ข่าว

วิดีโอ



กุหลาบเล่นไฟ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า – โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ลายน้ำ

กำกับการแสดงโดย: ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ทิสานาฏ ศรศึก

อัลบั้ม: วี วีรภาพ คั่ว 3 นางเอก 'นาว-โบว์-เซฟ' เพื่อนรักหักสวาทใน “กุหลาบเล่นไฟ”

ด้วยความที่อยากให้แม่ลูกได้ปรับความเข้าใจกัน ปริตาตัดสินใจมาพบเสาวลักษณ์ แม้จะรู้ดีว่าท่านไม่ชอบขี้หน้า แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร เสาวลักษณ์ตะโกนเรียกน้อยให้ตามคนมาลากเธอออกไป

“อ้อมกราบล่ะค่ะ อ้อมไม่คิดมากวนใจคุณหญิง อ้อมมาเป็นกำลังใจให้คุณหญิง คุณตรัยเองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อคุณหญิงนะคะ ตอนนี้คุณตรัยถอนตัวจากบริษัทโฆษณา เข้ามาดูแลงานในบริษัทของคุณหญิงค่ะ อีกไม่นานสถานการณ์ของบริษัทก็จะดีขึ้น ขอให้คุณหญิงอดทนแล้วก็ให้กำลังใจคุณตรัยด้วยนะคะ อ้อมรู้ว่าคุณหญิงกับคุณตรัยมีเรื่องค้างคาใจกัน ถ้าพวกคุณได้ปรับความเข้าใจกัน ทั้งตัวคุณหญิงและคุณตรัยเองก็จะมีความสุข” แม้คำพูดของปริตาจะทำให้เสาวลักษณ์คิดคล้อยตาม แต่ยังคงวางฟอร์มไม่สนใจ

“เธอพูดจบหรือยัง ออกไปได้แล้ว ฉันต้องการพักผ่อน”

“หากสิ่งใดที่อ้อมเคยล่วงเกินคุณหญิง ขอให้คุณหญิงอโหสิกรรมให้อ้อมด้วยนะคะ อ้อมเชื่อค่ะ ดาวเองก็พร้อมอโหสิกรรมให้คุณหญิงค่ะ” ปริตาว่าแล้วลุกออกไป เสาวลักษณ์อดคิดถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองบังคับให้ปัทมาศลุกขึ้นจากรถเข็นคราวนั้นไม่ได้ แล้วมองขาตัวเองที่ไม่มีแรงขยับเขยื้อน ยอมรับในชะตากรรมว่านี่คงเป็นเพราะบาปที่เคยทำไว้กับปัทมาศ ถึงกับน้ำตาไหลพราก ขอให้เธอยกโทษให้...

ธิปไตยเจอปริตาที่เพิ่งลงมาจากบนบ้าน ร้องทักว่ามาเยี่ยมแม่ของเขาหรือ เธอขอโทษเขาด้วยที่มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา แต่เธอจำเป็นต้องบอกท่านในสิ่งที่เขาทำ เพราะอยากให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน เขาไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรเพราะท่านคงไม่มีวันเข้าใจ ปริตาแนะให้เขาเลิกคิดถึงเรื่องในอดีตที่รบกวนจิตใจ หากอยากจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ แล้วขอตัวกลับก่อน ธิปไตยคว้าตัวเธอมากอด

“อ้อม ฉันเหนื่อยเหลือเกิน”

ปริตาสงสารเขาจับใจ กอดตอบปลอบใจว่าทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี แล้วดันตัวเขาออก บอกว่าหากทำเรื่องเบิกเช็คได้จะรีบเอาเงินมาซื้อบ้านคืน ธิปไตยไม่อยากได้เงินของเธอ

“คุณจำเป็นต้องใช้เงินค่ะ ฉันลาก่อนนะคะ” ปริตาพูดจบ ผละจากไป ธิปไตยมองตามเศร้าใจ หากต้องขายบ้านคืนให้เธอ ก็เท่ากับโอกาสที่จะได้เจอหน้าเธอก็จะลดน้อยลงด้วย...

ทันทีที่สมภพเห็นหน้ารัญชิตา อดประชดประชันไม่ได้ว่าคงมีเรื่องสำคัญมากถึงได้ยอมมาหา เธออยากให้เขาจัดการพอลลี่ที่ยังตามมารังควานครอบครัวของเธอไม่เลิก

“เรามีศัตรูคนเดียวกัน ช่วยทำให้มันอับอายไม่กล้าสู้หน้าใครอีก”

สมภพเองก็ต้องการแก้แค้นพอลลี่เช่นกัน จึงใช้โอกาสตอนที่เธอมารับเงินค่าตัวที่คอนโดฯที่พักของเขา สั่งให้สมุนสองคนรุมโทรม แล้วถ่ายคลิปเอาไว้แบล็กเมล์โดยไม่สนใจเสียงร้องขอความเมตตาจากเธอ

ooooooo

คืนวันถัดมา สมภพนัดรัญชิตาให้มาดูคลิปเด็ดของพอลลี่ที่จะเอาโพสต์ในเน็ต เธอพอใจมาก สั่งให้จัดการปริตาเป็นรายต่อไป สมภพอ้างว่าเล่นงานปริตาเสี่ยงกว่า ดังนั้นควรจะมีค่าตอบแทนบ้าง แล้วเข้ามาลูบไล้เนื้อตัวรัญชิตาด้วยสีหน้าหื่นกระหาย เธอจับมือเขาออก ไว้เสร็จงานก่อนค่อยว่ากัน

“อ้อมคงไม่ไว้ใจออกมาพบผมอีก”

“เรื่องนั้นปล่อยเป็นหน้าที่ของฉันเอง” รัญชิตายิ้มเหี้ยม...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปริเทพเห็นปริตากำลังทำ

ความสะอาดบริเวณที่วางอัฐิของพ่อกับแม่ เข้ามาถามว่าเอาเงินค่าบ้านจ่ายให้ธิปไตยหรือยัง เธอจะนัดให้เขาไปรับเงินในวันพรุ่งนี้ ปริเทพยิ้มพอใจที่จะได้บ้านคืนและคิดว่าวิญญาณของพ่อกับแม่ก็คงมีความสุขและภูมิใจในตัวปริตาเช่นกัน

“พี่เทพหายโกรธพ่อแล้วหรือ”

ปริเทพอโหสิกรรมให้ท่านนานแล้ว และหวังว่ารัญชิตาและธิปไตยจะให้อภัยในสิ่งที่เขาทำกับพวกนั้น เขาไม่อยากเอาอดีตมาทำร้ายตัวเองอีก ปริตาดีใจที่พี่ชายเปลี่ยนความคิด เสร็จเรื่องโอนบ้านพรุ่งนี้ เธอจะกลับไปอยู่ที่สังขละบุรีเลย เขาเห็นดีด้วย เพราะเธอทำเพื่อคนอื่นมามากแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะทำเพื่อตัวเองบ้าง

“ว่าแต่คุณตรัยล่ะ พี่รู้นะ คุณตรัยเขารักอ้อม รักมานานแล้วด้วย อ้อมเองก็มีใจให้เขา”

“ถึงแม้ว่าเรารักกัน แต่ความรู้สึกผิดที่เรามีส่วนร่วมกับมัน ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ มันก็ทำให้อ้อมยังไม่พร้อมจะคิดเรื่องนั้นอีก” พูดยังไม่ทันจะขาดคำ รัญชิตาโทร.เข้ามือถือปริตา นัดให้ไปเจอกันพรุ่งนี้ อ้างมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย นัดเวลาและสถานที่เสร็จสรรพก็รีบวางสาย ปริเทพรู้เรื่องที่รัญชิตาโทร.มานัดก็ทักท้วง

“ทำไมไม่มาหาที่นี่ล่ะ พี่ไม่ไว้ใจเลย อ้อมไม่ต้องไปนะ”...

ในระหว่างที่ปริตายังคิดไม่ตก จะไปตามนัดของรัญชิตาดีหรือไม่ พลศิษฎ์ได้ยินที่น้องสาวตัวเองนัดเจอปริตาวันพรุ่งนี้ จัดแจงจะตามไปด้วย แม้เธอจะกันท่าว่านัดครั้งนี้เพื่อคุยเรื่องส่วนตัว เขายังตื๊อจะไปให้ได้ เธอยอมให้ไปด้วยเพื่อตัดรำคาญ แถมยังแต่งเรื่องว่าคราวนี้จะช่วยพูดให้ปริตาใจอ่อนยอมรับรักเขา พลศิษฎ์หลงเชื่อคำโป้ปด ดึงเธอมากอด ขอบอกขอบใจยกใหญ่ที่เธอเห็นแก่ความสุขของเขา...

ทางด้านพอลลี่บอบช้ำทั้งกายและใจที่โดนสมภพพาสมุนมารุมโทรม จำต้องใช้เหล้าดับความทุกข์ อุตส่าห์นั่งหลบมุมสวมแว่นดำอำพรางใบหน้า แต่ดันมีกลุ่มชายนักเที่ยวเห็นคลิปฉาวของเธอทางเน็ตแล้วจำได้ เข้ามาพูดจาแทะโลม เธอทั้งโกรธทั้งอาย ผลักพวกนั้นพ้นทาง แล้วรีบเดินหนี เหลือบไปที่มุมหนึ่งของร้านเห็นสมภพกับสมุนที่รุมโทรมตนเองนั่งดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข แค้นหนัก คิดหาทางเอาคืนให้สาสม

ooooooo

ธิปไตยเตรียมโฉนดบ้านที่สังขละบุรีเพื่อไปพบปริตาตามนัด ตอนที่น้อยมาแจ้งว่าเสาวลักษณ์เรียกให้ไปพบ ทันทีที่เจอหน้าลูกชาย เธอขอบใจสำหรับสิ่งที่เขาทำเพื่อเธอ ธิปไตยถึงกับอึ้งไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากแม่

“มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำมานานแล้วครับ แต่ผมละเลยมันไป ชีวิตผมมีแม่อยู่คนเดียวเท่านั้น”

“แล้วลูกให้อภัยแม่ได้หรือยัง แม่ต้องใจดำส่งลูกไปเมืองนอกตั้งแต่เล็กเพราะครอบครัวเราขาดเสาหลัก แม่หวังให้ลูกมาดูแลกิจการแทนคุณพ่อ ลูกเป็นความหวังเดียวของแม่ แล้วผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตแม่ พวกเขาเป็นเพียงผู้ร่วมทำธุรกิจ”

“คุณแม่คงไม่ได้รวมถึงบอล...ช่างมันเถอะครับ ผมเองก็ผิด ผมขอชดเชยสิ่งที่ทำพลาดไป ผมจะทำให้คุณแม่พบแต่ความสุขครับ” ธิปไตยพูดจบก็เดินออกจากห้อง เสาวลักษณ์จะเรียกไว้แต่ไม่ทัน...

ที่บ้านลัดดาวัลย์ ปริตาโทร.หาธิปไตย แต่ไม่มีใครรับสายเนื่องจากเขาวางมือถือไว้ในห้องทำงาน ขณะเธอจะโทร.หาเขาอีกครั้ง รัญชิตาโผล่เข้ามาเสียก่อนอ้างใจร้อนต้องการปรับความเข้าใจด้วย ปริตายังไม่ว่างจะคุย มีธุระต้องไปทำ แต่ถ้าเธอเร่งรีบนักก็ให้คุยที่นี่ได้เลย

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเรา ไปกับฉันนะ” รัญชิตาว่าแล้ว คว้ามือปริตาออกไป...

ขณะที่ปริตายอมไปกับรัญชิตาโดยไม่ล่วงรู้เลยว่านี่เป็นแผนลวง พลศิษฎ์ถือกล่องใส่แหวนเตรียมจะเอาไปให้ปริตา ลงมารอรัญชิตาที่ห้องรับแขกตามนัด แต่กลับพบว่าเธอออกไปข้างนอกแต่เช้าแล้ว เขาอดแปลกใจไม่ได้ที่น้องชิงออกจากบ้านไปก่อนทั้งๆที่นัดแนะกันไว้ดิบดี รีบคว้ามือถือโทร.หา

รัญชิตาเหลือบดูมือถือตัวเอง เห็นเบอร์โทร.พี่ชายโชว์หน้าจอ รีบกดปิดเครื่องแล้วขับรถต่อ ปริตาอดถามไม่ได้ว่าจะพาไปไหน

“ที่ของพวกเรา” รัญชิตาแอบยิ้มพอใจที่แผนการขั้นแรกสำเร็จด้วยดี...

ไม่นานนัก พลศิษฎ์มาหาปริตาที่บ้านลัดดาวัลย์ แต่เธอไม่อยู่ ถามปริเทพว่าเธอไปไหน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อวานรัญชิตาโทร.มานัด แต่เขาห้ามไม่ให้ปริตาไปหาเพราะไม่อยากให้มีปัญหากันอีก

“น้องมิ้นท์ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ผมคิดว่าจะมาหาอ้อมซะอีก”

“ผมจะโทร.หาอ้อม” ปริเทพพูดจบ โทร.หาน้องสาวทันที แต่ไม่มีใครรับสาย

ธิปไตยซึ่งยังอยู่ที่บ้าน หยิบมือถือตัวเองขึ้นมาดู เห็นเบอร์มิสคอลเป็นของปริตา รีบโทร.กลับ ไม่มีใครรับสายเช่นกัน ปริตาไม่ได้เอามือถือติดตัวไปด้วย ทิ้งอยู่ในกระเป๋าถือตัวเองซึ่งวางไว้ในรถของรัญชิตา

ooooooo

บนดาดฟ้าของตึกร้าง รัญชิตาบ่นกับปริตาสีหน้าเศร้าสร้อยว่าเห็นที่นี่แล้วอดคิดถึงปัทมาศไม่ได้ พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของรัญชิตา ตอนนั้นเธอ ปริตาและปัทมาศชอบมาเล่นสนุกกัน

ที่นี่ สมัยที่ทั้งสามคนยังเป็นเพื่อนซี้กัน รัญชิตามองไปที่มุมหนึ่งของดาดฟ้า เห็นปัทมาศยืนยิ้มให้ ถึงกับปล่อยโฮ

“ฉันอยากบอกแกนะ ฉันขอโทษ ฉันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นความผิด ความเห็นแก่ตัวของฉัน ที่ฉันทำร้ายแก แล้วฉันก็ทำร้ายอ้อม...ดาว แกยกโทษให้ฉันนะ” รัญชิตาพุ่งไปที่ขอบตึกผ่านร่างปัทมาศที่

ตัวเองจินตนาการขึ้นมา ปริตาตกใจร้องห้ามเสียงหลง ก่อนจะวิ่งเข้าไปคว้าตัวไว้ รัญชิตาดิ้นหนีจะขอตายตามปัทมาศเพื่อชดใช้ความผิด ปริตาขอร้องอย่าทำอย่างนั้น ตนพร้อมจะให้อภัย หากเธอแค่พูดคำว่าขอโทษ

“ต่อให้แกทะเลาะกับฉันร้อยครั้ง ทำผิดร้อยหน ฉันก็อภัยให้ได้เพราะเรารู้ว่าเรารักกัน เราเป็นเพื่อนกัน”

“เพื่อนรักของฉัน...ฉันดีใจที่แกรักฉัน...ฉันรักแกนะ” รัญชิตาสวมกอดปริตาไว้แน่น

พลันมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง “ฉันก็รักเธอนะอ้อม”

คนถูกเอ่ยชื่อหันมองตามเสียง ตกใจเมื่อเห็นสมภพกับสมุนสองคนเดินเข้ามาหา กว่าเธอจะตระหนักว่า

นี่เป็นแผนลวงของรัญชิตาก็สายเกินไป สมภพกับสมุนเข้ามาช่วยกันจับตัวลากออกไป ปริตาพยายาม

ดิ้นหนี และร้องขอให้รัญชิตาช่วย ฝ่ายนั้นกลับยืนมองด้วยความสะใจ...

ขณะที่ปริตาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ธิปไตยซึ่งพยายามโทร.ติดต่อปริตาหลายครั้งแต่คว้าน้ำเหลว ตัดสินใจมาหาเธอที่บ้านลัดดาวัลย์ พบว่าปริเทพเองก็ติดต่อเธอไม่ได้เช่นกัน ส่วนรัญชิตาก็ปิดมือถือ มีแต่เสียงให้ฝากข้อความ ปริเทพสังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดี ถามพลศิษฎ์รู้ไหมว่ารัญชิตานัดปริตาไปไหน

“หรือเรื่องนี้จะเกี่ยวกับคุณสมภพด้วย เมื่อคืนนี้ผมได้ยินมิ้นท์คุยเรื่องไปโรงแรมกับคุณสมภพ ผมถึงไม่ไว้ใจ ขอตามมิ้นท์มาหาอ้อมด้วย แต่มิ้นท์ชิงออกมาก่อน”

“คุณมาร์ทรู้จักโรงแรมไหมครับ”

พลศิษฎ์รู้จักดี อาสาจะพาไป จากนั้นสามหนุ่มรีบพากันไปยังโรงแรมแห่งนั้นทันที...

ที่โรงแรมซึ่งสมภพกับสมุนจับตัวปริตาไป มีลักษณะเป็นรีสอร์ตแยกเป็นหลังๆตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯไม่มากนัก สมภพสั่งให้สมุนทั้งสองคนเฝ้าด้านหน้าไว้ อย่าให้ใครเข้าไปกวนใจตนเองเด็ดขาด แล้วลากปริตาซึ่งถูกมัดมือมัดปากไปยังบ้านพัก รัญชิตาเดินตามมาด้านหลัง ยิ้มพอใจที่แผนการทำลายปริตาใกล้สำเร็จ

เมื่อสมภพพาปริตาเข้าไปในบ้านพัก แก้ผ้ามัดมือมัดปากเธอออก เธอพยายามจะหนีออกจากห้องแต่เขาขวางไว้ ปริตาขู่ ถ้าไม่ปล่อยเธอไป จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

“เธอคิดว่าฉันโง่ยอมให้เธอเอาหลักฐานเล่นงานฉันได้หรือ เธอไม่มีพยาน เพราะว่าคุณมิ้นท์เขาพร้อมเป็นพยานให้ฉัน...ฉันก็จะให้การว่าฉันอยู่กินอาหารกับคุณมิ้นท์ ไม่ได้กินกับเธอ เพื่อนที่เธอรัก เขาอยู่ฝั่งเดียวกับฉัน แล้วใครจะเชื่อเธอ” สมภพพูดจบ ตรงเข้าปลุกปล้ำ เธอดิ้นสุดฤทธิ์ไม่ยอมให้ถูกลวนลาม

ที่ด้านหน้ารีสอร์ต ธิปไตยกับพวกถูกสมุนของสมภพขวางไว้ไม่ให้เข้า ปริเทพและพลศิษฎ์ต่อสู้กับพวกคนร้าย เปิดทางให้ธิปไตยเข้าไปตามหาปริตาที่อยู่ด้านใน แต่ไปผิดห้อง จังหวะนั้นรัญชิตาโทร.เข้ามือถือของเขา เล่นละครตบตาว่าตัวเองถูกสมภพหลอกมาทำร้าย ให้เขามาช่วยเธอด้วย

“อ้อมอยู่ไหน”

“อ้อมอยู่กับมิ้นท์ คุณรีบมาช่วยอ้อมด้วย” รัญชิตาทำเสียงตื่นตระหนก ก่อนจะบอกเบอร์ห้องพักที่ตัวเองอยู่เพื่อหลอกล่อให้เขาเสียเวลา...

ทางฝ่ายสมภพถอดเสื้อตัวเองออกเตรียมจะขืนใจปริตา แต่เธอกัดแขนเขาจมเขี้ยวไม่ยอมง่ายๆ ด้วยความโมโหเขาตบเธอสุดแรง แล้วต่อยท้องซ้ำจนทรุด หมดทางขัดขืน

“กว่าฉันจะได้ตัวเธอมามันยากเย็นเหลือเกิน แต่มันก็คุ้ม” สมภพเหวี่ยงปริตาลงบนเตียงแล้วโน้มตัวตาม

ooooooo

ธิปไตยมาถึงห้องที่รัญชิตาอยู่ พบว่าตัวเองถูกหลอก ปริตาไม่อยู่ที่นั่นด้วย หันหลังจะกลับ เธอโอบเอวเขาไว้ พร่ำบอกว่ารักเขามากมายแค่ไหน ธิปไตยพยายามดันตัวเธอออก

“คุณไม่ได้รักผม คุณรักตัวเอง คุณทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง คุณมันเห็นแก่ตัว” ธิปไตยตบรัญชิตาแล้วขยับจะไป เธอตะโกนไล่หลังว่าสายไปแล้ว ถึงเขาจะเจอตัวปริตาก็คงเป็นของเหลือจากสมภพ

“ผมคิดถูกแล้วที่ไม่เลือกคุณ คุณทำร้ายได้แม้กระทั่งคนที่ไว้ใจคุณ...คุณควรจะอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ไม่มีใครอยากคบกับคุณ” ธิปไตยยังไม่ทันจะออกจากห้อง รัญชิตาชักปืนขู่ ถ้าขยับแม้แต่ก้าวเดียวจะยิงเขาทิ้ง...

ก่อนปริตาจะเสียทีให้สมภพ พอลลี่เข้ามาช่วยไว้ทัน ยิงปืนใส่เขาถึงกับทรุด ปริตาพยายามขอร้องเธออย่าฆ่าเขา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจจัดการ แต่พอลลี่ยืนยันจะส่งผู้ชายชั่วคนนี้ลงนรกให้ได้ แล้วไล่ตะเพิด ปริตาไปให้พ้น เธอตัดสินใจคว้ากุญแจรถของสมภพวิ่งออกจากห้อง สมภพเห็นพอลลี่มัวแต่มองปริตา พุ่งเข้าแย่งปืน แต่เธอไวกว่ายิงสวนเข้าเต็มท้องล้มลงจมกองเลือด...

เสียงปืนทำให้ธิปไตยเป็นห่วงความปลอดภัยของปริตา พยายามเร่งหาทางให้รัญชิตาปล่อยตนเองไป กลับทำให้เธอคลั่ง ขู่ถ้าเธอไม่ได้เขาก็ต้องไม่มีใครได้เช่นกัน ธิปไตยเชิญให้ยิงได้เลยถ้ามันทำให้เธอมีความสุข

“ฉันให้โอกาสคุณเปลี่ยนใจ แค่คุณบอกว่ารักฉัน”

ธิปไตยยืนกรานคำเดิมว่าไม่ได้รักเธอ รัญชิตาเสียใจ หลับตาจะเหนี่ยวไก เขาโดดคว้าปืนไว้ได้ แล้วตบเธอล้มคว่ำ ก่อนจะวิ่งไปตามหาปริตา โดยไม่สนใจไยดีรัญชิตาอีก...

ฝ่ายปริเทพได้ยินเสียงปืนก็ใจคอไม่ดี จัดการสมุนของสมภพล้มฟุบแล้ววิ่งตามเสียงปืน พลศิษฎ์อัดสมุนอีกคนสลบเหมือด ก่อนจะวิ่งออกไป อึดใจ ทั้งธิปไตยและปริเทพมาถึงห้องเกิดเหตุ เห็นพอลลี่ยืนถือปืนคร่อมร่างสมภพที่นอนแน่นิ่ง แต่ไม่เห็นปริตาอยู่ด้วยก็ถามหา ได้ความว่าหนีไปอย่างปลอดภัยแล้ว สองหนุ่มรีบออกตาม หา ขณะที่พอลลี่หยิบมือถือขึ้นมาโทร.แจ้งตำรวจว่ายิงคนตาย

อีกมุมหนึ่งแถวลานจอดรถ ปริตากำลังจะวิ่งไปขึ้นรถของสมภพ แต่ถูกรัญชิตากระชากตัวมาตบหน้าหัน โวยวายจะฆ่าเธอให้ได้ เพราะใครๆก็พากันรักเธอขนาดธิปไตยถูกปืนจ่อยังยืนยันจะรักเธอต่อไป แล้วตบตีศัตรูหัวใจอุตลุด ปริตาตอบโต้ให้บ้าง ก่อนจะผลักรัญชิตาล้มลง

“เธอมันใจร้าย ฉันเสียดายความรู้สึกดีๆที่ฉันมีให้เธอ เธอไม่เคยรักฉัน ไม่เห็นในความจริงใจของฉันเลย” ปริตาพูดจบ ขึ้นรถของสมภพขับออกไปอย่างรวดเร็ว รัญชิตาไม่ยอมรามือ รีบวิ่งไปที่รถตัวเองเพื่อจะไล่ตาม เจอพลศิษฎ์เข้ามาถามว่าปริตาอยู่ที่ไหน

“คุณสมภพจะทำร้ายอ้อม อ้อมตกใจขับรถหนีไปแล้ว มิ้นท์จะตามไปช่วยอ้อมค่ะ” รัญชิตาพูดจบเข้าไปในรถดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด พลศิษฎ์วิ่งไปขึ้นด้านข้างคนขับ ยังไม่ทันจะคาดเข็มขัดนิรภัย เธอออกรถเสียก่อน เขารีบโทร.แจ้งธิปไตยว่าตอนนี้เขากับรัญชิตากำลัง

ขับรถตามปริตา ให้ธิปไตยรีบตามมา รัญชิตาไม่พอใจมากกระชากมือถือของพี่ชายโยนทิ้งออกนอกรถ แล้วขับแข่งพายุเพื่อไล่ตามรถของปริตา

ooooooo

รัญชิตาไล่ตามรถของปริตาจนทัน แล้วพุ่งชนท้ายอย่างจังจนเสียหลักเกือบตกข้างทาง แต่เธอควบคุมไว้ได้ รัญชิตาเร่งเครื่องจะชนอีก พลศิษฎ์ร้องห้ามเสียงหลง ไหนว่าจะตามมาช่วยแล้วทำไมทำแบบนี้

“มิ้นท์เกลียดมัน มิ้นท์จะฆ่ามัน” รัญชิตาชนท้ายรถของปริตาอีกครั้ง

รถแฉลบชนต้นไม้ข้างทาง แน่นิ่งทั้งคนทั้งรถ รัญชิตาจอดรถมองสะใจ แล้วถอยหลังออกมาเพื่อตั้งหลัก แล้วเร่งเครื่องเข้ามาหารถที่ปริตาขับหวังจะอัดก๊อบปี้ พลศิษฎ์เห็นท่าไม่ดี กระชากพวงมาลัยหักหลบ รถเสียหลักพลิกคว่ำ เขาไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ตัวกระเด็นออกนอกรถกระแทกพื้น นอนนิ่งไม่ไหวติง ส่วนรัญชิตาฟุบคาพวงมาลัย อึดใจเธอค่อยๆรู้สึกตัว ไม่เห็นร่างพี่ชายที่เบาะข้างๆก็ตกใจ รีบลงจากรถ พบเขานอนนิ่งอยู่ที่พื้นรีบวิ่งไปประคอง พร่ำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก พลศิษฎ์ค่อยๆลืมตามอง

“มิ้นท์หยุดเถอะ...อย่าทำร้ายใครอีกเลย อย่าทำร้ายคนที่พี่รัก มิ้นท์บอกพี่ว่า...มิ้นท์จะยอมให้พี่รักอ้อมได้...มิ้นท์อย่าผิดคำพูดกับพี่นะ” พลศิษฎ์เริ่มหายใจติดขัด กัดฟันหยิบกล่องแหวนเพชรในกระเป๋าส่งให้รัญชิตา ฝากให้ปริตาแทนเขาด้วย เธอไม่เข้าใจ ทำไมเขาต้องช่วยปริตาทั้งๆที่ฝ่ายนั้นไม่ได้รักเขาสักนิด

“เพราะพี่รักอ้อม...พี่ขอแค่เห็นคนที่พี่รัก...มีความสุข...พี่ก็มีความสุข...”

“มิ้นท์จะไม่ขัดขวางพี่มาร์ทแล้ว แหวนเป็นของพี่ พี่มอบให้อ้อมเองสิ” รัญชิตาเอากล่องแหวนยัดใส่มือพี่ชาย แต่เขาสิ้นใจไปเสียก่อน เธอถึงกับปล่อยโฮ กอดร่างไร้วิญญาณของเขาไว้แน่น เสียงร้องขอความช่วยเหลือของปริตาที่ติดอยู่ในรถ ปลุกรัญชิตาให้ได้สติ มองไปยังรถคันนั้นเห็นน้ำมันไหลนองพื้น นึกถึงคำขอร้องของพี่ชาย ตัดสินใจไปช่วยดึงประตูรถที่ติดให้เปิดออก ปริตาพยายามปลดเข็มขัดนิรภัยแต่ไม่สำเร็จ

รัญชิตาช่วยดึงก็ไม่ออกเช่นกัน วิ่งกลับไปที่รถตัวเอง ปริตามองตามใจเสียคิดว่าถูกทิ้งให้ตาย สักพัก รัญชิตากลับมาพร้อมกับมีด ช่วยตัดสายเข็มขัดนิรภัย ปริตาเห็นน้ำมันไหลนองมากขึ้นก็เป็นห่วงเพื่อน

“เธอรีบออกไป รถกำลังจะระเบิด”

รัญชิตาเฉือนสายเข็มขัดต่อไปไม่สนใจ ธิปไตยกับปริเทพมาถึงที่เกิดเหตุเห็นประกายไฟกำลังจะลามไปติดน้ำมัน ตะโกนบอกให้สองสาวรีบออกมา รัญชิตารวบรวมกำลังที่เหลือตัดสายเข็มขัดนิรภัยจนสำเร็จ ประคองปริตาออกจากรถ พอพ้นระยะ รถระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งสองสาวพุ่งหลบนอนราบกับพื้น

ธิปไตยเข้าไปอุ้มปริตาขณะที่ปริเทพประคองรัญชิตาออกห่างจากรถที่ไฟไหม้ ปริตามองเพื่อนรักตื้นตันใจน้ำตาไหลที่เธอเสี่ยงชีวิตมาช่วย รัญชิตาเห็นศพพี่ชายที่ต้องมาตายเพราะการกระทำของตนเองก็ร้องไห้ไม่หยุด ปริตาสงสารเพื่อนจับใจ เอื้อมมือไปจับมือเธอไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้ รัญชิตาโผกอดปริตาร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ

ooooooo

การตายของพลศิษฎ์ทำให้ตระกูลเรืองนิเวศน์กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง ชาลินียอมยกโทษและให้อภัยพิชัยตามที่ลูกชายผู้จากไปเคยร้องขอไว้ ส่วนรัญชิตาเองก็สำนึกผิดที่ทำให้พี่ชายต้องมาตาย คิดจะปรับปรุงตัว

หลังจากงานเผาศพพลศิษฎ์ รัญชิตามอบกล่องแหวนที่พี่ชายฝากไว้ให้กับปริตาตามคำร้องขอครั้งสุดท้ายของเขา ภายในกล่องมีแหวนเพชรหนึ่งวงพร้อมจดหมายมีข้อความว่า “พี่ตั้งใจจะมอบแหวนวงนี้เป็นของขวัญงานแต่งให้อ้อมกับคนที่อ้อมรัก แต่พี่คงไม่อยู่ พี่จะไปเรียนต่อ อาจไม่กลับเมืองไทยอีก”

ปริตาพึมพำขอบคุณพลศิษฎ์ฝากไปกับสายลมสำหรับของขวัญและสิ่งดีๆที่เขามีให้เธอเสมอมา...

ในเวลาต่อมา ธิปไตยแวะเอาโฉนดบ้านที่สังขละบุรีมาให้ปริตาที่บ้านลัดดาวัลย์ และจะให้โดยไม่รับเงินอีกด้วย ทีแรกปริตาทำท่าจะไม่ยอม เขาต้องอ้อนวอนขอร้องไม่ให้เธอปฏิเสธความหวังดีของเขา ให้โอกาสเขาได้ทำความดีชดเชยความผิดที่เคยทำร้ายจิตใจเธอ และที่สำคัญเขาไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินๆทองๆอีกแล้ว เพราะคอนโดฯขายได้เกือบหมด ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี ปริตาทักท้วงว่าเงินที่เขายกให้มันมากเกินไป

“มันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ สำหรับตอบแทนสิ่งที่เธอทำให้ฉัน เธอสอนให้ฉันรู้จักความรัก รู้จักเสียสละความสุขเพื่อคนที่รัก ฉันไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า บ้านฉันจะกลับมามีความสุขไหม แต่อย่างน้อย ฉันก็ได้ปลดปล่อยความทุกข์ในใจและได้ทำเพื่อคนที่ฉันรัก...นี่เป็นบ้านของเธอ ให้โอกาสฉันได้มอบความสุขคืนให้เธอบ้าง” ธิปไตยยื่นโฉนดบ้านให้ ปริตาตัดสินใจรับมันไว้ เขาจะเข้ามาจับมือ แต่เธอถอยห่าง

“ขอบคุณมากนะคะ ฉันจะจดจำว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มความสุขให้กับบ้านของฉัน...ฉันขอตัวก่อนนะคะ ถ้ามีโอกาส เราคงได้พบกันอีก” ปริตาหันหลังเข้าบ้าน ธิปไตยเศร้าใจที่เธอยังไม่เปิดใจรับเขา...

ปริตาเอาโฉนดบ้านที่สังขละบุรีไปอวดลัดดาวัลย์ซึ่งดึงเธอมากอดแสดงความยินดีด้วย เธอนั่งลงกับพื้นก้มกราบน้าสาวที่เมตตาเธอเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง และกราบขอโทษท่านด้วยที่ไม่สามารถอยู่ดูแลท่านต่อไปได้ เธอจะกลับไปอยู่บ้านที่สังขละบุรี ใจจริงลัดดาวัลย์ไม่อยากให้ปริตาอยู่ไกลหูไกลตา แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของเธอ ท่านก็ไม่ขัด...

รัญชิตาเองก็เลือกทางเดินชีวิตใหม่ ตัดสินใจถอนตัวจากวงการบันเทิงที่ตัวเองรัก ไปทำงานให้บริษัทของครอบครัวแทนตำแหน่งที่พลศิษฎ์เคยทำ สร้างความปลาบปลื้มใจให้พิชัยและชาลินีเป็นอย่างมาก

ooooooo

ธิปไตยอยากเห็นแม่มีความสุข จึงไปตามบอลให้มาคอยปรนนิบัติใกล้ชิด ท่านกลับไม่ต้องการ แถมตัดพ้อต่อว่าว่าอย่าใจร้ายผลักไสท่านให้ไปอยู่กับคนอื่น

“แม่คบกับบอลเพราะแม่เหงา แม่ไม่มีใคร คนที่จะทำให้แม่มีความสุขได้มีเพียงคนเดียวคือลูก”

“ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทิ้งคุณแม่อีกแล้วครับ ผมรักคุณแม่นะครับ”

สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ด้วยความปีติ น้อยเห็นภาพตรงหน้าแล้วพลอยน้ำตาซึมตื้นตันใจไปด้วย...

แม้จะช่วยกอบกู้บริษัทของแม่ไว้ได้ ธิปไตยตัดสินใจไม่กลับไปทำงานที่บริษัทของตัวเอง แต่ยกหน้าที่ผู้บริหารให้ศิโรจน์ทำแทน และจะจัดสรรหุ้นในบริษัทให้ด้วย ส่วนเขาจะดูแลบริษัทของแม่ต่อไป

ศิโรจน์ยกมือไหว้ท่วมหัว “ขอบคุณมากครับบอส... บอสได้ความรักความสุขในครอบครัวคืนแล้ว บอสก็น่าจะไปตามความรักมาคืนใจด้วยนะครับ” คำพูดของศิโรจน์ทำให้ธิปไตยนึกถึงปริตาขึ้นมาทันที...

ขณะที่พอลลี่ต้องถูกจับตัวไปลงโทษทัณฑ์ฐานฆ่าสมภพ ชีวิตดอกแก้วก็ใช่จะราบรื่น เธอเลือกทางเดินเป็นเมียน้อยผู้ชายร่ำรวย แต่สุดท้ายก็ถูกเมียหลวงดักสาดน้ำกรด...

ทางด้านปริตาย้ายไปอยู่สังขละบุรีได้ไม่เท่าไหร่ ก็เหงาใจอย่างบอกไม่ถูก ตัดสินใจกลับกรุงเทพฯทำให้คลาดกับธิปไตยที่ลงทุนไปตามหาหัวใจถึงที่นั่นอย่างเฉียดฉิว...

ลัดดาวัลย์ดีใจที่หลานสาวสุดเลิฟตัดสินใจกลับมาช่วยงานที่ห้องเสื้อ ชาญวุฒิจัดแจงขอให้เธอมาช่วยตนเองด้วยเพราะต้อยติ่งลาออกไปเป็นเลขาฯ ให้ศิโรจน์ ปริตายินดีช่วยงานให้ทั้งคู่

“อ้อมกลับมาดูแลน้าลัดดา พี่ก็อุ่นใจ ไม่งั้นพี่ไม่กล้าไปทำงานไกลๆหรอก บริษัทส่งให้พี่ไปดูงานที่เบลเยียม 2 ปี แล้วให้กลับมารับตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน”

ทั้งปริตา ลัดดาวัลย์ ชาญวุฒิและต้อยติ่ง ต่างเข้าไปสวมกอดแสดงความยินดีกับปริเทพ...

เนื่องจากวันนี้เป็นคล้ายวันเกิดของปัทมาศ ปริตาจึงชวนปริเทพไปที่บ้านปัทมาศ นำพวงมาลัยดอกกุหลาบสีชมพูไปเคารพอัฐิของเธอและแวะเยี่ยมพัชรินทร์ไปในตัว ปริเทพยืนตรงหน้าอัฐิของปัทมาศขอโทษที่ไม่ทำตามคำขอสุดท้ายของเธอ กลับทำให้เพื่อนรักของเธอต้องผิดใจกัน ขอให้วิญญาณของเธอยกโทษให้

“ดาวยกโทษให้เธอเสมอ ดาวรู้ว่าเธอทำไปเพราะรักดาว” พัชรินทร์มองปริเทพด้วยสายตาอ่อนโยน

ปริเทพขอบคุณสำหรับสิ่งที่ท่านเคยสั่งสอน เขาเข้าใจแล้วว่าการทำร้ายกันมีแต่ความสูญเสีย เขาเองก็เกือบเสียน้องสาวที่รัก วันนี้เขาไม่ได้แค่มาเยี่ยมเยียนตามปกติ แต่จะมาลาไปดูงานที่เบลเยียม คงไม่ได้มาดูแลท่านอีกนาน ปริตาอาสาจะดูแลท่านแทนเขาเอง

“ฉันคงเป็นแม่ที่มีความสุขที่สุด มีลูกๆแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนไม่ขาด เมื่อเช้านี้หนูมิ้นท์ก็มาหาดาว ซื้อของมาฝากฉันด้วย” พัชรินทร์ยิ้มปลื้ม ปริตารู้สึกดีที่รัญชิตายังคิดถึงปัทมาศและห่วงใยแม่ของเพื่อน...

ครู่ต่อมาปริตามาถึงดาดฟ้าของตึกร้างที่ประจำของกลุ่ม เจอรัญชิตากำลังนำกลีบกุหลาบสีชมพูจะมาโปรยให้ปัทมาศ ต่างคนต่างยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร รัญชิตาโปรยกลีบกุหลาบแล้วกล่าวคำขอโทษต่อวิญญาณของปัทมาศซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอไม่เคยทำ ปริตาน้ำตาซึมเข้าไปสวมกอดรัญชิตา ร้องไห้ไปด้วยกัน

สองสาวจินตนาการเห็นปัทมาศยืนยิ้มด้วยความดีใจที่เห็นเพื่อนทั้งสองคนกลับมารักกันเหมือนเดิม จังหวะนั้น ธิปไตยเดินเข้ามา รัญชิตาหันไปเห็นก็เข้าไปขอโทษ เขารีบยกมือเป็นเชิงห้าม

“อย่าพูดถึงมันอีกเลย ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เราต่างล้วนแต่มีส่วนในความผิดที่เกิดขึ้น”

“ขอบคุณมากนะคะ” รัญชิตาจับมือกับเขาด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกัน แล้วหันมาทางปริตา “อ้อม ทุกครั้งที่ผ่านมา ฉันจะเป็นคนคอยห้ามแก บังคับแกไม่ให้แกอยู่ใกล้คุณตรัย แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันขอให้แกรับรักเขา คนที่เสียสละ สมควรที่จะได้รับสิ่งที่ดีงาม” รัญชิตาว่าแล้วดึงมือปริตาไปหาธิปไตย

“ฉันทราบจากพี่อ๋องว่าสุขภาพคุณหญิงดีขึ้น ธุรกิจของคุณก็ไปได้ดี ฉันขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ”

“ฉันมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะมีเธอ ฉันขอบใจเธอมากนะอ้อม และฉันอยากให้เธอมาเป็นคู่ชีวิตฉัน อยู่เป็นกำลังใจให้ฉัน” ธิปไตยไม่พูดเปล่าจับมือเธอมากุมไว้ ปริตาค่อยๆดึงมือออก แม้เขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นแล้วว่า เขารักและจริงใจต่อเธอ แต่ตอนนี้เธอยังไม่พร้อม เพราะมีเรื่องต้องทำอีกมากมาย เขาเองก็เช่นกัน

“เมื่อใดที่เราพร้อมและใจเรายังไม่เปลี่ยนไป เราก็จะได้ใช้ชีวิตด้วยกัน วันนี้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการเป็นเพื่อนที่ดี เพื่อนที่จะรักและดูแลกันค่ะ” คราวนี้ปริตาเป็นฝ่ายจับมือธิปไตยไว้ เขายิ้มพอใจที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ตัดสัมพันธ์ จากนั้นปริตาเดินไปหยิบพานใส่กลีบกุหลาบขึ้นมาโปรยเพื่อระลึกถึงปัทมาศ

ooooooo

–อวสาน–


ละครกุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านกุหลาบเล่นไฟ ติดตามกุหลาบเล่นไฟ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ทิสานาฏ ศรศึก 18 พ.ย. 2557 09:16 2014-11-20T02:02:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ