ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบเล่นไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: วี วีรภาพ ประกบ นาว ทิสานาฏ ใน “กุหลาบเล่นไฟ”


อาการของวารีหนักเกินเยียวยา หมอลงความเห็นว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ญาติพามาโรงพยาบาลช้าเกินไป ทั้งปริตาและปริเทพถึงกับน้ำตาร่วง รีบชวนลัดดาวัลย์ไปหาแม่ที่ห้องพักคนไข้ ปริตาตัดพ้อต่อว่าแม่ที่ไม่บอกว่าป่วยหนัก ตนจะได้กลับไปดูแล วารีทนไม่ได้ที่จะให้ลูกทิ้งทุกอย่างเพื่อเธอ แล้วเช็ดน้ำตาให้ลูก

“วันนี้เป็นวันแห่งความสุข แม่อยากเห็นรอยยิ้มของลูกนะ แม่รอคอยที่จะได้เห็นความสำเร็จของลูก”

ปริเทพหันไปตำหนิลัดดาวัลย์ที่ปกปิดเรื่องแม่ป่วย หากรู้ก่อนจะได้พามารักษาได้ทัน วารีขอร้องเขาอย่าไปว่าอะไรลัดดาวัลย์ ท่านเองที่ขอร้องไม่ให้บอกใคร ปริตาไม่โทษน้าสาวเพราะรู้ดีว่าแม่ไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนด้วย วารียอมรับว่าลูกพูดถูก

“ยิ่งเรารักกันมากเท่าไหร่ เราก็ควรเกรงใจกันมากเท่านั้น แม่รู้ว่าต้องมาถึงวันนี้ แม่ไม่เคยเสียดายชีวิตเลย แต่แม่เสียใจ แม่ไม่ทันได้เห็นบ้านในฝันของลูก” วารีเริ่มหมดแรง หายใจติดขัด “อ้อม แม่ขอโทษ...ลัดดา พี่ฝาก...ดูแลหลานด้วย...เทพ...จำคำแม่ไว้นะ...เป็นพี่น้องกัน...ต้องรักกันให้มาก”

สองพี่น้องต่างรับคำ จังหวะนั้น พลศิษฎ์ รัญชิตาและปัทมาศตามมาสมทบ ต่างพูดให้กำลังใจคนเจ็บ โดยเฉพาะสองพี่น้องตระกูลเรืองนิเวศน์เสนอจะช่วยดูแลปริตาและจะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาวารี

“เพื่อนเขาดีกับลูก...ลูกต้องรักเพื่อนให้มากนะ... รับปาก...แม่สิ...อ้อม”

“จ้ะแม่” สิ้นเสียงปริตา วารีก็สิ้นใจ หญิงสาวโผกอดแม่ร้องไห้โฮ ขณะที่ปริเทพเข้าไปกราบเท้าแม่ น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความโศกเศร้า...

ค่ำวันเดียวกัน ขณะที่ปริตากำลังใช้ผ้าเช็ดร่างไร้วิญญาณของแม่ด้วยน้ำตานองหน้า ธิปไตยซึ่งยืนดูอยู่หน้าห้องพักฟื้น อดนึกถึงตัวเองตอนที่เห็นพ่อเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่ได้ คราวนั้นเขาร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับได้ดี

ขยับจะเข้าไปปลอบโยนให้เธอหายเศร้า แต่กลับเปลี่ยนใจ นึกขึ้นได้ ไม่ควรแสดงความอ่อนไหว อ่อนแอให้ใครเห็น

ธิปไตยสงสารปริตาจับใจ ตัดสินใจจะหยุดทำร้ายและเลิกเล่นเกมชีวิตกับเธอ มองเธอที่ง่วนอยู่กับการเช็ดตัวให้แม่บังเกิดเกล้าเป็นครั้งสุดท้ายอย่างให้กำลังใจแล้วผละจากไป โดยที่เธอไม่ล่วงรู้เลยว่าเขามาที่นี่

ooooooo

ศิโรจน์หรืออ๋องไม่สบายใจมากเมื่อรู้ว่าธิปไตยจะไปงานเผาศพแม่ของปริตา

“อ๋องขอร้องล่ะ น้องอ้อมสะเทือนใจมากพอแล้ว บอสอย่าไปโยนระเบิดให้สาวๆต้องห้ำหั่นกันเลย ไม่อย่างนั้นอาจมีการตายเกิดขึ้น”

“แกเห็นฉันเลวมากหรือไง”

“ไม่...ไม่มีใครเทียบได้”

“ต่อให้ฉันเลวแค่ไหน ฉันก็ยังมีความเป็นคน...คนที่รู้จักคำว่าเข้าใจและเห็นใจ” ธิปไตยพูดจบ ออกจากห้องทำงาน ศิโรจน์มองตามแปลกใจ ไม่รู้ใครไปสะกิดต่อมความดีของบอสตัวเอง...

ปริตานำศพของแม่กลับไปเผาที่วัดในจังหวัดบ้านเกิด โดยมีปัทมาศ รัญชิตาและพลศิษฎ์มาช่วยงานและคอยเป็นกำลังใจให้ พลศิษฎ์ชวนเธอไปทำงานที่บริษัทของเขาหลังจากเสร็จภารกิจที่นี่

“ขอบคุณพี่มาร์ทมากค่ะ อ้อมตั้งใจไม่กลับกรุงเทพฯอีก”

“แต่พี่ห่วงอ้อม พี่อยากให้อ้อม...” พลศิษฎ์ยังพูดไม่ทันจบ ปริตาชิงตัดบทยื่นดอกไม้จันทน์ให้ แล้วเชิญขึ้นไปบนเมรุ เขารู้ดีว่าตอนนี้พูดอะไรไปเธอคงไม่มีแก่ใจจะฟัง รับดอกไม้จันทน์เอาไปวางหน้าโลงศพ ขณะที่ ปริตาหันไปต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นประกอบพ่อของตนเองเมาแอ่นเข้ามาโวยวาย

“เอ็งมันใจดำ แม่ตายทั้งคนไม่คิดจะบอกข้า” ประกอบพูดจบปัดพานใส่ดอกไม้จันทน์กระเด็น ผลักปริตาล้ม แล้วขึ้นไปอาละวาดทุบโลงศพวารีบนเมรุ เรียกให้คนตายออกมา ปริตาตั้งหลักได้รีบตามไปดึงตัวพ่อไว้

“หยุดเถอะพ่อ อย่าทำอย่างนี้”

“ข้ารักเมียข้า ข้าเสียใจที่มันตาย มันไม่ล่ำลาข้าสักคำ...วา เอ็งอย่าทิ้งข้าไป ข้าเสียใจ” ประกอบทุบโลงปังๆ ปริตาเหลืออด ตวาดลั่น พ่อเสียใจที่แม่ตายหรือเสียดายที่ไม่มีใครให้ไถเงินอีก เขาหันขวับอย่างเอาเรื่อง...

ฝ่ายปริเทพมาถึงหน้าเมรุกับลัดดาวัลย์ เห็นปัทมาศ รัญชิตากับพลศิษฎ์กำลังช่วยกันเก็บดอกไม้จันทน์ที่เกลื่อนพื้น ถามว่ามีอะไรกัน พอรู้ว่าพ่อมาอาละวาด ตอนนี้ปริตาพาไปคุยข้างนอก จัดแจงจะไปช่วยน้อง

ลัดดาวัลย์ร้องห้ามเสียงหลง รู้ดีว่าหลานชายเป็นคนใจร้อน ขืนไปเจอประกอบซึ่งใจร้อนไม่แพ้กันคงได้วอดวายกันทั้งวัด สู้ปล่อยให้ปริตาเคลียร์เองคนเดียวจะดีกว่า และที่สำคัญใกล้เวลาเผาจริงแล้ว เขาควรจะอยู่รับแขก ปริเทพจนด้วยเหตุผล จำต้องทำตามที่น้าสาวบอก

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของวัด ปริตาให้เงินพ่อสองพันบาทเพื่อยุติเรื่องวุ่นๆ เขาไม่พอใจอยากจะได้มากกว่านี้ ถึงขั้นจะขอแบ่งเงินที่ได้จากแขกช่วยใส่ซอง เธอไม่มีให้ เนื่องจากเอาไปทำศพแม่หมดแล้ว ถ้าเงินจำนวนนี้พ่อไม่เอาก็ไม่ต้องเอา แล้วจะชักมือกลับ ประกอบรีบคว้าเงินยัดใส่กระเป๋า

“พ่อได้เงินแล้ว ก็กลับไปเถอะค่ะ”

“ไม่กลับ แขกของเอ็งดูท่าจะรวยทั้งนั้น ข้าจะไปดักรอเอาซองที่หน้าเมรุ” ประกอบว่าแล้วจะกลับไปที่งาน ปริตาสุดจะทนตะโกนลั่นว่าหยุดสร้างปัญหา และเลิกทำร้ายพวกเราสักที พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของปริตา ตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กน้อย พ่อเมากลับบ้าน อาละวาดทุบตีทำร้ายเธอกับแม่ แถมไล่ให้ออกไปนอนนอกบ้านเพื่อที่พ่อจะได้เอาเมียน้อยมานอนกก

ปริตายังจำความเจ็บช้ำในอดีตได้ดี “สิ้นบุญแม่แล้ว พวกเราตั้งใจส่งวิญญาณแม่ไปสวรรค์ พ่ออย่าทำลายงานนี้เลย ขอให้อ้อมเหลือศรัทธาในตัวพ่อบ้าง”

ประกอบโกรธจัดตบลูกหน้าหัน ด่าซ้ำว่าเป็นลูกอกตัญญู คนเนรคุณพ่ออย่างเธอไม่มีวันได้ดี แล้วลากตัวจะเอาไปประจานหน้าเมรุเผาศพวารี ธิปไตยเข้ามาขวางไว้ เสนอจะให้เงิน หากประกอบรับปากจะไม่มาวุ่นวายในงานนี้อีก แล้วหยิบเงินให้ปึกใหญ่ เขารับเงินมานับด้วยความพอใจ

“แฟนเอ็งมันใจปํ้าว่ะ ให้ได้อย่างนี้สิวะว่าที่ลูกเขยข้า...จะสู่ขอเมื่อไหร่บอกมา ข้ายกให้” ประกอบตบไหล่ ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินจากไปอย่างมีความสุข ปริตาคิดว่าธิปไตยมาป่วน ไล่ตะเพิดไม่ให้มายุ่งกับชีวิตของเธอ

“เลิกอวดเก่งสักที ผมรู้ว่าใจคุณมันเปราะบางแค่ไหน” พูดจบธิปไตยดึงปริตามากอด เธอกำลังเศร้าเรื่องแม่ อีกทั้งช้ำใจมากที่พ่อคอยสร้างแต่ปัญหาให้ตลอด ถึงกับปล่อยโฮอย่างหมดความอดกลั้น

เขาสงสารจับใจ กอดเธอไว้อย่างอ่อนโยน ปริตาตั้งสติได้ดันตัวเขาออก สัญญาจะรีบหาเงินมาใช้คืน ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใครโดยเฉพาะเขา เพราะเธอรู้ทันว่าเขาแสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เพื่อหลอกให้เธอตกหลุมพราง ธิปไตยโกรธจัดที่อุตส่าห์ตั้งใจดีจะมาช่วยเหลือ แต่กลับถูกมองในแง่ร้าย พาลใส่ทันที

“ใช่ ที่ผมเข้ามาช่วยก็เพราะอยากเป็นหนี้บุญคุณคุณ แล้วผมก็จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ซื้อพ่อของคุณได้ แล้วไอ้เศษเงินที่ผมจ่ายไป ก็ทำให้คุณยอมอยู่ในอ้อมกอดผม โลกนี้ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าเงิน นี่ถ้าผมจ่ายหนักอีกหน่อย คุณก็คงยอมเป็นของผม”

ปริตาสะบัดฝ่ามือฟาดใส่หน้าธิปไตย แล้วเงื้อมือจะตบซ้ำ เขาคว้ามือเธอไว้ บอกให้หยุดแสดงท่าทีรังเกียจทั้งๆที่มีใจให้เขา เธอยอมรับว่าชอบเขา เพราะหลงผิดคิดว่าเป็นคนดี แต่เหตุการณ์คืนนั้นทำให้เธอตาสว่าง เขาไม่เคยมีความรักความจริงใจให้ใครนอกจากต้องการระบายความใคร่

“ตื่นจากโลกนิยายเพ้อฝันเถอะ ชีวิตจริงมันไม่มีความรักหรอก คนเราเกิดมาก็ต้องการเซ็กซ์ คุณเองก็เกิดมาจากเซ็กซ์ไม่ใช่ความรัก” คำพูดของธิปไตยทำให้ปริตายิ่งชิงชังเขามากขึ้น ตอกกลับอย่างเจ็บแสบว่าคนอย่างเขาเป็นพวกครอบครัวขาดความอบอุ่น ไม่มีใครรักไม่มีใครสนใจ ถึงใช้เซ็กซ์ชดเชยความรักที่ขาดหายไป

ธิปไตยถูกจี้ใจดำก็แค้นมาก “ในเมื่อคุณมั่นใจว่าความรักมีอยู่จริง ผมชักอยากจะรู้แล้วล่ะ ถ้าเพื่อนที่รักกันมากรู้ว่าหลงรักผู้ชายคนเดียวกันจะเป็นอย่างไร” พูดจบเขาเดินลิ่วจะไปหาปัทมาศกับรัญชิตา ปริตาวิ่งไปขวาง ขอร้องอย่าทำแบบนี้ เขาตั้งข้อแม้ หากจะให้เรื่องนี้ยุติ เธอต้องเป็นของเขา แล้วดึงตัวเข้ามาจะจูบ
ปัทมาศกับรัญชิตาเดินมาทางด้านหลังเห็นธิปไตยก็จำได้ ร้องเรียกด้วยความแปลกใจ ปริตารีบผลักเขาออก แล้ววิ่งไปหาเพื่อน ปัทมาศงงมาก รัญชิตาไปรู้จักกับธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ความจริงว่าเขาคือว่าที่คู่หมั้นที่รัญชิตาตกลงใจจะคบหาด้วย ปัทมาศรีบสารภาพว่าตัวเองรักธิปไตย ปริตารีบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

“มิ้นท์ ดาว มีหลายเรื่องที่เราต้องคุยกัน ไปกันเถอะ” เธอดึงมือเพื่อนขยับจะไป ธิปไตยเปิดเกมรุกทันที

“ผมขอโทษที่เกิดเรื่องแบบนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจ ดาว...ผมรู้สึกดีที่คุณมอบความรู้สึกดีๆให้ผม...คุณมิ้นท์ ผมชื่นชอบในตัวคุณนะ คุณฉลาดและมีเสน่ห์ และเป็นคนพิเศษที่คุณแม่เลือกไว้ให้ผม...ผมเองก็ลำบากใจและรู้สึกผิดที่ทำให้พวกคุณผิดใจกัน ทางออกที่ดีที่สุดคือ...ผมขอเป็นฝ่ายไปเอง” ธิปไตยตีหน้าเศร้า ก่อนจะเดินจากไป ทันทีที่หันหลังให้ เขาแอบยิ้มสะใจที่ทำให้เพื่อนรักหมางใจกัน รัญชิตาจะตาม แต่ปริตาคว้าแขนไว้ อ้างมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเพื่อนรักทั้งสองคน

ooooooo

ครู่ต่อมา ปริตาพาปัทมาศและรัญชิตามายังมุมสงบมุมหนึ่งของวัด

“ในเมื่อพวกเธอรู้ความจริงหมดแล้ว และเขาเองก็ถอดใจ ฉันขอให้เรื่องนี้จบนะ”

ทั้งรัญชิตาและปัทมาศไม่ยอมจบ ต่างอ้างว่าธิปไตยชอบตนเอง ปริเทพที่เห็นสามสาวพากันหายไปนานจึงออกมาตามหา ได้ยินปัทมาศพูดถึงธิปไตยก็เสียใจ ยิ่งได้ฟังเธอรำพันว่าในใจของเธอตอนนี้มีเพียงผู้ชายคนนั้น ถึงกับน้ำตาซึม ทนฟังต่อไม่ไหว เดินหนี ปัทมาศเข้าไปจับมือรัญชิตาอ้อนวอนให้ยกธิปไตยให้ รัญชิตายืนกราน ไม่มีวันยกเขาให้ใครเด็ดขาด ปริตาเห็นเพื่อนเถียงกันเรื่องผู้ชาย โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

“พวกเธอหยุดกันได้แล้ว พวกเธอกำลังทะเลาะกันเพียงเพราะผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง”

ปัทมาศและรัญชิตาต่างมองปริตาด้วยความแปลกใจ...

ทางด้านปริเทพเห็นหลังธิปไตยไวๆ รีบวิ่งไปดักหน้า เตือนไม่ให้มายุ่งกับผู้หญิงของตนอีก เขายอกย้อนว่าถามฝ่ายหญิงแล้วหรือยังว่าปริเทพใช่ผู้ชายของเธอหรือเปล่า คนถูกถามฟิวส์ขาด ปล่อยหมัดตรงเข้าหน้า สองหนุ่มชกต่อยกันอุตลุดไม่มีใครยอมใคร พลศิษฎ์ผ่านมาประสบเหตุ เข้าไปห้าม ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ผมไม่เคยคิดแย่งของใครแต่ถ้าคุณอยากร่วมเล่นเกมกับผม มันก็ทำให้เกมนี้สนุกขึ้น” ธิปไตยยิ้มยั่วปริเทพ ก่อนจะผละจากไป ฝ่ายถูกยั่วตะโกนไล่หลัง จะไม่ยอมเสียปัทมาศให้เขาเด็ดขาด พลศิษฎ์แปลกใจที่ ธิปไตยคิดจะแย่งปัทมาศไปจากปริเทพทั้งๆที่เป็นว่าที่คู่หมั้นของรัญชิตา...

ฝ่ายปริตาเล่าเรื่องที่เกือบถูกธิปไตยข่มขืนให้เพื่อนรักฟัง อ้างที่ไม่บอกเรื่องนี้แต่แรกเพราะไม่อยากให้กระทบกับการฝึกงาน และคิดว่าจะไม่เจอเขาอีก แต่ไม่นึกว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ รัญชิตาหาว่าเธอกุเรื่องขึ้น เพราะไม่ต้องการให้ตนเองกับปัทมาศผิดใจกัน ปัทมาศยังไม่ยอมแพ้ ยกเรื่องที่ธิปไตยรู้จักกับตนเองก่อนรัญชิตาขึ้นมาอ้าง เพื่อให้อีกฝ่ายหลีกทางให้ รัญชิตาเถียงฉอดๆ เงื่อนเวลาไม่ใช่คำตอบของความรัก

“แล้วความรักความผูกพันที่เราเป็นเพื่อนกันล่ะมิ้นท์”

“ถ้าเธอคิดจะใช้สิทธิ์ความเป็นเพื่อนมาแย่งผู้ชายของฉัน งั้นเราก็อย่ามาเป็นเพื่อนกันเลย”

ทั้งปริตาและปัทมาศใบ้รับประทาน ไม่คาดคิดว่ารัญชิตาจะพูดแบบนี้ พลศิษฎ์เห็นสาวๆนั่งหน้าเครียด เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนนิ่งไม่ตอบคำถาม

“เกี่ยวข้องกับคุณตรัยไหม เมื่อครู่นี้คุณตรัยชกต่อยกับคุณปริเทพ”

“ได้ยินแล้วใช่ไหมดาว เธอเป็นตัวปัญหา ไม่อยากให้แย่ไปกว่านี้ก็ทำในสิ่งที่ถูกต้อง” รัญชิตาเดินจากไปอย่างหงุดหงิด พลศิษฎ์รีบเดินตาม ปริตาเห็นปัทมาศร้องไห้ เข้ามาจับมือ ปลอบว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรวู่วามตอนนี้

“ดาวอยากกลับบ้าน” ปัทมาศพูดจบลุกออกไป ปริตาใจหายมองเพื่อนรักที่เดินแยกกันไปคนละทิศละทาง เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกร้าว

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เสาวลักษณ์ตามมาเล่นงานลูกชายถึงออฟฟิศเมื่อรู้จากชาลินีว่าเขาคบหาผู้หญิงอื่น จนทำให้รัญชิตาเสียใจ สั่งให้เขาเลิกยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้นให้หมด

“แล้วทำไมคุณแม่ไม่ใช้เงินฟาดหัวซื้อเหมือนที่เคยทำล่ะครับ เรื่องใช้เงินซื้อใจคน คุณแม่ถนัดไม่ใช่หรือ”

ธิปไตยพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรเจ็บใจไม่หาย ที่แม่เคยเอาเงินฟาดหัวแนน ผู้หญิงซึ่งเขารักสุดหัวใจให้ไปจากชีวิตเขา ตอนนั้นเขาเสียใจมากจนเกือบไม่เป็นผู้เป็นคน

แม้จะถูกลูกแดกดัน แต่เสาวลักษณ์หาสะดุ้งสะเทือนไม่ ท้าให้เขาบอกว่าผู้หญิงคนที่คบหาอยู่เป็นใคร จะได้เอาเงินไปซื้อ ธิปไตยขี้เกียจทะเลาะด้วย จึงตัดบท หากท่านจะมาคุยเรื่องนี้ เขาต้องขอตัว มีงานสำคัญต้องทำ แล้วคว้าแฟ้มเอกสารจะออกจากห้อง

เสาวลักษณ์รีบบอกว่าท่านกับชาลินีจะจัดงานเดินแบบการกุศลร่วมกัน ต้องการให้เขาไปเดินแบบให้ ธิปไตยไม่วายถามกวนประสาท ทำไมเขาต้องทำตามคำสั่งด้วย

“เพราะฉันเป็นแม่แก...แกจะเกลียดฉันยังไง ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่” เสาวลักษณ์ข่มลูกเสร็จออกจากห้อง ศิโรจน์เดินสวนเข้ามา ยังไม่ทันจะพูดอะไร ธิปไตยชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าจะไม่ยอมไปเดินแบบบ้าบอนั่นเด็ดขาด

“น่าเสียดาย งานนี้มีนางแบบรับเชิญที่บอสต้องอึ้งทึ้งเสียว” ศิโรจน์ยิ้มมีเลศนัย...

ขณะที่ธิปไตยชักสนใจใคร่รู้ว่าใครกันที่จะมาร่วมเดินแบบด้วย ปริเทพกับปริตานำโกศใส่อัฐิแม่กลับมาไว้ที่บ้านเช่า เขาชวนน้องสาวกลับกรุงเทพฯพร้อมกัน เธอไม่ยอมกลับ จะลงหลักปักฐานหางานทำที่นี่

“พี่ไม่เห็นด้วยนะ ที่นี่ไม่มีงานเหมาะกับอ้อม แล้วอีกอย่างพ่อคงมารังควานไม่เลิก กลับกรุงเทพฯเถอะ พี่จะย้ายจากระยองมาอยู่กับอ้อมที่บ้านน้าลัดดา อ้อมจะได้อยู่ใกล้เพื่อนๆด้วย”

ปริตาขอคิดดูก่อน จังหวะนั้นเจ๊อ้อยเจ้าของบ้านเช่าเอาป้ายประกาศขายบ้านมาแขวนที่ประตู ปริตาขอร้องอย่าเพิ่งขายบ้านหลังนี้ซึ่งเสมือนตัวแทนของแม่ให้ใคร ขอเวลาสามเดือนจะหาเงินมาดาวน์ แล้วจะรีบหาเงินก้อนมาจ่ายค่าบ้านให้จนครบ เธอเห็นเจ๊อ้อยลังเลรีบยกมือไหว้ ขอความเห็นใจ

“งั้นเจ๊ให้เวลาแค่เดือนเดียว หาเงินดาวน์ให้ได้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน แต่ถ้าไม่ได้เจ๊ก็จะขายให้คนอื่น” เจ๊อ้อยพูดจบหยิบป้ายประกาศขายบ้านเดินออกไป

ปริเทพอดสงสัยไม่ได้ น้องจะไปหาเงินมากมายมาจากไหน

ooooooo

ปริตาตัดสินใจกลับกรุงเทพฯเพื่อหางานทำ เจอชาญวุฒิที่ห้องเสื้อของน้าสาว จึงขอร้องให้ช่วยหางานให้ งานอะไรก็ได้ไม่เกี่ยงขอให้ได้เงินดีๆ เขาเสนองานเดินแบบวันวาเลนไทน์ให้ ลัดดาวัลย์กำลังตรวจดูความเรียบร้อยของชุดที่อยู่ในหุ่น หันมาถามด้วยความสนใจว่าเขาจะใช้เสื้อผ้าของใคร

“ก็ห้องเสื้อลัดดาวัลย์สิ น้องเทพ ต้องเดินแบบด้วยนะ”

ทีแรกปริเทพทำท่าจะไม่ยอมรับข้อเสนอของชาญวุฒิ แต่พอปริตาบอกว่าจะได้เอาเงินค่าจ้างจากงานนี้ไปช่วยกันดาวน์บ้านที่ต่างจังหวัด เขาหนีไม่ออก แต่ไม่วายเป็นกังวล เพราะไม่เคยเดินแบบมาก่อน

“พี่เทรนให้ แล้วที่น้องเทพต้องตื่นเต้นดีใจก็คือ น้องดาวมาเดินแบบด้วย”

ปริเทพดีใจที่จะได้เจอหญิงที่ตัวเองหลงรัก ขณะที่ปริตาอดถามไม่ได้ว่าแม่ของปัทมาศจะยอมให้มาหรือ ชาญวุฒิมั่นใจว่ายอมเพราะปัทมาศตอบรับคำชวนแล้ว...

ฝ่ายปริตากังวลใจที่ปัญหาระหว่างเพื่อนยังเคลียร์ไม่ลงตัว ตั้งใจจะนัดให้มาคุยกันอีกครั้ง ปริเทพเองก็อยากเจอปัทมาศเช่นกันจะขอตามไปด้วย เธอสงสารพี่ชายมากอยากบอกให้รู้ว่าผู้หญิงที่เขารัก ไม่ได้รักเขาตอบ แต่ไม่กล้าได้แต่พูดให้กำลังใจ หากเขารักปัทมาศ ต้องดูแลและแสดงให้เธอเห็นว่าเขาจริงใจและปกป้องเธอได้ แล้วบอกเขาว่าไม่ต้องไปด้วย เธอมีเรื่องส่วนตัวคุยกับปัทมาศตามประสาผู้หญิง

แม้ปริเทพจะรู้แล้วว่าปัทมาศรักธิปไตย แต่ก็ไม่ถอดใจ จะสู้ต่อไปเพื่อเอาชนะใจเธอให้ได้...

ณ ดาดฟ้าบนตึกร้างที่เคยนัดกันเป็นประจำ ปริตาพยายามเป็นกาวใจให้รัญชิตากับปัทมาศได้ปรับความเข้าใจกัน ปัทมาศยอมตัดใจจากธิปไตย ขอเพียงรัญชิตายังรักและยังเป็นเพื่อนที่ดีกับเธอ รัญชิตาดีใจมากที่เพื่อนยอมเปิดทางให้ แต่ต้องดีใจเก้อ เนื่องจากปริตา ตั้งข้อแม้ ในเมื่ออีกฝ่ายลงทุนขนาดนั้น รัญชิตาก็ควรต้องแฟร์กับเพื่อนโดยยอมตัดใจจากผู้ชายเลวๆคนนั้นเช่นกัน เพราะเขาไม่ได้รักเธอ แค่เล่นเกมด้วย ทีแรกรัญชิตาทำท่าจะไม่ยอม ปริตาต้องยื่นคำขาด ถ้ายังรักเราสองคนอยู่ ก็ต้องเลิกยุ่งกับธิปไตย

“ดาวไม่รู้ว่าคุณตรัยจะเป็นอย่างที่อ้อมพูดหรือเปล่า แต่ดาวขอเชื่ออ้อม เชื่อในความรักและความหวังดีของเพื่อน” ปัทมาศช่วยกล่อมรัญชิตาอีกแรงหนึ่ง

สุดท้าย รัญชิตาตัดสินใจเลือกเพื่อนไม่เลือกผู้ชาย ทั้งสามคนกอดกันกลม ดีใจที่กลับมารักกันอีกครั้ง...

เมื่อกลับถึงบ้าน รัญชิตาบอกเรื่องจะเลิกคบหากับธิปไตยให้แม่รับทราบ และสาเหตุที่ต้องตัดสินใจแบบนั้นก็เพราะปริตายืนยันว่าเขาเป็นคนไม่ดี ชาลินีไม่ชอบปริตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงใส่ไฟว่าเธอไม่จริงใจ คบหากับรัญชิตาก็หวังจะอ่อยพี่ชายเพื่อน จะได้สบายไปทั้งชาติ พลศิษฎ์แอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง เหนื่อยใจที่แม่มีอคติกับปริตา ชาลินีเห็นรัญชิตาเริ่มคิดคล้อยตาม ใส่ไฟปริตาเพิ่มอีกว่า

“พอฉันขวาง มันก็เปลี่ยนแผนยุให้แกเลิกกับคุณตรัย มันอิจฉา คิดจะแย่งคุณตรัย ฉันกล้าการันตี คุณตรัยไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างที่มันพูด”

พิชัยมาทันได้ยินพอดี “อย่าเชื่อตัวเองให้มากนัก สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นอย่างที่คุณคิด...มิ้นท์ ลูกโตแล้วแยกแยะได้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี พ่อยอมรับในการตัดสินใจของลูก”

ชาลินีไม่พอใจที่พิชัยขัดคอ หันไปเล่นงานเขาแทนที่ ทั้งคู่เปิดศึกน้ำลายใส่กัน รัญชิตาทนดูพ่อกับแม่ทะเลาะกันไม่ไหวลุกหนี พลศิษฎ์สงสารน้อง ตามไปปลอบและบอกว่าปริตาไม่ได้เป็นอย่างที่แม่กล่าวหา

“พี่มาร์ทก็แปลกคน เขาไม่รักยังจะเข้าข้างเขาอีกเป็นมิ้นท์นะใครทำให้มิ้นท์เจ็บ ต้องเอาคืนให้สาสม”

“คนรักกันเขาไม่คิดทำร้ายกันหรอก”

รัญชิตายังงงไม่หาย ทั้งๆที่พี่ชายตัวเองเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง ทำไมปริตาถึงไม่ยอมเปิดใจ หรือว่าเธอมีคนอื่น พลศิษฎ์แก้ตัวแทนเธอว่า จะเปิดใจได้อย่างไรในเมื่อแม่ของเราคอยสกัดทุกทาง แต่เขาไม่ยอมแพ้ จะสู้ต่อไปจนกว่าปริตาจะเห็นใจ รัญชิตาเชียร์ให้เขาสู้ๆ แล้วยิ้มเป็นกำลังใจให้

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันงานเดินแบบการกุศล ธิปไตยมาถึงโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานตั้งแต่ตอนบ่ายเพื่อเตรียมซักซ้อมความพร้อมก่อนเดินแบบจริง เจอศิโรจน์ออกมาต้อนรับ รีบบอกให้ไปแจ้งทีมงานให้หานางแบบสำรองมาแทนแก๊งของปริตาได้เลย เพราะวงแตกไปแล้ว เขามองข้ามไหล่เจ้านายไปด้านหลังถึงกับฉีกยิ้ม

“วงแตก หรือบอสหน้าแหก”

ธิปไตยมองตามสายตาศิโรจน์ เห็นสามสาวเพื่อนซี้เดินมาด้วยกัน ร้องทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบดีใจที่ได้เจอพวกเธออีก ปริตาสวนทันที ดีใจหรือแปลกใจกันแน่ที่เห็นเราสามคนมากันพร้อมหน้า ชายหนุ่มเสียเหลี่ยม แต่พยายามเก็บอาการ หันไปทักปัทมาศ ไม่คิดว่าเธอจะกล้ามาเดินแบบ

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนดาวคงไม่กล้าหรอกค่ะ แต่คุณเป็นคนสอนดาวให้ก้าวพ้นความกลัว” ปัทมาศพูดตามบทที่เตี๊ยมไว้กับปริตาไม่มีตกหล่น ธิปไตยเสียเหลี่ยมเป็นครั้งที่สอง เสยื่นมือไปให้รัญชิตาจับ

“อย่างน้อยเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหมครับ”

“ขอโทษค่ะ เราเริ่มต้นที่คนรัก มิ้นท์ไม่เคยเรียนรู้ที่จะเป็นเพื่อนกับคุณ” รัญชิตามองมือธิปไตยที่ยื่นให้จับอย่างไม่ไยดี เขาเสียหน้าอย่างแรง รีบชักมือกลับ ปัทมาศรู้สึกไม่ดีที่เล่นงานเขา รีบตัดบทชวนเพื่อนๆเข้าไปข้างใน แล้วจูงมือรัญชิตาออกไปทันที

“ทฤษฎีความเห็นแก่ตัวของคุณใช้ไม่ได้กับพวกฉัน เสียใจด้วยนะคะ” ปริตาทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบก่อนจะเดินตามเพื่อนรักทั้งสองคน ศิโรจน์ถึงกับออกปาก นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้านายโดนผู้หญิงลอยแพ

“เกมเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก” ธิปไตยวางแผนจะเอาคืน ศิโรจน์อดหวั่นใจแทนปริตากับพวกไม่ได้...

ปริตาดูจะพอใจมากที่แผนตอกหน้าธิปไตยสำเร็จด้วยดี แต่รัญชิตากับปัทมาศกลับไม่ปลื้มสักเท่าไหร่หาว่าคำพูดที่เธอสั่งให้พวกตนพูดแรงเกินไป ปริตาเตือนสติทั้งคู่ให้ตัดเรื่องผู้ชายคนนี้ออกไป แล้วกลับสู่เป้าหมายของตัวเอง และเป้าหมายของเธอก็คือทำงานเก็บเงิน
ซื้อบ้านให้ได้ แล้วหันมองปัทมาศ

“ฉันอยากทำงาน พิสูจน์ให้แม่เห็นว่าฉันโตแล้ว ดูแลตัวเองได้”

“ของฉัน จะต้องเป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของวงการ” รัญชิตาสีหน้ามุ่งมั่น สามสาวกอดกัน พร้อมจะเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จด้วยกัน ปริตานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ คว้ามือปัทมาศกับรัญชิตาตรงไปยังห้องจัดงาน เพื่อซ้อมเดินแบบ เพราะนี่เป็นงานแรกของตัวเองไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด แล้ววานรัญชิตาช่วยเทรนให้

ปัทมาศและปริตาซ้อมเดินแบบกันอย่างตั้งใจโดยมีรัญชิตาคอยติวเข้ม ปริตาผ่านฉลุยแต่ปัทมาศยัง ติดๆขัดๆ รัญชิตาจึงเดินแบบให้ดูเป็นตัวอย่าง ทั้งคู่ชมไม่หยุดปากว่าเธอเดินแบบได้สง่างามราวกับมืออาชีพ

“เส้นทางซุปตาร์อยู่แค่เอื้อม” รัญชิตาว่าแล้วโพสท่าด้วยความมั่นใจ พอลลี่เข้ามาคุยข่มทันที

“ยากหน่อยนะ ถ้าจะมาทับที่ฉัน”

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของโรงแรม พลศิษฎ์เห็นปริเทพมาเดินแบบด้วย เข้าไปจับมือยินดีที่ได้ร่วมงานกัน แล้วถือโอกาสถามว่าวันก่อนมีปัญหาอะไรกับธิปไตย ปริเทพยังไม่ทันจะตอบ ธิปไตยชิงตอบคำถามตัดหน้า

“เราแย่งผู้หญิงคนเดียวกันครับ”

ปริเทพไม่อยากยุ่งด้วย บอกพลศิษฎ์ว่าขอตัวก่อน แล้วเดินออกไป ธิปไตยตะโกนไล่หลัง ในคิวเดินแบบ ปริเทพเดินคู่กับปัทมาศ แต่เขาเปลี่ยนใจจะเดินคู่กับเธอเอง ปริเทพหันขวับ อยากรู้เขาต้องการอะไรกันแน่

“คุณประกาศจะแย่งชิงดาวกับผม บังเอิญเกมนี้ผมถือไพ่เหนือกว่า ถ้ากลัวแพ้ก็ถอนตัวซะ”

พลศิษฎ์เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามากันกลาง “ผมขอโทษที่ก้าวก่ายเรื่องพวกคุณ คุณเทพรักดาวครับและที่สำคัญ คุณเองก็เป็นคู่หมั้นน้องสาวผม คุณไม่ควรจะยุ่งกับดาว”

ธิปไตยว่ารัญชิตาตัดสัมพันธ์กับเขาแล้ว ดังนั้นเขาจะคบกับผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่ยังไม่ได้สวมแหวนแต่งงาน แล้วขอตัวเข้าข้างใน พลศิษฎ์ขอร้องปริเทพอย่าเพิ่งถอดใจกลับไปเสียก่อน

“เขาจะเดินกับน้องดาว ผมก็ต้องอยู่ดูแลน้องดาว คุณเองก็ควรจะปกป้องน้องสาวผมจากผู้ชายคนนี้”...

ขณะที่ธิปไตยตั้งตัวเป็นศัตรูกับปริเทพอย่างเปิดเผย พอลลี่ไล่ตะเพิดสามสาวเพื่อนซี้ไปให้พ้นเวทีเพื่อที่ตนเองจะได้ซ้อมคิวฟินาเล่ซึ่งนางแบบคนสำคัญที่สุดถึงจะได้ใส่ชุดนี้เดินแบบ แล้วช่วยกันกับดอกแก้วเดินกระแทกทั้งสามคนพ้นทาง สองฝ่ายเกือบจะมีเรื่องกันอีก ยังดีที่ชาญวุฒิกับต้อยติ่งมาห้ามไว้ทัน

“พี่ชาญคะ พวกนางแบบประกอบ หาเรื่องพอลลี่ค่ะ เล่นงานให้พอลลี่ด้วย”

รัญชิตาหมั่นไส้ที่พอลลี่ขี้ฟ้อง บอกให้ชาญวุฒิไล่เธอกับดอกแก้วออกจากงานเดินแบบครั้งนี้ พอลลี่โวยวายว่า ใหญ่มาจากไหนถึงจะมาไล่ตนออก แล้วหันไปจะฟ้องชาญวุฒิอีก แต่เขาชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“หยุดฟ้องได้แล้ว เดี๋ยวพี่หางานใหม่ให้”

“พอลลี่เป็นตัวทำเงินทำทองให้พี่ชาญนะ” พอลลี่โต้ไม่ยอมแพ้ ต้อยติ่งรีบเสนอหน้าอธิบาย แม้พอลลี่จะเป็นตัวทำเงิน แต่แม่ของรัญชิตาเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของงานนี้ พอลลี่และดอกแก้วเจ็บใจมาก ออกไปจากห้องทันที แต่คนอย่างพอลลี่ บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระคิดหาทางเอาคืนรัญชิตากับพวก เห็นสมภพเข้ามาในโรงแรมก็ดีใจที่เจอตัวช่วย แกล้งบีบน้ำตาวิ่งไปฟ้องว่าตัวเองโดนกลั่นแกล้ง

“หยุดร้องได้แล้ว ฉันฟังไม่รู้เรื่อง ฉันเปิดห้องไว้ ขึ้นไปคุยบนห้องแล้วกัน”

หญิงสาวรู้ความต้องการของเขา ปล่อยให้เขาประคองไปที่ลิฟต์ ดอกแก้วแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งถึงกับอึ้ง ที่เพื่อนลงทุนขนาดขึ้นห้องกับสมภพเพื่อหาทางแก้แค้นรัญชิตา จังหวะนั้นปริตาเดินผ่านไปโดยไม่เห็น ดอกแก้ว สักพักธิปไตยเดินตาม เธอมองด้วยความสนใจในพฤติกรรมของทั้งคู่...

ธิปไตยตามมาคว้าแขนปริตาไว้ หาว่าที่เธอกันท่าเพื่อนก็เพราะต้องการจะเก็บเขาไว้กินเอง เธอโดนพ่อรีดไถ ไหนจะต้องซื้อบ้านอีก จะมีวิธีไหนหาเงินได้ง่ายๆเท่ากับจับเขา ปริตาแปลกใจเขารู้เรื่องบ้านได้อย่างไร

“อะไรที่ฉันอยากรู้อยากได้ ไม่เกินความสามารถ ของฉันหรอก มันก็เหมือนกับเธอที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแย่งฉันจากเพื่อน นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่มีรักแท้ในหมู่เพื่อน”

ดอกแก้วซึ่งแอบฟังอยู่ คิดว่าปริตาเป็นอย่างที่ธิปไตยพูด รีบเอามือถือขึ้นมาเก็บภาพของทั้งคู่

ooooooo

หลังเสร็จกิจ สมภพบอกให้พอลลี่ไปเตรียมตัวกลับไปเดินแบบได้แล้ว

“ขอบคุณมากนะคะ พอลลี่จะไม่ลืมบุญคุณคุณสมภพเลย” พอลลี่จูบเขาหนึ่งฟอด ก่อนจะลุกออกมาที่โต๊ะ เห็นมีไลน์ส่งเข้ามือถือ รีบเปิดดู ปรากฏภาพของปริตากับธิปไตย รีบไลน์ไปนัดให้ดอกแก้วมาเจอที่หน้าห้องพัก ครู่ต่อมา ดอกแก้วมาถึงที่หมายตามนัด เอาคลิปภาพธิปไตยกับปริตาให้พอลลี่ดูอีกครั้ง พร้อมกับยืนยันว่าพวกนั้นแย่งผู้ชายคนเดียวกัน

“แกไปตามยัยดาว ฉันไปจัดการยัยมิ้นท์เอง” พอลลี่พูดจบ ต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัว...

ฝ่ายปริตายืนยันเสียงแข็ง ต่อให้ไม่มีกินก็จะไม่ยอมเป็นของธิปไตย เขาขู่จะให้คนถอดเธอออกจากการเดินแบบ อยากรู้ว่าเธอจะเอาเงินที่ไหนไปดาวน์บ้าน ปริตาไม่พอใจที่เขาใช้วิธีสกปรก โวยวายจะเอาเรื่องเขายื่นข้อเสนอให้เธอไปนอนกับเขาสักสองชั่วโมงแล้วจะเซ็นเช็คเป็นค่าดาวน์บ้านให้ ปริตาโกรธจัดตบเขาหน้าหัน

ธิปไตยกระชากเธอเข้ามาจะจูบแก้แค้น ปริตาพยายามดิ้นหนีแต่สู้แรงไม่ได้ รัญชิตาซึ่งตามพอลลี่มาพิสูจน์ความจริง เห็นภาพบาดตา จะเข้าไปเอาเรื่อง พลศิษฎ์มาเจอเสียก่อน ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน แล้วมองตามสายตารัญชิตาเห็นปริตาอยู่กับธิปไตย จะเข้าไปหาแต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นชาลินีกับเสาวลักษณ์ตรงรี่เข้าไปหาทั้งคู่ ชาลินีต่อว่าเสาวลักษณ์ที่ลูกชายของเธอคบหากับรัญชิตา แต่กลับมากอดจูบกับผู้หญิงอื่น เท่ากับไม่ไว้หน้าตน เสาวลักษณ์ปกป้องลูกตัวเอง โดยโยนความผิดให้ปริตาว่าวางแผนจะจับลูกชายของเธอ

“พวกคุณกำลังเข้าใจผิดค่ะ คุณป้าคะ อ้อมไม่เคยคิด...”

“ไม่ต้องแก้ตัว ถ้าลูกมิ้นท์มาเห็น คงหูตาสว่างสักทีว่าเธอหักหลัง”

ธิปไตยเจ้าเล่ห์ พอเห็นรัญชิตากับพลศิษฎ์ยืนมองอยู่ เปิดเกมปั่นหัวทันที “อย่าต่อว่าเธอเลยครับ ปริตาไม่ได้อ่อยผม ผมต่างหากที่เลือกเธอ” แล้วหันไปบอกชาลินีว่าไม่ได้รักลูกสาวของเธอ แต่รักปริตา แล้วดึงหญิงสาวมากอด รัญชิตาเดินหนีด้วยความผิดหวังและโกรธแค้นโดยไม่สนใจเสียงเรียกของพี่ชาย ปริตาหันมองตามเสียงพลศิษฎ์ เห็นหลังรัญชิตาไวๆ รู้ทันทีว่าเธอเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาลินีอดเป็นห่วงลูกไม่ได้ที่ต้องมาเห็นความเลวของเพื่อน หันไปต่อว่าเสาวลักษณ์อีกครั้ง แล้วรีบเดินตามลูก

ไม่ได้มีแต่รัญชิตาที่เห็นภาพบาดตา ปัทมาศก็เห็นเช่นกัน ทนดูไม่ได้เดินจากไปทั้งน้ำตา ปริตาเสียใจที่เพื่อนรักทั้งสองเข้าใจเธอผิด สะบัดหลุดจากอ้อมแขนธิปไตย

“ฉันไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรต้องการอะไร แต่อย่าดึงฉันไปอยู่ในเกมของคุณ” ปริตาตบหน้าเขาหนึ่งฉาด ก่อนจะเดินจากไป เสาวลักษณ์คาดคั้นลูกชายทำอย่างนี้ทำไม หรืออยากจะหักหน้าแม่ตัวเอง เขายอมรับหน้าชื่นว่าใช่ ตั้งใจจะทำตั้งแต่วันรับปริญญาด้วยซ้ำแต่เกิดผิดพลาดบางประการ แต่ทำวันนี้ก็ยังไม่สาย จากนี้ไปแม่คงสู้หน้าคุณชาลินีได้ยาก เสาวลักษณ์ยืนกรานให้เขาแต่งงานกับรัญชิตา เพราะท่านกำลังขอร่วมทุนกับชาลินี

“ในที่สุด คุณแม่ก็แบไพ่หมดหน้าตัก จับผมแต่งงานเพื่อต่อเงิน น่าสงสารที่คุณมิ้นท์ตกเป็นเหยื่อ แถมถูกเขี่ยออกจากเกมนี้” ธิปไตยยิ้มเยาะ เสาวลักษณ์เบื่อจะเถียงด้วย เดินหนี เขาคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาได้ ไม่ต้องการเดินแบบคู่กับปัทมาศอีกแล้ว โทร.สั่งศิโรจน์ให้เปลี่ยนคิวใหม่

ooooooo

พลศิษฎ์เห็นรัญชิตาร้องไห้คร่ำครวญว่าธิปไตยไม่รัก ก็ปลอบให้ใจเย็นๆก่อน มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้ เพราะธิปไตยเพิ่งบอกว่าจะแย่งปัทมาศจากปริเทพแล้วจะมารักปริตาได้อย่างไร ชาลินีมาทันได้ยินพอดีต่อว่าลูกชายว่าหัวอ่อน ถูกปริตาจูงจมูกเห็นอยู่แล้วว่านังนั่นเจตนาอ่อยธิปไตย แล้วชวนรัญชิตากลับ

“ไม่กลับค่ะ มิ้นท์จะไม่หนีหน้า ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายมิ้นท์ได้” รัญชิตาพูดจบ เดินจากไป พลศิษฎ์อดเป็นกังวลไม่ได้ เพราะรู้นิสัยน้องดีว่าไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฝ่ายเดียว ขยับจะตาม ชาลินีเรียกไว้ สั่งให้พากลับบ้าน เขาหว่านล้อมว่าแม่เป็นเจ้าภาพ ทิ้งงานไปแบบนี้ไม่สมควร ชาลินีคิดคล้อยตาม จำใจอยู่ต่อไป...

ทางฝ่ายปริตาพยายามอธิบายให้ปัทมาศเข้าใจ ที่ธิปไตยพูดไปอย่างนั้นเพราะตั้งใจจะทำให้พวกเราผิดใจกัน เธอไม่เคยคิดอะไรกับเขา ขอให้เพื่อนเชื่อใจ

“อ้อมควรไปเคลียร์กับมิ้นท์ด้วยนะ มิ้นท์คงจะโกรธน่าดู”...

ผิดจากที่ปัทมาศคาดไว้ นอกจากรัญชิตาจะไม่โกรธปริตาแล้ว ยังเชื่อใจด้วยว่าเพื่อนจะไม่ทรยศ ทำให้ปริตาเบาใจ โดยหารู้ไม่ว่าการแสดงออกของรัญชิตาตรงกันข้ามกับความรู้สึกข้างใน...

ที่ห้องแต่งตัว ดอกแก้วผิดหวังที่แผนยุแยงตะแคงรั่วพังไม่เป็นท่า รัญชิตาไม่เหวี่ยงไม่วีนปริตาแม้แต่น้อยพอลลี่ไม่เชื่อว่าคนอย่างรัญชิตาจะอยู่เฉย วางแผนจะแก้แค้นถึงขั้นให้ศัตรูเสียโฉม...

ใกล้ถึงเวลาเปิดงานเดินแบบการกุศล แขกผู้มีเกียรติต่างทยอยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เสาวลักษณ์เข้าไปคุยปรับความเข้าใจกับชาลินี และยืนยันว่าต้องการรัญชิตามาเป็นลูกสะใภ้ ชาลินีเตือนว่าอย่าดีแต่พูดต้องทำให้เห็นด้วยว่าเธอจริงใจ พิชัยกระเซ้าเสาวลักษณ์ อย่าไปซีเรียสนักเลย ใครจะรักใครชอบใครก็ปล่อยไปตามใจยิ่งบังคับจะยิ่งอึดอัดเปล่าๆ

“คุณสมภพเห็นด้วยกับผมไหมครับ” พิชัยหันไปทางสมภพซึ่งขานรับเป็นปี่เป็นขลุ่ยเพราะเป็นก๊วนท่องราตรีและจีบสาวด้วยกัน...

หลังจากพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเสร็จสิ้น การเดินแบบก็เริ่มขึ้น งานนี้เป็นธีมเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ นางแบบในชุดเจ้าสาว ทยอยออกมาเดินอวดชุดสวยบนเวที ต้อยติ่งตบมือให้กับเจ้านายตัวเองพร้อมกับชมไม่หยุดปากว่าคอนเซปต์เจ้าสาวทั้งเจ็ดของชาญวุฒิเริดมาก

เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ไอเดียของเขาแต่เป็นของเจ้าของห้องเสื้อ จังหวะนั้น ลัดดาวัลย์เห็นพัชรินทร์เดินหน้าเครียดเข้ามาในงาน ก็สะกิดให้เพื่อนรักดู

“อย่าบอกนะว่าน้องดาวไม่ได้ขออนุญาตคุณแม่” ชาญวุฒิพลอยเครียดไปด้วย ลัดดาวัลย์อาสาจะไปรับหน้าพัชรินทร์ให้ แต่เขาดึงตัวไว้ เพราะจะถึงคิวกามเทพแล้ว เธอต้องเตรียมชุดฟินาเล่ แล้วสั่งให้ต้อยติ่งพาลัดดาวัลย์ไปหลังเวที ชาญวุฒิมองไปยังพัชรินทร์คิดหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ooooooo

สักพัก บอลในคราบกามเทพชุดขาวมีปีกขนนก ออกมาโพสท่าบนเวที เสาวลักษณ์ตบมือให้เด็กของตัวด้วยความชื่นชมจนกระทั่งเขากลับเข้าไปหลังเวทีพอลลี่ในชุดเจ้าสาวเดินสวนออกมา พิชัยมองเธออย่างพึงพอใจ ชาลินีเห็นสีหน้าแววตาของสามีแล้วชักสีหน้าไม่พอใจ แต่ไม่กล้าทำอะไร กลัวจะฉาวหน้าออกสื่อ

พอลลี่มาหยุดโพสท่าเบื้องหน้าสมภพ พร้อมกับส่งสายตาให้ พิชัยมองออกทันทีว่าเธอเป็นเด็กของเขา วางแผนจะขอแบ่งเธอจากสมภพ บอลในคราบกามเทพออกมารับตัวพอลลี่กลับเข้าหลังเวที ถัดมาเป็นคิวของพลศิษฎ์ในชุดกามเทพเดินออกมากับปริเทพซึ่งอยู่ในชุดแบบเดียวกัน พัชรินทร์เห็นปริเทพอยู่ในงานด้วยก็ไม่พอใจ ขยับจะไปเอาตัวปัทมาศที่หลังเวที ยังไม่ทันจะลุก ชาญวุฒิเข้ามาขวางไว้เพื่อถ่วงเวลา

“ปัทมาศอยู่ไหน ฉันจะพาลูกฉันกลับ”

“เอ่อ ไม่ทันแล้วล่ะครับ” ชาญวุฒิพยักพเยิดไปที่เวที พัชรินทร์มองตามสายตาเขา เห็นปัทมาศออกมาเดินแบบในชุดเจ้าสาวสีชมพู ทุกคนในงานพากันตบมือชื่นชมในความงามของเธอ ปัทมาศมาหยุดโพสกลางเวที เหลือบเห็นแม่นั่งอยู่ในกลุ่มแขกผู้มีเกียรติก็ตกใจ แต่ยังยิ้มสู้ หมุนตัวเดินกลับเข้าหลังเวที

ปริตาก้าวออกมาในชุดเจ้าสาวสีขาวเป็นคิวต่อไป แขกในงานต่างตบมือเสียงดังกึกก้อง สมภพตะลึงในความงามจนอยากจะได้เธอมาเชยชม ปริตาเห็นสายตาที่เขามองมา เดินกลับไปหลังเวทีด้วยความอึดอัด

รัญชิตาในชุดเจ้าสาวสีแดงขึ้นมาเดินแบบต่อจากปริตา ซึ่งสวยไม่แพ้เพื่อนรักทั้งสองคน จากนั้นสามสาวเพื่อนซี้ขึ้นมายืนบนเวที โดยมีธิปไตยในชุดเจ้าบ่าวสีขาวในมือมีช่อกุหลาบสีแดง เดินผ่านพวกเธอไปด้านหน้าเวที ตามคิวแล้ว เขาต้องมอบช่อกุหลาบให้รัญชิตา แต่เขากลับทำท่าจะยื่นให้ปริตา รัญชิตารู้ทัน ชิงก้าวออกไปรับช่อดอกไม้แล้วเดินแบบเคียงคู่กับเขาไปบนเวที ศิโรจน์ซึ่งยืนลุ้นอยู่ถึงกับถอนใจโล่งอก

คิวสุดท้าย นางแบบและนายแบบทุกคนต่างขึ้นมาเดินบนเวที รวมทั้งลัดดาวัลย์ในฐานะเจ้าของห้องเสื้อ โดยมีชาลินีและเสาวลักษณ์ออกมามอบช่อดอกไม้ให้เธอ สมภพลุกขึ้นมาหน้าเวทีซึ่งไม่ได้มีอยู่ในกำหนดการ ประกาศจะมอบรางวัลขวัญใจสื่อให้กับเจ้าสาวที่สวยที่สุดในงาน เดินไปที่กลุ่มนางแบบซึ่งยืนโพสท่าอยู่บนเวทีแล้วคุกเข่ามอบดอกกุหลาบให้ปริตา นักข่าวพากันกดชัตเตอร์เก็บภาพเธอไม่ยั้ง รัญชิตาไม่พอใจที่เธอเด่นกว่า พอลลี่ก็ไม่พอใจเช่นกันเพราะคิดว่าสมภพจะมอบดอกไม้ให้ตนเอง ชาญวุฒิประกาศผ่านไมโครโฟน

“ขอเรียนเชิญนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ทุกท่านร่วมกันถ่ายภาพครับ”

รัญชิตาแกล้งตัดหน้าพอลลี่เพื่อให้เธอถ่ายภาพคู่กับบอลเป็นคิวท้ายสุด สร้างความไม่พอใจให้เธออย่างมาก จังหวะที่รัญชิตาควงแขนธิปไตยผ่านกระถางเพลิงที่ลุกโชน พอลลี่แกล้งเหยียบชายกระโปรงหวังให้คู่ปรับล้มใส่ แต่พลาด เธอล้มเฉียดกระถางเพลิงไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด รัญชิตาโกรธจะเข้าไปเอาเรื่อง

ปริตารีบคว้าตัวเธอไว้ทัน เพราะไม่อยากให้มีเรื่องออกสื่อ รัญชิตาเลือดขึ้นหน้า ผลักปริตาล้ม ชายกระโปรงของเธอติดไฟจากกระถางเพลิง ธิปไตยรีบถอดสูทตัวเองดับไฟที่ชุดของเธอ แล้วดึงตัวออกมา พลศิษฎ์เข้ามารับช่วงดูแลเธอต่อ เขาจึงต้องถอยออกมา ชาญวุฒิเห็นความวุ่นวาย รีบประกาศให้นักข่าวไปถ่ายภาพและสัมภาษณ์กันด้านนอก ต้อยติ่งรู้งาน ต้อนนักข่าวออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ถามคำถามใดๆ พอลลี่กลัวทุกคนจับได้ว่าเป็นแผนร้ายของตัวเองรีบเข้าไปหาปริตา

“อ้อม เธอเป็นอย่างไรบ้าง มิ้นท์เข้าใจผิดว่าฉันแกล้งเขา เธออุตส่าห์มีน้ำใจมาห้าม ฉันขอโทษนะ”

รัญชิตาโกรธที่พอลลี่โยนความผิดให้ ปรี่เข้าไปจะเล่นงาน พลศิษฎ์รีบกันน้องไว้ ชาญวุฒิเห็นท่าไม่ดี สั่งเสียงเฉียบให้ยุติปัญหา ไล่ทุกคนไปเติมแป้ง เสริมงาม แล้วออกไปให้นักข่าวถ่ายรูปและสัมภาษณ์หน้างาน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:26 น.