กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

คงกระพันนารี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "วาววา" ฟันแทงไม่เข้า แท็กทีม "เคน" บู๊สนั่น "คงกระพันนารี"




แดงมะกล่ำถูกกดดันอย่างหนักจากพ่อ ให้หาทางแยกตัวณัฐเดชออกจากแอร์พอร์ทโดยเร็วที่สุด และหนทางที่สองพ่อลูกเลือก คือใช้ชาตรี ตำรวจหนุ่มแกะดำและกังฉิน ให้หาทางใส่ร้าย ทำให้ณัฐเดชหมดความน่าเชื่อถือ และถูกปลดจากหน้าที่ดูแลแอร์พอร์ทในที่สุด

ณัฐเดชไม่รู้ตัวว่าจะมีคนคิดร้าย มัววุ่นวายกับการพาแอร์พอร์ทไปวัด เพื่อฝึกสมาธิให้ควบคุมนางพญาเหล็กไหลในตัว หลวงพี่แนะนำให้ไปฝึกกับแม่ชี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเอกในด้านการทำสมาธิ แอร์พอร์ทไม่ค่อยเข้าใจอะไรมาก แต่เมื่อถูกเขาคะยั้นคะยอ เลยยอมแบบเสียไม่ได้

เวลาเดียวกันที่อีกมุมของวัด...พจนารีแวะมาหาหลวงพี่ เพื่อสอบถามเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับแคล้วและหนูนา ผัวเก่าและลูกสาว ที่พลัดพรากกันมานานหลายปี เลยบังเอิญเจอกับลุงใบ้ ชายชราที่เคยรู้จัก สมัยยังอยู่เมืองกาญจน์ พร้อมหน้าพร้อมตากันสามคนพ่อแม่ลูก
และการเจอกันครั้งนี้เอง ทำให้พจนารีได้รู้ว่า

ผัวเก่ามีชะตาชีวิตที่ผันผวน เช่นเดียวกับลูกสาว ต้องระหกระเหินตามประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อหนีจากอันตรายบางอย่าง ซึ่งเธอยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร!

หลังจากช่วยพ่อคิดแผนใส่ร้ายณัฐเดชเพื่อชิงตัวแอร์พอร์ท แดงมะกล่ำก็มาเจอไลล่า และระบายความอึดอัดใจ ที่ต้องทำตามความต้องการของพ่อ ไลล่าไม่ได้รู้สึกเห็นใจแฟนหนุ่ม แต่ก็ปั้นหน้าแสดงความเข้าอกเข้าใจ จนอีกฝ่ายเชื่อสนิท และยอมเล่าเรื่องทั้งหมด
เกี่ยวกับพ่อให้ฟัง

ไลล่าสาแก่ใจมาก และไม่ลังเลจะเล่าอดีตของตัวเองบ้าง ว่าแท้จริงแล้ว ตนไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของคฑากับพจนารี แต่เป็นลูกสาวคนเดียวของโจรโก้ อดีตโจรชั่วร้าย ซึ่งถูกคฑาวิสามัญเมื่อหลายปีก่อน

“ตั้งแต่วันนั้น...พวกเขาคิดว่าไลล่าจำเหตุการณ์วันนั้นไม่ได้ แต่ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าไลล่าจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นั่นได้แบบติดตาติดใจไม่เคยลืม!”

น้ำเสียงสั่นเครือและแววตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยน้ำตา ทำให้แดงมะกล่ำพูดไม่ออก ได้แต่ดึงเธอมากอดปลอบ

“ไลล่าไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้หรอก แต่เพราะมันเป็นคำสั่งเสียของพ่อแท้ๆก่อนตาย ไลล่ารู้สึกกดดันกับเรื่องนี้มานาน จนได้เจอกับแดงนี่แหละ ที่ทำให้ไลล่ากล้าบอกสิ่งที่อัดอั้นภายในใจมากว่าสิบกว่าปี”

ระหว่างที่ไลล่าเผยความลับจากอดีตให้แดงมะกล่ำรับรู้ แอร์พอร์ทก็จมดิ่งในสมาธิ จนภาพในอดีตหวนคืนอีกครั้ง ตอนที่แคล้วกำลังจะถึงลมหายใจสุดท้าย แต่ยังรวบรวมแรงสั่งเสียลูกสาวคนเดียว

“พ่อผิดคำสาบานกับหลวงตา ถึงต้องมีอันเป็นไป พ่อขายเหล็กไหลให้คนเลว ลูกต้องตามกลับมาให้ได้”

“แล้วแอร์จะไปหาที่ไหนล่ะพ่อ”

“เมื่อลูกอยู่ใกล้เหล็กไหล พลังในตัวลูกจะดึงดูดเหล็กไหลเข้าหาตัวลูกเอง ลูกทำได้”

พูดจบก็กระอักเลือดกองใหญ่ แอร์พอร์ทจะไปตามหมอ แต่ก็ถูกพ่อรั้งไว้

“ระวังนะลูก ระวังไอ้ดำมะกอก ลูกต้องเอาชนะมันให้ได้ เพราะภารกิจที่สำคัญกว่านั้นรอลูกอยู่!”

ooooooo

ภาพความทรงจำในอดีต โดยเฉพาะเรื่องราวแปลกๆของเธอตั้งแต่เด็ก ผุดในหัวไม่หยุดหย่อน

เช่นเดียวกับคำพูดของพ่อ ที่เหมือนจะเคยทำพิธีกรรมบางอย่างในตัวเธอ กว่าแอร์พอร์ทจะตื่นจากสมาธิ ก็อีกหลายชั่วโมงต่อมา

แสงวูบวาบประหลาดปรากฏบนร่างกายของเธออีกครั้ง และครั้งนี้...เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีต รวมทั้งคำพูดของพ่อ ทำให้แอร์พอร์ทเข้าใจทันทีว่านางพญาเหล็กไหลที่ว่านั้นอยู่ในตัวเธอ

เมื่อณัฐเดชรู้เรื่อง ก็ถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะมองมาด้วยความเป็นห่วง

“ผมรู้แค่ว่าเหล็กไหลต้องอยู่กับคุณแน่ แต่ผมไม่นึกเลยว่าจะอยู่ในร่างคุณ”

“ฉันเห็นภาพรางๆมาตลอด จำได้ว่าฉันตัวร้อน ตาเบลอ แล้วก็เห็นว่าพ่อจะสลายเหล็กไหลเข้าไปในตัว”

“แล้ว...คุณพอจะรู้วิธีเอาเหล็กไหลออกจากร่างคุณไหม”

“ก็ไม่รู้น่ะสิ จะทำยังไงดีล่ะ...เหล็กไหลปะปนไปทั่วร่างแทรกซึมอยู่ในกระแสเลือดฉัน แล้วอย่างนี้ถ้าคนพวกนั้นจะเอาเหล็กไหลที่อยู่กับฉัน ก็แปลว่ามันต้องฆ่าฉันสถานเดียว”

“อย่าเพิ่งคิดไปไกลเลย แค่คุณเริ่มฝึกการทำสมาธิอย่างมีขั้นตอน...แสดงว่าเมื่อคุณสามารถควบคุมจิตตัวเองได้ คุณจะค้นพบคำตอบบางอย่างที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อย่าเพิ่งตกใจไปเลย”

“แล้วทำไมพ่อถึงต้องสลายเหล็กไหลเข้าไปในตัวฉันแบบนี้ด้วยนะ”

“เพื่อให้คุณมีความพิเศษ และสามารถปกป้องดูแลตัวเองได้น่ะสิ พ่อคุณบอกผมว่าคุณมีภาระหน้าที่มากกว่าการครอบครองเหล็กไหลอีกนะ”

“ใช่...พ่อก็บอกฉันแบบนั้น ว่าฉันคือผู้ถูกเลือก...

แต่ฉันถูกเลือกให้ทำอะไรกันแน่...”

ขณะที่แอร์พอร์ทค้นหาความจริงเกี่ยวกับเหล็กไหล ความต้องการจะรวบรวมธาตุศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้ก็เพิ่มมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะหลุยส์ราจีฟ หัวหน้ากองกำลังปลดแอกจอมโฉด ที่อยากได้เหล็กไหลมาเพื่องานสำคัญและเป้าหมายคนสำคัญของหลุยส์ราจีฟก็คือ

ดำมะกอก ซึ่งริอ่านขายเหล็กไหลปลอมให้เขาเมื่อหลายเดือนก่อน โดยที่อีกฝ่ายได้แต่ตั้งรับ เพราะมีหลายเรื่องต้องดูแล ทั้งเรื่องนางพญาเหล็กไหล เรื่อง

บิ๊กเจ๋ง คนสนิทที่บาดเจ็บสาหัสเพราะถูกลอบฆ่าเมื่อวันก่อน รวมถึงแดงมะกล่ำ ลูกชายไม่เอาถ่าน ที่วันๆดีแต่เต้นลีลาศ

แดงมะกล่ำเห็นพ่อยุ่งกับงาน ก็เสนอตัวจะช่วยแบ่งเบา แต่กลับถูกปรามาสว่าดีแต่เต้นรำ

“ถ้าพ่อไม่ชอบ ผมเลิกเต้นลีลาศก็ได้ครับ จากวันนี้ผมจะไปทำงานกับพ่อ ผมเอาจริง”

“แน่ใจเหรอ เห็นใฝ่ฝันนักหนา ลีลาศระดับโลกนั่นน่ะ มาสนใจงานฉันตอนนี้ จะทำอะไรได้แค่ไหนกัน”

“ก็ถ้าพ่อไม่สอน ผมจะเป็นได้ยังไง ทำไมพ่อไม่เอาผมไปด้วยเวลาพ่อทำงานล่ะครับ ผมจะเป็นเด็กฝึกงานที่ตั้งใจเก็บรายละเอียดทุกเม็ด ไม่ให้รอดสายตาเลย”

“อืม...อยากฝึกงานเป็นเจ้าพ่อ หึๆ...แกนี่ไฟแรงไม่ใช่เล่น”

ooooooo

แดงมะกล่ำกระตือรือร้นมาก จะเรียนรู้งานจากพ่อ แต่เพราะไม่เคยสนใจ และไม่คุ้นเคยกับอาณาจักรอาวุธทั้งถูกและผิดกฎหมาย ทำให้ทำพลาดตั้งแต่วันแรก ดำมะกอกโมโหมาก เอ็ดลั่นจนแดงมะกล่ำหน้าเสีย และเซ็ง
จัด จนต้องออกไปคุยกับฉัตรเพื่อระบายความอึดอัดใจ

“พ่อเพิ่งบอกฉันว่ามีลูกชายอีกคน แล้วก็เกิดก่อนฉันด้วย”

“หมายความว่าคุณแดงมีพี่ชายหรือครับ”

“ไม่...ฉันไม่มีวันยอมรับใครมาเป็นพี่ชายฉันหรอก”

“นี่...คุณแดงกลัวว่านายจะสนใจลูกอีกคนมากกว่าเหรอครับ”

“ไม่รู้สิ...ฉันรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง บางทีอาจมีแค่แกเท่านั้นล่ะมั้งฉัตรที่จะไม่มีวันหักหลังฉัน อ้อ...แล้วก็อาจจะมีไลล่าด้วยอีกคน”

ฉัตรสะดุ้ง เสียวสันหลังวาบ เพราะความจริงตนแอบอิจฉาและคิดร้ายกับอีกฝ่ายเงียบๆ ยิ่งตอนนี้ไลล่าทำท่าเหมือนมีใจให้ เขายิ่งย่ามใจ คิดว่าตนต้องแย่งทุกอย่างจากแดงมะกล่ำได้แน่ๆ

ด้านณัฐเดชกับแอร์พอร์ท...ใช้เวลาหลังฝึกสมาธิด้วยกันที่บ้านของเพียง ตำรวจหนุ่มมีท่าทีผ่อนคลาย ก่อนจะกลายร่างเป็นหนุ่มช่างฝันและรักอิสระ จนสาวห้าวแทบหลอมละลายเพราะความใกล้ชิด ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่กระนั้น...ความเงียบเหงาก็ทำให้เธออดคิดถึงพ่อไม่ได้

“พ่อฉันทำอาหารอร่อยมากๆเลยรู้ไหม แต่ก่อนทุกวันหยุด พ่อจะหาเมนูแปลกๆมาทำให้กินตลอด”

“แต่ลูกสาวทำกับข้าวไม่เป็น”

“ก็ฉันไม่เคยนึกว่าพ่อจะไม่อยู่ทำให้ฉันกินนี่ ฉันก็เลยไม่เคยหัดทำ”

น้ำตาของสาวห้าวทำให้ตำรวจหนุ่มใจอ่อนยวบ ปลอบเสียงอ่อน

“งั้น...ต่อไปผมจะทำให้คุณกินเอง”

ฝ่ายไลล่า...ไม่ได้สนใจจะตามหาพจนารีอย่างที่รับปากพ่อบุญธรรม มัวเพลิดเพลินกับการปั่นหัวฉัตร ด้วยการเชิญชวนเขาไปเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนจะยั่วยวนให้เขาหึง ด้วยการพูดถึงแดงมะกล่ำ

“ผมมีสิทธิ์อะไรจะไปหึงคุณได้”

“แล้วถ้าไลล่าให้สิทธิ์คุณล่ะ คุณจะหึงจะหวงไลล่าแค่ไหนน้า”

ฉัตรหน้าแดง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถึงไม่มีสิทธิ์ผมก็ห่วงคุณตลอดเวลา ผมอยากให้คุณอยู่ห่างคุณแดงระยะนี้ ผมว่าช่วงนี้การอยู่ใกล้คุณแดงเหมือนจะไม่ค่อยปลอดภัย”

“มีอะไรที่ไลล่าไม่รู้รึเปล่าคะ”

“นายเพิ่งโดนลอบฆ่าจนผมถึงกับเจ็บหนัก เรื่องวันนั้นเหมือนคุณแดงเองก็โดนใบสั่งมาเหมือนกัน ผมว่ามีใครบางคนล่าสองพ่อลูกนี่อยู่แน่ๆ”

“แล้วอย่างนี้แดงจะเป็นอะไรไหม”

“คุณคงห่วงเขามาก”

“ไลล่าห่วงคุณมากกว่า เพราะคุณเป็นบอดี้การ์ดของเขา เกิดอะไรขึ้นคุณก็ต้องรับหน้าก่อนตลอด รู้ไหม... ไลล่าอยากให้คุณมาเป็นบอดี้การ์ดให้ไลล่ามากกว่า

ไลล่าต้องจ้างแพงแค่ไหนคะถึงจะได้คุณมา”

“แค่คุณบอกว่าต้องการผม แค่นั้นผมก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณแล้ว”

ooooooo

แผนการปั่นหัวของไลล่าได้ผลเกินคาด ฉัตรมีความหวังอย่างยิ่งยวด และยอมทำทุกอย่างตามที่เธอต้องการ แลกกับความรักและความหลงใหลในตัวเขา

ฉัตรไม่รู้ตัวเลยว่าตกเป็นเครื่องมือล้างแค้นของไลล่า เชื่อสนิทว่าเธอชื่นชอบในตัวเขา และจะทำทุกอย่างเพื่อให้อยู่ด้วยกัน และเมื่อแดงมะกล่ำแสดงทีท่าว่าจะจริงจังกับเธอ ก็อดหัวเสียไม่ได้ เพราะความรักและความหึงหวงบังตาแท้ๆ ทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มตาบอด!

ส่วนณัฐเดชกับแอร์พอร์ท...ได้เรียนรู้และทำความรู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น หลังผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันหลายครั้ง รวมทั้งผ่านความสูญเสียบุพการีในเวลาไล่เลี่ยกัน และคงเพราะความใกล้ชิดและความเข้าอกเข้าใจกันนี่เอง ทำให้ทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

คืนเดียวกันที่บ้านคฑา...นายตำรวจใหญ่กำลังจะคลั่งตายเพราะตามหาพจนารีไม่พบ จนต้องหันไปพึ่งทีมเทคนิคพิเศษของกรมตำรวจ ให้ช่วยเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้ ไลล่าไม่รู้เรื่องนี้ และยังคิดว่าตนเองเป็นต่อ เลยคิดแผนชั่วร้ายใหม่ คือหาทางกำจัดคฑา...พ่อบุญธรรมที่เลี้ยงดูตนมาตลอดหลายปี!

แอร์พอร์ทพยายามนั่งสมาธิก่อนนอนอีกครั้ง และครั้งนี้...เธอก็ตั้งหน้าตั้งตาเพ่งสมาธิไปที่วิญญาณของเพียง แม่แท้ๆของตำรวจหนุ่ม เผื่อจะตอบแทนเขาได้บ้าง แต่กระนั้น...เธอก็ไม่พบอะไร นอกจากความว่างเปล่า
คำถามและท่าทีแปลกๆของเธอ เกี่ยวกับแม่ของเขา ทำให้ณัฐเดชคิดว่าเธอคงกลัว

“คุณอยากเปลี่ยนห้องนอนไหม คุณถามถึงแม่ผม ผมเลยคิดว่าคุณกลัวว่าแม่ผมจะมาเยี่ยมหรือเปล่า”

“คุณไม่ต้องห่วงหรอก แม่คุณไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”

“คุณรู้ได้ยังไง”

“ฉันเข้าสมาธิเผื่อจะได้พบแม่คุณ เผื่อจะได้เบาะแสมาช่วยคุณได้บ้าง แต่ไม่เจอใครเลย”

หน้าตาอึ้งๆของเขา ทำให้เธออดขำไม่ได้

“ท่านอาจจะหมดห่วงในตัวคุณแล้วก็ได้”

“หวังว่าแม่ผมจะไม่ไปเกาะคอดำมะกอกหรอกนะ”

“คุณก็พูดไป...อุตส่าห์ปลอบ นึกว่าจะเศร้า”

กลางดึกคืนเดียวกัน...หลังจากคิดสรตะแผนการแล้ว ไลล่าก็ตัดสินใจโทร.หาฉัตรอีกครั้ง หลอกล่อด้วยคำพูดยั่วยวนแสนหวานที่ทำให้หัวใจของบอดี้การ์ดหนุ่มพองโตเหมือนเคย

“อยู่ๆไลล่าก็นึกถึงภาพตอนฉัตรสู้กับโจรที่ทำร้ายไลล่าวันนั้น ฉัตรเท่มากเลยนะ เหมือนพระเอกหนังบู๊เลยค่ะ ไลล่าว่าถ้าฉัตรไม่ห่วงไลล่าจนโดนฟัน ฉัตรคงเล่นงานพวกนั้นจนหมอบได้ไม่ยากเลยล่ะ”

“ครับ...ความปลอดภัยของคุณไลล่าต้องมาก่อน”

“อย่างนี้...ฉัตรก็สามารถฆ่าคนมือเปล่าได้เลยสิคะ”

“วิชาต่อสู้ที่ผมเรียนตั้งแต่เด็กๆ ก็มีฝึกให้รู้เรื่อง

จุดตายของคู่ต่อสู้ด้วยครับ คุณไลล่ามีอะไรหรือเปล่า”

“แล้ว...จริงหรือเปล่าคะ ที่คุณบอกไลล่าว่าจะทำทุกอย่างที่ไลล่าบอกให้ทำ...”

ooooooo

หลังจากเกลี้ยกล่อมให้ฉัตรฆ่าคฑาเรียบร้อยแล้ว ไลล่าก็เดินแผนขั้นต่อไปด้วยการขอร้องแดงมะกล่ำ ให้ช่วยตามหาพจนารี เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายคงมีคนช่วยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดได้

เช้าวันต่อมาที่วัดของหลวงตาเอี่ยม ณัฐเดชพาแอร์พอร์ทมาฝึกสมาธิและไหว้พระอีกครั้ง แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เขาก็อดไม่ได้จะถามถึงภาพในอดีตของเธอ

“คุณบอกว่าจำตอนเด็กๆไม่ค่อยได้ มันวูบๆเป็นบางเรื่อง แล้วเรื่องไหนคุณจำแม่นที่สุด”

แอร์พอร์ทจะไม่บอก แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอ เลยเล่าเรื่องเดียวที่จำได้แม่น

“ฉันจำได้แค่พี่ชายใจดีคนหนึ่งน่ะ จำได้ว่าเล่นกันบ่อยๆ แล้วฉันก็ติดเขามาก เอะอะก็จะหาแต่พี่ลูกนัท”

“พี่ลูกนัทหรือ ชื่อเหมือนผมเลยแฮะ”

“แค่ชื่อเหมือนย่ะ พี่ลูกนัทของฉันดูดีกว่าคุณตั้งเยอะ”

สองหนุ่มสาวคงจะต่อปากต่อคำอีกนาน ถ้าจะไม่มีโจรวิ่งราวกระเป๋าผ่านมา ทั้งสองช่วยกันไล่กวดจนแย่งกระเป๋าคืนได้ พร้อมๆกับความตกตะลึง เมื่อได้รู้ว่าเจ้าของกระเป๋าก็คือพจนารี!

เวลาเดียวกันที่สำนักงานตำรวจ...คฑามีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เมื่อทีมเทคนิครายงานผลว่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือของพจนารีอยู่ที่เมืองกาญจน์ จังหวะเดียวกันนั่นเอง...หมวดจ๋าซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากแผลโดนยิง ก็รีบมารายงานเรื่องสำคัญ ว่าณัฐเดชพาแอร์พอร์ทไปหลบภัยที่เมืองกาญจน์

ท่าทีห่างเหินและสายตาเหมือนมีอะไรคาใจของพจนารี ทำให้แอร์พอร์ทรู้สึกแปลกๆ แล้วก็ได้คำตอบ เมื่อณัฐเดชตัดสินใจบอกความจริงว่าเธอคือผู้ต้องสงสัย จะเป็นมือที่สามของครอบครัวคฑา

“โอ๊ย...แค่พูดฟ้าก็จะผ่าแล้ว ท่านรองน่ะ ฉันรู้สึกเหมือนท่านเป็นพ่อเลยนะ บ้าไปแล้ว”

พูดจบก็ทำท่าจะไปเคลียร์กับพจนารีให้รู้เรื่อง แต่ณัฐเดชก็รั้งตัวไว้

“คุณแน่ใจเหรอว่าคุณพจน์พร้อมจะฟังคุณ”

“แต่ฉันพร้อมจะอธิบาย และสิ่งที่ฉันจะพูดเป็นความจริงล้วนๆ ไม่มีอะไรที่ฉันต้องไม่มั่นใจ”

พจนารีไม่อยากเชื่อหู เมื่อได้ยินความจริงจากปากแอร์พอร์ท ว่าไม่ได้คิดอะไรกับคฑา และคลิปจากมือถือของไลล่า ก็เป็นแค่เหตุการณ์ตอนที่สามีเธอปลอบใจอีกฝ่ายในวันที่แคล้วอาการโคม่าเท่านั้น

“พ่อไม่อยู่แล้ว แอร์ขอโทษที่อ่อนแอ ทำให้คุณพจน์ไม่สบายใจ”

น้ำตาของสาวห้าว ทำให้พจนารีใจอ่อนยวบ คิดถึงหนูนา...ลูกสาวคนเดียวอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันเองก็สับสนเพราะหลายอย่างที่เกิดขึ้นช่วงนั้น ฉันเลยคิดว่าควรใช้เวลาเงียบๆคนเดียวบ้าง”

“แอร์เสียใจค่ะคุณพจน์”

“ฉันก็เสียใจ ที่หนักแน่นไม่พอ”

“แค่นี้แอร์ก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ”

ooooooo

แดงมะกล่ำสั่งให้คนตามสืบจนรู้ว่าพจนารีหนีไปอยู่เมืองกาญจน์ ไลล่าดีใจมาก รีบผละไปหาเพื่อจับตัวแม่บุญธรรมมาเป็นตัวประกัน แต่ไม่ทันถึง ก็ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน เมื่อรู้ว่าคฑามุ่งหน้าไปเมืองกาญจน์เช่นเดียวกัน สาวสวย อดีตลูกสาวโจร เลยจัดการส่งฉัตรไปลอบฆ่า
พ่อบุญธรรม!

ฉัตรลำบากใจมาก เมื่อถูกไลล่าขอให้ฆ่าคฑาด้วยรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายจะฆ่านายตำรวจใหญ่ ที่มักมีลูกน้องตามประกบเสมอ และไลล่าก็เข้าใจเรื่องนี้ดี เธอยืนยันว่าพ่อบุญธรรมของเธอไปคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าหมวดจ๋าแอบสะกดรอยตามนายตำรวจใหญ่ไปถึงเมืองกาญจน์ด้วย เพราะห่วงว่าจะไม่ปลอดภัย

พจนารีไม่รู้เรื่องว่าจะมีคนมาตามตัวกลับบ้าน

มัวดีใจที่ได้ปรับความเข้าใจกับแอร์พอร์ท แถมสาวห้าวยังมีท่าทางเป็นมิตรมากขึ้น และรับปากจะยอมเปิดใจให้รู้จักกันมากขึ้นด้วย

แอร์พอร์ทรู้สึกดีกับพจนารีไม่ต่างกัน และคงเพราะบรรยากาศรอบตัวที่เป็นมิตรมากขึ้น ทำให้พัฒนาการการทำสมาธิของเธอดีขึ้นมาก แต่กระนั้น...แม่ชีที่รับหน้าที่ฝึกให้ ก็ยังเป็นกังวล

“ถ้าไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจเขาอีก ไม่นานเขาน่าจะควบคุมพลังพิเศษของเขาได้ดีขึ้น และเชื่อมต่อกับสิ่งที่ตามหาได้ไม่ยาก ที่สำคัญ...สิ่งชั่วร้ายที่คอยตามรังควานเขาก็จะเข้าใกล้เขาไม่ได้อีก”

ณัฐเดชนิ่วหน้า ย้อนถาม “สิ่งชั่วร้ายหรือครับ”

“ใช่...มีสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็น ก่อกวนสมาธิของแม่หนูนี่ แต่ภายใต้ที่ภาวนานี้ จะช่วยคุ้มครองเขา แม่ชี ถึงได้เลือกที่นี่เป็นสถานที่ฝึกสมาธิ”

มารร้ายจากดำมะกอกนั่นเอง ที่คอยรังควาน

แอร์พอร์ทเป็นระยะๆ แต่สาวห้าวก็ไม่รู้เรื่อง ตั้งหน้าตั้งตาฝึกสมาธิจนแข็งกล้า และได้พบกับหลวงตาเอี่ยมในที่สุด

“นมัสการค่ะหลวงตา แอร์จำหลวงตาได้แล้ว”

“สมาธิเจ้าจะแกร่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ พอที่จะเชื่อมต่อกับความทรงจำและสิ่งที่เจ้าต้องตามหา”

“สิ่งที่ต้องตามหาหรือคะ”

“นางพญาเหล็กไหลในตัวเจ้าตื่นแล้ว และดึงดูดพญาเหล็กไหลทั้งสามเข้าหาตัวราวกับแม่เหล็กที่ต่างขั้วกัน และเจ้าเป็นเพียงผู้เดียวที่จะหลอมละลายเหล็กไหลทั้งหมดมารวมกันเพื่อปราบมารชั่ว”

“มาร...มันเป็นใครคะหลวงตา”

“ผู้ที่ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดีทั้งปวง ถึงเวลามันจะปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเจ้าเอง เพราะพญาเหล็กไหลและนางพญาเหล็กไหลจะดึงดูดเข้าหากัน”

“แอร์...ไม่แน่ใจว่าแอร์จะทำได้”

“เจ้าเป็นผู้เดียวที่ทำได้ เจ้าคือผู้ถูกเลือก สติ สมาธิ ความดีและบุญบารมีจะเป็นเข็มทิศนำทางเจ้าเอง”

ooooooo

การฝึกสมาธิของแอร์พอร์ทรุดหน้าไปมาก จนณัฐเดชไว้ใจ และคิดว่าถึงเวลาต้องกลับไปเคลียร์งานที่สำนักงานตำรวจสักพัก แต่ก็ยังเป็นห่วงสาวห้าว กลัวจะมีคนลอบทำร้ายอีก

ระหว่างที่ณัฐเดชกับแอร์พอร์ทร่ำลากัน...คฑาก็มาถึงเมืองกาญจน์ พร้อมๆกับฉัตร ที่ไลล่าส่งมาฆ่าเขา แต่ทุกอย่างก็ผิดคาดไปหมด เพราะลุงใบ้ดันผ่านมาเห็นเหตุการณ์และช่วยคฑาไว้ทัน

ไลล่าเจ็บใจมาก แต่ก็ต้องข่มใจ ตีหน้าไม่รู้เรื่องและรุดไปหาแม่บุญธรรมถึงบ้านเก่า พจนารีแปลกใจมากที่เห็นลูกสาวบุญธรรมมาตาม แต่ก็ไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อย ว่าจะถูกทำร้าย!

ด้านคฑา...ถูกลุงใบ้นำตัวไปที่วัด เมื่อณัฐเดชกับแอร์พอร์ทรู้เรื่อง ก็รีบไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะมุ่งหน้าไปหาพจนารีที่บ้าน เพียงเพื่อพบว่าเธอกลับกรุงเทพฯกับไลล่าไปแล้ว

ไลล่าสาแก่ใจมาก เมื่อนำตัวพจนารีออกจากเมืองกาญจน์ได้สำเร็จ และเพียงไม่นานเลย เธอก็โทร.หาแดงมะกล่ำให้ส่งลูกน้องมาจับตัวแม่บุญธรรมไปตามแผน!

กว่าพวกคฑาจะรู้เรื่องพจนารีโดนจับตัว ลูกน้องของแดงมะกล่ำก็หนีไปไกลแล้ว ไลล่าจัดการกลบเกลื่อนร่องรอยต่างๆ ก่อนจะตีหน้าตื่น ทำเป็นเดือดร้อนเรื่องแม่บุญธรรมถูกจับตัว คฑาซึ่งรุดมาถึงที่เกิดเหตุพร้อมกับณัฐเดชและแอร์พอร์ท ก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะไม่คิดว่าคนร้ายจะก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้

ไลล่าแสร้งทำตัวน่าสงสาร ตีหน้าเศร้าและสำนึกผิดที่เข้าใจแอร์พอร์ทผิด ก่อนจะบอกถึงข้อสันนิษฐานปลอมๆของตัวเองว่าพจนารีคงถูกจับตัวโดยพวกศัตรู

ของคฑา แต่ณัฐเดชกลับไม่เห็นด้วย

“ผมว่ามันผิดปกตินะครับ ถ้าเป็นพวกที่แค้นเรื่องตอนท่านรองเป็นมือปราบ ทำไมมาลงมือป่านนี้”

“ความแค้นน่ะ จะนานแค่ไหนก็ไม่มีใครลืมหรอกค่ะ มือปราบปืนโหดอย่างคุณพ่อ วิสามัญใครต่อใครตั้งเท่าไหร่แล้ว ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ”

คำพูดทิ้งท้ายของไลล่า ทำให้ทุกคนอึ้งไปหมด

ก่อนที่คฑาจะได้สติ รีบกลับไปที่สำนักงานเพื่อหาเบาะแสเรื่องพจนารีถูกลักพาตัว รวมทั้งเรื่องของแอร์พอร์ท ที่คงต้องหาบ้านหลังใหม่...

ooooooo

หมวดจ๋ากลับจากเมืองกาญจน์ด้วย และคิดว่าเรื่องทั้งหมด อาจเกิดจากฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกัน คฑาเห็นด้วย และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทีมตำรวจจะต้องเป็นฝ่ายรุกบ้าง ไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียวเหมือนก่อนหน้านี้

ณัฐเดชเห็นด้วย “ถ้าจะกลับไปจุดเริ่มต้น เราก็ต้องเริ่มที่คดีหลวงตาเอี่ยม”

คฑามีสีหน้าเข้มขึ้น ก่อนจะพยักหน้ารับ “ใช่...ผมคิดว่ามันเริ่มจากคดีการตายอย่างปริศนาของหลวงตาเอี่ยม ที่เกี่ยวพันกับธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าเหล็กไหล”

จ่ามิตรกับจ่ากู๊ดที่มานั่งรับคำสั่งถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ คฑาเลยต้องย้ำว่าเหล็กไหลมีจริง

“แต่มันไม่สำคัญหรอกว่าเหล็กไหลมีจริง หรือวิเศษจริงไหม มันสำคัญที่เป็นสิ่งที่พวกนั้นต้องการแน่ๆ จนถึงกับฆ่าคนเพื่อให้ได้มา”

แต่ก่อนจะถึงเรื่องคดีของหลวงตาเอี่ยม ณัฐเดช กับคฑาก็ต้องจัดการหาที่หลบภัยใหม่ให้แอร์พอร์ทก่อน และสถานที่ที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดเวลานี้ ก็คือโรงเรียนฝึกตำรวจ

แอร์พอร์ทไม่มีทางเลือก ต้องไปเป็นครูฝึกยูโดและเทควันโดในโรงเรียนตำรวจ ณัฐเดชสบายใจขึ้นมาก แต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ ไม่อยากให้สาวห้าวอยู่ห่างตน

“ห่วงอะไร สามพรานแค่นี้เอง”

“ไม่ไกลตัว แต่ไกลตา นักเรียนนายร้อยหล่อล่ำเพียบด้วย ไม่ห่วงได้ไง”

“เสาร์อาทิตย์ก็หยุดนี่ คุณจะไม่ไปรับฉันออกมาหรือไงล่ะ”

“จริงนะ งั้นผมไปรับทุกอาทิตย์เลยนะ...สัญญา”

ขณะที่ความสัมพันธ์ของณัฐเดชกับแอร์พอร์ทก้าวหน้าไปมาก แต่แดงมะกล่ำกลับต้องรับศึกหนัก โดยเฉพาะแรงกดดันของพ่อ ที่อยากให้เขามารับช่วงงานบางอย่าง แต่เพราะไม่เคยสนใจ ทำให้แดงมะกล่ำทำพลาดเสมอ บิ๊กเจ๋งต้องรับหน้าแทน พร้อมๆกับช่วยปิดบังความจริงบางอย่าง

และหนึ่งในความลับของดำมะกอกก็คือห้องฝึกมนต์ดำภายในบ้าน แดงมะกล่ำพยายามสอบถามด้วยความอยากรู้ แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีใครยอมบอกความจริง...แม้แต่บิ๊กเจ๋ง

แต่ที่แดงมะกล่ำนึกไม่ถึง คือห้องลับนั้นคือสถานที่ฝึกพลังเหล็กไหลของดำมะกอก และวันนี้เขาก็ตั้งต้น

ฝึกอีกครั้ง ด้วยการให้บิ๊กเจ๋งจ่อยิงเขา

“ผมใส่กระสุนล้างอาคมไว้แล้ว ท่านแน่ใจเหรอครับว่าจะลองจริงๆ ผมว่าให้คนอื่นลองดีกว่า”

“ฉันเชื่อมั่นในเหล็กไหลว่าไม่มีใครทำลายล้างมันได้”

“แล้วถ้ามันป้องกันไม่ได้ล่ะครับ”

“ถ้ามันป้องกันไม่ได้ ฉันก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.