ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”

เมื่อรินดาราไม่อยู่ อายูมิจึงระบายสีภาพเล่นอยู่ในบ้าน เสียงฮิโตชิร้องไห้กระซิกๆตามตัวมีรอยแผลลึก อายูมิเห็นตกใจถามว่าโดนพ่อแม่ตีมาหรือ เขาส่ายหน้าบอกโดนคนเลี้ยงลงโทษ อายูมิสงสารค่อยๆลงจากรถเข็นอย่างยากลำบาก เพื่อมาเป่ารอยแผลให้

“เพี้ยง...ขอให้พลังของเทพเจ้านกกระเรียนช่วยให้ฮิโตชิหายเจ็บเร็วๆด้วยเถิด”

ฮิโตชิซาบซึ้งไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ถามถึงรินดาราดีด้วยไหม อายูมิตอบว่าดีมากและตนรักเธอมาก เขาถามถ้ารินดาราตายจะเสียใจไหม อายูมิรีบบอกว่าเสียใจ ฮิโตชิจึงบอกว่า

“พวกเขาอยากให้พี่รินดาราตาย” อายูมิตกใจมากถามว่าใคร ฮิโตชิไม่ตอบ อายูมิจึงโทร.ไปหาอาคิระ เขากำลังคุยกับไอเรื่องมีกิโมโนเก่าแก่บนหอคอย ไอบอกอย่างน้อยใจว่าตนไม่ใช่หลานรักจึงไม่รู้เรื่องนี้...พอดีอายูมิโทร.มา การสนทนาหยุดลงเพียงแค่นั้น

ระหว่างนั้น ฮิเดโนริข้องใจทำไมรินดาราถึงรอดจากผีร้ายสองตัวที่เธอเล่าให้ฟัง รวมถึงผียูกิที่เพิ่งจะฆ่าเขา หญิงสาวบอกว่าตนมีเครื่องรางคุ้มกัน แล้วหยิบเหรียญเซโมริออกมาให้เขาดู ฮิเดโนริถามเอามาจากไหน เธอกำลังจะตอบก็พอดีอาคิระโทร.เข้ามาขัดจังหวะ เธอมองเขาอย่างอึดอัดใจก่อนจะขอตัวสักครู่ ฮิเดโนริรู้สึกเสียดาย

อาคิระคุยโทรศัพท์กับรินดาราอย่างร้อนใจ ถามเธออยู่ไหน ปลอดภัยไหม รินดาราต้องบอกให้ใจเย็น ตนปลอดภัยดี มีเรื่องอะไร อาคิระเล่าว่าอายูมิไม่มีเบอร์เธอจึงโทร.มาบอกตนว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ตนเป็นห่วงจึงรีบโทร.หา แล้วเขาก็นึกได้ว่าหลานสาวอาจจะอ่านนิทานมากไปจนเกิดจินตนาการ จึงขอโทษที่ทำให้เสียเวลา รินดาราขอบคุณที่เขาเป็นห่วง อาคิระทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนว่า เสร็จธุระให้รีบกลับ อายูมิจะได้สบายใจ หญิงสาวอมยิ้มเดินกลับมา ฮิเดโนริถามมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีค่ะ แต่ฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ออกมานานแล้ว”

“แล้วตกลงว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้จริงๆเหรอครับ”

“เอาไว้ให้ฉันทำงานที่มิยาคาวะเสร็จก่อนนะคะ แล้วฉันจะเป็นเพื่อนกับคุณแน่นอน ขอตัวนะคะ” รินดาราพูดจบเดินออกไป ฮิเดโนริตะโกนไล่หลัง ขอบคุณที่ช่วยตน เธอหันมายิ้มรับ

พอรินดารากลับถึงคฤหาสน์มิยาคาวะ อายูมิโผกอดด้วยความดีใจบอกว่ามีคนบอกตน มีคนอยากให้เธอตาย เขาเคยส่งผีมาฆ่าเธอแต่ไม่สำเร็จ รินดาราสัญญาจะดูแลตัวเองให้ดี แต่อยากรู้ใครเป็นคนบอก อายูมิอึกอักบอกไม่ได้ เขาไม่ให้บอก รินดาราครุ่นคิดสงสัย

เมื่ออาคิระกลับมา รินดาราโผล่ไปขวางหน้าเอาเรื่อง หาว่าเขาสร้างเรื่องเป่าหูอายูมิว่าผีที่ตนเจอวันก่อนเป็นฝีมือพวกโคสึกะ อาคิระงงปฏิเสธว่าไม่เคยเล่าเรื่องโคสึกะให้หลานฟังเพราะหลานบริสุทธิ์เกินกว่าจะฟังเรื่องคนชั่ว รินดาราโต้ถ้าเขาไม่เป็นคนบอกแล้วใครบอกอายูมิ

“ไร้เหตุผล เอาเป็นว่าถ้าเรื่องที่อายูมิพูดทำให้คุณกินไม่ได้นอนไม่หลับ ผมขอให้คุณลืมๆมันไป อย่าพยายามขุดคุ้ยหาว่าเป็นฝีมือใคร เพราะผมไม่ชอบให้ใครเอ่ยคำว่าโคสึกะในบ้านของผม” พูดจบอาคิระเดินไปอย่างโกรธๆ

รินดารามองตาม เชื่อว่าเขากลัวตนสืบจนรู้ว่าเป็น เขา พลันสายตามองเลยไปเห็นหอคอย ทำให้คิดถึงเรื่องที่แป้งร่ำเล่า มีชายลึกลับอยู่บนนั้นมาเป็นร้อยๆปี

คืนนั้น อาคิระได้ยินเสียงอายูมิคุยหัวเราะคิกคักในห้องนอน แต่พอเปิดเข้ามาดูกลับไม่เห็นใคร เขาจึงตะล่อมเล่าให้เธอฟังว่ารินดาราต่อว่าเขา อายูมิตกใจบอกพรุ่งนี้จะบอกรินดาราเองว่าไม่ใช่เขาที่ให้เตือนแต่เป็นเพื่อนตนเอง อาคิระสงสัย เค้นถามจนรู้ว่าเพื่อนอยู่บ้านโคสึกะ

ooooooo

รุ่งเช้า แป้งร่ำกับเกียวมาหารินดาราแต่เช้าเพราะแป้งร่ำไปเจอรูปเก่าที่บ้านพ่อสามี เป็นรูปถ่ายเมื่อ ห้าสิบปีก่อน พ่อสามีเป็นหมอ ถ่ายรูปนี้ตอนเกิดโรค ระบาดในเมืองสึกิ ชาวบ้านล้มตาย แล้วชี้ให้ดูชายคนหนึ่งในภาพว่าหน้าตาเหมือนใคร รินดาราตอบว่าเหมือนท่านชายโฮชิ

“โป๊ะเชะค่ะ ถ้าเราสามคนพูดเหมือนกันว่าเหมือนท่านชาย ก็แสดงว่าไม่พลาดแล้วล่ะค่ะ”

สามสาวมองหน้ากันสยอง แป้งร่ำย้ำแสดงว่าชายลึกลับที่อยู่ในตำนานมีอยู่จริง...หลังจากสองคนกลับไป รินดารานั่งเขียนบันทึกในสมุดเรื่องนี้ ทันใดเสียงโฮชิ

ดังขึ้น “ลายมือสวยดีนะ”

รินดาราสะดุ้ง โฮชิกล่าวว่าตนเขียนภาษาไทยได้ไม่สวยเหมือนเธอ หญิงสาวแปลกใจที่เขาเขียนเป็น เขารับว่าเรียนภาษาไทยด้วยตัวเองจนอ่านออกแต่เขียนได้ไม่สวย แล้วเขาก็ขอเขียนให้เธอดู รินดาราลังเลกลัวเขาเห็นข้อความที่ตัวเองเขียน จึงพลิกหน้าใหม่ให้เขา

โฮชิก้มหน้าเขียนช้าๆ และก็เอ่ยปากบอก มีอะไรอยากถามก็ถามอย่าเก็บไว้เดี๋ยวอกแตกตาย รินดาราจึงเอ่ยถามว่าเขาอยู่ที่นี่มานานหรือยัง

“ถ้าฉันบอกว่าฉันอยู่ที่นี่มาสี่ร้อยปี เธอจะเชื่อฉันรึเปล่า”

“ฉันก็อยากเชื่อค่ะ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ท่านชายจะต้องโกหก แต่ฉันนึกไม่ออกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะมีอายุยืนยาวถึงสี่ร้อยปีได้ยังไง”

“นั่นสินะ มนุษย์ธรรมดาจะมีอายุยืนยาวขนาดนั้นได้ยังไง นอกซะจากว่าฉันไม่ใช่มนุษย์”

รินดารารีบถามหมายความว่าอย่างไร โฮชิส่งสมุดให้อ่านที่ตนเขียน เธอรับมาอ่านแล้วแปลกใจกับคำที่เขาเขียน “รักนะเด็กโง่...จงเชื่อในสิ่งที่คิด ฮิคาริ” เธอเงยหน้าจะถามแต่โฮชิได้หายไป รินดาราถือสมุดวิ่งตามมาที่ศาลเทพเจ้านกกระเรียน ถามโฮชิข้อความนี้หมายความว่าให้เชื่อว่าเขาอยู่มาสี่ร้อยปีหรือ เขาย้อน...อยู่ที่เธอเชื่อจริงหรือแกล้งถาม หญิงสาวอยากเชื่อแต่มันเป็นไปได้อย่างไร โฮชิยิ้มทีเล่นทีจริงแทนคำตอบ

พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา เป็นสายจากเมืองไทย รินดาราจึงขอตัวรับสาย น้องชายโทร.มาบอกว่าพ่อไม่สบายแต่ไม่ยอมให้บอกเธอ เพราะพ่อรับจ้างทำงานสารพัดจะส่งเงินช่วยค่าเทอมมาให้ อยากให้ช่วยโทร.ห้ามพ่อและให้ไปหาหมอ...รินดาราฟังแล้วเศร้า โฮชิเหมือนรู้ ดึงมือเธอมาบีบให้กำลังใจ “ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์มีน้ำตาเอาไว้ปลดปล่อยความรู้สึก ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาร้องกับฉันให้เต็มที่ เธอจะได้กลับไปเป็นฮิคาริผู้สดใสเข้มแข็งคนเดิม”

รินดาราปล่อยโฮทันที โทษตัวเองทำให้พ่อต้องทุกข์ใจ โฮชิปลอบทำให้พ่อเชื่อว่ามาทำงานอยู่มิยาคาวะมีความสุขดี และค่าตอบแทนก็พอที่จะทำให้เรียนจบ เท่านี้พ่อก็สบายใจแล้ว จงเชื่อคนที่อายุสี่ร้อยปีอย่างตน รินดารายิ้มออก ขอบคุณถ้าไม่มีเขาคงแย่ โฮชิพึมพำ

“ถ้าฉันไม่มีเธอ ฉันก็แย่เหมือนกันฮิคาริ”

บ่ายวันนั้น อาคิระมาเอาเรื่องฮิเดโนริ จากที่อายูมิบอกว่าเพื่อนที่อยู่บ้านโคสึกะเป็นคนบอกว่า พวกโคสึกะต้องการฆ่ารินดารา ไอตามมาห้ามอาคิระไม่ให้มีเรื่องกัน ฮิเดโนริรู้แก่ใจว่าคงเป็นฮิโตชิ แต่ก็เยาะอาคิระว่าเด็กของตนคงดูการ์ตูนมากแล้วเอาไปเล่าให้อายูมิฟัง ถ้าเป็นเรื่องอุลตร้าแมนมาพังคฤหาสน์มิยาคาวะ เขาก็คงเชื่อแล้วพาหลานพิการหนี...อาคิระปรี๊ด ชี้หน้าถ้ารินดาราเป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว ตนจะฆ่าเขาด้วยมือตัวเอง ไอรีบลากอาคิระกลับ

ฮิเดโนริกลับเข้าห้อง ตะโกนเรียกฮิโตชิลั่น ผีน้อย โผล่มาท่าทางหวาดกลัว ฮิเดโนริใช้แส้อาคมเฆี่ยนเป็นการ ลงโทษและขังวิญญาณไว้ในตุ๊กตาฮินะ ฮิโตชิร้องครวญครางจะไม่ทำอีก

ไดซูเกะได้ยินเสียง ตามเข้ามาต่อว่าฮิเดโนริที่เจอรินดาราแต่ไม่ทำอะไรเธอ ฮิเดโนริมองหน้าอัตซุโอะแล้วถามไดซูเกะว่าส่งคนตามตนแล้วทำไมไม่เห็นว่าตนเกือบถูกปีศาจฆ่าตาย จะเอาแรงที่ไหนมาจัดการรินดารา ไดซูเกะตกใจถามไถ่เรื่องราว พอรู้ลักษณะของปีศาจก็เอะใจรีบกลับไปดูที่ห้องเก็บตุ๊กตาฮินะ พบว่าตัวที่ขังวิญญาณปีศาจหิมะ แผ่นยันต์ได้หลุดไปแล้ว

ooooooo

ยูกิพาสภาพบอบช้ำ ผมขาวนิ้วและเล็บกลายเป็นสีเขียวช้ำเลือดช้ำหนอง กลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้งกลับมาบ้านมาโกโตะ โวยว่าเพราะเขาที่ไม่หาเหยื่อมาให้ตนจึงต้องออกไปหาเอง มาโกโตะรีบบอกว่าได้ขังเหยื่อไว้ให้หนึ่งคน มีความโลภอย่างมาก ยูกิแทบถลาไปจัดการ

เสียงร้องจากการดูดกิเลสเหยื่อทำให้ริเอะเดินมาเคาะห้อง ถามมาโกโตะเสียงใครร้อง เขาโกหกว่าลงโทษลูกน้อง ริเอะไม่เชื่อบุกเข้ามาดู กลับเห็นยูกินั่งแปรงผมสยายอยู่ ใบหน้ายังซีดเซียว ริเอะไม่พอใจกระชากแปรงจากมือยูกิปาทิ้ง มาโกโตะหน้าเสียดึงลูกสาวออกห่าง ริเอะโวยวายจะรู้ให้ได้ ถ้าพ่อไม่บอกตนจะโทร.แจ้งตำรวจให้มาค้น

ยูกิยื่นมือไปที่พื้น แปรงผมก็เคลื่อนตัวเข้ามาที่มือ ริเอะเห็นไม่ถนัด ยูกิสางผมต่อช้าๆ ผมยาวออกเรื่อยจนระพื้น คราวนี้ริเอะตกตะลึง แล้วผมก็พุ่งเข้ารวบตัวเธอล้มลง มาโกโตะร้องขอชีวิตลูก ยูกิบอกไม่ต้องห่วงตนไม่ทำอะไรลูกของทาสผู้แสนดี แค่อยากตอบสนองความอยากรู้ของเธอ ยูกิทำให้ประตูตู้เปิดออก ร่างเหยื่อที่ถูกดูดกิเลสจนแห้งกรังล้มออกมาทับร่างริเอะ เธอกรีดร้องตกใจขยะแขยง ร้องให้พ่อช่วย

“ทำไมไม่อยากดูล่ะ ดูให้เต็มตาซะ อยากรู้ไม่ใช่หรือไง นี่ไงผู้ชายที่เธอถามหา พ่อเธอพามันมาเป็นเหยื่อของฉัน กิเลสความเลวในตัวมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น แต่เสียดายที่ร่างกายฉันยังอ่อนแอมากเกินไป” ยูกิปล่อยร่างริเอะ

มาโกโตะปราดเข้าดูลูก เธอสะบัดตัวออกวิ่งหนี มาโกโตะหันมาต่อว่ายูกิ ทำแบบนี้อยากให้คนอื่นรู้หรือ แล้วเขาก็วิ่งตามลูกไป...ริเอะเก็บเสื้อผ้าจะออกจากบ้าน มาโกโตะไม่ยอมให้ลูกไปไหน จึงขังไว้ในห้องนอน พยายามบอกลูกว่า ยูกิจะทำให้สมหวังทุกเรื่องแม้แต่ตัวอาคิระ ริเอะไม่เชื่อร้องไห้ทุบประตูโครมๆ

คืนนั้นมิกิกำลังออกแบบลายบนกิโมโนให้ยูกิ ทันใดดวงตาเธอก็กลายเป็นสีฟ้า หมายถึงถูกยูกิสะกดจิต อาคิระถือซองรูปดอกวิสทีเรียที่มิกิให้หามาให้ เห็นท่าทางย่าเหมือนจะเป็นลมรีบเข้าประคอง ดวงตาเธอกลับเป็นปกติ แล้วเปรยออกมาว่า “ย่าเป็นห่วงหนูริเอะน่ะจ้ะ”

อาคิระงง มิกิบอกว่าริเอะโทร.มาปรับทุกข์บอกว่าเหงาอยากได้คนปรึกษา อาคิระแย้ง อย่างริเอะน่ะหรือจะเหงา มิกิตำหนิ “อาคิระจะไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ย่าเชื่อหนูริเอะต้องโตมาโดยไม่มีแม่ ไม่มีญาติผู้ใหญ่คอยดูแลให้คำปรึกษา พ่อก็มัวแต่ทำงาน เธอน่าสงสารมากนะอาคิระ”

อาคิระเชื่อว่าริเอะเข้มแข็งกว่าที่มิกิคิดเยอะ มิกิว่าริเอะต้องทำเป็นเข้มแข็งเพราะพ่อไม่ชอบให้อ่อนแอ เธอทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อรัก อาคิระถามว่าริเอะบอกแบบนั้นหรือ มิกิส่ายหน้า

“ย่ายอมรับว่าเมื่อก่อนไม่ค่อยชอบริเอะ แต่หลังจากที่ได้คุยกันมากขึ้น ย่ากลับสงสารเด็กคนนี้มาก พรุ่งนี้อาคิระไปหาหนูริเอะให้หน่อยสิ ย่าอยากแน่ใจว่าเธอสบายใจขึ้นแล้ว เห็นแก่ความเป็นเพื่อนกันนะ ย่าเชื่อว่าถ้าเราช่วยกันดูแลหนูริเอะดีๆ เป็นเพื่อนเป็นที่ปรึกษาให้เธอ เธอจะเป็นคนน่ารักมากที่สุดคนหนึ่งเลย

อาคิระร่วมมือกับย่าเพื่อเปลี่ยนแปลงหนูริเอะได้ไหม”

อาคิระจำต้องรับปาก...ทางด้านยูกิยืนยิ้มมองกระจกด้วยความสมใจที่สะกดมิกิได้

ooooooo

วันต่อมารินดาราฝึกให้อายูมิเดินด้วยตัวเอง โดยมีเข็มขัดพยุงร่างไว้ไม่ให้ล้ม ทำให้เธอกล้าที่จะเดินมากขึ้น รินดาราให้ขนมเป็นการตอบแทนคนเก่ง พอดีโฮชิเดินเข้ามา อายูมิจึงแบมือขอรางวัลจากเขาด้วย โฮชิรูดใบไม้แล้วโปรยขึ้นบนอากาศ มันกลายเป็นผีเสื้อโบยบิน

“ว้าว! สุดยอดไปเลยค่ะ เอาอีกได้ไหมคะท่านชาย”

โฮชิรูดใบไม้โยนขึ้นไปอีกครั้ง มันกลายเป็นผีเสื้อโบยบินอีก อายูมิตบมือชอบใจ โฮชิหันมาถามเรื่องพ่อกับรินดารา เธอตอบโทร.บอกตามที่เขาบอกแล้ว พ่อยอมไปหาหมอเรียบร้อย พลันแป้งร่ำโทร.เข้ามือถือรินดาราบอกให้แวะไปหาที่ร้าน เพราะวันนี้พ่อสามีมาที่ร้านจะได้ถามไถ่เรื่องรูปถ่ายเอาเอง รินดาราเกิดความคิดบางอย่าง

รินดาราชวนโฮชิไปลองนวดเพื่อผ่อนคลายที่ร้านของแป้งร่ำ โฮชิจึงชวนมิกิไปด้วย อายูมิขอไม่ไปเพราะคิดจะแบ่งขนมให้ฮิโตชิ...แต่พออายูมิเข้ามาในห้องนอน ร้องเรียกฮิโตชิเท่าไหร่ก็ไม่ออกมา ชักไม่สบายใจเป็นห่วงฮิโตชิ

ส่วนอาคิระมาหาริเอะตามคำสั่งมิกิ ริเอะแปลกใจที่เขาถามถึงเรื่องที่ทุกข์ใจ แถมบอกว่าเธอโทร.ไปปรับทุกข์กับมิกิ ริเอะจึงนึกถึงคำพูดของพ่อที่ว่า ยูกิจะทำให้ได้ตัวอาคิระ ริเอะดีใจโผกอดอาคิระ เขาสัญญาจะเป็นเพื่อนกับเธอ จะลืมอดีตที่ผ่านมา มีเรื่องอะไรปรึกษาเขาได้ ระหว่างนั้น ไอโทร.เข้ามาบอกอาคิระว่าคุณแฮโรลด์โทร.มาติดต่อขอยืมกิโมโนไปจัดแฟชั่นโชว์ที่สถาบันอาภรณ์แห่งเอเชีย อาคิระปฏิเสธ ริเอะได้ยินรีบแย้ง

“ไม่ได้นะอาคิระ อย่าตัดสัมพันธ์กับเขาแบบนั้น คุณแฮโรลด์เป็นคนกว้างขวางในวงการแฟชั่นมาก อาคิระควรจะผูกมิตรไว้ดีกว่าสร้างศัตรู เชื่อริเอะนะ”

“เป็นครั้งแรกที่ยัยริเอะพูดถูกใจไอ ทำอย่างที่ริเอะบอกเถอะ ไปพบคุณแฮโรลด์เขาหน่อย ไปปฏิเสธเขาด้วยตัวเองพายัยริเอะไปด้วยก็ได้ ยัยนั่นคงจะมีเรื่องคุยแทนอาคิระเยอะเลย” ไอแนะอาคิระจึงหันมาชวนริเอะไปด้วยกัน เธอดีใจมาก

ooooooo

รินดาราพาโฮชิกับมิกิมาร้านนวดของแป้งร่ำ สองสาวแป้งร่ำกับเกียวสวมชุดยูกาตะรอต้อนรับอย่างตื่นเต้น พอให้โฮชิกับมิกิไปเปลี่ยนชุดสำหรับนวด ทั้งสองจะเดินไปหลังร้าน ก็ได้ยินเสียงคนไอแค่กๆ จึงเหลียวมอง มิกิตะลึงอุทาน “คุณหมอเคนตะ!”

แป้งร่ำเข้ามาดูพ่อสามี เคนตะจำไม่ได้ถามเธอเป็นใคร เธอบอกหนูแป้งร่ำลูกสะใภ้พ่อค่ะ โฮชิยืนนิ่งมองเคนตะอย่างรู้อนาคตว่ากำลังจะเกิดอะไรกับเขา มิกิเกรงเคนตะจะทักโฮชิแล้วความจะแตก จึงดึงโฮชิไปห้องเปลี่ยนเสื้อโดยเร็ว แต่พอเห็นสีหน้าเขาก็รู้ว่ามีเรื่องไม่ดีแน่

เห็นโฮชิกับมิกิไปหลังร้านแล้ว แป้งร่ำรีบถามพ่อสามีว่าจำโฮชิได้ไหม เขาพยักหน้าว่าคุ้นๆแต่นึกไม่ออก จู่ๆเคนตะก็ขอน้ำดื่มท่าทางหอบๆ รินดาราเห็นอาการแล้วถามแป้งร่ำว่าท่านเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า ให้ท่านเลิกคิด แต่พอเคนตะดื่มน้ำก็สำลักพรวด มองลายนกกระเรียนบนชุดเกียว แล้วพร่ำพูดว่า...นกกระเรียน นกกระเรียน

เกิดภาพอดีตสมัยเขาอายุ 35 เป็นหมออยู่โรงพยาบาล กำลังตรวจอาการเด็กชายวัย 15 ปี ซึ่งป่วยเป็นอหิวาห์อาการหนัก ดิ้นปัดเข็มฉีดยาที่หมอกำลังจะฉีดให้ตกแตก ซึ่งเป็นยาหลอดสุดท้ายที่มี ผู้เป็นแม่น้ำตาไหลพรากเห็นลูกดิ้นรนทรมาน มิกิเด็กสาวจูงโฮชิเข้ามาบอกแม่ของคนเจ็บว่าตนทนเห็นเพื่อนทรมานไม่ไหวแล้วจึงพาท่านชายมาส่งเขาแล้วเขาจะไม่ทรมานอีก

โฮชิเข้าจับมือเด็กชาย ฮัมเพลงกล่อม เด็กชายสงบลงใบหน้าระบายยิ้ม เคนตะกับแม่เด็กอึ้ง พอคนเจ็บแบมือออกเห็นนกกระเรียนกระดาษในมือก็พึมพำ “คุณ...คุณคือ เทพพะ...จะ...”

“โชคดีนะ แล้วเราคงได้เจอกัน” โฮชิกล่าว เด็กชายยิ้มก่อนจะสิ้นใจอย่างสงบ

ความจำเคนตะกลับมา เขาโพล่งขึ้นว่า นกกระเรียน จำได้แล้ว เขา...ทันใด เคนตะก็เกิดอาการเจ็บแปลบที่หัวใจ เอามือกุมอกสีหน้าเจ็บปวด แป้งร่ำตกใจร้องหายา แต่ปรากฏว่ายาอยู่ที่สามีซึ่งตอนนี้ไม่อยู่ รินดาราให้เรียกรถพยาบาลด่วน แป้งร่ำกับเกียวออกไป โฮชิกับมิกิได้ยินรีบออกมาดู เคนตะปรือตา “คุณโฮชิ...คุณจริงๆด้วย จำผมได้ไหม เราเคยเจอกันเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว”

มิกิสบตารินดาราอย่างหนักใจ โฮชิตอบว่าจำได้ เคนตะถามอึกอัก ทำไมเขาถึงไม่เปลี่ยน มิกิปรามอย่าเพิ่งถามอะไรเลยให้นอนนิ่งๆ เคนตะหันมองยิ้มๆ

“เธอ...คือ มิกิ มิกิจัง เด็กผู้หญิงคนนั้น ที่พาเขามาส่ง เพื่อน...ของเธอใช่ไหม”

มิกิรับว่าใช่ รินดารานิ่วหน้าสงสัย...โฮชิจับมือเคนตะ แล้วพอปล่อยมือก็มีนกกระเรียนกระดาษในมือ เคนตะมองยิ้มปลาบปลื้ม เห็นดวงตาโฮชิเป็นสีเขียว

“ผมรู้แล้วว่า เด็กผู้ชายคนนั้นเห็นอะไรก่อนที่เขาจะตาย...ผมรู้แล้ว...” เคนตะยิ้มละมุน

“โชคดีนะ แล้วเราจะได้เจอกันอีก”

“คุณคือ...เทพ...เทพพะ...จะ...” เคนตะสิ้นลมใบหน้ายิ้มเปี่ยมสุข

โฮชิลุกขึ้นโค้งให้ศพ มิกิทำตาม รินดารามองโฮชิด้วยสายตามีคำถามมากมาย...ก่อนรินดารา โฮชิและ มิกิลากลับ แป้งร่ำขอกอดโฮชิสักครั้งแล้วปล่อยโฮออกมา โฮชิไม่ถือสา

ooooooo

ฮิเดโนริไปสอบถามเพื่อนที่เป็นตำรวจ พบว่าระยะนี้มีคนตายสภาพศพแห้งเหี่ยวติดกระดูกเหมือนตายมานาน ตามประวัติศพพวกนั้นล้วนเป็นพวกยากูซ่าที่มีคดีติดตัวเพียบ ไดซุเกะบอกนั่นแหละฝีมือปีศาจหิมะ มันดูดกิเลสเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองกินเป็นอาหาร

“...แสดงว่าจิตใจของมันก็เต็มไปด้วยกิเลส คิดอยากแก้แค้นเราหรือไม่ก็พวกมิยาคาวะ”

ฮิเดโนริจะลองสืบจากคนในมิยาคาวะดูว่า ปีศาจหิมะไปวนเวียนที่นั่นบ้างหรือเปล่า ไดซุเกะให้รีบสืบเพราะถ้าปีศาจหิมะแข็งแรงขึ้นมาเมื่อไหร่ อาจจะย้อนกลับมาแก้แค้นเราที่กักขังมันมานานหลายร้อยปี สองปู่หลานเครียด...

อาคิระกับริเอะมาถึงหน้าตึกโรงแรมหรู ริเอะขอให้อาคิระสัญญาว่าจะฟังข้อมูลของแฮโรลด์ก่อนอย่าปฏิเสธทันที เขาพยักหน้ากรายๆ พลันอาคิระเห็นไอเดินอยู่ไกลๆก็แปลกใจจะเดินไปหา แต่ริเอะรั้งไว้ทำให้คลาดกัน จึงพยายามโทร.หาแต่เธอปิดเครื่อง ริเอะเร่งให้ขึ้นไปพบแฮโรลด์ก่อน อาคิระไม่สบายใจเพราะเหมือนเห็น ฮิเดโนริอยู่ในฝูงชน เกรงไอจะไม่ปลอดภัย

บนห้องพักของแฮโรลด์ เขากำลังวุ่นกับการทำงาน ปรี๊ดใส่สไตลิสต์ โยนแผ่นแบบชุดที่ไม่พอใจลงพื้นเกลื่อนกลาด “โอ๊ย...ไม่ไหวจะเคลียร์ เอาสมองส่วนไหนออกแบบเนี่ย งานโตเกียวแฟชั่นวีกนะไม่ใช่งานเทศกาลขายขนมโมจิ ขืนปล่อยให้เสื้อผ้าพวกนี้ขึ้นไปบนเวที หน้าฉันได้แหกหมอไม่รับเย็บสิ”

อาคิระกับริเอะเดินเข้ามา ริเอะหยิบแบบเสื้อขึ้นมาพิจารณาแล้วบอกว่า แบบพวกนี้ไม่แย่ขนาดใช้ไม่ได้ ถ้าให้โอกาสตนจะปรับเปลี่ยนเอง แฮโรลด์หันมาทำหน้าหมั่นไส้พวกชะนี

“เธอเป็นใคร กล้าดียังไงถึงเอาขยะที่ฉันทิ้งไปแล้วมารีไซเคิลให้ฉันใช้อีก”

“คุณคงจำฉันไม่ได้ ตอนเรียนออกแบบเสื้อผ้าที่นิวยอร์ก ฉันเคยเข้าไปฟังเลกเชอร์ของคุณค่ะ ฉัน...ชินเอบะ ริเอะ”

แฮโรลด์นิ่วหน้าคิด “อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว ริเอะ...แม่สาวเจแปนิสที่ควงนายแบบฝรั่งเศสเข้ามาฟังเลกเชอร์ แล้วนัวเนียกันจนโดนฉันเชิญออกจากคลาส”

ริเอะหน้าเสียอายอาคิระที่โดนแดกดัน แฮโรลด์หันมาเห็นอาคิระหล่อเหลาก็ตื่นเต้น ถามสุภาพบุรุษคนนี้คือใคร อาคิระแนะนำตัว แฮโรลด์พอรู้ว่าเป็นมิยาคาวะที่เขานัดไว้ ก็รีบขอโทษขอโพยแล้วจูงมือมานั่งสนทนา ไม่สนใจริเอะแม้แต่น้อย

“กิโมโนของตระกูลมิยาคาวะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นชั้นสูงมาช้านานหลายร้อยปี โด่งดังจนเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ถ้าชีวิตนี้ผมไม่ได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง คงถือว่าเสียชาติเกิด”

“ขอบคุณมากครับคุณแฮโรลด์ กิโมโนของมิยาคาวะทุกชุดไม่ใช่แค่อาภรณ์ไว้สวมใส่ แต่มันคือจิตวิญญาณที่เรารับมาจากบรรพบุรุษและส่งต่อให้กับผู้ที่มีใจรักในชุดกิโมโน”

“ผมเห็นด้วยครับ ผมเองก็ศึกษากิโมโนมาหลายปี แต่ยังไม่เคยเห็นกิโมโนของตระกูลไหนที่เพียงแค่สัมผัสก็ได้รับรู้ถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์และความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ในทุกเส้นไหมและลายผ้า ผมถึงไม่อยากให้ของสูงค่าอย่างกิโมโนมิยาคาวะต้องซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาสึกิ”

“ขอบคุณอีกครั้งที่คุณให้ความสำคัญกับกิโมโนของเรา แต่ก็อย่างที่คุณรับรู้นั่นแหละครับ กิโมโนของเรามีชื่อเสียงมาช้านาน เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะไปป่าวประกาศอวดใครต่อใคร”

แฮโรลด์หน้าเสีย อาคิระลุกขึ้นกล่าวลา ที่มาตั้งใจจะบอกด้วยตัวเอง หวังว่าเขาจะเข้าใจเจตนารมณ์ของตน... อาคิระเดินออกไป แฮโรลด์เหวอ ริเอะรีบบอกว่าอาคิระเป็นคนค่อนข้างหัวโบราณ ยังไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของเขา แต่ตนจะช่วยพูดให้ แฮโรลด์จึงบอกว่า ถ้าเธอทำได้ตนจะให้โอกาสอย่างที่เธอถามหา แต่อย่านานเพราะตนมีงานที่อื่นอีก ริเอะยิ้มอย่างมั่นใจ

ริเอะวิ่งตามอาคิระออกมา พยายามพูดให้เขาไตร่ตรองอีกครั้ง แต่อาคิระกลับบอกว่า ของบางอย่างมันก็ควรอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ ริเอะสวน “เหมือนหัวใจของอาคิระใช่ไหม ที่ถูกขังอยู่แต่ข้างใน ไม่ว่าริเอะจะเห็นค่ามากแค่ไหน อาคิระก็ไม่ยอมเปิดหัวใจให้อีก”

อาคิระไม่สนใจคำพูดของริเอะ กลับบอกว่าถ้าสบายใจแล้วก็ควรกลับบ้าน ตนจะไปส่ง

ooooooo

หลังจากกลับถึงบ้าน มิกิรู้ว่ารินดาราคงมีคำถามมากมาย และอาจจะเสียความรู้สึกต่อโฮชิ จึงให้มาทานของว่างด้วยกันก่อน แต่เธอกลับขอตัว อ้างไปดูแลอายูมิ โฮชิเศร้ารู้ว่าเธอเปลี่ยนไป

รินดาราเดินครุ่นคิด รู้สึกเจ็บปวดที่ปานอย่างหนักจนเซ โฮชิเดินตามมาเข้าประคอง เธอชะงักปั้นหน้าไม่ถูกผละถอยห่าง โฮชิคว้ามือเธอ “ฮิคาริ...ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกเธอ”

รินดาราหลบสายตา โฮชิเอามือเธอมาวางบนอกข้างซ้ายของตน เธอเงยหน้ามองอึ้ง โฮชิกล่าว “ไม่ว่าเธอจะคิดอะไรอยู่ แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่ารอยยิ้มของเธอทำให้ฉันมีความสุข ฉันขอให้ได้เห็นรอยยิ้มของเธอเหมือนเดิมได้ไหม”

รินดาราให้บอกความจริงเขาเป็นใคร โฮชิตอบเธอรู้ดีว่าตนเป็นใคร คิดดูดีๆ อย่าคิดด้วยสมองต้องใช้หัวใจคิดแล้วจะรู้คำตอบว่าตนเป็นใคร จากนั้นเขาเดินกลับขึ้นหอคอย เข้าห้องมองกิโมโนโฮชิเศร้าๆ มิกิตามเข้ามาถามทำไมไม่บอกความจริงรินดาราไปเลย

“ฉันยังทำใจไม่ได้หรอกมิกิ แค่ฮิคาริสงสัยว่าฉันคือคนที่มีชีวิตอยู่เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว เธอยังมองฉันเหมือนตัวประหลาด ถ้ารู้ความจริงทั้งหมดในตอนนี้แล้วเกิดกลัวฉันขึ้นมา...”

“แค่เธอกลัวท่านชายเพียงวินาทีเดียว ก็ทำให้ท่านชายทรมานมากกว่าเวลาที่ต้องติดอยู่บนโลกถึงสี่ร้อยปี” มิกิสงสาร

โฮชิยอมรับ มิกิหนักใจเมื่อไหร่จะรู้ความจริงด้วยตัวเองเพราะรินดาราไปรับปากอาคิระจะไม่ขึ้นมาบนหอคอยจนกว่าเขาจะอนุญาต โฮชิบอกเมื่อถึงเวลาเธอพร้อมทำหน้าที่ค้นหาเส้นไหมจากขนนกกระเรียนทองคำแล้วนำมาปักลายกิโมโนให้สมบูรณ์ เพื่อส่งตนกลับสู่สวรรค์

ooooooo

ในคืนนั้น ไอเดินอิงแอบซบไหล่ฮิเดโนริอย่างมีความสุข วาดฝันว่าสักวันจะได้อยู่ร่วมกัน เธอเล่าความเคลื่อนไหวในตระกูลมิยาคาวะให้เขาฟังทั้งหมด วันนี้เธอสงสัยขอถามเขาว่าเขามีแผนจะฆ่ารินดาราจริงหรือ ฮิเดโนริกุมมือไอถามเชื่อว่าตนเลวขนาดนั้นหรือ เธอส่ายหน้า

พอได้ความ ฮิเดโนริก็มาบอกไดซุเกะว่าปีศาจหิมะไม่ได้ไปป้วนเปี้ยนที่มิยาคาวะเลย อาจเป็นเพราะไม่ได้สนใจเทพเจ้านกกระเรียนแล้ว ไดซุเกะไม่คิดอย่างนั้น เธออาจจะอยากแก้แค้นที่ถูกกักขังมาเป็นร้อยปี ฮิเดโนริคิดว่าถ้าเช่นนั้นต้องหาปีศาจหิมะให้เจอเพื่อร่วมมือแก้แค้นเทพเจ้าของมิยาคาวะ ไดซุเกะบอกนั่นต้องกำราบปีศาจหิมะให้อยู่ในกำมือก่อน

“ผมเข้าใจแล้วครับปู่ พลังของมันน่ากลัวมาก ขนาดตอนที่มันกำลังอ่อนแอ ผมยังเกือบถูกมันเล่นงาน แย่งเอาพลังปีศาจจิ้งจอกของผมไปได้เลย”

ไดซุเกะหยิบตำราโบราณของตระกูลขึ้นมามอง “บางทีอาจจะถึงเวลาที่ปู่ต้องลองเสี่ยงดู”

ฮิเดโนริงงหมายความว่าอย่างไร ไดซุเกะเข้าไปในศาลเทพเจ้าจิ้งจอกลำพัง สั่งฮิเดโนริและอัตซุโอะไม่ให้ตามเข้าไป อัตซุโอะรู้หน้าที่ส่งมีดพกซามูไรให้...ไดซุเกะเข้าไปนั่งบริกรรมคาถาคัมภีร์โบราณของตระกูล สายลมพัดวูบเข้ามาทำให้เทียนดับลงทีละดวง ยิ่งสวดนาน ลมยิ่งพัดแรงขึ้นๆจนทำให้ต้นไม้รอบๆศาลไหวไปมา พอไฟดับมืดลงลมที่พัดก็หยุดนิ่ง เทียนทุกดวงที่ดับก็สว่างขึ้นพร้อมกัน...ไดซุเกะลืมตาชักมีดพกออกมากรีดฝ่ามือให้เลือดค่อยๆไหลซึมออกมา หยดลงที่ตุ๊กตาฮินะตัวที่เคยกักขังจิตวิญญาณปีศาจหิมะ

เมื่อริเอะกลับถึงบ้าน เข้าห้องทำงาน เห็นยูกิกำลังดูแบบเสื้อที่ตนเป็นคนออกแบบก็ไม่พอใจ บอกให้เอามือสกปรกออกไป ยูกิหันขวับมองด้วยสายตากร้าว บีบคอริเอะยกลอยขึ้น มาโกโตะถลาเข้ามาขอร้องให้ปล่อยลูกสาว เธอจึงยอมปล่อย มาโกโตะตำหนิริเอะว่าเห็นแล้วว่ายูกิทำให้อาคิระกลับมาหาได้...ยูกิเยาะถ้าทำตัวดีๆ อาคิระจะเป็นของเธอ

“ถ้าหมายถึงจะสะกดจิตให้อาคิระมาเป็นของฉันล่ะก็ ไม่ต้อง...ฉันอยากให้เขากลับมารักฉันเหมือนเมื่อก่อนด้วยความรักจริงๆ ไม่ใช่หุ่นเชิดที่ต้องรอให้ฉันชักใย”

ยูกิยิ้มยื่นมือไปสัมผัสแก้มริเอะ “ความรักอันยิ่งใหญ่ของเธอช่างเหมือนฉันจริงๆริเอะ นี่ถ้าร่างของยูกิคนนี้เกิดใช้การไม่ได้ขึ้นมา ร่างของเธอก็เหมาะมากที่จะใช้เป็นที่อยู่ใหม่ให้กับฉัน”

ริเอะผวาถอยหนี ยูกิหัวเราะชอบใจ มาโกโตะตัดบทว่าตนกับลูกจะเชื่อฟังเธอ แลกกับสิ่งที่เธอรับปากว่าจะตอบแทนให้ ยูกิยิ้มถ้าตราบใดที่ทั้งสองยังเป็นทาสที่ซื่อสัตย์...พูดไม่ทันจบ ยูกิก็เกิดอาการปวดหัวรุนแรงจนกรีดร้อง ไฟในห้องดับๆติดๆ

ในศาลเทพเจ้าจิ้งจอก เสียงไดซุเกะร้องลั่นออกมา ฮิเดโนริรีบวิ่งเข้าไป เห็นปู่นอนหายใจหอบถี่ มีดซามูไรตกอยู่ข้างๆเกรอะกรังไปด้วยเลือด ไดซุเกะพยายามเอ่ย “ปู่...ใช้คาถาของตระกูลเรา ไปควบคุมนางปีศาจหิมะเอาไว้แล้ว จากนี้ไป ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหน มันจะต้องกลับมาหาเรา” พูดจบเขาก็หมดแรงแน่นิ่งไป

ส่วนยูกิสภาพอิดโรยปากซีด ริเอะเห็นแล้วขยะแขยง ยูกิบอกมาโกโตะว่าตนโดนเล่นงาน พวกโคสึกะคงรู้แล้วว่าจิตวิญญาณตนหลุดออกจากการจองจำ จึงพยายามจะควบคุมตน

ooooooo

เช้าวันใหม่ รินดาราเดินเล่นในสวน หยุดมองหอคอยครุ่นคิดเสียดาย พอหันกลับจะเดิน ชนเข้ากับอาคิระ จึงโวยมายืนเมื่อไหร่ เขาตอบนานพอที่จะเห็นเธอมองหอคอย คงจะอยากขึ้นไป

“ฉันรับปากคุณแล้วอะไรที่เป็นกฎของคุณ ฉันต้องทำตามอย่างเคร่งครัด” รินดาราประชด

“ก็ดีที่คุณพยายามให้ความร่วมมืออยู่ร่วมกับกฎระเบียบในบ้านผม ทั้งๆที่มันคงขัดกับความรู้สึกอยากเห็นของคุณ...มาก”

รินดาราฉุนเดินหน้างอกลับห้อง เปิดหัวไหล่มองปาน บ่นถ้ามันไม่เกี่ยวกับปัญหาตน ก็ไม่ได้อยากจุ้นจ้านเรื่องคนอื่น ทันใดเสียงอาคิระกระแอมหน้าประตู เธอรีบดึงเสื้อขึ้น ถามว่าจะตามมาอีกทำไม อาคิระเลื่อนประตูเข้ามาอ้างยังคุยกันไม่จบ เธอบอกไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เขาสวนไม่มีหรือไม่อยากพูด

“นี่คุณ!ถึงฉันจะเป็นลูกจ้าง แต่ก็ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องตอบทุกคำถามของนายจ้างนะ ฉันก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวของฉันบ้าง”

“แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวคุณมันเกี่ยวกับเรื่องในบ้านที่ผมต้องดูแล คุณก็ต้องคุยกับผม”

รินดาราโวยจะมากไปแล้ว อาคิระไม่สนใจบังคับให้เล่า ไม่อย่างนั้นเขาจะนั่งอยู่ในห้องและตามเธอไปทุกแห่ง หญิงสาวอ่อนใจ ตัดสินใจเอารูปที่ได้จากแป้งร่ำออกมาให้ดู บางทีเขาอาจจะช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับท่านชายและตัวตนได้ แต่เขากลับมองเห็นแค่เป็นภาพเก่า

“ดูดีๆสิ แล้วคุณจะเห็นท่านชายอยู่ในภาพที่มีอายุมากกว่าห้าสิบปี แต่ท่านชายกลับเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว”

อาคิระมองอีกครั้งแล้วต้องทึ่ง รินดาราชี้ให้เห็นว่าจากตอนนั้นถึงตอนนี้ โฮชิต้องมีอายุร่วมร้อยปี เขาไม่อยากเชื่อ หญิงสาวเซ็งสุดท้ายเขาก็ไม่เชื่อ จึงจะดึงรูปคืน เขาหลบทำให้เธอหน้าคะมำ อาคิระประคอง เธอจึงอยู่ในอ้อมแขนเขา ทั้งคู่สบตากันชะงักงัน...

ในขณะเดียวกัน ไอเดินมาหามิกิถามหาอาคิระ เธอตอบด้วยสีหน้ายิ้มๆว่าอาคิระมีธุระกับรินดารา ถ้าเสร็จธุระแล้วจะให้ไปหาที่โรงงาน ไอแปลกใจกับท่าทีของมิกิ แต่ก็โค้งกลับออกไป โฮชิเดินสวนเข้ามา ยิ้มแซวมิกิช่างเจ้ากี้เจ้าการวางแผน

“ดิฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ แค่ให้อาคิระไปเจอรินดาราแล้วปล่อยให้ความสงสัยของเธอทำหน้าที่ไปก็แค่นั้น” โฮชิว่านั่นก็จัดฉาก “แหม...ท่านชายก็ ถ้าอยู่เฉยๆรอให้รินดาราสงสัยไม่ทำอะไรเลย แล้วเมื่อไหร่เธอจะรู้

ความจริงซะที ดิฉันรอไม่ได้นานเท่าท่านชายหรอกค่ะ”

โฮชิส่ายหน้ายิ้มๆ...ไอแอบฟังด้วยความอยากรู้ว่าอะไรคือความจริง โฮชิมองไปทางห้องรินดาราอย่างสะท้อนใจเพราะรู้ว่าเธออยู่กับอาคิระลำพัง มิกิสรุปความ

“ก็อย่างที่ท่านชายบอกเสมอๆ ความลับไม่มีในโลก มีแค่จะรู้ช้าหรือรู้เร็ว ดิฉันเลยเห็นว่า ตอนนี้อาจจะถึงเวลาแล้วที่อาคิระจะต้องรู้ความลับของตระกูลเรา”

“ถ้าการรู้ความลับของฉันจะช่วยทำให้ฮิคาริรู้ความจริง ฉันก็ไม่ว่าหรอก”โฮชิจามออกมา เขากลบเกลื่อนคงเป็นเพราะอากาศเปลี่ยน แต่มิกิรู้ว่ามันเกิดจากที่เขามีความรู้สึกเป็นกิเลส

ด้านรินดารารู้สึกตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดอาคิระก็จะผละออก แต่เขากลับโอบกอดแน่นขึ้น

“ผมยังไม่ได้บอกว่าผมไม่เชื่อคุณ มันก็แค่ความสงสัยที่ยังไม่ชัดเจน เพราะคุณบอกว่าเรื่องของท่านชายมันเกี่ยวข้องกับคุณ...เล่ามาให้ผมรู้ความสงสัยของคุณแล้วผมจะปล่อย เรื่องของคุณมันเกี่ยวข้องอะไรกับท่านชาย”

รินดารานิ่ง อาคิระจึงกอดแน่นขึ้น เธอเขินอายยอมเปิดปาก “ที่ฉันสงสัยอยากรู้เรื่องของท่านชายเพราะ... เพราะเวลาที่ฉันอยู่ใกล้ท่านชาย หลายครั้งแล้วที่ฉันมักจะเจ็บปวดตรงรอยปานที่หลัง...ฉันสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกัน ฉันถึงต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่”

“ก่อนจะสงสัยอะไรแปลกๆแบบนั้น คุณเคยไปให้หมอตรวจมาก่อนรึเปล่า”

“คุณไม่ได้เจ็บแบบฉัน คุณไม่รู้หรอกว่ามันปวดแบบผิดปกติ”

อาคิระไม่อยากเชื่อขอดูปาน รินดาราโวยทะลึ่ง... ชายหนุ่มว่าจะให้เชื่อก็ต้องมีหลักฐาน หญิงสาวครุ่นคิดสักครู่แล้วค่อยๆเปิดไหล่เสื้อเผยไหล่ขาวนวลให้เห็นรอยปานรูปดาว อาคิระมองอึ้งๆ เผลอเอื้อมมือจะสัมผัสด้วยความอยากรู้ เธอหันขวับมาตีมือเขาทันที

“ดูได้แต่ตา อย่ามาแตะ!” โวยแล้วดึงเสื้อกลับ ผลักเขาออก “ฉันบอกทุกอย่างหมดแล้ว ทีนี้ก็อยู่ที่คุณ ถ้าเชื่อก็ช่วยฉันหาความจริง ถ้าไม่เชื่ออยากจะไล่ฉันออกก็ตามใจ...ฉันต้องไปดูแลอายูมิแล้ว” รินดาราเดินออกจากห้อง ปล่อยอาคิระมองตามครุ่นคิด

ระหว่างเดินผ่านสวนจะไปหาอายูมิที่คฤหาสน์ โฮชิยืนยิ้มรออยู่ เธอชะงัก เขาทักวันนี้ทั้งวันไม่เห็นเธอเลย หญิงสาวอึกอักหาทางเลี่ยง โฮชิจึงถามมีอะไรอยากจะถามหรือปรึกษาตนบ้างไหม เธอส่ายหน้าขอตัวไปทำกายภาพให้อายูมิแล้วก้มหัวเดินแยกไป โฮชิถอนใจเศร้าๆ ไม่ทันไรอาคิระเดินผ่านมา โค้งคำนับแล้วเดินไป โฮชิสงสัยความสัมพันธ์ของทั้งสอง พลันก็จามออกมา

อาคิระเดินมาแถวศาลเทพเจ้านกกระเรียน เห็นไม่มีใครจึงกดมือถือหานักสืบ บอกให้หาภาพถ่ายเก่าๆของเมืองสึกิ ยิ่งเก่ามากเท่าไหร่ยิ่งดีมาให้ตน พอวางสาย ไอเดินเข้ามาทัก

ไอเลียบเคียงถามถึงธุระที่เขามีกับรินดารา อาคิระปัดว่าเป็นเรื่องอายูมิ แล้วหันมาถามไอ เมื่อวานเข้าไปในเมืองทำไม ตนเป็นห่วงเพราะเหมือนเห็นพวกโคสึกะอยู่ที่นั่นด้วย ไอหน้าเสียหาข้ออ้างว่าเข้าไปจองโรงแรมให้เพื่อนที่จะมาจากต่างประเทศ อาคิระจึงเตือนให้ระวังตัว

คืนนั้น ไอมานอนกับฮิเดโนริ และเอาเรื่องที่ได้ยินมิกิสนทนากับโฮชิมาเล่าให้ฟัง เขาโอ้โลมปฏิโลมเธอเป็นการตอบแทน จนเธอเคลิบเคลิ้มเปี่ยมสุข พลันอัตซุโอะมาเคาะประตูบอกว่าไดซุเกะรู้สึกตัวแล้ว ฮิเดโนริจึงบอกไอว่าตนต้องไปดูแลปู่ ถ้าเธอมีข่าวอะไรให้มาบอกอีก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.