ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คงกระพันนารี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "วาววา" ฟันแทงไม่เข้า แท็กทีม "เคน" บู๊สนั่น "คงกระพันนารี"

หลังจากพยายามสังเกตการณ์หน้าบ้านแคล้วหลายวันแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรมาก ดำมะกอกเลยมอบเครื่องรางของขลังศักดิ์สิทธิ์ที่ตนพกติดตัวตลอดให้คนสนิท ให้เข้าไปสำรวจในบ้านของแคล้วได้ บิ๊กเจ๋งชอบใจมาก ทำงานสะดวกมากกว่าทุกครั้งโดยไม่มีสิ่งลึกลับมาขวาง ดำมะกอกเลยสัญญาจะยกให้เมื่อถึงเวลา

ระหว่างที่บ้านของแคล้วถูกสอดแนม...ณัฐเดชกับหมวดจ๋าก็รายงานเรื่องเหตุลอบฆ่าของแคล้วกับแอร์พอร์ท คฑามีสีหน้าครุ่นคิดและหนักใจมาก เป็นห่วงเพื่อนเก่ากับลูกสาว ไม่ต่างจากณัฐเดชเลยที่คิดว่าสองพ่อลูกอาจปิดบังความจริงบางอย่าง ถึงได้ถูกตามฆ่าแบบนี้

“เพราะอย่างนั้นผมถึงให้หมวดตามดูไง ผมสงสัยมาตั้งแต่เมืองกาญจน์ครั้งก่อนแล้วว่าคุณคำรบต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับหลวงตาเอี่ยม เพราะเขาขออนุญาตผมไปที่วัดหลวงตาก่อนจะกลับ แล้วบอกว่าที่นั่นเป็นบ้านเก่าของเขา”

“ใช่แล้วครับ ผมก็เจอแอร์พอร์ทแถวๆวัดวันนั้น”

“แล้วเย็นวันนั้นสองคนนั่นก็โดนดักทำร้าย เหมือนมันต้องการอะไรจากคุณคำรบ”

หมวดจ๋าสงสัยว่าแคล้วหรือคำรบอาจมีบางอย่างเกี่ยวพันกับผู้ต้องสงสัยในคดีใหญ่ที่รับผิดชอบ แต่ก็ไม่มีหลักฐานบ่งชัด ณัฐเดชก็คิดเช่นนั้น แต่เรื่องนี้ก็ไม่สำคัญเท่าความพิเศษในตัวแอร์พอร์ท

“ผมเห็นกับตาสองครั้งว่าเธอโดนทำร้ายรุนแรง มีแผลหรือเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่เธอไม่มีแม้แต่รอยถลอก”

“หมวดตาฝาดไปเองหรือเปล่า จะเป็นไปได้ยังไง”

“ถ้าครั้งเดียวผมอาจจะไม่แน่ใจ แต่นี่ถึงสองครั้ง”

“หมวดกำลังจะบอกว่าเธอเป็นคงกระพันนารีอย่างนั้นรึเปล่าเนี่ย”

ณัฐเดชไม่แน่ใจ อธิบายไม่ถูก คฑาเลยแซว เพราะคิดว่าอาจเป็นเรื่องล้อกันเล่น

“อย่าบอกนะว่าหมวดก็เชื่อเรื่องธาตุมหัศจรรย์ นิทานปรัมปราแบบนี้เหมือนกัน”

“ผมโตมากับหลวงตาเอี่ยมน่ะครับ หลวงตาเคยบอกว่าสิ่งที่เราไม่รู้ ไม่เคยเห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริง”

“ผมก็ไม่ได้ลบหลู่นะ ถ้าสักวันผมเห็นกับตา ผมถึงจะเชื่อ”

แคล้วหรือคำรบถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสภาพข้าวของในบ้านถูกรื้อกระจุยกระจาย อดีตเณรน้อยรีบโทร.แจ้งตำรวจให้ส่งคนมาสอบสวน ณัฐเดชเลยรุดมาดูด้วยตัวเอง พร้อมกับจ่ามิตรและจ่ากู๊ด

“ผมว่าคุณคำรบต้องบอกอะไรผมมากกว่านี้แล้วล่ะครับ เหตุการณ์มันเหมือนจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว”

อดีตเณรน้อยมีสีหน้าอึกๆอักๆ ก่อนจะบอกปัดว่า ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ณัฐเดชไม่เชื่อ และตัดสินใจใช้ให้

จ่ามิตรกับจ่ากู๊ดปลอมตัว และแฝงตัวเพื่อสังเกตการณ์ เผื่อคนร้ายจะกลับมาอีกรอบ

ooooooo

กว่าวรมัยหรือแอร์พอร์ทจะกลับถึงบ้าน ทุกอย่าง ที่ถูกรื้อก็จัดเข้าที่เรียบร้อยแล้ว แคล้วไม่ยอมอธิบายอะไรมาก นอกจากเล่าถึงเรื่องภารกิจสำคัญ ไปตามหา ดำมะกอก เพื่อนรักและพี่น้องร่วมสาบาน

“ไม่ได้เบาะแสอะไรเลยลูก แต่วันนี้พ่อไปลงประกาศหาตัวเขาลงหนังสือพิมพ์ไว้แล้วด้วย พรุ่งนี้คงจะลงให้”

“โห...พ่อ เดี๋ยวนี้ใครเขาลงประกาศในหนังสือพิมพ์กัน ไม่มีใครอ่านแล้ว มันต้องประกาศลงเน็ต โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊กอะไรแบบนี้ เดี๋ยวแอร์จัดการให้”

“พ่อไม่รู้จักหรอก พ่อก็ลองทำทุกวิถีทางนั่นแหละ เรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว”

“พ่อบอกแอร์ได้รึยังคะ ว่าทำไมใครๆถึงต้องตามล่าเรา”

“พ่อก็อยากรู้เหมือนกัน นี่แหละเราถึงต้องการหาตัวดำให้ได้”

ข่าวประกาศตามหาตัว ทำให้ดำมะกอกตาวาว ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาเพื่อนรัก

“ไอ้แคล้ว...ดี ถ้าอยากเจอนัก ฉันก็จะไปพบมันตัวเป็นๆ!”

วรมัยหรือแอร์พอร์ทเป็นห่วงพ่อมาก ร่ำๆจะไม่ไปเรียน จนแคล้วต้องปลอบให้สบายใจ ว่าดำมะกอกคงไม่มาร้าย เพราะเป็นเพื่อนเก่าร่วมสาบานและเป็นคนที่เขาไว้ใจที่สุด

แอร์พอร์ทถึงได้ยอมไปเรียน โดยทิ้งหน้าที่อารักขา ดูแลพ่อไว้กับจ่ามิตรกับจ่ากู๊ด ซึ่งปลอมตัวเป็นชาวบ้านละแวกนั้นได้อย่างแนบเนียน ณัฐเดชคอยโทร.ถามเป็นระยะๆ โดยไม่รู้เลยว่า เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากแอร์พอร์ท ออกจากบ้าน แคล้วก็ใช้วิชาคาถาอาคมพาตัวเองออกจากบ้านเสียแล้ว

วันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจ...คฑาสั่งการให้กองกำลังเตรียมดักจับการขนของผิดกฎหมาย ณ โกดังร้างแห่งหนึ่ง ชาตรีซึ่งเป็นสายให้ดำมะกอกเริ่มร้อนรน พยายามจะหาทางโทร.บอกมาเฟียหนุ่ม แต่ก็ไม่มีโอกาส

ดำมะกอกยังไม่รู้ตัวว่ากำหนดส่งของจะโดนตำรวจดักจับ มัวย่ามใจที่แคล้วหลงกลออกมาพบง่ายๆ พร้อมๆกับณัฐเดช ที่เห็นประกาศตามหาคนชื่อดำมะกอกในหนังสือพิมพ์ ก็ไม่รอช้าจะตามไปเพื่อหาเบาะแส เพราะเชื่อว่าคนคนนี้ต้องมีส่วนในการตายของแม่และหลวงตาเอี่ยม

ไม่ใช่แค่แคล้วที่กำลังมีภัย วรมัยหรือแอร์พอร์ทก็ต้องรับเคราะห์หนักไม่ต่างกัน เมื่อดำมะกอกส่งลูซี่

นักฆ่ามือฉมังมาทดสอบพลังเหล็กไหลในตัว ด้วยการดักยิงซึ่งๆหน้า ณัฐเดชซึ่งสังหรณ์ใจว่าสาวห้าวอาจเป็นอันตราย ตามมาถึงทันเห็นฉากเด็ดพอดี แล้วก็ได้ตะลึงตาค้างอีกรอบ เมื่อเห็นว่าเธอไม่เป็นอะไรเลย!

เพราะเหตุการณ์ถูกปองร้ายล่าสุด ณัฐเดชเลยพยายามกล่อมแอร์พอร์ทให้ย้ายที่อยู่อีกครั้ง

“ผมอยากให้คุณกับคุณคำรบออกมาอยู่เซฟเฮาส์ของตำรวจสักพัก น่าจะปลอดภัยกว่า แต่พ่อคุณก็ไม่ยอม”

“พ่อฉันเขามั่นใจว่าบ้านคือที่ปลอดภัยที่สุด”

“ทำไมพ่อของคุณถึงมั่นใจนักว่ามันจะปลอดภัยกว่าการคุ้มครองของตำรวจ”

“พูดไปคุณก็ไม่เชื่อหรอก”

“ก็ลองบอกมาก่อนสิ”

“พ่อฉันเลี้ยงผีไว้เฝ้าบ้าน”

ณัฐเดชนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะหลุดขำ แต่พอเห็นสีหน้าตึงๆของเธอก็รีบแก้ตัว

“ผมไม่ได้บอกสักหน่อยว่าไม่เชื่อ พ่อคุณเลี้ยงผีไว้ แล้วทำไมปล่อยให้โจรขึ้นบ้านได้”

“ขึ้นได้ เพราะท่านไม่อยู่น่ะสิ วิญญาณเหล่านี้จะแข็งแกร่ง ต้องมีพ่อคอยกำกับ”

ตำรวจหนุ่มก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี แต่ไม่ทันซักไซ้ หมวดจ๋าก็โผล่มาพร้อมกับข่าวร้ายว่าจับตัวนักฆ่าปริศนาที่มาดักยิงแอร์พอร์ทไม่ได้ ณัฐเดชเจ็บใจมาก อยากจะไปตามล่าด้วยตัวเอง แต่เมื่อเห็นแสงสีแดงวาบแปลกๆที่แขนแอร์พอร์ทก็เปลี่ยนใจ รีบพาเธอไปโรงพยาบาล

ooooooo

แคล้วไปพบเพื่อนเก่าตามนัดจนได้ และอดแปลกใจไม่ได้ ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงนัดเจอในตึกร้างเช่นนี้ ดำมะกอกไม่ได้อธิบายอะไรมาก นอกจากแสร้งดีใจไปตามเรื่อง และโผกอดด้วยความดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง

อดีตเณรน้อยตามเกมลวงของเพื่อนเก่าไม่ทัน สวมกอดตอบแน่น พร้อมกับแซวขำๆ

“ดีนะไม่มีคนเห็น ไม่งั้นต้องหาว่าเราเป็นคู่ขากันแน่ๆ”

“ใครจะว่าไงก็ช่าง ก็ข้าอยากกอดเอ็ง คนมันคิดถึงเพื่อน ผิดตรงไหน...แน่ใจนะว่าไม่มีตำรวจสะกดรอยตามมา”

“ถ้าตามมา ข้าคงไม่เข้ามาเจอเอ็งอย่างนี้หรอก”

สองเพื่อนรักและศิษย์ร่วมสำนักหลวงตาเอี่ยมส่งยิ้มให้กัน และพูดคุยถึงเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนอย่างสนิทสนม ก่อนจะวกเข้าสู่ประเด็นสำคัญ ว่าแคล้วจะกลับเมืองกาญจน์อีกหรือไม่

“กลับแน่! จะเอาเลือดไอ้คนที่ฆ่าหลวงตาไปเซ่นท่าน”

“ทำอย่างนั้นหลวงตาคงได้มาหาและด่าแกแน่ๆ ท่านมาเข้านิมิตแกกี่ครั้ง”

“ท่านไม่เคยมานะ หลวงตาไปหาแกเหรอ”

“สามครั้งได้แล้วมั้ง ท่านไม่เคยพูดถึงฆาตกร ได้แต่สอนข้าให้อภัยมือปืน”

“เราจำเป็นต้องพึ่งตำรวจหรือเปล่า”

“อย่าบอกนะ...ว่าแกให้ตำรวจรู้ว่าเราอยู่ที่นี่”

“ไม่มีใครรู้”

ดำมะกอกเชื่อว่าไม่มีจริง แต่ก็ยังไม่วางใจ

“ลูกสาวแกก็ไม่รู้เรื่องนี้...ถูกต้องไหม”

“ถูกต้อง...เล่าแผนของแกมาได้เลย!”

ระหว่างที่สองเพื่อนรักแลกเปลี่ยนแผนการ...คฑาก็ทลายโกดังร้าง ดักจับของผิดกฎหมายและยึดเป็นของกลางได้ทั้งหมด พร้อมกับอายัดตู้เซฟที่คาดว่าจะเก็บหลักฐานสำคัญไว้ ชาตรีพยายามถ่วงและยื้อเวลา ไม่อยากให้นายตำรวจใหญ่เปิดเซฟของดำมะกอกได้สำเร็จ แต่ก็เหมือนจะเป็นไปได้ยาก เมื่อคฑาสั่งให้ตามตัวแคล้วมาพบ

แต่ณัฐเดชก็ต้องแจ้งข่าวร้ายกับคฑา ว่าแคล้วไปไม่ได้ เพราะทันทีที่เขาพาแอร์พอร์ทมาถึงบ้านอดีตเณรน้อยก็หายตัวออกจากบ้านอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว!

จ่ามิตรกับจ่ากู๊ดที่ปลอมตัวเพื่อสังเกตการณ์ถึงกับหน้าเสีย เพราะไม่เห็นด้วยซ้ำ ว่าแคล้วออกจากบ้านหรือหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ วรมัยหรือแอร์พอร์ทมีท่าทางอึกๆอักๆ รู้ดีว่าพ่อต้องหลบไปหาเพื่อนเก่าชื่อดำมะกอกแน่ แต่ไม่ยอมใครบอกเพราะสัญญากับพ่อไว้ ณัฐเดชสงสัยเลยกดดันเสียงเข้ม

“พ่อคุณกำลังอยู่ในอันตราย แต่คุณกลับปิดบังไม่ให้ความร่วมมือกับเรา”

“แอร์ว่าพ่อคงไม่เป็นไรหรอก ท่านไปเจอเพื่อน เก่าน่ะ”

“จบกัน...นั่นแหละตัวดี บอกมา...พ่อคุณอยู่ที่ไหนตอนนี้!”

ooooooo

น้ำเสียงร้อนรนและลางสังหรณ์บางอย่าง ทำให้วรมัยหรือแอร์พอร์ทยอมบอกสถานที่นัดพบของพ่อกับเพื่อนเก่า ส่วนชาตรีก็ถ่วงเวลาและบ่ายเบี่ยงประเด็น แต่ไม่สำเร็จ คฑาให้ตำรวจมาขนตู้เซฟออกไปจนได้

ณัฐเดชไม่ได้สนใจว่าในตู้เซฟมีอะไร มัวสนใจความจริงที่ว่าแคล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง และครั้งนี้แอร์พอร์ทก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อเปลี่ยนใจไปพบเพื่อนเก่าที่ไหน

แต่ที่สองหนุ่มสาวไม่รู้ คือแคล้วถูกดำมะกอกหักหลัง ถูกฟาดจนสลบ และเมื่อฟื้นก็ถูกพาตัวไปที่อื่น

“ขอโทษที่เขาแรงไปหน่อย ลูกน้องฉันคง

ไม่ชอบใจที่เห็นแกรู้จักกับตำรวจ” ดำมะกอกเอ่ยเสียงเรียบ

“เอ็งนัดข้ามาคุย ไม่ใช่เพราะต้องการช่วยหลวงตา” แคล้วเพิ่งสำเหนียกได้

“โลกก็เปลี่ยนทุกวัน พวกเรายังเล่นไสยศาสตร์ แต่เขาจะไปดาวอังคารกันแล้ว”

“แกต้องการอะไร”

“ตอนฉันอยู่ในคุก ฉันช่วยผู้ชายแก่ๆสองคนไว้ ปรากฏว่าเขาเป็นคนในครอบครัว...”

“แก๊งอาชญากรหรือ...”

“อย่าเพิ่งสรุป พวกนั้นช่วยฉันพ้นโทษก่อนกำหนด ฉันเลยต้องช่วยเขาหลายเรื่อง เริ่มจากจัดระบบการเงินใหม่ ใครมีมากจ่ายมาก มีน้อยจ่ายน้อย เรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำ รัฐบาลก็ยังจัดการไม่ได้”

“แต่ถ้าใครมีพญาเหล็กไหลครบทั้งสี่...”

แคล้วไม่มันจบประโยค ดำมะกอกก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“พังแน่! เพราะฉะนั้นเราต้องเอามันมา”

“เพื่อป้องกันตัวงั้นหรือ”

ดำมะกอกพยักหน้ารับ แต่แคล้วไม่เชื่อ เพราะรู้จักนิสัยอีกฝ่ายดี

“ไอ้แคล้ว! แกเคยลงมือทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมไหม ฉันว่าเราทำได้จริงนะ มาช่วยกันเปลี่ยนแปลงโลกดีกว่า”

แคล้วยังไม่ปริปากถึงพญาเหล็กไหล ดำมะกอกเลยเค้นคอหนักขึ้น

“นอกจากพญาเหล็กไหลที่เราสองคนได้มาคนละองค์ ที่ฉันอยากรู้ก็คือ...หลวงตาให้นางพญาเหล็กไหลกับใคร”

“ข้าไม่รู้ ท่านคงมอบให้คนที่คู่ควร”

“ไม่รู้หรือไม่บอก หลวงตาเคยเล่าว่าหญิงสาวที่ได้รับนางพญาเหล็กไหล เธอจะเป็นคงกระพันนารี ฉันลองส่งมือดีไปทดสอบลูกสาวแกแล้ว เธอโดนยิงแต่ไม่เป็นไร”

“ไอ้เลว! นี่แกทำร้ายแอร์เหรอ”

“จะโกรธทำไม แค่ทดลองธรรมดาว่าเธอใช่หรือเปล่า...แล้วก็เข้าเค้า”

“แอร์แค่หนังเหนียว เพราะของขลังจากข้า เธอไม่เคยได้นางพญาเหล็กไหลอะไรนั่นเลย”

“ก็ต้องทดสอบกันต่อไปว่าใครพูดจริง ใครพูดโกหก!”

ooooooo

ขณะที่ใครๆวิ่งวุ่นกับเหตุการณ์ดักยิงและจับของผิดกฎหมาย แดงมะกล่ำกำลังร่าเริงในฟลอร์ลีลาศกับไลล่า สาวสวย ลูกเลี้ยงสาวของคฑากับพจนารี

ไลล่านึกเคืองเขาไม่น้อย เพราะดันได้ยินจากฉัตรว่าแดงมะกล่ำโผล่มาวิทยาลัยทุกวันเพื่อดักเจอแอร์-พอร์ท และท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอ ก็ทำให้แดงมะกล่ำลำพองใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเป็นคนสำคัญเป็นครั้งแรก และคงเพราะความรู้สึกนี้เอง ทำให้เขายอมแก้ตัวแกนๆ

“แอร์ไม่ใช่ผู้หญิง เธอเป็นทอม พวกที่เรียนช่างกลมีผู้หญิงแท้ๆซะที่ไหน”

“แล้วทำไมถึงสนิทกับแดงได้”

“ผมคบเธอไว้ช่วยซ่อมรถ แต่ผมอยากอยู่กับไลล่า เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ให้ความสำคัญและชื่นชมในตัวผม”

“แต่ไลล่ารู้สึกได้นะคะว่าคุณให้ความสำคัญกับแม่นั่นมากกว่าไลล่า”

“ตอนนี้ผมรู้แต่ว่าผมอยู่กับคุณแล้วผมสบายใจที่สุด ผมพูดจากใจจริงเลยนะไลล่า”

ไลล่ายิ้มหวาน ไม่เชื่อเขาทั้งหมด แต่ก็พอใจมากที่อีกฝ่ายมีท่าทีหลงเสน่ห์ตน

เวลาเดียวกันที่บริเวณโกดังร้าง...ณัฐเดชพาแอร์พอร์ทมาเปิดตู้เซฟให้คฑา แต่ไม่ทันลงมือเหล่าตำรวจก็ได้ตะลึงเสียก่อน เมื่อเห็นเต็มตาว่าแอร์พอร์ทถูกรถบรรทุกปริศนาดักชน แต่กลับไม่เป็นอะไร นอกจากสลบ!

แอร์พอร์ทถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ณัฐเดชและคฑาตามประกบไม่ห่าง โดยไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาเดียวกัน แคล้วก็ถูกคาดคั้นและทำร้ายอย่างหนัก เมื่อหลุดปากว่าขายเหล็กไหลให้คนอื่นไปแล้ว

ดำมะกอกหัวเสียมาก คว้ามือถือมาปากระจาย ก่อนจะตวาดเสียงเข้ม

“แกขายเหล็กไหลให้ใคร บอกมานะ”

แคล้วเจ็บแค้นมาก แต่ยังทำไขสือ ไม่ยอมบอกเรื่องเหล็กไหล

“แกเป็นบ้าอะไรเนี่ยไอ้ดำ เรากรีดเลือดสาบานเป็นพี่น้องกันแล้วนะ แกเป็นคนที่ฉันไว้ใจที่สุด”

“มันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเหล็กไหลหรอก แกบอกมาว่าเหล็กไหลไปอยู่ที่ไหน”

“ก็...ฉันขายไปหมดแล้ว”

“โกหก! อย่างน้อยแกก็ต้องมีอีกองค์หนึ่งอยู่กับแก ไม่งั้นแกคงไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้หรอก”

“ต่อให้ยังมีอยู่ ฉันก็ไม่มีวันยกให้ไอ้เพื่อนทรยศอย่างแก!”

ooooooo

แคล้วตัดสินใจเด็ดขาดจะไม่บอกเรื่องเหล็กไหลและนางพญาเหล็กไหลแก่อดีตเพื่อนรัก แถมประกาศศึกเต็มรูปแบบ ด้วยการร่ายคาถา ขุดวิชาอาคมที่เคยร่ำเรียนมาสู้ด้วยเต็มที่ ดำมะกอกไม่ยี่หระ หัวร่อยิ้มร่าด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายท้าดวลเช่นนี้...อยากลองดีกับฉันใช่ไหม...ได้เลย!

คืนเดียวกันที่โรงพยาบาล...หมอและพยาบาลก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นความพิเศษของแอร์พอร์ท ที่ไร้ร่องรอยบาดเจ็บจากการถูกรถบรรทุกชน และที่สำคัญ...แทงเข็มฉีดยาเท่าไหร่ก็ไม่เข้าเนื้อ!

แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือแสงแดงวาบๆ ประหลาดตามตัวเธอ ณัฐเดชร้อนใจมากตามกุมมือดูอาการเธอไม่ห่าง จนกระทั่งเธอฟื้นขึ้นอีกครั้ง

“คุณฟื้นแล้ว เจ็บตรงไหนบ้าง ผมห่วงคุณแทบแย่เลยรู้ไหม”

“ฉันไม่เป็นไร แค่มึนๆแล้วก็...ร้อนไปทั้งตัว”

แสงสีแดงและอาการตัวร้อนจัด แท้จริงมาจากอิทธิฤทธิ์ของนางพญาเหล็กไหลในตัว และแอร์พอร์ท ก็รู้ดี เลยพยายามตั้งสติทำสมาธิตามคำสอนของพ่อ เพื่อควบคุมพลังพิเศษในตัว แต่ก็ลำบากเต็มที เพราะเธออ่อนแรงจากการถูกรถชนไปมาก เลยใช้เวลานานมากกว่าทุกครั้ง

ด้านไลล่า...ใช้เสน่ห์หลอกล่อให้แดงมะกล่ำพาไปส่งที่บ้านหลังเก่าชานเมือง ที่ที่ไม่เคยมีใครรู้ว่าเป็น บ้านเก่าของพ่อแม่แท้ๆที่ตายตั้งแต่เธอยังเด็ก แดงมะกล่ำกวาดตามองสภาพรกร้างรอบตัวด้วยความรู้สึกแปลกๆ

“คุณให้ผมพามาที่บ้านเก่าๆนี่น่ะหรือ ไม่เห็นมีอะไรเลย”

“ฉันแค่ไม่อยากกลับบ้านน่ะ”

“ดูเหมือนคุณไม่มีความสุขกับที่บ้านเลยนะ เท่าที่คุณเล่า แม่คุณก็ใจดี ส่วนพ่อคุณ ถึงจะดุแต่ก็ห่วงคุณมาก”

“พอเถอะ...ฉันไม่อยากพูดถึง”

“พูดยังกับว่าที่พูดถึงนั่น...ไม่ใช่พ่อแม่คุณงั้นแหละ”

ไลล่าหงุดหงิดมาก จนเกือบหลุดปากเรื่องตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ภาพเก่าในหัว สมัยพ่อแท้ๆหรือที่ใครๆรู้จักกันดีว่าโจรโก้ก็ผุดขึ้นมาในโสตประสาท น้ำตาพานไหลอย่างช่วยไม่ได้

แดงมะกล่ำเข้าใจว่าไลล่าอาจมีความหลังบางอย่างแน่ เลยไม่รั้งรอจะถาม

“แล้วที่นี่มันมีความหมายกับคุณยังไงเหรอ”

“มันก็แค่...ความทรงจำที่ไลล่าจะไม่มีวันลืมน่ะ”

แววตาแข็งกร้าวของเธอ ทำให้แดงมะกล่ำคาใจ แต่ไม่ทันซักไซ้มากกว่านี้ ไลล่าก็ต้องรีบไปโรงพยาบาลเสียก่อน เมื่อพจนารีโทร.บอกว่าคฑา พ่อเลี้ยงของเธอประสบอุบัติเหตุ!

ooooooo

คฑาไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่ทุกคนนึกกลัว แค่ฟกช้ำตามตัวเล็กน้อย จากการเอาตัวไปบังแอร์พอร์ทจากรถบรรทุก ณัฐเดชแวะมาเยี่ยม และยืนยัน เรื่องความพิเศษของสาวห้าว

“อย่างที่ผมเคยบอกท่านรองล่ะครับ ทีนี้ไม่มีเหตุผลที่ท่านรองจะหาว่าผมเบลออีกแล้ว เพราะท่านเห็นกับตา”

“ใช่...มันราวกับปาฏิหาริย์เลยนะ แต่มันเกิดรวดเร็วมากจนผมไม่อยากเชื่อ”

“ผมก็ไม่อยากจะเชื่อ”

“มันเป็นไปได้ยังไงกัน”

ณัฐเดชยังไม่มีคำอธิบายเรื่องแอร์พอร์ท และเมื่อเขาพาเธอมาเยี่ยมคฑาในเวลาต่อมา ก็ยังไม่มีโอกาสถาม เพราะเธออยากรีบกลับบ้านไปหาพ่อ พจนารีมาถึงพอดี และเพียงครั้งแรกที่ได้สบตาแอร์พอร์ท สัญชาตญาณความเป็นแม่ก็ทำงาน จนคฑาสังเกตเห็นและอดไม่ได้จะถาม ทันทีที่ลับร่างแอร์พอร์ท

“คุณดูสนใจแอร์พอร์ทมาก”

“ไม่รู้สิคะ รู้สึกถูกชะตาบอกไม่ถูก”

“อยากรับลูกบุญธรรมอีกสักคนไหมล่ะ”

“พ่อแม่เขาคงไม่ยอมหรอกค่ะ”

“เอาจริงซะด้วย...แต่ผมไม่เคยเห็นแม่ของแกนะ เห็นแกอยู่กับพ่อแค่สองคน ติดกันตลอดเวลา ถ้าคุณคิดว่าจะไปขอลูกสาวเขามาเป็นลูกบุญธรรม เขาคงไม่ให้หรอก”

พจนารีพยักหน้า เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อดี “พจก็ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ไลล่าจะเสียใจเปล่าๆ แค่รู้สึกว่าเอ็นดู อยากสนิทสนมกับเด็กคนนี้ พจอยากรู้จักพ่อของ แอร์พอร์ทซะแล้วสิ”

“ได้สิ...ไว้ผมจะแนะนำให้นะ เขาคงดีใจที่คุณเอ็นดูลูกสาวเขาขนาดนี้”

แอร์พอร์ทไม่ทันเอะใจท่าทางแปลกๆของพจนารี ที่เอ็นดูเธอเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับอาการกระฟัดกระเฟี้ยดของไลล่า ซึ่งเหมือนจะไม่พอใจที่เห็นเธอนัก เพราะมัวเป็นห่วงพ่อที่จนป่านนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้

เวลาเดียวกันที่บ้านแคล้ว...ดำมะกอกตามมาล่าตัว อดีตเพื่อนรัก ซึ่งใช้อาคมหนีมาพร้อมกับบิ๊กเจ๋งและลูกสมุน

“ส่งเหล็กไหลมาให้ฉันดีๆ ฉันสัญญาจะปล่อยแกกับลูกไป แต่ถ้าแกยังดื้อ ฉันจะเผาบ้านนี้ซะ ดูซิว่าแกจะซ่อนตัวในบ้านได้นานแค่ไหน และหลังจากนั้น ฉันก็จะจัดการกับลูกแกซะไอ้แคล้ว!”

คำขู่ของดำมะกอกไม่ได้ทำให้แคล้วกลัว ยังหลบซ่อนตัวในห้องนิรภัยที่สร้างขึ้นอย่างลับๆจากอาคมพิเศษ

“ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายแกหรอกนะไอ้ดำ แต่แกบังคับฉันเอง”

แต่ถึงจะเก่งกล้าแค่ไหน แคล้วก็ฝีมืออ่อนกว่าดำมะกอกมาก แถมอีกฝ่ายมีเหล็กไหลช่วยเสริมพลัง แคล้วหรืออดีตเณรน้อยเลยถูกจับตัวได้ในที่สุด

“ฉันบอกแกแล้วว่าแกไม่มีวันเอาชนะฉันได้หรอก ทีนี้ก็บอกมาว่าเหล็กไหลอยู่ที่ไหน”

“ฆ่าฉันเลย ฉันไม่มีวันบอกแกหรอก”

“ไม่มีวันหรือ...ฉันนี่แหละจะรวบรวมเหล็กไหลทั้งหมดให้ได้ แล้วจัดการกับคนที่มาทำร้ายฉัน”

“แกคิดว่าแกมีเหล็กไหลแล้วแกจะอยู่ค้ำฟ้าเหรอ ถึงเวลานั้นจะต้องมีคนมาจัดการแก”

“จับตัวมันไป แล้วไปจับตัวลูกสาวมันไปทรมาน!”

ขาดคำก็ใช้อาคมผลักแคล้วกระแทกกำแพงจนสลบ พร้อมๆกับที่เสียงไซเรนของรถตำรวจดังขึ้น

ดำมะกอกกับบรรดาลูกสมุนเลยต้องตัดใจเรื่องเหล็กไหล และหาทางเอาตัวรอด...

ooooooo

กว่าวรมัยหรือแอร์พอร์ทจะมาถึง แคล้วหรือคำรบก็หมดสติไปแล้ว ณัฐเดชไม่รอช้ารีบโทร.ตามรถพยาบาลมารับตัวอดีตเณรน้อย โดยมีสาวห้าวตามติดด้วยใจร้อนรน...ขออย่าให้พ่อเป็นอะไรมากเลย

ส่วนดำมะกอก...หลังออกจากบ้านแคล้ว ก็กลับบ้าน ด้วยท่าทางหัวเสียสุดขีด เพราะพลาดโอกาสจะเค้นคอถามเรื่องพญาเหล็กไหลจากอดีตเพื่อนรัก แดงมะกล่ำเพิ่งถึงบ้าน เห็นอาการพ่อแล้วก็คิดเองว่าคงทำงานหนักไป

“อะไรของพ่อ ไปกินรังแตนจากไหนถึงหงุดหงิดขนาดนี้ ผมบอกแล้วให้ผมช่วยงาน พ่อจะได้ไม่เหนื่อยมาก”

“หน้าอย่างแกน่ะเหรอจะมาช่วยอะไรฉันได้ มีแต่จะทำพังน่ะสิ”

“พ่อก็เป็นซะแบบนี้ ดูถูกลูกตัวเองตลอด งานพ่อมันจะอะไรนักหนาเชียว ก็แค่นำเข้าส่งออกเท่านั้น”

“แกไม่รู้อะไรก็หุบปากไปเลยดีกว่า”

“พ่อก็บอกมาสิว่าต้องทำอะไรบ้าง พ่อไม่เคยบอก ไม่เคยสอน ใครจะทำเป็นตั้งแต่เกิด ยังไงผมก็เป็นคนเดียวที่ต้องสืบทอดกิจการของพ่ออยู่แล้ว”

ดำมะกอกกำลังหงุดหงิด ไม่ทันระวัง หลุดปากว่าอีกฝ่ายอาจไม่ใช่คนเดียวที่ได้สืบทอดกิจการ แดงมะกล่ำได้ยินก็คาใจมาก แต่ไม่ทันถาม ดำมะกอกก็โพล่งเปลี่ยนเรื่องเสียก่อน

“แล้วนี่แกมัวไปทำอะไร แค่ฉันสั่งให้แกถ่วงเวลาแอร์พอร์ทไว้ก่อน แกยังทำไม่ได้เลย แผนฉันพังหมด แล้วอย่างนี้เนี่ยนะที่ฉันจะฝากธุรกิจพันล้านไว้กับแกได้”

“แหม...มีเหตุนิดหน่อยน่ะพ่อ ว่าแต่...แล้วทำไมพ่อต้องให้ผมถ่วงเวลาแอร์ให้ด้วย มีอะไรเกี่ยวกับแอร์หรือเปล่า แล้วนี่พ่อรู้ได้ยังไงว่าผมปล่อยแอร์กลับบ้านไปก่อน”

“ฉันรู้ก็แล้วกันน่า”

ท่าทางแปลกๆ ไม่ยอมสบตาและอธิบายอะไรเหมือนเคยของพ่อ ทำให้แดงมะกล่ำสงสัย แต่ไม่ทันได้สรตะอะไร บิ๊กเจ๋งก็โผล่มาขัดจังหวะ พร้อมกับข่าวร้ายเรื่องโกดังร้าง

“ขอโทษครับนาย เราคงเสียของลอตนี้ทั้งหมด พวกตำรวจมัน...”

“ฉันว่าเราไว้ใจผู้กองชาตรีไม่ได้แล้ว ไปตามตัวมันมาพบฉัน!”

ระหว่างที่ดำมะกอกแก้ไขสถานการณ์...คฑายังนอนพักที่โรงพยาบาล โดยมีภรรยาและลูกเลี้ยงสาวนั่งเฝ้า แต่กระนั้น...ความสงบก็อยู่ด้วยไม่กี่อึดใจ ไลล่าก็หัวเสียยกใหญ่ เมื่อถูกแม่ซักไซ้ถึงแดงมะกล่ำ

“แดงเป็นเพื่อนค่ะ...นี่คุณแม่ต้องการจะพูดอะไรให้คุณพ่อไม่สบายใจใช่หรือเปล่าคะ”

“แม่เขาก็แค่ถาม ทำไมถึงคิดว่าพ่อจะไม่พอใจล่ะ” คฑาอดไม่ได้ ต้องช่วยไกล่เกลี่ย

“ก็ชอบหาว่าไลล่าไม่รักดี”

“ลูกก็เอาแต่พูดแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เอาคำพูดคนอื่นมาคิดเอง กังวลเอง แต่ยังไงพ่อก็ไม่เห็นด้วย ที่ไลล่าจะไปไหนต่อไหนกับผู้ชายค่ำๆมืดๆ”

“แต่เขาเป็นคนเดียวที่ไลล่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ และเข้าใจหัวอกไลล่ามากที่สุด”

“พ่อว่าบ้านเรานี่แหละเข้าใจลูกมากที่สุด คืนนี้ห้ามออกไปไหน พ่อจะสั่งยึดกุญแจรถลูกเอาไว้!”

ooooooo

อาการของแคล้วโคม่ามากแล้ว แต่ยังมีสติขอให้พยาบาลตามตัวณัฐเดชมาสั่งเสียเป็นการส่วนตัว วรมัยหรือแอร์พอร์ทประสาทเสียมาก อยากรู้แทบขาดใจว่าพ่อบอกอะไรกับตำรวจหนุ่มบ้าง จนเมื่อเขากลับออกมา ก็ยังไม่รู้เรื่อง เพราะตนต้องไปคุยกับพ่อเป็นครั้งสุดท้าย

แคล้วมองลูกสาวคนเดียวด้วยแววตารักและอาลัยสุดหัวใจ ก่อนจะรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายสั่งเสียเรื่องสำคัญ

“ฟังพ่อดีๆนะแอร์ ลูกคือผู้ถูกเลือก ลูกมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ ต้องตามหาพญาเหล็กไหลกลับมาอยู่รวมกันให้ได้ มีลูกคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ ลูกต้องฝึกควบคุมพลังในตัว และฝึกที่จะควบคุมพลังของเหล็กไหลทั้งหมด”

แอร์พอร์ทน้ำตาไหลพราก ส่ายหน้าแรงๆ ไม่อยากให้พ่อพูดอีก แต่แคล้วก็ฝืนพูดต่อจนได้

“พ่อผิดคำสาบานกับหลวงตา ถึงต้องมีอันเป็นไปพ่อขายเหล็กไหลของพ่อให้คนเลว ลูกต้องตามกลับมาให้ได้”

“แล้วแอร์จะไปตามหาที่ไหนล่ะพ่อ”

แคล้วไม่ทันตอบ ก็กระอักเลือดออกมาก่อนสัญญาณชีพจรร้องเตือนเสียงดัง หมอกับพยาบาลเลยเข้าไปกันเธอออกจากห้อง ณัฐเดชรีบรับตัวสาวห้าวไว้ กอดปลอบให้ทำใจ เมื่อเห็นว่าแคล้วอาการไม่ดีเลย...

ดำมะกอกร้อนใจมาก แต่ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดหรือเป็นห่วงอดีตเพื่อนเก่า แต่กลัวจะไม่รู้ที่อยู่ของนางพญาเหล็กไหลมากกว่า ว่าถูกซ่อนไว้ที่ไหนหรืออยู่กับใคร!

บิ๊กเจ๋งรู้ใจเจ้านายดีว่าเป็นกังวลเรื่องไหน เลยอาสาไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่โรงพยาบาลให้

“เฝ้าไว้ก่อนที่จะเปิดปากอะไรซัดทอดมาถึงฉันได้”

“มันรู้แค่ว่านายคือดำมะกอก แต่ตอนนี้นายคือคุณดนัย ยังไงก็สาวมาไม่ถึงตัวนายท่านหรอกครับ”

ดำมะกอกพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย “จริงสิ...ต่อไปนี้คนที่รู้จักฉันที่เป็นดำมะกอกก็เหลือแต่ไอ้แคล้วคนเดียว ยังไงฉันต้องเข้าถึงตัวมันก่อนตำรวจ ฉันกับมันยังมีเรื่องต้องสะสางกันอีกเยอะ!”

แคล้วทนพิษบาดแผลและอาการบาดเจ็บภายในเพราะอาคมของดำมะกอกไม่ไหว ขาดใจตายในเวลาต่อมา แอร์พอร์ทร้องไห้โฮ เสียใจมากที่ต้องสูญเสียพ่อแบบไม่ทันตั้งตัว ณัฐเดชสงสาร กอดปลอบ ให้กำลังใจและสัญญาหนักแน่น จะดูแลและปกป้องเธอแทนพ่อเอง

การตายของแคล้วหรือคำรบ อดีตเณรน้อยและศิษย์เอกของหลวงตาเอี่ยม สร้างความสงสัยหลายประการให้แก่พวกตำรวจ แต่คนที่อยากรู้ความจริงมากที่สุดก็หนีไม่พ้นแอร์พอร์ท ลูกสาวคนเดียว ซึ่งเชื่อว่าการตายของพ่อ อาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับเพื่อนเก่าที่ชื่อดำมะกอก

และเพื่อตามสืบเรื่องพ่อ แอร์พอร์ทเลยขอให้คฑากับคนอื่นๆ เก็บเรื่องการตายของพ่อไว้เป็นความลับ อย่าเพิ่งแพร่งพรายให้ใครรู้ เพราะไม่อยากให้คนร้ายไหวตัวหรือหนีไปเสียก่อน

หมวดจ๋าเข้าใจความรู้สึกของแอร์พอร์ทดี แต่ก็ไม่อยากให้ไปเสี่ยงคนเดียว

“จ๋าจะรอแถวหน้าห้องนะ เผื่อพวกมันจะกลับมา”

แอร์พอร์ทแววตาดุดัน “นั่นคือสิ่งที่แอร์รอ”

“ยังไงก็อย่าประมาทดีกว่า อย่าไปติดอยู่กับเกมของมัน”

“ทุกคนต้องมาลำบากเพราะแอร์”

“อย่าคิดมาก เธอเด็ดเดี่ยวมากรู้ไหม เก่งกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”

ระหว่างที่พวกตำรวจช่วยกันตามสืบเรื่องดำมะกอกอย่างลับๆ แดงมะกล่ำกับไลล่าก็แอบพบกันอีกจนได้ และครั้งนี้ความรู้สึกเหงาและอารมณ์อยากเอาชนะพ่อแม่ ก็ทำให้สองหนุ่มสาวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน

ไลล่านอนหลับซบอกแฟนหนุ่มหมาดๆ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อฝันเห็นภาพโจรโก้ พ่อแท้ๆถูกตำรวจวิสามัญ แดงมะกล่ำตกใจตื่นเพราะเสียงกรีดร้องของแฟนสาว จึงพยายามปลอบให้เธอคลายความกังวลใจ

“บางทีคุณอาจจะห่วงคุณพ่อมากเกินไป พ่อคุณเป็นตำรวจ อาจจะโดนยิงเมื่อไหร่ก็ได้”

ไลล่าตาวาว พลางคิดถึงความแค้นที่สั่งสมไว้มานาน

“ใช่...เขาอาจโดนยิงเมื่อไหร่ก็ได้”

“เหลวไหล พ่อคุณเก่งจะตาย ดังด้วย ผู้การมือปราบปืนโหด”

“เพราะงั้นเขาถึงโดนฆ่าจากใครก็ได้สักวัน...ใช่ไหมคะ”

“ไม่เอาน่า...อย่าคิดมาก...”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.