ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ล่ารักสุดขอบฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"


ณ ประเทศรายา ประเทศเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประเทศอินเดีย กำลังมีการประลองฝีมือประจำปีเพื่อหาสุดยอดนักรบ เจ้าชายมาคี องค์รัชทายาทแห่งรายาจะต้องร่วมการประลองครั้งนี้ด้วย แต่เนื่องจากเป็นผู้ไม่ฝักใฝ่การยุทธ์ ชมชอบแต่อิสตรี จึงหนีการประลองไปหาสาวสวย คามินราชองครักษ์จึงต้องทำหน้าที่นี้แทน

หน้ากากสีทองที่สวมไว้ อำพรางใบหน้าไม่ให้ใครรู้ว่าคามินไม่ใช่เจ้าชายมาคี ทุกคนที่ร่วมดูการแข่งขันต่างตะลึง ไม่คิดว่าเจ้าชายจะเก่งกล้าสามารถขนาดนี้

การประลองดำเนินมาถึงด่านสุดท้ายเหลือคู่ต่อสู้เพียงสองคนคือสุเทษ ทหารคนสนิทของวิฑูร นายพลผู้กุมอำนาจกองทัพรายา กับคามินในคราบเจ้าชายมาคี การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ผลัดกันรุกผลัดกันรับ คามิน เสียทีถูกสุเทษใช้ด้ามหอกกระแทกล้มลง หฤทัยร้องกรี๊ดลั่น เอาผ้าคลุมไหล่ขึ้นมาบังไม่กล้าดู วิฑูรมองลูกสาวเป็นเชิงตำหนิ เทวีผู้เป็นแม่ต้องสะกิดให้เธอเอาผ้าคลุมลง

“หฤทัยไม่กล้ามองนี่คะ หฤทัยกลัวเลือด”

“นี่มันแค่การประลอง ไม่ถึงกับเลือดตกยางออกหรอกน่า”

การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกพักหนึ่ง คามินก็ปราบสุเทษอยู่หมัด ใช้ปลายหอกจ่อที่หัวใจเขาสำเร็จ การประลองเป็นอันสิ้นสุด ทุกคนตบมือดีใจที่เจ้าชายมาคีเป็นฝ่ายชนะ ยกเว้นวิฑูรที่อดแปลกใจไม่ได้ ก่อนจะตบมือตามน้ำอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก โภคิน กรมวังขององค์อินทรา ประกาศลั่น

“เจ้าชายมาคีเป็นผู้ชนะ เจ้าชายมาคีคือสุดยอดนักรบแห่งรายา ขอทูลเชิญเจ้าชายมาคีรับพระราชทานรางวัลจากพระหัตถ์องค์ราชาพะย่ะค่ะ”

คามินซึ่งยังคงสวมหน้ากากทองเข้ามาทำความเคารพองค์อินทรา สาวิตรีพระมเหสีขององค์อินทรายิ้มให้เขาอย่างภาคภูมิใจ เป็นจังหวะเดียวกับวิฑูรเดินมายืนข้างๆ

“เจ้าคามินคงรู้ว่าวันนี้มาคีต้องชนะการประลองถึงทนดูไม่ได้ หาเรื่องอ้างว่าไปราชการด่วน” สาวิตรีพูดจบ ยิ้มสะใจ วิฑูรเอะใจ มองเจ้าชายมาคีสีหน้าครุ่นคิดสงสัย องค์อินทรามอบหอกทองคำให้ผู้ชนะ

“ลูกทำให้พ่อแปลกใจมาก มาคี”

คามินแสดงความเคารพแล้วคุกเข่ารับหอกทองคำ จากองค์อินทราซึ่งเห็นสายตาคนรับแล้วถึงกับชะงัก ชายหนุ่มคำนับพระองค์อีกครั้ง ก่อนจะรีบถอยออกไป สินธรถอนใจโล่งอก รีบตามเขาไปติดๆ วิฑูรขยับเข้าไปหาองค์อินทรา ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด พระองค์ยกมือห้ามไว้

“เรารู้ว่าท่านคิดอะไร”

ooooooo

คามินเดินถือหอกทองคำเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบโดยมีสินธรตามติด เขาส่งหอกให้คนสนิทถือไว้ ก่อนจะถามว่าได้ข่าวของเจ้าชายมาคีหรือยัง สินธรรับคำแล้วส่งกระดาษโน้ตให้

“เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นกลับมาไม่ทันงานฉลองแน่ ส่วนนายคอยอยู่รับหน้าที่นี่”

เสียงสุเทษร้องเรียกไว้ทำให้ทั้งคู่ชะงัก “ช้าก่อนฝ่าบาท กระหม่อมยังข้องใจในผลการประลอง เลยอยากจะมาขอพิสูจน์อีกครั้ง” ไม่พูดเปล่า สุเทษจู่โจมคามินที่ไม่มีอาวุธ แบบไม่ให้ทันตั้งตัว เขาได้แต่หลบหลีก ปัดป้อง แต่สุดท้ายถูกปลายหอกของสุเทษเกี่ยวหน้ากากหลุด เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

“ที่แท้เป็นท่านราชองครักษ์คามิน”

องค์อินทราตามเข้ามาสีหน้าเคร่งเครียด “ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะกล้าทำแบบนี้ คามิน”...

ครู่ต่อมา คามินและสินธรถูกนำตัวไปที่วังรายาเพื่อชำระความ ด้วยความจงรักภักดีต่อเจ้าชายรัชทายาท คามินขอรับผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ยอมพูดถึงสาเหตุที่ต้องปลอมตัวเข้าประลองยุทธ์แทน เพราะเจ้าชายมาคีแอบหนีไปหาสาว และไม่ยอมเปิดปากบอกว่าตอนนี้เจ้าชายมาคีอยู่ที่ไหน หนำซ้ำยังขอความเมตตาจากองค์อินทรา ถ้าหากเจ้าชายมาคีกลับมาแล้ว ขอพระองค์อภัยให้เจ้าชายด้วย

องค์อินทราถามย้ำให้บอกที่ซ่อนตัวของเจ้าชายมาคี คามินยังคงปิดปากเงียบ พระองค์โกรธมากสั่งให้ทหารนำตัวเขาไปที่ลานลงทัณฑ์ สินธรทนไม่ไหวชิงบอกที่อยู่ของเจ้าชายมาคีให้พระองค์ทราบเสียก่อน...

ทันทีที่ทราบที่อยู่ของเจ้าชายมาคี องค์อินทราไปตามด้วยพระองค์เอง เห็นเขากำลังคลอเคลีย สวีตหวานอยู่กับกรรณิการ์นักร้องสาวสุดเซ็กซี่ในบ่อน้ำพุร้อนสองต่อสอง โกรธควันแทบออกหู

“มาคี นี่หรือสิ่งที่เจ้าชายรัชทายาทของรายาพึงกระทำ ช่างน่าละอายนัก”

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ณ โรงแรมหรูกลางกรุงเทพฯ มัทนา ไฮโซสาวสวยแสบได้โล่ ลูกสาวคนเดียวของมหาเศรษฐี ธรรมรัตน์กับ ม.จ.หญิงมาณวิกา หรือ ท่านหญิงมาณวิกา เกียรติกำจร กำลังมาถ่ายแบบให้นิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งซึ่งมีวิกกี้เป็นบรรณาธิการ มัทนาสวมชุดไทยประยุกต์สวยงามจนทีมงานพากันตะลึง

วิกกี้สอนให้มัทนาโพสท่า แต่ภาพถ่ายออกมาแข็งทื่อใช้ไม่ได้ เธอจึงขอโพสท่าในแบบของตัวเองจะได้เป็นธรรมชาติอย่างที่วิกกี้ต้องการ แต่ละท่าที่มัทนาโพส เล่นเอาตากล้องกับทีมงานอ้าปากค้างตกตะลึงในความแก่นกะโหลกและทะเล้นสุดๆของเธอ มินตราซึ่งเป็นทั้งลูกบุญธรรมของท่านหญิงมาณวิกาและเป็นพี่เลี้ยงของมัทนาถึงกับกุมขมับ

“ขออนุญาตพักสักครู่นะคะคุณวิกกี้” มินตราว่าแล้วดึงมัทนาออกมาย้ำเตือนถึงสาเหตุที่ต้องมาถ่ายแฟชั่นครั้งนี้ก็เพราะท่านแม่ของเธอต้องการให้เธอสร้างภาพกุลสตรีเพื่อลบล้างความผิดที่เอาน้ำสาดหน้าเสี่ยพัฒนา จอมหลีในงานเลี้ยงเมื่ออาทิตย์ที่แล้วจนอับอายขายหน้าคนทั้งเมือง

“แล้วคุณมัทก็คงทราบนะคะว่าถ้าคุณท่านเห็นภาพเซตเมื่อครู่นี้จะเกิดอะไรขึ้น”

มัทนาจำต้องทำตัวว่านอนสอนง่ายเพื่อให้การถ่ายแบบดำเนินต่อไปได้ วิกกี้ได้ทีแอบเม้าท์อวดให้กะเทยผู้ช่วยของตัวเองฟังว่า ในที่สุดมัทนาก็ไม่กล้าออกฤทธิ์มาก เพราะเกรงใจตน ไม่อย่างนั้นแม่ของเธอคงไม่มาขอลัดคิวถ่ายปกลูกสาวตัวเองเพื่อปิดข่าวฉาว

“แต่นางสวยเจิดจริงๆนะเจ๊ มิน่าถึงเป็นเซเลบที่มาแรงที่สุด”

“แรงเพราะขยันสร้างข่าวมากกว่า แว่วว่าราชสกุลตัดหางปล่อยวัดนางแล้ว” สิ้นเสียงเม้าท์ การถ่ายแบบเซตแรกเสร็จพอดี สีหน้าแดกดันของวิกกี้เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นชื่นชมตบมือให้มัทนา

“ตกลงเหลือถ่ายกับเด็กอีกเซตหนึ่งใช่ไหม ไหนคะเด็กมาหรือยัง”

“คือเรามีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันน่ะค่ะ เซตนี้ขอเป็นถ่ายคู่กับนายแบบแทน”

มัทนาโวยวายลั่นเมื่อเห็นอัคนีปรากฏตัวพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ในมือให้ และแสดงตัวจะมาเป็นนายแบบถ่ายภาพร่วมกัน เธอไม่ยอมถ่ายแบบด้วย อ้างว่าอยู่นอกข้อตกลง วิกกี้จัดแจงหยิบมือถือขึ้นมาขู่จะโทร.รายงาน ท่านหญิงมาณวิกา เพราะท่านสั่งไว้ว่าถ้างานเรียบร้อยให้โทร.บอก เจอไม้นี้เข้าไป มัทนาสิ้นฤทธิ์ยอมเข้าฉากร่วมกับอัคนีแต่โดยดี...

ระหว่างถ่ายแบบร่วมกัน อัคนีคอยแต๊ะอั๋งมัทนาตลอด มีอยู่รูปหนึ่งเขาต้องโอบเธอจากด้านหลัง อัคนีกอดเอวมัทนาไว้แน่น เธอไม่พอใจสั่งให้เขยิบออกไปหน่อย

“ยืนไกลๆจะโอบคุณตามที่ตากล้องบอกได้อย่างไรล่ะครับ”

มัทนายิ้มร้าย ก่อนจะใช้ส้นสูงเหยียบไปบนเท้าของอัคนีแล้วขยี้อย่างสาแก่ใจ...

ขณะที่มัทนากำลังจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากถ่ายแบบเสร็จ โดยมีมินตราคอยตามประกบ เห็นอัคนียื่นซองใส่เงินให้วิกกี้ เป็นสินน้ำใจที่ช่วยให้เขาได้มาถ่ายแบบ มัทนาแค้นใจมาก คิดหาทางเอาคืน เห็นทีมงานถ่ายแบบกำลังเก็บข้าวของกันอยู่ พลันแผนร้ายผุดขึ้นมาในสมองของเธอ

ooooooo

หลังเปลี่ยนชุดเรียบร้อยมัทนากลับมาที่ห้องถ่ายแบบกับมินตราเห็นวิกกี้กับทีมงานกำลังหาเมมโมรี่การ์ดกันให้ควั่ก ได้ความว่ารูปทั้งหมดอยู่ในนั้น ถ้าหาไม่เจอต้องถ่ายกันใหม่ยกเซต มีหวังโดนไล่ออกแน่นอน มัทนายิ้มสะใจ มินตรามองเธออย่างรู้ทัน

“วุ่นวายกันใหญ่แล้ว คืนเขาไปเถอะคุณมัท”

“มัทบอกแล้วไงคะว่าคนปลิ้นปล้อนต้องได้รับบทเรียน” มัทนาพูดจบ หักเมมโมรี่การ์ดทิ้งถังขยะ แล้วเดินอย่างสบายอารมณ์ออกไป มินตรามองตามหนักใจ...

ลุงเพิ่มคนขับรถของบ้านเกียรติกำจรเห็นคุณหนูกับมินตราออกมาจากโรงแรม รีบเปิดประตูรถรอ จังหวะนั้น อัคนีขับรถสปอร์ตป้ายแดงมาจอดตรงหน้า ลงมาเชิญชวนมัทนาช่วยเป็นเกียรติขึ้นนั่งที่เบาะข้างคนขับเป็นคนแรกได้ไหม มินตรายังไม่ทันจะอ้าปากปฏิเสธ มัทนาชิงรับคำเสียก่อน แล้วก้าวฉับๆไปนั่งเบาะคนขับหน้าตาเฉยก่อนจะหันไปบอกอัคนีให้รีบขึ้นรถ ชักช้าเธออาจเปลี่ยนใจได้

อัคนีทำตามอย่างว่าง่าย มัทนาหยิบแว่นดำขึ้นมาสวม แล้วเหยียบคันเร่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เขาถึงกับผงะตัวติดพนักเบาะ ส่วนมินตรารีบวิ่งไปขึ้นรถตู้ สั่งให้ลุงเพิ่มขับตาม...

ไม่นานนัก มัทนาขับรถมาจอดหน้าบึงน้ำอันกว้างใหญ่ อัคนียังนั่งตาค้างเพราะเธอขับรถเร็วราวกับอยู่ใสนามแข่งรถสูตร 1 พอเขาตั้งสติได้ ถามว่าจะพามาดินเนอร์ริมบึงหรือ หญิงสาวส่งยิ้มหวานเพื่อให้เขาตายใจเดินตามไปยังริมบึง ก่อนจะส่งเสียงเรียกพนักงานให้มาจัดการกับอัคนี

เหล่าพนักงานพยักหน้ารับคำ คว้าอุปกรณ์เล่นสกีมาสวมให้อัคนี อึดใจทั้งคู่ลงไปอยู่ในบึงถูกสายเคเบิลจากเรือดึงไปช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ อัคนีร้องลั่นด้วยความตกใจ มัทนามองเขาแล้วหัวเราะชอบใจ ก่อนจะโชว์ลีลาสกีน้ำผาดโผนราวกับมืออาชีพ...

ขณะมัทนาสะใจสุดๆที่ได้เอาคืนอัคนีอยู่ที่บึงน้ำชานกรุงเทพฯ องค์อินทราซึ่งอยู่ในประเทศรายากำลังเล่นงานเจ้าชายมาคีที่หนีการประลองไปเสวยสุขอยู่กับผู้หญิง แทนที่จะสำนึกผิด เขากลับบอกว่าพระองค์น่าจะพอใจที่คามินไปแทนเขา แล้วประลองชนะ ชาวรายาคิดว่าเป็นเขาที่เป็นสุดยอดนักรบแห่งรายา ทำให้พวกนั้นศรัทธาในตัวเขาเพิ่มขึ้นอย่างที่พระองค์ต้องการ เท่ากับสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย

“เราไม่นึกเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากรัชทายาทแห่งรายา เจ้าทิ้งความรับผิดชอบหลอกลวงทุกคนแล้วยังคิดเอาดีใส่ตัวโดยไม่มีความละอายสักนิด...เอาตัวมาคีออกไป เราจะลงโทษตามกฎด้วยตัวเราเอง”
ทั้งสาวิตรี นายพลวิฑูร เทวีและหฤทัยพยายามช่วยกันขอร้องให้องค์อินทราละเว้นโทษ แต่พระองค์ยืนกราน ใครทำผิดต้องได้รับโทษทัณฑ์ไม่มีข้อยกเว้น

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ลานลงทัณฑ์ เจ้าชายมาคีถูกมัดไว้กับหลัก โดยมีองค์อินทราถือแส้เข้ามายืนด้านหลัง แล้วฟาดสุดแรง ก่อนแส้จะโดนตัวเจ้าชายมาคี คามินวิ่งเข้ามาเอาหลังตัวเองรับแทน ถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ร้องสักแอะ

“เกล้ากระหม่อมเป็นองครักษ์ประจำตัว แต่ปล่อยให้เจ้าชายหนีออกจากวังไปได้ ทั้งหมดเป็นความผิดของเกล้ากระหม่อมเอง ทรงลงโทษเกล้ากระหม่อมแทนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

สาวิตรียุส่งให้องค์อินทราเล่นงานคามินฐานให้ท้าย ลำพังลูกของเราไม่กล้าทำแบบนี้แน่นอน องค์อินทราสั่งให้เธอหยุดหาความเขาได้แล้ว ลูกของเราเป็นคนก่อเรื่องก็ต้องรับโทษในสิ่งที่ตัวเองกระทำ แล้วสั่งให้คามินหลีกไป เขาไม่ขยับไปไหน ยินดีรับโทษแต่เพียงผู้เดียว โภคินเข้ามาดึงคามินออก เจ้าชายมาคีมองราชองครักษ์ผู้ภักดีด้วยความซาบซึ้งใจ องค์อินทราเงื้อแส้ขึ้นอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะฟาดใส่ลูก ก็เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน...

ในขณะที่เกิดเหตุวุ่นๆที่วังรายา ภายในบ้านเกียรติกำจรที่กรุงเทพฯก็วุ่นไม่แพ้กัน เมื่อท่านหญิงเกยูรพี่สาวของท่านหญิงมาณวิกาเอาไอแพดยื่นให้น้องสาวซึ่งรีบออกตัวว่าใช้เครื่องพวกนี้ไม่เป็น

“เธอถึงได้ตามลูกเธอไม่ทันไง เอ้าดูดีๆ ดูให้เต็มตาว่ามัทนาไปก่อเรื่องอะไร”

“คราวนี้มัทนาเซเลบสาวไฮโซเล่นแรงจนหนุ่มฮอตลูกนักธุรกิจใหญ่ ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล อย่างนี้หนุ่มๆที่ต่อแถวรอจีบ คงต้องคิดหนัก” ท่านหญิงมาณวิกาอ่านจบ มองภาพอัคนีที่นอนเดี้ยงอยู่บนเปลหาม “เป็นไปไม่ได้เพคะ วันนี้ลูกมัทไปถ่ายปกนิตยสาร ต้องมีคนกลั่นแกล้งแน่ๆ”

ท่านหญิงเกยูรเลื่อนภาพต่อไปให้ดู เป็นภาพมัทนายืนกอดอก มีมินตราทำท่าตกใจมองอัคนีอยู่ข้างๆ แล้วแตะให้ภาพขยายหน้ามัทนาเต็มจอ ถามว่าเห็นชัดไหม หรือจะบอกว่ามัทนามีพี่น้องฝาแฝด

“ถามจริงๆเมื่อไหร่ลูกสาวเธอจะเลิกสร้างข่าวที่มันแย่ๆแบบนี้สักที ฉันขี้เกียจจะตอบคำถามใครๆเต็มทีแล้ว บอกตรงๆฉันเป็นหนังหน้าไฟให้เธอตลอดไปไม่ไหว ลืมแล้วหรือว่ากว่าฉันจะทูลให้เสด็จพ่อกับหม่อมแม่หายกริ้วตอนเธอแต่งงาน ก็เลือดตาแทบกระเด็น ที่ฉันพูดไม่ได้ต้องการจะทวงบุญคุณ แต่ฉันอยากให้เธอทำอะไรสักอย่าง อย่าให้สายสกุลของเราต้องมัวหมองไปมากกว่านี้” ท่านหญิงเกยูรเสียงเข้ม...

มัทนาถูกแม่เล่นงานทันทีที่กลับถึงบ้าน มินตราพลอยถูกหางเลขไปด้วย ฐานไม่คอยเตือนสติ ปล่อยให้เธอทำอะไรแผลงๆอยู่ตลอดเวลา มัทนาขอร้องแม่อย่าไปโทษมินตรา เพราะคนที่ผิดคืออัคนีจอมเว่อร์กับยัยวิกกี้นั่นต่างหาก ท่านหญิงมาณวิกาโกรธจัด

“เกิดเรื่องขนาดนี้แล้ว ยังไม่สำนึก แม่จะไม่อดทนกับลูกอีกต่อไปแล้ว”

ooooooo

สินธรเอายาทาแผลโดนแส้ที่หลังให้คามิน พร้อมกับขอโทษไปด้วยที่เปิดเผยความลับของเจ้าชายมาคีให้องค์อินทรารับทราบ เขารู้ดีว่าเรื่องของเจ้าชายสำคัญเท่าชีวิต แต่คราวนี้พระองค์ทำเกินกว่าเหตุคามินแทบจะทำทุกอย่างเพื่อพระองค์อยู่แล้ว ยังต้องมารับโทษแทนอีก แบบนี้มันไม่ยุติธรรม

“สินธรอย่าพูดอย่างนี้อีก ราชองครักษ์มีหน้าที่พิทักษ์ราชบัลลังก์และยังต้องรักษาพระเกียรติของราชวงศ์ยิ่งชีวิต โดยไม่มีข้ออ้างใดๆทั้งสิ้น”

จังหวะนั้น เจ้าชายมาคีเข้ามาในห้อง สองหนุ่มลุกขึ้นทำความเคารพ สินธรรู้งานรีบออกไปรอข้างนอก เจ้าชายเห็นคามินต้องมาเจ็บตัวเพราะพระองค์ อาสาจะทายาให้ ทีแรกเขาไม่บังอาจให้พระองค์ลดตัวมาทำให้ แต่เจ้าชายยืนกรานจะทายาให้ได้ เขาจึงต้องทำตาม ระหว่างที่ทายาให้ พระองค์ไม่ลืมขอบใจเขาที่ช่วยปกป้องพระองค์ คามินถือเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำอยู่แล้ว

“เสียงเย็นแบบนี้ แสดงว่ายังไม่หายโกรธเรา...เราขอโทษ”

คามินไม่ได้โกรธเรื่องนั้น แต่โกรธที่เจ้าชายมาคีหนีออกจากวังโดยไม่มีองครักษ์คุ้มกัน ซึ่งอันตรายมากๆ ต่อจากนี้ไปพระองค์ไม่ควรทำแบบนี้อีก เจ้าชายมาคีทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างเซ็งจัด

“เราโดนเสด็จพ่อต่อว่ามากพอแล้ว อย่าต่อว่าอะไรเราอีกเลยน่า”...

องค์อินทราอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ความดันพระโลหิตกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ วิฑูรสบช่องเสนอแนะว่าถ้าอยากให้เจ้าชายมาคีโตเป็นผู้ใหญ่ ควรจะให้อภิเษกสมรส สาวิตรีเห็นด้วย

“ใช่แล้วเพคะ ถ้ามาคีมีชายาที่น่ารักอ่อนหวานอย่างหฤทัยก็คงไม่ไปเหลวแหลกกับใครอย่างที่แล้วมา”

องค์อินทรายังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ วิฑูรอยากให้ลูกสาวตัวเองได้เป็นชายาเพื่อที่เขาจะได้มีอำนาจมากขึ้น ยุส่งให้รีบตัดสินใจ เพราะตอนนี้ข่าวลือเรื่องเสียหายของเจ้าชายเริ่มแพร่ออกไปมากขึ้นทุกที หากไม่รีบแก้ไข อาจส่งผลร้ายต่อราชบัลลังก์ องค์อินทราบอกเสียงเข้มว่าในเมื่อเขารู้อย่างนี้แล้วก็ควรจะรีบไประงับข่าวลือ ทั้งคู่สบตากัน ต่างรู้แก่ใจดีว่าไม่ชอบหน้ากันอย่างแรง ในที่สุดวิฑูรเป็นฝ่ายหลบสายตา

โภคินเข้ามารายงานองค์อินทราว่าคามินมารอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอก สาวิตรีไม่พอใจที่เขายังกล้ามาเสนอหน้า สั่งให้โภคินไปแจ้งว่าพระองค์บรรทมแล้ว องค์อินทราสวนขึ้นทันที

“ให้เข้ามาได้...น้องกับท่านนายพลก็ไปพักผ่อนเถอะ ดึกมากแล้ว”

ถูกไล่ทางอ้อม สาวิตรีกับวิฑูรจำต้องออกจากห้อง เจอคามินยืนเตร่อยู่ด้านนอก เธอปรี่เข้าไปต่อว่าที่เขาเป็นตัวการทำให้องค์อินทราประชวร แล้วยังมีหน้ามาเฝ้าอีก เขาทูลว่าเจ้าชายมาคีเป็นห่วงองค์อินทรา จึงส่งเขามาดูอาการ สาวิตรีหาว่าเขายกเจ้าชายมาอ้าง แท้จริงแล้วตัวเองต้องการมาเฝ้าองค์อินทราเพื่อจะเอาหน้า

“คามิน ฉายาองครักษ์เงาที่ได้มา คงทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดมากสินะ ถึงทำทุกวิถีทางที่จะเป็นตัวจริงให้ได้”

“ผมไม่รู้ว่าท่านนายพลหมายความว่ายังไง เพราะผมไม่เคยหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เหมือนบางคน”

วิฑูรไม่พอใจที่ถูกคามินตอกกลับ เตือนว่าอย่ากำแหงเกินไปนัก เหนือฟ้ายังมีฟ้า แล้วผละจากไป โภคินออกมาเชิญคามินเข้าไปพบองค์อินทราได้แล้ว ทันทีที่เจอพระองค์ คามินคุกเข่าขออภัยที่ทำให้ประชวร

“ใช่เจ้าผิดมาก เราถึงต้องการให้เจ้าทำคุณไถ่โทษ เราต้องการให้เจ้าไปเมืองไทย”

ooooooo

มัทนาถูกทำโทษด้วยการให้นั่งคุกเข่าต่อหน้าอัฐิบรรพบุรุษที่ตั้งอยู่ในห้องพระ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเที่ยงวัน แต่เธอคุกเข่าได้แค่ถึงเช้า เริ่มง่วงทนไม่ไหวเอนตัวลงนอน ยังไม่ทันจะถึงพื้น ท่านหญิงมาณวิกาเปิดประตูผลัวะเข้ามา มัทนาเด้งพรวดขึ้นมานั่งท่าเดิม แก้ตัวว่าแค่ก้มไปดูว่ามีมดที่พื้นหรือเปล่า

“มัทนา ที่แม่สั่งทำโทษไม่ได้ทำให้ลูกสำนึกผิดเลยใช่ไหม ได้ งั้นนั่งอยู่อย่างนี้จนตะวันตกดินก็แล้วกัน” ท่านหญิงมาณวิกาพูดจบขยับจะไป มัทนาจะลุกตามแต่เหน็บกินขา ต้องทรุดตัวลงนั่งแบะกับพื้น มินตราขอร้องให้ท่านหญิงยกเลิกการลงโทษ ท่านเองก็สงสารลูกเช่นกันแต่แกล้งวางฟอร์มนิ่งเฉย

“คุณแม่ขา มัทสำนึกผิดแล้ว คุณแม่อย่าโกรธนะคะ มัทจะไม่ทำอีก มัทไปได้แล้วใช่ไหมคะ” มัทนาเห็นแม่พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต รีบถอนสายบัวให้ท่านอย่างสวยงาม หันไปชวนมินตราไปหาพ่อที่นิคมอุตสาหกรรม ท่านหญิงมาณวิกาไม่อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น ต้องถูกกักบริเวณจนกว่าจะถึงงานวันเกิด...

ระหว่างที่ธรรมรัตน์กำลังตรวจดูรอบๆนิคมอุตสาหกรรมอันใหญ่โตกว้างขวางของตัวเอง โดยมีเหมันต์คอยตามรับคำสั่ง องค์อินทราโทร.ทางไกลมาทวงสัญญาที่เคยทำกันไว้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เขาถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปสั่งให้เหมันต์ไปบอกนายชูด้วยว่าตนจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้

ครู่ต่อมาธรรมรัตน์มานั่งตรงหน้าท่านหญิงมาณวิกา แจ้งเรื่องที่องค์อินทราโทร.มาทวงสัญญาให้ทราบ เธอแปลกใจว่าทำไมเขาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน

“ผมไม่กล้า อีกอย่างหนึ่ง ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ก็ไม่ได้รับสั่งถึงเรื่องนี้อีก ผมเลยไม่คิดว่าองค์ราชาจะทรงยึดถือสัญญานั่นเป็นจริงเป็นจัง ลูกมัทเนี่ยนะ ราชินีของประเทศรายา ผมวาดภาพไม่ออกเลย ถ้าไปเป็นหัวหน้าม็อบยังจะเป็นไปได้มากกว่า” ธรรมรัตน์ถอนใจหนักใจ ขอให้ท่านหญิงมาณวิกาช่วยกันคิดทีว่าจะปฏิเสธทางโน้นอย่างไร องค์อินทรากำลังจะส่งเจ้าชายมาดูตัวลูกของเราแล้ว มัทนามาทันได้ยินพอดี ถึงกับหยุดกึก

“คุณไปถวายสัญญากับองค์ราชาแห่งรายาว่าจะยกลูกสาวให้เป็นคู่อภิเษกของเจ้าชายรัชทายาท แล้วจะกลับคำเนี่ยนะ คุณรู้ไหมว่าคำสัญญาที่ถวายต่อพระเจ้าแผ่นดิน มันคือคำสัตย์สาบาน จะบิดพลิ้วไม่ได้”

“ตาย...คราวนี้ผมต้องตายแน่ๆ แล้วเราจะพูดกับลูกยังไง”

“ไม่ต้องพูดหรอกค่ะ มัทได้ยินหมดแล้ว ช่วยไปทูลเจ้าชายด้วยนะคะว่ามัทยินดีจะอภิเษกด้วยแต่มีข้อแม้ เจ้าชายต้องไปปราบอสูรในป่าให้สำเร็จก่อน...ฮ่าๆๆๆๆ ไงคะ อึ้งไปเลย คิดจะหลอกมัทไม่สำเร็จหรอก มัทรู้ทันมุกคุณพ่อน่า เราสองคนมันคอหอยกับลูกกระเดือก” มัทนาเข้าไปประจบพ่อชูมือจะให้ตีมือด้วย แต่ท่านเฉย

“เลิกเล่นได้แล้ว นั่งลงมัทนา เราต้องคุยกันเป็นจริงเป็นจังสักที” ท่านหญิงมาณวิกาสั่งเสียงเฉียบ สามคนพ่อแม่ลูกมัวแต่คุยกัน ไม่ทันสังเกตเห็นมินตราแอบฟังอยู่

ooooooo

เจ้าชายมาคีโล่งอกเมื่อคามินกลับมารายงานว่าเสด็จพ่อไม่เป็นอะไรมาก เขาเตือนเจ้าชายว่าองค์อินทราอายุมากแล้ว ถึงเวลาที่ท่านต้องเลิกเที่ยวเตร่ แล้วมาช่วยพระองค์ทำงานบ้าง เจ้าชายมาคีอิดออด ในเมื่อเสด็จพ่อมีคามินกับวิฑูรคอยช่วยอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ทำงานก็คงไม่เป็นอะไร แล้วเปิดรูปกรรณิการ์จากไอโฟนให้ดู

“นายคงรู้จักกรรณิการ์ นักร้องวงรายาซิมโฟนี สวย น่ารัก พูดเพราะอ่อนหวาน เราคิดว่าเรารักเธอ”

ชวาลมหาดเล็กคนสนิทของเจ้าชายมาคี พูดขึ้นลอยๆว่ารายที่แล้ว เจ้าชายก็รับสั่งแบบนี้ไม่มีผิดเพี้ยน ท่านหันมาตวาดว่าใครถาม ชวาลรีบถอยกรูดออกไป คามินฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เหมาะจะเป็นราชินีแห่งรายา

“นายกำลังจะบอกว่าหฤทัยเหมาะที่สุดงั้นสิ ถามจริงนายอยากเห็นเราแต่งงานกับนกแก้วหรือ”

“นกแก้วก็สีสวยน่ารักดีไม่ใช่หรือกระหม่อม” คามินอดขำไม่ได้

“น่ารำคาญมากกว่า พูดแต่สิ่งที่คนอื่นบอกให้พูด ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เราสาบานเลยว่าหฤทัยไม่มีวันได้สวมกุณฑลข้างนี้ของเรา” เจ้าชายมาคีพูดจบ จับตุ้มหูข้างซ้ายของตัวเอง

“เช่นนั้นกระหม่อมขอสัญญาจากฝ่าบาท ทรงเก็บพระกุณฑลเอาไว้ก่อน อย่าประทานให้ผู้หญิงคนไหนจนกว่ากระหม่อนจะกลับมาและระหว่างที่กระหม่อมไม่อยู่ จะไม่ทรงออกนอกเขตพระราชฐานโดยพลการ”

แม้เจ้าชายมาคีจะให้คำมั่นสัญญาแข็งขัน แต่คามินก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี...

ก่อนจะไปทำตามบัญชาขององค์อินทรา คามินแวะไปที่หมู่บ้านชายแดนรายา เพื่อช่วยฐากูรกับพวกชาวบ้านทำฝายกั้นน้ำตามที่เคยรับปากเอาไว้ ฐากูรขอบคุณเขามากที่อุตส่าห์เดินทางมาดูแลพวกตนถึง

ชายแดนทุรกันดาร คามินว่าเป็นเพราะพระราชดำริขององค์ อินทราที่ต้องการให้ทุกคนในแผ่นดินรายาอยู่อย่างมีความสุขต่างหาก ชาวบ้านโห่ร้องสรรเสริญในพระเมตตาของพระองค์กันอย่างกึกก้อง...

ขณะที่คามินเตรียมเดินทางมาเมืองไทย ธรรมรัตน์เล่าประวัติคร่าวๆของตนเองกับองค์อินทราให้ลูกเมียฟังว่าเราสองคนสนิทกันราวกับพี่น้อง ตั้งแต่เมื่อครั้งพระองค์มาเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย นอกจากนี้พระองค์ยังเคยช่วยเหลือให้เงินลงทุนก้อนแรกมาทำธุรกิจจนกลายเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างทุกวันนี้

“แล้วก็เลยสัญญากันว่าถ้ามีลูกจะให้แต่งงานกัน นี่มันนิยายโรมานซ์โบราณชัดๆ ไม่รู้ล่ะมัทไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกินไปแล้ว มัทบอกคุณพ่อไว้ตรงนี้

เลยว่า ถึงจะเอาไปฆ่า มัทก็ไม่แต่งงานกับเจ้าชายรัชทายาท”

“แต่แม่ตัดสินใจแล้ว ลูกต้องแต่ง หมดเวลาเที่ยวเล่น ทำเรื่องไร้สาระแล้ว ลูกต้องทำหน้าที่ในฐานะสายเลือดของราชสกุล พรหมเทพ อย่างเต็มที่เสียที” ท่านหญิงมาณวิกาสั่งเสียงเฉียบ

ooooooo

หัวเด็ดตีนขาด มัทนาไม่ยอมให้ถูกจับคลุมถุงชน จึงแอบหนีออกจากบ้านเตรียมจะเดินทางไปฮ่องกง โดยหลอกเหมันต์ว่าจะไปซื้อกระเป๋าถือมาขอโทษแม่ที่ทำตัวไม่ดีให้ท่านต้องกลุ้มใจ เขาหลงเชื่อช่วยจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้เสร็จสรรพ มัทนากลัวความแตกให้เหมันต์สาบานจะไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ เขารับปากแข็งขัน

“น่ารักมาก จำไว้ พี่เหมันต์เป็นคนที่มัทไว้ใจที่สุดในโลก ขอบคุณนะคะ” มัทนาบีบมือเหมันต์ แล้วตรงไปยังประตูทางเข้าเพื่อจะไปขึ้นเครื่องบิน เอาตั๋วเครื่องบินสอดไว้ในพาสปอร์ต พอเงยหน้ามองอีกทีต้องหยุดกึกเมื่อเห็นท่านหญิงเกยูรกับท่านชายจุฑาทิพย์กำลังนั่งรอเช็กตั๋วเครื่องบิน เธอหันมามองพอดี รีบสะกิดให้เขาดู

มัทนาก้มหน้างุดๆรีบถอยออกจากตรงนั้นชนเข้ากับคามินที่เดินคุยโทรศัพท์อยู่ ตั๋วเครื่องบินหล่นพื้นโดยไม่รู้ตัว เธอคิดว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขอโทษเป็นภาษาอังกฤษ รีบเก็บพาสปอร์ตใส่กระเป๋าแล้วชิ่งหนี

ท่านหญิงเกยูรกับท่านชายจุฑาทิพย์เห็นหลังมัทนาไวๆ ก็ส่งเสียงเรียกแต่เธอไม่ยอมหัน ท่านชายสรุปว่าไม่น่าจะใช่หลานเรา ท่านหญิงกลับมั่นใจว่าใช่ เพียงแต่เธอจงใจหลบหน้า เพราะกลัวจะโดนอบรมเรื่องที่เป็นข่าววันก่อน

“รอตรงนี้ก่อนเพคะ หม่อมฉันจะไปคว้าตัวมาให้ได้” ท่านหญิงเกยูรเดินตามมัทนาไปอย่างรวดเร็ว คามินเห็นตั๋วเครื่องบินตกอยู่ หยิบขึ้นมาดู มีชื่อ “มัทนา เกียรติกำจร” ปรากฏอยู่ถึงกับชะงัก พลันเหตุการณ์ตอนที่พูดคุยกับองค์อินทราและโภคินเมื่อคืนผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเขา

ตอนนั้นพระองค์ต้องการให้เขาไปพบมัทนาซึ่งจะเป็นเจ้าสาวของเจ้าชายมาคีและจะเป็นราชินีของรายาในอนาคต พระองค์ไม่ต้องการให้เจ้าชายอภิเษกกับหฤทัย เพราะนั่นจะทำให้วิฑูรซึ่งมีศักดิ์เป็นพระเชษฐาของสาวิตรี มีอำนาจเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อเจ้าชายมาคีขึ้นครองราชย์ ก็คงเป็นได้แค่หุ่นเชิดให้เขาเท่านั้น

“ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุดต่อแผ่นดินรายา มีเพียงวิธีเดียวที่จะคานอำนาจของวิฑูรได้” องค์อินทราพยักหน้าให้โภคินไปเอาหีบใบเล็กจากโต๊ะทรงงานมาให้ แล้วหยิบตราราชวงศ์ออกมา “ตรานี้เป็นเครื่องยืนยันว่าเจ้าได้รับมอบหมายจากเรา ราชาอินทรา ให้ไปทำภารกิจ สำคัญและเป็นความลับสุดยอดนั่นคือ ทำให้สตรีผู้นี้พร้อมที่จะเข้าพิธีอภิเษกกับมาคีอย่างเร็วที่สุด”

คามินตื่นจากภวังค์ รีบเดินตามเจ้าของตั๋วเครื่องบินทันที...

ทางฝ่ายมัทนาเพิ่งเห็นว่าตั๋วเครื่องบินหาย จะย้อนกลับไปค้นหา เห็นท่านป้าเกยูรเดินมาแต่ไกล แถมร้องเรียกเธออีกด้วย มัทนารีบเดินหนี ไม่ทันเห็นคามิน เร่งฝีเท้าตามไปติดๆ...

ในเวลาเดียวกัน ธรรมรัตน์ใจคอไม่ดีเมื่อเห็นลูกเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า คิดว่าลูกจะฆ่าตัวตายเพราะถูกตัวเองบังคับให้แต่งงาน จัดแจงจะแจ้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ส่งกำลังตำรวจออกตามหา

“ไม่ได้นะคะคุณ ทำแบบนั้นมันจะเป็นเรื่องใหญ่ ยัยมัทไม่ฆ่าตัวตายแน่เพียงแต่จะหนีไปอยู่ไหนเท่านั้น”

ooooooo

ในระหว่างที่เหมันต์กำลังจะเดินไปลานจอดรถของสนามบินสุวรรณภูมิ ธรรมรัตน์โทร.มาถามว่ามัทนาติดต่อมาหรือเปล่า เธอหนีออกจากบ้านไปเมื่อเช้า เขาถึงกับตาเหลือก

“หนี!...คงไม่มั้งครับ พรุ่งนี้ก็น่าจะกลับแล้ว อู๊บ...” เหมันต์รีบเอามือปิดปากไว้ ธรรมรัตน์สั่งการให้เขาส่งคนของเราปูพรมค้นหามัทนาให้ทั่ว ห้ามรถทัวร์ออกจากท่า และห้ามเครื่องบินทุกลำบินขึ้น ค่าเสียหายเท่าไหร่ไม่ว่าเขายินดีจ่ายให้ แต่ทุกอย่างต้องปิดเป็นความลับ เหมันต์รับคำหน้าเครียด...

อีกด้านหนึ่งของสนามบิน มัทนาหลบมุมอยู่ รอจนท่านป้าเกยูรเดินเลยไปแล้ว จึงชะโงกหน้ามองตามอย่างโล่งใจ คามินเข้ามาสะกิด ทักทายด้วยภาษาไทย หญิงสาวถึงกับร้องอ้าว ที่แท้ก็คนไทยนี่เอง

“ไม่ใช่ครับ แต่พูดไทยได้บ้าง นี่ของคุณใช่ไหมครับ” คามินคืนตั๋วเครื่องบินให้

มัทนาเหลือบเห็น รปภ.ของสนามบิน เดินกันวุ่นวายเหมือนตามหาใครอยู่ เธอรู้ทันทีว่าความแตก รีบกอดขอบคุณคามินเป็นการใหญ่ พอเห็น รปภ.ผ่านไปแล้ว เธอเด้งออกห่าง ท่านหญิงเกยูรย้อนกลับมาพอดี มัทนาโดดกอดคามินอีกครั้ง คราวนี้ซุกหน้ากับอกเขา พร้อมกับส่งเสียงออดอ้อน

“ช่วยฉันหน่อยนะคะ ฉันถูกพ่อตัวเองตามล่า พ่อบังคับให้แต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก เขาเป็นคนเลวมากมีเมียอยู่แล้วเป็นสิบ แล้วก็เป็นมาเฟียด้วย ฉันขอแค่ไปส่งฉันให้ถึงทางเข้าแค่นั้น นะคะ...นะ”

คามินโอบมัทนาไว้ทำประหนึ่งเป็นคนรัก พาเดินออกไป จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องน้ำหญิง เขาออกอุบายให้เธอเข้าไปหลบในนี้ก่อน อ้างว่าข้างหน้ามี รปภ. เขาจะไปดูทางหนีทีไล่ให้ ถ้าพวกนั้นไปหมดแล้วจะมาบอก แล้วกำชับไม่ให้ออกไปไหนจนกว่าเขาจะมา มัทนาหลงเชื่อเข้าไปรอในห้องน้ำอย่างว่าง่าย คามินรีบตรงไปยังกลุ่ม รปภ. เห็นเหมันต์ท่าทางเหมือนเป็นหัวหน้าก็เข้าไปถามว่ากำลังตามหาผู้หญิงที่ชื่อมัทนาอยู่ใช่ไหม...

ฝ่ายมัทนารออยู่พักใหญ่ไม่เห็นคามินกลับมาสักที ตัดสินใจออกจากห้องน้ำ จ๊ะเอ๋กับเหมันต์และ รปภ.ของสนามบินกลุ่มใหญ่...

ในเวลาเดียวกันที่ประเทศรายา ทั้งๆที่รับปากคามินเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่เจ้าชายมาคีก็อดใจไม่ไหวจะออกไปข้างนอกให้ได้ สินธรกับเหล่าองครักษ์ขวางไว้ไม่ยอมให้ไป จนเกิดต่อสู้กันขึ้น เจ้าชายมาคีสู้ไม่ได้จำต้องกลับเข้าวังอย่างโกรธจัด ทันทีที่ขัดขวางเจ้าชายมาคีสำเร็จ สินธรโทร.ทางไกลรายงานให้คามินทราบ เขาชมว่าทำดีมาก ไม่ว่าเจ้าชายมาคีจะอาละวาดอย่างไร ห้ามให้ออกจากวังเด็ดขาดจนกว่าเขาจะกลับ

หลังวางสายจากสินธร คามินดูประวัติรวมทั้งรูปภาพของคนในครอบครัวเกียรติกำจรจากในเน็ต และยังดูข่าวซุบซิบของมัทนาอีกด้วย ข่าวแจ้งว่าเธอจะจัดงานฉลองวันเกิดที่บ้าน เขาวางแผนจะไปสืบหาข้อมูลของเธอจากในงานนี้ จังหวะนั้นโภคินโทร.เข้ามือถือคามิน พอดี เขาจึงรายงานแผนการนี้ให้ทราบ

จากนั้นไม่นาน โภคินนำเรื่องนี้ไปรายงานให้องค์อินทรารับทราบอีกทอดหนึ่งว่า คามินยังไม่ได้ติดต่อกับธรรมรัตน์ เพราะอยากหาข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่หมายของเจ้าชายมาคี เกรงว่าถ้าทางนั้นรู้ตัวก่อนจะไม่ได้ความจริง และเขาจะรายงานกลับมาให้ทราบอีกครั้งหลังจากงานวันเกิดของมัทนา

ooooooo

งานวันเกิดของมัทนาจัดขึ้นที่ริมสระว่ายน้ำบ้านเกียรติกำจร แขกทยอยมาร่วมงานกันคับคั่ง ท่านหญิงมาณวิกาอนุญาตให้นิตยสารที่วิกกี้เป็น บก.มาเก็บภาพของลูกสาวไปขึ้นปก ชดเชยจากภาพที่สูญหายครั้งก่อน

งานนี้มีนักข่าวสายบันเทิงมากันแทบทุกสำนัก คามินแฝงตัวเข้างานโดยสวมรอยเป็นนักข่าว ได้ยินวิกกี้เม้าท์ถึงมัทนา แกล้งเข้าไปตีสนิทเพื่อหาข้อมูล แต่ข้อมูลที่เขาได้เป็นไปในทางไม่ค่อยจะดีนัก เพราะคนเล่ามีอคติ

การสนทนาระหว่างคามินกับวิกกี้ต้องสะดุด เมื่อพิธีกรบนเวทีประกาศว่าการแสดงสุดพิเศษจากเจ้าของงานคือ การรำลักษมีสีดา จะเริ่มขึ้นแล้ว ผู้คนตบมือกันเกรียว คามินยกกล้องเตรียมถ่ายรูป ตากล้องของงานเตรียมบันทึกภาพเพื่อส่งต่อไปที่ประเทศรายา

ทันใดนั้น เสียงดนตรีกลายเป็นเพลงแก้วหน้าม้า มัทนาร่ายรำท่าม้าย่องออกมากลางเวที แถมใส่ฟันปลอมแก้วหน้าม้าอีกต่างหาก เธออยากให้ภาพที่ส่งไปรายาดูอุบาทว์สุดๆ ล้อเล่นกับกล้องอย่างเมามัน เสียงหัวเราะขบขันดังสนั่น ท่านหญิงมาณวิกาอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี

“นี่หรือรำลักษมีสีดา ฉันจะเป็นลม” ท่านหญิงเกยูรควานหายาดมในกระเป๋าถือให้ควั่ก

“รำแก้วหน้าม้าต่างหาก ตลกดีนะ” ท่านชายจุฑาทิพย์หัวเราะชอบใจ

ขณะที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนาที่อยู่บนเวที มือปืนในคราบบริกรเดินแทรกผู้คนตรงไปหาธรรมรัตน์อย่างรวดเร็ว คามินสังเกตเห็นท่าทางมีพิรุธรีบเดินตาม ขณะมือปืนกำลังจะเหนี่ยวไก คามินโดดรวบตัวธรรมรัตน์หลบคมกระสุนได้ทัน เสียงปืนทำให้วงแตก ผู้คนวิ่งหลบกันจ้าละหวั่น มือปืนอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหนี โดยมีคามินวิ่งตาม ธรรมรัตน์เป็นห่วงลูกตะโกนสั่งการให้เหมันต์ไปคุ้มกันเธอด้วย แต่เธอหายตัวไปแล้ว...

มือปืนวิ่งออกจากบ้านโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่พรรคพวกติดเครื่องรออยู่ ก่อนจะทะยานออกไปราวกับพายุ คามินที่ไล่ตามมาติดๆ เห็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาจอดส่งคนพอดี ยื่นเงินดอลลาร์ให้ แล้วคว้ามอเตอร์ไซค์ซิ่ง ตามรถของมือปืน อึดใจ รถสปอร์ตหรูของมัทนาแล่นแซงมอเตอร์ไซค์ของคามินไปอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะที่รถของมือปืนเลี้ยวเข้าซอยกะทันหัน รถของมัทนาแล่นเลย ต้องเสียเวลากลับรถ

ในที่สุดคามินไล่ตามมือปืนทันและจัดการได้อย่างราบคาบ ขณะจะเข้าค้นตัวพวกนั้น มัทนาขับรถเข้ามาจอด คิดว่าคามินเป็นคนร้าย คว้าปืนเพ้นต์บอลจากในรถยิงใส่ทางด้านหลัง พร้อมกับสั่งให้ยกมือขึ้น

“เดี๋ยว คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ใช่...” คามินเห็นพวกมือปืนคว้ามอเตอร์ไซค์จะหนี ขยับจะตาม

มัทนาคิดว่าคามินจะหนีเข้าไปขวาง สองคนต่อสู้กัน แม้เธอจะมีวิชาเทควันโด แต่ก็สู้เขาไม่ได้ โดนล็อกตัวไว้ พอเธอเห็นหน้าเขาชัดๆ จำได้ว่าเป็นคนที่เจอในสนามบิน

“นายตั้งใจแกล้งทำเป็นมาช่วย ที่จริงนายจับตาดูฉันอยู่ นายต้องคิดร้ายกับครอบครัวฉันแน่”

รถตำรวจแล่นมาจอด โดยมีเหมันต์ขับรถตามมาสมทบ ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือลงมาล้อมกรอบไว้ สั่งให้ คามินปล่อยตัวประกันเดี๋ยวนี้ เขาจำต้องยกมือยอมจำนนด้วยความเซ็ง มัทนาแค้นใจถองคามินจนตัวงอ

“คนนี้ล่ะ คนร้าย คุณตำรวจจับไปเลยค่ะ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:21 น.