ข่าว

วิดีโอ



คุณผีที่รัก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ศักดิ์ชาย

กำกับการแสดงโดย: แดง บูรพา

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศรัณย์ ศิริลักษณ์,พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "คุณผีที่รัก"


พิมพ์ดาวดีใจมากเมื่อเห็นรอยช้ำที่ตัวอัฐชัยจางลง และยิ่งดีใจเมื่อดวงตาผีที่หน้าอกก็หายไปแล้วด้วย ถามเขาว่าอาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม...

ทันใดนั้น งอแงกับข้าวต้มวิ่งเข้ามา พิมพ์ดาวถามว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เมสินีไม่ได้ทำร้ายใช่ไหม งอแงตอบเสียงใสว่าไม่มีเลย งอแงมีปัญญาเป็นอาวุธ พิมพ์ดาวหัวเราะน้องสาวอย่างเอ็นดู ถามข้าวต้มว่าน้ำมนต์ไม่กลับมาด้วยหรือ

น้ำมนต์ยังไม่กลับเพราะกำลังไล่ตามพีระให้คุยกันก่อน พีระไม่ยอมหยุดซ้ำยังขู่ว่า ทำอย่างนี้อยากให้ตนฆ่ารึไง ไม่เห็นหรือว่าตนเกือบฆ่าเมสินีไปแล้ว

“นั่นไม่ใช่นาย นายเป็นคนอ่อนโยนกว่านั้น” พีระยืนยันว่าไอ้โหดๆคนนั้นคือตน “ถ้านายโหดจริง นายก็ยิงเมสินีไปแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ นายยังยับยั้งชั่งใจได้ เพราะนั่นไม่ใช่ตัวนาย ก็แค่ขาดสติไปชั่ววูบเท่านั้นเอง”

“คุณไม่เข้าใจ มันไม่ใช่แค่ขาดสติ แต่ผมเป็นคนคนนั้น”

“โอเค นายอาจจะเคยเป็น นายต้องมองให้เห็นตัวเองในอนาคต มองให้เห็นคนที่เราอยากจะเป็นแล้วก็ทำทุกอย่างเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น มันอาจจะยากและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่เราก็ต้องทำได้”

พีระส่ายหน้าเพราะน้ำมนต์ไม่เข้าใจว่าถึงวันนั้นตนต้องลืมทุกอย่าง แต่เขาก็บอกเธอได้แต่เพียงว่าตนไม่มีสิทธิ์เลือก ตนจะต้องกลับไปเป็นคนเดิม ไม่ว่าจะอยากเป็นหรือไม่ก็ตาม น้ำมนต์ดึงเขาเข้าไปกอดปลอบให้เขาหายช็อกหายตกใจ ให้กำลังใจเขาว่า

“นายทำได้ ฉันจะช่วยนายเอง พีระ...นายทำได้”

เมื่อพีระผ่อนคลายลง น้ำมนต์พาไปนั่งท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ เมื่อพีระสบายใจขึ้นแล้ว น้ำมนต์ขอให้เขาตอบตนตามตรงว่า ตั้งใจจะกลับเข้าร่างจริงหรือเปล่าเพราะดูเหมือนเขาจะทรมานมากที่ต้องฟื้นขึ้นมา พีระนิ่งอึ้ง น้ำมนต์ตัดบทอย่างเจ็บปวดว่า “นายโกหกฉันจริงๆ คนเราถ้าไม่ได้โกหกก็ต้องรีบปฏิเสธ แต่นี่นายนิ่ง แสดงว่า ยอมรับ ทำไม บอกฉันได้ไหม”

พีระลุกขึ้นนั่ง น้ำมนต์ลุกนั่งบ้างถามว่า “นายรักฉันจริงๆหรือเปล่า พูดความจริงกับฉันเถอะ”

“น้ำมนต์...ทำไมคุณให้อภัยผม ทั้งๆที่ผมทำเรื่องที่ไม่น่าจะให้อภัยได้เลย”

“แม่เคยบอก...ไม่ว่าจะทุกข์แค่ไหน เราต้องอยู่อย่างมีความสุข สุขเหมือนช่วงเวลาที่เรามองดาวบนฟ้า ยิ่งฟ้ามืด ดาวก็ยิ่งสว่าง สดใส สวยงาม มีความหวัง ฉันรู้ว่าแม่อยากเห็นฉันมีความสุขมากกว่า ฉันก็เลยเลือกที่จะมีความสุข”

พีระถามว่า “ถ้าเราเลือกไม่ได้ล่ะ ถ้าเราถูกบังคับให้เป็นในสิ่งที่ไม่อยากเป็นล่ะ” น้ำมนต์ถามหมายความว่าไง? “มันมีเหตุผลที่เวลาเราตายไปแล้ว จะจดจำเรื่องราวตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้เพราะความทรงจำจะสร้างปัญหา”

“แล้วยังไง?”

“ผมไม่อยากเป็นคนที่ทำร้ายคุณ” พีระเสียงเศร้า จนน้ำมนต์จ้องหน้าถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับความทรงจำ พีระพูดไม่ออกได้แต่มองเธอด้วยสายตาอัดอั้น แล้วอยู่ๆ น้ำมนต์ก็นึกขึ้นได้ อุทานอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“ความทรงจำจะสร้างปัญหา”

“อย่าบังคับผมให้กลับเข้าร่างเลยนะ” พีระขอร้องแล้วเดินแยกไปเลย

น้ำมนต์ช็อก เมื่อเข้าใจแล้วว่าพีระจะลืมทุกอย่างเมื่อกลับเข้าร่าง...

ooooooo

แต่น้ำมนต์ยังไม่ยอมแพ้วิ่งตามไปบอกพีระว่าเขาต้องฟื้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนไม่กลัวและห้ามเขากลัวด้วย พีระบอกว่าตนไม่อยากเป็นความทรงจำที่ทำให้เธอเจ็บปวด

“ความทรงจำไม่ใช่ปัญหา จะสุขหรือทุกข์มันก็คือชีวิตเรา เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ พีระ...ตอนนายเป็นผีความจำเสื่อม ฉันยังช่วยนายได้ ถ้านายเป็นคนแล้ว ฉันก็จะไม่ทอดทิ้ง ฉันสัญญา” พีระจะท้วงติง น้ำมนต์เอามือปิดปากบอกเขาว่า “นายต้องเลือกมีความสุขเท่านั้น”

น้ำมนต์จ้องตาพีระ เป็นแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก เข้าใจและพร้อมจะเผชิญอุปสรรคด้วยกัน

“ขอบคุณนะน้ำมนต์...ขอบคุณจริงๆ” แล้วพีระกับน้ำมนต์ต่างก็เช็ดน้ำตาให้กันอย่างห่วงใยและเข้าใจกัน

เมสินีหมดศรัทธาในตัวอาจารย์เทพที่จับผีพีระไม่ได้สักที ไล่ให้ออกไปจากออฟฟิศ ตนจะไม่ยอมเสียเวลาด้วยอีกแล้ว เกี๊ยงสะอึกออกมาบอกให้จ่ายเงินมาก่อน “ทั้งหมดสามแสน ต้องเป็นเงินสด งดเช็ค แบงก์กงเต๊กก็ไม่เอา”

อาจารย์เทพจำต้องออกไปแต่บอกเกี๊ยงว่าตนจะต้องเอาวิญญาณพีระมาโก่งราคาเมสินีให้กระเป๋าฉีกไปเลย

ส่วนเมสินีก็โทร.หายุทธทันที “ยุทธ เตรียมตัวไว้ให้พร้อม เร็วๆนี้ฉันจะขอความช่วยเหลือจากเธอ”

ooooooo

พิมพ์ดาวทำข้าวต้มแบบที่อัฐชัยชอบให้เขา ตักแบ่งชามใหญ่ให้เขาและชามเล็กสองชามให้งอแงกับข้าวต้ม

ขณะพิมพ์ดาวประคองอัฐชัยขึ้นมาป้อนข้าวต้ม เขาถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง งอแงบอกว่าเขาถูกผีทำของใส่ แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้วเพราะพี่ดาวเอาสร้อยพระให้และดูแลตลอดทั้งวันทั้งคืนเลย

อัฐชัยฟังอึ้งถามพิมพ์ดาวว่าโจ๊กนี้เธอก็ทำหรือ งอแงกับข้าวต้มชิงตอบว่าใช่ แล้วชวนกันออกไปอย่างรู้หน้าที่ พิมพ์ดาวบอกอัฐชัยให้เขาสบายใจว่า

“แกอย่าคิดมาก ฉันก็ทำให้ในฐานะเพื่อนเท่านั้น อ้อ...ฉันต้องไปเก็บกวาดในครัว แกกินเองได้ใช่ไหม”


อัฐชัยมองตามพิมพ์ดาวไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ...

น้ำมนต์ไปเล่าให้ลูกโป่งที่มหาวิทยาลัย ว่าถ้า

พีระเข้าร่างเขาก็จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างตอนเขาเป็นวิญญาณ และกลับไปเป็นลูกชายนิสัยไม่ดีของเจ้าของสถานีพราวด์อีก เพราะอย่างนี้เขาจึงไม่อยากกลับเข้าร่าง เพราะเขากลัวว่าจะลืมตนและทำให้ตนเสียใจ แต่น้ำมนต์ก็บอกกับลูกโป่งอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ฉันไม่ยอมให้เขาตายเด็ดขาด ตอนเป็นวิญญาณฉันยังช่วยให้เขาจำได้ ตอนเป็นคนฉันก็ต้องช่วยได้” พอลูกโป่งถามว่าเธอมีวิธีหรือ น้ำมนต์ตอบกลั้วหัวเราะขื่นๆ ว่า “ยังไม่มี”

ooooooo

เมื่อแมนสรวงรู้ว่าน้ำมนต์รู้ความลับของพีระแล้วก็ด่าว่าเขาเจ้าเล่ห์หาทางบอกให้น้ำมนต์รู้จนได้ แล้วถ้าน้ำมนต์เที่ยวโพนทะนาจนเกิดเรื่องวุ่นวายล่ะ?

“ฉันจะกลับเข้าร่าง” พีระพูดอย่างมั่นใจเพราะได้รับคำยืนยันจากน้ำมนต์แล้วว่าจะช่วยตนและไม่ทอดทิ้งตน แมนสรวงดีใจว่าถ้าพีระกลับเข้าร่าง ตนก็จะได้ไปเกิดใหม่และจะได้เจอกับเอมี่

น้ำมนต์หาวิธีที่จะทำให้พีระกลับเข้าร่างแล้ว

จำเรื่องราวขณะเป็นวิญญาณได้ เธอจึงเอาสมุดมาให้เขาจดบันทึก พีระจดบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำมนต์จนเสร็จแล้วฝากเธอเก็บไว้ แต่พอน้ำมนต์เปิดดูพบแต่สมุดเปล่า

“อ้าว...ตะกี๊ผมเขียนเต็มเลยนะ ทำไมตัวอักษรหายไปหมดเลย หรือ...เขารู้ว่าเราพยายามจะทำอะไรอยู่”

พีระเซ็ง น้ำมนต์หงุดหงิด แต่ยังไม่ยอมแพ้

เมสินียังทำงานอย่างต่อเนื่อง วันนี้พอพี่ปืนมาเล่าว่าเช็คมาแล้ว ยืนยันว่าละครเรื่องนี้จะมีผีมาแสดงด้วย เสาร์นี้จะเป็นรอบกาล่าพร้อมกับเอาบัตรเชิญที่ทีมงานฝากมาให้ เมสินียิ้มร้ายยกโทรศัพท์โทร.ออกทันที!

ooooooo

ในวันซ้อมละคร อัฐชัยมานั่งดูการซ้อมด้วย ลูกโป่งถามว่ามานั่งดูซ้อมเฉยๆหรือ เขาบอกว่า

“อีกสองวันละครจะแสดงแล้วฉันไม่อยากขาดซ้อม จริงๆฉันเดินบล็อกกิ้งได้นะ แต่ยัยดาวไม่อนุญาตให้เดิน”

“ฉันพานายมาดูซ้อมก็บุญแล้ว ยังไม่ทันจะหายดี อย่าเพิ่งอวดเก่ง เดี๋ยวเป็นหนักขึ้นมาจะซวยกันทั้งโปรดักชั่น”

“ครับผม”

อัฐชัยพูดดีจนพิมพ์ดาวเหวอ ลูกโป่งเห็นอาการของทั้งสองก็อมยิ้มแซวว่า “พูดเพราะดี...ครับผม...หึๆ” พอเห็นพิมพ์ดาวจ้องมาก็รีบกลบเกลื่อน “เอ...ยัยน้ำมนต์อยู่ไหนนะ มายังนะ...”

ส่วนน้ำมนต์เดินมาลากเอมี่ที่มาช่วยลูกโป่งเตรียมการต้อนรับแขกรอบกาล่าละครเวทีให้ไปกับตนเดี๋ยวเดียว

ที่อีกมุมหนึ่ง ยุทธใส่แว่นดำยืนมองอยู่อย่างสังเกต

น้ำมนต์พาเอมี่ไปหาแมนสรวง แต่เพราะแมนสรวงไม่สามารถปรากฏตัวได้ พอเอมี่รู้ว่ามาพบแมนสรวงก็ตกใจกลัวจนน้ำมนต์ต้องอ้อนวอนขอให้ให้โอกาสแมนสรวงได้อธิบายบ้าง เอมี่พูดหวาดๆว่าเขาไม่ใช่คน

“ถ้าเขามีเจตนาไม่ดี เขาทำร้ายพี่ไปนานแล้วค่ะ” แล้วเอาคอมฯมาวาง “สื่อสารกับเขาผ่านการแชตนะคะ”

“แชตกับผีเนี่ยนะ” เอมี่ตระหนก ทันใดหน้าจอแชตในคอมฯดังขึ้นมีข้อความว่า “อย่ากลัวผมเลย” เอมี่มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นแมนสรวง น้ำมนต์บอกว่าเขาปรากฏตัวไม่ได้ แต่เขายังสื่อสารได้ ตามสบายนะ แล้วน้ำมนต์ก็ผละไป แต่เอมี่ยังนิ่งแล้วเดินหนีไป แต่จู่ๆก็หันกลับมา

“จะพูดอะไรก็พูดมา” แล้วเปิดฝาคอมฯ “พูดมาสิ” แมนสรวงจึงแตะที่คอมสื่อสารกับเอมี่ว่า

“เรารู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน พลทหารแมนสรวงกับพยาบาลเอมี่ คุณจำได้ไหมครับ” เอมี่ถามว่าตนเคยมีอดีตชาติร่วมกับเขาหรือ “ใช่ครับ ไม่แปลกใจเหรอทำไมผมถึงรักคุณตั้งแต่แรกเห็น ทำไมผมต้องตามติดคุณทำไมผมถึงรู้ว่าคุณชอบดอกคาร์เนชั่น คุณคือคนที่ผมเฝ้ารอจะได้พบอีกครั้ง”

เอมี่สับสน รับไม่ได้ ปิดฝาคอมฯผละออกไปยืนด่า

“อย่ามาเหลวไหลงี่เง่าปัญญาอ่อน...นายกับฉันไม่ได้มีความลึกซึ้งต่อกันขนาดนั้น เพราะนายมันก็แค่ผีเด็กเกรียน เลว และบ้ากามมาก” แมนสรวงยืนยันว่าตนพูดความจริง เอมี่เลยยิ่งด่า “หลอกให้กลัวยังไม่น่าเจ็บใจเท่าหลอกให้มีความหวังว่าจะได้ลงจากคาน ไอ้ผีเลว ผีใจร้าย!” ด่าแล้วเอมี่เดินหนีไป แมนสรวงถอนใจ ได้แต่ร้องเรียกเสียงละห้อย...

“เดี๋ยวก่อน...เจ๊...”

ooooooo

การซ้อมละครเริ่มแล้ว น้ำมนต์นั่งอยู่บนนั่งร้านบริเวณริมๆเวทีเพื่อจะโฟกัสตำแหน่งของไฟละคร พีระเข้าไปอาสาช่วย ทำเป็นช่วยจัดไฟแต่จับมือน้ำมนต์แต๊ะอั๋ง พอถูกน้ำมนต์รู้ทันก็ทำ ไก๋ว่านึกว่าหลอดไฟ

ซ้อมกันจนมาถึงฉากที่พิมพ์ดาววิ่งหนีแล้วสะดุดล้มกลางเวที พวกชาวบ้านชายถือไม้รุมเข้ามาจะทำร้าย แต่แล้วอยู่ๆพีระก็เข้ามาอุ้มพิมพ์ดาวขึ้นมา พวกชาวบ้านตาเหลือกร้องลั่น “ผะ...ผี!!” แล้ววิ่งหนีกันกระเจิง

พีระอุ้มพิมพ์ดาวขึ้นมาแข็งๆ ทื่อๆ พี่ไตปลาสั่งคัตด่าพีระว่ามันไม่ใช่แค่อุ้ม ต้องอุ้มด้วยความรู้สึกรักอยากทะนุถนอม และโกรธแค้นคนที่ทำร้ายเยื้อนด้วย

รัก โกรธ แค้น อาฆาต ทรมานหัวใจ ทุกความรู้สึกต้องเห็น ตอนที่คุณอุ้ม เข้าใจไหม”

“แค่อุ้ม...ต้องมีความรู้สึกเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ” พีระเหวอมองน้ำมนต์อ้อนๆ แต่พอเล่นต่อก็ถูกพี่ไตปลาสั่งคัตๆๆๆ จนพีระเหนื่อยใจ รู้สึกการแสดงนี่...ยากจังเลย...

อัฐชัยนั่งดูการซ้อมอยู่นาน จู่ๆก็เดินเข้าไปเสนอตัวขอซ้อมเองกับพี่ไตปลาเพราะฉากจบไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมาก

“โอเคๆ งั้นไปกลางเวทีเลย เอาให้ตรงตำแหน่งให้บาร์ไฟอยู่บนหัวพอดีเพราะจะมีไฟท็อปให้ โอเคตรงนั้นแหละ”

ยุทธมาในชุดเจ้าหน้าที่เข้ามายืนอยู่มุมหนึ่งมองตำแหน่งที่อัฐชัยกับพิมพ์ดาวนั่ง สลับกับมองบาร์ไฟเหนือศีรษะ ในขณะที่น้ำมนต์ยังอยู่บนนั่งร้านหยุดงานแป๊บหนึ่งเพื่อรอดูฉากนี้ พีระเข้ามานั่งข้างๆด้วย แกล้งหยอกว่าถ้ามีป๊อปคอร์นก็ดีเนอะ

“พร้อมแล้วเริ่ม!” พี่ไตปลาสั่ง

อัฐชัยที่เล่นเป็นคุณหลวงกอดพิมพ์ดาวที่เล่นเป็นนางเยื้อนไว้แนบอก พร่ำบอก...

“นางเยื้อน...เอ็งต้องไม่ตายนะ เอ็งต้องไม่เป็นอะไร”

“คุณหลวงเจ้าขา บ่าวบุญน้อย คงรับใช้คุณหลวงได้เพียงเท่านี้...คุณหลวงสัญญากับบ่าวแล้วนะคะว่าคุณหลวงจะกลับเข้าร่างมีชีวิตต่อไป คุณหลวงต้องรักษาคำพูดนะเจ้าคะ”

“ไม่...เอ็งคือความทรงจำเดียวของข้า ข้าอยากมีชีวิตอีกครั้งก็เพื่อมาอยู่กับเอ็ง ถ้าไม่มีเอ็ง ข้าก็ไม่อยากอยู่”

นางเยื้อนขอให้คุณหลวงรับปากว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อตน คุณหลวงปฏิเสธไม่ยอมให้เยื้อนตาย เยื้อนเอ่ยคำสุดท้ายว่า “บ่าวรักคุณหลวงนะเจ้าคะ” คุณหลวงกอดเยื้อนตะโกนก้อง “นังเยื้อนนนนนนน”
ฉากนี้ทั้งสองเล่นได้อย่างอินมากๆ

แต่น้ำมนต์ดูแล้วโกรธมากบอกว่าตนไม่ได้เขียนบทแบบนี้ ลิ่วไปหาพี่ไตปลาถามว่าแก้บททำไมไม่บอกตนก่อน ตนไม่ได้ให้นางเยื้อนตาย ต้องการให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง พี่ไตปลาบอกว่าแบบนั้นมันไม่ประทับใจคนดู ต้องจบแบบนี้ ทั้งยังอ้างว่าตนปรึกษาครูอิ๋วแล้ว กล่อมน้ำมนต์ว่า

“เอาน่า...เรื่องนี้รักกันไม่ได้ หนูก็ให้เขาไปรักกันเรื่องหน้านะ ไปๆ พักห้านาทีแล้วมาซ้อมต่อ” พี่ไตปลาตัดบทน้ำมนต์เดินหุนหันออกไป พีระถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปคุยกับครูอิ๋วมาเปลี่ยนฉากสำคัญแบบนี้ตนไม่ยอม บอกพีระว่า เรื่องนี้ตนได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากชีวิตของเขา ตนไม่อยากให้มันเป็นลาง

“อ๋อ...ที่แท้คุณก็ห่วงผม คุณกลัวมันจะเป็นลางร้ายของเราสองคนเหรอ อย่าคิดมากสิ ละครก็คือละคร ชีวิตจริงก็คือชีวิตจริง ผมจะกลับเข้าร่างและฟื้นมาอยู่กับคุณ...เราจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ดีไหม” พีระเว้าวอนจนน้ำมนต์อ่อนลง

ooooooo

ลูกโป่งชื่นชมอัฐชัยว่าเล่นได้ดีมาก ตนน้ำตาไหลเลย อัฐชัยบอกว่าต้องยกความดีให้พิมพ์ดาวเพราะเธอรักตน ตนเลยเล่นได้ดีไปด้วย ลูกโป่งแซวว่าความรักมันดีอย่างนี้เอง ถูกพิมพ์ดาวปรามว่าหยุดแซวเลย ตนกับอัฐชัยเป็นแค่เพื่อนกัน เดี๋ยวอัฐชัยจะเข้าใจ

ตนผิดอีก ถูกพี่ไตปลาดุว่าหยุดเลยรู้ว่าสองคนมีปัญหา กันอยู่ ถ้ามีปัญหามากตนจะเล่นบทพระเอกเอง ส่วนบท ของพิมพ์ดาวก็จะให้น้ำมนต์เล่น ถ้าไม่อยากถูกถอด อย่างี่เง่า!

พิมพ์ดาวลุกขอตัวไปห้องน้ำ อัฐชัยงงๆ สงสัยความรู้สึกของตัวเองว่าคิดอย่างไรกับพิมพ์ดาวแน่ ลูกโป่งยุให้อัฐชัยตามไป เขาก็ยังอึกๆอักๆอยู่อย่างนั้น

ยุทธแอบฟังอยู่ ได้ยินการโต้เถียงกันทุกคำ ลุกเดินเลี่ยงไปโทร.รายงานเมสินีทันทีว่า

“คุณเมครับ ผมรู้แล้วครับว่าจะจัดการยัยเด็กน้ำมนต์ยังไง รับรองมันไม่สามารถอ้าปากเปิดโปงคุณได้อีกแน่!”

เลิกซ้อมละครแล้ว พีระลากน้ำมนต์ไปที่หอประชุม ขอให้ช่วยตนหน่อยเพราะตนยังเล่นไม่ได้เลย ไม่อยากโดนพี่ไตปลาด่าอีก อ้อนน้ำมนต์สอนให้ด้วย

“หลักสำคัญของการแสดงก็คือ อย่าคิดว่าจะทำอะไร แต่ให้รู้สึก...รู้สึกอย่างไรก็ทำตามที่รู้สึก action is reaction”

พีระเลยถือโอกาสแกล้งน้ำมนต์หลอกว่าเมสินีมา แล้วยื่นหน้าเข้าไป น้ำมนต์หันมองไม่เห็นอะไร พอหันกลับมาแก้มก็ชนเข้ากับปากพีระเต็มๆ เธอเขินเลยตีเพียะ พีระทำเป็นสรุปการซ้อมว่า “หอมคือแอ็กชั่นแล้วคุณช็อกคือรีแอ็กชั่น” แล้วยั่วอีก “ผมยิ้มคือแอ็กชั่น ที่คุณเขินคือรีแอ็กชั่น” พอน้ำมนต์เดินหนี พีระก็ตามไปกอด

“ผมรักคุณคือแอ็กชั่น แล้วที่คุณรักผมตอบคือรีแอ็กชั่น” น้ำมนต์บอกให้ปล่อย “ตอบมาก่อนสิว่า รักผม...”

น้ำมนต์เขินไม่ยอมพูด พีระก็เลยกอดไว้อย่างนั้น...

ooooooo

วันต่อมา ละครเวทีเรื่อง “คุณหลวงที่รัก” จะแสดงรอบแรกแล้ว ครูอิ๋วตื่นเต้นวุ่นวายกับการต้อนรับแขกเซเลบจนไม่สนใจอย่างอื่นเลย

ยุทธแอบเข้าไปภายในหอประชุม เห็นทุกคนกำลังคร่ำเคร่งกับหน้าที่ของตัวเอง เขาแอบขึ้นไปที่นั่งร้านหยิบอุปกรณ์บางอย่างติดเข้าไปกับราวเหล็กบาร์นั้น มองให้แน่ใจอีกทีแล้วยิ้มเหี้ยม

ที่มุมสวยในมหาวิทยาลัย น้ำมนต์บอกพีระว่า พอละครจบตนจะพาเขาไปกลับเข้าร่างทันที ห้ามเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พีระรับคำ แต่ย้อนถามว่า

“คุณแน่ใจนะว่าคุณจะโอเค” น้ำมนต์บอกว่ามั่นใจแล้วชวนรีบไปพี่ไตปลาคงรอแล้ว พีระดึงมือไว้ขอพูดอะไรอีกนิดเดียว “ผมขอโทษนะ ขอโทษล่วงหน้าเพราะผมรู้ว่าผมจะทำให้คุณต้องเสียน้ำตาและเสียใจมาก แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า วิญญาณของผมไม่เคยอยากทำร้ายคุณเลย คุณรับปากผมนะ ถ้าผมร้ายกับคุณมากเกินไป คุณอย่าทนนะ ไปจากชีวิตผม อย่าอยู่อย่าทรมาน คุณควรจะเลือกมีชีวิตที่มีความสุขนะ”

“อย่าวิตกกับเรื่องที่ยังไม่เกิด เวลานี้เรามีความสุข เราก็ควรจะมีความสุขกับช่วงเวลานี้ให้เต็มที่” น้ำมนต์ยิ้มให้ พีระยิ้มตอบ แล้วตั้งแขนให้น้ำมนต์ควงกันเดินเข้าไปในงาน

ooooooo

ความสัมพันธ์ของอัฐชัยกับพิมพ์ดาวในนาทีนี้ กลายเป็นพิมพ์ดาวย้ำความเป็นเพื่อน แต่อัฐชัยพยายามแสดงความสนิทสนมเกินกว่านั้น ทั้งบริการและดูแลกระทั่งแย่งถือกระเป๋าให้

เมื่อพิมพ์ดาวแย่งกระเป๋าจะไปถือเอง อัฐชัยไม่ให้ เธอฉุนเลยตามใจอยากถือก็ถือไป แล้วเดินแยกไปเข้าห้องน้ำหญิง

ยุทธจับตาดูอยู่แล้ว พอพิมพ์ดาวเข้าห้องน้ำก็ตามเข้าไปเอามืออุดปากไม่ให้ร้อง...ครู่หนึ่งก็ออกมาล็อกประตูห้องน้ำ เอาป้ายมาติดว่า “ชำรุด ห้ามใช้เด็ดขาด” จากนั้นโทร.รายงานเมสินี ได้รับคำชมว่า

“ทำดีมากยุทธ ฉันกำลังจะไปดูผลงานของเธอด้วยตาฉันเอง โชว์มาให้เต็มที่เลยนะ อย่าทำให้ฉันผิดหวัง”

เอมี่ต้อนรับแขกที่มาดูละครอย่างตื่นเต้นดีใจ ฝ่ายแมนสรวงหลบไปนั่งเศร้าอยู่มุมหนึ่งจนพีระมาถามว่าเจ๊ไม่ให้อภัยหรือ แมนสรวงบอกว่าเอมี่จำเรื่องราวของเราไม่ได้เลย หาว่าตนแต่งเรื่องขึ้นมาเอง ต่อให้ตนไปเกิดใหม่อีกครั้งเธอก็คงจำไม่ได้อยู่ดี อย่างนี้แล้วตนจะไปเกิดใหม่ทำไม บอกพีระว่า “นายอย่ากลับเข้าร่างเลย”

“อ้าว...ไอ้นี่! พอฉันไม่อยากฟื้นนายก็จะให้ฟื้น พอฉันคิดจะฟื้นก็มาห้าม ยมทูตหรือโรตีถึงได้ชอบกลับไปกลับมา”

“ฉันรู้ซึ้งแล้วว่าความทรงจำมันทำให้เราเจ็บปวดแค่ไหน”

“แต่มันก็คือส่วนหนึ่งของตัวเรา จะดีจะร้ายเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ ถ้าเลือกได้ฉันก็เลือกที่จะจดจำทุกอย่างเอาไว้อยู่ดี เพราะการไม่มีความทรงจำก็เหมือนไม่มีอดีต ไม่มีตัวตน มันว่างเปล่า น่าเศร้านะ ฉันเอาใจช่วยนายนะแมนสรวง” พีระตบบ่าให้กำลังใจ

ooooooo

พี่ไตปลาว้าวุ่นมากเพราะใกล้เวลาแสดงแล้ว แต่พิมพ์ดาวไม่รู้หายไปไหน ถามก็ไม่มีใครเห็น ถามอัฐชัยว่าเป็นคนไปรับพิมพ์ดาวมาไม่ใช่หรือ

“ก็ไปรับ แต่ยัยดาวงอนแล้วก็เดินหายไปไหนไม่รู้” น้ำมนต์บ่นว่าโทรศัพท์ไปก็ไม่รับ อัฐชัยจึงบอกว่ากระเป๋าถือ ของพิมพ์ดาวอยู่ที่ตน มือถือคงอยู่ในนี้ แล้วอาสาจะลองไปตามดู

อัฐชัยยังไม่ทันไป เอมี่ก็วิ่งหน้าตาตื่นเต้นมาบอกว่าเซเลบมาเพียบเลย พร้อมแสดงหรือยัง เลยยิ่งบีบคั้นจนพี่ไตปลาพูดแทบเป็นตะโกนว่า “ไปตามนางเอกมาก่อนที่พี่จะเส้นเลือดในสมองแตก!”

เอมี่จากหน้าตาตื่นเต้นดีใจกลายเป็นตกใจเมื่อรู้ว่าพิมพ์ดาวหายไป น้ำมนต์ขอให้เอมี่ช่วยไปถ่วงเวลาแขกข้างนอกไว้สักสิบนาที ขออีกสิบนาทีเท่านั้น

พี่ไตปลาเลยมาลงที่น้ำมนต์หาว่าเพื่อนเธอสร้างปัญหา เธอจะต้องรับผิดชอบให้มาแสดงบทนางเอกแทนพิมพ์ดาว เพราะเธอเขียนบทเองย่อมจำได้ ให้เวลา 5 นาทีต้องเสร็จ

ขณะเอมี่ไปขอเวลาแขกอีกสิบนาทีนั่นเอง เมสินีก็กรีดกรายเข้ามา เอมี่มองมึนนึกในใจ...มาได้ไง?

ครูอิ๋วเร่เข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น เมสินีบอกว่าทางนี้ไม่ได้เชิญแต่ตนขอบัตรเชิญจากทีมงานมาคงไม่เป็นไรใช่ไหม ครูอิ๋วตอบเสียงสูงว่า “ไม่เป็นไรค้า... ไม่เป็นไร ต้องขอโทษแทนเด็กๆด้วยนะคะ”

พี่ไตปลาเรียกกลุ่มนักแสดงมาจับมือกันกล่าวเหมือนปฏิญาณว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเดอะโชว์มัสต์โกออน

พอพีระรู้ว่าพิมพ์ดาวหายไปก็อาสาไปช่วยตาม และบังคับแมนสรวงให้ช่วยด้วย บังเอิญเดินสวนกับยุทธ พีระคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นเลยเดินตามไป

ลูกโป่งที่บังเอิญเห็นเมสินีนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าเวทีก็เรียกน้ำมนต์กับอัฐชัยมาดู ทุกคนกังวลว่าเมสินีมาทำไม?

พีระตามยุทธไป จู่ๆ ยุทธก็หยุดกึกเพราะมีข้อความเข้ามือถือ ยุทธหยิบมือถือกดอ่าน เป็นข้อความจากเมสินีว่า “ผีอาจอยู่ข้างๆ จะทำอะไรระวังมันจะรู้ตัว” พีระแอบอ่านด้วย จึงรู้ว่าที่แท้คนนี้คือยุทธ สงสัยว่าพวกนี้มีแผนอะไรกัน

แมนสรวงเดินตามหาพิมพ์ดาวไม่เจอจึงหยุด เพ่งสมาธิเงี่ยหูฟังว่าพิมพ์ดาวอยู่ไหน ปรากฏว่าได้ยินสารพัดเสียงแทรกเข้ามาหมด แมนสรวงพยายามแยกแยะเสียงที่ไม่ใช่ออก พลันก็ได้ยินเสียง อื้อ...อื้อ...เสียงพิมพ์ดาวนั่นเอง เธอถูกมัดปากไว้ทำได้แค่ส่งเสียงอื้อ...อื้อ...เท่านั้น

ช่วยพิมพ์ดาวออกมาได้ เธอรีบไปพบเอมี่บอกว่าตนถูกยุทธจับไปขังไว้ ไม่รู้ว่าพวกเขามีแผนอะไร เอมี่คิดว่าพวกเขาต้องการกลั่นแกล้งให้ละครเวทีของเราพัง

“ไม่ใช่มันต้องการแค่นั้น มันจับพิมพ์ดาวไปเพราะมันรู้ว่าน้ำมนต์จะต้องขึ้นแสดงแทน เป้าหมายมันคือน้ำมนต์” พีระอ่านขาด แล้วทั้งหมดก็พากันวิ่งไปที่เวที

ถึงคิวพีระพอดี เขาขึ้นไปบนเวทีหยิบไม้ที่เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากขึ้นมาทำท่าเหวี่ยงไม้ปลิวไปตามแรงพลังของคุณหลวงที่กำลังอาละวาดอยู่ เมสินีดูรู้ว่าพีระมาแล้ว

พีระเหวี่ยงไม้ลอยไปมาบนเวที แล้วมองไปรอบๆ เพื่อหายุทธและความผิดปกติ แต่ไม่พบอะไร เห็นเมสินีนั่งอยู่ เขาพุ่งไปที่เมสินี แต่ขณะกำลังเดินฝ่าแถวเก้าอี้เข้าไป คนที่นั่งอยู่รอบๆเมสินีต่างหันมองเขาเป็นตาเดียว ทุกคนคืออาจารย์เทพนั่นเอง! เสียงอาจารย์เทพเรียก “พีระ!!!” กังวานก้อง พีระช็อก พลันก็ถูกดึงวิญญาณออกไปกลางสนาม อาจารย์เทพกับเกี๊ยงตามมา เกี๊ยงพูดอย่างสะใจว่า

“อาจารย์เทพตั้งใจมาตามล่าวิญญาณของแกโดยเฉพาะไอ้พีระ เพราะวิญญาณของแกจะทำให้ฉันฟื้นได้อีกครั้ง”

แล้วอาจารย์เทพก็คำราม “เอาวิญญาณของแกมา...” อาจารย์เทพพูดไม่ทันจบ พีระก็ตัดบทว่า

“เออ...เอาไว้ก่อนนะ ยังไม่ว่างเล่นกับพวกแกตอนนี้” แต่พีระก็ถูกเกี๊ยงกระชากไปกระแทกผนังร่วงลงไปกอง แล้วเกี๊ยงก็จะเข้าไปดูดวิญญาณพีระ แมนสรวงมาถึงพอดีตรงเข้ากอดพีระแล้วหายแว้บไปทั้งคู่ อาจารย์เทพขยับจะตาม ถูกคามินเข้ามาขวางหมายสะสางบัญชีแค้นกับอาจารย์เทพ เกี๊ยงผงะตะโกนยุอาจารย์เทพ “ลุยมันเลยจารย์”

คามินจะพุ่งเข้าบีบคออาจารย์เทพกับเกี๊ยง แต่อยู่ๆ ก็ถูกตรึงกับที่ ทั้งสามพยายามยื้อยุดพลังอำนาจกันสุดฤทธิ์

ooooooo

พีระกับแมนสรวงโผล่มาที่ด้านหน้าโต๊ะต้อนรับ เห็นทั้งเมสินี อาจารย์เทพ และคามินมากันพร้อมหน้า พีระบอกว่าอาจารย์เทพกับคามินกำลังจ้องแย่งวิญญาณตนและขโมยร่างตนไปสวม

แมนสรวงตกใจ เตือนพีระว่าถ้าพวกมันร่วมมือกันเขาแย่แน่ เร่งให้รีบไปกลับเข้าร่างเลย พีระเดินแยกไปทันที แมนสรวงถามว่าจะไปไหน พีระตอบหน้าตาเฉยว่า ไปเตรียมเล่นละคร แมนสรวงดึงตัวไว้บอกไม่ต้องเล่นแล้ว

“ไม่ได้ เมสินีคิดทำเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ฉันทิ้งน้ำมนต์ไม่ได้ และจะทิ้งให้ละครเวทีเสียหายไม่ได้ ฉันต้องช่วยทำให้น้ำมนต์ประสบความสำเร็จด้วย...เดอะโชว์มัสต์โกออน” ว่าแล้วพีระรีบไปเลย

บนเวที น้ำมนต์เล่นบทนางเยื้อนแทนพิมพ์ดาว โดยมีอัฐชัยเล่นเป็นคุณหลวง นางเยื้อนบาดเจ็บกำลังจะตาย คุณหลวงจะขอดูแผล นางเยื้อนรีบห้ามว่ามันไม่สมควร คุณหลวงดึงนางเยื้อนเข้าไปสบตากันอย่างหวานซึ้ง

ขณะละครกำลังเข้าไคลแมกซ์คนดูกำลังอินไปกับพระนางนั้น เมสินีเหลือบมองไปบนบาร์ไฟแล้วมองไปทางยุทธที่ถือรีโมตอยู่อีกมุมหนึ่ง แมนสรวงกับพีระโผล่มาข้างหลังยุทธ พีระจะคว้ารีโมตก็ต้องเด้งออกมาเพราะยุทธห้อยผ้ายันต์ไว้

“หน้าตารีโมตมันไม่เหมือนรีโมตทีวี แต่เหมือนรีโมตควบคุมวงจรอะไรสักอย่างมากกว่า” แมนสรวงดูออก พีระยิ่งร้อนใจ พยายามมองหาว่าเป็นรีโมตอะไร

ที่ข้างหอประชุม คามินผงะเซถอยออกมาหลังจากถูกตรึงอยู่พักใหญ่ อาจารย์เทพกับเกี๊ยงช่วยกันท่องคาถา เกิดสายสิญจน์อาคมรัดที่ตัวคามิน อาจารย์เทพคุยโวว่า “แกคงไม่รู้ใช่ไหมว่าไอ้เกี๊ยงตอนนี้มันท่องอาคมได้เป๊ะแล้ว”

ทันใดนั้นสายสิญจน์อาคมก็ถูกกลืนหายเข้าไปในร่างคามิน ทั้งอาจารย์เทพและเกี๊ยงตกใจผงะ

“หึๆ แกเคยนับไหมว่าผีที่แกขังเอาไว้ที่สำนักมีมากแค่ไหน แล้วรู้ไหมว่าตอนนี้พลังวิญญาณของพวกมันอยู่ที่ไหน” คามินหัวเราะเยาะ อาจารย์เทพท้าว่า จะแน่แค่ไหนกัน แล้วสองอาจารย์ศิษย์ก็ท่องคาถาต่อเกิดอักขระอาคมที่คอ ข้อมือข้อเท้าของคามินทันที แต่คามินไม่สะทกสะท้านถามว่า

“คิดว่าอาคมกระจอกพวกนี้จะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ แกคิดผิดแล้ว” คามินเบ่งพลังต่อต้านสะบัดแขนออกไป สะท้อนอาคมของอาจารย์เทพกระจัดกระจายกลาย

เป็นระเบิดไล่ระเบิดไปตามพื้นพุ่งเข้าหาอาจารย์เทพกับเกี๊ยง จนทั้งสองโดดไปคนละทาง แต่พออาจารย์เทพเงยหน้าขึ้น พบว่าตัวเองถูกคามินจิกผมขึ้นมาในท่าคุกเข่ากำลังถูกคามินดูดพลัง!

ooooooo

ละครในฉากสุดท้ายที่อัฐชัยกอดน้ำมนต์ที่กำลังจะสิ้นใจนั้น ยุทธยืนมองการแสดงสีหน้ากระหยิ่มรอเวลาจัดการ พีระเห็นยุทธมองขึ้นไปเลยมองตามบอกแมนสรวงว่าต้องมีอะไรอยู่ข้างบน

แมนสรวงขึ้นไปยืนกลางเวทีแล้วแหงนมองเห็นแผงวงจรติดอยู่ร้องบอกพีระว่าแผงวงจรอะไรไม่รู้เหมือนระเบิด พริบตานั้น ยุทธยื่นรีโมตออกมาจะกด พีระคว้าเก้าอี้แถวนั้นฟาดจนยุทธกระเด็นรีโมตหล่นกลิ้งไป พีระยกเก้าอี้จะซ้ำ ยุทธหลบแล้วพยายามจะคว้ารีโมต ขณะแมนสรวงกำลังจะแย่งรีโมตได้อยู่แล้วก็ถูกพีระโผล่มาเตะรีโมตกระเด็นไปอยู่ในซอก ยุทธจึงไปแย่งรีโมตได้

การแสดงบนเวทีถึงจังหวะที่นางเยื้อนจะสิ้นใจแล้ว อัฐชัยกอดน้ำมนต์ร้องสุดเสียง “นังเยื้อนนนนน...” พีระชะงักหันไปมอง เห็นอัฐชัยประคองแก้มน้ำมนต์แล้วค่อยๆลุกยืน ถอยหายไปในความมืด ปล่อยร่างน้ำมนต์นอนอยู่ภายใต้แสงไฟท็อปดวงเดียว เป็นคิวที่พีระจะต้องเข้าไปอุ้มน้ำมนต์แล้ว

“ทำบ้าอะไรอยู่ กดรีโมตเสียทีซิ” เมสินีลุ้นยุทธ

“ฝากแกจัดการมันด้วย ฉันไปทำหน้าที่นักแสดงก่อน” พีระฝากแมนสรวงแล้วจะขึ้นไปบนเวที พอดียุทธหยิบรีโมตได้ แมนสรวงเหวี่ยงเก้าอี้กระแทกรีโมตหลุดกระเด็นไปที่เท้าเมสินี เมสินีใช้ส้นเข็มรองเท้าเหยียบไปที่ปุ่มบนรีโมตแผงวงจรไฟฟ้าทำงานทันทีระเบิด ตู้ม!!

หลอดไฟบนเวทีแตกกระจุยควันคลุ้งแล้วแผงไฟก็ร่วงลงมา น้ำมนต์ลืมตามองช็อก!

พริบตานั้นทุกอย่างตกลงมาทับน้ำมนต์ ทุกคนช็อก ยุทธกับเมสินีรอดูผลงานต่อไปอย่างสะใจ

ooooooo

เสียงระเบิดดังออกไปถึงข้างนอก คามินที่กำลังดูดพลังอาจารย์เทพชะงัก เป็นโอกาสให้เกี๊ยงพุ่งเข้าชนคามินล้ม อาจารย์เทพก็หงายผลึ่งตาเหลือกเกร็งกระตุก

ภารโรงกับยามและนิสิตสองสามคนผ่านมาเห็นพอดีรีบเข้าไปช่วยอาจารย์เทพจะพาส่งห้องพยาบาล คามิน จะเข้าไปจัดการต่อแต่ภารโรงกับยามสวมสร้อยพระอยู่ทำให้คามินเข้าไปไม่ได้ จำต้องผละออกไปอย่างเจ็บใจ

บนเวทีในหอประชุม พีระโดดไปคร่อมน้ำมนต์ไว้รับแผงที่ร่วงลงมาแทนแม้จะเจ็บแต่ก็อดทน บอกน้ำมนต์ว่าไม่ต้องห่วงเจ็บแค่ไหนตนก็ไม่ตายซ้ำสอง

แล้วพีระก็เล่นตามบทในละครทันที อุ้มน้ำมนต์ยืนขึ้นมา คนดูเห็นร่างนางเยื้อนลอยอยู่กลางเวทีก็ตกตะลึง พอหายตะลึงก็พากันปรบมือกึกก้อง ไฟในห้องประชุมทั้งหมดดับลง ละครจบ

“เป็นเทคนิคพิเศษครับ ตั้งใจทำเป็นเซอร์ไพรส์” พี่ไตปลาคุยฟุ้งหน้าบานเป็นกระด้ง

เมสินีแค้นมากสั่งยุทธ “ไปจัดการนังน้ำมนต์ให้ได้ ไป!!” ยุทธล้วงปืนในเสื้อรีบออกไปทันที

น้ำมนต์ถามพีระขณะทีมนักแสดงออกมาโค้งขอบคุณผู้ชมว่านี่เป็นฝีมือเมสินีใช่ไหม เร่งพีระให้รีบไปเข้าร่างเร็วๆแล้วคว้ามือพีระแอบออกไป อัฐชัยจะตามไป แต่หันมาเห็นพิมพ์ดาวเลยเปลี่ยนใจรีบมาขอโทษถามว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหมทำท่าจะกอด ถูกพิมพ์ดาวผลักออก บอกไม่ต้องมาห่วงตน แล้วเร่งเอมี่ให้รีบไปช่วยน้ำมนต์กัน

ooooooo

น้ำมนต์ลากพีระออกมาบอกว่าตอนนี้สามทุ่มครึ่ง เขาต้องรีบกลับเข้าร่างก่อนเที่ยงคืนพวกนั้นจะได้หมดหวัง พีระบอกว่าไปตอนนี้ไม่ได้เพราะพวกมันสะกดรอยตามเราอยู่

“ไม่มีทางเลือกแล้ว” น้ำมนต์ลากพีระไป เจอยุทธถือปืนออกมาขวางกระชากน้ำมนต์ไป พีระช่วยยื้อน้ำมนต์ไว้แต่พอแตะถูกตัวยุทธพีระก็กระเด็นออกมาเพราะยุทธมีผ้ายันต์ห้อยคออยู่ ทันใดนั้นอัฐชัยก็ถือไม้ ฟาดยุทธจากข้างหลังจนมันต้องปล่อยน้ำมนต์ อัฐชัยตะโกนให้น้ำมนต์หนีไปก่อน แล้วตัวเองก็เข้าแย่งปืนจากยุทธ พิมพ์ดาววิ่งมาช่วยอีกคน

ยุทธสลัดหลุดจากอัฐชัยเอาปืนจ่อจะยิงพิมพ์ดาว อัฐชัยพุ่งเข้าไปเอาตัวบังพิมพ์ดาวเอาหลังรับกระสุน

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้น อัฐชัยผงะ พิมพ์ดาวช็อก แต่แล้วปรากฏว่าอัฐชัยไม่เป็นอะไร ทั้งสองหันมองยุทธพบว่าเขาเอาปืนจ่อยิงเท้าตัวเองเลือดสาด

ฝีมือแมนสรวงนั่นเอง! แมนสรวงจับมือยุทธที่ถือปืนกดลงมายิงที่เท้าตัวเองแล้วถามว่า เจ็บใช่ไหม คนทำชั่วก็ต้องเจ็บอย่างนี้แหละเขาเรียกว่ากรรม แต่เผลอจับมือยุทธยิงเท้าตัวเองอีกข้าง เลยเย้ยว่า “นัดสองเขาเรียกว่า ก๊ำ...กรรม”

พอดีตำรวจมาถึงเข้าจับกุมยุทธที่เท้าถูกยิงทั้งสองข้าง

ที่อีกด้านหนึ่ง เอมี่ไปรออยู่ที่รถแล้วเร่งให้น้ำมนต์กับพีระรีบขึ้นรถ พีระบอกว่าคามินตามตนอยู่ไม่ให้พวกน้ำมนต์ไปเพราะอันตราย แต่น้ำมนต์ไม่ฟังเสียงผลักพีระขึ้นรถไปเลย เมสินีออกมาเห็นรีบขึ้นรถตัวเองขับตามไปบนดาดฟ้าตึก คามินมองอยู่ มันแสยะยิ้มพึมพำ “นำทางฉันไปเลย พีระ”

ooooooo

น้ำมนต์จับมือพีระลุ้นใจระทึก นาฬิกาบอกเวลา 22.30 น.แล้ว น้ำมนต์ขอร้องเอมี่ให้ขับเร็วกว่านี้ ได้ไหมเพราะพีระมีเวลาไม่เกินเที่ยงคืน

ส่วนเมสินีที่ขับรถตามมาจ้องรถของน้ำมนต์หยิบปืนออกมาพึมพำ “ฉันจะไม่ยอมให้แกฟื้น...แกต้องตาย!”

คามินนั่งอยู่บนหลังคารถบรรทุกที่ตามหลังรถเมสินีมาจ้องรถทั้งสองคันข้างหน้ายิ้มเหี้ยม

อาจารย์เทพถูกนำตัวเข้าไปในห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัย เกี๊ยงพร่ำบอกอาจารย์เทพที่หายใจพะงาบๆว่า “จารย์...จารย์อย่าเพิ่งตายนะจารย์...” แล้วเกี๊ยงก็สัมผัสได้ว่ามีใครมายืนห้อมล้อมอยู่ พอมองไปก็ผงะพบว่าดวงวิญญาณผีมากมายมายืนรออยู่ ผีเหล่านั้นบอกว่า “เรามาคอยคิดบัญชีกับมัน หมอผีอำมหิต มันต้องชดใช้”

เกี๊ยงกอดอาจารย์เทพไว้แน่น ตวาดผีเหล่านั้นอย่ามายุ่งกับอาจารย์ของตน แต่พอมองอีกทีเกี๊ยงก็ผงะเมื่อรอยสักอาคมบนร่างอาจารย์เทพหายไปหมดสิ้น เกี๊ยงช็อก

เมื่อรู้ว่า...คามินดูดอาคมไปจากอาจารย์เทพหมดแล้ว!

ooooooo

เอมี่ขับรถไปถึงทางเข้าวัดเป็นเวลาห้าทุ่มยี่สิบนาทีแล้ว น้ำมนต์เร่งพีระให้ลงจากรถเร็วๆ เอมี่ตาม ลงมาบอกว่า

“หลวงพ่อบอกว่าร่างพีระตอนนี้พักฟื้นอยู่ที่ศาลาเก็บของเก่าในสวนด้านหลังวัด พวกเธอรีบไป”

พอพีระจะไปก็ชะงักบอกว่ามีรถตามมา เอมี่บอกว่า รถของเมสินีไล่พีระกับน้ำมนต์ให้รีบไป แล้วตัวเองก็วิ่งไปขวางเมสินีที่ก้าวลงจากรถ ถูกเมสินีเอาปืนขู่ เอมี่ก็วิ่งตามน้ำมนต์ไปตะโกนบอก “เฮ้ย!ให้ไปไม่ได้...เดี๋ยว... อย่าเพิ่งไป...”

เมสินีตามไปทันน้ำมนต์ที่หลังวัดสั่งน้ำมนต์ให้หยุด น้ำมนต์จูงมือพีระวิ่งไป บอกพีระว่าให้เขารีบไปตนจะจัดการกับเมสินีเอง แต่พอหันไปเผชิญหน้าเมสินี พีระก็ถูกเมสินีขู่ว่าห้ามไปไหนถ้าไปจะยิงน้ำมนต์ เอมี่พุ่งเข้าแย่งปืนจากข้างหลังเมสินี น้ำมนต์บอกพีระให้รีบไป ตนจะไปช่วยเอมี่

“ดูแลตัวเองด้วยนะน้ำมนต์” พีระเตือนอย่างเป็นห่วงมาก แล้วตัวเองก็รีบวิ่งไปที่ศาลาอเนกประสงค์เห็นที่เหนือร่างมีนาฬิกาแขวนอยู่บอกเวลา 23.50 น. พีระพึมพำ “อีกสิบนาที...”

แต่พอพีระจะเข้าไปสวมร่างตัวเองก็ถูกคามินโผล่มา จับคอบีบจะเอาวิญญาณและร่างเขาไปในคราวเดียวเลย

แมนสรวงมาแล้ว!! พอมาถึงแมนสรวงกระชากคามินเหวี่ยงกระเด็นไป แล้วมืออีกข้างก็สะบัดใส่พีระกระเด็นไปลงที่ข้างร่างตัวเองพอดี แต่พอพีระลุกขึ้น

จะซ้อนร่างตัวเอง ก็ถูกคามินที่ลุกขึ้นได้พุ่งเข้ามาเบ่งพลังรุนแรง คำราม

“แกเป็นของฉัน”

พลังที่คามินเบ่งออกมามีอานุภาพรุนแรงพัดข้าวของกระจุยกระจายจนแมนสรวงแปลกใจว่ามันมีอาคมได้ยังไง

“อาคมของไอ้หมอผีเทพมาอยู่ที่ฉันแล้ว” คามินพูดอย่างสะใจ ทั้งแมนสรวงและน้ำมนต์ที่วิ่งกลับมาช่วยพีระถูกคามินเล่นงานจนทำอะไรไม่ได้ พีระทนไม่ได้จะมาช่วยน้ำมนต์บอกว่าไม่อยากให้มีคนตายเพราะตนอีกแล้ว

“แต่ถ้านายยอมตาย ฉันจะเจ็บปวดที่สุด เจ็บยิ่งกว่า อะไรทั้งนั้น...พีระ...ฉันขอร้อง อย่าทำอย่างนี้”

คามินไม่ให้เวลาใครอีกแล้ว มันดึงร่างพีระเข้าไปดูดวิญญาณเป็นครั้งสุดท้าย พีระกำลังจะแย่ แต่อยู่ๆก็ฮึดขึ้นมาอัดตะกรุดที่หลวงพ่อเทียนให้เข้าไปในปากคามิน มันผงะร้องลั่น พริบตานั้นทั้งพลังอาคมที่รัด

แมนสรวงและน้ำมนต์ ทุกอย่างก็คลายและหยุดเองหมด พีระวิ่งมาหาน้ำมนต์ด้วยความเป็นห่วง น้ำมนต์บอกว่าเหลืออีกห้าวินาทีเท่านั้น ให้รีบไปเข้าร่างเสีย

“นายพีท แกตาย!” เมสินีถือปืนพรวดเข้ามา นาฬิกาเดินถึงวินาทีสุดท้ายพร้อมเสียงปืนจากเมสินีลั่นเปรี้ยง และพีระก็พุ่งกระโจนเข้าร่างในวินาทีเดียวกัน!

ooooooo

เวลาผ่านไปเดือนกว่าแล้ว...

วันนี้...ที่สถานีพราวด์ดิจิตัลมีการแถลงข่าว มีป้ายเขียนไว้ว่า “พราวด์ดิจิตัลโฉมใหม่ สถานีแห่งความภาคภูมิใจ My life, My PROUD ”

เมสินีในมาดสวยเฉี่ยวกระฉับกระเฉงทันสมัย เดินอย่างสง่าออกมา เอ่ยกับแขกที่ปรบมือต้อนรับด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

“ขอบพระคุณสื่อมวลชนและแขกทุกท่านมากนะคะที่ให้เกียรติมาปรับโฉมใหม่ของพราวด์ดิจิตัล

และพราวด์ดิจิตัลจะไม่มีวันนี้เลย ถ้าขาดเขาคนนี้เชิญคุณพีระค่ะ”

พีระเดินออกมาในมาดนักธุรกิจรุ่นใหม่ เท่ สมาร์ท หน้าขรึม เขายืนคู่กับเมสินีให้ช่างภาพที่กรูกันมาถ่ายรูป

ที่บ้านน้ำมนต์ ทั้งพิมพ์ดาว เอมี่ ข้าวต้ม และงอแง นั่งดูทีวีด้วยกัน เห็นภาพข่าวของพีระกับเมสินีในทีวี ต่างจ้องเขม็ง

“ผมขออนุญาตไม่พูดถึงเหตุการณ์ร้ายๆในชีวิตที่ผ่านมาของผมนะครับ แต่สาเหตุที่ผมตัดสินใจให้คุณเมสินีเป็นผู้บริหารพราวด์ดิจิตัลต่อไป เพราะคุณเมสินีมีคุณสมบัติที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้ สวย เก่ง ฉลาด รอบคอบ มีวิสัยทัศน์ มีเมตตา และที่สำคัญคุณเมสินีเป็นคนดีอย่างที่ใครก็เทียบไม่ได้ ผมจึงเต็มใจที่จะมอบตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดให้คุณเมสินีดูแลต่อไป”

ทุกคนซึมกับเหตุการณ์ที่กลับตาลปัตรนี้ แล้วจู่ๆ ทีวีก็ดับลง ทุกคนหันมองเห็นน้ำมนต์เป็นคนกดรีโมตปิดทีวี

“จะไปฟังข่าวไร้สาระทำไม” น้ำมนต์พูดลอยๆ แล้วเดินออกไปซึมๆเซ็งๆ ทุกคนมองตามอย่างเข้าใจความรู้สึกนั้น

เอมี่ตามน้ำมนต์ที่ออกมานั่งข้างนอก ปลอบใจว่า “น้ำมนต์ มันก็ผ่านไปเป็นเดือนแล้ว ช่างมันเถอะ”

“ไม่ค่ะ หนูไม่มีวันยอม หนูแค่ยังไม่รู้ว่าจะช่วยพีระยังไง แต่เดี๋ยวมันจะต้องมีทางหรือถึงไม่มี หนูก็ไม่หยุด”

ทุกคนได้แต่มองอย่างเห็นใจและห่วงใย

หลังการแถลงข่าวแล้ว พอเข้าไปในห้องทำงาน พีระก็เปลี่ยนเป็นคนละคน เขาบอกเมสินีอย่างวางอำนาจเหนือกว่าว่า

“ผมให้คุณได้บริหารงานตามที่คุณต้องการแล้วนะ จ่ายเงินเดือนผมให้ตรงเวลาอย่าลืมส่วนแบ่งและปันผลด้วย” พูดแล้วคว้าแฟ้มจะออกไป เมสินีเห็นมีรูปน้ำมนต์อยู่ในแฟ้ม แต่พอถามว่าเอาไปทำไม พีระตอบอย่างไม่แยแสว่า

“เรื่องของผม” แต่เมสินียังตามไปถามอีกว่า เขาให้คนไปสืบเรื่องน้ำมนต์มาหรือ บอกแล้วไงว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กพวกนั้นอีก พีระบอกว่าเธอห้ามตนไม่ได้หรอก เพราะตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่รักษาตัวนี่คือสิ่งที่ตนอยากทำมากที่สุด เมสินีถามว่าจะไปเจอน้ำมนต์ทำไม พีระมองหน้าเครียด แต่ไม่ตอบ

ระหว่างนั่งอยู่ในรถ พีระคิดถึงวันเวลาที่เขารักษาตัวที่โรงพยาบาล เขาจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่เมสินี จำได้แต่เรื่องราวที่อยู่เมืองนอก แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นหายไปหมด เขาถามเมสินีว่าพ่อตายอย่างไร เมสินีบอกให้เขาสัญญาก่อนว่าจะไม่คิดแค้นอาฆาตคนที่ทำให้พ่อเขาตาย เขาถามว่ามีคนทำให้พ่อตายหรือ? ใคร!

ระหว่างนั่งในรถ พีระเอารูปน้ำมนต์ในแฟ้มออกมาดูด้วยสายตาเคียดแค้น

ก่อนหน้านี้น้ำมนต์กับเพื่อนๆไปเยี่ยมพีระที่โรงพยาบาล ถูกเขามองด้วยสายตาเคียดแค้นจนเธอรับไม่ได้ ติดใจสงสัยมาจนวันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา คุยกับเอมี่ว่า

“ถ้าเขาไม่มีความทรงจำเขาก็น่าจะแค่ไม่รู้จักไม่คุ้นหน้าหนู แต่นี่...เขามองหนูอย่างกับจะฆ่าให้ตาย ไปโกรธแค้นหนูมาจากไหนก็ไม่รู้”

เอมี่เองก็รู้สึกไม่ต่างกับน้ำมนต์

ขณะนั้นเอง รถพีระมาจอดที่หน้าบ้าน น้ำมนต์ไปเปิดประตู เธอตะลึงพรึงเพริดเมื่อเห็นพีระยืนอยู่ตรงหน้า!

ooooooo

พีระเดินเข้าไปในบริเวณบ้านมองไปรอบๆ น้ำมนต์เดินตามมา และข้างหลังน้ำมนต์ยังมีเอมี่ พิมพ์ดาว ข้าวต้ม และงอแง

“หยุด...เค้าว่าพวกเราปล่อยให้พี่น้ำมนต์อยู่กับพี่พีระตามลำพังดีกว่า เผื่อว่าพี่น้ำมนต์จะใช้ความรักทบทวนความหลังจะได้ไม่ต้องเกรงใจ” ข้าวต้มเสนอขึ้น งอแงเห็นด้วย ทั้งเอมี่และพิมพ์ดาวจึงเดินตามข้าวต้มถอยไป

พีระเดินแยกไปอีกด้าน เขาชะงักเมื่อเห็นดอกหญ้าที่สนามและริมรั้ว เขาจำดอกหญ้านั้นได้...มันเหมือนดอกหญ้าที่มีคนเอาไปฝากไว้ให้เขาขณะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เวลานั้น เขาถามพยาบาลว่าเห็นหน้าคนส่งหรือยัง เธอส่ายหน้า โดนดุว่า

“ก็บอกแล้วไงว่าดูหน้าคนส่งให้หน่อย แค่นี้ทำไมทำไม่ได้!”

พีระมองดอกหญ้าที่สนามและริมรั้วอย่างจำได้ น้ำมนต์ถามว่าเขาได้รับดอกไม้ที่ตนส่งให้แล้วใช่ไหม พีระหันขวับมองน้ำมนต์ด้วยแววตาแข็งกร้าว ยิ่งเมื่อน้ำมนต์เด็ดดอกหญ้ายื่นให้ถามพร้อมรอยยิ้มจริงใจว่า เห็นมันแล้วพอจะจำเรื่องราวเกี่ยวกับมันได้ไหม ก็ถูกพีระจ้องหน้าอย่างโกรธแค้นชิงชัง

พีระจำได้ว่า ก่อนออกจากโรงพยาบาล เขาถามเมสินีว่า มีคนทำให้พ่อตายงั้นหรือ ใคร?? เมสินีทำเป็นอึกอักแต่แล้วก็พรั่งพรูออกมาว่า

“ชื่อน้ำมนต์ เด็กผู้หญิงคนนึงพยายามจะจับพ่อเธอให้ได้ แต่พอทำไม่สำเร็จก็เลยจัดฉากทำให้พ่อเธอประสบอุบัติเหตุ ถึงจะไม่มีหลักฐานแต่ฉันมั่นใจว่า เป็นฝีมือเด็กคนนั้นแน่ๆ ฉันพยายามจะบอกความจริงกับพ่อเธอแล้ว แต่เขาหาว่าฉันหึงและอคติ เขาไม่เคยฟังฉันเลย พีระ เด็กคนนั้นไว้ใจไม่ได้ ไม่ว่ามันจะมาพูดอะไรกับเธอ เธอต้องไม่เชื่อมัน เข้าใจไหม”

คิดถึงที่เมสินีเล่าแล้ว พีระจ้องน้ำมนต์อย่างอาฆาตแค้น แม้น้ำมนต์จะยิ้มแย้มใจเย็นอ่อนหวานหว่านล้อม ก็ถูกเขาตะคอกใส่ว่า “เธอ...เธอเป็นคนทำให้พ่อฉันตาย...เธอฆ่าพ่อฉัน เธอวางแผนเอาไว้”

“ไม่ใช่ฉัน ฉันไม่รู้จัก ไม่เคยเจอพ่อนายเลย

คนที่ฆ่าพ่อนายตัวจริงคือเมสินี แม่เลี้ยงของนายคบชู้กับคนสนิทพ่อนาย เขาวางแผนจะครอบครองทรัพย์สินทุกอย่างของพ่อนาย” พีระพุ่งเข้ากระชากแขนน้ำมนต์ตะคอกว่าเธอฆ่าพ่อตน เธอต้องชดใช้ น้ำมนต์ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ เมสินีเป็นคนทำ

พีระตวาดว่าหยุดใส่ร้ายเสียที เมสินีเป็นคนดีแค่ไหนรู้หรือเปล่า น้ำมนต์ประชดว่าทำไมจะไม่รู้ เป็นคนดีโอเว่อร์ ดีผิดมนุษย์ น้ำมนต์จงใจตอกย้ำให้เข้าหูพีระว่า

“แต่ยิ่งเขาดีมาก ก็แสดงว่าเขามีความชั่วที่ต้องปกปิดมาก เมสินีโกหกนาย เขาพยายามกีดกันนายให้อยู่ห่างจากฉัน ยุแยงให้นายเกลียดฉัน เพราะเขารู้ว่าฉันจะทำทุกอย่างให้นายจำเรื่องที่ผ่านมาได้!!”

พีระไม่เชื่อ ปรามว่า “อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้เธอได้อยู่อย่างมีความสุข ระวังตัวไว้ให้ดี!” พูดแล้วหุนหันเดินออกไป แต่น้ำมนต์ไม่ยอมแพ้ ตามไปถึงหน้าบ้านท้าเขาว่า

“พีระ! ถ้านายไม่เชื่อที่ฉันพูด ให้ฉันพิสูจน์สิ ให้ฉันช่วยให้นายจำเรื่องราวที่ผ่านมาได้ เรื่องราวหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ที่นายลืมไปหมดแล้ว” พีระบอกให้ลองพูดซิ น้ำมนต์จึงเล่าย้อนหลังให้ฟังว่า “นายขับรถตกบึงน้ำ แล้ววิญญาณของนายก็หลุดจากร่าง นายเลยมาให้ฉันช่วยตามหาร่าง เพราะฉันคือคนเดียวที่มองเห็นนาย แต่วิญญาณที่หลุดหรือกลับเข้าร่างจะจดจำอะไรไม่ได้ นายถึงได้ลืมทุกอย่างอย่างตอนนี้ไง”

พีระฟังแล้วเห็นเป็นเรื่องตลก หาว่าน้ำมนต์เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ มุกหากินนี้ให้ไปหลอกเด็กอนุบาลเถอะ ดูถูกว่าหรืออยากได้เงิน? แล้วโยนเงินให้ก้อนหนึ่งแต่เอาไปเท่าไรให้จำไว้ด้วยเพราะเธอต้องใช้คืนเท่าตัว

เอมี่ทนไม่ได้สะอึกเข้าไปปรามว่าดูถูกกันมากเกินไปแล้ว พีระก็ควักเงินอีกก้อนโยนให้เอมี่ ถามว่ามากพอหรือยัง พอที่จะดูถูกพวกเธอได้หรือยัง เอมี่ทนไม่ไหวจะเข้าไปเอาเรื่อง ถูกน้ำมนต์รั้งไว้เตือนสติว่า

“พี่เอมี่...นี่ไม่ใช่เขาค่ะ”

ข้าวต้มก็วิ่งเข้าไปกอดพีระถามว่าทำไมกลายเป็นคนแบบนี้ ตอนเป็นผียังน่ารักอยู่เลย ถามว่าไม่รักน้ำมนต์แล้วหรือ พีระผลักข้าวต้มออกไป ถูกข้าวต้มกอดไว้แน่นไม่ยอมให้เขาไปไหน พร่ำบอกว่า “พี่ต้องกลับมาเป็นคนเดิม” แต่ก็ถูกพีระเหวี่ยงจนล้ม แล้วด่ากราด

“พวกเธอเป็นสิบแปดมงกุฎทั้งครอบครัวเลยหรือ นี่ตั้งแก๊งกันเลยใช่ไหม คอยดู ฉันจะเล่นงานแกทุกคนเลย”

น้ำมนต์โผกอดพีระบอกว่า “นายเป็นคนบอกให้ฉันช่วยเอง นายต้องให้ฉันช่วย” แต่พีระก็ผลักเธอออก ถามดุดันว่าอยากช่วยใช่ไหม! แล้วลากน้ำมนต์ไปขึ้นรถสั่งคนขับให้ออกรถทันที พวกเอมี่วิ่งตามมาแต่ไม่ทันได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วงเพราะงอแงบอกทุกคนว่าตนกำลังโทร.แจ้งตำรวจ รอลุ้นให้ตำรวจรับสายใจแทบขาด

พอดีอัฐชัยขับรถมาจอด ลงมาถามพิมพ์ดาวว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ

ooooooo

พีระพาน้ำมนต์ไปยังพวกเด็กแว้นที่จับกลุ่มกันอยู่ริมถนน เรียกเด็กแว้นเข้ามาถ่ายคลิป แล้วจับน้ำมนต์ดันไปชิดกำแพงจะจูบระลึกความหลัง

แม้น้ำมนต์จะเจ็บปวดอับอายแต่ความรักและเข้าใจพีระทำให้เธออดทนพยายามที่จะทำให้เขารู้สึกตัว พร่ำบอกว่าเขาไม่ใช่คนแบบนี้ เขาอยากอ่อนโยนแต่ไม่กล้าต่างหาก ขณะที่พีระสับสนกับความรู้สึกของตัวเองผละถอยออกมาจะกลับไปที่รถนั้น อัฐชัยก็วิ่งสวนเข้ามาพุ่งไปกระชากพีระต่อยเปรี้ยงเดียวพีระกระเด็นไป แต่พออัฐชัยตามไปจะซ้ำกลับถูกพีระต่อยจนตั้งตัวไม่ติด เลือดกบปาก

“พีระ...พอ...นายไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ พีระ...นายจะฆ่าคนอีกคนรึไง!!” น้ำมนต์วิ่งมาห้าม

คำว่า “ฆ่าคน” กระชากจิตสำนึกของพีระกลับมา เขาถึงกับผงะหมัดค้างพึมพำ “ฆ่าคน...ฉันเคยไปฆ่าใครหรือไง”แล้วภาพเหตุการณ์อันเจ็บปวดทั้งที่เขาขับรถเฉี่ยวรถแม่น้ำมนต์และภาพลุงสนที่ต้องตายเพราะช่วยเขาแว่บเข้ามาในความทรงจำ พีระมึนจนทิ้งหมัดลงข้างตัวผละไปจากอัฐชัย ไปยืนมองหมัดเปื้อนเลือดของตัวเองช็อกๆ ก่อนถอยไปขึ้นรถกลับไป

ooooooo

กลับไปถึงบ้านภาคภูมิใจบรรหาร เมสินีเห็นมือเปื้อนเลือดของพีระถามว่าไปทำอะไรมา เขาตอบ อย่างขุ่นมัวใจว่าอย่ามายุ่ง เมสินีดึงตัวพีระไว้บอกว่า ไม่ยุ่งไม่ได้ เพราะตนรับปากกับพ่อเขาไว้แล้วว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุด

เมสินีหว่านล้อมว่าตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมาตนก็ดูแลอย่างดีมาตลอด มีอะไรไว้ใจตนได้ แต่ถ้ามีอะไรแล้วไม่บอกกัน ต่อไปก็จะไม่ให้เขาออกไปไหนตามลำพังอีก

แล้วเมสินีก็ผงะช็อกเมื่ออยู่ๆพีระก็ถามว่า “คุณฆ่าพ่อหรือเปล่า?! น้ำมนต์บอกว่าคุณฆ่าพ่อผม ตกลงแล้วใครกันแน่” เมสินีกลายเป็นแค้นขึ้นมาทันที จิกตาคำราม “น้ำมนต์!!”

อัฐชัยถูกพีระทำร้ายจนบอบช้ำ กลับไปยังโดนพิมพ์ดาวสมน้ำหน้าที่ไม่ประมาณตน น้ำมนต์ขอโทษอัฐชัยแทนพีระ เธอยังแก้ต่างปกป้องพีระว่า ตัวตนจริงๆ ของเขาไม่ใช่คนแบบนี้ เอมี่ถามน้ำมนต์อย่างทำใจไม่ได้ว่า เธอจะต้องให้มีคนบาดเจ็บเป็นอันตรายอีกแค่ไหนถึงจะโกรธเขาได้ ย้ำเตือนว่า

“ถ้าช่วยเขาแต่ตัวเราต้องเจ็บ งั้นเราควรจะเจ็บถึงแค่ไหนถึงจะพอ บอกพี่ที...กี่เดือน กี่ปี หรือกี่สิบปี?” เห็นน้ำมนต์เครียดตอบไม่ออกและเดินแยกไป เอมี่ตามไปคุยอีก

“ที่พี่พูดไม่ใช่พี่ไม่อยากช่วยพีระนะ แต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา พี่เห็นเธอวนเวียนหายใจเข้าออกมีแต่พีระ พี่เป็นห่วงนะ”

“แล้วพี่จะให้หนูทิ้งพีระเหรอคะ พี่ไม่เห็นเหรอว่าพีระเข้าใจเราผิดเพราะเมสินีจงใจป้อนข้อมูลใส่ร้ายเรา พีระจะต้องอยู่กับผู้หญิงที่คิดร้ายกับเขาโดยไม่รู้ตัว พีระต้องการความช่วยเหลือนะคะ หนูต้องช่วยเขา” เอมี่ถามว่าจะช่วยถึงเมื่อไหร่ “ตลอดไปค่ะ ต่อให้พีระไม่มีวันกลับมาเป็นคนเดิม หนูก็จะไม่หยุดช่วยเขา”

เอมี่ถามว่าแล้วคนที่รักเธอล่ะ ทั้งข้าวต้ม พิมพ์ดาว อัฐชัย ลูกโป่งและตน ไม่ได้มีค่าอะไรกับเธอเลยหรือ น้ำมนต์บอกว่าทุกคนมีค่า แต่ตนก็ทิ้งพีระไม่ได้จริงๆ เอมี่ดึงน้ำมนต์เข้าไปกอดบอกว่าอยากเห็นเธอมีความสุข น้ำมนต์เองก็อยากมีความสุข ต่างกอดกันด้วยความเศร้าที่ยังหาความสุขกันไม่เจอ...

ooooooo

พีระอยู่ในความสับสน ไม่เข้าใจตัวเอง คิดถึงวันเวลาที่ได้อยู่กับน้ำมนต์ มีทั้งความสนุกสนาน ร่าเริง ประทับใจในความรักความห่วงใยกันและกัน

แต่ความสับสน ทำให้เขาถามตัวเองว่า “เราเคยรู้จักผู้หญิงคนนั้นด้วยเหรอ นึกไม่ออก”

ส่วนน้ำมนต์ก็คิดเครียด เตะกระสอบทรายระบายความอัดอั้น จนข้าวต้มอุ้มหมอนข้างเดินง่วงๆมาเรียกและเข้ามากอดพี่สาวอย่างให้กำลังใจ น้ำมนต์กอดน้องไว้รับรู้ถึงความรักความห่วงใยของน้อง

พีระคิดหนักจนนอนฝันไปว่าน้ำมนต์ทัดดอกหญ้ามาหาถึงบ้าน ถามว่าทำไมจำตนไม่ได้ ลืมตนไปแล้วหรือ ในฝันพีระก็ยังบอกว่าตนไม่รู้จักเธอ...ไม่รู้จัก พอตื่นขึ้นมารู้ว่าแค่ฝันไปก็ด่า “ยัยบ้าเอ๊ย”

แต่พอพลิกมาอีกข้างก็สะดุ้งโหยงเมื่อเห็นแมนสรวงมานอนเท้าคางอยู่ข้างๆ พีระเด้งออกถามว่านายเป็นใคร? เข้ามาได้ยังไง?

พีระขู่ว่าถ้าไม่ออกจากห้องตนเจอดีแน่ แต่แมนสรวงก็ยังทู่ซี้บอกว่า ตนยอมเลื่อนเวลาเกิดใหม่ออกไปเป็นเดือนแล้วเพราะยังรักและห่วงใยเขา บอกว่าอยากช่วยเขาแต่มันผิดกฎ ตอนนี้ทำได้แค่จะบอกว่า

“น้ำมนต์เป็นคนดี ชีวิตตัวเองจะดีขึ้นได้ก็เพราะน้ำมนต์ เชื่อเค้านะเค้าไม่หลอกหรอก”

พีระสะดุ้งอีกครั้งจึงรู้ว่าฝันอีกแล้ว แต่ยังจำประโยคสุดท้ายที่แมนสรวงบอกได้ พึมพำครุ่นคิด...“ชีวิตฉันจะดีขึ้นเพราะน้ำมนต์เหรอ” ส่วนแมนสรวงที่มาเข้าฝันมองพีระรำพึงอย่างเหนื่อยใจ...

“ฉันช่วยนายได้เท่านี้แหละ ที่เหลือก็แล้วแต่บุญแต่กรรมของนายแล้วนะ พีระ”

ooooooo

ความเด็ดเดี่ยวที่จะช่วยพีระให้หลุดพ้นจากการครอบงำของเมสินี ทำให้พวกน้ำมนต์เข้าใจ เห็นใจ และในที่สุดทุกคนก็พร้อมใจกันที่จะช่วยพีระฟื้นความทรงจำขึ้นอีกครั้ง

จากการพยายามช่วยพีระของน้ำมนต์และแมนสรวงทั้งการกระทำที่เป็นจริงและแม้กระทั่งการเข้าฝัน ทำให้พีระเริ่มได้คิด เขาเริ่มเห็นถึงการตีสองหน้าและมารยาร้ายกาจของเมสินี เมื่อเมสินีมาปรึกษาเรื่องการตั้งมูลนิธิภูมิใจทำดีกับพราวด์ดิจิตัล เขาตอบไปอย่างไม่แยแสว่า “จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

กระนั้นเมสินีก็ยังพยายามเป่าหูใส่ร้ายน้ำมนต์ว่าร้ายกาจอย่างนั้นอย่างนี้ ย้ำว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่คนดีอย่าได้เชื่อเด็ดขาด

“ผมไม่สนหรอกว่าใครดีใครไม่ดี ผมสนแค่จ่ายเงินเดือนผมให้ครบ อย่าให้ชีวิตผมต้องสะดุดก็พอ อ้อ...แต่หวังว่าถ้าวันนึงความทรงจำผมกลับมาแล้ว น้าจะไม่ใช่คนที่หลอกผมแล้วกัน”

เมื่อใช้มารยาและไม้อ่อนไม่สำเร็จ เมสินีฮึดฮัด จิกตาพึมพำอย่างอาฆาตแค้น...

“แกไม่ได้อยู่จนความทรงจำกลับมาหรอก นายพีท!”

พีระขับรถออกจากบ้านก็เจอกับแผนการของพวกน้ำมนต์เข้าที่กลางถนน เมื่อพิมพ์ดาวกับอัฐชัยแต่งตัวเป็นฮิปฮอปมาขอความรักกันกลางถนนจนเขาต้องจอดรถบีบแตรไล่ เมื่อยังไม่สำเร็จก็ลงไปด่าและไล่

แต่พอกลับมาขึ้นรถอีกทีก็เจอน้ำมนต์เข้ามานั่งในรถแล้ว พีระมองอึ้ง น้ำมนต์คาดเข็มขัดนิรภัยพลางบอกว่า

“ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย” เธอใจเย็น เด็ดเดี่ยวแน่วแน่เสียจนพีระพูดไม่ออก

เวลาเดียวกัน อาจารย์เทพก็มาขอเบิกเงินส่วนหนึ่งจากเมสินีเพื่อจะหนีผีเมืองไทยไปอยู่เกาหลีและจะพาเกี๊ยงไปด้วย

เมสินีถามว่าทำงานให้ตนไม่สำเร็จยังจะกล้ามาขอเบิกเงินอีกหรือ อาจารย์เทพบอกขอเบิกเพียงส่วนเดียวเท่านั้น

“ทำงานให้ฉันอย่างนึงก่อน ถ้าทำได้ ฉันจะให้สามล้าน” อาจารย์เทพถามว่างานอะไร “ส่งนายพีทไปที่ชอบที่ชอบอย่างไร้ร่องรอย จะใช้ผีใช้อาคมก็ช่าง แต่อย่าให้ฉันมีปัญหา”

อาจารย์เทพกับเกี๊ยงตาวาวเมื่อนึกถึงเงินก้อนโต แต่พอเกี๊ยงถามว่าจะทำอย่างไรในเมื่ออาจารย์เทพเองก็ถูกคามินดูดอาคมไปหมดแล้ว คัมภีร์ของขลังก็อยู่ที่สำนักที่ถูกคามินยึดไปแล้ว อาจารย์เทพบอกว่าก็ยังมีเกี๊ยงอยู่ เกี๊ยงบอกว่าพออาจารย์เสื่อมอาคมวิชาที่ถ่ายทอดให้ตนก็เสื่อมหมด ตอนนี้ตนเป็นแค่ผีธรรมดาๆเท่านั้น

“ฮึ่ยยย...อย่างน้อยเอ็งก็เป็นผีทำอะไรที่คนทั่วไปมองไม่เห็นได้ ส่วนฉันมีสมอง ถ้าเราร่วมมือกันต้องสำเร็จ” เกี๊ยงบอกว่ายอมรับว่าตนเป็นผี แต่สงสัยในสมองของอาจารย์ พูดแล้วเด้งออกไปก่อนโดนลูกแปอาจารย์เทพ

คามินยังเที่ยวไล่จับผีในป่าดูดพลังอำนาจอย่างไม่จบสิ้น แม้จะมีพลังอำนาจมากขึ้นแต่คามินก็แค้นใจที่ใบหน้าซีกหนึ่งเหวอะหวะเพราะถูกพีระยัดตะกรุดใส่ปากตอนนั้น เห็นใบหน้าตัวเองทีไร คามินก็คำรามแค้น...

“ไอ้พีระ!!!”

ooooooo

น้ำมนต์ตื๊ออยู่ในรถของพีระจนเขาถามว่าเมื่อไหร่จะลงจากรถตนไปเสียที น้ำมนต์ก็ยังพร่ำบอกพีระเรื่องความเลวร้ายของเมสินี ถามว่าถ้าตนฆ่าพ่อเขาจริงจะมาเซ้าซี้หาเรื่องให้ตัวเองติดคุกทำไม

พีระลงจากรถอ้อมมาเปิดประตูลากน้ำมนต์ลง บอกว่าตนจะเป็นอะไรก็ชีวิตตน ไม่ต้องมายุ่ง ระหว่างลากน้ำมนต์ออกจากรถนั้น กระเป๋าเธอร่วงลงไป ของในกระเป๋าไหลออกมามีขวดแก้วที่ใส่ดอกหญ้าและรูปภาพของแมนสรวงที่แต่งชุดทหารกับเอมี่ที่แต่งชุดพยาบาลด้วย

พอพีระเห็นรูปแมนสรวงก็จำได้ ถามน้ำมนต์ว่ารู้จักไอ้โรคจิตที่ตนเห็นในฝันนี่ด้วยหรือ

“นายฝันเห็นยมทูตแมนสรวงเหรอ นี่เขายังไม่ไปเกิดเหรอ นายเชื่อแล้วใช่ไหมว่าฉันพูดจริง ฉันเคยช่วยเหลือนายตอนที่นายเป็นวิญญาณจริงๆ”

พีระหาว่าน้ำมนต์เล่นกลอะไรอีก ทิ้งรูปแล้วขึ้นรถ น้ำมนต์จะตามขึ้นรถแต่พีระล็อกประตูเสียก่อน น้ำมนต์ตะโกนบอกว่า เขาจะอยู่อย่างไม่มีความทรงจำไม่ได้ ให้ตนช่วยเถอะ พีระไม่สนใจไล่ให้หลบไป น้ำมนต์เลยวิ่งไปขวางหน้ารถ วัดใจกันแบบตายเป็นตาย ไม่ยอมให้เขาไปไหน

พีระขับรถพุ่งไปอย่างเร็วจนเกือบชนน้ำมนต์ เขาจึงเบรกอย่างแรงจนตัวโยน มองไปหน้ารถเห็นน้ำมนต์ร่วงลงไปกองกับพื้น พีระช็อกไปครู่หนึ่ง พอได้สติก็วิ่งลงไปดู

“ฉันคิดแล้วว่านายต้องเบรก...เห็นไหม นายไม่ใช่คนที่จะทำร้ายฉันได้ นายไม่ใช่คนก้าวร้าวอย่างที่นายแสดงออก นายเป็นคนดี เป็นคุณผีที่...น่ารัก...” พูดจบน้ำมนต์ก็หมดสติไป

พีระตกใจรีบอุ้มน้ำมนต์ไปที่รถ เขาขับรถไปจอดที่ริมน้ำ น้ำมนต์ที่หมดสติอยู่ค่อยๆรู้สึกตัว มองในรถไม่เห็นพีระจึงเปิดประตูรถลงไป มองหาจึงเห็นเขาไปนั่งเศร้าอยู่อีกด้านหนึ่ง

“นายช่วยฉัน” น้ำมนต์เอ่ย พีระด่าว่าเธอมันบ้า ยอมให้ตนขับรถชนเนี่ยนะ “เพราะฉันรู้ว่านายจะไม่ทำไง”

“เธอเป็นใคร ทำไมเธอถึงพูดเหมือนกับรู้เรื่องของฉันทุกซอกทุกมุม แต่ฉันกลับไม่รู้จักเธอเลย”

น้ำมนต์บอกว่าตนเล่าให้เขาฟังแล้ว แต่เขาไม่เชื่อ พีระมองหน้าเธออย่างชั่งใจ บอกว่า

“เอาสิ...เล่ามาให้หมด ฉันจะฟัง”

น้ำมนต์ดีใจมากที่พีระยอมรับฟังแล้ว เธอเดินไปนั่งข้างๆเขาอย่างร่าเริงแจ่มใส จนพีระมองอย่างรู้สึกดี

ooooooo

พิมพ์ดาวกระวนกระวายใจห่วงใยน้ำมนต์ชวนตามไปดูดีไหมว่าน้ำมนต์ไม่เป็นอะไรจริงๆ เอมี่บอกว่าตามไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ช่วยกันภาวนาให้ความดีของน้ำมนต์ทำให้พีระหายบ้าได้ก็แล้วกัน

“น้ำมนต์ก็ไม่รู้จะทนไปถึงเมื่อไหร่” พิมพ์ดาวปรารภ เอมี่แซวว่าคนมีความรักก็ทั้งอึดทั้งทนทั้งนั้นแหละทำอย่างกับไม่เคย “พี่เอมี่...ใช่...ถึงหนูจะเคย แต่หนูก็จบแล้วและจะไม่มีวันกลับไปเจ็บอย่างนั้นอีก ตอนนี้เรา...”

“เป็นแค่เพื่อนกัน” อัฐชัยดักคอ แล้วประชดว่าเพื่อนสำคัญที่สุดเพราะพิมพ์ดาวย้ำตลอดมา ถามว่าไม่เบื่อบ้างรึไง

อัฐชัยพยายามง้อพิมพ์ดาว กระทั่งขอโทษทุกอย่างที่เคยทำกับเธอและขอให้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม พิมพ์ดาวเดินหนี อัฐชัยตามไปคว้าไว้ เธอสะบัดออก ระเบิดอารมณ์อย่างอัดอั้น

“ไม่ๆๆ เป็นอย่างนี้ไม่ได้ นายไม่เคยรักฉัน นายดูถูกศักดิ์ศรีเหยียบย่ำความเป็นผู้หญิงของฉัน นายทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเชื้อโรคไร้ค่า แล้วนายจะมา...มาทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้”

อัฐชัยดึงพิมพ์ดาวไปกอด ยอมรับว่าตอนนั้นตนรักน้ำมนต์ รักจนเหมือนคนตาบอดมองไม่เห็นความหวังดีของเธอเลย อ้อนว่า “แต่ตอนนี้ฉันเห็นแล้วนะดาว แกคือคนเดียวที่อยู่ข้างๆฉันมาตลอด แกดูแลฉัน ทำทุกอย่างให้ฉันมีความสุข แม้ตัวแกเองจะต้องเจ็บปวดก็ตาม ฉันเห็นความรักของแกแล้ว และ...ฉันหวังว่ามันจะไม่สายไปใช่ไหม...”

“ฉันไม่เหลือความรักให้แกแล้ว” พิมพ์ดาวดึงตัวออกเดินหนีไป อัฐชัยมองอึ้ง ช็อกอยู่ตรงนั้น

อัฐชัยไปให้เอมี่ช่วย เอมี่ปฏิเสธเพราะตอนที่พิมพ์ดาวดีด้วยเขาก็ไล่เธอยิ่งกว่าหมูกว่าหมา อัฐชัยอ้อนให้ช่วยหน่อยอย่างน้อยก็ในฐานะคนที่แก่กว่า

“เดี๋ยวตีตายเลย เด็กปากเสีย ไปเสพติดคำพูดไอ้เด็กหัวเกาลัดมารึไง” เอมี่หยุดทันทีที่รู้ว่าตัวเองหลุดปากออกไป ถูกอัฐชัยจับได้ทักว่าไม่ได้ยินเธอพูดถึงแฟนเด็กมาเป็นเดือนแล้ว “ไม่จริง ฉันลืมเด็กเปรตไปแล้ว ฉันไม่ได้คิดถึง” พูดแล้วหันหนีเหมือนไม่ยอมรับความจริง พลันก็ชะงักยืนอึ้ง พึมพำ “ทำไมฉันรู้สึกเหมือน...”

“เหมือนผมยืนอยู่ตรงหน้า...ใช่ไหมครับ” แมนสรวงทำเสียงหล่อ ทำเอาเอมี่เหวอที่เจอ “เด็กเปรต” โดยไม่รู้ตัว

ooooooo

พีระฟังน้ำมนต์เล่าเรื่องราวของเขาระหว่างที่เป็นวิญญาณให้ฟังแล้วเศร้า แต่สงสัยว่าแล้วเธอมาช่วยตนทำไม? เราเป็นอะไรกัน?

“เพราะนายเป็นความทรงจำที่ดีของฉัน และฉันอยากให้นายอยู่กับฉันต่อไป เราเป็นแฟนกัน นายรักฉันมากถึงขนาดยอมจะไม่กลับร่าง เพราะนายทนไม่ได้ที่

จะต้องเป็นคนทำร้ายจิตใจฉัน” พีระถามว่าขนาดนั้นเลยหรือ “ใช่...ตอนเป็นผีนายโคตรดี เป็นผีที่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีสูงมาก นายไม่ยอมให้อภัยในสิ่งที่ตัวเองเคยทำเอาไว้”

พีระถามว่าเรื่องอะไร น้ำมนต์ไม่อยากบอกแต่ถูกรบเร้าจนในที่สุดต้องบอกว่าเขาเคยทำให้คนตาย และคนที่ตายคือแม่ของตน พีระช็อกถามว่า “คุณไม่ได้ฆ่าพ่อผม แต่ผมต่างหากที่ทำให้แม่คุณตาย”

“ใช่ เมสินีจงใจให้คุณเข้าใจผิด แต่ทุกอย่างมันจบไปแล้ว และฉันก็ไม่ได้ต้องการให้นายรับผิดชอบด้วย”

พีระช็อก สับสน ลุกขึ้นเดินไป หันสั่งน้ำมนต์ไม่ต้องตามตนมา แล้วขึ้นรถไป น้ำมนต์ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นเกี๊ยงนั่งอยู่ในรถจ้องพีระด้วยแววตาพร้อมฆ่า! แต่น้ำมนต์ก็ห้ามเขาไม่ทันแล้ว

พีระขับรถไปอย่างสับสนว้าวุ่นใจ มองกระจกหลังเห็นเกี๊ยงนั่งจ้องอยู่ก็ผงะ แต่มองอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว

เกี๊ยงพยายามจับพวงมาลัยบิดจะให้รถเกิดอุบัติเหตุ แต่พีระประคองรถไว้ได้ จอดลงไปดูว่ารถเป็นอะไร เกี๊ยงไปยกหินก้อนเท่าลูกบอลหมายทุ่มหัวพีระ แต่พอยกหินขึ้นก็ชะงักค้างเพราะเห็นคามินยืนจ้องอยู่ เกี๊ยงมือเท้าอ่อนหินหลุดมือตกใส่เท้าตัวเองจนร้องจ๊าก

คามินไม่ได้สนใจเกี๊ยงแต่พุ่งเข้าบีบคอพีระคำราม “ไอ้พีระ...ร่างนี้ควรจะเป็นของฉัน ในเมื่อฉันไม่ได้ แกก็ต้องตาย” พีระดิ้นกระแด่วอยู่ในมือคามิน มันจับหน้าพีระกดนาบเครื่องยนต์แก้แค้นที่พีระทำให้หน้ามันเหวอะหวะ

น้ำมนต์วิ่งเหงื่อท่วมมาถึงพอดี เธอกระแทกเกี๊ยงกระเด็นไปแล้วเข้าไปกอดพีระไว้ คามินผวาออกร้องจ๊ากเพราะน้ำมนต์มีตะกรุดที่หลวงพ่อเทียนให้แขวนคออยู่ เธอบอกพีระให้อยู่เฉยๆ และตัวเธอก็กอดเขาไว้อย่างนั้น คามินไม่กล้าเข้ามาได้แต่ยืนมองด้วยความแค้น

กอดพีระอยู่นาน พอมองไปรอบๆอีกที ทั้งเกี๊ยงทั้งคามินก็หายไปแล้ว พีระจะผละออก น้ำมนต์บอกว่าอย่าเพิ่ง พวกมันอาจซุ่มรอจังหวะอยู่ก็ได้ พีระถามว่าตนเห็นเงาๆ มันเป็นผู้ชายใช่ไหม

“ใช่ นั่นแหละผีคามิน ศัตรูผีหมายเลขหนึ่งของนายเลย มันคงแค้นที่ไม่ได้วิญญาณนายแน่” น้ำมนต์ถอดตะกรุดให้พีระ “อ้ะ...นายเอาไปสวมไว้ นายจะได้ปลอดภัยจากคามิน” พีระให้เธอเอาไว้ป้องกันตัว น้ำมนต์บอกว่าตนไม่ใช่เป้าหมายของมัน พีระขอให้เธอเอาไว้ป้องกันตัว น้ำมนต์บอกว่า “ตะกรุดนี้หลวงพ่อเทียนให้ฉันมาเพื่อเอาไว้ปกป้องนาย รับไว้เถอะนะ”

พีระซึ้งใจความเสียสละของน้ำมนต์ เขาพยายามคิดทบทวนความจำแต่คิดอย่างไรก็จำอะไรไม่ได้เลย...

ooooooo

เอมี่แชตติดต่อกับแมนสรวงแต่ถามอะไรเขาก็ไม่ตอบ จนเธอขู่ว่าถ้าไม่ตอบจะร้องไห้ พอน้ำตาหยดแรกไหลออกมาแมนสรวงก็มาเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“นายอยู่ตรงนี้” เอมี่รู้สึกได้ และก็ได้รับคำตอบว่า “เยส ผมอยู่กับเจ๊ตลอดแหละครับ”

พลันทุกอย่างก็หมุนคว้าง พอหยุดนิ่ง เอมี่ในชุดพยาบาลก็ได้พบกับแมนสรวงในชุดพลทหาร ต่างพบกันอย่างชื่นมื่นด้วยเชื่อว่าทุกอย่างถูกจัดสรรมาแล้ว แมนสรวงบอกว่าอีกไม่นานตนก็จะไปเกิดใหม่แล้ว เอมี่ถามว่าไม่ไปไม่ได้หรือ เอมี่ขอว่า ก่อนไปบอกตนก่อนอย่าหายไปเงียบๆ

“ครับผม” สิ้นเสียงแมนสรวง เสียงแมวดำก็ร้องเมี้ยววววว...ตามด้วยเสียงคำรามน่ากลัว

“ยมทูตแมนสรวง!!” เสียงยมใหญ่เรียก แล้วกระชากแมนสรวงหายวับไปทันที ยมใหญ่สั่งแมนสรวงจะต้องไปเกิดใหม่เดี๋ยวนี้ เขาอ้อนวอนขอเวลายมใหญ่จากสัปดาห์ ลดลงมาเรื่อยจนเหลือวันเดียวเพื่อจะได้ลาคนรักที่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรจึงจะได้พบกันอีก แมนสรวงอ้อนวอนยมใหญ่ตาแดงก่ำ

พีระเดินมาส่งน้ำมนต์ที่หน้าบ้าน เขาก็ยังคงเป็นพีระที่พูดจาห่ามห้าวก้าวร้าว พอน้ำมนต์ทักท้วงก็บอกว่าตนก็เป็นอย่างนี้แหละฟังได้ก็ฟังฟังไม่ได้ก็ไม่ต้องฟัง ครั้นน้ำมนต์ถามว่าเขายังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้ตนทบทวนเรื่องราวให้ฟังได้ไหม เขาบอกว่าขอคิดดูก่อน น้ำมนต์ย้ำว่าพูดว่าจะไปคิดก็ต้องคิด ไม่ใช่พูดส่งเดช พอพีระจะพูดเธอเบรกให้ยั้งปากก่อน ครู่หนึ่งจึงบอกให้พูดได้ ปรากฏว่าพีระเห็นสีหน้าสดใสของน้ำมนต์จะด่าก็ด่าไม่ออกเลยบอกว่า ไม่พูดแล้ว แล้วเดินหนีเหมือนจะหนีความรู้สึกของตัวเอง น้ำมนต์ตะโกนตามหลังเสียงใสว่า

“กลับบ้านดีๆ นะพ่อรูปหล่อ” พลางโบกมือหย็อยๆ พีระทำหน้าไม่ถูกแต่แอบรู้สึกดีๆ จนต้องตัดใจเดินหนีไป

ooooooo

อาจารย์เทพพาเกี๊ยงไปรายงานเมสินีที่บ้านภาคภูมิใจบรรหารว่า น้ำมนต์มีตะกรุดคุ้มครองพีระไว้เกี๊ยงเลยฆ่าพีระไม่ได้ แถมยังถูกเล่นงานกลับมาอีก น่าสงสาร...

เมสินีถามว่าแล้วไม่มีผีอื่นที่ร้ายกว่าหรือมีอาคมอื่นแล้วหรือ อาจารย์เทพโกหกว่ามี แต่ตะกรุดอันนั้นมันร้ายกาจมากผีหรืออาคมอะไรก็เอาชนะไม่ได้ พอดีพีระกลับมาอาจารย์เทพเลยชี้ให้ดูตะกรุดที่คอพีระ ถามเขาว่าได้ตะกรุดนี้มาจากไหนหรือ พีระหางตาใส่อาจารย์เทพอย่างไม่ไว้ใจไม่อยากสมาคมด้วยแล้วเดินไปเลย

เมสินีตามไปหว่านล้อมพีระว่าไม่ควรสวมตะกรุดนี้เพราะปลุกเสกมาอย่างไม่ถูกต้องจะนำความอัปมงคลมาให้แก่ชีวิตและธุรกิจ ถอดมาให้ตนเสีย พีระไม่ถอดบอกว่าวันนี้ตนเพิ่งเห็นกับตามาว่าตะกรุดนี้ปกป้องตนจากผีร้ายไว้ได้

“น้าหวังดีนะ เธอกำลังจะตกหลุมพรางของน้ำมนต์ มันจงใจทำให้เธอตายใจแล้วเชือดเธอนิ่มๆ”

“รู้ว่าเป็นของน้ำมนต์ด้วย” พีระถามประชดแล้วเดินเข้าห้องไปเลย เมสินีแค้นใจ กลับมาบอกอาจารย์เทพว่าพีระ ไม่ยอมถอดตะกรุด เมื่อเอาชนะด้วยไสยศาสตร์ไม่ได้ก็จะใช้วิทยาศาสตร์ ถามอาจารย์เทพว่ายังอยากได้เงินสามล้านไหม อาจารย์เทพไม่มีทางเลือก

คืนนี้พีระครุ่นคิดสงสัยว่า ทำไมน้ำมนต์จึงห่วงตนมากขนาดนี้ มากกว่าคนที่พูดว่าหวังดีกับตนอย่างเมสินีเสียอีก

ooooooo

รุ่งขึ้นพีระไปหาน้ำมนต์แต่เช้าให้เล่าเรื่องของตนให้ฟังอีก น้ำมนต์เล่าตั้งแต่พบเขาที่สุสานรถ วิญญาณเขาติดมากับรถที่เขาขับตกน้ำ...

น้ำมนต์เล่ามาตามลำดับจนถึงเรื่องตุ๊กตากรองแก้วแต่พีระไม่สนใจนักกลับเล่นเสียมากกว่า น้ำมนต์เอารูป

ที่เธอวาดตัวเขาให้ดูถามว่าจำได้ไหม เขากลับถามว่าลายเส้นใช่ไหม พอให้เขาลองทำอาหารก็ทำไม่เป็น ทำข้าวต้มก็ไหม้จนกินไม่ได้ ไม่ว่าน้ำมนต์จะเล่าจะให้ทำอะไรพีระก็จำตัวเองไม่ได้จนเริ่มท้อ

“อย่าเพิ่งท้อ มันก็แค่ยังจำไม่ได้ มันจะต้องมีจุดเชื่อมอะไรสักอย่างที่เชื่อมจิตวิญญาณนายกับความทรงจำเอาไว้ เมื่อไหร่เจอมันนายก็ต้องจำได้”

เมื่อยังจำอะไรไม่ได้พีระจึงขอกลับ แต่พอเดินผ่านรูปแม่ของน้ำมนต์เขาชะงักถามว่านั่นแม่เธอหรือ พลันภาพที่เขาขับรถเฉี่ยวรถแม่น้ำมนต์ก็แว่บขึ้นมา พีระมองรูปแม่น้ำมนต์อีกครั้งด้วยสายตาที่รู้สึกผิด จ้องรูปแม่น้ำมนต์ไม่วางตา

“ผมจำเหตุการณ์วันนั้นได้...ผมขับรถ...หนี...หนี...มีคนไล่เอาชีวิตผม...ใช่...ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด”

น้ำมนต์บอกว่าตนรู้และคดีนี้ก็ปิดไปแล้วด้วย พีระถามว่าตนไม่ได้รับผิดในคดีนี้ใช่ไหม

“นายประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก็ถือว่านายได้ชดใช้ความผิดแล้ว พอเถอะ ฉันไม่อยากให้นายไปรื้อฟื้นเรื่องในอดีตขึ้นมาอีก สนใจแค่ปัจจุบันก็พอ” น้ำมนต์ยิ้มให้กำลังใจ ในขณะที่พีระก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี

เมื่อพีระกลับถึงบ้าน อาจารย์เทพเอาผ้ายาสลบอัดเข้าที่จมูกจนเขาหมดสติ เมสินีชมว่าดีมาก จัดการตามแผนเลย

ooooooo

ขณะที่แมนสรวงมาลาเอมี่บอกว่าสิ้นวันนี้ตนจะต้องไปเกิดใหม่แล้ว แต่ไม่ทันได้ลากันก็มีใบไม้ร่วงลงมาตรงหน้า แมนสรวงรู้ทันทีว่าต้องมีคนตาย ตัดใจบอกเอมี่ว่าขอตัวแป๊บเดียวเดี๋ยวกลับมา แล้วมุ่งไปที่บึงน้ำ

“ต้องเป็นอุบัติเหตุอีกแน่ ใครอีกล่ะ พวกเมาแล้วขับหรือพวกซิ่ง คนพวกนี้ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ รู้ไหมว่าขัดขวางความสุขที่ฉันเหลือน้อยนิด” แล้วตะโกนอย่างขุ่นมัวใจ “เอ้า...รีบๆมาตายสิวะ”

ครู่เดียวรถของพีระก็แล่นมาจอดในจุดที่ลาดชันพอที่รถจะไหลลงบึงได้ แมนสรวงเห็นอาจารย์เทพนั่งในรถและเห็นพีระหมดสติอยู่ในรถ! ครู่เดียวรถเมสินีก็ตามเข้ามาจอด เมสินีลงจากรถเอาเหล้ากรอกปากพีระให้เหมือนเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ ส่วนอาจารย์เทพก็ถอดตะกรุดจากคอพีระบอกว่าขอไว้ป้องกันตัวเองจากผีคามินที่ตามล่าชีวิตตน เมสินีแย่งตะกรุดไป พออาจารย์เทพโวยก็ถามว่าจะเอาหรือเปล่าเงินสามล้านน่ะ ถ้าเอาก็รีบจัดการแล้วไปจากที่นี่เสียโดยเร็ว

พออาจารย์เทพกลับไปจะจัดการพีระที่รถก็ผงะเมื่อเห็นผีคามินมายืนถมึงทึงอยู่ตรงหน้าอย่างพร้อมจัดการตน

แมนสรวงกลับไปบอกน้ำมนต์และเพื่อนๆ ให้รีบมาช่วยพีระ บอกเอมี่ว่าเรื่องของเราเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องรีบไปช่วยพีระเพราะเมสินีกำลังจะฆ่าเขา

ระหว่างขับรถไปนั้นวิทยุในรถก็เปิดเองแล้วมีเสียงแมวร้อง เมี้ยวววว...! พริบตาเดียวแมนสรวงก็ถูกดึงหายไป แมวดำหรือยมใหญ่ห้ามแมนสรวงขัดขวางชะตากรรมของพีระ ย้ำว่าพีระต้องตายวันนี้ แมนสรวงอ้อนวอนขอโอกาสพีระสักครั้ง

“โอกาสคือปัจจุบันทุกคนมีอยู่เท่าเทียมกัน ถ้าไม่รู้จักและรักษาก็ไม่มีใครช่วยได้” ปรามแมนสรวงว่า “ถ้านายฝ่าฝืนนายจะไม่ได้ไปเกิดใหม่อีก”

อาจารย์เทพถูกเมสินีแย่งตะกรุดไป ตัวอาจารย์เทพกับเกี๊ยงถูกคามินจับไว้ เกี๊ยงถูกดูดวิญญาณก่อน แต่พอจะดูดอาจารย์เทพรถตู้คืนผจญผีก็เข้ามาพอดี เมสินีจะหนีแต่เปลี่ยนใจวิ่งไปที่รถของพีระไปเปลี่ยนเป็นเกียร์ว่างจนรถไหลแล้วเมสินีก็กระโดดออกมา เจอน้ำมนต์ก็คว้ามือไว้ไม่ให้ไปช่วยพีระ ถูกน้ำมนต์เตะล้มก็ชักปืนออกมาแต่ถูกน้ำมนต์บิดมือจนปืนร่วง

น้ำมนต์วิ่งไปที่รถพีระ อัฐชัยมาช่วยดึงรถที่กำลังไหลไว้ น้ำมนต์เรียกพีระอย่างไรก็ไม่รู้สึกตัว คามินทิ้งอาจารย์เทพพุ่งไปจับน้ำมนต์กับพีระลากมาตรึงไว้กับรถจนทั้งสองหายใจไม่ออก แมนสรวงมาตวาดคามิน ว่าไม่มีสิทธิ์ฆ่าใคร คามินกำลังบ้าคลั่งไม่ฟังเลยถูกแมนสรวงล็อกไว้ให้ยมใหญ่ส่งลงนรกขุมต่ำสุดอยู่ไปชั่วกัปชั่วกัลป์เลยเมสินีถูกเอมี่จับล็อกไว้ อัฐชัยมาช่วยจับอีกคนบอกว่า “ติดคุกหัวโตแน่เมสินี”

พอพีระรู้สึกตัวก็ถูกอาจารย์เทพที่ไปหยิบปืนของเมสินียิงเข้าที่ช่วงไหล่แล้วจะเข้าซ้ำ ทั้งสองต่อสู้กันจนตกน้ำจมหายไปด้วยกัน น้ำมนต์จะโดดไปช่วย เอมี่ห้ามไว้แล้วขอร้องแมนสรวงให้ช่วยพีระ แมนสรวงบอกว่าไม่ทันแล้ว พลางชี้ไปบอกว่าพีระอยู่นั่น พอทุกคนหันมองก็เห็นพีระยืนอยู่ด้วยสีหน้าว่างเปล่า

พวกน้ำมนต์พาพีระไปส่งโรงพยาบาล เวลาเดียวกันแมนสรวงก็เฝ้าอ้อนวอนยมใหญ่ให้โอกาสแก่พีระอีกสักครั้ง

หมอออกมาแสดงความเสียใจที่ช่วยพีระไว้ไม่ได้ น้ำมนต์ร้องไห้แทบขาดใจพร่ำวอนขอให้เขากลับมา มาเป็นความทรงจำดีๆของตน เธอเฝ้าพร่ำวอนอยู่อย่างนั้น จนได้ยินเสียงพีระเรียก “น้ำมนต์...” เธอเปิดผ้าคลุมหน้าพีระขอให้เรียกตนอีกครั้ง...เรียกอีกครั้ง... แล้วก็ได้ยินเสียงพีระเรียก “น้ำมนต์” จริงๆ ถามว่าเธออยู่ไหน น้ำมนต์รีบบอก “ฉันอยู่นี่...” แล้วโผกอดพีระไว้ พีระกอดตอบบอกว่า “ผมจะไม่ไปไหนแล้ว ผมจะดูแลคุณ” ทั้งสองกอดกันด้วยความซาบซึ้งใจ

วันต่อมาทุกคนเตรียมงานต้อนรับพีระที่บ้านน้ำมนต์กันอย่างตื่นเต้นยินดี งานนี้อัฐชัยกับพิมพ์ดาวที่แง่งอนกันมานานก็ยอมรับความรู้สึกของกันและกันท่ามกลางความยินดีของทุกคน

ooooooo

วันนี้ขณะเอมี่จะออกไปซื้อน้ำแข็งก็เจอหนุ่มหล่อมาดเซอร์มายืนเต๊ะอยู่หน้าบ้าน แมนสรวงนั่นเอง! เขาบอกว่าอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ด้วยกัน

เอมี่ถามว่าแล้วเขาต้องไปเกิดเมื่อไหร่ นานแค่ไหน แมนสรวงบอกว่าวันนี้ละอีกร้อยปีถามว่ารอไหวไหม เอมี่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เกี่ยวกับการที่พีระฟื้นจากความตายด้วยใช่ไหม แมนสรวงรับว่าใช่

ก่อนที่พีระจะฟื้น...แมนสรวงอ้อนวอนยมใหญ่ขอได้โปรดช่วยพีระด้วยเถิดถ้ายมใหญ่ไม่ช่วย ตนก็จะคุกเข่าขออยู่อย่างนี้ ยมใหญ่บอกว่าแล้วแต่เขาจะตัดสินใจ แต่ยมใหญ่ก็บอกว่า

“เมื่อสิ่งหนึ่งดับ สิ่งหนึ่งต้องเกิด ยมทูตหนึ่งไปเกิด ยมทูตใหม่ย่อมถูกเลือก” แมนสรวงช็อกถามว่า ถ้าตนไปเกิดพีระจะต้องมาเป็นยมทูตแทนตนหรือ?!

วันนี้แมนสรวงจึงบอกเอมี่ว่า เมื่อสิ่งหนึ่งไม่ดับสิ่งหนึ่งก็ไม่เกิด ตนจึงเลือกที่จะให้พีระมีชีวิตต่อไป ส่วนตนก็...ได้กลับมาพบเจ๊นี่ไง เอมี่สงสารแมนสรวงจับใจ

“ผมขอโทษนะที่ทำให้เจ๊ต้องรอนานไปอีกสักหน่อย แต่แค่ร้อยปีเองแป๊บๆก็ถึงแล้ว”

“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ฉันรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมฉันถึงรักนาย” เอมี่กอดแมนสรวงไว้ด้วยความรักจากหัวใจจริงๆ

เพื่อใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่า แมนสรวงกับเอมี่พากันไปเดินเล่นด้วยกัน ช่วงหนึ่งแมนสรวงบอกเอมี่ว่า

“ผมจะถูกทำให้ลืม แล้วก็ต้องไปประจำการที่อื่นที่ห่างไกล ทำหน้าที่ยมทูตต่อไปจนกว่าจะถึงเวลาไปเกิดใหม่อีกครั้ง” คุยกันจนเหลือเวลาอีกเพียง 1 นาที เอมี่พูดอย่างเข้าใจว่า

“คนเราไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องจากกัน มันเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่ยากคือการเผชิญหน้ากับมัน แมนสรวงเดินทางดีๆนะ” แมนสรวงทำท่าหยิบหัวใจจากทรวงอกยื่นให้ “อ้ะ...ผมฝากความรักไว้นะครับ แล้วจะมารับคืน”

ทั้งสองมองหน้ากันอย่างหวานซึ้ง ต่างยิ้มให้กันแล้วแมนสรวงก็หายไป...เหลือเอมี่ยืนอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง...

น้ำมนต์กับพีระ ต่างอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข พีระถามน้ำมนต์ว่าถ้าวันพรุ่งนี้ไม่มีตนอยู่เธอจะทำ อย่างไร เธอตอบว่าในอนาคต ไม่เขาก็ตนต้องจากไป แต่ตอนนี้เรามีโอกาสที่จะมีความสุขก็ต้องยิ้มเข้าไว้ เห็นพีระสีหน้ากังวลก็ติง...

“นี่ๆๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องอนาคต เรื่องร้ายๆมันผ่านไปหมดแล้ว ต่อไปชีวิตเราจะเจอแต่เรื่องดีๆ มีความสุข นายจะได้เป็นผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ที่หนุ่มสุดหล่อ ส่วนฉันก็จะได้เป็นนักเขียนบทที่สวยที่สุดเหมือนกัน...คนดีๆอย่างเราจะต้องเจริญแน่นอน”

พีระไม่อาจรับการเป็นคนดีที่น้ำมนต์พูดได้เพราะตนเคยทำความผิดไว้ น้ำมนต์บอกว่าทุกคนเคยทำความผิดพลาดทั้งนั้น ทิ้งความผิดพลาดไป แล้วทำสิ่งที่ดีใหม่ๆ ไม่ดีกว่าหรือ

“ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ ผมคงทำอย่างคุณบอกได้ แต่นี่มันชีวิตคุณนะ น้ำมนต์...คนดีที่เอาแต่ความดีเข้าตัวแล้วปกปิดความผิดของตัวเองเอาไว้จะเรียกว่าดีจริงได้ยังไง คนดีไม่ได้วัดกันแค่ตอนที่ทำความดี แต่ต้องวัดกันเมื่อตอนทำความผิดด้วย คนดีที่แท้จริงต้องกล้ายอมรับความผิดของตัวเองอย่างสง่าผ่าเผย” แล้วพีระก็ขอโทษเธอที่ตนต้องบอกเรื่องนี้กับตำรวจ

“อย่า...ฉันขอ ผ่านวันนี้ไปก่อนนะ แค่วันนี้วันเดียว”

แล้วคืนนี้...คืนที่ทุกคนจัดงานต้อนรับพีระและแสดงความยินดีกับความรักที่ลงเอยกันอย่างน่ารักของอัฐชัยกับพิมพ์ดาว น้ำมนต์บอกพีระว่าให้พิสูจน์หน่อยสิว่า ผีจะเป็นแฟนกับคนอย่างตนได้หรือเปล่า แล้วเดินนำออกไปเต้นรำ

ข้าวต้มกับงอแงลุ้นสุดตัวช่วยกันผลักช่วยกันดันให้พีระออกไปเต้นรำกับน้ำมนต์ท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคน ระหว่างนั้นน้ำมนต์บอกพีระว่า ตนจะรอเขา นานแค่ไหนก็จะรอ พีระบอกว่าต้องรออย่างมีความสุขด้วย

“ค่ะ...คุณผีของบ่าว” น้ำมนต์ประชดอย่างน่ารักแล้วยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครคุณผีที่รัก ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านคุณผีที่รัก ติดตามคุณผีที่รัก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศรัณย์ ศิริลักษณ์,พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ 26 ก.ย. 2557 08:01 2014-10-03T01:25:35+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ