สมาชิก

กุหลาบเล่นไฟ

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: วี วีรภาพ คั่ว 3 นางเอก 'นาว-โบว์-เซฟ' เพื่อนรักหักสวาทใน “กุหลาบเล่นไฟ”


งานสวดศพปัทมาศมีขึ้นในเย็นวันเดียวกัน

พัชรินทร์ที่ตาแดงก่ำเพราะร้องไห้มาอย่างหนัก ทรุดตัวลงนั่งหน้าโลงศพลูก พึมพำทั้งน้ำตาว่าวันนี้เป็นวันเกิดของลูกและเป็นวันที่ลูกจะได้เป็นเจ้าสาว

“แทนที่แม่จะได้รดน้ำสังข์อวยพรให้ลูกมีชีวิตใหม่ แต่แม่กลับต้องมารดน้ำศพ ทำศพลูก แม่ผิดเองที่เป็นคนไล่ลูกออกไป แม่แช่งลูกให้ออกไปตาย ดาว แม่ขอโทษ แม่...ขอโทษ...” พัชรินทร์พูดคำว่าขอโทษซ้ำๆอยู่อย่างนั้น ปริตากำลังจะเอารูปของปัทมาศมาตั้งหน้าโลงศพ ถึงกับหยุดกึก

ป้าอรสงสารพัชรินทร์จับใจ เข้ามาพยุงให้ออกไปนั่งสงบสติอารมณ์ พยายามปลอบใจไม่ให้เธอคิดมาก ปริตามองตามเศร้าใจ ก่อนจะเอารูปไปตั้งหน้าโลงศพ พึมพำกับคนตายว่าหลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงทางนี้ เธอจะดูแล

พัชรินทร์กับป้าอรให้ดีที่สุด ปริเทพตามเข้ามาจุดธูปไหว้ศพ

“พี่ขอให้ดาวไปสู่สุคติ พี่สัญญา ดาวจะไม่ตายเปล่า ใครที่ทำร้ายดาวต้องได้รับโทษรับกรรม”

จังหวะนั้น ธิปไตยเดินนำศิโรจน์ซึ่งถือพวงหรีดเข้ามาในศาลาสวดศพ สองพี่น้องมองไม่ค่อยพอใจนัก โดยเฉพาะปริเทพปราดเข้าไปไล่ตะเพิด ธิปไตยบอกอย่างใจเย็นว่า

“ขอให้ผมได้แสดงความอาลัยและเสียใจกับดาวเป็นครั้งสุดท้าย”

“เสียใจอย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาดาวเสียใจเพราะคุณไม่รู้กี่ครั้ง คุณบอกจะดูแลดาว ปกป้องดาว แต่คุณปล่อยให้ผู้หญิงของคุณฆ่าดาว” ปริเทพต่อว่าเสร็จ ต่อยเขาเปรี้ยง ศิโรจน์พยายามจะห้าม แต่เขาไม่ฟัง ตามเข้ามาซ้ำ ปริตารีบเข้ามาดึงพี่ชายออกห่าง พูดเตือนสติให้เห็นแก่วิญญาณคนตายซึ่งคงไม่อยากเห็นเขาทำร้ายผู้ชายที่เธอรัก แล้วเชิญธิปไตยเข้าข้างใน โดยมีศิโรจน์ถือพวงหรีดตาม

หลังจากธิปไตยจุดธูปเคารพศพปัทมาศเรียบร้อย ปริตาเชิญให้กลับไป อ้างปัทมาศไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว ธิปไตยขยับจะไป แต่เหลือบเห็นพัชรินทร์นั่งหลบมุมอยู่ เข้าไปกราบ

“ผมขอให้คุณอาอโหสิกรรมให้ผมด้วย เสร็จงานศพดาว ผมตัดสินใจจะบวชอุทิศส่วนบุญให้ดาวครับ”

“ไม่ต้อง คุณไม่ต้องทำอะไรให้ลูกฉัน บุญเพียงเสี้ยวเดียวฉันก็ไม่อยากได้จากคุณ” พัชรินทร์คว้าแก้วน้ำดื่มที่วางอยู่แถวนั้นราดหัวธิปไตยแล้วไล่ส่ง เขาไม่ตอบโต้ใดๆ

อีกมุมหนึ่งของศาลาสวดศพ พลศิษฎ์พารัญชิตาเดินเข้ามา ปริเทพปรี่ไปดักหน้าไว้ ตวาดลั่นว่ามาทำไม คนที่เป็นฆาตกรฆ่าปัทมาศควรต้องอยู่ในคุกถึงจะถูก พลศิษฎ์ขอร้องให้เขาใจเย็นๆก่อน เรื่องคดีความควรให้เป็นหน้าที่ของตำรวจจะดีกว่า และที่สำคัญเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ปริเทพเถียงเสียงแข็ง

“มันจะเป็นอุบัติเหตุได้ยังไง ผมเห็นน้องสาวคุณผลักดาวตกลงมา”

“มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆนะคะ มิ้นท์ไม่ได้ตั้งใจค่ะ”

ปริเทพจะไม่ยอมให้คดีลงเอยเหมือนคราวก่อนที่รัญชิตาขับรถชนปัทมาศเด็ดขาด พิชัยกับชาลินีมาทันได้ยินก็ไม่พอใจ เตือนปริเทพอย่าเที่ยวพูดอะไรให้ลูกของพวกตนเสียหาย แล้วพากันเข้าไปในศาลา

ooooooo

ปริเทพไม่ยอมให้รัญชิตากับครอบครัวจุดธูปไหว้ศพปัทมาศ ตะโกนขับไล่ลั่นศาลา พัชรินทร์ได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู พิชัยเข้ามาแสดงความเสียใจกับเธอแทนทุกคนในครอบครัวสำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แล้วพยักพเยิดให้ลูกน้องนำพวงหรีดไปวาง พัชรินทร์ไม่ยอมให้วางแย่งไปโยนทิ้ง ชาลินีเข้ามาพูดดีด้วย

“ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณดี ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอกค่ะ ตอนนี้ไม่มีหนูดาว คุณเองก็ลาออกจากราชการ ดิฉันขอมอบเช็คเงินสดห้าล้านบาทเพื่อเป็นหลักประกันความสุขในชีวิตคุณ” ชาลินียื่นเช็คให้ พัชรินทร์จับฉีกทิ้งอย่างไม่ไยดี ต่อให้เงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถนำชีวิตปัทมาศกลับมาได้ ดังนั้นเธอจะขอเอาชีวิตลูกของชาลินีแลกกับชีวิตลูกของเธอ จะได้รู้ซึ้งว่าการสูญเสียลูกทำให้ตนใจแทบสลายแค่ไหน

รัญชิตากลัวมากที่เห็นพัชรินทร์โกรธแค้นพยายาม ข่มเอาไว้ เข้าไปกราบแทบเท้า ขอให้ท่านยกโทษให้ เธอไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พัชรินทร์ไม่ยอมให้อภัย ไล่เธอไปพ้นๆหน้า

“ขอให้มิ้นท์ได้ไหว้ศพดาวนะคะ” รัญชิตาอ้อนวอน พัชรินทร์จะอนุญาตให้ทำอย่างนั้นก็ต่อเมื่อเธอรับสารภาพเสียก่อนว่าจงใจฆ่าปัทมาศ

“ลูกสาวผมบอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เบื้องต้นทางตำรวจก็ประเมินว่าเป็นอย่างนั้น ไม่เชื่อคุณก็ถามคุณธิปไตยก็ได้ เขาอยู่ในเหตุการณ์” สิ้นเสียงพิชัย ทุกคนหันมองธิปไตยเป็นตาเดียวกัน เขาแบ่งรับแบ่งสู้

“ผมไม่แน่ใจว่าคุณมิ้นท์ผลักดาวหรือรถของดาวไถลตกไปเอง ผมตอบไม่ได้จริงๆ”

ปริตาโพล่งขึ้นทันที “มันไม่ใช่อุบัติเหตุ มิ้นท์ทะเลาะกับดาว โกรธที่ดาวจะแต่งงานกับคุณตรัย มิ้นท์เสียใจที่คุณอาชาลินีจะตัดแม่ตัดลูก มิ้นท์ขอร้องดาวให้ดาวยกเลิกงานแต่ง แต่ดาวไม่ยอม มิ้นท์โกรธจึงผลักดาว”

รัญชิตายืนยันไม่ได้ผลักปัทมาศ เราสองคนทะเลาะกันจนรถของปัทมาศจะตกตึก ตนพยายามจะคว้าตัวเพื่อช่วยเพื่อนไว้แต่ไม่ทัน ปริตาเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ได้เป็นอย่างที่รัญชิตากล่าวอ้าง เธอไม่ได้จะคว้าตัวปัทมาศแต่ต้องการสร้อยเพชรที่ธิปไตยซื้อให้ปัทมาศเป็นของขวัญแต่งงาน ก็เลยเข้าไปแย่งสร้อย

“ไม่จริง...ไม่จริงนะคะ” รัญชิตาปฏิเสธลั่น ปริเทพโกรธจัดกระชากเธอตัวปลิวจะพาไปที่หน้าโลงศพ เพื่อให้สารภาพความจริงและรับผิดชอบต่อความผิดที่ได้กระทำลงไป พลศิษฎ์ต้องเข้าไปกันตัวน้องสาวออกมา ขอร้องเขาอย่าเพิ่งด่วนสรุป พิชัยขู่ฟ่อ หากใครใส่ความลูกสาวตนอีก จะแจ้งความจับฐานหมิ่นประมาท ส่วนเรื่องคดีความจะถูกจะผิดก็ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และตนจะขอต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของลูก

“ในเมื่อพวกคุณไม่คิดจะรับผิด ก็ไปเจอกันที่ศาล... ออกไป” พัชรินทร์เสียงกร้าว

พิชัยไม่อยากมีปัญหา ชวนลูกเมียกลับ ธิปไตยเห็นสายตาแข็งกร้าวที่ปริตามองมา จำใจต้องกลับไปพร้อมกับพิชัย ทันทีที่พวกนั้นคล้อยหลัง พัชรินทร์หมดเรี่ยวแรง ทรุดลงกองกับพื้นหน้าโลงศพลูก ร้องไห้โฮ ปริตาเข้าไปจับมือเธอไว้อย่างปลอบใจ เธอขอให้ปริตาช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้ปัทมาศด้วย

ooooooo

เช้าวันต่อมา ปริตาในชุดดำกำลังเร่งรีบจะออกจากบ้าน เห็นชาญวุฒิ ต้อยติ่งและลัดดาวัลย์กำลังนั่งเม้าท์กันอยู่ที่ห้องรับแขก หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ชาญวุฒิอยากให้ปริตาไปแคสติ้งงานโฆษณาสินค้าตัวใหม่ เธอปฏิเสธทันทีว่าตอนนี้ยังไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น แล้วขอตัวไปก่อน

“ยังไม่ถึงเวลาสวดศพเลย จะรีบไปไหน” ลัดดาวัลย์ทักท้วง

“อ้อมจะไปเป็นพยาน ชี้จุดที่เกิดเหตุค่ะ” ปริตาหันไปไหว้ชาญวุฒิกับต้อยติ่ง แล้วผลุนผลันออกไป ยังไม่ทันจะพ้นประตูรั้ว เจอพลศิษฎ์ดักรออยู่ จะขอคุยเรื่องคดีของปัทมาศ แล้วชวนเธอไปหาอะไรกินกันจะได้คุยไปกินไป เธอขอให้คุยตรงนี้เลย เขาอยากให้เธอช่วยให้การว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ รัญชิตาไม่เคยคิดจะทำร้ายปัทมาศ ปริตายืนยันว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ เธออยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย

“แล้วอ้อมเห็นภาพที่มิ้นท์ผลักดาวตกลงไปจริงๆหรือเปล่า หรือแค่เห็นมิ้นท์ทะเลาะกับดาว”

ปริตานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เธอเห็นด้านหลังของรัญชิตาที่เข้าไปยังรถเข็นของปัทมาศ ไม่ได้เห็นเต็มสองตาว่าเธอผลักปัทมาศตกลงไป แม้กระนั้น ปริตาก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ และอยากรู้ว่าพลศิษฎ์จะตามมาซักเธอเพื่ออะไร จะให้เธอยอมรับว่าเข้าใจผิดและให้กลับคำให้การอย่างนั้นหรือ

“พี่ไม่อยากให้มิ้นท์ถูกดำเนินคดี แค่นี้มิ้นท์ก็เหมือนตายทั้งเป็น เห็นใจมิ้นท์บ้างเถอะ คุณตรัยเองก็ไม่ได้ปรักปรำว่ามิ้นท์เป็นคนทำ”

หญิงสาวได้ยินว่าธิปไตยให้การเอนเอียงไปทางรัญชิตาก็ไม่พอใจ พาลไล่พลศิษฎ์กลับ...ไม่ได้มีแต่รัญชิตาเท่านั้นที่เครียดเรื่องการตายของปัทมาศ ธิปไตยเองก็ไม่เป็นอันทำงานทำการ อ้างกับ ศิโรจน์ยังไม่พร้อมจะคิดงานโฆษณาตัวใหม่ที่เพิ่งเข้ามา เสาวลักษณ์มาทันได้ยินพอดี สั่งสอนลูกว่าหากคิดจะทำธุรกิจ จะเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งไม่ได้ แม้จะไม่พร้อมก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นบริษัทของเขาเจ๊งแน่

“ผมตั้งมันขึ้นมา ผมก็ปิดมันได้ คุณแม่ห่วงเรื่องธุรกิจร่วมทุนกับคุณชาลินีดีกว่า”

ศิโรจน์พูดแทรกขึ้นว่าชาลินีเซ็นสัญญาเปิดโครงการกับเสาวลักษณ์เรียบร้อยแล้ว ธิปไตยตวาดลั่นว่าไม่ได้ถาม เขาปิดปากเงียบทันที เสาวลักษณ์รู้ดีว่าธิปไตยยังโกรธตนเองอยู่ แต่ที่มาเตือนก็เพราะหวังดี

“เธอตายไปแล้ว แกทำให้เธอฟื้นกลับมาไม่ได้ แกต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าให้คนตายฆ่าคนเป็น” เสาวลักษณ์ ว่าแล้วออกจากห้อง ธิปไตยครุ่นคิดคล้อยตาม ศิโรจน์อดไม่ได้ เสนอหน้าว่าเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ

“และผมขอชื่นชมที่บอสให้การอย่างนั้น ไม่ฆ่าคุณมิ้นท์ด้วย”...

ฝ่ายปริตามาถึงหน้าบริษัทของธิปไตย เห็นเสาวลักษณ์เดินออกมา มองตามแปลกใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปหาธิปไตยที่ห้องทำงาน โยนหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวการร่วมทุนระหว่างชาลินีกับเสาวลักษณ์ลงบนโต๊ะตรงหน้า ต่อว่า ว่าเป็นเพราะข่าวนี้ใช่ไหม เขาถึงให้การว่าเป็นอุบัติเหตุ ธิปไตยบอกปัดว่าเรื่องของแม่ไม่เกี่ยวกับเขา ส่วนเรื่องคำให้การ เขาก็พูดไปตามความจริง เขาไม่เห็น ไม่มั่นใจว่ารัญชิตาผลักปัทมาศ

“ไม่รู้ไม่เห็นก็เท่ากับเข้าข้างมิ้นท์ เผาศพดาวเสร็จ คุณก็แต่งงานกับมิ้นท์ได้ไม่ยาก”

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้รักมิ้นท์ ฉันรักเธอ”

ปริตาไม่เชื่อว่าคนที่เห็นแก่ตัวอย่างเขาจะรักใครเป็นนอกจากตัวเอง ธิปไตยเข้ามาจับตัวเธอไว้ ต่อว่ากลับว่าเธอเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขา เอะอะอะไรก็โยนความผิดให้คนอื่น เหตุการณ์ในวันนั้น เธออาจเป็นต้นเหตุทำให้รัญชิตากับปัทมาศทะเลาะกัน จนปัทมาศต้องตาย ปริตาโกรธจัดตบธิปไตยหน้าหัน

“ฉันมาหาคุณ หวังให้คุณสำนึกผิดและเปลี่ยนความคิด แต่ฉันพลาดไป ในเมื่อคุณไม่เคยเห็นความหวังดีของฉัน เราก็เดินกันคนละทาง อย่าได้พบเจอกันอีกเลย” พูดจบปริตาผละจากไป ธิปไตยมองตามไม่พอใจ

ooooooo

รัญชิตายังคงเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง พลศิษฎ์เห็นว่าวันนี้เป็นวันเผาศพปัทมาศ จึงเข้ามาชวนเธอไปวัดด้วยกัน เธอไม่มีหน้าจะไปพบใครอีกแล้ว ทุกคนพากันเกลียดเธอ แล้วร้องไห้โผกอดเขาไว้

“งั้นเราไปทำบุญให้ดาวกัน” พลศิษฎ์กอดเธอตอบปลอบใจ...

บ่ายวันเดียวกัน ที่งานเผาศพปัทมาศ แขกเหรื่อต่างทยอยขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์บนเมรุ โดยมีปริตา ปริเทพและป้าอรช่วยกันแจกดอกไม้จันทน์อยู่หน้าทางขึ้น ธิปไตยมาร่วมงานศพด้วย แต่ปริตาไม่ยอมให้ดอกไม้จันทน์ แถมไล่เขากลับ

“เธอไม่มีสิทธิ์ห้ามฉันเพราะนี่เป็นงานของดาว แต่ถ้าเป็นงานของเธอ ฉันจะไม่เสียเวลามาเผา”

ปริเทพโกรธแทนน้องสาว จะเข้าไปทำร้ายธิปไตย ป้าอรคว้าตัวไว้ ขอให้เห็นแก่คนตายด้วย ธิปไตยหยิบดอกไม้จันทน์จากพานในมือปริตา แล้วเดินขึ้นเมรุไปกับศิโรจน์ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เสาวลักษณ์ยืนถือพวงมาลัยดอกไม้สด มองขึ้นไปยังเมรุ นึกถึงอดีตที่เคยทำไม่ดีไว้กับปัทมาศแล้วรู้สึกผิด ยกมือขึ้นพนม

“สิ่งใดที่ฉันเคยล่วงละเมิดทางกาย วาจาและใจต่อเธอ ขอให้เธออโหสิกรรมให้ฉันด้วย ขอให้ดวงวิญญาณเธอไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่านี้” เสาวลักษณ์อธิษฐานเสร็จ เอามือลง ถึงกับสะดุ้งเมื่อเจอพัชรินทร์ยืนอยู่ตรงหน้า รู้สึกละอายใจไม่กล้าสู้หน้า หันหลังจะกลับ เธอไม่ยอมให้ไปไหนลากตัวไปที่เมรุ เสาวลักษณ์พยายามดิ้นหนี พร้อมกับสั่งให้ปล่อย พัชรินทร์จับแขนไว้แน่น

“จะรีบกลับทำไมล่ะ คุณตั้งใจมาไหว้ศพลูกฉัน ไปสิ ไปกราบไปขอโทษลูกฉันเหมือนที่คุณทำกับลูกฉัน”

ปริตาดึงพัชรินทร์ไว้ ว่ากระทบว่าให้คนไร้หัวใจอย่างนั้นกราบขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อคำขอโทษไม่ได้มาจากใจ เสาวลักษณ์รู้สึกผิดมาก อยากรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไปกับปัทมาศ ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งทำท่าจะกราบ ธิปไตยทนเห็นแม่ตัวเองเสียศักดิ์ศรีไม่ได้ เข้าไปจับมือท่านไว้ เสาวลักษณ์ปล่อยโฮอย่างอัดอั้น

“คุณแม่ผู้รู้สึกผิดและสำนึกผิด ผมคิดว่ามันเพียงพอแล้ว ขอคุณอาให้อภัยคุณแม่ผมด้วยครับ” ธิปไตย มองพัชรินทร์ด้วยสายตาอ้อนวอน เธอกลับเดินหนีไปหน้าตาเฉย ไม่สนใจสองแม่ลูกอีก ธิปไตยประคองแม่ไปที่รถ ตำหนิว่าทีหน้าทีหลังจะทำอะไรก็ให้นึกถึงศักดิ์ศรีตัวเองบ้าง ไม่ใช่ไปก้มกราบอย่างนั้น เสาวลักษณ์ไม่เห็นทางอื่นที่จะทำให้พัชรินทร์อภัยให้เธอได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เธอรู้ว่าเขายังรักและห่วงเธอ

“เปล่าครับ ที่ผมทำไปก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผม ผมจะทำทุกอย่างเพื่อตัวผมเอง”

เสาวลักษณ์มองตามธิปไตยที่เดินจากไปอย่างผิดหวังที่เขายังคงไม่ให้อภัยเธอ...

หลังจากพัชรินทร์และป้าอรนำดอกไม้จันทน์ใส่ในเตาเผาศพปัทมาศและกล่าวล่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย ปริเทพเข้าไปวางดอกไม้จันทน์เป็นรายถัดมา สัญญาต่อหน้าศพว่าวันใดที่แก้แค้นให้เธอสำเร็จ เขาจะตามไปอยู่ด้วย ปริตาซึ่งถือดอกไม้จันทน์ตามมาเป็นคนสุดท้าย ใจคอไม่ดีกับคำสัญญาของพี่ชายแต่ไม่ทักท้วงอะไร กล่าวล่ำลาเพื่อนรัก ก่อนจะเอาดอกไม้จันทน์โยนใส่เตาเผา...

แม้รัญชิตาจะไม่ได้มาร่วมงานเผาศพ แต่ก็ร่วมกันกับพลศิษฎ์ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลให้ปัทมาศ

ooooooo

ปริเทพถึงกับบ่นอุบที่ผลการตัดสินคดีปัทมาศ ออกมาเป็นอุบัติเหตุ เป็นการกระทำโดยประมาท โทษแค่ให้รอลงอาญา ปริตาเองก็ผิดหวังเช่นกันที่คนกระทำผิดได้รับโทษแค่นั้น

“อำนาจเงินมันทำได้ทุกอย่าง ในเมื่อไม่มีใครให้ความเป็นธรรมกับดาว พี่ก็จะจัดการให้เอง ใครที่มันมีส่วนทำให้ดาวต้องตาย มันต้องฉิบหาย” ปริเทพประกาศกร้าว ก่อนจะเดินขึ้นห้อง ทั้งปริตาและลัดดาวัลย์อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนประเภทรักใครก็รักจริง หากลองได้เกลียดใครแล้วก็จะเกลียดเข้าเส้น พลันมีเสียงโครมครามดังมาจากห้องนอนของปริเทพ ลัดดาวัลย์ยิ่งกังวลใจ วานปริตาขึ้นไปดูเขาที

“ลองพี่เทพเป็นอย่างนี้ ไม่มีใครเอาอยู่หรอกค่ะ” ปริตานึกถึงผลคดีขึ้นมาได้ตัดสินใจไปหารัญชิตา

ไม่นานนักปริตามาถึงตึกที่ปัทมาศตกลงมาตาย พลศิษฎ์ซึ่งเดินเตร่อยู่แถวนั้น เข้ามาถามด้วยความแปลกใจว่ามาทำอะไรที่นี่ เธอแวะไปที่บ้านเขามา คนรับใช้บอกว่ารัญชิตาอยู่นี่ เธอมีเรื่องสำคัญจะมาคุยด้วย แล้วบอกว่ารู้ผลตัดสินคดีแล้ว และเห็นว่าไม่ยุติธรรมที่รัญชิตาฆ่าเพื่อนตายทั้งคนแต่กลับได้ใช้ชีวิตสุขสบาย
“ทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นอุบัติเหตุ”

ปริตาไม่สนใครจะว่าอย่างไร แต่สำหรับเธอแล้ว มันคือเจตนาฆ่า ขอร้องให้พลศิษฎ์เลิกเข้าข้างและเลิกปกป้องรัญชิตาได้แล้ว เขาเชื่อว่าถ้าคนที่ปริตารักทำผิด เธอก็ต้องทำเหมือนเขา ในทำนองเดียวกัน หากปริตาทำผิด เขาก็จะปกป้องเธอเช่นเดียวกัน ปริตาขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย เดินขึ้นไปหารัญชิตาบนชั้นเกิดเหตุ เห็นเธอยืนตรงขอบตึก หยิบกลีบกุหลาบในถาดโปรยลงไปข้างล่างตรงจุดที่ปัทมาศตกลงไปเหมือนเป็นการไว้อาลัย

“หยุดเถอะ มันไม่ช่วยอะไรหรอก” ปริตาว่าแล้วเดินเข้าไปหา คาดคั้นให้เธอยอมรับผิดว่าฆ่าปัทมาศ

รัญชิตายืนยันคำเดิมว่าเป็นอุบัติเหตุ และขอให้เราสองคนกลับมาเป็นเพื่อนรักเหมือนเดิม แล้วเข้ามากอดปริตาไว้ แต่เธอผลักรัญชิตาออก ประกาศกร้าวไม่ยอมเป็นเพื่อนกับคนทรยศเด็ดขาด รัญชิตาตัดพ้อต้องให้ตนตายตามปัทมาศไปด้วยใช่ไหม เธอถึงจะยอมให้อภัย ปริตาเสียงกร้าวว่าใช่ รัญชิตาอยากจะโดดตึกประชดเพื่อน แต่ใจไม่กล้าพอ ทรุดตัวลงกอดขาปริตาร้องไห้ อ้อนวอนให้ยกโทษให้และกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง

“ฉันจะให้อภัยเธอได้ยังไง เพื่อนที่ชื่อรัญชิตา ได้ตายไปแล้ว” ปริตาพูดจบหยิบถาดใส่กลีบกุหลาบสาดหน้ารัญชิตาแล้วเดินจากไป ฝ่ายหลังถึงกับปล่อยโฮ เสียใจที่เธอตัดขาดความเป็นเพื่อน

ooooooo

ในวันต่อมา ที่บริษัท ตรัย แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง ธิปไตยกำลังเตรียมงานเพื่อแคสติ้งโฆษณา แต่พอเห็นแฟ้มภาพนักแสดงที่ศิโรจน์เอามาให้ดู ชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะโยนมันทิ้ง สั่งให้เปลี่ยนนักแสดงใหม่ เขาทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะลูกค้าเป็นคนเลือกนักแสดงเอง และขอให้ธิปไตยแยกแยะเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงาน

คำพูดของศิโรจน์ทำให้ธิปไตยคิดได้ ยอมทำงานโฆษณาชิ้นนี้ต่อไป...

ทางด้านลัดดาวัลย์คัดเลือกชุดที่สวยที่สุดจากร้านเสื้อของตัวเองให้ปริตาใส่ไปแคสติ้งงาน เพื่อจะได้เด่นกว่าคู่แข่งแคสติ้งคนอื่น แล้วอดถามหลานสาวไม่ได้ทำไมอยู่ๆเกิดเปลี่ยนใจรับงานนี้ขึ้นมา

“อ้อมเสียเวลากับเรื่องไร้สาระมามากพอแล้วค่ะ ต่อจากนี้ อ้อมจะเร่งเก็บเงินไปซื้อบ้านแม่ให้เร็วที่สุด ได้บ้านแล้ว อ้อมจะกลับไปอยู่โน่นถาวร อ้อมขอตัวไปเปลี่ยนชุดแล้วไปสตูดิโอก่อนนะคะ”...

ขณะที่ปริตามุ่งมั่นจะเดินตามความฝันอีกครั้ง พอลลี่กับดอกแก้วมาดักรอสมภพอยู่ที่ล็อบบี้คอนโดฯที่พักของเขา ทันทีที่เห็นเขาออกจากลิฟต์มากับพลอย พอลลี่ปรี่เข้าไปตบคู่แข่งไม่ยั้ง สองสาวตบตีกันอุตลุด สมภพพยายามห้ามแต่ไม่มีใครฟัง ก็เลยเดินหนี พอลลี่ต้องการคุยกับเขารีบเดินตาม พลอยขยับจะไปด้วย แต่ถูกดอกแก้วกระชากไปตบ แล้วถอดรองเท้าส้นสูงขึ้นมาขู่ เธอจำต้องล่าถอย

พอลลี่ตามสมภพจนทันกันตรงที่จอดรถ ทวงถามเรื่องคอนโดฯที่เขาสัญญาจะหาให้ เธอทนพักอพาร์ตเมนต์กระจอกๆต่อไปไม่ไหวแล้ว ดอกแก้วตามมาทันได้ยินคำพูดดูถูกของเธอก็ไม่พอใจ

“ฉันพูดคำไหนคำนั้น แล้วอย่ามาตามฉันอีก” สมภพพูดจบจะเดินไปขึ้นรถ พอลลี่ไม่ละความพยายามจะตามไปด้วย เขามองด้วยสายตาดุ เธอเลยไม่กล้าตามตื๊ออีก ดอกแก้วเข้ามาบอกว่า ตนสืบรู้มาว่าสมภพจะไปงานแคสติ้งโฆษณารถหรูของเพื่อน งานนี้จะได้ค่าตัวถึงหกหลัก พอลลี่สงสัยทำไมสมภพถึงไม่บอกสักคำ

“เธอคงต้องไปถามพี่ชาญ โมเดลลิ่งของพี่ชาญก็ส่งเด็กไป แต่ไม่มีรายชื่อเธอ”...

ทางฝ่ายปริตาไม่พอใจมากเมื่อรู้ว่าธิปไตยเป็นคนผลิตโฆษณาชิ้นนี้ เช่นเดียวกับปริเทพที่ตามมาเชียร์น้องสาวถึงสตูดิโอ เธอต่อว่าชาญวุฒิน่าจะบอกก่อนว่าต้องทำงานร่วมกับผู้ชายคนนั้น

“รู้ตอนนี้ก็ไม่สายเกินไป เธอสามารถถอนตัวได้” ธิปไตยไล่ทางอ้อม พอปริตาได้รู้ว่าคู่แข่งแคสติ้งคือรัญชิตาก็ขอถอนตัวทันที ชาญวุฒิร้องเอะอะว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเขานำเสนอเธอกับรัญชิตาไปแล้ว

“ลูกค้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเลือกไงคะ ยังไงมิ้นท์ก็อยู่ในสังกัดพี่ อ้อมกลับก่อนค่ะ” ปริตาขยับจะไป

“เดี๋ยวก่อนอ้อม ถ้าเธอปฏิเสธงานนี้เพราะฉัน ฉันขอสละสิทธิ์เอง”

ชาญวุฒิยอมให้รัญชิตาถอนตัวไม่ได้เช่นกัน เพราะรับปากพ่อกับแม่ของเธอว่าจะดูแลเธออย่างดี อีกทั้งสมภพยังเป็นคนนำเสนอเธอด้วยตัวเอง ปริตารู้ความจริงว่ารัญชิตาเป็นเด็กเส้นก็ยิ่งเจ็บใจ ต่อว่าชาญวุฒิจะเอาเธอมาเป็นตัวเลือกอีกทำไม ธิปไตยหาว่าเธออ้างโน่นอ้างนี่เพื่อทำให้ตัวเองดูดี แต่ความจริงแล้วกลัวจะแสดงสู้รัญชิตาไม่ได้ นับเป็นโชคดีที่เธอจะถอนตัว เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแคสติ้งนักแสดงที่ไร้ความสามารถ

ก่อนจะโต้เถียงกันใหญ่โต ชาญวุฒิรีบออกโรงปราม “พี่ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของน้องๆ แต่ ณ จุดนี้ที่เรากำลังจะก้าวสู่เส้นทางบันเทิง พี่ขอให้เราแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงาน ขอให้เป็นมืออาชีพ น้องมิ้นท์ว่าไงครับ”

“มิ้นท์จะร่วมแคสติ้งค่ะ และไม่ได้ใช้เส้นสายใดๆ ทุกอย่างอยู่ที่ความพึงพอใจของลูกค้า”

ทุกคนมองปริตาเป็นตาเดียวกัน รอฟังการตัดสินใจ เธอยืนกรานขอถอนตัว แล้วออกไปทันที

ooooooo

ปริเทพตามน้องสาวจนทัน กล่อมให้กลับไปแคสติ้ง เพื่อจะได้ใช้ความสามารถเอาชนะรัญชิตาให้ได้ อย่ายอมให้เงินเอาชนะได้ทุกอย่าง ปริตาไม่อยากเจอหน้าคนทรยศ ยืนยันจะกลับ ปริเทพคว้าแขนไว้ ขอร้องให้กลับไปแคสติ้งเพื่อปัทมาศ ปริตาหยุดกึก ฉุกคิดถึงวันที่เกิดเรื่อง จำได้ว่าเห็นปัทมาศกระซิบบางอย่างกับเขา

“พี่เทพคะ วันนั้นก่อนดาวจะจากไป ดาวคุยอะไรกับพี่เทพ ดาวบอกอะไรพี่”

แทนที่เขาจะบอกความจริงว่าปัทมาศฝากขอโทษรัญชิตาที่เห็นแก่ตัวและขอให้เธออโหสิกรรมให้ กลับโกหกว่าปัทมาศเสียใจที่รัญชิตาเห็นแก่ตัว และบอกให้เขาช่วยแก้แค้นให้เธอด้วย

“ถ้าอ้อมรักดาว อ้อมต้องแก้แค้นให้ดาว” คำโป้ปดของปริเทพ ทำให้ปริตาหลงเชื่อ ยอมกลับไปแคสติ้ง...

การแคสติ้งดำเนินไปอย่างราบรื่น คุณมนตรีซึ่งเป็นลูกค้าพอใจปริตาและรัญชิตามาก ทีมงานพากันถอนใจโล่งอกที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี หลังจากธิปไตยเช็กภาพจากจอมอนิเตอร์แล้ว เข้ามาบอกรัญชิตาและปริตาที่ยืนคุยอยู่กับคุณมนตรีว่าทุกอย่างโอเค ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ พรุ่งนี้จะมีคิวทดสอบการแสดงอีกหนึ่งวัน

“ทำไมต้องแคสเพิ่มอีกคะ มันเสียเวลา” ปริตาแย้ง

“ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาหรอก เพราะแค่การแสดงครั้งนี้ มันก็ชี้ชัดว่าใครน่าสนใจ ส่วนเรื่องที่ต้องเพิ่ม เธอคงต้องไปถามคนเพิ่มคิว” ธิปไตยโยนความผิดไปให้สมภพซึ่งเข้ามาขอโทษสองสาวที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า พอดีเขากับคุณมนตรีเห็นว่าสตอรี่โฆษณาที่ธิปไตยคิดมา ยังไม่ตอบโจทย์เรื่องสมรรถนะของรถ

“คุณมนตรีจึงอยากเพิ่มการขับขี่เข้าไปในโฆษณาด้วย ผมต้องรบกวนคุณมิ้นท์กับคุณอ้อมอีกครั้ง”

สองสาวไม่ขัดข้อง ให้นัดเวลามาได้เลย ชาญวุฒิให้ทั้งคู่ไปเปลี่ยนชุดก่อน เดี๋ยวจะคอนเฟิร์มเวลาและสถานที่อีกครั้ง ปริตารับคำแล้วตรงไปที่ห้องแต่งตัว โดยมีรัญชิตาเดินตาม ต้อยติ่งเกรงว่าถ้าปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพังจะเกิดเรื่องกันอีก อาสาจะตามไปประกบ ชาญวุฒิห้ามไว้เพราะไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรอีก

“ผมว่าพี่ควรจะเข้าไปประกบนะครับ ผมได้กลิ่นรังสีความน่ากลัว” ศิโรจน์แนะ ชาญวุฒิจับแขนเขาไว้

“ขอบใจนะอ๋อง พี่ดีใจที่เราได้ร่วมงานกันอีก”

ศิโรจน์เอามือเขาออก เร่งให้ไปดูสองสาว ชาญวุฒิทำตามอย่างว่าง่าย ต้อยติ่งมองตามน้อยใจที่เจ้านายเชื่อคนอื่นมากกว่าตนเอง อีกมุมหนึ่งของสตูดิโอ ธิปไตยไม่พอใจที่อยู่ๆสมภพมาเพิ่มบท เข้าไปต่อว่าว่าทีหน้าทีหลังควรจะบอกให้รู้ล่วงหน้าก่อน ทีมงานจะได้เตรียมตัวได้ทัน สมภพได้ทีเหน็บแนมเขาต่างๆนานา แต่พอถูกธิปไตยด่ากลับก็ไม่พอใจ เกือบจะวางมวยกัน สมภพเจ็บใจคิดหาทางแก้แค้น...

ด้านรัญชิตาตามปริตาทันกันที่ห้องแต่งตัว งอนง้อให้กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เธอไม่สนใจจะพูดด้วย รัญชิตาเห็นว่าห้องเปลี่ยนเสื้อมีเพียงห้องเดียวจึงอยากจะแสดงความมีน้ำใจ บอกให้ปริตาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อก่อน เธอไม่ต้องการรับความหวังดีจากคนทรยศ หันไปบอกชาญวุฒิที่ตามเข้ามาว่า

“อ้อมขอกลับชุดนี้นะคะ แล้วอ้อมจะเอาชุดมาคืนค่ะ” พูดจบ ปริตาคว้ากระเป๋าถือเดินออกไป รัญชิตามองตามผิดหวังที่ปริตาไม่รับไมตรีจิตจากตน

ooooooo

ปริตาหวังจะไปให้พ้นหน้ารัญชิตาเร็วๆ แต่ทำไม่ได้เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของปริเทพเสีย สมภพมาเห็นเข้า อาสาจะขับรถไปส่งบ้านให้ ปริเทพเป็นห่วงไม่อยากให้น้องไปกับเขาตามลำพัง อ้างว่าไม่อยากรบกวน เดี๋ยวให้ปริตากลับแท็กซี่เองได้ สมภพไม่ยอมให้พรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าของเพื่อนตัวเองต้องเสี่ยง ชีวิตกลับแท็กซี่

“คุณสมภพพูดเหมือนลูกค้าเลือกอ้อมแล้ว”

“ถึงเขาไม่เลือก ผมก็จะทำให้เขาเลือก ให้ผมไปส่งนะครับ”

ธิปไตยได้ยินคำพูดของสมภพก็ไม่ชอบใจนัก ขณะที่ปริตาคิดจะใช้สมภพเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น รัญชิตา จึงตอบตกลง แต่มีเรื่องรบกวนเขาอีกเรื่องหนึ่ง คือให้ช่วยตามช่างมาซ่อมรถให้ด้วย ปริเทพจะได้กลับพร้อมเธอ สมภพยินดีช่วยเหลือ แล้วโทร.ตามลูกน้องให้มาจัดการเรื่องรถให้ ธิปไตยซึ่งแอบดูอยู่ พาลคิดว่า ปริตาคงยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้แสดงโฆษณาชิ้นนี้...

ฝ่ายพอลลี่ตามมาถึงหน้าสตูดิโอ เห็นสมภพกุลีกุจอเปิดประตูให้ปริตาเข้าไปนั่งในรถ ทั้งๆที่มีปริเทพไปด้วย พอลลี่กลับคิดว่าเธอจะมาแย่งสมภพ หมายหัวเอาไว้ รอให้เคลียร์เรื่องของตนจบเมื่อไหร่ ได้เจอดีแน่...

ทันทีที่เจอหน้าชาญวุฒิ พอลลี่ต่อว่าฉอดๆๆที่ไม่ยอมเรียกเธอมาแคสติ้งงานนี้ แถมยังทวงบุญทวงคุณว่าตนเองเป็นคนหารายได้ให้เขาตั้งมากมาย ชาญวุฒิรำคาญที่ถูกลำเลิกบุญคุณ สั่งให้ต้อยติ่งเอาสัญญาที่พอลลี่เซ็นไว้กับบริษัทมาให้ แล้วฉีกทิ้งต่อหน้า สาปส่งไม่ต้องมาร่วมงานกันอีก...

เมื่อกลับถึงบ้าน ปริเทพอดถามปริตาไม่ได้ ทำไมถึงไปให้ความสนิทสนมกับสมภพทั้งๆที่รู้ว่าเขาเจ้าชู้ เธอแค่จะใช้เขาเป็นสะพานเพื่อให้ได้งานโฆษณาชิ้นนี้เท่านั้น ปริเทพเตือนว่าทำแบบนี้เสี่ยงเกินไป สมภพไม่น่าไว้วางใจ ปริตามั่นใจว่าตัวเองเอาเขาอยู่ ปริเทพอ้าปากจะค้าน แต่เธอชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“คุณสมภพเป็นเจ้าของสื่อและกำลังผลิตละครออกทีวีดิจิตอล อ้อมอยากได้งานจากเขา อ้อมจะได้เงินมาซื้อบ้าน ที่สำคัญเขามีเพาเวอร์ที่จะช่วยทำให้อ้อมเหนือกว่ามิ้นท์ อ้อมจะใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายมิ้นท์”

“อ้อมต้องระวังตัวด้วยนะ อย่าถลำไปมากนัก” ปริเทพอดเป็นห่วงน้องไม่ได้...

ในเวลาเดียวกัน ชาลินีต่อว่าพิชัยยกใหญ่ที่คุยหนักหนาว่าสมภพจะช่วยเชียร์ลูกให้ได้งานโฆษณาชิ้นนี้ แต่ทำไมต้องให้ลูกไปแคสติ้งแข่งกับปริตาด้วย เขาอ้างว่าปริตาแค่มาเป็นตัวเลือก ถึงอย่างไรสมภพก็ต้องเชียร์

ลูกของเรา รัญชิตาไม่อยากมีปัญหากับปริตาอีก จะขอถอนตัวจากงานนี้ แต่ชาลินีไม่ยอม ในเมื่อปริตาประกาศเลิกคบกับลูกแล้วมันเรื่องอะไรที่ลูกต้องไปญาติดีด้วย เธอเชื่อว่าที่มันมาแคสติ้งงานนี้ก็หวังจะเอาชนะลูก

“เป้าหมายของแกคือทำอย่างไรก็ได้ แกต้องชนะและเหนือกว่ามันทุกอย่าง”

“พ่อว่าที่แม่เขาพูดมาก็จริงนะ พ่อไม่ชอบเลยที่หนูอ้อมคิดจะเอาเรื่องลูก เพื่อนรักกันไม่ทำอย่างนั้นหรอก ลืมเรื่องอื่นให้หมด ลูกกลับมาสนใจงานบันเทิงที่ลูกตั้งใจไว้ เดินหน้าทำมันให้ดีที่สุด”

ooooooo

เช้าวันนี้เป็นการแคสติ้งเพื่อให้เห็นถึงสมรรถนะของรถที่มีระบบเบรกชั้นเลิศ จึงต้องไปเซตฉากกันนอกสถานที่ โดยให้ปริตาซึ่งตามบทโฆษณาเป็นเพื่อนรักกับรัญชิตา แสดงเป็นคนกำลังข้ามถนน ส่วนรัญชิตาจะขับรถมาด้วยความเร็วและจะมาหยุดที่

จุดมาร์กกิ้ง เพื่อโชว์ประสิทธิภาพของระบบเบรก

รัญชิตามัวแต่ใจลอย ขับรถเลยจุดที่มาร์กิ้งเอาไว้ กว่าจะตื่นจากภวังค์รถเกือบจะชนปริตา เธอรีบลงมาขอโทษขอโพยยกใหญ่ ปริตาไม่พอใจคิดว่าอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง ทำท่าจะเอาเรื่อง โชคดีที่ธิปไตย สมภพกับคุณมนตรีและทีมงานเข้ามาเสียก่อน รัญชิตายกมือไหว้ขอโทษทุกคนที่ทำให้ตกใจ

ธิปไตยเกรงจะผิดคิวให้ใจหายใจคว่ำกันอีก ขอร้องคุณมนตรี ให้นักแสดงแค่ขับรถมาเบรกอย่างเดียวก็พอ ไม่ต้องมีคนข้ามถนน สมภพชิงคัดค้าน ขืนทำตามที่ธิปไตยว่าภาพออกมาจะไม่สมจริง

“คราวนี้ก็สลับบทการแสดงกัน ให้คุณมิ้นท์มาเดินข้ามถนน ส่วนคุณอ้อมก็ขับรถ”

ธิปไตยกลัวปริตาจะเอาคืนรัญชิตา จึงตามเธอมาที่รถ ขอให้ช่วยไปบอกสมภพให้ใช้ตัวสแตนด์อินมาเดินข้ามถนนแทน อ้างเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย นอกจากปริตาจะไม่ให้ความร่วมมือ ยังแกล้งขู่ว่าจะกำจัดคู่แข่งทุกวิถีทางเพื่อให้ได้งานนี้ แล้วขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ธิปไตยทุบกระจกรถ สั่งให้บอกมาว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ ปริตาไม่สนใจ สตาร์ตรถรอเข้าฉาก ศิโรจน์เข้ามารายงานเจ้านายว่าทุกฝ่ายรออยู่ เขาถึงได้ยอมรามือ

เมื่อทุกอย่างพร้อม ธิปไตยสั่งแอ็กชั่น ปริตาเร่งเครื่องรถเข้าหารัญชิตาที่เดินข้ามถนน ถึงจุดมาร์กกิ้งแล้วแทนที่จะแตะเบรกเธอกลับเร่งความเร็วเพิ่มขึ้น รัญชิตาเห็นรถพุ่งใส่ตกใจทำกระเป๋าถือหล่น ธิปไตยสั่งคัตเสียงลั่น รถที่ปริตาขับมาหยุดห่างร่างสั่นเทาของรัญชิตาแค่คืบ ธิปไตยวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง รัญชิตากลัวจัด เข่าอ่อนจะเป็นลม เขาต้องช่วยประคองไว้ ชาญวุฒิเข้ามาตำหนิปริตาว่าควรจะเบรกให้เร็วกว่านี้

“อ้อมเชื่อใจในระบบเบรกของรถรุ่นนี้ค่ะ อ้อมอยากให้มันออกมาสมจริงที่สุด”

สมภพเดินนำคุณมนตรีเข้ามา ตบมือชื่นชมปริตาที่สื่ออารมณ์ออกมาได้สมจริงมาก ปริตาเห็นว่ารัญชิตาแสดงผิดคิวทำกระเป๋าหลุดมือ อาสาจะแสดงให้ใหม่อีกครั้ง ธิปไตยปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง เพราะได้ภาพครบทุกมุมไว้ให้คุณมนตรีจะใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว และสั่งให้ยกเลิกกองถ่าย

ด้านรัญชิตาโกรธที่ถูกปริตากลั่นแกล้ง ตามไปต่อว่า ทั้งคู่มีปากเสียงกัน รัญชิตาหมดความอดทน ในเมื่อปริตาไม่แคร์ความรู้สึกของตนตนก็จะไม่แคร์เธออีก และจะทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง แล้วตรงรี่ไปหาสมภพ ใช้ความเป็นเด็กเส้น ขอให้เขาช่วยให้เธอได้เป็นตัวหลักในโฆษณาและให้ตัดปริตาออกไป เขารับปากจะจัดการให้ ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าปริตาแอบฟังอยู่ตลอด เธอรอจนรัญชิตาคล้อยหลัง รีบเข้าไปยื่นขอเสนอให้สมภพ

ooooooo

ระหว่างรอผลการตัดสินว่าคุณมนตรีจะเลือกใครเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า ชาญวุฒิบอกกับปริตาและ รัญชิตาว่าเท่าที่ได้คุยกับคุณมนตรีเมื่อวันก่อน เขายืนยันจะให้มีพรีเซ็นเตอร์สองคนในโฆษณาชิ้นนี้ ดังนั้นสองสาวไม่ต้องห่วง ได้เล่นโฆษณาแน่นอน อยู่ที่ใครจะเป็นตัวหลัก ใครจะเป็นตัวรองเท่านั้น

“งานนี้พี่ชาญมีแต่ได้กับได้นะครับ เด็กโมฯพี่ทั้งสองคนเลย” ศิโรจน์กระเซ้า

ชาญวุฒิจับแขนศิโรจน์ไว้ ขอรอให้สรุปชัวร์ๆก่อน แล้วตนจะเลี้ยงขอบคุณเขาเนื่องจากที่เขาช่วยทำงานให้เด็กๆของตนโดดเด่น ต้อยติ่งเห็นท่าทีของชาญวุฒิที่มีต่อศิโรจน์ชักจะเอะใจ รีบเข้ามาแทรกกลาง

“กรรมการมาแล้ว รอฟังผลกันดีกว่า ตื่นเต้นๆ” ต้อยติ่งพยักพเยิดไปทางธิปไตยที่เดินเข้ามาพร้อมกับสมภพและคุณมนตรี ชาญวุฒิไม่รอช้า ถามคุณมนตรีว่าตกลงเลือกใครเป็นตัวหลัก รัญชิตากระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าสมภพจะจัดการให้ตามที่ตัวเองร้องขอ แต่กลับตาลปัตร คุณมนตรีเลือกปริตาเป็นตัวหลัก ส่วนเธอได้เป็นแค่ตัวรอง รัญชิตาเสียหน้ามาก ขอถอนตัวทันที แล้วเดินออกไป ปริตาหันไปทางธิปไตย

“คุณตรัยต้องไปช่วยกล่อมแล้วล่ะค่ะ ไม่มีนักแสดงก็คงถ่ายทำไม่ได้ บริษัทคุณตรัยอาจไม่ได้งานนะคะ”

ธิปไตยมองปริตาไม่ค่อยพอใจนัก แล้วเร่งฝีเท้าตามรัญชิตาจนทัน ยังไม่ทันจะพูดอะไร เธอชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าไม่ต้องกล่อมให้ยาก ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ยอมแสดงเป็นตัวรองเด็ดขาด เขาไม่ได้จะมากล่อมอะไรทั้งสิ้น แค่จะตามมาส่งเท่านั้น เขาเคารพในการตัดสินใจของเธอและขอบคุณเธอที่เสียเวลาเพื่อเขา แล้วหันหลังจะกลับไปที่กองถ่าย เธอได้สติคว้ามือเขาไว้ ปริตาตามมาเห็นภาพนั้นพอดี รีบหลบมุมแอบฟัง

“มิ้นท์ขอโทษนะคะ มิ้นท์เปลี่ยนใจแสดงตอนนี้ทันไหมคะ”

ธิปไตยจับมือรัญชิตาตอบพร้อมกับขอบคุณที่ยอมกลับไปแสดงโฆษณา ปริตาเข้ามาแขวะทั้งคู่ว่าเหมาะสมกันดี คนหนึ่งเป็นนางเอกแสนดี อีกคนหนึ่งยอมเสียศักดิ์ศรีเพื่อคนที่รัก รัญชิตาอดถามไม่ได้ ตกลงเธอทำอะไรกันแน่ คุณมนตรีถึงได้เลือกเธอ ปริตาไม่ยอมบอก ปล่อยให้รัญชิตาค้างคาใจอยู่อย่างนั้น...

ตกค่ำสมภพนัดเจอปริตาที่ผับ เพื่อเลี้ยงฉลองที่เธอได้เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ และไม่ลืมทวงสัญญาที่เธอให้ไว้ หากเขาช่วยให้เธอได้เป็นตัวหลักในโฆษณาชิ้นนี้ จะยอมช่วยทุกอย่างที่เขาร้องขอ เธอรักษาคำพูดเสมอ เขาจะให้เธอช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย สมภพยังไม่ต้องการให้ช่วยตอนนี้ เอาไว้ฉลองเสร็จก่อนค่อยว่ากัน แล้วยกแก้วขึ้นเชิญชวนให้เธอดื่มด้วยกัน ปริตาขอดื่มเพียงแก้วเดียว เพราะไม่ค่อยชอบของมึนเมา

“วันนี้ห้ามขัดใจผม ไม่หมดขวดไม่กลับ นะครับ” สมภพยกแก้วขึ้นชนกับแก้วของปริตา หวังจะมอมเหล้าเพื่อเผด็จศึกเธอ โดยไม่ทันสังเกตเห็นธิปไตยนั่งหลบอยู่อีกมุมหนึ่งของผับ มองอย่างไม่พอใจ ไม่ห่างจากโต๊ะของธิปไตยนัก ชาญวุฒินั่งดื่มเหล้าอยู่กับศิโรจน์และต้อยติ่งที่คอยแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เป็นระยะๆ

“พี่นึกว่าน้องอ๋องจะไม่มาแล้ว” ชาญวุฒิไม่พูดเปล่าจับมือศิโรจน์ไว้ เขาต้องมาแน่นอนเพราะต้องตามมาดูแลเจ้านายตัวเอง แล้วบุ้ยใบ้ไปทางที่ธิปไตยนั่งอยู่ ชาญวุฒิถึงกับเซ็งเพราะหลงคิดว่าเขามีใจให้...

ทางด้านสมภพมอมเหล้าปริตาจนเมาได้ที่ จัดแจงประคองออกจากผับ ทำทีจะไปส่งบ้าน ธิปไตยเห็นท่าไม่ดีรีบลุกตาม ไม่ได้มีแต่ปริตาเท่านั้นที่เมาเหล้า ชาญวุฒิก็เมาเช่นกัน เริ่มเก็บอาการชอบไม้ป่าเดียวกันไม่อยู่

ทั้งออดอ้อนทั้งออเซาะให้ศิโรจน์ช่วยขับรถพากลับบ้าน เขาทำตามที่ขอไม่ได้ เพราะต้องไปดูแลเจ้านาย แล้วชิ่งหนีทันที ชาญวุฒิบ่นอุบแล้วใครจะพากลับ ต้อยติ่งอาสาขับรถให้เอง เขาด่าลั่นว่านังชะนีชอบขัดลาภ

“ชะนี! บอสไม่ถนอมน้ำใจติ่งเลย ติ่งรักบอสนะ”

“รักฉัน?...แกไม่รู้หรือไงว่าฉันมาจากดาวดวงอื่น”

ต้อยติ่งทั้งตกใจ เสียใจทั้งผิดหวังที่รู้ว่าผู้ชายที่ตัวเองเฝ้ารักเฝ้าทุ่มเทหัวใจให้เป็นแรมปี ไม่ได้ชอบผู้หญิง

ooooooo

กุหลาบเล่นไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด