ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”



โฮชิเดินมาจากทางขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน หยุดยืนตรงถนนที่มีผู้คนขวักไขว่ เงยหน้ามองรอบตัวเพราะ เหมือนในนิมิต มองหาผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนเมียวโจ ระหว่างที่เดินข้ามถนน ได้ยินเสียงรินดาราคุยโทรศัพท์กับแม่ว่าสบายดี ไม่มีปัญหาอะไร เขาหันขวับกลับไปมอง

เสียงรถเบรกเกือบชนเหมือนในนิมิต โฮชิไม่สนใจเดินหาหญิงสาวทั่วบริเวณ จนมาหยุดพักบนสะพาน

ทอดสายตาไปยังแม่น้ำเบื้องหน้ารำพึง “เธออยู่ไหน ฉันมาหาเธอแล้วนะเมียวโจ”

โฮชิแทบสิ้นหวัง ทันใดก็ได้ยินเสียงบรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีโกโตะ หันมองเห็นเป็นนักดนตรีเปิดหมวกแลกเศษเงิน โฮชิรีบเดินไปหาและยื่นเงินหมื่นเยนให้ นักดนตรีตาโต...จากนั้นโฮชิก็นั่งเล่นโกโตะแทน บรรเลงเพลงรักของเขาดังกระหึ่มหวังให้เมียวโจได้ยิน

ผู้คนทยอยเข้ามาล้อมฟัง รินดาราเดินคุยโทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อขอยืมเงินแต่ถูกปฏิเสธทุกราย จนกระทั่งแบตหมด จึงมองหาตู้โทร.สาธารณะ เดินผ่านโฮชิที่กำลังบรรเลงเพลง สายตาโฮชิเห็นรินดาราเข้าอย่างจัง เธอรู้สึกเหมือนถูกมองจึงหันมายิ้มตามมารยาท แล้วเดินต่อไป

ระหว่างที่รินดาราคุยโทรศัพท์ในตู้สาธารณะและถูกเพื่อนปฏิเสธอีกเช่นเดิม เธอถอนใจเฮือกใหญ่อย่างเศร้าๆ โฮชิได้แอบฟังเรื่องราวของเธอและคิดหาหนทางช่วยเหลือ...

ทางด้านอาคิระได้พามาโกโตะกับริเอะเดินชมโรงงานทอกิโมโนของมิยาคาวะ มาโกโตะชื่นชมที่ยังอนุรักษ์การทอแบบโบราณเอาไว้ อาคิระกล่าวว่าเป็นหน้าที่ของมิยาคาวะทุกคนที่ต้องสานต่อ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ตนต้องเรียนรู้ ริเอะรีบบอกว่าตนอยากทำแฟชั่นโชว์ชุดกิโมโนให้ต่างชาติเห็นคุณค่า คงต้องทำความเข้าใจประวัติความเป็นมาและขั้นตอนการทำที่ละเอียดกว่านี้ อาคิระนี่แหละที่จะช่วยตนได้มากที่สุด...อาคิระยิ้มรับนิดๆ ไอสีหน้าไม่สบายใจเอาเสียเลย

พออยู่ตามลำพัง ไอบอกอาคิระว่าริเอะใช้แผนให้พ่อออกหน้ามาหาเขา แต่อาคิระไม่สนใจกลับยืนยันว่าตนต้องการกู้สถานการณ์ของมิยาคาวะกลับคืนมาเท่านั้น ถ้ามีแฟชั่นโชว์ให้ชาวต่างชาติได้ชมจะเสริมความแข็งแรงให้ฐานลูกค้ายุโรปได้...แต่ไอยังรู้สึกกังวลบางอย่างอยู่

คืนนั้น ขณะที่อายูมิหลับได้ฝันถึงเหตุการณ์วันอุบัติเหตุ เธอร้องกรี๊ดตัวสั่นเรียกหาพ่อ มีมือหนึ่งยื่นมาปาดน้ำตาบนใบหน้า อายูมิลืมตาขึ้นคิดว่าเป็นอาคิระ แต่ต้องแปลกใจ

“คุณ...คุณเป็นใครคะ คุณเข้ามาในห้องหนูได้ยังไง”

“หนูรู้จักฉันแล้วไม่ใช่เหรอ เพียงแต่ว่าเรายังไม่เคยเจอกันเลย”

อายูมิรู้ในบัดดลว่าเป็นท่านชาย แปลกใจที่ท่านชอบอยู่บนหอคอยจึงถามไม่เบื่อบ้างหรือ

โฮชิยิ้ม ตอบว่าไม่เบื่อเพราะเหมือนได้อยู่บนสวรรค์ อายูมิขอให้เล่าเรื่องบนสวรรค์ให้ฟัง ตนอยากรู้ว่าพ่อแม่อยู่อย่างไร โฮชิจึงจับมืออายูมิไปวางบนอกซ้ายของเด็กน้อย

“คุณพ่อคุณแม่จะอยู่ในนี้ของหนูตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าหนูเศร้า คุณพ่อคุณแม่ก็จะเศร้าไปด้วย ถ้าหนูมีความสุข คุณพ่อคุณแม่ก็จะมีความสุขเหมือนกัน”

อายูมิทึ่ง ย้อนถามทำไมเขารู้ ท่านชายยิ้มอบอุ่นบอกว่าจะเล่านิทานให้ฟัง อายูมิยิ้มดีใจเรื่องที่โฮชิเล่าคือเรื่องเทพเจ้านกกระเรียนที่มีความรักกับเทพธิดาดาวเจ็ด มักมาโปรดมนุษย์บนโลก...พออายูมิหลับ โฮชิก็เดินออกจากห้อง ระหว่างนั้น อาคิระเดินมาเห็นแปลกใจจะตาม มิกิเข้ามาขวางบอกว่าท่านชายแค่มาเล่านิทานให้หลานฟัง อาคิระไม่พอใจ

“แต่ผมรู้สึกว่าเขาทำตัวลึกลับเกินไป ถ้าเขาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา เขาก็ไม่ควร...”

“อาคิระ! ย่าบอกอาคิระมาตลอดแล้วไม่ใช่เหรอ...”

“ครับ...คุณย่าบอกผมเสมอว่าเขามีบุญคุณกับตระกูลของเรา แต่ผมอยากรู้ว่าเขามีบุญคุณยังไง ทำไมเราถึงยอมให้เขาทุกอย่าง”

“หน้าที่ก็คือหน้าที่ ไม่เคยมีมิยาคาวะคนไหนตั้งคำถามต่อหน้าที่ตัวเอง และการดูแลเขาก็เป็นหน้าที่สำคัญของย่าและตระกูลของเรา อาคิระจะช่วยย่าทำหน้าที่สำคัญนี้ได้ไหม” แววตามิกิดุจนอาคิระไม่กล้าเถียงอีก

ด้วยเหตุนี้ มิกิมาขอโทษกับคำพูดของหลานชาย โฮชิเข้าใจว่าอาคิระเครียดที่ต้องมารับหน้าที่ผู้นำตระกูล มิกิแปลกใจที่สีหน้าโฮชิดูมีความสุข จึงเอ่ยถามว่าพบคนรักแล้วหรือ เขายิ้มยอมรับแต่เธอยังจำเขาไม่ได้ มีทางเดียวที่จะรู้ว่าใช่เมียวโจหรือไม่ คือต้องพาเธอมาที่นี่

ooooooo

รุ่งเช้า มิกิมองหาหลานๆ เคโกะรายงานว่าอาคิระพาอายูมิไปเที่ยวสวนสนุกกับริเอะ มิกิแปลกใจไม่ทันจะโทร.ตาม นานะเข้ามาบอกว่าลูกชายคุณยายซาดาโกะโทร.มามีเรื่องด่วน

วันนี้โฮชิแต่งตัวหล่อแปลกตาไม่ใช่กิโมโนเหมือนปกติ เขาเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก ยืนมองรูปวาดเมียวโจ อย่างมีความหวัง มิกิหน้าเศร้าเข้ามากล่าวขอโทษ

“เอ่อ...อาคิระพาอายูมิไปเที่ยวสวนสนุกแล้วค่ะ เป็นความผิดของฉันเอง เพราะมัวแต่ไปดูแลศาลก็เลยไม่ทันได้บอกอาคิระว่าท่านชายอยากคุยด้วย”

“ไม่เอาน่า แค่เรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่ความผิดของมิกิสักหน่อย รอมาตั้งหลายร้อยปี รอไปอีกสักวันจะเป็นไร อีกอย่าง...การจะพาคนนอกเข้ามาที่นี่เพื่อทดสอบว่าเธอคือเมียวโจรึเปล่า ฉันก็ไม่ควรทำให้อาคิระผิดสังเกต”

มิกิเห็นด้วยเพราะตั้งแต่อากิฮาระตาย อาคิระก็ไม่เคยไว้ใจใครอีกเลย โฮชิเห็นมิกิเศร้าจึงถามมีเรื่องอะไร “ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากลูกชายซาดาโกะ อาการของเธอไม่ดีเลยค่ะท่านชาย”

โฮชิออกไปเยี่ยมซาดาโกะกับมิกิ ซาดาโกะเป็นช่างทอผ้าเก่าแก่ของตระกูลมิยาคาวะ ที่พยายามซ่อมแซมกิโมโนให้โฮชิมาตลอดชีวิต ตอนนี้เธอชราลงมากและกำลังจะหมดอายุขัย พอเธอได้เห็นหน้ามิกิ ก็กล่าวขอโทษที่ยังซ่อมกิโมโนไม่สำเร็จ มิกิปลอบว่าไม่เป็นไร หลายร้อยปีมานี่ก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จ ซาดาโกะหายใจรวยริน

“ดิฉันไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยนะคะคุณมิกิ ความลับของมิยาคาวะก็ยังคงเป็นความลับอยู่ค่ะ”

“จ้ะ...ซาดาโกะ ท่านชายรู้เรื่องนี้เลยให้ฉันเอาของขวัญมาให้เธอ” มิกิวางนกกระเรียนกระดาษลงในมือเหี่ยวๆของซาดาโกะ “ท่านชายยังฝากฉันมาบอกเธอด้วยนะว่าตอนนี้ความหวังของท่านชายใกล้มาถึงแล้ว”

“เธอได้ยินเสียงเพลงของท่านชายแล้วเหรอคะ” ซาดาโกะปลาบปลื้มน้ำตาไหลพราก

มิกิตอบคิดว่าใช่ ซาดาโกะดีใจอ่อนแรงลงมองนกกระเรียนในมือ ทันใดนกกระเรียนกลายเป็นขนนกสีขาวบริสุทธิ์ เธอยิ้มคิดว่าคงถึงเวลาของตนแล้ว...บนถนนทางเดิน โฮชิยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่หยุดนิ่ง ราวกับหยุดเวลาไว้ ซาดาโกะเดินเข้ามาหา เห็นรัศมีเรืองรองแผ่ออกมาจากตัวเขา แววตาสีเขียวบ่งบอกถึงความเป็นเทพเจ้า เขายื่นมือออกมา บอกเธอว่าจะไปส่ง

“ดิฉันเฝ้าฝันมาตลอดว่า เมื่อถึงเวลาดิฉันจะได้เห็น ตัวตนที่แท้จริงของท่านชาย ช่างเป็นบุญของดิฉัน เหลือเกิน”

“เพราะเธอเป็นคนดี กรรมดีที่เธอเพียรทำมา ทั้งชีวิต ทำให้เธอได้พบกับฉัน...แล้วเราจะได้พบกันอีก”

ซาดาโกะตื้นตันน้ำตาคลอ ยื่นมือไปจับมือ “ค่ะท่านชาย ดิฉันขอให้ความหวังที่กำลังมาถึงของท่านชายเป็นจริง ขอให้ได้พบกับคนรักของท่านชาย”

โฮชิจูงมือซาดาโกะไปยังทางเดินที่มีแสงสว่างจ้า แล้วทุกอย่างก็กลับคืนสู่ปกติ ผู้คนเดินสัญจร โฮชิยืนเงยหน้ามองท้องฟ้า มิกิเดินเช็ดน้ำตาเข้ามา โฮชิหันมาปลอบใจบอกซาดาโกะไปสบายแล้ว แต่มิกิยังปล่อยโฮอย่างกลั้นไม่อยู่ โฮชิยิ้มอย่างเอ็นดู

“ขี้แยตั้งแต่เด็กยันแก่เลยนะมิกิ”

“ก็ดิฉันกลั้นไม่อยู่จริงๆนี่คะ เคยเห็นกันมานานแล้วต้องมาตายจากกันก็อดใจหายไม่ได้”

“ฉันเองก็ใจหายที่ต้องเห็นคนดีๆของมิยาคาวะหลายคนจากไปตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่ แต่ฉันก็ภูมิใจที่คนดีๆจะได้เห็นสภาวะเทพเจ้าของฉัน และฉันก็ได้ทำหน้าที่ส่งพวกเขา”

“งั้นดิฉันก็คงบุญน้อยแล้วสิคะ เพราะถ้าความหวังที่ท่านชายรอเป็นจริงขึ้นมา แล้วท่านชายได้กลับสวรรค์ก่อนที่เวลาของดิฉันจะมาถึง” มิกิหน้าเศร้าลง

“กลัวว่าฉันจะไม่ได้ส่งเธองั้นเหรอ มิกิ...ฉันว่าเธอแก่ง่ายตายยากนะ ยังไงเธอก็อยู่อีกนานเชื่อฉันสิ” โฮชิยิ้มกระเซ้า มิกิชะงักค้อนขวับมองเขาเดินไปอย่างงอนๆก่อนจะเดินตาม

ooooooo

หน้าทางเข้าสวนสนุก รินดารารับงานพิเศษแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงเต็มยศ ยืนอยู่กับตัวมาสคอตที่ต้องเต้นลั้นลาเรียกเด็กๆเข้ามาถ่ายรูปคู่ เธอต้องยิ้มถ่ายภาพจนเหงือกแห้ง ยามเผลอก็หันไปสูดลมหายใจเรียกกำลังใจให้ตัวเองแล้วกลับมายิ้มสดใสเหมือนเดิม

ในขณะที่อาคิระเข็นรถเข็นอายูมิมาอยู่ท่ามกลางดอกกุหลาบ มีริเอะตามประกบข้าง อายูมิสนุกกับการถ่ายรูปดอกไม้ อาคิระเห็นหลานมีความสุขก็ดีใจ บอกริเอะว่าตนคิดจะพามานานแล้วแต่ไม่มีโอกาส ริเอะรู้สึกได้หน้าที่เป็นคนชวน เธอพยายามเอาอกเอาใจอายูมิ แต่เด็กน้อยไม่สนใจ กลับชวนอาคิระถ่ายรูปกันเพียงสองคน บางทีก็ใช้ให้ริเอะเป็นคนถ่ายให้

หลายมุมในสวนสนุกที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นบริเวณน้ำพุ บริเวณหน้าโรงแรมอัมสเตอร์ดัม หรือนาฬิกาดอกไม้ หรือแม้แต่นั่งเรือล่องตามน้ำ ริเอะก็ถูกขอให้คอยถ่ายรูปให้เวลาเรือแล่นลอดใต้สะพาน ริเอะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน พยายามเอาใจด้วยการไปซื้อไอศกรีมมาให้ แต่อายูมิก็ไม่สนใจ แล้วบังเอิญปัดโดนไอศกรีมหกเลอะเสื้อริเอะ อาคิระจึงต้องช่วยเช็ดให้

อายูมิเห็นตัวมาสคอตเดินผ่านก็บอกอาคิระให้พาไปถ่ายรูปคู่ แต่อาคิระให้รอเดี๋ยว เธอเกรงตัวมาสคอต จะเดินไปเสียก่อน จึงเข็นรถตัวเองไปลำพัง เธอสนุกกับการตามตัวมาสคอตไปจนพลัดหลง พออาคิระรู้ตัวก็ร้อนใจบอกริเอะให้แยกกันตามหา ริเอะยิ่งเซ็งหนักขึ้น

ระหว่างที่รินดารายืนถ่ายภาพกับนักท่องเที่ยว มีเสียงบอกให้เธอไปช่วย เธอเผลอถามว่าช่วยอะไร

นักท่องเที่ยวทำหน้างง รินดาราจึงรู้ว่าเป็นเสียงนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้...จังหวะนั้น อายูมิเข็นรถตัวเองมาถึงทางลาดใต้ซุ้มดอกไม้ เธอร้องไห้เรียกหาอาคิระ พลันรถพุ่งลงทางลาด เธอร้องกรี๊ด...ไม่ทันที่รถจะชนรั้ว รินดาราเข้ามาจับรถเข็นไว้ได้ทัน

“หนูจ๊ะ...หนูปลอดภัยแล้วจ้ะ ไม่เป็นอะไรแล้ว”

อายูมิลืมตามองพอเห็นเจ้าหญิงสวยใจดี ก็ยิ้มโผกอด...รินดาราพาอายูมิกลับมาที่จุดเดิมแต่ไม่พบใคร จึงปลอบใจไม่ต้องกลัว ตนจะตามหาผู้ปกครองให้

“พี่เจ้าหญิงใจดีจังเลยค่ะ แต่คนเยอะแยะแบบนี้ อายูมิจะเจอคุณอาได้ยังไง”

รินดาราฟังเสียงนกคุยกันจึงรู้ว่าผู้ปกครองเด็กอยู่ไหน ไม่ทันไปเสียงริเอะแหลมปรี๊ดขึ้นมา “ตายแล้วอายูมิ มาอยู่นี่เองเหรอเนี่ย หนูหายไปไหนมาคะ คุณอาเขาเป็นห่วงหนูมากนะคะ หนูน่ะไม่ได้ปกติเหมือนเด็กคนอื่น ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเดือดร้อนกันหมดเลยนะคะ”

ริเอะมองรินดาราอย่างเหยียดๆแล้วนึกได้หาว่าเป็นพวกเรียวอิจิจะลักพาตัวอายูมิ จึงเข้าจับตัวเธอลากส่งตำรวจ อายูมิตกใจก็พอดีอาคิระมาถึง จึงรีบบอกให้ไปห้ามริเอะ...รินดาราถูกฉุดกระชากก็เริ่มโมโหจึงผลักริเอะออกอย่างแรง เธอล้มไปทางลานน้ำพุเข้าพอดี ร้องกรี๊ดๆลั่น

อาคิระเข็นรถอายูมิตามมาถึง ริเอะโวยวายว่ารินดาราจะลักพาตัวอายูมิ เด็กน้อยรีบบอกว่าไม่จริง “พี่เจ้าหญิงเป็นคนดี เขาเห็นหนูพลัดหลงกับคุณอาก็เลยช่วยเข็นรถพามาตามหา”

ริเอะหาว่าโกหก อายูมิเถียงแทน รินดาราอ่อนใจจะกลับไปทำงานต่อ ริเอะโวยวายจะเอาเรื่องให้ได้ อาคิระเอือมจึงเข็นรถหลานสาวกลับ ริเอะโกรธโทร.ฟ้องพ่อเพราะพ่อเป็นหุ้นส่วนที่นี่ให้บอกผู้จัดการไล่รินดาราออก

รินดาราเดินหงุดหงิดเจ็บแขนที่ถูกกระชาก พลัน นึกได้ว่าอาคิระคือคนที่เคยว่าตนเป็นเจ้าของแมวขโมย ก็พอดีเจอผู้จัดการเดินเข้ามาต่อว่า ว่าเธอไปทะเลาะกับลูกค้า ทำให้สวนสนุกเสียชื่อเสียงจำเป็นต้องไล่ออก หญิงสาวอึ้งตกใจพูดไม่ออก

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้าน อาคิระขอโทษอายูมิที่พาไปเที่ยวแต่ต้องมาหมดสนุก อายูมิขอโทษกลับที่ทำให้เป็นภาระ ชายหนุ่มรีบบอกหลานสาวว่าเธอไม่ใช่ภาระ ไม่ว่าอะไรที่เธอต้องการเขาจะหามาให้เสมอ เด็กน้อยย้อนถามแม้แต่ดาวบนท้องฟ้าหรือ

อาคิระยิ้มถามกลับว่ากล้าขอหรือไม่ อายูมิยิ้มอย่างน่ารัก บอกไม่ต้องมาแกล้งถาม ตนไม่เคยขออะไรที่เป็นไปไม่ได้เลย ตนขอเพียงแค่ให้พากลับไปหาพี่เจ้าหญิงคนนั้นอีก อาคิระข้องใจ

“ก็พี่เขาเป็นคนดี เขาช่วยเหลืออายูมิ แต่กลับถูกคุณอาริเอะต่อว่าเสียๆหายๆ แถมคุณอาก็ยังไม่ขอบคุณเขาสักคำ...นะคะคุณอา รับปากอายูมิได้ไหม”

อาคิระรับปากและรู้สึกคุ้นหน้าเธอขึ้นมา ก็พอดีไอเข้ามาบอกว่ามิกิเรียกพบ อาคิระแปลกใจเรื่องอะไร ไอบอกว่าไม่ทราบเห็นวันนี้ท่านออกมาจากหอคอยพร้อมท่านชาย เขายิ่งสงสัยที่ท่านชายลงมาจากหอคอย ระหว่างนั้นมิกิเดินเข้ามาบอกอาคิระว่าท่านชายรอพบอยู่ สีหน้าไออยากรู้ มิกิกันบอกให้ไอพาอายูมิเข้านอนและเล่านิทานให้ฟังด้วย ไอจำต้องรับคำ

อาคิระเดินตามมิกิมาบนหอคอย ถึงทางเดินกลที่จะไปห้องท่านชาย เขาจำได้ว่า ตอนเด็กเคยแอบขึ้นมา แต่พอเหยียบไปบนพื้นไม้กลก็เกิดเสียงกระดิ่งบนเพดานสั่นไปตามจังหวะก้าวเดินจนเขาตกใจทำอะไรไม่ถูก...มาคราวนี้ เขาเดินตามหลังมิกิ ก็ยังมีเสียงกระดิ่ง สั่นไปทั่วจนมาถึงหน้าห้อง อาคิระสนใจห้องข้างๆ ที่เหมือนมีพลังบางอย่าง มิกิเรียก “ทางนี้จ้ะอาคิระ”

“แล้วห้องนี้ล่ะครับคุณย่า”

“นั่นเป็นห้องต้องห้าม ถ้าท่านชายไม่อนุญาต ก็ห้ามคนอื่นเข้าไปเด็ดขาดจ้ะ”

“แต่ทั้งหอคอยและคฤหาสน์ที่เราอาศัยอยู่ เป็น สมบัติตกทอดของตระกูลเราทั้งหมด แล้วทำไมเราต้องขออนุญาตจากคนอื่นที่ไม่ใช่คนในตระกูลเราด้วยครับคุณย่า”

“อาคิระ! อาคิระจะเรียกท่านชายแบบนั้นไม่ได้” มิกิเอ็ด

อาคิระจะแย้ง โฮชิเปิดประตูออกมาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “ความลับไม่มีในโลกนี้หรอกอาคิระ มีก็แต่ว่าจะรู้ความจริงช้าหรือเร็วแค่นั้น”

มิกิรีบกล่าวขอโทษ โฮชิโบกมือไม่เป็นไรและให้ทั้งสองเข้ามาในห้อง...โฮชิเห็นสายตาอาคิระก็รู้ว่ามีคำถามอยากถาม แต่มิกิดักคอไม่ให้พูดอะไรที่เสียมารยาท โฮชิปราม

“ไม่เป็นไรหรอกมิกิ ฉันเป็นผู้อยู่อาศัย ส่วนอาคิระคือกำลังสำคัญที่ดูแลคนในตระกูลอยู่ตอนนี้ เขาย่อมมีสิทธิ์”

“แต่ดิฉันได้อธิบายให้อาคิระเข้าใจดีแล้วค่ะ ว่าท่านชายมีความสำคัญและมีบุญคุณกับตระกูลของเรา ท่านจึงไม่ใช่ผู้อยู่อาศัย ใช่ไหมอาคิระ” มิกิมองหลานอย่างตำหนิ

อาคิระรับคำ มิกิบอกเขาว่าที่ให้มาพบท่านชายก็เรื่องจะทำให้อายูมิเดินได้ ให้เขาฟังคำแนะนำของท่านชายเอง...

ooooooo

คืนนั้น รินดาราได้รับซองขาว จึงเอาไปซื้ออาหารจากห้างที่ลดราคาแล้วมากินอย่างเศร้าใจ ไม่วายยังถูกเจ้าของหอพักบุกเข้ามาแย่งเงินค่าจ้างอันน้อยนิดไปอีก แถมแนะนำให้ไปทำงานเป็นหมอนวด รินดาราแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้

เช้าวันใหม่ รินดารามาแถวย่านการค้าที่มีเด็กวัยรุ่นแต่งคอสเพลย์เดินกันขวักไขว่จนเป็นเรื่องปกติ เป็นวัฒนธรรมอนิเมะของคนที่นี่ บางกลุ่มเต้น บางกลุ่มพรีเซนต์ชุดที่ใส่ รินดาราจิกหน้าสูดลมหายใจถอดเสื้อคลุม เผยให้เห็นชุดไทยรำซิ่ง แล้วเปิดเพลงจากมือถือ เต้นตามจังหวะอย่างสวยงามสนุกสนาน ผู้คนที่เดินไปมาเริ่มสนใจหยุดมอง แล้วโยนเศษเงินให้ เธอเหลือบมองเหรียญที่อยู่ในกระป๋องอย่างตื่นเต้นดีใจ เลิกอายอดทนทำต่อไป

ระหว่างนั้น อาคิระเหมือนเดินตามหาใครบางคน เห็นมีคนมุงกันอยู่จึงเข้าไปดู พอการแสดงจบลง เขาก็เข้าไปยื่นเงินให้รินดาราหมื่นเยน เธอกำลังนับเงินต้องชะงักเงยหน้ามอง

“นี่นาย! โผล่มาจากไหนอีกเนี่ย ตัวซวย ไปไกลๆ ฉันเลย” รินดาราเดินหนี

อาคิระเดินตาม หญิงสาวโวยจะตามรังควานอะไรอีก ทั้งที่เขากับเพื่อนทำให้ตนตกงาน ชายหนุ่มรีบขอโทษถ้ารู้ว่าริเอะจะทำแบบนั้น รับรองเธอไม่ตกงานแน่ รินดาราไม่เชื่อไม่อยากฟัง ขอแค่เขาอยู่ห่างๆ อย่ามายุ่งกับเวลาทำมาหากินของตนก็พอ ชายหนุ่มคว้าแขนไม่ให้เธอเดินหนี บอกยังไปไหนไม่ได้จนกว่าเขาจะพูดธุระเสร็จ หญิงสาวสะบัดให้ปล่อย ว่าเขาตัวซวย

“ตัวซวยเหรอ...ผมว่าคุณมองผมผิดไปล่ะ ที่วันนี้คุณได้เจอผมอีกครั้ง ถือว่าเป็นโชคดีของคุณต่างหาก”

“โชคดีเนี่ยนะ เจอนายแต่ละทีชีวิตฉันต้องลงเอยด้วยเรื่องแย่ๆทุกที อย่าตามฉันมาอีกนะ ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจมาจับนาย” รินดาราชี้หน้าขู่ก่อนจะเดินหนี

อาคิระยิ้มอย่างมีเลศนัย...พอรินดารากลับถึงหอพัก นั่งผิงไออุ่นจากฮีตเตอร์แล้วเอาเงินออกมานับ ปากก็บ่นถ้าตัวซวยไม่โผล่มา คงจะทำได้อีกหลายตังค์ ทันใดเจ้าของหอพักโผล่พรวดเข้ามาอย่างถือวิสาสะตามเคย รินดาราโวยเมื่อไหร่จะรู้จักขออนุญาตก่อนเข้ามาบ้าง

“แหมๆๆ รินจังอย่าบ่นเจ๊หน่อยเลย เจ๊ไม่อยากเคาะประตูเรียกเพราะมันเสียเวลา”

รินดาราแปลกใจที่เจ๊เข้ามาบีบหลังไหล่เอาอกเอาใจ จึงถามเมาสาเกหรือเปล่า นัทสึโกะยิ้มร่า “เมาอะไรที่ไหน ที่เจ๊อารมณ์ดีเพราะมีเพื่อนของรินจังมาหา เจ๊ก็เลยพาเขาเข้ามา...เข้ามาสิจ๊ะ...อาคิระซัง”

รินดาราตกใจเมื่อเห็นอาคิระยื่นหน้าเข้ามา...อาคิระได้จ่ายค่าเช่าห้องที่รินดาราค้างให้แก่นัทสึโกะจนครบเพื่อให้พามาพบรินดารา นัทสึโกะตื่นเต้นกับความหล่อเหลาของเขาจนอดกระแซะรินดาราไม่ได้ที่มีแฟนหล่อ หญิงสาวงงๆ พอรู้ว่าเขามาจ่ายค่าเช่าห้องให้ก็บอกให้คืนเขาไป แต่นัทสึโกะไม่ยอมเดินเลี่ยงออกไป รินดาราโกรธคว้าไม้ขนไก่มาไล่อาคิระ

“ผมแค่อยากคุยกับคุณดีๆนะรินจัง”

“ไม่ต้องมาเรียกฉันสนิทสนมแบบนั้น ฉันไม่ได้อยากรู้จัก ไม่ได้อยากสนิทสนมอะไรด้วย ออกไป...ไม่ออกใช่ไหม...นี่แน่ะ” รินดาราฟาดด้วยไม้ขนไก่

อาคิระเริ่มโกรธ เรียกนารูตะคนขับรถเข้ามาช่วย หญิงสาวชักหวาด จึงยอมที่จะพูดดีๆกับเขาแต่ห้ามเข้ามา ใกล้ ไม่วายที่เธอยังกำกรรไกรไว้ป้องกันตัว อาคิระอ่อนใจถามเจอกันหลายครั้งยังไม่ไว้ใจกันอีกหรือ รินดาราเร่งให้พูดธุระ เวลาเหลือน้อยแล้ว

“ผมไปสืบข้อมูลของคุณจากมหาวิทยาลัย แล้วก็เพื่อนของคุณ” รินดาราโวยหาว่าเขาโรคจิตแน่ๆ “ผมไม่ใช่ พวกโรคจิต ไม่ใช่ไอ้ตัวซวย ผมบอกแล้วไงว่าคุณเจอผมคุณจะโชคดี เพราะผมมีงานมาเสนอให้คุณทำ...งานที่คุณจะได้ใช้ความรู้ความสามารถที่คุณเรียนมา เรื่องค่าตอบแทนก็มากพอที่จะทำให้คุณกลับไปเรียนปีสุดท้ายให้จบ”

“เดี๋ยว...ฉันเรียนกายภาพบำบัดมา เพราะฉะนั้นเข้าใจด้วยนะว่า ฉันไม่ใช่หมอนวด”

“ผมรู้น่าคุณ กายภาพบำบัดเป็นการรักษาทางการแพทย์แขนงหนึ่ง คุณจำหลานสาวผมได้ไหมที่คุณช่วยไว้ที่สวนสนุก...นั่นแหละงานของคุณ”

เธอไม่อยากเชื่อเพราะท่าทางยากูซ่าอย่างเขาไม่น่ามาจ้างนักศึกษาต่างชาติอย่างตน...นารูตะหลุดขำ อาคิระถลึงตาใส่ ก่อนโวยรินดาราหน้าตาตนดูเป็นยากูซ่าตรงไหน

“เอาล่ะผมนึกอยู่แล้วว่าถ้าเป็นผมมาชวนคุณคงไม่ได้เรื่องแน่ ผมก็แค่ได้รับคำแนะนำมาจากคนอื่นว่าอยากให้คุณไปทำงาน” รินดาราขมวดคิ้ว อาคิระจึงบอกว่าเธอจะได้ไปทำงานที่เมืองสึกิ เธอตาโพลงทันทีหันมองหนังสือการ์ตูนเทพเจ้านกกระเรียนที่นำติดตัวมาด้วย

รินดารายอมตามอาคิระมาสวนวิสทีเรียอันสวยงาม เธอตื่นตาตื่นใจอย่างมากจนเขาแซว

“นี่คุณ ตกลงที่ยอมตามผมมาเพราะอยากไขข้อสงสัย หรืออยากมาเที่ยวชมสวนกันแน่”

“มีใครเคยบอกนายรึเปล่าว่าหน้าตาดีแต่ปากเสียจนทำให้นายดูหมดหล่อน่ะ” อาคิระส่ายหน้า “งั้นฉันก็เป็นคนแรกสินะ ดีจัง...ต่อไปนายจะได้เอาไปปรับปรุงตัวเอง” รินดาราเชิดหน้าเดิน

อาคิระเรียกไว้จนเธอหยุดหน้าทิ่ม บอกไม่ใช่ ทางนั้น เธอแก้เก้อหันเดินไปตามทางที่เขาชี้ อาคิระชี้ให้เธอเดินไปที่อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย ย้ำว่าอยากรู้อะไรให้ถามคนคนนั้น ว่าแล้วก็เดินเลี่ยงไป หญิงสาวยืนงงสักพัก มองไปเห็นชายใส่สูทท่าทางมีสง่าราศียืนอยู่ เหมือนมีมนต์สะกดให้ต้องเดินเข้าไปทักทายเขา ยินดีที่ได้รู้จัก...เขาแนะนำตัว

“โฮชิ...โฮชิ โนโอจิ แต่เรียกผมโฮชิก็ได้”

รินดาราเอาแต่มองหน้าเขาตะลึง โฮชิบอกให้เดินคุยกัน เธอทำตามอย่างว่าง่าย เขาพาชมดอกวิสทีเรีย แล้วถามเธอชอบไหม เธอตอบว่าสวยขนาดนี้ไม่ชอบได้อย่างไร โฮชิเปรยคนส่วนใหญ่มาชมแต่ดอกซากุระ แต่รินดาราบอกว่าตนชอบดอกวิสทีเรียมากกว่า เธอเงยหน้ามองดอกเล็กๆที่แผ่เต็มต้น ไม่กล้าบอกจินตนาการของตัวเอง โฮชิจึงกล่าว

“เหมือนได้ดูดาวนับล้านๆดวงที่กระจายเต็มท้องฟ้า ทั้งๆที่เป็นเวลากลางวัน”

“คุณโฮชิ! คุณทำให้ฉันตกใจนะคะเนี่ย เหมือนคุณอ่านใจฉันออกเลย”

“ใครจะทำอย่างนั้นได้ล่ะครับ ผมก็แค่รู้สึกเหมือนกัน เพราะดาวบนฟ้ามันไกลเกินที่มนุษย์จะคว้าได้ แต่พอเราได้มายืนใต้ต้นวิสทีเรีย ก็ไม่ไกลเกินที่เราจะ...” โฮชิหยุดมองรินดาราเห็นเป็นเมียวโจคนรักอยู่ในชุดกิโมโนสีทอง เขาเอื้อมมือไปใกล้ใบหน้าจนรินดารารู้สึกตื่นเต้น

น่าแปลกใจที่ชายแปลกหน้าคนนี้ไม่ทำให้รินดาราคิดปัดป้อง จนกระทั่งโฮชิยื่นมือมาหยิบกลีบวิสทีเรียที่ติดอยู่บนผมของเธอออก และกล่าวขอโทษ ทำให้รินดาราอึ้ง มีหลายคำถามที่อยากถาม เหมือนเขารู้ใจถามเธอสงสัยทำไมต้องเป็นเธอใช่ไหม...หญิงสาวตอบว่าใช่ เพราะตนเป็นแค่นักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ ไม่มี ใบประกอบโรคศิลปะ

โฮชิยิ้มเล่าว่าตนกับครอบครัวอายูมิสนิทสนมกันมาก หลายครั้งที่อายูมิไม่ยอมไปทำกายภาพบำบัด จนอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งเป็นเพื่อนกับมิกิแนะนำลูกศิษย์มาให้ ก็คือเธอ และเผอิญอายูมิก็ชอบเธอมาก รินดารายังครุ่นคิด โฮชิย้ำ อย่ากลัวว่าตนจะมีความลับอะไร เพราะความลับไม่มีในโลกนี้ มีแต่ว่าจะรู้ช้าหรือรู้เร็วแค่นั้น...รอยยิ้มของโฮชิทำให้รินดาราใจอ่อน

โฮชิเดินนำรินดารากลับมาหาอาคิระที่ยืนรออยู่ บอกเธอว่ารายละเอียดของงานอาคิระจะเป็นคนอธิบาย และจะพาเธอไปเก็บข้าวของที่หอพัก หญิงสาวตกใจที่ต้องไปวันนี้ อาคิระแกล้งถามต้องไปขออนุญาตแฟนก่อนหรือ เธอสะบัดเสียงว่ายังไม่มีแฟน เขาจึงผายมือให้เธอเดินนำ

ooooooo

ไอรู้สึกสงสัยจนอดถามมิกิไม่ได้ว่าอาคิระกับท่านชายออกไปไหนกัน ไอยังไม่เคยได้เห็นหน้าท่านชายสักครั้ง มิกิตอบว่าท่านชายพาอาคิระไปพบนักกายภาพบำบัดที่จะมาช่วยให้อายูมิเดินได้ ไอยิ่งแปลกใจ เรื่องแค่นี้ทำไมท่านชายที่ชอบเก็บตัวบนหอคอยต้องออกไปด้วยตัวเอง

ในขณะที่รินดารากลับมาถึงหอพัก ให้โฮชิกับอาคิระรอข้างล่าง เธอรีบขึ้นห้องโทรศัพท์ถามอาจารย์ที่ปรึกษาว่าเป็นคนแนะนำตนให้ทำงานกับครอบครัวมิยาคาวะจริงหรือ พอได้คำยืนยันว่าจริงก็โล่งอก ลงมือเก็บเสื้อผ้า ไม่ทันไร นัทสึโกะก็โผล่มายิ้มกรุ้มกริ่ม

“เจ๊เอารายการค่าเสียหายในห้องมาให้ แต่พ่อเทพบุตรที่ยืนคอยเธออยู่ข้างนอกเขาจัดการจ่ายให้ไปแล้ว...นี่เจ๊ถามจริง หล่อเทพกระเป๋าหนักแบบนี้ไปหามาจากไหน เผื่อช่วงไหนเจ๊ไม่มีเงิน จะแวะไปหาลำไพ่พิเศษบ้าง คิคิๆๆ”

รินดาราตกใจบอกว่าตนไม่ได้ขายตัว นัทสึโกะยังย้ำไม่ต้องอาย คนเราต้องดิ้นรน แต่อยากเตือนให้จับเป็นผัวถาวร หญิงสาวปรี๊ดแตกที่มาดูถูกกัน โฮชิได้ยินเสียงรีบโผล่เข้ามาถามเป็นอะไร นัทสึโกะตอบแทนว่ากำลังชี้ทางสว่างให้ รินดาราโกรธมากคิดจะเอาคืนจึงแกล้งเข้าไปเกาะแขนโฮชิ บอกเขาว่านัทสึโกะรู้เรื่องของเราแล้ว

“เรื่องที่คุณจะไปอยู่กับผม...”

“อุ๊ย! ถึงขั้นไปปรนนิบัติกันถึงบ้านเลยเหรอคะ แหม...รินจังนี่เห็นหน้าใสๆ แต่ร้ายกาจกว่าที่เจ๊คิดนะ”

“ไหนๆเจ๊ก็รู้ความจริงแล้ว งั้นขอทิ้งทวนที่นี่หน่อยแล้วกันนะ ปกติอยู่กันแต่ในโรงแรม ห้องกว้างๆหรูๆ แต่ห้องเท่ารูหนูราคาแพงแบบนี้ยังไม่เคย ท่าทางจะตื่นเต้นดี เจ๊ออกไปก่อนเร็ว”

นัทสึโกะตาเหลือกถามจะทำอะไรกัน รินดาราดึงโฮชิขยับมาในห้องแล้วดันนัทสึโกะออกไป ทำเป็นนัวเนียกับเขาก่อนจะปิดประตู นัทสึโกะโวยวายอย่ามาทำให้หอพักตนเปื้อนคาวโลกีย์ รินดารายิ่งแกล้งส่งเสียงซี้ดซ้าดชื่นใจ...

โฮชิยิ้มขำกับท่าทางของเธอ

“คุณทำแบบนี้ เดี๋ยวคุณก็จะเสียหายจริงๆหรอก”

รินดาราทำเสียงชู่ว์...กระซิบโฮชิว่า ตนทำดีแค่ไหน ก็ต้องโดนเอาไปพูดเสียๆหายๆอยู่ดี ไม่ทันไร นัทสึโกะเปิดประตูกลับเข้ามาเห็นรินดารากำลังกระซิบข้างหูโฮชิก็เข้าใจผิด รินดาราแกล้งทำเป็นหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ ชวนโฮชิไปสนุกที่อื่นต่อ แล้วคว้ากระเป๋าสัมภาระเดินเกาะแขนโฮชิออกไป เสียงนัทสึโกะบ่นไล่หลัง...รินดารารู้สึกสะใจที่ทำให้เธออิจฉาเร่าร้อน

โฮชิมองยิ้มๆ “เห็นคุณทำแบบนี้แล้ว คุณดูต่างจากที่ผมคิดไว้เยอะมากเลยนะครับ”

หญิงสาวรู้สึกตัวรีบปล่อยแขนโฮชิ ยิ้มเจื่อนๆขอโทษ แค่อยากเอาคืนเจ๊นั่นบ้าง โฮชิบอกไม่ถือสา รู้สึกดีที่เห็นเธออีกมุม รินดาราแปลกใจที่เขาดูจะเข้าใจตนดี อาคิระเดินเข้ามาถามพร้อมหรือยัง โฮชิพยักหน้า นารูตะรับสัมภาระ ใส่รถ อาคิระแปลกใจที่ทั้งสองดูสนิทกันเร็ว

ooooooo

บ่ายวันนั้น อายูมิได้ยินเสียงเด็กผู้ชายร้องเพลง กล่อมเด็ก จึงตามเสียงนั้นมาที่ศาลเทพเจ้าและได้พบกับฮิโตชิ...ฮิโตชิอยากมีเพื่อนจึงไม่แสดงตัวในสภาพผีน่ากลัวให้เธอเห็น พอดีมิกิ ไอ เคโกะและนานะตามหาทั่วบ้านจนมาเจอ ฮิโตชิจึงหายไป อายูมิได้แต่แปลกใจ

ก่อนจะถึงคฤหาสน์มิยาคาวะ รินดาราร้องบอกให้นารูตะจอดรถ เธอวิ่งลงไปชมหมู่บ้านชนบทและหุบเขาที่เหมือนในหนังสือนิทานอย่างตื่นตาตื่นใจ อาคิระไม่พอใจต้องอยู่เมืองนี้อีกนาน จะมาเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ โฮชิแก้ตัวแทนว่านั่งรถมาหลายชั่วโมง หยุดเดินเล่นยืดเส้นยืดสายบ้างก็ดี แล้วโฮชิก็พารินดาราชมทั่วบริเวณอย่างรู้ใจ อาคิระเดินตามอย่างหงุดหงิด แถมโดนใช้ให้ถ่ายรูปให้เธอกับถุงส้มที่ซื้อจากชาวบ้านอีก

รินดารายังเพลิดเพลินกับสถานที่แถวนั้น ให้โฮชิช่วยถ่ายรูปให้ เขาเงอะงะเพราะไม่รู้จักการใช้กล้องดิจิตอลสมัยใหม่ อาคิระจึงต้องมารับไปถ่ายให้แทน รินดาราจึงได้ถ่ายรูปคู่กับโฮชิมากมาย และสอนให้เขาทำท่าคิกขุ อาคิระไม่คิดว่าโฮชิจะยอมทำตาม

มิกิโทร.เข้ามาถาม อาคิระจึงบ่นอุบให้ฟัง มิกิอมยิ้มบอกหลานชายปล่อยให้ทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัวกันน่ะดีแล้ว อาคิระยิ่งแปลกใจ...รินดาราเดินเลียบทางน้ำมาจนถึงศาลาที่พัก ที่ด้านบนเป็นสุสานเมือง เธอชื่นชมความงาม เอาหนังสือนิทานมากางเทียบ โฮชิเห็นนึกถึงนักเขียนคนที่เขาเล่าตำนานเทพเจ้านกกระเรียนให้ฟังและขอให้เขาเผยแพร่ตำนานนี้ออกไปเมื่อร้อยปีก่อน

รินดาราบอกโฮชิว่า ตนอ่านนิทานนี้เป็นร้อยๆรอบ ถึงอยากเห็นเมืองสึกิด้วยตาตัวเอง ตนสงสารเมียวโจมากที่เฝ้ารอคนรัก หญิงสาวน้ำตาซึม โฮชิมองอึ้งๆเผลอเรียกเธอว่า...ฮิคาริ ซึ่งเป็นชื่อที่เขาเรียกเมียวโจ รินดาราชอบชื่อนี้ ไม่รังเกียจที่จะให้เขาเรียกเช่นนั้น และรู้ความหมาย แปลว่าดวงดาวทอแสง เหมือนกับชื่อรินดาราของตน...

ณ ศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ขณะที่ไดซูเกะกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ เกิดลมพัดเข้ามาเหมือนพายุเล็กๆ

ฮิเดโนริแปลกใจเพราะไม่มีพยากรณ์เลยว่าวันนี้จะมีพายุ ไดซูเกะรู้ว่านี่เป็นสัญญาณเตือนบางอย่าง ว่ามีบางสิ่งกำลังมาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง เป็นอะไรยังบอกไม่ได้

ฮิเดโนริกลับเข้าห้อง เรียกหาฮิโตชิลั่น ฮิโตชิมาช้าท่าทางหวาดกลัว สารภาพว่าไปหาเพื่อนเล่นมา ฮิเดโนริเอ็ด เป็นผีห้ามออกไปเพ่นพ่านให้ใครเห็น ฮิโตชิรับคำอย่างกลัวๆ จากนั้นฮิเดโนริก็โทรศัพท์หาใครบางคน พอได้เรื่องก็มาถามไดซูเกะว่าได้รับคำตอบหรือยัง

“มีหลายเรื่องที่บรรพบุรุษของเราบันทึกไว้ ค้นไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็คงจะเจอ ว่าแต่แกมีอะไร”

ฮิเดโนริบอกว่ามีความเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้นในตระกูลมิยาคาวะ ไดซูเกะหันมองอย่างสงสัย ว่าได้ข่าวมาอย่างไร

“เอ่อ...คือ มีคนที่ผมไว้ใจได้อาศัยอยู่ในตระกูลของพวกมันครับ เขาจะคอยเป็นหูเป็นตาส่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์กับเรามาให้ผม”

“ไม่รู้กฎของตระกูลเราเหรอไง มิยาคาวะกับเรียวอิจิจะคบหากันไม่ได้เด็ดขาด”

ฮิเดโนริก้มหัวรับทราบ รู้ว่าหน้าที่คนในตระกูลเรียวอิจิต้องทำลายตระกูลมิยาคาวะ ตนจะทำให้สำเร็จ แต่ที่ตนทำผิดกฎก็เพื่อเป้าหมายใหญ่ ตนยอมให้ปู่ลงโทษ ไดซูเกะนิ่งคิดก่อนจะถามถึงเรื่องที่ไปรู้มา...ฮิเดโนริเล่าว่า ชายลึกลับที่อยู่บนหอคอยบ้านมิยาคาวะ ลงจากหอคอยเพื่อไปรับคนดูแลคนใหม่ให้กับอายูมิ ไดซูเกะแปลกใจ

“เรื่องผู้ชายคนนั้น ฉันเคยสงสัยมาก่อนและก็เคยให้คนตามสืบดูแล้ว แต่ไม่ได้อะไรกลับมามากนัก นอกจากรู้แค่ว่าเป็นผู้มีบุญคุณที่เกื้อหนุนมิยาคาวะมาตลอด ชอบทำตัวเงียบๆไม่สุงสิงกับใคร พอเห็นมันไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับเรามากนักก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ว่าแต่คนดูแลอายูมิคนใหม่นั่นล่ะ เป็นใคร...”

ฮิเดโนริเล่าว่าเป็นแค่นักกายภาพบำบัดที่เคยช่วยอายูมิในสวนสนุก จึงถูกใจกัน ไดซูเกะแปลกใจแล้วทำไมชายลึกลับต้องไปรับด้วยตัวเอง ฮิเดโนริจึงบอกว่าจะให้คนสืบต่อให้ละเอียด

หลังจากที่อาคิระคุยโทรศัพท์กับมิกิจบ เดินตามมา เห็นมีคนสวมหมวกใส่แว่นดำแอบส่องกล้องไปที่โฮชิกับรินดารา จึงโวยวายถามทำอะไร ชายคนนั้นวิ่งหนีไป เขาวิ่งตามมาถึงทางแยก มองไปรอบตัวไม่เห็นใคร พลัน รู้สึกมีคนเดินมาข้างหลัง จึงหันกลับไปล็อกตัว เสียงรินดาราร้องลั่น เขารีบกล่าวขอโทษและปล่อยเธอ รินดาราบอกว่าโฮชิให้มาตาม และตนซื้อน้ำมาฝาก ว่าแล้วก็ยื่นกระป๋องน้ำให้ อาคิระไม่สนใจเดินไป รินดาราเบ้หน้าจะเปิดน้ำกินเอง แต่แล้วอาคิระกลับมาคว้าน้ำในมือเธอไปหน้าตาเฉย รินดาราตะโกนไล่หลัง มารยาทน่ะสะกดเป็นไหม

ระหว่างนั้น ในคฤหาสน์มิยาคาวะ ไอถือสมุดบัญชีเดินหามิกิ นานะบอกว่าเห็นอยู่กับอายูมิในสวน หรือไม่ก็บนหอคอย ด้วยความที่ไออยากรู้เรื่องบนหอคอยจึงเดินขึ้นไป...ก็พอดีริเอะมาที่บ้าน เห็นมิกิคุยกับอายูมิในสวนจึงเข้ามาทักทาย มิกิบอกริเอะว่าอาคิระคงกลับค่ำๆ ทันใดได้ยินเสียงกระดิ่งบนหอคอย มิกิรีบบอกทุกคนห้ามตามขึ้นไปเด็ดขาด เคโกะจึงคอยกันไม่ให้ริเอะตามไป

มิกิมาถึงเห็นไอกำลังหวาดกลัวที่มีเสียงกระดิ่งดังขณะเหยียบพื้นไม้ เธอทรุดนั่งชนประตูห้องที่เก็บชุดกิโมโนของโฮชิ แสงสีน้ำเงินส่องผ่านออกมา ไม่ทันที่ไอจะมองเห็นว่าเป็นอะไร มิกิก็มาถึงมองไออย่างโกรธๆ...ไอหน้าซีด เดินตามมิกิลงมา พยายามขอโทษและสัญญาจะไม่ขึ้นไปบนนั้นอีก ริเอะยังงงๆกับเรื่องนี้ทำไมต้องห้ามขึ้นไปบนหอคอย จึงทำทีอยู่ทานของว่างด้วย

นานะยกถ้วยชาและของว่างมาวางให้ริเอะ ได้กลิ่นน้ำหอมก็ชมว่าหอมดี ริเอะได้ทีเข้าตีสนิทนานะยกขวดน้ำหอมที่พกมาให้ แล้วเลียบเคียงถามถึงเรื่องบนหอคอย นานะเล่าเกือบหมด พอดีมิกิเข้ามาขัดจังหวะริเอะหันมาถามมิกิว่าจะมีพี่เลี้ยงอายูมิคนใหม่มาหรือ

“จ้ะ อาคิระต้องเดินทางไปรับถึงที่พักด้วยตัวเอง จะได้รู้จักบ้าน รู้จักที่มาที่ไปกันไว้ กว่าเราจะรับใครเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ต้องดูให้ดี เพราะคนสมัยนี้ไว้ใจยาก ภายนอกดูใสซื่อแต่ข้างในดำมืด เข้ามาอยู่กับเราเพราะหวังผลประโยชน์ของตัวเอง” มิกิพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบแต่คมกริบ จนริเอะสะอึกเหมือนโดนด่า

ooooooo

ตกดึก รินดาราเดินทางมาถึง อายูมิตื่นเต้นดีใจ มาก มอบดอกไม้ที่เก็บในสวนให้เป็นการต้อนรับ

รินดาราให้ของเล่นที่ซื้อจากชาวบ้าน เป็นเคนดามะสีชมพู ลักษณะเป็นลูกกลมๆร้อยเชือกเสียบอยู่บนแท่นไม้เหมือนค้อนบอกว่าโฮชิเป็นคนบอกว่าเธอชอบสีชมพู

รินดารามองหา โฮชิหายไปแล้ว มิกิบอกว่าเขากลับ ไปพักผ่อนแล้ว อาคิระแนะนำให้รินดารารู้จักทุกคน “นี่คุณย่ามิกิ เป็นคุณย่าของผม และนี่ไอ เป็นลูกพี่ลูกน้องของผม...นี่เคโกะกับนานะเป็นแม่บ้านประจำที่นี่”

รินดาราค้อมศีรษะทักทายทุกคนและฝากเนื้อ ฝากตัว มิกิให้ไอพารินดาราไปพักผ่อน นานะช่วยถือสัมภาระเดินตาม...ห้องที่จัดเตรียมไว้อยู่ติดกับสวน ทำให้รินดาราเห็นเงาแสงสว่างจากหอคอย จึงถามนานะ นานะพลั้งปากบอกว่านั่นเป็นที่อยู่ของท่านชาย เคโกะปรามให้หยุด

“ไม่เป็นไรค่ะ มีเรื่องที่ฉันไม่ควรรู้ ฉันไม่รู้ดีกว่า เพื่อความสบายใจของทุกคน”

“คุณคิดได้แบบนี้ก็ดีค่ะ เอาเป็นว่าสิ่งที่คุณควรรู้มากที่สุดก็คือ ที่นี่มีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามทุกคน รับประทานอาหารเช้าตอนแปดโมง อาหารกลางวันตอน เที่ยง อาหารว่างทานเวลาบ่ายสาม อาหารเย็นตอนหนึ่งทุ่ม และกลางคืนห้ามเดินเพ่นพ่านเด็ดขาด” เคโกะเน้นย้ำ

รินดารารับคำแต่อดเหลือบมองไปที่หอคอยอย่างสนใจไม่ได้...ระหว่างนั้น มิกิยกน้ำชาขึ้นมาให้โฮชิ เห็นเขานั่งเล่นของเล่นเคนดามะดูมีความสุข ทำให้เธอพลอยยิ้มสุขใจไปด้วย โฮชิมอบของเล่นนั้นให้แก่มิกิ เธอค่อนขอดว่าพ้นวัยที่จะเล่นแล้ว

“ฮิคาริบอกว่า ของเล่นจะช่วยทำให้มีความสุข ไม่ว่าอายุจะมากหรือน้อย ทุกคนก็ควรจะมีความสุข”

“ค่ะท่านชาย...เอ๊ะ!เมื่อกี้ท่านชายเรียกใครว่าฮิคาริคะ” มิกิแปลกใจ

“ฮิคาริเป็นชื่อเล่นของเมียวโจโอจิน มีแค่ฉันกับเธอเท่านั้นที่รู้กันสองคน วันนี้ฉันก็เลยลองเรียกรินดาราว่า...ฮิคาริ”

มิกิรีบถามเธอจำได้ไหม โฮชิส่ายหน้า เธอจำไม่ได้แต่มีหลายอย่างที่เธอพูดออกมาทำให้น่าเชื่อว่าเป็นเมียวโจ...

“ถ้าเธอจะใช่คนรักของท่านจริงๆดิฉันก็ดีใจด้วย แต่ขอดิฉันพูดอะไรสักอย่างได้ไหมคะ”

“พูดเยอะๆก็ได้ ปกติมิกิก็ชอบขัดฉันอยู่บ่อยๆนี่” เห็นมิกิค้อนขวับ โฮชิรีบบอกว่าล้อเล่น

“ดิฉันว่าตอนนี้ท่านชายกำลังเหมือนคนที่กำลังตกหลุมรัก มองทุกอย่างเข้าข้างตัวเอง คิดทุกอย่างไปตาม ที่ใจเรียกร้อง ดิฉันเลยอยากให้ท่านชายเผื่อใจไว้บ้าง”

คำเตือนของมิกิทำให้โฮชินำมาครุ่นคิด...ขณะเดียวกัน ฮิเดโนริกำลังดูภาพถ่ายที่คนของเขาส่งมาให้ แต่เสียหมดทุกภาพ ทำให้ไม่เห็นหน้าโฮชิและรินดารา ฮิเดโนริโกรธไม่กล้ารายงานไดซูเกะ คงต้องลงมือใหม่อีกครั้ง เขาร้องเรียกฮิโตชิ แต่ทุกอย่างเงียบกริบ

ฮิโตชิมาหาอายูมิ เห็นเล่นของเล่นที่รินดาราซื้อมาฝาก ก็ส่งเสียงเบาๆ...มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ...

อายูมิแปลกใจที่เขาเข้ามาในห้องได้อย่างไร

“เราเหงา เราอยากเล่น มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ”

อายูมิถามอยากเล่นอะไร เขาส่ายหน้า เธอจึงส่งของเล่นเคนดามะให้เขาไปเล่น เสียงอาคิระเปิดประตูเข้ามาถามยังไม่นอนอีกหรือ ฮิโตชิหายวับไป อายูมิแปลกใจเขาหายไปไหน อาคิระกล่อมหลานสาวให้นอนด้วยรักและเอ็นดู

ฮิโตชิออกมาร้องไห้อยู่ในสวน เพราะไม่มีใครเล่นด้วย รินดาราได้ยินเสียงคร่ำครวญ มองออกมาเห็นเด็กชายในชุดยูกาตะสีน้ำเงิน ยืนร้องไห้ใต้ต้นไม้ ตัดสินใจวิ่งออกมาดู แต่เด็กกลับหายไป เธอยืนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินเสียงร้องไห้แว่วๆ จู่ๆก็มีเลือดหยดลงมาถูกแขน เธอแตะดูแล้วตกใจจะเงยหน้ามอง...เสียงโฮชิเรียก ฮิคาริ...เธอสะดุ้งหันขวับไปมอง

“ท่านชาย! ฉันเห็นเด็กผู้ชายยืนร้องไห้อยู่แถวนี้ค่ะ ฉันก็เลยลงมาดู”

“ผมขอทายว่าก่อนนอนคุณอ่านนิทานญี่ปุ่นของคุณพ่อคุณใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ ฉันต้องอ่านนิทานของพ่อก่อนนอนทุกคืน... คุณชายกำลังจะบอกว่าฉันอ่านนิทานก่อนนอน ก็เลยละเมอคิดไปเองหรือคะ”

โฮชิไม่ตอบ กลับเดินนำรินดาราไปอีกทางของสวน เหมือนรู้ว่ามีบางอย่างไม่ดีบนต้นไม้นั่น เธอจึงเดินตามไปอย่างงอนๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.