ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คงกระพันนารี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "วาววา" ฟันแทงไม่เข้า แท็กทีม "เคน" บู๊สนั่น "คงกระพันนารี"

ณัฐเดชเล่าเรื่องคดีที่เขาดูแล และเหตุการณ์จับโจรร้ายที่ทำให้เขาหัวเสียถึงตอนนี้ วรมัยหรือแอร์พอร์ทได้แต่รับฟังเงียบๆ ก่อนจะพูดถึงวิธีการตบตาตำรวจของมิจฉาชีพสมัยนี้

“ไม่แน่ว่าพวกคนร้ายอาจทำแบบที่พ่อเคยทำก็ได้ ทำหลักฐานว่าออกนอกประเทศ แต่ไม่ได้ออกจริง”

ตำรวจหนุ่มนิ่วหน้า แอร์พอร์ทเลยอธิบายให้ฟังง่ายๆ

“พ่อมีหนังสือเดินทางสองเล่ม ใช้เล่มแรกประทับ ตราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วเดินออกมา พออีกสามวันพ่อก็เดินทางอีกครั้งโดยใช้เล่มที่สอง คราวนี้บินไปจริงๆ และกลับตามกำหนดที่วางไว้”

“แปลว่าในสามวันนั้น หากพ่อคุณทำผิดอะไร ก็เอาโทษไม่ได้เพราะมีหลักฐานว่าอยู่ต่างประเทศ”

“ใช่...พ่อรับงานโจรกรรม บอกไปอย่างนี้ คุณจะย้อนกลับไปจับพ่อหรือเปล่า”

ณัฐเดชส่ายหน้า “ถ้าที่คุณเล่ามาสามารถนำไปจับกุมคนร้ายได้ แสดงว่าทำคุณไถ่โทษให้พ่อคุณ ว่าแต่ทำได้ยังไง เที่ยวบินต้องมีหลักฐานในคอมพิวเตอร์ชัดเจน”

“นั่นคือข้อเสียของคอมพิวเตอร์ พ่อตั้งใจทำอย่างนั้นเพื่อให้ชื่อปรากฏในนั้นไว้เป็นหลักฐาน ส่วนตอนเข้าไปอีกครั้ง ก็ใช้หนังสือเดินทางที่สะกดชื่อเพี้ยนจากเดิม เมื่อไปคนละสายการบิน คอมพ์ก็จับไม่ได้ นึกว่าเป็นคนละคนกัน”

“พ่อคุณนี่สุดยอด วันหลังต้องไปเรียนวิชาพวกนี้กับพวกท่านบ้างแล้ว...”

คืนเดียวกันที่บ้านเพียงเมืองกาญจน์...ดำมะกอกหรือชื่อใหม่ว่าดนัย บุกมาเค้นคอเมียเก่าอย่างเพียง ถึงเรื่องลูกชายคนโต ที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน แต่เธอก็ปากแข็ง ไม่บอก แถมตอกเสียงห้วน

“ไม่...เขาไม่ใช่ลูกแก เขาดีเกินกว่าจะมีพ่อเป็นสัตว์นรกอย่างแก”

“คนอย่างกูอยากได้อะไรก็ต้องได้”

“เหมือนที่อยากได้พญาเหล็กไหล จนเนรคุณผู้มีพระคุณงั้นเหรอ แกมันยิ่งกว่าเดรัจฉาน ฆ่าได้กระทั่งพระเจ้า”

“กูไม่ได้ทำ!”

“ไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใครไปได้”

“แค่บอกมาว่าลูกเป็นใคร อยู่ที่ไหน เอ็งก็จะไม่เจ็บตัว”

“วันนี้...แกไม่มีทางรู้ในสิ่งที่แกอยากรู้”

“มันต้องมีหลักฐานอะไรสักอย่างสิ”

พูดจบก็รื้อของทั่วห้อง เพียงเครียดมาก เริ่มหายใจติดขัด ต้องหายาพ่นเพื่อบรรเทาอาการกำเริบของโรคประจำตัว แต่ไม่ทันเจอก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงตวาดของดำมะกอกผัวเก่า

“เป็นไปได้ยังไง ใบเกิด รูปถ่าย สมุดผลการเรียน ไม่มีอะไรเลย!”

“ก็เพราะฉันรู้น่ะสิว่ามันต้องมีวันนี้ รู้ไว้เลยว่าไอ้พ่อสารเลวที่ทิ้งลูกเมียจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จะไม่มีวันที่ลูกฉันจะเรียกแกว่าพ่อแน่ๆ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไปให้พ้น!”

“กูไปแน่! แต่หลังจากที่มึงบอกมาว่าลูกชายกูเป็นใคร”

ooooooo

เพียงยอมตาย แต่ไม่ปริปากบอกความลับใดๆ เกี่ยวกับลูกชายคนเดียว ดำมะกอกหรือดนัยแค้นใจมาก ตัดสินใจฆ่าเมียเก่าอย่างเลือดเย็น ก่อนจะสั่งบิ๊กเจ๋งให้ตามสืบเรื่องลูกชายคนโต

กว่าณัฐเดชจะรู้เรื่องแม่อาการเพียบหนักก็เกือบไปไม่ทันเสียแล้ว เพราะดันรถเสีย ต้องแวะซ่อมอีกพักใหญ่ ดำมะกอกหรือดนัยผ่านมาเห็น ก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว อีกฝ่ายก็คือลูกชายคนโต

เพียงจากไปหลังจากได้เห็นหน้าลูกชายคนเดียว พร้อมกับคำสั่งเสียสุดท้ายไว้ว่าดำมะกอกคือตัวการเรื่องทั้งหมด ณัฐเดชเสียใจมาก และหมายมั่นปั้นมือจะต้องตามหาเบาะแสเกี่ยวกับคนชื่อดำมะกอกให้ได้

ด้านวรมัยหรือแอร์พอร์ท...นั่งสมาธิช่วยพ่อตามหาเงาเดรัจฉานจนเจอ และแคล้วก็ไม่รอช้า หาทางจับของเล่นทางไสยศาสตร์เพื่อทดลองบางอย่าง แอร์พอร์ทเห็นพ่อไม่กลัวพวกผีร้าย ก็อดแปลกใจไม่ได้ แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นสิ่งของที่ซ่อนอยู่ในนาฬิกาแขวนภายในห้อง

“พ่อซ่อนยันต์ปราบเงาเดรัจฉานไว้นี่เอง ถึงว่า...ไม่ยอมให้แอร์ยุ่งกับนาฬิกาพวกนี้ เอาไงพ่อ ลุยต่อเลยไหม”

“ยังไม่ได้ ยันต์นี่ยังไม่ครบส่วน พ่อต้องไปถามหาตรงส่วนที่ขาดจากพวกเล่นของดู ไม่แน่...อาจจะได้มาใหม่แบบเต็มผืน ครบเมื่อไหร่ พ่อจะเข้าไปจับมันออกมาเอง ลูกไม่ต้องยุ่งแล้ว”

“ได้ไง...พอรู้ทางเข้าทางออก ก็เฉดหัวอาสาสมัครทิ้งเลยนะ”

“บอกตามจริง ถ้าไม่จำเป็น พ่อไม่อยากให้ลูกมายุ่งเรื่องคุณไสยหรือมนต์ดำพวกนี้หรอกนะ นานวันมันจะเข้าตัวจนถอนไม่ออกเหมือนเพื่อนบางคนของพ่อ”

“ถ้าพ่อกลัวอย่างนั้น แล้วจะมาสอนแอร์ทำไม”

“มันจำเป็น...เพื่อป้องกันลูกจากสิ่งแย่ๆที่จะมาทำร้าย อย่าถามนะว่ามันคืออะไร เพราะพ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“แล้วเพื่อนพ่อที่บอกว่าใช้มนต์ดำจนถอนตัวไม่ออก คือใครเหรอ แอร์รู้จักหรือเปล่า”

“ดำมะกอก...คือชื่อที่ใช้เรียกในหมู่คนเล่นของ เขาเป็นเพื่อนร่วมสาบานที่พ่อไว้ใจมากที่สุด”

“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”

“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน เราขาดการติดต่อกันนานมาก...นานจนเขาอาจตายไปแล้วก็ได้”

ดำมะกอกหายสาบสูญจากชีวิตแคล้ว อดีตเณรน้อย ศิษย์เอกของหลวงตาเอี่ยม หรือชื่อใหม่ว่าคำรบ นานหลายปี แต่แท้จริงแล้ว ดำมะกอกไม่ได้หายไปไหนไกลเลย แต่วนเวียนไม่ใกล้ไม่ไกลนัก อย่างเช่นวันนี้ ที่แดงมะกล่ำ ลูกชายคนเล็กตามมาเฝ้าแอร์พอร์ทถึงวิทยาลัย

สองหนุ่มใหญ่ อดีตเพื่อนร่วมสาบานและศิษย์ร่วมสำนักหลวงตาเอี่ยมคลาดกันจนได้ เช่นเดียวกับแดงและแอร์พอร์ท ที่ไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอสถานการณ์แบบไหน หากวันหนึ่งความจริงเปิดเผยว่าพ่อแท้ๆของทั้งสองเป็นศัตรูกัน!

ooooooo

ไม่ใช่แค่แคล้วกับดำมะกอกที่มีความหลัง พจนารีก็มีอดีตฝังใจเรื่องลูกสาวที่เกิดกับแคล้ว ซึ่งจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ว่าเป็นตายร้ายดีเช่นไร

วรมัยหรือแอร์พอร์ท ไม่รู้ตัวว่าแม่แท้ๆกำลังคิดถึง มัวหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจู่ๆณัฐเดชก็หายหน้าหายตา ไม่โผล่มารับส่งเหมือนที่รับปากเป็นมั่นเหมาะก่อนหน้า แต่ที่แอร์พอร์ทไม่รู้ คือตำรวจหนุ่มต้องอยู่จัดการเรื่องงานศพแม่ที่เมืองกาญจน์ โดยมีคฑา หมวดจ๋าและนายตำรวจร่วมทีมคนอื่นอาสาช่วยงานอย่างแข็งขัน

ในที่สุดบิ๊กเจ๋งกับดำมะกอกก็สืบจนรู้ว่าแคล้วซ่อนตัวที่ไหน แต่ก็ไม่กระโตกกระตากออกไปให้เห็นหน้า ได้แต่ตามสืบจนรู้ว่าแคล้วกบดานในบ้านพักนอกเมืองกับวรมัยหรือแอร์พอร์ท ลูกสาวคนเดียว

“เด็กของเราบอกว่าไอ้แคล้วมักเก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปไหนโดยไม่จำเป็น ส่วนลูกสาวมัน นอกจากไปวิทยาลัยและโรงเรียนยูยิตสูแล้ว ก็ไม่ออกนอกเส้นทางเลยครับ”

“ดี...งั้นเอาตัวเด็กนั่นมา”

“แต่นายจำได้ใช่ไหมครับ ที่มือปืนเราบอกว่าลูกสาวของมันใช้มือบังกระสุน แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย”

“สั่งเด็กเราจัดเต็ม ใช้คนมือดีที่สุด จับลูกสาวมันมาให้ได้ ถ้ามันยิงฟันไม่เข้า แสดงว่าเหล็กไหลอยู่ในตัวเด็กนั่น บางทีเรื่องนี้อาจจะจบแบบที่ฉันไม่จำเป็นต้องฆ่าไอ้แคล้วก็ได้ อย่างน้อยฉันก็เคยร่วมสาบานเป็นเพื่อนกับมัน!”

ดำมะกอกหลับตาช้าๆก่อนจะดำดิ่งสู่ความทรงจำในอดีต เหตุการณ์ที่ทำให้เขาสาบานเป็นพี่น้องกับแคล้ว...

ตอนนั้นทั้งเขาและอีกฝ่ายออกจากวัดแล้ว กำลังอยู่ในวัยหนุ่ม อยากรู้ อยากเห็นและอยากลองดี และ

วันหนึ่งทั้งสองก็ได้รู้ว่าหลวงตาเอี่ยมเก็บตำรามนต์ดำไว้ในกุฏิ

“เอ็งแน่ใจนะว่าหลวงตามีจริงๆ” ดำมะกอกถามด้วยสีหน้ากระตือรือร้น

“แน่ใจสิ ข้าเคยเห็นหลวงตาเก็บล็อกไว้ตั้งแต่ข้าเป็นเณรโน่นแหละ”

“ถ้าเอ็งอยากได้อาคมมหาเสน่ห์ เอ็งต้องไปเอาสมุดใบลานมา มีมนต์ดำทุกวิชาอยู่ในนั้น”

“เอาวะ...อาคมมหาเสน่ห์จะช่วยให้พจนารีเลิกเมินข้าสักที”

ความหวังเรื่องพจนารี หญิงสาวที่ตัวเองหมายปอง ทำให้ไม่กี่วันหลังจากนั้นแคล้วก็ขโมยสมุดใบลานของหลวงตาเอี่ยมมาจนได้ ดำมะกอกรีบเปิดดูด้วยดวงตาเป็นประกาย

“เอ็งมาดูให้เห็นกับตาว่าจริงอย่างที่ข้าพูดหรือเปล่า”

“จริงด้วยว่ะ คาถามนต์ดำทั้งหลายถูกรวบรวมไว้ในนี้ทั้งหมดเลย อย่างนี้ข้าฝึกทุกวิชาเลยได้ไหม”

“ได้อยู่แล้ว แต่เพื่อไม่ให้ใครบอกความลับเรื่องนี้ เราสองคนต้องมากรีดเลือดเป็นเพื่อนร่วมสาบานกันก่อน”

ระหว่างที่ดำมะกอกรำลึกถึงความหลัง...ณัฐเดชเพิ่งกลับจากงานศพของแม่ และไปรับวรมัยหรือแอร์พอร์ทที่ร้านจักรยาน สองหนุ่มสาวทักทายและต่อปากต่อคำกันอย่างสนิทสนมโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะต้องพากันหนีตายแบบไม่คิดชีวิต เมื่อจู่ๆก็ถูกกลุ่มโจรไม่ทราบที่มาตามฆ่า!

ooooooo

กว่าณัฐเดชกับแอร์พอร์ทจะหลบจากกลุ่มคนร้ายได้ ก็สะบักสะบอมเต็มที แต่คนเจ็บมากที่สุด ก็คือตำรวจหนุ่ม เพราะดันโชว์แมนเอาตัวไปบังสาวห้าวจนไหล่หลุด!

แคล้วต้องช่วยปฐมพยาบาลและขยับไหล่คืนให้ ก่อนจะทิ้งให้สองหนุ่มสาวพูดคุยตามลำพัง แอร์พอร์ทเอาเจลประคบแผลมาให้ ณัฐเดชขอบใจเบาๆแล้วตัดสินใจบอกสาเหตุที่หายไปหลายวันเพราะแม่ตาย

วรมัยหรือแอร์พอร์ทตกใจมาก หายงอนเป็นปลิดทิ้ง ละล่ำละลักถามใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น

“โดนบุกถึงบ้านโดยไม่มีสาเหตุ ของมีค่าอยู่ครบ”

“แล้ว...คุณพอนึกออกบ้างไหมว่าท่านมีศัตรูอะไรที่ไหน”

“ท่านอยู่อย่างสงบ ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใครที่ไหนหรอกครับ”

“แล้วคุณเป็นอย่างไรบ้าง ไหวไหม”

“ไม่ไหวก็ต้องไหว”

“ฉันรู้ว่าคุณไหว คุณถึงมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ แล้วก็แข็งแรงขนาดปกป้องฉันได้ คุณเก่งมากเลย เป็นฉันคงทำไม่ได้”

คำพูดปลอบโยนและให้กำลังใจของเธอ ทำให้ณัฐเดชถึงกับน้ำตาคลอ จนต้องเอ่ยขอบใจเธออีกครั้ง

แอร์พอร์ทยิ้มให้บางๆ “ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ คุณช่วยชีวิตฉันไว้ ในเวลาแบบนี้คุณยังทำหน้าที่ได้ดี แม่คุณมองลงมาต้องภูมิใจมากแน่ๆ ที่ลูกชายเข้มแข็งขนาดนี้”

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก ความสัมพันธ์ที่ตั้งต้นแบบไม่ดีนัก ค่อยๆเพิ่มความไว้วางใจ และความสนิทสนมกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“พรุ่งนี้ผมมารับจริงๆนะ”

“รู้แล้วน่า บอกเป็นครั้งที่เจ็ดละ คุณพักผ่อนเยอะๆแล้วกัน”

“ผมชอบ...เวลาคุณอ่อนโยนแบบนี้”

แอร์พอร์ทหน้าแดง เขินจัดจนต้องไล่เขากลับเพื่อกลบเกลื่อนอาการ แล้วผลุนผลันเข้าบ้านไป ทิ้งให้ณัฐเดชมองตามขำๆ เริ่มรู้สึกอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ว่าสาวห้าวคนนี้ก็มีมุมน่ารักกับเขาเหมือนกัน...

ค่ำคืนหลังเหตุการณ์วิ่งหนีคนร้ายจบลงด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพและความอ่อนล้า วรมัยหรือแอร์พอร์ทเข้านอนทันที ก่อนจะตื่นเช้าวันใหม่พร้อมความสดใส แต่พลันก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อเห็นเงาเดรัจฉานในห้องนาฬิกาของพ่อ!

ooooooo

เงาเดรัจฉานอาละวาดและคำรามใส่วรมัยหรือแอร์พอร์ท เหมือนจะขู่ให้หญิงสาวผู้มาใหม่หลบออกไปให้พ้น แต่แคล้วหรือคำรบคิดว่าไม่น่าใช่สาเหตุนั้น แต่เป็นเพราะดวงตาสีน้ำเงินสดของลูกสาวคนเดียวมากกว่า

“ไปใส่คอนแทกเลนส์ซะ ดูเหมือนมันจะไม่ชอบตาสีนี้ของลูก”

แอร์พอร์ทผละไปทันที แคล้วเลยหันมาพูดกับเงาเดรัจฉานนิ่งๆ

“อย่าโกรธกันเลย หลังจากทดสอบเสร็จแล้ว เราจะปล่อยเจ้ากลับไป ไม่นานหรอก!”

วันเดียวกันที่หน้าบ้านแคล้ว...สองพ่อลูกมัวสนใจแต่เงาเดรัจฉาน เลยไม่ทันรู้ตัวว่ามีกลุ่มคนน่าสงสัยลอบสังเกตการณ์อยู่ บิ๊กเจ๋งกับพวกนั่นเองที่แอบมาสำรวจบ้านของแคล้วแล้วโทร.ไปรายงานดำมะกอก

“บ้านไม่มีคนอยู่ แต่เหมือนมีพลังงานบางอย่างวนเวียนเฝ้าแถวทางเข้า ดูท่าเพื่อนของนายจะมีวิชาพอตัว”

“คงเป็นของเด็กเล่นไว้หลอกพวกหัวขโมย เอาของที่ฉันให้แขวนคอ รับรองว่าของพวกนั้นได้หนีเตลิดแทบไม่ทัน”

วรมัยหรือแอร์พอร์ทออกไปเรียนและทำงานจนค่ำมืด ก่อนจะรีบกลับมาบ้านในตอนค่ำ แล้วพบว่าพ่อของตัวเองนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจที่กลางห้องนาฬิกา!

ขณะที่แอร์พอร์ทวิ่งวุ่นพาพ่อส่งโรงพยาบาล...แดงกับไลล่าก็สานสัมพันธ์กันมากขึ้น ผ่านชั้นเรียนลีลาศ ที่ทั้งสองวนเวียนมาเจอกันแทบทุกวันในระยะหลัง แต่คงเพราะสนิทสนมกันเร็วเกินไป แดงเลยมีเรื่องกับนักเลงเจ้าถิ่น โทษฐานก้อร่อก้อติกกับแฟนเก่าอย่างไลล่า!

ฉัตรรับหน้าที่ออกโรงแทนแดงเหมือนเคย และแม้จะสู้ชนะ แต่ทั้งสามก็ต้องขึ้นโรงพักเวลาต่อมา โดยมีณัฐเดชเป็นผู้รับผิดชอบคดี ฉัตรหน้าเสีย กลัวถูกพ่อตำหนิอีก แต่ไม่กี่อึดใจต่อมา ก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อณัฐเดชเอ่ยทาบทามให้เขาสมัครเรียนโรงเรียนตำรวจ เพราะเห็นหน่วยก้านดี น่าจะบู๊เก่ง

ส่วนไลล่ากวาดตามองรอบๆโรงพักด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้รู้ตัวว่าจะถูกพ่อแม่ตำหนิ โทษฐานก่อเรื่องโดยตั้งใจ แต่ก็ไม่ค่อยสำนึกหรือสะทกสะท้านมากนัก เพราะรู้ดีว่าทั้งสองคงให้อภัยเธอเหมือนเคยแน่ๆ

แดงมะกล่ำเป็นคนเดียวที่เริ่มใจไม่ดี แต่เมื่อเห็นหน้าณัฐเดชที่มองมานิ่งๆ ก็อดกวนประสาทไม่ได้

“พี่ชายนั่นเอง ชาติก่อนเราคงเป็นพี่น้องกันจริงๆละมั้ง ถึงได้เจอกันอีก”

“ถ้ามีน้องอย่างนาย ฉันคงปวดหัวแย่”

“นิดหน่อยน่า พอเป็นสีสัน”

“เดี๋ยวฉันจะโทร.หาพ่อนายนะ ต้องมีผู้ปกครองมารับกลับ”

“โอย...ไม่เอาหรอกหมวด พ่อเจอผมสภาพนี้ โดนด่ายับแน่”

ณัฐเดชยิ้มเยาะ ก่อนจะตอกเสียงเข้ม “ก็นั่นแหละที่ฉันอยากให้เป็น ควรโดนซะบ้าง ไม่รู้ล่ะ...คราวก่อนก็ให้พ่อนายฉัตรมารับ คราวนี้ฉันขอเจอหน้าพ่อนายตัวเป็นๆสักที!”

แดงมะกล่ำทำหน้าเหม็นเบื่อ ก่อนจะยิ่งทำหน้าเซ็งเมื่อได้ยินเสียงตำรวจหนุ่มคุยกับพ่อ

“เขามีเรื่องในผับนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรมาก แต่คุณต้องมารับเขาด้วยตัวเอง”

“ทำไมผมถึงต้องไปเอง ก็ให้ลูกน้องผมไปรับก็ได้ ทำไมต้องเรื่องมากขนาดนั้น”

“ยังไงรบกวนคุณดนัยมารับลูกชายคุณด้วยตัวเองดีกว่า อีกอย่าง...ผมอยากเจอคุณด้วย”

แดงมะกล่ำไม่รู้ว่าพ่อตอบว่าอะไร แต่สำเนียกได้ว่าคงไม่ดีแน่ เพราะเห็นตำรวจหนุ่มวางสายนิ่งๆหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ โดยไร้วี่แววหวาดระแวงหรือหวาดวิตกอย่างที่เคยเห็นมาตลอดชีวิต

ooooooo

หลังวางสายจากดำมะกอกหรือดนัยพ่อของแดงมะกล่ำ ณัฐเดชก็โทร.หาวรมัยหรือแอร์พอร์ท ให้มาช่วยเรื่องคดีของสองพ่อลูกผู้มีอิทธิพล แต่กลับต้องเป็นฝ่ายหน้าตื่นเสียเอง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าพ่อหยุดหายใจ!

ณัฐเดชรุดไปโรงพยาบาลทันทีหลังจากนั้น พร้อมกับข่าวร้ายจากหมอว่าแคล้วหรือคำรบตายแล้วจริงๆ วรมัยหรือแอร์พอร์ทเสียใจมาก ทำอะไรไม่ถูก จนเขาใจอ่อนยวบ ต้องปลอบให้ทำใจและอาสาพาไปส่งบ้าน

สองหนุ่มสาวถึงบ้านแคล้วในเวลาต่อมา ก่อนจะได้ตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นแคล้วตัวเป็นๆอยู่ที่นั่น!

วรมัยหรือแอร์พอร์ทหน้าซีดเผือด คิดเอาเองว่าพ่อตายแล้วเป็นผีมาหลอก

“พ่อตายแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ต้องห่วงแอร์จนไม่ไปผุดไปเกิดเลยนะ”

“ตายที่ไหนกัน เมื่อกี้ตื่นมาเห็นว่าอยู่ในห้องดับจิตยังตกใจ ดีนะไม่มีคนเฝ้า ไม่งั้นคงหนีออกมาไม่ได้”

ณัฐเดชนิ่วหน้าสงสัย ไม่อยากเชื่อ แคล้วกลัวความลับเรื่องเงาเดรัจฉานจะรั่วไหล เลยเฉไฉแก้ตัวว่าเป็นโรคประจำตัวบางอย่าง เลยทำให้เข้าใจผิด ก่อนจะส่งสายตาให้ลูกสาวคนเดียวหาทางพาตำรวจหนุ่มออกจากบ้าน

แม้จะคาใจไม่น้อย แต่เมื่อเห็นว่าสองพ่อลูกไม่อยากเล่าและไม่เป็นอะไรมาก ณัฐเดชเลยยอมกลับไปทำงานที่โรงพัก วรมัยหรือแอร์พอร์ทมองตามนิ่งๆ ก่อนจะรีบไปหาพ่อทันทีหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ

“บอกได้หรือยัง แอร์เห็นพ่อตาย เพราะโดนเงาเดรัจฉานกัด แต่ทำไมพ่อถึงฟื้นมาได้อีก”

“นี่แหละอาวุธของเงาเดรัจฉานที่น้อยคนจะรู้”

“อาวุธอะไรพ่อ”

“พิษของมันสามารถทำให้คนเราเหมือนตายได้ทันทีเลย”

“เหมือนตาย...แปลว่าไม่ตายน่ะสิ แล้วมันยังไงล่ะ”

“ก็หัวใจหยุดเต้น ร่างกายจะเหมือนปิดสวิตช์ทุกอย่าง เหมือนคนตายดีๆนี่เอง แต่อีกสามสี่ชั่วโมงก็ฟื้น”

“พ่อเอาตัวเองมาทดลองเรื่องโง่ๆแบบนี้ทำไมรู้ไหมว่าแอร์ทุกข์ใจแค่ไหนที่ช่วยพ่อไว้ไม่ได้”

“อย่าโกรธเลยลูก ถือว่าเป็นการซ้อมรับมือเมื่อถึงวันที่พ่อต้องจากไปจริงๆ”

“พ่อเห็นเป็นเรื่องสนุก แต่แอร์ไม่ชอบ!”

พูดจบก็เดินหนี แคล้วมองตามเครียดๆ รอจนลูกสาวใจเย็นลง จึงเข้าไปอธิบายเหตุผล

“พ่อจำเป็นต้องทดลองใช้พิษของเงาเดรัจฉาน เพื่อหาทางนำพิษของมันมาใช้งาน”

“พ่อจะใช้มันทำอะไร”

“เวลาคับขัน การแกล้งตายเป็นทางรอดที่ดี”

“หวังว่าแอร์คงไม่ต้องใช้มัน พรุ่งนี้...พ่ออย่าลืมไปจ่ายค่าเทอมให้แอร์นะ”

“แค่จ่ายค่าเทอม ทำไมต้องให้ผู้ปกครองไปด้วย”

“มันเป็นระเบียบของวิทยาลัย อาจารย์ประจำชั้นต้องการรู้จักกับผู้ปกครองของนักศึกษา”

“จะรู้จักทำไม ลูกเราเป็นเด็กดี ไม่มีเรื่องกับใคร น่าจะเรียกเฉพาะผู้ปกครองนักเรียนเกเร”

“เอาน่าพ่อ เขาให้ไปก็ไปเถอะ เขาอุตส่าห์รับแอร์ที่โผล่มากลางเทอมแบบนี้ก็บุญแล้ว ไปนะพ่อนะ”

แคล้วคิดนิดเดียวก็รับปาก แม้จะไม่ชอบไปเจอใคร แต่เมื่อคิดว่าตนเองก่อเรื่องให้ลูกสาวหนักใจไม่น้อย เลยยอมรับปากแกนๆ โดยไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะต้องเจอเรื่องไม่คาดคิด!

ooooooo

ณัฐเดชกลับถึงโรงพักก็ต้องรับมือกับท่าทีกวนประสาทของแดงมะกล่ำ แต่อะไรก็ไม่น่าหงุดหงิดเท่าสายตาของดนัยหรือที่เขายังไม่รู้ชื่อจริงว่าดำมะกอก ที่พยายามจับจ้องเขาตลอดการพูดคุย

และถึงจะคุยธุระเรื่องลูกชายจบแล้ว แต่ดนัยหรือดำมะกอกก็ไม่ยอมจบ ตื๊อชวนณัฐเดชไปกินข้าวด้วยเพื่อขอบคุณ แต่ก็ถูกปฏิเสธ แดงมะกล่ำเฝ้ามองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความไม่ชอบใจ และในที่สุดก็ทนไม่ไหว ต้องโพล่งออกไปอย่างเหลืออดทันทีที่ลับร่างตำรวจหนุ่ม

“ผมว่าพ่อสนใจไอ้หมวดนั่นมากไปหรือเปล่า”

“อาชีพอย่างพ่อ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเป็นมิตรกับตำรวจ แล้วทำไมพ่อถึงจะสนใจเขาไม่ได้”

“แต่ผมไม่ชอบหน้ามัน ขี้เก๊กอย่างนั้นถือว่าเป็นตำรวจหรือไง”

“ถ้าแกคิดจะทำตัวเกกมะเหรกเกเรแบบนี้ ก็ควรจะคบตำรวจไว้บ้างนะ”

แดงมะกล่ำแยกตัวกลับกับพ่อแล้ว ไลล่าก็กลับบ้านเช่นเดียวกัน พร้อมกับถูกจับไปยืนสำนึกผิด ให้สารภาพความจริงว่าเกิดเรื่องอะไรกันแน่ คฑาอ่อนใจมาก แต่ไม่อยากซักไซ้ให้เสียอารมณ์ เพราะรู้ดีว่าลูกเลี้ยงสาวมีปมเรื่องไม่ใช่ลูกในไส้ เลยได้แต่ปล่อยให้พจนารีจัดการแบบขอไปที

เช้าวันต่อมา...นักศึกษาวิทยาลัย พร้อมกับผู้ปกครองมารวมตัวกัน เพื่อจ่ายค่าเทอมตามกำหนด แคล้วหรือคำรบมาช้าจนลูกสาวอดหวั่นใจไม่ได้ แต่สุดท้ายพ่อก็มาถึง ท่ามกลางความโล่งใจของเพื่อนลูกสาวทุกคน

แดงมะกล่ำไม่ได้เรียนที่วิทยาลัยนี้ แต่ต้องมารายงานตัวพร้อมกับดำมะกอกหรือดนัย เพราะดันมีเรื่องกับนักศึกษาสถาบันนี้เมื่อหลายวันก่อน ดำมะกอกอยากจะเป็นบ้าตาย เบื่อเหลือเกินกับพฤติกรรมเหลวไหลของลูกชาย

“แกมีเรื่องกับเด็กที่นี่...ดูสภาพแล้วไม่คู่ควรเลย ทำไมฉันต้องเสียเวลามาเซ็นเอกสารบ้าบอนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“แหม...พ่อ ผมเป็นลูกพ่อนะ ใครมาหยามง่ายๆได้ยังไง”

“ริจะเป็นนักเลง ก็ต้องฉลาดกว่านี้ จำไว้ไอ้ฉัตร ครั้งต่อไปอย่าทำแบบโง่ๆอีก”

สั่งสอนลูกชายจบ ก็หันไปกำชับฉัตร ซึ่งมาตามประกบแดงมะกล่ำเหมือนเคย ก่อนจะได้เบิกตาโพลง เมื่อได้เห็นแคล้วหรือคำรบ อดีตเณรน้อยและพี่น้องร่วมสาบานเดินมาจากอีกมุม!

ดำมะกอกเข้าไปหลบในรถเพื่อสังเกตการณ์พร้อมกับบิ๊กเจ๋ง ปล่อยให้แดงมะกล่ำไปทักทายแคล้วหรือคำรบอย่างนอบน้อมเกินเหตุ วรมัยหรือแอร์พอร์ท ไม่มีทางเลือก ต้องแนะนำให้เพื่อนหนุ่มรู้จักกับพ่อ

“ชื่อแดงมะกล่ำหรือ...ชื่อคล้ายเพื่อนอาเลย”

แดงมะกล่ำนิ่วหน้า แคล้วเลยบอกว่าเพื่อนรักของเขาชื่อดำมะกอก

“พ่อผมชื่อดนัยครับ”

แอร์พอร์ทไม่อยากให้พ่อคุยกับแดงมะกล่ำเกินความจำเป็น เลยพยายามลากตัวแยกออกไป ซึ่งแคล้วก็รู้ทัน และอดไม่ได้จะเปรยลอยๆหลังจากนั้น

“คนที่จะมาเป็นลูกเขยพ่อ พ่อต้องแน่ใจว่าปกป้องดูแลลูกได้ แต่ดูจากเพื่อนลูกเมื่อกี้แล้ว...”

“บอกแล้วไงว่าเป็นเพื่อน พ่อคิดไปถึงไหนเนี่ย”

“งั้นก็แล้วไป ว่าแต่ลูกมีใครในใจแล้วหรือยัง”

“ยังเรียนอยู่ ไปคิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง แล้วพ่อว่า ถ้าแอร์จะมี ควรมีแบบไหน”

“ก็ใครที่แอร์มีปัญหาแล้วแอร์คิดถึงเป็นคนแรก ก็คนแบบนั้นแหละ”

จู่ๆภาพในหัวก็มีหน้าณัฐเดชลอยมา จนแอร์พอร์ท ต้องพูดปัดเก้อๆ

“คนแรกที่แอร์นึกถึงก็มีแต่พ่อน่ะสิ!”

ooooooo

ณัฐเดชแวะมารับวรมัยหรือแอร์พอร์ทที่วิทยาลัยเวลาต่อมา สาวห้าวตั้งท่าจะปฏิเสธ เพราะเขินและกลัวพ่อจับผิด แต่แคล้วหรือคำรบกลับตอบรับแทนง่ายๆ ตำรวจหนุ่มเลยไม่ต้องคอยเก้อ

ดำมะกอกหรือดนัยแอบมองทุกอย่างจากในรถ และอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อเห็นณัฐเดช ตำรวจหนุ่มที่ถูกชะตาด้วย มีท่าทางคุ้นเคยกับครอบครัวแคล้วเป็นอย่างดี

บิ๊กเจ๋งมองตามเจ้านายหนุ่มแล้วพยักหน้าช้าๆ รู้ดีว่าต้องตามสืบเรื่องนี้ต่อ จะต้องรู้ให้ได้ว่าคนพวกนี้รู้จักกันได้อย่างไร

ฝ่ายไลล่า...ไม่ยอมกลับบ้าน หมกตัวในชั้นเรียนลีลาศและออกไปเดินเล่นในห้าง เพราะไม่อยากเจอญาติของพ่อเลี้ยงที่แวะมาทานข้าวด้วย คฑากับพจนารีเข้าใจดีและไม่ได้ห้าม แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้

“ทำยังไงเราถึงจะแก้ปมด้อยเรื่องนี้ให้ลูกได้”

“บอกให้ญาติๆคุณเลิกดูถูกสิคะ พจก็เบื่อที่พูดว่าเป็นกาฝาก ลูกเสือลูกตะเข้ พูดมาเป็นสิบปีแล้ว ยังไม่เลิก”

“ทำไงได้ พวกเขาดันรู้ว่าพ่อแท้จริงของลูกเป็นใคร ยิ่งห้ามก็จะมีแต่ทะเลาะกัน”

“ถ้าอย่างนั้นก็ยอมรับสภาพที่ลูกเป็นแบบนี้ต่อไป ละกัน!”

ระหว่างที่พ่อแม่เลี้ยงเถียงกันหน้าดำหน้าแดง...

ไลล่าก็ยิ้มระรื่นกับโทรศัพท์มือถือ เมื่อต่อสายถึงแดง-มะกล่ำ และร้องขอให้เขามาทานมื้อเย็นด้วย ฉัตรได้ยินว่าเจ้านายหนุ่มจะไปเจอสาวตามลำพังก็ไม่เห็นด้วย กลัวจะมีเรื่องอีก แต่แดงมะกล่ำกลับเข้าใจไปอีกทาง ว่าบอดี้การ์ดหนุ่มอยากตามไปเป็นก้างขวางคอ

“เฮ้ย...ได้ไง! ฉันไปกับสาว เผื่อต้องไปที่เฉพาะกันสองต่อสอง แกไปไม่ได้หรอก”

“แต่ผมว่าคุณไลล่าเขาคงไม่ใช่ผู้หญิงที่ใครจะมีอะไรได้ง่ายๆหรอกมั้งครับ”

“ไม่ง่ายแล้วจะมาอ่อยกันขนาดนี้ได้ไง”

“แต่นายคงไม่ชอบ ถ้าผมไม่อยู่กับคุณแดง”

“ก็อย่าให้รู้สิวะ โง่ไปได้ เอากุญแจมา!”

เวลาเดียวกันที่โรงยิมของกรมตำรวจ...หลังจากส่งแคล้วหรือคำรบกลับบ้าน ณัฐเดชก็พาวรมัยหรือ

แอร์พอร์ทมาส่งโรงยิมเพื่อสอนยูยิตสูเหมือนเคย แล้วที่นี่เอง เขาก็มีโอกาสได้ประลองฝีมือเทควันโดกับเธอเป็นครั้งแรก

หมวดจ๋าตามมาสังเกตการณ์ด้วย และก็อดไม่ได้ ต้องถามให้แน่ใจอีกครั้ง

“แน่ใจนะว่าจะสู้เทควันโดกับแอร์”

“ทำไงได้ ผมบอกว่าสู้ยูยิตสูไม่เป็น ถนัดแต่เทควันโด เธอดันท้าสู้เทควันโดกับผม”

แล้วผลการประลอง ก็ทำให้หมวดจ๋าหัวเราะไม่หยุด เมื่อเห็นเพื่อนหนุ่มหมดท่า

“เลิกขำสักที หัวเราะตั้งแต่โรงยิมจนถึงนี่ ยังไม่เลิกขำ”

“ทำไมล่ะ ก็จ๋าไม่เคยเห็นหมวดเสียท่าขนาดนี้ เป็นแต่มวยวัดก็ไม่บอก ไปท้าสู้เทควันโดกับแอร์”

แอร์พอร์ทมาทันได้ยินประโยคนี้พอดี เลยแกล้งเยาะเย้ย

“ถ้าท้าสู้แบบมวยวัด แอร์คงสู้คุณไม่ได้ ดีแล้วล่ะที่เลือกเทควันโด ถ้าเป็นยูยิตสูล่ะก็น่วมกว่านี้”

“เล่นไม่ให้ใส่เครื่องป้องกันมันก็น่วมน่ะสิ ผมว่าคุณสู้แบบผิดกติกาแน่ๆ”

“แล้วคุณรู้กติกาหรือ”

“เพราะไม่รู้น่ะสิ ถึงโดนคุณหลอกจนแพ้ไง ปากเจ่อ อย่างนี้ไม่รู้จะกินก๋วยเตี๋ยวได้หรือเปล่า”

หมวดจ๋าส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาถามถึงแคล้ว

“ได้ยินท่านรองพูดถึงพ่อของแอร์ ทำให้พี่อยากรู้จัก พอดีกำลังสนใจเรื่องไสยศาสตร์”

“แอร์ก็อยากพาไปรู้จักหรอกนะ แต่พ่อเป็นติสต์น่ะ มีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยคบกับใคร”

“เห็นท่านรองบอกว่าพ่อคุณเจาะเข้าหาคนที่ใช้วิชาปอบหยิบยังไม่ได้” ณัฐเดชแซวยิ้มๆ

“ผีปอบ ไม่ใช่ปอบหยิบ พูดแบบนี้เดี๋ยวน้องเขาก็งง”

แอร์พอร์ทสั่นหน้า ไม่ถือสาคำพูดแซวของตำรวจหนุ่มเลยแม้แต่น้อย “ไม่งงหรอกค่ะ ชินแล้ว พวกพูดไม่ได้ศัพท์ เรื่องของพ่อแอร์ ยังไม่ได้เจอท่านเลยยังไม่รู้ แต่ฝีมือระดับพ่อ ไม่น่ามีใครรอดไปได้นะ...”

ooooooo

แดงมะกล่ำมาเจอไลล่าที่ร้านอาหารจนได้ พูดคุยและหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม ถึงเนื้อถึงตัว จนใครๆก็มองออก ว่าสองหนุ่มสาวมีความสัมพันธ์ประเภทไหน

“แดงดูแมนและอบอุ่นมาก”

“นี่คุณเป็นคนแรกเลยนะที่บอกว่าผมแมน อบอุ่น ...ใครๆก็ว่าผมไม่เอาไหน ไร้สาระไปวันๆ โดยเฉพาะพ่อ”

“ไม่จริงซะหน่อย คุณออกจะเข้มแข็งปกป้องดูแลไลล่าได้ ดูอย่างเมื่อคืนสิ คุณเท่มากเลยนะคะ”

“ผมไม่ชอบเห็นใครรังแกผู้หญิง”

“น่ารักที่สุดเลย เออ...ว่าแต่ว่ากิจการที่บ้านคุณ ทำอะไรเหรอคะ ถึงได้รวยมหาศาลขนาดนี้”

“พ่อผมทำธุรกิจเกี่ยวกับปืน นำเข้าส่งออกอะไรเนี่ยแหละ ผมก็ไม่เคยไปกับพ่อ พ่อชอบหาว่าผมไม่เก๋าเกม”

“น่าสนใจจังนะคะ งั้นถ้าไลล่าอยากได้ปืนสักกระบอก คุณก็หาให้ได้ง่ายๆเลยน่ะสิคะ”

ไลล่าสบตาหวาน ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ยิ่งกล้าแสดงความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจ และแดงมะกล่ำก็ชอบใจเป็นบ้า ประสานสายตาด้วยไม่หลบ พร้อมกับฝันไปไกลว่าคืนนี้คงยาวนานกว่าที่คิด!

หลังซ้อมกันอย่างหนักหน่วง...ณัฐเดชก็ฉวยโอกาสถามเรื่องที่คาใจ ว่าครอบครัวของเธอมีเรื่องกับใครหรือเปล่า ถึงได้มีคนไปดักสังเกตการณ์หน้าบ้าน วรมัยหรือแอร์พอร์ทหน้าขรึมลง เขาเลยต้องชี้แจง

“ผมว่ากลิ่นมันไม่ค่อยดี ที่จริงวันนี้ผมตั้งใจจะมาคุยกับพ่อคุณจริงๆจังๆว่ามันมีอะไรกันแน่ แต่เห็นว่ามีธุระเลยเอาไว้ก่อน ว่าแต่พ่อคุณไปทำอะไรแถวย่านร้านขายปืนน่ะ”

“พ่อฉันจะไปหาเพื่อนน่ะ พ่อบอกเป็นเพื่อนสนิทพ่อ ตั้งแต่สมัยอยู่ที่เมืองกาญจน์ แต่ฉันก็จำไม่ได้หรอก”

“เพื่อนสนิทคุณคำรบสมัยอยู่เมืองกาญจน์น่ะหรือ...”

แอร์พอร์ทพยักหน้ารับ ณัฐเดชได้แต่ครุ่นคิดตาม เป็นไปได้แค่ไหนว่าเพื่อนของแคล้วจะเป็นคนที่เขาตามหา...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.