ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”




นานะเดินนำรินดารามาพบมิกิ เธอกำลังเลือกผ้าฝ้ายสีสันสดใสมาวางเรียงราย รินดาราเข้ามาเห็นชมว่าผ้ากิโมโนสีสวย มิกิส่ายหน้าบอกไม่ใช่ผ้ากิโมโน ผ้ากิโมโนต้องเป็นผ้าไหมจับแล้วลื่นมือ นี่เป็นผ้าฝ้ายเหมาะสำหรับชุดยูกาตะ ระบายอากาศได้ดีใส่แล้วไม่ร้อน ให้เธอเลือก

รินดาราขอใส่ชุดที่ตนมีอยู่จะได้สะดวกในการดูแลอายูมิ มิกิส่ายหน้า “พวกเราไม่ใจร้ายให้คุณทำงานในคืนวันทานาบาตะหรอก เลือกเถอะนะคะ ถือซะว่าเป็นของขวัญวันเกิดจากฉัน”

นานะช่วยคะยั้นคะยออย่าให้มิกิเสียน้ำใจ รินดารา เห็นผ้าลายดอกซากุระที่ดูอลังการน้อยที่สุด จึงบอกว่าผืนนี้ก็ได้ มิกิหันมายิ้มกับนานะ...จากนั้นก็ช่วยกันใส่ชุดยูกาตะให้รินดารา

ทุกคนแต่งตัวเตรียมไปเที่ยวงานทานาบาตะ แม้แต่อายูมิก็อยู่ในชุดยูกาตะ อาคิระจะสวมเสื้อคลุมให้เธออีกตัวเกรงจะโดนน้ำค้าง แต่อายูมิไม่อยากใส่ ไอช่วยบอกว่าอายูมิจะร้อน แต่อาคิระกลับเผด็จการ ถ้าไม่ใส่เสื้อคลุมก็ไม่ต้องไป อายูมิหน้าเสีย...โฮชิเดินเข้ามาบอก

“ทำตามที่คุณอาบอกเถอะอายูมิ”

ทุกคนหันมองโฮชิ ต่างถอยให้อย่างเคารพเกรงใจ โฮชิรับเสื้อจากอาคิระมาสวมให้อายูมิพร้อมกระซิบ ให้ใส่ไปก่อนแล้วค่อยแอบถอด...อายูมิยิ้มแต้ยอมสวมโดยดี อาคิระมองอย่างไม่พอใจที่ถูกแย่งความสำคัญไปจากหลานรัก พานบอกนานะให้ไปเร่งรินดารา

อายูมิชี้ว่ารินดารามาแล้ว ทุกคนหันมอง เห็นมิกิเดินนำเธอเข้ามา ทุกคนตะลึงที่เธออยู่ในชุดยูกาตะ สีชมพูซากุระ รวบผมขึ้นเผยใบหน้าสวยหวาน แม้แต่เคโกะที่ไม่ค่อยชอบเธอก็ตะลึง...อายูมิเข็นรถมาใกล้ ยื่นการ์ดวันเกิดที่วาดเองให้ แล้วโผกอด รินดาราซาบซึ้งใจ อาคิระตัดบทให้ไปกันได้แล้ว หันมาถามไอ แน่ใจหรือว่าไม่ไป เธออึกอักบอกว่าไม่ค่อยสบายจะเที่ยวไม่สนุก

แต่พอทุกคนไปแล้ว ไอก็ออกมาตามหาฮิเดโนริที่ใต้สะพานกระเบื้อง ซึ่งมีสุสานอยู่เบื้องหน้า บรรยากาศวังเวงน่ากลัว...ไอค่อยๆไต่บันไดลงมาก็เจอเขานั่งอยู่ในมุมมืดจริง เธอดีใจมาก ฮิเดโนริแปลกใจรู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่นี่ ไอบอกจำได้เขาเคยเล่าว่าเวลาทะเลาะกับปู่จะหนีมาอยู่ที่นี่ แล้วตอนนี้มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ไอจะก้าวเข้ามาใกล้ เขาร้องห้าม

“อย่าเข้ามา ไปให้พ้น ฉันยังไม่อยากเจอใคร อยากอยู่คนเดียว”

“ทำไมคุณพูดเหมือนฉันเป็นคนอื่น ฉันรักคุณนะฮิเดะ ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ฉันพร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณ”

ฮิเดโนริไม่เชื่อไล่และผลักเธอด้วยแรงที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ทำให้เธอกระเด็นไปไกล พอหันกลับมา พบว่าเขาหายไปแล้ว...

บริเวณศาลเทพเจ้านกกระเรียน มีผู้คนมาร่วมงานทานาบาตะ ต่างกราบไหว้และเขียนคำอธิษฐานลงในกระดาษทังซะขุ เป็นกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้า เขียนแล้วห้อยบนกิ่งไม้ไผ่...กลุ่มอาคิระเดินเข้ามา รินดาราเดินรั้งท้ายกับโฮชิ เขาถามเธอว่ารู้สึกเจ็บที่ปานไหม เธอแปลกใจไม่เจ็บเลย เธออาจคิดไปเองอย่างที่หมอบอก โฮชิยิ้มๆ

“หรือไม่เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดอาจจะมอบสิ่งนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิด”

“ถ้างั้นฉันขอให้อาการของฉันหายตลอดไปเลยนะคะ” รินดาราตั้งใจจะเขียนคำอธิษฐาน

อาคิระหันมองความสนิทสนมของทั้งสอง พอดีอายูมิสะกิดให้เขาช่วยแขวนทังซะขุบนกิ่งไม้ไผ่ให้

อาคิระจึงหันมาถามเธอเขียนขออะไร เธอตอบว่า ขอให้พ่อกับแม่อยู่บนสวรรค์อย่างมีความสุข...โฮชิกับรินดารามองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูสงสาร มิกิเองพานน้ำตาจะไหล

อาคิระลูบหัวหลาน “อายูมิเป็นเด็กดี เทพเจ้าบนสวรรค์ต้องทำตามที่อายูมิขอแน่นอนจ้ะ งั้นเดี๋ยวอาผูกให้สูงๆเลยดีกว่า คำอธิษฐานของอายูมิจะได้อยู่ใกล้เทพเจ้ามากที่สุด”

รินดารามองกระดาษทังซะขุในมือแล้วเปลี่ยนความตั้งใจที่จะเขียนใหม่ พอเธอผูกทังซะขุเสร็จเดินออกไป อาคิระอยากรู้ว่าเธอขออะไร จึงแอบพลิกอ่าน

“ขอให้หนูอายูมิหายป่วยแล้วกลับมาเดินได้อีกครั้ง” อาคิระอ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นกับรินดารา

คืนนั้นทุกคนเดินชมร้านค้าที่มาออกงาน แป้งร่ำกับเกียวเห็นรินดาราก็ดีใจวิ่งเข้ามาทัก พอเห็นอาคิระกับโฮชิก็ตะลึงยิ้มเขินอายกับความหล่อของทั้งสองคน ต่างแนะนำตัวเองกันใหญ่ สองสาวชวนรินดาราไปปาร์ตี้คนไทยที่ร้านนวดของพวกเธอ รินดาราอึกอักเกรงใจต้องดูแลอายูมิ โฮชิบอกให้เธอไป นานทีจะได้พบปะคนไทยด้วยกัน อาคิระกับมิกิหันมองไม่คิดว่าเขาจะให้ไป มิกิจึงบอกรินดาราไม่ต้องเกรงใจ วันนี้เป็นวันเกิดเธอ และให้อาคิระไปเป็นเพื่อน

“แต่ผมคิดว่าคุณรินดาราน่าจะอยากให้ท่านชายพาไปมากกว่า” อาคิระแย้ง

โฮชิรีบบอกให้เขาไป ตนจะเดินเล่นอยู่กับมิกิและจะดูแลอายูมิเอง...พอแยกกัน มิกิถามโฮชิว่าแผนนี้จะได้ผลไหม จะรู้สึกดีต่อกันหรือจะทำให้เกลียดขี้หน้ามากขึ้น โฮชิเชื่อว่าอาคิระจะต้องเห็นความน่ารักของรินดารา และเธอก็จะเห็นมุมที่ดีของเขา

“ถ้าท่านชายไม่ห่วง ดิฉันก็จะได้เบาใจ ว่าแต่วันนี้ดิฉันไม่เห็นรินดารามีอาการเจ็บปวดที่ปานเลย เป็นเพราะอะไรเหรอคะ”

“เพราะเมียวโจโอจินต้องการสร้างคำถามให้ฮิคาริหาคำตอบ เหมือนอย่างที่มิกิสงสัย”

“คำตอบนั้นก็คือท่านชาย...”

“ใช่...ฮิคาริได้มาพบฉัน นั่นคือคำตอบว่าทำไมปานที่หลังเธอถึงไม่เจ็บเหมือนอย่างที่ผ่านมา ขึ้นอยู่กับว่าฮิคาริจะหาคำตอบเจอได้อย่างไร”

ooooooo

ตามถนนเมืองสึกิ เต็มไปด้วยบรรยากาศงานทานาบาตะ รินดาราเดินมองอย่างตื่นเต้น อาคิระเห็นท่าทางเธอเป็นเรื่องไร้สาระ จู่ๆรินดาราก็ให้เขาช่วยถ่ายรูปให้ โดยเธอโพสท่าเก๋ๆตลกๆ เขาถามไม่อายบ้างหรือ เธอบอกว่าอาย...ให้เขารีบถ่าย พอถ่ายเสร็จเธอดึงกล้องมาเปิดดู

พลันมีคนเดินมาชนข้างหลัง รินดาราถลามากอดอาคิระ เขารู้สึกดีพอรู้ตัวก็แกล้งกวน

“จะกอดผมอีกนานไหม หรือว่าหลงเสน่ห์ผมเข้าแล้ว”

รินดารารีบผละออก ถามเอาอะไรคิด เผอิญรองเท้าพลิกจะล้ม อาคิระตกใจอ้าแขนจะรับ เธอยั้งตัวไม่ล้มยกมือดัน “หยุดเดี๋ยวนี้! ฉันไม่เป็นอะไร นั่นแน่...คิดจะแต๊ะอั๋งฉันเลยนะ หลงเสน่ห์ฉันเข้าแล้วล่ะสิ”

“ผมไม่นิยมของแปลก...” อาคิระแก้เก้อยักไหล่เดินออกไป

รินดาราแทบกรี๊ด “คุณ! ฉันแปลกตรงไหน คุณ...เห็นหน้านิ่งๆปากจัดใช้ได้เลยนะ”

ทั้งสองเดินมาถึงหน้าร้านนวด เห็นว่าแป้งร่ำกับเกียวยังกลับมาไม่ถึง จึงรอแถวหน้าร้าน ทันใดรินดารารู้สึกหนาวยะเยือกจนน่าแปลกใจ...อีกฝากถนน ยูกิในชุดกิโมโนสีขาว ปากแดงผมยาวดำขลับเดินอยู่ มี

มาโกโตะเดินตามคอยอำนวยความสะดวกให้ จนริเอะที่เดินตามหลังไม่พอใจ ทนไม่ไหวบอกพ่อขอตัวกลับก่อน มาโกโตะต้องขอโทษยูกิแทนลูกสาว

มีบางสิ่งทำให้ยูกิรู้สึกว่าคนที่ตนตามหา อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้...ด้านอายูมิกับมิกิก็รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาจนต้องขยับคอเสื้อ โฮชิสังหรณ์ใจ มองไปที่กระดาษทังซะขุที่แขวนอยู่ เห็นข้อความว่า...มาหาฉัน ...แล้วเป็นเสียงเมียวโจบอกให้มาหาฉันโฮชิ...เขาใจคอไม่ดีหันบอกมิกิว่าต้องรีบหารินดาราให้เจอ มิกิแปลกใจระคนตกใจ

โฮชิเข็นรถอายูมิเที่ยวถามคนแถวนั้นว่าร้านนวดของแป้งร่ำอยู่ไหน แม่ค้าคนหนึ่งชี้ทางมือไม้สั่นด้วยความหนาวเหน็บ

ด้านมาโกโตะถามยูกิว่า คนที่ตามหาหน้าตาอย่างไร จะได้ให้ลูกน้องช่วยหา เธอส่ายหน้า

“เขาไม่ใช่คนธรรมดา พวกแกมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขาหรอก”

“ไม่ใช่คนธรรมดา หรือว่าเป็นปีศาจเหมือนอย่างเธอ”

“เขาสูงกว่าที่แกจะคาดคิด แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่มนุษย์คนนึง และความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของฉัน จะช่วยให้ได้ร่องรอยของเขา” ยูกิมองมาโกโตะด้วยแววตาดุดัน

บนถนนที่ผู้คนเดินขวักไขว่ โฮชิเงยหน้ามองดาวระยิบระยับ ถามในใจ “บอกฉันทีเมียวโจ...ฮิคาริอยู่ที่ไหน”

ระหว่างนั้นมีดาวตกพุ่งผ่าน โฮชิรีบเดินไปทางนั้น จังหวะนั้นยูกิมองมาเห็นโฮชิ ดวงตาเธอเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ทุกอย่างเหมือนถูกให้หยุดรอบตัว มีเพียงโฮชิที่เคลื่อนไหว ทำให้ยูกิมั่นใจว่าเขาคือเทพเจ้านกกระเรียน เธอแทบเหาะเหินจะไปหาเขา แต่จู่ๆก็เกิดหมดแรงล้มลงกับพื้น ปากที่แดงกลายเป็นซีด มาโกโตะถลาเข้าประคองเธอบอกเขาว่าเธอใช้พลังมากเกินไป มาโกโตะจะไปลากตัวโฮชิมาให้ ยูกิห้าม “อย่า! เขาสูงเกินกว่าที่คนเลวๆอย่างพวกแกจะแตะต้องเขา”

หน้าร้านนวด อยู่ๆรินดารารู้สึกหายหนาว แปลกใจทำไมอากาศเมืองนี้แปรปรวน อาคิระบอกว่าที่นี่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน จึงชวนเธอกลับ รินดาราขออยู่รอแป้งร่ำสักสิบนาที อยากให้เขารู้ว่าตนมา อาคิระจึงหยิบกระดาษทังซะขุขึ้นมาเขียนแขวนไว้บอกแป้งร่ำว่าเธอมาแล้วไม่พบ

รินดารามองอย่างหมั่นไส้ แต่พอจะเดินตามอาคิระไปก็ได้ยินเสียงขอให้ช่วย เธอหันมองรอบตัวมีซุ้มช้อนปลา เห็นปลาทอง 7-8 ตัวร้องเจ็บปวดเพราะโดนกระชอนกระแทก บางตัวป่วย จึงขอซื้อปลาทั้งหมด แต่คนขายไม่ยอม อาคิระแปลกใจแต่ก็ช่วยจัดการซื้อมาจนได้ ทันใด ริเอะผ่านมาเห็นตรงรี่เข้าแทรกกลางระหว่างอาคิระกับรินดารา ทำให้ถุงปลาหล่นแตกรินดาราร้องลั่น

“ปลาฉัน!” ว่าแล้วก็ย่อลงช้อนตัวปลา “อดทนไว้นะ อดทนไว้”

อาคิระช่วยหาถังน้ำมาใส่ปลา ริเอะไม่พอใจหาว่ารินดาราสร้างภาพเป็นคนรักสัตว์ เธอไม่สนใจไล่ให้หลบ ริเอะโกรธปัดปลาในมือเธอหล่นพื้นดิ้นกระแด่วๆแล้วนิ่งไป รินดาราทรุดลงร้องไห้โฮ โมโหลุกขึ้นชี้หน้าต่อว่า...

ริเอะเห็นโฮชิ มิกิและอายูมิมาถึง ทำทีอ่อนลงดูน่าสงสาร

“ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันตาย ฉันแค่อยากจะช่วยเธอแต่มันพลาดหลุดมือ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะรินดารา ฉันขอโทษ” ริเอะเขย่าแขนรินดารา

“ปล่อย! คุณจะทำตัวน้ำเน่าคอยหาเรื่องแกล้งฉัน ฉันไม่ว่า แต่ทำไมต้องไปลงกับชีวิตคนอื่นด้วย ถึงเขาจะเป็นแค่ปลาทอง แต่เขาก็รักชีวิตของเขา” รินดาราสะบัดแขนออก

ทุกคนมองหน้าริเอะเชิงตำหนิ ริเอะร้อนตัวหาว่าโดนใส่ร้าย รินดาราหมดความอดทน พูดเรื่องที่ทำให้ต้องออกจากงาน ริเอะพุ่งเข้าจะทำร้ายรินดารา อาคิระจับแขนไว้ มิกิขอให้โฮชิพารินดารากลับไปก่อน ริเอะร้องไห้ฟ้องมิกิว่ารินดาราโกหก อายูมิเถียงแทนไม่จริง รินดาราไม่ใช่คนแบบนั้น ริเอะถลึงตาใส่ไม่กล้าทำมากกว่านั้น อาคิระกับมิกิเหนื่อยใจ

รินดาราเอาปลาทองมาฝัง น้ำตายังนองหน้า โฮชิปลอบเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา เธอกลับบอกว่าที่ร้องไห้เพราะสงสารลูกของมันที่ยังไม่รู้ว่าแม่ตาย

โฮชิแปลกใจถามรู้ได้อย่างไรหญิงสาวอึกอัก แก้ตัวว่าเดาเอา เพราะสัตว์หรือคนก็ต้องเสียใจถ้ามีการพรากจากคนที่รัก โฮชิบอกว่าตนเข้าใจดี รินดาราข้องใจ “ท่านชายพูดเหมือนว่าเคยจากคนที่รัก”

“ฉันกับเขาแค่ไม่ได้อยู่ใกล้กัน ไม่ได้สัมผัสกายกัน แต่เราไม่เคยจากกันเพราะเราอยู่ในใจของกันและกันเสมอ...ไม่ร้องไห้ได้ไหม เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดอุตส่าห์มอบของขวัญไม่ให้เธอเจ็บปานที่หลังเพื่อให้มีความสุขในวันเกิดแต่ถ้าเขาเห็นว่าเธอร้องไห้แบบนี้ เขาจะผิดหวังได้นะ”

รินดารายอมหยุด โฮชิให้ยิ้มเพื่อรับของขวัญจากตน เธอทำหน้าเหลอหลา ทันใด เกิดพลุสว่างไสวขึ้นสวยงามบนท้องฟ้า หญิงสาวหมุนมองอย่างตื่นตา โฮชิกล่าว... สุขสันต์วันเกิด

ooooooo

เช้าวันใหม่ ฮิเดโนริกลับมาอาละวาดไล่สาวใช้และปัดถาดอาหารที่เธอยกเข้ามา ด้วยความที่เป็นปีศาจ ถาดอาหารกระเด็นไปไกลจนสาวใช้ตกใจ เขาตวาดลั่นไม่ให้ใครเข้ามาในห้องอีก เธอกลัวลานเห็นดวงตาเขาวาวเป็นสีส้ม สาวใช้ก้มหน้าตัวสั่น ฮิเดโนริ ยิ่งบันดาลโทสะ

“มองหน้าฉัน ฉันยังเป็นคุณฮิเดะทายาทคนเดียวของตระกูลโคสึกะที่เธออยากได้เป็นผัว ทำไมไม่ให้ท่าฉันเหมือนที่เธอชอบทำล่ะ วันนี้ฉันจะสนองเธอให้ถึงใจ”

ไดซูเกะเข้ามาห้าม สาวใช้วิ่งหนีออกไป เขาพยักหน้าให้อัตซุโอะตามไป แล้วหันมาเอ็ด “ฮิเดะ...ถ้าแกยังขาดสติ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ สายเลือดปีศาจจิ้งจอกที่อยู่ในตัวแกจะกลืนกินความเป็นมนุษย์ของแกแล้วต่อไปแกก็จะไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกเลย”

“สักวันมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”

“นั่นมันอยู่ที่แกเลือก ถ้าแกยังอยากเป็นมนุษย์ ที่ใช้ความสามารถของพวกจิ้งจอกให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง แกก็ต้องรู้จักสะกดปีศาจจิ้งจอกในตัวแกไว้อย่าให้มันมีอำนาจเหนือแก”

ด้านสาวใช้กลัวลานขอลาออก จึงถูกอัตซุโอะฆ่าตายเพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล...ไดซูเกะลงมือทำพิธีสักยันต์รูปสุนัขจิ้งจอกบนแผ่นหลังของฮิเดโนริ ดวงตาเขาเปลี่ยนเป็นสีส้มเยี่ยงสัตว์ ฮิโตชิแอบมองถึงกับผงะถอยด้วยความกลัว ไดซูเกะบอกสายเลือดจิ้งจอกในตัวถูกสะกดไว้แล้ว มันจะไม่แสดงพลังออกมาในยามที่ไม่ต้องการ จงควบคุมมันด้วยสติและหัวใจที่แข็งแกร่ง

ooooooo

เช้าวันใหม่ อาคิระคิดถึงเรื่องที่รินดาราขอให้ซื้อปลาทอง ถือเป็นของขวัญวันเกิดเธอ...พอมาที่โต๊ะอาหาร มิกิบอกว่ารินดาราพาอายูมิออกไปดูชาวบ้าน ลอยกระดาษเทซังขุที่แม่น้ำ ตนให้นารุตะขับรถไปให้ อาคิระนิ่งเฉย เคโกะแปลกใจที่เขาไม่โกรธ

มิกิมารายงานโฮชิว่า วิธีของเขาได้ผลเยี่ยมอาคิระไว้ใจรินดารามากขึ้น โฮชิยิ้มแต่แววตาดูกังวล มิกิจึงถามมีอะไรที่ต้องห่วง

“ฉันกำลังสงสัยว่าเมียวโจไม่ได้ส่งแค่ตัวฮิคาริให้มาช่วยเรา แต่เมียวโจส่งความสามารถพิเศษมาให้ฮิคาริด้วย”

มิกิอยากรู้ แต่พอเห็นท่าทางนิ่งๆของโฮชิก็เอ่ย ท่านคงยังไม่แน่ใจ เอาไว้ท่านแน่ใจแล้วค่อยเล่าให้ฟัง ตนจะรอ...โฮชิมองยิ้มๆ “นี่เธอมีความสามารถพิเศษอ่านใจฉันออกตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แหม...ท่านชายก็ ดิฉันใช้ประสบการณ์ล้วนๆค่ะ อยู่กับท่านชายมาตั้งหลายปี ถ้าอ่านใจท่านชายไม่ออกก็แย่แล้ว ว่าแต่ท่านชายยังไม่ได้บอกดิฉันเลยค่ะว่าตอนที่อาคิระกับรินดาราไปหาเพื่อนด้วยกัน ท่านชายเห็นอะไรถึงต้องรีบร้อนไปตามหารินดารา”

โฮชิตอบว่าเมียวโจส่งสัญญาณมาเตือนให้ไปช่วยฮิคาริ มิกิแทรกถาม กลัวโดนริเอะตบเอาหรือ โฮชิปรายตามอง มิกิชะงักสงบเสงี่ยมลง โฮชิกล่าวจริงจังว่ามันน่ากลัวมากจนรู้สึกว่าอันตรายอยู่ใกล้ฮิคาริ มิกิอดไม่ได้ถามไม่เห็นเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน โฮชิถอนใจสายตามีกังวล

“ไม่ได้เกิดขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีนะมิกิ”...

เหตุร้ายเริ่มคืบคลานเข้ามายังครอบครัวมิยาคาวะ เมื่อมาโกโตะถามยูกิว่า ผู้ชายที่เจอเมื่อคืนเป็นคนรักของเธอหรือ ยูกิตาวาวหันขวับมาจ้องหน้า

“ใช่ ฉันรักเขาแต่เขาไม่เคยรักฉัน เมื่อสี่ร้อยปี ฉันขอให้เขารักฉันเหมือนอย่างที่เขารักนังเมียวโจโอจินคนรักของเขา แต่เขาไม่ยอม ฉันทำให้พายุหิมะถล่มเมืองสึกิ แต่เขาก็ยังไม่ใจอ่อน หนำซ้ำเขากับเทพเจ้าจิ้งจอกยังร่วมมือกันทำลายฉัน ให้ฉันต้องถูกจองจำทุกข์ทรมานอยู่ในตุ๊กตาฮินะ เขาใจร้ายกับฉันเหลือเกิน”

มาโกโตะฟังแล้วรู้สึกว่าเหมือนตำนานเมืองสึกิ ยูกิย้ำว่าเป็นเรื่องจริง มาโกโตะตะลึงเพราะแสดงว่าเธอคือนางปีศาจหิมะ และชายคนที่รักก็คือเทพเจ้านกกระเรียน...มาโกโตะบอกว่าที่คฤหาสน์มิยาคาวะ มีหอคอยที่มิกิหวงแหนไม่ยอมให้ใครขึ้นไปบนนั้น ชาวบ้านลือว่ามีคนอาศัยอยู่บนนั้นมานาน ยูกิยิ้มเหยียด ถ้าอย่างนั้น

มีเพียงมิกิที่จะทำให้ตนใกล้ชิดเขาได้ ฉะนั้นหน้าที่ของมาโกโตะคือ ทำให้มิกิมาที่นี่แล้วที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของตน

มาโกโตะจึงต้องมาพึ่งริเอะให้ชวนมิกิมาเที่ยวบ้าน ริเอะปฏิเสธเพราะรู้ว่ามิกิถือตัวไม่ยอมออกไปไหนง่ายๆ...ยูกิปรากฏตัวขึ้น บอกริเอะว่าเธอจะได้ตัวอาคิระอย่างที่เธอต้องการด้วย ริเอะไม่อยากเชื่อ มาโกโตะยืนยันเพราะเขาได้ประโยชน์จากสิ่งที่ยูกิทำให้มาแล้ว

สายวันนั้นรินดารากำลังสอนให้อายูมิวาดภาพระบายสี อาคิระเข้ามาหอมแก้มหลานสาวก่อนไปทำงาน รินดาราเผลอมองความอ่อนโยนของอาคิระ พอเขาหันมาก็สะดุ้งมือปัดดินสอสีตกกระจาย รีบก้มเก็บ จังหวะนั้น อาคิระก้มลงเก็บเช่นกัน ทั้งสองจึงหน้าผากชนกันอย่างแรง แล้วต้องชะงักเมื่อหน้าประชิดแทบจะจูบกัน อายูมิหัวเราะคิกคัก ทั้งสองรู้สึกตัวผละออกจากกัน รินดาราเขินเดินหนีไปดื้อๆ อายูมิกระเซ้าอาแล้วถามเมื่อคืนให้อะไรเป็นของขวัญรินดารา

อาคิระนึกได้ แค่การซื้อปลาทองให้ไม่น่าเป็นของขวัญ จึงเข้าไปหาไอขอให้ช่วยซื้อผ้าพันคอสวยๆมาให้ที ไอแปลกใจถามจะซื้อให้สาวไหน พอดีริเอะโผล่มาทัก โชคดีที่อาคิระยังไม่ไปทำงาน อาคิระสงสัยวันนี้ไม่ได้นัดกัน ไอหมั่นไส้แกล้งถามริเอะว่าวันนี้เป็นวันเกิดเธอรึเปล่า พอริเอะตอบว่าอีกสองเดือนถามทำไม ไอยั่ว

“พอดีอาคิระฝากฉันซื้อของขวัญวันเกิดให้ผู้หญิง แต่ไม่ยอมบอกว่าใคร ถ้าเป็นเธอฉันจะได้ไม่รับฝาก” แล้วหันมาบอกอาคิระ “ไม่ต้องห่วงนะ ไอจะเลือกผืนที่สวยที่สุดมาให้เลย รับรองคนได้ไม่ผิดหวังแน่นอน” ทิ้งบอมบ์ แล้วไอก็เดินไป

ริเอะหันมาถามอาคิระทันทีว่าซื้อของขวัญให้ใคร เขาตอบตามตรงว่าให้รินดารา เธอโวยวายทำไมต้องให้ เขาบอกเป็นการแสดงน้ำใจต่อลูกจ้าง ริเอะแทบเต้นผางไม่อยากเชื่อ แต่ต้องสงบเสงี่ยมไว้ก่อนเพราะเกรงเสียเรื่องของพ่อ...แล้วริเอะก็เอ่ยปากชวนอาคิระกับมิกิไปที่บ้าน อ้างว่าเพื่อนต่างชาติของพ่ออยากให้มิกิทอกิโมโนให้ เท่าไหร่ก็ทุ่มไม่อั้น พอมิกิรู้ออกตัว

“ฝากขอบคุณเขาด้วยนะจ๊ะ แต่ถ้าเขาคิดว่าเงินจะทำให้ย่าทอกิโมโนให้ได้ เขาคิดผิดแล้วจ้ะ ให้เขาเอาเงินไปทุ่มไม่อั้นกับคนอื่นดีกว่า” ริเอะย้อนถามแล้วต้องการอะไร “ต้องการให้กิโมโนที่ย่าทอด้วยใจไปอยู่กับคนที่เห็นคุณค่าของกิโมโนจริงๆ”

อาคิระให้เชิญเพื่อนพ่อเธอไปที่โรงงานจะดีกว่า ริเอะรู้ว่าตัวเองพลาด จึงเปลี่ยนแผนเป็นจะเกาะอาคิระทั้งวัน และไปต่อด้วยงานเลี้ยงคืนนี้อีก มิกิมองอย่างไม่พอใจหวงหลานชาย จึงยอมไปบ้านมาโกโตะเพื่อให้เสร็จธุระแล้วกลับพร้อมหลานชาย

มาโกโตะดีใจมากเมื่อเห็นอาคิระจูงมิกิเข้ามา เขาแนะนำให้รู้จักยูกิ เธอปรากฏตัวในชุดกิโมโนที่เป็นตัวแรกที่มิกิทอกับมือ มิกิจำได้ว่าได้ขายให้ชาวต่างชาติไปตั้งแต่สมัยสงครามโลก

ยูกิยิ้มกริ่มเอ่ยว่า ตนเป็นคนหลงใหลสิ่งใดแล้วจะต้องเอามาครอบครองให้ได้...ริเอะมองอย่างสงสัย แอบมากระซิบถามมาโกโตะว่าได้ชุดนั้นมาจากไหน เขาตอบว่าทุ่มเงินซื้อมาด้วยราคาสูง เพราะแน่ใจว่าจะได้คืนกลับมาอีกหลายร้อยเท่า รวมถึงสมบัติของมิยาคาวะด้วย

หน้าที่ริเอะคือรั้งอาคิระไว้ให้ดูผลงานการออกแบบกิโมโนประยุกต์ที่จะใช้โชว์งานโตเกียววีกในห้องทำงานของเธอ ปล่อยมิกิจิบน้ำชาอยู่กับมาโกโตะ แล้วมิกิก็ได้ยินเสียงเพลงที่เป็นเพลงเดียวกับที่โฮชิชอบเล่น จึงเดินไปดู เห็นยูกิบรรเลงซามิเซ็น จึงยืนมองเคลิบเคลิ้ม ยูกิแกล้งทำสายเอ็นขาดบาดนิ้วเลือดซึม มิกิตกใจปราดเข้าไปช่วย ยูกิฉวยโอกาสปาดเลือดที่แขนมิกิ ทำให้เธอชะงักนิ่ง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าแสดงว่าถูกมนต์สะกดของยูกิเข้าแล้ว

ooooooo

ระหว่างนั้นรินดารากำลังทำกายภาพให้อายูมิ เธออดทนไม่ร้องแม้จะเจ็บเพราะคิดว่าจะได้ข้ามขั้นตอนไปเร็วๆ รินดาราบอกว่าถ้าเจ็บต้องบอกเพื่อจะได้รู้ว่าควรรักษาแบบไหน อายูมิจึงออดอ้อน วันนี้ขอพัก โฮชิโผล่มา ชวนทั้งสองออกไปเดินเล่น อายูมิ ดีใจตอบตกลงทันที

ขณะที่เดินเล่นในสวน รินดารายืนมองปลาคาร์พในธารน้ำคุยหยอกล้อกัน โฮชิเห็นท่าทีเข้ามาถามฟังมันคุยกันหรือ เธอรีบปฏิเสธแค่เห็นสีมันสวย โฮชิยิ้มอย่างรู้ทัน... พอมานั่งพักจิบน้ำชา รินดาราเผลอลูบหน้าผาก อายูมิแซวว่าคิดถึงอาคิระหรือแล้วเล่าให้โฮชิฟังว่ารินดารากับอาคิระเกือบจะจุ๊บกันเมื่อเช้า หญิงสาวหน้าแดงรีบแก้ตัวว่าเป็นอุบัติเหตุ โฮชิชักไม่สบายใจ

พอมาเดินเล่นที่ไร่ชา อายูมิก็โพล่งขึ้นว่าอยากให้รินดาราจัดงานแต่งงานกับอาคิระที่นี่ รินดาราหน้าแดงปรามอายูมิให้เลิกแซว อายูมิหัวเราะร่าบอกชอบที่เธอหน้าแดง โฮชิพยายามวางหน้านิ่งเฉย...ไอเดินถือถุงกระดาษเข้ามาทักทาย

“ไอเพิ่งกลับจากในเมือง นานะบอกว่าทุกคนมาอยู่ที่นี่ ไอก็เลยตามมา นี่ค่ะ อาซื้อขนมมาฝาก แล้วถุงนี้ก็ของคุณรินดารา อาคิระฝากมาให้ค่ะ เป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง ตอนแรกเขาจะเอามาให้ด้วยตัวเอง แต่อยู่ๆก็โทร.บอกให้ฉันเอามาให้คุณเอง สงสัยจะเขินค่ะ”

จู่ๆโฮชิก็จามออกมา ทุกคนหันมอง เขาจามอีกติดๆกัน ไอบอกสงสัยจะแพ้เกสรดอกไม้ อายูมิจึงส่งผ้าเช็ดหน้าที่มิกิเพิ่งปักเสร็จเมื่อเช้าให้ โฮชิรับมา ทันใด เห็นหยดเลือดที่ลายปัก เขาชะงักรู้สึกว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับมิกิ จึงบอกไอให้โทร.ติดต่อมิกิทันที ทุกคนแปลกใจ

ขณะนั้นริเอะพยายามรั้งอาคิระไว้ แต่พอไอโทร.เข้ามา อาคิระก็พรวดพราดออกไปหามิกิทันที...มิกิกลับสู่สภาพปกติดวงตาดำพูดคุยถึงโฮชิอย่างไม่ปิดบังและยินดีจะทอกิโมโนให้ ริเอะแปลกใจอย่างมากที่ยูกิทำให้มิกิไว้ใจได้

เมื่ออาคิระพามิกิกลับมาถึงบ้าน โฮชิแสดงความเป็นห่วงมิกิมาก จนอาคิระแปลกใจถามห่วงอะไร โฮชิอ้างว่า “ฉันก็เป็นห่วงทุกคนในมิยาคาวะนั่นแหละอาคิระ”

ทุกคนแยกย้ายกันไป อาคิระมาถามไอถึงของขวัญที่ฝากซื้อ พอรู้ว่าไอมอบให้รินดาราไปแล้วก็หงุดหงิดใจ ไม่ทันไรรินดาราเข้ามาขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นที่สอง อาคิระจึงบอกว่าเรื่องซื้อปลาอย่านับเป็นของขวัญ ตนอายหลาน รินดาราหมั่นไส้

“แสดงว่าที่คุณซื้อผ้าพันคอให้ฉันเพราะคุณไม่อยากอายหนูอายูมิด้วยใช่ไหม”

“ไม่ใช่...เหตุผลเดียวที่ผมให้คุณคืออยากให้ คุณจะได้ไม่มองว่าผมเป็นนายจ้างแล้งน้ำใจ”

รินดาราว่าแค่นี้ไม่ทำให้ตนคิดว่าเขามีน้ำใจหรอก ทันใดเกิดลมพัดผ้าพันคอปลิวไปติดบนต้นไม้ รินดาราทำหน้าวิงวอน อยากให้เขามีน้ำใจ...อาคิระจำต้องให้เธอขี่หลังขึ้นไปเก็บผ้า พลันรินดาราเจองูบนกิ่งไม้ก็ตกใจร้องกรี๊ดและดิ้น ทำให้อาคิระเสียหลักล้มลง ผ้าพันคอปลิวปิดหน้าเขา ประจวบกับรินดาราล้มทับปากจุ๊บเข้าที่ปากเขาพอดิบพอดี ชายหนุ่มรู้สึกถึงสัมผัสรีบดึงผ้าออก ก็เจอหน้ารินดาราใกล้ชิด เธอโวยจะดึงผ้าออกทำไม เขาโวยกลับ

“ไม่ดึงออกแล้วจะรู้เหรอว่าอะไรอุ่นๆโดนปากผม”

“มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” รินดาราอายมากอยากร้องกรี๊ด

“จริงเหรอ...” อาคิระล้อ

“นี่! อย่ามาพูดแบบนี้ให้ใครได้ยิน ฉันเสียหายนะ”

อาคิระบอกขำๆว่าไม่ต้องห่วงตนมีความรับผิดชอบ รินดาราโยนผ้าใส่หน้าเขา สะบัดเสียงอายๆ ไม่ต้องมารับผิดชอบและเอาของคืนไป...ห่างออกมาโฮชิยืนมองสองคนอย่างสะท้อนใจ แล้วมีอาการจามติดๆกันขึ้นอีก มิกิยกถาดอาหารเข้ามา แปลกใจที่ท่านชายมีอาการเหมือนคนเป็นหวัดได้อย่างไร โฮชิอ้างโลกร้อน สีบ้านยังลอกล่อนแล้วเทพอย่างตนจะไม่เปลี่ยนได้อย่างไร

มิกิไม่คิดเช่นนั้น “ท่านชายอย่ามาทำให้เขว ไม่ใช่เพราะโลกร้อนแต่เป็นเพราะท่านกำลังเกิดกิเลสในใจ ร่างกายจึงอ่อนแอ ทำให้ไม่สบายเหมือนมนุษย์”

โฮชิบ่น ไม่จำเป็นต้องจำทุกเรื่องที่เล่าให้ฟัง แต่มิกิกังวลใจถามมีเรื่องอะไรจะได้ช่วยกันแก้ไข โฮชิรับปากจะทำลายกิเลสในใจเอง พลันร่างมิกิกระตุก ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้า แต่โฮชิไม่ทันเห็น...ยูกิได้ส่งกระแสจิตถึงมิกิ ทำให้เธอเล่าเรื่องยูกิให้โฮชิฟังและอยากให้เขาได้รู้จัก

ขณะเดียวกัน ไดซูเกะคร่ำเคร่งอ่านตำราเก่าของตระกูลอยู่หน้าแท่นบูชา เกิดลมพัดวูบเข้ามาทำให้เทียนดับ เขารู้สึกว่าเป็นสัญญาณเตือน ในตำราบอกไว้ว่า...หญิงสาวจากดวงดาวจะมาปลดปล่อยเขาและนำพาหายนะให้โคสึกะสูญสิ้น...ทันใดเสียงหอนโหยหวนของสุนัขจิ้งจอกดังขึ้น ฮิเดโนริมีอาการกระสับกระส่าย ดิ้นทรมานปัดแจกันหล่นแตก เขาคว้าเศษแก้วมากำในมือจนเลือดสาด ไดซูเกะรีบมาที่ห้องหลานชายพบแต่เศษแก้วและหยดเลือด

อัตซุโอะตกใจ ไดซูเกะบอกว่าฮิเดโนริกำลังต่อสู้กับสายเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัว ทั้งสองออกมาตามหา ทันใดฮิเดโนริในสภาพปีศาจสุนัขจิ้งจอกกระโจนเข้าใส่อัตซุโอะกระเด็นไปแล้วหันมาทางไดซูเกะ อัตซุโอะร้องบอก อย่า...นั่นปู่ของเขา ใบหน้าฮิเดโนริบูดเบี้ยวเหมือนพยายามควบคุมตัวเองให้ได้จนเหนื่อยอ่อน ไดซูเกะ จึงบอกให้เข้มแข็ง ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเอง

ฮิเดโนริจึงตั้งสมาธิข่มอารมณ์ให้สงบ พอทำได้แผลที่มือก็สมานหายเป็นปกติ เขายิ้มย่องชักชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ ไดซูเกะยินดีด้วย

“ดี...แกจะได้เลิกทำตัวงี่เง่า แล้วกลับมาทำหน้าที่ทายาทของตระกูลสักที เรื่องที่ปู่ให้ไปสืบเกี่ยวกับนังผู้หญิงที่มาดูแลหลานของอาคิระ ไปถึงไหนแล้ว”

ฮิเดโนริก้มหน้ารู้สึกผิดที่ยังไม่คืบหน้า ไดซูเกะโวย จะรอให้มันมาทำลายตระกูลเราตามสัญญาณเตือนของบรรพบุรุษก่อนหรือ ฮิเดโนริตากร้าวเป็นสีส้ม ให้สัญญาจะไม่มีวันเกิดขึ้น ไดซูเกะเตือนอย่าประมาทและให้รีบไปจัดการ

ooooooo

เช้าวันใหม่ รินดาราหยิบกระเป๋าสะพายเล็กๆใส่มือถือ ปากกา สมุดโน้ตเพื่อความคล่องตัว เปิดประตูจะออกจากห้อง ต้องตกใจเมื่อพบอาคิระยืนอยู่ เขาส่งผ้าพันคอให้ เธองอนไม่รับ เขาจึงถือวิสาสะเดินเข้ามาวางในห้อง เธอโวยเขาไม่มีสิทธิเข้าห้องส่วนตัวคนอื่น

อาคิระวางผ้าพันคอบนโต๊ะแล้วเห็นเหรียญเซโมริลายนกกระเรียนวางอยู่ ก็ตัดพ้อ ทีของท่านชายให้ล่ะเก็บอย่างดี หญิงสาวสวน “แน่นอน ท่านชายให้ด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้ให้ไปตามหน้าที่อย่างคุณ คุณค่ามันต่างกันอยู่แล้ว”

รินดาราคว้าเหรียญจากมืออาคิระมาเก็บใส่กระเป๋า นานะเดินผ่านถามหามิกิเพราะมีโทรศัพท์มาถึง อาคิระแปลกใจร้อยวันพันปีไม่มีใครโทร.หา จึงถามว่าใคร นานะตอบว่ายูกิ ยิ่งสร้างความแปลกใจให้เขา...

มิกิคุยโทรศัพท์แล้วมาชวนโฮชิออกไปพบยูกิด้วยกัน อ้างว่าเป็นคนที่เขาน่ารู้จักไว้พูดคุยคลายเหงาเวลาที่ตนจากไปแล้ว โฮชิไม่อยากขัดใจ อาคิระแปลกใจที่มิกิไม่เคยอยากให้ใครพบท่านชายแต่คราวนี้ทำไมถึงพาไป เขาขอไปด้วยแต่มิกิปฏิเสธ แต่แล้วขณะที่จะขึ้นรถมิกิก็เกิดหน้ามืดเป็นลม ทำให้โฮชิต้องไปพบยูกิกับอาคิระเพราะมิกิไม่อยากผิดนัด

ด้านยูกิ ยิ้มย่องที่สามารถทำให้โฮชิออกมาพบตนได้ จึงบอกมาโกโตะว่าจะออกไปกับริเอะ เขาไม่ต้องไป ตอนแรกริเอะไม่ยอมไปด้วยแต่พอยูกิบอกว่าจะได้พบอาคิระ จึงยอม

อาคิระพาโฮชิมาที่เนินหน้าอุโมงค์วิสทีเรีย ซึ่งกำลังออกดอกสะพรั่ง โฮชิแปลกใจทำไมถึงนัดที่นี่ อาคิระคิดว่ามิกิเป็นคนนัด ไม่ทันไร ริเอะเข้ามาทักทาย อาคิระ แนะนำกับโฮชิว่าเธอเป็นเพื่อน ริเอะค้อนเคืองๆ หญิงสาวตื่นเต้นที่ได้พบท่านชายครั้งแรก แล้วเธอก็บอกว่ามาแทน

พ่อ พายูกิมาพบมิกิตามนัด เธอทำทีจะโทร.ตามยูกิแต่ลืม มือถือไว้ที่รถ จึงชวนอาคิระเดินไปเอาด้วยกัน อาคิระลังเล ไม่อยาก ทิ้งโฮชิไว้ลำพัง โฮชิเข้าใจบอกเขาว่าแค่ประเดี๋ยวเดียว ไม่ต้องห่วง

โฮชิเดินมองดอกวิสทีเรีย ทำให้คิดถึงเมียวโจ พลันได้ยินเสียงฮัมเพลงที่ตัวเองชอบบรรเลง จึงเดินตามเสียงเพลงนั้นไปจนพบยูกิ เธอตาวาวเมื่อเห็นหน้าเขารีบแนะนำตัวเอง โฮชิรู้สึกคุ้นหน้าเธอมากแต่ยังนึกไม่ออก เขาบอกเธอว่าที่มาเพื่อจะบอกว่ามิกิไม่สบายกะทันหัน แต่ติดต่อเธอไม่ได้ จึงมาบอกด้วยตัวเอง ยูกิยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันได้พบกับคุณก็เพียงพอแล้ว”

โฮชิรู้สึกแปลกๆ...ยูกิเอ่ยว่าตนชอบดอกวิสทีเรีย เพราะเวลาที่เงยหน้ามองดอกเล็กๆที่แผ่กระจายเต็มต้น มันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังยืนมองดูดาวนับล้านๆดวงที่กระจายเต็มท้องฟ้า ทั้งๆที่เป็นเวลากลางวัน...สีหน้าโฮชิประหลาดใจ ยูกิทำเป็นถามว่าตนพูดอะไรผิด เขาบอกว่าไม่ผิด เพียงแต่พูดเหมือนใครบางคน พอเธอถามว่าใคร เขาก็บอกว่า คนรักของตน

“เหรอคะ...แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ทำไมคุณโฮชิไม่พาเธอมาด้วย”

“เธออยู่ไกล เราไม่ได้พบกันนานแล้ว”

“แล้วคุณยังคิดถึงเธออยู่รึเปล่า”

“แน่นอนครับ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราอยู่ห่างกันเท่าไหร่ ผมก็ยังจะรักเธอเหมือนเดิม”

ยูกิกัดฟันกรอด แค้นใจที่เขาไม่ลืมคนรักเสียทีจึงพยายามจะสะกดจิตโฮชิ แต่พอมองตา ดวงตาเขากลายเป็นสีเขียว เธอถึงกับผงะทรุดฮวบ โฮชิตกใจปราดเข้ารับร่าง เธอได้รับไออุ่นจากร่างกายเขา ทำให้สะท้านน้ำตาคลอเบ้า ความรู้สึกที่โหยหามาหลายร้อยปี อยากสัมผัสใบหน้าเขาเสียงโฮชิเรียกทำให้รู้สึกตัว เธอชะงัก ลดมือลง

“ฉันต้องขอโทษด้วย คุณทำให้ฉันนึกถึงคนรักของฉันค่ะ เวลาฉันนึกถึงเขาทีไรฉันมักจะอ่อนแอแบบนี้ทุกที ทั้งๆที่เขาทำร้ายจิตใจฉันให้ทุกข์ทรมานแสนสาหัส”

โฮชิจ้องหน้ายูกิระยะใกล้ ทำให้นึกออกว่าเคยเห็นเธอที่โรงพยาบาล จึงดีใจด้วยที่เธอสามารถผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้ และให้คำแนะนำ...ความรักคือการให้อภัย รักกันย่อมดีกว่าเกลียดชังกัน ก่อนที่เราจะรักใคร ต้องรักตัวเองให้เป็นก่อน เมื่อเห็นค่าในตัวเอง ผู้ชายที่เรารักก็จะเห็นคุณค่าในตัวและรักเราได้อย่างหมดหัวใจ ยูกิอึ้งรับคำจะทำตามคำแนะนำของเขา

ทางด้านอาคิระเป็นห่วงโฮชิ เมื่อริเอะเอามือถือที่รถแล้วก็จะรีบเดินกลับไปหา แต่เธอพยายามรั้งไว้ ชวนคุยถึงอดีตที่เคยหวานชื่น ตอกย้ำว่าไม่เคยลืม อาคิระจึงบอกว่าตนก็ไม่เคยลืมว่าถูกเธอทิ้งไปหาคนอื่น ริเอะแทบร้องกรี๊ดกับความใจแข็งของเขา

ooooooo

ในขณะที่รินดาราดูแลมิกิจนอาการดีขึ้นแล้วก็จะไปดูแลอายูมิตามเดิม พอเดินมาตามทางก็เห็นอายูมิเข็นรถตัวเองหายเข้าไปในพุ่มไม้ จึงรีบตามไป นานะเห็นก็แปลกใจ ยกถาดขนมไปให้อายูมิที่ห้องนั่งเล่น แล้วบอกเธอว่าเห็นรินดาราเดินไปในสวน

จู่ๆฟ้าก็มืดครึ้มลง รินดาราเดินมาเจอฮิโตชิ ก็แปลกใจว่าเด็กคนนี้เข้ามาในบริเวณนี้ได้อย่างไร ฮิโตชิทำทีร้องไห้ขอให้เธอพากลับบ้าน รินดาราจึงเดินตามเด็กน้อยไปในป่าสนจนถึงบ่อน้ำเก่า เธอแปลกใจไม่เห็นมีบ้านสักหลัง แล้วฮิโตชิก็กอดขาเธอหวังจะให้ตกไปในบ่อ เธอล้มลงชะโงกหน้าไปในบ่อ เห็นฮิโตชิอยู่ก้นบ่อ หน้าขาววอกกวักมือให้ลงมาเล่นด้วยกัน

รินดาราตกใจร้องกรี๊ดสุดเสียงวิ่งหนีกลับออกมา ทุกคนในบ้าน ทั้งมิกิ อายูมิ ไอ นานะและเคโกะได้ยินเสียงต่างออกมามองหา...รินดาราวิ่งหนีมาสักพักก็เจอผีคอยาวซึ่งผีทั้งสองตัวนี้ ฮิเดโนริเป็นคนส่งมาจัดการเธอ รินดาราแทบสติแตกกระเสือกกระสนหนีล้มลง ของในกระเป๋าเทออกมารวมทั้งเหรียญเซโมริ เธอรีบคว้ามาอธิษฐานให้ช่วยปกป้อง แสงศักดิ์สิทธิ์ทำให้ผีทั้งสองหวาดกลัวหายวับไป...

อาคิระกลับมาสมทบกับโฮชิ ยูกิกับริเอะชักชวนให้สองหนุ่มไปนั่งจิบชาด้วยกันสักครู่ พลัน ไอโทร.มาบอกเรื่องรินดารา อาคิระรีบรายงานโฮชิ ทั้งสองรีบขอตัวกลับไปทันที...ยูกิไม่พอใจถามริเอะว่าใครคือรินดารา ริเอะตอบด้วยความเคียดแค้น

“ผู้หญิงไทยที่มาดูแลหลานง่อยของอาคิระ มันชอบทำตัวอ่อยอาคิระ เธอเองก็ระวังท่านชายไว้ให้ดีเถอะท่านชายได้เจอนังรินดาราที่บ้านมิยาคาวะบ่อยๆ ระวังเขาจะหลงเสน่ห์มันเข้า”

“คุณโฮชิไม่ได้เหมือนผู้ชายทั่วไปที่จะหลงรักใครง่ายๆ”

ริเอะทำหน้าเหยียด ว่าพูดเหมือนรู้จักกันมานาน ยูกิสวนไม่ต้องสนใจเรื่องตน เอาเวลาไปสนใจอาคิระก็พอ ริเอะไม่พอใจแช่งให้รินดาราตายๆไปเสียเลย

ระหว่างนั้น รินดาราเห็นผีทั้งสองหายไป ก็ออกวิ่งไม่คิดชีวิต แต่ก็สะดุดล้มจนได้ เหรียญในมือกระเด็นเข้าไปในพงหญ้า ผีคอยาวกับฮิโตชิปรากฏตัวทันที ผีคอยาวบีบคอเธอดันติดต้นไม้ ฮิโตชิตบมือสนุกสนาน...

อาคิระขับรถปราดเข้าบ้าน ทันทีที่เท้าโฮชิเหยียบลงพื้นอาณาบริเวณของมิยาคาวะ ดวงตารูปปั้นนกกระเรียนก็เป็นประกายวาบขึ้น ผีทั้งสองสัมผัสพลังนั้นได้ หวีดร้องสลายตัวไปในบัดดล ร่างรินดาราร่วงลงกับพื้น เธอหวาดผวาซุกหน้าร้องไห้

ท้องฟ้ากลับสว่างไสวปกติ ไอเข้ามารายงานอาคิระกับโฮชิว่ายังติดต่อรินดาราไม่ได้ ตามหาก็ไม่เจอ อาคิระร้อนใจผลุนผลันเข้าไปตามเธอในป่าสนทันที...รินดาราเดินโซซัดโซเซท่าทางหวาดผวามาตามทาง ชนเข้ากับอาคิระ เธอกรีดร้องลั่น เขาดึงเธอมากอดปลอบให้ใจเย็นนี่เขาเอง

“อาคิระ!” พอเห็นหน้าเขา รินดาราก็ร้องไห้โฮ “อาคิระช่วยฉันด้วย ฉันถูกผีหลอก มันจะฆ่าฉัน...มันจะฆ่าฉัน” พูดจบก็เป็นลมพับในอ้อมแขนอาคิระ โฮชิและคนอื่นตามมาถึงเข้าช่วย

เหตุการณ์คืนนี้สร้างความหวาดกลัวให้เคโกะกับนานะมาก อาคิระยังเป็นห่วงรินดาราจึงคิดไปดูแลเธอที่ห้องพัก...รินดาราค่อยๆโผล่หน้าออกมาหน้าห้อง มองอาคิระอย่างไม่มั่นใจว่าใช่ตัวเขาจริงหรือไม่ อาคิระจึงดึงมือเธอไปวางทาบที่หัวใจให้สัมผัสว่ามันเต้นจริงหรือเปล่า

รินดาราถอนใจที่เป็นตัวจริง อาคิระถามขำๆว่าผีมันปลอมตัวมาหลอกหรือ เธอค้อนขวับจะปิดประตูหนี อาคิระเอามือรั้งไว้ มองเธออย่างขอโทษและห่วงใย...

ทั้งผีสาวคอยาวและผีเด็กฮิโตชิ ถูกฮิเดโนริลงโทษร้องโหยหวนที่จัดการรินดาราไม่ได้ ไดซูเกะท่าทางสงบนิ่งเตือนหลานชาย ถ้าพวกมันทำสำเร็จน่ะเป็นเรื่องแปลก ฮิเดโนริข้องใจ

“ปู่เคยเตือนแกแล้วใช่ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ธรรมดาอย่างที่แกคิด นังนั่นมันมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อย่าว่าแต่ผีกระจอกของแกทำอะไรมันไม่ได้ วิชาของพวกเราที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทำอะไรมันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

“แล้วเราจะทำยังไงดีครับปู่”

“ในเมื่อจัดการมันด้วยเล่ห์ไม่ได้ก็ต้องจัดการด้วยกล”

ฮิเดโนริพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.