ข่าว

วิดีโอ



ล่ารักสุดขอบฟ้า

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-แอ็กชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศล

กำกับการแสดงโดย: ธีระศักดิ์ พรหมเงิน

ผลิตโดย: บริษัท มุมใหม่ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,พีชญา วัฒนามนตรี

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"


มัทนาในชุดนางกำนัลเข้ามาในตำหนักองค์สาวิตรีอย่างระแวดระวัง เห็นทหารยามหลายนายวิ่งตรงมาทางเธอ รีบยกชายผ้ามาปิดหน้าแกล้งไอ ทหารนายหนึ่งมาหยุดใกล้ๆ กวาดตาไปทั่วเหมือนมองหาใครบางคน

“ไปดูทางโน้น หาให้เจอไม่งั้นโทษหนักแน่” พูดจบเขาก็วิ่งนำทหารนายอื่นออกไป

หญิงสาวถอนใจโล่งอก จะเดินต่อแต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นชายกระโปรงโผล่ออกมาจากหลืบ คอยๆย่องไปดู องค์สาวิตรีซึ่งซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นเงื้อแจกันจะทุ่ม พอเห็นมัทนาก็เงื้อค้าง ต่างแปลกใจที่เห็นกันและกัน

“ทำไมประทับอยู่ตรงนี้เพคะ หม่อมฉันคิดว่าฝ่าบาทถูกวางยาจนไม่รู้องค์เสียอีก”

“เป็นอย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ พอได้สติเราก็เลยหนีออกมา”

มัทนาถึงบางอ้อทันที ที่ทหารตามหาใครบางคนเมื่อครู่นี้ก็คือพระองค์นั่นเอง แล้วเชิญพระองค์ให้รีบหนี องค์สาวิตรีไม่ยอมไปจนกว่าจะได้บอกความจริงเกี่ยวกับวิฑูรให้เจ้าชายมาคีทราบเสียก่อน

“เจ้าชายไม่ได้ประทับอยู่ในวังแล้วเพคะ”...

ในเวลาเดียวกัน ที่ลานประหาร พอเจ้าชายมาคีเห็นนักโทษที่วิฑูรอ้างว่าเป็นกบฏ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก สตรีและคนชรา รีบสั่งให้หยุดการประหารไว้ก่อน พระองค์จะขอสอบสวนพวกนี้ให้ได้ความจริงก่อน

“เกรงว่าจะไม่ได้เพราะทรงมีพระบัญชาไปแล้ว สุเทษเริ่มเลย” วิฑูรสั่งเสียงเหี้ยม...

ทางด้านมัทนาเห็นทหารยามยืนเฝ้าอยู่ตรงประตูวังด้านหลัง รีบพาองค์สาวิตรีไปหลบหลังพุ่มไม้ ให้รอจนกว่าเธอจะล่อทหารพวกนั้นไปแล้ว พระองค์ค่อยวิ่งออกไปข้างนอก อัคนีซึ่งตอนนี้เป็นพวกเดียวกับเราจะรอรับอยู่ แล้ววิ่งเอามือปิดปากเหมือนถูกตบมา ร้องโวยวายว่าถูกทำร้าย คนร้ายวิ่งหนีไปด้านโน้น พลางชี้ไปในทิศทางตรงกันข้ามที่จะให้องค์สาวิตรีหนี ทหารยามหลงเชื่อกรูกันไปทางนั้น มัทนากำลังจะพาพระองค์หนี แต่ทหารอีกนายหนึ่งโผล่มาเห็นเสียก่อน โวยวายลั่นว่าองค์สาวิตรีอยู่ตรงนี้ แล้วชักปืนขึ้นมาจะยิง

มัทนาคว้าของใกล้มือขว้างใส่ ก่อนจะโดดแย่งปืน พร้อมกับตะโกนบอกให้พระองค์หนีไปก่อน องค์สาวิตรีลังเลจะไปช่วยเธอดีหรือไม่ แต่สุดท้ายตัดสินใจวิ่งหนี สองคนยื้อแย่งปืนไปมาปืนเกิดลั่น มัทนาตีเข่าใส่เขาลงไปจุก แล้วจะวิ่งตามองค์สาวิตรี แต่ต้องชะงักเมื่อทหารกลุ่มใหญ่ขวางไว้โดยมีมินตราเล็งปืนใส่

อึดใจ องค์สาวิตรีวิ่งมาเจออัคนีกับมาลีซึ่งจอดรถรออยู่นอกวัง รีบบอกว่ามัทนายังอยู่ข้างใน อัคนีฝากมาลีคุ้มกันพระองค์ ส่วนเขาจะไปช่วยมัทนา ยังไม่ทันจะขยับไปไหน นายยักษ์ ดอนกับดำและอสิตเข้ามาล้อมทุกคนไว้

“ไอ้หนู ป๊าไม่คิดเลยว่าแกจะหักหลังพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองได้ นี่ถ้าป๊ายังไว้ใจแกไม่ยอมดูภาพวงจรปิด ก็คงไม่มีทางรู้ว่าแกร่วมมือกับไอ้คามิน”

“ป๊า ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อป๊านะ เจ้าชายคามินกำลังจะเข้ามายึดวังหลวงคืน ถ้าพระองค์ชนะ ป๊าจะกลายเป็นกบฏ” อัคนีกล่อมอย่างใจเย็น อสิตไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เจ้าชายคามินมีกำลังแค่หยิบมือเดียวจะทำอะไรได้ อัคนีจึงเล่าแผนการของพระองค์ที่ใช้ขนมเทศกาลจันทรคีตาเป็นเครื่องมือในการกอบกู้บัลลังก์ให้ฟัง

ooooooo

เจ้าชายคามินไม่ได้แค่แจกจ่ายขนมเทศกาลจันทรคีตาให้ชาวบ้านที่อยู่รอบๆเมืองหลวงเท่านั้น ยังให้ฐากูรเอาขนมมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่มามุงดูอยู่รอบลานประหารด้วย

“บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟอย่างนี้ ข้าไม่มีอารมณ์กินขนมนี่หรอก”

“กินหน่อยเถอะ บางทีเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ที่จะเสด็จลงมาช่วยดับไฟที่กำลังไหม้บ้านเมืองเราอยู่ก็ได้”

ชาวบ้านคนนั้นรับขนมไปหักครึ่งจะกิน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นกระดาษโน้ตเล็กๆอยู่ข้างใน หยิบขึ้นมาอ่านก็เข้าใจทันที ชวาลในคราบชาวบ้านมีผ้าโพกหน้ามารับขนมไปกินเช่นเดียวกับชายชาวบ้านอีกหลายคน ต่างมองมาที่ฐากูรพลางพยักหน้าอย่างรู้กัน...

ฝ่ายอสิตถึงกับอึ้งเมื่อรู้จากลูกชายสุดเลิฟว่าเจ้าชายคามินแอบส่งรหัสลับในขนมปลุกม็อบชาวบ้านมาช่วยกู้บัลลังก์ องค์สาวิตรีช่วยอัคนีกล่อมอสิตอีกแรงหนึ่งว่าเมื่อก่อนพระองค์ก็หลงผิดเช่นกัน แต่ตอนนี้

ตาสว่างแล้ว และถ้าเขากลับใจมาช่วย พระองค์ก็จะอภัยให้และจะมีรางวัลตอบแทนอย่างงาม เขาอยากได้อะไรก็ให้ว่ามา

“ขอแค่พลอยดำก้อนใหญ่ที่สุดในรายาก็พอ เห็นแก่มนุษยธรรม...เสด็จขึ้นรถเลยพ่ะย่ะค่ะ”

แม้อสิตจะเปลี่ยนข้าง แต่สมุนทั้งสามคนของเขาขออยู่ข้างวิฑูรซึ่งชนะชัวร์ดีกว่า ชักปืนจ่อเจ้านายตัวเอง แล้วสั่งให้วางอาวุธ มอบตัวองค์สาวิตรีคืนมา อสิตทำท่าจะวางปืนแต่กลับลั่นกระสุนใส่ไอ้พวกทรยศ กระสุนถูกดอนล้มคว่ำ ส่วนนายยักษ์กับดำโดดหลบทัน มาลีฉุดพระองค์ไปหลบหลังรถ อสิตสั่งให้ลูกหนีไป แล้วผลักเขาพ้นทางกระสุน นายยักษ์ยิงโต้ตอบถูกอสิตสองนัดซ้อนถึงกับผงะ แต่ยังกัดฟันยิงถูกดำตายตามดอนไปอีกคนหนึ่ง

อัคนีจำต้องพาองค์สาวิตรีกับมาลีหนีขึ้นรถ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่วายมองดูทางกระจกส่องหลัง เห็นป๊ากำลังปล้ำแย่งปืนกับนายยักษ์ พลางตะโกนไล่หลัง

“ไอ้หนู เอาพลอยดำมาให้ได้นะ ต้องก้อนใหญ่ที่สุดนะโว้ย” ขาดคำเขาถูกนายยักษ์ต่อยกระเด็น ก่อนจะวิ่งไล่ตามรถของอัคนี อสิตรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายคว้าปืนที่ตกอยู่ยิงนายยักษ์ตายคาที่ ส่วนตัวเองก็ล้มลงสิ้นใจ...

ขณะที่อสิตเอาชีวิตมาทิ้งที่รายา สุเทษลากหญิงชาวบ้านออกจากกลุ่มนักโทษมาไว้กลางลานประหาร ประกาศให้ชาวบ้านทุกคนดูเป็นเยี่ยงอย่าง ต่อไปใคร

ที่คิดคดทรยศต่อเจ้าชายรัชทายาทซึ่งกำลังจะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ จะต้องถูกประหารทั้งครอบครัว ไม่เว้นแม้แต่เด็ก ผัวของหญิงชาวบ้านร้องขอชีวิตให้เมียตัวเองอย่างน่าเวทนา สุเทษไม่สนใจ สั่งให้เพชฌฆาตยิง เจ้าชายมาคีลุกพรวดจะเข้าไปขวาง วิฑูรฉุดแขนเอาไว้

ก่อนลูกธนูจะเสียบอกหญิงชาวบ้าน มีอาวุธลับพุ่งมาตัดมันขาดเป็นสองท่อนกระเด็นไปคนละทิศละทาง ทุกคนหันมองไปยังที่มาของมัน เห็นเจ้าชายคามินยืนตระหง่านอยู่ ก่อนจะโดดลงมากลางลานประหาร

“เห็นไหมพ่ะย่ะค่ะว่ามันต้องมา” วิฑูรยิ้มสะใจ เจ้าชายคามินประจันหน้ากับเจ้าชายมาคีอย่างท้าทาย

“ชายชาตินักรบเขาไม่ฆ่าผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้หรอก”

วิฑูรส่งปืนให้เจ้าชายมาคี ยุให้จัดการศัตรูให้สิ้นซาก พระองค์ไม่กล้าทำ ได้แต่ยิงปืนขึ้นฟ้า วิฑูรไม่รอช้าหันไปพยักพเยิดให้สุเทษซึ่งรู้กัน ยกมือเป็นสัญญาณแล้วชี้ไปที่เจ้าชายคามิน พลซุ่มยิงลั่นกระสุนใส่ ทรุดลงทันที

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ธรรมรัตน์ เหมันต์และสินธรนำหน่วยจู่โจมจากเมืองไทยส่วนหนึ่งกระจายกำลังเข้ากระชับพื้นที่ภายในวังหลวง ปะทะกับทหารรายาที่ยังภักดีต่อวิฑูรอย่างดุเดือด ชาลีและทหารราชองครักษ์ของมาคี ยกกำลังมาจากอีกด้านหนึ่ง เจอกับสินธรและพวก ต่างฝ่ายต่างจ้องปืนใส่กัน

“หยุด ทิ้งปืน อย่าให้เราต้องฆ่าคนรายาด้วยกันเอง หมดเวลารับใช้คนทรยศแล้ว” สินธรประกาศกร้าว

“ผมมารับใช้องค์อินทราต่างหากครับท่าน” ชาลีว่าแล้วลดอาวุธลงพร้อมกับทำความเคารพ ธรรมรัตน์ถามอย่างร้อนใจว่าเห็นมัทนาบ้างไหม เขารู้แต่เพียงว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ตำหนักเจ้าชายมาคีแล้วเท่านั้น จังหวะนั้น สมุนคนหนึ่งของอสิตหนีรอดจากการต่อสู้วิ่งโซซัดโซเซเลือดไหลเป็นทางเข้ามา หน่วยจู่โจมช่วยกันจับกุมตัวไว้...

ที่กระท่อมร้างไม่ห่างจากลานประหารมากนัก มินตราลากตัวมัทนาซึ่งถูกมัดมือเอามากักขังไว้ ฝ่ายหลังไม่วายเตือนว่าเธอจะต้องเสียใจที่ไปเข้าข้างคนชั่วอย่างวิฑูร

“คนที่ต้องเสียใจก็คือแกเพราะเดี๋ยวท่านวิฑูรก็จะเอาศพผู้ชายที่แกรักมาให้แกดู แล้วฉันก็จะส่งวิญญาณแกไปเสวยสุขด้วยกัน” มินตราพูดจบ หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ...

ทางด้านเจ้าชายมาคีตั้งสติได้ วิ่งไปดูเจ้าชายคามินที่นอนคว่ำอยู่กับพื้น พร้อมกับโวยวายใส่วิฑูรว่าฆ่าเขาทำไม พระองค์ยังไม่ได้สั่งสักหน่อย วิฑูรยิ้มเหี้ยม ก่อนจะพูดใส่หน้าว่าคนที่กำลังจะตายสั่งใครไม่ได้หรอก

“ท่านลุงคิดจะยึดอำนาจหรือ”

วิฑูรไม่ตอบ มองสบตาสุเทษอย่างรู้กัน ระหว่างนั้น เจ้าชายคามินเอื้อมมือมาจับเจ้าชายมาคีไว้ พระองค์มัวแต่ก้มมองมืออีกฝ่ายหนึ่งไม่ทันเห็นสุเทษชักปืนขึ้นมายิงใส่ ชวาลโดดออกมาจากกลุ่มชาวบ้านเอาตัวรับกระสุนแทน เจ้าชายมาคีตกใจรีบประคองเขาไว้ เจ้าชายคามินสบช่องชักปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังยิงใส่สุเทษแต่เขาหลบทัน

“มันใส่เสื้อเกราะ ฆ่ามัน ฆ่ามันให้หมด” วิฑูรสั่งการทันที ฐากูรที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มชาวบ้านตะโกนเสียงดัง

“องค์อินทราจงเจริญ”

เหมือนเป็นสัญญาณการโจมตี ชาวบ้านหยิบอาวุธที่พกติดตัวขึ้นมาล้อมกรอบทหารไว้ เจ้าชายมาคีได้แต่นั่งตะลึงที่เห็นชวาลผู้ซื่อสัตย์ตายไปต่อหน้า

เสียงชาวบ้านโห่ร้อง ดาหน้าเข้าใส่กองกำลังของวิฑูรอย่างไม่เกรงกลัวทำให้พระองค์ได้สติ เหลือบไปเห็นเด็กคนหนึ่งถูกชนล้มลงร้องไห้กระจองอแง รีบวางร่างไร้วิญญาณของชวาล วิ่งไปอุ้มเด็กน้อยหลบคมกระสุนได้อย่างเฉียดฉิว เจ้าชายคามินรีบดึงตัวเจ้าชายมาคีและเด็กน้อยเข้าที่กำบัง

“ใครฆ่าไอ้คามินกับมาคีได้ เราจะให้รางวัล” วิฑูรตะโกนลั่น

เจ้าชายคามินเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ฐากูรพาเจ้าชายมาคีกลับหมู่บ้านภูสายธาร พระองค์ไม่ยอมไป ขอช่วยเสด็จแม่ก่อน ชาวบ้านที่เห็นแกเงิน วิ่งเข้ามาจะแทงพระองค์ แต่ถูกเจ้าชายคามินจัดการหมอบราบคาบ แล้วหันไปเอาด้ามปืนทุบท้ายทอยเจ้าชายมาคีสลบเหมือด ฐากูรรู้งานรีบแบกพระองค์ขึ้นหลัง วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านผู้จงรักภักดีต่อองค์อินทราถูกทหารของวิฑูรรุกไล่ ก่อนที่พวกนั้นจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านี้ หน่วยจู่โจมของธรรมรัตน์ยกกำลังมาช่วยไว้ทัน ทหารของวิฑูรสู้ไม่ได้แตกกระเจิง วิฑูรกับสุเทษหนีเอาตัวรอดไปได้

ooooooo

มัทนาเห็นมินตราไม่ได้สนใจ เอาแต่นั่งหน้าเครียดที่วิฑูรไม่ติดต่อมาสักที แอบแก้เชือกมัดมือจนเป็นอิสระ รีบวิ่งไปที่ประตูกระท่อม มินตราตามไปกระชากผมไว้ได้ มัทนาศอกกลับถูกเธอล้มคว่ำนอนแน่นิ่ง คิดว่าสลบค่อยๆพลิกตัวดู นังมารร้ายคว้าไม้ใกล้มือฟาดกกหูมัทนาหมดสติ จะฟาดซ้ำ แต่วิฑูรกับสุเทษเข้ามาเสียก่อน

“เป็นไงคะ สำเร็จไหม คามิน มาคี สาวิตรีตายหมดแล้วใช่ไหม”

“ไอ้ธรรมรัตน์มันมาช่วย คามินกับมาคีหนีไปได้”

มินตราผิดหวังอย่างแรงโวยลั่นว่ามีกำลังทหารในมือตั้งมากมาย ยังสู้พวกนั้นไม่ได้อีกหรือ วิฑูรสั่งให้หุบปากขืนพูดมากจะโดนตบ แล้วสั่งให้สุเทษเอาตัวมัทนาไป มินตราทักท้วงจะเอาไปไหน ทำไมไม่ฆ่าให้สิ้นซาก

“เพราะมันมีประโยชน์น่ะสิ” วิฑูรยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็โทร.เข้ามือถือของธรรมรัตน์เพื่อเรียกค่าไถ่ เจ้าชายคามินอยู่แถวนั้นพอดี แย่งมือถือไปพูดเสียเอง

“ถ้าอยากได้ตัวมัทนาก็ขอเชิญเจ้าชายเสด็จมาองค์เดียวพร้อมกับของที่กระหม่อมต้องการ ถ้าไม่ทำตามนี้ก็รอรับศพมัทนาได้เลย” วิฑูรพูดจบหันไปถ่ายคลิปมัทนานอนสลบไสลมีเลือดไหลตรงที่ถูกตี พระองค์ถึงกับหน้าเครียด ธรรมรัตน์เองก็รู้สึกไม่ต่างกัน จะขอเป็นคนเอาค่าไถ่ไปให้วิฑูรเอง

“อย่าให้ผู้หญิงดื้อรั้นคนหนึ่งทำให้เสียงานใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ”

“มัทนาไม่ใช่แค่ผู้หญิงดื้อรั้นคนหนึ่ง เธอมีความหมาย มากกว่านั้น ผมสูญเสียเธอไปไม่ได้ ผมต้องตามหาเธอให้พบเพื่อพูดสิ่งที่อยากพูดมาตลอด”...

ณ หมู่บ้านภูสายธาร เจ้าชายมาคีค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น เห็นองค์สาวิตรียืนอยู่ ร้องเรียกด้วยความดีใจ ก่อนจะลุกขึ้นไปกอด ถามว่าหายดีแล้วหรือ พระองค์ไม่เป็นอะไร ยาที่วิฑูรให้กินเป็นแค่ยาสมุนไพรที่ทำให้ความจำเลอะเลือนเพื่อที่พระองค์จะได้บอกลูกไม่ได้ว่าเขาเป็นคนทำร้ายองค์อินทรา

“ท่านพี่ต้องการยึดอำนาจตั้งแต่แรกแล้ว เราสองคนตกเป็นเครื่องมือของเขามาตลอด”

“แล้วตอนนี้เสด็จพ่ออยู่ที่ไหนพ่ะย่ะค่ะ”

“เสด็จพ่อสิ้นพระชนม์แล้ว” พูดได้แค่นั้น องค์สาวิตรีก็ปล่อยโฮ เจ้าชายมาคีประกาศลั่นจะต้องจับตัววิฑูรมาลงโทษให้ได้ ไม่เช่นนั้นพระองค์คงนอนตายตาไม่หลับโดยไม่ทันเห็นหฤทัยยืนหน้าซีดฟังอยู่

ooooooo

ในเวลาต่อมา เจ้าชายคามินแบกหีบขนาดย่อมข้างในเต็มไปด้วยอัญมณีล้ำค่าตามที่วิฑูรต้องการไปยังจุดนัดพบที่ลานหินใกล้เหมืองเก่า วิฑูรขอดูของก่อนถึงจะบอกที่ซ่อนมัทนาให้ แล้วพยักพเยิดให้สุเทษไปเปิดดู

พระองค์ใช้เท้าเหยียบหีบไว้ สั่งให้เอาตัวมัทนามาให้ก่อน สุเทษจะดูของในนั้นให้ได้ ทั้งคู่ต่อสู้กัน สุเทษ สู้ไม่ได้ถูกเจ้าชายคามินอัดคว่ำแล้วเอาปืนจ่อ ก่อนจะเตะฝาหีบเปิดออก เผยให้เห็นอัญมณีตามที่วิฑูรต้องการ

“เห็นของแล้ว บอกมาว่าคนอยู่ที่ไหน” เจ้าชายคามินเสียงกร้าว...

คนที่พระองค์ถามหาถูกมินตราคุมตัวไว้ในถ้ำซึ่งเป็นเหมืองเก่า นังมารร้ายไม่ล่วงรู้เลยว่าถูกหลอกให้เข้ามาตายพร้อมกับมัทนา เนื่องจากปากถ้ำเต็มไปด้วยระเบิดเวลาที่วิฑูรสั่งให้คนวางเอาไว้...

วิฑูรได้ของตามที่ต้องการแต่กลับไม่ยอมบอกสถานที่กักขังมัทนา ให้เจ้าชายคามินไปหาเอาเอง พระองค์ เจ็บใจมากที่เขาตระบัดสัตย์ หันไปส่งสัญญาณทันที

สินธร ชาลีและเหล่าองครักษ์ออกมาจากที่ซ่อน สั่งให้วิฑูรกับสุเทษวางอาวุธและยอมมอบตัว สุเทษสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกเจ้าชายคามินไม่ทันตั้งตัว โดดหลบกันวุ่นวาย ก่อนจะยิงโต้ตอบไปบ้าง พลันมีเสียงระเบิดดังกึกก้อง

“นี่แค่ลูกแรก แต่ในเหมืองเถื่อนที่นังมัทนาอยู่ ยังมีอีกหลายลูก ถ้าไม่รีบไปคงจะไม่ทันกาล” วิฑูรหัวเราะแล้วเผ่นแน่บโดยมีสุเทษแบกหีบวิ่งตาม เจ้าชายคามินซัดอาวุธลับถูกขาสุเทษถึงกับเซ แต่ยังกัดฟันวิ่งต่อไปได้ พระองค์สั่งให้สินธรกับพวกตามล่าตัวทั้งคู่มาให้ได้ ส่วนพระองค์จะไปช่วยมัทนาเอง...

ไม่กี่นาทีถัดมา ระเบิดลูกที่สองก็ทำงาน แรงระเบิดทำให้หินในถ้ำร่วง คราวนี้มินตราตระหนักแล้วว่าตัวเองถูกวิฑูรหลอกใช้ เมื่อเสร็จภารกิจก็จะถูกกำจัดเหมือนคนอื่นๆ ระเบิดลูกที่สามตามมาติดๆ มินตราไม่รอช้า วิ่งหนี มัทนาพยายามแก้เชือกที่มัดจนสำเร็จ วิ่งมาเจอมินตราล้มลุกคลุกคลานอยู่ เสียงระเบิดดังขึ้นเป็นครั้งที่สี่ หินร่วงลงมาโดนขานังมารร้ายพอดี เธอเข้าไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้น มินตราสะบัดมือออก สั่งไม่ให้มายุ่ง

“ไม่ได้ เราต้องออกไปด้วยกัน” มัทนาดึงให้มินตราลุกจนได้...

ด้านเจ้าชายคามินตามเสียงระเบิดมาถึงปากถ้ำ เห็นสายชนวนที่ต่อไปยังระเบิดอีกหลายลูกซึ่งตั้งเวลาไว้ รีบปลดสายไฟออกหยุดระเบิดไว้ได้ทันท่วงที อีกมุมหนึ่งภายในถ้ำ มัทนาพยุงมินตรามาถึงปากถ้ำ แต่หินถล่มปิดไว้หมด มินตราผลักเธอพ้นทางแล้ววิ่งไปหาทางออก ถูกหินถล่มใส่สลบเหมือด มัทนาเริ่มสำลักฝุ่น ความมืดมิดทำให้เธอหวนนึกถึงตอนที่ติดอยู่ในตู้เก็บสินค้ากับเจ้าชายคามิน ความกลัวคลายลงอย่างประหลาด ขณะเธอกำลังจะหมดสติ มีแสงสว่างสาดเข้ามา พร้อมกับเสียงเรียกของเจ้าชายคามิน มัทนาปรือตามอง

“คุณมาจริงๆ เจ้าชายของฉัน แต่ไม่ยักขี่ม้าขาวมาด้วย” พูดได้แค่นั้น มัทนาก็สลบ...

ระหว่างที่เจ้าชายคามินช่วยมัทนากับมินตรารอดตายจากถูกระเบิดถล่มมาได้หวุดหวิด วิฑูรกับสุเทษพากันหนีมาถึงริมแม่น้ำ เห็นเรือรับจ้างติดเครื่องยนต์จอดอยู่ลำหนึ่ง วิฑูรว่าจ้างให้คนขับเรือพาข้ามฝาก แต่เรือลำเล็ก อีกทั้งหีบสมบัติน้ำหนักมาก ไม่สามารถรับผู้โดยสารสองคนได้ วิฑูรจึงยิงคนขับเรือทิ้ง แล้วสั่งให้สุเทษเอาหีบใส่เรือ ทันทีที่วางหีบ เรือปริ่มน้ำ เขาพูดโดยไม่หันไปมองว่าสองคนก็ยังไปไม่ได้อยู่ดี แล้วหันมาเล็งปืนใส่วิฑูร

“ต้องขอโทษที่ผมคงต้องไปแค่คนเดียว”

วิฑูรจวนตัว ตัดสินใจสารภาพความจริงว่าตนเองเป็นพ่อของเขา แต่ที่ต้องปิดบังเอาไว้เพราะแม่ของเขาเป็นหญิงคณิกา สุเทษถึงกับอึ้ง ค่อยๆลดปืนลง วิฑูรเข้าไปกอดเขาไว้ทำทีว่ารักใคร่เสียเต็มประดา แต่แล้วจับมือเขาบิดแย่งปืนยิงใส่จนล้มคว่ำ วิฑูรยังไม่ทันจะขึ้นเรือ สินธรกับพวกตามมาทัน สั่งให้มอบตัว ไม่อย่างนั้นจะจับตาย หฤทัยซึ่งมากับเจ้าชายมาคี วิ่งไปขวางไว้ ขอร้องสินธรอย่ายิง แล้วบอกให้พ่อยอมมอบตัว วิฑูรจะยิงหฤทัย แต่ถูกสุเทษลั่นกระสุนใส่เสียก่อน

“แกโกหก ฉันไม่เชื่อแก” พูดได้แค่นั้นวิญญาณก็ออกจากร่าง นายพลชั่วก็จบชีวิตตามลูกชายไปเช่นกัน หฤทัยหายตะลึงวิ่งไปกอดพ่อ ร้องไห้อย่างน่าเวทนา

ooooooo

มินตราถูกพากลับมารักษาตัวที่วังหลวง อาการทางร่างกายไม่หนักหนาอะไร แต่ทางด้านจิตใจไม่ค่อยดีนัก ยิ่งมารู้ความจริงว่าท่านหญิงมาณวิกาได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินส่วนของตัวเองให้เธอตั้งแต่แม่ของเธอตายเพื่อตอบแทนความดี และพิสูจน์ให้เห็นว่าท่านและธรรมรัตน์รักเธอเหมือนกับลูกในไส้ มินตรายิ่งเครียดจัด

“ไม่...เป็นไปไม่ได้ พวกแกเกลียดฉัน”

“พี่มินคิดไปเองทั้งนั้น ลองทบทวนดูสิคะ มัทเองก็รักพี่มินเหมือนพี่สาวแท้ๆ” มัทนาช่วยพูดอีกแรงหนึ่ง แต่ไร้ผล มินตราไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ฉีกพินัยกรรมทิ้ง ร้องกรี๊ดๆอย่างคุ้มคลั่ง มัทนาจะเข้าไปปลอบก็ถูกผลักกระเด็น แล้วกระชากสายน้ำเกลือที่แขนตัวเองออก พุ่งลงจากระเบียงห้อง ตกลงไปตายอนาถ...

หลังจากให้นักบวชมาล้างบาปในสิ่งที่ได้กระทำผิดไปและทำพิธีขออภัยต่อเทพเจ้าแล้ว เจ้าชายมาคีมาขอขมาเสด็จแม่ที่เคยทำให้ร้อนใจ อีกทั้งยังขออภัยหฤทัยที่เคยล่วงเกิน เทวีที่ยืนฟังอยู่ด้วยถึงกับน้ำตาร่วง โทษตัวเองที่ทะเยอทะยานใฝ่สูง จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น องค์สาวิตรีเองก็ยอมรับว่ามีส่วนผิดเช่นกัน

เจ้าชายมาคีเดินไปหามัทนาซึ่งยืนอยู่กับครอบครัวและเหมันต์ “คุณมัท ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร”

“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ เพราะเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น หม่อมฉันก็มีส่วนอยู่มาก สรุปว่าเราทุกคนต่างก็มีส่วนผิด เราน่าจะลืมอดีตแล้วมาเริ่มใหม่ดีกว่าเพคะ”

เจ้าชายคามินมาทันได้ยินพอดี เห็นด้วยกับมัทนา เพราะถ้าทุกคนเอาแต่โทษตัวเอง คงต้องขอโทษกันทั้งวันไม่จบแน่ สู้เอาอดีตที่ผิดพลาดเป็นบทเรียนเพื่อสร้างอนาคตจะดีกว่า เจ้าชายมาคีมาคุกเข่าตรงหน้าพระเชษฐา ยังไม่ทันจะเอ่ยปากขอโทษ เจ้าชายคามินฉุดให้ลุกขึ้นพร้อมกับบอกว่าหากเสด็จพ่อยังอยู่ คงอยากเห็นรอยยิ้มของเราสองคนมากกว่าน้ำตา แล้วดึงเจ้าชายมาคีมากอด องค์สาวิตรีมองอย่างซาบซึ้ง

“งานพระศพของเสด็จพี่ก็ผ่านไปแล้ว ควรจะถึงงานราชาภิเษกเสียที”...

ครู่ต่อมา มัทนาหลบมาดีดเปียโนเพลง “หลับฝันดี” อยู่คนเดียวอย่างเศร้าสร้อย พอเห็นเจ้าชายคามินเข้ามา ทำท่าจะลุกหนี พระองค์แกล้งแหย่ว่าอยากให้เธอช่วยเล่นเปียโนเพลงนี้ในวันแต่งงานของพระองค์ซึ่งจะจัดขึ้นหลังจากพิธีราชาภิเษก มัทนาเจ็บแปลบใจ แต่พยายามข่มไว้ ปฏิเสธว่างานใหญ่ขนาดนั้น ควรจะให้มืออาชีพเล่นมากกว่า พระองค์ต้องการให้เธอเล่น เพราะเธอเป็นคนสำคัญมากสำหรับงานนี้

“คนที่สำคัญสำหรับพระองค์น่าจะเป็นพระชายามากกว่า” มัทนาพูดจบ ขยับจะไป พระองค์จับแขนไว้ ขอให้ช่วยเป็นคู่ซ้อมเต้นรำให้ เพราะวันนั้นพระองค์ต้องเต้นรำเปิดฟลอร์แล้วดึงเธอมากอด มัทนาอ้างขายังเจ็บอยู่ ก่อนจะเดินจากไปอย่างเจ็บปวดใจ จากนั้นไม่นาน มัทนาไปที่หมู่บ้านภูสายธาร เพื่อชวนอัคนีกลับเมืองไทยด้วยกันเพราะทนอยู่ร่วมพิธีราชาภิเษกไม่ไหว เขาไม่ยอมกลับ จะอยู่สร้างหลักปักฐานกับมาลีที่นี่ตลอดไป

ooooooo

มัทนาตัดสินใจหนีกลับเมืองไทยในวันที่มีพระราชพิธีราชาภิเษก ขับรถออกจากวังหลวงด้วยน้ำตานองหน้า ภาพความหลังเมื่อครั้งที่เคยมีความสุขกับเจ้าชายคามินผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงทำให้เธอยิ้มทั้งน้ำตา

“ถ้าฉันไปจากคุณ ทุกอย่างมันคงดีขึ้น ขอให้คุณมีความสุขนะคะ เจ้าชายของฉัน”

จังหวะนั้นมีมอเตอร์ไซค์คันโตขับมาตีคู่ มัทนาไม่รู้ว่าใครเพราะคนขับใส่หมวกกันน็อก มอเตอร์ไซค์แล่นแซงแล้วปาดหน้ากะทันหัน เธอกระแทกเบรกตัวโก่งลงจากรถเข้าไปเอาเรื่อง เจ้าชายคามินรีบถอด หมวกกันน็อกออก เธอถึงกับตะลึง ร้องเอะอะว่าพระองค์มาได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้เป็นวันราชาภิเษก

“ใช่ วันนี้รายาจะมีกษัตริย์องค์ใหม่ แต่ไม่ใช่ผม” เจ้าชายคามินยิ้มเจ้าเล่ห์...

ในเวลาเดียวกัน ณ วังหลวง เจ้าชายมาคีส่องกระจกดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีองค์สาวิตรีและหฤทัยคอยช่วยดูอีกแรงหนึ่ง องค์สาวิตรีมองพระองค์อย่างชื่นชม

“ต่อไปนี้อนาคตของรายาจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับลูกแล้วนะ”

“ลูกจะทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชนรายาทุกคน” เจ้าชายมาคีว่าแล้ว เข้ามาจับมือหฤทัย ขอโอกาสแก้ตัวจากที่เคยทำไม่ดีกับเธอเอาไว้ รับปากจะดูแลเธอตลอดไป หฤทัยยิ้มให้แทนคำตอบ จังหวะนั้นสินธรเข้ามารายงานว่าฝ่ายในและข้าราชบริพารพร้อมรับเสด็จแล้ว แต่พอเห็นพระองค์จับมือหฤทัยอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนจะฉีกยิ้มทั้งที่ใจเจ็บปวด เจ้าชายมาคีเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆบอกว่าต่อไปนี้เขาจะเป็นองครักษ์ที่พระองค์ไว้วางใจที่สุด

“และเราสัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ้าหนักใจเหมือนเมื่อก่อน”

สินธรขอให้พระองค์อภัยในสิ่งที่เคยล่วงเกิน จากนี้ไปเขาขอถวายชีวิตเพื่อองค์ราชามาคีและองค์ราชินีหฤทัย แล้วคำนับ ก่อนจะเงยหน้ามองหฤทัยที่เดินเคียงคู่ไปกับเจ้าชายมาคีอย่างตัดใจได้...

ทางด้านมัทนายังข้องใจไม่หาย ถามเจ้าชายคามินทำไมถึงทำแบบนี้ พระองค์อธิบายว่าตัวเองถนัดปกป้องมากกว่าปกครอง เสด็จพ่อคงมองเห็นถึงได้ไม่ยอมเปิดเผยฐานะของพระองค์แต่แรก อีกอย่างหนึ่งเสด็จพ่อคงไม่ต้องการให้เกิดปัญหาแย่งชิงบัลลังก์ระหว่างพี่น้อง มัทนาไม่ได้ถามเรื่องครองราชย์ แต่อยากรู้ว่าทำไมพระองค์ถึงไม่ยอมบอกเธอว่าหฤทัยไม่ใช่ชายาของพระองค์ ปล่อยให้เธอคิดไปเองต่างๆนานา

“ผมจะมีชายาได้อย่างไรในเมื่อต่างหูยังอยู่ที่ผมทั้งสองข้าง” พระองค์ว่าแล้วยื่นหน้าเข้ามาให้ดูใกล้ๆ “เห็นไหม ที่จริงหฤทัยคืนให้ผมตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยแล้ว แต่ผมขี้เกียจใส่เลยฝากเอาไว้”

มัทนางอนที่โดนหลอก พอพระองค์รวบตัวมากอดก็เลยกระทืบเท้าพระองค์เอาคืน แล้ววิ่งหนี เจ้าชายคามิน ตามมารวบตัวไว้ได้ จูบเธอให้สมกับความรักที่ตัวเองพยายามหนีให้ไกลๆ แต่ไม่เคยหยุดรักเธอได้เลย หญิงสาวใจแทบละลาย พอตั้งสติได้ก็วีนใส่อีก พระองค์ปราบพยศเธอด้วยจุมพิต แล้วสารภาพข้างหูเธอเบาๆว่า

“ตั้งแต่วันแรกที่พบคุณจนถึงวินาทีนี้ ผมไม่เคยหยุดรักคุณได้เลย ผมรักคุณมัทนา”

มัทนาแกล้งไม่ได้ยิน เจ้าชายคามินตะโกนลั่นทุ่งว่ารักเธอและขอเธอแต่งงาน ถอดต่างหูจะสวมให้ เธอขอสวมเองแต่กลับขว้างทิ้ง พระองค์รีบแหวกหญ้าหา พอได้ยินเสียงเธอหัวเราะก็รู้ทันทีว่าถูกหลอก มัทนาชูต่างหูให้ดูแล้ววิ่งหนี พระองค์คว้าตัวได้ ก่อนจะพากันล้มไปบนหญ้า เธออดถามไม่ได้ หากต่างหูหายไปจริงๆจะทำอย่างไร

“ก็ช่างต่างหูมัน เพราะผมมีวิธีจะทำไม่ให้คุณกล้าหนีไปไหนอีก” เจ้าชายคามินพูดจบ จูบเธออย่างดูดดื่ม...

ภารกิจตามล่าหารักของทั้งสองคนปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ooooooo

–อวสาน–


ละครล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 20(ตอนจบ) อ่านล่ารักสุดขอบฟ้า ติดตามล่ารักสุดขอบฟ้า ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,พีชญา วัฒนามนตรี 21 ก.ย. 2557 07:10 2014-09-24T01:22:50+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ