ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบเล่นไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: วี วีรภาพ ประกบ นาว ทิสานาฏ ใน “กุหลาบเล่นไฟ”


ณ สตูดิโอของบริษัทโฆษณา ตรัย แอดเวอร์ไทซิ่ง ธิปไตยหรือตรัย เจ้าของบริษัทกำลังเก็บภาพของปริตาหรืออ้อม นักศึกษาฝึกงานของบริษัทในคราบนางแบบมือใหม่ เดินเฉิดฉายถือขวดน้ำหอม ฝ่ากลีบกุหลาบที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ทันทีที่เธอมาหยุดตรงจุดที่กากบาทไว้ เขากุลีกุจอเข้าไปจัดท่าให้

“ผมขออีกแอ็กนะ” ธิปไตยพูดจบถอยออกมาครึ่งก้าวแล้วกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง ศิโรจน์มองเจ้านายตัวเองที่ยืนถ่ายรูปประชิดตัวนางแบบ อดปากเสียไม่ได้ว่ากล้องนั่นมีซูม ทำไมต้องถ่ายใกล้ขนาดนั้น คิดอะไรอยู่หรือเปล่า ธิปไตยหันขวับ ถามเสียงเขียวว่านินทาอะไร

“เปล่าครับบอส ผมแค่คิดว่าน้องอ้อมสวยมากฝึกงานจบน่าเอาดีทางถ่ายแบบหรือเล่นละครนะครับ”

ปริตาไม่ชอบงานเบื้องหน้า ขออยู่เบื้องหลังถนัดกว่า ธิปไตยมองเธออย่างชื่นชม พร้อมกับหยอดคำหวานว่าของสวยๆงามๆซ่อนไว้หลังฉาก มันน่าเสียดาย ศิโรจน์เห็นเจ้านายจีบเด็กสาวออกนอกหน้า รีบพูดเอาใจ

“น้องอ้อมฝึกงานมาสามเดือน ทำงานได้คล่องมาก บอสรับเข้าทำงานบริษัทเราเลยนะครับ”

“ได้ ฉันรับอ้อมมาทำงานแทนแก” ธิปไตยหัวเราะชอบใจ หันไปบอกทีมงานว่าถ่ายภาพนิ่งเสร็จแล้ว ขอให้ทุกคนไปเตรียมตัวสำหรับออกกองคืนนี้ แล้วสั่งเลิก

กองถ่าย เขาไม่วายส่งตาหวานให้ปริตาซึ่งก้มหน้าหนีด้วยความเขินอาย ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ธิปไตยตามเธอจนทัน ยื่นซองใส่เงินค่าถ่ายแบบให้“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณตรัยให้โอกาสอ้อมได้มาเรียนรู้งาน อ้อมก็ไม่รู้จะขอบคุณคุณตรัยอย่างไร”

“มันคนละส่วนกัน ผมได้ค่าจ้างจากลูกค้า คุณก็ต้องได้ค่าแรง ถึงบริษัทโฆษณาของผมจะเปิดใหม่ ผมก็ไม่เอาเปรียบลูกน้อง” คำพูดของธิปไตยทำให้ปริตาประทับใจ ตกลงใจรับซองใส่เงิน เขากลับจับมือเธอไว้ “ขอบใจมากนะที่คุณทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวา” ธิปไตยมองอีกฝ่ายที่ดึงมือออกอย่างเขินๆด้วยความชอบใจ

ครู่ต่อมา ปริตามายืนอยู่หน้ากระจกเงาในห้องแต่งตัว รู้สึกประทับใจในตัวธิปไตยจนเผลอยิ้มออกมาแต่ต้องชะงักเมื่อศิโรจน์เข้ามาพร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารให้ วานเธอช่วยแคสติ้งพรีเซ็นเตอร์แชมพูสระผมตัวนี้แทนด้วย เขามีธุระอื่นต้องไปทำ และให้เธอเอาปัทมาศไปช่วยอีกแรงหนึ่ง แล้วรีบร้อนออกไป ปริตามัวแต่ใจลอยถึงธิปไตย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าปัทมาศ หรือดาวเพื่อนรักของตัวเองที่มาฝึกงานที่นี่ด้วยกันหายตัวไป

ooooooo

คนที่ปริตานึกถึง ติดอยู่บนทางเดินเหนือสตูดิโอพร้อมถังใส่กลีบกุหลาบ เพราะขึ้นไปโปรยกลีบกุหลาบตอนที่ปริตาถ่ายแบบแล้วลงไม่ได้เนื่องจากกลัวความสูง ร้องเรียกให้คนมาช่วยแต่ไม่มีใครอยู่แถว ธิปไตยกำลังเช็กภาพถ่ายในโน้ตบุ๊กได้ยินเสียงแว่วๆก็เลยเข้ามาดู ปัทมาศขอร้องให้เขาช่วยหยิบบันไดให้

“ชีวิตเป็นของเธอเธอต้องช่วยตัวเอง” ธิปไตยทำเป็นไม่สนใจ หญิงสาวผิดหวังที่เขาไม่ยอมช่วย ค่อยๆปีนลงมาด้วยตัวเอง แต่ก้าวพลาดทั้งคนทั้งถังใส่กลีบกุหลาบร่วง ธิปไตยซึ่งรอท่าอยู่แล้วรับเธอไว้ทัน

“มีผมอยู่ด้วย คุณไม่ต้องกลัวหรอก ผมจะดูแลคุณเอง” ธิปไตยหว่านเสน่ห์หญิงสาวอดหวั่นไหวไม่ได้ พอตั้งสติได้ ขอบคุณเขาที่ช่วย แล้วขยับจะไป ธิปไตยนึกสนุก ร้องเรียกเธอไว้ หยิบตุ๊กตามีผ้าคลุมไหล่เหมือนฮีโร่ในหนังซึ่งเอาไว้ตกแต่งฉาก ยื่นให้ เพื่อเป็นตัวแทนเขาคอยปกป้องเธอ

“ขอบคุณมากค่ะ ดาวจะรักษามันให้ดีที่สุดค่ะ” ปัทมาศรับตุ๊กตาไว้ด้วยหัวใจพองโต ก่อนจะเดินจากไป ธิปไตยยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเธอ แล้วกลับไปดูภาพถ่ายของปริตาในโน้ตบุ๊กอย่างพึงพอใจ ดึงข้อมูลของภาพเหล่านี้ไปเก็บไว้ในมือถือตัวเอง...

ในเวลาต่อมาที่ห้องแคสติ้ง ขณะปริตากำลังตั้งกล้องรอนางแบบอยู่ เห็นปัทมาศเดินกอดตุ๊กตาที่ธิปไตยให้เข้ามาด้วยสีหน้าชวนฝัน จึงบอกเพื่อนรักให้วางตุ๊กตาในมือไว้ก่อน แล้วมาช่วยเธอเตรียมงานแคสติ้งนางแบบแชมพูสระผม พอปัทมาศเห็นรายชื่อนางแบบที่ทางบริษัทนัดไว้เท่านั้นถึงกับหน้าเครียด

“จะเกิดเรื่องอีกไหมเนี่ย”...

เป็นอย่างที่ปัทมาศหวั่นใจ เมื่อรัญชิตาเพื่อนรักร่วมกลุ่มของเธอกับปริตา โคจรมาพบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างพอลลี่และดอกแก้ว สตูดิโอแทบแตก เสียงด่าว่าประชดประชันกันดังลั่น ปัทมาศเกรงเรื่องจะบานปลายรีบเข้าไปห้ามปรามพร้อมกับส่งบทที่ต้องแคสติ้งให้ สองสาวถึงได้สงบปากสงบคำลงได้

หลังจากทั้งคู่ท่องบทไปสักพัก ปริตาเข้ามาสรุปให้ฟังว่า “เริ่มที่พอลลี่เต้นลีด มิ้นท์เข้ามาเห็นผมของพอลลี่สวยมากก็เข้ามาจับผม ถามด้วยความตื่นเต้น พอลลี่ก็เฉลยว่าใช้ยาสระผมอะไร...จำบทได้แล้วนะ”

“เธอควรจะถามพวกมือใหม่ ไม่ใช่ฉัน” พอลลี่ไม่วายจิกกัดรัญชิตาหรือมิ้นท์

“จริงสิ เธอผ่านงานแคสติ้งมาเยอะ แต่น่าสมเพชไม่เคยได้สักงาน” รัญชิตาตอกกลับอย่างเจ็บแสบ สองสาวจะมีเรื่องกันอีก ปัทมาศเร่งให้เริ่มแคสติ้งกันได้แล้ว ทั้งคู่ถึงแยกย้ายกันไปประจำที่ของตัว พอปริตาสั่งแอ็กชั่น พอลลี่แกล้งเต้นให้ผมสะบัดใส่หน้ารัญชิตาซึ่งเอาคืนด้วยการกระชากผมเธอจนหน้าหงาย ดอกแก้วไม่พอใจที่เพื่อนถูกรังแก จะเข้าไปช่วย ปริตารีบแทรกตรงกลาง พลางต่อว่ารัญชิตาที่ทำแบบนั้น

“ฉันขอโทษจริงๆ หนักมือไปหน่อย ฉันคงไม่เหมาะจะเล่นโฆษณานี้หรอก ให้ยัยดอกแก้วเล่นแทนแล้วกัน ฉันกลับก่อนนะ” รัญชิตาหันไปยิ้มเย้ยพอลลี่แล้วผละจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอลลี่ฟิวส์ขาด พาลเลิกแคสติ้งดื้อๆ สาวเท้าตามไปเอาเรื่องรัญชิตาโดยมีดอกแก้วตามไปติดๆ เธอไล่ตามคู่อริจนทัน กระชากไหล่ให้หันมา เงื้อมือซึ่งถือกระเป๋าจะตบ ฝ่ายถูกกระชากชี้หน้าพร้อมกับสั่งให้หยุด

“อย่าเอาของก๊อปมาแตะต้องตัวฉัน คิดอยากเป็นซัมวันก็ทำตัวให้มีราคาหน่อย ไม่ใช่ใช้เสื้อผ้าก๊อปของโหล หรือเอาของมือสองมาใช้ มันไร้รสนิยม”

ปริตาเดินนำปัทมาศมาทันได้ยินพอดี ต่อว่ารัญชิตาว่าพูดแรงเกินไป แล้วหันไปขอโทษพอลลี่แทนเพื่อนของเธอด้วย และขอร้องให้ลืมเรื่องบาดหมางกลับไปแคสติ้งต่อไป พอลลี่หาว่าปริตากับพวกรุมกลั่นแกล้งยืนยันจะไม่กลับไปแคสติ้งอีก สะบัดหน้าเดินจากไปกับดอกแก้วอย่างหัวเสีย รัญชิตายิ้มสะใจ ขยับจะไปบ้าง ปริตารู้ทันว่าเพื่อนจะชิ่งหนี ลากตัวไปยังมุมหนึ่งของบริษัท ธิปไตยผ่านมาเห็นสามสาว มองตามสนใจ

ooooooo

เมื่อมาถึงมุมปลอดคน ปริตาตำหนิรัญชิตาที่ชอบหาเรื่องพอลลี่กับดอกแก้ว เธออ้างว่าทำไปด้วยความหมั่นไส้ที่ทั้งคู่ชอบทำตัวเป็นไฮโซทั้งๆที่บ้านยากจน แต่สร้างภาพว่าร่ำรวย เธอเกลียดคนแบบนี้มาก

“งั้นแกก็เกลียดฉันด้วยสิ ฉันเองก็จนไม่ต่างจากพอลลี่”

“ไม่เหมือนกันนะ ถึงแกจะจนแต่ก็จริงใจตรงไปตรงมา แล้วแกก็เป็นเพื่อนรักฉันด้วย”

ปริตาเทศนารัญชิตาว่าไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกชีวิตคนอื่น ไม่ว่าใครจะทำตัวอย่างไร มันก็เรื่องของคนคนนั้น และที่สำคัญใครทำอะไรก็จะได้รับผลในสิ่งที่ตัวเองทำ แล้วขอร้องอย่าไปหาเรื่องพอลลี่อีก ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเรื่องเข้าสักวัน รัญชิตาไม่กลัว เมื่อไหร่ที่ไหนได้ทั้งนั้น ทั้งปริตาและปัทมาศถลึงตาใส่ที่เพื่อนรักเถียงฉอดๆ สุดท้ายรัญชิตาต้องเข้าไปหอมแก้มง้อทั้งคู่คนละหนึ่งฟอด ปัทมาศบอกให้หยุดทำแบบนี้เพราะเธออาย

“อายทำไม ในเมื่อเรารักกัน” รัญชิตาพูดจบดึงสองเพื่อนซี้มากอด สามสาวพากันหัวเราะชอบใจ ธิปไตย มองเพื่อนรักที่กอดกันกลมตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะรัญชิตาที่ตนเองไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน...

รัญชิตาถูกแม่โทร.มาตามตัวกลับบ้าน รีบล่ำลาสองเพื่อนรัก แล้วเดินมาที่รถของตัวเอง ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นยางรถถูกปล่อยลมแบนแต๋ พอลลี่กับดอกแก้วนั่งรถแท็กซี่ผ่านมายิ้มเย้ยใส่ เธอรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร ได้แต่มองตามเจ็บใจ ธิปไตยเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ประทับใจหญิงสาวในความมีน้ำใจของเขา

ครู่ต่อมา ธิปไตยขับรถมาส่งรัญชิตาหน้าคฤหาสน์เรืองนิเวศน์ รีบลงจากรถมาเปิดประตูให้เธอ ยิ่งทำให้เธอประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา อีกทั้งเขายังมีน้ำใจ ให้ลูกน้องไปตามช่างมาดูรถให้เธอและจะให้ขับรถมาส่งให้เธอถึงที่นี่ เพื่อตอบแทนน้ำใจ รัญชิตาจึงเชิญเขาเข้าไปดื่มกาแฟ

“พอดีผมมีงานสำคัญต้องทำคืนนี้ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ธิปไตยยิ้มให้ก่อนจะขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ที่กองถ่ายโฆษณา ปริตาถือช่อดอกกุหลาบสีแดงจะเอาไปตกแต่งฉาก เห็นปัทมาศอุ้มตุ๊กตาฮีโร่พร้อมกล่องใส่ของเข้ามาหา จัดแจงชวนไปเป็นเพื่อน เธอปฏิเสธว่าไปด้วยไม่ได้ยังเตรียมของไม่เสร็จ ปริตาเห็นเพื่อนกอดตุ๊กตาไว้แน่น อดถามไม่ได้ว่าหนุ่มที่ไหนให้มาถึงได้อุ้มติดตัวไม่ห่าง ปัทมาศยิ้มเขิน

“ให้ฉันทำของเสร็จก่อนแล้วจะบอกเธอคนแรกเลย” ปัทมาศว่าแล้วเดินแยกไป

ปริตาไม่ติดใจสงสัยอะไร เดินลิ่วไปยังห้องที่ใช้เข้าฉาก ธิปไตยเห็นหลังเธอไวๆขยับจะตาม แต่หนึ่งในนางแบบที่มาร่วมถ่ายโฆษณาดึงแขนไว้ ชวนเขากลับด้วยกันหลังจากเธอถ่ายแบบเสร็จ ธิปไตยหยิบเงินส่งให้

“ค่าแท็กซี่กับค่าเสียเวลาของเธอ” เขาพูดจบเดินตามปริตา ไม่สนใจไยดีนางแบบคนนั้นอีก...

ทางฝ่ายปริตาเดินผ่านมาถึงบริเวณทีมงานกำลังถ่ายโฆษณากันอยู่ ฉากที่มีเปลวไฟลุกโชนในกระถางเหล็กใบใหญ่ ทำให้เธอยืนตะลึงเหมือนต้องมนต์สะกด เสียงศิโรจน์เร่งให้ปริตาเอากุหลาบไปเข้าฉาก ปลุกให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ รีบหอบช่อกุหลาบออกไป

“ฝึกงานวันสุดท้าย ตั้งใจล่ะ บอสจะได้ให้ผ่าน” ศิโรจน์ตะโกนไล่หลังพักเดียว ปริตามาถึงห้องสำหรับเข้าฉาก ต้องตะลึงอีกครั้งที่เห็นดอกกุหลาบสีแดงประดับอยู่เต็มห้อง แสงจากเทียนไขที่จุดไว้ตามมุมต่างๆยิ่งทำให้ดูโรแมนติกมากขึ้น ขณะเธอกำลังเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้า มีมือมารวบตัวจากด้านหลัง หญิงสาวตกใจ หันขวับไปเจอธิปไตย รีบแกะมือเขาออก แต่เขากอดไว้แน่น

“คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้ร่วมงานกัน คุณไม่คิดถึงผมหรือ” พูดจบเขาทำท่าจะหอมแก้ม ปริตาดันหน้าเขาออก ขอร้องอย่าทำแบบนี้ ธิปไตยไม่ฟัง ซุกไซ้ไปทั่ว ปริตาหมดความอดทนเอาช่อดอกกุหลาบฟาดใส่ไม่ยั้ง ก่อนจะวิ่งหนี ธิปไตยตามไปคว้าตัวได้ทัน เธอดิ้นหนีพร้อมกับขอร้องอย่าทำร้ายกันแบบนี้

“ผมจะทำร้ายคนที่ผมรักได้ยังไงกัน ผมกำลังแสดงความรักกับคุณ” ธิปไตยรุกหนักขึ้น ปริตาดิ้นหลุด ตบหน้าเขาเต็มแรง ต่อว่าว่านี่ไม่ใช่ความรักแต่เป็นความใคร่ เขากำลังสนองตัณหาตัวเองต่างหาก

“อ้อมเสียใจค่ะ อ้อมเคยคิดที่จะเปิดใจให้คุณ แต่คุณทำลายมันด้วยตัวคุณเอง” ปริตาว่าแล้ววิ่งหนี

ธิปไตยคว้าข้อมือกระชากกลับ “ไม่เคยมีใครปฏิเสธความหวังดีจากผม แล้วก็ไม่เคยมีใครรอดพ้นไปได้” เขาเหวี่ยงเธอล้มลงบนโซฟาแล้วโถมตัวตาม...

ขณะที่ปริตาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน รัญชิตาโกรธจัดที่ถูกชาลินีแม่ของตัวเองบังคับให้ไปดูตัวคู่หมั้นปาข้าวของแตกกระจายเกลื่อนพื้น ชาลินียืนกรานเสียงแข็งจะให้ลูกไปดูตัววันพรุ่งนี้ให้ได้

“ไม่ค่ะ มิ้นท์จะแต่งงานกับคนที่มิ้นท์รักเท่านั้น”

ชาลินีตบลูกหน้าหัน “แกมันเห็นแก่ตัว ไปเลย จะไปตายที่ไหนก็ไปซะ”

รัญชิตาเสียใจมาก วิ่งหนีไปขึ้นรถ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว สวนกับรถของพิชัยที่เล่นเข้ามาพอดี เธอตกใจ หักรถหลบ ชนกระถางต้นไม้แตกกระจาย พิชัยรีบลงไปดู เห็นลูกเปิดประตูรถลงมาในสภาพคิ้วแตกเลือดซึม ก็เข้าไปประคองเอาไว้ รัญชิตาขอให้พ่อช่วยเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้ไปดูตัวคู่หมั้น ชาลินีวิ่งมาผลักเขาพ้นทาง สั่งห้ามเอามือสกปรกมาแตะต้องตัวลูกของเธอ พิชัยไม่สนใจ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเลือดให้ลูกพร้อมกับต่อว่า

“ผมบอกกี่ครั้งแล้ว อย่าบังคับลูก ลูกจะรักใครก็ให้ลูกเลือกเอง เลิกห่วงหน้าตาชื่อเสียงตัวเองสักที” พิชัยว่า แล้วจะพาลูกเข้าบ้าน ชาลินีผลักเขาออกอีกครั้ง โวยวายว่าไม่ต้องมาแสร้งเล่นบทคุณพ่อแสนดี ทั้งที่ไม่เคยสนใจอะไรในบ้าน นอกจากออกไปแจกทุนการศึกษาให้เด็กสาวๆ เธอจึงต้องหาผู้ชายดีๆให้ลูก ไม่อย่างนั้นลูกอาจเลือกผิดได้ผัวเฮงซวยเหมือนอย่างเธอที่จะต้องช้ำใจไปจนตาย พิชัยไม่พอใจมากด่าว่าเธอคืนบ้าง

สองคนทะเลาะเบาะแว้งด่าทอกันอุตลุด รัญชิตาทนดูต่อไปไม่ไหว วิ่งไปที่รถของพ่อ เร่งเครื่องออกไปทันที พิชัยได้สติพยายามตะโกนเรียกให้ลูกกลับมาก่อนแต่ไร้ผล

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ปริตารู้ดีว่าสู้แรงธิปไตยไม่ได้ แสร้งมีท่าทีอ่อนลงให้เขาตายใจ พอเขาเผลอ เธอคว้าแจกันใกล้มือฟาดอย่างแรงหัวแตกเลือดซิบ แล้วผลักเขาออก

“ผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันหมด” ปริตามองเขาด้วยสายตารังเกียจ พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ ตอนนั้นเธอยังเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย เห็นพ่อจิกหัวแม่ของเธอตบตีไม่ยั้ง เธอร้องไห้จ้าทั้งกลัวทั้งตกใจ

ปริตาตื่นจากภวังค์ ทิ้งแจกันในมือวิ่งหนี ธิปไตยจะตามแต่เห็นตัวเองเลือดไหลจึงล้มเลิกความตั้งใจ...

อารามรีบร้อนจะหนีให้พ้นธิปไตย ปริตาไม่ทันมองทางชนเข้ากับปัทมาศอย่างจัง ฝ่ายหลังเห็นเพื่อนรัก หน้าตาตื่น ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าไปทำอะไรมา ปริตายังไม่ทันจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกฝ่ายชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่า ธิปไตยคือผู้ชายที่ตนเองมีใจให้ เมื่อก่อนเธอยังไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเขาคือคนที่เธอรัก แถมยังเตรียมของขวัญไว้ให้เขาอีกด้วย แล้วหยิบกล่องของขวัญชิ้นนั้นขึ้นมาอวด

“แกฟังฉันนะ ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดีอย่างที่แกคิด เลิกยุ่งกับเขา”

“อ้อมไม่ให้ดาวคบกับเขา เพราะอ้อมชอบเขาใช่ไหม”

ปริตายืนยันไม่มีวันรักธิปไตยเด็ดขาด ตัดสินใจจะเล่าเรื่องที่ถูกเขาลวนลาม แต่พิชัยโทร.มาแจ้งเสียก่อนว่ารัญชิตาหนีออกจากบ้าน ทั้งคู่ช่วยกันคิดว่าเธอจะหนีไปไหน ปริตาพอเดาออกว่ารัญชิตาอยู่ไหน รีบจูงมือ ปัทมาศออกไปทันที ธิปไตยผ่านมาเห็น เสียดายที่พลาดโอกาสเผด็จศึกปริตา แต่ตั้งใจมั่นจะจัดการเธอให้ได้

ไม่นานนัก ปริตากับปัทมาศมาถึงดาดฟ้าตึกร้างแห่งหนึ่ง เห็นรัญชิตาเดินไปหยุดที่ขอบตึกมองลงไปข้างล่าง สองสาวร้องห้ามเสียงหลงว่าอย่าทำอย่างนั้น เธอถึงกับหยุดกึก

“พวกแกไม่ต้องมาห้ามฉัน ไม่มีใครรักฉัน”

“พวกฉันรักแกนะ แกลืมสัญญาของพวกเราแล้วหรือ” ปริตาตะโกนลั่น ทันใดนั้นภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความคิดคำนึงของรัญชิตา ตอนนั้นเธอกับเพื่อนรักทั้งสองเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศน์ศาสตร์ ปริตาตกแต่งดาดฟ้าร้างแห่งนี้อย่างสวยงามเพื่อฉลองวันเกิดให้เธอกับปัทมาศซึ่งเกิดวันเดียวกัน เค้กก้อนโตพร้อมเทียนไข ถูกนำมาวางตรงหน้า ปริตาบอกให้ทั้งคู่ขอพรวันเกิด ทั้งสองทำตามแล้วเป่าเทียนพร้อมกัน

วันนั้นสามสาวยังให้สัญญากันไว้ว่าจะรัก จะช่วยเหลือกัน จะไม่มีใครมาทำลายความรักของเราได้ และเราจะเป็นเพื่อนรักกันไปจนวันตาย รัญชิตายังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ปริตามายืนข้างๆรัญชิตา ตัดพ้อว่าคำสัญญาครั้งนั้นไม่มีความหมายแล้วใช่ไหม ปัทมาศร้องไห้โฮ คร่ำครวญว่าถ้าเธอเป็นอะไรไปแล้วเราสองคนจะทำอย่างไร รัญชิตาเห็นปัทมาศบ่อน้ำตาแตก ถึงกับระเบิดหัวเราะ สองเพื่อนซี้รู้ทันทีว่าถูกหลอกทำท่าจะเอาเรื่อง รัญชิตาเข้ามาหอมแก้มเพื่อนคนละหนึ่งฟอดแทนคำขอโทษ

“คิดหรือว่าคนอย่างฉันจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่แก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย จริงมั้ยดาว”

“แล้วที่แม่แกบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก แกจะสู้ไหวเหรอ”

รัญชิตายืนยันว่าไหว หากมีเพื่อนซี้คอยช่วยเหลือ ทั้งปริตาและปัทมาศต่างสงสัยจะให้ช่วยทำอะไร

ooooooo

สิ่งที่รัญชิตาอยากให้เพื่อนช่วยก็คือ หนึ่งในเพื่อนรักต้องสวมรอยเป็นเธอไปดูตัวคู่หมั้น ปริตาจำต้องรับหน้าที่นี้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก และเพื่อให้สมบทบาท รัญชิตาจำต้องแปลงโฉมปริตาใหม่ แล้วลากเพื่อนรักทั้งสองไปยังร้านเสื้อหรูซึ่งอยู่ในช็อปปิ้งมอลล์แห่งเดียวกับร้านอาหารที่นัดดูตัว

โชคไม่เข้าข้างตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มแผนการ รัญชิตาเดินชนกับพอลลี่และดอกแก้วอย่างจัง ถ้วยน้ำในมือพอลลี่หกรดเธอเต็มๆ สองสาวทำท่าจะมีเรื่องกันเหมือนเช่นเคย ปริตาเข้ามาห้าม พลอยโดนพอลลี่เล่นงานไปด้วย ปัทมาศเห็นท่าไม่ดี รีบชวนเพื่อนรักไปซื้อเสื้อผ้า แล้วลากทั้งคู่ไปยังร้านขายเสื้อหรูทันที

รัญชิตาไม่วายบ่น “พวกแกไม่น่าห้ามฉันเลย ปากอย่างยัยพอลลี่มันต้องโดนตบถึงจะหยุดเห่า”

“ฉันขอเถอะมิ้นท์ หลังรับปริญญาก็ไม่ต้องเจอกันอีก อย่าไปใส่ใจเลย”

ปริตาเห็นด้วยกับปัทมาศ รีบดึงรัญชิตาไปดูเสื้อที่จะใส่เพื่อให้เพื่อนเลิกสนใจพอลลี่ หยิบมาหนึ่งตัว แล้วไปที่ห้องลองเสื้อ รัญชิตาไม่ปล่อยให้พอลลี่ลอยนวลง่ายๆ ทิ้งเงินไว้กับปัทมาศ อ้างจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อระบายทุกข์ เพื่อนรักรู้ไม่เท่าทันว่าเธอจะตามไปเล่นงานพอลลี่ ได้แต่พยักหน้ารับ...

อีกมุมหนึ่งบริเวณลานจอดรถ ปริเทพ ธิปไตยและพลศิษฎ์ พี่ชายของรัญชิตามาเจอกันโดยบังเอิญ ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกันมาก่อน ปริเทพพี่ชายของปริตาถือกุหลาบสีชมพูช่อโตจะมาให้ปัทมาศ ขณะที่ธิปไตยถูก ศิโรจน์ซึ่งร่วมมือกับเสาวลักษณ์แม่ของธิปไตยหลอกให้มาเจอผู้หญิงที่แม่เลือกไว้ให้ โดยโกหกว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ชอบกุหลาบ
แดงเป็นชีวิตจิตใจ เขาจึงหอบกุหลาบแดงช่อใหญ่ติดมือมาด้วย

ส่วนพลศิษฎ์ลงจากรถสปอร์ตหรูพร้อมกับช่อกุหลาบสีขาวในมือ หวังจะมาเซอร์ไพรส์ปริตา แค่เห็นกันครั้งแรก ปริเทพไม่ค่อยชอบขี้หน้าธิปไตยนัก เพราะมองเขาด้วยสายตาดูถูกที่เห็นเขาขี่มอเตอร์ไซค์ ผิดกับพลศิษฎ์ที่ยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร สามหนุ่มไม่ล่วงรู้เลยว่าโชคชะตากำลังจะนำพาให้พวกเขาได้มารู้จักกัน...

ที่มุมสระน้ำไม่ห่างกันนัก ชาญวุฒิเจ้าของโมเดลลิ่งที่พอลลี่และดอกแก้วเป็นนางแบบในสังกัด เริ่มหงุดหงิดที่ทีมงานนั่งรอกันรากงอกแล้ว พอลลี่ยังสวยไม่เสร็จสักที แอบจิกกัดเธอให้ต้อยติ่ง เลขาฯส่วนตัวของเขาฟังยังไม่ทันขาดคำ พอลลี่ในชุดเซ็กซี่เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมดอกแก้ว เขารีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม

“พอลลี่ งานนี้เป็นงานแรก หนูต้องทำให้ดี คุณสมภพเจ้าของหนังสือเป็นถึงเจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงครบวงจร ถ้าหนูทำให้เขาถูกใจ พี่บอกได้เลย หนูเข้าป้ายซุปตาร์”

“พอลลี่จะไม่ทำให้เสียชื่อเด็กโมฯพี่ชาญค่ะ”

ชาญวุฒิยิ้มพอใจ สั่งให้ต้อยติ่งไปตามทีมงานมาถ่ายแบบได้แล้ว ส่วนเขาจะไปตามสมภพเอง พอลลี่ตื่นเต้นที่จะได้ถ่ายแบบเป็นครั้งแรก ดอกแก้วพลอยดีใจไปด้วย แต่ไม่วายย้ำ ถ้าดังแล้วอย่าลืมเธอ

“ใครดีกับฉัน...ฉันก็ดีตอบ” ยังไม่ทันขาดคำ มีเสียงรัญชิตาดังสวนขึ้น

“แต่ถ้าร้ายกับฉัน ฉันจะร้ายเป็นสิบเท่า” ไม่พูดเปล่า รัญชิตาเอาน้ำแดงสองแก้วสาดใส่คู่อริ...

ฝ่ายปริตาลองชุดเสร็จ ออกมาอวดเพื่อนๆ แต่ไม่เจอรัญชิตา รู้ทันทีว่าเพื่อนต้องตามไปแก้แค้นพอลลี่ รีบชวนปัทมาศออกตามหา

ooooooo

มุมถ่ายแบบที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ถูกพอลลี่ ดอกแก้วกับรัญชิตาถล่มยับเยิน ข้าวของสำหรับตกแต่งถูกใช้เป็นอาวุธขว้างปาใส่กัน ครั้นอาวุธหมด สามสาวตรงเข้าตบตีกันจนตกสระน้ำ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มเข้ามามุงดู บางคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป รัญชิตาเสียท่าถูกดอกแก้วล็อกตัวไว้

“ใครทำฉันเจ็บ มันต้องเจ็บกว่า” พอลลี่ตบรัญชิตา หน้าหัน “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” พูดจบเงื้อมือจะตบซ้ำ ปริตามาช่วยเพื่อนไว้ทัน เล่นงานพอลลี่ล้มคว่ำ แล้วช่วยรัญชิตาให้เป็นอิสระ จากสองรุมหนึ่งกลายเป็นมวยหมู่ ปริตา ยื้อยุดกับดอกแก้ว ขณะที่พอลลี่ตบตีอยู่กับรัญชิตาโดยมีปัทมาศพยายามห้ามปราม

ชาญวุฒิกับต้อยติ่งเดินนำสมภพเข้ามาเห็นสภาพหญิงสาวกำลังตบตีกันวุ่นวายรีบเข้าไปห้าม แต่ไม่มีใครฟัง ต้อยติ่งหยิบนกหวีดส่งให้ชาญวุฒิเป่า เสียงปรี๊ดแตกของมันทำให้สาวๆหยุดตีกัน สมภพเห็นสาวๆในสภาพเปียกปอนเสื้อผ้าแนบเนื้อก็ยิ้มพอใจ เพราะหลงใหลความรุนแรงและความเซ็กซี่

จากนั้น ชาญวุฒิ ต้อยติ่งและสมภพเรียกสาวๆมาชำระความ สมภพสอบถามรัญชิตาว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉันเกลียดยัยพอลลี่ เอาน้ำแดงมาสาดใส่หน้าแล้วลากไปตบในน้ำ คุณจะเอายังไง”

“มันยอมรับความจริงแล้ว คุณสมภพเรียกตำรวจมาจับให้มันรับผิดชอบค่าเสียหายค่ะ” พอลลี่ยุส่ง สมภพกลับปล่อยรัญชิตากับพวกไปโดยไม่เอาเรื่อง ชาญวุฒิกังวลใจมากถามสมภพว่าฉากที่จัดไว้เสียหายหมดจะให้ทำอย่างไร เขาสั่งให้ยกเลิกกองถ่าย ชาญวุฒิถึงกับเซ็งจัด หันไปต่อว่าพอลลี่ที่ทำให้อดได้ค่าหัวคิว...

ด้านสามสาวเพื่อนซี้กลับมาที่ร้านเสื้ออีกครั้งในสภาพดูไม่จืด ปริตาอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมสมภพถึงไม่เอาเรื่องพวกเรา รัญชิตาคุยอวด อาจเป็นเพราะเขารู้ว่าเธอเป็นลูกใครก็ได้ แล้วหยิบชุดสวยจากราวแขวนเสื้อส่งให้ปริตาไปเปลี่ยน ปริตาเห็นว่าฤกษ์ไม่ดีขอให้เธอยกเลิกนัดดูตัว รัญชิตายืนกรานให้ทำตามแผนการที่วางไว้ คว้าอีกชุดหนึ่งสำหรับตัวเองไปที่ห้องลองเสื้อ...

ทางฝ่ายพอลลี่ไม่ยอมให้เสียเที่ยว รีบวิ่งไปดักหน้าสมภพ คร่ำครวญทั้งน้ำตาว่าเสียใจที่ทำให้งานของเขาเสียหาย อดถามไม่ได้ ทำไมเขาถึงไม่เอาเรื่องรัญชิตา เขาอ้างว่ามีเหตุผลส่วนตัว ยัยตัวแสบถึงกับหน้าเสีย

“พอลลี่มาหาคุณสมภพ ไม่ได้มาของานหรือขอความเห็นใจ พอลลี่แค่อยากบอกว่าพอลลี่เสียใจจริงๆค่ะ” หญิงสาวพูดไปสะอึกสะอื้นไปด้วย สมภพไม่ชอบเห็นน้ำตาผู้หญิงหยิบเงินให้เธอห้าพันบาทเอาไว้ซื้อผ้าเช็ดหน้า มาซับน้ำตา แล้วขอตัวไปทำธุระก่อน ดอกแก้วซึ่งตามมาสมทบเห็นเงินในมือพอลลี่ ก็ยิ้มดีใจ

“ไม่ได้ถ่ายแบบแต่ให้เงินตั้งห้าพัน”

“เปิดบ่อน้ำตาได้ห้าพัน แล้วถ้าฉันเปิดผ้า...จะได้ กี่แสน จุดอ่อนของผู้ชายมันก็อยู่ตรงนี้ล่ะ”

แม้จะได้เงินเป็นค่าปลอบใจ แต่พอลลี่ยังแค้นรัญชิตาไม่หาย หมายหัวไว้จะต้องเอาคืนให้ได้

ooooooo

ปริตาแปลงโฉมได้สวยเป๊ะถูกใจรัญชิตามาก ก่อนจะเข้าไปในร้านอาหารซึ่งเป็นสถานที่นัดพบ รัญชิตาบอกข้อมูลเกี่ยวกับเขาคนนั้นว่าเป็นคนเจ้าชู้ กะล่อน สำส่อน แก่หัวล้านและลงพุง จะมีดีตรงที่รวย เป็นลูกชายคุณหญิงเพื่อนแม่ของเธอ ส่วนเขาชื่ออะไร เธอไม่เคยสนใจ ปริตาอยากรู้ว่าเพื่อนต้องการให้เธอทำอย่างไรบ้าง

“ทำไงก็ได้ให้เขาเลิกยุ่งกับฉัน งานนี้เหมาะกับผู้หญิงปากไวใจกล้ามือหนักอย่างแก ไป...ได้เวลานัดแล้ว” รัญชิตาดันหลังปริตาเข้าไปในร้าน ปัทมาศอดสงสัยไม่ได้ หากผู้ชายคนนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด ถ้าเขาเป็นผู้ชายแสนดี แล้วหลงรักปริตาขึ้นมาจริงๆเธอจะทำอย่างไร

“ถ้าดีจริง ของของฉัน ก็ต้องเป็นของฉัน” รัญชิตา ตอบอย่างไม่แคร์ความรู้สึกใครๆทั้งนั้นแม้แต่เพื่อน...

ภายในร้านอาหารแห่งนั้น ปริตายังเดินไม่ถึงโต๊ะเป้าหมาย พลศิษฎ์ลุกพรวดจากโต๊ะใกล้ๆ ยื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวให้พร้อมกับคุกเข่าขอแต่งงาน หญิงสาวตกใจถึงกับร้องเอะอะ

“พี่มาร์ท! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ พี่กลับมาจากสวิสฯเมื่อไหร่ แล้วมาทำอะไรที่นี่”

พลศิษฎ์ไม่ยอมตอบคำถามใดๆจนกว่าเธอจะรับรักเขา ปริตาอายคนในร้าน ขอร้องให้เขาลุกขึ้นอีกครั้ง นอกจากจะไม่ทำตาม พลศิษฎ์ยังตะโกนลั่นร้านว่าตัวเอง จากผู้หญิงคนนี้ไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศหลายปี

วันนี้เขาจะมาสู่ขอเธอ ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงคนนี้รับรักเขาด้วย คนในร้านพากันตบมือเชียร์ รัญชิตารีบมาดึงแขนพี่ชายจะให้ออกไปเคลียร์กันข้างนอก ถ้าเขาขัดขืนเธอจะลงไปนอนชักดิ้นชักงอให้ดู เขาไม่กล้าเสี่ยงเพราะรู้ฤทธิ์น้องสาวตัวเองดี ปล่อยให้เธอลากตัวออกไป ปัทมาศเข้ามาปลอบปริตา

“ละครไม่ทันแสดงก็ป่วนเสียแล้ว ไหวไหมอ้อม”

“ไม่ไหวก็ต้องไหว ดาวนั่งโต๊ะข้างๆเป็นเพื่อนอ้อมนะ” ปริตาออดอ้อน แต่ไม่ได้ผล ปัทมาศเดินลิ่วออกจากร้านไม่เหลียวหลัง เธอจำต้องไปนั่งประจำโต๊ะเป้าหมาย รอว่าที่คู่หมั้นของรัญชิตา ด้านปัทมาศออกมาหน้าร้านไม่เจอทั้งรัญชิตาและพลศิษฎ์ ชะเง้อหาคอยาวก็ไม่เห็น แต่แล้วมีมือข้างหนึ่งมาดึงเธอออกไป...

ไม่นานนัก ธิปไตยมาถึงที่หมายตามนัด ทีแรกปริตาคิดว่าเขาตั้งใจจะมาป่วน โดยแอบอ้างเป็นว่าที่คู่หมั้นของเพื่อน จึงไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า แต่พอรู้ความจริง ว่าเขาคือคนที่แม่ของรัญชิตาให้มาดูตัวถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ เขาเองก็ไม่ชอบใจนักที่ถูกแม่ตัวเองกับศิโรจน์หลอกให้มาพบรัญชิตา และที่สำคัญเธอก็รังเกียจไม่อยากเจอเขาเหมือนที่เขารังเกียจเธอเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นก็ลงตัวค่ะ เพื่อนฉันไม่ชอบคุณ คุณไม่ชอบเพื่อนฉัน เป็นอันว่าภารกิจของฉันจบแล้ว” ปริตาว่าแล้วขยับจะไป ธิปไตยดึงตัวไว้ให้ลงนั่งอย่างเดิม บอกว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้วจะขอหมั้นกับปริตา แทนที่ รัญชิตา ผู้หญิงที่แม่ของเขาหาให้ หญิงสาวถึงกับใบ้กิน...

ระหว่างที่ธิปไตยจงใจยั่วประสาทปริตา ปริเทพจูงมือปัทมาศมายังสวนย่อมของช็อปปิ้งมอลล์ ยื่นช่อกุหลาบสีชมพูให้ แทนคำขอโทษที่ทำให้เธอตกใจ หญิงสาว ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเขา จึงไม่ยอมรับช่อดอกไม้ แล้วขอตัวไปหาปริตา ชายหนุ่มจับมือเธอไว้ ออดอ้อนว่าอุตส่าห์หนีงานมาจากระยองเพื่อจะเอากุหลาบสีชมพู

ที่เธอชอบมาให้ ปัทมาศไม่อยากให้เขาเสียน้ำใจ จึงรับช่อดอกไม้ไว้แล้วขยับจะไป ปริเทพขวางไว้

“ทำไมน้องดาวถึงดูเย็นชากับพี่ ไม่เหมือนก่อน เอ...หรือว่ามีใครแอบมาขโมยหัวใจของน้องดาวไป” คำพูดทีเล่นทีจริงของเขาจี้ใจดำเธอเต็มๆ เพราะในใจเธอตอนนี้มีแต่ธิปไตยเท่านั้น ปริเทพรู้สึกถึงความผิดปกตินี้ได้แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ พยายามจะบอกรักเธอ แต่เธอรู้ทัน ชิงตัดบทขอตัวไปดูเพื่อน แล้วลุกออกไป

ooooooo

ในขณะเดียวกัน พลศิษฎ์ต่อว่าน้องสาวที่เอาปริตาแฟนของเขาไปเป็นตัวล่อในเกมครั้งนี้ รัญชิตาทักท้วงว่าไม่เคยได้ยินปริตาตอบรับว่าเขาเป็นแฟนสักคำ ขอให้เขาล้มเลิกความคิดนี้ เพราะปริตาไม่ได้รักเขา

“วันนี้ยังไม่รัก ก็ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้พี่จะไม่มีสิทธิ์” พลศิษฎ์ยังยิ้มสู้ก่อนจะผละจากไป รัญชิตากลัวพี่ชายจะทำแผนการพัง รีบเดินตาม...

ธิปไตยยังป่วนไม่เลิก หยิบช่อดอกกุหลาบสีแดงส่งให้ปริตา แถมเรียกเธอว่าที่รักของเขา ปริตาไม่พอใจ จะลุกหนี เขาดึงเธอมาซุกไซ้ซอกคอ หญิงสาวผลักเขาออกแล้วตบหน้าหัน สั่งให้เลิกยุ่งกับเธอและเพื่อนของเธอ แล้วเดินหนี ธิปไตยตะโกนไล่หลังว่าเพื่อนคนไหน รัญชิตาหรือดาว ปริตาหันขวับ

“ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คุณต้องเลิกยุ่งกับเพื่อนฉัน”

“มันก็ยากอยู่นะ ดาวทอดสะพานให้ผม ส่วนรัญชิตาก็ตกอยู่ในฐานะคู่หมั้น เฮ้อ...ผมจะทำยังไงดี เอางี้ถ้าผมเสียสละ ทำตามคำขอของคุณคุณก็ต้องเสียสละ...เป็นของผม” ไม่พูดเปล่า เขาเชยคางเธอขึ้นมาจะจูบ ปริตาผิดหวังที่เคยหลงรักหลงปลื้มคนเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าอย่างเขา ตบเปรี้ยงเข้าเต็มหน้า

“คุณเป็นผู้ชายเลวที่สุดที่ฉันเคยเจอมา” ปริตารีบออกจากร้าน ธิปไตยจะเอาชนะเธอให้ได้วิ่งตามจนทัน

“วันนี้คุณหนีผมไปได้ แต่ยังไงคุณก็ต้องเจอผม

ในฐานะคนรักของใครสักคน เอ หรือว่าผมจะควบสอง”

“มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น ฉันนี่แหละจะขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เพื่อนฉันต้องร่วมชีวิตกับคนอย่างคุณ” ปริตาพูดจบรีบออกจากร้าน พลศิษฎ์เดินมาจากอีกด้านหนึ่ง เห็นเธอพอดี รีบเข้าไปถามว่าเจอผู้ชายคนนั้นหรือยัง

“เจอแล้วค่ะ นิสัยเสีย พฤติกรรมแย่อย่างที่มิ้นท์บอก ผู้ชายคนนั้นไม่คู่ควรกับผู้หญิงคนไหนในโลกนี้”

รัญชิตามาทันได้ยินพอดี ถึงกับบ่นอุบว่าผู้ชายคนนั้นแย่กว่าที่เธอคิดอีกหรือ ปริตายังไม่ทันจะว่าอะไร ธิปไตยเข้ามาทักทายรัญชิตาซึ่งทักเขาตอบเช่นกัน ปริตางง ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ รัญชิตาเห็นท่าทางของเพื่อนรัก ที่มองธิปไตยก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาคือผู้ชายคนนั้น

“มิ้นท์ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณตรัยจะเป็นลูกชายคุณหญิงเสาวลักษณ์”

“ผมเสียใจนะครับที่ทราบว่าคุณมิ้นท์ไม่อยากเจอผม ถ้าคุณลำบากใจ ผมจะบอกคุณหญิงแม่ให้เลิกจับคู่เราสองคน ลาก่อนครับ” ธิปไตยทำทีเดินจากไปอย่างผิดหวัง ปริตายิ้มพอใจที่กำจัดเขาได้ แต่ต้องหุบยิ้ม เมื่อรัญชิตาตะโกนไล่หลัง ขอโอกาสแก้ตัว และขอทำความรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้ ธิปไตยเดินกลับมาจับมือเธอไว้

“ด้วยความยินดีครับ”

เพื่อไม่ให้เสียมารยาท พลศิษฎ์ยื่นมือไปให้ธิปไตยจับ พร้อมกับแนะนำตัวเองว่าเป็นพี่ชายของรัญชิตา และแนะนำปริตาว่าเป็นแฟนของเขา แม้จะไม่ชอบใจนัก ที่พลศิษฎ์ขี้ตู่ แต่เพื่อกันไม่ให้ธิปไตยมาวอแว เธอจึงรับสมอ้าง พลศิษฎ์ฉีกยิ้มปากเกือบถึงรูหู มอบช่อกุหลาบสีขาวในมือให้ ชวนเธอไปหาอะไรกินกัน โดยไม่ลืมชวนธิปไตยร่วมวงด้วย ปริตาพยายามกีดกันเขาสุดฤทธิ์ ธิปไตยสบช่องทันที

“ผมขออนุญาตพาน้องสาวคุณมาร์ทไปกินอาหาร แล้วไปส่งนะครับ”

พลศิษฎ์ยังไม่ทันจะตอบ รัญชิตาชิงรับคำชวนเสียก่อน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของใคร ปริตาเห็นพลศิษฎ์ทำท่าจะขายขนมจีบให้ตัวเอง ชิงตัดบทขอตัวไปดูปัทมาศ บอกให้เขาไปรอที่ร้านอาหารได้เลย...

ทางฝ่ายปัทมาศเห็นธิปไตยในระยะไกล กำลังไปที่ลานจอดรถแต่ไม่เห็นรัญชิตา ดีใจรีบวิ่งไปหา ปริเทพซึ่งตามมาด้านหลัง แปลกใจว่าเธอจะไปหาใคร รีบตามไปดู ปัทมาศมาทันเห็นธิปไตยขับรถออกไปกับผู้หญิง แต่มองไม่ชัดว่าเป็นใคร จะวิ่งไปดูใกล้ๆ แต่ปริตาดึงแขนไว้ ถามว่าจะไปไหน เธอเห็นธิปไตยมากับใครก็ไม่รู้

ปริตายังไม่อยากให้เพื่อนรู้ความจริง โกหกว่าธิปไตยมากับลูกค้า ปัทมาศถึงได้คลายความกังวล จังหวะนั้น ปริเทพเข้ามาทัก ปริตาหันไปเห็นพี่ชายตัวเองโผกอดด้วยความดีใจ “ลมอะไรหอบพี่ชายอ้อมมาได้เนี่ย”

“ลมแห่งความคิดถึงน้อง แล้วก็...เพื่อนน้อง” ปริเทพมองปัทมาศซึ่งยิ้มเจื่อนๆให้ ปริตาสงสารเขามาก เพราะรู้ดีว่าปัทมาศไม่ได้มีเขาอยู่ในหัวใจอีกต่อไปแล้ว

ooooooo

ธิปไตยพารัญชิตามายังร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ระหว่างพาเธอไปนั่งที่โต๊ะ มีนางแบบหุ่นเซ็กซี่สองคน เข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม ก่อนจะดึงเขาไปยังโต๊ะตัวเอง รัญชิตามองตามไม่ค่อยชอบใจนัก ยิ่งเห็นเขามีท่าทีเป็นกันเองกับพวกนั้น เธอคิดจะเอาชนะใจเขาให้ได้ จังหวะนั้นสมภพเข้ามาหาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่ม

“คุณสมภพ สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ไม่เอาเรื่องมิ้นท์”

“เรื่องเล็กๆน้อยๆ ผมไม่สนใจหรอก คุณมิ้นท์มาคนเดียวหรือครับ”

“มิ้นท์มากับว่าที่คู่หมั้นค่ะ” รัญชิตามองไปยังธิปไตยที่อยู่กับนางแบบสาวสวย สมภพมองตามสายตาเธอ เห็นคู่แข่งจีบหญิงกำลังหยอกเอินอยู่กับสาวๆก็ไม่พอใจ ใส่ไฟว่าหากคิดจะเป็นแฟนของธิปไตยคงต้องเหนื่อยใจ หน่อยเพราะเขาเสน่ห์แรง แต่ถ้าเธอเปลี่ยนใจก็ยังไม่สาย ธิปไตยเหลือบเห็นสมภพกำลังบริหารเสน่ห์อยู่กับรัญชิตา รีบคว้าดอกกุหลาบที่ใช้เล่นกลอวดพวกสาวๆกลับมาให้รัญชิตาที่โต๊ะ เธอรับดอกไม้แล้วหอมแก้ม เขาแสดงความเป็นเจ้าของ สมภพหยิบแก้วเครื่องดื่มส่งให้รัญชิตา ชวนดื่มฉลองให้กับเธอผู้โชคดีในค่ำคืนนี้

“คงไม่รบกวนคุณสมภพ เธอมีเครื่องดื่มของเธอแล้ว” ขาดคำบริกรนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ ธิปไตยส่งแก้ว เครื่องดื่มต่อให้รัญชิตาซึ่งรับไปดื่ม สมภพถึงกับเสียหน้าที่ฝ่ายหญิงเลือกฝั่งตรงข้าม รีบถือแก้วเครื่องดื่มกลับโต๊ะตัวเอง ในใจคิดแค้นธิปไตยไม่หาย ตั้งใจมั่นต้องเอาชนะเขาให้ได้...

หลังจากส่งรัญชิตาเรียบร้อยแล้ว ธิปไตยกลับเข้าบ้าน เจอเสาวลักษณ์รอท่าอยู่“แม่ดีใจที่ลูกยอมไปดูตัว แล้วตัดสินใจคบหาหนูรัญชิตา”

ธิปไตยชักสีหน้าทันที ขอร้องให้แม่เลิกบงการชีวิตเขา สองแม่ลูกโต้เถียงกัน เสาวลักษณ์ต้องการให้ลูกแต่งงานกับรัญชิตา เขาไม่ยอมทำตาม อะไรที่แม่จัดหามาให้เขาไม่เอาเด็ดขาด แล้วเดินหนีเข้าห้อง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปริเทพขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งปัทมาศ หน้าบ้าน โชคดีที่เธอไล่เขากลับไปก่อนที่พัชรินทร์แม่ของเธอจะออกมาเห็น เพราะท่านไม่ชอบให้เธอคบหากับ ผู้ชายจนๆอย่างเขา พอพัชรินทร์เห็นช่อกุหลาบในมือลูก ซักเป็นการใหญ่ว่าใครให้มา หรือว่าแอบไปเจอปริเทพ

“ดาวไม่ได้เจอพี่เทพค่ะ ดอกกุหลาบนี่ดาวซื้อเอง ที่ดาวกลับดึกเพราะอ้อมชวนดาวดูหนังค่ะ”

“งั้นโทร.หาอ้อมเดี๋ยวนี้ ฉันจะคุยกับอ้อมว่าแกพูดจริงหรือโกหกฉัน...ถ้าแกไม่โทร.ฉันโทร.เอง” พัชรินทร์ ว่าแล้วเข้าไปจะหยิบมือถือของลูก ปัทมาศกังวลใจมากกลัวแม่จับโกหกได้ โชคยังดีที่ป้าอรมาห้ามไว้

“ดึกป่านนี้หนูอ้อมคงจะหลับแล้ว หลานไปอาบน้ำ เข้านอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปงานรับปริญญา”

ปัทมาศไม่รอให้พูดซ้ำ รีบเข้าบ้านทันที พัชรินทร์มองตามไม่พอใจ ครู่ต่อมาปัทมาศเอาช่อดอกไม้ที่ปริเทพให้วางไว้ที่มุมหนึ่งของห้องนอนอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วเดินไปหยิบตุ๊กตาที่ธิปไตยมอบให้ขึ้นมาคุยด้วย

“เมื่อครู่นี้ดาวเกือบโดนคุณแม่จับโกหกได้แล้วสิ ดาวรู้นะเป็นเพราะคุณ...คุณเป็นกำลังใจให้ดาว คุณช่วยดาวไว้ ขอบคุณมากนะคะ ผู้พิทักษ์ของดาว” ปัทมาศจูบตุ๊กตาซึ่งเป็นตัวแทนของธิปไตยด้วยความรักเต็มหัวใจ

ooooooo

เช้าวันรับปริญญา ปริตา รัญชิตาและปัทมาศ ในชุดครุย มาที่ชมรมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัย เพื่อรำลึกถึงความหลังที่เคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ด้วยกัน ต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป แล้วโผกอดกันอย่างมีความสุข แต่แล้วช่วงเวลาดีๆก็มลายไปสิ้นพร้อมกับเสียงแดกดันของพอลลี่

“ฉันอยากรู้นัก ถ้าเกิดพวกเธอรักผู้ชายคนเดียวกัน จะยังรักกันหรือเปล่า ฉันเห็นมาเยอะแล้ว เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกัน แย่งกันยิ่งกว่า แร้งรุมทึ้งซากศพ”

รัญชิตายืนยันหนักแน่น พวกตนไม่มีวันเป็นอย่างนั้น แน่นอน พอลลี่แช่งให้ทั้งสามคนเจอเหตุการณ์แบบนั้น ปริตาไม่พอใจลากเธอกับดอกแก้วออกไปหน้าห้องชมรม โดยมีรัญชิตากับปัทมาศตามมาติดๆ พอลลี่ไม่วายปากเสีย วันไหนที่ทั้งสามคนแตกคอกัน เธอจะตามมาเหยียบซ้ำให้จมดิน ปริตาจะเข้าไปเอาเรื่อง ดอกแก้วเห็นท่าไม่ดี รีบลากพอลลี่ออกไป รัญชิตาตะโกนไล่หลัง ถ้าแน่จริงอย่าวิ่งหนีให้มาตบกันตัวต่อตัว

“พอเถอะมิ้นท์” ปัทมาศปราม

“ก็ฉันเกลียดมันนี่ มาแช่งให้พวกเราทะเลาะกันเพราะผู้ชาย” คำพูดของรัญชิตาทำให้ปริตาตัดสินใจจะเล่าเรื่องธิปไตย แต่ยังไม่ทันพูดอะไร มีเสียงมือถือของรัญชิตาดังขัดจังหวะ ปริตาขอร้องให้ตัดสายทิ้งไปก่อน เธอมีเรื่องสำคัญต้องคุยด้วย รัญชิตาไม่ยอมทำตาม เพราะเป็นสายของว่าที่สามี ปริตาเดาได้ไม่ยากว่าใครโทร.มา รีบแย่งมือถือไปกดสายทิ้ง ปัทมาศมองสองเพื่อนรักสลับกันไปมาอย่างงงๆ

“มิ้นท์ยอมคบกับผู้ชายคนนั้นแล้วหรือ ฉันตกข่าว ได้ไง อ้อมไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย”

ปริตายังไม่ทันจะอ้าปากเล่า ธิปไตยโทร.เข้ามือถือ รัญชิตาอีก คราวนี้เจ้าของมือถือรีบแย่งมันคืนแล้วหนีไปรับสายที่อื่น ปริตาอยากคุยให้รู้เรื่อง รีบเดินตาม ขอร้องให้เพื่อนฟังให้จบก่อน รัญชิตาไม่สนใจฟัง ขอตัวไปรับแฟนก่อน แล้วจ้ำพรวดๆหายไปในฝูงชน ปัทมาศตามมาสมทบ ปริตาจึงขอคุยกับเธอแทน

“ดาวต้องไปแล้วล่ะ ได้เวลาที่ดาวนัดคุณตรัยไว้ ดาวโทร.เชิญคุณตรัยมาด้วย เขาไม่ปฏิเสธเลยนะอ้อม เขาคงมีใจให้ดาว...ดาวตั้งใจจะให้ของขวัญเขาเขาจะได้รู้ว่าดาวชอบเขา ดาวจะพาเขามาแนะนำให้มิ้นท์รู้จักชายในฝันของดาวด้วย” พูดจบปัทมาศวิ่งปรู๊ดออกไป แต่พอเดินพ้นมุมตึกเจอปริเทพพอดี เธอร้อนใจเพราะนัดธิปไตยไว้ พยายามหาทางเลี่ยง แต่เขาคว้ามือไว้

“วันนี้พี่ไม่ปล่อยให้เขินอายหนีพี่ไปอีก พี่มีของสำคัญจะให้น้องดาวค่ะ”...

ทางด้านรัญชิตาได้รับดอกกุหลาบแดงพร้อมกับคำอวยพรจากธิปไตย ก็เข้าไปหอมแก้มเขาแทนคำขอบคุณ แล้วใช้มือถือถ่ายรูปคู่กับเขาอย่างใกล้ชิดสนิทสนมจนผู้คนแถวนั้นหันมองเป็นตาเดียวกัน เขาต้องเตือนเธอให้เพลาๆลงหน่อย รัญชิตาไม่เห็นต้องแคร์สายตาใคร ในเมื่อเราสองคนรักกัน

“ไปกับมิ้นท์ค่ะ มิ้นท์จะแนะนำเพื่อนๆให้คุณรู้จัก”

ชาลินีซึ่งมากับเสาวลักษณ์เห็นรัญชิตาเดินเคียงคู่ไปกับธิปไตย ถึงกับออกปาก ไม่อยากเชื่อว่าสองคนนั่นจะตกลงปลงใจกันเร็วขนาดนี้ ทั้งๆที่เจอกันแค่ครั้งเดียว เสาวลักษณ์อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะมันง่ายผิดปกติ ชาลินีปลอบว่าอย่ากังวลไปเลย ใครที่ได้เจอลูกมิ้นท์ของเธอเป็นต้องติดบ่วงทุกราย

“ฉันก็ขอให้เป็นอย่างนั้น ว่าแต่ลูกชายคนโตไม่มาด้วยหรือคะ”...

คนที่เสาวลักษณ์ถามหากำลังทำเซอร์ไพรส์ปริตาอยู่ที่หน้าคณะนิเทศศาสตร์โดยแต่งเป็นตัวมาสคอตมาอวยพรให้กับความสำเร็จของเธอ พวกน้องๆปีหนึ่งพากันเชียร์ให้เธอจูบเขาแทนคำขอบคุณ ปริตาอายมาก เดินหนี พลศิษฎ์รีบตามจนทัน จะหยิบแหวนมาขอจองเธอไว้ก่อน แต่ดันลืมไว้ในรถ บอกให้เธอรออยู่ตรงนี้ แล้วรีบกลับไปที่รถ ทันทีที่เขาลับสายตา ชาลินีเข้ามาต่อว่าว่าเคยขอให้เธอเลิกยุ่งกับพลศิษฎ์แล้วไม่ใช่หรือ ทำไมยังเห็นเขาตามเธอต้อยๆอีก ปริตาถึงกับพูดไม่ออก...

ฝ่ายปริเทพหยิบแหวนออกมาคุกเข่าตรงหน้าปัทมาศ ขอมัดจำเธอไว้ก่อน สัญญาจะขยันทำงาน เก็บเงินซื้อแหวนแต่งงานมาให้ทีหลัง รับรองจะไม่ทำให้น้อยหน้าใครเด็ดขาด เธอไม่ยอมรับแหวน แถมบอกให้เขาลุกขึ้น ปริเทพตัดพ้อ หรือเธออายที่คบกับวิศวกรขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่เจ้าของรถสปอร์ต

ปัทมาศถึงกับหน้าเสีย ปริเทพจับมือเธอไว้ ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ พัชรินทร์มาเห็นพอดี ไม่พอใจมากโวยวายเสียงลั่นที่ปริเทพบังอาจมาถูกเนื้อต้องตัวลูกสาวของเธอ สั่งให้ปล่อยปัทมาศเดี๋ยวนี้ แล้วด่าว่าเขาต่างๆนานา และสั่งห้ามมายุ่งกับลูกสาวของเธออีก

“แล้วผมจะพิสูจน์ให้คุณอาเห็นว่าผมรักน้องดาวหมดใจ” ปริเทพพูดจบยกมือไหว้ก่อนจะเดินจากไป

พัชรินทร์ยังไม่หนำใจ หันไปเล่นงานปัทมาศหาว่าให้ท่าผู้ชาย ถึงได้ถูกตามตื๊อไม่เลิก แล้วทุบตีเธอจนร้องไห้ และกำชับว่าอย่าให้เห็นเธออยู่กับผู้ชายสองต่อสองอีก ปัทมาศขอโทษที่ทำให้แม่เสียใจ

“อย่ามาบีบน้ำตาให้คนเขาคิดว่าฉันเป็นแม่ใจร้าย ไป รีบไปล้างหน้า แล้วมาถ่ายรูปกับฉัน”

ooooooo

ไม่ได้มีแต่ปริเทพเท่านั้นที่ถูกเล่นงาน ปริตาเองก็โดนชาลินีด่าว่าเสียๆหายๆ ว่ามาอ่อยลูกชายของเธอ ปริตาพยายามอธิบายว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับ

พลศิษฎ์แต่ชาลินีไม่ฟัง พาลด่าว่าไปถึงแม่ของเธอด้วย ปริตาเหลืออดโต้กลับไปบ้าง เสาวลักษณ์ยืนฟังอยู่ด้วย ไม่ชอบใจที่เธอก้าวร้าว หญิงสาวไม่อยากยุ่งด้วยชิงตัดบท

“ขอให้คุณป้าสบายใจเถอะค่ะ อ้อมจะอยู่ในที่ของอ้อม หากคุณป้ายังกังวลใจ ก็จับลูกชายขังไว้ในคอก อย่าให้ออกมาได้” ปริตาว่ากระทบเสร็จผละจากไป พลศิษฎ์ถือกล่องใส่แหวนมาจากอีกด้านหนึ่ง เห็นปริตาเดินหน้าเครียดออกมา รู้ทันทีว่าถูกแม่ของเขาเล่นงาน รีบวิ่งตาม ชาลินีร้องเรียกให้ลูกกลับมา แต่เขาไม่สนใจ

พลศิษฎ์ตามปริตาจนทัน ขอโทษแทนแม่ของเขาด้วย สัญญาจะทำให้ท่านเห็นว่าเราสองคนรักกันด้วยความจริงใจ ปริตารีบออกตัวว่าเธอเคารพรักเขาเหมือนพี่ชาย พลศิษฎ์งง เมื่อวานเธอยังพูดต่อหน้าธิปไตย อยู่เลยว่าเราเป็นแฟนกัน ปริตาแค่ไม่อยากหักหน้าเขา จึงต้องพูดไปแบบนั้น แล้วเดินหนีไปทันที

“พี่ไม่สนว่าอ้อมจะคิดยังไงกับพี่ แต่พี่รักอ้อมพี่จะรอจนกว่าจะถึงวันที่อ้อมรักพี่” พลศิษฎ์ตะโกนไล่หลัง...

ด้านรัญชิตาตามหาเพื่อนรักไม่เจอ จึงบอกให้ธิปไตยรออยู่ตรงหน้าคณะนิเทศศาสตร์ก่อน แล้วขอไปตามหาเพื่อน ทำให้คลาดกับปัทมาศที่เดินร้องไห้ไปยังห้องน้ำอย่างเฉียดฉิว ธิปไตยเห็นเธอรีบวิ่งไปดักหน้า

“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบคนขี้แง หยุดร้องได้แล้ว ไม่สวยนะ” ชายหนุ่มเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้ ปัทมาศยิ่งรักยิ่งหลงเขาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ...

ปริตาได้วารีแม่ของตัวเองกอดปลอบใจและซับน้ำตาให้จนหายเศร้าที่ถูกชาลินีเหยียดหยาม แต่วารียังเห็นความกังวลในแววตาของลูก ถามว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจอีกหรือ

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ก็แค่เพื่อนอ้อมชอบผู้ชายคนเดียวกัน”

“แล้วลูกล่ะ รักผู้ชายคนนั้นด้วยหรือเปล่า” วารีมองตาก็รู้ว่าลูกชอบผู้ชายคนนั้นเช่นกัน จึงสั่งสอนว่าที่ลูกมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะได้เพื่อนรักทั้งสองคนคอยช่วยเหลือ ดังนั้นลูกต้องเสียสละและไม่ทำให้พวกนั้นเสียใจ...

ทางฝ่ายปัทมาศถือโอกาสนี้มอบของขวัญให้ธิปไตยแทนคำขอบคุณที่รับเธอเข้าฝึกงาน เขาเปิดกล่องดู เห็นเนกไทเส้นสวย ถึงกับชมไม่หยุดปาก เธอขออนุญาตผูกเนกไทให้ ระหว่างนั้น ธิปไตยคอยหยอดคำหวานตลอดจนปัทมาศอายแทบจะม้วนเป็นเลขแปด ทันทีที่ผูกเสร็จ ศิโรจน์โทร.เข้ามือถือของเขาพอดี ธิปไตยอ้างว่าเพื่อนโทร.มา ขอตัวไปรับสาย พอเขาลับสายตา รัญชิตาเดินมาจากอีกทางหนึ่ง

“อ้าวยัยดาว มาอยู่นี่เอง แฟนเธออยู่ไหนล่ะ อยากเห็นว่าชายในฝันของเธอจะหล่อสู้ว่าที่คนของฉันได้หรือเปล่า” รัญชิตาพูดยังไม่ทันขาดคำ ปริตาไลน์มาบอกปัทมาศว่าแม่ของเธอมาถึงแล้วอยากถ่ายรูปด้วย ให้ไปเจอกันที่ซุ้มหน้าคณะ รัญชิตาเตือนปัทมาศ อย่าลืมไลน์ไปบอกแฟนของเธอให้ไปเจอกันที่นั่น

สองสาวไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังส่งไลน์ไปหาผู้ชายคนเดียวกัน...

ลัดดาวัลย์น้าของปริตามาร่วมถ่ายรูปกับหลานสาวด้วย โดยส่วนใหญ่เธอจะรับหน้าที่เป็นตากล้องให้สามคนแม่ลูกได้เก็บภาพน่ายินดีร่วมกัน ปริตาถือโอกาสนี้ก้มลงกราบแทบเท้าแม่ สัญญาจะเป็นลูกที่ดีและเป็นคนดีของสังคมอย่างที่แม่คอยสั่งคอยสอนมาตลอด

“หลังจากนี้อ้อมจะกลับไปหางานทำที่บ้านเรา เก็บเงินซื้อที่ดินที่เราเช่าเขาอยู่ แล้วอ้อมจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่ อ้อมจะดูแลแม่ให้มีความสุขที่สุด” ปริตาพูดจบก้มกราบแม่อีกครั้ง

ปัทมาศและรัญชิตาหยุดมองภาพนั้นอย่างซาบซึ้งใจ วารีไม่มีอะไรให้ในวันที่ลูกสำเร็จการศึกษานอกจากพวงมาลัยดอกมะลิที่ร้อยด้วยมือตัวเอง อวยพรให้ลูกประสบความสำเร็จ เธอยังไม่ทันจะมอบพวงมาลัยให้ลูก ก็ทรุดลงกองกับพื้นเสียก่อน ปริเทพกับปริตาตกใจช่วยกันประคองแม่ไว้ หมวกที่ท่านสวมอยู่ร่วงลงพื้น วิกผมหลุดติดมาด้วยเผยให้เห็นศีรษะล้าน รัญชิตาวิ่งนำปัทมาศเข้าไปหาเพื่อนรัก

“อ้อม รีบพาแม่เธอไปรถฉัน...ฉันจะขับไปส่งโรงพยาบาล”

สามสาวมัวแต่เป็นห่วงวารี จึงไม่ทันเห็นธิปไตยที่เพิ่งมาถึงจุดนัดหมาย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:24 น.