ข่าว

วิดีโอ



คู่วุ่นลุ้นแผนรัก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย: ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย: บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธาวิน เยาวพลกุล,อุษามณี ไวทยานนท์

อัลบั้ม: "วิน ธาวิน" ประกบ "ขวัญ อุษามณี" ใน "คู่วุ่นลุ้นแผนรัก"



นักข่าวมาออกันเต็มโรงพักตอนที่ตำรวจพาตัวน้ำทิพย์มาสอบปากคำโดยมีศิลากับนทีตามติด พวกนักข่าวแย่งกันยิงคำถามเป็นทำนองว่าเธอ
จ้างวานเผาโรงงานตัวเองจริงหรือเปล่า สองพี่น้องพยายามแก้ต่างให้แม่ แต่กลับถูกถามรุกไล่หนักข้อขึ้น ศิลาทนไม่ไหวโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

“ขอโทษนะครับ เชตวัตรคือบ้านของเรา ไม่มีใครคิดเผาบ้านตัวเองหรอกครับ” ว่าแล้วศิลาช่วยกันกับนทีพาแม่ฝ่าฝูงนักข่าวขึ้นไปบนโรงพักจนได้ เจอกับครรชิตที่เพิ่งเสร็จจากให้ปากคำพอดี

“ที่จริงผมไม่คิดเลยนะครับว่าคุณป้าจะจนตรอกจนต้องทำเรื่องอย่างนี้”

นทีโมโหกระชากคอเสื้อครรชิตเข้ามาใกล้พร้อมกับตะคอกใส่หน้าว่าแม่ของตนไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด ศิลารีบดึงน้องชายออกห่าง แทนที่จะหยุดปากเสีย ครรชิตกลับแดกดัน ถ้าไม่ได้ทำแล้วทำไมต้องเพิ่มวงเงินประกันอัคคีภัยด้วย นทีขู่จะฟ้องเขาฐานหมิ่นประมาท ครรชิตหากลัวไม่เดินยิ้มร่าออกไป

น้ำทิพย์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันก่อนที่แวะเข้าบริษัท วุธเอาเอกสารการต่อประกันอัคคีภัยมาให้เซ็น เธอนึกว่าเป็นการต่ออายุสัญญาธรรมดาก็เลยเซ็นไปโดยไม่ได้อ่านรายละเอียด ศิลาสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล รีบบอกร้อยเวรว่าแม่ของตนจะไม่ให้ปากคำอะไรทั้งนั้นจนกว่าทนายของเราจะมา...

ครั้นมาถึงออฟฟิศ ศิลาขอให้บุญนำช่วยเอาเอกสารที่แม่พูดถึงมาให้ดู ปรากฏว่าเอกสารถูกต้องทุกอย่างเพียงแต่วงเงินประกันอัคคีภัยเพิ่มขึ้นจากสองร้อยล้านบาทเป็นห้าร้อยล้านบาท เขาตระหนักในทันใด นี่ต้องเป็นแผนชั่วของครรชิตแน่ๆ ก้าวฉับๆไปที่ห้องทำงานของเขาชกคู่อริจนหน้าหงายฐานเอาเอกสารสอดไส้มาให้แม่ของตนเซ็น แล้วจัดฉากเผาโรงงานเพื่อโยนความผิดให้ท่าน ครรชิตตบมือให้อย่างประชดประชัน

“ใช้ได้นี่ ฉันว่าแกเหมาะที่จะเป็นนักสืบมากกว่าผู้บริหารนะศิลา”

“ถ้าอย่างนั้นแกก็เหมาะจะอยู่ในคุกมากกว่าอยู่ที่นี่เหมือนกัน”

ครรชิตท้าทายให้ศิลาไปแจ้งตำรวจได้เลยถ้าคิดว่าตนจะพลาดท่าทิ้งหลักฐานที่จะโยงมาถึงตัวเอง แต่ถ้าเขาอยากให้แม่หลุดจากคดีจ้างวานวางเพลิงก็ให้โอนหุ้นเชตวัตรมาให้ตน บางทีตนอาจจะให้มือวางเพลิงกลับคำให้การก็ได้ แล้วแสยะยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

ooooooo

ศิลาเดินกลับห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขอจันทร์ผ่านมาเห็นก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จะเข้าไปปลอบ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นณิชรันย์เดินเข้าไปหาเขาเสียก่อน เธอไม่อยากเห็นภาพบาดตาเดินเลี่ยงออกมา ณิชรันย์แค่จะมาเป็นกำลังใจให้เขาเรื่องโรงงานไฟไหม้เขาถือ โอกาสนี้ขอเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อน อ้างยังไม่พร้อม

“โรงงานก็ถูกไฟไหม้ แล้วไหนจะเรื่องคดีอีก รันเข้าใจพี่นะ”

ณิชรันย์ถึงกับพูดไม่ออก มั่นใจว่าที่โรงงานถูก วางเพลิงต้องเกี่ยวกับพี่ชายตัวเองแน่ๆ บุกไปที่ห้องทำงานของเขา คาดคั้นให้บอกมาว่าเขาเป็นตัวการเผาโรงงานเพื่อให้งานแต่งงานของเธอกับพี่ศิลาต้องเลื่อนออกไปใช่ไหม เขาหัวเราะขำ หากทำอย่างที่เธอกล่าวหาจริงๆก็คงไม่ใช่เพราะเหตุผลไร้สาระแบบนั้น วุธพรวดพราดเข้ามารายงานว่าคุณแลรี่มาขอพบ ครรชิตนิ่วหน้าแปลกใจ ก่อนจะสั่งการให้วุธพาณิชรันย์ไปส่ง

“ไม่ต้องค่ะ รันมาเองได้ก็กลับเองได้” ณิชรันย์ว่าแล้วลุกออกไป...

คุณแลรี่แค่จะมาบอกครรชิตว่าพรุ่งนี้จะกลับอเมริกาแล้ว ในเมื่อยังไม่พบทายาทของมิสเตอร์ที ก็เลยจะกลับไปก่อนดีกว่ามารออยู่อย่างนี้ ครรชิตรับปากจะตามหาเธอให้เจอ แล้วนึกขึ้นได้ ตั้งแต่คุณแลรี่มาเมืองไทย เขายังไม่มีโอกาสได้เลี้ยงรับรอง จึงชวนไปหาอะไรกินกัน คุณแลรี่ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่คงต้องขอผ่าน เนื่องจากมีธุระต้องทำแต่เช้าก่อนเดินทางกลับ ครรชิตรอจนแขกกลับไปแล้ว หันมาทางวุธ

“แกคอยตามติดไอ้แลรี่ไว้ด้วยนะ ฉันอยากรู้ว่าไอ้ธุระสำคัญของมันคืออะไร”...

ขณะที่ครรชิตยังหมกมุ่นอยู่กับแผนยึดครองเชตวัตรกรุ๊ป สาโรจน์รู้สึกผิดต่อขอจันทร์ที่ทำให้ชีวิตต้องลำบาก อยากจะสารภาพความจริงว่าเธอเป็นทายาทของมหาเศรษฐีไม่ใช่ลูกคนสวนจนๆแต่ก็ไม่กล้า

ooooooo

แม้เชตวัตรกรุ๊ปจะสำคัญ แต่ครอบครัวย่อมสำคัญกว่า ศิลาตัดสินใจจะขายหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปส่วนของตัวเองเพื่อช่วยให้แม่พ้นผิด โทร.บอกทนายนิพัทธ์ซึ่งเป็นคนดูแลเรื่องซื้อขายหุ้นให้ไปพบที่ออฟฟิศ แล้วหยิบรูปถ่ายครอบครัวที่ตั้งไว้บนโต๊ะทำงานขึ้นมาดู ก่อนจะนึกถึงรูปถ่ายของจันทร์เพ็ญที่มีสาโรจน์อยู่ด้วยขึ้นมาได้

เขาหยิบแฟ้มของจันทร์เพ็ญมาเปิดดูอีกครั้งสะดุดตากับรูปถ่ายของเธอรูปหนึ่ง รู้สึกคุ้นตากับสร้อยคอที่เธอสวมอยู่ สุดท้ายก็จำได้ว่ามันคือสร้อยที่ขอจันทร์ทำหล่นเมื่อวันก่อน หรือว่าขอจันทร์คือทายาทของมิสเตอร์ที คิดได้ดังนั้น ศิลารีบออกจากห้องทันที...

ณ เรือนเล็ก ตะวันฉายกำลังยืนพิงโต๊ะซึ่งตั้งรูปถ่ายครอบครัวตัวเองไปพลางไลน์หาเดือนวารีไปด้วย ตอนที่ศิลาพรวดพราดเข้ามาถามหาขอจันทร์ ตะวันฉายตกใจ มือปัดไปโดนรูปตกพื้น รูปถ่ายกระเด็นไปทาง กรอบรูปกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง เขารีบเก็บรูปถ่ายขึ้นมาแต่มีรูปอีกใบหนึ่งร่วงมาจากหลังรูปใบนั้น ศิลาเอะใจหยิบขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นรูปถ่ายของจันทร์เพ็ญ ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าขอจันทร์คือคนที่ตัวเองตามหา รีบกลับไปที่ตึกใหญ่ อารามรีบร้อนเกือบจะชนกับน้ำทิพย์

“แม่...ผมมีทางช่วยเชตวัตรและคุณแม่ได้แล้วครับ เราอาจจะไม่ต้องเสียเชตวัตรให้ไอ้ครรชิตแล้วครับ” พูดจบ ศิลาวิ่งปรู๊ดออกไป ไม่สนใจเสียงเรียกของแม่ที่ให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน...

ที่วัดแห่งหนึ่ง สาโรจน์เอาพวงมาลัยดอกไม้สดมาเคารพอัฐิของจันทร์เพ็ญเนื่องจากไม่ได้มานานแล้ว แต่ต้องตกใจที่เจอคุณแลรี่ซึ่งสลัดวุธที่สะกดรอยตามจนหลุด และแวะมาเคารพอัฐิของเธอเช่นกัน...

ระหว่างขับรถไปออฟฟิศ ศิลาร้อนใจมากรีบโทร.สั่งให้บุญนำรั้งตัวขอจันทร์เอาไว้อย่าเพิ่งให้เจอกับครรชิตจนกว่าตนจะไปถึง บุญนำรีบไปดักรอเธออยู่ตรงทางเข้าออฟฟิศ พอเห็นเธอมาก็รีบขวางหน้าไว้ ขอให้รออยู่แถวนี้ก่อนอย่าเพิ่งเข้าไปเพราะศิลาโทร.มาสั่งไว้แต่ไม่ได้บอกเหตุผลอะไร

สักพัก นทีเดินหน้าเครียดเข้ามาถามบุญนำว่าพี่ชายของตนอยู่ไหน ได้ความยังอยู่บนถนน อีกไม่นานคงจะมาถึง เขามีอะไรหรือเปล่า หรือจะเกี่ยวกับหุ้นของเชตวัตร นทีแปลกใจบุญนำรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ

“ก็ไม่ได้รู้อะไรหรอกครับ แต่ผมเห็นทนายที่ชื่อคุณนิพัทธ์มาก็เลยคิดว่าคุณศิลาต้องมีอะไรเกี่ยวกับหุ้นของเชตวัตรแน่ๆครับ”

นทีตกใจมาก หรือที่แม่โทร.มาเตือนเมื่อสักครู่ว่าศิลาคิดจะขายหุ้นเป็นเรื่องจริง รีบพุ่งไปที่ห้องทำงานของครรชิตโดยมีขอจันทร์กับบุญนำวิ่งตาม ทันทีที่นทีเจอหน้าครรชิตก็โวยวายใส่ว่าบังคับให้พี่ชายของตนขายหุ้นให้ใช่ไหม เขาปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับ แค่ยื่นโอกาสให้ศิลาได้ทำตัวเป็นลูกกตัญญูต่างหาก จังหวะนั้น วุธเข้ามารายงานเจ้านายว่าคุณแลรี่มาขอพบ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทุกคนทราบ

“ขอเชิญทุกคนพร้อมกันที่ห้องประชุมตอนนี้ด้วยครับ”...

เรื่องสำคัญที่คุณแลรี่ว่าก็คือประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเจอทายาทของมิสเตอร์ทีแล้ว เธอคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คือขอจันทร์นั่นเอง ครรชิตไม่เชื่อหาว่าเขามั่ว คุณแลรี่ก็เลยพาสาโรจน์มายืนยัน นอกจากนี้ ขอจันทร์ยังมีกรุ๊ปเลือดบีอาร์เอช

เนกาทีฟซึ่งหายากมากเหมือนมิสเตอร์ทีผู้เป็นพ่อ และตอนเด็กๆเธอมีปานดำที่ใบหน้าเหมือนทารกในรูปถ่ายที่จันทร์เพ็ญภรรยาลับของมิสเตอร์ทีอุ้มไว้ในอ้อมกอด แล้วยื่นรูปถ่ายที่ว่าให้ดู

ศิลาเปิดประตูห้องประชุมเข้ามาเป็นจังหวะที่ขอจันทร์ซึ่งยังทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้วิ่งสวนออกไป สาโรจน์เป็นห่วงความรู้สึกของเธอรีบวิ่งตาม นทีเข้ามาบอกศิลาว่าขอจันทร์คือทายาทของมิสเตอร์ทีที่ทุกคนตามหา เขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยเพราะรู้เรื่องนี้มาก่อนหน้าแล้ว...

สาโรจน์วิ่งตามขอจันทร์จนทัน เล่าเรื่องในอดีตระหว่างเขากับจันทร์เพ็ญให้ฟังว่า เขาหลงรักเธอมาตั้งแต่แรก แต่ด้วยความเจียมตัวว่าเป็นแค่คนสวนก็เลยปล่อยให้เธอไปพบชีวิตที่ดีกว่า จนเธอได้เจอคนที่ดีอย่างมิสเตอร์ที ส่วนที่ขอจันทร์มาอยู่กับเขาได้อย่างไร ก็เนื่องจากตอนนั้น ขณะ เขาขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อจะไปล่ำลาจันทร์เพ็ญก่อนที่จะย้ายไปอยู่อเมริกาพร้อมกับมิสเตอร์ที พบว่ารถของทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุ มิสเตอร์ทีกระเด็นออกมาตายนอกรถ ส่วนจันทร์เพ็ญที่ใกล้ตายเต็มทีเอาตัวเองปกป้องขอจันทร์ซึ่งตอนนั้นยังเป็นแค่ทารกไว้ ทำให้แกไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เธอขอร้องให้สาโรจน์ช่วยเอาลูกของเธอไปดูแล ทันทีที่เขารับปากเธอก็สิ้นลม

ooooooo

น้ำทิพย์กับเดือนวารีแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเมื่อนทีบอกว่าขอจันทร์คือลูกสาวที่หายตัวไปของมิสเตอร์ที เฟื่องที่จัดของว่างมาวางบนโต๊ะอาหารถึงกับหูผึ่ง รีบหลบมุมแอบฟัง น้ำทิพย์แนะให้ศิลาลองคุยกับขอจันทร์เรื่องหุ้นของเชตวัตร เผื่อเธอจะยอมขายให้เรา นทีเห็นสีหน้าของพี่ชายไม่สู้ดีนัก รีบตัดบท

“เราอย่าเพิ่งเร่งอะไรเลยครับ เรื่องนี้ปล่อยให้พี่ศิลาค่อยๆตัดสินใจดีกว่า”

ศิลาครุ่นคิดหนักไม่รู้จะเอ่ยปากเรื่องหุ้นกับขอจันทร์อย่างไร...

เฟื่องรู้เรื่องที่ขอจันทร์กลายเป็นทายาทเศรษฐีก็เข้ามาพูดจาดีด้วยทั้งที่เมื่อก่อนมักจะคอยเหน็บแนมตลอดเวลา ส่วนตะวันฉายที่รู้เรื่องนี้เช่นกันกลับเอาแต่หลบสายตา แถมเดินหนีอีกต่างหาก ขอจันทร์ตามมาถามว่าเป็นอะไรไป หรือไม่ชอบใจที่รู้ว่าเธอไม่ใช่พี่แท้ๆ เขาแค่กลัวว่าถ้าเธอรวยขึ้นมาแล้วจะทิ้งเขาทิ้งพ่อไปอยู่กับครอบครัวแท้ๆของเธอ ขอร้องเธออย่าไปจากเราสองพ่อลูกได้ไหม ขอจันทร์เข้ามาโอบไหล่เขาไว้

“ตะวัน จำคำพี่ไว้นะไม่ว่าพี่จะเป็นใคร ยังไงตะวันกับพ่อคือครอบครัวของพี่เสมอ”

ตะวันฉายยิ้มออกมาอย่างสบายใจ ก่อนจะมีสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง “พี่จันทร์ ฉันถามอะไรหน่อยสิ ตอนนี้พี่ก็ได้เป็นทายาทเศรษฐีแล้ว พี่จะช่วยคุณศิลาหรือเปล่า”...

วุธโทร.แจ้งเจ้านายว่าแผนเล่นงานน้ำทิพย์ข้อหาจ้างวานเผาโรงงานตัวเองเอาเงินประกันทำท่าจะเป็นหมันเนื่องจากเส้นสายระดับใหญ่ของเขาในท้องที่เกิดเหตุโทร.มาบอกวุธว่าอาจจะช่วยเขาไม่ได้แล้ว โดยไม่ได้บอกเหตุผล แต่เท่าที่วุธได้ยินคนร่ำลือกัน ประภพเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ครรชิตแค้นใจมากที่ประภพบังอาจมาขัดขวาง หันไปเห็นณิชรันย์เพิ่งกลับเข้าบ้านพาลอารมณ์เสียใส่ ค่ำมืดป่านนี้แล้วทำไมเพิ่งกลับ

“รันไปหาเพื่อนๆบอกเรื่องงานแต่งว่าคงต้องเลื่อนออกไปก่อนน่ะค่ะ ช่วงนี้พี่ศิลามีแต่เรื่องยุ่งๆ”

ครรชิตได้ทียุแยงที่ศิลาเลื่อนงานแต่งออกไปก็เพราะกำลังหาวิธีบอกเลิกกับเธอมากกว่า ตอนนี้ขอจันทร์กลายเป็นทายาทตัวจริงของมิสเตอร์ทีไปแล้ว ทั้งคู่อาจจะกลับมาคืนดีกันก็ได้ ณิชรันย์ถึงกับหน้าเสีย

ooooooo

เพื่อตอบโต้ที่ประภพมาวุ่นวายเรื่องของตนเอง ครรชิตใช้เส้นสายที่มีในสื่อเล่นงานเขาคืนบ้าง ขุดคุ้ยเรื่องค่าคอมมิชชั่นซื้ออาวุธในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่ง และยังให้นักข่าวโทร.มาขอสัมภาษณ์เรื่องนี้อีกด้วย ทำให้ประภพแค้นใจมาก ลีน่าเองก็ไม่พอใจครรชิตเช่นกันที่ไม่ไว้หน้าพ่อของเธอ...

ครรชิตยังไม่ยอมแพ้แม้จะรู้ว่าขอจันทร์ซึ่งได้รับหุ้นในส่วนของมิสเตอร์ทีจะเข้าข้างศิลาก็ไม่วายข่มขู่เป็น ทำนองว่าถ้าตนไม่ได้ตัวเธอ เขาก็ไม่มีทางได้เช่นกัน ศิลา ไม่สบายใจมากเกรงเธอจะตกอยู่ในอันตราย...

ด้านลีน่าตามมาต่อว่าครรชิตถึงห้องทำงานที่ไปหาเรื่องพ่อของเธอ เขาอ้างว่าท่านล้ำเส้นก่อน เคยเตือนแล้วไม่ฟัง เธอเตือนเขากลับบ้างว่าตนเองก็ไม่ชอบให้ใครมาทำอะไรครอบครัวเหมือนกัน ครรชิตไม่สนใจคำขู่กลายๆของเธอ อยากทำอะไรเชิญตามสบาย

“แล้วคุณจะได้รู้ว่าคุณไม่ได้เป็นคนที่คุมเกมนี้” ลีน่าพูดจบลุกออกไป ครรชิตไม่แม้แต่จะปรายตามอง กดอินเตอร์คอมฯสั่งให้วุธไปเช็กทีว่าตอนนี้ขอจันทร์อยู่ที่ไหน...

ตั้งแต่ถูกครรชิตขู่ ศิลาวิตกจริตไปหมดเห็นชายแปลกหน้าเข้ามาถามหาขอจันทร์ก็กลัวจะเป็นมือปืนที่คู่อริส่งมาจัดการเธอ พอชายคนนั้นล้วงมือเข้าไปในเสื้อ คิดว่าจะหยิบปืน เข้ามากอดปกป้องเธอ แต่ต้องหน้าแตกเพราะเขาแค่หยิบใบรับส่งของตัวอย่างมาให้เธอเซ็นแล้วก็เดินจากไป ขอจันทร์งงทำไมศิลาถึงคิดว่าชายคนนั้นจะมาทำร้ายเธอ เขากลัวเธอจะตกใจก็เลยไม่บอกอะไร แล้วเหลือบไปเห็นณิชรันย์ยืนมองอยู่ รีบคลายวงแขนออก เธอทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว หันหลังวิ่งหนี ศิลาวิ่งตามจนทัน อธิบายว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ รันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ดีแล้วค่ะรันจะได้เลิกหลอกตัวเองสักที”

“รันฟังพี่...พี่กับขอจันทร์ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว คนที่พี่กำลังจะแต่งงานด้วยคือรันนะ”

ขอจันทร์แอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความเสียใจ ก่อนจะตัดใจเดินหนี แต่ต้องชะงักเมื่อเจอครรชิตยืนอยู่ เธอไม่อยากเสวนาด้วย ขยับจะไป เขาร้องเรียกไว้ พร้อมกับยื่นข้อเสนอจะให้เงินไม่อั้นถ้าเธอขายหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปให้ เธอยืนกรานไม่ขายหุ้นให้เขาเด็ดขาด ครรชิตยิ้มเหี้ยมคว้ามือเธอไว้

“เธอกำลังบังคับให้ฉันต้องทำบางอย่างที่เธอจะต้องเสียใจ”

ขอจันทร์สะบัดมือครรชิตออกอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเดินจากไป เขามองตามแค้นใจ...

เย็นวันเดียวกัน ครรชิตไม่พอใจมากที่เห็นศิลาขับรถมาส่งณิชรันย์ ต่อว่าน้องสาวตัวเองทำไมถึงยังไปยุ่งกับมันอยู่อีก เธอเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน พูดใส่หน้าพี่ชายนอกจากจะไม่เลิกยุ่งกับเขาแล้ว แต่งงานกันเมื่อไหร่เธอจะยกหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปที่ครรชิตให้เธอไว้ห้าเปอร์เซ็นต์ให้เขาอีกด้วย ครรชิตฟิวส์ขาดตบน้องสาวเซถลาล้มลงไป

บนโซฟา มือถือของเธอหล่นไม่รู้ตัว ณิชรันย์ประกาศกร้าวแต่งงานเมื่อไหร่ เขาจะไม่มีวันเห็นหน้าเธออีก แล้ววิ่งขึ้นห้อง ครรชิตพาลโทษว่าเป็นเพราะศิลาคนเดียว ทำให้น้องสาวตัวเองกล้าแข็งข้อ...

น้ำทิพย์ดีใจจนพูดไม่ออกเมื่อขอจันทร์บอกว่าจะยกหุ้นเชตวัตรในส่วนของตัวเองให้ แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรตัดสินใจเรื่องนี้โดยลำพัง ก็เลยบอกให้เธอไปคุยกับศิลาก่อน เธอทำตามที่ท่านแนะ แทนที่ศิลาจะดีใจกลับถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าขายเท่าไหร่ เธอโวยลั่นฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรืออย่างไรว่ายกให้ไม่ได้ขาย

“เธอบ้าไปแล้วเหรอ ไม่รู้หรือไงว่าหุ้นที่เธอมีอยู่มันจะทำให้เธอ พ่อเธอกับน้องเธอสุขสบายไปทั้งชีวิต”

“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ แต่คุณจำเป็นต้องได้มัน มากกว่าฉัน”

ศิลายังไม่ทันจะว่าอะไร มีไลน์จากณิชรันย์เข้ามา เขารีบเปิดอ่าน “พี่ศิลาช่วยด้วย พี่ชิตกำลังจะฆ่ารัน” ขอจันทร์เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเขา ถามว่ามีเรื่องอะไร ได้ความว่าณิชรันย์กำลังตกอยู่ในอันตราย จากนั้นเขาก็รีบออกไปทันที โดยไม่รู้ว่านี่เป็นแผนลวงไปฆ่าทิ้งของครรชิต

ทันทีที่ศิลาขับรถมาถึงถนนเปลี่ยว รถของวุธกับพวกแล่นมาตีคู่ คนในรถชักปืนจะยิง ศิลาเร่งเครื่องหนีโดยมีรถของวุธไล่ตามติด ศิลาโชคไม่ดีรถดันมาติดไฟแดง เขาเห็นจวนตัวเปิดประตูรถวิ่งหนี วุธกับพวกวิ่งไล่ สุดท้ายศิลาหนีไม่พ้น ถูกคนชั่วรุมทำร้ายหมดสติ เหมือนมีลางบอกเหตุสื่อถึงกัน ขอจันทร์ทำแหวนแต่งงานที่หยิบขึ้นมาดูหล่นพื้น สังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจ แม่อิ่มวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเมื่อครู่นี้ทางโรงพยาบาลโทร.มาแจ้งว่าเกิดเรื่องร้ายแรงกับศิลา

ooooooo

ศิลาบาดเจ็บสาหัส ศีรษะได้รับความกระทบ กระเทือนอย่างรุนแรงจากการถูกทำร้าย หมอต้องนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเอาเลือดที่คั่งในสมองออก แม้การผ่าตัดจะสำเร็จลุล่วง แต่อาการของเขายังน่าเป็นห่วง หมอบอกให้ญาติๆเผื่อใจเอาไว้ น้ำทิพย์แทบล้มทั้งยืน นทีกับขอจันทร์ต้องช่วยกันประคองไปนั่งพัก...

ครรชิตตบวุธล้มคว่ำฐานปล่อยให้ศิลารอดไปได้ เขาอาสาจะตามไปจัดการมันให้สิ้นซาก ครรชิตตะคอกใส่ ขืนทำอย่างนั้น ตำรวจก็ต้องรู้ว่าเป็นฝีมือใคร สั่งให้ช่วงนี้เขาอยู่เงียบๆไปก่อน รอฟังคำสั่งของตนอีกที...

ฝ่ายณิชรันย์รู้ข่าวศิลาถูกทำร้ายก็รีบรุดมาเยี่ยม เห็นสภาพของเขาที่มีสายจากอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มตัวไปหมด ถึงกับปล่อยโฮเข้ามาจับมือเขาแนบกับแก้มตัวเอง นทีทนอึดอัดใจไม่ไหวขอตัวไปดูคุณแม่ก่อนฝากขอจันทร์ดูแลณิชรันย์แทนเขาด้วย แล้วเดินหน้าเครียดออกไป ขอจันทร์นึกอะไรขึ้นมาได้ ถามณิชรันย์ว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เห็นเมื่อคืนไลน์มาบอกศิลาว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย เขาถึงได้รีบร้อนออกไป

“รันไม่ได้เป็นอะไร แต่รันจำได้ว่าเมื่อคืนกลับมาถึงบ้านก็เหนื่อยมากแล้ว ส่วนมือถือ รันคงลืมไว้ข้างล่าง” ณิชรันย์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พึมพำว่าพี่ชิตออกมา ทำให้ขอจันทร์มั่นใจว่าครรชิตต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...

ประภพโกรธมากที่หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าขุดเรื่องค่าคอมมิชชั่นมาพาดหัวข่าว โยนมันให้ลีน่าอ่านสิ่งที่ครรชิตทำกับตน เธออดสงสัยไม่ได้ทำไมพ่อถึงคิดว่าเป็นฝีมือของเขา รสรินตอบคำถามแทนสามี

“สายของพ่อเราน่ะสิตามสืบให้ แล้วคอนเฟิร์มด้วยว่าครรชิตเป็นคนปล่อยข่าวนี้”

ลีน่ากำหนังสือพิมพ์ด้วยความแค้น วางลงบนโต๊ะแล้วขยับจะไป รสรินสั่งห้ามลูกไปยุ่งเกี่ยวกับครรชิตอีก แต่เธอไม่สนใจ ประภพกับรสรินเสียใจที่ลูกสาวเห็นผู้ชายดีกว่าพ่อแม่...

นทีพาแม่กลับมาพักผ่อนเนื่องจากอยู่เฝ้าศิลาตั้งแต่เมื่อคืน พบว่าบุญนำมารอท่าอยู่ก่อนแล้วเพื่อรายงานความคืบหน้าคดีที่ศิลาถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แต่ดูเหมือนทางตำรวจไม่ให้ความร่วมมืออะไรเลย แถมผู้ใหญ่ที่ทางครอบครัวเชตวัตรนับถือก็พยายามหลบหน้าไม่ยอมช่วยเหลือ

“ถ้าให้ผมเดา คงต้องเป็นคนที่เส้นใหญ่มากแน่ๆ ครับถึงได้ไม่มีใครอยากเข้ามายุ่งกับคดีของเราอย่างนี้ ตั้งแต่คุณศิลาทำงานมาก็ไม่เคยมีศัตรูที่ไหน แถมไม่เคยขัดแย้งผลประโยชน์กับใครเลย นอกจากครรชิต แต่ติดตรงที่เราไม่มีหลักฐานอะไรที่จะบอกได้ว่าเป็นฝีมือมัน”

นทีปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนต้องกุมขมับ แถมยังมีเลือดกำเดาไหลอีกต่างหาก เขาเห็นสายตาเป็นกังวลของบุญนำรีบออกตัวว่าไม่ได้เป็นอะไร แค่พักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วฝากให้บุญนำช่วยตามเรื่องคดีที่ศิลาถูกทำร้ายให้ด้วย ก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ได้อยู่เพียงลำพัง สีหน้าของนทีเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

“ที...อย่าเพิ่งเป็นอะไรตอนนี้นะ”

ooooooo

ขอจันทร์มั่นใจว่าครรชิตอยู่เบื้องหลังการ บาดเจ็บของศิลา บุกมาถึงห้องทำงานของเขา ต่อว่าที่เขาทำร้ายศิลา ครรชิตตีหน้าซื่อตาใสไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ในเมื่อศิลาไม่รู้จะฟื้นคืนสติได้อีกหรือเปล่า ตนก็เลยจะใช้โอกาสนี้จัดการให้สิ้นซาก แล้วทุกอย่างของเชตวัตรก็จะกลับมาเป็นของตน

“แก...แกมันเลวจริงๆ แค่นี้แกยังไม่พอใจหรือไง”

“เดี๋ยว ใจเย็นๆก่อนสิ ผมมีข้อเสนอบางอย่างให้คุณ ถ้าคุณไม่อยากให้ไอ้ศิลาเป็นอะไรไปมากกว่านี้ล่ะก็ ขายหุ้นทั้งหมดของคุณให้ผม แล้วผมสัญญาว่าผมจะปล่อยศิลากับครอบครัวของมันไป”

อีกมุมหนึ่งหน้าห้อง นทีจะเข้ามาเอาเรื่องครรชิตเช่นกันแต่วุธขวางไว้อ้างเจ้านายของตนกำลังมีแขก เขาจะเข้าไปข้างในให้ได้จนเกือบจะมีเรื่องกัน แต่ขอจันทร์เดินออกมาจากห้องพร้อมกับครรชิตเสียก่อน นทีแปลกใจเธอเข้าไปทำอะไรในนั้น เธอไม่ตอบคำถามเดินหนีไปหน้าตาเฉย เขารู้ทันที ต้องมีบางอย่างผิดปกติ รีบตามมาคาดคั้นเข้าไปหาครรชิตทำไม เธอสารภาพว่าจะขายหุ้นให้เขา นทีโวยวายลั่น รู้ไหมว่าทำอะไรลงไป

“รู้ทำไมฉันจะไม่รู้ แต่ถ้าฉันไม่ทำอย่างนี้ ครรชิตก็จะฆ่าคุณศิลา ฉันไม่อยากเสียคุณศิลาไปอีก คุณทีเข้าใจฉันบ้างไหม” ขอจันทร์ปล่อยโฮด้วยความอัดอั้น จากนั้นไม่นานเธอแวะไปเยี่ยมศิลาที่ยังคงนอนไม่ได้สติ นั่งลงข้างเตียงจับมือเขากุมไว้

“คุณไม่ต้องห่วงทางนี้นะ ถึงตอนนี้คุณจะช่วยอะไรเชตวัตรไม่ได้ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนช่วยคุณเอง”...

ณิชรันย์โกรธพี่ชายมากที่แอบเอามือถือของเธอไลน์หลอกศิลาให้ออกมาโดยทำร้ายอาการเป็นตายเท่ากัน ตรงเข้าไปทุบตีเขาไม่ยั้งพร้อมกับต่อว่ารู้ทั้งรู้ว่าศิลาเป็นพ่อของลูกในท้องของเธอยังใจร้ายทำแบบนี้อีก ครรชิตเจ็บใจที่น้องสาวปกป้องศัตรูตบหน้าสุดแรงจนล้มคว่ำ เธอยิ่งโกรธขู่จะไปบอกความจริงกับตำรวจ เขาตะคอกใส่หน้า หากจะทำอย่างนั้นก็ให้ฆ่าเขาเลยจะดีกว่าแล้วเอาปืนยัดใส่มือเธอ

“ในเมื่อแกเลือกมันแล้วนี่เพราะฉะนั้นฆ่าฉันซะ ถ้าแกไม่ฆ่าฉันฉันก็จะฆ่ามัน”

“ไม่...รันไม่ทำ” ณิชรันย์ทิ้งปืนด้วยความอัดอั้นตันใจก่อนจะวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา...

ฝ่ายขอจันทร์ตัดสินใจโทร.ยืนยันกับครรชิตว่าจะขายหุ้นให้ แต่เขาต้องสัญญาก่อนว่าจะเลิกยุ่งกับศิลาและครอบครัว เขารับปากจะทำตามที่เธอต้องการ ขอจันทร์วางสายแล้วกลับมาที่ห้องพักฟื้น มองศิลาด้วยสายตาเปี่ยมรัก พึมพำขอโทษที่ต้องทำอย่างนี้ก่อนจะหยิบแหวนแต่งงานในกระเป๋าออกมา

“แหวนวงนี้ ฉันคิดว่าเราจะได้ใส่กันตอนที่แต่งงานกัน แต่เมื่อทุกอย่างเป็นแบบนี้แล้วคุณคงจะเกลียดฉันมาก ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่าฉันยอมทิ้งทุกอย่างไปก็เพื่อคุณ” พูดจบเธอวางแหวนไว้ที่ปลายนิ้วมือของเขาแล้วเดินออกไป จึงไม่เห็นว่านิ้วของเขาเริ่มขยับ

ooooooo

นิ้วมือของศิลาที่ขยับได้เพียงเล็กน้อยเมื่อคืน พอถึงตอนเช้าก็ขยับได้มากขึ้นจนปัดแหวนที่ขอจันทร์วางไว้ใกล้ๆหล่นไปใต้เตียง สักพักณิชรันย์เปิดประตูห้องเข้ามานั่งข้างเตียงจับมือเขามาแนบแก้มร้องไห้ด้วยความอัดอั้น พลันมีเสียงศิลาเรียกเธอดังขึ้น ณิชรันย์เห็นเขาฟื้นจากโคม่าก็ดีใจมาก...

ในเวลาเดียวกัน ที่บริษัทเชตวัตรกรุ๊ป ทั้งนทีและบุญนำต่างตกใจเมื่อรู้ว่าขอจันทร์มาพบกับครรชิตเพื่อเซ็นเอกสารการซื้อขายหุ้น บุญนำยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้รีบตามไปห้าม จนมีเรื่องกับครรชิต นทีต้องเข้ามาดึงตัวไว้ บุญนำพยายามขอร้องให้ขอจันทร์เปลี่ยนใจ แต่เธอไม่ยอมทำตาม

“คุณบุญนำเข้าใจฉันเถอะนะคะ ฉันขอโทษฉันจำเป็นต้องทำ” พูดจบขอจันทร์จากมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยโดยมีครรชิตเดินตาม นทีกับบุญนำจะตามไปอีกแต่ทางโรงพยาบาลโทร.มาแจ้งว่าศิลาฟื้นเสียก่อน...

ที่ห้องทำงานของครรชิต ขณะขอจันทร์กำลังจะเซ็นเอกสารขายหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปให้กับครรชิต ลูกน้องของวุธซึ่งเฝ้าสอดแนมอยู่ที่โรงพยาบาลโทร.มารายงานว่าศิลาฟื้นแล้ว เธอถึงกับชะงัก ครรชิตถามเสียงเข้มว่าจะเอาอย่างไร ถ้าอยากจะไปเยี่ยมศิลาก็ไปได้เลย ขอจันทร์ส่ายหน้า จดปากเซ็นชื่อในเอกสารต่อไปจนเสร็จ จากนั้นก็ส่งให้เขาแล้วขยับจะไป ครรชิตร้องเรียกไว้

“เดี๋ยวก่อน ผมมีอีกเรื่องอยากให้คุณทำ”...

ครอบครัวเชตวัตรรู้ข่าวดีต่างมาเยี่ยมศิลากันพร้อมหน้า แม้เขาจะฟื้นคืนสติแล้ว แต่หมอยังต้องเฝ้าระวังอีกระยะหนึ่งก่อน ศิลาไม่เห็นขอจันทร์มาเยี่ยมด้วยก็ถามหา ระหว่างนั้นคนที่เขาถามถึงเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามาพร้อมกับครรชิต นทีพุ่งใส่แขกไม่ได้รับเชิญอย่างเอาเรื่อง ครรชิตต้องบอกให้ใจเย็นๆก่อน ตนแค่จะมาแจ้งว่าขอจันทร์ขายหุ้นทั้งหมดให้ตนแล้ว ตอนนี้ตนเป็นเจ้าของเชตวัตรอย่างเต็มตัวแล้ว น้ำทิพย์ถึงกับเข่าอ่อน เดือนวารีต้องรีบประคองเอาไว้ ขอจันทร์เข้าไปช่วยอีกแรงหนึ่ง แต่ศิลาสั่งให้เอามือออกไปจากแม่ของเขา

“แกกับเธอออกไปจากห้องนี้ซะ”

นทีพยายามจะอธิบายเหตุผลที่ขอจันทร์ต้องทำแบบนั้น แต่ศิลาไม่ฟังไล่ตะเพิดเธอกับครรชิตไปให้พ้นหน้า ด้วยความเครียดทำให้ศิลาปวดหัวอย่างรุนแรง นทีต้องกดปุ่มฉุกเฉินเรียกพยาบาล แม้จะเป็นห่วงชายคนรักแต่ขอจันทร์จำต้องกลับออกมาไม่อยากเป็นต้นเหตุให้เขาต้องเครียดเพิ่มขึ้น

ครรชิตโทร.หาวุธทันทีที่ออกจากห้องพักฟื้นของศิลา สั่งให้นัดพวกบอร์ดบริหารของเชตวัตรกรุ๊ปกับสื่อทุกสำนักพิมพ์ อีกสองวันข้างหน้าเขาจะประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเขาและความย่อยยับของเชตวัตร ขอจันทร์ได้ยินเต็มสองหู ชักไม่แน่ใจสิ่งที่ตัวเองทำไปถูกต้องหรือเปล่า...

หลังจากได้รับยาทางสายน้ำเกลือ ไม่นานนักอาการปวดหัวของศิลาก็ทุเลาลง น้ำทิพย์ เดือนวารีและนทีกลับบ้านไปก่อนเพื่อให้คนป่วยได้พัก แต่ณิชรันย์ยังไม่ยอมกลับ ใส่ไฟว่าขอจันทร์ไม่น่าทำแบบนี้กับเขาทั้งที่เคยบอกว่ารักเขานักรักเขาหนา ศิลาไม่อยากฟัง ขอร้องให้เธอกลับบ้านไป เขาต้องการอยู่คนเดียว

“ค่ะ ไว้รันจะมาเยี่ยมพี่ศิลาใหม่นะคะ” ณิชรันย์จำต้องกลับออกไปอย่างเซ็งจัด...

ด้านยรรยงรู้ข่าวการได้ถือหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปเกินกว่ากึ่งหนึ่งของครรชิต บุกมาถึงบริษัทเพื่อทวงบุญคุณที่ตนเองมีส่วนทำให้เขามีวันนี้ ครรชิตไม่พอใจมากแต่ข่มอารมณ์ไว้ อ้างว่าตนเองก็คิดถึงเรื่องที่จะตอบแทนบุญคุณไว้ให้เขาเช่นกัน ยรรยงยิ้มพอใจ โดยไม่รู้ว่าความตายเท่านั้นคือสิ่งที่ครรชิตจะตอบแทนบุญคุณเขา

ooooooo

ระหว่างครรชิตเดินกลับมาที่ห้องทำงาน ลีน่าโทร.มาหา อ้างจะกลับเมืองนอกมีอะไรบางอย่างจะทำให้เขาประทับใจเพื่อเป็นการบอกลา เขาไม่สนใจ พอดีช่วงนี้ยุ่งมีงานแถลงข่าวเปลี่ยนตัวเจ้าของ

เชตวัตรกรุ๊ปรออยู่ อวยพรให้เธอโชคดีเดินทางปลอดภัยแล้วตัดสายทิ้ง

“ไม่ว่างเหรอ ดูสิว่าถ้าคุณเห็นนี่แล้วจะยังไม่ว่างอยู่อีกไหม” ลีน่าพูดจบส่งคลิปไปให้ครรชิตดู เป็นคลิปตอนที่เขายอมรับกับศิลาว่าเป็นคนเผาโรงงานเอง เขาแค้นใจมากที่โดนเธอดัดหลัง รีบโทร.กลับไปหา

“จะให้เจอกันที่ไหน”...

น้ำทิพย์โกรธขอจันทร์มากที่ขายหุ้นให้ครรชิต ด่าว่าต่างๆนานา พร้อมกับไล่ตะเพิดเธอกับครอบครัวออกจากบ้านเชตวัตร ขอจันทร์เสียใจน้ำตาร่วงที่ท่านไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนเองทำ นทีต้องเข้ามาขอร้องให้แม่พอได้แล้ว ถ้าไล่ขอจันทร์กับครอบครัวไปตอนนี้ แล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหนนี่ก็ค่ำมืดแล้ว

“ได้ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พวกแกขนของออกจากบ้านฉันไปให้หมดเข้าใจไหม” สั่งเสร็จน้ำทิพย์เดินนำนทีกลับตึกใหญ่ ขอจันทร์ขอโทษพ่อกับน้องที่ทำให้เดือดร้อน สาโรจน์เตรียมใจไว้แล้ววันนี้จะต้องมาถึงเข้าสักวัน

“พ่อจะไม่ถามฉันหน่อยเหรอว่าทำไมฉันถึงขายหุ้นให้คนอื่นแทนที่จะเป็นคุณศิลา”

สาโรจน์เชื่อมั่นในตัวลูกสาวว่าตัดสินใจทำอะไรลงไปย่อมมีเหตุผล ตะวันฉายปลอบใจเธอว่าใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเขากับพ่อเข้าใจเธอดี จังหวะนั้นมีเสียงสัญญาณไลน์ของตะวันฉายดังขึ้น เดือนวารีไลน์มาตามให้ไปพบ ครู่ต่อมา ตะวันฉายมาที่สวนข้างบ้าน เดือนวารีซึ่งรอท่าอยู่ก่อนแล้วขอโทษเขาแทนแม่ของเธอด้วยที่เกรี้ยวกราดใส่ อาสาจะไปคุยกับท่านให้ ถ้าจะไล่ก็ให้ไล่ขอจันทร์คนเดียว เขากับสาโรจน์ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตะวันฉายเชื่อว่าขอจันทร์มีเหตุผลถึงทำแบบนั้น

สองคนคิดต่างกันทำให้เกิดมีปากเสียงกันขึ้น เดือนวารีงอนเดินหนีขึ้นบ้านไปหน้าตาเฉย...

ในเวลาต่อมา ครรชิตไปพบลีน่าที่โรงแรมหรูซึ่งเป็นรังรักของทั้งคู่ เธอรอท่าอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ เขาไม่มีอารมณ์จะสนุกด้วยคว้าคอเธอดันไปที่เตียงนอน สั่งให้เอาคลิปมาให้ เธอยิ้มยั่วอย่างไม่เกรงกลัวถ้าอยากได้คลิปก็ต้องทำให้ถึงใจเธอก่อนไม่อย่างนั้นเธอจะเอาคลิปไปให้นักข่าวที่เขาจ้างมาทำลายพ่อของเธอ

“สงสัยงานแถลงข่าวประชุมผู้ถือหุ้นอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นงานแถลงข่าวจับตัวคนร้ายตัวจริงที่เป็นคนเผาโรงงานเชตวัตรก็ได้”

เขาอยากรู้เธอต้องการอะไรกันแน่ เธอล้วงปืนจากใต้หมอนออกมา ครรชิตเห็นท่าไม่ดีเข้าไปแย่งยื้อกันไปยื้อกันมาปืนลั่น ลีน่าสะบัดไปตามแรงปืนร่างกระเด็นไปนอนคว่ำหน้ากับพื้นไม่ไหวติง เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปืนแล้ววางไว้ข้างตัวเธอ หยิบมือถือของเธอขึ้นมาลบคลิปโดยไม่ลืมเช็ดลายนิ้วมือของตัวเองจนเกลี้ยง ก่อนจะออกจากห้องตรงไปที่ลิฟต์ จากนั้นเขาโทร.ตามวุธให้ช่วยมาเก็บกวาดที่นี่

“อีกเรื่อง ฉันอยากเลื่อนงานแถลงข่าวขึ้นมาเป็นวันพรุ่งนี้”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ศิลาเหลือบเห็นแหวนแต่งงานตกอยู่ใต้เตียงคนไข้ ค่อยๆก้มลงเก็บ แล้วโทร.หานทีให้มารับที่ห้องพักฟื้นวันพรุ่งนี้อ้างมีเรื่องจะต้องทำ วางสายจากน้องชายก็รีบโทร.หาลีน่าเป็นรายต่อไป

ooooooo

ขอจันทร์ สาโรจน์และตะวันฉายพร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้เตรียมย้ายออกจากบ้านเชตวัตร เธอไม่อยากไปโดยไม่ล่ำลาจัดแจงจะขึ้นตึกใหญ่เพื่อไหว้ลาน้ำทิพย์ แต่ท่านเดินออกมาเสียก่อน สั่งห้ามขึ้นไปเหยียบบนนั้น ท่านไม่อยากให้เสนียดความทรยศขึ้นไปแปดเปื้อน

“พวกเราคงไม่อยู่ขวางหูขวางตาคุณท่านอีกพวกเรากราบลาคุณท่านตรงนี้แล้วกัน” ขอจันทร์ไหว้ลา น้ำทิพย์ สาโรจน์กับตะวันฉายทำตาม ทั้งสามคนยังไม่ทันจะขยับไปไหน นทีพาศิลากลับมาเสียก่อน น้ำทิพย์แปลกใจหมออนุญาตให้เขาออกจากโรงพยาบาลแล้วหรือ เธอเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของลูกก็รู้ว่าต้องเกิดเรื่องขึ้น

“ครรชิตจะจัดงานแถลงข่าวเรื่องการเปลี่ยนตัวเจ้าของเชตวัตรในวันนี้ครับ”

ทุกคนพากันตกใจ ขณะที่ขอจันทร์รู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้เชตวัตรกรุ๊ปจะต้องตกไปเป็นของคนอื่น...

ที่เชตวัตรกรุ๊ป ขณะที่ครรชิตกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเป็นครั้งสุดท้าย วุธเข้ารายงานว่าไม่เห็นมีศพของลีน่าอย่างที่เขาบอก แม้แต่รอยเลือดสักหยดก็ไม่เห็น ครรชิตกำลังใจจดจ่ออยู่กับการประกาศครอบครองเชตวัตรก็เลยไม่สนใจเรื่องนี้

สักเท่าไหร่ อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดงานแถลงข่าวโทร.มาแจ้งว่างานพร้อมแล้วเชิญเขาที่งานได้เลย ครรชิตรีบคว้าสูทมาสวมแล้วเดินยิ้มออกจากห้อง โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะกลายเป็นการประจานความชั่วของเขาออกสื่อแทนที่...

ที่ห้องแถลงข่าวภายในบริษัทเชตวัตรกรุ๊ป นักข่าวทุกสำนักต่างมารอทำข่าวกันอย่างคับคั่ง ศิลา น้ำทิพย์ นทีกับบุญนำรวมทั้งขอจันทร์ก็อยู่ในงานเช่นกัน ครรชิตไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นศิลากับพวก สั่งให้วุธเชิญตัวออกไปแต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมไปจนเกิดกระทบกระทั่งกันขึ้น ทันใดนั้นจอโปรเจกเตอร์ใหญ่เลื่อนลงมาจากเพดาน

สักพักมีภาพของครรชิตกับลีน่าซึ่งอยู่ในห้องของโรงแรมหรู ครรชิตเห็นภาพตัวเองถึงกับตะลึง สั่งให้วุธไปปิดเครื่องฉายภาพ นักข่าวพากันส่งเสียงฮือฮาว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพในจอดำเนินไปถึงตอนที่ครรชิตกับลีน่าแย่งปืนกันและปืนลั่น เธอกระเด็นไปนอนฟุบกับพื้น นอกจากนี้ยังมีคลิปที่เขาบอกว่าเผาโรงงานอีกต่างหาก

ทุกคนในงานพากันตกใจ โดยเฉพาะครรชิตไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่พอประภพเดินนำตำรวจเข้ามาจับกุมตัวเขาฐานฆ่าลีน่า เขาก็ถึงบางอ้อทันทีว่าถูกจัดฉาก ยิ่งเห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะของศิลา ครรชิตถึงกับสติแตกสะบัดหลุดจากมือตำรวจ แย่งปืนที่เหน็บเอวเขาไว้ แล้วคว้าขอจันทร์ซึ่งอยู่ใกล้ๆมาเป็นตัวประกัน

“ถ้าแกไม่อยากให้นังนี่ตาย ก็หลีกทางซะ”

ตำรวจชักปืนขึ้นเล็งครรชิตพร้อมกับสั่งให้ปล่อยตัวประกัน แล้วยอมมอบตัว เขาขู่ไม่ให้ใครขวางไม่อย่างนั้นจะฆ่าขอจันทร์ทิ้ง ตำรวจจำต้องปล่อยเขาไปเพราะกลัวตัวประกันจะเป็นอันตราย ศิลาได้แต่มองตามเจ็บใจตัวเองที่ช่วยอะไรหญิงคนรักไม่ได้

ooooooo

ครรชิตลากขอจันทร์มายังลานจอดรถ เธอรู้ดี ขืนปล่อยให้เขาเอาตัวขึ้นรถหนทางรอดย่อมริบหรี่ เหลือบเห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามา เธอตัดสินใจผลักเขาออกแล้ววิ่งไปขอความช่วยเหลือ ครรชิตยิงขู่ใส่พื้นกระสุนเฉียดขอจันทร์ไปนิดเดียว แล้วตามมาตบสั่งสอนฐานคิดจะหนี

นที ศิลากับบุญนำและณิชรันย์กับตำรวจวิ่งตามมา ครรชิตเห็นจวนตัวใช้ปืนจี้ชิงรถคันนั้นหนีโดยเหน็บ

ขอจันทร์ติดไปด้วย ศิลาจะตามไปช่วยแต่ตำรวจห้ามไว้ ฝ่ายขอจันทร์ใช้ไหวพริบแอบกดมือถือโทร.หาศิลาเพื่อบอกตำแหน่งให้รู้ เขาเปิดสปีคเกอร์โฟนให้ทุกคนได้ยินเสียงขอจันทร์ที่หลอกถามครรชิตว่าจะพาตนเองไปไหน เขาไม่เฉลียวใจโทร.หาสมุนคนหนึ่งเพื่อให้ช่วยหนีออกนอกประเทศทางด่านอรัญประเทศ

ศิลาตกใจมาก ขืนปล่อยให้ครรชิตทำอย่างนั้น ขอจันทร์ก็จะหมดประโยชน์และจะต้องถูกฆ่าในที่สุด เขาตัดสินใจตามไปช่วย ณิชรันย์กับนทีขอร้องให้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจแต่เขาไม่ฟัง

“ที แกช่วยบอกตำรวจด้วยว่ามันกำลังมุ่งหน้าไปทางอรัญฯ แล้วถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลฉันจะรีบโทร.บอก” พูดจบศิลารีบวิ่งไปขึ้นรถขับออกไปราวกับจะแข่งกับพายุ นทีไม่รอช้าชวนบุญนำไปหาตำรวจ...

ทางด้านขอจันทร์พยายามถ่วงเวลาสุดฤทธิ์เพื่อให้ศิลาตามทัน แถมยังคอยพูดเสียงดังบอกเส้นทางเป็นระยะๆ ครรชิตรำคาญตะคอกใส่ ทำไมต้องแหกปากขนาดนั้น เธอเห็นสีหน้าเอาเรื่องของเขาจำต้องหุบปาก โชคไม่ดี

มือถือเจ้ากรรมดันส่งสัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่อ่อน เขาเอะใจสั่งให้เธอส่งกระเป๋าถือมา ค้นดูข้างในถึงได้รู้ว่าเธอแอบโทร.หาศิลาก็โกรธมาก สะบัดหลังมือตบหน้าเธอเสียงดังเพียะแล้วตะคอกใส่มือถือ

“ฉันรู้ว่าแกคงรู้แล้วว่าฉันจะไปไหน”

“ครรชิตแกหนีไมพ้นหรอก มอบตัวเถอะ”

ครรชิตไม่ยอมมอบตัว แถมขู่ไปถึงจุดหมายเมื่อไหร่จะฆ่าขอจันทร์ทิ้งให้ศิลาตามไปเก็บศพที่นั่นได้เลย แล้วโยนมือถือออกนอกรถ ขอจันทร์ครุ่นคิดหนักจะต้องหาทางหนีให้ได้ก่อนที่เขาจะไปถึงอรัญประเทศ...

ระหว่างที่นทีกำลังยืนฟังข้อมูลจากตำรวจ อยู่ๆก็เวียนหัวต้องหาที่พิงไม่ให้ล้ม บุญนำเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนัก ของเขา เข้ามาพยุงไว้ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาโกหกว่าไม่เป็นอะไร สงสัยจะเครียดไปหน่อย บุญนำยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก ศิลาโทร.มาแจ้งข่าวคืบหน้าว่าครรชิตน่าจะอยู่แถวบางน้ำเปรี้ยว ขอให้นทีช่วยบอกให้ตำรวจสกัดจับเขาให้ได้ก่อนจะถึงอรัญประเทศ ไม่อย่างนั้นขอจันทร์จะเป็นอันตราย...

ขอจันทร์คิดแผนหนีเอาตัวรอดขึ้นมาได้ ระหว่างที่ครรชิตขับรถมาตามทางด้วยความเร็วสูง เธอเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยที่เขาคาดอยู่ แล้วกระชากพวงมาลัยรถ ทำให้รถเสียการควบคุมไถลลงข้างทางชนเข้ากับต้นไม้อย่างแรง ทั้งคู่หมดสติทันที

ooooooo

ผ่านไปนานพอสมควร ขอจันทร์ค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นครรชิตฟุบอยู่กับพวงมาลัยรถหมดสติมีเลือดไหลอาบ เธอรีบปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก กำลังจะลงจากรถแต่เขาคว้าตัวไว้ไม่ยอมให้หนี เธอ ทั้งดิ้นทั้งถีบโดนหน้าเขาเต็มๆจนต้องปล่อยมือ ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกมา

ศิลาขับรถตามมาเห็นรถของครรชิตประสบอุบัติเหตุ อยู่เบื้องหน้า โดยมีขอจันทร์วิ่งโขยกเขยกตรงมาหาเขารีบจอดรถลงไปช่วย เห็นเธอมีเพียงแผลแตกที่หน้าผากก็เบาใจที่ไม่เป็นอะไรมาก รถตำรวจแล่นมาจอดใกล้ๆ ถามว่าคนร้ายอยู่ไหน เธอชี้มือไปที่รถซึ่งจอดแน่นิ่งเบื้องหน้า ตำรวจกระจายกำลังกันล้อมรถเอาไว้

“โยนอาวุธออกมา แล้วมอบตัวซะ”

เงียบไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว พอตำรวจเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้พบว่าครรชิตหายตัวไปแล้ว...

ขณะที่ขอจันทร์หนีรอดเงื้อมมือครรชิตมาได้ ตะวันฉายกับเดือนวารีต่างขอโทษกันและกันเรื่องที่มีปากเสียงกันเมื่อวันก่อน และปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด

อีกมุมหนึ่งของบ้านเชตวัตร ณิชรันย์ น้ำทิพย์กับนทีนั่งรอฟังข่าวคืบหน้าจากศิลาอย่างใจจดจ่อ โดยเฉพาะน้ำทิพย์เป็นห่วงลูกจนไม่เป็นอันกินอันนอน นทีเวียนหัวตาเริ่มพล่ามัวแต่พยายามฝืนไว้ ระหว่างนั้นบุญนำเข้ามาแจ้งความคืบหน้าว่าทั้งขอจันทร์และศิลาปลอดภัย แต่ครรชิตหนีรอดไปได้ น้ำทิพย์ร้อนใจเป็นห่วงลูกชายคนโต สั่งให้มั่นใจเอารถออกจะไปหาเขา แต่นทีเป็นลมหมดสติไปเสียก่อน...

ครรชิตต้องการหนีไปประเทศเพื่อนบ้านจึงจี้ชิงรถของชายโชคร้ายคนหนึ่งซ้อมแล้วจับมัดไว้ที่เบาะหลังรถ ขณะครรชิตบ่ายหน้าไปยังจุดนัดหมาย เจอตำรวจตั้งด่านอยู่ข้างหน้า ครุ่นคิดหนักจะต้องหนีไปให้ได้...

นทีล้มป่วยด้วยอาการมีเนื้องอกในสมอง แม้การผ่าตัดจะเสี่ยงเนื่องจากเนื้องอกอยู่ใกล้จุดสำคัญ แต่เขายินดีจะเสี่ยง ก่อนจะขึ้นเขียง เขาเปิดเผยความจริงให้ทุกคนได้รู้ว่าที่ขอจันทร์ขายหุ้นให้ครรชิตเพราะเขาขู่จะทำร้ายศิลา แล้วหันไปขอโทษเธอที่พูดเรื่องนี้ทั้งที่รับปากเอาไว้ว่าจะไม่บอกใคร

“เพราะถ้าผมไม่บอกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสได้บอกความจริงกับทุกคนไหม”

เดือนวารีใจคอไม่ดี ขอร้องพี่ชายอย่าพูดเป็นลาง นทีสั่งเสียณิชรันย์ให้ดูแลลูกในท้องให้ดีๆ และขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ศิลาสัญญาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตนจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ นทียิ้มให้พี่ชายและทุกคนที่มาอยู่เป็นกำลังใจให้...

ในระหว่างที่รอนทีผ่าตัดสมอง ศิลากับขอจันทร์ได้ปรับความเข้าใจกัน เขาดึงเธอมากอดขอโทษที่เข้าใจเธอผิดๆ ณิชรันย์เห็นทั้งคู่คืนดีกันก็ใจหาย จังหวะนั้น ตำรวจเข้ามาแจ้งเธอว่าเจอตัวครรชิตแล้วแต่เขาตายแล้ว รถประสบอุบัติเหตุก่อนถึงด่านตรวจของตำรวจ ณิชรันย์ถามเสียงสั่น แน่ใจว่าใช่พี่ชายของเธอหรือ

ตำรวจเองก็ยืนยันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คงต้องรอผลชันสูตรจากกองพิสูจน์หลักฐานก่อน เพียงแต่เบื้องต้นพบกระเป๋าสตางค์ของครรชิตที่ข้างตัวศพ ณิชรันย์น้ำตาไหลพรากก่อนจะเป็นลมล้มพับ

ooooooo

ที่เมรุเผาศพครรชิต ณิชรันย์อยากจะลบล้างความผิดที่พี่ชายตัวเองทำไว้กับครอบครัวเชตวัตร ตัดสินใจคืนหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปทั้งหมดให้ ศิลาถามย้ำว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะทำแบบนี้

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ พี่ศิลาไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ รันบอกแล้วไง รันแค่อยากทำหน้าที่ของน้องสาวเพื่อลบล้างความผิดของพี่ชิตเป็นครั้งสุดท้าย...รันมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอกับพี่ศิลา หลังจากงานศพพี่ชิต รันจะไปใช้ชีวิตที่อเมริกา รันอยากให้พี่ศิลาไปด้วย ได้ไหมคะ”

ศิลาปฏิเสธว่าคงไปด้วยไม่ได้ ณิชรันย์ตระหนักในทันทีว่าเขารักขอจันทร์ไม่ได้รักเธอและคงถึงเวลาที่เธอต้องยอมแพ้สักที ในเมื่อเธอเองรักเขาก็ควรจะปล่อยให้เขามีความสุขกับคนที่เขารัก

“รันขอโทษนะคะที่ทำให้พี่ศิลาลำบากใจ ไม่น่าเชื่อนะคะ รันรู้สึกดีจังเลยที่พูดออกไปหมดแล้ว”

ชายหนุ่มดีใจมากที่เป็นอิสระจากข้อผูกมัดกับณิชรันย์ ตรงไปหาขอจันทร์ที่ยืนใจลอยอยู่ที่ริมสระน้ำท้ายวัด แทนที่เขาจะบอกความจริงกับเธอกลับอยากลองใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง แกล้งบอกว่าจะเดินทางไปอยู่อเมริกากับณิชรันย์หลังจากงานเผาศพครรชิต เธอจำต้องข่มความขมขื่นใจไว้ อวยพรให้เขาโชคดี แล้วรีบผละจากไปกลัวจะกลั้นน้ำตาไม่ไหว เขาจะตามไปอธิบายว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่น แต่บุญนำเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ถามว่าที่ให้ตามตนมามีเรื่องอะไรหรือ ศิลาจำต้องพักเรื่องความรักเอาไว้ก่อน...

ศิลาสังหรณ์ใจว่าครรชิตจะไม่ได้ตายจริง จึงให้บุญนำอาศัยความมืดขับรถของเขาออกจากวัดทำทีเป็นเขาขับไปเอง ครรชิตหลงกลตามไปหมายจะจัดการให้สิ้นซาก แต่กลับถูกบุญนำหลอกให้ไปโดนตำรวจจับ...

ณิชรันย์เก็บเสื้อผ้าข้าวของเตรียมตัวจะเดินทางไปอเมริกา นึกถึงขอจันทร์ขึ้นมาได้โทร.บอกให้ไปเจอกันที่สนามบิน มีเรื่องอยากจะคุยด้วย เธอรับคำ พรุ่งนี้จะไปพบณิชรันย์ตามนัด ก่อนจะวางสายอย่างหนักใจแล้วเหลือบมองไปที่หน้าต่างเห็นศิลาบ่ายหน้ามาทางนี้ นึกว่าเขาจะมาล่ำลารีบย่องไปปิดไฟ เขาเห็นไฟบนห้องของเธอมืดถึงกับถอนใจเซ็งที่ไม่ได้บอกเธอเรื่องที่ไม่ได้ไปอเมริกากับณิชรันย์

ooooooo

อาการป่วยของนทีดีขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่เข้ารับการผ่าตัด เช้านี้เขาลุกจากเตียงลงมานั่งเก้าอี้เข็นได้แล้ว ศิลา น้ำทิพย์และเดือนวารีมาเยี่ยมเหมือนเช่นเคย ศิลารู้ว่าวันนี้ณิชรันย์จะเดินทางไปอเมริกา วีดิโอคอล มาบอกลา แล้วส่งมือถือให้นทีได้บอกลาเธอเช่นกัน ณิชรันย์ชวนเขาถ้าหายดีเมื่อไหร่มาเยี่ยมลูกบ้างก็ได้

“ทีจะรีบหายแล้วทีจะไปเยี่ยมรันกับลูกนะ” นทีกับณิชรันย์ต่างยิ้มให้กัน ก่อนเธอจะตัดสาย

สักพักขอจันทร์เดินแกมวิ่งเข้ามาหาณิชรันย์ ถึงได้รู้ความจริงว่าศิลาไม่ได้ไปอเมริกาด้วย เธอไม่พอใจมากที่เขาหลอกเธอครั้งแล้วครั้งเล่า คิดหาทางเอาคืน จัดแจงเตี๊ยมกับพ่อและน้องชายให้บอกเขาว่าเธอไปแล้วและจะไม่กลับมาที่บ้านเชตวัตรอีก ศิลาใจหายที่ขอจันทร์จากไปโดยไม่ล่ำไม่ลา...

ขณะที่ศิลาครุ่นคิดหนักว่าขอจันทร์หายไปไหน ประภพมาเยี่ยมครรชิตที่ห้องขัง แล้วต่อวีดิโอคอลให้เขาพูดกับลีน่าซึ่งตอนนี้อยู่ที่อังกฤษ เขาตกใจมากที่เห็นเธอไม่ตาย เธอเฉลยให้รู้ว่าทั้งหมดเป็นแผนการของเธอกับศิลาที่ร่วมมือกันจัดการกับเขา ทั้งแอบอัดคลิปตอนที่เขาบอกว่าเป็นคนเผาโรงงานเอง รวมทั้งจัดฉากว่าเขาเป็นคนฆ่าเธอและคนที่ฉีกหน้าเขาต่อหน้าสื่อก็เป็นฝีมือของเธออีกเช่นกัน ครรชิตแค้นใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้...

ในเวลาต่อมา ศิลาแวะไปหาเอริคที่คอนโดฯที่พักเพื่อถามหาขอจันทร์ ทีแรกเขาอิดออดไม่ยอมบอกอะไร แต่สุดท้ายทนเสียงรบเร้าของศิลาไม่ไหว

“อะๆบอกให้ก็ได้ แองจี้บอกว่าตอนนี้หัวใจเธอบอบช้ำเกินกว่าจะรักใครได้อีก แต่ถ้าคุณมั่นใจว่ารักเธออยู่ก็พิสูจน์โดยการทำให้เธอกลับมารักคุณอีกครั้งให้ได้...แองจี้เพิ่งออกไปก่อนที่คุณจะมาแป๊บเดียวเอง”

ศิลาไม่รอช้ารีบขับรถตามหา กระทั่งเห็นขอจันทร์นั่งอยู่บนรถแท็กซี่ เขาขับปาดหน้าลงไปดึงเธอมาขึ้นรถตัวเอง ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้วเหลือบเห็นมีรถขับตาม เขาเร่งเครื่องหนี พลันมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้น ศิลาตกใจหักหลบรถเสียหลักไถลลงข้างทาง ชายชุดดำสวมหมวกไอ้โม่งสองคนปรี่เข้าหาพร้อมกับปืนในมือจะยิงศิลา ขอจันทร์วิ่งไปขวางทางกระสุนไว้ เสียงปืนดังปังพร้อมกับร่างของเธอทรุดฮวบ ศิลาตกใจมากคว้าเธอมากอดไว้ ขอจันทร์ที่เริ่มหายใจรวยรินมีเรื่องจะขอร้องก่อนตาย อยากได้ยินเขาบอกว่ารัก

“ฉันรักเธอ ขอจันทร์ฉันรักเธอ”

ขอจันทร์ยิ้มให้แล้วคอพับแน่นิ่งไป ศิลาร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความแค้นหันไปจะเอาเรื่องชายชุดดำ เอริคในคราบคนร้ายถึงกับแต๋วแตกร้องวี้ดว้ายลั่น ถอดหมวกไอ้โม่งออกแทบไม่ทัน ศิลารู้ทันทีว่าโดนขอจันทร์เอาคืน แกล้งงอนเดินหนี เธอต้องตามมาง้อ แต่เขาแกล้งงอนไม่เลิก

“คุณๆ...งอนเป็นผู้หญิงไปได้ เรื่องแค่นี้เองไม่เห็นต้องโกรธเลย อะๆฉันขอโทษก็ได้ หายโกรธหรือยัง”

เธอพยายามง้อสุดฤทธิ์ เขาเล่นตัวมากไปหน่อยขอจันทร์ชักฉุน ในเมื่อเขาไม่ให้อภัยเธอจะเป็นฝ่ายไปจากเขาเอง แล้วขยับจะไป ศิลาคว้าเธอมากอดไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอจากไปไหนอีก

“ฉันสัญญา ต่อไปนี้ชีวิตของฉันจะมีไว้เพื่อรักเธอคนเดียว...ขอจันทร์ ฉันรักเธอนะ”

เจอไม้นี้เข้าไปขอจันทร์ใจอ่อนยวบ สารภาพว่ารักเขาเช่นกัน ทั้งคู่ตระกองกอดกันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านคู่วุ่นลุ้นแผนรัก ติดตามคู่วุ่นลุ้นแผนรัก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธาวิน เยาวพลกุล,อุษามณี ไวทยานนท์ 15 มี.ค. 2559 09:09 2016-03-18T02:37:24+00:00 ไทยรัฐ