ตอนที่ 2
อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "คุณผีที่รัก"
แมนสรวงกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเตะกระสอบทราย ถูกพีระด่าว่ายมทูตกระจอกทิ้งกันหน้าตาเฉยเลย แมนสรวงบอกว่าตนไปหาคำตอบมาให้เขาได้สองเรื่อง เรื่องแรกคือ ทำไมผู้หญิงเจ้าของบ้านจึงมองเห็นเขาได้
“ทำไม” แม้จะเคืองแต่พีระก็อยากรู้
“นายกับผู้หญิงคนนั้นมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกัน อาจจะด้วยอดีตหรือกรรมบางอย่างหรือไม่ก็มีอะไรสักอย่าง...นายกับเขามีอะไรกันหรือเปล่า” พีระบอกว่าตนเคยวิ่งชนเธอตอนนั้นรู้สึกเหมือนมันสปาร์ก เหมือนไฟช็อตเลย “แล้วก็ต่อติด เหมือนสัญญาณอินเตอร์เน็ตใช่ไหม นั่นแหละ เพราะนายเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ นายสิงร่างใครไม่ได้แต่เชื่อมต่อกับคนบางคนที่มีบุญกรรมต่อกันได้”
แต่พอพีระถามว่ามีบุญกรรมต่อกันยังไง แมนสรวงบอกว่าไม่รู้เพราะถ้าตนรู้ทุกอย่างก็เป็นหัวหน้ายมทูตไปแล้วไม่ต้องมาทนดูแลวิญญาณเพี้ยนๆอย่างเขา เลยถูกพีระด่าว่าไอ้ผีกระจอก แมนสรวงโมโหหันไปเตะกระสอบทรายปึ้กๆๆ
เจ๊แมวผู้สาระแนแส่รู้ไปทุกเรื่อง พางอแงมาที่บ้านน้ำมนต์เพื่อจะดูหน้าแฟนน้ำมนต์ พอเข้าบ้านก็ร้องทัก
“สวัสดีค่ะแฟนหนูน้ำมนต์อยู่บ้านไหมคะ” พีระรีบหลบ แมนสรวงบอกไม่ต้องหลบเพราะเขาไม่เห็น แต่เจ๊แมวเห็นแมนสรวง เจ๊ขอถ่ายรูปเอาไปเป็นที่ระลึก แมนสรวงบอกให้ไปถ่ายมุมโน้น แต่พอเจ๊แมวพางอแงเดินไปปรากฏว่าแมนสรวงหายไปแล้ว
แมนสรวงบอกพีระว่าตนจะปรากฏตัวให้ใครเห็นหรือไม่ให้เห็นตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พีระทำไม่ได้ เขาทำได้แค่หยิบจับสิ่งของแค่นั้น หัวเราะเยาะถามเย้ยว่า “รู้หรือยัง ใครกันแน่ที่กระจอก”
พีระโมโหไล่เตะแต่พลาดไปโดนกระสอบทรายแกว่งไปมา เท่านั้นไม่พอยังไล่เอากระถางต้นไม้ทุ่มใส่กัน
“ผี!!” สองแม่ลูกร้องลั่น เพราะจู่ๆกระสอบทรายก็แกว่ง กระถางต้นไม้ก็ลอยได้ งอแงโดดเกาะแม่แน่น เจ๊แมวแบกลูกวิ่งออกไป จะวิ่งหนีไปเลย งอแงเตือนแม่ให้เอาจักรยาน เจ๊แมวอุ้มงอแงไปวางไว้ที่จักรยานแล้วตัวเองก็วิ่งอ้าวไปร้องลั่น “ผีหลอก!!!” งอแงตะโกนลั่น “แม่...กลับมาก่อน ทิ้งหนูทำไม!” งอแงต้องปีนลงจากจักรยานวิ่งตามแม่ไปเอง
เมื่อสองแม่ลูกวิ่งเตลิดหนีไปแล้ว แมนสรวงจึงบอกพีระเรื่องสำคัญเรื่องที่สอง ย้ำว่าเรื่องนี้สำคัญสุดๆ
“ฉันบอกนายแล้วใช่ไหม ว่านายคือวิญญาณบริสุทธิ์ นายมีสถานะเป็นกึ่งผีกึ่งคน คือยังตายไม่สมบูรณ์ ร่างกายนายยังอยู่ แต่วิญญาณออกจากร่างมาแล้ว นายต้องหาทางกลับไปเข้าร่างตัวเองให้ได้ แต่นายมีเวลาแค่เดือนเดียว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนายยังกลับเข้าร่างไม่ได้นายก็จะกลายเป็นผีอย่างถาวร”
พีระดีใจมาก ถามว่าแล้วร่างตนอยู่ไหน พ่อแม่ตนชื่ออะไรบ้านอยู่ไหน แมนสรวงไม่รู้อะไรสักอย่างอ้างว่าเขาบอกตนมาแต่นั้นแต่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขาชื่อพีระ
“ไม่รู้อะไรสักอย่างแล้วฉันจะเริ่มต้นจากตรงไหนเนี่ย” แมนสรวงบอกว่าก็เริ่มจากที่แรกที่เขาจำได้พีระนึกได้ว่าต้องไปที่สุสานรถ แมนสรวงติงว่าที่นั่นผีดุมัน
ชื่อคามินมันวนเวียนคอยดูดกินพวกวิญญาณเร่ร่อน โดยเฉพาะคือตัวพีระที่เป็นวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสุดยอดอาหารที่มันอยากได้เพื่อตัวมันจะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างกายของเขา
พีระยืนยันว่าตนต้องกลับไปที่นั่นเผื่อจะมีเอกสารอะไรที่ระบุตัวตนของตนบ้าง แต่ถ้าเขาปอดแหกก็ไม่ต้องไป พูดแล้วเดินไปเลย แมนสรวงไม่ตามบ่นว่าอุตส่าห์บอกกลับหาว่าปอดแหก อย่าร้องเรียกให้ช่วยก็แล้วกัน
ooooooo
ในที่สุด ทีมงาน “คืนผจญผี” ก็เริ่มงานอีกครั้ง โดยมีเอมี่เป็นคนถ่ายเพราะอัฐชัยไปหาทางช่วยไล่ผีให้น้ำมนต์อยู่ น้ำมนต์หันพูดกับกล้องขณะมายืนที่หน้าบ้านเป็นการเปิดรายการ...
“วันนี้...ขอรับประกันความหลอนกับบ้านหลังนี้ค่ะ บ้านที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้นาน จนมีผีเร่ร่อนเข้ามายึดเป็นถิ่นฐาน คุณผู้ชมเตรียมใจไว้ให้ดีๆนะคะ ดิฉันเจอมาแล้ว ไม่มีอะไรขนหัวลุกเท่านี้อีกแล้วค่ะ”
ทีมงานพากันเดินกลัวๆกล้าๆ เข้าไปในบ้านแล้วทุกคนก็ผวาเฮือกเมื่อเจองอแงยืนอยู่ด้านหนึ่ง พลันเจ๊แมวก็โผล่มาจากอีกด้าน เจ๊เห็นทุกคนตกใจก็รีบร้องบอกว่านี่เจ๊แมวและนั่นงอแง บอกว่าเจ๊แวะมาเอาจักรยาน ถามว่าพวกเธอมาทำอะไรอย่าเข้าไปเลยเจ๊ขอเตือน
“นี่แสดงว่าข้างในมีผีจริงๆ ดี งั้นพวกเราเข้าไปเลย ห้า...สี่...สาม...สอง...แอ็กชั่น” ทุกคนเดินเข้าไปและเอมี่ก็ตามถ่าย
“เตือนแล้วไม่ฟัง เกิดอะไรขึ้นฉันไม่รับรู้ด้วยนะ ไปงอแง” เจ๊แมวพางอแงออกไปทันที
ooooooo
พีระจะไปหาหลักฐานในรถของเขาที่สุสานรถ มองเข้าไปเห็นกระดาษบิลค่าบัตรเครดิตหล่นอยู่ในสภาพยุ่ยน้ำแต่ยังพอเห็นเป็นรูปร่าง ยังไม่ทันทำอะไรก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงกุกกักๆ พีระนึกว่าเป็นคามิน ร้องท้าว่าแน่จริงให้ออกมาเลย
ที่แท้เป็นชายชุดดำสองคนที่จะมาเผารถของเขาเพื่อทำลายหลักฐาน มันราดน้ำมันที่รถแต่พอจุดไฟแช็กจะโยนไปมือก็ถูกพีระจับตรึงไว้ อีกคนเลยคว้าไฟแช็กไปจะโยน มือถูกจับตรึงไว้อีก พีระบอกมันว่า
“รถคันนี้เป็นหลักฐานเดียวที่ฉันมี พวกแกจะทำลายไม่ได้” พีระบิดข้อมือมันจนไฟแช็กร่วง ชายชุดดำทั้งสองกลัวผีต่างโกยแน่บไป แล้วจู่ๆก็มีไฟแช็กซิปโป้อีกอันโยนเข้าไปในซากรถของพีระ ไฟติดพรึ่บทันที คนโยนคือยุทธนั่นเอง!
เมื่อชายชุดดำพากันหนีไปหมดแล้ว พีระละล้าละลังว่าจะไปดับไฟที่รถหรือไล่ตามชายชุดดำไป จู่ๆคามินก็โผล่มาจะดูดวิญญาณเขา แมนสรวงตะโกนก้องให้พีระรีบหนีไปก่อน คามินคำรามว่าอย่าคิดว่าจะหนีได้แล้วไล่ตามทันที
พีระถูกคามินจับจะดูดวิญญาณ เขาร้องขอให้แมนสรวงช่วย จู่ๆก็มีไม้ติดไฟพุ่งเข้ามือแมนสรวง เขาชูไม้ติดไฟขู่คามินว่าตนเอาน้ำมันราดซากรถพวกนั้นไว้แล้ว ถ้ามันไม่ปล่อยพีระ ตนจะทำให้มันไม่มีที่สิงสถิตแล้วก็จะถูกส่งตัวไปนรก คามินเย้ยว่าแมนสรวงไม่กล้าทำ แมนสรวงโยนไฟไปที่ซากรถทันที มันตกใจกระโดดคว้าแต่ไม่ทันไฟตกใส่ซากรถ แต่ไม่เกิดอะไรขึ้น คามินรู้ว่าถูกหลอกแต่พอหันมาอีกที ทั้งแมนสรวงและพีระก็หายไปแล้ว
ยุทธกับเมสินีนัดพบกันที่ข้างถนนเปลี่ยว ยุทธถอดชุดดำโยนทิ้งข้างทาง เมสินีถามว่าเรียบร้อยไหม ยุทธคุยโวว่าไฟสว่างเจิดจ้าเลยทีเดียว
“ดี...พวกตำรวจจะได้ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะสืบสวนมาถึงเราสองคนได้ ขอบใจเธอมากนะยุทธ”
ยุทธยืนยันว่าบอกแล้วว่าตนยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอและก็ได้ทำจริงๆ เมสินีบอกว่ายังมีเรื่องใหญ่กว่านี้ที่ต้องทำคือหาตัวพีทให้เจอ ยุทธถามว่ายังห่วงว่าพีทจะรอดชีวิตอีกหรือ ทั้งโดนยิง ทั้งตกน้ำ ถ้ารอดก็ไม่ใช่คนแล้ว
“แล้วศพมันหายไปไหนล่ะ ปลาตอดจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกหรือไง ถ้ามันตายแล้วก็เอาศพมันมายืนยัน ฉันจะไม่แน่ใจอะไรจนกว่าจะได้ไปงานสวดศพของมัน” เมสินีกุมมือยุทธบอกว่า “ยุทธ ถ้าเธออยากให้สมบัติทุกสิ่งทุกอย่างของพราวด์ทีวีเป็นของเรา เธอต้องช่วยฉัน”
“ผมช่วยคุณแน่ สาบานด้วยชีวิตเลย” ยุทธประคอง มือเมสินีขึ้นจูบอย่างเทิดทูน มองตายิ้มให้กันอย่าง หมายมาด
ooooooo
พีระและแมนสรวงพากันเดินทางกลับบ้านแม่น้ำมนต์ แมนสรวงตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องของพีระไม่ธรรมดาเสียแล้ว ถ้าเขาตายเพราะอุบัติเหตุทั่วไปจะมีคนมาเผารถทำไม เว้นเสียแต่ว่าเป็นการเผาทำลายหลักฐานเพื่ออำพรางคดี
“ฉันถูกฆาตกรรมเหรอ” พีระตกใจ แมนสรวงบอกอย่าเพิ่งตกใจเดี๋ยวตนจะไปหาข้อมูลมาให้ดูถ้าได้จะรีบกลับมาบอก ถามว่าเขากลับเองได้ใช่ไหม พีระนิ่ง แมนสรวงตีขลุมว่าไม่ตอบแสดงว่าไม่มีปัญหาแล้วหายไปเลย
พีระเดินเครียดเข้าบ้าน น้ำมนต์เห็นก็มองอึ้ง พวกเพื่อนๆเห็นอาการของน้ำมนต์ก็รู้ทันทีว่าพีระมาแล้ว ส่วนข้าวต้มเห็นท่าทางแปลกๆของเพื่อนน้ำมนต์ก็ถามขำๆว่าพวกพี่ไม่เต็มรึเปล่า? แล้วไปนั่งกินขนมดูทีวี ส่วนน้ำมนต์รีบตามพีระไป
พีระจับได้ว่าน้ำมนต์พาเพื่อนๆมาถ่ายวิญญาณของตน ขอร้องว่าอย่ายุ่งกับตนเลยตนกำลังเครียด แต่น้ำมนต์ต้องถ่ายทำเทปนี้ให้สำเร็จ เธอยั่วให้พีระโกรธเพื่อเขาจะได้สำแดงฤทธิ์เดช พีระเลยปิดประตูปังขังตัวเองไว้ เอมี่มัวแต่ตื่นเต้นตกใจจนลืมถ่าย ขอร้องคุณผีให้แสดงอิทธิฤทธิ์อีกรอบ
พีระเปิดประตูออกมาถามว่าอยากให้ตนทำอย่างนี้ใช่ไหม แล้วคว้าตุ๊กตาหมีมาบอกว่ามันบินได้หนังสือก็บินได้เหมือนมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่ น้ำมนต์ขอให้เขาทำต่อหน้าเพื่อนๆตน พีระบอกว่าไม่มีทาง ตนมีปัญหาของตนอยู่ ให้เธอออกไปและอย่ามากวนตนอีก
“ฉันจะไม่หยุด จนกว่าฉันจะได้สิ่งที่ต้องการ คิดว่านายมีปัญหาคนเดียวเหรอ รู้หรือเปล่าว่าถ้าเทปรายการเทปนี้ไม่มีผี ไม่สร้างกระแส ไม่ทำเรตติ้ง อนาคตฉันจะเป็นยังไง ฉันจะตกงาน! ไม่มีเงินดูแลน้อง ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ตัวฉันลำบากไม่เท่าไหร่ แต่น้องฉัน ฉันไม่ยอม!”
เมื่อน้ำมนต์แบปัญหาของตัวเองและพีระก็เล่าถึงความทุกข์ใจของตนว่า “ผมตายแล้ว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวผมคือใคร ชื่อพีระคือชื่อจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ พ่อแม่พี่น้อง บ้านอยู่ไหน อาม่าอากงมีไหม ผมไม่รู้อะไรเลย แล้วผมก็ถูกฆาตกรรม คุณรู้ไหมว่ามีคนฆ่าผม เขาอยากให้ผมตาย ผมอาจจะไม่ใช่คนดี ปัญหาของผมน้อยกว่าของคุณรึไง!”
น้ำมนต์บอกว่าเขาตายแล้วก็ควรทำใจ พีระโต้ว่าตนยังไม่ตาย ตนยังกลับไปมีชีวิตได้ แต่ต้องหาร่างของตนให้เจอตนมีเวลาเดือนเดียว แต่ไม่รู้ข้อมูลอะไรให้ตามสืบได้เลย
ฟังพีระแล้วน้ำมนต์เห็นใจ เสนอว่า “เอางี้สิ นายช่วยฉัน แล้วฉันจะช่วยนาย นายช่วยให้ฉันไม่ตกงาน ฉันจะช่วยตามหาร่าง นายจะได้กลับไปมีชีวิตอีกครั้ง”
พีระรับข้อเสนอ เขาแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ทีมของน้ำมนต์เห็นและถ่ายทำทันที มีทั้งหมอนลอยได้ ผีไฟฟ้า ผีบีบครีม ผีดื่มน้ำ เอมี่ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายไปกลัวไป บอกเพื่อนๆว่า “รายการฉันรอดแล้ว...รอดแล้ว”
ข้าวต้มมาดูถามพี่ๆว่าเล่นอะไรกัน พีระเลยจับน้ำมนต์อุ้มตัวลอยบอกว่าคราวนี้ผีอุ้มเด็ก หยอกกับข้าวต้มจนน้ำมนต์ยิ้มขำความติงต๊องที่ดูน่ารักของพีระ
แล้วทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่ออัฐชัยพาอาจารย์เทพหมอผีผู้เก่งฉกาจมาจับผีที่บ้านน้ำมนต์
ทีแรกพีระก็ไม่เชื่อฝีมือของอาจารย์เทพเพราะอาจารย์เทพชี้ตัวเขาผิดๆถูกๆ แต่พออาจารย์เทพสั่งให้อัฐชัยพาทุกคนเข้าไปในบ้าน น้ำมนต์พาข้าวต้มตามเพื่อนๆไป พีระเห็นดังนั้นก็โวยลั่น
“อ้าว...คุณ! ไหนคุณรับปากจะช่วยผม แล้วหมอผีนี่คืออะไร ใช้งานผมเสร็จจะหักหลังกันเหรอ!!” พีระจะตามถูกอาจารย์เทพเอาธงมาขวางหน้าไม่ให้ไป
ข้าวต้มคิดไม่ตกว่าทำไมน้ำมนต์ทิ้งให้พีระอยู่กับลุงหน้ายักษ์คนนั้น ทำท่าจะออกไปดู ถูกน้ำมนต์ขู่ว่าถ้าออกไปจะไม่ให้กินขนม แล้วไล่ให้ขึ้นข้างบน
ไม่ต้องลงมาอีก
“เคๆ...แต่เค้าผิดหวังในตัวพี่มาก กับแฟนพี่ยังหลอกใช้ไม่รักษาคำพูดได้ แล้วกับน้องจะไปเหลืออะไร” ข้าวต้มบ่นงอนๆ แต่ทำให้น้ำมนต์อึ้งที่ถูกน้องจี้ใจดำ พิมพ์ดาวถามว่าเธอไปหลอกอะไรเขาหรือ น้ำมนต์ก็ได้แต่อึ้งอย่างรู้สึกผิด
ooooooo
เมื่อทุกคนได้ฟังน้ำมนต์เล่าสัญญาที่ให้ไว้กับพีระแล้ว พิมพ์ดาวถามว่าเธอรับปากจะช่วยเขาตามหาร่างหรือ
“ใช่ ถ้าเขาช่วยแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เราถ่ายรายการฉันจะช่วยให้เขากลับไปมีชีวิตอีกครั้ง” ลูกโป่งถามว่าเท่ากับเขามีโอกาสรอดตาย? น้ำมนต์โพล่งไปว่า “ฉันจะออกไปช่วยเขา” แต่ถูกอัฐชัยขวางไว้ถามว่าจะไปเชื่ออะไรกับคำผีบอก เอมี่เห็นด้วย แต่น้ำมนต์ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี
ทันใดนั้น เสียงพีระร้องโอ๊ย...อย่างเจ็บปวดแว่วมา น้ำมนต์ก็ทนไม่ได้วิ่งพรวดออกไปทันที
พีระถูกอาจารย์เทพบริกรรมคาถาและจะใช้มีดหมอจัดการพีระ ทันใดนั้นน้ำมนต์วิ่งพรวดเข้ามาตะโกนให้พอได้แล้ว เข้าไปขวางอาจารย์เทพไม่ให้บริกรรมคาถา พออาจารย์เทพหยุด พีระก็หนีหายไป แต่น้ำมนต์ก็ยังรู้สึกตัวเองผิดอยู่ดี
ข้าวต้มยืนที่หน้าต่างเห็นพีระเดินแยกไป ก็บ่นน้ำมนต์ว่า “ทำไมพี่น้ำมนต์นิสัยอย่างนี้” ส่วนพีระเดินซวนเซไปตามถนน ยังมีควันจางๆลอยออกจากร่าง เขาทรุดนั่งอย่างหมดแรงพึมพำ
“ผู้หญิงใจร้าย หลอกลวงได้แม้กระทั่งผี จำเอาไว้เลย แค้นนี้ต้องชำระแน่!”
ฝ่ายเมสินีเมื่อได้รับแจ้งจากตำรวจว่ารถของพีทถูกเผา ก็ถามว่าแล้วคดีจะทำอย่างไรจะตามรอยคนร้ายที่ฆ่าลูกชายตนได้อย่างไร ยุทธตำหนิตำรวจว่าทำงานสะเพร่าอย่างนี้เรื่องต้องถึงผู้บังคับบัญชาพวกเขาแน่
เมสินีตัดบทว่าช่างเถอะจะจับคนร้ายได้หรือไม่ตนไม่สนใจ ตนต้องการอย่างเดียวคือได้ตัวลูกชายกลับมา ต่อให้ไม่มีลมหายใจแล้วก็ตาม
แต่เมื่ออยู่กับยุทธตามลำพัง เมสินีสั่งเข้มว่าเขาต้องหาศพพีทให้เจอ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหาก็ต้องทำ เพื่อตนจะได้เป็นเจ้าของอาณาจักรพราวด์ทีวีอย่างสมบูรณ์เสียที ยื่นคำขาดว่า
“ถ้าเธอหรือลูกน้องเธอจับผีมาให้การในศาลไม่ได้ก็อย่ามาพูดเหลวไหลกับฉัน!”
ooooooo
รุ่งขึ้น น้ำมนต์ตกใจมากเมื่อข้าวต้มหายจากบ้านทิ้งไว้แต่กระดาษเขียนข้อความไว้ว่า
“พี่น้ำมนต์เป็นคนไม่รักษาสัญญา เค้าผิดหวังมาก ตั้งแต่นี้ไป เค้าจะไม่พึ่งพาพี่อีกแล้ว บาย”
น้ำมนต์ออกตามหาข้าวต้มไปทั่วก็ไม่เจอ โทร.ไปถามที่โรงเรียนข้าวต้มก็ไม่ได้ไป จนเธอเหลือบมองไปทางหนึ่งเห็นพีระยืนกอดอกยิ้มเผล่อยู่ เธอตรงรี่ไปถาม พีระยียวนอยู่นานจึงบอกว่า
“ผมเห็นเขาแอบออกจากบ้านมาคนเดียว เลยตามไปดู ตอนนี้เขาปลอดภัย ไม่มีอะไรต้องห่วง” แต่พอเห็นความห่วงใยข้าวต้มของน้ำมนต์ พีระก็ใจอ่อนยอมพาไปพบข้าวต้มที่สวนสาธารณะ
น้ำมนต์จะพาน้องกลับบ้าน ข้าวต้มบอกว่าถ้าน้ำมนต์กับพีระเข้าใจกันแล้วและน้ำมนต์รักษาสัญญาตนก็จะกลับ บทสุดท้ายน้ำมนต์ก็ต้องรับปากว่าจะรักษาสัญญา ข้าวต้มจึงยอมกลับโดยมีพีระตามไปด้วย แต่พีระเข้าบ้านไม่ได้เพราะอาจารย์เทพเอาผ้ายันต์ปิดไว้ที่ประตู น้ำมนต์ต้องปีนขึ้นไปปลดผ้ายันต์ทุลักทุเล
พิมพ์ดาวตกใจเรื่องข้าวต้มหาย จึงโทร.ไปหาอัฐชัย เขารีบมาถามพิมพ์ดาวที่บ้านว่าน้ำมนต์เจอข้าวต้มหรือยัง พิมพ์ดาวบอกว่าเจอแล้วและตอนนี้อยู่ที่บ้านแล้วไม่ต้องห่วงขอโทษที่ตนตกใจไม่รู้จะโทร.หาใครเลยโทร.หาเขา บอกให้นั่งก่อนเดี๋ยวจะชงกาแฟมาให้
เจ๊แมวมองอัฐชัยตาวาว ถามพิมพ์ดาวว่าเพื่อนคนนี้บ้านเขาทำอะไรถึงมีรถราคาแพงขนาดนี้ขับ พิมพ์ดาวบอกว่าพ่อเขาทำธุรกิจรับเหมาระดับชาติ เจ๊แมวตาลุกถามว่า “เขามาจีบแกหรือ”
“หยุดเลยนะแม่ อัฐชัยเขาชอบน้ำมนต์”
“แต่แม่ชอบเขา” เจ๊แมวลุกพรวดไปหาอัฐชัยทันที หมายจับไว้เป็นเขยจะได้สบายเสียที
ooooooo
เพราะมีเวลาเพียงเดือนเดียว พีระเคี่ยวเข็ญน้ำมนต์ให้เร่งสืบหาร่างของตน พีระขออยู่ในบ้านด้วยถูกน้ำมนต์ตั้งกฎเหล็กว่าห้ามขึ้นชั้นบน ห้ามเข้าห้องนอนตน
คืนนี้ น้ำมนต์พาข้าวต้มเข้านอนแล้วจะกลับห้อง ถูกพีระมาดักเร่งให้รีบหาร่างตน พอพีระตื๊อก็ถูกน้ำมนต์เอาผ้ายันต์ที่พกติดตัวออกมาชูใส่จนพีระต้องถอยไป น้ำมนต์เดินไปห้องนอนเอาผ้ายันต์แขวนไว้กับตะขอประตูบ่นหงุดหงิด
“ทำไมฉันต้องมาเจอผีบ้าๆนี่รังควานด้วยนะ”
พีระนอนไม่หลับบ่นว่ากว่าจะเช้าอีกตั้งหกเจ็ดชั่วโมง ซ้ำยังมีผีกุมารคู่หนึ่งถูกส่งมาก่อกวน พีระได้ยินเสียงเดินจึงไปดู เจอแมนสรวงยืนเต๊ะอยู่ บอกว่า “มีข่าวดีมาบอก”
ข่าวดีที่แมนสรวงไปถามมาได้คือ “นายถูกฆาตกรรมจริงๆ” แต่พอพีระถามว่าใครเป็นคนฆ่า ฆ่าทำไม แมนสรวงไม่รู้อะไรเลยอ้างว่าการที่ตนแอบไปเอาข้อมูลมาบอกเขามันผิดกฎ ถ้าถูกจับได้ตนจะถูกตัดคะแนนเผลอๆอาจถูกลดเกรดปลดออกจากงานที่ทำ
พอพีระเยาะเย้ยว่ากลัวตกงานหรือ จะทำงานเก็บเงินไปสร้างบ้านให้พ่อแม่อยู่หรือ ลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองตายแล้ว
“ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงินแต่ฉันทำเพื่อ...อย่างอื่น...” พอถูกซักก็ตัดบทว่า “ไม่ต้องยุ่ง นายรู้แค่ว่าฉันจะช่วยให้นายหาทางกลับร่างให้ได้ก็พอ”
ระหว่างนั้นผีกุมารทั้งสองทำเสียงกุกกัก พีระเข้าไปถามว่าต้องการอะไร ถูกผีกุมารตนหนึ่งงับเข้าที่แขน แมนสรวงเข้าไปช่วยก็ถูกอีกตนหนึ่งงับแขน แล้วผีกุมารทั้งสองก็ผละออกวิ่งหนีไป แมนสรวงสงสัยว่าใครส่งมันมา เขาเชื่อว่าอาจารย์เทพส่งมา คาดว่าคงมีคนจ้างให้ทำ
เร่งพีระให้รีบหาทางเข้าร่างเสียเพราะเหลือเวลาอีกเพียง 29 วันเท่านั้น แล้วไปเลย
พีระร้อนใจมากจะเข้าไปปลุกน้ำมนต์ให้เร่งช่วยหาร่างตนก็เข้าไม่ได้ เอาขวดน้ำขว้างใส่ประตูปลุกมา ก็ถูกลุกมาด่า พีระอดทนรอจนตีห้าไปเคาะประตูเรียกน้ำมนต์ก็บอกว่าตนจะตื่นหกโมง
พอหกโมงตื่นมาก็ลีลามาก ไปอาบน้ำแล้วต้องส่งข้าวต้มไปโรงเรียนอีก อัฐชัยเป็นห่วงมาหาแต่เช้าบอกว่าต่อไปนี้จะให้ข้าวต้มไปรถโรงเรียนเธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อย พีระบอกน้ำมนต์ว่าดีเหมือนกันเธอจะได้มีเวลาช่วยตนมากขึ้น
อัฐชัยชวนน้ำมนต์ขึ้นรถไปมหาวิทยาลัยด้วยกันเลย พีระยืนคว้าง พอดีแมนสรวงขี่มอเตอร์ไซค์มา พีระเลยโดดขึ้นรถขี่ตามรถอัฐชัยไป
“เฮ้ย! ไม่มีมอเตอร์ไซค์แล้วฉันจะเอาที่ไหนมาเท่ล่ะ” แมนสรวงยืนโวยวายอยู่ตรงนั้น
พีระตามตื๊อให้น้ำมนต์ทำงานให้ตน เมื่อเข้าห้องคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัย น้ำมนต์จึงค้นหาข้อมูลในเว็บกูเกิลแต่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย พีระบอกว่าต้องไปถามจากตำรวจ น้ำมนต์บอกว่าไม่มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลยแล้วจะไปถามตำรวจอย่างไร พีระถามว่าจะเอาเบาะแสใช่ไหม
พีระให้น้ำมนต์ถ่ายรูปตนเพื่อเอาไปให้ตำรวจดู ปรากฏว่าถ่ายไม่ติดอีก น้ำมนต์เลยเปลี่ยนเป็นวาดรูปหน้าเขาแทน พอวาดเสร็จ ลูกโป่ง พิมพ์ดาว และอัฐชัยก็มาตามพอดีบอกว่า “พี่เอมี่โทร.มาให้พวกเราไปหาตอนนี้”
พีระร้อนใจว่าเรื่องของตนยังไม่ทันได้ทำอะไรก็จะไปอีกแล้วเลยแอบตามไปด้วย พอไปถึงถูกผีอารักขาไม่ยอมให้เข้า พีระหงุดหงิดมากบ่นว่าที่ไหนๆ เขามีแต่เจ้าที่เจ้าทางเทวาอารักษ์ดูแล แต่ที่นี่กลับเลี้ยงผีไว้ปกป้อง อยากเห็นหน้าเจ้าของสถานีจริงๆ ยืนเก้ๆกังๆ อยู่หน้าสถานี มองไปที่ป้ายชื่อรู้สึกคุ้นๆ อ่านทวนอย่างพยายามนึก
“พราวด์ดิจิตัล...พราวด์...ดิจิตัล...เรา...เรารู้จักนี่”
ooooooo
เมื่อเอารายการคืนผจญผีที่ถ่ายทำที่บ้านน้ำมนต์มาฉายให้เมสินีดู ทุกคนน้ำตาคลอ เมสินีถามว่าร้องไห้ทำไม เอมี่ตอบแทนทุกคนว่า
“พวกเด็กๆเห็นว่าเทปนี้มันดีมาก ภูมิใจมาก เลยตื้นตันที่มันจะเป็นเทปปิดรายการที่ดีที่สุด” พอเอมี่พูดจบทุกคนก็ร้องไห้ฮือๆ แล้วจู่ๆเมสินีก็บอกว่าตนก็ชอบและจะเอาเทปนี้ออนแอร์ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังบอกว่าถ้าพวกเธอรักษามาตรฐานรายการได้อย่างเทปนี้ตนก็จะอนุมัติให้ทำอีกรายการ
เอม่ีและทุกคนดีใจมาก ยุทธทำทีถามว่าคืนผจญผีเทปต่อไปมีสถานที่ถ่ายทำหรือยัง ถ้ายังเมสินีมีที่หนึ่งอยากเสนอใช่ไหม เมสินีทำเป็นลังเลทำนองว่าจะดีหรือ ยุทธบอกว่าไม่มีอะไรเสียหายหรอก เธอจึงยอมให้เขาบอก
เมื่อออกมากันแล้ว พิมพ์ดาวถามว่าตกลงเมสินีจะให้เราไปที่ไหน น้ำมนต์ดูกระดาษที่จดพิกัดของบึงน้ำแห่งหนึ่งบอกว่า เป็นบึงน้ำแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน หันถามอัฐชัยว่ารู้จักไหม เขาดูแล้วบอกว่า อยู่ไกลออกนอกเมืองไป เส้นทางเปลี่ยวมากตอนกลางคืนแทบไม่มีรถวิ่งเลย แม้ทีมงานจะรู้สึกน่ากลัวแต่เพื่อรายการใหม่เพื่อบริษัทเอมี่ทีวี ทุกคนประกาศสู้อย่างฮึกเหิม
เมสินีถามยุทธว่าแน่ใจหรือว่าเด็กพวกนั้นจะไม่สร้างเรื่องยุ่งยากให้เรา ยุทธเชื่อว่าเด็กพวกนั้นไม่รู้อะไรและถ้าน้ำมนต์มีเซ้นส์์จริงก็อาจเจอวิญญาณของพีทเป็นผีวนเวียนอยู่ที่บึงก็ได้ เมสินียกมือท่วมหัวขอให้เป็นอย่างนั้นเถิดตนจะได้สบายใจเสียที ยุทธบอกว่าแต่ถ้าไม่เจอก็ไม่มีอะไรเสียหาย
“ใครว่า ถ้าไม่เจอก็แสดงว่าตาพีทอาจยังไม่ตาย และมันจะทำให้ฉันเครียด โอย...คิดแล้วเครียด” ว่าแล้วก็หายามาดมพอมองไปที่โต๊ะเห็นสมุดวาดรูปของน้ำมนต์ที่หยิบไปไม่หมด เธอให้ยุทธเอาตามไปให้แต่ไม่เจอพวกน้ำมนต์แล้ว เมสินีจึงให้ไปฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ถ้านึกได้เดี๋ยวก็กลับมาเอา
ooooooo
พีระคิดไม่ตกที่น้ำมนต์จะไปทำรายการโดยวางมืองานของตนก่อน พอตื๊อมากก็ถูกดุว่าไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าเขายังวนเวียนอยู่กับตน พีระบอกว่าตนรู้สึกคุ้นที่นี่มาก บางทีตนอาจเคยทำงานอยู่ที่นี่หรือรู้จักใครที่นี่ก็ได้
แล้วอยู่ดีๆเมสินีก็เดินมาด้านหลังพีระเรียกน้ำมนต์เพื่อบอกว่าเธอลืมสมุดวาดรูปไว้ พีระหันมองถึงกับอึ้งจ้องเมสินีพยายามนึกว่าเคยเห็นที่ไหนก็นึกไม่ออก
แต่ในความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้น เขาบอกน้ำมนต์ว่า
“อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนนี้”
อัฐชัยที่จะไปส่งน้ำมนต์กับพิมพ์ดาวเดินย้อนกลับมาถามว่ามีอะไรหรือ ก็พอดียุทธเอาสมุดมาให้ กระดาษ วาดรูปพีระที่สอดอยู่ในสมุดแพลมออกมา พิมพ์ดาวจำได้เพราะคิดว่าน้ำมนต์วาดรูปอัฐชัยแต่ตอนนั้นน้ำมนต์ไม่ให้ดู เธอจึงแย่งจะดูจนรูปร่วงลงปลิวไปตกคว่ำอยู่ใกล้ๆเมสินี เธอจึงหยิบส่งให้ ระหว่างน้ำมนต์เอื้อมมือไปรับนั้นกระดาษพลิกขึ้นทำให้เมสินีเห็นรูป เพียงแว่บเดียวเธอก็จำได้ว่าเป็นรูปของพีท!
เมื่อแยกออกมา เมสินีถามยุทธว่าน้ำมนต์รู้จักพีทด้วยหรือ แสดงว่าพีทยังไม่ตายสิ! สั่งยุทธจับตาดูให้ดี ตนต้องการรู้ประวัติของน้ำมนต์ รู้การเคลื่อนไหวทุกอย่างของผู้หญิงคนนี้!!
ส่วนน้ำมนต์ก็ถูกทั้งพีระและพิมพ์ดาวกวนใจ เธอเลยบอกไปว่า นอกจากพวกเราแล้วยังมีเขายืนอยู่นี่ ดึงรูปจากพิมพ์ดาวบอกว่าคนนี้แหละ และบอกพีระว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าของสถานี บอกแล้วบ่นอย่างหงุดหงิดมากว่า
“ทำไมฉันต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วยยยย...”
น้ำมนต์บอกพิมพ์ดาวว่าคืนนี้เราต้องไปทำงานกันจะฝากข้าวต้มไว้ที่บ้านเธอ พิมพ์ดาวขอให้เป็นข้าวต้มคนเดียวอย่างอื่นไม่ต้อง อัฐชัยถามน้ำมนต์ว่าพีระอยู่ด้วยตลอดเวลาแล้วทำไมไม่บอกตน น้ำมนต์บอกว่าไม่อยากให้เขาพาหมอผีมาทำร้ายเขาอีกเพราะเขาต้องการ
ความช่วยเหลือไม่ได้คิดร้ายอะไรกับตน อัฐชัยถามว่าให้ช่วยอะไร
“ช่วยหาร่างของเขาให้พบ เขาบอกว่าเขายังไม่ตาย แต่ต้องหาร่างให้พบ จะได้กลับเข้าร่างและมีชีวิตอีกครั้ง” พิมพ์ดาวถามว่าเป็นผีแต่ยังไม่ตายมีด้วยหรือ “คงเป็นวิญญาณที่หลุดจากร่างโดยที่ยังไม่ถึงฆาตมั้ง” อัฐชัย
ไม่อยากให้เธอเชื่อผี “เอาน่า ไม่ต้องห่วง ฉันมีผ้ายันต์อาจารย์เทพอยู่ เขาทำอะไรไม่ได้หรอก ไป...ไปเตรียมถ่ายรายการดีกว่า คืนนี้เจอกัน”
พอแยกกัน อัฐชัยก็โทรศัพท์หาอาจารย์เทพบอกว่ามีเรื่องขอความช่วยเหลือให้จัดการผีตัวเดิม!
ooooooo
คืนนี้แมนสรวงมาทวงรถคืน พีระเลยถามว่ารู้ไหมว่าตนมีอะไรเกี่ยวข้องกับสถานีพราวด์ดิจิตัลเพราะตนรู้สึกคุ้นๆกับที่นั่น และผู้บริหารสถานีที่ชื่อเมสินี
ถามว่าตนต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม
พีระถามอะไรแมนสรวงก็ไม่รู้สักอย่าง ได้แต่บอกว่าความรู้สึกคุ้นๆที่ติดตัวเขามาอาจจะมีหรือไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้ มันแค่เศษเสี้ยวของความทรงจำที่ติดค้างมากับวิญญาณที่หลุดจากร่างเขาก็ได้ แต่พีระก็ยืนยันว่าความรู้สึกของตนชัดเจนมากว่าผู้หญิงคนนั้นไว้ใจไม่ได้
ระหว่างนั้นได้ยินน้ำมนต์โทร.ถามพิมพ์ดาวว่าข้าวต้มอยู่ที่บ้านแล้วใช่ไหม ตนกำลังจะออกไปถ่ายรายการแล้ว พีระออกไปขวางทันทีไม่ยอมให้เธอไป น้ำมนต์เสียงแข็งใส่ว่าถ้าเขาเอาแต่จะให้ตนช่วยแล้วชีวิตตนพินาศตนก็จะไม่ช่วยเขาอีก
แมนสรวงได้ยินเลยหัวเราะ ถามพีระว่าเคยไหมที่จะถามเรื่องของคนอื่น ไม่หัดคิดถึงคนอื่นบ้าง ก็อย่าหวังจะมีใครช่วยเขาเลย
เมื่อพากันไปใกล้บึงน้ำ ขณะทุกคนกำลังตึงเครียด จู่ๆแตรรถก็ดังขึ้น อัฐชัยรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของพีระ น้ำมนต์ไม่สนใจชวนเข้าไปกันเถอะ
อาจารย์เทพกับเกี๊ยงลูกศิษย์ปัญญาตื้นที่เป็นผู้ช่วยมาซุ่มกันอยู่อีกมุมหนึ่งของบึง แต่เกี๊ยงอยากจับผีเหมือนอาจารย์เทพ เสนอขอลองบ้าง ถูกอาจารย์เทพดูถูกว่าแค่ท่องนะโมสามจบก็ยังท่องไม่ได้ อย่างนี้หรือจะมาจับผี
พอพีระเห็นบึงก็รู้สึกคุ้นขึ้นมาทันที ยิ่งมองก็ยิ่งคุ้น กระทั่งเห็นภาพรถพุ่งลงน้ำก่อนที่ตัวเองจะสิ้นใจ พีระรู้สึกคุ้นแต่นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร
อาจารย์เทพบริกรรมคาถา หลอกหลอนทีมงาน ให้ผีพรายดึงอัฐชัยลงน้ำ ล่อให้น้ำมนต์ลงไปช่วย น้ำมนต์พายเรือไปช่วยอัฐชัย พีระโดดน้ำลงไปแย่งอัฐชัยจากผีพรายมาพาดที่เรือ พีระบอกให้รีบพาเขาส่งโรงพยาบาล ทุกคนช่วยกันพาอัฐชัยไปที่รถ พีระถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว แต่พอจะเดินตามไปก็ถูกอาจารย์เทพมาจับใส่หม้อเอาไปสำนักทันที
ระหว่างอยู่โรงพยาบาล อัฐชัยแอบโทรศัพท์ถึงอาจารย์เทพ อาจารย์เทพถามว่าจะให้จัดการอย่างไรกับผีตัวนี้ เขาบอกว่าจะทำอย่างไรก็ตามใจ ขอแต่อย่าให้กลับมาก่อกวนแฟนตนอีกก็แล้วกัน อาจารย์เทพสั่งเกี๊ยงอย่าลืมไปเก็บบิลด้วย
เกี๊ยงเห็นอาจารย์เทพจับผีก็อยากทดลองทำบ้าง อาจารย์เทพไม่อนุญาตเพราะแค่สวดมนต์เกี๊ยงก็ยังสวดผิด ขึ้นนะโมทีไรก็เป็น มะโนทุกที เกี๊ยงแอบมองพีระในหม้ออย่างอยากจะเอามาลองฝีมือมาก
พวกทีมงานกลับมากันหมดแล้ว แมนสรวงแปลกใจว่าไม่เห็นพีระ เมื่อน้ำมนต์กลับถึงบ้านเจอข้าวต้มรออยู่แล้ว ข้าวต้มร้องหิว น้ำมนต์จะไปทำอาหารให้ ข้าวต้มงอแงจะกินอาหารที่พีระทำให้เท่านั้น
แมนสรวงไม่เห็นพีระก็นึกว่าคงหนีเที่ยว จนเกี๊ยงโทร.เข้ามือถืออัฐชัยที่อยู่บ้านน้ำมนต์ทวงค่าใช้จ่ายถามว่าจะให้มารับหรือจะโอนให้ อัฐชัยบอกว่าตนจะโอนให้เอง สั่งเกี๊ยงให้บอกอาจารย์เทพด้วยว่าทีหลังไม่ต้องโทร.มาตามเงินกับตนอีก คนอย่างตนไม่เคยโกงใคร แมนสรวงได้ยินก็อึ้ง พึมพำสงสัย...
“ครั้งก่อนมันก็จ้างหมอผีมาจัดการพีระทีนึง นี่มันจ้างทำอะไรอีก...” พอฉุกคิดได้ก็ตกใจ “แย่แล้วพีระ!” แมนสรวงรีบไปหาน้ำมนต์จะบอกว่าพีระถูกจับตัวไป แต่ข้าวต้มกำลังงอแงไม่ยอมกินอาหารที่น้ำมนต์ทำ วิ่งออกไป น้ำมนต์วิ่งตามไป เลยไม่ได้ยินแมนสรวงบอกเรื่องพีระถูกจับตัวไป แต่แมนสรวงก็วิ่งตามไปตะโกนบอก
“น้ำมนต์ กลับมาก่อน คุณคนเดียวที่จะช่วยพีระได้!!”
แต่น้ำมนต์มัวไล่ตามข้าวต้ม แมนสรวงตัดสินใจปรากฏตัวให้เห็นในมาดหนุ่มสะอาดสะอ้านสุภาพดูดีเป็นคุณชายไปเลย เป็นจังหวะที่เอมี่มาหาน้ำมนต์เห็นเพื่อนวิ่งตามข้าวต้มอยู่เลยจอดรถวิ่งตาม ชนเข้ากับแมนสรวงอย่างจังต่างมองกันอึ้ง
“คุณรู้จักน้ำมนต์...ดีเลย ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องคุณอย่างนึงได้ไหมครับ”
เอมี่กำลังเคลิ้มความหล่อของแมนสรวงเลยยิ้มเขินๆแทนคำตอบ เมื่อไปหาน้ำมนต์ เอมี่รีบยื่นซองให้บอกว่าเป็นค่าตัวพิธีกรเทปล่าสุด ตนรีบเอาเงินสดมาให้ก่อนเพราะรู้ว่าเธอร้อนเงิน แล้วบอกว่าพรุ่งนี้เมสินีอยากพบให้ไปให้ได้และต้องไปคนเดียว สุดท้ายเอมี่ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้บอกว่ามีคนฝากมาให้ น้ำมนต์รับไปอ่าน...
“อัฐชัยให้หมอผีจับพีระไปแล้ว เธอต้องไปช่วยพีระ!!” น้ำมนต์ถามว่าใครฝากมา เอมี่บอกได้แต่ว่าเป็นผู้ชายร่างสูง ขาว เท่ เอมี่บรรยายเคลิ้มบ่นเสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อ พลันแมนสรวงก็โผล่มายืนตรงหน้าบอก “ผมชื่อแมนสรวงครับ” แต่เอมี่ไม่เห็น
น้ำมนต์หยิบโทรศัพท์โทร.ไปถามอัฐชัยทันที ทีแรกอัฐชัยก็ไม่ยอมรับจนน้ำมนต์บอกว่าถ้าเขาโกหกเราจะไม่คุยกันอีกแล้ว อัฐชัยจึงยอมรับ น้ำมนต์พูดอย่างผิดหวังมากว่า
“ทำไมอัฐทำอย่างนี้ อัฐรู้หรือเปล่าว่าตอนที่อัฐจมน้ำ พีระนี่แหละที่ลงไปช่วยอัฐขึ้นมา เขาช่วยชีวิตอัฐ แต่อัฐตอบแทนเขาอย่างนี้หรือ เราไม่คิดเลยว่าอัฐจะเป็นคนอย่างนี้ อัฐต้องไปปล่อยพีระออกมา”
เพราะวันนี้อาจารย์เทพไม่อยู่ เกี๊ยงมองที่หม้อเห็นพีระอยู่ในนั้น มันดีใจว่าอาจารย์เปิดเนตรให้ตนแล้ว เลยจะลองวิชาอวดว่าตนมีอาคมหนึ่งอยากลองใช้มานานแล้วขอลองกับเขาก็แล้วกัน บอกพีระว่า เป็นอาคมที่จะส่งเขาไปลงนรก!
เกี๊ยงเปิดตำราบริกรรมคาถาจนร่างพีระกำลังจะจมลงไปสู่ประตูนรกจริงๆ แต่เพราะเกี๊ยงเกิดอาการลมตีทำให้การอ่านเว้นวรรคผิด จังหวะผิด ซ้ำตอนจบยังจามฮัดเช้ย! ทำให้การอ่านสะดุด กลายเป็นปล่อยพีระจากพันธนาการ พีระวิ่งหนีไปทันที เกี๊ยงซีดสนิทตะโกนให้หยุด
พีระหยุดแล้วหันมาต่อยเกี๊ยงเปรี้ยงหนึ่งเป็นการแก้แค้น แล้ววิ่งออกไป ปรากฏว่าเจออาจารย์เทพกลับมาพอดี พีระถูกคาถาของอาจารย์เทพกระเด็นลอยกลับมา เกี๊ยงแก้ตัวว่าถูกพีระหลอกแล้วจะหนี
พอดีอัฐชัยโทร.เข้ามาบอกว่ากำลังจะโอนเงินมาให้แต่ตนอยากได้ตัวผีพีระด้วย เกี๊ยงบอกว่าไม่ทันแล้วเพราะอาจารย์เทพกำลังส่งเขาไปนรกอยู่ น้ำมนต์นั่งรถมากับอัฐชัยเร่งเขาขับให้เร็วกว่านี้
พีระหาทางช่วยตัวเอง ทั้งด่าอาจารย์เทพว่ากระจอก ไม่แมนทำคนไม่มีทางสู้ แน่จริงมาวัดกันตัวต่อตัว ถูกอาจารย์เทพท่องคาถาตรึงร่างพีระ ร่างกายเกิดรูกลวงโบ๋ พีระเห็นทีจะแย่ออกอุบายใหม่ ขอร้องว่า ในเมื่อตนต้องตายซ้ำอีกรอบ ก็ขอไปตายในที่ที่มีความทรงจำดีๆ จากนั้นเขาจะส่งตนไปอยู่นรกขุมไหนก็ได้ อาจารย์เทพให้บอกมาเลยว่าอยากไปตายที่ไหน
อาจารย์เทพพาพีระไปที่สุสานรถ ถามว่า “ที่นี่เหรอที่แกอยากมาเป็นครั้งสุดท้าย”
“ใช่ ฉันตื่นขึ้นมาที่นี่ ฉันก็เลยรู้สึกผูกพันกับที่นี่มาก ขอมาที่นี่เป็นครั้งสุดท้าย แต่อย่าเพิ่งทำอะไรนะ ขอฉันเลือกมุมโปรดก่อน” พีระเดินนำไป บางครั้งรู้สึกมีบางอย่างวูบไหวผ่านไปมา เกี๊ยงเสียวไส้บอกอาจารย์รีบจัดการเถอะจะได้กลับ
“มากับอาจารย์เทพ แกยังจะกลัวอะไรอีก” อาจารย์เทพปราม พีระหันหลังให้อาจารย์เทพกับเกี๊ยงพึมพำเรียกคามิน
“ยังอยากได้วิญญาณฉันอยู่ไหม...ถ้าอยากได้ก็ออกมาเลยไอ้ผีคามิน” พีระภาวนาให้คามินออกมาตามแผนของตน
มีสายตาใครบางคนจ้องมาที่พวกพีระ อย่างอาฆาตมาดร้าย!
ooooooo










