ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”




ภายในคฤหาสน์มิยาคาวะ รินดาราเดินตามโฮชิเข้ามาเพื่ออธิบายว่าตนไม่ได้อ่านนิทานก่อนนอนจนละเมอเห็นเด็กในสวน เพราะตนได้ยินเสียงเด็กและมีหยดเลือดจริงๆ

“ที่นี่มีเรื่องผีใช่ไหมคะท่านชาย”

โฮชิไม่ตอบแต่จับมือเธอขึ้นมาแล้ววางเซโมริไว้ในมือเธอ...เซโมริเป็นเครื่องรางของขลังกันภูตผีปีศาจของชาวญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นทรงกลมเท่าเหรียญ ด้านบนเป็นลวดลายนกกระเรียนปักด้วยไหมสีทอง ด้านหลังเป็นสีดำสนิท รินดารามองอย่างตื่นเต้น

“เซโมริ สวยจังเลย ตอนมาญี่ปุ่นใหม่ๆ ซาเอะเพื่อนของฉันเคยให้เซโมริกับฉัน ฉันก็เลยให้ตะกรุดของพ่อตอบแทนไป” โฮชิทำหน้าฉงน “ตะกรุดค่ะ เป็นเครื่องรางของขลังของคนไทยเหมือนเซโมรินี่แหละค่ะ มีไว้ป้องกันภูตผีปีศาจและอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายเหมือนกัน”

โฮชิยิ้มรับ “เซโมรินี้จะปัดเป่าอันตรายทั้งปวงไม่ให้เข้ามาใกล้คุณ ผมให้คุณ...ฮิคาริ”

หญิงสาวก้มหัวขอบคุณ แต่พอเงยหน้าขึ้น โฮชิได้หายไปแล้ว เธอแปลกใจเหลียวมองหา ก็พอดีเคโกะเดินมาต่อว่าที่เดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน รินดาราบอกว่าคุยกับท่านชายอยู่ เคโกะไม่เชื่อว่าท่านชายจะลงมาคุยด้วย หาว่าโกหก ไล่ให้กลับห้อง...รินดารากลับเข้าห้องนั่งครุ่นคิดว่า ตัวเองหูแว่วตาฝาดเห็นเด็กจริงหรือ แต่ก็ยิ้มขอบคุณที่โฮชิมอบเซโมริให้

ในขณะเดียวกัน ฮิโตชิถูกฮิเดโนริตะคอกใส่ที่หายไปอีก ฮิโตชิบอกว่าไปเล่นกับอายูมิ

“อายูมิ...หลานไอ้อาคิระน่ะเหรอ” ฮิโตชิพยักหน้า “งั้นแกก็ต้องได้เจอนังผู้หญิงที่มาดูแลนังเด็กอายูมิน่ะสิ มันเป็นยังไง”

ฮิโตชิตอบว่า ใจดีให้ของเล่น และพูดย้ำอยู่แบบนั้นจนฮิเดโนริโมโห รู้ว่าอยากให้ตนให้บ้าง ฮิโตชิพยักหน้าหงึกๆ เขาตวาดลั่น...ฝันไปเถอะแล้วไล่ให้ไปพ้นหน้า ฮิโตชิกลัวลานคลานหายเข้ากำแพง ไปโผล่ในห้องมืดห้องหนึ่ง ผีน้อยกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมห้อง

พอเงยหน้าขึ้นมามองรอบห้อง เห็นตุ๊กตาตัวเล็กๆ วางเรียงรายบนชั้นมากมาย เขาคลานไปหยิบดูแล้วสะดุดตากับตุ๊กตาฮินะตัวหนึ่ง เพราะหน้าตาคล้ายอายูมิ จึงเอามาเล่น ไม่คาดฝัน ริมฝีปากแดงของตุ๊กตาคลี่ยิ้มออก เขาตกใจ พอดีกับเสียงไอค่อกแค่กของไดซูเกะดังขึ้น

ฮิโตชิสะดุ้งทำตุ๊กตาตกกระแทกพื้น ผ้ายันต์เล็กที่ติดอยู่ใต้ฐานตุ๊กตาหลุดออก ส่งผลให้มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากตุ๊กตา พร้อมเสียงหัวเราะเล็กแหลมของผู้หญิงดังเย็นยะเยือก ฮิโตชิเย็นวาบที่ปลายเท้า แหงนหน้าขึ้นมอง ต้องตาโตกับอะไรบางอย่าง เขาหวาดกลัวตัวสั่นเทาหายตัววับไป

ไดซูเกะเดินผ่านหน้าห้อง รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ รีบเลื่อนประตูเข้าไปดู เปิดไฟมองรอบห้อง ทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติ จึงปิดไฟปิดประตูตามเดิม เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกยังดังแว่ว

ooooooo

ในร้านอาหารหนึ่งยามค่ำคืน ยูกิ เกอิชาสาวสวยแต่งหน้าขาวโพลน ทาปากแดงครึ่งปาก กำลังร่ายรำอย่างสวยสดงดงาม มาโกโตะพ่อของริเอะนั่งดื่มกับเพื่อนนักธุรกิจ และชมการแสดงอย่างเพลิดเพลิน ยูกิมักจะชายตาสบกับมาโกโตะแสดงถึงความคุ้นเคยส่วนตัว

หลังจากนั้น ยูกิก็มาชงชาด้วยท่วงท่างดงามตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นให้แก่กลุ่มของมาโกโตะ เพื่อนๆต่างชื่นชมเธอ “คุณเป็นเกอิชาที่ชงชาได้รสชาติดีที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา”

ยูกิยิ้มหวานเอื้อนเอ่ย “ชาหนึ่งจิบเปี่ยมด้วยความยินดีที่จะต้อนรับแขก จะซึมซับเข้าสู่จิตใจของผู้ดื่ม ทำให้เกิดจิตแห่งความขอบคุณและยังช่วยเสริมให้เกิดการสนทนาค่ะ”

“มิน่าตอนนี้เราถึงอยากจะสนทนากับคุณยูกิ มากกว่าสนทนาเรื่องธุรกิจ”

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า วันหลังขอมาสนทนากับเธอโดยเฉพาะ หญิงสาวกล่าวเหนียมอาย “ดิฉันต้องขอโทษด้วย ดิฉันตั้งใจจะทำงานวันนี้เป็นวันสุดท้ายค่ะ”

มาโกโตะและเพื่อนๆชะงักแปลกใจ ยูกิยิ้มปรายตามองมาโกโตะก่อนจะกล่าวว่าตนจะออกไปดูแลคนรัก เขาทำงานหนักแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน จึงอยากไปดูแลปรนนิบัติเขาให้มากที่สุด เพื่อนๆมาโกโตะรุมถามว่าคนรักเธอเป็นใคร พวกเขาอิจฉาแต่ก็แสดงความยินดีด้วย เธอยิ้มรับ มองไปยังมาโกโตะจนเขาหน้าเสียไม่พอใจ

หลังเสร็จงาน มาโกโตะเข้ามากระชากข้อมือยูกิอย่างแรงในห้องแต่งตัว ต่อว่าที่พยายามประกาศตัวว่าเป็นผู้หญิงของเขา หญิงสาวออดอ้อน

“ฉันรู้ค่ะ เราเคยสัญญากันว่าเราจะต่างคนต่างอยู่ เราจะไม่ให้ใครรู้ว่ารักกัน แต่ฉันทนไม่ได้อีกแล้ว ฉันไม่อยากนอนคิดถึงคุณคนเดียว เฝ้ารอคอยทุกวันว่าเมื่อไหร่คุณจะมาหา แล้วก็ใจแทบขาดเวลาที่คุณไป ฉันถึงจะเลิกทำงานเพื่อไปอยู่กับคุณ คอยดูแลปรนนิบัติคุณใกล้ๆยังไงล่ะคะที่รัก” ยูกิลูบไล้ใบหน้ามาโกโตะ โน้มหน้าจะจูบ

มาโกโตะทำท่าเหมือนเคลิ้ม แล้วผลักตัวเธอออกอย่างแรง “แต่ผมไม่ต้องการ!”

ยูกิกระเด็นไปชนโต๊ะ ข้าวของกระจาย มาโกโตะชี้หน้าประกาศต่อนี้ไปเราจบกัน ยูกิตกใจถลาเข้ากอดขาเขาร่ำไห้ ถามตนทำอะไรผิด เขาตวาด ไม่ต้องการให้ใครมาผูกมัด เมื่อทำตามที่ตกลงกันไม่ได้ ก็ไปกันไม่ได้ หญิงสาวถามเสียงสั่น ที่ผ่านมาเรารักกันหรือเปล่า เขาไม่ตอบ สะบัดหน้ากลับออกไป ยูกิล้มลงร้องไห้แทบขาดใจ

คืนนั้น ยูกิเดินร้องไห้มาตามทาง เจอชายขี้เมาออกมาจากร้านเหล้า ฉุดกระชากเข้าข้างทางหมายข่มขืน เธอร้องให้คนช่วยแต่ไม่มีใครแถวนั้น จู่ๆก็เกิดควันสีขาวลอยมาตามพื้นกระทบเท้าชายหื่น เขารู้สึกเย็นวาบจับใจชะงักงัน ยูกิได้ทีเอากระเป๋าฟาดเขาแล้ววิ่งหนีไปได้ ชายหื่นงงที่เกิดหนาวขึ้นมาแบบนี้ ฉับพลันเขาก็ล้มตึงลงพร้อมกับเสียงหัวเราะแหลมเย็นยะเยือกดังก้อง

ooooooo

เช้ามืด โฮชินอนบนฟูกเหงื่อแตกกรานเพราะฝันร้ายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ยากจะลืม มิกิเลื่อนประตูเข้ามาพอดีได้ยินเสียงรีบปลุก โฮชิลืมตาขึ้นเล่าว่าตนฝันถึงเมื่อหลายร้อยปีก่อนที่เกิดพายุหิมะรุนแรงทำให้ชาวบ้านล้มตายเป็นเบือ และเขาได้ช่วยชีวิตลูกสาวท่านโชกุนไว้ได้

“เหตุการณ์ก็ผ่านไปตั้งหลายร้อยปี ดิฉันนึกว่าท่านชายจะลืมไปแล้ว”

“มันคือความสูญเสียชีวิตของชาวเมืองสึกิที่ฉันไม่สามารถลืมมันได้หรอกมิกิ”

“แต่ความโกรธแค้นของนางปีศาจหิมะที่ออกมาทำลายล้างชีวิตผู้คน ไม่ใช่ความผิดของท่านชายนี่คะ ในเมื่อท่านชายไม่ได้รักนาง นางต่างหากที่ต้องยอมรับความจริง”

“ขอบใจนะมิกิ ฉันก็อยากให้มันเป็นแค่ฝันร้ายของฉันเท่านั้น อย่าให้มันเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเลย”

“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านชาย ถ้านางปีศาจหิมะยังไม่สูญสลายไป แล้วรู้ว่าท่านชายกลายเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ป่านนี้คงไม่รอดโดนนางตามจิกพาไปทำสามีแล้ว”

“เกิดเป็นโฮชิที่หล่อเลือกได้แบบนี้ก็แย่เหมือนกันนะมิกิ” โฮชิพูดติดตลก

มิกิป้องปากหัวเราะ “ค่ะ...หล่อมาก ไม่เอาแล้ว คุยกันเรื่องรินดาราดีกว่า ตกลงวันนี้ท่านชายจะให้ดิฉันจัดการตามที่คุยกันไว้เลยไหมคะ”

โฮชินิ่ง มองภาพเขียนเมียวโจอย่างครุ่นคิด...

ขณะนั้น รินดารานอนหลับอยู่บนฟูกในห้อง พลิกตัวกลับมา เจออาคิระยืนจังก้าอยู่ก็ตกใจลุกพรวดขึ้นถามเข้ามาได้อย่างไร เขาโต้ที่นี่บ้านเขา จะเข้าออกห้องไหนก็ได้ แต่ที่มาเพราะจะถามทำไมถึงออกไปเดินเพ่นพ่านกลางคืน หญิงสาวนิ่วหน้าที่รู้ข่าวไว อาคิระบอกว่าตนเป็นเจ้าของบ้านรู้ทุกเรื่องในบ้านนี้ รินดาราจึงเล่าว่าได้ยินเสียงบางอย่าง พอออกไปดูก็พบโฮชิ ท่านเป็นห่วงเอาเครื่องรางมาให้ ถ้าไม่เชื่อก็ให้ไปถามท่านเอง ว่าแล้วก็ไล่เขาออกไป ตนต้องการจะอาบน้ำ ก่อนเขาจะไป รินดาราย้ำ

“คุณ! ถึงบ้านนี้จะเป็นบ้านของคุณ แต่ตอนนี้ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวของฉัน คุณจะเข้าออกตามอำเภอใจ ไม่ได้...จบนะ”

จากนั้นรินดาราก็ลงมาดูแลอายูมิ ประเมินอาการของเธอ ค่อยๆยกขาเช็กกล้ามเนื้อแต่ละจุดและคอยถามว่าเจ็บไหม บางครั้งอายูมิก็ร้องออกมา อาคิระขยับจะช่วยหลาน มิกิต้องรั้งไว้ อายูมิถามรินดาราว่าตนจะกลับมาเดินได้อีกไหม

“ได้สิจ๊ะ กล้ามเนื้อของอายูมิแค่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เลยต้องฟื้นฟูและทำการเทรนนิ่งตามขั้นตอน ถ้าอายูมิร่วมมือกับพี่ พี่สัญญาว่าหนูจะกลับมาเดินได้อีกแน่ แต่ว่าต่อไปนี้ ถ้าอายูมิรู้สึกเจ็บเวลาที่พี่ช่วยเทรนนิ่งกล้ามเนื้อให้ อายูมิต้องบอกระดับความเจ็บที่รู้สึกให้พี่รู้นะ”

ไอกระซิบอาคิระว่านักกายภาพคนนี้ท่าทางเข้าท่ากว่าคนอื่นๆ มีความเป็นมืออาชีพ อาคิระนิ่งไม่ตอบ...

อายูมิสลดลงบ่นว่าตนคงทำไม่ได้ ตนเคยลองหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ชีวิตนี้คงเดินไม่ได้อีกแล้ว อาคิระฟังแล้วสงสารหลานจับใจ

“งั้นถ้าตอนนี้ยังทำไม่ได้ อาว่าอย่าเพิ่งไปฝืน ถึงหนูจะเดินไม่ได้อีกก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย อาจะเลี้ยงดูหนูเอง”

“เอ๊ะ! คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันกำลังช่วยให้กำลังใจอายูมิ ไม่ใช่ช่วยสนับสนุนให้แกเลิกพยายาม” รินดาราเอ็ดเสียงเข้ม

อาคิระเถียงว่าตนไม่ชอบบังคับหลาน รินดาราย้อนก็เพราะมีอาแบบนี้ ถึงเดินไม่ได้เสียที คนอื่นหน้าเจื่อนไม่คิดว่ารินดาราจะกล้าเถียงกับอาคิระ เธอยังย้ำได้อ่านประวัติการรักษาที่ผ่านมา อายูมิน่าจะมีอาการดีขึ้น หรือไม่ก็กลับมาเดินได้แล้ว ถ้าผ่านการฝึกอย่างจริงจัง แต่เพราะเขาที่คอยทำให้เด็กไม่ช่วยเหลือตัวเอง ถ้าเขายอมปล่อยให้รักษาตามขั้นตอน อายูมิจะกลับมาเดินได้

“เดินได้หรือไม่ได้ เราก็จ่ายค่าจ้างให้คุณจนคุ้มแน่ๆ” อาคิระพาล

“อย่าดูถูกกันมากเกินไปค่ะคุณอาคิระ อย่าคิดว่าเงินของคุณจะซื้อได้ทุกอย่าง ฉันมาที่นี่ไม่ใช่เพราะเงิน แต่ต้องการช่วยอายูมิให้กลับมาเดินได้ ถ้าคุณยังอยากให้ฉันช่วยหลานคุณ กรุณาอย่ามาก้าวก่าย ปล่อยให้ฉันทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ได้ไหมคะ”

อาคิระจะแย้ง มิกิปรามและบอกรินดาราว่าตนยินยอมให้เธอรักษาตามวิธีของเธอ หญิงสาวก้มหัวขอบคุณ มิกิบอกเมื่อเสร็จเรื่องนี้แล้วให้ไปคุยกับตน อาคิระมองอย่างหงุดหงิด

หลังจากนั้น รินดารามาพบมิกิ มิกิบอกให้เธอขึ้นไปพบโฮชิบนหอคอย รินดาราแปลกใจเพราะคนในบ้านห้ามไม่ให้ขึ้นไปบนนั้น มิกิย้ำ เธอเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตแล้วผายมือชี้ทาง

ooooooo

ระหว่างนั้น อาคิระแวะไหว้ศาลเทพเจ้านกกระเรียนก่อนออกไปทำงาน โฮชิโผล่มาทัก เขาแปลกใจที่ท่านชายมาอยู่ที่นี่ โฮชิบอกว่ามาช่วยทำความสะอาดเพราะเห็นคนในบ้านวุ่นวายกับหน้าที่ของตัวเอง อาคิระติง ถ้าคุณย่ารู้ต้องต่อว่าคนในบ้านแน่

“ไม่หรอก...ฉันบอกมิกิไว้แล้ว”

“คุณย่าเชื่อฟังทุกคำที่ท่านชายขอเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน คุณย่าก็ไม่เคยขัด”

“เพราะฉันกับมิกิรู้จักกันมานาน และให้ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เพราะฉันไปบังคับหรือมีอิทธิพลกับความคิดของมิกิได้อย่างที่เธอคิดหรอก...อาคิระ”

“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นครับท่านชาย”

“ถ้าเธอไม่ได้คิดแบบนั้นฉันก็ต้องขอโทษด้วย เพราะยังไงฉันก็เป็นแค่ผู้อยู่อาศัย ส่วนเธอเป็นผู้นำของตระกูล” โฮชิยิ้มก้มหัวนิดๆ

อาคิระรีบก้มหัวรับ บอกไม่ต้องขอโทษ สายตาของเขายังมีแต่ความสงสัยไม่ได้รับความกระจ่างใดๆ พอดีมีชายใส่สูทเข้ามาไหว้ศาลเทพเจ้า ชายคนนั้นมองมาที่อาคิระอย่างคนรู้จัก อาคิระหันมาขอตัวกับโฮชิว่าเขามีนัดคุยกับลูกค้า โฮชิยิ้มให้แต่ก็มองตามนิ่งๆ...พอกลับออกมาจากศาลเทพเจ้า มิกิเดินรี่เข้ามาบอกว่า ตนปลดล็อกทางเดินหน้าห้องเขาแล้ว

“ขอบใจนะมิกิ ทำไมสีหน้ากังวลอย่างนั้นล่ะ”

“ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจค่ะ ถึงท่านชายจะมั่นใจเรื่องลางสังหรณ์ แต่ข้างบนนั้นมีความลับของกิโมโนโฮชิ ถ้าเกิดเธอไม่ใช่คนที่ท่านชายรอคอย แล้วเอาความลับเรื่องกิโมโนของท่านชายไปพูดข้างนอก ดิฉันกลัวว่า...”

โฮชิแทรก ถ้ามัวแต่กลัวแล้วจะรู้ความจริงเมื่อไหร่ ที่พารินดารามาก็เพราะอยากรู้...เขาย้ำ ความลับไม่มีในโลก มันมีแต่ว่าจะรู้ช้าหรือรู้เร็วแค่นั้น มิกิถอนใจไม่คลายความกังวล

ในขณะที่รินดาราเดินมาถึงทางเดินหน้าห้องบนหอคอย รู้สึกประหม่า ส่งเสียงเรียกท่านชายเบาๆไม่มีเสียงตอบ เธอไม่รู้ว่าจะเข้าห้องไหน พลันเหมือนมีลมมาปะทะหน้า เธอแปลกใจเพราะไม่มีหน้าต่าง ทันใดประตูห้องหนึ่งเลื่อนเปิด แสงสีทองเรืองรองออกมา เธอตกตะลึงรู้ในสำนึกว่าไม่ใช่ที่ที่ตนควรเข้าไปจึงหันกลับ แต่แล้วเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนที่ปานบนไหล่

พาลให้คิดถึงอดีต ที่มักจะปวดแสบปวดร้อนทุกครั้งที่เป็นวันเกิด...ในวัย 20 เกิดมีดาวตกพาดผ่าน รินดารารีบยกมือไหว้อธิษฐานขออย่าให้เกิดอาการอีก ไม่ทันไร ก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนมากจนน้ำตาเล็ด แม่ช่วยเอาน้ำแข็งประคบ เธอถามแม่ ทำไมต้องเจ็บมากทุกครั้งที่เป็นวันเกิดและเวลาที่...ได้ยินเสียงสัตว์

“โธ่...แม่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเวรกรรมอะไรนักหนา ทำไมลูกของแม่ถึงต้องแตกต่างจากคนอื่นแบบนี้ด้วย”

“แม่จ๋า...หนูอยากรู้จัง หนูจะหาคำตอบได้จากที่ไหน”

“ไม่ต้องห่วงนะลูก แม่เชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันต้องมีเหตุมีผลของมัน สักวัน...เมื่อถึงเวลาที่ถูกที่ควร ลูกอาจจะได้คำตอบ”...

รินดารายังนิ่วหน้าปวดแสบปวดร้อนที่ปานรูปดาว เธอจ้องไปที่แสงเรืองรองด้วยความแปลกใจทำไมถึงทำให้เจ็บ หรือว่านี่คือคำตอบที่ค้นหามานาน ตัดสินใจขยับจะเข้าไปในห้อง แสงสีทองยิ่งเจิดจ้าจนมองอะไรไม่เห็น และมีลมปะทะหน้าวูบใหญ่ หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหมือนดวงตาเทพเจ้า ไม่เป็นตัวของตัวเองอีก เธอเดินมาหยุดมองชุดกิโมโนที่ทอขึ้นจากไหมย้อมสีน้ำเงินเข้มอมดำ ราวท้องฟ้ายามราตรีกาล ลวดลายที่ปักด้วยไหมสีทองกลางผืนเป็นรูปนกกระเรียนกางปีกเตรียมเหินบิน แต่ปีกข้างหนึ่งยังปักไม่สมบูรณ์

หญิงสาวยืนเพ่งมอง โฮชิก้าวเข้ามาด้านหลังเรียก...

ฮิคาริ เธอยืนนิ่งไม่ตอบสนอง แต่พอเขาเปลี่ยนเรียก...

เมียวโจ เธอค่อยๆหันมองด้วยดวงตาสีเขียวเข้ม โฮชิดีใจมากถึงกับน้ำตาไหล

“เมียวโจ...เธอ...เธอนั่นเอง...ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน ในที่สุดเธอก็ได้ยินเพลงของฉันจริงๆ เมียวโจ...ฉันยังจำคำสัญญาของเราได้นะ เมื่อไหร่ที่เราอยู่ห่างกันและไม่ได้สัมผัสกัน เธอจะฟังเพลงของเราอยู่ข้างฉันเสมอ” โฮชิขยับเข้าใกล้ เอื้อมมือออกไปจะสัมผัสใบหน้าเธอ

ทันใด รินดารากรีดร้องดังลั่น ดวงตากลับเป็นสีดำตามเดิมแล้วล้มหมดสติ โฮชิตกใจประคองร่างเธอไว้ในอ้อมกอด มิกิวิ่งตามเข้ามาถามเกิดอะไรขึ้น โฮชิละล่ำละลัก

“เธอคือเมียวโจ...ฮิคาริคือเมียวโจของฉัน...”

ooooooo

มิกิมองรินดาราที่นอนสลบอยู่บนฟูกในห้องโฮชิอย่างไม่แน่ใจว่าเธอคือเทพธิดาดาวเดือนเจ็ดจริง แต่โฮชิมั่นใจเพราะได้เห็นส่วนหนึ่งของเมียวโจในตัวเธอ มิกิไม่เข้าใจ

“อวตาร...เมียวโจได้ยินเสียงเพลงของฉันแต่เธอไม่สามารถลงมาจากสวรรค์เพื่อช่วยปลดปล่อยฉันได้ด้วยตัวเอง เธอจึงอวตารมาเป็นได้แค่ส่วนหนึ่งของรินดาราเพื่อช่วยหาทางทำให้กิโมโนโฮชิเสร็จสมบูรณ์”

มิกิดีใจคิดว่าเมื่อรินดาราฟื้นคงจะช่วยทำให้โฮชิได้กลับสวรรค์ แต่เขายังเครียดเพราะไม่รู้ว่าเธอฟื้นแล้วจะจำได้ไหมว่าตัวเองเป็นเมียวโจ...รินดาราเริ่มมีอาการกระสับกระส่าย เหงื่อแตกเต็มหน้า มิกิเอามืออังที่หน้าผากแล้วต้องชักมือกลับด้วยความตกใจที่ตัวเธอร้อนเป็นไฟ

“ฮิคาริเธอเป็นมนุษย์ แต่ส่วนหนึ่งที่เมียวโจ อวตารลงมานั้นเป็นเทพเจ้า ร่างมนุษย์เป็นเพียงกายหยาบมีกิเลส เธอจึงไม่สามารถทนรับพลังอันบริสุทธิ์ของเทพเจ้ามาอยู่ในตัวได้”

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะ”

โฮชิไม่รอช้า ช้อนอุ้มรินดาราพาไปหาหมอเพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้ก่อน...

ในขณะเดียวกัน คนที่มาพบอาคิระที่ศาลเทพเจ้า คือนักสืบที่เขาว่าจ้างให้สืบประวัติรินดารา นักสืบรายงาน ว่าเธอเป็นลูกเกษตรกรธรรมดาที่เมืองไทยและสอบชิงทุนมาเรียนต่อได้ แต่ที่ผิดปกติคือเธอถูกพักทุนเพราะแอบพาสัตว์ทดลองของมหาวิทยาลัยไปรักษากับสัตวแพทย์ นอกนั้นไม่มีข้อมูลอะไรที่ดูจะเกี่ยวข้องกับตระกูลเรียวอิจิและท่านชายโฮชิเลย

“แต่ผมเห็นสายตาที่พวกเขามองกันมันมีบางอย่าง ยิ่งกับท่านชายที่ผมเห็นเขามองเธอ มันเหมือนกับว่ารู้จักเธอมานาน”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สืบยากเหมือนกันครับ เพราะที่คุณให้ผมไปสืบเรื่องท่านชาย ผมบอกตรงๆ ข้อมูลของเขาไม่มีเลยจริงๆ”

อาคิระไม่อยากเชื่อ นักสืบจึงบอกว่าจะพยายามหาดูอีกครั้ง...อาคิระมาถึงโรงงานทอผ้า ไอรีบเอาแฟ้มเอกสารที่เป็นออเดอร์ใหม่ให้เขาเช็กดู แล้วเปรยว่าน่าแปลกที่วันนี้ริเอะไม่มาเกะกะ อาคิระบอกว่าตนบอกให้เธอมาวันหลัง ไอถือโอกาสถามว่าเขาเชื่อจริงๆหรือว่าริเอะอยากศึกษาการทอผ้า เขานิ่งรู้แก่ใจว่านั่นคือข้ออ้าง ไอตอกย้ำไม่เข็ดอีกหรือ ที่คบกันมาเป็นปีๆแล้วถูกทิ้งไม่เห็นหัวเมื่อริเอะไปเจอฝรั่งหล่อรวย อาคิระยืนยันว่าตอนนี้ริเอะเป็นได้แค่เพื่อน

“จ้าพ่อสุภาพบุรุษ แต่ฉันจะบอกให้นะ เท่าที่ฉันได้ยินเพื่อนๆพูดกัน ริเอะน่ะไม่ได้เลิกกับนายแบบหล่อรวยคนนั้นแบบธรรมดาๆหรอกนะ” ไอพยายามเตือนและจะสืบต่อให้

แต่อาคิระไม่สนใจ เพราะมั่นใจว่าจากนี้ไปเขาให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนแก่เธอ เขาไม่อยากยุ่งเรื่องอื่นนอกจากเรื่องอายูมิ และไม่ค่อยไว้ใจรินดาราเท่าไหร่ ไอนึกได้บอกเรื่องรินดาราป่วย ท่านชายพาไปโรงพยาบาล อาคิระยิ่งแปลกใจ

ooooooo

ยูกิมาหามาโกโตะถึงบ้าน อ้อนวอนขออยู่ปรนนิบัติเขา อ้างที่เขาเคยบอกว่ารัก มาโกโตะสวน ถ้าผู้หญิงทุกคนที่ตนบอกรักแห่มาขอเป็นเมียอย่างเธอ ป่านนี้คงเต็มบ้านเหมือนดอกซากุระ

ยูกิน้ำตาไหลพราก เพราะตนเป็นแค่เกอิชาเขาถึงรังเกียจ มาโกโตะปฏิเสธแถมชมเธอเป็นคนสวย เป็นคนเก่งและมีคุณสมบัติของกุลสตรีทุกอย่าง ยูกิดีใจโผกอด เขาผลักเธอออกบอกให้ไปหาผู้ชายคนใหม่ที่พร้อมรับเธอเป็นเมีย หญิงสาวร่ำไห้ว่ารักและขาดเขาไม่ได้ ริเอะโผล่เข้ามาฉุดกระชาก “พ่อฉันสั่งให้ออกไปก็รีบออกไปสิ ที่นี่ไม่มีเวทีให้เธอแสดงบทโศกหรอก ไปสิ!”

ยูกิจนตรอกคว้ากรรไกรมาป้องกันตัวแต่พลาดบาดมือริเอะเลือดซึม ยูกิตกใจลนลานขอโทษ มาโกโตะเอาผ้าเช็ดหน้าพันมือให้ลูกสาวและบอกเธอว่าตนมีวิธีจัดการไม่ต้องแจ้งตำรวจ ริเอะยอมกลับออกไป มาโกโตะหันมาโอ้โลมให้ยูกิอ่อนลงและยอมวางกรรไกร...

ด้านอายูมิแปลกใจที่รินดาราป่วยกะทันหัน อยากไปเยี่ยม อาคิระบอกว่าเธออาจจะป่วยมาก่อนแล้วเกิดช็อกขึ้นมา จะไปเยี่ยมให้ อายูมิดีใจ...ระหว่างเข็นรถอายูมิเดินเล่นมาใกล้ศาลเทพเจ้านกกระเรียน โทรศัพท์อาคิระดังขึ้น เขาจึงให้เธอรอตรงนี้ก่อน แล้วเดินเลี่ยงไปคุยงาน

ทันใดก็มีเสียงเรียกอายูมิให้มาเล่นกัน เธอหันมองหาบังคับรถเข็นไปตามทาง จนมาถึงบ่อน้ำเก่า เห็นฮิโตชิโผล่หน้าเศร้าๆออกมาจากหลังบ่อ เธอดีใจที่ได้เจอเขาอีก

“ฮิโตชิอยากเล่นกับอายูมิ...”

“ฉันก็อยากเล่นกับเธอเหมือนกัน เมื่อคืนนี้ยังเก็บเอาไปฝันเลยว่าเธอไปหาฉันที่บ้าน ชวนฉันไปเล่น แล้วฉันก็เอาของเล่นให้เธอด้วย”

ฮิโตชิชูของเล่นให้อายูมิดู เธอแปลกใจที่เป็นเรื่องจริงไม่ได้ฝัน “แล้วเธอเข้าไปในบ้านได้ยังไง รู้ไหมถ้าคนอื่นเห็นเข้า เขาจะหาว่าเธอเป็นขโมย”

“ฮิโตชิคิดถึงอายูมิ...ฮิโตชิจะไม่ให้ใครเห็นอีก”

อายูมิเองก็อยากมีเพื่อน แต่ไม่สามารถออกมาเล่นด้วยได้ จะขออนุญาตอาคิระให้เขาเข้าไปเล่นในบ้าน ฮิโตชิสวนทันที “ไม่ได้! ฮิโตชิกลัว เดี๋ยวเขาจะว่าฮิโตชิ”

อายูมิรีบบอกว่าอาของตนใจดี ฮิโตชิส่ายหน้าไม่กล้าบอกว่าหมายถึงฮิเดโนริ...ฮิโตชิขอให้อายูมิสัญญาจะไม่บอกใครเรื่องเขา ทั้งสองเกี่ยวก้อยสัญญากัน ฮิโตชิชวนให้อายูมินั่งเล่นขอบบ่อ แม้เธอจะกลัวแต่ก็พยายามดันตัวมานั่งจนสำเร็จ รู้สึกดีใจที่ตัวเองทำได้ เธอมองลงไปในบ่อที่มืดมิดอย่างกลัวๆ ฮิโตชิบอกว่าข้างล่างมืดและหนาวมาก อายูมิถามรู้ได้อย่างไร เขาจะลงไปให้ดู อายูมิร้องห้ามลั่น พอดีอาคิระตามมาเห็นร้องห้าม

“อย่านะอายูมิ...ทำไมทำแบบนี้ รู้ไหมว่าถ้าเกิดตกลงไปจะเป็นยังไง”

อายูมิบอกตนกำลังเล่นกับเพื่อน อาคิระหันมองรอบๆไม่เห็นใคร อายูมิเห็นฮิโตชิแอบอยู่หลังบ่อ ชูนิ้วก้อยทวงสัญญา เธอจึงชะงัก ขอโทษอาคิระแทน และรับปากจะไม่ทำแบบนี้อีก

อาคิระอุ้มอายูมิกลับเข้าบ้าน เล่าให้มิกิฟัง มิกิตกใจเพราะวันก่อนก็ตามไปเจอเธอที่นั่น อาคิระกำชับห้ามอายูมิไปที่บ่อน้ำนั้นอีก...บ่ายวันนั้น มิกิเดินมาที่บ่อน้ำ ชะโงกหน้าไปดู ฮิโตชิปรากฏตัวทำท่าจะผลัก เสียงเคโกะเรียกมิกิ เขาจึงชะงักหายตัวไป เคโกะมารายงานว่าเรียกช่างมาโบกปิดให้แล้ว เคโกะสงสัยว่าบ่อนี้น่าจะเก่ามาก มิกิจึงเล่าให้ฟัง

“ฉันเห็นตั้งแต่ฉันเป็นเด็กๆแล้วล่ะ เมื่อก่อนเป็นบ่อน้ำของเมือง ชาวบ้านต้องมาใช้น้ำที่นี่กัน แต่หลังจากที่มีข่าวว่ามีเด็กตกลงไปตาย ก็ไม่เคยมีใครมาใช้บ่อน้ำนี้อีกเลย”

ooooooo

คฤหาสน์เรียวอิจิ ไดซูเกะนั่งเขียนตัวอักษรลงบนผืนกระดาษสาแผ่นใหญ่อย่างตั้งใจ ฮิเดโนริมา ตามให้ทานอาหารด้วยเป็นห่วงสุขภาพ แต่เขากลับบอกว่า เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก อีกไม่นานก็คงจะใกล้ถึงเวลา พูดจบเขาก็เอากระดาษที่เขียนตัวอักษรไปวางใกล้ชั้นตุ๊กตาฮินะฮิเดโนริสัญญาว่าปู่จะต้องได้เห็นตนทำลายมิยาคาวะก่อน ไดซูเกะยิ้ม “ถ้าแกทำสำเร็จก็ถือว่าแกได้ทำให้บรรพบุรุษเราภูมิใจ เพราะหลายร้อยปีแล้วที่เราได้แต่ทนเห็นพวกมิยาคาวะเชิดหน้าชูตาอยู่ในเมืองสึกิ หลังจากที่เทพเจ้าของพวกมันทำลายเทพเจ้าของเราจนต้องดับสูญ”

ฮิเดโนริยืนยัน มองตุ๊กตาฮินะอย่างสนใจ ไดซูเกะห้ามไม่ให้จับและเล่าว่า ตุ๊กตาฮินะตัวนี้เป็นสมบัติตกทอดมาจากบรรพบุรุษที่ให้เราดูแล ว่ากันว่าเป็นที่กักขังวิญญาณนางปีศาจหิมะ”

ฮิเดโนริย้อนถามว่าปีศาจหิมะจากตำนานของสึกิ ที่เคยออกมาอาละวาดทำลายเมืองหรือ

“ใช่...นางปีศาจหิมะถูกเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกของเราปลุกขึ้นมาเพื่อช่วยกันเล่นงานเทพเจ้านกกระเรียน แต่มันกลับหันมาเล่นงานเทพเจ้าของเราจนเกิดเป็นภัยพิบัติขึ้นที่สึกิ และก่อนที่เทพเจ้าของเราต้องพ่ายแพ้สูญสลาย ท่านก็ได้สะกดอำนาจของนางปีศาจหิมะไว้ในตุ๊กตาตัวนี้”

“แล้วทุกวันนี้จิตวิญญาณของนางปีศาจยังอยู่ในนี้รึเปล่าครับ”

“ปู่ไม่รู้ ถ้ายังอยู่ในนี้แล้วถูกสะกดไว้ก็เป็นเรื่องดี เพราะถ้าหลุดออกมาเมื่อไหร่ หายนะคงต้องเกิดขึ้นอีกครั้งแน่” ไดซูเกะเล่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทันใดมีเสียงดังที่หน้าห้อง

ฮิเดโนริออกมาดู เห็นฮิโตชินั่งคุกเข่าตัวสั่น ก้มหน้ากล่าวขอโทษ แต่ฮิเดโนริไม่เข้าใจไล่ให้กลับไปอยู่ในที่ของตัวเอง ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านจนกว่าจะเรียก ฮิโตชิคลานหนีอย่างลนลาน

ooooooo

ในโรงพยาบาล หมอตรวจอาการรินดาราและให้ยากันชักเพราะเธอมีไข้สูง โฮชิขอบคุณหมอและขอให้ช่วยดูแลเธออย่างดี ไม่ทันไรเขาได้ยิน พยาบาลคุยกันเรื่องศพที่เพิ่งส่งเข้ามาว่ามีสภาพแปลก แข็งตายเหมือนถูกฝังในหิมะมานาน โฮชิได้ฟังแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง

ขณะนั้นนารูตะเข้าห้องน้ำในโรงพยาบาลรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างประหลาด จึงรีบล้างมือแล้ววิ่งออกมา เกือบชนกับโฮชิ เขารีบก้มหัวขอโทษ โฮชิถามหนีอะไรมา

“ไม่รู้สิครับท่านชาย อยู่ๆก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาเฉยเลย ว่าแต่ท่านชายมาตามผม มีอะไรให้ รับใช้ครับ”

“อยากให้โทร.บอกมิกิ คืนนี้หมอสั่งให้รินดาราต้องนอนพักที่โรงพยาบาล”

นารูตะรับคำรีบไปปฏิบัติ โฮชิครุ่นคิดเรื่องที่นารูตะเล่าแล้วย้อนคิดถึงอดีตหลายร้อยปี หนูน้อยฮานะจูงเขาออกไปดูหิมะที่ตกลงมา เธอตื่นเต้นสนุกกับการเล่นหิมะ แต่เขากับท่านโชกุนอดนึกถึงเหตุการณ์ร้ายกาจของนางปีศาจหิมะไม่ได้ เกิดจากความรักที่เปลี่ยนเป็นความแค้น ยิ่งความรักมีพลังมากแค่ไหน ก็บันดาลให้นางทำเรื่องร้ายกาจได้มากเกินกว่าที่จะจินตนาการได้

ท่านโชกุนบอกว่า ได้ยินเสียงร่ำลือว่าพวกตระกูลเรียวอิจิกักขังจิตวิญญาณของนางปีศาจเอาไว้ แต่อาจเป็นการสร้างข่าวลือขึ้นมาเพื่อข่มขู่พวกเราเพราะแค้นที่สูญเสียเทพเจ้าของตัวเอง...

ด้วยความดื้อด้านของยูกิ ทำให้มาโกโตะคิดกำจัดเธอให้สิ้นซาก หลอกเธอว่าช่วงนี้ริเอะมีปัญหาถูกหนุ่มฝรั่งเศสหลอกให้รักแล้วทำร้ายจิตใจ ตนจึงต้องดูแลลูกให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติ ยูกิยินดีจะช่วยดูแล แต่มาโกโตะขออธิบายให้ลูกสาวฟังเอง ให้เธอกลับไปรอ สัญญาว่าจะไปรับ

บ่ายวันนี้ยูกิในชุดกิโมโนสวยสดมาไหว้ศาลเทพเจ้า ขอพรให้ชีวิตคู่ของตนราบรื่น แล้วเดินไปยืนรอมาโกโตะในสวนไร่ชา มองหนุ่มสาวที่มาเดินเล่นหยอกล้อกันอย่างอิ่มเอิบ ไม่ทันไร มาโกโตะโทร.มาบอกว่า คุยกับริเอะเข้าใจแล้ว และกำลังส่งคนไปรับเธอ ยูกิปลาบปลื้มดีใจ

แต่แล้วมาโกโตะก็โทร.สั่งลูกน้องให้ลงมือได้ ยากูซ่าหน้าเหี้ยมสามคน เดินเข้ามาเอายาสลบโปะยูกิ แล้วอุ้มขึ้นรถไป...ยูกิฟื้นขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนเปลือยเปล่าบนเตียงก็ตกใจดึงผ้าห่มมาคลุมกาย ยากูซ่าสามคนเดินเข้ามาบอกเธอว่าที่นี่เป็นโรงแรม เป็นที่ถ่ายหนังสดที่มีพวกเขากับเธอเป็นตัวแสดง ยูกิหน้าเสียกรีดร้องไม่จริง

“ไม่เชื่อเหรอ งั้นจะเปิดให้ดูว่าภาพเด็ดๆหนึ่งต่อสามของเธอมันเด็ดขนาดไหน” ยากูซ่าเปิดภาพจากกล้องที่ถ่ายเอาไว้ให้ดู

ยูกิแทบช็อกน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเจ็บปวด พวกยากูซ่าหัวเราะร่า “ทีนี้ก็เห็นแล้วนะว่าผลของการที่เธอพยายามไปรังควานคุณมาโกโตะมันเป็นยังไง ถ้ายังไม่เลิกตอแยกับเขาอีก เธอได้กลับมาถ่ายหนังกับพวกเราอีกแน่”

ยูกิทรุดลงร้องไห้ปวดร้าวเมื่อรู้ว่ามาโกโตะให้ลูกน้องมารุมโทรม พอพวกมันกลับออกไป เธอก็คว้ากล้องปาใส่กระจกแตกกระจาย กรีดร้องอย่างสุดเสียง ความเจ็บปวดทำให้กลายเป็นความโกรธ หยิบเศษแก้วมากำไว้รำพัน...เคียดแค้นทำไมต้องทำกับตนขนาดนี้

“ฉันขอสาปแช่งและพร้อมจะขายวิญญาณของฉันให้กับปีศาจ อย่าให้วิญญาณของฉันต้องมอดไหม้เพื่อให้ฉันได้กลับมาแก้แค้น” พูดจบก็ปาดคอตัวเองเลือดสาดกระเซ็น...

ทางโรงพยาบาล รินดาราได้ย้ายเข้าห้องพัก โฮชิ เดินคุยมากับพยาบาล ทันใดก็มีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงผู้บาดเจ็บเลือดเต็มตัวผ่านมา โฮชิเห็นยูกิสภาพเลือดท่วมตัวมองร่างตัวเองที่ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน เธอร้องไห้อย่างน่าเวทนา เขาจะเข้าไปถามก็พอดีพยาบาลเดินมาชนอย่างไม่ตั้งใจ จึงหลบให้ พอหันกลับมายูกิได้หายไปจากตรงนั้นแล้ว โฮชิยังข้องใจยืนมอง นารูตะเข้ามารายงานว่าโทร.บอกมิกิเรียบร้อยแล้ว เขาพยักหน้ารับ แต่สายตายังมองหน้าห้องฉุกเฉินอย่างสงสัย

ภายในห้อง ทีมหมอและพยาบาลช่วยยื้อชีวิตยูกิอย่างเต็มที่ บรรยากาศตึงเครียด การเต้นของชีพจรอ่อนลงๆจนสงบนิ่ง ยูกิยืนมองร่างตัวเองด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ภาพอดีตตอนพบรักกับมาโกโตะผุดขึ้น เธอรักเขาจนหมดใจ แต่กลับถูกกระทำเยี่ยงสัตว์เช่นนี้...

ทุกอย่างหยุด พยาบาลปลดเครื่องมือออก ทันใดมีควันสีขาวพวยพุ่งผ่านช่องประตูเข้ามาคลุมร่างยูกิ พยาบาลทั้งสองรู้สึกหนาวยะเยือก หันมาเห็นยูกิลุกนั่งลืมตาก็ตกใจโผกอดกัน

“ปะ...เป็นไปได้ยังไง!”

ยูกิหันมองพยาบาลทั้งสองด้วยใบหน้าราบเรียบเย็นชา แต่ยิ้มยะเยือกที่มุมปาก...

ooooooo

ขณะเดียวกัน อาคิระกำลังเล่านิทานก่อนนอนให้อายูมิฟัง เป็นเรื่องของนางปีศาจหิมะที่หลงรักเทพเจ้านกกระเรียน แต่ท่านไม่รับรัก จึงเกิดความโกรธแค้น อาละวาดทำร้ายชาวเมืองล้มตาย อาคิระทำท่าหลอกจนอายูมิร้องกรี๊ด...อาคิระรีบบอกว่าเป็นเพียงนิทาน

อายูมิเอ่ยถาม “แล้วถ้าเกิดมีจริงล่ะคะ เราจะสู้กับนางปีศาจหิมะยังไงดี”

“อาว่าถ้าจิตใจเราเข้มแข็งสักอย่าง จะปีศาจหรือจะคนก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอกจ้ะ”

พออายูมิหลับ อาคิระเดินออกมาจากห้อง เห็นมิกิเดินผ่านและเคโกะถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินตาม จึงถามจะไปไหนกัน มิกิบอกว่าจะเอาเสื้อผ้าไปให้ท่านชาย ท่านจะอยู่เฝ้ารินดาราที่โรงพยาบาล เขาแปลกใจแต่ก็อาสาเอาไปให้เองเพื่อย่าได้พักผ่อน

ในห้องคนไข้ รินดารานอนกระสับกระส่ายเพราะรอยปานรูปดาวแสดงความปวดแสบปวดร้อน โฮชิลุกมาดู โน้มหน้าเข้าใกล้ใบหน้าเธอ เรียกเบาๆ ฮิคาริ...

ฮิคาริ...อาการเธอสงบลงแต่ยังไม่ฟื้น เขาจึงเพ่งมองใบหน้าเธอด้วยความคิดถึงเมียวโจคนรัก ริมฝีปากโฮชิไม่ได้สัมผัสริมฝีปากเธอ แต่ไปสัมผัสที่แก้มและหน้าผาก ส่งผ่านความรักให้แก่เธอ เสียงเมียวโจดังก้องในความทรงจำ

“เมื่อไหร่ที่เราอยู่ห่างกันและไม่ได้สัมผัสกันแบบนี้ ก็ขอให้จำไว้ด้วยว่า ฉันจะฟังเพลงของเราอยู่ข้างๆเธอ”

โฮชิมองใบหน้ารินดารา เขี่ยไรผมที่ปรกหน้าเธออย่างเบามือ...อาคิระมาถึงมองผ่านช่องประตูเห็นการกระทำของโฮชิ ก็รู้สึกสงสัยว่าคนที่เพิ่งเจอกัน จะมีความรู้สึกต่อกันขนาดนี้ พอโฮชิถอยห่างจากเธอ อาคิระก็เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา

“ขอโทษด้วยครับท่านชาย คุณย่าให้นำเสื้อผ้ากับของใช้จำเป็นมาให้ท่านชาย”

โฮชิกล่าวขอบใจ อาคิระถามอาการรินดารา เขาตอบว่าถ้าพรุ่งนี้ไข้ลดก็น่าจะกลับบ้านได้ อาคิระอาสาอยู่เฝ้าไข้แทน โฮชิบอกว่าไม่เป็นไร แต่พอเห็นสายตาเขาก็รู้ทันความคิด

“ที่ฉันจะอยู่เฝ้า ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงฮิคาริมากเป็นพิเศษอย่างที่อาคิระคิดหรอกนะ แต่ฉันเป็นห่วงอาคิระด้วย พรุ่งนี้เธอมีนัดสำคัญ ควรกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่”

“ดูเหมือนว่าไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับผม แล้วท่านชายจะไม่รู้เลยนะครับ”

“เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับมิยาคาวะฉันต้องรู้ เผื่อจะได้ช่วยเหลือ ตอบแทนที่ดูแลฉัน”

“แต่หน้าที่ดูแลรินดาราไม่ใช่สิ่งที่ท่านชายจะต้องทำนะครับ ถ้าคุณย่ารู้ อาจจะไม่พอใจ”

“มิกิรู้ดีว่าการดูแลฮิคาริคือสิ่งสำคัญที่ฉันต้องทำ เพราะฮิคาริเป็น...คนสำคัญของอายูมิ”

อาคิระมองอย่างคาใจสงสัย...ขณะเดียวกัน มิกิเข้ามาในห้องเก็บกิโมโนโฮชิ มองบริเวณปีกนกที่ปักยังไม่เสร็จ พนมมืออธิษฐาน ขอให้คุณงามความดีที่ท่านชายสร้างไว้กับผู้อื่น ช่วยดลบันดาลให้รินดาราจำได้ว่าในตัวเธอนั้นมีใครอยู่ จะได้มาช่วยให้ท่านชายได้กลับสวรรค์เสียที

คำอธิษฐานทำให้รุ่งเช้ารินดาราฝันเห็นตัวเองเป็นเมียวโจโอจิน เห็นโฮชิเล่นโกโตะใต้อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย เห็นภาพโฮชิบอกรักเมียวโจ ทั้งหมดเป็นภาพสั้นๆสลับกันไปมา ทำให้รินดาราปวดหัวและเจ็บที่ปาน จนสะดุ้งตื่นหวีดร้อง โฮชิตกใจผุดลุกไปจับมือเธอ ลุ้นว่าเธอจะจำได้หรือยัง เธอมองหน้าเขาหายใจถี่ๆ ก่อนจะเล่าว่าได้ฝันเห็นเขา โฮชิเร่งถามว่าเห็นอะไรอีก

“เห็นตัวฉัน ฉันอยู่ในชุด...กิโมโน โอ๊ย!...ทำไมฉันปวดหัว ปวดขนาดนี้” รินดารากุมหัว

โฮชิรู้ว่าร่างกายมนุษย์ของรินดาราไม่สามารถแบกรับพลังอันบริสุทธิ์ของเทพเจ้าได้ เขาปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความเสียใจ “ไม่เป็นไรฮิคาริ ไม่ต้องพยายามคิดแล้วว่าฝันเห็นอะไร ฮิคาริจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

แต่รินดาราพยายามจะคิด มันยิ่งทำให้เธอปวดหัวจนโฮชิต้องดึงเธอมากอด น้ำตาคลอเบ้าอย่างเจ็บปวดเช่นกัน เพราะความหวังที่เฝ้ารอมานานพังทลายลง เธอสงบลงในอ้อมกอดของเขา

เมื่ออาการรินดาราดีขึ้น โฮชิก็ประคองให้เธอนอนลง ลูบศีรษะปัดไรผมให้เธอ กลั้นความเสียใจยิ้มให้เธออย่างปลอบประโลม รินดาราเริ่มถามว่าตนมาอยู่โรงพยาบาลได้อย่างไร

“ฉันจำได้ว่าครั้งสุดท้ายฉันขึ้นไปตามหาท่านชายบนหอคอย แล้วฉันก็เห็นกิโมโนสีน้ำเงินสวยๆ แล้วหลังจากนั้นฉันก็จำไม่ได้อีกเลย เกิดอะไรขึ้นกับฉันคะท่านชาย”

โฮชิเล่าว่าเธอไม่สบายไข้สูงจนต้องพามาโรงพยาบาล หญิงสาวแปลกใจ เขาอ้างอาจเป็นเพราะเธอโหมงานหนักมาตลอด เลยไม่รู้ตัว ตอนนี้ไข้ลดแล้ว หมอคงอนุญาตให้กลับบ้านได้...สายตาโฮชิเศร้าลงเพราะแน่ใจแล้วว่า รินดาราจำอะไรไม่ได้เลย

ooooooo

ร่างของยูกิได้รับการตรวจเช็กจากหมอ หมอแปลกใจที่ตัวเธอเย็น จะเอาไฟฉายส่องตา เธอปัด ผลักหมอกระเด็น พยาบาลเข้าประคอง หมอให้ติดต่อญาติเธอ แต่พยาบาลบอกว่าไม่มีอะไรติดตัวเธอมาเลย ยูกิหันขวับมาเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “ติดต่อมาโกโตะ ชินเอบะ”

ดวงตาสีดำของยูกิเปลี่ยนเป็นสีฟ้า หน้าไร้สีเลือดแสยะยิ้มน่าสะพรึงกลัว...ขณะที่มาโกโตะเห็นลูกสาวไม่ออกไปไหนจึงถามทำไมไม่ไปบ้านมิยาคาวะ ริเอะตอบว่าไปบ่อยเดี๋ยวเขารู้ทัน มาโกโตะแย้งจะรู้ทันได้อย่างไร ตนอุตส่าห์คิดแผนให้เข้าไปเรียนรู้การทอกิโมโน และย้ำอย่าคิดกลับไปหาไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวนั่นอีก ริเอะหน้าเสีย

“หนูเป็นคนเจ็บแล้วจำ แล้วตอนนี้หัวหนูก็จำแล้วด้วยว่าอาคิระคือผู้ชายที่เหมาะสมกับหนูที่สุด”

“ดี งั้นแกรีบหาทางทำให้อาคิระรักแก ขอแต่งงานกับแกเร็วๆ ธุรกิจของมิยาคาวะจะได้เป็นของเรา ทีนี้พ่อจะทำให้เรากลายเป็นมหาเศรษฐีจากที่ดินแล้วก็ปราสาทโบราณของพวกมัน”

ริเอะคิดตามแล้วมีความสุข อดถามไม่ได้ว่าจัดการยูกิไม่ให้มาวุ่นวายกับเราด้วยวิธีไหน ถึงได้หายเงียบไปเลย มาโกโตะยิ้มบอกว่าตนมีวิธีที่ลูกไม่ต้องรู้ ทันใด สาวใช้เข้ามารายงานว่ามีโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาล ...พอรับสายรู้ว่ายูกิเป็นคนให้ทางโรงพยาบาลติดต่อมาก็โกรธมาก โทร.กลับไปโวยวายลูกน้อง

ยูกิกำลังมองตัวเองในกระจกห้องน้ำ พึงพอใจกับร่างใหม่ของตัวเอง พอเปิดประตูออกมา พบคนของมาโกโตะบอกว่าเจ้านายให้มารับกลับบ้าน เธอยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน

วันนี้รินดารากำลังจะออกจากโรงพยาบาล เห็นตู้น้ำอัดลมจึงหยอดเหรียญกด โฮชิมองงงๆ เธอจึงถามว่าเขาอยากดื่มอะไร ตนเลี้ยง เขาชี้ไปที่ชาเขียว เธอหยอดเหรียญแล้วให้เขากด โฮชิทำไม่เป็น รินดาราจึงกดให้ กระป๋องน้ำหล่นออกมา โฮชิชื่นชมเดี๋ยวนี้อะไรๆก็สะดวกขึ้น พลันสายตาเขามองไปเห็นยูกิเดินไปกับลูกน้องมาโกโตะ เขาจำได้ว่าเธอเป็นวิญญาณ

รินดาราเห็นโฮชิแปลกๆจึงถามมีอะไร เขาย้อนถามเธอว่าเชื่อเรื่องลางสังหรณ์ไหม แต่พอเธอถามว่าเขาสังหรณ์อะไร เขากลับปัดไม่มีอะไรแล้วชวนเธอกลับบ้าน

อายูมิดีใจเมื่อเห็นรินดารากลับมา อาคิระอนุญาตให้เธอหยุดพักหนึ่งวัน แต่รินดาราปฏิเสธไม่อยากให้เขามาว่าทีหลังว่าไม่คุ้มค่าจ้าง อาคิระขยับจะเถียง หญิงสาวตัดบทขอตัวไปอาบน้ำและบอกอายูมิให้ไปรอที่ห้องหนังสือเลย อาคิระมองตามเคืองๆ

มิกิตามขึ้นมาคุยกับโฮชิบนหอคอย พอรู้ว่าเขาเสียใจที่รินดาราจำอะไรไม่ได้ จึงเสนอให้จัดทำบุญครั้งใหญ่เพื่อให้กายหยาบของเธอรับพลังเทพเจ้าได้ หรือเขาน่าจะบอกความจริงเธอไปเลยเพื่อให้เธอให้ความร่วมมือ โฮชิย้อนถามว่ามนุษย์จะเชื่อเรื่องแบบนี้ง่ายๆหรือ มิกิอยากลอง

“ไม่ล่ะ...เราจะไม่ทำแบบนั้น เพราะมันยิ่งเป็นการทำร้ายร่างกายของฮิคาริให้ได้รับความเจ็บปวด ฉันสงสารเธอนะมิกิ เธอทรมานมากตอนที่พยายามคิดว่าตัวเองเป็นใคร”

“ก็จริงของท่านชาย ดูจะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไป” มิกิถอนใจที่อุตส่าห์เจอกันแต่เหมือนอยู่ไกลกัน โฮชิแย้ง เมียวโจไม่เคยอยู่ไกล เธออยู่ในใจตนเสมอ...

รินดาราอาบน้ำเสร็จ โทรศัพท์เล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ทำให้ปวดแสบปานมากกว่าที่เคย ตนสงสัยว่าบนหอคอยนั้นต้องเกี่ยวข้องกับตน ดวงดาวเตือนลูก ทำอะไรอย่าลืมว่าเราเป็นลูกจ้าง

ระหว่างนั้น อาคิระครุ่นคิดเรื่องรินดารากับโฮชิ ไอเข้ามาแซวใจลอยไปถึงไหน เขาส่ายหน้าหันมาคุยเรื่องงาน บอกให้เธอเตรียมเอกสารจ้างงาน ตนชวนรุ่นพี่มาเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดแทนคนเก่าได้แล้ว เขานึกได้ถามไอหายไปไหนทั้งคืน เธออึกอักตอบว่าไปค้างบ้านเพื่อน อาคิระไม่ติดใจอะไร จะออกไปรับรุ่นพี่ ไอถอนใจโล่งอกแต่สีหน้ายังกังวล

แต่พออาคิระมาถึงโรงยิมที่นัดคูชิดะรุ่นพี่ไว้ ก็แปลกใจเห็นเขาซ้อมเคนโด้กับใครบางคน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ
9 เม.ย. 2563
08:01 น.