สมาชิก

กุหลาบเล่นไฟ

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: วี วีรภาพ คั่ว 3 นางเอก 'นาว-โบว์-เซฟ' เพื่อนรักหักสวาทใน “กุหลาบเล่นไฟ”


วันนี้ชาญวุฒินัดถ่ายโฆษณามือถือที่ปริตากับเพื่อนๆเคยแคสติ้งไว้ เดิมทีเจ้าของสินค้าจะให้บริษัทอื่นทำ แต่เกิดปัญหาทางเทคนิคบางประการ ชาญวุฒิก็เลยเสนอให้บริษัทโฆษณาของธิปไตยทำงานชิ้นนี้แทน

ใกล้เวลาถ่ายทำแล้ว ชาญวุฒิไม่เห็นธิปไตยอยู่แถวนั้นก็ถามหา ศิโรจน์ชี้แจงว่าเจ้านายของเขามาแล้ว แต่ออกไปแล้ว ไม่รู้ไปไหน ต้อยติ่งหมั่นไส้จิกกัดว่าเป็นเลขาฯประสาอะไร ถึงไม่รู้ว่าเจ้านายตัวเองอยู่ไหน สองคนเปิดศึกน้ำลายใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ชาญวุฒิรำคาญสั่งให้หยุดเถียงกัน แล้วจับไหล่ศิโรจน์ไว้

“ผมวานช่วยเร่งเจ้านายคุณให้หน่อยแล้วกัน

ไม่อยากให้เสียชื่อทั้งคุณและผม”

ศิโรจน์รับคำ รีบโทร.ตามธิปไตยทันที...

รัญชิตากำลังจะขึ้นรถออกจากบ้าน ตอนที่ธิปไตยขับรถมาจอดเทียบ ชวนเธอไปสตูดิโอด้วยกัน เธอไม่อยากมีปัญหา ขอไปเองดีกว่า แล้วทำท่าจะเดินหนี เขาจับแขนไว้ ขอร้องให้เธอขึ้นรถไปกับเขา รัญชิตาเห็นท่าทีจริงจังของธิปไตยแล้ว จำใจนั่งรถไปด้วย ชาลินีมองตามพอใจคิดไปเองว่าทั้งคู่เคลียร์กันลงตัวแล้ว...

ด้านเสาวลักษณ์เห็นน้อยยกอาหารเช้ามาให้ก็แปลกใจว่าธิปไตยหายไปไหน ปกติเขาจะเป็นคนยกมาให้ ได้ความว่าเขาต้องรีบไปทำงานแต่เช้าเพราะต้องแวะรับรัญชิตาไปด้วย เสาวลักษณ์ยิ้มพอใจที่ลูกไปดูแลเธอ...

ภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล ปัทมาศหยิบตุ๊กตาผู้พิทักษ์มากอดอย่างมีความสุข แล้วหันไปหยิบกุหลาบในแจกันหนึ่งดอกมาดม อดนึกถึงธิปไตยซึ่งเป็นคนจัดแจกันไม่ได้ ตอนนั้นเขาถือแจกันดอกไม้ฝีมือตัวเองมาอวด แม้จะดูไม่ค่อยได้นัก แต่ปัทมาศก็ชอบ เพราะอะไรที่เขาทำให้ เธอจะปลื้มไปหมด
“อีกไม่กี่วันก็กลับบ้านได้แล้วนะ”

ปัทมาศจับมือเขาไว้ออดอ้อนว่าวันที่เธอได้กลับบ้าน ขอให้เขาเป็นคนมารับได้ไหม ธิปไตยพยักหน้ารับคำ เสียงเรียกของพัชรินทร์ปลุกปัทมาศให้ตื่นจากภวังค์ ท่านแจ้งข่าวดีว่าหมออนุญาตให้เธอกลับบ้านได้ แล้วขอคำมั่นจากเธอว่าจะไม่คิดสั้นหรือทำร้ายตัวเองอีก อะไรที่ผ่านแล้วก็ให้ผ่านไป

“ดาวไม่ทำแล้วค่ะ ดาวขอโทษนะคะที่ไม่ฟังคำสอนของแม่ ถ้าคุณตรัยรู้ว่าดาวได้กลับบ้านคงจะดีใจ”

พัชรินทร์ไม่อยากพูดถึงผู้ชายคนนี้ รีบตัดบท “แม่ไปรับยาก่อน รอแม่นะ”

“ค่ะ เดี๋ยวดาวจะส่งเมสเสจไปบอกคุณตรัย คุณตรัย

จะได้มารับดาว” ปัทมาศหยิบมือถือขึ้นส่งข้อความ พัชรินทร์เห็นแล้วไม่ค่อยสบายใจนัก ตัดสินใจจะทำบางอย่าง

ooooooo

เมื่อมาถึงหน้าสตูดิโอสถานที่ถ่ายทำโฆษณา รัญชิตาอดรนทนไม่ไหว ทวงถามธิปไตยให้บอกเหตุผลมาว่าทำไมถึงมารับเธอ ทั้งๆที่เราไม่ควรเจอกันอีก ปริตามาทันได้ยินพอดีถึงกับหูผึ่ง หยุดฟังอย่างสนใจ

“ผมอยากขอร้องคุณ ผมไม่อยากให้คุณแม่ผมรู้เรื่องที่ผมจะแต่งงานกับดาว ผมอยากให้ท่านหายดีก่อนแล้วผมจะหาทางอธิบายให้ท่านเข้าใจ”

“คุณก็เลยต้องเล่นละครตบตาแม่ของฉันด้วย”

ธิปไตยเกรงใจรัญชิตา หากทำให้ไม่สบายใจไม่ต้องทำก็ได้ เธอยินดีร่วมมือ เพียงแต่อย่าให้นานเกินไป เธอไม่ชอบเล่นละครหลอกใครและที่สำคัญไม่อยากทำให้ปัทมาศไม่สบายใจอีก พูดจบรัญชิตาเดินเข้าข้างใน...

ปริตาตามรัญชิตาไปที่ห้องแต่งตัว เตือนว่าหากหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรไปไหนมาไหนกับธิปไตยอีก เธอให้สัญญากับปัทมาศไว้แล้ว ต้องทำให้ได้ตามนั้น

“แกต้องการให้ฉันบอกความจริงกับแม่ฉัน แม่เขาใช่ไหม” รัญชิตาเสียงเครียด ปริตาไม่ได้ต้องการแบบนั้น แต่ที่เตือนก็เพราะไม่อยากให้เพื่อนเผลอใจให้ธิปไตยอีก

“แกไม่รู้หรอกว่าคนที่รักกัน มีใจให้กันแต่ต้องห้ามใจมันเจ็บแค่ไหน ถ้าเลือกได้ฉันอยากหนีไปให้ไกลๆ ไม่รับรู้ไม่เจอเขาอีก” พูดได้แค่นั้น รัญชิตารู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกคอ ปริตาพลอยเศร้าใจไปกับเพื่อนด้วย...

ฝ่าย​พอล​ลี่​เจอ​สมภพ​เพิ่ง​ลง​จาก​รถ​ตรง​หน้า​สตูดิโอ ปรี่​จะ​เข้าไป​ควงแขน แต่​เขา​ดึง​มือ​เธอ​ออก​ไว้ เตือน​ว่า​เธอ​กำลัง​จะ​เป็น​ดารา​ดัง ขืน​มา​ควงแขน​เขา​อาจ​มี​ข่าว​เสียหาย​ได้ พอล​ลี่​ยัก​ไหล่ ทำไม​ต้อง​สนใจ​ด้วย

“เธอ​รู้จัก​วงการ​นี้​น้อย​เกินไป อย่า​แสดง​ความ​เป็น​เจ้าของ ฉัน​ไม่​อยาก​ทำลาย​เส้นทาง​ซุป​ตา​ร์​ของ​เธอ”

หญิง​สาว​หลง​ดีใจ​คิด​ว่า​สมภพ​เจตนา​ดี แต่​หา​รู้​ไม่​ว่า​แท้จริง​แล้ว เขา​มี​แผน​จะ​เขี่ย​เธอ​ทิ้ง จังหวะ​นั้น ดอกแก้ว​วิ่ง​หน้า​ตั้ง​เข้า​มา​บอก​พอล​ลี่​ว่า​พวก​ศัตรู​มากัน​แล้ว เธอ​อยาก​จะ​เอา​คืนให้​สา​แก่​ใจ​แล้ว​ลาก​เพื่อน​ซี้​เข้าข้าง​ใน อิสเบล​ล่า​สะพาย​กล้อง​ถ่ายรูป​เข้า​มา​รายงาน​ตัว​ต่อ​สมภพ​ว่า​พร้อม​จะ​ทำ​หน้าที่​แล้ว เขา​ยิ้ม​พอใจ วางแผน​ให้​เธอ​ทำ​สกู๊ป​ข่าว​ปริ​ตา​เพื่อ​หา​ทาง​ใกล้​ชิด​ด้วย...

ภายใน​ห้อง​สตูดิโอ ชาญ​วุฒิ​กำลัง​ตรวจ​ดู​ความ​เรียบร้อย​ของ​ฉาก​ที่​จะ​ใช้​ถ่าย​ทำ ต้อยติ่ง​เห็น​ตรง​นั้น​ปลอด​คน จัดแจง​จะ​สารภาพ​ความ​ใน​ใจ​ที่​มี​ต่อ​เขา แต่​ไม่ทัน​จะ​อ้า​ปาก​พูด ปริ​ตา​และ​รัญชิ​ตา​ซึ่ง​แต่งตัว​เสร็จ​แล้ว​เข้า​มา​ขัดจังหวะ​เสีย​ก่อน ต้อยติ่ง​ผิดหวัง​สุดๆที่​ไม่​บอก​รัก​เขา...

การ​ถ่าย​โฆษณา​ครั้ง​นี้ เห็น​เค้า​ลาง​ความ​วุ่นวาย​ตั้งแต่​ยัง​ไม่ได้​เริ่ม​ถ่าย​ทำ เพราะ​พอล​ลี่​กับ​ดอก​แก้ว​พูดจา​กระทบกระแทก​แดกดัน​รัญชิ​ตา​ทันที​ที่​เห็น​หน้า ชาญวุฒิ​ต้อง​เข้า​มา​ห้ามทัพ

“เมื่อ​ไหร่​พวก​เธอ​จะ​รัก​สามัคคี​กัน​สัก​ที งาน​นี้​พี่​เสนอ​พวก​เธอ​เพราะ​คิด​จะ​ดัน​ให้​เป็น​ที่​รู้จัก จะ​ส่ง​ต่อไป​เล่น​ละคร เพราะฉะนั้น​ต้อง​แยกแยะ​เรื่อง​ส่วนตัว​ให้​ออก” ชาญ​วุฒิ​เสียง​กร้าว ต้อยติ่ง​ยื่น​บท​โฆษณา​ให้​สาม​สาว

“ณ จุด​นี้ ทั้ง​สาม​แสดง​เป็น​เพื่อน​รัก​กัน รัก​กันมาก เข้าใจ​ตรง​กัน​นะ​คะ”

รัญชิ​ตา​กับ​ปริ​ตา​รับคำ ชาญ​วุฒิ​เห็น​ว่า​ทุก​คน​เข้าใจ​ดีแล้ว สั่ง​ให้​ไป​เข้า​ฉาก​ได้ พอล​ลี่​อ้าง​ยัง​ไม่พร้อม แล้ว​เดิน​ออก​ไป​หน้าตา​เฉย โดย​มีด​อก​แก้ว​ตามติด ชาญวุฒิ​ถึง​กับ​บ่น​อุบ​ว่า​ดัง​แล้ว​เรื่อง​เยอะ รัญชิ​ตา​แนะ​ให้​เขา​หา​คน​ใหม่​มา​แทน ชาญ​วุฒิ​ปวด​ตับ​เกิน​กว่า​จะ​พูด​อะไร ต้อยติ่ง​จึง​อธิบาย​แทน​ว่า​หา​คน​ใหม่​ไม่ทัน​แล้ว

“จะ​ต้อง​ถ่าย​ให้​เสร็จ​วัน​นี้ แล้ว​อีกอย่าง เขา​เม้าท์​ว่า​มี​สาย​ตรง​ส่ง​ยัย​พอล​ลี่​มา”

ปริ​ตา​และ​รัญชิ​ตา​ต่าง​สงสัย สาย​ตรง​ที่​ต้อยติ่ง​ว่า​เป็น​ใคร

ooooooo

อีก​มุม​หนึ่ง​ของ​สตูดิโอ ธิป​ไต​ย​กำลัง​เช็ก​งาน​เป็น​ครั้ง​สุดท้าย ตอน​ที่​อิสเบล​ล่า​เข้า​มา​ถ่าย​ภาพ เขา​กำลัง​จะอ้า​ปาก​เล่น​งาน แต่​สมภพ​เข้า​มา​จับ​มือ​ทักทาย​เสีย​ก่อน

“หลัง​งาน​เดิน​แบบ ไม่ได้​เจอ​กัน​เลย คุณ​คง​ได้​อ่าน​ข่าว​ที่​ผม​ช่วย​ลง​ให้”

“ผม​บอก​แล้ว​ไง​ว่า​ผม​ไม่​อ่าน​ข่าว​ขยะ ถ้า​ไม่​มี​อะไร​ขอ​เชิญ​ที่​ห้อง​รับรอง​ด้าน​นอก​นะ​ครับ ผม​ต้องทำงาน”

ศิ​โรจน์​เข้า​มา​กระซิบ​กับ​ธิป​ไต​ย​ว่า​สมภพ​เป็น​เพื่อน​กับ​เจ้าของ​สินค้า​และ​มา​เป็น​ตัวแทน​ลูกค้า แล้ว​กุลีกุจอเชิญ​เขา​ไป​ทาง​ด้าน​โน้น สมภพ​ก​ร่าง​ใส่​ธิป​ไตย ก่อน​จะ​เดิน​ตาม​ศิ​โรจน์​ออก​ไป...

ทาง​ด้าน​พอล​ลี่​ยัง​คง​ป่วน​กอง​ถ่าย​ไม่​เลิก แสร้งว่า​แต่งหน้า​ยัง​ไม่​เสร็จ ไม่​พร้อม​จะ​เข้า​ฉาก แล้ว​บอก​ให้ ดอก​แก้ว​ปัด​บลัช​ออ​น​เพิ่ม รัญชิ​ตา​แดกดัน​ว่า​เติม​เครื่องสำอาง​อีก​นิด​เธอ​ก็​จะ​กลาย​เป็น​นก​แก้ว​มา​คอ​ร์​แล้ว

“ก็​สวย​สิ ฉัน​อยากสวย​เห​มือ​นนก​หงส์หยก ดอกแก้ว เติม​ให้​อีก” พอล​ลี่​จงใจ​จะ​ถ่วงเวลา รัญชิ​ตา​หมด​ความ​อดทน คว้า​ลิปสติก​สี​แดง​แจ๊ด​จะ​ทา​ปาก​ให้ ปริ​ตาดึงมือไว้ แล้ว​ถาม​ยัย​ตัว​แสบ​จะ​ถ่วงเวลา​ไป​ทำไม

“ฉัน​ก็​แค่​อยาก​แสดง​ให้​พวก​เธอ​เห็น​ว่า​ฉัน​ไม่​ใช่​พอล​ลี่​คน​เดิม”

“พอล​ลี่​ได้​ถ่าย​โฆษณา​ไม่​ต่ำ​กว่า​สิบ​ตัว มี​งาน​เดิน​แบบ​ทุก​วัน แล้ว​กำลัง​จะ​ได้​เล่น​ละคร” ดอก​แก้ว​เสริม ปริ​ตา​ไม่​สนใจ​ว่า​พอล​ลี่​จะ​ดัง​แค่​ไหน แต่​ใน​เมื่อ​ทำ​งาน​ด้วย​กัน​ก็​ต้อง​ให้​เกียรติ​กัน พอล​ลี่​ยอกย้อน​ว่า​ให้​เกียรติ​เหมือน​ที่​เธอ​ได้​รับ​จาก​รัญชิ​ตา​ตอน​งาน​เดิน​แบบ​การ​กุศล​คราว​ก่อน​อย่าง​นั้น​หรือ

“งาน​นั้น​แม่​เธอ​เป็น​เจ้าภาพ เธอ​เขี่ย​ฉัน​ไป​เดิน​เป็น​ตัวประกอบ แต่​งาน​นี้​ลูกค้า​เลือก​ฉัน​เป็น​ตัว​เมน ฉัน​ไม่​เขี่ย​เธอ​หรอก​มิ้นท์ มัน​ไม่​สนุก”

“เธอ​ก็​เลย​หาเรื่อง​แกล้ง​ฉัน”

พอล​ลี่​ไม่​สนใจ​จะ​เสวนา​กับ​รัญชิ​ตา หัน​ไป​สั่ง​ให้​ดอก​แก้ว​ไป​ตาม​ช่าง​มา​แต่งหน้า​เธอ​เพิ่ม รัญชิ​ตา​ไม่​ขอ​เล่น​เกม​ด้วย เดิน​โกรธ​หัว​ฟัด​หัว​เหวี่ยง​ออก​มา ปริ​ตา​รีบ​ตาม​ไป​ขอร้อง​ให้​อยู่​ถ่าย​โฆษณา​ให้​เสร็จ​ก่อน หาก​รำคาญ​เสียง​จิก​กัด​ของ​พอล​ลี่​ก็​ให้​คิด​เสีย​ว่า​เป็น​เสียง​นก​เสียง​กา รัญชิ​ตา​ไม่​รู้​จะ​ต้อง​ทน​ทำไม ถึง​ไม่ได้​ถ่าย​โฆษณา​ก็​ไม่​อด​ตาย ปริ​ตา​ต้องการ​เงิน เนื่องจาก​พรุ่งนี้​เป็น​วัน​สุดท้าย​ที่​ต้อง​เอา​เงิน​ไป​วาง​ดาวน์​บ้าน

“ถ้า​วัน​นี้​แก​ไม่​ถ่าย เขา​ก็​ต้อง​ยก​กอง ฉัน​ก็​ไม่​มี​เงิน​ซื้อ​บ้าน​ให้​แม่”

ปริ​ตา​เห็น​รัญชิ​ตา​อารมณ์​บูด​ไม่​เลิก​ก็​ไม่​อยาก​บังคับใจ หาก​เธอ​อยาก​จะ​กลับ​ก็​ไป​ได้​เลย ตน​ไม่​ถือ​โทษ​โกรธ​อะไร​แม้แต่​น้อย แล้ว​กลับ​เข้า​ห้อง​สตูดิโอ กำลัง​จะ​บอก​ให้​ธิป​ไต​ย​ยกเลิก​กอง​ถ่าย แต่​รัญชิ​ตา​เข้า​มา​รายงาน​ตัว​ว่า​พร้อม​เข้า​ฉาก​เสีย​ก่อน ปริ​ตา​หัน​ไป​ขอบใจ​เพื่อนรัก​ที่​ยอม​ทน​เพื่อ​ตน

ooooooo

ใน​ที่สุด​การ​ถ่าย​ทำ​โฆษณา​มือ​ถือ​ก็​เริ่ม​ขึ้น

ธิป​ไต​ย​กำหนด​ให้​พอล​ลี่​ยืน​ตรง​กลาง​โดย​ให้​ปริ​ตา​และ​รัญชิ​ตา​ประกบ​ซ้าย​ขวา ยัย​ตัว​แสบ​แกล้ง​ถาม ทำไม​ต้อง​ให้​เธอ​ยืน​ตรง​กลาง​ด้วย

“คุณ​พอล​ลี่​เป็น​ตัว​เมน​ของ​เรื่อง”

“แหม อย่าง​นี้​อ้อม​กับ​มิ้นท์​ก็​เป็น​ตัวประกอบสิคะ” พอล​ลี่​จงใจ​เย้ย​หยัน รัญชิ​ตา​โกรธ​จัด​แต่​ต้อง​ข่ม​ใจ​ไว้...

การ​ถ่าย​โฆษณา​ดำเนิน​ไป​อย่าง​ราบรื่น โดย​มี​สมภพ​มา​คอย​สังเกตการณ์​และ​อิสเบล​ล่า​คอย​ตาม​เก็บ​ภาพเบื้องหลัง​การ​ถ่าย​ทำ พอล​ลี่​ส่ง​ยิ้ม​ให้​กล้อง​ตลอด​เพราะ​คิด​ว่า​อิสเบล​ล่า​ถ่าย​ภาพ​เธอ​เพื่อ​เอา​ไป​ทำ​ข่าว แต่​สมภพ​กลับ​สั่ง​ให้​อิสเบล​ล่า​เก็บ​ภาพ​รัญชิ​ตา​และ​โค​ลสอัพ​ปริ​ตา​ให้​มาก​ที่สุด

สาม​สาว​เต้น​ลีลา​ประกอบ​เพลง​โฆษณา​ได้​สดใส​น่า​รัก ธิป​ไต​ย​ซึ่ง​ดู​อยู่​หน้า​จอ​มอ​นิเ​ตอ​ร์ ยิ้ม​พอใจ​กับ​การ​ถ่าย​ทำ แต่​พอ​หัน​ไป​เห็น​สมภพ​จ้อง​ปริ​ตา​ตาเป็นมัน​ก็​ชัก​สีหน้า​ไม่​พอใจ ทันที​ที่​เพลง​จบ ธิป​ไต​ย​ก็​สั่ง​คัต แล้ว​สั่ง​ยกเลิก​กอง​ถ่าย รัญชิ​ตา​ชวน​ปริ​ตา​ไป​เปลี่ยน​ชุด ระหว่าง​ทาง​ไป​ห้อง​แต่งตัว เธอ​อด​บ่น​ไม่ได้ หาก​ไม่​ติด​ว่า​ต้อง​แสดง​เพื่อ​ปริ​ตา เธอ​จะ​ตบ​พอล​ลี่​ให้​คว่ำ ปริตา​ขอบใจ​เพื่อน​มาก​ที่​ทำ​เพื่อ​ตน แล้ว​ชม​รัญชิ​ตา​ว่า​เปลี่ยน​ไป​ใน​ทาง​ที่​ดี​ขึ้น ไม่​เหวี่ยง​ไม่​วี​น​และ​เห็นใจ​คน​อื่น​มาก​ขึ้น​กว่า​แต่​ก่อน​เยอะ ขอ​ให้​เธอ​เป็น​แบบ​นี้​ตลอดไป

“ก็​คง​เป็น​เพราะ​ดาว​มั้ง ทำให้​ฉัน​รู้สึก​ผิด แค่​ฉัน​ขาด​สติ​ก็​ทำให้​ชีวิต​ดาว​ต้อง​เปลี่ยน”

ปริ​ตา​จับ​มือ​รัญชิ​ตา​ไว้​เพื่อ​ให้​กำลังใจ ก่อน​จะ​เร่ง​ให้​ไป​เปลี่ยน​ชุด​จะ​ได้​กลับ​บ้าน แล้ว​นึก​ขึ้น​ได้​ว่า​ตัวเอง​ยัง​ไม่ได้​ถอด​ไมค์​คืน บอก​ให้​รัญชิ​ตา​ไป​เปลี่ยน​ชุด​ได้​เลย​ส่วน​เธอ​ขอ​เอา​ไมค์​ไป​คืน​ทีม​งาน​ก่อน สอง​สาว​ไม่​ล่วงรู้​เลย​ว่า​พอล​ลี่​แอบ​มอง​อยู่ด้วย​สายตา​อาฆาต...

ขณะ​ปริ​ตา​เอา​ไมค์​คืนให้​ทีม​งาน ได้ยิน​ศิ​โรจน์​เข้า​มา​แจ้ง​ธิป​ไต​ย​ว่า​แม่​ของ​ปัท​มา​ศ​มา​ขอ​พบ เธอ​สนใจ​ขึ้น​มา​ทันที รีบ​ตาม​ไป​ดู​ว่า​มี​เรื่อง​อะไร ยัง​เดิน​ได้​ไม่​กี่​ก้าว สมภพ​ปรี่​เข้า​มา​ดัก​หน้า เธอ​ทักทาย​เขา​ตาม​มารยาท แล้ว​ขยับ​จะ​ไป เขา​จับ​แขน​เอา​ไว้​จะ​ขอ​คุย​ด้วย...

อีก​มุม​หนึ่ง​ไม่​ห่าง​กัน​นัก ทันที​ที่​พัช​ริน​ทร์​เจอ​หน้า​ธิป​ไต​ย ขอร้อง​ให้​เลิก​ยุ่ง​กับ​ปัท​มา​ศ

“ลูก​สาว​ฉัน​รัก​คุณ​มาก​เท่า​ไหร่ ฉัน​ก็​เห็น​ลูก​ต้อง​เจ็บปวด​มาก​เท่านั้น อย่า​ทำให้​ลูก​ฉัน​ต้อง​เจ็บ​ไป​กว่า​นี้”

“ผม​ทำให้​ดาว​เสื่อมเสีย และ​ดาว​ต้อง​มา​เจ็บ​เพราะ​ผม...ผม​ต้อง​รับผิดชอบ”

“อย่า​เอา​ความ​รับผิดชอบ​มา​ผูกมัด​ลูก​สาว​ฉัน นอก​เสีย​จากคุณ​รัก​ลูก​สาว​ฉัน” พัช​ริน​ทร์​เห็น​เขา​นิ่ง​อึ้ง​ก็​เดา​ได้​ไม่​ยาก​ว่า​เขา​ไม่ได้​มี​ใจ​ให้​ปัท​มา​ศ จึง​ขอ​ให้​เขา​หยุด​เพียง​แค่​นี้ ธิป​ไต​ย​ยกมือ​ไหว้​ขอโทษ​เธอ

“ขอ​ให้​ผม​ไป​รับ​ดาว​พา​ไป​ส่ง​บ้าน​นะ​ครับ ผม​สัญญา​กับ​ดาว​ไว้ นั่น​จะ​เป็น​สิ่ง​สุดท้าย​ที่​ผม​ทำ​เพื่อเธอ”

“ฉัน​หวัง​ว่า​จะ​เห็น​หน้า​คุณ​ที่​โรงพยาบาล​เป็น​ครั้ง​สุดท้าย​เช่น​เดียวกัน”

ooooooo

สมภพ​อ้าง​กับ​ปริ​ตา​ว่า​กำลัง​จะ​ทำ​สกู๊ป​ข่าว​ดาว​ดวง​ใหม่ อยาก​ได้​เธอ​ไป​สัมภาษณ์ ปริ​ตา​แนะ​ให้​ไป​หาพอล​ลี่​แทน เขา​ไม่​ต้องการ​คน​ที่​เป็น​ที่​รู้จัก ต้องการ​ของสด​ใหม่​ที่​ไม่​น่า​เบื่อ

“ผม​ชอบ​ปั้น​คน​ที่​มี​พรสวรรค์ อยาก​ให้โอกาสคน ผม​ปั้น​ให้​คน​นั้น​ได้​อยู่​แถว​หน้า​ทุก​คน”

ธิป​ไต​ย​มา​ทัน​ได้ยิน​พอดี มอง​ลุ้น​ว่า​ปริ​ตา​จะ​ว่า​อย่างไร สมภพ​ชวน​เธอ​ไป​คุย​กัน​ด้าน​โน้น จะ​ได้​เป็น​ส่วนตัว​เผื่อ​เธอ​จะ​ผ่อนคลาย​ขึ้น แล้ว​จับ​แขน​จะ​พา​ออกไป ธิป​ไต​ย​เข้า​มา​ขวาง​เสีย​ก่อน

“ผมได้ยินว่าคุณสมภพจะสัมภาษณ์ดาว ในฐานะที่ผมสนิทกับอ้อม ต้องบอกคุณสมภพเลยครับว่าคนนี้เป็นโรคไว้ใจคนยาก วันหน้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับอ้อม ถามผมก็ได้ครับ...อ้อม เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว” พูดจบ ธิปไตยพาปริตาจากไป สมภพมองตามไม่พอใจที่ถูกเขาขัดขวาง แถมยังวางท่าเป็นเจ้าของเธออีกด้วย...

ปริตาเดินมากับธิปไตยได้สักพักก็นึกขึ้นได้ ถามว่าพัชรินทร์มาหาเขาเรื่องอะไร พอรู้ว่ามาขอให้เขาเลิกคบกับปัทมาศก็ตกใจ อยากรู้เขาตอบกลับไปว่าอย่างไร เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี แก้ปมโน้นก็เจอปมนี้ ทำไมชีวิตมันถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้ ปริตาไม่วายตำหนิ หากเขาไม่ผูกเงื่อนไว้แต่แรก มันคงไม่กลับมารัดตัวเขาเอง ในเมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ธิปไตยถามหยั่งเชิง หากเขาแก้ไม่ได้ เธอจะช่วยเขาไหม

“ฉันก็ต้องช่วย ในฐานะที่เพื่อนฉันอยู่ในปมนี้ด้วย” ปริตาพูดจบ แยกไปอีกทางหนึ่ง...

ที่ห้องแต่งตัวภายในสตูดิโอ รัญชิตาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมจะกลับ พอลลี่ยังตามเข้ามาเยาะเย้ยถากถางให้เจ็บใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะขย้ำคอแล้วตบซ้ำไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่รัญชิตาคนเดิม แม้จะแค้นใจแค่ไหนก็ได้แต่เดินจากไปโดยไม่ปะทะด้วย...

ชาญวุฒิเจอปริตาตรงทางเดิน ยื่นซองใส่เงินค่าจ้างถ่ายโฆษณาให้ เธอขอบคุณเขามาก เงินก้อนนี้ช่วยให้เธอมีเงินไปดาวน์บ้าน เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ แล้วจากนี้ไปจะเอาเงินที่ไหนไปผ่อน เธอจะหางานประจำทำ

“ไม่ต้องเลยนะ พี่ไม่ปล่อยให้เด็กในโมฯพี่ตกอับ หลังโฆษณาชิ้นนี้ออนแอร์ มันจะเป็นใบเบิกทางให้อ้อม รับรองผู้จัดละครติดต่อมาแน่” ชาญวุฒิว่าแล้วยื่นซองใส่เงินอีกซองหนึ่งให้ “ฝากให้น้องมิ้นท์ด้วย พี่เข้าไปเคลียร์ข้างในก่อน” จังหวะที่เขากลับเข้าห้องสตูดิโอ รัญชิตาเดินเลี้ยวหัวมุมเข้ามา

ปริตายื่นซองเงินให้ แล้วถามว่าเป็นอะไรไป ทำไมหน้าบอกบุญไม่รับอย่างนั้น เธอไม่อยากพูดถึงพอลลี่อีก จึงโกหกว่าไม่มีอะไร ปริตาหอมแก้มเพื่อนหนึ่งฟอดแทนคำขอบใจที่อดทนเพื่อเธอ รัญชิตายิ้มรับ

“ก็อย่าให้ฉันหมดความอดทนแล้วกัน ฉันกลับก่อนนะ”...

พอลลี่กำลังถอดชุดออกไม่ทันเห็นดอกแก้วมาทางด้านหลัง ดอกแก้วเห็นรอยช้ำที่แผ่นหลังของเธอก็ร้องทักไปโดนอะไรมา เธอถึงกับสะดุ้งโหยงรีบเอาผ้ามาปิด ไล่ดอกแก้วออกไปข้างนอกก่อน จะขอเปลี่ยนชุด แล้วมองรอยช้ำของตัวเองในกระจกเงา ยังเจ็บไม่หายที่โดนสมภพซ้อม แต่ต้องอดทนเพื่ออนาคตที่ดี

ฝ่ายดอกแก้วมัวแต่คิดถึงรอยช้ำของเพื่อน ไม่ทันมองทาง ชนเข้ากับสมภพอย่างจัง เธอรีบขอโทษ แล้วรายงานเอาหน้าว่าพอลลี่ยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เสร็จ เขาไม่ได้มาตามพอลลี่ แต่กำลังจะกลับ เธอสบช่องขอให้เขาช่วยหางานเหมาะๆให้ สมภพคิดจะเคลมเธอแลกกับการหางาน อาสาจะไปส่ง ดอกแก้วจะเดินออกไปพร้อมกัน แต่สมภพไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นชิงบอกให้เธอไปรอเขาข้างๆบริษัท

ooooooo

ที่ห้องพักฟื้นของปัทมาศ พัชรินทร์เก็บข้าวของเรียบร้อยก็ชวนลูกกลับ ปัทมาศขอร้องให้รอก่อน ธิปไตย ไลน์มาบอกแล้วว่ากำลังจะมารับ พัชรินทร์ยังไม่ทันจะพูดอะไร ประตูห้องพักเปิดออก ปัทมาศหลงดีใจคิดว่าธิปไตย แต่กลับเป็นนางพยาบาลที่เข้ามา

“ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันต้องให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้องแล้ว”

ปัทมาศผิดหวังที่ต้องออกจากห้องพักฟื้น ก่อนที่ธิปไตยจะมารับ...

ธิปไตยอ่านข้อความที่ปัทมาศส่งมาหาก็อดเป็นกังวลไม่ได้ แต่พอเห็นรัญชิตาเดินออกมาจากสตูดิโอ รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ ชวนกลับบ้านด้วยกัน เธอกลับเองได้ ไม่อยากรบกวนเวลาที่เขาจะไปเยี่ยมปัทมาศ

“ผมรับคุณมา ผมก็ต้องส่งคุณ ไม่อยากให้คุณอาชาลินีสงสัยด้วยครับ” ธิปไตยพูดจบ เปิดประตูรถให้ รัญชิตาตกลงใจไปกับเขาเพราะไม่อยากให้แม่จับโกหกได้เช่นกัน...

โชคไม่เข้าข้างธิปไตย เสาวลักษณ์เกิดอยากรู้ขึ้นมาว่าลูกเสร็จงานแล้วจะไปไหนทำอะไรต่อ เลยโทร.ถามศิโรจน์ซึ่งจำต้องบอกความจริงว่าเจ้านายกำลังไปส่งรัญชิตาแล้วจะรีบไปรับปัทมาศกลับบ้าน เสาวลักษณ์โกรธมากที่ลูกยังติดต่อกับนังลูกครูคนนั้น ปัดถ้วยใส่ยาที่น้อยเอามาให้กระเด็น แล้วลุกขึ้นแต่งตัว...

พัชรินทร์เข็นรถเข็นพาปัทมาศมาจอดแอบๆแถวห้องโถงของโรงพยาบาล แล้วจะกลับไปเอาข้าวของ เจอปริตาพอดี บอกว่าหมอให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ปัทมาศไม่ยอมกลับจะรอธิปไตยมารับ วานเธอช่วยไปพูดให้ที หญิงสาวหายไปคุยกับปัทมาศพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาบอกพัชรินทร์ว่าพยายามกล่อมเธอแล้ว แต่ไม่สำเร็จ

“เธอเข้าใจฉันแล้วใช่ไหม ทำไมฉันถึงห้ามไม่ให้ดาวคบผู้ชายคนนั้น เขามีแต่ทำให้ลูกฉันผิดหวัง ฉันทนให้ลูกต้องเจ็บไม่ได้อีกแล้ว” พัชรินทร์พูดจบจะไปขนกระเป๋า ปริตาอาสาจะจัดการเอง ให้ท่านไปดูปัทมาศ ดีกว่า...

ในเวลาเดียวกัน รัญชิตาเห็นสีหน้าเป็นกังวลของธิปไตย ตัดสินใจบอกให้เขาจอดรถให้เธอลงตรงนี้ แล้วรีบไปรับปัทมาศจะดีกว่า ป่านนี้คงรอแย่แล้ว

เธอจะบอกแม่ของเธอเองว่าเขามาส่งหน้าบ้าน แล้วต้องรีบกลับไปดูแลเสาวลักษณ์ ธิปไตยขอบคุณเธอมาก รีบเบนรถเข้าข้างทาง

“ถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ ก็รีบบอกฉัน ฉันไม่อยากเล่นละครหลอกใคร โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ฉัน” รัญชิตา พูดจบ ลงจากรถ...

ด้านสมภพขับรถพาดอกแก้วมาตามถนน เห็นรัญชิตากำลังยืนรอแท็กซี่ ดอกแก้วเองก็เห็นเช่นกัน รีบเชิดหน้าคอตั้ง พอรถแล่นเลยรัญชิตาไป เขากลับจอดรถดื้อๆ อ้างมีธุระด่วน ขอส่งดอกแก้วแค่นี้ ทันทีที่เธอลงจากรถ สมภพถอยรถไปจอดตรงหน้ารัญชิตาแล้วลงมาเปิดประตูให้เธอขึ้น ก่อนจะขับผ่านหน้าดอกแก้วที่มองตามด้วยความเจ็บใจ...

พัชรินทร์เห็นปัทมาศใช้มือหมุนล้อรถเข็นที่ตัวเองนั่งออกไปหน้าโรงพยาบาล จะรีบตาม แต่เสาวลักษณ์มาขวางไว้ แนะนำตัวเองว่าเป็นแม่ของธิปไตย พัชรินทร์มองงงๆ

ooooooo

ปัทมาศเข็นรถเข็นมาถึงหน้าโรงพยาบาล ชะเง้อคอยาวมองหาธิปไตยแต่ไม่พบ คิดว่าเขาผิดคำพูด ไม่มาหา ก็ร้องไห้เสียใจ ธิปไตยย่องมาทางด้านหลัง

“ร้องไห้แล้วไม่สวยนะ” พูดจบ เขาคุกเข่าลงข้างรถเข็น เช็ดน้ำตาให้ปัทมาศพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้

เธอดีใจมากโผกอดเขาแน่น ปริตาถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของพัชรินทร์จะออกมาวาง เห็นภาพนั้นแล้วอดน้ำตาคลอไม่ได้ พยายามกวาดตามองหาพัชรินทร์เห็นยืนอยู่กับเสาวลักษณ์ที่อีกมุมหนึ่งไกลๆก็แปลกใจ

ด้านเสาวลักษณ์พยายามจะใช้เงินฟาดหัวพัชรินทร์แลกกับการที่ปัทมาศจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับธิปไตยอีก

เธอโกรธจัดที่ถูกเหยียดหยาม จึงแก้เผ็ดด้วยการจะไปแจ้งความจับธิปไตยฐานข่มขืนลูกสาวของเธอ และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แล้วผละจากไป เสาวลักษณ์ได้แต่ยืนอึ้ง ปริตาที่ยืนฟังอยู่พักใหญ่ตัดสินใจเข้าไปหา

“อ้อมเคยเตือนคุณหญิงแล้วนะคะ อย่าใช้เงินแก้ปัญหาและขอความกรุณาเลิกดูถูกคนอื่นเถอะค่ะ”

แทนที่จะสำนึกผิด เสาวลักษณ์กลับกล่าวหาว่าปริตาเป็นพวกเดียวกับพัชรินทร์ หวังจะจับลูกชายของตน เธอท้วงติงจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อพัชรินทร์เป็นฝ่ายขอให้ธิปไตยเลิกยุ่งกับปัทมาศ และที่สำคัญพัชรินทร์ไม่ได้ต้องการเงินหรือข้อเรียกร้องใดๆ แค่อยากได้คำขอโทษจากคนทำผิดเท่านั้น...

พัชรินทร์อารมณ์ค้างจากที่โดนเสาวลักษณ์ดูถูก พาลไล่ตะเพิดธิปไตยไม่ให้ไปส่งตนกับลูก ผลักเขาพ้นทางแล้วเข็นรถเข็นพาปัทมาศจากไป โดยมีปริตาช่วยขนข้าวของตาม ธิปไตยงง ทำไมอยู่ๆพัชรินทร์ถึงได้เกรี้ยวกราดใส่ทั้งที่อนุญาตให้เขามารับปัทมาศได้ พอหันไปเห็นแม่ตัวเองก็ถึงบางอ้อทันที

ครู่ต่อมา ธิปไตยพาเสาวลักษณ์กลับถึงบ้าน เธอต่อว่าลูกที่โกหกหลอกลวง เขาอธิบายว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำแบบนั้น แค่อยากจะรอให้ท่านหายดีก่อน ถึงจะบอกความจริงเรื่องที่จะต้องแต่งงานกับปัทมาศ

“แกคงจะได้แต่งหรอก แม่เขาจะเล่นงานแก แจ้งตำรวจจับข้อหาข่มขืนลูกสาวเขา” พูดได้แค่นั้น เสาวลักษณ์ ก็หน้ามืด ทรุดลงกับพื้น ธิปไตยตกใจรีบประคองท่านไว้...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากวางปัทมาศลงบนเตียงนอนแล้ว พัชรินทร์พยายามกล่อมให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะแต่งงานกับธิปไตย เนื่องจากที่เขายอมแต่งงานด้วยเพราะเป็นภาระที่เขาต้องรับผิดชอบ หากไม่เกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อน เขาก็คงจะแต่งกับรัญชิตาไปแล้ว ปัทมาศเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่จริง ธิปไตยรักเธอ

“คนรักกันไม่คิดจะล่วงเกินกันหรอก แต่เขากลับฉวยโอกาสบังคับขืนใจลูก ข่มขืนลูก”

“ไม่ใช่ค่ะ คุณตรัยไม่ได้ข่มขืนดาว ดาวรักเขา ดาวยอมเป็นของเขา จริงๆนะคะแม่”

พัชรินทร์รีบตัดบท บอกให้ลูกนอนพักไว้ค่อยคุยกันอีกทีวันหลัง แล้วเอาผ้ามาห่มให้ ก่อนจะลุกออกไป...

ปริตาเห็นใจที่ปัทมาศถูกแม่กีดกัน พยายามขอร้องให้พัชรินทร์เห็นใจในความรักของทั้งคู่ และอนุญาตให้ธิปไตยมาขอขมา เธอยืนกรานจะไม่ยอมให้ลูกใช้ชีวิตกับคนเลวทรามเช่นธิปไตย สั่งให้ปริตาเลิกพูดถึงเขา ถ้าไม่อยากให้ถูกเกลียดชังไปด้วย แล้วเตือนให้อยู่ห่างๆ ผู้ชายคนนี้ไว้

ooooooo

ปริเทพรู้ว่าปัทมาศกลับบ้านแล้ว รีบแวะมาหาแต่เช้า นำอาหารฝีมือตัวเองมาเป็นของเยี่ยม เธอผิดหวังที่เห็นเขาเพราะอยากเจอธิปไตยมากกว่า ปริเทพดูเหมือนจะรู้ตัวว่าไม่เป็นที่ต้องการ เอาอาหารวางไว้ให้แล้วขอตัวกลับก่อน ปัทมาศจับมือเขาไว้ ปริเทพหลงดีใจคิดว่าเธอใจอ่อนให้เขาอยู่ต่อ แต่เธอกลับบอกว่า

“พี่เทพคะ พี่ช่วยบอกให้คุณตรัยมาหาดาวนะคะ ดาวอยากเจอคุณตรัยค่ะ”...

ในขณะเดียวกัน ธิปไตยนั่งดูดีวีดีเบื้องหลังการถ่ายโฆษณาที่ตัวเองถ่ายไว้ โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ปริตา ความสดใสน่ารักของเธอทำให้เขาเผลอยิ้มมีความสุข มัวแต่ดูเพลินไม่ทันเห็นศิโรจน์เข้ามาในห้อง

“น้องอ้อมมีเสน่ห์ขึ้นกล้องนะครับบอส นี่ถ้าได้เล่นเป็นตัวเมน เกิดแน่”

ธิปไตยชักสีหน้าไม่พอใจ รีบกดเปลี่ยนเป็นทีวีโดยทิ้งดีวีดีไว้ในเครื่อง ศิโรจน์เป็นห่วงเจ้านายตัวเองที่พักนี้ดูเครียดๆ แนะให้หาเวลาไปพักผ่อนบ้าง ถ้าไม่อยากไปดื่มไปเที่ยวกลางคืนก็ให้เข้าป่า ไปหาธรรมชาติเผื่อจะสบายใจขึ้น ส่วนงานทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เขาอาสาจะดูแลให้เอง ธิปไตยครุ่นคิดคล้อยตามคำพูดของเขา...

บ่ายวันเดียวกัน ปริเทพตัดสินใจทำตามคำร้องขอของปัทมาศ แวะมาหาธิปไตยที่ออฟฟิศ แต่เขาไม่อยู่ ถามศิโรจน์ว่าเขาไปไหนก็ตอบไม่ได้ ปริเทพถือวิสาสะเข้าไปรอในห้องทำงานของธิปไตย ศิโรจน์ขอร้องให้กลับไปก่อน เขาไม่ยอมกลับยืนยันจะรอธิปไตยที่นี่...

ฝ่ายปริตากลับถึงบ้านแม่ที่ต่างจังหวัดโดยนำโกฏิใส่อัฐิของท่านกลับมาด้วย เธอมองธรรมชาติรอบๆบ้าน สุขใจที่ในที่สุดก็หาเงินสำหรับดาวน์บ้านหลังนี้จนครบ

หลังจากเก็บข้าวของเข้าที่แล้ว ปริตาออกมาเดินกินลมชมวิวบนสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านนัก เธอมาหยุดตรงกลางสะพาน มองวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่อยู่กันแบบเรียบง่ายอย่างมีความสุข ทันใดนั้น มีเสียงรัวชัตเตอร์กล้องดังขึ้น ปริตาหันมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นธิปไตยกำลังถ่ายรูปเธออยู่ เธอไม่ยอมให้เขาถ่ายรูป เดินหนี ธิปไตยวิ่งมาดักหน้าถ่ายรูปต่อไปไม่สนใจเสียงห้ามปรามของเธอ

ปริตาไม่พอใจแย่งกล้องจะเอาทิ้งน้ำ เขาต้องอ้อนวอนอยู่นานเธอถึงยอมคืนให้ ปริตาอดสงสัยไม่ได้เขามาที่นี่ทำไม ธิปไตยแค่อยากจะมาพักผ่อน ไม่ได้คิดจะมากวนใจเธอ ปริตาแนะว่าเขาน่าจะอยู่ดูแลแม่ของเขามากกว่า ธิปไตยเข้าหน้าแม่ไม่ติด อีกทั้งไปเยี่ยมปัทมาศก็ไม่ได้

“ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ฉันอยากหยุดคิดหยุดทุกอย่าง แล้วอยู่กับตัวเองให้มากที่สุด” ธิปไตยเห็นเธอเดินหนี รีบตะโกนไล่หลัง “แล้วเธอจะไปไหน ช่วยเป็นไกด์ให้ฉันหน่อยสิ”

“คุณพูดเองนี่คะว่าคุณอยากอยู่กับตัวเองให้มากที่สุดฉันก็จะไม่กวนคุณและคุณก็ไม่ควรกวนฉัน” ปริตา ยอกย้อนจบ เดินจากไป ธิปไตยถึงกับพูดไม่ออก ปริตาเดินได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับไป เห็นเขากำลังถ่ายภาพ จึงมองลงไปเบื้องล่างเห็นกลุ่มสาวๆกำลังเล่นน้ำกันอยู่ ไม่ค่อยจะไว้ใจนักเพราะเขาประวัติไม่ดีเรื่องผู้หญิง

ooooooo

ขณะธิปไตยหนีไปคลายเครียดที่ต่างจังหวัด รัญชิตาไล่ดูรูปถ่ายกับธิปไตยในแท็บเล็ต ช่วงที่เคยออก เที่ยวด้วยกัน ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุข มาก รู้สึกเสียใจไม่น้อยที่มันต้องกลายเป็นแค่อดีต เธอตั้งใจจะลบภาพเหล่านี้ทิ้ง แต่ชาลินีเข้ามาในห้องเสียก่อน เห็นภาพคู่ระหว่างลูกกับธิปไตยก็ยิ้มพอใจ

“ลูกกับคุณตรัยเหมาะสมกันมาก ไม่มีผู้ชายคนไหนจะเพอร์เฟกต์และคู่ควรกับลูกเท่าคุณตรัยอีกแล้ว”

หญิงสาวหน้าสลด ไม่กล้าบอกความจริงเรื่องธิปไตยจะแต่งงานกับปัทมาศให้แม่รู้ ยิ่งเห็นท่านปลื้มปริ่ม ที่เธอกับธิปไตยทำเหมือนกลับมาคืนดีกันก็ยิ่งไม่สบายใจ ใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ รัญชิตาตกลงใจจะบอกความจริงกับแม่ วิ่งลงมาตามหาที่ห้องนั่งเล่น เจอแต่พลศิษฎ์ ถามว่าเห็นท่านไหม ได้ความว่าออกไปข้างนอกแล้ว รัญชิตาอึดอัดใจกับเรื่องนี้มากตัดสินใจเล่าความจริงให้พี่ชายฟัง หลังจากที่เขารับปากจะไม่โกรธธิปไตย

พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด พลศิษฎ์ไม่พอใจมาก “คุณตรัยเป็นคนก่อปัญหา กลับโยนภาระให้คนอื่นร่วมรับผิดชอบ คุณตรัยทำอย่างนี้เห็นแก่ตัวเกินไป พี่จะไปคุยให้รู้เรื่อง”

รัญชิตาห้ามไว้ แล้วขอคำแนะนำจากพี่ชายว่า ควรจะบอกความจริงกับแม่ดีไหม เขาเห็นควรให้บอก เพียงแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เขาจะหาโอกาสคุยกับธิปไตยเพื่อเร่งให้บอกความจริงกับเสาวลักษณ์ให้เร็วที่สุด ก่อนที่แม่ของเราจะทราบเรื่องนี้

แต่สายเกินไป ชาลินีแวะไปหาเสาวลักษณ์ที่บ้านเสียก่อน รู้ความจริงทั้งหมดแล้วว่าธิปไตยยังติดต่อกับปัทมาศและยืนยันจะแต่งงานกับเธอ ส่วนเรื่องที่เขาตามรับตามส่งรัญชิตา เป็นแค่ละครตบตาเท่านั้น...

ในเวลาเดียวกัน ปริตากลับมาที่สะพานข้ามแม่น้ำอีกครั้งเพื่อดูว่าธิปไตยกลับไปหรือยัง เห็นเด็กๆชาวบ้านวิ่งเล่นผ่านหน้า เรียกมาถามว่าเจอผู้ชายตัวใหญ่ๆ ที่มาถ่ายรูปบ้างไหม เด็กๆพากันส่ายหน้า แล้ววิ่งเล่นกันต่อไป เธอโล่งใจคิดว่าเขากลับไปแล้ว จังหวะนั้นน้าสุกับน้าแก้ววิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามว่าเห็นฝนลูกของพวกตนไหม ออกมาเล่นน้ำกับเพื่อนๆที่ท่าน้ำ เพื่อนๆกลับบ้านกันหมดแล้วแต่ฝนหายตัวไป

“ช่วงนี้นักท่องเที่ยว คนแปลกหน้าเข้ามากันเยอะ น้ากลัวจะโดนลวงไปทำไม่ดี”

ปริตาอาสาจะช่วยตามหา แล้วฉุกคิดถึงภาพธิปไตย ที่กำลังถ่ายรูปกลุ่มสาวๆเล่นน้ำ ชักจะไม่ไว้ใจ ครู่ต่อมา ปริตาตามหาฝนมาถึงกระท่อมร้างชายป่า มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น รีบวิ่งไปยังต้นเสียงเห็นธิปไตยกำลังเดินเข้าหาฝนซึ่งมีสีหน้าตื่นตระหนก เธอคว้าไม้ใกล้มือฟาดใส่เขาไม่ยั้ง พร้อมกับด่าลั่น

“คุณมันชั่วจริงๆ ข่มขืนน้องฝน”

ธิปไตยพยายามอธิบายแต่เธอไม่ฟัง น้าสุ น้าแก้วและพวกชาวบ้านได้ยินเสียงเอะอะตามมาดู คิดว่าเขาเป็นโจรข่มขืนจะเข้าไปทำร้าย ฝนร้องห้ามลั่นว่าเขาไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นคนที่ช่วยเธอไว้ ธิปไตยชี้ไปที่นายเชิดซึ่งนอนหมดสติด้วยฝีมือตนเองว่านั่นคือคนร้าย บอกให้ช่วยกันจับส่งตำรวจ จะได้ไม่ไปทำร้ายใครอีก

ปริตารู้สึกผิดที่กล่าวหาธิปไตย แถมยังทำร้ายเขาอีกต่างหาก ขอโทษที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกบ้ากาม เนื่องจากเห็นเขาถ่ายรูปฝนกับพวกสาวๆตอนเล่นน้ำ เขายืนยันว่าไม่ได้ถ่ายรูปพวกนั้น ถ่ายแต่รูปเด็กๆแล้วหยิบกล้องถ่ายรูปมาเปิดรูปที่ถ่ายให้ดู เธอขอโทษเขาอีกครั้ง ชวนไปที่บ้านของเธอจะได้ทายาแก้ฟกช้ำ

เสร็จจากทายา ปริตาไล่ธิปไตยกลับกรุงเทพฯ เขาไม่ยอมกลับ ต้องการอยู่ที่นี่เพื่อบำบัดความเครียดเสียก่อน ยกคำพูดของนักจิตวิทยาที่เคยพูดไว้ขึ้นมาอ้างว่าการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติจะทำให้ผ่อนคลาย

“ได้...ฉันจะช่วยคุณเอง จะเป็นไกด์พาคุณเที่ยวแบบเข้าถึงธรรมชาติ”...เที่ยวแบบเข้าถึงธรรมชาติที่ปริตาว่าก็คือพายเรือ พาธิปไตยไปทอดแหกลางแม่น้ำ เขารู้ว่าถูกกลั่นแกล้ง ก็เลยแกล้งกลับ ทอดแหบนตัวเธอแทนแล้วหัวเราะชอบใจ เธอผลักเขาตกน้ำแก้เผ็ด ธิปไตยไม่ยอมเปียกน้ำคนเดียว โคลงเรือจนเธอตกน้ำไปด้วย สองคนเปิดศึกวักน้ำใส่กันสนุกสนาน

“วิธีของเธอทำให้ฉันหายเครียดได้จริงๆด้วย ยิ่งได้กลิ่นหอมๆก็ยิ่งหายเครียด” ธิปไตยพูดจบดึงเธอเข้ามาใกล้ ปริตาผลักเขาออกแล้วว่ายน้ำหนี ไม่สนใจเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของเขา

ooooooo

ปริเทพซึ่งยังนั่งรออยู่ในห้องทำงานของธิปไตย เหลือบเห็นรีโมตวางอยู่ หยิบมากดเปิด ปรากฏภาพวีดิโอเบื้องหลังการถ่ายโฆษณามือถือที่ธิปไตยดูค้างไว้ซึ่งเน้นให้เห็นปริตาเป็นส่วนใหญ่ เขามองอย่างพิจารณา จังหวะนั้นศิโรจน์ยกกาแฟมาให้ ปริเทพถามว่านี่เป็นโฆษณาที่ออกอากาศหรือเปล่า

“เปล่าครับ บอสถ่ายเก็บไว้เป็นเบื้องหลังครับ ผมพยายามโทร.หาบอสหลายครั้งแล้วก็ไม่รับสาย เช็กที่บ้านก็ไม่อยู่ ถ้าคุณเทพยังไม่กลับ ผมจะเตรียมมุ้ง หมอนผ้าห่มให้นะครับ” ศิโรจน์แดกดัน

“ติดต่อได้แล้วบอกผมแล้วกัน” ปริเทพลุกไปหน้าตาเฉย ศิโรจน์ได้แต่มองตามงงๆ ครู่ต่อมา ปริเทพกลับมาหาปัทมาศที่บ้าน บอกว่าตนไปหาธิปไตยแล้ว แต่เขาติดประชุมลูกค้า หากไม่ดึกเขาจะรีบมาหาเธอ เขายังฝากขนมมาให้เธอด้วย แล้วหยิบถุงขนมยื่นให้ เธอปัดกระเด็น

“พี่เทพไม่ได้ไปหาเขา ถ้าไปจริง ไม่ว่าคุณตรัยจะติดงานยังไง เขาก็ต้องทิ้งงานมาหาดาว เขารู้ว่าดาวสำคัญกับเขามากแค่ไหน พี่เทพยอมรับมาเถอะค่ะ พี่เทพโกหกดาว” ปัทมาศคิดเองเออเองเสร็จสรรพ

ปริเทพไม่อยากให้หญิงที่ตัวเองหลงรักเสียใจจำต้องโกหกว่าเป็นอย่างที่เธอพูด เพราะตนรู้ว่าธิปไตยแคร์เธอมาก ถึงไม่อยากให้มาหาเธอ ไม่อยากให้เขาเอาตัวเธอไป ปัทมาศขอร้อง ถ้าปริเทพรักเธอช่วยพาธิปไตยมาหาเธอด้วย ชายหนุ่มรับปากจะทำให้ตามที่ขอ แล้วเดินออกมาอย่างเจ็บปวดใจ...

ฝ่ายธิปไตยอยากตอบแทนที่ปริตาทำให้ความเครียดบรรเทา บุกเข้าครัวบ้านเธอลงมือทำกับข้าวให้กิน ระหว่างนั้นรัญชิตาโทร.เข้ามือถือ เขาปล่อยให้ดังอยู่อย่างนั้นจนสายตัดไปเอง รัญชิตาจะโทร.อีกครั้ง แต่เห็นรถของแม่แล่นมาจอดเสียก่อน รีบเข้าครัวไปรินน้ำผลไม้มาเอาใจ ชาลินีแกล้งทัก ทำไมป่านนี้ธิปไตยยังไม่มารับ ไหนลูกบอกว่าเขาจะมารับไปกินข้าว รัญชิตาอึกอักพูดไม่ออก พลศิษฎ์ตามเข้ามาพอดีรีบแก้ตัวให้

“น้องมิ้นท์ เมื่อครู่นี้คุณตรัยโทร.เข้าเครื่องพี่ ฝากบอกว่ามารับไม่ทันต้องดูแลลูกค้า”

ชาลินีโกรธที่ลูกสองคนรวมหัวกันโกหก แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ดื่มน้ำผลไม้เสร็จเดินขึ้นบ้าน รัญชิตาถอนใจโล่งอกที่เอาตัวรอดมาได้ หันไปขอโทษพี่ชายที่ต้องมาตกกระไดพลอยโจนไปด้วย...

ระหว่างที่ธิปไตยกำลังกินมื้อค่ำกับปริตาท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่เขาลงมือเนรมิตเอง เขาคอยหยอดคำหวานกับเธอเป็นระยะๆ เธอต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้หลงเคลิ้ม บอกให้รีบกินจะได้รีบกลับ เขาวางช้อนทันที ถ้าขืนบังคับให้กลับไม่เลิกแบบนี้ จะไม่ยอมแตะต้องอาหาร เธอจำใจยอมให้เขาค้างคืนที่บ้าน ธิปไตยดีใจที่เธอไม่ไล่กลับ ก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างมีความสุข ขณะที่ปริตาได้แต่นั่งเซ็ง...

หลังกินอาหารฝีมือธิปไตยเสร็จ ปริตาเตรียมหมอนกับผ้าห่มจะเอาไปให้แขกไม่ได้รับเชิญที่ห้องนอนของปริเทพ รัญชิตาซึ่งอยู่หน้าผับแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพฯโทร.มาชวนไปเที่ยวกลางคืนเป็นเพื่อน เธอไปด้วยไม่ได้ตอนนี้อยู่บ้านแม่ที่ต่างจังหวัด รัญชิตาขอตามมาด้วย เธอร้องห้ามเสียงหลง ขับรถค่ำๆมืดๆอันตราย จังหวะนั้น มีเสียงธิปไตยร้องเรียกปริตาดังขึ้น รัญชิตาสวนทันทีว่าเสียงใคร เธอโกหกว่าเสียงปริเทพ

“แกอยู่กับพี่เทพค่อยวางใจหน่อย เดี๋ยวพ่อแกก็บุกมาโวยวายอีก งั้นไม่กวนล่ะ มีความสุขนะ กู๊ดไนต์”

ปริตารีบวางสาย ถอนใจโล่งอกที่เพื่อนไม่ติดใจสงสัยอะไร

ooooooo

กุหลาบเล่นไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด