ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบเล่นไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: วี วีรภาพ คั่ว 3 นางเอก 'นาว-โบว์-เซฟ' เพื่อนรักหักสวาทใน “กุหลาบเล่นไฟ”


รัญชิตาไม่ยอมรามือ ตามพอลลี่กับดอกแก้วทันตรงทางเดินไปห้องแต่งตัว เอาช่อกุหลาบที่ธิปไตยมอบให้บนเวที ฟาดหน้าพอลลี่ไม่ยั้ง ปริตากับปัทมาศวิ่งมาห้าม รัญชิตาไม่พอใจผลักทั้งคู่พ้นทาง ปริตารีบเตือนสติ

“เดี๋ยวนักข่าวมาเห็น เธอจะพลอยเสียไปด้วยนะ”

“อย่ามาทำพูดดีปกป้องฉัน เมื่อครู่นี้ที่ทุกคนเข้าใจฉันผิดก็เพราะเธอ...อ้อม”

ดอกแก้วเข้าไปดูแลพอลลี่เห็นเลือดออกซิบๆจากโดนหนามกุหลาบก็ตกใจถึงกับร้องเอะอะ เจ้าตัวรีบเอามือจับแก้มตัวเอง เห็นเลือดเปื้อนมือถึงกับฟิวส์ขาด โดดใส่รัญชิตา เปิดฉากตบตีกันอุตลุด ชาญวุฒิกับต้อยติ่งร้องห้ามมาแต่ไกลให้หยุดตีกัน แล้วพาคู่กรณีไปยังห้องแต่งตัวเพื่อชำระความพอลลี่ยื่นหน้าให้ชาญวุฒิดู พร้อมกับฟ้องว่าเป็นฝีมือของรัญชิตา ต้องการให้เธอรับผิดชอบที่ทำให้เสียโฉม ชาญวุฒิกลับขอร้องให้จบกันแค่นี้ ทุกคนเป็นเด็กในความดูแลของเขาเหมือนกันไม่ควรจะมีเรื่องกัน แล้วกำชับอย่าให้มีแบบนี้อีก ดอกแก้วอ้าปากจะฟ้อง ต้อยติ่งรีบยกมือห้าม

“จบแปลว่าจบ เข้าใจตรงกันนะ”

ชาญวุฒิไล่พอลลี่ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ตอนนี้นักข่าวรอสัมภาษณ์อยู่นานแล้ว ดอกแก้วรีบดึงเพื่อน ออกมา เขาหันไปขอร้องรัญชิตา อย่าทำให้ลำบากใจอีก แล้วรีบออกไปขัดตาทัพนักข่าว ปริตาเข้ามาถามรัญชิตาว่ามีปัญหาคาใจอะไรกับตนหรือเปล่า เธอไม่ตอบอะไร เดินเลี่ยงออกไป ปริตายิ่งเป็นกังวล

“มิ้นท์คงโกรธพอลลี่ ไม่มีอะไรหรอกอ้อม ไปเปลี่ยนชุดเถอะ” ปัทมาศปลอบ

ooooooo

พอลลี่ส่องกระจกดูตัวเองเห็นเลือดยังซึมจากแผลที่แก้มก็แค้นใจมาก คิดหาทางเอาคืน คว้ามือถือโทร.หาสมภพเล่าเรื่องที่รัญชิตากับพวกแย่งผู้ชาย

คนเดียวกันให้ฟัง เขาไม่ชอบหน้าธิปไตยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงมอบหน้าที่นี้ให้อิสเบลล่านักข่าวหัวเห็ดของเขา ไปจัดการขุดคุ้ยเรื่องนี้ให้ถึงตับไตไส้พุง...

ที่โต๊ะแถลงข่าวหน้าห้องจัดงาน อิสเบลล่าไม่ทำให้สมภพผิดหวัง ยิงคำถามเด็ดว่ามีแหล่งข่าวแจ้งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เป็นเพราะผิดใจกันเรื่องแย่งชิงธิปไตย คนถูกพาดพิงรู้ว่างานนี้สมภพอยู่เบื้องหลังรีบดักคอ

“นักข่าวคุณสมภพเก่งนะครับ รอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง ผมว่าข่าวชิงรักหักสวาท มันไม่สร้างสรรค์ คุณสมภพคงไม่ชอบขายข่าวขยะ”

“ใช่ครับ ผมไม่สนใจ แต่คงขัดใจคนอ่านไม่ได้และที่สำคัญ แหล่งข่าวยืนยันว่ามีมูล งั้นเราก็มาฟังความจริงจากปากพวกเธอดีกว่าครับ”

นักข่าวพากันมองปริตา รัญชิตาและปัทมาศเป็นตาเดียวกัน สามสาวไม่มีใครเปิดปากพูดอะไร อิสเบลล่า คาดคั้นให้ตอบว่าเป็นความจริงหรือเปล่า รัญชิตาปฏิเสธว่าไม่จริง เราสามคนเป็นเพื่อนรักกัน อิสเบลล่ารุกไล่หนักขึ้นว่าทั้งสามคนเคยผิดใจกันเพราะปัทมาศหลงรักธิปไตยในช่วงที่ไปฝึกงานใช่ไหม ปริเทพออกโรงปกป้อง

“คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันนะครับ น้องดาวไม่เคยคิดอะไรกับคุณตรัย น้องดาวเป็นแฟนผมครับ”

ปัทมาศตกใจที่ปริเทพพูดแบบนั้น อยากจะแก้ข่าวก็กลัวจะฉาวไปกันใหญ่ จำต้องปล่อยเลยตามเลย อิสเบลล่าไม่ยอมรามือ ยิงคำถามใส่ปริตาบ้างว่าที่ถูกรัญชิตาผลักล้มบนเวทีเพราะหึงหวงธิปไตยใช่ไหม พลศิษฎ์ปราดไปยืนข้างๆปริตา ปฏิเสธแทนเธอว่าไม่เป็นความจริงเธอกับรัญชิตารักกันมากไม่มีทางแย่งผู้ชายคนเดียวกัน เพราะเขากำลังคบหาอยู่กับเธอ แล้วโอบเธอไว้แสดงความเป็นเจ้าของ ธิปไตยมองไม่พอใจ

“คุณตรัยเองก็ไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ เขารู้ว่าเราทั้งสามคนเป็นเพื่อนรักกัน และที่สำคัญ มิ้นท์กับคุณตรัยกำลังจะแต่งงานกันค่ะ” คำให้สัมภาษณ์ของรัญชิตาทำเอาธิปไตยอึ้ง ปริตาก็เช่นกัน ส่วนปัทมาศเสียใจน้ำตาซึม พิชัยหันไปตำหนิลูก เรื่องสำคัญแบบนี้น่าจะปรึกษากันก่อน

“ดิฉันต้องขอโทษด้วยค่ะ ไม่ทันได้ปรึกษาหารือ เห็นว่าลูกของเรารักใคร่ชอบพอกัน ดิฉันจึงบอกให้หนู รัญชิตาแจ้งข่าวค่ะ” เสาวลักษณ์เล่นตามน้ำได้อย่างเนียนๆ ชาลินีไม่ยอมน้อยหน้าช่วยผสมโรงด้วย

“แล้วดิฉันจะแจ้งกำหนดการงานแต่งให้ทราบอีกครั้งนะคะ”

ด้านธิปไตยต้องการแกล้งปริตา จึงยอมรับจะแต่งงานกับรัญชิตา แต่ไม่ต้องการให้เร่งรัดเกินไป เขาจะหมั้นหมายเธอไว้ก่อน เสาวลักษณ์กลัวลูกชายจะเบี้ยว จัดแจงให้นักข่าวเข้ามาถ่ายรูปและสัมภาษณ์ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ธิปไตยจงใจขัดใจแม่ เดินเข้าไปหาปริตา

“ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมขออนุญาตเคลียร์กับคนรักเก่าก่อนนะครับ” พูดจบธิปไตยดึงมือปริตาออกไป ปัทมาศเห็นภาพบาดตาก็ยิ่งเสียใจ เดินหนีไปอีกทางหนึ่ง ปริเทพเป็นห่วงรีบเดินตาม พลศิษฎ์จะไปช่วยปริตาแต่ชาลินีดึงตัวไว้ สั่งให้อยู่ที่นี่ รัญชิตาระแวงในตัวเพื่อนจะตามไปดู ก็ถูกชาลินีขวางไว้เช่นกัน

“จะตามไปให้นักข่าวมันพาดหัวศึกชิงผู้ชายหรือไง ยังไงคุณตรัยก็เลือกแกแล้ว รักษาหน้าไว้”

ชาญวุฒิรีบเบนความสนใจพวกนักข่าว เชิญชวนให้ถ่ายภาพว่าที่สะใภ้ของเสาวลักษณ์กันได้เลย นักข่าวกรูกันรุมถ่ายภาพรัญชิตา ฝ่ายพอลลี่เห็นปัทมาศเดินร้องไห้ออกมา รีบวิ่งไปดักหน้า

“ฉันเสียใจด้วยนะดาว ฉันสงสารเธอจริงๆ จะมีไหมเพื่อนสักคนที่เราจะรักและไว้ใจได้” คำพูดยุแยงของพอลลี่ทำให้ปัทมาศยิ่งช้ำใจ ยัยตัวแสบเห็นปริเทพตามมา ก็รีบชิ่งหนี

ooooooo

ปริตาตั้งสติได้สะบัดมือธิปไตยออก ขอร้องให้เลิกทำให้ใครต่อใครเข้าใจเธอผิดๆ แล้วเดินหนี เขากระชากเธอมากอด หญิงสาวโกรธที่เขาฉวยโอกาสกัดจมเขี้ยว ธิปไตยเจ็บมาก เผลอผลักเธอแรงไปหน่อย ล้มก้นกระแทกพื้นถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เขาตกใจรีบพยุงเธอไปนั่ง ถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ปล่อย...ฉันไม่เป็นอะไร คุณออกไปเถอะ ฉันไม่อยากให้ใครมาเห็นแล้วเข้าใจผิดอีก”

“แคร์คนอื่น หรือแฟนคุณกันแน่”

หญิงสาวเบื่อจะเถียงด้วย ขอร้องเขาอย่าดึงเธอไปเล่นเกมอีก ธิปไตยโวยกลับ เขาต่างหากที่ถูกเพื่อนของเธอดึงไปเล่นเกม รวมหัวกับแม่ของเขา จงใจผูกมัดเขาออกสื่อ เขาจึงแก้ลำด้วยการหมั้นถ่วงเวลาไว้ก่อน แต่พอจะต้องแต่งงานจริง เขาก็จะถอนตัว ปริตาด่าลั่นว่าเขาบ้าไปแล้ว ทำแบบนี้เท่ากับทำร้ายความรู้สึกทั้งของรัญชิตาและของปัทมาศ ทำให้สองคนนั่นผิดใจกันอีก ที่สำคัญเขาทำลายชื่อเสียงและความรู้สึกแม่ของเขาด้วย

“นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ”

ปริตาด่าเขาว่าอกตัญญูที่คิดจะทำร้ายจิตใจแม่ผู้มีพระคุณของตัวเอง ธิปไตยโกรธที่เธอบังอาจมาสั่งสอน แต่พอเหลือบเห็นแม่ตัวเองไกลๆเดินออกมากับบอล เขาเลิกยุ่งกับปริตา ตามสองคนนั่นไปทันที...

บอลเห็นท่าทางเสาวลักษณ์ดูเหน็ดเหนื่อย อาสาจะไปส่ง เธอยื่นกระเป๋ากับกุญแจรถให้ แล้วหอมแก้มเขาแทนคำขอบใจ บอลประคองเธอไปที่ลานจอดรถ ธิปไตย เห็นเข้าก็ไม่พอใจที่แม่คบหากับเด็กหนุ่มคราวลูก ไม่ทันสังเกตเห็นปริตาที่ตามมาด้านหลัง และเห็นภาพนั้นเช่นกัน ธิปไตยหันมาเจอเธอก็โวยวายใส่

“นี่ไง คุณแม่ผู้มีพระคุณ เขาทำกันอย่างนี้หรือ”

“ฉันไม่รู้ว่าคุณเจออะไรมาในชีวิต แต่คุณจะเอาปัญหาของคุณมาทำร้ายคนอื่นไม่ได้ คุณตรัย ฉันขอร้องล่ะ คุณไม่ได้รักมิ้นท์ คุณไม่ได้รักดาว คุณก็หยุดเถอะไม่มีใครต้องเสียใจกับเรื่องนี้”

ธิปไตยยื่นข้อเสนอ หากปริตายอมไปนอนด้วย แค่ครั้งเดียว เขาจะหยุดเกมนี้ตามที่เธอร้องขอ เธอตบปากเน่าๆของเขาฉาดใหญ่แล้วเดินหนี เขาไม่สนใจอะไรเธออีก รีบเดินตามแม่...

ฝ่ายปริเทพพยายามจะให้ปัทมาศรับรักตัวเองให้ได้ แต่เธอยกหัวใจให้ธิปไตยไปหมดแล้วจึงปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย เขาทั้งโกรธทั้งเสียใจ ดึงเธอมากอดจูบ หญิงสาวขอร้องให้หยุด เขาไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น พัชรินทร์เห็นปริเทพลวนลามปัทมาศ กระชากตัวออก ตบสุดแรงแล้วหันมาตบหน้าลูกตัวเองด้วย ปัทมาศถึงกับร้องไห้โฮ ปริเทพขอร้องพัชรินทร์อย่าทำร้ายเธอ เขาเองที่ผิด จะขอรับผิดชอบทุกอย่างและจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ พัชรินทร์ไม่มีวันยกลูกให้ผู้ชายที่พยายามจะขืนใจลูกเด็ดขาด ปริเทพยังไม่ทันจะอธิบายอะไร ปัทมาศชิงตัดบทเสียก่อน

“พอเถอะพี่เทพ ดาวขอร้อง ต่อไปเราไม่ต้องเจอกันอีก ถ้าพี่รักดาวก็อย่าทำให้ชีวิตดาวมีปัญหาอีกเลย”

ปริเทพสะเทือนใจมากที่ถูกหญิงที่ตัวเองรักหมดใจไล่ เดินคอตกจากไป พัชรินทร์สั่งเสียงเข้ม ต่อไปหากลูกจะทำอะไร ไปไหน ต้องอยู่ในความควบคุมของเธอตลอด แล้วจะลากตัวกลับบ้าน ปัทมาศไม่ต้องการเป็นนักโทษของแม่ ตัดสินใจวิ่งหนี

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ลานจอดรถของโรงแรม บอลขับรถมาจอดเพื่อจะรับเสาวลักษณ์ที่ยืนรออยู่ ธิปไตยปรี่มากระชากเด็กเลี้ยงต้อยของแม่ออกจากรถ ประเคนหมัดใส่จนล้มคว่ำ บอกกับแม่ว่าจะไม่แต่งงานไม่หมั้นกับผู้หญิงที่แม่เลือกให้ แล้วขึ้นรถคันนั้นขับออกไปอย่างโกรธเกรี้ยว

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ปัทมาศวิ่งน้ำตานองหน้าหนีพัชรินทร์ออกมาหน้าโรงแรม ปริตาเห็นเข้าก็เป็นห่วงรีบวิ่งตาม อารามรีบร้อนปัทมาศไม่ทันมองถนน วิ่งตัดหน้ารถที่ธิปไตยขับมาด้วยแรงโมโห โชคดีที่เขาเหยียบเบรกทัน หญิงสาวยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ร้องไห้ไม่หยุด ธิปไตยรีบลงไปถามว่าเป็นอะไรไหม

“คุณตรัย ช่วยดาวด้วย พาดาวไปจากที่นี่” ปัทมาศอ้อนวอนทั้งน้ำตาธิปไตยจูงมือเธอไปนั่งเบาะข้างคนขับ ปริตาตะโกนลั่นว่าอย่าไป ชายหนุ่มหันมองตามเสียงเห็นปริตาวิ่งมาหาก็ยิ้มเย้ย ก่อนจะรีบขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ปัทมาศกลัวเพื่อนจะตามทัน เร่งให้ธิปไตยออกรถ เขายิ้มพอใจขับรถ ออกไปอย่างรวดเร็ว ปริตาได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง รัญชิตาตามมาทางด้านหลังจึงไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามหาธิปไตยไปไหน เธอมีเรื่องต้องคุยด้วย ปริตาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“คุณตรัยไปแล้ว ออกไปกับดาว”

รัญชิตาไม่ค่อยพอใจนัก บอกให้ปริตาโทร.หาปัทมาศ ส่วนเธอจะโทร.หาธิปไตยเอง ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่ยอมรับสาย รัญชิตาเริ่มเป็นกังวล กลัวปัทมาศจะแย่งธิปไตยไป เพราะโกรธที่เธอประกาศแต่งงานกับเขาออกสื่อ เหมือนที่เธอโกรธปริตาที่คิดจะแย่งเขาไปจากเธอ ปริตายืนยัน ไม่เคยคิดอะไรกับธิปไตย

“ถ้าแกจริงใจ แกต้องช่วยฉันตามตัวยัยดาวมาถามให้รู้เรื่อง”

ปริตาครุ่นคิดหนักจะไปตามหาที่ไหน นึกถึงศิโรจน์ขึ้นมาได้ ชวนรัญชิตาไปตามหา เจอเขากำลังจะขับรถออกจากโรงแรม พุ่งเข้าไปถามว่าธิปไตยมีคอนโดฯที่ไหนบ้าง เขาโกหกว่าไม่มี รัญชิตาไม่เชื่อ ขู่ถ้าไม่พาไปหาธิปไตย จะโทร.รายงานเสาวลักษณ์ว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือและจะให้ท่านไล่เขาออก ศิโรจน์ถึงกับเหงื่อตก สองสาวไม่ล่วงรู้เลยว่า ธิปไตยไม่ได้พาปัทมาศไปคอนโดฯที่พัก ของเขา แต่พาไปยังโรงแรมอีกแห่งหนึ่ง...

ภายในห้องพักของโรงแรม ธิปไตยถือแก้วใส่เหล้ามายื่นให้ปัทมาศที่ร้องไห้ไม่หยุด เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ เขาจึงดื่มเสียเอง แล้วบอกว่าสบายใจเมื่อไหร่ให้บอก จะได้พาไปส่งบ้าน เธอคร่ำครวญ ขืนกลับไปที่นั่น แม่ของเธอจะต้องขังเธอไว้ เธอก็จะไม่ได้เจอเขาอีก ด้วยความคิดตื้นๆที่จะหนีให้พ้นจากการเป็นนักโทษของแม่ บวกกับกลัวจะสูญเสียธิปไตยให้รัญชิตา ปัทมาศตัดสินใจยอมเป็นของเขา...

ฝ่ายปริตากับรัญชิตาบุกไปถึงห้องพักของธิปไตยภายในคอนโดฯหรูแต่ไม่เจอใครสักคน ศิโรจน์ลองสอบถามพนักงานที่นั่นว่าเห็นธิปไตยไหม ได้ความว่าเห็นเขาขับรถมาที่นี่ แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจเลี้ยวรถออกไป

“ทำอะไรสักอย่างสิ ฉันอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน” รัญชิตาโวยใส่ศิโรจน์ซึ่งรีบออกไปโทรศัพท์ตามให้ ปริตาปลอบรัญชิตาให้ใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหว ร้องหาธิปไตยลั่น...

ขณะที่รัญชิตาสติแทบแตกที่หาตัวธิปไตยกับปัทมาศไม่เจอ พอลลี่แวะไปหาสมภพที่รังรักภายในโรงแรมตามนัด เขาเห็นรอยหนามกุหลาบที่แก้มกับรอยช้ำตามตัว อาสาจะทำแผลให้ เธอหลงดีใจนึกว่าเขาเป็นห่วง เขากลับอยากเห็นความเจ็บปวดของเธอเพราะเป็นพวกนิยมชมชอบความรุนแรง เอาเหล้าราดหน้า เธอแสบแผลมากขอร้องให้หยุด สมภพไม่พอใจขว้างแก้วทิ้ง ถ้าทนแค่นี้ไม่ได้ก็ไปให้พ้นหน้า

“พอลลี่ทนเพื่อคุณได้ค่ะ” เธอหยิบขวดเหล้าราดตัวเอง สมภพสะใจมาก เดินเข้าหาอย่างหื่นกระหาย...

ครู่ต่อมา ปริตาประคองรัญชิตาซึ่งกำลังจิตตกมานอนบนเตียงภายในห้องนอนของฝ่ายหลัง รัญชิตาเสียใจมากที่ทำไม่ดีกับเพื่อน ผลักจนเกือบจะโดนไฟคลอก ทั้งๆที่เพื่อนดีกับตนเองเสมอต้นเสมอปลาย

“แกรู้ไหมอ้อม ทำไมฉันถึงประกาศแต่งงานกับคุณตรัย...ฉันเห็นเขาบอกรักแก ฉันกลัวเสียเขาไป อ้อม...แกอย่าแย่งเขาไปนะ” รัญชิตาเห็นเพื่อนพยักหน้ารับคำก็เบาใจ “แกต้องไปบอกดาวให้ดาวเลิกยุ่งกับคุณตรัยด้วย แกเป็นเพื่อนที่ฉันไว้ใจที่สุด แกต้องอยู่ข้างฉันนะ” รัญชิตาจับมือปริตามากุมไว้

“แกนอนเถอะ ฉันเชื่อว่าดาวไม่ได้คิดอย่างนั้น พรุ่งนี้เราต้องเจอดาว จะได้เคลียร์กัน ฉันเองก็มีเรื่องต้องคุยกับแก” ปริตาพูดจบ ดึงผ้ามาห่มให้เพื่อนรักซึ่งหลับตาลงอย่างว่าง่าย แล้วนั่งเป็นเพื่อนเธออยู่พักหนึ่ง ถึงได้ออกจาก ห้อง พลศิษฎ์เข้ามาถามว่าน้องสาวของตนเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าหลับไปแล้วก็เบาใจไปเปลาะหนึ่งแล้วขอโทษเธอด้วยที่ทำให้ต้องเดือดร้อน อาสาจะขับรถไปส่ง ปริตาไม่อยากมีปัญหา ขอกลับแท็กซี่เองดีกว่า

“งั้นพี่จะให้คนขับรถไปส่ง”

“ค่ะ อ้อมกลับก่อนนะคะ” ปริตายังไม่ทันจะขยับ พลศิษฎ์โพล่งขึ้นว่า

“พี่ไม่เชื่อหรอกว่าอ้อมรักคุณตรัย อ้อมไม่ชอบผู้ชายแบบนั้น แล้วอ้อมก็ไม่เคยคิดทำร้ายจิตใจเพื่อน”

ooooooo

พัชรินทร์กลับเข้าบ้านในเช้าวันต่อมาหลังจากออกตามหาลูกทั้งคืน ป้าอรเข้ามาถามด้วยความร้อนใจว่าเจอปัทมาศไหม เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ ไปหาตามบ้านเพื่อนทุกคนแล้วไม่เจอ นี่ก็เพิ่งไปแจ้งความ ป้าอรตำหนิว่าเคยเตือนเธอแล้วว่าอย่ากดดันลูกมากไปก็ไม่ฟัง พัชรินทร์ขอร้องอย่าซ้ำเติมอีกเลย แค่นี้ก็ทุกข์พอแล้ว

“ดาวไม่เคยทำตัวเหลวไหลแบบนี้ หรือว่าดาวจะหนีไปเหมือนกับ...” ป้าอรจะพูดถึงพ่อของปัทมาศที่หนีไป แต่พัชรินทร์รู้ทันเดินเลี่ยงออกไปเสียก่อน...

ระหว่างที่พัชรินทร์กลุ้มหนัก ไม่รู้ว่าลูกเป็นตายร้ายดีอย่างไร เสาวลักษณ์มาหาปริตาถึงที่บ้านของลัดดาวัลย์ สร้างความประหลาดใจให้กับสองน้าหลานมาก...

ด้านธิปไตยขับรถมาจอดกลางซอยบ้านพัชรินทร์เพื่อปล่อยให้ปัทมาศลง หญิงสาวตัดพ้อด้วยความน้อยใจและผิดหวัง คิดว่าเขาจะลงไปช่วยพูดกับแม่ให้ เขาอ้างมีงานด่วนต้องรีบไปเคลียร์

“ค่ะ ได้ค่ะ ดาวไม่กวนใจคุณตรัยค่ะ เสร็จธุระแล้วโทร.หาดาวนะคะ”

ธิปไตยพยักหน้ารับคำ มองตามปัทมาศที่เดินเข้าซอยโดยไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรด้วย จังหวะนั้น ศิโรจน์ซึ่งยืนหลบๆอยู่แถวหน้าบ้านลัดดาวัลย์ โทร.เข้ามือถือของเขา

“ท่านประธานบุกมาหาน้องอ้อมถึงบ้านเลย บอสช่วยมาห้ามศึกหน่อยครับ ไม่งั้นน้องอ้อมโดนถล่มยับ”

ธิปไตยวางสาย สีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

ขณะที่ธิปไตยมุ่งหน้ามาที่บ้านลัดดาวัลย์ เสาวลักษณ์คาดคั้นให้ปริตาบอกมาว่าเอาลูกชายของเธอไปไว้ที่ไหน ปริตายอกย้อนว่าตนน่าจะเป็นฝ่ายถามมากกว่าว่าธิปไตยพาเพื่อนของเธอหายไปไหน เสาวลักษณ์เองก็เพิ่งรู้ว่าธิปไตยหายไปกับปัทมาศ ปริตารีบไล่แขกไม่ได้รับเชิญทางอ้อม

“ในเมื่อเราต่างไม่ได้คำตอบที่ต้องการ เชิญคุณหญิงค่ะ”

“ฝากบอกเพื่อนเธอด้วย การไปค้างคืนกับลูกชายฉันไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันไม่รับผิดชอบเรื่องรักสนุกแบบนี้ ผู้หญิงที่เขาจริงจังด้วยคือหนูรัญชิตาไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย รวมถึงเธอด้วย”

“อ้อมก็ขอบอกเหมือนกันค่ะ อ้อมไม่ยอมให้รัญชิตาใช้ชีวิตกับคนเห็นแก่ตัว อ้อมจะขวางการแต่งงานทุกวิถีทาง” ปริตาโต้ไม่เกรงกลัว เสาวลักษณ์หาว่าเธอเองก็อยากได้ธิปไตยจนตัวสั่น เพราะอยากจะสบาย ดังนั้นตนเสนอทางออกให้ เซ็นเช็คสองแสนบาทแล้วยื่นให้ปริตาเอาไว้ดาวน์บ้าน ธิปไตยยืนลุ้นอยู่อีกมุมหนึ่งว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร หญิงสาวได้แต่ยืนอึ้ง ไม่ทันคาดคิดว่าจะถูกใช้เงินฟาดหัว

“เอาไปขึ้นเงินซะ แล้วอย่ามายุ่งกับลูกชายฉันอีก”

ธิปไตยเห็นปริตารับเช็ค คิดว่าเงินซื้อเธอได้ เดินจากไปอย่างผิดหวังและไม่พอใจ ปริตาตั้งสติได้จะคืนเช็คให้ แต่เสาวลักษณ์ออกจากบ้านไปเสียก่อน ลัดดาวัลย์ เห็นหลานสาวสีหน้าไม่สู้ดีนัก ถามว่ามีเรื่องอะไร ปริตาไม่อยากทำให้น้ากังวลไปด้วย โกหกว่าไม่มีอะไร ขอตัวไปทำกับข้าวให้เธอกินก่อน แล้วเดินหนีเข้าครัว

ooooooo

ในเวลาต่อมา เสาวลักษณ์กลับถึงบ้าน ยังไม่ทันหย่อนก้นลงนั่ง ธิปไตยเข้ามาต่อว่าเรื่องที่ท่านชอบเอาเงินฟาดหัวเพื่อกำจัดคนที่ไม่ต้องการให้พ้นทาง เขาอยาก รู้ว่าในชีวิตนี้ท่านเคยรักใครบ้างไหมนอกจากตัวเอง
“ที่แกยืนด่าฉันฉอดๆ เพราะต้องการปกป้องปริตา แกรักมันใช่ไหม”

“ไม่ครับ...แต่ต่อไปไม่แน่ ผู้หญิงคนนั้นคือความท้าทาย และที่สำคัญคุณแม่ก็รู้นี่ครับ ผมไม่ชอบผู้หญิงที่คุณแม่จัดใส่จาน แล้วผมก็ไม่ชอบที่เธอประกาศแต่งงาน ไม่ถามผมสักคำ”

“อย่าไปต่อว่าหนูรัญชิตาเลย ถึงเธอไม่พูดออกสื่อ ฉันก็ตั้งใจทำอย่างนั้นอยู่แล้ว...แกพูดเรื่องนี้ก็ดีแล้ว เมื่อคืน แกทำให้หนูรัญชิตาเสียใจ แกรีบไปขอโทษเธอซะ”

“แล้วถ้าผมไม่ไปล่ะครับ” ธิปไตยยียวน เสาวลักษณ์ ผิดหวังในตัวลูกแต่ไม่โวยวายอะไร เดินเลี่ยงขึ้นห้อง ยายน้อยเข้ามาขอร้องเขาอย่าไปขัดใจคุณท่านเลย คุณท่าน ไม่ค่อยสบาย ยังไม่ทันที่เธอจะเล่าถึงสุขภาพที่ย่ำแย่ของเสาวลักษณ์ให้ฟัง ธิปไตยที่อารมณ์บูดเรื่องถูกบังคับให้แต่งงานก็เดินหนีไปเสียก่อน

ครู่ต่อมา ยายน้อยนำช่อกุหลาบมาให้ธิปไตยเอาไปขอโทษแม่ที่พูดไม่ดีกับท่าน เขาบ่นด้วยความน้อยใจทีแม่ทำกับเขา ทำไมยายน้อยไม่ไปว่าท่านบ้าง พ่อของเขาตายไม่ถึงปีแม่ก็มีผู้ชายคนใหม่ แถมยังขับไล่ไสส่งเขาที่เป็นแค่เด็กน้อยไปอยู่โรงเรียนประจำที่เมืองนอก ยายน้อยเชื่อว่าท่านคงมีเหตุผลของท่าน แล้วสอนว่า

“อย่าเอาอดีตมาเป็นคมหอกคมดาบทำร้ายคนอื่นเพราะสุดท้ายแล้ว มันอาจย้อนมาทำร้ายตัวเราเอง”

ธิปไตยเริ่มคิดคล้อยตามที่ยายน้อยพูด “แล้วผมต้องทำอย่างไรครับ”

“ให้อภัยสิคะ ไม่มีอะไรดีกว่าการให้อภัย โดยเฉพาะกับคนที่เรารัก”...

ทางด้านปริตาตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารเพื่อให้ลืมคำพูดดูถูกดูแคลนของเสาวลักษณ์ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวโผกอดลัดดาวัลย์ร้องไห้ พร้อมกับระบายความอัดอั้นให้ฟัง เธอสอนหลานสาวว่าใครดีกับเราดีตอบ หากใครร้ายแล้วเราร้ายตอบ เท่ากับเราหลงไปเล่นกับไฟ สุดท้ายเราก็จะโดนเผา ดังนั้นหลานต้องอดทนอดกลั้นผ่านมันไปให้ได้ ปริตาไม่รู้จะทนได้แค่ไหน ลัดดาวัลย์เชื่อว่าเธอทำได้เพราะได้เลือดอึดของแม่มาเต็มตัว

“แล้วนี่ติดต่อดาวได้หรือยัง”...

คนที่ลัดดาวัลย์ถามหา อุตส่าห์ไปซื้อพวงมาลัยดอกมะลิเพื่อมากราบขอโทษแม่ที่หายไปทั้งคืน นอกจากไม่ยอมให้อภัยลูกแล้ว พัชรินทร์ยังคาดคั้นให้บอกมาว่าเมื่อคืนหายไปไหนมา โทร.ถามปริตาก็ไม่รู้ว่าลูกไปไหน ปัทมาศแต่งเรื่องว่าอยู่บ้านปริตา แต่ให้เพื่อนโกหกแม่ว่าไม่อยู่ ขอร้องท่านอย่าโกรธปริตา เธอต่างหากที่ผิด

“รู้ตัวว่าผิด แต่ก็ยังทำในสิ่งที่ฉันห้าม เธอคิดว่าเรียนจบมหาลัย ปีกกล้าขาแข็งคิดจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม”

“ดาวโตแล้วนะคะ ขอให้ดาวได้ตัดสินใจบ้างเถอะค่ะ ดาวไม่อยากเป็นอย่างคุณพ่อ” พลันภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความทรงจำของปัทมาศ ตอนนั้นพ่อของเธอเก็บข้าวของจะออกจากบ้านเพราะทนแม่คอยบงการชีวิตไม่ไหว ปัทมาศอยากไปอยู่กับพ่อ แต่จะให้ทิ้งแม่ก็ทำไม่ลง จึงตัดสินใจปล่อยให้พ่อจากไปเพียงลำพัง

“ดาวรักแม่นะคะ ดาวรู้ว่าแม่อยากให้ดาวได้ดี แต่ขอโอกาสให้ดาวได้คิดได้ทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง”

“หากเธอคิดว่าฉันเผด็จการ ครอบงำความคิดเธอ เธอก็ออกไปซะ ทิ้งฉันไว้เหมือนอย่างที่พ่อเธอทำกับฉัน... ออกไป” พัชรินทร์ผลักไสลูก แต่เธอไม่ยอมไปกอดขาแม่ไว้แน่น สัญญาจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีก แล้วก้มกราบขอโทษแทบเท้า พัชรินทร์ใจอ่อนยวบ ทรุดลงกอดลูกไว้

“เชื่อแม่เถอะ ทำตามที่แม่สอนแล้วลูกจะได้ดี” แม้จะให้อภัยลูกแต่พัชรินทร์ยังไม่ลดดีกรีความเข้มงวด

ooooooo

ปริเทพกลับมาถึงบ้านพอดีกับที่ปริตากับลัดดาวัลย์กำลังจะลงมือกินข้าวกลางวัน ลัดดาวัลย์อดถามไม่ได้ว่าหายไปไหนมาทั้งคืน เขาเดินแบบเสร็จก็ไปทำโอทีที่โรงงานต่อ เธอกระเซ้า ขยันแบบนี้จะเร่งเก็บเงินไว้สู่ขอปัทมาศหรือ ปริเทพถึงกับอึ้ง ก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อน

“น้าลัดดาเตรียมตัดชุดเจ้าสาวให้ว่าที่หลานสะใภ้เลยนะครับ อีกไม่นานเกินรอ”

ปริตาไล่พี่ชายไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมากินข้าว ทันทีที่เขาพ้นสายตา ลัดดาวัลย์หันมาถามหลานสาวว่าเขารู้เรื่องที่ปัทมาศหายไปหรือยัง ปริตายังไม่กล้าบอก ไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ...

แม้จะมีปัญหากับปัทมาศ แต่ปริเทพก็ยังไม่ถอดใจ มุ่งมั่นเก็บเงินที่หาได้เอาไว้ไปสู่ขอเธอ ปริตาตามมาที่ห้อง รู้ความตั้งใจของพี่ชายแล้วอดสงสารไม่ได้ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ได้แต่พูดให้กำลังใจ จังหวะนั้นเจ๊เจ้าของบ้านเช่า โทร.แจ้งว่าร้อนเงิน ต้องการเงินดาวน์บ้านวันนี้ ปริเทพสงสัย น้องจะเอาเงินจากไหน

“พี่เทพไม่ต้องห่วงหรอก อ้อมหาได้แค่สองแสนเอง รีบไปอาบน้ำแล้วลงไปกินข้าวนะ” ปริตายิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรต้องกังวล ก่อนจะออกจากห้อง

จากนั้นไม่นานนัก ปริตามาที่ธนาคาร ทีแรกคิดจะเอาเงินในเช็คที่เสาวลักษณ์ให้ไปจ่ายค่าดาวน์บ้าน แต่พอนึกถึงคำพูดดูถูกของธิปไตยที่ว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าเงิน ทำให้เธอเปลี่ยนใจ ถอนเงินเก็บของตัวเองสองหมื่นบาทมาวางมัดจำให้เจ๊เจ้าของบ้านเช่าก่อน เธอโวยวายว่าตกลงกันที่สองแสนบาททำไมให้มาแค่นี้ ปริเทพเอาเงินมาวางเพิ่มให้อีกหนึ่งหมื่นบาท ส่วนที่เหลือเธอจะได้ก็เมื่อทำตามสัญญา

“มันไม่แฟร์นะเจ๊ เราตกลงกันไว้เดือนนึง นี่ถ้าคนอื่นเขารู้ว่าเจ๊ไม่รักษาคำพูด ต่อไปใครจะเชื่อถือเจ๊การทำธุรกิจมันต้องมีสัจจะ” ปริเทพใส่เป็นชุด เจ๊ถึงกับอึ้งก่อนจะยอมรับผิดที่มาเร่งรัดและขอโทษสองพี่น้อง

“อ้อมขอเวลาสามวัน จะหาเงินส่วนที่เหลือมาจ่ายดาวน์ให้ครบ” ปริตาสัญญาเสร็จชวนพี่ชายกลับ ปริเทพ ต่อว่าน้องที่ยอมคนอื่นอยู่ร่ำไปจนตัวเองต้องเดือดร้อน ต่อไปถ้ามีปัญหาอีกให้บอกเขาอย่าเก็บไว้คนเดียว เราเป็นพี่น้องต้องช่วยกัน ปริตารับคำ แล้วขอตัวไปทำธุระก่อน...

ธิปไตยอยากจะเอาใจแม่อย่างที่ยายน้อยแนะนำ อุตส่าห์ยกอาหารกลางวันไปเสิร์ฟให้ท่านถึงห้องนอน กลับพบบอลกำลังสวีตหวานป้อนอาหารให้ท่านอยู่ เขาถึงกับของขึ้น โยนถาดใส่อาหารทิ้ง เดินหนี ยายน้อยได้ยินเสียงโครมครามรีบขึ้นมาดู เห็นธิปไตยเดินหน้าหงิกสวนลงไป ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ

เสาวลักษณ์ตามออกมาเพื่อจะต่อว่าลูก เจอแต่ยายน้อยยืนอยู่ เลยต่อว่าเธอแทนว่าคุณหนูของเธอชักจะเอาใหญ่ เอาอาหารไปโยนในห้องของตน พอเสาวลักษณ์ รู้ความจริงว่าลูกตั้งใจจะเอาอาหารมาให้ก็รู้สึกผิด จังหวะนั้น บอลตามเสาวลักษณ์ออกมาหน้าห้อง ยายน้อยถึงบางอ้อทันที เหตุใดคุณหนูของเธอถึงได้หัวเสีย

ฝ่ายธิปไตยทนอยู่ในบ้านไม่ไหว ขึ้นรถขับออกไปราวกับแข่งพายุ

ooooooo

ปริตามาหารัญชิตาที่บ้าน เห็นเพื่อนยังอารมณ์บูดไม่เลิก จึงกระเซ้าเย้าแหย่จนอารมณ์ดี แล้วจึงหว่านล้อมให้เพื่อนตระหนักว่าความจริงแล้วธิปไตยไม่ได้รักเธอ ที่รับปากจะหมั้นเธอไว้ก่อนก็เพื่อถ่วงเวลา

“เขามีปัญหากับแม่เขา...เขาต้องการหักหน้าแม่เขาด้วยการดึงแกเข้ามาในเกม พอถึงเวลาเขาก็จะยกเลิกงานหมั้น” ปริตาเห็นเพื่อนทำท่าไม่เชื่อ แถมจะขอหลักฐานยืนยัน จำต้องยื่นคำขาด

“แกจะเชื่อเพื่อนที่คบมาเกือบสิบปีหรือผู้ชายที่แกเจอหน้าไม่ถึงเดือน...ฉันไม่ได้จะกดดันอะไรแกนะ แต่อยากให้แกยอมรับความจริงต่างหาก ฉันจะไม่สาธยายถึงความเลวของเขาอีกแล้ว ฉันขอให้แกยกเลิกงานหมั้น เลิกติดต่อเขา ตัดอารมณ์รัก หลงทิ้งให้หมดหรือ

แม้แต่อยากเอาชนะ แล้วเอาสิ่งที่ฉันพูดมาคิด แกจะพบคำตอบที่แท้จริงว่าแกควรเชื่อเพื่อนหรือผู้ชายคนนั้น” คำพูดของปริตาทำให้รัญชิตาครุ่นคิดหนัก...

หลังจากกล่อมรัญชิตาจนคล้อยตาม ปริตาเดินออกมาหน้าบ้าน ปัทมาศโทร.เข้ามือถือของเธอต้องการจะคุยด้วย เธอรีบวางสาย โบกเรียกแท็กซี่ เป็นจังหวะเดียวกับธิปไตยขับรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านรัญชิตา เห็นปริตานั่งรถแท็กซี่สวนออกไป รู้ทันทีว่าเธอมายุให้รัญชิตาล้มเลิกงานหมั้นกับเขาตามที่เธอเคยประกาศเอาไว้ คิดจะแก้เกมของปริตา รีบขับรถตรงไปยังบ้านของรัญชิตา

ครู่ต่อมา ธิปไตยมอบช่อกุหลาบให้รัญชิตาแทนคำขอโทษที่ทำให้เสียใจ เธอไม่ต้องการอะไรจากเขา ต่อไปเราไม่ควรเจอกันอีก เขารู้ทันทีว่ารัญชิตาเชื่อคำยุยงของเพื่อน ออดอ้อนขอให้เธอฟังเขาอธิบายก่อน

“เมื่อคืนดาวมีปัญหากับคุณแม่ คุณก็รู้ว่าเพื่อนคุณเป็นคนอ่อนไหว ผมไม่อยากให้เธอคิดมากหรือคิดสั้น จึงพาเธอไปปลอบใจที่คอนโดฯผม แต่ผมเห็นว่าไม่เหมาะ ที่ผมจะอยู่กับเธอสองต่อสอง ผมก็เลยพาเธอไปนั่งที่ ล็อบบี้โรงแรมและอยู่เป็นเพื่อนเธอ ไปส่งเธอเมื่อเช้านี้....สิ่งสุดท้ายที่ผมจะบอกคุณ ผมรักคุณ”

“คุณรักฉันแต่คุณก็ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับฉัน”

ธิปไตยอ้างว่าที่ไม่อยากให้แต่งแบบสายฟ้าแลบเพราะอาจเกิดข้อครหาได้ จึงอยากรอเวลาเพื่องานแต่งของเราจะได้สมบูรณ์ที่สุด แม้จะใจอ่อนหลงเล่ห์คำลวงของเขา แต่รัญชิตาก็ยังสงวนท่าทีไว้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:23 น.