สมาชิก

คุณผีที่รัก

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "คุณผีที่รัก"

พีระวิ่งออกจากบ้านทันที ถูกแมนสรวงโผล่มาขวางถามว่าจะไปไหน

“น้ำมนต์ถูกผีคามินเอาตัวไป มันต้องการตัวฉัน มันเลยเอาน้ำมนต์ไปเป็นตัวประกัน” แมนสรวงถามว่าผีคามินออกจากสุสานรถได้ยังไง? “ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันแน่ใจว่ามันสิงร่างน้ำมนต์อยู่ แล้วมันก็จะทำอันตรายน้ำมนต์แน่ถ้าฉันไม่รีบไปหามัน นายต้องบอกฉันว่ามันเอาน้ำมนต์ไปไว้ที่ไหน”

แมนสรวงโวยว่าตนจะไปรู้ได้ยังไง ขณะกำลังโต้เถียงกันนั้น ข้าวต้มก็วิ่งเอามือถือมาให้พีระบอกว่าน้ำมนต์รับสายแล้วและจะคุยกับเขา

“คุณอยู่ไหนน้ำมนต์” พีระถาม แต่พอฟังแล้วช็อก แจ๊วช็อกยิ่งกว่าเมื่อเห็นมือถือลอยได้ถอยกรูดไปไกล พีระถามปลายสายอย่างร้อนใจว่า “คามิน...แกพาน้ำมนต์ไปไหน!! จะทำอะไรน้ำมนต์!!”

“ฉันจะรอแกแค่หนึ่งชั่วโมง ถ้าแกไม่มา ฉันจะเอาวิญญาณนังคนนี้ไปแทน” เสียงคามินพูดแล้วตัดสายเลย

พีระดูนาฬิกาแล้วจะรีบไป ข้าวต้มจะไปด้วย เขาบอกว่า

“พี่จะไปช่วยน้ำมนต์ เราอยู่ที่นี่ อย่าให้พี่เป็นห่วงเข้าใจไหม” คืนมือถือให้ข้าวต้มแล้ววิ่งพรวดไปทันที

ooooooo

คนขับแท็กซี่พาน้ำมนต์ที่ถูกคามินสิงมาที่โกดังท่าเรือ น้ำมนต์ลงจากรถก็เดินไปเลย คนขับแท็กซี่ตามทวงค่าโดยสารจนถูกคามินจับเหวี่ยงไปกระแทกกองวัสดุ พอลุกได้ก็วิ่งไปขับรถหนีไปอย่างเร็ว

พีระวิ่งออกมาเจอแมนสรวงโผล่มาขวางอีก เตือนสติพีระว่า

“ใจเย็นๆก่อน นายก็รู้ว่าไอ้คามินมันต้องการวิญญาณของนาย แล้วยังจะมุทะลุไปให้มันดูดวิญญาณอีกเนี่ยนะ” พีระบอกว่ารู้แต่ตนปล่อยให้น้ำมนต์เป็นอันตรายไม่ได้ “ฉันก็ไม่ได้บอกให้นายทิ้งน้ำมนต์ แต่ถ้าจะไป ก็ต้องไปอย่างรอบคอบ รัดกุม และมีโอกาสรอดปลอดภัย...สมองน่ะ...มีไหม”

เวลาเดียวกัน อัฐชัยก็มาถามข้าวต้มว่าน้ำมนต์กลับมาหรือยัง ข้าวต้มตัดบทอย่างยักท่าว่า

“ปล่อยให้คนเป็นแฟนกันดูแลกันเองดีแล้ว คนอื่นกลับบ้านไปเถอะครับ”

คามินพาร่างน้ำมนต์ที่ถือท่อนเหล็กเล็กๆ ลากครูดไปกับตู้คอนเทนเนอร์ลึกเข้าไปในโกดังท่าเรือ

พีระไปถึงโกดังท่าเรือเหลือเวลาอีกไม่มาก เขาวิ่งเข้าไปพลางตะโกน

“ไอ้คามิน แกอยู่ไหน ฉันมาแล้ว ปล่อยน้ำมนต์เสีย”

พอเขาแหงนมอง ตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นน้ำมนต์ยืนอยู่บนยอดตู้คอนเทนเนอร์อย่างหมิ่นเหม่เหมือนจะกระโดดลงมา เธอร้องเรียกพีระ ดีใจที่เขามาช่วย พีระปีนตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว ดึงน้ำมนต์ออกจากจุดอันตราย

“เธอปลอดภัยดีใช่ไหมน้ำมนต์ มันไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม”

พริบตานั้น แววตาที่อ่อนโยนของน้ำมนต์ก็กลายเป็นดุร้ายแดงวาบอำมหิตจนพีระผงะ ถูกน้ำมนต์คว้าหมับที่คอคำราม “แกต้องเป็นของฉัน!!”

“หึๆ คิดไว้แล้ว ทายสิว่าฉันสวมอะไรไว้ที่คอ” พีระ บอกให้ดูปากแล้วสะกดคำว่าพระ ก่อนบอกว่า “วิญญาณบริสุทธิ์อย่างฉัน เป็นมิตรกับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่เหมือนวิญญาณกุ๊ยข้างถนนอย่างแก เพราะฉะนั้น เตรียมตัวรับพรนะโยมมมมม...”

พริบตานั้น สร้อยพระที่คอพีระก็เปล่งแสงเรืองรองจนคามินร้องลั่น กระเด็นพุ่งออกจากร่างน้ำมนต์ทันที

ร่างน้ำมนต์ยังอยู่ที่เดิมกำลังจะร่วงหมดสติ พีระรีบประคองเอาไว้ แต่พีระยังไม่ทันตั้งตัว ร่างน้ำมนต์ก็ถูกพวกวิญญาณเร่ร่อนกระชากลอยพุ่งไปอย่างเร็ว!

พีระจะตาม ถูกคามินโผล่พรวดมาขวาง พีระชะงักเพราะรู้ตัวว่าผ่านคามินไปไม่ได้แน่

ooooooo

น้ำมนต์ถูกวิญญาณเร่ร่อนลากไปผลักใส่ตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่สูงพอสมควร พอน้ำมนต์เข้า ไปในตู้ ประตูก็ปิดปังแล้วก็มีเสียงล็อกตึงๆๆๆ โดยอัตโนมัติ

เวลาเดียวกัน พีระเผชิญหน้ากับคามินอย่างตึงเครียด คามินประกาศจะเอาพลังวิญญาณบริสุทธิ์ของเขา พีระบอกให้ปล่อยน้ำมนต์เสีย มันบอกปล่อยแน่ถ้าเขาถอดสร้อยออกแล้วเอาวิญญาณมา

พีระค่อยๆถอดสร้อยพระออกช้าๆ คามินสั่งให้ทิ้งไปที่อีกมุมหนึ่ง แมนสรวงมองไปที่ตู้คอนเทนเนอร์ที่ขังน้ำมนต์ พึมพำว่า

“ขังน้ำมนต์ไว้ในคอนเทนเนอร์? พวกมันคิดจะทำอะไร ถ่วงเวลาไว้ก่อนนะพีระ ฉันจะหาทางช่วยน้ำมนต์เอง”

แต่แล้วแมนสรวงก็ต้องผงะ เมื่อวิญญาณผีเร่ร่อนมายืนตามตู้คอนเทนเนอร์ล้อมรอบเขาเต็มไปหมด

เวลาเดียวกันพีระก็ถอดสร้อยพระช้าๆ มองเลยคามินไปข้างหลังแว่บหนึ่ง คามินผิดสังเกตพูดอย่างรู้ทันว่า

“แกตั้งใจจะถ่วงเวลา ไม่มีใครมาช่วยแกหรอก คิดจะหลอกฉันเหรอ ดี...ฉันจะไปฆ่าผู้หญิงคนนั้นเสีย!”

“อย่า!! ฉันยอมแล้ว ฉันจะวางพระเดี๋ยวนี้” แล้วพีระก็ทำท่าจะวางพระ ถามมันว่า “แกจะปล่อยน้ำมนต์แน่ใช่ไหม” มันไม่ตอบแต่สั่งให้วางพระลง

เมื่อไม่ได้ดั่งใจ คามินหันไปมองเศษเหล็กที่ด้านหนึ่ง พริบตานั้นเศษเหล็กพุ่งเข้าใส่พีระ พีระตกใจปล่อยพระกระโดดหลบ คามินพุ่งเข้าบีบคอพีระทันที แล้วมันก็ร้อนมือจนร้องลั่นพยายามจะดึงมือออก แต่ถูกพีระจับไว้แน่น บอกมันว่า

“คือแบบว่า..ห้อยพระมาสองเส้นน่ะ” แล้วยิ่งจับมือคามินไว้แน่น จนมันร้องโหยหวน แต่มันก็ดิ้นสุดแรง เหวี่ยงพีระไปกระแทกตู้คอนเทนเนอร์พลั่กๆๆๆ จนพีระบาดเจ็บแต่ก็ยังฮึดสู้

ooooooo

แมนสรวงถูกผีเร่ร่อนล้อมไว้หมด เขาถามพวกมันว่า

“พวกแกทำตามคำสั่งไอ้ผีคามินใช่ไหม รู้ไหมว่าทำไมพวกแกถึงต้องเป็นสัมภเวสีเร่ร่อน เพราะความชั่วร้ายเลวทรามของพวกแกมันไม่คู่ควรกับการไปเกิดเป็นมนุษย์ หรือแม้แต่เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ไม่คู่ควร ถึงต้องเร่ร่อนอยู่อย่างนี้”

วิญญาณผีตนหนึ่งโผล่มาข้างหลังกระโดดงับแมนสรวงทันที ถูกแมนสรวงใช้มือยันไว้ จัดการส่งผีเร่ร่อนตนนั้นลงนรกไปทันที แล้วถามพวกที่ยังเหลือว่า

“ใครอยากให้ยมทูตสุดหล่อส่งวิญญาณอีกก็เข้ามา!!” ปรากฏว่าพวกผีเร่ร่อนดาหน้าเข้าหาจนแมนสรวงผงะถามเสียงหลง “เฮ้ย...นี่ไม่กลัวตายกันเลยเหรอ!!”

น้ำมนต์อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ถูกผีผอมแห้งจนเห็นกระดูกผิวขาวเผือกไปทั้งตัว มันคลานเข้าหาน้ำมนต์ แววตามันเย็นชา ไม่เป็นมิตร น้ำมนต์กลัวจนร้องกรี๊ดดดดด...

พีระได้ยินเสียงกรีดร้องของน้ำมนต์หันมองอย่างเป็นห่วง เลยถูกคามินเหวี่ยงกระเด็นไปตกกระแทกอีกด้านหนึ่ง คามินเองก็บอบช้ำอ่อนล้า แต่ยังดุร้าย พีระยันตัวลุกขึ้นได้ก็วิ่งอ้าวไปด้วยความเป็นห่วงน้ำมนต์

แมนสรวงเองก็ได้ยินเสียงกรี๊ดของน้ำมนต์ จะขึ้นไปช่วยน้ำมนต์ แต่ถูกผีเร่ร่อนรุมกันเข้ามากระชากหงายแล้วจับมือตรึงไว้เพื่อไม่ให้เขาส่งวิญญาณได้ เลยได้แต่ร้องโวยวายว่า

“เฮ้ย แน่จริงปล่อยมือสิ ฉันจะส่งพวกแกไปนรกให้หมดเลย” พีระวิ่งผ่านมาพอดี แมนสรวงตะโกน “พีระ...ช่วยด้วย น้ำมนต์อยู่ในตู้นั่น มาช่วยฉันก่อน”

พีระหันมองแมนสรวง แต่พอได้ยินเสียงน้ำมนต์ร้อง ก็วิ่งไปช่วยน้ำมนต์ ทิ้งแมนสรวงให้โวยวายรอไปก่อน

คามินยันตัวขึ้นในสภาพบอบช้ำ แต่สีหน้ายังเหี้ยมเกรียมคำราม...

“แก...ไอ้พีระ...คิดว่าสมองแกแน่นักเหรอ...ฉันจะให้แกดูมันตาย!”

พีระรีบปีนขึ้นไป แต่ยังไม่ทันถึง จู่ๆตู้คอนเทน–เนอร์ก็ลอยขึ้นไป พีระตกใจพยายามกระโดดเกาะตู้คอนเทนเนอร์ แต่ไม่ทัน หันมองว่าทำไมตู้ลอยได้ พบว่า คนงานชายคนหนึ่งนั่งควบคุมรถที่ยกตู้คอนเทนเนอร์อยู่

“มันจะเอาน้ำมนต์ไปไหน...หรือว่า...มันจะยกขึ้นไปให้สูงแล้วทิ้งให้น้ำมนต์ตกลงมากระแทก...ตาย...” คิดแล้ววิ่งไปที่รถทันที พบว่าคนงานชายคนนั้น มีรอยสักที่พ้นเสื้อออกมาถูกผีสิงให้ควบคุมรถคันนั้นอยู่ พีระพยายามสั่งให้มันหยุดและวางตู้ลง แต่ชายคนนั้นไม่รับรู้ เขากระชากชายคนนั้นก็ไม่ไหวติง

“หลบไป!!” แมนสรวงโผล่พรวดมาไล่พีระ แล้วโหนหลังคารถถีบชายคนนั้นกระเด็นไปจากรถ แล้วกระโดดตามไปคร่อมทับไว้ไม่ให้มาขัดขวางพีระได้

น้ำมนต์อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์โซเซโอนเอนไปตามตู้คอนเทนเนอร์ที่เอียงวูบๆ ซ้ำผีผอมเผือกตนนั้นก็คลานเข้าหาอย่างคุกคาม

พีระพยายามควบคุมรถคันนั้นให้วางตู้คอนเทนเนอร์ลง แต่ถูกคามินเดินเซๆเข้ามายืนมอง ตะคอกว่า

“ฉันจะทำให้มันตกลงมา!”

พอมันยกมือนอตที่ยึดสลิงสำหรับยกตัว

คอนเทนเนอร์ก็ค่อยๆคลายออกจนหลุด ตู้คอนเทนเนอร์เอียงวูบไปด้านหนึ่ง น้ำมนต์กลิ้งไป เธอร้องลั่น พอลืมตาก็เจอหน้าผีตนนั้นอยู่ติดหน้าตัวเอง น้ำมนต์ช็อกร้องไม่ออก

พีระยังพยายามควบคุมรถเพื่อวางตู้คอนเทนเนอร์ลง คามินก็ยังตะคอกขู่ว่า “แกไม่ตาย มันก็ต้องตาย!”

พริบตานั้น แมนสรวงพุ่งเข้าชนคามินทั้งตัวจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน แมนสรวงกดคามินไว้ถามว่าอยากลงนรกใช่ไหมเดี๋ยวจะส่งไปให้ คามินดิ้นสุดแรง พอมันผลักแมนสรวงออกไปได้ แมนสรวงก็หายตัวไปอย่างเร็ว

“แน่จริงอย่าหนีสิวะ เฮ้ย!!” คามินร้องท้า

พีระบังคับตู้คอนเทนเนอร์วางลงได้พอดี เขาวิ่งพุ่งทะลวงเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเวลาที่น้ำมนต์จะหมดสติเพราะถูกผีตนนั้นนั่งทับจนหายใจไม่ออก แต่พอพีระพุ่งเข้าไป สร้อยพระที่คอส่งแสงเรืองวาบขึ้น ผีตนนั้นก็หายไป

“นาย...พี...” น้ำมนต์มองพีระด้วยสายตาที่พร่าเลือน

“น้ำมนต์...คุณอย่าเป็นอะไรนะ” พีระประคองน้ำมนต์ แต่เธอน็อกไปแล้ว เขากอดเธอไว้พร่ำเรียก “น้ำมนต์!!! ไม่นะ คุณต้องไม่เป็นอะไร...ฟื้นสิ...น้ำมนต์...ฟื้น!!”

ooooooo

อัฐชัยวิ่งตามหาน้ำมนต์ จนมาพบตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่งเปิดเองต่อหน้าต่อตา เขามองเข้าไปเห็นแต่น้ำมนต์อยู่ในสภาพหมดสติแต่ไม่เห็นพีระ

แมนสรวงนั่นเองที่เปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ อัฐชัยพุ่งเข้าไป เห็นน้ำมนต์นั่งอยู่ในท่าที่ถูกประคอง ก็รู้ทันทีว่าพีระอยู่ตรงนั้น อัฐชัยพรวดเข้าไป

“พีระ...แกปล่อยน้ำมนต์นะ” แล้วดึงน้ำมนต์ไปประคองไว้ ไล่พีระ “แกจะไปไหนก็ไป!!”

พีระถอยออกไปยืนข้างๆ ปล่อยให้อัฐชัยดูแลน้ำมนต์เพราะตัวเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ หันไปเห็นแมนสรวง พีระบอกอย่างสิ้นหวังว่า “แมนสรวง...น้ำมนต์...ตายแล้ว...”

“น้ำมนต์แค่สลบ ยังไม่ตาย” แมนสรวงดีดติ่งหูพีระเพียะ บ่นประชด “เสพดราม่ามากไปนะเรา”

พีระหันไปมอง เห็นอัฐชัยประคองน้ำมนต์บอกให้ทำใจดีๆ ไว้แล้วหยิบมือถือโทร.เรียกรถพยาบาล แมนสรวง พูดใส่หูพีระว่า

“ยกหน้าที่ดูแลน้ำมนต์ให้นายอัฐชัยไปเถอะ มันควรจะต้องเป็นอย่างนี้ ถูกต้องแล้ว”

พีระได้แต่มองเศร้าๆ...

ooooooo

ที่สำนักอาจารย์เทพ คามินนั่งทรุดอยู่ตรงหน้าอาจารย์เทพที่ถามอย่างไม่พอใจว่า

“เดี๋ยวนะ...นี่ฉันเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า...ไอ้พีระหนีไปได้? แล้วแกก็ถูกเล่นงานจนมีสภาพอย่างนี้... แกเป็นขาใหญ่คุมสุสานรถไม่ใช่เหรอ แต่แกถูกไอ้ผี
เมื่อวานซืนเล่นงานแบบนี้เนี่ยนะ!”

“ถ้ามันเพียงลำพัง ไม่มีทางหนีรอดหรอก แต่นี่มันมียมทูตช่วย” มันชี้แจงแก่อาจารย์เทพที่ยังงงว่า “วิญญาณบริสุทธิ์ จะมียมทูตเป็นผู้นำทางเพื่อกลับคืนสู่ร่าง ไอ้ยมทูตมันช่วยปกป้องพีระ ถ้าไม่มีมัน ไอ้พีระหนีไม่รอดแน่”

“แสดงว่า...ไอ้พีระมียมทูตเป็นมือขวา งั้นถ้าเราจะจัดการพีระ ก็ต้องจัดการยมทูตก่อนหรือเปล่าครับอาจารย์” เกี๊ยงที่นั่งฟังเหวออยู่ถาม

“ต่อให้มันเป็นยมทูต หรือเทวดานางฟ้าที่ไหน ฉันไม่สน ถ้ามันกล้ามาขวางทางฉัน มันต้องถูกกำจัด!!”

อาจารย์เทพประกาศกร้าว คิดจัดการยมทูต

ooooooo

น้ำมนต์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เธอรู้สึกตัวในเช้าวันนี้ มองไปเห็นอัฐชัยนั่งเฝ้าอยู่ เขาใส่เฝือกอ่อนที่แขน มีผ้าพันแผลเล็กๆที่ศีรษะ

“ตื่นแล้วเหรอ” อัฐชัยดีใจ น้ำมนต์ถามงงๆว่าที่นี่ที่ไหน และเกิดอะไรขึ้น “เกิดเรื่องไม่ดีกับน้ำมนต์น่ะสิ โชคดีที่อัฐตามไปช่วยได้ทันถึงได้ปลอดภัย ไม่อย่างนั้น...อัฐไม่อยากจะคิด...”

“เมื่อคืน เราไปช่วยพี่เอมี่ตัดต่อรายการ...” น้ำมนต์คิดทบทวน “แล้วทำไมฉันมาอยู่โรงพยาบาลได้?”

พิมพ์ดาวเดินหิ้วน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เข้ามาถามว่า

“แกจำไม่ได้จริงๆเหรอว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง ผลักเพื่อนซะกระเด็นยังจำไม่ได้อีก” พูดพลางจัดอาหาร

“เมื่อคืนฉันทำอะไร?” น้ำมนต์ส่ายหน้าจำไม่ได้

“น้ำมนต์พยายามจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดให้รถไฟทับ แต่น้ำมนต์ไม่ได้ตัดสินใจที่จะทำด้วยตัวเอง เพราะน้ำมนต์ถูกผีเข้า”

“ผีเข้า!” น้ำมนต์ตกใจ

“ใช่...แล้วก็ไม่ใช่ผีที่ไหนด้วย...พีระ!”

อัฐชัยปั้นน้ำเป็นตัว ใส่ไฟพีระหน้าตาเฉย น้ำมนต์ฟังแล้วอึ้ง งง อย่างไม่อยากเชื่อ...

ooooooo

พีระนั่งคุยกับแมนสรวงที่เก้าอี้ในบริเวณ โรงพยาบาล แมนสรวงพยายามหว่านล้อมพีระว่า

“ผีคามิน มันต้องการพลังวิญญาณบริสุทธิ์ของนายเพื่อทำให้มันสามารถยึดร่างกายของนายไปเป็นของมันได้โดยสมบูรณ์ ตอนนี้มันไม่ได้ถูกกักขังอยู่แต่ในสุสานแล้ว มันจะต้องตามล่านายจนกว่ามันจะได้สิ่งที่มันต้องการแน่”

พีระถามว่าตนมีผีเป็นศัตรูเพิ่มอีกตัวหรือ แมนสรวงตอบขู่ๆว่า มีทั้งคน หมอผี และผีร้าย พีระบอกว่าถ้าพวกมันทำร้ายตนตนไม่กลัวแต่อย่าทำร้ายน้ำมนต์

“นายห้ามไม่ได้ คนชั่วมันทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่มันต้องการ แม้แต่การฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างน้ำมนต์”

“หา!!”

“นายก็เห็นแล้วว่าผีคามินมันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้วิญญาณของนาย ถ้านายรักและเป็นห่วงน้ำมนต์จริง นายคงไม่อยากให้เขาต้องมาเสี่ยงอันตรายไปด้วย ใช่ไหม”

พีระคิด เครียด...แต่เพราะกลัวน้ำมนต์จะมีอันตราย จึงตัดใจยอมอยู่ห่างๆเธอ

อัฐชัยปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายพีระ โกหกน้ำมนต์เพื่อให้เกลียดพีระและนิยมชมชื่นตนจนพิมพ์ดาวทนไม่ได้ ใจหนึ่งก็ไม่อยากโกหกน้ำมนต์แต่อีกใจก็อยากช่วยอัฐชัย

แต่น้ำมนต์ไม่ได้เชื่อที่อัฐชัยเป่าหู ไม่เชื่อว่า

พีระจะทำร้ายตน เพราะไม่มีเหตุผลที่เขาจะทำอย่างนั้นเลย

“เขาอยากให้น้ำมนต์ไปอยู่ด้วยไง เขารู้ว่าเขาอาจจะไม่ได้กลับมามีชีวิตอีกก็ได้ เขาก็เลยจะพาน้ำมนต์ไปด้วย”

พิมพ์ดาวทนฟังไม่ได้เลยเดินออกจากห้องไปนั่งม้านั่งที่พีระกับแมนสรวงนั่งอยู่ก่อนแล้วโดยไม่รู้ตัว ระบายความอัดอั้นที่ต้องกลัวโน่นระแวงนี่ สุดท้ายตัดสินใจว่า จะไม่ยอมให้จิตฝ่ายต่ำมาครอบงำ บอกตัวเองว่า

“อัฐชัยจะทำให้น้ำมนต์มีความสุข เราก็ต้องทำเพื่อความสุขของเพื่อนต่อไป” ทำใจได้แล้วลุกเดินออกไป

“ยัยนั่นได้คำตอบแล้ว นายล่ะ จะทำเพื่อความสุขของน้ำมนต์ได้ไหม” แมนสรวงถือโอกาสกล่อมพีระต่อ

ฝ่ายอัฐชัยยังหาทางกีดกันพีระ ด้วยการมอบสร้อยคอทำจากผ้ายันต์ที่ห้อยอยู่ให้น้ำมนต์

“อ้ะ...อัฐเอาผ้ายันต์อาจารย์เทพมาทำเป็นสร้อยให้ น้ำมนต์เคยมี แต่ไม่ยอมพกติดตัว ครั้งนี้ถือว่าอัฐขอนะ พกเอาไว้อย่าให้พีระเข้าใกล้ เพื่อความปลอดภัยของน้ำมนต์เอง” เห็นน้ำมนต์ลังเล เขาขอร้อง “เชื่ออัฐเถอะนะ”

ooooooo

อัฐชัยรับน้ำมนต์กลับบ้าน ข้าวต้มตกใจ

ถามว่าพี่น้ำมนต์เป็นอะไร? อัฐชัยเสี้ยมทันทีว่าให้ไปถามพีระดู น้ำมนต์ไม่อยากให้ข้าวต้มรู้ ตัดบทว่า ตนก็แค่นอนน้อยกินน้อยเลยหน้ามืดเท่านั้นเอง

ข้าวต้มถามว่าแล้วพีระอยู่ไหน อัฐชัยตัดบทว่า คงไม่มีหน้ามาหรอก ดีแล้วไม่ต้องโผล่มาอีกเลยก็ดี เราทุกคนจะได้ปลอดภัย ข้าวต้มไม่พอใจถามว่าทำไมพูดอย่างกับว่าพีระทำร้ายน้ำมนต์ อัฐชัยบอกว่ายิ่งกว่าทำร้ายอีก

“อัฐ...กลับไปก่อนเถอะ ฉันอยากพัก” น้ำมนต์ตัดบท อัฐชัยเลยจำต้องหุบปากแล้วกลับไป

เวลานี้ น้ำมนต์อยากพบพีระอย่างที่สุดเพื่อถามให้รู้เรื่องว่าอะไร อย่างไรกันแน่

อัฐชัยออกมาแล้ว เขามองหาพีระไปรอบๆ พูดทั้งที่ไม่รู้ว่าพีระอยู่ไหนว่า

“อยู่แถวนี้รึเปล่าพีระ ฉันรู้ว่าวิธีการที่ฉันทำมันไม่แมนและไม่แฟร์กับนาย แต่จะให้แฟร์ได้ไงกัน ก็นายเป็นผี ผีกับคนคบกันไม่ได้...ออกไปจากชีวิตน้ำมนต์ซะ”

อัฐชัยมองไปรอบๆ จ๊ะเข้ากับพิมพ์ดาวที่ตามออกมาจังๆ ก็ชะงัก พิมพ์ดาวไม่พูดอะไร มีแต่ความรู้สึกผิดหวังที่อัฐชัยเล่นไม่ซื่อกับเพื่อน

ooooooo

น้ำมนต์ยังร่ำร้องรอคอยที่จะพบพีระ ในขณะที่ข้าวต้มกับงอแงก็มายืนคู่กันถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมพีระจึงไม่กลับมากับน้ำมนต์ทั้งที่เมื่อคืนพีระออกไปช่วยน้ำมนต์ น้ำมนต์สนใจจี๋ถามว่าพีระไปช่วยตน ช่วยเรื่องอะไร

“ก็พี่ออกทีวีเรียกให้พี่พีระไปหาพี่ด่วน” งอแงบอก ข้าวต้มเล่าต่อว่า...

“แล้วพี่ก็เป็นคนคุยโทรศัพท์บอกสถานที่จะให้พี่พีระไปหาเอง พี่พีไปก่อนที่พี่อัฐชัยจะมาถามหาพี่จากเค้าอีก”

ฟังทั้งสองแล้วน้ำมนต์ถามว่าทำไมไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนเล่าเลย ข้าวต้มถามว่าแล้วจะเชื่อเพื่อนหรือเชื่อน้องล่ะ

น้ำมนต์ไม่ตอบแต่ถามว่าตอนนี้พีระอยู่ไหน ทำไมเขาไม่ออกมาอธิบายด้วยตัวเอง

“นายอยู่ไหน ออกมาอธิบายกับฉันสิ!” น้ำมนต์ร่ำร้องจนพีระสับสนแต่ก็ตัดสินใจไม่เข้าไปหา คิดว่าเธอไม่ควรเสี่ยงอันตรายเพราะตน คิดแล้วหันหลังเดินจากไปเศร้าๆ ท่ามกลางเสียงร่ำร้องขอพบของน้ำมนต์

พีระเดินดุ่มออกไปเลย แมนสรวงรีบตามกล่อมว่า

“นายตัดสินใจถูกแล้ว ตอนนี้นายเหลือเวลาในการตามหาร่างอีก 14 วัน นายจะเริ่มจากตรงไหนบอกมาเลย ฉันจะช่วยนายเต็มที่” พีระยังคงเดินดุ่มไปเรื่อย “พีระ! ได้ยินไหมเนี่ย? จะเดินก็เดินไป แต่อย่าเดินนาน เหลืออีก 14 วันเท่านั้นนะ”

แล้วแมนสรวงก็อึ้งทึ่งงง เมื่อจู่ๆพีระก็หันมาฝืนยิ้มทั้งน้ำตาบอกว่า

“ฉันต้องยอมตัดใจเพื่อให้น้ำมนต์ปลอดภัย มันเจ็บมาก เจ็บลึกเกินเยียวยา อย่าห้าม...ฉันขอเสียใจห้าวิ แล้วจะไม่เสียใจอีก” แมนสรวงรีบนับถอยหลังทันที พอนับถึงหนึ่ง พีระก็เลิกคร่ำครวญเหมือนปิดสวิตช์แล้วชวน

“ไป! เป็นคนแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้เว้ย ไป...ฉันเหลือเวลาอีก 14 วันที่จะตามหาร่าง อย่าเสียเวลา”

พีระเดินนำไปอย่างมั่นใจ ในขณะที่แมนสรวงยังทึ่งไม่หายกับการเปลี่ยนแปลงในพริบตาของพีระ

ooooooo

ที่มหาวิทยาลัยบรรยากาศตื่นเต้นและตึงเครียดในคราวเดียวกัน เมื่อพิมพ์ดาววิ่งอ้าวมาบอกข่าวร้ายในขณะที่เอมี่วิ่งหน้าบานเข้ามาบอกข่าวดี

ข่าวดีของเอมี่คือ “คุณเมสินีดูเทปรายการผีผจญผีที่ตัดต่อส่งไปแล้ว เขาชอบมาก สั่งผลิตต่อทันที เตรียมออนแอร์ลอตหน้า เย้ๆๆ!”

“พี่ไตปลาขอลาออกจากการเป็นผู้กำกับละครเวทีแล้ว!!” พิมพ์ดาวบอกข่าวร้าย ชี้แจงว่า “พี่ไตปลาบอกว่า ผีพีระคือจุดขายของละครเรา ถ้าไม่มีผีพีระ ก็ไม่มีเทคนิคด้านผีแบบแปลกใหม่ เขาก็ไม่รู้จะกำกับไปให้เสียชื่อทำไม”

เอมี่ถามขัดขึ้นว่าไม่มีพีระหมายความว่าไง พอน้ำมนต์บอกว่าพีระไม่อยู่แล้วเท่านั้น เอมี่ช็อกพูดไม่ออกอยู่นาน จึงถามได้ว่า ไม่อยู่แปลว่าจะไม่กลับมาอีกหรือ สั่งเครียดว่า

“ไม่ได้นะ แล้วรายการผีผจญผีจะเอาผีที่ไหนมาเป็นพิธีกรผี อย่างนี้รายการผีก็ลงหลุมดับอนาถน่ะสิ พี่ไม่ยอม!!”

พออาจารย์อิ๋วรู้ก็ไม่ยอม บอกว่าเชิญแขกไปหมดแล้ว หยิบกระดาษรายชื่อแขกที่เชิญให้อัฐชัยอ่าน ปรากฏว่าอัฐชัยอ่านยาวเหยียด นับแต่รัฐมนตรี เรื่อยมาจนถึงผู้กำกับ ผู้เขียนบท เน็ตไอดอล...เรื่อยไปจนถึงพวกเก้งกวาง จนน้ำมนต์ขอให้พอ เชื่อแล้วว่าอาจารย์เชิญเยอะมาก

“ไปเอาตัวพี่ไตปลากลับมากำกับให้ได้!!” อาจารย์อิ๋วประกาศิต

ทีมละครจึงต้องแบ่งงานกันวุ่นวาย ลูกโป่งไปตามง้อพี่ไตปลา เอมี่จุดธูปไหว้ขอให้ผีพีระสงสารเห็นใจกลับมาเล่นละคร ซ้ำยังบังคับให้ทุกคนจุดธูปอ้อนวอนผีพีระด้วย

อัฐชัยพูดอย่างหมั่นไส้ว่า “ไม่เห็นต้องง้อมันเลย ไม่มีมันเราหาผีตัวใหม่ก็ได้”

ooooooo

แล้วอัฐชัยก็โทร.ติดต่ออาจารย์เทพขอเช่าผีมาเล่นละคร ให้อาจารย์รีบส่งผีมาที่มหาวิทยาลัยตอนนี้เลย ค่าเช่าเท่าไหร่ก็บอกมา แล้ววางสายเลย

อาจารย์เทพวางสายแล้วยิ้มเหี้ยมอย่างมีแผน

พอถึงเวลาซ้อมละคร ก็เกิดโกลาหล เมื่อบรรดานักแสดงต่างถามกันให้วุ่นว่าพี่ไตปลาไม่มากำกับละครให้เราแล้วใช่ไหม หลายคนจะลาออกไปทำอย่างอื่น จนน้ำมนต์ต้องขอร้องว่าอย่าเพิ่งถอนตัว เพราะตอนนี้ลูกโป่งกำลังเจรจากับพี่ไตปลาอยู่ พิมพ์ดาวยืนยันว่ายังไงพี่ไตปลาก็ต้องกำกับให้เรา ถังทองถามว่าแน่ใจได้ยังไง

ขณะน้ำมนต์กับพิมพ์ดาวอึกอักตอบไม่ออกอยู่นั้น อัฐชัยก็โผล่เข้ามาอย่างมั่นใจมีเอมี่ตามมาติดๆ

“แน่ใจ!” อัฐชัยตอบถังทอง “เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญเทคนิคพิเศษด้านผีคนใหม่แล้วน่ะสิ” เอมี่ขอร้องว่าอย่าหลอกกัน อัฐชัยยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่หลอกแน่นอนครับ”

พอน้ำมนต์รู้ว่าอัฐชัยไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์เทพก็ถามเขาว่าคิดอะไรอยู่ อาจารย์เทพนี่ไว้ใจได้หรือ

“ก็แค่จ้างผีในสังกัดเขามาออกงาน ก็เหมือนโมเดลลิ่งนายแบบนางแบบนั่นแหละ เพียงแต่นี่เป็นผี” พลางถือกล้องถ่ายคลิปไปด้วย บอกว่า “ถ่ายคลิปส่งให้พี่ไตปลาดู รับรองต้องยอมมากำกับแน่”

น้ำมนต์ถามว่า ผีของคนนิสัยไม่ดี แน่ใจหรือว่าจะทำงานกับคนปกติได้ อัฐชัยคุยโวว่าอาจารย์เทพจัดโปรพิเศษให้ด้วย ผีจากเทพโมเดลลิ่ง เป็นผีที่ทุกคนสามารถเห็นได้ เจ๋งกว่าพีระเยอะ

“หา! พวกเรา...จะเห็นผีได้...อย่างนี้ก็!” เอมี่ตกใจ พลันก็มีเสียงกรี๊ด พวกนักแสดงวิ่งหนีกันกระเจิง น้ำมนต์กับอัฐชัยมองไป เห็นว่าพวกนักแสดงวิ่งหนีกันกระเจิงเพราะมีผีหัวขาดเดินหิ้วหัวตัวเองเข้ามา!

น้ำมนต์ถูกอัฐชัยกับพิมพ์ดาวดันหลังให้เอาบทไปแจกผี อ้างว่าไม่มีใครอธิบายบทได้ดีเท่าคนเขียน อัฐชัยแสดงความเป็นสุภาพบุรุษอวดน้ำมนต์ บอกว่าเราจะทิ้งน้ำมนต์ไม่ได้ ยังไงก็ต้องไปด้วยกัน แต่ตนขอยืนข้างหลังน้ำมนต์ก็แล้วกัน

พอน้ำมนต์เอาบทไปยื่นให้พวกผีโดยยืนห่างๆ พวกผีก็ยื่นมือขาด 4 มือมารับ พวกน้ำมนต์ตาเหลือก ร้องกรี๊ดแล้วถอยออกมาแทบไม่ทัน

พอถึงเวลาต่อบทกัน ทั้งน้ำมนต์ เอมี่ ก็ถูกพวกผีหลอกหลอนเสียจนขวัญกระเจิงไม่เป็นอันต่อบท

“ไม่เอาแล้ว ไม่เอาผีอื่น...พี่จะเอาผีพีระ ผีพีระเท่านั้น!!!” เอมี่สั่งทั้งสยองทั้งโมโห

ooooooo

พีระกับแมนสรวงไปที่บ้านเมสินีอีกครั้ง พบว่าทั้งบ้านเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่

“บ้านเงียบ...เมสินีคงจะทำงานอยู่ที่สถานี งั้นก็ดี เราจะได้เข้าไปสำรวจบ้านทุกซอกทุกมุม...บางทีเมสินีอาจจะเอาร่างเราซ่อนไว้ในบ้าน หรืออย่างน้อยเราอาจจะจำเรื่องราวอะไรตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้บ้าง จริงไหม” พีระถามหันไปข้างๆที่ว่างเปล่า ถามว่า “ไม่ตอบเหรอ!!” แล้วทำท่าจะตบหัว แมนสรวงปรากฏตัวรีบห้าม “ทำเป็นหายตัว...ถ้าผีที่ไหนมาเห็นเข้า เขาจะหาว่าฉันเป็นบ้าพูดคนเดียวอยู่ได้”

“เขาจะว่านายบ้าเพราะมาแอบตรงนี้มากกว่า กลัวคนมองเห็นหรือไงไอ้ผี”

ทันใดนั้น ละไมในชุดหรูล้นๆ ก็กรีดกรายเข้ามาพลางหันไปชวนพรรคพวกที่ล้วนแต่งมาล้นๆทุกคนว่าได้เวลาปาร์ตี้กันแล้ว

“นี่มันอะไรกัน” พีระกับแมนสรวงถามกันงงๆ แล้วก็เข้าใจเมื่อพวกคนใช้ที่แต่งเป็นคุณนาย เป็นนักธุรกิจ พากันมาเฮฮาชวนเซิ้งกันมันหยด

“ปาร์ตี้คนใช้” พีระพึมพำ

“นี่แหละ ที่เขาเรียกว่า แมวไม่อยู่หนูร่าเริง”

ทั้งสองยืนดูครู่หนึ่งแล้วชวนไปทำงานของเรากันดีกว่า

ooooooo

เมสินีอยู่ที่สถานีพราวด์ดิจิตัล กำลังเดินจะไปทานอาหารกลางวันโดยมียุทธเดินประกบอย่างประจบประแจง

พลันทั้งสองก็ชะงักเมื่ออาจารย์เทพกับเกี๊ยงเดินสวนมา อาจารย์เทพบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเมสินี ยุทธสะอึกออกไปบอกว่าจะพบเมสินีต้องนัดล่วงหน้า

“ไอ้ผีพีระมันกำลังจะฟื้นคืนชีพ” อาจารย์เทพโพล่งออกไป ทำให้ทั้งสองชะงักกึก แล้วพากันเข้าไปคุยในห้องทำงาน เมสินีถามว่าพีระตายเป็นผีแล้วจะฟื้นคืนชีพมาได้ยังไง อาจารย์เทพอธิบายว่า “ไอ้ผีพีระ มันเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ ตามตำราไสยเวทย์ วิญญาณบริสุทธิ์จัดเป็นภาวะกึ่งกลางระหว่างคนกับผี ถ้ามันกลับเข้าร่างได้ มันก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ถ้ากลับไม่ได้ มันก็จะตายกลายเป็นผี”

“วันก่อน คุณเมจ้างอาจารย์ป๋องมาจับคุณพีทขังไว้ในหม้อเรียบร้อยแล้วครับ นี่ไงครับภาพหม้อพีระ” ยุทธเอารูปในมือถือให้ดู อาจารย์เทพมองปราดเดียวก็บอกว่า

“คุณถูกมันหลอกแล้ว ไม่มีวิญญาณอะไรในนั้น และไม่มีอาคมอะไรเลยด้วยซ้ำ” เมสินีปรามว่าอย่ามาเหลวไหลหาเรื่องจะหลอกเอาเงิน “ฉันเตือนแล้ว จะไม่เชื่อก็ตามใจ”

“แต่วันไหนไอ้พีระมันฟื้นขึ้นมา อย่ามาขอร้องให้จารย์เทพช่วยแล้วกัน” เกี๊ยงกร่าง ปรามก่อนเดินตามอาจารย์เทพออกไป เมสินีมองทั้งสองอย่างลังเล แล้วตัดสินใจเรียกไว้ก่อน

อาจารย์เทพชะงักหันมายิ้มอย่างเป็นต่อ

ooooooo

ที่ม้านั่งในมหาวิทยาลัย ทั้งน้ำมนต์ พิมพ์ดาว และเอมี่ ต่างหน้าดำคล้ำหมองเพราะถูกผีหลอกมาอย่างหนัก พากันนั่งถอนใจเฮือกๆ อัฐชัยกลัวพวกเธอจะเรียกพีระมา รีบเข้ามากล่อม

“อย่าเพิ่งถอนใจกันอย่างนี้สิ พวกนี้เป็นผีใหม่ยังไม่ชินกับการอยู่ร่วมกับคน ให้เวลาเขาปรับตัวนิดนึงนะ”

“ไม่...พี่ไม่เอาผีพวกนี้ จะเอาแต่พีระเท่านั้น!! น้ำมนต์...พีระอยู่ไหน ถ้าทะเลาะอะไรกันก็ไปปรับความเข้าใจแล้วง้อให้เขากลับมาเถอะนะ” เอมี่เอ่ย พิมพ์ดาวเห็นด้วยช่วยขอร้องน้ำมนต์อีกคน

“ไม่ได้! จะตามพีระกลับมาไม่ได้ พีระเป็นผีร้าย เขาจะฆ่าน้ำมนต์นะ” อัฐชัยเสียงแข็ง

“ไม่จริง...ฉันไม่เชื่อว่าพีระจะคิดฆ่าฉัน” น้ำมนต์โพล่งออกไป อัฐชัยถามว่าไม่เชื่อตนหรือ “ถ้าฉันเชื่ออัฐ ก็เท่ากับฉันฟังความข้างเดียว ไม่แฟร์กับพีระเลย ตอนนี้ฉันไม่ขอเชื่ออะไรทั้งนั้น จนกว่าจะได้คุยกับพีระด้วยตัวเอง แต่ฉันรู้สึกได้ว่าพีระต้องมีเหตุผลจำเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ยอมบอกกับฉันแน่ๆ” น้ำมนต์ถอดสร้อยที่อัฐชัยให้ออก “อ่ะ...ฉันขอบใจนะที่หวังดี แต่พีระไม่ทำร้ายฉันหรอก เอาคืนไปซะ” น้ำมนต์เอาสร้อยยัดใส่มืออัฐชัย

อัฐชัยอึ้งกับความจริงจังแน่วแน่ของน้ำมนต์ ได้แต่มองน้ำมนต์ที่เดินหนีไป พิมพ์ดาวบอกน้ำมนต์ให้รอตนจะกลับบ้านด้วย อัฐชัยทำท่าจะตาม ถูกเอมี่ดึงไว้

“เธอไม่ต้องตามเลย เอาผีของเธอไปคืนที่ชอบที่ชอบก่อน อย่าให้มาเพ่นพ่านก่อกวนใครอีก...ไป” อัฐชัยเซ็งที่แผนของตนไม่สำเร็จ

ooooooo

แม้พิมพ์ดาวจะไม่ชอบที่อัฐชัยหลอกน้ำมนต์ให้เข้าใจผิดพีระ แต่ก็ยังช่วยพูดกับน้ำมนต์ว่าอย่าโกรธอัฐชัยเลย เขาทำเพราะเป็นห่วงเธอ

“ฉันไม่ได้โกรธถ้าอัฐพูดจริง แต่ถ้าไม่ใช่ ฉันก็คงผิดหวังมากที่เพื่อนกันทำกันอย่างนี้ใช่ไหมดาว”

พิมพ์ดาวอึกอักจะปฏิเสธก็รู้ว่าไม่ถูก ก็พอดีน้ำมนต์ได้รับสายจากเจี๊ยบโทร.มาบอกว่ารู้ตัวเจ้าของรถคันที่ขับชนแม่เธอแล้ว น้ำมนต์ตื่นเต้นจนลืมเรื่องอื่นไปชั่วขณะ รีบไปหาเจี๊ยบที่บ้านทันที

“เจี๊ยบเพิ่งไปสอบถามชาวบ้านที่อยู่ละแวกจุดเกิดเหตุวันที่แม่ของน้ำมนต์รถคว่ำ คนที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ลงความเห็นว่า มีรถหรูอีกคันพุ่งมาเฉี่ยวรถที่แม่น้ำมนต์นั่ง เจี๊ยบก็เลยเอาภาพรถหรูๆที่หามาจากในเน็ตพวกนี้...ไปให้พวกเขาดูว่าใช่คันที่ว่าหรือเปล่า”

“แล้ว??” น้ำมนต์จ้องเจี๊ยบอย่างตื่นเต้น

“ไม่ใช่เลยสักคัน...เพราะเจี๊ยบแยกคันที่ใช่ออกมาแล้วต่างหาก เป็นรถแบบนี้...” เจี๊ยบหยิบรูปรถอีกคันออกมา เป็นรถสปอร์ตหรู “ภาพนี้เป็นภาพจากอินเตอร์เน็ตน่ะ ไม่ใช่คันที่ชนจริงๆ แต่ว่าเป็นรุ่นแบบนี้ สีนี้ แน่นอน”

“เป็นรถแบบนี้เหรอ?” น้ำมนต์ดูรูปรถพึมพำ...คิด...แจ๊วมาแจมด้วยบอกว่ารถแบบนี้ต้องคนรวยถึงจะมีปัญญาขับ เจี๊ยบเห็นด้วยว่าต้องรวยระดับพันล้านเลยล่ะ

น้ำมนต์เริ่มรู้สึกว่าความหวังเลือนลาง เพราะรถ แบบนี้คงไม่ได้มีคันเดียวในประเทศไทย เจี๊ยบพูดอย่างรู้ลึกว่าตนให้เพื่อนช่วยสืบจากกรมขนส่งมาแล้ว รถแบบนี้ที่จดทะเบียนในประเทศไทยมี 15 คัน แต่ที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแค่ 3 คันเท่านั้น

แล้วเจี๊ยบก็มีทีเด็ดกว่านั้น เอารูปใบหนึ่งมาให้น้ำมนต์ดู น้ำมนต์เห็นแล้วตะลึง ช็อก!

ooooooo

แมนสรวงกับพีระหนีพวกละไมที่กำลังปาร์ตี้กันอย่างเมามันขึ้นชั้นบน แมนสรวงถามพีระว่าจะเริ่มหาจากอะไร?

พีระบอกยังไม่รู้ บางทีอาจจะมีอะไรแว่บๆขึ้นมาบ้าง อาจจะได้เบาะแสว่าร่างตนอยู่ไหน พอเข้าห้องนอนพีระมองไปรอบๆ เห็นร่องรอยต่างๆก็รู้สึกคุ้นๆ เอามือไปสัมผัสก็ไม่ทำให้จำอะไรได้ บอกแมนสรวงที่ไปนอนกลิ้งอยู่บนเตียงว่า

“ฉันเห็นแต่ตัวฉันเครียด โมโห เกรี้ยวกราด ตลอดเวลา เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉันกันแน่??”

เห็นโมเดลรถหรูก็ชะงักแต่ก็รู้สึกแค่คุ้นๆเท่านั้น แมนสรวงจึงชวนไปดูห้องอื่นดีกว่า

ก่อนออกจากห้องพีระเห็นมุมหนึ่งที่เป็นซอกเล็กๆ เขามองอย่างพิศวง แต่แล้วก็แค่รู้สึกคุ้นๆตามเคย

พีระพาไปดูห้องนอนของธีระศิลป์ผู้เป็นพ่อซึ่งเวลานี้เป็นห้องของเมสินี แมนสรวงถามว่ามีอะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง

“ที่ฉันรู้แน่ๆคือ เมสินีคบชู้กับนายยุทธผู้ช่วยของเขา นายเป็นยมทูตไม่รู้เรื่องพวกนี้บ้างเลยหรือ”

แมนสรวงบอกว่าตนเป็นยมทูตมีหน้าที่แค่นำส่งวิญญาณตามคำสั่งเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์รู้ว่าใครทำดีหรือไม่ดีไว้บ้าง

พีระสะดุดตาที่รูปถ่ายใบหนึ่ง เป็นรูปธีระศิลป์ยืนพิงรถหรูมาดเท่ มีอักษรเขียนว่า “ก้าวใหม่ทีวีไทยกับ พราวด์ดิจิตัล” เขาไม่ได้มองพ่อ หากแต่จ้องเขม็งไปที่รถคันนั้น

มันคือรูปเดียวกับที่เจี๊ยบเอาให้น้ำมนต์ดูนั่นเอง!

แจ๊วที่มาแจมด้วยถามว่าพ่อพีระเป็นคนขับรถเฉี่ยวรถแม่น้ำมนต์ใช่ไหม เจี๊ยบพูดออกตัวว่าไม่อยากคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่บังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่อยู่ๆ น้ำมนต์ก็มองเห็นผีพีระ... เขามาขอร้องให้น้ำมนต์ช่วยแล้วเขาก็มีความเกี่ยวพันกับรถคันที่ทำให้แม่ของน้ำมนต์เสีย น้ำมนต์ถามว่าเจี๊ยบต้องการบอกอะไร

“พี่จะบอกว่า...เชื่อเรื่องเวรกรรมไหม นี่อาจจะเป็นกรรมจากพ่อที่ตกทอดมาสู่ลูกก็ได้ พีระกำลังชดใช้กรรมแทนพ่อของเขาอยู่”

น้ำมนต์อยากไปดูให้เห็นกับตา บอกแจ๊วว่าถ้าข้าวต้มนอนกลางวันตื่นฝากให้ช่วยดูด้วยและไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับข้าวต้ม แจ๊วถามว่าแล้วน้ำมนต์จะไปไหน

“หนูจะไปดูรถคันนั้นให้เห็นกับตา” น้ำมนต์พรวดพราดไปเลย แจ๊วมองตามอย่างเป็นห่วง

ส่วนพีระกำลังจ้องรูปนั้นอย่างพยายามจะนึกอะไรให้ออก แต่แล้วก็ต้องหยุดเมื่อละไมร้องบอกพวกผู้ดีกำมะลอเพื่อนๆของตนว่า “คุณเมสินีกลับมาแล้ว ปาร์ตี้เลิกแล้ว ตัวใครตัวมัน!!”

พีระกับแมนสรวงมองลงไปเห็นเมสินีกับยุทธเดินนำอาจารย์เทพกับเกี๊ยงเข้ามา เมสินีถามว่าทำไมต้องมาบ้านตนด้วย เกี๊ยงตอบแทนอาจารย์เทพว่า

“ก็คุณอยากให้อาจารย์พิสูจน์ไม่ใช่เหรอครับว่าวิญญาณนายพีระไม่ได้ถูกขังอยู่ในหม้อใบนั้น จารย์เทพก็ต้องใช้ของส่วนตัวของพีระมาเป็นสื่อกลางในการตามหา เข้าใจไหมครับ”

เมสินีจึงให้ยุทธพาขึ้นไปที่ห้องนอนพีระ แต่พออาจารย์เทพขยับจะขึ้นไปเท่านั้นก็ชะงักบอกว่า

“ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง”

แมนสรวงกับพีระหาทางหนีออกจากบ้าน พอออกไปที่ระเบียง แมนสรวงบอกว่า ไปทางนี้หมอผีเห็นเรา แล้วลากพีระไปที่ระเบียงห้องนอนใหญ่สั่ง
“โดด!!” พีระผงะบอกว่ามันสูงเดี๋ยวตาย “เป็นผีจะมากลัวตายอะไรอีก!”

พอทั้งสองโดดลงไปก็เจอน้ำมนต์ที่มาสืบเรื่องรถคันนั้น พีระจะพาน้ำมนต์หนีออกไปแต่ถูกผีเด็กที่อาจารย์เทพปล่อยออกมาขวาง ทำให้เกี๊ยงเห็นพีระร้องบอกอาจารย์เทพ อาจารย์เทพคว้าคอยุทธให้มองไปทางพีระ แล้วเป่าพ้วงให้ยุทธเห็น ยุทธมองพีระตะลึง! พอได้สติก็วิ่งไปเพื่อบอกเมสินี
พีระกับน้ำมนต์วิ่งไปถึงโรงรถ น้ำมนต์เปิดผ้าคลุมเพื่อหารถคันนั้นท่ามกลางการตามล่าของเกี๊ยง น้ำมนต์เปิดไปจนถึงคันสุดท้าย พบว่าเป็นรถคันเดียวกับที่เห็นในรูปที่เจี๊ยบเอาให้ดู พีระเองพอเห็นรถก็จำได้...

วันนั้นที่พ่อเอารถคันนี้มาที่บ้าน พีระดีใจมากนึกว่าพ่อซื้อให้ตน แต่พอรู้ว่าพ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมสินี เขาเสียใจมาก ยืนมองเมสินีที่ขับรถหรูคันนั้นออกไปอย่างเจ็บปวด

อาจารย์เทพตามมาเจอพีระกับน้ำมนต์ในโรงรถพอดี! น้ำมนต์เอาตัวไปบังพีระไว้ไม่ให้อาจารย์เทพทำร้าย อาจารย์เทพเอาขวดใส่วิญญาณออกมา ยิ้มเหี้ยมบอกพีระว่า

“วันนี้แกจะต้องมาเป็นผีในคอลเลกชั่นของฉัน”

ทันใดนั้นสัญญาณกันขโมยในโรงรถดังขึ้น ประตูรั้วโรงรถค่อยๆปิดโดยอัตโนมัติ เกี๊ยงงงว่าสัญญาณอะไร แมนสรวงบอกว่าตนทำเอง ชกเกี๊ยงหงายไป แล้วดึงน้ำมนต์รีบลอดพ้นประตูโรงรถออกไปได้อย่างเฉียดฉิว แล้วตัวเองก็ตะโกนบอกพีระให้รีบไป หันคว้าประแจเขวี้ยงใส่อาจารย์เทพ

แต่ฝ่ายนั้นหลบไปพ้น เป็นโอกาสให้พีระวิ่งกระโจนผ่านผนังออกไปด้านหนึ่ง และแมนสรวงก็วิ่งทะลุกำแพงออกไปเช่นกัน

อาจารย์เทพกับเกี๊ยงถูกขังอยู่ในโรงรถ อาจารย์เทพตะโกนสั่งเกี๊ยงอย่างหงุดหงิด...

“ไปหาปุ่มเปิดประตูสิวะ ไปๆๆๆ!!!”

เกี๊ยงวิ่งพล่านหาปุ่มเพื่อกดเปิดประตู

ooooooo

อัฐชัยโวยวายใส่แจ๊วที่ไม่ดูแลน้ำมนต์ให้ดีปล่อยให้ออกจากบ้านไปแล้วติดต่อไม่ได้เลย ข้าวต้มกับพิมพ์ดาวและงอแงนั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง ข้าวต้มถามขึ้นว่า

“ทำไมพี่แจ๊วต้องโทร.บอกพี่อัฐชัยด้วยว่าพี่น้ำมนต์หายไป แล้วพี่แจ๊วก็ยังทำท่าอย่างกับพี่อัฐเป็นเจ้านาย”

งอแงถามพิมพ์ดาวว่าจะนั่งเฉยๆอย่างนี้หรือ พิมพ์ดาวถามว่าแล้วจะให้พี่ทำยังไง?

“พี่รักพี่อัฐชัยไม่ใช่เหรอ ก็ต้องทำอะไรสักอย่างสิ” งอแงเร่งพี่สาว ข้าวต้มทำตาโตเมื่อรู้ว่าพิมพ์ดาวรักอัฐชัย งอแงยืนยันและยังรู้อีกว่า “แต่ติดที่พี่อัฐรักพี่สาวนายอ่ะ พี่ดาวเลยไม่กล้าแสดงออก”

“ดีเลย เค้าจะช่วยพี่ดาวเอง” ข้าวต้มกับงอแงจับมือกันด้วยความดีใจ

แจ๊ววิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า “รับสายแล้วค่ะ...คุณน้ำมนต์อยู่ไหนคะ ปลอดภัยดี กำลังจะกลับค่ะ สวัสดีค่ะ” แจ๊วสอบถามเรียบร้อย ถูกอัฐชัยตำหนิว่าทำไมไม่ส่งให้ตนคุย แจ๊วบอกว่าไม่รู้นี่ว่าจะคุย อัฐชัยเลยพูดไม่ออกได้แต่ฮึดฮัดๆ

น้ำมนต์วางสายจากแจ๊ว แล้วเดินคุยกับพีระต่อ พีระถามว่าเธอมาหารถที่ทำให้แม่ตาย หมายความว่ายังไง น้ำมนต์จึงเล่าข้อมูลที่เจี๊ยบไปสืบมาให้ฟัง พลางหยิบรูปที่ได้จากเจี๊ยบให้พีระดู พีระจำได้เขาบอกว่ารถคันนี้พ่อซื้อให้เมสินีเป็นของขวัญวันเกิด และเมสินีก็ขับรถคันนี้ออกไปในวันนั้นเลย

น้ำมนต์จึงเอามือถือขึ้นมาค้นหา “เมสินี ภาคภูมิใจ– บรรหาร ประวัติ” ในกูเกิลจึงรู้ว่าเธอเกิดในวันที่แม่ประสบอุบัติเหตุ

“งั้นก็แสดงว่า...ที่ผมเห็นภาพเขาขับรถออกไปวันนั้นก็....” พีระไม่กล้าพูดต่อ น้ำมนต์ช็อกเดินแยกไปจากพีระพยายามไม่ร้องไห้ พีระมองอึ้ง อยากปลอบแต่ก็ทำได้แค่ยืนมองอย่างสงสารจับใจ

ooooooo

พิมพ์ดาวพางอแงไปส่งที่บ้านแล้วกลับมาที่บ้านน้ำมนต์อีก เจออัฐชัยโวยวายตึงตังเมื่อรู้จากแจ๊วว่าน้ำมนต์ไปบ้านเมสินีก็จะไปหา ให้พิมพ์ดาวอยู่ที่นี่ถ้าน้ำมนต์กลับให้โทร.บอกด้วย

“ก็ยัยน้ำมนต์บอกว่ากำลังจะกลับมาแล้ว แกจะเป็นห่วงอะไรอีก” พิมพ์ดาวติง อัฐชัยอ้างว่ากลัวน้ำมนต์ถูกพีระทำร้าย “ทำร้าย?แกก็รู้ว่าพีระไม่เคยทำร้ายน้ำมนต์ มีแต่แก! ถามจริง แกทำตัวอย่างนี้ ไม่อายบ้างเหรอ ถ้าไม่อายตัวเองแล้วแกอายผีบ้างไหม”

อัฐชัยบอกว่าไม่อาย! เพราะตนทำเพื่อน้ำมนต์ พิมพ์ดาวโต้ว่าถ้าน้ำมนต์แฮปปี้อยู่ล่ะ เขามีสิทธิ์อะไรไปตัดสินแทนอัฐชัยอ้างว่าสิทธิ์ในความเป็นเพื่อนที่ดีไง!

“แกอย่าเอาคำว่าเพื่อนมาเป็นข้ออ้างทำเรื่องที่เห็นแก่ตัวเลย”

“แกนั่นแหละที่เห็นแก่ตัว ห่วงแต่ตัวเอง ไม่เคยห่วงเพื่อน”

“ฉันเหรอเห็นแก่ตัว” พิมพ์ดาวของขึ้น “ฉันเสียสละอะไรตั้งมากมายเพื่อแก ต้องทำเรื่องที่ไม่อยากทำ ต้องทนอึดอัดเพื่อให้แกมีความสุข แกเคยรู้บ้างไหม! หา!! ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องมาพูด” เธอผลักอัฐชัยอย่างแรงแล้วเดินออกไป

อัฐชัยยังฮึดฮัด พอพิมพ์ดาวเดินหนีก็รีบตาม

“เออ...แกเสียสละ ฉันเห็นแก่ตัว!! แล้วจะทำไม

ฉันรักน้ำมนต์ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ตามจีบน้ำมนต์มาตลอดจนถึงวันนี้ ฉันไม่เคยเปลี่ยนใจจากน้ำมนต์เลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าสิ่งที่ฉันทำกับไอ้ผีพีระมันเรียกว่าเป็นการเห็นแก่ตัว ฉันก็ยอมเห็นแก่ตัว...เพื่อน้ำมนต์”

พิมพ์ดาวหันกลับมาเจ็บปวดจนน้ำตาไหล อัฐชัยจอมทึ่มก็ยังถามว่าร้องไห้ทำไม พิมพ์ดาวมองอยากจะบอกความในใจแต่ก็พูดไม่ได้ อัฐชัยก็ยังถามอยู่ได้ว่ามองอะไร? เป็นอะไร? พอพิมพ์ดาวเดินหนีไปก็โวยวายว่าจะไม่อยู่เป็นเพื่อนตนก่อนหรือ?

ooooooo

พีระตามน้ำมนต์ที่เดินใจลอยไปเรื่อยๆ จนแมนสรวงถามว่าจะตามไปถึงไหน พีระย้อนถามว่าในเมื่อน้ำมนต์กำลังเสียใจเรื่องแม่ตายแล้วจะให้ตนทิ้งไปหรือ
แมนสรวงบอกว่ามันจำเป็นถ้าเขาไม่อยากให้น้ำมนต์เป็นอันตราย เห็นพีระยังแน่วแน่ก็ถามว่าแล้วจะช่วยอะไรได้

“ได้สิ...ต้องได้ ถึงได้ไม่มากก็ยังดีกว่าทิ้งไปเลยเฉยๆ”

พีระเดินไปขวางหน้าน้ำมนต์ถามว่าตนพอจะช่วยอะไรได้บ้างไหม น้ำมนต์บอกว่าตนคิดไม่ออก เดิมทีคิดว่าถ้ารู้ว่าใครทำให้แม่รถคว่ำตายก็คิดว่าช่างมันได้เพราะนานแล้ว แต่พอรู้จริงๆ ก็ไม่ง่ายเลย

“มันยาก แต่มันก็คือความจริงที่คุณจะต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ เหมือนที่คุณเคยบอกผมให้ยอมรับความจริงเรื่องตัวผมไง” น้ำมนต์ก็ได้แต่บอกว่า รู้...ฉันรู้...แต่ก็ยากเกินกว่าที่จะทำใจได้

พีระเห็นน้ำมนต์ร้องไห้เขาสงสารดึงน้ำมนต์ไปกอดปลอบใจ ทีแรกน้ำมนต์ก็ตกใจ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นที่มีคนเป็นห่วงเลยปล่อยให้พีระกอด น้ำตาไหลอาบแก้ม อึดใจเดียวพีระก็ผละออก ยิ้มร่าเริงพาน้ำมนต์เดินลิ่วไป น้ำมนต์ถามจะพาไปไหน

“ผมจะให้คุณทำอะไรก็ได้ ที่จะไม่ต้องหมกมุ่นจมอยู่กับความทุกข์เรื่องแม่ของคุณ”

พีระพาเธอไปที่สนามเด็กเล่น พาเล่นโน่นนี่ หยอกเย้ากระเซ้าแหย่จนเธอยิ้มออก

“นายจงใจจะทำให้ฉันหายเครียดงั้นหรือ” น้ำมนต์ถาม

“ท่าจะยังไม่หาย งั้นมานี่!!” พีระลากเธอไปเล่นเครื่องเล่นอื่นอีก พอน้ำมนต์คลายเครียด ก็ถามเขาว่า

“พีระ ถามหน่อย นายหลบหน้าฉันทำไม...ที่อัฐชัยบอกว่านายคิดจะทำร้ายฉัน ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง สิ่งที่นายทำให้ฉันตอนนี้ก็ยืนยันได้ว่านายไม่ได้คิดร้ายกับฉัน แล้วเพราะอะไร บอกฉันที บอกฉันมาตามตรงนะ”

เพราะรู้ว่าถ้าบอกน้ำมนต์ตามตรงจะยิ่งทำให้เธอมีอันตราย เลยปดไปว่าเพราะตนเหลือเวลาอีกเพียง 13 วันเท่านั้นที่จะต้องหาร่างให้เจอ ตนไม่อยากเป็นผีตลอดไป น้ำมนต์บอกว่าตนก็กำลังช่วยเขาหาอยู่ พีระพูดเชิงตัดพ้อว่านับแต่วันที่เราเจอกันจนวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยสักนิด ตัดบทว่า

“ผมไม่อยากเสียเวลาไปกับอะไรก็ไม่รู้อีกแล้ว ผมอยากตามหาร่างของผมให้เจอ พูดไปพูดมาจนเลยเถิดไปว่า “ทีแรกผมก็นึกว่าผมจะช่วยงานคุณนิดๆ หน่อยๆ เพื่อแลกกับการที่คุณและพรรคพวกจะมาช่วยผมหาร่างเต็มร้อย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ผมกลายเป็นเครื่องมือของพวกคุณ ทั้งละคร ทั้งรายการ แล้วผมได้อะไร ไม่มีเลย!! แล้วผมจะเสียเวลาไปเพื่ออะไรอีก”

แต่น้ำมนต์ไม่เชื่อ บอกให้พูดความจริงมาว่ายังมีอะไรปิดบังตนอยู่ พีระยืนยันว่าตนพูดความจริง

“แล้วฉันล่ะ... ฉันไม่มีความสำคัญกับนายบ้างเลยหรือ”

“ผมมาคิดๆดูแล้ว ความรักมันเป็นตัวถ่วงชีวิตผม ถ้าผมไม่เสียเวลาไปกับคุณแล้วไปตามหาร่างด้วยตัวเอง ป่านนี้ผมอาจจะเข้าร่างไปแล้วก็ได้” น้ำมนต์ถามว่าคิดอย่างนี้แล้วจะมาปลอบใจ มาสนใจตนทำไม “นี่เป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปไม่ว่าคุณจะเศร้าเสียใจเรื่องใหญ่แค่ไหน ผมก็จะไม่ปลอบคุณอีก มันเสียเวลาผม” พูดแล้วพีระเดินหนี น้ำมนต์วิ่งตามตะโกน

“ฉันไม่เชื่อนาย ไม่เชื่อ! ไม่เชื่อ!!...หยุดนะ” น้ำมนต์ตะโกน แต่พีระไม่หยุด เธอวิ่งตามแต่สุดท้ายก็ตามไม่ทัน หยุดยืนร้องไห้พร่ำบอกอย่างเหนื่อยล้า...

“ฉันไม่เชื่อ...ไม่เชื่อ...”

พอกลับถึงบ้านเจออัฐชัยรออยู่เขาถามว่าทำไมเพิ่งกลับ ต่อว่าว่ารู้หรือเปล่าว่าตนเป็นห่วงมาก ถามว่าไปไหน ไปทำอะไรมา ผีพีระทำร้ายเธอหรือเปล่า น้ำมนต์ตอบอย่างเบื่อหน่ายว่าเอาไว้ค่อยคุยกันวันหลัง วันนี้เหนื่อยจะขึ้นนอนแล้ว

“อัฐมารอทั้งวัน ไล่กันง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอ”

อัฐชัยตัดพ้อ แต่ที่อีกมุมหนึ่งพิมพ์ดาวดูและฟังอยู่อย่างสะเทือนใจ

พีระออกจากบ้านน้ำมนต์ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่ต้องโกหกเธอ แมนสรวงมาดักบอกว่า เขาทำถูกต้องแล้ว พูดจาทำร้ายจิตใจเพื่อให้น้ำมนต์ตัดใจ เป็นวิธีคิดที่ฉลาดมากแล้วก็ใจร้ายมากด้วย

“ฉันสงสารน้ำมนต์ว่ะ...เห็นน้ำมนต์ร้องไห้แล้ว ฉัน...ฉันอยากร้องไห้ตาม ฉันไม่อยากเห็นเขาเสียใจ ฉันอยากให้เขายิ้ม อยากเข้าไปปลอบ ไปทำตัวบ้าๆ บอๆ เพื่อให้น้ำมนต์หัวเราะและมีแต่ความสุข ฉันเป็นบ้าอะไรของฉันวะเนี่ย”

“ความรู้สึกนาย เป็นอะไรที่...สรุปได้ไม่ยาก...” พีระถามอย่างสนใจว่าอะไร?

“ความรัก...” พูดแล้วแมนสรวงพึมพำอย่างหวาดหวั่น “แย่แน่ๆ ต้องแย่แน่ๆ”

ooooooo

คุณผีที่รัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด