ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คงกระพันนารี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "วาววา" ฟันแทงไม่เข้า แท็กทีม "เคน" บู๊สนั่น "คงกระพันนารี"



ไลล่าไม่กลับบ้านตลอดคืนไม่รู้เลยว่าพ่อแม่บุญธรรมต้องเป็นห่วงแค่ไหน โดยเฉพาะพจนารีกลัวว่าลูกสาวจะน้อยใจและคิดมาก ที่เห็นเธอเอ็นดูแอร์พอร์ทถึงขั้นอยากรับมาเป็นลูกบุญธรรมอีกคน

คฑาต้องปลอบไม่ให้ฟุ้งซ่าน ไลล่าโตแล้วน่าจะมีเหตุผลพอ ที่สำคัญ...เธอควรเลิกพะเน้าพะนอลูกสาวบุญธรรมได้แล้ว หาไม่คงวุ่นวายกันใหญ่ เพราะนับวันก็เอาแต่ใจและฤทธิ์มากขึ้นทุกที

ฝ่ายแอร์พอร์ท...หลังปล่อยให้พวกตำรวจจัดการอำพรางศพพ่อ ด้วยการให้จ่ามิตรปลอมตัวเป็นแคล้วแทน สาวห้าวก็กลับไปพักที่บ้าน โดยมีณัฐเดชตามดูแลเหมือนเคย

“ผมว่าอย่าอยู่ที่นี่เลย มันอาจจะไม่ปลอดภัย”

“ฉันไม่สนแล้วล่ะ อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด ฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว”

“พูดแบบนี้อีกแล้ว”

“ฉันเหนื่อย ฉันรู้สึกหมดเรี่ยวแรง คุณไม่เข้าใจ หรอก”

“ผมเนี่ยแหละเข้าใจคุณดีที่สุด คุณลืมแล้วเหรอว่าแม่ผมเพิ่งถูกฆาตกรรม”

แอร์พอร์ทอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะได้สติ ขอโทษเขาแผ่วเบา ณัฐเดชไม่ถือสา พยายามปลอบและเตือนสติให้เธอคิดถึงชีวิตหลังจากนี้ โดยเฉพาะหน้าที่สำคัญที่พ่อของเธอมอบหมายไว้ก่อนตาย

“คุณรู้ได้ยังไง พ่อฉันเรียกคุณเข้าไปหาทำไม ท่านบอกอะไรคุณ”

“ไม่มีอะไรมากหรอก ท่านก็...เอ่อ...ฝากให้ผมดูแลคุณ”

ท่าทางน่าสงสัย มีพิรุธของเขา ทำให้แอร์พอร์ทไม่เชื่อ คิดว่ามีอะไรมากกว่านั้น แต่ซักเท่าไหร่ เขาก็ไม่บอก

“คุณคำรบบอกผมแค่นี้ ส่วนที่มากกว่านั้น ผมบอกคุณไม่ได้”

สองหนุ่มสาวคงคุยกันอีกนาน ถ้าดำมะกอกหรือดนัยจะไม่ส่งลูซี่ นักฆ่าสาว ตามมาฆ่าแอร์พอร์ทถึงบ้าน หมวดจ๋าซึ่งมาช่วยคู่หูหนุ่มดูแลสาวห้าว ตั้งท่าจะตามไปจับผู้บุกรุกยามวิกาล แต่สายฝนที่ตกอย่างหนักหน่วง ก็ทำให้คลาดสายตาไปได้!

ค่ำคืนแรกที่ต้องอยู่บ้านโดยไม่มีพ่อ ผ่านพ้นไปอย่างยากลำบาก แอร์พอร์ทนอนไม่หลับ ร้องไห้น้ำตาซึมตลอดคืน ณัฐเดชเข้าใจความรู้สึกเธอดี อยากไปปลอบใจแทบขาด แต่ก็รู้ดีว่าเธอคงอยากอยู่คนเดียว...

ooooooo

กว่าคฑากับพจนารีจะรู้ความจริงว่าลูกสาว บุญธรรมไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน ก็เช้าวันต่อมา เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นเดินหน้าชื่นเข้ามาในบ้าน ปราศจากความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

คฑาทนไม่ไหวเอ็ดเสียงดัง แต่ไลล่าก็ทำแค่ยักไหล่โต้ด้วยท่าทางกวนประสาท

“ไลล่าแค่อยากรู้ว่าถ้าไลล่าหายตัวไป จะมีใครรู้บ้าง คุณพ่อคุณแม่จะได้มีลูกใหม่ได้ตามสบายไงล่ะคะ”

“หยุดพูดจาประชดกระแทกแดกดันแบบนี้ได้แล้วไลล่า ลูกมีความสุขมากหรือไงที่เห็นเราทุกข์ใจแบบนี้”

“ก็เพราะคุณพ่อไม่เคยเชื่ออะไรในตัวไลล่าเลยน่ะสิ”

พจนารีเห็นท่าไม่ดีพยายามช่วยไกล่เกลี่ยเหมือนเคย คฑารำคาญเลยปล่อยให้สองแม่ลูกเคลียร์กันเอง ไลล่าจึงได้โอกาสออดอ้อนไม่ให้แม่บุญธรรมรับใครเป็นลูกอีก พจนารีต้องรับปากแบบขอไปที อยากให้ลูกสาวสบายใจมากกว่า ทั้งที่ในใจยังคิดถึงแอร์พอร์ท เป็นห่วงและอยากได้มาเป็นลูกสาวอีกคนเหลือเกิน

เช้าวันเดียวกันที่บ้านแคล้ว...แอร์พอร์ทสีหน้าดีขึ้นมาก ณัฐเดชเลยไม่ป่วนให้เสียเรื่องชวนคุยอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะพาไปส่งวิทยาลัยเหมือนเคย แดงมะกล่ำแวะมาเห็นก็หึงหวงจนมีปากเสียงกัน ก่อนที่ฝ่ายหลังจะต้องล่าถอย เพราะตำรวจหนุ่มประกาศกร้าวว่าการดูแลแอร์พอร์ทเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเขา

แดงมะกล่ำกลับบ้านอย่างหัวเสีย ดำมะกอกหรือดนัยเห็นเข้า เลยทักด้วยความสงสัย และเมื่อรู้ว่าลูกชายหงุดหงิดเรื่องแอร์พอร์ท ก็อดไม่ได้จะหลอกถาม เพราะอยากได้ข้อมูลของแคล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไรมากนัก นอกจากว่าแคล้วถูกคนลอบทำร้าย และยังอาการหนักอยู่ที่โรงพยาบาล

ดำมะกอกบอกให้ลูกชายพาแอร์พอร์ทมาบ้าน จะได้หาทางเอานางพญาเหล็กไหลมาเก็บไว้กับตัว แดงมะกล่ำไม่รู้เรื่อง เชื่อสนิทว่าพ่อจะช่วยเหลือเพื่อนสาว เลยรับปากอย่างกระตือรือร้น จะพาตัวมาที่บ้านโดยเร็วที่สุด

แอร์พอร์ทยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกปองร้าย ถูกณัฐเดชพาตัวไปหาพจนารี ที่เสนอตัวอยากให้เธอมาอยู่ด้วยที่บ้าน เพื่อความปลอดภัย แต่ไม่ทันตกลงกัน ไลล่าก็โผล่มาอาละวาดก่อน

“แต่ไหนแต่ไร คุณแม่เห็นเด็กผู้หญิงที่ไหนก็สนใจตลอด ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกไลล่าเลย คุณแม่รับเลี้ยงอะไรง่ายๆ เหมือนที่รับเลี้ยงไลล่า แบบรับหมาแมวข้างถนนมาเลี้ยง ให้อาหารดีๆ ไว้ลูบหัวเล่นแก้เหงา ใช่ไหมคะคุณแม่”

ณัฐเดชเห็นท่าไม่ดี เลยพาตัวแอร์พอร์ทกลับก่อน ทิ้งพจนารีให้เคลียร์กับไลล่าตามลำพัง

“พอเถอะไลล่า ทำไมทำกิริยาไม่น่ารักอย่างนี้ มีเหตุผลหน่อยสิ แอร์พอร์ทเขากำลังลำบาก แม่แค่อยากช่วย”

“แต่เขาแดกดันไลล่า คุณแม่ก็ได้ยิน”

“แล้วลูกเป็นอย่างที่เขาว่าหรือเปล่าล่ะ”

“นี่คุณแม่เข้าข้างมันเหรอคะ”

“ถ้าลูกทำตัวไม่น่าให้แม่ยืนข้างๆ แม่ก็คง...ไม่ยืน”

ooooooo

ถ้อยคำค่อนขอดและกระแนะกระแหนของไลล่าทำอะไรแอร์พอร์ทไม่ได้ สาวห้าวยังมีสีหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่ยินดียินร้ายอะไร แถมไล่ณัฐเดชกลับอีกต่างหาก ทันทีที่ถึงบ้านแคล้ว

ณัฐเดชถอนใจยาว ก่อนจะเตือนสติ “จะบอกให้นะ อย่าคิดว่าตัวเองแคล้วคลาดจากการโดนยิงโดนแทงแล้วจะประมาทได้ หนังเหนียวแค่ไหนก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้หรอก”

“ฉันไม่ได้หนังเหนียวอะไรสักหน่อย บอกแล้วคุณตาฝาด”

“ผมเห็นกับตามากี่ครั้งแล้ว แต่ก็...ช่างเถอะ ตอนนี้ผมมีหน้าที่คือต้องดูแลคุณให้ปลอดภัย”

“อืม...นั่นสิ หน้าที่คุณ งานคุณนี่นะ”

“ทั้งงาน ทั้งเรื่องส่วนตัวต่างหาก”

แอร์พอร์ทนิ่วหน้า ก่อนจะหน้าแดง เมื่อเข้าใจความหมายของเขา

“เรื่องของฉันไปเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อาจจะตั้งแต่ชาติที่แล้วก็ได้ เอาเป็นว่าผมต้องดูแลคุณแล้วกัน เอากุญแจมา...”

ณัฐเดชรับกุญแจบ้านมาไข และเดินค้นหาของไปทั่ว แอร์พอร์ทเดินตาม ก่อนจะทนไม่ไหวต้องถาม

ด้วยความอยากรู้ ตำรวจหนุ่มนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะอธิบายเสียงเรียบ

“ผมแค่อยากรู้ว่าคนร้ายต้องการอะไร”

“แล้วคุณดูเป็นเหรอ”

“อย่าลืมสิว่าผมเป็นเด็กวัดเก่า ถ้าเราหาคำตอบได้ ก็จะช่วยให้คุณไม่หดหู่อย่างนี้ คุณคำรบจะได้สบายใจ ไม่งั้นจะเป็นเหมือนห่วงที่รั้งเขาไว้ไม่ให้ไปไหน”

“แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสิ่งที่พ่อบอกหมายถึงอะไร อะไรคือภารกิจสำคัญที่ฉันต้องทำ แล้วฉันต้องฝึกสมาธิถึงเมื่อไหร่ ถึงจะรู้ว่ามันคืออะไร”

ณัฐเดชไม่ยอมตอบคำถามนั้น แต่เปลี่ยนไปถามเรื่องงานศพของแคล้ว แอร์พอร์ทยืนยันว่าตนไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย ขอให้ทางตำรวจช่วยเป็นธุระจัดการให้

คฑาจัดการเรื่องงานศพของแคล้วให้ในวันต่อมา โดยจัดอย่างเงียบๆที่วัดนอกเมือง ไม่ใช่วัดของหลวงตาเอี่ยมอย่างที่แอร์พอร์ทอยากได้ ณัฐเดชพอจะเข้าใจความรู้สึกของเธอดีเลยตามไปปลอบ

“ผมรู้ว่าคุณอยากพาพ่อไปส่งที่วัดหลวงตา แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง ตอนนี้คงไม่เหมาะจะไปที่นั่น”

“แค่จะไปส่งพ่อ ฉันยังพาพ่อไปส่งที่บ้านไม่ได้เลย”

ณัฐเดชถอนใจยาว ก่อนเอ่ยเสียงอ่อน “ให้ทุกอย่างมันผ่านไปก่อนนะแอร์พอร์ท แล้วเราเอาอังคารคุณคำรบไปลอยที่วัดหลวงตาเอี่ยมกัน ผมก็จะลอยอังคารของแม่ที่นั่นด้วย”

“เราสองคนไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้าเลยนะ”

“ผมถึงบอกไงว่าผมเข้าใจคุณ ผมรู้ว่าการเหลือตัวคนเดียวบนโลกมันเป็นยังไง เพราะอย่างนี้เราถึงต้องดูแลกัน”

“ขอบคุณนะ”

“เปลี่ยนจากคำว่าขอบคุณเป็นคำสัญญา ว่าหลังจากนี้คุณจะเข้มแข็งขึ้นได้ไหม”

“ฉัน...จะพยายาม”

“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกอ่อนแอ ขอให้คุณนึกถึงผมเป็นคนแรก”

ooooooo

งานศพของแคล้วผ่านพ้นไปด้วยดี ท่ามกลางความเสียใจของแอร์พอร์ท ลูกสาวคนเดียว และเหล่าตำรวจที่เคยร่วมงานกับอดีตเณรน้อย ศิษย์เอกของหลวงตาเอี่ยม

ควันไฟจากเมรุลอยห่างไปเรื่อยๆ แอร์พอร์ทได้แต่มองตามด้วยแววตาอาลัย น้ำตาไหลอย่างสุดกลั้น

ณัฐเดชซึ่งตามประกบตลอดอดไม่ได้ต้องปลอบให้เธอทำใจ

“น้ำตามันช่วยระบายอะไรได้เยอะนะ ร้องไปเถอะ อย่าเก็บมันไว้เลย นาทีนี้ไม่ผิดอะไรหรอกที่คุณจะร้องไห้”

แอร์พอร์ทร้องไห้โฮอย่างหมดอาย “ฉันไม่อยากอยู่แล้ว น่าจะให้พวกมันฆ่าฉันให้ตายๆไปพร้อมกับพ่อ พวกมันต้องการตัวฉัน พ่อต้องตายเพราะปกป้องฉัน ฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้”

“เพราะอย่างนั้นน่ะสิ คุณถึงต้องอยู่ต่อให้ได้ พ่อคุณทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ ท่านทุ่มเททุกอย่างเพื่อฝึกให้คุณแข็งแกร่ง พร้อมจะสู้ ถ้าคุณยอมแพ้ พ่อคุณจะเสียใจแค่ไหน”

“แต่ทั้งชีวิตฉันมีพ่อคนเดียว ฉันจะอยู่ต่อยังไง ฉันไม่เหลือใครแล้ว”

“เหลือสิ...คุณยังมีผมนะ”

แอร์พอร์ทร้องไห้สะอึกสะอื้น ณัฐเดชต้องโอบกอดปลอบ ถ่ายทอดความอบอุ่น

“ไม่ต้องกลัว ผมจะอยู่ข้างคุณตรงนี้ แล้วผมก็จะไม่ยอมให้คุณสู้คนเดียวแน่นอน”

คำสัญญาของเขายิ่งทำให้เธอสะเทือนใจ ณัฐเดชเข้าใจดี กระชับอ้อมแขนแน่น

“ร้องให้พอ ร้องออกมาให้หมด แล้วหลังจากวันนี้คุณต้องเข้มแข็งนะ เราจะผ่านมันไปด้วยกันให้ได้”

ด้านฉัตร...เจ็บใจมาก เมื่อได้รู้ว่าแดงมะกล่ำกับไลล่าแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเมื่อคืนก่อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากข่มอารมณ์และความคั่งแค้นไว้ในใจ จนกระทั่งถึงเช้าวันหนึ่ง บอดี้การ์ดหนุ่มก็ได้ยิ้มออก เมื่อสบโอกาสได้ไปรับไลล่าแทนแดงมะกล่ำ ที่ต้องแวบไปวิทยาลัยช่างกล เพื่อเอาตัวแอร์พอร์ทไปให้พ่อ

ไลล่าไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มจะไม่มารับ มัวทะเลาะกับพ่อแม่บุญธรรมแต่เช้า เพียงเพราะทั้งสองเอ่ยชวนให้ดูรูปเก่าๆของครอบครัว คฑาไม่พอใจมาก และไม่รั้งรอจะปรามเสียงเข้ม

“ลูกเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย อยู่บ้านทีไร เหมือนเป็นคนละคน ทำตัวไม่น่ารักขึ้นทุกวัน”

“ใช่สิ...ก็ลูกไม่ใช่แอร์พอร์ท เด็กช่างกลห้าวๆ แต่ใครๆก็รักมัน แม้แต่คุณแม่ยังอุตส่าห์นัดมันกินข้าว อย่าคิดว่าล่าไม่รู้นะว่าแม่อยากได้มันมาเป็นลูกอีกคน”

“ยังไม่มีใครพูดอะไรเลยว่าพ่อกับแม่จะรับ แอร์พอร์ทมาเป็นลูก ถึงรับจริงก็คงไม่ได้ เพราะเธอโตแล้ว พ่อกับแม่ยังอายุไม่มากพอที่ศาลจะยอมให้รับเด็กวัยรุ่นมาเป็นลูกได้”

“หรือคุณพ่อจะรับมาเป็นอย่างอื่น”

คฑาโกรธมาก พจนารีเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามไกล่เกลี่ยเหมือนเคย แต่เหมือนจะยิ่งเลวร้าย

“สายตาของคุณแม่ พอพูดเรื่องแอร์พอร์ทก็กระตือรือร้นขึ้นมาเชียวนะคะ ท่าทางคุณแม่พร้อมจะปกป้องมันเกินกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ครั้ง”

“วิเคราะห์ไปถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ถ้าอยากจะให้ไลล่ายอมรับว่าจริงใจ ไม่ได้เห็นเด็กนั่นสำคัญกว่าไลล่าก็พิสูจน์สิคะ...อย่ารับแอร์พอร์ทมาเป็นลูก อย่าสนใจมัน อย่าให้มันมาเหยียบที่นี่!”

ooooooo

แผนการหลอกล่อแอร์พอร์ท เริ่มด้วยการแยกตัวณัฐเดชออกจากสาวห้าว และดำมะกอกก็เป็นคนรับ หน้าที่นี้เอง ส่วนแอร์พอร์ทเป็นหน้าที่ของแดงมะกล่ำจะหาทางนำตัวมาให้ได้

ดำมะกอกดีใจมากได้เจอตำรวจหนุ่มที่รู้สึกถูกชะตาด้วยเป็นพิเศษ และไม่รอช้าจะสอบถามถึงความประวัติ โดยเฉพาะเรื่องแม่ของอีกฝ่าย ที่เขารู้มาว่ามีพื้นเพอยู่เมืองกาญจน์ บ้านเก่าของเขา

แต่ณัฐเดชก็ไม่ให้ความร่วมมือ ตัดบทเปลี่ยนเรื่อง จนเขาต้องยอมเปลี่ยนประเด็น

“คืองานผมเป็นธุรกิจนำเข้าส่งออก หมวดคงรู้ว่ามันมีขั้นตอนเยอะแยะน่ารำคาญ ถ้าได้ตำรวจมาร่วมงานกันคงลดขั้นตอนยุ่งยากได้เยอะ แล้วผมก็มีค่าเหนื่อย ที่อาจจะมากกว่าเงินเดือนข้าราชการทั้งปีเลยนะครับ”

“ผมเป็นข้าราชการตำรวจ มีเงินเดือน มีสวัสดิการที่ทำให้ผมกินอิ่มนอนหลับ แล้วก็หลับสบายโดยไม่ต้องกังวลว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง ผมคงไม่สะดวกร่วมงานกับคุณหรอกครับ”

“ผมว่า...หมวดลองเอาไปคิดดูก่อนก็ได้นะครับ ผมไม่รีบ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ จะวันนี้หรือวันหน้า คำตอบผมก็เหมือนเดิม ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ”

พูดจบก็ทำท่าจะกลับ ดำมะกอกมองมานิ่งๆ ก่อนจะโพล่งตามหลัง

“ผมถูกชะตากับหมวดมาก ถึงเราจะไม่ได้ร่วมงานกัน ก็ยังหวังว่าขาแข้งเราคงไม่ขัดกัน”

“ถ้าคุณดนัยเดินดีๆ ในเส้นทางที่ถูกต้อง จังหวะการก้าวของเราคงไม่ขัดกันหรอกครับ”

เป็นอันว่าดำมะกอกรั้งตัวณัฐเดชไม่สำเร็จ ความหวังทั้งหมดเลยตกที่แดงมะกล่ำ ที่พยายามกล่อมเพื่อนสาวให้ไปพบพ่อที่บ้าน แอร์พอร์ทคิดว่าพ่อของเพื่อนหนุ่มคงมีธุระกับเธอจริงๆเลยตกปากรับคำง่ายๆ หมวดจ๋าไม่ไว้ใจ อยากตามไปด้วย แต่แอร์พอร์ทก็ห้ามไว้ ตำรวจสาวเลยต้องยอมปล่อยไปแบบเสียไม่ได้

กว่าณัฐเดชจะรู้เรื่องว่าแอร์พอร์ทไปบ้านดนัยหรือดำมะกอกกับแดงมะกล่ำตามลำพัง ก็เกือบจะสายเกินไป หมวดจ๋าเห็นท่าทางร้อนรนของคู่หูหนุ่มก็เอะใจ

“คุณดนัยเขาอันตรายยังไงเหรอณัฐ”

“ผมเพิ่งพบเขามา เขาไม่ธรรมดาแน่ แต่ไว้จะเล่าให้ฟัง ตอนนี้จ๋าเช็กจีพีเอสจากโทรศัพท์แอร์พอร์ทก่อนว่าเขาอยู่ที่ไหน ผมโทร.ไปหลายครั้งก็ไม่รับสาย ผมว่ามันแปลกๆ...”

ระหว่างที่ณัฐเดชกับหมวดจ๋าตามหาแอร์พอร์ทให้วุ่น ฉัตรทำหน้าที่แทนแดงมะกล่ำ ไปรับไลล่าจากบ้าน

“แล้วทำไมเขาไม่มารับเอง”

“คุณแดงบอกว่ามีเรื่องจะเซอร์ไพรส์ไม่ใช่หรือครับ”

“อ๋อ...ถ้าไม่เซอร์ไพรส์จริงล่ะน่าดู!”

ท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอ ไม่ได้ทำให้ฉัตรนึกเบื่อหน่าย ชอบใจด้วยซ้ำ ไลล่าสังเกตเห็น เลยใช้ ประโยชน์นี้หว่านเสน่ห์ หวังร้อยบอดี้การ์ดหนุ่มไว้ใช้งานในอนาคต

ฉัตรตามมารยาสาไถยไม่ทัน เมื่อเธอยอมพูดดีด้วย แถมทิ้งสายตาอย่างยั่วยวนและเป็นกันเอง ก็ทำให้หัวใจพองโต คิดเอาเองว่าสาวสวย ลูกสาวนายตำรวจใหญ่อาจมีใจให้

ooooooo

ดำมะกอกหรือดนัยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เมื่อเห็นแอร์พอร์ทมาที่บ้านตามแผน และก่อนจะจัดการวางยาและกักตัวเพื่อค้นหานางพญาเหล็กไหล มาเฟียหนุ่มก็พยายามตะล่อมหาข้อมูลเรื่องแคล้ว

แอร์พอร์ทไม่คิดมาก แต่ก็ไม่ไว้ใจให้ใครรู้เรื่องพ่อ เลยบอกปัดแบบขอไปที

“พ่อยังต้องอยู่ในความคุ้มครองของตำรวจค่ะ”

“เพราะอะไรเหรอ ใครทำร้ายพ่อหนู มันต้องการอะไร”

“เอ่อ...ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่ที่รู้ๆ พวกมันยังไม่ได้ไป และคงต้องกลับมาอีกแน่”

“แปลว่าของที่พวกมันต้องการอยู่กับหนูเหรอ”

“เอ่อ...หนูคงบอกเรื่องนี้ไม่ได้น่ะค่ะ”

ดนัยหรือดำมะกอกกลัวเธอไหวตัวหรือสงสัย เลยทำเป็นเลิกถาม แต่กลับเริ่มแผนการขั้นต่อไป คือชวนให้เธอทานอาหารที่วางยาพิษไว้ แอร์พอร์ทไม่รู้เรื่อง กินเข้าไปแล้วเกิดอาการมึนหัว เหงื่อแตกพลั่ก ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว จนแม้แต่แดงมะกล่ำก็รู้สึก

แอร์พอร์ทรู้ดีว่าพลังพิเศษในตัวเธอคงออกฤทธิ์ เลยพยายามตั้งสติ กำหนดสมาธิเพื่อควบคุม แต่ฤทธิ์ของยาก็ทำให้ลำบาก ดำมะกอกมองมาอย่างจับสังเกต แล้วก็แทบหุบยิ้มไว้ไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเหล็กไหลในมือของตน เปล่งแสงแวววาว พร้อมกับค่อยๆขยับเข้าหาแอร์พอร์ท

ดำมะกอกสวดคาถาบางอย่าง เพื่อดึงเหล็กไหลของตนกลับคืน ก่อนจะช่วยกันกับลูกชาย พาตัวแอร์พอร์ทไปพักในห้อง และคงจะได้ทำอะไรมากกว่านี้ ถ้าทุกคนในบ้านจะไม่แตกตื่น เมื่อณัฐเดชบุกมาพร้อมกับหมวดจ๋า!

ลูซี่พยายามขัดขวางเต็มที่ แต่คู่หูตำรวจหนุ่มสาวก็ฝ่าเข้ามาได้ ดำมะกอกไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เลยแกล้งทำประนีประนอม ยอมให้ณัฐเดชพาตัวแอร์พอร์ทกลับ

“เอาล่ะ...คงเกิดเหตุเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ผม ขอโทษด้วยที่คนของผมเสียมารยาทกับหมวดทั้งสองคน”

“ผมก็ต้องขอโทษที่ถือวิสาสะปีนเข้ามา แต่ผมทำตามหน้าที่ แอร์พอร์ทอยู่ในความคุ้มครองของผม!”

อาการสะลึมสะลือของแอร์พอร์ท ทำให้ณัฐเดชเป็นห่วงมาก

“เกิดอะไรที่นั่นเหรอแอร์พอร์ท”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่คราวนี้มันเป็นหนักมากๆ ฉันควบคุมไม่ได้เลย”

“คุณไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนหรือ”

“เคยเป็นครั้งหนึ่ง ตอนเด็กมากๆ”

แม้จะทุรนทุรายน้อยลง แต่แอร์พอร์ทก็อ่อนแรงมาก และเมื่อณัฐเดชผละไปรายงานคฑาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยทิ้งเธอไว้กับหมวดจ๋า สาวห้าวก็ตัดสินใจเข้าไปพักฟื้นในห้องพ่อ

พลันภาพในอดีตก็ปรากฏขึ้นเลือนราง แอร์พอร์ทจับใจความอะไรไม่ได้มาก นอกจากเสียงพึมพำแปลกๆของพ่อ เหมือนกับว่าเธอมีบางสิ่งผิดปกติ และก่อนที่เธอจะคิดฟุ้งซ่านไปกว่านั้น ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงปืน!

ooooooo

สมุนของคาลอฟ มาเฟียชาวรัสเซียนั่นเอง ที่ตามมาเอาตัวแอร์พอร์ท เพราะเคยไล่ล่ามาตั้งแต่ที่ญี่ปุ่น หมวดจ๋าพยายามต้านทานเต็มกำลัง จนไล่คนร้ายไปได้ แต่ก็ถูกยิงที่ขาจนทรุด!

แผนการล้มเหลว ทำให้คาลอฟโกรธมาก แต่เรื่องของแอร์พอร์ทก็ไม่เร่งด่วนเท่ากับการล้างแค้นดำมะกอก ที่บังอาจขายเหล็กไหลปลอมให้หลุยส์ราจีฟ ผู้นำกองกำลังปลดแอกในอินเดียและเจ้านายของเขา

หมวดจ๋าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน คฑากับณัฐเดชตามไปดูอาการด้วย และถือโอกาสจัดการเรื่องแอร์พอร์ท ให้ย้ายมาซ่อนตัวในโรงพยาบาลแทน แอร์พอร์ทลำบากใจ แต่คฑาก็ยืนยันให้เป็นเช่นนั้น

“อยู่โรงพยาบาลน่ะดีที่สุดแล้ว ยิ่งตอนนี้มันคิดว่าพ่อหนูป่วย มันยิ่งต้องพุ่งเป้ามาที่หนูโดยตรง”

“แอร์งงไปหมดแล้ว ว่ามันต้องการอะไรกันแน่”

“ผมก็แปลกใจนะ เหมือนมีกลุ่มหนึ่งต้องการบางอย่างจากคุณคำรบ แต่บางทีก็เหมือนมีอีกพวกต้องการตัวหนู”

แอร์พอร์ทกดดันมาก เครียดจัดจนร้องไห้ออกมา คฑาสงสารเลยพาไปนั่งกินข้าวและปลอบให้คลายความกังวล แต่ภาพการแสดงท่าทีห่วงใยของเขา กลับถูกตีความเป็นอื่นโดยไลล่า ที่คิดแผนร้ายและแอบถ่ายคลิปเก็บไว้

คลิปนั้นถูกนำมาให้พจนารีในเวลาต่อมา พร้อมกับถ้อยคำยุแยง

“นี่ไงคะ ที่ไลล่าไม่ยอมให้มันเข้าบ้าน มาเสแสร้ง ทำเป็นน่าสงสารให้คุณแม่เอ็นดู แต่ลับหลังแอบทำแบบนี้กับคุณแม่ ไลล่าโกรธคุณพ่อแทนคุณแม่มากนะคะ”

พจนารีไม่อยากเชื่อ แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ จนเมื่อสามีกลับจากทำงาน เธอก็ยังไม่มีความกล้าพอจะถาม คฑาเห็นท่าทางเหมือนมีอะไรบางอย่างของภรรยาก็คิดเอาเองว่าคงเป็นเรื่องแอร์พอร์ท

“ถ้าเป็นเรื่องแอร์พอร์ท...ขอให้สบายใจได้ ผมจะดูแลแกให้ดีที่สุด ที่จริงผมอยากให้แกมาอยู่กับเราที่นี่ด้วยซ้ำ”

พจนารีสับสนมาก ไม่รู้จะเชื่อใคร ระหว่างสามีกับลูกสาวบุญธรรม เลยผละไปดื้อๆ ทิ้งคฑาให้มองตามงงๆแต่ก็ไม่คิดมาก เพราะคิดว่าเธอคงเครียดเรื่องไลล่าและแอร์พอร์ท...

แอร์พอร์ทถูกย้ายมาอยู่ห้องพักข้างๆห้องของแคล้ว ซึ่งมีจ่ามิตรปลอมตัวเป็นแคล้วอยู่ในนั้น โดยมีณัฐเดชเป็นคนช่วยเก็บของมาให้ พร้อมกับตามมาส่งเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย แอร์พอร์ทยังเครียดและขวัญเสียจากการถูกลอบฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้แต่ยืนนิ่ง ไม่ตอบหรือมองมา จนตำรวจหนุ่มเริ่มผิดสังเกต

“คิดถึงพ่อเหรอ”

“เปล่า...ฉันคิดถึงแม่”

ณัฐเดชมองมาอย่างแปลกใจ เพราะไม่เคยได้ยินเธอพูดถึงแม่

“ฉันไม่รู้หรอกว่าแม่ฉันอยู่ไหน ไม่รู้ว่าแม่คิดถึงฉันอยู่ไหม แต่นาทีนี้ฉันอยากให้แม่มาอยู่ข้างๆฉัน”

“ท่านอาจกำลังตามหาคุณเหมือนกันก็ได้นะ อย่าหมดหวังสิ”

“ไม่รู้สิ พ่อบอกว่าแม่ทิ้งเราสองคนพ่อลูกไป แม่ไม่ได้ต้องการฉันแล้ว”

“ไม่จริงหรอก เท่าที่ผมรู้ แม่รักคุณมากนะ”

คำพูดแปลกๆของเขาทำให้แอร์พอร์ทนิ่วหน้า เพราะมันเหมือนกับว่าเขาเคยเจอหรือรู้จักแม่ของเธอ

ณัฐเดชส่ายหน้ารีบออกตัว “เปล่าหรอก แม่ผมบอกผมเสมอว่าคนเป็นแม่ไม่มีวันทิ้งลูก ทุกอย่างที่แม่ทำก็เพื่อปกป้องลูก โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นยังไง ผมถึงมั่นใจว่าแม่คุณต้องมีเหตุผลบางอย่างตอนนั้น”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันจำอะไรเกี่ยวกับแม่ไม่ได้เลย ไม่รู้ทำไม พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ฉันไม่รู้จริงๆว่าแม่ลืมฉันไปหรือยัง แล้ว...ยังตามหาฉันอยู่ไหม”

“เชื่อผมสิ คนที่ผูกพันกันไม่มีวันลืมกันลงหรอก สักวันก็จะตามหากันจนเจอ”

“ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นล่ะ”

“เชื่อมั่นในความรัก เชื่อมั่นในความผูกพันมันจะนำทางเราเสมอ”

ooooooo

เหตุการณ์ทำท่าจะสงบในคืนนั้นเอง แต่ดำมะกอกหรือดนัยกลับไม่ต้องการเช่นนั้น ตัดสินใจส่งลูซี่ไปลอบฆ่าแคล้วถึงโรงพยาบาล และหาทางจับตัวแอร์พอร์ทเพื่อชิงนางพญาเหล็กไหล

แผนการลอบฆ่าแคล้วล่มไม่เป็นท่า เพราะจ่ามิตรปลอมตัวเป็นแคล้วแทน แต่คนอาการหนักคือณัฐเดช ที่พลาดท่าถูกแทงบาดเจ็บไม่น้อย แอร์พอร์ทประสาทเสียมาก สถานการณ์ทำท่าจะรุนแรงขึ้นทุกที และครั้งนี้ตำรวจหนุ่มก็ต้องมารับเคราะห์เพราะปกป้องเธอ

ณัฐเดชเห็นท่าทางกังวลใจของเธอ ก็พอจะเข้าใจ แต่ไม่อยากให้คิดมาก

“ถ้า...ผมเป็นอะไรไป สัญญานะว่าคุณจะดูแลตัวเองให้ดี”

“ไม่! คุณต้องอยู่ดูแลฉัน ฉันเหลือคุณคนเดียว คุณต้องอยู่”

“คุณต้องการผมจริงๆหรือ”

“ต้องการสิ ฉันต้องการคุณ อย่าเป็นอะไรนะ ฉันต้องไปคุยกับหมอ...”

คฑาร้อนใจไม่แพ้กัน เลยไม่ทันได้ปรับความเข้าใจกับพจนารี ซึ่งถูกไลล่าปั่นหัวอย่างหนัก ให้เข้าใจผิดคิดว่าแอร์พอร์ทจะเป็นมือที่สามของครอบครัว แอร์พอร์ทไม่รู้ตัวว่าถูกใส่ร้าย มัวเครียดหนักเรื่องณัฐเดช จนต้องขอร้องคฑาให้ย้ายตนไปที่อื่น และปิดเรื่องทั้งหมดเป็นความลับ!

เมื่อณัฐเดชรู้เรื่องว่าถูกกีดกันจากหน้าที่ดูแลแอร์พอร์ทก็ร้อนรนมาก คฑาเลยต้องอธิบายเหตุผล

“แอร์พอร์ทกำลังตกอยู่ในอันตรายมาก ที่อยู่เธอเป็นความลับที่ผมรู้แค่คนเดียวก็ดีแล้ว”

“เอ่อ...แต่ผมมีหน้าที่ดูแลเธอนะครับ”

“หน้าที่นั้นน่ะ ผมเป็นคนมอบหมายคุณเอง แต่ผมว่านาทีนี้แอร์พอร์ทต้องการมากกว่าการดูแลของหมวดแล้วล่ะ สถานการณ์วิกฤติจนต้องเรียกว่าคุ้มกันแล้ว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนตามเอาชีวิตสองพ่อลูกขนาดนี้”

ณัฐเดชไม่มีทางเลือก ต้องเล่าเรื่องเหล็กไหล และข้อสันนิษฐานของตนเกี่ยวกับคนชื่อดำมะกอก คฑาเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเสนอให้หาบอดี้การ์ดมืออาชีพมาตามประกบแอร์พอร์ท แต่ณัฐเดชก็ยังไม่เห็นด้วย

“ผมรู้ว่าหมวดห่วงแอร์พอร์ท ผมก็รู้สึกไม่ต่างจากหมวด ผมรู้สึกเอ็นดูและห่วงเด็กคนนี้มากเหมือนกัน ไม่รู้ทำไม...แต่หมวดก็เห็นว่ามันมากกว่าความสามารถที่หมวดจะปกป้องเธอแล้ว ไม่งั้นหมวดคงไม่ต้องมานอนที่นี่”

“ให้ผมเป็นหนึ่งในทีมคุ้มกันแอร์พอร์ทก็ได้ครับ”

“อย่าเลยหมวด...ขอผมดูแลเธอเองแล้วกัน หมดเรื่องแล้ว หมวดไปทำงานต่อเถอะ...”

เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานหลุยส์ราจีฟ...สมุนรายงานข่าวร้ายว่าจับตัวแอร์พอร์ท สาวน้อยที่เขาเชื่อว่ามีพลังเหล็กไหลในตัวไม่สำเร็จ รวมทั้งผลการตามสืบ ว่าคงจะยากแล้วหลังจากนี้ เพราะสาวห้าวอยู่ในความดูแลของตำรวจ

“ตอนนี้ฉันต้องจัดการไอ้สารเลวดนัยก่อน มันกล้ามากที่ตบตาคนอย่างฉัน”

“แต่...เราทำอะไรมันไม่ได้นะครับท่าน ลูกปืนไม่ระคายผิวมันเลย”

“ก็ให้มันมาหาเราเองสิ...จับตัวคนสำคัญกับมันที่สุดจนมันยอมแลกทุกอย่างมาสิ ไอ้โง่!”

ooooooo

สถานที่หลบภัยใหม่ของแอร์พอร์ทคือคอนโดของหมวดจ๋า โดยมีจ่ามิตรกับจ่ากู๊ดมาคุ้มกันอีกแรง แต่ถึงกระนั้น...แอร์พอร์ทก็ยังไม่สบายใจ จนอดไม่ได้ ต้องคิดถึงบทสนทนาเมื่อวันก่อน ระหว่างเธอกับณัฐเดช

“ถ้าทำได้ฉันอยากหายตัวไปเลย อยากหนีไปไกลๆ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครหาเจอ”

“คุณกับพ่อก็เคยหนีไปค่อนโลก แต่ก็หนีไม่พ้น ผมว่าถ้าต้องหนี ก็ต้องหนีตลอด ถ้าเราไม่สู้ มันก็ไม่มีวันจบ”

“ลุกขึ้นสู้หรือ”

“ใช่...สู้! เราต้องหันไปเผชิญต้นตอของปัญหา ต้องรู้ว่าเราสู้กับอะไร แล้วก็เอาชนะมันให้ได้”

แอร์พอร์ทตัดสินใจจะสู้ตามลำพัง ไม่อยากให้ใคร โดยเฉพาะณัฐเดชต้องเจ็บตัวด้วย แต่ก็ทำได้ยากเต็มที เพราะเขากระหน่ำโทร.จนเกือบใจอ่อน และเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจตัวเอง เลยหันไปชวนหมวดจ๋าคุย

“พี่จ๋าเป็นคู่หูกับหมวดมานานแล้วเหรอคะ”

“ที่จริง...ไม่นานมากหรอก ณัฐเขาได้ทุนไปเรียนเมืองนอกมาปีหนึ่ง ส่วนพี่ก็เพิ่งได้บรรจุ กำลังงงๆทั้งคู่”

“ใหม่ๆด้วยกัน ทำไมเป็นคู่หูกันได้ พี่จ๋าเป็นคู่หูกับหมวดมานานแล้วหรือคะ”

“ที่จริงต้องมีตำรวจพี่เลี้ยงประกบ แต่พี่เลี้ยงหมด ท่านรองเลยให้ลุยเลย ลองผิดถูกเรื่อยๆ เลยสนิทกันเร็ว”

“แล้วคนเข้าใจผิดว่าพี่ทั้งสองเป็นแฟนกันหรือเปล่า”

“ก็มีบ้าง แต่ดีที่ณัฐไม่เคยทำอะไรรุ่มร่าม คนจึงไม่ปักใจเชื่อนัก”

“ที่กรมสืบสวนนี่มีตำรวจหญิงเยอะนะ หน้าตาดีๆ ทั้งนั้น หมวดเขาไม่หลงเสน่ห์ใครบ้างเหรอ”

“มีเจ๊าะแจ๊ะกับสาวๆเหมือนกัน เข้าคู่กับจ่ามิตรเลย แต่พวกน้องๆเธอกลัวพี่ หมวดณัฐเลยแห้วมาจนทุกวันนี้”

หลุยส์ราจีฟกับคาลอฟโทร.ไปขู่ดำมะกอก จะจับตัวคนสำคัญ และในคืนเดียวกันนั่นเอง แดงมะกล่ำก็ตกเป็นเป้า พร้อมกับไลล่า ซึ่งกำลังสนุกกับเกมปั่นหัวพจนารีให้เข้าใจผิดคฑา และหว่านเสน่ห์ให้ฉัตร หวังร้อยไว้ใช้งาน

และเพราะมัวแต่หลงละเลิงกับเรื่องตัวเอง แดงมะกล่ำเลยถูกไล่ล่าจากสมุนของคาลอฟจนเกือบเอาตัวไม่รอด ถ้าฉัตรจะไม่เอาตัวไปขวางลูกปืนไว้จนตัวเองบาดเจ็บ!

คฑาลากตัวไลล่ากลับไปแล้ว ทิ้งแดงมะกล่ำให้ประคองฉัตรกลับบ้านตามลำพัง ดำมะกอกหน้าเครียดเมื่อเห็นสภาพบอดี้การ์ดหนุ่ม ดูท่าพวกหลุยส์ราจีฟจะเอาจริง จึงตัดสินใจว่าลูกชายคงต้องมีคนคุ้มกันจริงๆจังๆเสียที

พจนารีไม่รับรู้ถึงสถานการณ์วุ่นวาย มัวหมกมุ่นกับความคิดของตัวเอง ว่าสามีอาจมีเมียน้อย ไลล่าสะใจ มาก ปั่นหัวมากกว่าเดิม ก่อนจะหลอกล่อให้แม่บุญธรรมออกไปพักที่โรงแรมของพ่อแดงมะกล่ำ

“คุณแม่ขา...ไลล่าเป็นห่วงคุณแม่นะคะ ถึงอยากให้อยู่ห่างๆคุณพ่อสักพัก”

“แล้วแม่จะต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน”

“ไม่นานหรอกค่ะ ทำแบบนี้ คุณพ่อจะได้รู้ว่าคุณแม่ไม่ใช่ของตาย ที่จะเอากิ๊กมาเหยียบหัวใจกันง่ายๆแบบนี้!”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"
20 พ.ย. 2562
07:30 น.