ตอนที่ 10
อัลบั้ม: วี วีรภาพ คั่ว 3 นางเอก 'นาว-โบว์-เซฟ' เพื่อนรักหักสวาทใน “กุหลาบเล่นไฟ”
ธิปไตยไม่ยอมให้สมภพพาปริตาไปทำมิดีมิร้าย เข้าไปแย่งตัวจากมือ แล้วพาไปที่รถตัวเอง สมภพตามมาแย่งคืน ทั้งคู่ชกต่อยกันอุตลุด สมภพสู้ไม่ได้ จำต้องปล่อยให้ศัตรูเอาตัวเธอไป แต่แทนที่เขาจะพาปริตาไปส่งบ้าน กลับพาไปคอนโดฯที่พักตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าศัตรูตัวฉกาจแอบสะกดรอยตาม หวังจะแก้แค้นเขาคืน
ทางฝ่ายธิปไตยนั่งมองปริตาที่เมาหลับอยู่บนเตียงนอนได้สักพัก โน้มตัวลงไปจะจูบ เธอปรือตาขึ้นมอง เห็นใบหน้าของเขาห่างแค่คืบก็ตกใจ รีบผลักเขาออก
“คุณ...จะทำอะไรฉัน แล้วคุณสมภพล่ะ”
“ผิดหวังมากสินะที่เธอไม่ได้อยู่ร่วมเตียงกับเขา ฉันก็ไม่อยากขวางความสุขของเธอหรอก แต่มันไม่แฟร์ ถ้าเอาตามลำดับก่อนหลัง ฉันควรได้กินเธอก่อน แล้วอีกอย่าง คิดจะเสียตัวทั้งทีก็เลือกกินของดีหน่อย”
ปริตาโกรธจัดตบธิปไตยหน้าหันฐานพูดจา หยาบคาย แล้วลุกขึ้นจะกลับ เขาผลักเธอลงไปนอนอย่างเดิม ก่อนจะโถมเข้าหาซุกไซ้ไปทั่วตัว ปริตาพยายามดิ้นหนีแต่สู้แรงเขาไม่ได้ถึงกับร้องไห้โฮ ชายหนุ่ม
เห็นน้ำตาก็ชะงัก เธอสบช่องผลักเขาสุดแรงแล้ววิ่งหนี ธิปไตยตั้งสติได้รีบตามมาขอโทษ เป็นจังหวะเดียวกับปริตาเปิดประตูห้องพักผลัวะ ต้องตะลึงเมื่อเจออิสเบลล่ากับนักข่าวออกันเต็ม ธิปไตยโวยวายลั่นว่ามาทำอะไรกันที่นี่
“มีแหล่งข่าวแจ้งว่าคุณธิปไตยมอมเหล้าน้องอ้อม มันจริงใช่ไหมคะ น้องอ้อม” อิสเบลล่าซัก ปริตาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แหวกกลุ่มนักข่าวจะกลับ แต่เจอรัญชิตา
ขวางไว้ อิสเบลล่าไม่รอช้ายิงคำถามใส่ทันที
“น้องมิ้นท์พอจะให้ข้อมูลได้ไหมคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครลวงใคร หรือว่าใครอ่อยใคร”
รัญชิตาเองก็ตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าถ้าเป็นเรื่องลวงใครมาทำมิดีมิร้ายคงไม่ใช่แน่นอน เพราะธิปไตยไม่ใช่คนแบบนั้น ปริตาต่อว่าว่าพูดแบบนี้ก็เท่ากับกล่าวหาตนเป็นฝ่ายอ่อยเขาใช่ไหม รัญชิตาย้อนถาม
“แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
ปริเทพที่เพิ่งมาถึงสวนขึ้นทันที “ผู้ชายของเธอมอมเหล้าอ้อมแล้วคิดขืนใจอ้อม” ไม่พูดเปล่า ปรี่เข้าไปชกหน้าธิปไตยด้วย สองฝ่ายวางมวยกัน ปริตาทนอับอายไม่ไหว ขอให้พี่ชายหยุดแค่นี้แล้วพาเธอกลับบ้าน
อิสเบลล่าพยายามพูดยุแยงให้สองฝ่ายตีกันตามที่สมภพสั่ง ได้ผลดีตามคาด ปริตากับรัญชิตาปะทะคารมกันดุเดือดชนิดไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายปริตาทนถูกกล่าวหาว่าตามมาอ่อยธิปไตยถึงที่ไม่ได้ โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด “อ้อมโดนวางยา อ้อมโดนลวงมาที่นี่ แต่โชคดีที่อ้อมเอาตัวรอดมาได้ พี่เทพกลับกันเถอะค่ะ”
“ผมเอาเรื่องคุณแน่ คุณเตรียมทนายไว้ได้เลย” ปริเทพชี้หน้าธิปไตย ก่อนจะพาปริตากลับ อิสเบลล่าไม่ยอมรามือหันมาถามธิปไตยว่ามีอะไรจะเคลียร์ไหม เขารีบตัดบท เชิญพวกนักข่าวกลับไปได้แล้ว ทั้งนักข่าวและอิสเบลล่าได้ทั้งข่าวฉาวได้ทั้งภาพเด็ดแล้วจึงพากันสลายตัว รัญชิตาอดสงสัยไม่ได้ พวกนี้มาที่นี่ได้อย่างไร
“มีคนคิดเล่นงานผม แล้วคุณมาหาผมมีเรื่องอะไร”
“มีคนส่งไลน์ไปบอกว่าคุณไม่สบายค่ะ มิ้นท์นึกว่าเป็นไลน์ของพี่อ๋อง ก็เลยรีบมาหาคุณ” คำตอบของรัญชิตายิ่งทำให้ธิปไตยมั่นใจว่ามีใครบางคนจัดฉากเรื่องนี้...
ปริตาอดสงสัยไม่ได้ว่าปริเทพมาที่นี่ได้อย่างไร ได้ความว่าสมภพโทร.มาบอกเขาว่าเธอโดนธิปไตยทำร้ายแล้วเอาตัวไป เขาเลิกงานผ่านมาแถวนี้พอดีก็เลยรีบมาดู แล้วจัดแจงจะพาเธอไปแจ้งความเอาผิดธิปไตย
“ไม่ต้องค่ะ อ้อมอยากให้เรื่องมันจบแค่นี้ มันจะกระทบงานโฆษณาที่จะถ่าย”
“อ้อมจะปล่อยให้มันลอยนวลอย่างนั้นหรือ”
“ถึงเขาไม่ได้รับโทษจากกฎหมาย แต่เขาต้องได้รับโทษทางสังคม นักข่าวเล่นงานเขาแน่ แล้วอ้อมก็จะเป็นคนลงโทษเขาเอง...กลับเถอะค่ะ” ปริตาทิ้งปริศนาไว้ให้ปริเทพคาใจเล่นว่าเธอจะลงโทษธิปไตยอย่างไร...
ตั้งแต่เกิดเรื่อง ธิปไตยเอาแต่นั่งดื่มเหล้าดับเครียด รัญชิตาต้องขอร้องให้หยุดดื่ม เขามั่นใจว่าสมภพเป็นคนส่งนักข่าวมาที่นี่ และไลน์ที่เธอได้ก็น่าจะเป็นฝีมือของสมภพเช่นกัน คงต้องการให้เธอกับปริตาผิดใจกัน
“มิ้นท์เข้าใจที่คุณช่วยอ้อม แต่มิ้นท์ไม่เข้าใจที่คุณพาอ้อมมาที่นี่ คุณควรพาอ้อมไปส่งที่บ้าน”
ธิปไตยอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร พลันมีเสียง
มือถือของเขาดังขึ้น ศิโรจน์โทร.มารายงานว่าข่าวฉาวที่เกิดขึ้นมีคนเอาไปโพสต์ในเน็ตแล้ว รัญชิตาจับมือธิปไตยไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะอยู่ข้างเขาเสมอ
ooooooo
ชาญวุฒิมาหาปริตาที่บ้านแต่เช้าเพื่อคุยถึงข่าวฉาวที่ฮอตกระฉ่อนเน็ต เธออดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะถูกถอดออกจากโฆษณา แต่ผิดคาด นอกจากลูกค้าจะไม่ทำอย่างนั้นแล้ว กลับสั่งเร่งถ่ายทำให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้กระแสตีกลับ คนอ่านข่าวสงสารและเห็นใจปริตา
“อ้อม...พี่ไม่อยากให้อ้อมไปทำงานกับนายนั่นอีก”
“ไม่ได้นะน้องเทพ ยกเลิกไม่ได้ บริษัทคุณตรัยเตรียมงานไว้พร้อมหมดแล้ว...น้องอ้อมจะเอาอย่างไร”
ทั้งลัดดาวัลย์ ปริเทพและชาญวุฒิต่างมองปริตาเป็นตาเดียวกันว่าจะตัดสินใจอย่างไร...
ครู่ต่อมา ปริตาไปหาธิปไตยที่ออฟฟิศ แจ้งให้ทราบว่าจะไม่ร่วมงานกับเขา ฉีกสัญญาที่จะเซ็นต่อหน้า แล้วลุกขึ้นจะกลับ ธิปไตยกระชากตัวไว้ ถามเสียงเครียดว่าทำอย่างนี้เพื่ออะไร หรือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเกมหนึ่งที่เธอวางแผนไว้เพื่อหาข้ออ้างมายกเลิกงาน
“ฉันไม่ลงทุนให้เปลืองตัวหรอก ฉันคิดแค่จะขอเปลี่ยนบริษัทผลิตเท่านั้น ขอบคุณสำหรับความเลวที่คุณทำเมื่อคืน ทำให้ฉันมีเหตุผลพอที่จะยกเลิก” ปริตาพูดจบขยับจะไป รัญชิตาเข้ามาทันได้ยิน สั่งไม่ให้ถอนตัว เธอไม่สนใจเดินหนี รัญชิตาไล่ตามมากระชากตัวไว้ หากเธอถอนตัว งานของธิปไตยก็ต้องถูกยกเลิกไปด้วย
“ใช่ แล้วมันก็กระทบเธอด้วยสินะ นี่แหละที่เขาเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
“เธอจงใจแกล้งพวกฉัน เธอเล่นบทขี้เมามาให้เขาช่วยพาเธอไปที่ห้อง แล้วก็แอบส่งไลน์ให้ฉันมา
หาเขา ส่งข่าวให้นักข่าวมาเล่นงานคุณตรัย เธอเกลียดชังพวกฉันมากถึงกับไม่มีมโนสำนึก”
ปริตาไม่สนใจรัญชิตาจะคิดอย่างไร แต่ที่รู้ๆเกมนี้เธอชนะขาด รัญชิตาหมดความอดทนประกาศลั่นครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราสองคนจะเจอกัน ปริตาไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น จะขอตามล้างตามผลาญรัญชิตาไปทุกที่ จังหวะนั้นมีเสียงมือถือปริตาดังขึ้น เธอรีบรับสาย
“ค่ะพี่ชาญ แจ้งลูกค้าดิวบริษัทใหม่ได้เลย อ้อ เปลี่ยนตัวประกอบด้วยนะคะ อ้อมอยากร่วมงานกับคนใหม่” ปริตาเดินคุยมือถือออกไปไม่สนใจรัญชิตาอีก ธิปไตยยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งไม่พอใจปริตาเช่นกัน...
ปริตาได้แก้แค้นสมใจอยาก บริษัทของธิปไตยถูกยกเลิกสัญญา ส่วนรัญชิตาเองก็ถูกถอดออกจากโฆษณาชิ้นนี้เช่นกัน
ooooooo
ชาลินีถึงกับปรี๊ดแตก ปารีโมตฯใส่ทีวีเมื่อเห็นโฆษณารถหรูที่ปริตาเป็นพรีเซ็นเตอร์ออกอากาศไปทั่วประเทศ รัญชิตาต้องเข้ามาปลอบให้ท่านใจเย็นก่อน แค่โฆษณาชิ้นเดียวไม่ได้แปลว่าผู้หญิงคนนั้นจะชนะ
“มิ้นท์จะใช้งานเปิดตัวคอนโดฯเฟสใหม่ของ
คุณแม่เอาชนะมันค่ะ คุณแม่เตรียมงานไปถึงไหนแล้วคะ”
“ฉันให้คุณหญิงดูแลเรื่องนี้...แกคิดจะทำอะไร” ชาลินีถามเสียงเครียด รัญชิตาไม่ตอบ แต่มีแผนการเล่นงานปริตาอยู่ในใจแล้ว...
ในเวลาต่อมา เสาวลักษณ์ยื่นแฟ้มงานให้ธิปไตย พร้อมกับขอร้องให้ช่วยคิดคอนเซปต์อีกทั้งจัดงานเปิด ตัวคอนโดฯหรูที่ท่านร่วมทุนกับชาลินี และอีกอย่างหนึ่งคือต้องการให้เขามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อจะได้กลบข่าวฉาวนั่น ธิปไตยกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่รัญชิตาเดินเข้ามาหาเสียก่อน แถมขอร้องเขาเหมือนกับที่เสาวลักษณ์พูดไม่มีผิดเพี้ยนราวกับนัดแนะกัน เขากลับตอบรับคำร้องขอของเธอด้วยความเต็มใจ...
ขณะที่รัญชิตาจับมือกับธิปไตยเพื่อหาทางเอาคืนปริตา ชาญวุฒิมาแจ้งข่าวดีปริตาถึงบ้านว่าตั้งแต่โฆษณารถหรูออกอากาศ กระแสตอบรับดีมาก มีคนติดต่อให้เธอไปแคสติ้งโฆษณานับไม่ถ้วน และยังมีงานชิ้นใหม่ให้เธอไปเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อีกด้วย แต่เขาปฏิเสธไปแล้วเพราะเห็นว่าเจ้าของงานคือเสาวลักษณ์และชาลินี แถมธิปไตยยังเป็นคนดูแลงานเปิดตัวสินค้าตัวนี้ และที่สำคัญรัญชิตามาร่วมงานด้วย
“อ้อมอยากทำงานนี้ค่ะ อ้อมอยากได้เงินไปซื้อบ้าน พี่ชาญโทร.ไปรับงานนี้นะคะ”
ทีแรกลัดดาวัลย์ไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับที่เธอจะรับงานชิ้นนี้ แต่ในเมื่อปริเทพอาสาจะไปดูแลน้องด้วยตัวเอง ก็เลยไม่ขัดข้อง ชาญวุฒิรีบโทร.แจ้งธิปไตยว่าปริตายินดีจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ เข้าทางเขากับรัญชิตาพอดี จึงตอบตกลงทันที
ooooooo
เมื่อถึงวันซ้อมใหญ่ ปริตาไปยังสตูดิโอตามนัด ยังไม่ทันจะเดินเข้าข้างใน เจ๊เจ้าของบ้านที่ต่างจังหวัดโทร.มาทวงเงินค่าซื้อบ้าน ถ้าพรุ่งนี้เธอไม่มีเงินก้อนไปจ่าย เจ๊จะขายให้คนอื่นแล้วเอาเงินดาวน์คืนเธอ
“ไม่ได้นะ เจ๊อย่าเพิ่งขายให้ใคร อ้อมกำลังจะได้เงินจากงานก้อนใหญ่ อ้อมจะรีบเอาไปจ่าย”
“ให้ไวแล้วกัน ไม่อย่างนั้นเจ๊ไม่รอนะ” เจ๊วางสายทันที ปริตาเดินเข้าข้างในด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ทันสังเกตเห็นธิปไตยแอบฟังอยู่ตลอด รู้ว่าเธอร้อนเงินก็คิดหาทางกลั่นแกล้ง แอบเดินตามไปห่างๆ รอจังหวะที่ปริตาอยู่ในห้องซ้อมตามลำพัง รีบตามเข้าไปแล้วล็อกประตู เธอหันมาเห็นก็ไม่พอใจ จะเดินออก เขาพูดดักคอ
“กลัวด้วยเหรอ หรือว่าเตี๊ยมนักข่าวไว้แล้ว เปิดประตูออกไปจะได้โยนความผิดว่าฉันข่มขืนเธอ”
ปริตาปฏิเสธว่าไม่เคยบอกนักข่าว แต่ที่สำคัญธิปไตยตั้งใจจะทำมิดีมิร้ายกับเธอจริง เขาเย้ยว่านั่นไม่ใช่ความพิศวาส ก็แค่อยากเอาคืนเท่านั้น ปริตาต่อว่าว่าเป็นผู้ชายประสาอะไร ดีแต่จะใช้กำลังข่มเหงคนอื่น
“แล้วทีเธอยืมมือผู้ชายคนนั้นมาทำลายฉันล่ะ เกมนี้มันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตัวต่อตัว” ธิปไตยพูดจบ ดึงปริตามากอด เธอพยายามดันตัวเขาออก ศิโรจน์จะเอาสคริปต์มาให้อ่าน เห็นทั้งคู่กำลังยื้อยุดกันถึงกับชะงัก ธิปไตยรีบปล่อยมือ ขณะที่ศิโรจน์ทำไม่รู้ไม่ชี้ส่งสคริปต์ให้ทั้งคู่ แล้วอธิบายคร่าวๆว่ามีคิวต้องทำอย่างไรบ้าง
“คนฉลาดอ่านรอบเดียวก็รู้แล้วล่ะ ซ้อมคิวได้แล้ว” ธิปไตยพูดจบดึงสคริปต์ไปจากมือปริตา เธอไม่ยอมซ้อมจะรอให้พร้อมหน้าก่อนแล้วถามหารัญชิตาทำไมยังไม่มา ศิโรจน์ยังไม่ทันจะพูดอะไร คนที่ถูกพูดถึงโทร.มาแจ้งว่าหลงทาง ศิโรจน์รีบออกไปนอกห้องเพื่อบอกเส้นทางให้ ธิปไตยสบช่องเสนอตัวจะซ้อมคิวให้ปริตาเอง
“มิ้นท์จะถึงแล้ว รอซ้อมพร้อมกันก็ได้”
ธิปไตยดูถูกว่าเธอเต้นสู้รัญชิตาไม่ได้ น่าจะซ้อมไว้ก่อน ปริตาก็เลยเต้นโชว์ให้ดูว่าตนเองก็เต้นได้ดีไม่แพ้คนอื่น ศิโรจน์กลับเข้ามาในห้องเห็นเธอเต้นราวกับมืออาชีพ ชมว่าเก่งมาก ไม่เสียแรงที่เจ้านายของเขาเป็นคนเลือกเธอด้วยตัวเอง ธิปไตยรีบตัดบท ถามว่ารัญชิตาเมื่อไหร่จะมาถึง ได้ความว่าเธอขึ้นทางด่วนผิด อีกสักพักใหญ่ๆน่าจะมาถึง ปริตาอยู่รอไม่ไหว ขอตัวกลับก่อน ธิปไตยไม่ยอมให้กลับ อ้างมีคิวซ้อมแค่วันนี้
“ถ้าเธอซ้อมไม่ได้ ฉันก็จะหาคนมาเปลี่ยน”
“พี่อ๋องช่วยเร่งมิ้นท์ให้หน่อยค่ะ อ้อมไม่อยากกลับดึก มันอันตราย” ปริตาแดกดันจบ ปรายตามองธิปไตย ศิโรจน์เห็นเขาฮึดฮัดก็เกรงจะมีเรื่อง รีบบอกว่าจะโทร.ไปเร่งรัญชิตาให้ แล้วหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ ก่อนจะเดินออกไปคุยนอกห้อง โดยหารู้ไม่ว่าคนที่ตัวเองโทร.ไปเร่ง ยังนั่งสบายอารมณ์อยู่ในบ้าน ไม่ได้อยู่บนรถอย่างที่บอก แถมยังโกหกอีกว่า ใกล้จะถึงที่หมายในอีกไม่กี่นาที ทันทีที่รัญชิตาวางสาย พลศิษฎ์เข้ามาต่อว่า
“รับปากจะไปซ้อม ยังโอ้เอ้อยู่อีก ป่านนี้อ้อมรอแย่แล้ว”
รัญชิตาไม่สน รอได้รอไป พลศิษฎ์ถึงบางอ้อทันทีว่าเธอวางแผนจะแกล้งปริตา คว้ามือถือจะโทร.ไปบอก เธอขู่ ถ้าขืนทำอย่างนั้นจะฟ้องคุณแม่และจะถอนตัวไม่ช่วยงานนี้ รับรองงานพังเพราะเขาแน่ๆ พลศิษฎ์ไม่พอใจ ลากน้องสาวตัวดีออกไปทันที ครู่ต่อมาเขาพารัญชิตาที่ฮึดฮัดขัดขืนมาถึงหน้าสถานที่ซ้อม เตือนสติว่าหากอยากจะเอาชนะปริตา ต้องเอาชนะด้วยงาน ไม่ใช่ด้วยวิธีสกปรก รัญชิตาคิดคล้อยตามคำพูดของเขา
ooooooo
ภายในห้องซ้อม ธิปไตยสบโอกาสเหมาะตอนที่ศิโรจน์ไม่อยู่ แกล้งปริตาให้ซ้อมบทซึ่งไม่มีในสคริปต์ เธอเอะใจหยิบสคริปต์มาดู พอรู้ว่าโดนกลั่นแกล้งก็ต่อว่าว่าให้เลิกเล่นวิธีต่ำๆกับเธอสักที ธิปไตยรู้ว่าเธอต้องการ งานนี้เพื่อจะเอาเงินไปจ่ายค่าบ้าน แกล้งท้าทายให้เธอกลับไปได้เลย หากทนความเลวของเขาไม่ได้
ปริตาจำใจหยิบสคริปต์ขึ้นมาดู แล้วซ้อมบทต่อไปไม่สนใจเขาอีก ธิปไตยกระชากมันไปจากมือเธอแล้วฉีกทิ้ง ตะคอกถามว่ายอมทนเพื่ออะไร เพื่อเงิน เพื่องาน หรือเพื่อให้ได้ใกล้ชิดตน
“อย่าสำคัญตัวผิด คุณไม่มีความหมายกับฉันสักนิด เงินมันมีค่ามากกว่าคุณร้อยเท่าพันเท่า” ปริตายืนหันหลังให้ประตูห้องซ้อม จึงไม่เห็นรัญชิตา พลศิษฎ์และศิโรจน์เดินเข้ามา แต่ธิปไตยเห็น รีบผลักปริตาออกห่าง โวยวายว่าอย่ามาใช้วิธีนี้กับตน อย่าเอาตัวเข้าแลกเพื่อขอให้ตนตัดรัญชิตาออกจากงานชิ้นนี้
ทีแรกปริตางง ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ แต่พอได้ยินน้ำเสียงไม่พอใจของรัญชิตาที่หาว่าเธอแอบแทงข้างหลัง ก็ถึงบางอ้อทันที ว่าธิปไตยวางแผนใส่ร้ายป้ายสี ปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ทำอย่างที่เขาพูด รัญชิตาไม่เชื่อจับมือเธอให้ถอดเสื้อตัวเองออก จะได้ยั่วยวนธิปไตยอย่างที่อยากจะทำ พลศิษฎ์ขอร้องให้รัญชิตาพอได้แล้ว
“พี่นั่นแหละพอ พี่ก็เห็นกับตาว่าผู้หญิงแสนดีของพี่ร้ายแค่ไหน ก่อนหน้านี้ก็อ่อยคุณสมภพ บุกเข้า คอนโดฯคุณตรัย วันนี้ก็ยังคิดกำจัดมิ้นท์”
“ดีนะที่พวกคุณเข้ามาก่อน ไม่อย่างนั้นผมอาจโดนใส่ความกลายเป็นคนผิดเหมือนครั้งก่อนๆ” ธิปไตยเห็นปริตาอึกอักไปไม่เป็น รุกไล่อีก “ถ้าไม่ใช่อย่างที่ฉันพูด เธอก็บอกตามความจริงทั้งหมด แต่ถ้าฉันสร้างเรื่องโกหกเพื่อแกล้งเธอ เธอก็ไม่ควรร่วมงานกับคนเลวๆอย่างฉัน กลับไปเถอะ”
ปริตากดดันหนัก เพราะต้องการเงินจากงานนี้ ถึงกับร้องไห้โฮวิ่งออกจากห้อง พลศิษฎ์รีบวิ่งตาม รัญชิตาเห็นว่าข้อกล่าวหายังไม่เคลียร์จะวิ่งตามไปเอาเรื่องปริตา แต่ธิปไตยเรียกไว้ ศิโรจน์ถึงกับปวดขมับ หากปริตาเกิดถอนตัวไปจริงๆแล้วจะซ้อมบทกันได้อย่างไร รัญชิตาเสนอให้เปลี่ยนคนอื่นมาแทน ธิปไตยทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะหากนักข่าวรู้ก็คงลงข่าวเล่นงานว่าเขากลั่นแกล้งปริตาเพื่อแก้แค้น รัญชิตาจะเสียหายไปด้วย
“แล้วจะให้มิ้นท์ร่วมงานกับคนอย่างนี้หรือคะ”
“ถ้าอ้อมยังมีสำนึกผิดชอบชั่วดี ก็จะละอายกับสิ่งที่ตัวเองทำแล้วเป็นฝ่ายถอนตัวไปเองครับ” ธิปไตยมั่นใจว่าปริตาจะต้องถอนตัวเพราะโดนตนเองกลั่นแกล้งหนัก แต่เขาคาดผิด พลศิษฎ์กล่อมจนเธอกลับมาซ้อมบทเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ธิปไตยกล่าวหา...
กว่าจะซ้อมเสร็จ ปริตากลับถึงบ้านมืดค่ำ ปริเทพเห็นสีหน้าไม่สบายใจของน้องสาว แนะให้ถอนตัวจากงานนี้ แล้วค่อยหางานอื่นทำ เธอทำไม่ได้เพราะเจ๊เจ้าของบ้านเช่าที่กาญจนบุรีโทร.มาทวงค่าบ้าน เธอต้องรวบรวมเงินเอาไปจ่ายให้เร็วที่สุด ปริเทพสงสารน้องจับใจที่ต้องมาเหนื่อยหาเงินซื้อบ้าน
ooooooo
ที่ห้องโถงภายในคอนโดฯหรูของชาลินีและเสาวลักษณ์ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเปิดตัวโครงการ แขกเหรื่อเริ่มทยอยเข้างาน ชาญวุฒิกำลังดูความเรียบร้อยอยู่ในงาน เห็นพอลลี่กับดอกแก้วเดินเข้ามา ทำทีเดินตรงไปหา ดอกแก้วคิดว่าเขาจะมาทักทายรีบยกมือไหว้ แต่เขาเดินเลยไปทักอิสเบลล่าที่เดินมาด้านหลัง
“น้องอิสเบลล่า ต้องเก็บภาพน้องมิ้นท์กับน้องอ้อมเยอะๆนะ เขียนข่าวเชียร์เด็กโมฯพี่หน่อย ส่วนพวกไร้สังกัดก็ตัดขาดซะบ้าง” ชาญวุฒิจงใจว่ากระทบสองสาว พอลลี่ไม่พอใจเดินเหวี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง โดยมีดอกแก้ว ตามมาปลอบให้ใจเย็นๆ ตนรู้ว่าเพื่อนโกรธที่พี่ชาญไม่เห็นหัวเธอไม่เคยสนใจคนพวกนั้น สนใจแต่สมภพมาถึงงานหรือยังเท่านั้น ดอกแก้วไม่อยากให้มีปัญหา เนื่องจากไม่ได้รับเชิญมาร่วมงาน จึงชวนเธอกลับ
“ฉันไม่กลับจนกว่าจะเจอคุณสมภพ วันนี้ต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่ง” เสียงเกรี้ยวกราดของพอลลี่ทำให้แขกในงานหันมองเป็นตาเดียวกัน แต่เธอไม่แคร์ พิชัยได้ยินเสียงเธอเช่นกันก็เข้ามาทักทาย
“อาดีใจนะที่พวกหนูมางานนี้ แวะมาเป็นกำลังใจให้มิ้นท์หรือ มิ้นท์แต่งตัวอยู่ด้านใน อาพาไป” พิชัยจับแขนพอลลี่ไว้ เธอค่อยๆแกะมือเขาออก ขอรออยู่ที่นี่ดีกว่า คราวนี้เขาคว้ามือเธอจะพาไปให้ได้ ชาลินีหันไปเห็นก็ไม่พอใจ ปรี่เข้าหา พิชัยรีบปล่อยมือ
“เอ้า คุณชาลินี ผมกำลังจะพาเพื่อนลูกมิ้นท์เข้าไปให้กำลังใจลูกด้านในพอดี”
“พวกเธอได้รับบัตรเชิญด้วยหรือ”
พอลลี่กับดอกแก้วอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร พิชัยรับว่าเป็นคนเชิญเอง เผื่อสองสาวอยากจะมาเป็นลูกค้าของเรา แล้วบอกให้ทั้งคู่ไปดูห้องตัวอย่างด้านโน้น สองสาวไหว้ลาสองผัวเมียก่อนจะพากันออกไป ชาลินีเตือนไม่ให้เขาไปญาติดีกับพวกนี้อีก โดยเฉพาะยัยพอลลี่ที่คิดจะชิงดีชิงเด่นกับลูกของเรา...
อีกมุมหนึ่งของงาน ขณะธิปไตยกำลังสั่งงานศิโรจน์ เสาวลักษณ์เข้ามาขอบใจที่ช่วยเป็นพ่องานให้ แต่เธอไม่เห็นด้วยที่ลูกเอาปริตามาร่วมงาน ธิปไตยไม่ได้คิดจะส่งเสริมผู้หญิงคนนั้น แค่อยากจะสั่งสอน
“วันนี้อาจจะถอดใจไม่มาแล้วก็ได้ครับ” ธิปไตยพูดยังไม่ทันขาดคำ ปริตาก้าวเข้ามาในงาน ยกมือไหว้ทักทายเสาวลักษณ์ นอกจากจะไม่รับไหว้ เธอยังชักสีหน้าใส่ ต้อยติ่งเห็นท่าไม่ดี รีบดึงปริตาไปที่ห้องแต่งตัว
“แม่ไม่ยอมให้ยัยนั่นมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คอนโดฯแม่”
ธิปไตยคิดจะทำบางอย่างกับปริตา รีบตามไปที่ห้องแต่งตัว เจอรัญชิตาที่เพิ่งมาถึงพอดี เธอบ่นให้ฟังว่าไม่อยากแม้แต่จะเจอหน้าปริตา เธอเองก็รู้ว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน แล้วทำไมถึงยอมร่วมงานด้วย ธิปไตยเห็นปริตาเดินอยู่แถวนั้น รีบบอกให้รัญชิตาไปเปลี่ยนชุด อีกสักครู่จะเข้าใจเรื่องนี้เอง แล้วพาเดินเข้าไปด้านใน ต้อยติ่งอดสงสัยไม่ได้ เข้ามาถามปริตาว่าพวกนั้นคุยเรื่องอะไรกัน เหมือนมีเรื่องลับลมคมใน
“พี่ติ่งอยากรู้ก็เข้าไปถามสิคะ อ้อมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”...
ต้อยติ่งเก็บความสงสัยนี้ไปถามศิโรจน์ที่กำลังเช็กความพร้อมเป็นครั้งสุดท้ายว่าเจ้านายของเขามีแผนอะไร เขาเห็นหน้าเธอเศร้าๆแกล้งกระเซ้าว่าเรื่องตื่นเต้นแท้ๆ ถามให้เร้าใจหน่อย ไม่ใช่ทำหน้าเหมือนคนอกหักรักคุดตุ๊ดทิ้งแบบนี้ คำพูดแทงใจดำ ทำเอาเธอน้ำตาซึม ยิ่งเห็นชาญวุฒิเข้ามาจับมือจับไม้ศิโรจน์แถมพูดคุยอย่างสนิทสนมไม่เห็นตนเองอยู่ในสายตาก็ยิ่งสะเทือนใจ วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา
ศิโรจน์ตามมาเห็นต้อยติ่งยืนร้องไห้ ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ถามว่าเป็นอะไร โดนพี่ชาญหักอกหรือ เธอขอร้องอย่าพูดถึงชื่อนี้ให้สะเทือนใจอีก เขาไม่รู้ว่าจะสงสารหรือเวทนาเธอดี ที่เสียเวลาอยู่นานสองนานไปอ่อยเกย์
ooooooo
ขณะสมภพกำลังถ่ายรูปกับแขกผู้มีเกียรติอยู่หน้างาน เห็นพอลลี่มายืนรอท่าอยู่ พอถ่ายรูปเสร็จเขารีบเดินหนี เธอขยับจะตาม ดอกแก้วคว้าตัวไว้เตือนว่าจะทำอะไรควรให้เกียรติเขาบ้าง มีคนจับตามองอยู่ พอลลี่ไม่ฟัง ปรี่ไปดักหน้าสมภพ ตัดพ้อต่อว่าว่าจะให้รออีกนานแค่ไหน เขาไม่สน รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ
“มีคนเห็นคุณไปผับกับยัยอ้อม คุณจะทิ้งพอลลี่ไปหามัน พอลลี่ไม่ยอมนะคะ”
เสียงโวยวายของพอลลี่ทำให้ผู้คนหันมอง สมภพไม่พอใจมาก ลากเธอเข้าไปในลิฟต์ ดอกแก้วจะตามแต่ไม่ทัน ได้แต่ยืนมองลิฟต์จะไปหยุดชั้นไหน ครู่ต่อมา สมภพพาพอลลี่มาถึงห้องพักห้องหนึ่งบนคอนโดฯแห่งนั้น
“ห้องนี้เป็นห้องของเธอ...ที่ฉันต้องให้เธอรอ เพื่อให้ทางโครงการตกแต่งห้องให้เสร็จ ฉันตั้งใจจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้ครบ แล้วค่อยเซอร์ไพรส์เธอ ฉันไม่อยากให้เธอเข้าใจฉันผิดอีก แต่เธอก็ทำแผนฉันพัง”
“พอลลี่ขอบคุณคุณมากนะคะ” พอลลี่ดีใจสุดๆ โผกอดสมภพ “ให้พอลลี่ได้ตอบแทนคุณนะคะ” เธอซุกไซ้ไปทั่วตัว สมภพดันเธอออกห่าง อ้างว่าต้องลงไปร่วมงาน เปิดตัว เธอจะตามไปด้วยแต่เขาห้ามไว้ บอกให้เข้าไปดูในห้องนอนก่อนว่าเขาตกแต่งไว้ถูกใจหรือเปล่า
“ค่ะ พอลลี่จะรีบตามลงไปนะคะ” พอลลี่เดินมาส่งสมภพ แล้วเข้าไปในห้องนอน เห็นตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างมีความสุข พลันพิชัยก้าวมายืนข้างเตียง เธอลุกพรวดทันที ถามว่ามาทำอะไรในนี้ เขาเป็นคนซื้อห้องนี้ไว้เอง แต่จะเปลี่ยนเป็นชื่อของเธอ พอลลี่เดาได้ไม่ยากว่านี่เป็นแผนของสมภพ
“หนูควรจะตอบแทนฉันบ้างนะ” พิชัยไม่พูดเปล่าตามขึ้นไปบนเตียง หญิงสาวถอยหนี แต่เขากดตัวไว้ “อย่าขัดใจฉันสิ ฉันให้หนูได้ทุกอย่างเลยนะ ทั้งเงินทั้งชื่อเสียง”
พอลลี่ไม่สามารถต้านแรงหื่นของพิชัยได้ จึงต้องเสียทีให้...
ในเวลาเดียวกันที่หน้าห้องพัก สมภพยืนรอจนมั่นใจว่าพอลลี่ไม่รอดเงื้อมมือพิชัย ขยับจะลงไปที่งานเจอดอกแก้วเข้ามาถามหาพอลลี่ เขาโกหกว่าไล่กลับไปแล้ว และเธอคงไม่ว่าที่เขาใจร้ายกับเพื่อนของเธอ
“ดอกแก้วเข้าใจคุณสมภพค่ะ พอลลี่ก็ทำเกินไป ไม่รักษาหน้าคุณเลย ถ้าดอกแก้วเป็นคนของคุณ ดอกแก้วจะไม่มีวันทำให้คุณเสียหน้าเด็ดขาดค่ะ...เอ่อ ดอกแก้วแค่สมมตินะคะ”
“งั้นลองสมมติว่าเป็นคนของฉัน ไปช่วยฉันดูหน่อยว่าห้องตัวอย่างน่าซื้อไหม” สมภพว่าแล้วพาดอกแก้วเข้าไปในห้องพักที่อยู่ติดกัน เธออยากมีเสี่ยเลี้ยงอยู่แล้วจึงตามเข้าไปอย่างว่าง่าย
ooooooo
หลังจากชาลินีและเสาวลักษณ์กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พลศิษฎ์ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรประจำงานนี้ แนะนำแขกผู้มีเกียรติให้พบกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ทั้งสามคนของคอนโดฯแห่งนี้ ทันใดนั้น ไฟส่องสว่างลงมากลางเวทีเพื่อเปิดตัวธิปไตย รัญชิตาและปิดท้ายด้วยปริตา แขกร่วมงานต่างตบมือต้อนรับ
“แบรนด์แอมบาสเดอร์ทั้งสามจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์คอนโดฯทุกรูปแบบ ทั้งสื่อพิมพ์ งานโฆษณาและเป็นผู้พักอาศัยที่คอนโดฯแห่งนี้”
ธิปไตยเต้นไปตามจังหวะเพลงเหมือนที่ซ้อมเอาไว้ จากนั้นดึงรัญชิตาเข้ามาโพสร่วมปิดซีน โดยไม่สนใจ ปริตาที่อยู่ข้างๆ ปริเทพและชาญวุฒิต่างแปลกใจ เพราะตามสคริปต์แล้ว ธิปไตยต้องดึงปริตาไปโพสด้วย หญิงสาวจำต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า เดินเข้าไปหาทั้งคู่เอง เพื่อให้นักข่าวเก็บภาพ
ด้านต้อยติ่งเห็นคิวจบแล้ว บอกศิโรจน์ว่าจะไปสแตนด์บายในห้องแต่งตัว แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นธิปไตยยกมือขึ้น ขอพูดอะไรบางอย่าง แล้วหันไปขอโทษพลศิษฎ์ที่ไม่ได้แจ้งเรื่องเปลี่ยนไอเดียล่วงหน้า
“คอนโดฯแห่งนี้ถูกสร้างด้วยแรงบันดาลใจแห่งความรัก คงไม่เหมาะนักที่จะมีแบรนด์แอมบาสเดอร์สามคน เพราะมันจะเป็นส่วนเกินของความรัก ดังนั้น จะมีตัวแทนของหญิงสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์เคียงคู่ผม เราจะให้แขกผู้มีเกียรติในงานได้ร่วมโหวต ด้วยการนำเข็มกลัดดอกกุหลาบมามอบให้กับคนที่คุณคิดว่าเหมาะสมที่สุด”
ปริเทพเดาออกทันทีว่าธิปไตยมีแผนกลั่นแกล้งปริตา เดินตรงไปที่เวทีเพื่อจะเอาเรื่อง แต่เห็นสายตาอ้อนวอนของน้องสาว เขาจึงทำแค่มอบเข็มกลัดดอกกุหลาบให้เธอแล้วถอยออกมา จากนั้นแขกในงานต่างทยอยกันเอาดอกกุหลาบมอบให้กับคนที่ตัวเองถูกใจ
รัญชิตาเป็นลูกสาวเจ้าของโครงการ ก็เลยได้รับกุหลาบล้นหลาม ดังนั้นธิปไตยจึงประกาศกลางเวทีว่าเธอคือผู้เหมาะสมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่กับเขา ปริตาทนไม่ได้ที่ถูกกลั่นแกล้ง เดินหนีออกจากงาน ปริเทพกับชาญวุฒิรีบวิ่งตาม ขณะที่ธิปไตยกับรัญชิตามองสบตากันสะใจที่ทำให้ปริตาเสียหน้าสำเร็จ...
ชาญวุฒิกับปริเทพเดินตามปริตาทันกันตรงหน้าห้องแต่งตัว ชาญวุฒิขอร้องเธออย่าโกรธเขา เพราะเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เธอรู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา ธิปไตยต่างหากที่จงใจแกล้งเธอตั้งแต่วันซ้อมใหญ่แล้ว
“มันทำอะไรอ้อม” ปริเทพถามเสียงเครียด ปริตาเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟัง เขาไม่พอใจมากจะกลับไปเอาเรื่อง เธอห้ามเอาไว้ ขืนทำอะไรตอนนี้ มีแต่จะเสียเปรียบ แล้วขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อน
“พี่เห็นด้วยกับน้องอ้อมนะ อย่าทำให้มันเป็นเรื่องเลย ได้ไม่คุ้มเสียหรอก”...
ทางด้านพลศิษฎ์เป็นห่วงปริตามาก ทนนิ่งเฉยไม่ไหวขยับจะออกจากงาน ชาลินีรู้ทันว่าลูกจะไปหาปริตาก็รั้งตัวไว้ เขาต่อว่าแม่ว่าหักหน้าเธอแบบนี้ไม่ถูกต้อง ชาลินีไม่เข้าใจเขาจะต้องเดือดร้อนทำไมในเมื่อมันเป็นผลดี ทำให้รัญชิตาโดดเด่นที่สุดในงาน เขาดีใจที่น้องเป็นที่สนใจของนักข่าว แต่ต้องไม่ใช่วิธีเหยียบย่ำคนอื่น แล้วเดินจากไปไม่สนใจเสียงห้ามปรามของชาลินี ปริเทพแอบฟังอยู่ พอใจที่แม่ลูกทะเลาะกัน
ชาลินีจะตามไปเอาเรื่องลูกชาย แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิชัยเดินเข้ามาในงาน ร้องถามว่าหายไปไหนมา เขาโกหกว่าท้องเสียไปเข้าห้องน้ำมา ไม่เห็นหรือว่าหน้าเขาซีดไม่มีแรง ชาลินีมองอย่างจับผิด ก่อนจะขู่ อย่าให้จับได้ว่าแอบไปกกเด็กที่ไหน รับรองศพไม่สวยแน่นอน สมภพเพิ่งเสร็จกิจกับดอกแก้ว เห็นพิชัยกำลังถูกเมียไล่ต้อน รีบเข้าไปช่วย โดยทำทีชวนทั้งคู่ถ่ายภาพร่วมกันที่งานเปิดตัวคอนโดฯสำเร็จด้วยดี
ooooooo
ขณะที่พิชัยรอดตัวมาได้หวุดหวิด ธิปไตยกับรัญชิตายังไม่ยอมรามือ ตามมาเย้ยหยันปริตาถึงห้องแต่งตัว เธอทนไม่ได้ เดินหนีออกจากห้อง ธิปไตยตามมาคว้าตัวไว้ยื่นซองใส่เงินค่าตัวให้
“เธอไม่ต้องห่วงว่าโดนปลดแล้วจะโดนหักค่าตัว ฉันยังจะจ่ายเต็มราคาที่ดิวไว้ เพราะยังไงมันก็คุ้ม แต่ฉันไม่รู้จะระบุว่าเป็นค่าจ้างอะไร ก็เลยเขียนว่าค่าจ้างตัวประกอบ ค่าตัวเธอแพงกว่าผู้หญิงที่ฉันเคยซื้อกินอีกนะ เธอน่าจะสมนาคุณให้ฉันบ้าง จะชั่วคราวหรือค้างคืนดีล่ะ”
ปริตาไม่พอใจที่โดนเปรียบเทียบกับโสเภณี คว้าซองใส่เงินจะรีบไปให้พ้นหน้า ธิปไตยกระชากซองคืนแล้วปล่อยตกพื้น พลศิษฎ์มาเห็นพอดีบอกปริตาว่าไม่ต้องเก็บ เธอต้องการเงินไปจ่ายค่าบ้าน ตัดใจก้มเก็บ ธิปไตยไม่วายดูถูกอีกว่าคนอย่างเธอทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน ปริตาเดินหนีไปอย่างเจ็บช้ำใจที่ถูกหยามศักดิ์ศรี
“คุณไม่ควรแกล้งอ้อมหรือทำร้ายความรู้สึกอ้อม... อ้อมเป็นคนที่ผมรัก” พลศิษฎ์ต่อว่าเสร็จ เร่งฝีเท้าตามไปปลอบปริตา อย่าไปสนใจคำพูดของคนพรรค์นั้น แล้วอาสาจะไปส่งบ้าน เธอไม่อยากมีปัญหากับครอบครัวของเขา จึงบอกว่าจะกลับกับพี่ชายตัวเอง จังหวะนั้นปริเทพตามมาพอดี
“ที่โรงงานโทร.มามีปัญหาด่วน พี่ต้องรีบเข้าไปแก้ระบบไฟ...ผมรบกวนคุณมาร์ทได้ไหมครับ”
พลศิษฎ์ยินดีไปส่งปริตาด้วยความเต็มใจ ธิปไตยออกมาเห็นเธอไปกับพลศิษฎ์ก็ไม่พอใจ...
ฝ่ายพอลลี่นั่งซึมอยู่บนเตียงในห้องพัก มองร่างกายตัวเองที่บอบช้ำจากการกระทำของพิชัยซึ่งซาดิสต์ไม่ต่างจากสมภพ แถมยังทิ้งเงินไว้ให้ ทำราวกับเธอเป็นผู้หญิงขายตัว ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจที่สมภพเลหลังเธอให้คนอื่น คิดหาทางเอาคืน...
หลังงานเลิก ชาญวุฒิเข้ามาจับไม้จับมือศิโรจน์ชวนไปดื่มกันต่อ ต้อยติ่งดึงมือเจ้านายตัวเองออก โกหกว่าเขาไม่ว่างต้องไปส่งเธอที่บ้าน แล้วควงแขนเขาออกไปหน้าตาเฉย พอพ้นสายตาชาญวุฒิ เธอผลักศิโรจน์ออก อธิบายว่าที่ทำไปเมื่อครู่ก็แค่ไม่อยากให้เขาตกเป็นเหยื่อพี่ชาญ จากนั้นทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ศิโรจน์อดยิ้มให้กับความน่ารักและมีน้ำใจของเธอไม่ได้...
ปริตาต้องแปลกใจเมื่อกลับถึงบ้านเจอปริเทพยืนยิ้มรอท่าอยู่ เดาได้ไม่ยากว่าพี่ชายตัวดีวางแผนให้พลศิษฎ์มาส่งตนเอง ต่อว่าว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก เธอไม่อยากยุ่งกับครอบครัวของรัญชิตา และที่สำคัญเธอไม่ได้ชอบพลศิษฎ์แบบชู้สาว ปริเทพไม่ได้จะเชียร์ให้เป็นแฟนเขาสักหน่อย แค่อยากให้เธอตีสนิทกับเขา ยิ่งมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ชาลินีกระอักเลือดมากเท่านั้น และอีกอย่างหนึ่ง พลศิษฎ์จะได้เป็นกันชนไม่ให้รัญชิตากับธิปไตยรุมรังแกเธอเหมือนวันนี้อีก ปริตาไม่ต้องการให้ปริเทพหลอกใช้คนดีๆอย่างพลศิษฎ์
“อ้อมใจอ่อนแล้วจะแก้แค้นให้ดาวได้อย่างไร คิดถึงดาว ทำเพื่อดาว” ปริเทพย้ำเตือน
ooooooo
ศิโรจน์นำหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าที่ลงรูปของธิปไตยพร้อมพาดหัวข่าวงานเปิดตัวโครงการคอนโดฯที่ชาลินีร่วมทุนกับเสาวลักษณ์มาให้เจ้าตัวดู ชมว่าเขาขึ้นกล้อง แล้วส่งอีกฉบับหนึ่งให้
“แต่เล่มนี้เล่นแรงไปหน่อย ลงภาพน้องอ้อมหน้าเสียที่แพ้คุณมิ้นท์...พรีเซ็นเตอร์โฆษณาชื่อดัง กลายเป็นตัวประกอบ...บอสควรจะสงสารน้องอ้อมบ้างนะครับ อย่างน้อยก็คนเคยรัก” ศิโรจน์เห็นเขาชักสีหน้าใส่แม้จะกลัวแต่ก็ไม่หยุดวิจารณ์ “ผมพูดจริงๆนะ ผมรู้ว่าบอสรักน้องอ้อม คนรักกันอย่าทำกันอย่างนี้เลย”
“ฉันไล่แกออก” ธิปไตยตวาดลั่น ศิโรจน์ตบปากตัวเอง แล้วรีบเปลี่ยนท่าที
“ผมเห็นด้วยกับบอสสุดๆ คนไม่รักกันก็ทำลายให้สาแก่ใจเลยครับบอส” ศิโรจน์เห็นธิปไตยขยับจะไปส่งเสียงไล่หลัง “บอสจะไปไหนก็ได้ อย่าเซ็นอนุมัติไล่อ๋องนะบอส”
ธิปไตยไม่ตอบ เดินหน้าเครียดออกจากห้อง ศิโรจน์มองตามใจคอไม่ดี...
ปริเทพแวะไปที่บ้านพัชรินทร์ ด้วยความคิดถึงปัทมาศจับใจทำให้เห็นภาพเธอออกมาต้อนรับ พาไปที่ระเบียงบ้าน แล้วนั่งลงเซ็นชื่อที่ภาพวาดฝีมือตัวเอง ก่อนจะหันมาบอกว่าวาดภาพให้เขาตามสัญญาแล้ว เขายิ้มมีความสุข เดินเข้าไปหา เธอกลับหายวับไปต่อหน้า เขาลูบไล้ภาพนั้นด้วยความรัก พลันมีเสียงป้าอรดังขึ้น
“ดาวตั้งใจวาดให้คุณเทพหลายคืนกว่าจะเสร็จ น่าเสียดายที่ดาวไม่ได้มอบภาพนี้ให้คุณด้วยตัวเอง”
“คุณอาล่ะครับ”
“คุณเทพมาก็ดีแล้ว ช่วยป้าหน่อยเถอะ” ป้าอรว่าแล้วเดินนำเขาไปที่ห้องของปัทมาศ เห็นพัชรินทร์กำลังจัดข้าวของและดูแลความสะอาดเสมือนหนึ่งเจ้าของห้องยังอยู่ ปริเทพแนะ ถ้าข้าวของพวกนี้ทำให้ไม่สบายใจ น่าจะเอาไปบริจาคดีกว่า พัชรินทร์ร้องห้ามเสียงหลง ทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อปัทมาศยังต้องใช้ ปริเทพเข้าใจและเห็นใจว่าพัชรินทร์ยังทำใจกับการจากไปของลูกไม่ได้ บอกอย่างอ่อนโยนว่าปัทมาศจากไปแล้ว
“เธออย่ามาพูดอย่างนี้กับฉัน ลูกฉันไม่ได้ไปไหน ดาวยังอยู่ที่นี่ ดาวยังอยู่กับฉันทุกวัน” พูดได้แค่นั้น
พัชรินทร์ก็ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ปริเทพเข้ามาโอบกอดไว้ด้วยความสงสาร
“ดาวไม่อยู่เพราะมีคนใจร้ายเอาตัวดาวไป ผมจะไม่ให้ดาวต้องตายฟรี”
“ฉันฝากด้วยนะ แก้แค้นให้ลูกฉันด้วย” พัชรินทร์อ้อนวอนน้ำตานองหน้า...
ไม่ได้มีแต่พัชรินทร์ที่ยังทำใจไม่ได้กับการต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ปริตาเองกลับมาเยี่ยมบ้านที่สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีเมื่อไหร่ ต้องนึกถึงแม่ที่จากไปทุกครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน เธอยังเห็นภาพแม่กำลังเด็ดผักเตรียมทำกับข้าวรอเธอกลับมาหา แต่พอตื่นจากภวังค์ ต้องมาพบความจริงอันปวดร้าวว่าไม่มีแม่คอยเป็นกำลังใจให้อีกแล้ว ปริตาก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ ค่อยๆเปิดประตูบ้านเข้าไป ต้องตกใจที่เจอธิปไตยยืนอยู่
“คุณมาทำอะไรที่บ้านฉัน ออกไปนะ”
“เธอต่างหากที่ต้องออกไป นี่เป็นบ้านของฉัน”
ปริตาขู่ ถ้าไม่ไปดีๆจะเรียกตำรวจมาจัดการ เจ๊เจ้าของบ้านรีบออกมาจากด้านใน ขอร้องเธออย่าแจ้งตำรวจ ไม่อย่างนั้นคนที่เดือดร้อนจะเป็นตัวเธอเองที่
โดนจับข้อหาบุกรุก ปริตางง ตำรวจจะมาจับเธอได้อย่างไรในเมื่อบ้านนี้เป็นบ้านของเธอ แล้วหยิบเงินงวดแรกยื่นให้เจ๊ อีกไม่นานเธอจะหาเงินมาจ่ายให้ครบ
“เก็บไว้เถอะ ไม่ต้องจ่ายเจ๊ เดี๋ยวเจ๊คืนเงินดาวน์ให้นะ”
“มันยังไงกัน อ้อมไม่เข้าใจ” ปริตามองเจ๊อย่างรอคำตอบ ธิปไตยอธิบายว่าบ้านหลังนี้เขาซื้อแล้วจ่ายราคาค่าบ้านมากกว่าที่เธอตกลงไว้กับเจ๊ เท่ากับบ้านหลังนี้เป็นของเขาแล้ว ปริตาอ้อนวอนขอให้เจ๊เห็นใจ อย่าขายบ้านหลังนี้ให้คนอื่น เจ๊รีบตัดบท ขอตัวไปเบิกเงินจะได้เอาเงินดาวน์มาคืนเธอ แล้วเดินลิ่วไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ บึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ปริตาอยากรู้ว่าธิปไตยต้องการอะไรกันแน่ถึงทำแบบนี้
“ฉันต้องการบ้านหลังนี้” ธิปไตยพูดจบเดินสำรวจรอบๆบ้าน ปริตาไม่พอใจ ตะโกนลั่น
“ออกไปจากบ้านฉัน”
ooooooo










