ตอนที่ 8
อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "คุณผีที่รัก"
คามินหายคลุ้มคลั่ง นั่งฟุบอยู่ที่เดิม แต่แววตายังไม่เป็นมิตรกับใคร เกี๊ยงยืนมองช็อกๆ ถามว่าออกมาจากสุสานรถได้ยังไง
“มันสิงแกออกมา!” อาจารย์เทพบอก เกี๊ยงทึ่งติงอาจารย์ว่าอย่าล้อเล่นน่า แล้วคิดทบทวน จำได้ว่า...
“เราไปจับมันที่สุสาน...แล้วผมก็ถูกมันจับได้ ส่วนอาจารย์หนีเอาตัวรอดไป เฮ้ย! นี่แสดงว่า ผมจับมันกลับมาได้ใช่ไหม ฝีมือผมใช่ไหม...สุดยอด!!” เกี๊ยงพล่าม เลยโดนอาจารย์เทพถีบเสียหัวคะมำ
“เมื่อไหร่จะเลิกคิดว่าตัวเองเก่ง ดูนี่!” อาจารย์เทพเปิดให้ดูรอยแผล “มันสิงแกเพื่อมาฆ่าฉัน โชคดีที่มันไม่ลึกมาก” เกี๊ยงอึ้งถามว่าตนทำร้ายอาจารย์เหรอ? “ไม่ใช่แก แต่เป็นมัน และมันต้องชดใช้ด้วยการเป็นทาสรับใช้ฉัน!”
คามินจ้องอาจารย์เทพแววตากร้าว เลยถูกเกี๊ยงถือธงอาคมของอาจารย์เทพเดินมาทำกร่างว่า
“ผีอย่างแก ต้องถูกทรมาน” แล้วเกี๊ยงก็เอาธงอาคมสะบัดไปมากลางอากาศตรงหน้าคามิน สั่ง “พูดมา ว่ายอมเป็นทาสจารย์เทพ แล้วฉันจะหยุด พูด!!”
แม้คามินจะเจ็บ แต่อดทนอดกลั้นเก็บความแค้นไว้ในอก อาจารย์เทพออกมายืนมองจากบนบ้าน...
ooooooo
ที่บ้านน้ำมนต์ คืนนี้เพื่อนๆที่มาเตรียมถ่ายเทปรายการใหม่ของเอมี่ ระหว่างแต่งตัวก็ฟังน้ำมนต์เล่าเรื่องของพีระให้ฟังอย่างตื่นเต้น
“คุณผีพีระโหดร้ายอย่างนั้นเลยเหรอแก” พิมพ์ดาวฟังแล้วถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“เขาเล่าว่า เขาเห็นภาพตัวเองทำร้ายแล้วก็บีบคอเหมือนกับจะฆ่าคนให้ตาย มันก็น่าจะจริงนะ เพราะเขาหงอยมาก”
ขณะที่อัฐชัยแอบสะใจนั้น เอมี่ถามน้ำมนต์ว่า “แล้วที่บอกว่าคุณผีพีระเห็นภาพตัวเองจะฆ่าคนที่บ้านคุณเมสินีเขาเกี่ยวอะไรกับบ้านนั้นเหรอ”
น้ำมนต์เลยจำเป็นต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง...
หลังจากเล่าจบแล้ว ทั้งเอมี่ พิมพ์ดาวและลูกโป่งต่างไม่เชื่อว่าเมสินีที่ภาพลักษณ์เป็นคนใจดีมีเมตตาจะฆ่าพีระ อัฐชัยได้ทีบอกว่า ตนว่าน่าจะเป็นพีระคิดฆ่าเมสินีมากกว่า น้ำมนต์เลยตัดบทย้ำกับทุกคนว่า
“โอเค...จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ขออย่างนึง อย่าเอาเรื่องของพีระไปบอกกับคุณเมสินีหรือคนอื่นเด็ดขาด”
ทุกคนพยักหน้ารับ ยกเว้นอัฐชัยที่ไม่ชอบท่าทีที่ห่วงใยพีระมากของน้ำมนต์
ooooooo
พีระกำลังจะเดินไปหาน้ำมนต์ ถูกแมนสรวงกระชากคอเสื้อจากข้างหลังจนผงะหงาย พูดอย่างไม่พอใจมากว่า
“รู้ไหมว่าน้ำมนต์ปฏิบัติตัวกับฉันยังไง!! เขาขู่ฉัน มนุษย์ขู่กรรโชกยมทูตให้ทำตามคำสั่ง มันหยามกันชัดๆ แล้วถ้าท่านทูตใหญ่รู้...”
พีระงงว่าใครคือท่านทูตใหญ่ แมนสรวงชี้แจงว่า “คือชื่อย่อของท่านผู้เป็นใหญ่ในหมู่ยมทูต ถ้าท่านทูตใหญ่รู้ว่าฉันถูกมนุษย์ตัวเล็กๆแบล็กเมล์ ฉันต้องถูกลงโทษแน่!” พีระถามว่าน้ำมนต์ขู่อะไร “ก็ขู่จะแฉเรื่องที่ฉันตามจีบ...” แมนสรวงหยุดกึก พีระมองอย่างรู้ทันถามว่าจีบใคร? เอมี่ใช่ไหม??
แมนสรวงปฏิเสธพัลวันเขินจนปิดไม่อยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ แค่คิดก็ผิดแล้ว อีกทั้งอายุก็ห่างกันมาก ตนไม่อยากถูกหาว่ากินเด็ก แมนสรวงเขินแก้ตัวพัลวันพูดไม่หยุด พีระมองนิ่งๆอย่างรู้ทัน
ooooooo
เมื่อพากันไปถึงคอนโดร้าง ทุกคนสีหน้ามุ่งมั่น แต่พอเจอแมวดำกระโดดจากต้นไม้ลงมาทุกคนก็กรี๊ดโดดกอดกันกลม พีระพูดอย่างระอาแกมขำว่า เดินกันมาอย่างเท่แต่จบเห่เพราะแมวตัวเดียว
แต่แมนสรวงเครียด ซีด เมื่อถูกแมวตัวนั้นจ้องหน้าเขม็ง! เพราะรู้แก่ใจว่า แมวดำนั้นที่แท้คือท่านทูตใหญ่!
ทีมงานต่างถือไฟฉายส่องไปมา พิมพ์ดาวถามเอมี่ว่าทำไมถึงต้องให้พวกตนทาปากแดงขนาดนี้ด้วย
“เพราะมันคือจุดเริ่มต้นความเฮี้ยนแบบลืมโลกของคอนโดแห่งนี้ ว่ากันว่า มีคนงานก่อสร้างฉุดหางเครื่องสาวมาข่มขืนฆ่าที่นี่ หางเครื่องสาวทั้งสามคนเป็นเพื่อนรักกันมาก ผ่านงานเต้นมาด้วยกันเป็นร้อย ล่มหัวจมท้ายด้วยกันหลายเวลา หลายกลม หลายแบน”
ขณะเอมี่บรรยาย สามสาวอันได้แก่ น้ำมนต์ พิมพ์ดาวและลูกโป่งก็กอดคอกันเมาแอ๋มา เสื้อผ้าก็ใส่เหมือนไม่ตั้งใจใส่ ทาปากแดงแช้ด โดยมีอัฐชัยกับพีระแสดงเป็นคนงานก่อสร้างมองสามสาวตาเป็นมัน
เอมี่บรรยายถึงความกลัดมันของหนุ่มก่อสร้างที่เข้ามาฉุดหนึ่งในสามสาว อีกสองสาวพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดทิ้งเพื่อนให้ถูกฉุดไปข่มขืนแล้วฆ่า เวลานั้นเที่ยงคืนแปดนาทีพอดี
“การถูกเพื่อนรักหักหลัง ทอดทิ้งให้เธอถูกข่มขืนฆ่า ทำให้หางเครื่องสาวเคียดแค้นเพื่อนรักทั้งสองมาก...” พลันก็ปรากฏร่างน้ำมนต์เป็นผียืนอยู่บนยอดตึกคอนโด ร้องโหยหวนอย่างหัวใจสลายแล้วเปลี่ยนเป็นแค้นคำราม เอมี่บรรยายต่อว่า
“ตั้งแต่นั้นมา ทุกคืนตอนเวลาเที่ยงคืนแปดนาที วิญญาณของหางเครื่องสาวคนนี้จะปรากฏกายและล่อลวงหญิงสาวปากแดงทุกคนให้ต้องมีอันเป็นไป หลังจากเหตุการณ์นั้นเคยมีผู้หญิงถูกลวงมาฆ่าตายที่นี่อีกทั้งหมด...สิบเอ็ดคน”
ooooooo
เที่ยงคืนแปดนาทีเป๋ง! เสียงหมาหอนตรงเวลาเป๊ะ!
แมนสรวงถูกแมวดำซึ่งก็คือยมทูตผู้ใหญ่มาตักเตือนตำหนิว่า ทำในสิ่งที่ห้ามไว้เกือบทุกเรื่อง ถามว่าอยากลองดีใช่ไหม แมนสรวงชี้แจงว่าอย่างอื่นที่ห้ามตนพอทำได้ แต่เรื่องห้ามคนกับผีรักกันตนไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆ
“งั้นร้อยปีที่เป็นยมทูตมาก็เสียเปล่า นายควรจะต่อวีซ่ายมทูตไปอีกสักร้อยปี”
“ไม่ต่อครับ ไม่ๆๆ ผมจัดการได้ครับ”
“นี่คือการเตือนครั้งสุดท้าย ครั้งต่อไปเจอดีแน่... เมี้ยววววว” แมวดำร้องแล้วหายไป แมนสรวงเครียดจะทำอย่างไรดี
เวลาเดียวกัน พี่ไตปลาที่ถูกหลอกมา เห็นพวกน้ำมนต์ก็ถามว่าทาปากแดงกันทำไม ลูกโป่งบอกว่าแต่งมาล่อผี ทำเอาพี่ไตปลาเกือบปิดความกลัวไม่อยู่ แต่เฉไฉทำเป็นแนะว่าอย่าลืมซึมซับความรู้สึกที่เกิดขึ้นไปใช้ในละครเวทีด้วย
พวกสาวๆเต้นล่อผีกันอยู่นานผีก็ไม่ออกมาสักที อัฐชัยเรียกพีระให้ตามตนไป พีระนึกว่าจะให้ไปถ่ายอะไร แต่ที่แท้อัฐชัยเรียกพีระไปเพื่อบอกให้เขาเลิกยุ่งกับน้ำมนต์ อ้างว่าน้ำมนต์เป็นแฟนตน ตนมาก่อน จีบน้ำมนต์ก่อน คนมาทีหลังให้ถอยๆไปเสีย
“ตกลงว่าไม่ได้เรียกมาถ่าย แต่เรียกมาเคลียร์เรื่องส่วนตัว” พีระถามงงๆ
“ฉันขอถามนายครั้งสุดท้ายอย่างลูกผู้ชาย จะตกลงกันดีๆ หรือต้องให้ฉันใช้กำลัง”
“จะใช้กำลังกับผีเนี่ยนะ? มองฉันนายยังไม่มีปัญญาเห็นเลย จะทำอะไรได้”
พอดีพี่ไตปลาวิ่งมาโวยวายว่าอัฐชัยใจร้ายมากทิ้งตนมาได้ยังไง อัฐชัยเจ้าเล่ห์ พุ่งเอาตัวกระแทกผนังซ้ำแล้วซ้ำอีกทำเหมือนถูกใครลากไปทุ่มใส่กำแพง พีระดูออกมองอย่างคิดไม่ถึงว่าอัฐชัยจะใช้ไม้นี้ แต่พี่ไตปลาตกใจจริงๆ
พวกสาวๆยังเต้นล่อผีกันอย่างเมามัน แต่พอผีออกมาจริงๆก็วิ่งเตลิด พอวิ่งเจอกันเองก็ผงะร้องกรี๊ดนึกว่าเป็นผี
พีระได้ยินเสียงกรี๊ดของพวกผู้หญิงก็ชะงัก
ส่วนอัฐชัยก็ยังพุ่งเข้าชนกำแพงปากก็ร้องว่า พอแล้ว...พอแล้ว จนพีระมาตะโกนว่า
“ข้างบนเกิดอะไรไม่รู้ นายยังมีหน้ามาใส่ร้ายฉันอีกเหรอ” แล้วพีระก็วิ่งขึ้นไปข้างบน แมนสรวงโผล่มาดูแอ็กติ้งของอัฐชัย พึมพำ
“ไอ้นี่ ท่ามันจะรักน้ำมนต์จริงๆ งั้นก็ช่วยขัดขวางให้สำเร็จนะ พีระจะได้ตั้งใจหาทางกลับเข้าร่างหน่อย”
ooooooo
ที่ชั้นบน พวกน้ำมนต์เจอผีของจริงก็ตกใจถอยกรูด น้ำมนต์ถามผีตัวจริงว่าต้องการอะไร ผีสาวพูดขึงขังว่า
“พวกแก...พวกแก...เต้นผิดจังหวะ... จังหวะมันต้องเป็นอย่างนี้...” แล้วผีสาวก็เต้นเนิบๆแบบผีๆให้ดู
พีระมาเห็นพวกน้ำมนต์กำลังเต้นเป็นหางเครื่อง โดยมีผีสาวเต้นนำ น้ำมนต์บอกเพื่อนๆว่า
“ผีก็เหมือนกับคน มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน ถ้าเราจะแยกแยะ ใช้ตามองอย่าเดียวคงไม่พอ เราต้องลดอคติด้วย แล้วเราอาจจะเห็นความน่ารักของพวกเขาก็ได้”
“เหมือนคุณพี่ผีสาวที่แค่อยากมาสอนให้เราเต้นให้ถูกจังหวะ” พิมพ์ดาวเอ่ย ส่วนลูกโป่งบอกว่าพรุ่งนี้ตนคงต้องไปทำบุญหน่อยแล้ว
“เอาน่า...ทำให้พี่เขามีความสุข เผื่อเขาจะได้ไปผุดไปเกิด หรือไม่ก็ตอบแทนแกด้วยตัวเลขตรงๆสักสองสามตัว”
น้ำมนต์พูดไม่ทันขาดคำ เสียงอัฐชัยกับพี่ไตปลาก็โวยวายตามกันขึ้นมา พีระรู้ทันทีว่าอัฐชัยยังไม่เลิกใส่ร้ายตน เลยลากอัฐชัยขึ้นไปที่บันได อัฐชัยร้องโวยวายให้พี่ไตปลาช่วยตนด้วย พี่ไตปลาจึงเข้าไปยื้ออัฐชัยไว้ ถูกพีระขู่ว่า
“ถ้าพวกนายยังไม่เลิก ฉันจะเล่นพวกนายจริงๆ แล้วนะ”
เป็นจังหวะที่พี่ไตปลาวิ่งไปชนอัฐชัยเซไปทางบันไดที่ยังสร้างไม่เสร็จไม่มีราวบันได อัฐชัยจะตกบันไดผวาคว้าอากาศวืดๆ พี่ไตปลาตกใจร้องเฮ้ย!
อัฐชัยคว้าพี่ไตปลาไม่ทันตกลงไปใส่โครงไม้จนแตกหักกระจาย พี่ไตปลาเสียหลักร่วงลงไปอีกคน อัฐชัยตกใจที่พี่ไตปลาเกิดอุบัติเหตุด้วย
“นั่นไงคนที่ทำร้ายคนอื่น มีแต่นายคนเดียวอัฐชัย” พีระชี้ทันที
อัฐชัยรีบไปดูพี่ไตปลาที่นอนร้องโอดโอยอยู่ พอดีน้ำมนต์วิ่งลงมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น?! อัฐชัยฉวยโอกาสแกล้งล้มลงนอนข้างพี่ไตปลาร้องครวญครางดังยิ่งกว่าพี่ไตปลาอีก
พิมพ์ดาวกับลูกโป่งช่วยประคองพี่ไตปลาออกมา และน้ำมนต์ประคองอัฐชัยตามมา
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายกับพี่ไตปลาถึงตกบันไดลงมาได้” น้ำมนต์ถามอัฐชัยที่ยังครวญครางไม่หยุด อัฐชัยทำเป็นมองไปรอบๆอย่างระแวงแต่บอกว่าไม่มีอะไร
เอมี่คาดคั้นว่าไม่มีอะไรแล้วมองอะไรทำท่าเหมือนกลัวใครจะมาทำร้าย
“มันน่ะสิ...ผี...ผี...ผีพีระ” พี่ไตปลาโพล่งออกไป ทุกคนมองอย่างไม่อยากเชื่อ พี่ไตปลายังโวยวายว่า “ผี...ผี...ผีพีระทำร้ายพี่ ทำร้ายอัฐชัย ทั้งบีบคอ ทั้งเหวี่ยง จับกระแทก แล้วยังถีบตกบันไดลงมาอีก เขาจะฆ่าพวกพี่”
“หา!” ทุกคนตกใจ น้ำมนต์หันถามพีระว่า “ฝีมือนายจริงๆเหรอ?!” พีระทำหน้าเซ็งขี้เกียจตอบ
ooooooo
ที่สำนักอาจารย์เทพ เกี๊ยงยังฟาดธงอาคมใส่คามินไม่หยุด คามินไม่สะดุ้งสะเทือนแต่เกี๊ยงกลับเหนื่อยหอบฮักแต่ยังพูดอย่างไว้เชิงว่า
“ที่ช้านี่ไม่ใช่เพราะเหนื่อยหรือเมื่อยนะ แต่จารย์สอนให้เน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ จะดื้อไปถึงไหน ยอมเป็นทาสอาจารย์เทพเสียทีสิเว้ย”
เกี๊ยงฟาดธงใส่อีก คามินยกแขนป้อง พลังสะท้อนแขนไปโดนโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ จนแตกหักเป็นเสี้ยนเป็นเสี้ยว มีปลายแหลม อยู่ๆคามินก็พูดออกมาว่า “ฉันยอมแล้ว”
เกี๊ยงหยุดทันทีเพราะอยากหยุดอยู่แล้ว ร้อง “โหยยยย” สะบัดมือไปมา อาจารย์เทพยิ้ม คิดว่าคามินยอมแล้วจริงๆ เดินเข้าหาช้าๆ
พริบตานั้น คามินคว้าไม้แหลมขึ้นมาถือท่อนไม้เข้าใส่อาจารย์เทพ ฉับพลันนั้นรอยอักขระที่รอบคอก็เปล่งแสงวาบๆ คามินผวาเฮือก ตัวแข็งค้างอยู่ในท่าที่จะพุ่งท่อนไม้ใส่อาจารย์เทพ ขยับไม่ได้เพราะถูกอาคมตรึงไว้
“ฉันไม่มีอารมณ์เล่นกับแกแล้ว ถ้าไม่ยอมเป็นทาส งั้นฉันจะสาปส่งแกไปนรกเอง” อาจารย์เทพท่องคาถาขมุบขมิบแล้วเป่าพ้วงออกไป เกิดเป็นพลังอาคมที่ท่อนไม้แหลมในมือคามิน เปลี่ยนเป็นหันเอาปลายแหลมที่ฉาบอาคม จะแทงท้องตัวเอง คามินไม่สามารถบังคับมือตัวเองได้ อาจารย์เทพถามว่า “ฉันให้โอกาสแกครั้งสุดท้าย จะมาเป็นทาสฉันหรือลงนรก!!”
คามินเหลือบมองปลายไม้แหลมอย่างหวาดเสียว เพราะมันกำลังเคลื่อนเข้าจะจิ้มท้องตัวเองอยู่แล้ว!
ooooooo
ที่ร้านเจ๊แมว กำลังคุยกันเรื่องน้ำมนต์เลี้ยงผี เจี๊ยบตกใจ แต่งอแงยืนยันว่าตนเคยเห็นกับตามาแล้ว
“เจ๊ไม่รู้นะว่าน้ำมนต์เลี้ยงผีเพื่ออะไร แต่ถ้าต้องอยู่ละแวกบ้านเดียวกับคนเลี้ยงผี เจ๊ทนไม่ได้” เจี๊ยบถามว่าเจ๊จะเอาหมอผีมาปราบหรือ เจ๊แมวบอกหน้าตาเฉยว่า “เปล๊า...เจ๊จะไปขอหวย”
เจี๊ยบขอให้พิมพ์ดาวที่เป็นเพื่อนสนิทของน้ำมนต์ช่วยยืนยันทีว่าน้ำมนต์เลี้ยงผีจริงหรือเปล่า พิมพ์ดาวอึกอักๆ เจ๊แมวตัดบทว่าแบบนี้แปลว่าจริงแต่ไม่อยากบอกพวกเรา
“หนูไม่ทราบค่ะ” พิมพ์ดาวตัดบทแล้วจะชิ่งหนี อัฐชัยใส่เฝือกอ่อนที่แขนข้างหนึ่งเดินเข้ามาพอดี ยืนยันทันทีว่า
“มีผีที่บ้านน้ำมนต์จริงๆครับ” พวกเจ๊แมวอุทานหา!
อัฐชัยใส่ไฟว่า “ผมแค่พูดไม่เข้าหูเขาหน่อยเดียว ผลที่ได้ก็นี่...ฝีมือเขาครับ” อัฐชัยให้ดูแขนที่ใส่เฝือก พวกเจ๊แมวอุทาน ฮ้า!!
พออัฐชัยบอกว่า เขาอาจอยู่แถวนี้ก็ได้ พวกเจ๊แมวก็โวยลั่น เฮ้ย!!! แล้วโผเข้าหากันอย่างสยอง
พิมพ์ดาวมองอัฐชัยอย่างไม่พอใจที่ใส่ไฟพีระ
พอดีน้ำมนต์กับข้าวต้มเข้ามา น้ำมนต์ถามว่าคุยอะไรกันอยู่หรือ ไม่มีใครตอบทุกคนหลบตาน้ำมนต์แล้วแยกย้ายกันไปตัวใครตัวมัน...น้ำมนต์ได้แต่มองพวกเขางงๆ
ooooooo
ที่บ้านน้ำมนต์...พีระกำลังบ่นกับแมนสรวงว่า
“ฉันควรจะทำอย่างไรกับอัฐชัยดี”
“จากที่ฟังนายเล่ามา นายกำลังถูกอัฐชัยจัดฉากใส่ร้ายให้กลายเป็นผีใจร้ายในสายตาน้ำมนต์...ดีแล้ว”
“เฮ้ย! ดียังไง”
พอดีแจ๊วคุยโทรศัพท์เข้ามาแต่แจ๊วไม่เห็นผี
“น้องข้าวต้มออกไปกับน้ำมนต์แล้วก็ไม่บอก...ค่ะๆ”
พูดแล้ววางสาย รีบลุกไป แต่ทำถั่วบนโต๊ะหกเกลื่อน เลยต้องไปเอาไม้กวาดมากวาด
ooooooo
แมนสรวงยังนั่งคุยกับพีระ บอกพีระว่า การที่เขาถูกอัฐชัยจัดฉากให้เขาเป็นผีที่ร้ายกาจนั้นดี เพราะเขาจะได้อยู่ห่างๆน้ำมนต์ เป็นไปได้ที่พอความทรงจำกลับมา นิสัยและทัศนคติเก่าๆก็จะกลับมาด้วย
แล้วทั้งสองก็ต้องลุกหนีเมื่อแจ๊วเอาไม้กวาดมากวาดถั่ว จึงลุกจากโซฟาไปยืนคุยกันต่อ
พีระยืนยันว่าถึงตนจำทุกอย่างได้ก็ไม่มีทางร้ายกับน้ำมนต์แน่ แมนสรวงติงว่าอย่ามั่นใจอนาคตที่เขาไม่มีวันรู้
“ฉันรู้ว่าน้ำมนต์ดีกับฉันมาก ฉันจะจำทุกอย่าง จะไม่มีวันลืมบุญคุณที่น้ำมนต์ช่วยฉันเด็ดขาด”
“นายมีสิทธิ์เลือกหรือว่าจะจำหรือไม่จำ?” พีระถามหมายความว่ายังไง แมนสรวงอึกอักแล้วบอกว่า
ไม่มีอะไร “มี!! มีแน่ๆ พูดออกมา! พูด!! ตอบมาว่านายพยายามจะบอกอะไรฉัน” พีระชักฉุน
“ฉันบอกได้แค่ว่า ถ้าไม่อยากทำให้เรื่องมันยุ่งยาก ตัดอารมณ์ความรู้สึกออกไปเสีย เหลือแค่อย่างเดียวคือตามหาร่างของนายให้เจอ”
“นายย้ำกับฉันหลายทีแล้วนะ ทำไม ถ้าฉันจะมีอารมณ์แล้วมันเป็นปัญหายังไง ตอบมา!!”
“ก็เพราะว่า สุดท้ายแล้ว นายจะลืม...” แมนสรวงพูดไม่ทันจบประโยค แมวดำตัวเดิมก็กระโดดเข้ามาอยู่ในสายตา แมนสรวงผงะ แล้วหายตัวไปทันที พีระเรียกให้กลับมาก่อน แต่ก็ไร้ผล
แมนสรวงถูกเรียกไปลงทัณฑ์ฐานฝ่าฝืนกฎของยมทูตบอกความลับแก่ผีที่ตัวเองไปดูแล
ooooooo
ที่มุมหนึ่งในร้านเจ๊แมว น้ำมนต์ขอโทษอัฐชัยแทนพีระ รับปากว่าจะไปบอกให้พีระมาขอโทษเขาด้วยตัวเอง
“ไม่ต้องๆๆ ต่างคนต่างอยู่ดีแล้ว” อัฐชัยห้ามเสียงหลง น้ำมนต์ถามว่าพีระทำให้เขากลัวขนาดนี้เลยหรือ พิมพ์ดาวรู้ว่าอัฐชัยอ้อนน้ำมนต์ พูดอย่างหมั่นไส้ว่าแอ็กติ้ง เล่นละครเสียเว่อร์ แต่อัฐชัยไม่สนใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาใส่ไฟพีระและหว่านล้อมน้ำมนต์ให้ออกห่างจากพีระจนน้ำมนต์ฟังแล้วอึ้ง
อีกมุมหนึ่ง ข้าวต้มก็เร่งประชดเจ๊แมวที่กำลังเม้าท์เรื่องผีเมามันว่า โกโก้ร้อนกับปาท่องโก๋กินวันนี้นะคร้าบบบ พอถูกเจ๊แมวแว้ดใส่ว่าถ้าหิวนักก็กลับไปนั่งที่เดิมเลย ข้าวต้มก็จ๋อยเดินทำปากจู๋แก้มป่องไปนั่งคอย
อึดใจเดียวน้ำมนต์ก็เดินปราดผ่านมาบอกข้าวต้มว่า
“กินไปก่อนนะข้าวต้ม เดี๋ยวพี่กลับมา ไปจัดการไอ้ผีตัวแสบก่อน เดี๋ยวมา” บอกแล้วเดินอ้าวไป
“ไปจัดการผี!” เจ๊แมวกับเจี๊ยบมองหน้ากันขวับ
ooooooo
ที่สำนักอาจารย์เทพ คามินนั่งทรุดอยู่ตรงประตู อาจารย์เทพสั่งว่า
“หน้าที่แกมีอย่างเดียว คือให้แกจับตัวไอ้ผีพีระมาให้ฉันทรมานและจัดการวิญญาณมันด้วยมือฉัน”
“พีระ...ไอ้วิญญาณบริสุทธิ์ มันเป็นของฉัน ถ้าจะกำจัดมันก็ยกให้ฉันเสพพลังของมันดีกว่า เพราะถ้าฉันได้เสพพลังของมัน ฉันก็จะกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ด้วยร่างกายของมัน”
“ที่เด็กนักศึกษาพวกนั้นตามหาร่างพีระก็เพราะมันรู้ว่าพีระจะกลับเข้าร่างได้ หึๆ ไอ้พีระมันมีมูลค่า
มากกว่าที่คิดนะเนี่ย หึๆๆ” อาจารย์เทพสะใจหัวเราะร้ายกาจ แล้วเรียกเกี๊ยงมาให้คามินสิงร่างพาไปหาพีระ ทันใดนั้น คามินก็พุ่งเข้าสิงร่างเกี๊ยงทันที เกี๊ยงผวาเฮือก พอเงยหน้าลืมตาอีกทีก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าแววตาเลือดเย็น!
“จับวิญญาณพีระมาให้ฉันทรมาน แล้วฉันสัญญาว่าจะให้แกได้เสพพลังของมัน แต่ถ้าแกคิดหักหลังฉัน แกได้ตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดแน่” อาจารย์เทพสั่งคามินที่สิงร่างเกี๊ยงอยู่
ooooooo
น้ำมนต์กลับถึงบ้านก็สั่งพีระให้ไปขอโทษอัฐชัยเดี๋ยวนี้ พีระบอกว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไรทำไมต้องขอโทษ?
“อัฐชัยแขนหักอย่างนั้น ยังบอกว่าไม่ได้ทำอีกเหรอ”
“ใช่! ผม-ไม่-ได้-ทำ”
ขณะที่น้ำมนต์ฮึดฮัดขัดใจอยู่นั้น เจ๊แมว งอแง เจี๊ยบ และข้าวต้มก็มาถึง เพื่อหาเลขเด็ดไปซื้อหวย
เจี๊ยบส่งอุปกรณ์ให้ เป็นกระป๋องแป้งแจกทุกคน ข้าวต้มทำตัวเป็นแมวมองให้ พอเห็นน้ำมนต์เดินออกมากับพีระก็ส่งสัญญาณบอก ทุกคนทำตัวนิ่งๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น้ำมนต์หว่านล้อมพีระว่าคนทำผิดก็ต้องกล้ารับผิดไม่ใช่เรื่องน่าอาย พีระโต้ว่าตนไม่ได้อายแต่ตนไม่ได้ทำ อัฐชัยทำตัวเอง เมื่อเถียงกันไม่รู้เรื่องพีระจะเดินแยกไป ถูกเจ๊แมวออกมาขวาง ถามน้ำมนต์ว่าเขาอยู่นี่ใช่ไหม พอน้ำมนต์รับว่าใช่ เจ๊แมวก็บอกให้ทำตัวสบายๆ เหมือนไม่มีพวกตนอยู่ตรงนี้
น้ำมนต์ยังโต้กับพีระ พวกเจ๊แมวมองตามสายตาน้ำมนต์ก็พอเดาได้ว่าพีระอยู่ตรงไหน พลันทุกคนก็เอาแป้งฝุ่นโรยไปตรงที่พีระยืนอยู่จนฟุ้งไปหมด น้ำมนต์ถามว่า “ทำอะไรกันคะ”
“สบายๆเหมือนไม่มีพวกเราอยู่” เจ๊แมวบอก แล้วก้มดูรอยแป้งที่โรยตรงจุดที่พีระยืน ต่างเห็นเลขตามมโนของตัวเอง บ้างบอก เจ็ดหกศูนย์ บ้างบอก หกแปดเจ็ด งอแงบอกแปลกกว่าเพื่อนว่า เก้าศูนย์ศูนย์หนึ่งต่างหาก
พอพีระกับน้ำมนต์รู้ว่าพวกนั้นกำลังหาเลขเด็ดก็ส่ายหน้าเดินหนีออกจากบ้านไป พลันเสียงเจี๊ยบก็ร้องอย่างตื่นเต้น
“ตรงนี้...สองสองสอง เบอร์ตอง สวยแจ่ม เด็ดสุด”
น้ำมนต์กับพีระเดินออกมาเถียงต่อกันข้างนอก ในที่สุดพีระก็ยอมไปขอโทษอัฐชัย เมื่อน้ำมนต์บอกเขาว่า
“ฉันไม่อยากให้นายกับเพื่อนฉันบาดหมางกัน ฉันจะช่วยนายได้ยังไง ถ้าเพื่อนๆฉันเหม็นขี้หน้านาย ฉันถึงบังคับเข้าใจไหม เลิฟมีเลิฟมายด็อกน่ะ!”
“ตั้งใจจะบอกผมว่าถ้ารักคุณให้ยอมทำเพื่อคุณใช่ไหม...บอกเหตุผลแค่นี้แต่แรกก็ยอมไปนานแล้ว” พีระยิ้มหน้าบาน น้ำมนต์เขินหันหน้าหนีจะผละไป ถูกพีระคว้ามือไว้บอกให้พาไปขอโทษอัฐชัยเดี๋ยวนี้เลย
ooooooo
อัฐชัยถูกพิมพ์ดาวจับได้ว่าเล่นละครตบตาน้ำมนต์ทั้งเรื่องที่ถูกพีระทำร้ายและเรื่องแขนเดาะจนต้องใส่เฝือก พอถูกจับได้ไล่ทัน อัฐชัยก็ยอมรับขอร้องพิมพ์ดาวอย่าบอกน้ำมนต์
“ฉันจะบอก!” พิมพ์ดาวพูดแล้วเดินหนี อัฐชัยวิ่งตามมาขวางบอกว่าตนไม่ได้ทำเพื่อความสนุกสะใจ “เหรอ...ไม่ใช่นายอยากให้น้ำมนต์ทะเลาะกับพีระแล้วมาคบนายแทนงั้นเหรอ? ถึงฉันจะเชียร์นายแต่วิธีนี้มันไม่ถูกต้อง”
อัฐชัยยกแม่น้ำทั้งห้ามาชี้แจงว่า น้ำมนต์เล่าเองว่าพีระจำได้ว่าตัวเองพยายามฆ่าคน แล้วเราจะปล่อยให้เพื่อนรักไปคบกับคนอย่างนี้หรือ พิมพ์ดาวติงว่าพีระอาจจะไม่ใช่คนอย่างนั้นก็ได้ อัฐชัยเลยขอให้เธอช่วยพิสูจน์ สัญญาว่า
“ถ้าพีระดีจริง แล้วน้ำมนต์ยังยืนยันจะรักกับพีระจริง ฉันก็จะยอมแพ้ จะไม่ขัดขวางอีกต่อไป แกช่วยฉันนะดาว”
พิมพ์ดาวอึกอัก แต่ลูกโป่งรับปากแทน บอกอัฐชัยว่าจะให้ช่วยอะไรบอกมาเลย อัฐชัยดีใจขอบใจวุ่นวายไปหมด
เมื่อมานั่งคุยกัน ลูกโป่งชี้แจงแก่พิมพ์ดาวว่า
“ที่ฉันตอบตกลงแทนแก รู้ไหมว่ามันได้ประโยชน์ตั้งสามต่อ ข้อแรก คือเราก็จะได้พิสูจน์ว่าพีระกับน้ำมนต์รักกันจริงหรือเปล่า ข้อสอง ถ้าคู่นั้นไม่ได้รักกันจริงแสดงว่าฉันก็ยังมีหวังจะครุคริงุงิในตัวคุณผีสุดหล่อ ส่วนข้อสุดท้าย...ถ้าคู่นั้นจริงใจกันจริงๆ อัฐชัยก็จะได้ตัดใจจากน้ำมนต์ แล้วคนที่จะได้ครุคริงุงิยิ่งกว่าใครเพื่อนคือ...” ลูกโป่งมองหน้าพิมพ์ดาวยิ้มเป็นนัย ทำเอาพิมพ์ดาวถามเขินๆว่า มองตนทำไม
ลูกโป่งไม่ตอบแต่ยิ้มล้อๆ พิมพ์ดาวเลยยิ่งเขิน
ooooooo
น้ำมนต์บอกอัฐชัยว่าพีระอยากมาขอโทษเรื่องเมื่อคืน อัฐชัยยิ้มอย่างมีแผน แล้วเดินนำพีระเข้าไปในห้องน้ำ แต่เพราะเขามองไม่เห็นพีระ จนเห็นก๊อกน้ำไหลจึงรู้ว่าพีระอยู่ตรงนั้นแล้ว
อัฐชัยเอามือถือมาวางที่อ่างล้างมือเปิดหน้าจอที่เป็นรูปไมโครโฟนไว้ บอกพีระว่า
“ต้องใช้สื่อกลางใช่ไหมฉันถึงจะได้ยิน อ่ะ...มีอะไรจะขอโทษก็ว่ามาเลย”
พีระแตะมือถือ พลางเอ่ย “เรื่องเมื่อคืนนี้ ฉันว่านายเป็นห่วงน้ำมนต์ และที่ผ่านๆมาคงจะมีเรื่องค้างคาใจกับฉันมาก เอาเป็นว่า ถ้าอะไรที่ฉันเคยทำไม่ดีด้วย ฉันขออโหสิกรรม หวังว่าเราจะไม่มีปัญหาต่อกันอีก เข้าใจนะ”
“ฉันเข้าใจทุกอย่าง ไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไร จบแล้วใช่ไหม ออกไปได้แล้ว”
พีระงงๆ ว่าทำไมเสร็จเร็วนัก ออกไปเจอน้ำมนต์จึงเล่าให้ฟังว่าเรียบร้อยแล้ว ถามน้ำมนต์ว่าพอใจนะ ตนจะไปห้องสมุด จะไปหาอ่านข่าวเกี่ยวกับการก่อตั้งสถานีพราวด์สักหน่อย
น้ำมนต์สงสัยว่าทำไมอัฐชัยยังไม่ออกมา พอมองไปอีกทีเห็นเขาเดินตัวเปียกออกมา น้ำมนต์เสียรู้ตามเคยเชื่อว่าพีระทำอัฐชัยอีกแล้ว รีบเดินตามพีระไปจะเอาเรื่อง แต่พิมพ์ดาวดูออก พออัฐชัยเดินผ่านเธอแกล้งอุทานทึ่งว่า
“โอ้โหแผนของแกอย่างกะนางร้ายในละคร”
น้ำมนต์ตามไปต่อว่าพีระอย่างรุนแรง บอกให้เขากลับไปขอโทษอัฐชัยอีกครั้ง คราวนี้พีระแข็งข้อตัดบทว่า
“ผมก็ขอโทษไปแล้วไง จะเอาอะไรอีก ผมไม่สนว่าเขาบอกคุณยังไง แต่ผมทำตามที่ผมพูดไปแล้ว ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” พูดแล้วเดินหนีไปเลย น้ำมนต์มองตามฮึดฮัดๆ
พิมพ์ดาวรู้ทั้งรู้ว่าอัฐชัยแกล้งใส่ร้ายพีระ แต่ก็หาผ้าขนหนูมาให้เช็ดผมบอกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย ถามว่าคิดหรือว่าทำแบบนี้จะทำให้น้ำมนต์เลิกคบกับพีระ อัฐชัยเชื่อว่าทำไปหลายๆครั้งพีระก็จะทนไม่ได้และแสดงความเป็นนักเลงอันธพาลออกมา น้ำมนต์รับไม่ได้ก็จะแตกหักเลิกคบกัน
“แล้วถ้าน้ำมนต์รู้ว่านายทำตัวเองอย่างนี้ เคยคิดไหมว่าจะเป็นยังไง บอกเลยว่าถ้าเป็นฉัน...มีเลิกคบ”
อัฐชัยเชื่อว่าน้ำมนต์ไม่เลิกคบตนแน่ ก็พอดีน้ำมนต์เดินกลับมา เธอขอโทษแทนพีระ ชี้แจงว่าเพราะช่วงนี้พีระรู้เรื่องที่มาที่ไปของตัวเองมากไปเลยค่อนข้างเครียด อย่าไปถือสาเขาเลย
“ผมไม่ถืออยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง” น้ำมนต์เลยทำดีกับเขาด้วยการช่วยเช็ดผมให้ อัฐชัยยิ้มปลื้ม พิมพ์ดาวมองพึมพำอย่างหมั่นไส้ว่า
“ฉันทำทุกอย่างเพื่อนาย แต่นายทำเพื่อน้ำมนต์...เฮ้อ...”
ooooooo
คามินสิงร่างเกี๊ยงไปที่บ้านน้ำมนต์ กดกริ่งเรียก แจ๊วกับข้าวต้มออกมาดู นึกว่าเป็นพวกขายของ แจ๊วปฏิเสธล่วงหน้าไปเป็นชุด ส่วนน้ำมนต์ก็เดาไปต่างๆ นานาว่าพวกนี้จะมาขายอะไรบ้าง แล้วบอกว่าของพวกนั้นยังไม่มีแต่ไม่มีตังค์ซื้อ
ข้าวต้มมองหน้าเกี๊ยงบอกแจ๊วว่ารู้สึกหน้าคุ้นๆ แจ๊วไม่สนใจชวนเข้าบ้านบอกว่าต้องเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ
แจ๊วโทร.ต่อว่าอัฐชัยขณะเขาอยู่ที่มหาวิทยาลัยว่าทำไมไม่บอกว่าบ้านนี้มีผี แล้วขอลาออกเลย อัฐชัยเสนอเพิ่มเงินเดือนให้เป็นเท่าตัว เท่านั้นแจ๊วก็หายกลัวผียินดีทำงานต่อไป
พอดีพี่ไตปลาเดินมีไม้ค้ำยันช่วยเพราะเท้าแพลง ร้องบอกทีมงานให้ไปซ้อมละครกัน ทุกคนจึงเข้าไปที่ห้องซ้อม
พี่ไตปลาอธิบายฉากที่จะซ้อมให้ทุกคนฟัง ฟังพี่ไตปลาไปบรรดานักแสดงก็ซ้อมไปด้วย
“เหตุการณ์ก็คือ หลังจากที่นางทาสเยื้อน...” พี่ไตปลาอธิบายยาว พอเสร็จก็บอกให้ซ้อมจริงกันเลย น้ำมนต์บอกว่าวันนี้โจรมีแค่ 2 คนเพราะน้องโกดังไปผ่าฟันคุด พี่ไตปลาบอกไม่เป็นไรเดี๋ยวซ้อมคิวแทนเอง แล้วถามลูกโป่งว่า “แล้วผีท่านเจ้าคุณล่ะ ตอนลูกโป่งติดต่อให้พี่มากำกับ บอกว่ามีเทคนิคพิเศษที่เหมือนผีจริงๆ ไหนพี่ขอชมหน่อยสิ”
น้ำมนต์กับพิมพ์ดาวมองหน้ากันอึกอัก ถูกพี่ไตปลาถามย้ำว่าเทคนิคพิเศษที่คุยนักคุยหนาคืออะไร ไฟก็ดับพรึ่บ!! พี่ไตปลาสะดุ้งเล็กน้อย พีระยืนกดเปิดปิดไฟอยู่ตรงนั้น กดเปิดปิดรัวพรึ่บๆๆๆ แล้วไปคว้าไม้ค้ำยันของพี่ไตปลามาควงราวกับควงคทา พี่ไตปลาตาเหลือกร้องลั่น นักแสดงอื่นๆก็พากันตกใจร้องจ๊าก ถอยกรูดไปรวมกัน พีระคุยโวว่า
“เทคนิคพิเศษที่เหมือนผีจริงๆ ก็คือใช้ผีของแท้ มีลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ผีที่โหลดฟรีตามอินเตอร์เน็ต”
ooooooo
ถึงเวลาหวยออก เจ๊แมว งอแงและเจี๊ยบนั่งเฝ้าหน้าวิทยุลุ้นเลขเด็ดของตัวเอง
ขณะกำลังประกาศเลขท้ายสามตัวนั่นเอง เกี๊ยงก็เดินทื่อเข้ามาปิดวิทยุ ทุกคนที่กำลังลุ้นใจจดจ่อร้อง “เฮ้ย!!!” พร้อมกันแล้วหันมองผู้บังอาจ
“แกกล้าดียังไงถึงมาขัดจังหวะรวยพวกฉัน” เจี๊ยบ ตวาดเอาเรื่อง ถูกเกี๊ยงคว้าคอหมับยกลอยขึ้นจนทุกคนตกใจ
“น้ำมนต์อยู่ไหน” เกี๊ยงถามเสียงเหี้ยม เจี๊ยบพูดเสียงขาดๆหายๆว่า อยู่ มะ-หา-ลัย
เกี๊ยงปล่อยมือเจี๊ยบร่วงลงไปกองโครม! พอเกี๊ยงเดินออกไป เจ๊แมวถามอย่างรู้สึกถึงอันตรายว่ามันเป็นใคร
ที่ห้องซ้อม พี่ไตปลาในสภาพผมตั้งทั้งหัว แต่ยังข่มใจมีสมาธิทบทวนและกำกับการแสดงต่อไป โดยพี่ไตปลาเล่นบทโจรแทนน้องโกดังด้วย
ในบทนางทาสถูกโจร 3 คนมาดักปล้น พี่ไตปลากำกับถึงคิวบู๊หลังจากโจรลากนางทาสไปว่า
“ผีท่านเจ้าคุณหยิบท่อนไม้ขึ้นมาจัดการกับโจร 2 คน คิวเป็นอย่างนี้นะ ฟาด 1 ฟาด 2 ฟาด 3 แล้วนายก็ถอยหนี จากนั้นโจร 2 จะเข้ามาด้านหลัง” พีระถือท่อนไม้อยู่หันกลับเหวี่ยงท่อนไม้ทันที ดีแต่พี่ไตปลายังอยู่นอกรัศมีเลยไม่หวาดเสียวนัก “ไม่ๆๆ ไม่ต้องเหวี่ยงไม้ อันตราย แค่หันมาเฉยๆ แล้วถือไม้ขู่ก็พอ แล้วโจร 2 ก็กลัววิ่งหนีไปเอง”
พี่ไตปลาให้ทวนคิวนี้อีกที ปรากฏว่าซ้อมผ่าน พี่ไตปลาบอกให้พักสักครู่เดี๋ยวซ้อมฉากนี้ใหม่อีกที
ระหว่างพักนี่เอง อัฐชัยเดินไปหาน้ำมนต์ที่ยังง่วนอยู่กับบท ถามว่าแก้บทอยู่หรือ พลางยื่นน้ำเย็นให้ แล้วถาม
“เอ้อ...พีระอยู่ตรงไหนเหรอ เราจะได้อยู่ห่างๆ ไม่อยากให้เขาอารมณ์เสียเพราะเราอีก”
“เขานอนอยู่ตรงนั้น นายทำตัวตามปกติเถอะ ไม่ต้องไปแคร์หรอก” น้ำมนต์บอก อัฐชัยมองไปที่พีระอย่างมีแผน
พีระนอนทบทวนคิวบู๊ของตัวเอง “ฟาดหนึ่ง สอง สาม แล้วหันมาชูไม้ขู่ ฟาดหนึ่ง สอง สาม แล้วหันมาชูไม้ขู่”
อัฐชัยลากพิมพ์ดาวไปยืนแถวๆที่พีระนอน ทำลับๆล่อๆ บอกว่า
“ดาว...รู้แล้วอย่าบอกใครนะ ตะกี๊พี่ไตปลามาฝากให้ฉันไปบอกพีระว่าคิวบู๊ท่านเจ้าคุณเปลี่ยน จากฟาดหนึ่งสองสามแล้วหันมาชูไม้ขู่ เปลี่ยนเป็นฟาดหนึ่งสองสามแล้วหันมาฟาด แล้วพี่จะถอยหลบเอง”
“แล้วมาบอกฉันทำไม ไปบอกน้ำมนต์ให้บอกพีระสิ” พิมพ์ดาวงอนๆ
“ฉันบอกแกไว้ แกจะได้ไม่ตกใจ แต่ฉันไม่บอกพีระหรอกจะปล่อยให้มันโดนพี่ไตปลาด่าเล่นๆ เธอก็เงียบไว้นะรู้กันสองคน” แต่พีระได้ยินทุกคำ พึมพำ...
“คิดจะหักหลังฉันเหรอ!”
ooooooo
หลังจากสั่งพักแล้ว พี่ไตปลาหายไปนาน พอกระหืดกระหอบกลับมาก็ขอโทษขอโพยทุกคน
“โทษทีๆๆ เข้าห้องน้ำนานไปหน่อย มาๆๆ ขอซ้อมฉากเมื่อกี๊อีกที คราวนี้เอาเต็มที่เหมือนแสดงจริงเลยนะ น้ำมนต์ถ่ายคลิปให้พี่ดูทีนะ” พี่ไตปลาส่งกล้องให้น้ำมนต์ แล้วสั่งนักแสดง “ประจำที่!!”
ทุกคนแสตนด์บายพร้อม พี่ไตปลาสั่ง “สาม...สี่...เริ่ม!!”
พิมพ์ดาวเดินออกมา ถูกโจร 3 คนออกมาล้อมไว้ เธอเตะโจร 1 และผลักโจร 2 คือพี่ไตปลาที่เล่นแทนโกดัง แล้วจะหนี แต่ถูกโจร 3 จับตัวไว้
พีระที่แสดงเป็นวิญญาณท่านเจ้าคุณ กระชากโจร 3 จากด้านหลังลากไปอย่างเร็ว เหวี่ยงออกไปแล้วหยิบไม้มาควงๆๆ ร้องท้า “เข้ามาเล้ย!” แล้วพีระก็วิ่งเข้าหาโจร 1 ฟาดตามที่ซ้อม ฟาดหนึ่ง ฟาดสอง ฟาดสาม แล้วหันกลับมา แต่ครั้งนี้ พีระเงื้อไม้สุดแขนจะฟาดพี่ไตปลา เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่ไตปลาวิ่งเข้ามาพอดี!
พี่ไตปลาผงะที่เห็นไม้พุ่งเข้ามาตรงหน้าเต็มๆ พี่ไตปลายกมือป้อง ถูกฟาดพลั่กสนั่น พี่ไตปลาล้มคว่ำ มือที่ยกป้องใบหน้าเลือดออกที่ข้อมือ พีระตกใจช็อก ทุกคนวิ่งเข้าไปดูพี่ไตปลา พีระมองงงๆ ว่าทำไมพี่ไตปลาไม่หลบ?
“นายฟาดไม้ทำไม ที่เราซ้อมมันไม่มีฟาด!” น้ำมนต์เอ็ดตะโร พีระร้องอ้าวจะอ้างที่ได้ยินอัฐชัยพูด ก็ถูกอัฐชัยตัดบทกลัวถูกแฉ เร่งให้ทุกคนพาพี่ไตปลาไปทำแผลก่อน ทุกคนเลยไปวุ่นวายอยู่กับพี่ไตปลา พีระยังยืนอึ้ง ค่อยๆพูดว่า
“ก็...ก็ผมได้ยิน...” พูดได้แค่นั้นก็นึกได้ว่าถูกหลอกอีกแล้ว เปลี่ยนเป็นคำราม “อัฐชัย!!” แล้ววิ่งอ้าวไป
ขณะทุกคนกำลังวุ่นกับการพาพี่ไตปลาไปที่ห้องพยาบาลนั้น จู่ๆ อัฐชัยก็รู้สึกถูกพลังบางอย่าดึงเอาไว้ แล้วดันๆๆไปจนหลังกระแทกกำแพงอั้ก!
พีระนั่นเอง พอกระแทกอัฐชัยกับกำแพงแล้ว ยื่นหน้าเข้าไปเอาเรื่อง
“นายแกล้งฉัน!! นายจงใจหลอกให้ฉันทำร้ายผู้กำกับ!!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะพีระ!!” น้ำมนต์ตวาดแว้ด อัฐชัยทำหน้าซื่อถามว่าพีระเป็นอะไรหรือ ทำไมต้องทำร้ายตน ตนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย พีระยิ่งแค้นตะคอกว่าพูดอย่างนี้ได้ยังไง กลับถูกน้ำมนต์ตวาดปรามว่า
“หยุดระรานเพื่อนฉันเสียที ถ้านายอยากจะเป็นอันธพาลก็ไปอันธพาลที่อื่น ที่นี่คือมหาวิทยาลัย เป็นแหล่งรวมคนมีการศึกษา มีวุฒิภาวะ ไม่ควรมีพวกฝักใฝ่ความรุนแรงอย่างนายมาปะปน”
“ทำไมพูดงี้??!” พีระผงะ อึ้ง ถามน้ำมนต์อย่างผิดหวัง อัฐชัยแอบยิ้มสะใจอยู่ข้างๆ
ooooooo
เกี๊ยงมาแล้ว!! เกี๊ยงถูกคามินสิงเดินทื่อเข้ามา พอเห็นพีระมันก็ยิ้มเหี้ยม
ขณะเดินไปหาพีระนั้น มีลูกบอลลอยมาแต่ไกล เกี๊ยงรับไว้อย่างแม่นยำทั้งที่ไม่ได้หันมอง ถือบอลในมือบีบทีเดียวบอลก็ฟีบคามือ นักบอลวิ่งมาขอบอลคืน เกี๊ยงทิ้งบอลที่ไม่มีลมลงพื้น
“อ้าว...เฮ้ย...ทำงี้ได้ไงวะ” นักบอลคว้าไหล่เกี๊ยงดึงมา พอเกี๊ยงหันมอง นักบอลก็ผงะกับดวงตาที่ไร้แววของคามิน แล้วอยู่ๆ นักบอลก็กระเด็นไปเหมือนถูกถีบไปทรุดกับพื้น
แต่พอเกี๊ยงหันมาอีกที พีระกับน้ำมนต์และพรรคพวกก็หายไปหมดแล้ว
พวกเขาพาพี่ไตปลาไปที่ห้องพยาบาลให้พยาบาลทำแผลให้ พอทำเสร็จ พี่ไตปลาดูมือแล้วโอดครวญ...
“มือก็แผล หน้าก็แผล ได้แผลเต็มตัวเลย กำกับหนังดีๆไม่ชอบ ชอบจะมาหาเรื่องเจ็บตัว...”
น้องๆนักแสดงต่างขวัญเสียกลัวผีพีระที่มาร่วมแสดงด้วย น้ำมนต์เห็นบรรยากาศแล้วเครียด
ooooooo
น้ำมนต์เดินออกมาตามหาพีระ ลูกโป่งเตือนว่าอย่าไปดุเขา คุยกันดีๆ เพราะยังไงเราก็ต้องพึ่งเขาในละคร
“พึ่งได้หรือ! ดูเขาทำสิ พี่ไตปลาเจ็บ นักแสดงคนอื่นก็เสียขวัญไปหมด ถ้าเกิดมีใครถอนตัวตอนนี้ จะไปหาใครมาแทนก็ไม่ทันแล้ว”
พิมพ์ดาวบอกว่าเดี๋ยวตนจะช่วยคุยกับพวกนักแสดงให้ มั่นใจว่าพวกนั้นน่าจะเข้าใจ ลูกโป่งเห็นด้วย
“แล้วนี่พีระไปไหนแล้ว” อัฐชัยถามเพื่อลากพีระมาเป็นเหยื่อ
“ทำผิดแล้วก็หายตัว...ถ้าไม่โผล่มาเคลียร์ก็ไม่ต้องโผล่มาเลยนะ” ทันใดนั้น มือถือน้ำมนต์ดังขึ้น “ฮัลโหลคะพี่เอมี่...คะ? ภายในคืนนี้!! ค่ะๆๆ หนูจะรีบไปค่ะ” พอวางสายก็บอกพรรคพวก “พี่เอมี่โทร.มาขอให้ไปช่วยตัดต่อรายการใหม่ คุณเมสินีขอดูพรุ่งนี้เช้า คืนนี้ต้องเสร็จ!!”
“คืนนี้!!” ทุกคนร้องพร้อมกัน ทั้งตกใจและเหนื่อยล่วงหน้ากับงานที่บีบให้ต้องเสร็จตามคำสั่ง
ooooooo
พีระไปนอนก่ายหน้าผากบนแผ่นกระดานสปริงบอร์ดที่ยื่นออกไปกลางสระว่ายน้ำ
“อัฐชัย...จงใจใส่ร้ายเราต่อหน้าน้ำมนต์...มันทำให้เราดูเป็นผีชอบใช้ความรุนแรง อ้อ...มันอยากให้น้ำมนต์เกลียดเรา...มันจะได้มาดูแลน้ำมนต์แทน...นี่มันกำลังเปิดสงครามกับเราชัดๆ”
เกี๊ยงเดินมาหยุดมองพีระจากข้างหลังเขา คามิน มองพีระอย่างเหี้ยมเกรียม!
พอพีระนึกได้ก็ลุกนั่งพรวด “ไม่ๆๆ เราจะมางอนไม่ได้ ยิ่งมันอยากให้เราเลิกคบกัน เรายิ่งต้องหนักแน่น ไม่งอนไม่งี่เง่า ต้องไม่ให้มันสมหวัง”
ขณะเกี๊ยงกำลังจะขยับเข้าหาพีระ อยู่ๆก็มีเสียงนักบอลชายตะโกนเรียก
“เฮ้ย ไอ้รูปหล่อหุ่นนายแบบ”
เกี๊ยงหยุดหันมอง เห็นนักบอลคนเดิมมากับพวกอีก 4 คน ทุกคนอยู่ในท่าพร้อมจะมีเรื่องล้างแค้นแทนเพื่อน เกี๊ยงไม่เห็นพวกนี้อยู่ในสายตา หันเดินไปหาพีระ แต่พีระหายไปแล้ว!
เกี๊ยงจะชวดจากพีระเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ยังถูกนักบอลพวกนั้นเดินเข้าหาถามว่า “เมื่อกี๊แกซ่านักเหรอ”
เกี๊ยงแค้นที่คนพวกนี้ทำให้ตนเสียโอกาส หันกลับจ้องด้วยแววตาอำมหิต วาววามด้วยแสงสีแดงของผี!
แล้วนักบอลทั้ง 5 ที่วางก้ามจะเอาเรื่องเกี๊ยง ก็ถูกคามินในร่างของเกี๊ยงจับโยนลงสระน้ำทีละคน...คนละตูม...จนหมดทั้ง 5 คน แล้วเกี๊ยงก็หันคำราม “ไอ้พีระ แกหนีฉันไม่รอดหรอก”
ooooooo
พอได้เวลา อัฐชัยก็เอารถมารับเพื่อนๆ เพื่อไปที่สถานีพราวด์ดิจิตัล พีระจะไปด้วย แต่น้ำมนต์ไม่ให้ไป ไล่ให้กลับไปทบทวนพฤติกรรมตัวเอง คิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาพูดกันไปถึงสถานีพราวด์ เอมี่บ่นว่าตนทำอยู่คนเดียวจนตาลายหมดแล้ว เร่งให้รีบมาช่วยกันเร็วๆ
“พี่เอมี่พักก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวพวกเราตัดต่อให้เอง แล้วพี่ค่อยมาตรวจอีกทีตอนเสร็จแล้ว”
เกี๊ยงเดินมาถึงประตูสถานีพราวด์เจอผียาม คามินก็ออกจากร่างเกี๊ยงจัดการดูดพลังผียามจนสลายหายไป ส่วนเกี๊ยงล้มหมดสติอยู่ตรงนั้น คามินเดินเข้าไปข้างในอย่างพร้อมจะกำจัดวิญญาณของพีระ
แต่พีระกลับไปที่บ้านน้ำมนต์แล้ว เจอแมนสรวงในสภาพหน้าตายับเยินเพราะรอยแมวข่วน พีระถามว่าไปฟัดกับแมวที่ไหนมา
“เพราะนายนั่นแหละ ฉันถึงเป็นยังงี้ เพราะนายหมกมุ่นว้อนท์จะเอาแต่เรื่องรักใคร่จนฉันเกือบหลุดปากบอกความลับกับนาย ถึงโดนลงโทษอย่างนี้”
พีระถามว่าความลับอะไร แมนสรวงเกือบบอกไปแล้ว แต่นึกได้รีบหุบปาก ย้ำกับพีระว่า
“ฉันขอเตือนนายเป็นครั้งสุดท้าย ตั้งใจหาทางกลับเข้าร่าง อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องไม่มีแก่นสาร เพราะท้ายที่สุด มันจะกลายเป็นอากาศไม่มีอะไรให้นายจับต้องได้...จบ ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของนายอีกแล้วสวัสดี” แมนสรวงไหว้อย่างสวยงามแล้วก็หายวับไป
“เฮ้ย อะไรจะกลายเป็นอากาศ จับต้องไม่ได้ หมายความว่ายังไง...ไอ้ยมทูต!!”
ทันใดนั้น ข้าวต้มวิ่งออกมาตะโกนด้วยความดีใจ “พี่พีระๆ พี่กลับมาแล้ว มาเร็วๆทุกคนรออยู่”
พอเข้าไปในบ้าน เจอเจ๊แมว งอแง เจี๊ยบ และแจ๊ว รออยู่ พีระถามว่ามีอะไร ทุกคนมาทำไม
“มาขอบคุณที่พี่ทำให้พวกเขาถูกหวยน่ะสิครับ” ข้าวต้มบอก พีระงงๆบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรเลย
ooooooo
ระหว่างตัดต่อภาพนั้นน้ำมนต์รู้สึกมีใครเดินวูบวาบ...วูบวาบ...ไปมาอยู่ข้างนอก ฝีมือคามินนั่นเอง มันได้ยินอัฐชัยพูดว่าน้ำมนต์เป็นแฟนพีระก็ตาลุกพึมพำ
“แฟนไอ้พีระเหรอ!”
คามินอาศัยจังหวะที่พวกน้ำมนต์เดินออกไปดูสภาพภายนอกที่ไฟดับๆติดๆ กระชากน้ำมนต์เข้าไปในห้องหนึ่งแล้วปิดประตูทันที พวกเพื่อนๆช่วยกันเปิดประตูก็เปิดไม่ออก
น้ำมนต์คิดว่าเป็นฝีมือของพีระ พูดลอยๆทั้งที่ไม่เห็นตัวว่า
“หยุดแกล้งพวกฉัน ทำอย่างนี้คิดหรือว่าฉันจะอภัยให้นาย...ไม่มีทาง”
ทันใดนั้น คามินโผล่มาข้างหลังล็อกคอน้ำมนต์ไว้จนเธอหายใจไม่ออก!
พิมพ์ดาวกับลูกโป่งวิ่งไปตามยามให้มาช่วยแต่หายามไม่เจอ กลับมาพร้อมท่อนเหล็กในมือ อัฐชัยคว้าท่อนเหล็กจะไปทุบประตู พอดีประตูเปิดออกน้ำมนต์ยืนอยู่ อัฐชัยยั้งมือไม่ทันฟาดโครมใส่น้ำมนต์ น้ำมนต์รับไว้ด้วยมือเดียว! พออัฐชัยปล่อยมือ น้ำมนต์ก็ทิ้งท่อนเหล็กลงพื้น
“น้ำมนต์ แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม” พิมพ์ดาวโผเข้าหา ถูกน้ำมนต์ผลักทีเดียวเซไปชนลูกโป่งกับอัฐชัยเกือบล้มกันหมด แล้วน้ำมนต์ก็เดินทื่อออกไป เอมี่คว้ามือไว้ถาม
“เดี๋ยว...จะไปไหน”
พอน้ำมนต์หันมา ใบหน้ากลายเป็นหน้าผีคามิน ตาแดงโพลงน่ากลัว เอมี่ผงะร้องกรี๊ด น้ำมนต์เดินแยกไปอีกทาง ลูกโป่งวิ่งมาถามเอมี่ว่า
“พี่เอมี่...ร้องทำไม...มีอะไร?”
เอมี่ พิมพ์ดาว ลูกโป่ง และอัฐชัย เดินตามน้ำมนต์ไปถึงหน้าห้องออกอากาศ ทุกคนหยุดดูห่างๆ เห็นน้ำมนต์ถีบประตูห้องเข้าไป เอมี่บอกทุกคนว่าเข้าไปในห้องส่งแล้ว แต่พอจะตามเข้าไปปรากฏว่าประตูเปิดไม่ออก
ทุกคนมองไปที่ป้ายออนแอร์ มีไฟแดงติดขึ้นแล้ว
ภายในห้อง ที่ฉากด้านหลังเปลี่ยนเป็นว่า “ข่าวด่วนชั่วโมงนี้”
บรรดาผู้ชมตามที่ต่างๆที่กำลังดูทีวีรายการอื่นอยู่ จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นรายการข่าว
“อุ๊ย...จะข่าวด่วนอะไร” แม่ที่นั่งกินข้าวอยู่กับพ่อและลูกบ่นที่ถูกขัดจังหวะรายการที่กำลังดูเพลิน
ที่คาราโอเกะ กลุ่มวัยรุ่นแว้นสก๊อยกำลังร้องคาราโอเกะ จู่ๆภาพก็เปลี่ยนเป็นหน้าน้ำมนต์ ทุกคนหยุดถามกันว่า
“ใครอ่ะ...แหล่ม!”
ที่ร้านผับแอนด์เรสเทอรองต์ ลูกค้ากำลังเชียร์บอลกันอยู่ จู่ๆจอก็ปรากฏหน้าน้ำมนต์แทน เจ้าของร้านหยิบรีโมตเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่ได้ บ่นหงุดหงิดงงๆ
“เปลี่ยนช่องไม่ได้”
พวกอัฐชัยที่อออยู่หน้าห้อง เห็นทีวีภายในองค์กรเป็นรูปน้ำมนต์เช่นกัน ทุกคนจ้องจองงๆ
“น้ำมนต์จะทำอะไร” พิมพ์ดาวพึมพำ
ตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจอที่สยามสแควร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ป้ายโฆษณาตามสี่แยก ผู้คนแถวนั้นและที่สัญจรไปมาพากันงง ชี้ชวนกันดู และแล้วน้ำมนต์ก็ทักทายเสียงยาน...เนิบ...
“สวัสดีชาวโลกกกก...ไม่มีอะไรมาก...ตามหาพีระ...แกต้องมาหาฉัน...มาหาฉัน...มาหาฉัน...” น้ำมนต์พูดซ้ำๆอยู่อย่างนั้น ผู้คนพากันสงสัยว่า ข่าวอะไร...แล้วใครคือพีระ
ooooooo
ที่บ้านน้ำมนต์ งอแงอยู่กับแจ๊วกุมพระที่ห้อยคอแน่น แต่ข้าวต้มกลับเล่นลูกบอลอย่างสนุกสนาน พอโยนลูกบอลขึ้นไปปรากฏว่าลูกบอลลอยค้างอยู่กลางอากาศ
งอแงทั้งทึ่งทั้งสนุก ลุกมาเล่นกับข้าวต้มด้วย ข้าวต้มบอกว่าเราเล่นอยู่กับพี่พีระ บอกงอแงว่าเห็นไหมผีพี่พีระไม่น่ากลัวเลย
พลันทีวีที่เปิดไว้ก็กลายเป็นภาพน้ำมนต์ พีระที่กำลังเล่นอยู่กับข้าวต้มและงอแงหันมองทีวีชะงัก
“พี่น้ำมนต์!! พี่น้ำมนต์ออกทีวี เป็นคนอ่านข่าวแล้ว” ข้าวต้มกระโดดโลดเต้นดีใจ
แต่พีระ เห็นใบหน้าของคามินซ้อนอยู่ในหน้าน้ำมนต์ เขามองอึ้ง ในขณะที่น้ำมนต์ก็ประกาศซ้ำๆว่า
“สวัสดีชาวโลกกกก...ไม่มีอะไรมาก...ตามหาพีระ...แกต้องมาหาฉัน...มาหาฉัน...มาหาฉัน...”
“คามิน!” พีระรู้ว่าที่แท้แล้วนั่นคือคามิน
ooooooo
เกี๊ยงที่ฟุบอยู่ที่ทางเข้าพราวด์ดิจิตัลรู้สึกตัวขึ้น มองไปรอบตัวพึมพำงงๆ
“สถานีพราวด์ เรามาหลับตรงนี้ได้ยังไง ก็จารย์เทพให้...ให้ผีคามินสิงร่างเรา...งั้นมันก็พาเรามาที่นี่!” พลันก็เห็นน้ำมนต์เดินออกมา เกี๊ยงเห็นคามินอยู่ในร่างน้ำมนต์ก็ผงะ “นั่น...ไอ้คามิน!”
พวกเอมี่ พิมพ์ดาว ลูกโป่ง และอัฐชัยเดินตามน้ำมนต์ ช่วยกันร้องเรียก...
“น้ำมนต์...เดี๋ยว...รอก่อน...จะไปไหน”
มีแท็กซี่ผ่านมาพอดี น้ำมนต์โบกแท็กซี่แล้วขึ้นไป พวกเอมี่ตามมาไม่ทัน พิมพ์ดาวบอกอัฐชัยให้ไปเอารถตามไปเร็ว
“กุญแจอยู่ในห้องตัด” อัฐชัยบอก ทุกคนพากันเซ็งที่ตามน้ำมนต์ไปไม่ได้
เกี๊ยงแอบมองอยู่นึกสะใจว่าพีระเสร็จแน่!
ในรถแท็กซี่ คนขับเหลือบมองผ่านกระจกหลังเป็นระยะๆ แต่แล้วก็เห็นหน้าคามินซ้อนอยู่ในหน้าน้ำมนต์ แท็กซี่ผงะขับไปด้วยความกลัวสุดขีด
น้ำมนต์นั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง จ้องจิกไปข้างหน้าแววตาเหี้ยม!
ooooooo










