ตอนที่ 8
อัลบั้ม: วี วีรภาพ คั่ว 3 นางเอก 'นาว-โบว์-เซฟ' เพื่อนรักหักสวาทใน “กุหลาบเล่นไฟ”
แม้จะหวั่นใจไม่น้อย เพราะเกิดมาไม่เคยจับแหทอดปลามาก่อน แต่คนอย่างรัญชิตาฆ่าได้หยามไม่ได้ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทะมัดทะแมง ก็ชวนพลศิษฎ์ซึ่งอยู่ในชุดชาวประมงมีผ้าขาวม้าโพกหัว พายเรือออกไปกลางแม่น้ำตรงจุดที่คาดว่าจะมีปลาชุกชุม เธอจัดแจงลุกขึ้นจะทอดแห พลศิษฎ์ร้องห้ามไว้
“ไม่ต้องถึงมือมิ้นท์หรอก พี่ทอดครั้งเดียวก็ได้ปลาเต็มลำเรือแล้ว”
เขาเหวี่ยงแหออกไปราวกับมืออาชีพ ท่าสวยได้คะแนนเต็มสิบ แต่กลับมีเพียงลูกปลาตัวจิ๋วติดแหมาแค่ตัวเดียว ทุกคนบนฝั่งพากันหัวเราะขำ พลศิษฎ์ถึงกับจ๋อยเพราะคุยไว้เยอะ ฝากรัญชิตาช่วยกู้หน้าแทนตนเองด้วย เธอพยักหน้ารับ ลุกขึ้นยืนเตรียมจะทอดแห ปริเทพตะโกนเย้ย
“แค่ยืนก็ขาสั่นแล้ว ไม่ไหวก็พายเรือกลับเข้าฝั่งเหอะ”
พลศิษฎ์เห็นด้วย ชวนน้องสาวกลับ เธอไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด เหวี่ยงแหออกไปสุดแรงเกิด ไม่ได้มีแต่แหเท่านั้นที่ลงน้ำ คนทอดแหก็ตกน้ำตามไปด้วย ปริเทพขำก๊าก อึดใจรัญชิตาร้องขอความช่วยเหลือลั่น ปริตางง ร้องให้ช่วยทำไม ในเมื่อเธอว่ายน้ำเป็น จังหวะนั้นพลศิษฎ์ตะโกนโหวกเหวก
“ช่วยด้วย ช่วยมิ้นท์ด้วย ตะคริวกิน ผมว่ายน้ำไม่เป็น”
ปริเทพเห็นรัญชิตาจมน้ำหายไปก็ใจเสียรีบโดดลงมาช่วยงมหา แต่เธอแอบว่ายหนีขึ้นฝั่ง เขาโกรธที่โดนหลอก ตามมาต่อว่าว่าทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะแบบนี้ สักวันจะไม่มีใครเชื่อคำพูด พลศิษฎ์ที่เพิ่งพายเรือมาถึงขอร้องเขาอย่าตำหนิรัญชิตา ตนเองก็ร่วมโกหกกับเธอด้วย ธิปไตยเกรงเรื่องจะบานปลาย รีบตัดบท
“ตกลงมื้อนี้เราจะกินอะไรล่ะครับ”
“ซื้อจากชาวบ้านแถวนี้ก็ได้ค่ะ ทำกับข้าวกินกัน” ปริตาเสนอ ทุกคนเห็นดีด้วย...
ขณะที่ปริตากับพวกเปลี่ยนใจไปขอซื้อปลาจากชาวบ้านมาทำมื้อเย็น แทนที่จะจับเอง พิชัยเดินคุยกับสมภพมาตามทางเดินในช็อปปิ้งมอลล์ ฝากให้เขาช่วยหางานให้รัญชิตาด้วย เธอฝันอยากเป็นดารามาตั้งแต่เด็ก สมภพยินดีช่วยเหลือเต็มที่ เพราะลูกของเขาก็เท่ากับเป็นคนในครอบครัวของตนเช่นกัน
“คุณพิชัยรีบเปิดคอนโดฯนะครับ ผมจะจัดของส่งไปให้”
“ส่วนของของคุณ ผมเตรียมไว้ให้แล้ว” พิชัยพูดจบพยักพเยิดไปที่มุมหนึ่งใกล้ห้องน้ำ เห็นสาวสวยนางหนึ่งยืนยิ้มรอท่าอยู่ “เธอชื่อพลอย ฝากช่วยเจียระไนต่อให้ที” เขายื่นมือไปให้สมภพจับแล้วเดินแยกไป
พอสมภพเห็นหน้าผู้หญิงของพิชัยชัดๆ ทักว่าโลกกลมจริงๆ เมื่อวานเธอยังชื่อแพรอยู่เลย วันนี้ชื่อพลอยแล้ววันพรุ่งนี้จะชื่ออะไรดี พลอยถึงกับเซ็ง ไม่คิดว่าจะเจอคู่ขาเก่า ขยับจะเดินหนี สมภพดึงแขนไว้
“ไม่เอาน่า ฉันไม่รังเกียจหรอก ยิ่งเยอะประสบการณ์ยิ่งสนุก”
พลอยยิ้มพอใจที่สมภพไม่ไล่ ชวนให้ไปกันได้แล้ว เขาดึงมือไว้ จะต้องไปที่อื่นทำไมในเมื่อสวรรค์ของเราอยู่ตรงนี้ แล้วมองไปในห้องน้ำชาย ไม่เห็นใครอยู่ก็ผลักเธอเข้าไปก่อนจะเอาป้ายกำลังทำความสะอาดมาขวาง
ooooooo
เย็นวันเดียวกัน ที่บ้านของปริตาในต่างจังหวัด รัญชิตาเห็นปริเทพยังเคืองไม่หาย เข้าไปขอโทษที่แกล้งเขา แล้วถือโอกาสขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืนนี้ด้วยที่พาเธอไปส่งบ้าน เขาไม่อยากเสวนาด้วยจะเดินหนี
“มิ้นท์เสียใจเรื่องดาวด้วยนะคะ”
ปริเทพหันขวับ เสียงเขียวใส่จะพูดเรื่องนี้อีกทำไม รัญชิตาแค่อยากให้เขารู้ว่าตนเองก็เสียใจไม่ต่างจากเขา และขอให้เขาผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ ปริเทพสวนขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเย็นชา ให้เธอบอกตัวเองก็แล้วกัน...
อีกมุมหนึ่งในครัว ขณะปริตากำลังเตรียมมื้อเย็นอย่างขะมักเขม้น ธิปไตยอาสาจะช่วยทอดปลาให้ แต่ดันเฟอะฟะทำน้ำมันกระเด็นใส่มือตัวเองตอนเทปลาลงกระทะ ถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เธอต้องวิ่งไปเอาครีมบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนมาทามือให้ แล้วขยับจะไปทำกับข้าวต่อ เขาจับมือเธอไว้
“ขอบใจนะ ต่อไปฉันเป็นอะไร ใครกันจะช่วยดูแลฉัน”
“ดาวไงคะ” ปริตาดึงมือเขาออก
“แล้วใครจะดูแลเธอ” ธิปไตยซักไม่เลิก ปริตามีพลศิษฎ์คอยดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง เขาอยากรู้อีกว่าเธอรักพลศิษฎ์หรือเปล่า ปริตาไม่พูดอะไร เดินเลี่ยงไปดูปลาในกระทะ เขาตามมาคาดคั้นให้เธอตอบ
“คุณจะสนใจทำไมคะ ฉันจะรักใครชอบใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”
จังหวะนั้นปัทมาศเข็นรถเข็นเข้ามาเสนอตัวจะช่วยอีกแรงหนึ่ง ปริตาเห็นว่าใกล้เสร็จแล้ว ขอให้เธอออกไปรอข้างนอกดีกว่า ปัทมาศไม่ยอมไป คว้าจานจะเอามาให้ใส่ปลาที่ทอดเสร็จแล้ว แต่หยิบไม่ถนัด จานหล่นพื้นแตกกระจาย ปริตากำลังหงุดหงิดที่ธิปไตยเซ้าซี้ถามโน่นถามนี่ เผลอเอ็ดเพื่อนเสียงลั่น
“ดาว ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องเข้ามา”
พลศิษฎ์มาทันได้ยินพอดี รีบเข้าไปขัดจังหวะหวังจะช่วยปริตา “อ้อมอยู่นี่เอง ช่วยเช็ดหัวให้พี่หน่อยสิ”
“อ้อมไปช่วยคุณมาร์ทเถอะ ทางนี้ฉันกับดาวจัดการเอง”
“รีบไปเร็ว เดี๋ยวแฟนเป็นหวัดนะ” พลศิษฎ์รีบพาปริตาออกมา ธิปไตยมองตามตาละห้อยที่เห็นทั้งคู่สนิทสนมกัน โดยไม่รู้ว่าปัทมาศสังเกตเห็นอาการของเขาแต่ไม่พูดอะไร ทันทีที่ปริตาอยู่ตามลำพังกับพลศิษฎ์ ปรามว่าทีหน้าทีหลังอย่าพูดแบบนั้นอีก เขาแค่หวังดี ไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจเธอผิด
“พี่มาร์ทหมายความว่าอย่างไรคะ”
“ที่ผ่านมาคุณตรัยดึงอ้อมเข้าไปเกี่ยวพัน มิ้นท์กับดาวเข้าใจผิด ตอนนี้คุณตรัยเลือกดาวแล้ว พี่ไม่อยากให้ดาวคิดว่าอ้อมเป็นมือที่สามอีก อ้อมควรมีใครสักคนและพี่ก็พร้อม บางทีคนที่ใช่ก็อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป”
ooooooo
ระหว่างที่ช่วยกันเตรียมอาหารเย็น ปัทมาศคุยให้ธิปไตยฟังเรื่องที่ตัวเองแอบลุ้นให้ปริตาใจอ่อนยอมรับรักพลศิษฎ์สักที เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนจะจริงใจและเสมอต้นเสมอปลายเท่าเขามาก่อน ธิปไตยฟังแล้วอดสงสารปริเทพไม่ได้ เขาเองก็รักปัทมาศมากมายแต่เธอกลับไม่เห็น
“ถ้าอ้อมยอมรับรักพี่มาร์ท เราชวนอ้อมแต่งงานพร้อมกับเราดีไหมคะ...เอ่อ ดาวขอโทษนะคะ ดาวไม่ได้ตั้งใจเร่งรัดคุณตรัยค่ะ” ปัทมาศเสียงอ่อย ธิปไตยยังไม่อยากพูดถึงเรื่องแต่งงานตอนนี้รีบตัดบท
“เธอจัดจานเสร็จ ช่วยตักแกงใส่ถ้วยให้ด้วยนะ เดี๋ยวฉันออกไปตั้งโต๊ะ” ธิปไตยไม่ได้ทำอย่างที่พูด กลับแวะไปหาปริเทพที่ห้อง เห็นกำลังดูอัลบั้มรูปที่เคยถ่ายกับปัทมาศ
“ผมรู้ว่าคุณรักดาวมาก ผมขอโทษที่เคยพูดหรือทำร้ายความรู้สึกคุณ”
ปริเทพถามเสียงเครียดว่าจะพูดเรื่องนี้ทำไม แล้วโยนอัลบั้มลงถังขยะ ธิปไตยเดินไปหยิบมาคืนให้
“มันเป็นของคุณ”
“คุณคิดจะเสียสละดาวให้ผมเพราะสงสารผม หรือคุณต้องการน้องสาวผมกันแน่...วันก่อนผมไปที่ออฟฟิศคุณ ผมเห็นวีดิโอที่คุณถ่ายเบื้องหลังโฆษณา ผมดูออกว่าคุณคิดยังไงกับอ้อม ผมไม่ยอมให้คุณคบกับน้องสาวผม แล้วไม่ต้องมาแสดงท่าทีเห็นใจผม อย่าทำให้ชีวิตผมมันน่าสมเพชไปกว่านี้”
ธิปไตยเห็นว่าเขากำลังอารมณ์ร้อน ตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมา เจอพลศิษฎ์ยืนอยู่ ไม่สบายใจกลัวเขาจะได้ยินสิ่งที่ปริเทพพูด ถามหยั่งเชิงว่ามีอะไรหรือเปล่า พลศิษฎ์ได้ยินทุกคำที่ทั้งคู่คุยกัน แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ โกหกว่าแค่อยากรู้ว่าอาหารเสร็จหรือยัง หิวจนหน้าจะมืดอยู่แล้ว ธิปไตยถอนใจโล่งอกที่เขาไม่ติดใจสงสัยอะไร...
ทางด้านปริตาเข้าไปต่อว่ารัญชิตาที่แกล้งให้พี่ชายของตนว่ายน้ำไปช่วย เธอไม่ได้หวังจะให้ปริเทพช่วย แต่อยากให้ธิปไตยไปช่วยมากกว่า ปริตาเตือนให้เพื่อนเลิกคิดถึง เลิกสนใจเขาได้แล้ว
“แกขอให้ฉันเลิกยุ่งกับเขาได้ แต่จะสั่งให้ฉันเลิกรักเขา ฉันทำไม่ได้” รัญชิตาพูดจบเดินหนี ปริตาเดินตามให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ปัทมาศเข็นรถเข็นเข้ามาพอดี ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ปริตาไม่อยากให้ปัทมาศรู้เรื่องนี้ เฉไฉถามว่าแม่ของเธอใจอ่อนยอมให้เธอแต่งงานกับธิปไตยหรือยัง
“ฉันก็ไม่แน่ใจ คุณตรัยเองก็ยังไม่เคยพูดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะไปสู่ขอฉัน”
ปริตาอาสาจะไปคุยให้ ปัทมาศร้องห้ามเสียงหลง เนื่องจากไม่อยากกดดันให้เขาไม่สบายใจ จะรอให้เขาบอกรักและขอแต่งงานกับเธอเอง ปริตาเข้าใจความรู้สึกของเพื่อน จะอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ แล้วเข้ามากอดเธอไว้ มองรัญชิตาเป็นทำนองให้เข้ามากอดด้วยกัน แม้รัญชิตาจะเศร้าใจที่รู้ว่ากำลังจะสูญเสีย ธิปไตย แต่จำต้องทำใจ แล้วเข้าไปกอดเป็นกำลังใจให้ปัทมาศ พลศิษฎ์เข้ามาตามสามสาว
“หมดเวลาทำซึ้งแล้วครับ ขอเรียนเชิญสุภาพสตรีทั้งสามคน กินอาหารร่วมกันครับ”...
ครู่ต่อมา ทุกคนมาล้อมวงกันที่โต๊ะอาหาร ปริตาเชิญลูกทัวร์ทุกคนกินอาหารให้อร่อย มื้อนี้จะเป็นมื้อสุดท้ายของทริป ธิปไตยยกมือขอพูดอะไรก่อนลงมือกินอาหาร แล้วเดินเข้ามาหาปัทมาศ
“ดาว กลับไปครั้งนี้ ขอให้ฉันได้ดูแลเธอ ใช้ชีวิตกับเธอ แต่งงานกับฉันนะ”
ปัทมาศรอฟังคำนี้มานานแล้ว ตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดแล้วกอดเขาไว้ พลศิษฎ์แซวธิปไตยว่าไม่เป็นคนโรแมนติก ขอแต่งงานทั้งทีมันต้องมีเซอร์ไพรส์ เช่นบอกรักใต้แสงจันทร์หรือแสงเทียนก็ได้ ปัทมาศ รีบแก้ตัวให้ว่าที่เจ้าบ่าวตัวเองว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แค่บอกรักเธอก็ซึ้งจะแย่แล้ว ปริตาหันมองธิปไตย ฉุกคิดถึงวันที่กินดินเนอร์ฝีมือเขา ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่เขาบรรจงเนรมิตให้เธอแล้วได้แต่ยิ้มเศร้า
พลศิษฎ์ยกแก้วขึ้น เชิญชวนทุกคนดื่มให้กับวันแห่งความสุขของปัทมาศและธิปไตย แม้ปริตา ปริเทพและรัญชิตาจะยกแก้วขึ้นดื่มยินดีไปกับทั้งคู่ แต่ลึกๆแล้ว พวกเขาต่างเจ็บปวดใจ
ooooooo
ธิปไตยถือโอกาสที่พาปัทมาศมาส่งบ้าน ขออนุญาตพัชรินทร์แต่งงานกับปัทมาศในวันอาทิตย์ที่จะถึง และจะรีบพาแม่ของเขามาสู่ขอ ทั้งป้าอรและปัทมาศต่างลุ้นระทึก พัชรินทร์จะว่าอย่างไร
“รีบไปคุยกับแม่เธอให้เรียบร้อย ฉันไม่อยากให้มีปัญหาตามมาอีก”
ปัทมาศ ธิปไตยและป้าอรต่างดีใจที่เธอไม่ขัดข้อง...
ขณะที่ความรักของปัทมาศทำท่าจะสมหวังดั่งที่ฝันไว้ ชาลินีเล่นงานลูกทั้งสองคนฐานรวมหัวกันโกหกเรื่องธิปไตย ตนรู้จากเสาวลักษณ์แล้วว่าเขาจะแต่งงานกับปัทมาศ ด่าซ้ำว่าทั้งคู่ดีแต่จะทำให้ตนเสียผู้ใหญ่และเสียหน้า แล้วลากรัญชิตาไปที่หน้าจอทีวี กดรีโมตฯเปิดโฆษณาที่บันทึกเก็บไว้ เห็นภาพพอลลี่ที่เป็นตัวเด่นของโฆษณา ขณะที่รัญชิตาเป็นเพียงตัวประกอบ
“แกดูนี่ ทุกวันนี้แกเป็นยังไง คนที่แกเคยดูถูก มันแซงแกแล้ว แกดูให้เต็มตา ยัยอ้อมลูกแม่ค้าเพื่อนแสนดีของแกอีกคน มันกำลังจะมีชื่อเสียงขึ้นมาเหนือแก มันจ้องจะแย่งทุกอย่างของแก”
พลศิษฎ์สงสารน้องที่โดนแม่บังคับให้ดูโฆษณาซ้ำไปซ้ำมา แย่งรีโมตฯจากมือแม่แล้วกดปิด ขอร้องให้ท่านเลิกอคติกับปริตาสักที ชาลินีเลยหันไปเล่นงานเขาแทนหาว่าคอยให้ท้ายนังนั่น ก็เลยถูกมันปั่นหัวเล่น
“แล้วคุณแม่จะให้มิ้นท์ทำยังไงคะ”
“ไปเอาของของแกคืนมา ถ้าแกเลิกกับคุณตรัย ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่” ชาลินีประกาศกร้าว ก่อนจะเดินออกไป รัญชิตาร้องไห้โฮ สับสนไปหมดไม่รู้จะทำตัวอย่างไร พยายามทำดีที่สุดแล้วแต่ยังถูกแม่เล่นงานไม่เลิกแล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง พลศิษฎ์ได้แต่มองตามอย่างห่วงใย...
ทางด้านธิปไตยถึงกับฟิวส์ขาดเมื่อกลับถึงบ้านแล้วเจอแม่ตัวเองกำลังนั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำโดยมีบอลคอยนวดเนื้อนวดตัวเอาใจไม่ห่าง พุ่งเข้าไปต่อยเขาอุตลุด บอลได้แต่ปัดป้องไม่กล้าตอบโต้ พร้อมกับขอร้องให้หยุดทำร้ายตน ธิปไตยไม่ฟัง เขาทนไม่ไหวต่อยคืนให้บ้าง ธิปไตยยิ่งโกรธ ต่อยสุดแรงจนเขากระเด็นตกสระว่ายน้ำ แล้วตามลงไปกดน้ำซ้ำ เสียงร้องเอะอะของเสาวลักษณ์ ทำให้น้อยกับคนสวนและคนขับรถวิ่งมาดู
“พวกแกรีบเข้าไปห้ามเร็ว” เสาวลักษณ์สั่งการ
คนขับรถและคนสวนรีบเข้าไปล็อกตัวธิปไตยไว้ ขณะที่เสาวลักษณ์ช่วยพยุงบอลขึ้นจากน้ำ เอาผ้าเช็ดเลือดที่มุมปากให้ ธิปไตยสะบัดตัวหลุด ตัดพ้อต่อว่าแม่ที่ห่วงไอ้หมอนั่นมากกว่าลูกตัวเอง
“แกมันบ้าไปแล้ว รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไร แกเกือบจะฆ่าคนตาย”
“ผมอยากฆ่ามันให้ตาย คุณแม่จะได้เลิกทำตัวน่ารังเกียจไปยุ่งกับผู้ชายขายตัวอย่างมัน”
เสาวลักษณ์โกรธจัด ตบลูกหน้าหัน ธิปไตยเจ็บใจที่แม่ลงไม้ลงมือกับตนเองต่อหน้าคนอื่น ตรงรี่ไปที่ห้องนอนของท่านเพื่อแก้เผ็ด เสาวลักษณ์เกรงจะมีเรื่องกันอีกขอให้บอลกลับไปก่อน แล้วเธอจะโทร.หาทีหลัง เขาไม่อยากให้เธอมีปัญหากับลูก ขอร้องเธออย่าติดต่อเขาอีกเลยจะดีกว่า แล้วเดินคอตกจากไป จังหวะนั้นน้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกให้เสาวลักษณ์รีบไปห้ามคุณหนูที
ครู่ต่อมา เสาวลักษณ์มาถึงห้องนอนตัวเองเห็นธิปไตยกำลังโกยเสื้อผ้าของบอลมากองไว้กับพื้นก็ร้องห้ามเสียงลั่น เขาไม่สนใจเดินไปกระชากผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มโยนไปกองรวมกับเสื้อผ้าพวกนั้น
“ผมไม่อยากเห็นของของมัน หรือแม้แต่มีกลิ่นมันติดอยู่ในห้องนี้”
“แกหยุดบ้าได้แล้ว แกไปโกรธใครมาถึงมาลงที่ฉัน”
ธิปไตยโวยวายให้ท่านหยุดโทษคนอื่นเสียทีทุกอย่างเป็นเพราะท่านไม่ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะเลิกคบหาบอล หนำซ้ำยังพามันมากกในห้องนี้ หรือตลอดเวลาที่ผ่านมามันไม่ได้ไปจากที่นี่ เสาวลักษณ์แก้ตัวว่าไม่ได้ติดต่อบอลนานแล้ว พอเขารู้ว่าเธอไม่สบายก็เลยมาเยี่ยมและที่ไม่ไล่เขาไปก็เพราะว่าเธอเหงา ธิปไตยไม่พูดอะไรอีก หอบผ้าผ่อนที่กองอยู่ไปโยนไว้ที่พื้นปูนนอกบ้าน แล้วไปหยิบน้ำมันมาราด
เสาวลักษณ์วิ่งตามมาดู สองแม่ลูกมีปากเสียงกันอีก คราวนี้เถียงกันเรื่องที่ท่านบังคับให้ธิปไตยแต่งงานกับรัญชิตาเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน ทำให้เขาต้องทิ้งคนที่เขารัก จากนี้ไปเขาจะไม่แคร์ใครอีก จะเลือกทำในสิ่งที่อยากทำ เสาวลักษณ์จับมือเขาไว้ขอร้องให้ล้มเลิกความคิดที่จะแต่งงานกับปัทมาศ หากเขายอมแต่งกับรัญชิตา เธอจะไม่ผิดคำสัญญาอีก และขอให้เขายกโทษให้ ธิปไตยดึงมือแม่ออก
“ลูกเปลี่ยนไปมาก ผู้หญิงคนนั้นมันเสี้ยมลูกใช่ไหม”
“คุณแม่เห็นทุกคนผิดหมด ยกเว้นตัวเอง” ธิปไตยต่อว่าจบ จุดไฟเผากองเสื้อผ้า ก่อนจะเดินจากไปอย่างหมดศรัทธาในตัวแม่ เสาวลักษณ์ทรุดตัวลงร้องไห้ เสียใจ
ooooooo
ปริตาเอาแบบชุดแต่งงานที่ลัดดาวัลย์คัดเลือกเพื่อปัทมาศโดยเฉพาะมาให้ว่าที่เจ้าสาวหมาดๆดูถึงบ้าน แต่เธอกลับเปิดดูผ่านๆเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ปริตาอดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าแม่ของเธอรอตั้งแต่เช้าแล้ว ธิปไตยไม่เห็นพาแม่ของเขามาสักที ขอร้องให้เพื่อนช่วยพาไปบ้านเขา
“คุณหญิงคงไม่ยอมรับฉันเป็นสะใภ้หรอก ฉันอยากไปอธิบายให้ท่านเข้าใจ ฉันไม่อยากให้คุณแม่โกรธคุณตรัยอีก นะอ้อม” ปัทมาศอ้อนวอน ไม่นานนัก ปริตาเข็นรถเข็นพาปัทมาศมาพบเสาวลักษณ์ที่บ้านของฝ่ายหลัง ท่านกลับขับไล่ไสส่งไม่ต้องการเสวนาด้วย ปัทมาศขอร้องให้ฟังคำอธิบายก่อน
“ต้องให้คนของฉันมาลากออกไปหรือไง”
สองสาวยังไม่ทันจะขยับไปไหน ธิปไตยเข้ามาขอโทษปัทมาศที่ทำให้รอ แล้วเข็นรถเข็นพาเธอออกไปโดยไม่สนใจแม่ตัวเอง ปริตารีบเดินตาม เสาวลักษณ์มองตามผิดหวัง คิดจะทำบางอย่างเพื่อขัดขวางการแต่งงาน
ระหว่างทางไปที่รถ ปัทมาศขอโทษธิปไตยที่ทำให้เขาผิดใจกับแม่ของเขา เสนอให้ชะลอการแต่งงานไปก่อนหากแม่ของเขายังไม่พร้อม ธิปไตยยืนกรานให้ทำตามกำหนดเดิม จากนั้นเขาพาสองสาวไปยังห้างฯหรู ปริตาขอรออยู่หน้าห้างฯ ปล่อยให้ทั้งคู่ไปทำธุระกันตามลำพัง ทันทีที่พวกนั้นลับสายตา รัญชิตาโทร.เข้ามือถือของปริตา ปรากฏว่าเธออยู่ที่ห้างฯเดียวกัน
“อ้อม แกรีบมานะ ฉันรออยู่ตรงนี้” รัญชิตาวางสายเป็นจังหวะเดียวกับมีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาชน
“แก คนนั้นไงกำลังดังเลย ถ่ายลงปกหลายเล่มแล้ว”
รัญชิตามองตามผู้หญิงคนนั้นกับเพื่อน เห็นเข้าไปรุมล้อมพอลลี่ซึ่งมีดอกแก้วคอยเป็นพี่เลี้ยงช่วยกันแฟนๆให้เข้ามาถ่ายรูปได้ทีละคน พอลลี่เห็นรัญชิตายืนมองอยู่ก็ยิ้มเย้ยใส่ แล้วเดินมาหา เธอไม่อยากมีเรื่อง เดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง โดยไม่ทันเห็นชาลินีมาเดินช็อปปิ้งกับเอมอรที่นี่เช่นกัน ชาลินีคุยโม้อวดเพื่อนว่าลูกของเธอมาให้สัมภาษณ์นิตยสาร ช่วงนี้งานโฆษณาเข้ามาเยอะ
“เอ๊ะ นั่นหนูพอลลี่ ข่าวบันเทิงลงทุกวันเลยนะคะ กำลังดังเลยค่ะ” เอมอรชี้ให้ดูพอลลี่ที่กำลังเดินตามรัญชิตา ชาลินีเห็นท่าไม่ดี ขอตัวไปช่วยติวการสัมภาษณ์ให้ลูก แล้วชิ่งไปทันที เอมอรไม่เชื่อรีบตามไปดู
ooooooo
พอลลี่กับดอกแก้วตามรัญชิตาจนทันพูดจาเยาะเย้ยถากถางต่างๆนานา รวมทั้งเรื่องที่เธอต้องเสียธิปไตยให้ปัทมาศ เธอฟิวส์ขาดพุ่งตบตีพอลลี่ไม่ยั้ง ชาลินีมาเห็นพอดีได้แต่ยืนตะลึง เอมอรตามมาด้านหลังแดกดันใส่
“ไหนบอกว่าสัมภาษณ์งานไงคะ ลูกคุณชาลินีกำลังตบออกสื่อนะคะ ถ่ายคลิปกันเต็มเลยค่ะ”
พอลลี่ตั้งหลักได้ จะเอาคืนแต่เห็นแฟนคลับตัวเองกำลังถ่ายคลิปอยู่ รีบสวมบทนางเอกผู้แสนดี พูดจาภาษาดอกไม้กับคู่อริ รัญชิตาทนคนตีสองหน้าไม่ไหวพุ่งเข้าไปจะตบซ้ำ แฟนคลับของพอลลี่ไม่พอใจ เข้ามาช่วยกันรุมรัญชิตา พอลลี่แสร้งทำเป็นคนดีเข้าไปห้าม พวกนั้นตบไม่ได้ก็เลยด่าว่ารัญชิตาแทนที่ แถมด่าเลยไปถึงแม่ของเธอด้วย ชาลินีได้ยินเต็มสองหูถึงกับหน้าชา พอลลี่เหลือบไปเห็นชาลินี ก็ชี้ชวนให้แฟนคลับดู
ทุกคนหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน ชาลินีฉุนขาดที่ถูกฉีกหน้ากลางห้างฯหรู เข้าไปลากลูกออกมา ปริตาเลี้ยวมุมตึกมาเห็นหลังทั้งคู่ไวๆ และเห็นพอลลี่กับดอกแก้วมองตามอย่างเย้ยหยัน เดาได้ไม่ยากว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดี เข้าไปต่อว่าสองตัวแสบว่าทำอะไรรัญชิตา
“องครักษ์พิทักษ์เพื่อนมาช้าไปนะ โดนพวกฉันจัดหนักแถมคุณแม่คงจะซ้ำ ป่านนี้อกแตกตายไปแล้ว” ดอกแก้วกับพอลลี่หัวเราะชอบใจ ก่อนจะพากันจากไป ปริตาเป็นห่วงเพื่อน รีบตามไปดู...
แทนที่จะถามไถ่ลูกก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ชาลินีกลับทุบตีลูก แถมด่าซ้ำว่าสิ้นคิดที่เที่ยวไปตบตีคนอื่นกลางห้างฯให้ผู้คนพากันถ่ายคลิป พลอยทำให้ตนเสียหน้าไปด้วย ปริตาวิ่งตามมา เห็นชาลินีกำลังต่อว่ารัญชิตา ไม่กล้าเข้าไปหา ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ ชาลินีเห็นธิปไตยเข็นรถเข็นพาปัทมาศเข้าไปในร้านจิวเวลรี่ ชี้ให้ลูกดู
“แกเห็นไหม แกกำลังทุกข์เสียใจ แล้วเพื่อนแกมันเป็นยังไง คุณหญิงเพิ่งโทร.มาบอกฉันว่าคุณตรัยยืนยันจะแต่งงานกับมัน นังนั่นใช้ความพิการของมันเรียกร้องความเห็นใจ แกเห็นไหมว่าคนฉลาดคนที่เห็นแก่ตัวมันได้อะไร ส่วนแกรักเพื่อน เสียสละเพื่อความสุขของเพื่อน แกต้องเสียอะไรบ้าง”
รัญชิตาทนอยู่ที่นี่ไม่ไหวขอให้แม่พากลับบ้าน ชาลินีสั่งให้ลูกไปห่างๆ ถ้ายังคิดจะทำตัวเป็นนางฟ้าแสนดี ไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็อย่ามาให้เธอเห็นหน้า แล้วเดินจากไปไม่พอใจ รัญชิตากลัดกลุ้มใจที่ถูกแม่กดดัน...
ปริตาเข้ามาพูดให้กำลังใจรัญชิตาให้เข้มแข็งเข้าไว้ แต่เธอทนรับความกดดันต่อไปไม่ไหว อีกทั้งยัง
ท้อใจที่พยายามทำดีตามที่เพื่อนแนะนำ กลับโดนแม่ประกาศจะตัดแม่ตัดลูก หากเธอไม่ทวงธิปไตยคืนมา
“อีกหน่อยท่านก็เข้าใจแก”
“ไม่มีใครเข้าใจฉัน แกก็ดีแต่หาเหตุผลมาปลอบใจฉัน แต่แกไม่เข้าใจความรู้สึกฉัน ฉันเสียเวลาฟังคนอื่นมานานแล้ว ฉันควรจะฟังเสียงของตัวเอง” รัญชิตาเดินจากไป อย่างคับแค้นใจ ปริตาหันไปเห็นธิปไตยกับปัทมาศ อยู่ในร้านจิวเวลรี่ก็ตามไปดู เห็นเขาสวมสร้อยเพชรให้ปัทมาศ ที่ซื้อให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน
“ถึงคุณแม่ฉันจะไม่เห็นด้วยกับเรา แต่ชีวิตเป็นของฉัน สร้อยเส้นนี้แทนใจของฉัน ฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป”
ปัทมาศมองธิปไตยน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้งใจ เขาเช็ดน้ำตาให้เธออย่างทะนุถนอม แม้ใจหนึ่งของปริตาจะเจ็บปวดใจกับภาพตรงหน้า แต่อีกใจหนึ่งก็อดยินดีที่เห็นเพื่อนสมหวังในความรักไม่ได้...
ฝ่ายรัญชิตากลุ้มหนักไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร หันไปพึ่งเหล้าหวังจะดับความกลัดกลุ้ม แต่ยิ่งดื่มก็ยิ่งเครียด ภาพธิปไตยสวมสร้อยเพชรให้ปัทมาศซึ่งตัวเองเห็นก่อนจะออกจากห้างฯผุดขึ้นมาในความคิดคำนึง
“สร้อยเส้นนั้นมันต้องเป็นของฉัน” รัญชิตาครุ่นคิดหนัก ทำอย่างไรจะเอาธิปไตยคืนมาเป็นของตัว
ooooooo
ในที่สุดก็ถึงวันงานแต่งงานระหว่างปัทมาศและธิปไตย ซึ่งตรงกับวันเกิดของเจ้าสาวและรัญชิตา ปริตาชวนปริเทพไปทำบุญตักบาตรให้กับทั้งคู่ และขอให้เขาอภัยให้รัญชิตาสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ถือเป็นของขวัญให้มิ้นท์และให้ดาวด้วย ไม่มีของขวัญชิ้นไหนที่จะทำให้ดาวมีความสุขเท่ากับเห็นคนที่รัก...รักกันนะคะ” ปริตาอ้อนเสร็จจับมือพี่ชายไว้ ปริเทพทนเสียงเว้าวอนของน้องสาวไม่ได้ พยักหน้ารับคำ
“รักพี่ชายคนนี้ที่สุดเลย อ้อมเอาของไปเก็บก่อน เร็วๆนะพี่เทพ จะได้ไปช่วยงานดาวกัน”...
ธิปไตยในชุดเจ้าบ่าวสุดหล่อเพิ่งลงมาจากห้องตัวเอง ตอนที่รัญชิตาโทร.เข้ามือถือ เขากดไม่รับสาย ก่อนจะหันไปชวนศิโรจน์ให้ไปกันได้แล้ว มีเสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้ง ธิปไตยตัดสายทิ้ง ขยับจะไป ศิโรจน์ทักท้วงจะไม่รอเสาวลักษณ์ก่อนหรือ หากไม่มีท่านงานแต่งงานก็เริ่มไม่ได้ แล้วจัดแจงจะไปตาม ธิปไตยดึงมือเอาไว้
“ฉันเป็นคนแต่ง แกไปเอารถมา”
ศิโรจน์ไม่กล้าขัด รีบทำตามคำสั่ง มีเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้ามือถือของธิปไตยดังขึ้น เขาเรียกมาดูเป็นข้อความจากรัญชิตาให้เขาโทร.กลับ เธอมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ธิปไตยไม่อยากมีปัญหาจึงปิดมือถือ...
ทางด้านปริเทพนั่งมองกล่องของขวัญซึ่งข้างในเป็นตุ๊กตาเต้นระบำบนกล่องดนตรีที่ปัทมาศเคยบอกว่าอยากได้อยู่นานสองนาน ก่อนจะตัดสินใจไม่ไปร่วมงานแต่งงานของปัทมาศ ปล่อยให้ปริตาไปเองตามลำพัง เธอเข้าใจความรู้สึกของพี่ชายจึงไม่เซ้าซี้อะไรอีก...
ในขณะที่ปริเทพยังทำใจไม่ได้กับการที่หญิงคนรักจะแต่งงานกับชายอื่น พลศิษฎ์ถือกล่องของขวัญเข้ามาในห้องรัญชิตาเพื่อจะอวยพรวันเกิด แต่เธอไม่อยู่ในห้อง เดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้งเห็นข้อความเขียนด้วยลิปสติกสีแดงว่า “HAPPY BIRTHDAY TO ME” และมีจดหมายวางอยู่ใกล้ๆ เขาหยิบขึ้นมาอ่าน
“มิ้นท์มั่นใจว่าพี่มาร์ทจะเป็นคนแรกที่อ่านจดหมายฉบับนี้ เพราะพี่ไม่เคยลืมวันเกิดของมิ้นท์ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็คงไม่สนใจเหมือนทุกปี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้พี่รู้ว่ามิ้นท์รักพี่ มิ้นท์รักทุกคน...ลาก่อนค่ะ”
พลศิษฎ์ใจคอไม่ดีเป็นห่วงน้องสาว รีบลงไปถามพวกเด็กรับใช้ว่ามีใครเห็นรัญชิตาบ้าง ได้ความว่าเธอเพิ่งกลับมาเมื่อเช้ามืด เข้าห้องไปสักพักก็ออกไปอีก ชาลินีเดินเข้ามาพอดี พลศิษฎ์จึงเอาจดหมายของรัญชิตาให้อ่าน พร้อมกับบอกเสียงเครียดว่ากลัวน้องจะคิดสั้น เธอหาว่ารัญชิตาใจเสาะเกินกว่าจะฆ่าตัวตาย แต่พอคนรับใช้เอาพวงมาลัยดอกไม้สดที่วางอยู่หน้ากรอบรูปของชาลินีมาให้ เธอชักจะเป็นห่วงลูกขึ้นมา
“มาร์ท แกรีบออกไปตามยัยมิ้นท์เร็วเข้า” ชาลินีสั่งการ...
ที่หน้าคฤหาสน์ของธิปไตย ศิโรจน์ขับรถมาจอดรับเจ้านาย พร้อมกับยื่นมือถือของตัวเองให้ บอกว่าพลศิษฎ์ติดต่อเขาไม่ได้ก็เลยโทร.เข้าเครื่องตน ธิปไตยรีบรับสาย พอรู้เรื่องรัญชิตาหายตัวไปรับปากจะช่วยตามหา หากติดต่อเธอได้เมื่อไหร่จะโทร.ไปบอก วางสายแล้วหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาเปิดเครื่อง พบว่ารัญชิตาส่งไลน์มาหาเป็นร้อยข้อความว่า “ฉันจะรอคุณ” และยังมีแผนที่แนบมาด้วย รีบหันไปทางศิโรจน์
“ฉันมีธุระด่วน แกเอารถตามไปเจอกันที่บ้านดาว บอกดาวว่าฉันจะรีบไป” ธิปไตยสั่งเสร็จ วิ่งขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาลับสายตา เสาวลักษณ์เดินมาหาศิโรจน์สั่งให้เอารถออก
ooooooo
งานแต่งงานพร้อม เจ้าสาวก็พร้อม แต่เจ้าบ่าวหายตัวไป แม่เจ้าบ่าวกลับโผล่มาแทนที่ ปัทมาศดีใจคิดว่ามาเป็นเกียรติให้กับงาน ที่ไหนได้ เสาวลักษณ์มาขอให้เธอยกเลิกการแต่งงาน หากรักธิปไตยจริง ควรจะปล่อยให้เขาไปมีอนาคตกับผู้หญิงดีๆไม่ใช่คนพิการอย่างเธอ ปริตาทนไม่ไหวปรี่เข้าหา
“ฉันไหว้ล่ะค่ะ คุณหญิงออกไปเถอะค่ะ อย่าให้ฉันต้องเสียมารยาทเลย”
“มันเป็นเรื่องของฉันกับยัยพิการนี่ เธอไม่เกี่ยว”
ปริตาพยายามจะพาเสาวลักษณ์ออกไปให้ได้ แต่ปัทมาศห้ามไว้ เพราะต้องการเคลียร์กับท่านให้รู้เรื่อง เธอจึงต้องออกไปยืนดูห่างๆ ปัทมาศอ้อนวอนขอร้องเสาวลักษณ์ให้เห็นใจในความรักของตนด้วย เธอกลับท้าทายให้ปัทมาศลุกขึ้นมาบอกรักธิปไตยต่อหน้าเธอ แล้วถึงจะยอมยกเขาให้
ทั้งปริตา พัชรินทร์และป้าอรต่างลุ้นระทึกว่าปัทมาศจะทำอย่างไร เธอรวบรวมกำลังพยายามจะลุกขึ้นจากรถเข็น แต่ทำไม่ได้ ทรุดลงไปกองกับพื้น เสาวลักษณ์เย้ยหยัน แค่จะลุกยืนยังทำไม่ได้แล้วจะดูแลลูกของเธอได้อย่างไร ปัทมาศยอมเสียศักดิ์ศรีเพื่อผู้ชายที่ตนรัก กัดฟันคลานเข้าไปหา แทนที่เสาวลักษณ์จะเห็นใจ กลับจับตัวเธอให้ลุกขึ้น แต่เธอไม่สามารถยืนด้วยตัวเองได้ ทรุดลงไปกองอีกครั้ง
พัชรินทร์ทนไม่ไหว ปรี่เข้าไปตบหน้าคนใจร้าย แล้วประคองปัทมาศไว้ “ออกไปจากบ้านฉันได้แล้วคุณหญิง จากนี้ไปทั้งคุณและลูกชายคุณ อย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก ออกไป ฉันบอกให้ออกไป”
เสาวลักษณ์ผละจากไปอย่างโกรธจัด ปริตาไม่พอใจเธอมากรีบตามไปติดๆ ปัทมาศถึงกับปล่อยโฮที่แม่ประกาศยกเลิกงานแต่งงาน แต่ยังไม่ยอมแพ้ พยายามคลานกลับไปที่รถเข็นเพื่อจะตามเสาวลักษณ์...
ขณะเกิดเรื่องวุ่นวายที่บ้านของปัทมาศ ธิปไตยมาถึงดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งที่กำลังก่อสร้างตามแผนที่ ที่รัญชิตาไลน์มาให้ รัญชิตาหันมาเห็นพอดี รีบวิ่งจะไปโดดตึก เขาถลาไปคว้าตัวไว้ทัน สั่งให้หยุดทำบ้าๆได้แล้ว
“คุณไม่รักฉันก็ปล่อยให้ฉันตายไปซะ ฉันจะเป็นจะตายก็ไม่ต้องสนใจ” รัญชิตาพยายามดิ้นหนี
ธิปไตยจำต้องตบหน้าเธอเพื่อเรียกสติ ตำหนิว่าเธอยังไม่รู้จักรักตัวเองแล้วจะให้คนอื่นรักได้อย่างไร รัญชิตาได้สติ ร้องไห้โฮ ธิปไตยต้องกอดเธอไว้เพื่อปลอบใจ...
ทางฝ่ายปริตาเดินตามเสาวลักษณ์จนทัน ด่าว่าว่าดีแต่ดูถูกคนอื่นว่าพิการ เธอนั่นแหละที่ใจพิการ เสาวลักษณ์โกรธจัดตบหน้าผู้อ่อนวัยกว่าฉาดใหญ่ แม้จะถูกตบ ปริตายังคงต่อว่าเสาวลักษณ์ไม่หยุด เธอจะเข้าไปเอาเรื่องอีก แต่ศิโรจน์เข้ามารายงานเสียก่อนว่ารถพร้อมแล้ว เสาวลักษณ์จ้องปริตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะเดินนำศิโรจน์ออกไป จังหวะนั้นพลศิษฎ์โทร.มาบอกปริตาเรื่องที่รัญชิตาหายตัวไป
“ได้ค่ะ อ้อมจะรีบไปหามิ้นท์ พี่มาร์ทรีบตามไปนะคะ” ปริตาวางสาย ปัทมาศเข็นรถเข็นเข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้าย ถามว่าจะไปไหน เธอไม่อยากให้เพื่อนรู้เรื่องนี้ อ้างมีธุระนิดหน่อย จะรีบไปรีบกลับ ปัทมาศรู้ทันว่าเธอจะไปตามหารัญชิตา และยังรู้อีกว่าที่ธิปไตยหายตัวไปก็เพราะรัญชิตาดึงตัวไว้ หวังจะเอาเขาไปจากตนหากปริตายังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราสองคน ต้องพาตนไปด้วย พัชรินทร์ได้ยินพอดีก็ไม่พอใจ
“ปัทมาศ ถ้าเธอออกไปก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้านนี้อีก”
ปัทมาศไม่สนใจคำขู่ของแม่ ยืนยันจะไปหาธิปไตยให้ได้ พยายามเข็นรถเข็นด้วยตัวเอง แต่ล้อรถติดร่องถนน ปริตาเห็นใจเพื่อนรัก จำต้องเข้าไปช่วยเข็นรถพาเธอออกไป พัชรินทร์น้ำตาไหลพรากที่ลูกไม่เชื่อฟัง...
ด้านธิปไตยพยายามเกลี้ยกล่อมให้รัญชิตาทำใจกับเรื่องนี้ อีกไม่นานเธอก็จะผ่านไปได้ แล้วชวนเธอกลับ เพราะเขาต้องไปเข้าพิธีแต่งงาน รัญชิตายิ่งเสียใจ ตัดสินใจวิ่งหนีลงข้างล่าง เขาจะตามเธอล็อกประตูไว้...
หลังจากปริตากับปัทมาศออกไปไม่นาน ปริเทพก็มาถึงบ้านปัทมาศซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน แปลกใจที่บ้านเงียบเชียบ ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวหายไป ถามพัชรินทร์ว่าเกิดอะไรขึ้น ปัทมาศไปไหน เธอถึงกับน้ำตาคลอ
“ปริเทพรีบไปหาดาว เธอเป็นผู้ชายคนเดียวที่รักดาวจริง ฉันไว้ใจและเชื่อใจเธอ พาดาวกลับบ้านมาให้ได้”
“ครับ ผมจะพาน้องดาวกลับมาครับ” ปริเทพพูดจบรีบออกไป
ooooooo
เมื่อมาถึงตึกก่อสร้าง ปริตาขอให้ปัทมาศรออยู่ข้างล่าง แต่เธอไม่ยอม ปริตาจึงต้องพาขึ้นไปด้วย สองสาวเจอรัญชิตาซึ่งวิ่งหนีธิปไตยมาที่ชั้น 10 ของตัวตึก ปริตาพยายามกล่อมให้เธอเลิกคิดสั้น แล้วชวนกลับด้วยกัน ทางบ้านเป็นห่วงเธอมาก รัญชิตาขอเคลียร์กับปัทมาศก่อน
“ดาว วันนี้เป็นวันเกิดของเธอกับฉัน เธอเคยบอกว่าฉันขออะไร เธอก็ให้ฉันได้”
“แต่ฉันให้ที่เธอขอไม่ได้ ฉันรู้ว่าเธอจะขอคุณตรัยจากฉัน แล้วฉันก็รู้ว่าที่เธอคิดฆ่าตัวตายก็เพราะเรียกร้องความสนใจจากคุณตรัย เธอใช้ความเป็นความตายมาแย่งคนรักฉันไป เธอยังตัดใจจากคุณตรัยไม่ได้”
สองสาวเปิดฉากถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่งว่าใครควรจะได้ธิปไตยไปครอบครอง ปริตาขอร้องให้หยุดทะเลาะกัน แล้วพูดจากันดีๆจะได้เคลียร์เรื่องนี้ให้จบ แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายเมื่อรัญชิตาคุมสติไม่อยู่ เข้าไปเขย่ารถเข็นของปัทมาศเพื่อให้เธอพูดออกมาว่าจะคืนธิปไตย ปัทมาศร้องไห้โฮ ส่ายหน้าไม่ยอมให้
“นี่เหรอเพื่อนที่รักกัน เธอมันเห็นแก่ตัว เธอไม่ใช่เพื่อนฉัน เธอไม่ใช่เพื่อนฉันอีกต่อไป”
แรงเขย่าของรัญชิตาทำให้รถเข็นของปัทมาศไหลไปทางขอบตึกซึ่งไม่มีอะไรกั้น ปริตาไม่พอใจดึงตัว รัญชิตาออกมา สั่งให้พอได้แล้ว ปัทมาศใจลอยไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ละอายใจที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อแย่งชิงธิปไตยไปจากเพื่อน อีกทั้งตอนที่เธอกับปริตาเปิดเผยเรื่องที่เธอมีอะไรกับธิปไตยกลางงานหมั้นของรัญชิตา ทำให้พิชัยโกรธมาก ประกาศยกเลิกงานหมั้น รัญชิตาถึงกับเป็นลม ยิ่งคิดปัทมาศยิ่งรู้สึกผิดต่อเพื่อน
ฝ่ายปริตาพยายามดึงตัวรัญชิตาออกห่างจาก ปัทมาศก็เลยถูกเธอพาลใส่ หาว่าปริตาทำตัวเป็นกันชนคอยขวางตนก็เพราะชอบธิปไตยเหมือนกัน เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ชอบเขา รัญชิตาไม่เชื่อ ผลักปริตากระเด็นเกือบตกตึก ปัทมาศตกใจรีบเข็นรถเข็นเข้าไปขอร้องให้รัญชิตาหยุดหาเรื่องคนอื่นได้แล้ว
“ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีกแล้ว ฉันเกลียดเธอ ออกไป” รัญชิตาตะโกนลั่น ผลักรถเข็นของเธอเต็มแรง
ปริเทพมาถึงด้านล่างของตึกเห็นภาพนั้นพอดี ตกใจที่รถเข็นของปัทมาศไถลมาใกล้ขอบตึกอย่างน่าหวาดเสียว ธิปไตยซึ่งหาทางลงจากดาดฟ้าสำเร็จเข้ามาเห็นรถเข็นของปัทมาศกำลังจะตกตึก ร้องเตือนลั่น รัญชิตาซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดพยายามวิ่งไปจับตัวเพื่อนแต่คว้าได้เพียงสร้อยเพชรที่ธิปไตยซื้อให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน ส่วนรถเข็นกับคนร่วงตกจากตึก เหมือนมีลางบอกเหตุร้ายไปถึงพัชรินทร์ซึ่งกำลังถือหอยสังข์อยู่ในมือ เผลอทำตกพื้นแตกกระจาย รู้สึกใจคอไม่ดีกลัวเกิดเรื่องร้ายกับลูก ป้าอรต้องปลอบไม่ให้คิดมาก
ปริตากับธิปไตยตั้งสติได้วิ่งไปดูที่ขอบตึก เห็นร่างปัทมาศนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นรีบลงไปดู รัญชิตายืนตะลึงกับภาพเบื้องล่าง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ขณะที่ปริเทพเข้ามาประคองร่างปัทมาศที่หายใจรวยรินไว้ในอ้อมกอด พลศิษฎ์ที่ตามมาสมทบละล่ำละลักถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น
“รีบตามรถพยาบาลมาด่วน” ปริเทพสั่งการ
พลศิษฎ์จะคว้ามือถือมา โทร. แต่เงยหน้าขึ้นไปเห็นรัญชิตานั่งร้องไห้อยู่บนตึก รีบขึ้นไปหา ปัทมาศใช้ลมหายใจที่เหลือเพียงน้อยนิดขอโทษปริเทพที่ทำให้เสียใจ และฝากเขาดูแลแม่ของเธอกับป้าอรด้วย ปริเทพรับปากจะดูแลทุกคนอย่างดี แล้วปลอบว่าเธอจะต้องไม่เป็นอะไร ปัทมาศมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอร้องเขา
“บอกมิ้นท์ด้วย ดาวเห็นแก่ตัวเกินไป ดาวขอโทษ อโห...สิกรรมให้ดาวด้วย” พูดได้แค่นั้น ปัทมาศก็เริ่มหายใจติดขัด ปริตากับธิปไตยมาทันได้ดูใจ ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเธอจะหมดลง ปริเทพถึงกับปล่อยโฮโผกอดศพปัทมาศไว้ แต่พอหันไปเห็นพลศิษฎ์ประคองรัญชิตาเข้ามา เขาปรี่เข้าไปจะทำร้ายรัญชิตา ด่าว่าเป็นฆาตกร ธิปไตยต้องเข้ามาขวาง บอกให้เขาระงับสติอารมณ์ไว้กลับถูกต่อยหน้าหงาย
“คุณไม่ต้องยุ่ง ใครที่มีส่วนทำให้ดาวตาย คนคนนั้นก็ตายไปพร้อมกับดาว” ปริเทพชี้หน้าธิปไตยกับรัญชิตาอย่างอาฆาตมาดร้าย เธอกลัวจัดถึงกับเป็นลมล้มพับ
ooooooo










