู่ แหวกผ้าเข้าไปข้างใน เห็นศพมีผ้าคลุมนอนอยู่บนแคร่ สมุนของสุเทษในคราบชายชาวบ้านที่นั่งเฝ้าศพ หันมามอง

“คุณจะมาเคารพศพท่านองครักษ์คามินหรือครับ”

มัทนาช็อกพูดอะไรไม่ออก รวบรวมความกล้าเดินไปเปิดผ้าคลุมศพดูด้วยมือสั่นเทา พอเห็นสภาพศพถึงกับเข่าอ่อน แม้ใบหน้าจะเละจนจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่เธอจำชุดหัวหน้าราชองครักษ์ที่สวมได้ว่าเป็นของคามิน น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม ไม่อยากจะเชื่อว่าฝันร้ายเมื่อคืนจะเป็นความจริง

สมุนหลบออกจากกระโจม หยุดทำความเคารพเจ้าชายมาคีกับสุเทษที่ยืนอยู่ด้านนอก เสียงคร่ำครวญของมัทนาต่อการจากไปของคามินทำให้เจ้าชายมาคีแทบคลั่งด้วยความแค้น ยิ่งได้ยินเธอพร่ำพรรณนาว่ารักเขามากแค่ไหน พระองค์อยากจะเข้าไปจัดการคนทรยศด้วยตัวเอง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ หันไปบอกสุเทษว่าจะกลับแล้ว

“ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมจะจัดการพระคู่หมั้นตามรับสั่งขององค์ราชินีนะพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายมาคีผละจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ สุเทษมองเข้าไปในกระโจมด้วยแววตาเหี้ยมโหด ไม่ทันสังเกตเห็นวายุแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆหลบออกมา

ooooooo

หฤทัยถึงกับถอนใจโล่งอกเมื่อสินธรเล่าว่าข่าวคามินโดดระเบิดตายเป็นแค่ข่าวโคมลอย เธอหันไปยังทิศทางที่วิหารปรารถนาตั้งอยู่ คุกเข่าประสานมือ ขอบคุณเทพเจ้าทุกองค์ที่คุ้มครองคามินให้ปลอดภัยแล้วขยับจะลุก สินธรเข้ามาช่วยพยุง สองคนอยู่ใกล้กันมาก ตาประสานกันนิ่งงัน เขาได้สติก่อนรีบถอยออกห่าง พร้อมกับขอโทษ

“ขอโทษทำไม ฉันสิต้องขอโทษนาย ที่ผ่านมาทำไม่ดีพูดไม่ดีกับนายไว้ตั้งเยอะ แต่นายก็ยังมาคอยช่วยดูแลฉันตลอดเวลาที่พี่คามินไม่อยู่ ขอบคุณมากนะสินธร”

“ไม่เป็นไรครับผมทำด้วยความเต็มใจ”

“แล้วตอนนี้พี่คามินอยู่ไหน”...

คนที่หฤทัยถามถึงกำลังปรึกษาหารือกับฐากูร มาลีและอาจารย์เมฆาอยู่ที่กองบัญชาการลับภายในหมู่บ้าน ภูสายธาร โดยมีเพียงแผลถลอกเล็กน้อยจากการพุ่งหลบระเบิด เขานึกถึงตอนที่พวกโจรปลอมโยนระเบิดใส่แล้วอดสยองไม่ได้ โชคดีที่อาจารย์เมฆากับฐากูรตามมาช่วยไว้ทัน และยังชิงตัวมาลีคืนจากพวกโจรมาได้

อาจารย์เมฆาสรุปว่าพวกนั้นไม่ใช่โจรป่าธรรมดาแน่นอน เนื่องจากมีอาวุธร้ายแรงใช้ และก็ไม่ใช่พวกค้ายาเสพติดจากเมืองไทยอีกด้วย เพราะพวกนั้นไม่จำเป็นต้องมาปล้นฆ่าชาวบ้านแบบนี้

“มันน่าจะมีคนบงการเบื้องหลังที่หวังผลอะไรสักอย่าง” คามินตั้งข้อสังเกต

จังหวะนั้น วายุวิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงานว่าที่ลานหน้าหมู่บ้านไม่รู้มีใครมาสร้างกระโจมเอาไว้ เห็นเจ้าชายมาคีเสด็จมากับลูกน้องของวิฑูรและผู้หญิงคนเดียวกับที่มากับคามินคราวก่อน คามินสังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่นอน รีบตามไปดู...

หลังจากร้องไห้จนสาแก่ใจแล้ว มัทนาลุกขึ้นจะดึงผ้าคลุมศพปิดไว้อย่างเดิม แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นศพสวมต่างหูสองข้าง รู้ทันว่านี่ไม่ใช่คามิน เพราะต่างหูข้างหนึ่งของเขามอบให้หฤทัยในวันที่ทั้งคู่ทำพิธีแต่งงานในวิหารปรารถนา เธอดีใจมากคลุมผ้าปิดศพไว้ ยังไม่ทันจะออกจากกระโจม อัคนีเดินนำอสิตกับสุเทษเข้ามาหา

“เซอร์ไพรส์ครับคุณมัท...ที่รักของผม”

ไม่ทันขาดคำ อสิตชักปืนจะยิงมัทนา อัคนีถึงกับตาเหลือกโดดขวางไว้ร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้ยิง อสิตสั่งให้หลบไป เขาไม่สนใจ จะไม่ยอมให้ป๊าทำอะไรมัทนาเด็ดขาด หญิงสาวถึงบางอ้อทันที ที่แท้นี่ก็เป็นแผนลวง คามินไม่ได้โดนระเบิดตาย สุเทษหัวเราะเยาะเย้ยว่ากว่าเธอจะคิดได้ก็สายเกินไปแล้ว

มัทนาไวเท่าความคิด โดดล็อกคออัคนีไว้ ขู่ไม่ให้ใครเข้าใกล้ ไม่อย่างนั้นจะแทงเขาไส้แตก แล้วเอานิ้วต่างมีดจี้เอวอัคนีทางด้านหลัง พร้อมกับกระซิบข้างหู ถ้าเขาช่วยเธอให้รอดไปได้ เราสองคนจะหนีไปด้วยกัน อัคนีหลงเชื่อแกล้งร้องโวยวายว่าอย่าแทงตนเองเลย ตนกลัวแล้ว

อสิตตกใจรีบเก็บปืน สุเทษกลับชักปืนจะยิงมัทนา อสิตร้องห้ามลั่น ขืนยิงพลาดพลั้งโดนลูกชายของเขาจะทำอย่างไร

สุเทษมั่นใจว่าอัคนีรู้เห็นเป็นใจกับมัทนาและสำคัญนังนั่นไม่น่าจะฆ่าใครได้ จัดแจงจะเหนี่ยวไก มีเสียง มือถือของเขาดังขึ้นเสียก่อน เจ้าชายมาคีโทร.มาระงับคำสั่งตายของมัทนา พระองค์ไม่อยากให้เธอตายเร็วเกินไป

ooooooo

ในที่สุดมัทนาก็ถูกจับตัวไว้ได้ ขณะสุเทษกับสมุนคุมตัวเธอออกจากกระโจม คามินวิ่งนำฐากูรและอาจารย์เมฆาเข้ามาขวางไว้ สั่งให้ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ มัทนาดีใจที่เจอเขา จะวิ่งไปหา แต่สุเทษกระชากตัวไว้

“แกยังไม่ตาย แต่อีกเดี๋ยวแกตายแน่ไอ้คามิน” สุเทษว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้อสิตกับสมุนระดมยิงใส่ ทั้งสามคนพุ่งหลบเข้าที่กำบัง คามินสะบัดอาวุธลับโต้ตอบถูกสมุนล้มระเนระนาด มัทนาอัดสมุนที่คุมตัวเองจนเป็นอิสระ แล้ววิ่งหนี อสิตหันไปยิงใส่ แต่อัคนีโดดเอาตัวขวางถูกคมกระสุนถึงกับทรุด อาจารย์เมฆาเห็นจวนตัวโยนระเบิดควันสกัดสุเทษกับพวก ก่อนจะพากันหนีรอดไปได้ อสิตรีบเข้าไปดูอาการลูกชายเห็นยังหายใจก็ดีใจ...

ในเมื่อแผนกำจัดมัทนาพังไม่เป็นท่า แถมคามินเป็นคนมาช่วยเธออีกต่างหาก เรื่องนี้ไม่แคล้วรู้ถึงหูองค์อินทราแน่นอน เพื่อตัดปัญหา วิฑูรจำต้องกำจัดพระองค์ให้พ้นทาง วางแผนให้องค์สาวิตรีใส่ยาทำให้เป็นอัมพาตในน้ำชาที่นำไปให้ดื่ม องค์อินทราไม่ติดใจสงสัยอะไรดื่มจนหมดถ้วย...

ด้านท่านหญิงมาณวิกาเริ่มเป็นกังวล ค่ำมืดป่านนี้แล้วทำไมมัทนายังไม่กลับ พยายามโทร.ติดต่อเหมันต์ก็ไม่มีใครรับสาย เรียกมินตรามาสอบถามพอจะรู้ไหมว่ามัทนาไปไหน นอกจากจะไม่ได้คำตอบ เธอยังมีท่าทีกระด้างกระเดื่องอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเดินหนีไปหน้าตาเฉย ทั้งธรรมรัตน์และท่านหญิงมาณวิกาต่างอึ้งไปตามๆกัน

“คุณเห็นไหมคะว่ามินตราเปลี่ยนไป”

“อาจจะเครียดกับเรื่องยัยมัท” ธรรมรัตน์มองโลกในแง่ดี เธอกลัวจะไม่ใช่แค่นั้น เดี๋ยวนี้มินตราพูดถึงมัทนาแต่ละคำออกมาในทางร้ายทั้งนั้นโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับคามิน ธรรมรัตน์งงคามินมาเกี่ยวอะไรด้วย

ooooooo

โภคินเห็นสภาพนอนนิ่งไม่ไหวติง ได้แต่กลอกตาไปมาขององค์อินทราแล้ว รู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จะไปตามหมอหลวงมาดูอาการ แต่ถูกวิฑูรกับสุเทษและสมุนเข้ามาล้อมกรอบเอาไว้

“ไม่ต้องตกใจไป ผมแค่อยากเชิญท่านโภคินไปคุยกันเป็นการส่วนตัว...ทหาร เอาตัวไป” วิฑูรมองโภคินที่ถูกคุมตัวออกไปจนลับสายตา จึงเดินมายืนข้างๆองค์อินทรา “อย่าเพิ่งตกพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ นี่แค่เริ่มต้น ยังมีเรื่องให้ทรงตื่นเต้นอีกเยอะ แต่ตอนนี้ทรงนอนพักผ่อนพระวรกายให้สบายไปก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ” วิฑูรหัวเราะสะใจ ก่อนจะเดินนำสุเทษออกไป องค์อินทราพยายามขยับตัวแต่ทำไม่ได้ ได้แต่มองตามนายพลชั่วไปอย่างเจ็บใจ...

ทันทีที่มัทนาฟื้นคืนสติจากระเบิดควัน คามินต่อว่ายกใหญ่ที่เธอชอบหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว ที่นี่อันตรายมากแค่ไหนก็น่าจะรู้ เธอแก้ตัวว่าที่มาที่นี่เพราะเป็นห่วงเขา เจ้าชายมาคีบอกเธอว่าเขาโดนระเบิด เธอเลยต้องมาดูให้แน่ใจ คามินงง พระองค์รู้ได้อย่างไรในเมื่อเขายังไม่ได้รายงานการรบกับพวกโจรเข้าไปในวัง มีแต่สินธรเท่านั้นที่รู้

“นี่คุณหาว่าฉันโกหกหรือ ฉันสาบานก็ได้”

“ใครส่งข่าวกันนะ...มีแค่ผมกับพวกโจรที่รู้”

คามินนิ่วหน้าสงสัย จังหวะนั้นมีเสียงสัญญาณเรียกเข้ามือถือของเขา คามินรีบเปิดดูเห็นโค้ดฉุกเฉินส่งมาจากโภคินก็ตกใจ หรือว่าที่วังเกิดเรื่อง

“ดี...ไปด้วยกันเลย ฉันก็จะไปถามเจ้าชายให้รู้เรื่องว่ามาหลอกกันทำไม” มัทนาขยับจะไป คามินห้ามเราสองคนกลับวังพร้อมกัน เพื่อความปลอดภัยของเธอ เขาจะส่งเธอกลับไปก่อน...

โภคินถูกจับไปทรมานในห้องลับเพื่อให้บอกเรื่องราวของคามิน ไม่ว่าสุเทษจะใช้แส้เฆี่ยนตีหนักแค่ไหน จะเอาน้ำเกลือราดแผลจนแสบเจียนตาย เขายังคงปิดปากสนิท ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น องค์สาวิตรีสั่งให้ทหารนำตัวบุหลันเข้ามา เธอมองสามีตัวเองด้วยความตกใจ ถามเสียงสั่นว่าเกิดอะไรขึ้น

“เราก็แค่อยากรู้เรื่องบางอย่างแต่สามีเจ้าไม่ยอมบอก ถ้าเจ้าเกลี้ยกล่อมให้ท่านโภคินบอกเรื่องที่เราอยากรู้ได้ เจ้าก็จะได้อยู่ดูโลกต่อไป” องค์สาวิตรีมองบุหลันเหี้ยม เกรียม โภคินถึงกับหน้าถอดสี จากนั้นวิฑูรก็ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้พูดคุยกันตามลำพัง ส่วนตนเองไปรอหน้าห้อง แต่ต้องผิดหวังที่เธอกล่อมเขาให้พูดไม่สำเร็จ

“ท่านแน่ใจหรือคะว่าพี่โภคินรู้เรื่องที่ท่านอยากรู้จริงๆ” บุหลันตีหน้าซื่อ

“ยิ่งกว่าแน่ใจ ดูซิว่าทนเก็บความลับหรือทนเห็นเมียตายได้มากกว่ากัน” วิฑูรจะลากบุหลันเข้าห้องลับ เธอร้องขอชีวิต จะให้ทำอะไรก็ยอมทุกอย่างขอเพียงเขาไว้ชีวิตเธอกับสามีก็พอ วิฑูรชะงักมองเธอสีหน้าครุ่นคิด...

ระหว่างเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในวังหลวง คามินวางแผนจะกลับไปที่นั่นโดยให้แยกกันเป็นสองสาย อาจารย์เมฆาและฐากูรพามัทนาไปทางหนึ่ง ส่วนเขาจะเดินทางคนเดียวไปอีกทางหนึ่ง และเตือนให้ทุกคนระวังตัวด้วย ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกไป มัทนารีบวิ่งตามจนทัน กอดด้านหลังเขาไว้น้ำตาคลอเบ้า

“ทำไมเราต้องแยกกันด้วย ให้ฉันไปกับคุณไม่ได้หรือ ถ้าพวกเขาคิดฆ่าเราจริง อย่างน้อยเราก็ตายด้วยกัน”

คามินใจอ่อนยวบ แกะมือเธอออกค่อยๆหันมาเผชิญหน้า ให้คำมั่นสัญญาว่าตัวเขาจะไม่เป็นอะไร และเธอก็ต้องปลอดภัยเช่นกัน ทั้งสองผละจากกันด้วยความอาลัยอาวรณ์

ooooooo

ไม่นานนัก คามินหลบเหล่าองครักษ์มาถึงห้องบรรทมขององค์อินทราจนได้ พระองค์ซึ่งได้นอนนิ่งอยู่บนเตียง พยายามส่งเสียงเตือนเขาแต่ฟังไม่ได้ศัพท์ กว่าคามินจะรู้ตัวว่านี่เป็นกับดักก็เป็นตอนที่สุเทษออกจากที่ซ่อนตรงเข้าเล่นงานเขาด้วยหอกสั้น ราชองครักษ์หนุ่มไม่ทันตั้งตัว ถอยร่นไม่เป็นขบวนไปถึงกลางห้อง

สุเทษเห็นจังหวะเหมาะ หันไปตัดเชือกที่มัดตาข่ายขนาดใหญ่หล่นมาคลุมตัวคามินดิ้นไม่หลุด ทันใดนั้น ประตูห้องเปิดผลัวะ ทหารนับสิบพร้อมอาวุธครบมือเข้ามาล้อมเขาไว้ วิฑูรเดินตามเข้ามาสมทบ

“ไม่น่าเชื่อว่าหัวหน้าองครักษ์ที่ปราดเปรื่องจะเสียทีง่ายๆแบบนี้”

“ท่านทำอะไรองค์ราชา” คามินตวาดลั่น

วิฑูรกลับโยนความผิดให้เขา โดยตั้งข้อหาว่าบุกเข้าที่ประทับยามวิกาลพร้อมอาวุธครบมือคิดจะลอบปลงพระชนม์องค์อินทรา คามินแค้นใจมากที่เสียทีให้นายพลชั่ว...

ในขณะที่คามินตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน อาจารย์เมฆากับฐากูรพามัทนามาถึงตำหนักเจ้าชายมาคีเพื่อจะขอเข้าเฝ้า โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าชายมาคีเองก็รู้เห็นเป็นใจกับวิฑูรลวงมัทนาไปฆ่า ชาลีซึ่งทำหน้าที่องครักษ์ไม่ยอมให้เข้าอ้างพระองค์ไม่อยู่ ไปหาองค์สาวิตรี มัทนาจะตามไปที่นั่น แต่ถูกเขากับเหล่าองครักษ์จับตัวไว้

อาจารย์เมฆากับฐากูรเห็นท่าไม่ดีจะเข้าไปช่วย ทหารอีกกลุ่มหนึ่งวิ่งมาล้อมกรอบไว้ พร้อมกับชักปืนยิง ทั้งคู่หลบคมกระสุนได้ทันก่อนจะหนีหายไปในความมืด ขณะที่มัทนาถูกชาลีคุมตัวเข้าไปในตำหนัก...

คามินโดนซ้อมสะบักสะบอมก่อนจะถูกสุเทษกับทหารของวิฑูรนำตัวไปขังคุกหลวง ห้องเดียวกับที่เหมันต์ถูกจับขังไว้ก่อนหน้า เหมันต์ร้อนใจมากถามคามินว่าเราสองคนถูกจับขังเรื่องอะไร ได้ความว่าวิฑูรก่อการกบฏ

“แล้วคุณมัทล่ะ”

“ผมให้คนที่ไว้ใจที่สุดคุ้มกันคุณมัทไปหาเจ้าชายแล้ว อยู่กับเจ้าชายคุณมัทจะปลอดภัย”

ooooooo

เจ้าชายมาคียืนมองเสด็จพ่อที่ได้แต่นอนกลอกตาไปมาด้วยความสงสาร โดยมีองค์สาวิตรียืนใส่ไฟอยู่ข้างๆ ว่าที่พระองค์ต้องนอนเป็นอัมพาตอย่างนี้ก็เพราะฝีมือของคามินที่ลอบเข้ามาทำร้ายเมื่อคืน วิฑูรพยายามคาดคั้นให้บอกวิธีรักษาพระองค์ให้กลับมาเป็นปกติ แต่เขาไม่ยอมพูดอะไร เจ้าชายมาคีแค้นใจมาก

“ลูกจะไปทำให้ไอ้คามินยอมปริปากเอง” พูดจบเจ้าชายออกจากห้อง องค์อินทรามองตามไม่สบายใจ

“ทำไมเพคะ ทรงกลัวมาคีจะฆ่าพี่ชายร่วมบิดาหรือ ไม่ต้องห่วงหรอกเพคะ เพราะหม่อมฉันไม่มีวันให้มาคีได้รู้ว่ามีไอ้คามินเป็นพี่ชายเด็ดขาด” องค์สาวิตรียิ้มสะใจ

อีกมุมหนึ่งหน้าตำหนักหลวง ธรรมรัตน์แวะมาหาองค์อินทราเหมือนที่เคยทำทุกเช้า แต่วันนี้สุเทษกลับไม่ให้เข้า อ้างพระองค์ไม่ค่อยสบาย ยิ่งธรรมรัตน์รู้ว่าองค์อินทราป่วย ยืนกรานในฐานะพระสหายสนิทจะเข้าเฝ้าให้ได้ องค์สาวิตรีเดินออกมากับเจ้าชายมาคีพอดี ด้วยความที่เกลียดขี้หน้าธรรมรัตน์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หาเรื่องเล่นงานเขาด้วยข้อหาที่มีลูกสาวคบคิดกับคามินก่อการกบฏ สั่งให้สุเทษเอาตัวไป

“เดี๋ยวสุเทษ เราว่าแค่คุมตัวไว้ในตำหนักก็พอ” เจ้าชายมาคีท้วง

สุเทษมององค์สาวิตรีเป็นทำนองขอความเห็นชอบ พอเห็นพระองค์พยักหน้าให้ จึงคุมตัวธรรมรัตน์ออกไป องค์สาวิตรีไม่พอใจหันไปต่อว่าเจ้าชายมาคีที่ใจอ่อน อย่าลืมว่ามัทนารวมหัวกับคามิน คิดทำร้ายองค์อินทราเพื่อยึดราชบัลลังก์ พระองค์ไม่ลืมเรื่องนั้น เพียงแต่ไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่าเราเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน...

ที่ตำหนักรับรอง ท่านหญิงมาณวิกาพยายามโทร.หาเหมันต์ แต่ติดต่อไม่ได้ เริ่มเป็นกังวลว่าจะเกิดเรื่องร้าย จังหวะนั้นสุเทษคุมตัวธรรมรัตน์เข้ามา สั่งห้ามทุกคนออกจากตำหนักเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนเขาไม่รับรองความปลอดภัย ท่านหญิงมาณวิกาถามธรรมรัตน์ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน มินตรายิ้มพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถึงเวลาที่ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงสักที หันไปบอกสองสามีภรรยาว่า จากนี้ไปเธอขอปลดตัวเอง
จากการเป็นขี้ข้าของทั้งคู่ จะไม่ยอมให้คนในตระกูลเกียรติกำจรจิกหัวใช้อีกแล้ว ทั้งธรรมรัตน์และท่านหญิงมาณวิกาตกใจ

“ทำไมเธอพูดแบบนี้ เราสองคนเห็นเธอเหมือนลูกคนหนึ่งมาตลอด”

จากนั้น สิ่งที่อัดอั้นตันใจก็พรั่งพรูจากปากมินตรา ทั้งเรื่องที่เธอต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้มัทนาตลอดเวลา ทั้งเรื่องที่มัทนาทำอะไรไม่เคยผิดเพราะเธอรับผิดแทนทั้งหมด แล้วตัดพ้อว่านี่หรือคือสิ่งที่ทั้งคู่ทำกับคนที่รักเหมือนลูก เธอต้องทนเจ็บปวดกับเรื่องเหล่านี้มาทั้งชีวิต ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเอาคืนบ้าง ท่านหญิงมาณวิกาตกใจ

“เธอจะทำอะไร หรือที่ยัยมัทหายไปเป็นฝีมือเธอ บอกมานะว่ายัยมัทอยู่ที่ไหน”

มินตราไม่ตอบได้แต่ยิ้มๆ หันไปเห็นบุหลันเดินเข้ามา รีบออกตัวว่าองค์สาวิตรีส่งคนมารับเธอแล้ว

ท่านหญิงมาณวิกาไม่ยอมให้ไป สั่งให้บอกมาก่อนว่ามัทนาอยู่ไหน มินตราผลักเธอเซ แล้วเดินจากไปไม่ไยดี บุหลันเพิ่งรู้เช่นเห็นชาติมินตราก็คราวนี้ แอบกระซิบบอกสองสามีภรรยาว่ามัทนาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ตนบอกได้แค่นี้ แล้วรีบเดินตามมินตรา ท่านหญิงมาณวิกาเครียดจัด เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น ธรรมรัตน์ต้องรีบเข้าไปประคอง...

ด้านมัทนาพยายามจะหนีออกไปหาเจ้าชายมาคีเพราะคิดว่าเป็นตัวช่วยตัวสุดท้าย จัดการขึ้นเข่าชวาลที่ขวางทางล้มคว่ำ แต่ถูกทหารองครักษ์สองนายชักปืนขู่ไม่ให้ออกจากตำหนัก...

ขณะมัทนาพยายามหาทางติดต่อเจ้าชายมาคีเพื่อแจ้งเรื่องวิฑูรส่งคนไปสังหารตนเองกับคามิน องค์สาวิตรีเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วนเพื่อสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการ อ้างองค์อินทราป่วยหนักและยังกล่าวหาคามินกลางที่ประชุมว่าลอบเข้าไปปลงพระชนม์องค์อินทราเมื่อคืน แต่โชคดีถูกจับได้เสียก่อน ทุกคนตกใจ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปในทำนองผู้จงรักภักดีอย่างคามินจะก่อกบฏได้อย่างไร อาจเป็นการเข้าใจผิด

“ท่านคิดว่าองค์ราชินีทรงปรักปรำคามินหรือ”

วิฑูรเสียงกร้าว ทุกคนพากันนั่งเงียบไม่กล้าพูดอะไรอีก...

วิฑูรยังไม่หยุดแค่นี้ ต้องการควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ จึงเอาซองยามอบให้องค์สาวิตรีนำไปผสมน้ำให้องค์อินทราดื่มต่อไปเรื่อยๆอย่าให้ขาด เพื่อความปลอดภัยของพวกเราเอง องค์สาวิตรีมองซองยาหนักใจ เกรงให้ยามากไปองค์อินทราจะอาการทรุดหนัก แม้วิฑูรจะรับรองว่าไม่เป็นเช่นนั้น แต่พระองค์ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

ทั้งคามินและเหมันต์ดีใจที่เห็นเจ้าชายมาคีเสด็จมาที่คุกหลวง หลงคิดว่าพระองค์จะมาช่วยปล่อยตัวเป็นอิสระ แต่กลับเป็นตรงกันข้าม พระองค์สั่งให้ทหารถอดเสื้อคามินออกแล้วลากตัวไปขึงกับเสาที่ลานลงทัณฑ์ จากนั้นก็เฆี่ยนตีไม่ยั้งด้วยมือพระองค์เอง สั่งให้เขาสารภาพว่าคิดจะฆ่าเสด็จพ่อและก่อการกบฏใช่ไหม

“กระหม่อมไม่ได้ทำ ทั้งหมดเป็นแผนของท่านวิฑูร”

“กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ เราอยากให้ชาวรายาที่หลงคิดว่านายเป็นวีรบุรุษมาเห็นนายตอนนี้จริงๆ พวกเขาจะได้รู้สักทีว่านายมันก็แค่ไอ้คนขี้ขลาด”

เจ้าชายมาคีด่าเสร็จ เปิดคลิปคามินกับมัทนาในมือถือให้ดู ถามอย่างเจ็บช้ำใจว่าทำแบบนี้กับพระองค์ซึ่งไว้ใจเขาได้อย่างไร คามินเห็นคลิปตัวเองแล้วรู้สึกผิดมาก

“กระหม่อมสมควรตาย”

“พูดอย่างนี้แสดงว่ายอมรับผิดทุกอย่าง...ดี นายได้ตายสมใจแน่ สินธรเอามันไปขังรอประหาร” เจ้าชายมาคีสะบัดแส้ฟาดหน้าคามินแตกเลือดซิบด้วยความแค้นสุดๆก่อนจะเดินจากไป สินธรรีบประคองคามินกลับห้องขัง กระซิบว่าจะหาทางช่วยเขาออกจากที่นี่

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ฉันทำให้เจ้าชายเสียใจก็สมควรแล้วที่ต้องถูกลงโทษ ถวายอารักขาเจ้าชายด้วยชีวิต อย่าทำให้เจ้าชายผิดหวังเหมือนที่ฉันทำ” คามินน้ำตาคลอความรู้สึกผิดท่วมท้นหัวใจ...

ทางฝ่ายมัทนาถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าเจ้าชายมาคีทราบถึงความสัมพันธ์ของเธอกับคามินแล้ว เธอยอมรับผิดทุกอย่างจะฆ่าจะแกงอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่พระองค์ปล่อยพ่อ แม่ เหมันต์และมินตราไป พวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยที่มัทนาไม่ล่วงรู้เลยว่ามินตราเป็นพวกเดียวกับศัตรู

เจ้าชายมาคียอมตามที่มัทนาร้องขอ มินตราเป็นคนไปแจ้งเรื่องนี้ให้ธรรมรัตน์ ท่านหญิงมาณวิกาและเหมันต์ที่เพิ่งถูกปล่อยตัวทราบ แต่แทนที่สุเทษจะพาไปส่งสนามบินเพื่อกลับเมืองไทย กลับพาทั้งสามคนไปยังหลุมดินที่ขุดไว้กลางป่าหวังจะฆ่าฝังดินไม่ให้เหลือซาก โชคดีที่อาจารย์เมฆา วายุ และฐากูรมาช่วยไว้ได้ทัน...

ด้านอสิตเข้ามาแจ้งวิฑูรว่าป่านนี้คนของตนคงจัดการทุกอย่างเรียบร้อยตามที่เขาต้องการแล้ว แต่อดสงสัยไม่ได้ทำไมเราต้องฆ่าพ่อกับแม่ของมัทนาด้วย สองคนนั่นไม่มีพิษสงอะไรสักหน่อย วิฑูรไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปอยากให้อยู่แค่ในรายาเท่านั้น แล้วส่งพลอยดิบเม็ดเป้งให้เพื่อปิดปากไม่ให้เขาถามมากความ อสิตหายสงสัยทันที เดินถือพลอยอย่างอารมณ์ดีออกไป สวนกับเทวีที่มองพลอยในมือเขาไม่ค่อยชอบใจนัก

“ท่านพี่ให้พลอยก้อนเสี่ยนั่นทำไม ตั้งแต่มาถึงน้องไม่เห็นมันจะทำอะไรสำเร็จสักอย่าง แถมเอาลูกชายปัญญาอ่อนมาให้เราดูแล เปลืองข้าวเปลืองน้ำเปล่าๆ”

วิฑูรถือว่าคุ้มค่ามาก พลอยแค่นี้แลกกับการที่เขาไม่ต้องลงมือเอง แล้วบอกให้เทวีควรจะไปจัดการเรื่องนังลูกไม่รักดีของเธอมากกว่าจะมายุ่งเรื่องนี้...

คนที่วิฑูรพูดถึง กำลังนำอาหารไปเยี่ยมคามินที่คุกหลวง แม้ทหารยามจะพยายามขวางไม่ให้เข้า แต่พอเธอขู่จะฟ้องพ่อเท่านั้น เขาไม่กล้าหืออะไรอีก คามินเห็นเธอมาเยี่ยมอดเป็นห่วงไม่ได้เพราะเจ้าชายมาคีสั่งให้งดอาหารงดน้ำนักโทษ เธอทำแบบนี้หากรู้ถึงหูพระองค์ อาจจะเดือดร้อนได้ หฤทัยไม่สนอยากจะลงโทษก็เชิญตามสบาย แล้วส่งกล่องข้าวให้คามินซึ่งรับไปกินอย่างซาบซึ้งใจ

“ตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”

“องค์ราชินีบอกว่าองค์ราชาทรงพระประชวร หมอหลวงกำลังรักษาอาการอยู่ เลยต้องสำเร็จราชการแทน ท่านโภคินถูกจับแต่ก็ไม่รู้ว่าถูกคุมตัวอยู่ที่ไหน” หฤทัยกระซิบ คามินอธิษฐานขอให้เทพทุกองค์คุ้มครององค์อินทรา โภคินและประเทศรายาด้วย หฤทัยทักท้วง ถามถึงแต่คนอื่น ไม่คิดจะถามถึงมัทนาบ้างหรือ เขาได้แต่นั่งนิ่ง...

มัทนาถูกบุหลันจับขัดสีฉวีวรรณเตรียมส่งเข้าถวายตัวให้เจ้าชายมาคีโดยที่เจ้าตัวไม่ได้เอะใจ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกพามาสังเวยก็เป็นตอนที่อยู่ในห้องตามลำพังกับพระองค์ซึ่งสวมเพียงกางเกงนอนกับเสื้อคลุม พระองค์รวบตัวเธอมากอด พรมจูบไปทั่วอย่างหื่นกระหาย มัทนาดิ้นหนีสุดฤทธิ์ พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

ชวาลที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง สงสารเธอจับใจแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร จังหวะนั้นมินตราซึ่งรู้จากนางกำนัลว่ามัทนาถูกพามาถวายตัวให้เจ้าชายมาคี ตามมาขัดขวาง แต่ชวาลไม่ยอมให้เข้า

“นายไม่รู้ฤทธิ์คุณมัทเหรอไง เจ้าชายอาจจะบาดเจ็บได้นะ แล้วนายรับผิดชอบไหวหรือ” คำขู่ของมินตราทำเอาชวาลใจไม่ดี ภายในห้องบรรทม มัทนาคว้าหอกคู่ที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาด้ามหนึ่งขู่ไม่ให้เจ้าชายมาคีเข้าใกล้ พระองค์คว้าหอกอีกด้ามหนึ่งฟาดหอกในมือเธอกระเด็น พลันประตูห้องเปิดผลัวะ มินตราพรวดพราดเข้ามาเอาตัวเองบังมัทนาไว้ ขอร้องเจ้าชายมาคีอย่าทำอะไรคุณมัท ถ้าจะฆ่าก็ต้องข้ามศพเธอไปก่อน มัทนามองมินตราซึ้งใจ

“เราไม่ฆ่าคุณมัทหรอก เราจะให้คุณมัทอยู่นานๆจะได้เห็นชู้รักที่ชื่อคามินตายตรงหน้า”

ooooooo

ล่ารักสุดขอบฟ้า

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด