ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”



เมื่อเห็นว่าอาคิระมีท่าทีห่วงใยจริงๆ รินดาราจึงยอมให้เขาเข้ามาในห้อง ยอมรับว่าที่เจอผีวันนี้เป็น เรื่องสยองขวัญมาก คงไม่หายตกใจง่ายๆ เขาขอให้เธอเล่าว่าเจอผีอะไรหลอก

“ฉัน...ฉันเจอผีเด็กผู้ชายที่บ่อน้ำ ตอนแรกก็ดูเป็นเด็กธรรมดามาขอให้ช่วยพากลับบ้าน แต่พอฉันพาเดินเข้าไปในป่า ฉันก็เจอกับผีผู้หญิงคอยาว พวกมันพยายามจะฆ่าฉัน มันบังตาให้ฉันหลงอยู่แต่ในป่า เรียกให้คนช่วยก็ไม่มีใครได้ยิน”

อาคิระฟังแล้วย้อนถามว่าแน่ใจหรือ เพราะผีทั้งสองเป็นผีในตำนานปรัมปราที่เอาไว้เล่าหลอกเด็ก รินดาราชะงักคุกรุ่น ที่เขาหาว่าตนตาฝาดเพ้อเจ้อไปเอง จึงผลักไสเขาให้ออกไปจากห้องแล้วปิดประตูใส่หน้า อาคิระได้แต่ยืนเซ็งอยู่หน้าห้อง

ด้านมิกิเปรยกับโฮชิว่ารินดาราไม่น่าจะเจอเรื่องประหลาดแบบนั้น แต่โฮชิเชื่อว่าที่เธอเล่าเป็นเรื่องจริง มิกิบอกตนไม่คิดว่าเธอโกหกแค่เป็นห่วงเธอมากกว่า โฮชิบอกไม่ต้องห่วงแล้วถามถึงอาการของมิกิว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบไม่เป็นอะไร แล้วเปลี่ยนเรื่องถามโฮชิวันนี้คุยอะไรกับยูกิบ้าง มีข้อมูลให้ตนใช้ออกแบบกิโมโนบ้างไหม โฮชิขมวดคิ้ว

“ยูกิเป็นผู้หญิงที่แปลก หลังจากได้คุยกัน มีหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเธอน่าสนใจ เธอเล่าว่าเคยเกือบจบชีวิตเพราะความรัก ตรงกับที่ฉันเคยเห็นวิญญาณของเธอตอนไปที่โรงพยาบาล”

“โธ่...งั้นเธอก็น่าสงสารมากเลยนะคะ แต่เห็นท่านชายได้คุยกับคนอื่นแบบนี้บ้าง ดิฉันก็รู้สึกดี วันหลังจะได้นัดให้เธอมาพบกับท่านชายอีก”

โฮชิรู้สึกว่ามิกิพูดคุยเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง และดูจะใส่ใจกับการออกแบบกิโมโนให้ยูกิมากเหลือเกิน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ฮิเดโนริเดินหงุดหงิดไปมาที่โทร.หาไอแต่เธอไม่รับสาย ครุ่นคิดสักพักก็นึกได้มองปฏิทินแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

ที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง ไอนั่งมองมิสคอลจากฮิเดโนริเศร้าๆ นึกน้อยใจที่โดนเขาผลักไสเมื่อวันก่อน พลันเสียงฮิเดโนริดังขึ้น...ทำไมไม่รับโทรศัพท์ เธอชะงักหันมอง เขารีบบอกว่าไม่ลืมหรอกว่านัดกันมาเที่ยวที่นี่วันนี้

ไอจะลุกหนี เขาเดินตาม เธอจึงสะบัดเสียงใส่

“ไม่ต้องมายุ่ง ถ้าเธอยังเห็นความสำคัญของฉัน คืนวันงานทานาบาตะ เธอก็คงจะไม่ไล่ตะเพิดเหมือนฉันเป็นตัวอะไร”

“เรื่องวันนั้นเธออย่าไปใส่ใจเลย”

“ไม่ให้ฉันใส่ใจ ใช่สิ...ฉันมันก็แค่มีหน้าที่บำบัดความใคร่ให้เธอเท่านั้นเองฮิเดะ” ไอวิ่งหนีน้ำตาไหลพราก

ฮิเดโนริวิ่งตามงอนง้อ อ้างตัวเองมีปัญหาส่วนตัวที่บอกใครไม่ได้ ไอยิ่งงอนแสดงว่าไม่เห็นเธอเป็นคนรัก ฮิเดโนริป้อนคำหวาน เพราะรักเธอมาก ถึงไม่อยากให้คนที่รักมาเป็นทุกข์ด้วย ไอไม่เชื่อและจะไม่ทนอยู่หลบๆ ซ่อนๆกับความรักที่ไม่รู้ว่าปลายทางจะอยู่ตรงไหนอีกแล้ว

“เธอก็รู้ว่าตระกูลของเราเป็นศัตรูกัน”

“งั้นฉันจะยกเลิกใช้นามสกุลของมิยาคาวะ ยังไงเขาก็ไม่สนใจหรอก เพราะฉันเป็นแค่ญาติห่างๆของพวกเขา”

“เธอทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะมันจะยิ่งทำให้ฉันถูกมองว่าเป็นคนทำลายตระกูลมิยาคาวะ”

“แต่ฉันอยากมั่นใจว่าฉันทุ่มเทชีวิตให้ผู้ชายไม่ผิดคน ไม่ใช่ถูกเขาหลอกเป็นของเล่นสนุกไปวันๆ” ไอพูดไปน้ำตาไหลพรากอย่างเจ็บช้ำ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อได้ยินเขาตะโกนขึ้น

“ผมรักผู้หญิงคนนี้...เธอขโมยหัวใจผมไป แล้วเธอก็จะหนีไปจากชีวิตผม”

ไอหน้าเสียที่คนแถวนั้นมอง รีบบอกให้เขาหยุด ฮิเดโนริรวบมือเธอ สัญญาจะไม่ทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นคนอื่นอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตน ตนจะให้ความสำคัญเธอเป็นคนแรก...ฮิเดโนริดึงไอมากอดจูบจนเธออ่อนยวบ เขากระซิบข้างหู อยากไปเที่ยวที่อื่นที่มีแต่เราสองคน

คืนนั้น ฮิเดโนรินอนกกกอดไออยู่ในห้องนอน ไอเห็นรอยสักสุนัขจิ้งจอกบนหลังเขาก็แปลกใจสักเมื่อไหร่ แต่ดูน่าเกรงขามดี ไม่ติดใจสงสัยอะไร...ฮิเดโนริโอ้โลมกล่อมให้ไอเชื่อ

“ฉันรักเธอนะไอ ฉันเองก็ไม่อยากหลบๆซ่อนๆ แต่เธอก็รู้ว่าฉันต้องทำตามคำสั่งปู่ ท่านเลี้ยงฉันมาคนเดียวตั้งแต่เล็กๆ ถ้าฉันขัดขืนคำสั่ง ฉันก็ไม่เหลือใคร”

“ฉันรู้ และฉันก็รักเธอมากนะฮิเดะ ไม่ว่าเธออยากให้ฉันทำอะไร ฉันยินดีจะทำให้เธอทุกอย่างเพื่อวันนึงเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างถูกต้องซะที”

ฮิเดโนริได้ทีรีบบอกว่าตนอยากรู้เรื่องราวในบ้านมิยาคาวะเพิ่มเติม อยากรู้เรื่องคนที่มาดูแลอายูมิ ไอเขม่นมองเกรงว่าเขาจะสนใจรินดารา ฮิเดโนริรีบออดอ้อน เขาไม่มีวันสนใจใครอีก ไอใจอ่อนยอมเล่าเรื่องรินดาราให้ฟังทั้งหมด
ooooooo

วันต่อมา ริเอะมาที่คฤหาสน์มิยาคาวะแต่เช้าหวังเจอกับอาคิระ แต่กลับเจอนานะเข็นรถอายูมิเดินเล่นในสวน อายูมิไม่ชอบริเอะอยู่แล้วจึงแขวะว่าเธอช่างขยันตื่นเช้ามาเรียนทอกิโมโน แต่ก็สายกว่าอาของตนที่ออกไปธุระนานแล้ว ริเอะไม่พอใจแต่เก็บอารมณ์ทำทีคุยกับนานะ

“ฉันว่าจะถามเธอว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับรินดาราเหรอ”

นานะเล่าอย่างตื่นเต้นหมดเปลือก อายูมิสรุปท้ายเรื่องให้ว่า อาคิระเข้าไปตามหาจนเจอรินดาราแล้วอุ้มกลับมา ดูท่าทางห่วงใยมาก...ริเอะจิกตาอารมณ์คุกรุ่น

ในขณะเดียวกัน โฮชิพารินดารามาไหว้ศาลเทพเจ้านกกระเรียนเพื่อให้คลายความหวาดกลัวเรื่องผี รินดาราน้ำตาซึมเปรยไม่มีใครเชื่อว่าตนเจอผี ตนก็อยากคิดว่าตาฝาดไปเอง โฮชิดึงเธอมาซบอก ลูบหัวปลอบว่าตนเชื่อ แล้วช่วยเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“น้ำตาที่เกิดจากความกลัวของเธอ ฉันเปลี่ยนมันให้เป็นอย่างอื่นไปแล้วนะ” โฮชิกำหยดน้ำตาเธอไว้ เธอทำหน้าฉงน “อยากเห็นแล้วใช่ไหมว่าน้ำตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นอะไร”

รินดาราพยักหน้า โฮชิแบมือออกเห็นนกกระเรียนที่พับด้วยกระดาษ เขาบอกเธอว่ามันบินได้ด้วย แล้วเขาก็กำมืออีกครั้ง พอแบออก นกกระดาษกลายเป็นขนนกสีขาวลอยละล่องไปในอากาศ รินดาราตาโพลง มองอย่างตื่นเต้นจนลืมความกลัวในใจ

“ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าท่านชายเล่นกลเป็นด้วย”

“นั่งฝึกอยู่ทั้งคืนเพราะตั้งใจว่าอยากจะปัดเป่าความกลัวของฮิคาริให้หายไป” โฮชิยิ้มรับรินดาราปลื้มปริ่มโผกอดโฮชิอย่างซาบซึ้งขอบคุณ ทำเอาเขาชะงักหวั่นไหวกับอ้อมกอดของเธอช่างเหมือนอ้อมกอดที่โหยหามาหลายร้อยปี เขาเผลอยิ้มสีหน้าเปี่ยมสุข

หลังจากนั้น โฮชิเดินกลับมาตามทางลำพัง เขาเหม่อลอยจนแทบชนกับมิกิ เธอแปลกใจว่าเขาอารมณ์ดี มีอะไรอยากเล่าให้ฟังบ้างไหม โฮชิปัดไม่มีอะไร วันนี้เขาอนุญาตให้รินดาราหยุดงานออกไปหาเพื่อนให้สบายใจ จะได้คลายความหวาดกลัว มิกิเห็นดีด้วย พลันมิกิรู้สึกเวียนหัวเซจะล้ม โฮชิประคองไว้ทันแล้วพาเธอไปพัก...

ขณะที่รินดาราเดินสะพายกระเป๋าจะออกไปพ้นบริเวณคฤหาสน์ ริเอะเข้ามาขวางหน้า เดินวนรอบตัวถากถางว่าทำเป็นแบ๊ว โกหกว่าโดนผีหลอก ใช้มุกปัญญาอ่อนหลอกจับผู้ชาย...รินดารากรุ่นหมดความอดทน “คุณริเอะ! มันจะมากไปแล้วนะ”

“ที่มากเกินไปน่ะหล่อน ไม่ใช่ฉัน สรรหาวิธีการทุเรศๆมาเรียกร้องความสนใจจากอาคิระ คิดอยากจะรวยทางลัดเหรอ...นังต่างด้าว” ริเอะจับไหล่รินดาราบีบพร้อมเอาเรื่อง

“ถ้าคุณไม่หยุดพูดดูถูกฉัน คุณจะได้รู้จักฉันมากขึ้นแน่คุณริเอะ” รินดาราโกรธคว้ามือ ริเอะบิดให้ปล่อยเธอร้องลั่นด้วยความเจ็บ หาว่าโดนทำร้ายจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

รินดาราท้าไม่กลัวพวกเก่งแต่ปาก พร้อมจะสั่งสอนให้รู้จักหุบปาก เก็บปากไว้เคี้ยวข้าวมากกว่ามาด่าคนแบบนี้ ริเอะเหวอไม่คิดว่าจะเจอคนจริง รินดาราขู่ยิ้มๆอย่าให้เจอกันข้างนอก วันนี้เธอมาเป็นแขก เชิญไปเรียนทอกิโมโน อย่าให้ตนคิดว่าที่มามิยาคาวะเพราะแค่มาหาผู้ชาย...รินดาราเดินไป ริเอะแทบร้องกรี๊ดมองตามอย่างเจ็บใจ จะไม่ยอมหยุดแค่นี้

ooooooo

ในขณะที่โฮชิดูแลมิกิที่ร่างกายอ่อนเพลีย แต่ไม่ยอมไปหาหมอ เขารู้สึกว่าตั้งแต่เธอกลับจากบ้านมาโกโตะ ดูไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเลย มิกิยอมรับว่าบางครั้งเหมือนบังคับตัวเองไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะเลือดจะไปลมจะมาก็ได้ แต่โฮชิไม่คิดเช่นนั้น

โฮชิเข้ามาในห้องเก็บกิโมโน ยืนมองกิโมโนเทพเจ้าสีน้ำเงินเข้ม ลวดลายนกกระเรียนกางปีกบิน... ครุ่นคิดลำดับที่ผ่านมาว่ามิกิมีอาการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง แล้วคิดถึงช่วงเวลาที่พบกับยูกิ เธอทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย เขานิ่วหน้าสงสัย คงต้องลองทดสอบอะไรบางอย่าง

ด้านยูกิกำลังสูบกิเลสในตัวเหยื่อที่มาโกโตะหามาให้ เขามองอย่างสยองเกรงจะถึงคิวตัวเอง ยูกิหัวเราะอย่างรู้ทัน บอกไม่ต้องกลัวถ้าเขาทำตัวเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ ส่งเหยื่อกิเลสหนามาให้เรื่อยๆ...มาโกโตะรายงานว่าโฮชิโทร. มานัดเธอ ยูกิดีใจมาก มีความหวังว่าโฮชิจะเริ่มสนใจตน

เพื่อนฝูงที่รินดารามาหาก็มีเพียงแป้งร่ำกับเกียวที่ร้านนวด ทั้งสองดีใจมากเพราะกำลังเซ็งที่ลูกค้าน้อยลง เนื่องมาจากไอ้ลูกค้าที่มีเรื่องด้วยวันก่อน ไปโพนทะนาว่าร้านเรานวดไม่ดี รินดาราจึงคิดวิธีช่วย

“ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้มากเท่าไหร่นะคะ แต่คิดว่าวิชาความรู้ที่เรียนมาทางด้านกายภาพบำบัด ถ้าเอามาช่วยสอนให้พวกพี่ๆไว้ใช้ควบคู่ไปกับการนวดแผนโบราณ บางทีอาจจะเป็นจุดขายใหม่ๆให้กับพวกพี่ๆได้”

ทั้งสองสนใจมาก เป็นการนวดผ่อนคลายแล้วลูกค้ายังได้การดูแลสุขภาพกลับไป...

ระหว่างนั้น อาคิระตรวจงานในออฟฟิศ ไอเอาแฟ้มงานมาวางให้ เขาขอบใจเธอที่แนะนำผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่มาให้ ไอบอกว่าถ้ายังไม่ถูกใจตนจะดูแลฝ่ายการตลาดให้แทน อาคิระแซวถ้าทำแบบนั้นเธอจะมีเวลาหาแฟนได้อย่างไร ไอชะงักอึ้ง อาคิระสังเกตเห็นรีบถามหรือเธอมีแฟนแล้ว เธอปัดมีที่ไหนแล้วบอกให้เขาเซ็นเอกสาร ตนจะต้องเข้าเมืองไปติดต่อโรงงาน

เส้นไหมอีก อาคิระจึงบอกให้เธออยู่โรงงานเขาจะไปให้แทน ไอคิดเรื่องสนุกขึ้นมาได้

เมื่อริเอะเข้ามาตามหาอาคิระกลับเจอไอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเขา ไอเยาะมาเรียนทอกิโมโนทำไมต้องถามหาอาคิระ และว่าเมื่อรู้เรื่องการทอหมดแล้วก็ควรกลับไป ริเอะอ้างว่าศาสตร์ของการทอกิโมโนเรียนเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ไอเยาะ

“กลับไปได้แล้วล่ะริเอะ ยังไงวันนี้เธอก็คงไม่ได้เจอหน้าอาคิระหรอก เขาหนีหน้าไม่อยากเจอเธอเพราะเขามีคนอื่นที่น่าสนใจกว่าเธอเยอะ”

ริเอะโกรธจนมือไม้สั่น สร้างความเกลียดชังในตัวรินดารามากขึ้น...ริเอะพยายามโทร.หาอาคิระแต่เขาปิดมือถือ เธอเดินหัวเสียมาถึงร้านนวด พลันเห็นรินดาราเดินออกมาจากร้าน มีแป้งร่ำกับเกียวยืนส่งและพูดคุยหยอกล้อว่าอนาคตเธอจะเป็นคุณนายมิยาคาวะ ริเอะได้ยินยิ่งแค้น

ระหว่างทางเดินกลับ รินดาราแวะซื้อส้มไปฝากอายูมิ แต่จู่ๆมีรถคันหนึ่งตั้งใจพุ่งเข้าชนซึ่งก็คือรถของริเอะ ทันใดมีชายคนหนึ่งเข้ามาคว้าตัวเธอหลบได้อย่างหวุดหวิด ส้มหล่นกระจาย ริเอะเปิดประตูรถลงมาโวยวายหาว่ารินดาราเป็นพวกต่างด้าวเดินเกะกะไม่ดูรถ รินดาราเถียงว่าตนมาทำงานอย่างถูกกฎหมายไม่ใช่ต่างด้าว ริเอะเยาะผลักอกรินดารา

“ชั้นพอใจจะเรียกแล้วจะทำไม เพราะวิธีการหาเงินของเธอมันทุเรศ หวังจะจับผู้ชายที่เขามีเจ้าของ”

ชายที่ช่วยคือฮิเดโนริ เขาจับมือริเอะให้หยุดทำร้ายและตำหนิ “เราเป็นเจ้าบ้าน การแสดงกิริยามารยาทแบบนี้กับผู้มาเยือนถือว่าไม่ใช่คนที่นี่ ควรเรียกว่าเป็นพวกต่างด้าวซะเองมากกว่า”

ริเอะสะบัดมือออกตวาดอย่ามายุ่ง ฮิเดโนริบอกรินดาราถ้าจะเอาเรื่อง ตนยินดีเป็นพยานให้ รินดาราจึงหันมาถามริเอะ จะเอาอย่างไร จะขอโทษหรือจะไปหาตำรวจ ริเอะโวยวายมันเป็นอุบัติเหตุเรื่องอะไรตนต้องขอโทษ แล้ววิ่งหนีไปขึ้นรถขับออกไป ฮิเดโนริจะตามแต่รินดารารั้งไว้ บอกตนแค่แกล้งขู่เท่านั้น ฮิเดโนริเห็นที่มือเธอมีแผลถลอกเลือดซึมจึงเอาผ้าเช็ดหน้าซับให้ก็พอดี อาคิระพาลูกค้ามานวดที่ร้านแป้งร่ำ จึงได้รู้ว่ารินดาราเพิ่งกลับออกไป เขารีบตามไปที่ป้ายรถบัส... ระหว่างนั้น รินดารานั่งอยู่กับฮิเดโนริที่ป้ายรถบัส เธอขอบคุณที่เขาช่วย พลันหูเธอได้ยินเสียงแผ่วเบา จึงถามเขาพูดว่าอะไร ฮิเดโนริแปลกใจยังไม่ได้พูดอะไรเลย

“เหรอคะ...งั้นฉันคงหูแว่วไป” แต่รินดารายังได้ยินเสียง มันเป็นความคิดของฮิเดโนริว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆ แปลกจนน่าสนใจ รินดาราจึงถามตนแปลก ตรงไหน

ฮิเดโนริชะงักที่เธอรู้ความคิด เขานึกถึงคำปู่ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา จึงพยายามควบคุมสมาธิไม่คิดอะไร ทันใดอาคิระโผล่มาสั่งเสียงเฉียบ “อยู่ให้ห่างๆผู้หญิงคนนั้นเลยฮิเดะ!”

รินดาราตกใจถูกอาคิระดึงให้ลุกขึ้น และปรามไม่ต้องถามอะไร อาคิระหันมาจ้องหน้าฮิเดโนริสั่งอย่ามายุ่งกับคนในตระกูลตนอีก ฮิเดโนริอ้างไม่รู้ว่าเธอเป็นคนตระกูลเขา

“แต่ตอนนี้แกก็รู้แล้วนี่ ถ้าพวกโคสึกะคิดล้ำเส้นอีก ถึงเวลาฉันเหลืออดขึ้นมา อย่าหาว่าไม่เตือนก็แล้วกัน” พูดจบอาคิระดึงรินดาราเดินออกไป ปล่อยฮิเดโนริมองตามแค้นๆ

กลับเข้ามาในคฤหาสน์มิยาคาวะ รินดาราหน้าตึงสะบัดมือออกจากอาคิระ ให้เลิกบังคับตน ตนเป็นลูกจ้างไม่ใช่ทาส อาคิระโต้ไม่ได้บังคับแค่เตือนอย่าไปยุ่งกับพวกโคสึกะ รินดาราจึงบอกว่าตนไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและเขาก็เข้ามาช่วยจากการที่ริเอะขับรถจะชนตน

“เรื่องริเอะผมจะจัดการให้ แต่ผมต้องการคำยืนยันว่าคุณจะไม่ไปยุ่งกับฮิเดะอีก”

“คนเขามีน้ำใจช่วยเหลือ ถ้าเดินเจอกันอีก ฉันคงเดินหนีเขาไปเลยไม่ได้ เพราะนิสัยคนไทยใครมีน้ำใจเราก็ต้องมีน้ำใจตอบ”

อาคิระไม่พอใจจับไหล่เธอบีบ “แต่พวกโคสึกะเป็นต้นเหตุทำให้คนในตระกูลมิยาคาวะต้องตายไปหลายคน รวมทั้งทำให้อายูมิต้องเป็นแบบนี้ ถ้าคุณยังคิดว่ามันมีน้ำใจแล้วไปยุ่งกับมันอีก ผมก็จะถือว่าคุณเป็นพวกเดียวกับมัน” พูดจบปล่อยไหล่เธอแล้วเดินหัวเสียออกไป

ooooooo

บ่ายวันนั้น ยูกิในชุดกิโมโนสีสด ทาปากแดงตัดกับผิวขาวซีดของเธอ ผมปักปิ่นรูปช่อดอกวิสทีเรียคล้ายเมียวโจ ทำให้โฮชิแปลกใจ มองปิ่นนั้นไม่วางตา...โฮชิทำทียิ้มแย้มชวนยูกิไปไหว้พระ เมื่อยูกิเห็นหน้าศาลเจ้ายูโทคุ มีเสาโทริอิสีแดงใหญ่ตรงทางเข้า เธอยืนนิ่งงัน

เสาโทริอิถือเป็นเขตกั้นไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าไปในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ โฮชิสังเกตอาการยูกิ เธอพยายามฝืนต่อสู้กับความเจ็บปวดในร่างกาย บอกเขาว่าเพิ่งมาไหว้พระขอพรไปไม่นานนี้เอง โฮชิรีบบอกว่าตนไม่ได้มานานมากจึงอยากมาไหว้ขอพร แล้วเปรยว่าคนรุ่นใหม่สมัยนี้ไม่รู้จักเสาโทริอิว่ามีไว้ทำไม ยูกิเนื้อตัวสั่นเจ็บปวดกับพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ฝืนนิ่งเฉยค่อยๆเดินตามโฮชิผ่านเสาโทริอิเข้าไป พอมาถึงบ่อน้ำสำหรับล้างมือก่อนเข้าไปไหว้พระ โฮชิตักน้ำราดมือให้ ยูกิเหมือนโดนน้ำร้อนลวก ปวดแสบปวดร้อน แต่ก็ฝืนทน

โฮชิแอบสังเกตแล้วพาเธอเข้าไปไหว้ศาลเทพเจ้า ยูกิแทบหมดแรงก้าวเดินทำพิธีไหว้ตามโฮชิทุกอย่าง

แม้การสั่นระฆังก็ดังก้องจนทำให้เลือดกำเดาทะลัก เธอรีบปาดออกไม่ให้โฮชิเห็น

“เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณยูกิ ดูคุณไม่ค่อยสบายตั้งแต่เข้ามาในนี้แล้ว”

ยูกิปัดแค่รู้สึกว่าอากาศวันนี้ร้อนมาก เลยทำให้เหนื่อยง่าย แต่โฮชิบอกไม่รู้สึกอย่างนั้นกลับรู้สึกว่าอากาศเย็นลงตั้งแต่วันงานทานาบาตะ อากาศเปลี่ยนจนผิดสังเกต ถ้าคนที่เคยได้ยินตำนานเมืองสึกิ จะต้องคิดว่านางปีศาจหิมะลงมาถล่มเมืองอีก...ยูกิหน้าเจื่อนบอกเขาว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน โฮชิทักดูเธอเหนื่อยมาก ตนจะพากลับลงไป

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ดิฉันไม่ค่อยออกมาข้างนอกเท่าไหร่ เจอแดดแรงๆเข้าก็มักเป็นอย่างนี้ ท่านชายขึ้นไปไหว้ขอพรเทพเจ้าต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวดิฉันเดินตาม”

โฮชิพยักหน้ารับแล้วเดินไป ยูกิคิดหาทางกลับมองไปเห็นนักท่องเที่ยวเดินใกล้เข้ามา จึงสะกดจิต ให้เขาเดินชนแล้วร้องว่าโดนกระชากกระเป๋า โฮชิได้ยินวิ่งกลับลงมาจะตามคนร้าย แต่เธอห้ามไว้บอกไม่มีของมีค่าอะไร แล้วโทร.ตามคนของมาโกโตะให้มารับ โฮชิจัดการแจ้งความให้แล้วขอโทษที่พาเธอมาเจอเรื่องเดือดร้อน พอยูกิกลับไป โฮชิเจอปิ่นปักผมเธอหล่นอยู่

ยูกิกลับถึงบ้านแทบหมดแรง บอกมาโกโตะว่า ตนเจ็บปวดทรมานมาก เหมือนโดนเข็มเป็นพันๆเล่มทิ่มแทง แล้วเธอก็กรีดร้องหมดสติไป มาโกโตะตกใจมากกับสภาพขาวซีดผมขาวโพลนทั้งหัวของเธอ

ooooooo

คืนนั้น มิกิขึ้นมาถามโฮชิว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าเขาสงสัยว่ายูกิเป็นปีศาจหิมะแล้วพาเธอไปทดสอบที่ศาลเจ้า แต่ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างไร มิกิโล่งใจ แต่โฮชิแย้งอย่าเพิ่งมั่นใจ เพราะ สักวันนางปีศาจหิมะก็ต้องกลับมา มิกิจึงขอให้เขาได้กลับสวรรค์ไปก่อน

ในห้องนอนอายูมิ รินดารากำลังทำกายภาพก่อนนอนให้แก่เธอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ อายูมิทำได้ดีขึ้นมากและไม่เจ็บปวดเหมือนก่อน รินดาราชมว่าเก่งมาก แบบนี้คงเดินได้เร็วกว่าที่กำหนด อายูมิกลับชมเพราะรินดาราเก่งมากกว่า สองสาวหัวเราะให้กัน

“ถ้าอายูมิเดินได้เมื่อไหร่จะพาพี่รินดาราไปเที่ยวให้ทั่วญี่ปุ่นเลย”

รินดาราแซว คนที่อยากเที่ยวเป็นตนหรืออายูมิกันแน่ เด็กหญิงยิ้มน่ารัก ยอมรับว่าตนอยากเที่ยวและอยากไปโรงเรียนมากๆ รินดาราดึงมากอด สัญญาว่าความฝันเธอต้องเป็นจริงแน่

“พี่รินดารารู้ไหมคะ ทุกวันนี้อายูมิยังฝันร้าย เห็นภาพวันที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้ต้องกลายมาเป็นแบบนี้ มันยังติดตาอายูมิอยู่เลย”

“มันเป็นอุบัติเหตุเหรอจ๊ะอายูมิ” เห็นเด็กหญิงนิ่ง “ไม่เป็นไรจ้ะ อย่าไปพูดถึงมันอีกเลยเนอะ พี่ว่าอายูมินอนดีกว่าเดี๋ยวพี่ห่มผ้าให้” รินดารายิ้มให้กำลังใจ

จากนั้นรินดาราก็ออกมายืนครุ่นคิดคนเดียวในสวน นึกถึงคำพูดของอาคิระที่ว่าตระกูลโคสึกะเป็นคนทำร้ายคนในครอบครัว ทำให้อายูมิต้องเป็นแบบนี้...ทำไมอาคิระถึงคิดเช่นนั้น โฮชิเดินเข้ามาบอกว่ามองมาจากหอคอยเห็นเธอยืนอยู่นอนไม่หลับเพราะยังกลัวอยู่หรือ

“ถ้าฉันยังกลัวอยู่อีก ต่อไปท่านชายคงได้มีอาชีพใหม่ทำ เป็นนักมายากลคอยหาเรื่องมาทำให้ฉันหายกลัวแน่เลยค่ะ”

“ฉันชอบหาเรื่องสนุกๆ ทำ แกล้งคนนี่แหละงานสนุกของฉันเลย เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉันชอบเห็นคนรอบๆตัวฉันมีความสุขไงล่ะ”

รินดารายอมรับว่าอยู่ใกล้เขาแล้วมีความสุข แต่โฮชิเห็นสีหน้าเธอมีกังวล จึงบอกปรึกษาได้ เธออึกอักก่อนตัดสินใจถาม เรื่องอุบัติเหตุของอายูมิ เป็นความขัดแย้งของสองตระกูลหรือ...

โฮชิเล่าให้รินดาราฟังว่าความขัดแย้งของสองตระกูลเกี่ยวเนื่องมาจากตำนานเทพเจ้านกกระเรียนและเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกอย่างที่เธออ่านในนิทาน แต่ความแค้นเคืองมาจากฝั่งตระกูลโคสึกะที่สูญเสียเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกของตัวไป จึงโทษว่ามิยาคาวะเป็นต้นเหตุและต้องการแก้แค้น...รินดาราทึ่งแค่สาเหตุจากตำนานถึงกับต้องลงมือฆ่าแกงกัน

“ยุคนั้นไม่เหมือนสมัยนี้ การต่อสู้กันระหว่างโชกุนสองตระกูลเป็นเรื่องปกติ”

“แต่ยุคต่อมาล่ะคะ หลังที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีกฎหมายมารองรับแล้ว”

“คนของมิยาคาวะมักประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยเฉพาะกับทายาทที่มีหน้าที่สืบทอดวิชาการทอกิโมโนผืนสำคัญของตระกูลมิยาคาวะ”

รินดาราแปลกใจกิโมโนอะไร โฮชิจ้องตาเธอเหมือนอยากรู้ว่าเธอจะจำอะไรได้บ้าง แล้วเอ่ยถามไม่เคยได้ยินชื่อของกิโมโนโฮชิเลยหรือ หญิงสาวนิ่วหน้ารู้สึกเจ็บที่ปานรูปดาวหลังไหล่ขึ้นมา โฮชิสังเกตเห็นจึงบีบมือปลอบ ไม่เคยได้ยินก็ไม่เป็นไร มันเป็นแค่ตำนานที่เล่าปากต่อปาก

“ขอโทษด้วยค่ะท่านชาย อยู่ๆ ดิฉันก็รู้สึกไม่ค่อยสบาย รู้สึกเจ็บที่ปานข้างหลังเหมือนที่เคยเล่าให้ท่านชายฟัง”

โฮชิยิ้มอ่อนโยนให้เธอพักผ่อน เขาจะเดินไปส่งที่ห้อง พอถึงหน้าห้อง รินดาราขอบคุณกับความห่วงใยที่เขามีให้ เขายิ้มรับแล้วจะเดินไป เสียงประตูห้องเลื่อนเปิดพร้อมน้ำเสียงของเมียวโจ “เธอทิ้งให้ฉันต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วเหรอ...โฮชิ”

โฮชิหันขวับมา เห็นรินดารายืนยิ้ม แววตาเป็นสีเขียวบ่งบอกสถานะเป็นเทพเจ้า เขาดีใจมาก ต่างโผเข้ากอดกัน “นี่เธอ...เธอจริงๆเหรอเมียวโจ”

หญิงสาวยิ้มดึงมือเขาเข้าไปในห้อง เลื่อนประตูปิดเบาๆ...ภายในห้อง มีแสงเทียนในถ้วยเล็กๆวางล้อมรอบ ทั้งสองนั่งคุกเข่าหันหน้าหากัน กุมมือกันด้วยความรักอันล้นปรี่

“ใช่เธอ...ใช่เธอจริงๆ เมียวโจของฉัน”

“ฉันคิดถึงเธอเหลือเกินโฮชิ เธอทิ้งให้ฉันต้องอยู่กับความเหงา ถึงจะมีดาวนับล้านๆดวงอยู่เป็นเพื่อน แต่ก็ไม่เหมือนมีเธอแค่คนเดียวนะโฮชิ”

“ฉันขอโทษเมียวโจ ฉันอยากกลับไปหาเธอทุกลมหายใจ ฉันเฝ้าแต่บรรเลงเพลงของเรา หวังให้เธอได้ยินเข้าสักวัน”

“ฉันได้ยินเสียงโกโตะของเธอ มันเหมือนกับเสียงหัวใจของเธอเวลาที่ฉันได้อยู่ใกล้ๆเธอแบบนี้”

รินดาราซบหน้าลงที่แผ่นอกโฮชิด้านที่ตรงหัวใจ

โฮชิเชยคางหญิงสาวขึ้น บอกเธอว่าตนอยากกลับไปหาเธอ หญิงสาวตอบว่าจะพยายามพาเขากลับไป ร่างของรินดารานี้จะช่วยทำให้เราได้กลับไปมีความสุขกันอีกครั้ง และเราจะไม่พรากจากกันอีก...โฮชิดีใจน้ำตาปริ่ม ขยับใบหน้าเข้าจะจุมพิตริมฝีปากเธอ พลันได้ยินเสียง

“ท่านชายคะ...ท่านชายเป็นอะไรไปเหรอคะ”

โฮชิรู้สึกตัวว่ายังยืนอยู่หน้าห้องรินดารา ทุกอย่างเขาคิดไปเอง ไม่ทันไรเขาก็จามออกมาหลายที รินดาราสงสัยว่าเขาจะตากน้ำค้างนานทำให้เป็นหวัด โฮชิขอตัวไปพักแล้วรีบเดินไป หญิงสาวยิ้มขำกับท่าทีของเขา แล้วรู้สึกเจ็บปานที่หลังไหล่ขึ้นอีก เธอแปลกใจมันเพราะอะไร...

โฮชิเดินจามกลับหอคอย เจอมิกิโผล่มาทัก

“อย่างนี้นี่เอง คิดไว้ไม่ผิดว่ากิเลสที่ทำให้ท่านชายเป็นแบบนี้มาจากอะไร...ไม่เห็นท่านชายอยู่ที่หอคอยเลยออกมาดูแล้วก็คอยดูต้นทางให้ เกิดมีใครมาเห็นท่านชายกับรินดาราอยู่กันตามลำพังแบบนี้ จะเกิดคำถามมากมายที่ดิฉันคงตอบลำบาก” โฮชิแก้ตัวว่าแค่มาดูแล “ดูแลแต่คอตกผิดหวังกลับมาอีกน่ะเหรอคะ เฮ้อ...สงสารท่านชายจัง ถ้ารินดาราต้องเป็นแบบนี้ทุกครั้ง แล้วเมื่อไหร่ท่านชายจะได้เจอกับคนรักซะที”

โฮชิหน้าเศร้าบอกมิกิว่าตนชินกับความเหงามาหลายร้อยปีแล้วต้องทำตัวให้ชินกับความผิดหวังด้วย มิกิรู้สึกสงสารท่านชาย จึงคิดหาทางช่วย

ทางด้านฮิเดโนริเผลอยิ้มคิดถึงรินดาราที่ได้เจอกันในวันนี้ ไดซูเกะเปิดประตูเข้ามาเห็น ถามจัดการ

นังผู้หญิงคนนั้นได้แล้วหรือ เขาสะดุ้งหลบสายตา ตอบว่ายังไม่มีโอกาส และรู้สึกว่าเธอจะได้ยินความคิดตน จึงต้องพยายามข่มความคิดเอาไว้...ไดซูเกะเตือนให้ข่มสัญชาตญาณปีศาจจิ้งจอกในตัวด้วย เพราะไม่รู้ว่าความคิดที่ได้ยิน คือความคิดของเขาหรือของปีศาจจิ้งจอก

ooooooo

เช้าวันใหม่ รินดาราตัดสินใจจะถามมิกิถึงเรื่องกิโมโนโฮชิ มิกิกำลังพับกิโมโนโบราณที่นำออกมาทำความสะอาดแล้วเก็บใส่กล่อง จึงเข้าช่วย ต้องตะลึงกับความสวยของชุด มิกิเล่าว่า

“นี่คือกิโมโนจูนิฮิโตเอะเป็นชื่อเรียกกิโมโนสมัยยุคเฮอัน คนยุคนั้นกิโมโนที่ใส่กันยาวหลายเมตร เพราะเชื่อว่ายิ่งกิโมโนมีความยาวและความสวยงามมากแค่ไหนก็ยิ่งแสดงถึงความมั่งคั่งมากเท่านั้น แต่ยุคนี้ไม่มีใครใส่กิโมโนยาวขนาดนี้แล้ว จะมีไว้สำหรับเชื้อพระวงศ์ใส่ในงานพระราชพิธีสำคัญหรืองานแต่งงานแบบราชสำนักเท่านั้นเอง”

รินดาราได้จังหวะจึงถามถึงกิโมโนโฮชิ มิกิแปลกใจได้ยินมาจากไหน เธอตอบว่าท่านชายเป็นคนบอก ว่าตระกูลมิยาคาวะมีหน้าที่ดูแลสืบทอดกันมา มิกิครุ่นคิดคงถึงเวลาที่โฮชิอยากให้เธอรู้จัก จึงบอกให้รินดาราขึ้นไปดูบนหอคอย อาจจะรู้คำตอบของกิโมโนโฮชิด้วยตัวเอง

จากนั้นมิกิก็ขึ้นมาบนหอคอยเพื่อปลดล็อกกลไกที่ติดตั้งไว้ โฮชิโผล่มาทำให้เธอสะดุ้ง แล้วบอกเขาว่า วิธีฟื้นความทรงจำของรินดาราได้ผล เธอสนใจกิโมโนโฮชิ เธอมาบอกตนว่าเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ตนจึงมาปลดล็อกกลไกเพื่อให้เธอขึ้นมาดูด้วยตัวเอง

“ฉันยอมรับว่าฉันพูดถึงกิโมโนโฮชิให้ฮิคาริฟังเพื่อฟื้นความทรงจำของเธอ แต่พอฉันเห็นเธอต้องเจ็บปวดเวลาที่พยายามนึกถึงเรื่องนี้แล้ว ฉันอดสงสารเธอไม่ได้นะมิกิ”

“แต่บางทีฉันกลับคิดว่า ความเจ็บปวดที่รินดารากำลังได้รับ อาจเป็นเพราะเมียวโจกำลังทำให้เธอจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร เกิดมาเพื่อใคร”

โฮชินิ่งไปสีหน้าไม่แน่ใจ เดินไปลูบไล้กิโมโนโฮชิ อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ด้านรินดาราเห็นว่าได้เวลาที่จะตามขึ้นไปบนหอคอย พอจะเดินไป พลันเห็นอาคิระเดินออกมาจากทางป่าสน จึงรีบหลบหลังเสา พอเขาเดินผ่านไปก็ถอนใจหันเดินไปทางขึ้นหอคอย แต่ไม่ทันจะก้าวขึ้น ก็มีมือแข็งแกร่งมากระชากออกไป
หันมองแทบช็อก “คุณอาคิระ!”

“คิดว่าตัวเองตัวเล็กนักหรือไง ถึงจะยืนหลบฉันพ้น บอกมาเดี๋ยวนี้ คิดจะขึ้นไปบนหอคอยทำไม”

รินดาราบอกว่ามิกิให้ตามขึ้นไป อาคิระไม่เชื่อ หาว่าโกหกเพราะบนนั้นเป็นเขตหวงห้ามที่มิกิไม่ให้ใครขึ้นไปแม้แต่สายเลือดมิยาคาวะอย่างเขา หญิงสาวยืนยัน อาคิระเสียงกร้าว ถ้าไม่บอกจะถือว่าเธอขึ้นไปขโมยของ แล้วจะแจ้งไปยังมหาวิทยาลัย เธอจะหมดสิทธิ์ในการเรียนต่อ

“อย่านะ! ฉันไม่ได้คิดจะขึ้นไปขโมยของจริงๆ คุณย่าจะให้ฉันขึ้นไปดูกิโมโน...”

เสียงมิกิแทรกว่ากิโมโนเก่าแก่...ทั้งสองหันมอง รินดาราสะบัดมือออกจากอาคิระแล้ววิ่งมาหลบหลังมิกิ อาคิระจึงถามกิโมโนอะไรถึงไม่เอาลงมาดูข้างล่าง มิกิตอบว่ามันไม่สะดวก แล้วตัดบทก่อนที่เขาจะแย้ง “อาคิระ...ย่าอยากให้ไว้ใจย่า ว่าทุกอย่างที่ย่าทำ ย่าทำอย่างมีสติและมีเหตุผล มันจะไม่มีวันส่งผลร้ายมาสู่ตัวย่าหรือตระกูลมิยาคาวะ ถ้าอาคิระเชื่อใจย่า เชื่อใจคนอื่นบ้าง หน้าที่ผู้นำของมิยาคาวะที่อาคิระแบกอยู่มันจะเบาลง”

อาคิระอึ้งมองมิกิด้วยสายตาน้อยใจ “ผมขอโทษครับที่ทำให้คุณย่าไม่สบายใจ แต่ผมอยากขอให้คุณย่าเชื่อผมว่าทุกอย่างที่ผมทำ ผมไม่ได้ทำเพราะหน้าที่ของผู้นำมิยาคาวะ แต่ผมทำจากหัวใจของหลานชายที่รักและเป็นห่วงคุณย่ามากเหลือเกิน แต่ถ้ามันทำให้คุณย่าอึดอัดใจ ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ” พูดจบอาคิระก้มหัวแล้วเดินออกไป

มิกิเรียกเขาก็ไม่หันมา รินดาราเห็นสายตาของอาคิระรู้สึกสงสาร มิกิตัดใจบอกรินดาราให้รีบขึ้นไป โฮชิรออยู่ แต่รินดาราตัดสินใจไม่ขึ้น แล้ววิ่งตามไปดักหน้าอาคิระ

“ฉันขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ” อาคิระยังเดินหนี “นี่คุณไม่เชื่อที่ฉันพูดเหรอ”

“ผมให้ความสำคัญที่การกระทำมากกว่าคำพูด”

“ก็ได้ค่ะ งั้นฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ก้าวเท้าไปเหยียบบนหอคอยแม้แต่ก้าวเดียวจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากคุณ”

อาคิระโต้ว่าตนไม่มีสิทธิ์อนุญาตให้ใครขึ้นไปบนหอคอย รินดาราบอกเขามีสิทธิ์เพราะเขาเป็นนายจ้าง ถ้าตนทำให้นายจ้างไม่สบายใจ ถูกไล่ออก ตนก็ไม่มีเงินไปเรียนต่อให้จบ อาคิระมองเธอด้วยสายตาอ่อนลง แล้วล้วงหยิบเหรียญเซโมริออกมาส่งให้ หญิงสาวทำหน้างง เขาบอกเขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงเข้าไปดูแล้วเจอเหรียญนี้หล่นอยู่ และกำชับ...อย่าเข้าไปในป่านั้นอีก

“ตกลงเป็นห่วงฉันเหรอ” รินดาราทำหน้าล้อ

“ใช่ เป็นห่วง เป็นห่วงมากด้วย” เห็นรินดารามองเขม็ง อาคิระชะงัก “เอ่อ...เพราะถ้าเกิดคุณเจอผีบ่อยๆ ผมจะต้องเสียเวลาพาคุณไปเช็กประสาท ดีไม่ดีหลานผมจะเป็นอันตรายไปด้วย”

รินดาราเหวอ โวยตกลงไม่เชื่อว่าตนเจอผีหรือ ตนไม่ได้บ้าทำไมไม่เชื่อกันบ้าง...หญิงสาวเก็บเหรียญเซโมริใส่กระเป๋าสะพาย หันมองหอคอยด้วยความเสียดายก่อนจะเดินไป

มิกิหน้าเศร้าขึ้นมาบอกโฮชิว่ารินดาราไม่ขึ้นมาแล้ว รู้สึกเสียใจทำไมมันยากกว่าจะบอกความจริงรินดาราได้ โฮชิปลอบใจตัวเองว่ารอมาได้เป็นร้อยๆปี รออีกหน่อยจะเป็นไร แล้วหันมาถามถึงยูกิ มิกินึกได้ว่าเธอหายเงียบไม่ติดต่อมาเลย

ooooooo

ตั้งแต่หมดพลัง ยูกิดูดกิเลสจากมนุษย์ที่มาโกโตะหามาให้หลายคนก็ยังไม่ฟื้นฟูพลังกลับมา จนเธอต้องออกหาเหยื่อด้วยตัวเอง

รินดารามาสอนการนวดให้แก่แป้งร่ำและเกียวที่ร้าน ได้ฟังแป้งร่ำพูดถึงชายลึกลับที่อยู่บนหอคอย เขาว่ากันว่าไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ตายอยู่มาเป็นร้อยๆปี บางคนเม้าท์ว่าเป็นผีดิบ บางคนว่าเป็นเทวดา...พอดี

ฮิเดโนริเข้ามาในร้าน รินดาราทักทายตามมารยาทแล้วขอตัวกลับ ฮิเดโนริตามถามว่าถูกสั่งไม่ให้ยุ่งกับตนหรือ

“เปล่าค่ะ ไม่มีใครสั่งแต่ฉันตัดสินใจด้วยตัวเองว่าฉันยังไม่สมควรเป็นเพื่อนกับคุณในตอนนี้...ฉันไม่สมควรทำในสิ่งที่จะทำให้มิยาคาวะไม่สบายใจ ฉันต้องขอโทษจริงๆค่ะ”

เกียวตามมาเสนอการนวดหลายรูปแบบ กว่าฮิเดโนริจะสลัดหลุด รินดาราก็หายไปแล้ว...รินดาราเดินมาได้กลิ่นเหม็นแล้วเจอยูกิในชุดยูกาตะท่าทางอิดโรย จึงเข้าถามไถ่ แต่กลับโดนไล่ตะเพิดออกมา ฮิเดโนริเดินมา ยูกิเห็นถลาเข้าจับมือบอกต้องการกิเลสชั่วในตัวเขา ฮิเดโนริผลักยูกิออกอย่างแรง พลังจากปีศาจจิ้งจอกทำให้เธอกระเด็นไปกระแทกกำแพงหินทรุดลง เขาขยับเข้ามาดู ทันใดยูกิก็ลืมตาโพลง เข้าบีบคอและยกร่างเขาลอยขึ้น ดวงตาฮิเดโนริเปลี่ยนเป็นสีส้ม

“ปีศาจสุนัขจิ้งจอก! ดี...ถ้าฉันได้พลังจากแก ฉันก็จะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์”

ดวงตายูกิเปลี่ยนเป็นสีฟ้า จ้องเข้าไปในดวงตาฮิเดโนริจนดวงตาสีส้มเขาดับลงกลายเป็นตาดำขาวอย่างมนุษย์ธรรมดา...ยูกิกำลังจะดูดกิเลสจากปากฮิเดโนริ รินดาราซึ่งได้ยินเสียงร้องย้อนกลับมาดู ตกใจร้องห้าม ยูกิชะงักหันมอง ทันใดนั้นแสงสีน้ำเงินจากเหรียญเซโมริในกระเป๋าสะพายของรินดาราก็พุ่งเข้าใส่ยูกิ เธอหวีดร้องปล่อยฮิเดโนริแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว รินดารารีบเข้ามาดูอาการฮิเดโนริ และประคองเขาไปนั่งพัก เขาหายเจ็บแต่แกล้งสำออย

“คุณกล้าหาญมากนะที่กล้าเข้าไปช่วยผม ถ้าเป็นคนอื่นเจอปีศาจแบบนี้คงจะกลัวหนีไป”

“ฉันก็อยากจะวิ่งเหมือนกัน แต่ฉันเพิ่งจะผ่านเรื่องประหลาดๆแบบนี้มาซะจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ฉันถึงรู้ดีค่ะเวลานั้นคุณต้องอยากได้รับความช่วยเหลือจากใครสักคน”

ฮิเดโนริซาบซึ้ง ทำทีถามเรื่องผีที่เธอเจอ รินดาราเล่าให้ฟังแล้วบอกว่าวันนี้เลยไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ตามความเชื่อคนไทย และอยากแนะนำให้เขาทำให้กับผีตัวนั้นเหมือนกัน เพื่อจะได้ไม่จองเวรจองกรรมต่อกันอีก การให้อภัยจะทำให้เราเป็นสุข ฮิเดโนริรู้สึกทึ่ง...

ooooooo








นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.