ตอนที่ 5
อัลบั้ม: วี วีรภาพ คั่ว 3 นางเอก 'นาว-โบว์-เซฟ' เพื่อนรักหักสวาทใน “กุหลาบเล่นไฟ”
เมื่อธิปไตยรู้ถึงอาการเจ็บป่วยของแม่ว่าเป็นโรคปลอกประสาทอักเสบ แม้โรคนี้จะไม่ร้ายแรงแต่จำเป็นต้องดูแลใกล้ชิด หากร่างกายอ่อนแอหรือมีความเครียด ก็จะทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง หมอแนะให้เขาคอยดูแลเอาใจใส่ท่านให้ดี โดยเฉพาะสุขภาพทางใจ ธิปไตยจึงเอาใจท่านด้วยการยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้ถึงเตียงนอน
“ผมสั่งให้ยายน้อยทำข้าวต้มเครื่องมาให้คุณแม่ครับ คุณแม่กินนะครับจะได้กินยา”
“ยาอะไรก็ไม่ทำให้แม่หายได้หรอก นอกจากลูกทำตามคำขอของแม่ เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น”...
ขณะที่ธิปไตยพยายามเอาใจแม่สุดฤทธิ์เพื่อไถ่โทษที่ทำไม่ดีเอาไว้ ปริเทพกำลังจะออกไปทำงานโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของปริตาที่ให้นอนพักรักษาแผลจากมอเตอร์ไซค์ล้มให้หายก่อน
“สำหรับพี่ การให้พี่นอนนิ่งๆ มันยิ่งทำให้พี่เจ็บหนักกว่าเดิม พี่คงเกิดมาเพื่อใช้แรงงาน ไม่ต้องห่วงพี่นะ” ปริเทพยังไม่ทันจะออกจากบ้าน ชาญวุฒิและต้อยติ่งที่ทราบข่าวอุบัติเหตุรถล้ม หอบหิ้วกระเช้าผลไม้มาเยี่ยม เสียก่อน ลัดดาวัลย์ช่วยทักท้วงอีกแรงหนึ่ง
“ทุกคนเป็นห่วงเรานะเทพ เราก็ควรจะห่วง ตัวเองบ้าง”
“ผมขอบคุณทุกคนนะครับ ผมไม่เป็นไรจริงๆ” ปริเทพเบ่งกล้ามโชว์ รับกระเช้าไปวางไว้ แล้วออกไปทำงาน อยู่ๆต้อยติ่งก็ร้องไห้ออกมา ทั้งลัดดาวัลย์ ปริตาและชาญวุฒิต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
“ติ่งเห็นคุณเทพแล้วสะเทือนใจ ติ่งเข้าใจความรู้สึกของคนที่แอบรัก มันช้ำใจ”
“แกรักใคร?” ชาญวุฒิมองต้อยติ่งอย่างสนใจใคร่รู้ เธอกลับหลบตาไม่กล้าบอกความในใจว่าแอบชอบเขา ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆว่าแอบรักมันบอกกันไม่ได้ ชาญวุฒิมองหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปบอกปริตาว่ามีงานโฆษณาตัวใหม่เข้ามา เห็นว่าเธอกำลังหาเงินดาวน์บ้านก็เลยจะให้ชวนปัทมาศไปแคสติ้งด้วย
“เขาอยากได้แก๊งเพื่อน พี่ว่ากรุ๊ปเราเหมาะสุด เล่นกันสนิทใจ”
ปริตาไม่รับปากว่าปัทมาศจะไปได้หรือเปล่า แต่จะลองชวนดู...
ด้านพลศิลฎ์เห็นรัญชิตาเอาแต่นอนเศร้าอยู่บนเตียง พยายามชักชวนให้ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้าน เธอไม่พูดอะไร พลิกตัวหนี ชาลินีเข้ามาสั่งให้เขาเลิกเอาใจน้องได้แล้ว คราวนี้รัญชิตาดึงผ้าห่มมาคลุมโปงให้รู้แล้วรู้รอด ชาลินีไล่พลศิษฎ์ออกนอกห้อง แล้วดึงผ้าห่มออก สั่งให้รัญชิตาหยุดทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้ได้แล้ว
“คุณแม่ไม่รักมิ้นท์ ก็ไม่ต้องมาสนใจมิ้นท์”
ชาลินีโยนถุงใส่เสื้อผ้าที่เพิ่งไปซื้อหลายถุงใส่ลูกสาว บอกว่านี่ไม่ใช่เวลามานอนอมทุกข์ เธอต้องลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัวออกไปเผชิญหน้า รัญชิตาไม่กล้าไปสู้หน้าใครให้ถูกนินทาว่าโดนถอนหมั้น
“ก็แค่ถอนหมั้น ต่อไปก็จัดงานแต่ง เมื่อเช้าคุณหญิง โทร.มาขอโทษขอโพยฉัน ยืนยันว่าคุณตรัยต้องแต่งงานกับแก” ชาลินีพูดจบ ลุกออกไป รัญชิตาไม่มั่นใจ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง ธิปไตยไม่มาสนใจไยดีเธอเลย
ooooooo
ปริตากังวลใจไม่น้อยเมื่อมาถึงหน้าบ้านปัทมาศ ด้วยไม่อยากเจอพัชรินทร์ โชคดีที่ท่านไม่อยู่ไปสอน หนังสือ พบแต่ป้าอรจึงขอขึ้นไปหาปัทมาศบนห้อง เธอโกหกว่าปัทมาศไม่อยู่ ไปช่วยงานพัชรินทร์ที่โรงเรียน ปริตาผิดหวังที่ไม่ได้เจอเพื่อน หันหลังจะกลับ ทันใดนั้นมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของปัทมาศดังขึ้น
“ป้าอรคะ ช่วยดาวด้วย...ไม่มีใครช่วยดาวได้เลย” ปัทมาศหยิบตุ๊กตาหมีที่ธิปไตยให้ขึ้นมากอด “ผู้พิทักษ์คะ คุณต้องช่วยดาวนะคะ ช่วยดาวด้วยค่ะ”
อึดใจมีเสียงปริตาเคาะประตูเรียกปัทมาศดังขึ้น เธอดีใจมากขอร้องให้เพื่อนช่วยพาออกไปที ปริตาอ้อนวอนป้าอรให้เห็นใจ ปัทมาศถูกขังแบบนี้ยิ่งทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ ในที่สุดป้าอรตัดสินใจไขกุญแจปล่อยให้ปัทมาศไปกับปริตา โดยให้ทั้งคู่รับปากจะรีบไปรีบมาก่อนที่พัชรินทร์จะกลับ
“อ้อมสัญญานะคะ อ้อมจะดูแลดาวอย่างดี”...
แทนที่จะตรงไปยังสตูดิโอเพื่อแคสติ้ง ปัทมาศกลับขอให้ปริตาพาไปบ้านธิปไตย ขืนให้ไปสตูดิโอก่อน เธอคงไม่มีสมาธิจะทำงาน เพราะใจจดจ่ออยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป ปริตาคุยให้แล้ว แต่เขายังไม่ได้ตอบ
“อ้อมไม่ใช่ดาวนี่ ถ้าเป็นดาว เขาก็ต้องตอบเพราะเขาแคร์ดาว พาดาวไปหาเขาก่อนนะ”
ปริตาทนเสียงรบเร้าไม่ไหว จำใจทำตามที่เพื่อนร้องขอ แต่ธิปไตยไม่อยู่บ้าน ยายน้อยเองก็ไม่ทราบว่าไปไหน ปัทมาศได้ยินเด็กรับใช้ในบ้านคุยกันว่าเสาวลักษณ์ไม่สบาย จะขอขึ้นไปเยี่ยม ปริตาห้ามเอาไว้ เพราะรู้ว่าท่านไม่อยากเจอ ปัทมาศไม่ละความพยายามจะขอรอธิปไตยที่นี่ ปริตารีบดึงเพื่อนออกมาทันที เธอไม่พอใจที่ปริตาห้ามไปหมดทุกอย่าง ห้ามเยี่ยมแม่ของธิปไตย ห้ามไม่ให้รอเขาที่นี่
“คุณหญิงท่านไม่สบายก็มีสาเหตุมาจากพวกเรานะ แล้วฉันห้ามเธอรอที่นี่เพราะไม่อยากให้คุณตรัยรู้สึกว่าเธอกดดันเขา คนอย่างคุณตรัยไม่ชอบผู้หญิงจู้จี้ มันทำให้เขาอึดอัด”
“แหม รู้ใจคุณตรัยเหลือเกิน นี่ถ้าดาวไม่รู้ว่าอ้อมทำงานกับคุณตรัยมานาน คงคิดว่าอ้อมแอบรักคุณตรัย...อ้อม หรือว่าเขาไปหามิ้นท์ เราไปบ้านมิ้นท์กันไหม”
“ถ้าเขาไปที่นั่นจริง ก็ต้องปล่อยให้เขาได้เคลียร์กัน...ได้เวลาที่ฉันนัดพี่ชาญแล้วล่ะ ไปกันเถอะ”...
ระหว่างที่ปริตากับปัทมาศเตรียมตัวไปแคสติ้ง ธิปไตยแวะมาหารัญชิตาที่บ้านเนื่องจากได้ข่าวว่าเธอไม่สบาย พลศิษฎ์ไม่ยอมให้พบ ขอให้เขาเลิกทำร้ายน้องสาวของตนแล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า ธิปไตยยังไม่ทันจะขยับไปไหน รัญชิตาลงมาจากข้างบน ต่อว่าพี่ชายที่เสียมารยาทมาไล่แขกของเธอ พลศิษฎ์แปลกใจที่เห็นน้องสาวมาในสภาพปกติไม่ได้ซึมเศร้าเหมือนเมื่อเช้า ธิปไตยสบช่อง ขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว
“มิ้นท์ก็มีเรื่องอยากคุยกับคุณค่ะ งั้นเราไปคุยกันข้างนอกนะคะ”
พลศิษฎ์ห้ามไม่ให้รัญชิตาไปกับธิปไตยเด็ดขาด แต่เธอไม่ฟัง อ้างว่าโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ แล้วคล้องแขน ธิปไตยออกไป เขาเสนอให้คุยกันที่นี่ เธอไม่อยากให้พี่ชายมาวุ่นวาย ส่งกุญแจรถตัวเองให้
“เราจะไปที่ไหนกันครับ”
ooooooo
ทันทีที่ถึงสตูดิโอ ชาญวุฒิให้ต้อยติ่งพาปริตากับปัทมาศไปแต่งหน้าแต่งตัว ปริตาปล่อยให้เพื่อนไปก่อน
ส่วนตนเองหันไปบอกชาญวุฒิว่าไม่ได้โทร.ชวนรัญชิตาเพราะไม่อยากให้เจอกับปัทมาศ
“อ้าว แล้วไม่บอกพี่ก่อน เมื่อเช้าพี่โทร.บอกน้องมิ้นท์แล้ว”
“รบกวนพี่ชาญโทร.ไปแคนเซิลก่อนได้ไหมคะ”
“ไม่ทันแล้วล่ะ” ชาญวุฒิเห็นปริตาสีหน้าเป็นกังวล ก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย...
ปริตากังวลเกินเหตุ รัญชิตาไม่ได้อาละวาดหรือตั้งแง่อะไรกับปัทมาศหรือแม้กับตัวเธอเอง ยังคงทักทายพูดจากับเพื่อนทั้งสองคนเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ต้อยติ่งที่ยืนดูอยู่กับชาญวุฒิถึงกับแปลกใจ
“น้องมิ้นท์ไม่โกรธน้องดาว เป็นไปได้ไง นี่ถ้าติ่งเป็นน้องมิ้นท์ ใครแย่งแฟนติ่ง ติ่งตบคว่ำ”
“เขาเป็นเพื่อนกัน ไม่เคยได้ยินหรือไง เพื่อนกันต้องให้อภัยกัน” ชาญวุฒิอธิบาย...
ที่มุมกาแฟภายในสตูดิโอ ธิปไตยนั่งจิบกาแฟไปพลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไปด้วย ตอนนั้นเขาชวนรัญชิตานั่งคุยกันที่นี่ แต่เธออ้างว่าสายมากแล้ว ขอให้เขานั่งดื่มกาแฟรอไปก่อน แล้วเดินเข้าไปด้านในสตูดิโอซึ่งใช้เป็นที่แคสติ้ง ธิปไตยอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมรัญชิตาถึงไม่ยอมคุยกับเขาสักที
ภายในห้องแคสติ้ง ชาญวุฒิกำลังสรุปงานให้ปริตา ปัทมาศและรัญชิตาฟังว่าโฆษณามือถือตัวใหม่นี้ จะเน้นความน่ารักสดใสของกลุ่มเพื่อนที่รักกันมาก เขาจะมีเพลงให้ แล้วให้สามสาวร้องเต้นทำอะไรก็ได้
“พรีเซนต์ความสดใส มิตรภาพความรักให้ชัดที่สุด โอเคนะ พี่บันทึกเทปยาวเลย”
สามสาวรับคำแล้วแยกย้ายกันประจำที่ของตัว โดยไม่เห็นธิปไตยยืนหลบมุมดูอยู่ เขาเห็นสามสาวเพื่อนซี้อยู่ด้วยกัน ก็รู้ทันทีว่ารัญชิตาพาเขามาที่นี่เพื่อให้มาเจอกับปัทมาศ ทำให้เขาอดกังวลใจไม่ได้
ทันทีที่ชาญวุฒิเปิดเพลง สามสาวเต้นและร้องเพลงคลอตามอย่างสนุกสนาน เขามองภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความพอใจ พร้อมกับตะโกนสั่งให้เพิ่มความสดใสร่าเริงขึ้นอีก ปริตาจึงเข้าไปแหย่รัญชิตาจนหัวเราะชอบใจ ส่วนปัทมาศยังไม่กล้าเล่นด้วยเพราะยังแหยงๆเธออยู่
แต่ในที่สุดสามสาวแคสติ้งได้อย่างลื่นไหลชาญวุฒิและต้อยติ่งเห็นพวกเธอแสดงออกถึงความรักที่มีต่อกันได้อย่างไม่มีที่ติก็ยิ้มพอใจ ขณะที่ธิปไตยดูจะคลายความกังวล เมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนกลับมารักกันเหมือนเดิมแล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบหลบออกไป
ooooooo
หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ชาญวุฒิเข้ามาบอกปริตา ปัทมาศและรัญชิตาว่าการแคสติ้งสำเร็จด้วยดี เชื่อว่าลูกค้าต้องชอบแน่นอนเพราะพวกเธอสื่อออกมาได้ชัด ถึงความน่ารัก ความสดใสและมิตรภาพของเพื่อน
“รักษาไว้นานๆนะคะ อย่าเพิ่งแตกกันก่อน” ต้อยติ่งเผลอปากเสีย ชาญวุฒิรีบลากเธอออกไป
สามสาวรู้สึกดีที่ได้มาร่วมงานกันอีกครั้ง โดยเฉพาะปริตา ขอบใจเพื่อนทั้งสองคนมากที่มาแคสติ้งเพื่อช่วยตน รัญชิตาเสนอจะช่วยเหลือด้านการเงินให้เธอ จะได้ไม่ต้องทำงานให้ลำบาก ปริตาต้องการซื้อบ้านด้วยตัวเองและที่สำคัญไม่อยากให้เพื่อนต้องเดือดร้อน
“แกห่วงความรู้สึกฉันเสมอ ขอบใจมากอ้อม” คำพูดของรัญชิตาทำให้ปัทมาศรู้สึกไม่ดี รีบออกตัว
“มิ้นท์ หายโกรธดาวแล้วใช่ไหม ดาวขอโทษจริงๆนะ จะให้ทำอย่างไรมิ้นท์ถึงจะสบายใจ ดาวยินดีนะ”
“อยากเคลียร์กับฉันใช่ไหม...ไปกับฉัน” รัญชิตาจับมือปัทมาศออกไปที่มุมกาแฟโดยมีปริตาตามมาติดๆ แต่ไม่พบธิปไตยที่นั่น สักพักเขาเดินเข้ามา ปัทมามองแปลกใจ ธิปไตยมาทำอะไรที่นี่ ปริตาไม่อยากให้เพื่อนต้องผิดใจกันอีกจัดแจงคว้ามือปัทมาศจะพากลับ รัญชิตาขวางไว้
“จะรีบไปไหนล่ะ อยู่คุยด้วยกันสิ ดาวเองก็อยากรู้ไม่ใช่หรือว่าคุณตรัยจะตัดสินใจอย่างไร คุณตรัยเองก็อยากจะเคลียร์เรื่องนี้”
ธิปไตยขอคุยกับรัญชิตาเป็นการส่วนตัว แต่เธอให้เขาคุยตรงนี้ ต่อหน้าทุกคน เธอเชื่อว่าปัทมาศจะทำใจรับได้ รัญชิตาคิดว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะได้ตัวธิปไตยไปครอบครองเพราะเขาจะต้องทำตามที่แม่ของเขาสั่ง คือให้แต่งงานกับเธอ แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร เขาเลือกปัทมาศแทนที่
“ผมจำเป็นต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ผมทำ เพราะมันได้ทำลายชีวิตดาวไปแล้ว”
“ทำไมคุณถึงใจร้ายกับฉัน คุณก็รู้ว่าแม่คุณทำธุรกิจกับคุณแม่ฉัน คุณทำอย่างนี้เท่ากับคุณไม่รักแม่คุณ”
“ผมรู้ว่าผมทำให้คุณแม่เสียใจ และทำลายอนาคตทางธุรกิจ แต่มันก็แก้ไขได้ แต่สำหรับดาว มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครเยียวยาได้นอกจากผม ผมขอโทษจริงๆ”
รัญชิตาทั้งโกรธทั้งเสียใจและเสียหน้า ตบธิปไตยฉาดใหญ่ก่อนจะผละจากไป ปริตาเป็นห่วงเพื่อนวิ่งตามไปปลอบ อีกทั้งขอร้องไม่ให้เธอวู่วาม และขอให้ทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“เขาไปหาฉันที่บ้าน ฉันคิดว่าเขาจะมาขอโทษมาขอคืนดี ฉันก็เลยชวนเขามาที่นี่ ฉันอยากให้เขาได้เจอยัยดาว แล้วบอกกับยัยดาวกับปากเขาเองว่าเขาเลือกฉัน แต่เขาบอกเลิกฉัน แกเป็นฉัน แกจะทำใจรับเรื่องนี้ได้ไหม ตอบฉันมา” รัญชิตาจับตัวเพื่อนเขย่า ปริตาคงทำใจไม่ได้เช่นเดียวกันแต่ก็ต้องยอมรับให้ได้ ยังมีผู้ชายดีๆอีกมากมายที่จะรักรัญชิตาจริง แล้วเรื่องอะไรถึงต้องเอาชีวิตมาทิ้งกับผู้ชายคนนี้ ทั้งที่รู้ว่าเขาเจ้าชู้
“และที่สำคัญ ดาวเป็นของเขาแล้ว ดาวเป็นเพื่อนแกนะ”
รัญชิตากลับกล่าวหาปริตาว่าเข้าข้างปัทมาศ เพราะอิจฉาเธอ แม่ของเธอเคยเตือนไว้แล้ว ให้ระวังจะถูกเพื่อนหักหลัง เธอไม่เคยเอะใจสักนิดเนื่องจากไว้ใจ ปริตาพยายามอธิบายว่าเธอเข้าใจผิด รัญชิตาไม่ฟังผลักเพื่อนพ้นทางแล้ววิ่งไปขึ้นรถ ปริตาไม่อยากให้เธอขับรถด้วยอารมณ์แบบนี้ ทุบกระจกให้เปิดประตูรถจะขอไปด้วย รัญชิตาไม่สนใจ เร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว ปริตาได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง...
ฝ่ายธิปไตยเป็นห่วงรัญชิตาเช่นกัน ค่อยๆดันตัวปัทมาศที่เข้ามากอดออกห่าง ขอตัวไปส่งรัญชิตาก่อน ไม่อยากให้เธอซึ่งอยู่ในสภาพจิตตกขับรถเอง ปัทมาศว่ารัญชิตาเป็นคนเข้มแข็ง ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แล้วขอให้เขาไปส่งตนเองที่บ้าน เพื่อจะได้เจอกับแม่ของตน ท่านคงดีใจที่เขาจะไปขอขมาท่าน
“ดาวขอไปเอากระเป๋าก่อน คุณตรัยรอดาวอยู่ตรงนี้นะคะ” ปัทมาศพูดจบ วิ่งกลับไปที่ห้องแต่งตัว ธิปไตยร้อนใจรอไม่ไหว รีบออกไปดูรัญชิตา
ooooooo
ปริตาไม่รู้จะทำอย่างไรดี รีบโทร.ตามพลศิษฎ์มาช่วย เขาบอกให้รออยู่ที่นั่นก่อน อีกสักครู่จะไปรับเธอวางสายไม่ถึงอึดใจ ธิปไตยตามมาว่าประชดว่าคงพอใจแล้วใช่ไหมที่เขาทำตามความต้องการของเธอ
“คุณไม่ได้ทำเพื่อฉัน แต่คุณทำเพื่อความถูกต้อง ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป ฉันอยากให้คุณช่วยโทร.หามิ้นท์ ฉันอยากรู้ว่าเพื่อนฉันอยู่ไหน ถ้าคุณโทร.ไป มิ้นท์คงรับสาย”
ธิปไตยคว้ามือถือขึ้นมากดเบอร์ นอกจากรัญชิตาจะไม่รับสายแล้ว พอเห็นเบอร์ธิปไตยโชว์หน้าจอ ก็ขว้างมือถือทิ้ง ทำให้เขาติดต่อไม่ได้ ปริตาเป็นห่วงเพื่อนมาก กลัวจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ทำเรื่องที่ไม่ควรทำ
“อย่าเพิ่งคิดมาก ผมจะโทร.หาคุณอาพิชัยกับคุณอาชาลินี แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปหาดาวที่บ้าน ไปขอขมาคุณแม่ของดาว” ธิปไตยพูดจบ ผละจากไป ปริตาขอบคุณเขาไล่หลังสำหรับสิ่งที่ทำเพื่อเพื่อนของเธอ เขาพยักหน้ารับ แล้วรีบออกไป สักพักปัทมาศตามมาสมทบกับปริตาไม่เห็นธิปไตยก็ถามหา...
ทางด้านพัชรินทร์โกรธจัดที่ป้าอรปล่อยให้ลูกออกไปกับปริตา โทร.จิกลูกให้กลับบ้าน ปริตาจึงต้องส่ง ปัทมาศขึ้นแท็กซี่กลับไปก่อน ส่วนเธอเองวิ่งไปขึ้นรถของพลศิษฎ์ที่จอดรออยู่ เพื่อออกตามหารัญชิตา...
คนที่ทุกคนกำลังเป็นห่วง เบนรถจอดข้างทางพยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่าน พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของเธอ ตอนนั้นเธอเข้าใจผิดคิดว่าปัทมาศแย่งชุดเชียร์ลีดเดอร์ของเธอไปใส่ โกรธมากแทบจะไม่มองหน้ากัน ปริตาต้องช่วยเคลียร์จนทั้งคู่เข้าใจกันได้ในที่สุด เธอยังจำคำพูดของปริตาได้ดี
“เป็นเพื่อนกัน มีอะไรก็พูดกันตรงๆ เข้าใจไหม”
รัญชิตานึกถึงเหตุการณ์คราวนั้นแล้ว ก็คลายความโกรธปัทมาศ ตัดสินใจจะไปเคลียร์กันให้รู้เรื่อง...
ปริตาพาพลศิษฎ์ไปที่ดาดฟ้าบนตึกร้างซึ่งเป็นสถานที่ประจำของแก๊งพวกตน พบเพียงซากมือถือของ รัญชิตาที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ปริตาไม่สบายใจมาก ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเห็นเธอโกรธถึงขนาดทำลายข้าวของแบบนี้ กลัวเธอจะคิดสั้น พลศิษฎ์ปลอบว่าคนอย่าง
รัญชิตาเข้มแข็งพอ ไม่มีทางทำร้ายตัวเองเด็ดขาด แต่จะทำร้ายคนอื่นมากกว่า ปริตาไม่เข้าใจที่เขาพูด
“อ้อมก็รู้นิสัยเพื่อนอ้อมดี ถ้ามีเรื่องคาใจมันไม่จบง่ายๆหรอก”
จังหวะนั้น พัชรินทร์โทร.มาบอกว่าปัทมาศยังไม่กลับ ทั้งคู่ถึงกับหน้าเครียด เพราะแยกกับปริตา
ตั้งนานแล้ว พลศิษฎ์ชวนปริตาไปบ้านพัชรินทร์ เพราะเชื่อว่ารัญชิตาอาจจะไปที่นั่นเพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจกับปัทมาศ เธอขอเวลาสักครู่ จะโทร.ตามปริเทพมาช่วยอีกแรงหนึ่ง กลับถูกเขาปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย
“ต่อไปไม่ต้องโทร.บอกพี่อีกนะ พี่ไม่อยากรับรู้เรื่องของดาว แค่นี้นะอ้อม พี่ต้องทำงาน” ปริเทพวางสายทันที ปริตาผิดหวังที่เขาไม่สนใจไยดี
ooooooo
พัชรินทร์ไม่พอใจปริตามากที่พาปัทมาศหายไปจากบ้านป่านนี้ยังไม่กลับ จัดแจงจะไปแจ้งความให้ตำรวจไปจับ ป้าอรต้องขอร้อง คนรู้จักกันแท้ๆ ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้ เธอตวาดลั่นไม่ต้องมาห้าม
“พี่ปล่อยยัยดาวไปพี่ก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือไม่รู้จักถ้าทำให้ลูกฉันเป็นอะไร ฉันไม่ยอมแน่” พัชรินทร์พูดจบ สะบัดหน้าออกจากบ้าน ป้าอรมองตามเป็นห่วง ภาวนาให้พระคุ้มครองปัทมาศด้วย...
ปัทมาศไม่ได้หายไปไหน แค่จะแวะซื้อดอกไม้ที่ร้านขายดอกไม้ฝั่งตรงข้ามปากซอยบ้าน เตรียมให้ธิปไตยไว้ขอขมาแม่ของเธอ แล้วส่งคลิปไปบอกเขา
“คุณตรัยคะ ดาวอยากให้คุณตรัยแวะมาหาดาวที่บ้าน มาขอขมาคุณแม่ดาวค่ะ ดาวจะรอคุณตรัยที่หน้าซอยนะคะ” ปัทมาศส่งเสร็จ ยิ้มมีความสุข ในที่สุดเธอจะได้ครอบครองธิปไตยแต่เพียงผู้เดียว...
ฝ่ายปริเทพทำปากแข็ง แต่เอาเข้าจริงก็ทนนิ่งเฉยไม่ไหว แวะมาที่บ้านพัชรินทร์ ดูว่าปัทมาศกลับหรือยังเจอป้าอรอยู่ที่นั่นคนเดียว เขาเริ่มเป็นกังวลเพราะมืดค่ำแล้ว ปัทมาศยังไม่ถึงบ้าน ตัดสินใจจะออกไปตาม
“ป้าฝากด้วยนะ”
“ครับ ผมจะพาน้องดาวกลับมาอย่างปลอดภัยครับ” ปริเทพว่าแล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างเร่งรีบ...
ขณะปัทมาศหอบช่อดอกไม้ออกจากร้านเพื่อข้ามถนนไปรอธิปไตยที่หน้าปากซอยบ้าน มีสัญญาณเตือนจากมือถือของเธอว่ามีข้อความเข้า เธอรีบเปิดดู “ผมจะเข้าไปขอขมาคุณแม่ดาว รอผมด้วย”
หญิงสาวยิ้มดีใจที่เขาตอบตกลง รีบโทร.บอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอกำลังจะกลับบ้าน จะพาแขกคนสำคัญไปพบพร้อมกับข่าวดี
“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ฉันจะไปรับเธอ ปัทมาศ” พัชรินทร์แปลกใจที่เสียงเงียบไป มองดูมือถือตัวเองเห็นแบตเตอรี่หมด รู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก ด้านปัทมาศ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าขอขมาต้องมีธูปมีเทียนด้วย รีบข้ามถนนกลับไปที่ร้านดอกไม้อีกครั้ง ปริเทพขี่รถออกมาจากซอยบ้านพัชรินทร์ เห็นเธอพอดีก็โล่งใจ
อารามมุ่งมั่นจะไปร้านดอกไม้ให้เร็วที่สุด ปัทมาศไม่ทันดูทาง วิ่งตัดหน้ารถของรัญชิตาที่แล่นมาด้วยความเร็วอย่างกระชั้นชิด เธอเบรกไม่ทัน ชนทั้งคนทั้งดอกไม้กระเด็นไปคนละทิศละทาง รถเสียหลักไถลไปหยุดตรงฟุตปาท พลศิษฎ์ขับรถพาปริตาผ่านมาพอดี เห็นร่างปัทมาศนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน รีบจอดรถลงไปดู ปริเทพถึงตัวปัทมาศก่อน พยายามร้องเรียกให้เธอได้สติ
รัญชิตาเห็นปัทมาศนอนไม่ไหวติง ก็ตกใจไม่กล้าลงจากรถ พลศิษฎ์ทุบกระจกรถเรียกให้เปิดประตู เธอเห็นเขาเท่านั้น ก็ลงจากรถโผกอดไว้แน่น ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“พี่มาร์ท ช่วยมิ้นท์ด้วย มิ้นท์ไม่ได้ตั้งใจ ดาววิ่งมาตัดหน้ารถ มิ้นท์เบรกไม่ทัน มิ้นท์ไม่ได้ตั้งใจ ช่วยมิ้นท์ด้วย” รัญชิตาคร่ำครวญซ้ำๆทั้งน้ำตานองหน้าพลศิษฎ์ได้แต่กอดน้องปลอบใจ อึดใจ ธิปไตยขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นปริตากับปริเทพกอดร่างปัทมาศที่หมดสติอยู่กลางถนน รีบโทร.เรียกรถพยาบาล พัชรินทร์เห็นลูกตนเองนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดปริเทพ ตกใจแทบสิ้นสติ
“ดาว...ดาวลูกแม่” พัชรินทร์โผกอดลูกร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ
ooooooo
พิชัยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นรีบมาที่โรงพยาบาลทันที เห็นรัญชิตานั่งสีหน้าหวาดหวั่นอยู่กับพลศิษฎ์ รีบเข้าไปกอดปลอบใจ เธอถึงกับปล่อยโฮ ขอให้ท่านช่วยเธอด้วย
“ไม่ต้องร้อง ไม่ต้องกลัวลูก พ่ออยู่นี่แล้ว”
รัญชิตารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อมีพ่ออยู่ใกล้ๆ พิชัยหันไปถามพลศิษฎ์ว่าปัทมาศเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่ายังอยู่ในห้องผ่าตัด...
ที่หน้าห้องฉุกเฉิน พัชรินทร์รอฟังความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของลูกด้วยความกระวนกระวายใจ ปริตาจะเข้าไปปลอบใจ กลับถูกไล่ตะเพิดไม่ให้มายุ่ง โทษว่าเธอเป็นต้นเหตุให้ลูกของตนต้องเป็นแบบนี้ หากเธอไม่พาออกจากบ้านก็คงไม่เกิดเรื่อง ถ้าปัทมาศเป็นอะไรไป เธอนั่นแหละที่ร่วมกันฆ่าปัทมาศ พัชรินทร์ต่อว่าเสร็จเดินหนีไปอยู่อีกมุมหนึ่ง ปริเทพสงสารน้องจับใจเข้ามาปลอบให้เข้มแข็งไว้
“มันไม่ใช่ความผิดของอ้อม คนที่ผิดคือมิ้นท์” ปริเทพเสียงกร้าว...
คนที่ปริเทพโยนความผิดให้ยังคงร้องไห้คร่ำครวญให้พ่อฟังว่าเป็นอุบัติเหตุ ตนไม่ได้ตั้งใจจะขับรถชนปัทมาศ จังหวะนั้น ตำรวจเข้ามาขอสอบปากคำรัญชิตา พิชัยเห็นลูกยังสติแตก ขอเวลาตำรวจสักครู่ รอให้ทนายของเธอมาก่อน แล้วเชิญเขาไปคุยกันด้านโน้น ตำรวจไม่ยอมขยับไปไหน พลศิษฎ์เข้ามาช่วยพ่ออีกแรง
“ผมเป็นพี่ชายของเธอ ผมเห็นเหตุการณ์ แล้วช่วยพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ผมให้ข้อมูลเบื้องต้นได้ครับ”
พลศิษฎ์พูดจบเดินนำตำรวจไปอีกทางหนึ่ง พิชัยบอกให้รัญชิตารออยู่ตรงนี้ก่อน แล้วเดินไปสมทบกับลูกชาย รัญชิตาถึงกับหน้าเครียด วิตกกังวลไปหมดทั้งเรื่องคดีความและเป็นห่วงอาการของปัทมาศ...
ในเวลาต่อมา ธิปไตยมาที่หน้าห้องฉุกเฉินเห็นพัชรินทร์ยืนอยู่ รีบเข้าไปแนะนำตัวเอง เธอมองเขาเขม็ง
“ก่อนจะเกิดเรื่อง ดาวโทร.หาฉันบอกว่าจะพาแขกคนสำคัญไปพบฉันพร้อมกับข่าวดี ดาวคงหมายถึงคุณ นี่หรือข่าวดีที่ฉันได้รับ” แล้วตบเขาหน้าหัน “คุณทำลายความรู้สึกลูกฉันยังไม่พอ ยังทำให้ลูกฉันต้องเจ็บตัวอีก”
“ผมยอมรับผิดครับ ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด...” ธิปไตยพูดยังไม่ทันขาดคำ ปริเทพโกรธมากที่เขาคิดจะใช้เงินแก้ปัญหา พุ่งเข้าใส่ ธิปไตยปัดป้องได้ทัน ปริตารีบเข้ามากันพี่ชายไว้ พัชรินทร์พาลไปหมด เล่นงานปริเทพหาว่ามีส่วนทำลายชีวิตปัทมาศ ปริตาก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย แล้วนึกถึงรัญชิตาขึ้นมาได้ รีบเดินหา ปริตาเป็นห่วงเพื่อนจะตามไปดู ปริเทพดึงมือไว้ เอ็ดลั่นจะไปห่วงคนที่ทำร้ายปัทมาศทำไม
“ถึงมิ้นท์จะอารมณ์ร้าย แต่อ้อมเชื่อค่ะ มิ้นท์ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายดาวถึงขั้นขับรถชนหรอกค่ะ” ปริตาแกะมือพี่ชายออก รีบไปหารัญชิตา ธิปไตยเองก็เป็นห่วงเธอเช่นกัน ขยับจะตาม ปริเทพขวางไว้
“เงินของคุณมันซื้อทุกอย่างได้ แต่ซื้อชีวิตดาวไม่ได้ ถ้าดาวเป็นอะไรไป คุณก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต ตั้งแต่คุณเข้ามาในชีวิตดาว คุณทำให้ดาวมีแต่ความทุกข์...ออกไปซะ อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก”
ธิปไตยยอมรับความผิดทำให้ปัทมาศเสียใจ แต่จะให้ออกจากชีวิตเธอคงทำไม่ได้ เพราะเขาต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้กระทำกับเธอ แล้วเร่งฝีเท้าตามปริตา
ooooooo
รัญชิตาเห็นพลศิษฎ์กลับมาหาหลังจากให้ปากคำเสร็จ ก็ซักถามอย่างกังวลใจ ทางตำรวจว่าอย่างไรบ้าง เขาบอกไปแล้วว่าเป็นอุบัติเหตุ เธอไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น
“ตอนนี้คุณพ่อให้ทนายคุยเรื่องคดีความ พี่มั่นใจว่าทุกอย่างต้องเรียบร้อย”
“พี่มาร์ท มิ้นท์อยากกลับบ้านค่ะ”
พลศิษฎ์เห็นควรให้อยู่ก่อน อย่างน้อยก็ควรจะเยี่ยมปัทมาศก่อน แม้รัญชิตาจะเป็นห่วงเพื่อนแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าไปสู้หน้าพัชรินทร์ ขอร้องให้เขาพากลับบ้าน พลศิษฎ์ทนเสียงรบเร้าไม่ไหว ประคองเธอลุกขึ้น แต่ต้องชะงักเมื่อพัชรินทร์เข้ามาโวยวายใส่รัญชิตาว่าทำร้ายเพื่อนตัวเองได้อย่างไร เธอพยายามอธิบายว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร พัชรินทร์ไม่เชื่อ มั่นใจว่าเธอจงใจจะฆ่าปัทมาศ รัญชิตาถึงกับปล่อยโฮ ปริตารีบเข้ามา ขอร้องให้พัชรินทร์ฟังรัญชิตาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน
“หลังจากคุณตรัยเลือกดาว มิ้นท์ทำใจไม่ได้ค่ะ มิ้นท์อยากขอร้องให้ดาวเลิกกับคุณตรัย มิ้นท์จะไปคุยกับดาว แต่ระหว่างทางดาววิ่งตัดหน้ารถมิ้นท์ค่ะ”
พัชรินทร์ด่ารัญชิตาว่าหน้าด้าน เห็นแก่ตัว คิดจะโยนความผิดให้ลูกของตน แค่ผู้ชายคนเดียวถึงกับจะฆ่าเพื่อนได้ลงคอ ธิปไตยรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด พลศิษฎ์ช่วยแก้ต่างให้น้องสาว ว่าไม่ได้มีเจตนาอย่างที่พัชรินทร์กล่าวหา ปริเทพก็อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย น่าจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้
“ไม่ต้องมาเข้าข้างน้องสาวตัวเอง ยังไงฉันก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” พัชรินทร์เสียงกร้าว รัญชิตาจะเข้าไปกราบเท้าขอโทษ แต่เธอเดินหนี ปริตาขอร้องพัชรินทร์ใจเย็นๆก่อน หากปัทมาศปลอดภัยเมื่อไหร่ก็จะบอกความจริงให้รู้เอง จังหวะนั้น พยาบาลเข้ามาแจ้งว่าคุณหมอออกมาแล้ว ต้องการคุยกับญาติคนไข้...
พัชรินทร์ถึงกับเป็นลมล้มพับเมื่อทราบจากหมอว่ากระดูกสันหลังของปัทมาศหัก เธอจะเป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป โชคดีที่สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน ปริตาเป็นห่วงปัทมาศชวนปริเทพเข้าไปเยี่ยม พอเห็นสภาพของเธอแล้ว ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ปริเทพก็เช่นกัน ซบหน้ากับขาของปัทมาศร้องไห้อย่างไม่อายใคร
ครู่ต่อมา ปริตาเดินใจลอยออกจากห้องพักฟื้นคนไข้ นึกถึงตอนที่รับปากป้าอรจะดูแลปัทมาศอย่างดี ก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้ปัทมาศต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ธิปไตยเห็นเธอร้องไห้เป็นเผาเต่า ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เธอปัดมือเขาออกไล่ไปให้พ้นหน้า เขาพยายามจะขอเคลียร์ แต่เธอชิงตัดบท
“เลิกพูดเถอะค่ะ ฉันไม่พร้อมคุยอะไรทั้งนั้น ขอฉันอยู่คนเดียว”
“เธอจะเกลียดและโกรธฉันยังไงก็ได้ ฉันยอมรับผิด ฉันอยากขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น”
ooooooo
ธิปไตยไม่ได้บอกให้แม่ของตัวเองทราบเรื่องที่เขาตัดสินใจจะแต่งงานกับปัทมาศ เพราะไม่อยากให้ท่าน เครียดซึ่งอาจส่งผลให้อาการป่วยทรุดลงอีก เขาพยายาม เอาใจแม่โดยจะป้อนอาหารให้ เธอกลับชวนคุย
“ตรัยไปขอโทษหนูรัญชิตาแล้วใช่ไหม หนูรัญชิตาจะแต่งงานตามกำหนดการเดิมหรือเปล่า”
“อย่าเพิ่งคุยเรื่องนั้นเลยครับ รอให้คุณแม่หายดีก่อนดีกว่าครับ”
“แม่จะหายหรือไม่หายก็ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้ล่ะ รีบไปเคลียร์กับหนูรัญชิตาให้เรียบร้อย”
พอลูกรับคำ เสาวลักษณ์ถึงยอมกินอาหารที่เขาป้อนให้...
ทางด้านปริเทพมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้า รอจนกระทั่งพัชรินทร์ออกไปแล้วจึงเข้าไปดูแลเช็ดหน้าเช็ดตาให้ปัทมาศที่ยังคงนอนไม่ได้สติ เช็ดไปก็ใจลอยไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ตอนที่รัญชิตาขับรถชนปัทมาศ ไม่ได้ยินเสียงปริตาเข้ามาในห้อง เธอต้องสะกิดเรียกเขาถึงได้สติ เธออยากรู้ว่าปัทมาศรู้สึกตัวหรือยัง
“ยัง...อ้อมมาก็ดีแล้ว พี่ฝากดูดาวหน่อย”
ปริตาอดถามไม่ได้ว่าจะไปไหน เขาออกจากห้องหน้าตาเฉยไม่ตอบอะไรสักคำ จากนั้นไม่นาน ปริเทพมาหารัญชิตาที่บ้าน ชาลินีจะไม่ยอมให้พบ อ้างว่าเธอไม่ค่อยสบาย เขาขู่ ถ้าไม่อยากให้ลูกสาวตัวเองติดคุก ต้องให้เธอลงมาคุยกับเขา ชาลินียืนกรานไม่ยอมให้พบ ปริเทพเลิกเซ้าซี้ ลุกขึ้นจะกลับ พลศิษฎ์ร้องห้ามไว้
“ใจเย็นก่อนครับ น้องผมไม่สบาย มีอะไรคุยกับผมก็ได้ครับ”
“ผมมาคุยเรื่องคดีความของน้องดาว”
ชาลินีหาว่าปริเทพจะมาแบล็กเมล์ เรียกเงินค่าเป็นพยานให้รัญชิตา เขาไม่ได้ต้องการเงิน แค่จะมาบอกให้รัญชิตาแต่งงานกับธิปไตยให้เร็วที่สุด เขาไม่อยากให้ธิปไตยมายุ่งกับคนรักของเขาอีก เขาจะดูแลปกป้องปัทมาศเอง ชาลินีไม่พอใจ เขาจะรักใครชอบใครก็เรื่องของเขา ทำไมต้องมาข่มขู่ลูกของเธอด้วย
“ถ้าทำตามคำของผม...ผมจะให้การว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ถ้าคุณยังปล่อยให้ธิปไตยมายุ่งกับดาว ผมจะบอกว่าลูกสาวคุณเป็นฆาตกร” ปริเทพขู่เสร็จลุกออกไป พลศิษฎ์มองไปอีกมุมหนึ่งเห็นรัญชิตายืนอยู่ รู้ทันทีว่าน้องได้ยินเรื่องที่ปริเทพพูดทุกอย่าง...
ขณะที่ปริเทพพยายามกีดกันธิปไตยให้พ้นจากปัทมาศสุดชีวิต ปัทมาศรู้สึกตัวตื่นขึ้น เห็นปริตานั่งเฝ้าอยู่ถามว่าที่นี่ที่ไหน พอรู้ว่าอยู่โรงพยาบาล ปัทมาศคิด ทบทวนเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น จำได้ว่าตัวเองถูกรถชนตอนข้ามถนนไปซื้อธูปเทียนจะให้ธิปไตยไว้ขอขมาแม่ ไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องนี้หรือยัง เพราะมีนัดกันไว้
“เขาเป็นคนช่วยพาเธอมาส่งโรงพยาบาล เขาเพิ่งกลับไปไม่นาน เดี๋ยวคงมาเยี่ยมเธออีก”
ปัทมาศกลัวแม่จะรอว่าที่ลูกเขยเก้อ ลุกขึ้นจะกลับบ้าน แต่ขาไม่ขยับ ถามปริตาว่าเกิดอะไรขึ้นก็เอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไร เธอลองเอามือจับขาตัวเองก็รับความรู้สึกไม่ได้เริ่มใจเสีย โวยวายว่าขาเป็นอะไรไป พัชรินทร์เข้ามาพอดี ชิงตอบคำถามแทนว่าเธอเป็นอัมพาต จะเดินไม่ได้อีกแล้ว
“แล้วดาวจะอยู่ยังไง ดาวจะใช้ชีวิตยังไง” ปัทมาศปล่อยโฮ พัชรินทร์เข้าไปกอดปลอบใจ สัญญาจะดูแลเธอเองจะไม่ทิ้งไปไหน ปริตาสะเทือนใจกับภาพตรงหน้า ตัดสินใจจะทำบางอย่างเพื่อช่วยเพื่อน
ooooooo
คำขู่ของปริเทพเข้าทางชาลินีพอดี จึงรีบชวนรัญชิตาไปพบเสาวลักษณ์เพื่อคุยเรื่องแต่งงานกับธิปไตย พิชัยห้ามเธอพาลูกไปไหนทั้งนั้น คดีความเรื่องรถชนยังไม่ทันจบ เธอยังจะหมกมุ่นหาลูกเขยอยู่อีก ปริเทพเป็นแค่พยานเท่านั้นไม่มีสิทธิ์มาชี้เป็นชี้ตายเรื่องนี้ คนที่ทำได้มีเพียงปัทมาศ
“แต่อย่างน้อยพยานในที่เกิดเหตุก็มีส่วนทำให้คดีพลิกได้ ที่สำคัญฉันต้องการให้ลูกแต่งงานกับคุณตรัย”
พิชัยจะไม่ยอมให้ชาลินีตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของลูกอีกต่อไป พลศิษฎ์เห็นด้วยกับพ่อ เราควรจัดการเรื่องคดีให้จบก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังชาลินีไม่พอใจที่เขาเข้าข้างพ่อ พิชัยไม่สนใจอะไรเธออีกจะพา รัญชิตาขึ้นไปพักผ่อนที่ห้อง แต่เธอขืนตัวไว้ จะขอไปคุยเรื่องสำคัญกับธิปไตยก่อน
“ไปเลย แกอยากทำอะไรก็ทำ ฉันมันไม่มีความหมาย แต่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นอย่ามาเรียกให้ฉันช่วย” พิชัยไม่พอใจเดินหนีออกจากบ้าน ชาลินีเยาะเย้ยตามหลังว่าคนที่ไม่เคยเอาใจใส่ลูกไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องอะไร
“แล้วนั่นคุณจะไปไหน เอะอะก็หาข้ออ้างหนีไปกกเด็ก”
รัญชิตาเอือมระอากับปัญหาทะเลาะเบาะแว้งของพ่อกับแม่ ขยับจะไป พลศิษฎ์เป็นห่วง ไม่อยากให้น้องขับรถเพราะเพิ่งประสบอุบัติเหตุมาหมาดๆอาสาจะไปส่ง เธอขอแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แล้วเดินออกไปขึ้นรถ กว่าเธอจะทำใจขับรถได้อีกครั้งต้องตั้งสติอยู่พักใหญ่...
ภายในห้องพักฟื้นคนไข้ ปัทมาศยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจที่ต้องกลายเป็นคนพิการ พัชรินทร์บอกให้เธอเข้มแข็งเอาไว้ตนจะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ แล้วถามลูกว่ารัญชิตาจงใจขับรถชนลูกใช่ไหม ปัทมาศคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืน เธอเองที่เดินข้ามถนนโดยไม่ดู แต่ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้จึงนอนนิ่ง พัชรินทร์เห็นลูกยังไม่พร้อมจะเล่า เลี่ยงไปหยิบตุ๊กตาซึ่งเป็นตัวแทนธิปไตยมายื่นให้
“แม่เห็นตุ๊กตาตัวนี้อยู่บนเตียงนอนในห้อง ลูกคงอยากได้มัน”
ปัทมาศรับไว้ด้วยความสะเทือนใจ เป็นจังหวะเดียวกับตำรวจเข้ามาขอสอบปากคำคนเจ็บ พัชรินทร์เห็นลูกไม่อยู่ในอารมณ์จะคุยกับใคร จึงอาสาจะให้ข้อมูลเบื้องต้นกับตำรวจก่อน แล้วเดินออกไปคุยกันนอกห้อง ปัทมาศมองตุ๊กตาแล้วร้องไห้เสียใจสุดๆ...
ในเวลาเดียวกัน ปริตาแวะมาหาธิปไตยที่ออฟฟิศ ออกตัวว่าไม่ได้มาเพื่อจะเยาะเย้ยอะไรเขา รู้แล้วว่าเขาสำนึกผิดและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอแค่อยากจะย้ำให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาทำพลาดแค่ครั้งเดียวส่งผลกระทบใหญ่หลวง ธิปไตยเองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายถึงเพียงนี้
“ฉันเชื่อนะคะว่ามิ้นท์ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น มันคงเป็นกรรมที่ดาวเคยทำร่วมกับมิ้นท์”
“ถ้ากรรมมีจริง ฉันก็คงทำกรรมร่วมกับพวกเขา”
ปริตาเห็นใจที่ปัทมาศต้องกลายเป็นคนพิการและธิปไตยเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ ดังนั้นเธอจึงมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้เพื่อน อยากรู้ว่าเขาจะ
รับผิดชอบปัทมาศอย่างไร ธิปไตยยังคงยืนยันคำเดิม คือจะแต่งงานและดูแลปัทมาศไปชั่วชีวิต แม้จะไม่ได้รักเธอเลยก็ตาม ปริตายิ้มพอใจก่อนจะผละจากไป เดินได้
ไม่กี่ก้าวก็เจอรัญชิตาเดินสวนเข้ามา เธอร้องทักปริตามาที่นี่ทำไม ธิปไตยที่ตามออกมา ตอบคำถามแทนว่า
“อ้อมมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ดาว ถึงอ้อมไม่มาขอ ฉันก็ตัดสินใจแล้วที่จะแต่งงานกับดาว”
ปริตาลุ้นระทึกกลัวรัญชิตาจะวีนแตก แต่ผิดคาดเธอยอมหลีกทางให้ ปริตาดีใจมาก ชวนทั้งคู่ไปบอกข่าวดีนี้ให้ปัทมาศรู้
ooooooo
ที่ห้องพักฟื้น ปัทมาศร้องไห้คร่ำครวญกับตุ๊กตาที่เปรียบเสมือนตัวแทนของธิปไตยว่าเธอเดินไม่ได้อีกแล้ว
“ดาวจะใช้ชีวิตยังไง ดาวจะเป็นแม่บ้าน เป็นภรรยาที่ดีของคุณได้อย่างไร”
ตุ๊กตาหลุดมือตกลงข้างเตียง ปัทมาศยื่นหน้าดู เห็นมีดวางอยู่ในถาดผลไม้บนโต๊ะ ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเอง พยายามขยับขาแต่ไม่สำเร็จ ใช้มือเหนี่ยวจนตัวหล่นจากเตียง ค่อยๆใช้มือต่างเท้าลากตัวเองไปที่โต๊ะ แล้วผลักให้ล้ม ถาดผลไม้ตกกระจายรวมทั้งมีดด้วย เธอกระเสือกกระสนจะไปหยิบมีด
ปริเทพเข้ามาคว้ามันเสียก่อน ปัทมาศจะแย่งคืน เขากลับโยนมีดทิ้ง ตำหนิอย่างแรงที่เธอคิดสั้น เธอผลักเขาพ้นทางแล้วคลานไปหามีด เขากอดเธอไว้ เตือนสติว่า ถ้าไม่รักตัวเองก็ให้นึกถึงคนที่เขารักเธอบ้าง
“ไม่มีใครรักดาว...ดาวพิการ ไม่มีใครรักคนพิการอย่างดาว”
“คิดให้ดีสิ คุณแม่ ป้าอร แล้วยังมีคนที่รักหวังดีกับเธออีกมาก คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยใจไม่ใช่แค่กาย”
“แต่ดาวจะใช้ชีวิตยังไง ดาวไม่มีขา ดาวไปไหนไม่ได้ อีกแล้ว” ปัทมาศคร่ำครวญ ปริเทพจะขอเป็นขาให้เธอเอง เธออยากไปไหนทำอะไรขอให้บอก เขาจะอยู่เคียงข้างและจะเป็นชีวิตของเธอ ปัทมาศร้องไห้อยู่ในอ้อมกอด
ปริเทพซึ่งสุขใจเหลือเกินที่จะได้ปกป้องหญิงที่ตัวเองรัก...
อีกมุมหนึ่งในโรงพยาบาล รัญชิตาขอให้ธิปไตยซึ่งมีช่อกุหลาบสีชมพูในมือรออยู่ตรงนี้ก่อน เธอกับปริตาอยากคุยกับปัทมาศเป็นการส่วนตัว ครู่ต่อมาสองสาวเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้าไป ต้องแปลกใจที่เห็นปริเทพกำลังอุ้มปัทมาศวางบนเตียง ปริตาเห็นสภาพห้องที่เกลื่อนไปด้วยผลไม้ พร้อมกับมีดตกอยู่ที่พื้นก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้ ตำหนิปัทมาศ ทำไมถึงทำแบบนี้ ปริเทพโวยวายลั่น
“ก็เพราะมิ้นท์ไงที่ทำให้ดาวต้องคิดสั้น มิ้นท์ เธอไม่ควรมาที่นี่ ออกไปได้แล้ว”
ปริตาขอร้องให้พี่ชายออกไปรอข้างนอกก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกับปัทมาศ เขาไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น ปัทมาศเองก็มีเรื่องต้องคุยกับเพื่อนๆเช่นกัน จึงบอกให้เขาออกไปก่อน ปริเทพไม่อยากขัดใจจำต้องทำตามที่เธอขอ ทันทีที่เขาลับสายตา รัญชิตาเข้าไปขอโทษปัทมาศที่ทำให้ต้องบาดเจ็บ เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้
“เธอไม่ได้ตั้งใจยังทำให้ฉันเป็นอัมพาต แล้วถ้าเธอตั้งใจฉันคงตายไปแล้วใช่ไหม”
“ดาว ฉันผิดไปแล้ว ฉันตั้งใจมาขอโทษเธอ ฉันพลาดไปแล้วจริงๆ”
ปัทมาศโกรธที่รัญชิตาทำให้ตัวเองต้องพิการ ทุบตีเธอไม่ยั้งโดยอีกฝ่ายไม่โต้ตอบ ปริตาทนไม่ไหวขอร้องให้ปัทมาศหยุดได้แล้ว รัญชิตาสำนึกผิดแล้วจริงๆ
“สำนึกผิด แล้วฉันล่ะ ฉันเป็นแบบนี้ คุณตรัยเขาจะรักฉัน อยู่กับคนพิการอย่างฉันได้อย่างไร”...
ขณะที่ปัทมาศกำลังตัดพ้อต่อว่ารัญชิตา ใกล้ๆหน้าห้องพักฟื้น ปริเทพเห็นธิปไตยเดินถือช่อดอกไม้ตรงมาทางนี้ เข้าไปต่อยพร้อมกับไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า เขาไม่สนใจยังคงเดินไปยังห้องพักฟื้นของปัทมาศ
ooooooo
ปริตาปลอบปัทมาศว่าถึงเธอจะอยู่ในสภาพไหน ธิปไตยก็รักและจะดูแลเธอตลอดไป ปัทมาศ
ไม่เชื่อว่าเขาจะยอมรับสภาพพิการของตัวเองได้ จังหวะนั้นธิปไตยเปิดประตูห้องเข้ามา ปริเทพตามมาจะลากตัวออกจากห้อง เขาดึงมือปริเทพออก แล้วเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าปัทมาศพร้อมกับยื่นช่อกุหลาบให้
“ฉันเอาดอกกุหลาบสีชมพูที่เธอชอบมาให้”
“คุณตรัยอย่าเสียเวลากับดาวเลยค่ะ คุณตรัยกลับไปเถอะ”
“ฉันกลับไม่ได้ ฉันยังไม่ได้บอกข่าวดีเธอเลย
ฉันจะดูแลเธอ แต่งงานกับเธอ เป็นคู่ชีวิตของเธอ...เธอล่ะ พร้อมจะใช้ชีวิตกับฉันไหม” คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจของธิปไตยทำให้ปัทมาศปลื้มปริ่มโผกอดเขาร้องไห้ ปริตาสุขใจที่เห็นเพื่อนสมหวัง ขณะที่ปริเทพมองภาพบาดตาด้วยความเสียใจ...
หลังจากเคลียร์กับปัทมาศเรียบร้อย รัญชิตาขอตัวกลับ ปริเทพแอบซุ่มอยู่มุมหนึ่งของโรงพยาบาล เห็นเธอเดินผ่านจะตามไปเล่นงาน ปริตาเข้ามาคว้าแขนไว้ถามว่าจะทำอะไร พอรู้ว่าเขาจะไปเอาเรื่องรัญชิตาฐานทำให้ปัทมาศต้องพิการ ปริตาแก้ตัวแทนเพื่อนว่าเธอไม่ได้ตั้งใจและที่สำคัญปัทมาศก็ให้อภัยแล้ว
“แต่พี่ไม่ให้อภัย คนผิดต้องรับโทษรับกรรม”
“หรือพี่เทพจะให้มิ้นท์ขาหักเหมือนดาว” ปริตาเสียงเครียด ปริเทพเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้น หญิงสาวตกใจไม่คาดคิดว่าพี่ชายตัวเองจะเปลี่ยนไปขนาดนี้...
ฝ่ายธิปไตยกลับถึงบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อย แม้จะเคลียร์ปัญหากับปัทมาศและรัญชิตาได้แล้ว แต่ก็ยังหนักใจ จะทำอย่างไรให้แม่ของเขาสบายใจและ
ไม่รู้ว่าเขาตัดสินใจแต่งงานกับปัทมาศ
ooooooo
เมื่อพอลลี่กับดอกแก้วรู้ข่าวปัทมาศถูกรัญชิตาขับรถชนจนเป็นอัมพาต ตามมาเยาะเย้ยถึงโรงพยาบาล แถมแจ้งข่าวว่างานแคสติ้งโฆษณาที่ทั้งสามคนแสดงผ่านเรียบร้อย แต่เนื่องจากปัทมาศอัมพาตขาพิการ ชาญวุฒิก็เลยให้เธอเสียบแทน รัญชิตาโกรธจัด เข้าไปผลักทั้งพอลลี่และดอกแก้วออกจากห้อง
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ยัยฆาตกร”
พอลลี่ไม่หยุดแค่นั้นยังเสี้ยมให้ปัทมาศเอาเรื่องรัญชิตาที่ขับรถชน เอาเข้าคุกไปเลยยิ่งดีจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับธิปไตยอีก แล้วเดินลอยหน้าออกไป ปริตาขอร้องปัทมาศอย่าไปเชื่อคำยุยงของสองคนนั่น เธอยังไม่ทันพูดอะไร ตำรวจเข้ามาขอสอบปากคำเธอเสียก่อน...
ด้านปริเทพไม่พอใจมากที่ปัทมาศไม่เอาเรื่องรัญชิตา ให้การกับตำรวจว่าเป็นอุบัติเหตุ จะไปยุให้เธอเปลี่ยนคำให้การว่ารัญชิตาจงใจ ปริตาขอร้องให้เขาหยุดได้แล้ว แค่ที่เขาไปต่อรองกับรัญชิตาเพื่อกันธิปไตย ออกห่างจากปัทมาศก็แย่พอแล้ว อย่าให้แย่ไปกว่านี้เลย ปล่อยให้ธิปไตยได้ดูแลปัทมาศอย่างที่เธอต้องการจะดีกว่า ปริเทพยืนกรานจะไม่ยอมให้ปัทมาศใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายเลวๆอย่างธิปไตยเด็ดขาด...
ระหว่างที่ปริตากำลังเตือนสติพี่ชาย รัญชิตาขอบใจปัทมาศมากที่ให้การกับตำรวจว่าเป็นอุบัติเหตุ แม้ปัทมาศจะไม่เอาเรื่องเธอ แต่ก็ยังไม่วางใจจึงยื่นข้อเสนอว่า
“มิ้นท์ เพื่อความสบายใจของฉัน หลังงานโฆษณาเธอต้องเลิกเจอคุณตรัย เลิกติดต่อเขา สัญญากับฉันสิ”
“ฉันสัญญา” รัญชิตาจับมือปัทมาศเป็นการยืนยันคำพูด
ooooooo










