ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลรักลวงใจ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

กลรักลวงใจ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

รวินท์วรกานต์หรือบัว ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงงานซีอิ๊วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อแอบได้ยินเสี่ยเพชรผู้เป็นพี่ชายพูดโทรศัพท์กับรัญ เลขานุการเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปราก ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเรื่องขอให้ส่งผู้หญิงไปให้ที่ปรากด่วน

รัญเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่ที่บัวแอบหลงรักมาตั้งแต่ยังเด็ก และไม่ได้เจอกันนานถึง 12 ปี ด้วยความสงสัยบัวจึงขอให้การ์ตูนซึ่งเป็นญาติสนิทช่วยสืบเรื่องนี้ และได้รู้ความจริงว่ารมณีย์แม่ของรัญต้องการให้เขาแต่งงานกับอสมาภรณ์หรืออ้อม และเธอกำลังจะเดินทางไปปรากกับรินลดาน้องสาวของรัญ เพื่อทำความสนิทสนมกับเขา แต่รัญยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน เขาจึงต้องการผู้หญิงมาสวมบทบาทเมียเพื่อตบตาแม่

บัวร้อนใจและกลัดกลุ้มที่ชายในฝันจะถูกแย่งไปการ์ตูนจึงออกอุบายวางแผนให้บัวปลอมตัวไปเป็นเมียจำเป็นของรัญ บัวเห็นด้วยและยอมทำตามทันที เพราะเธอเองก็กำลังถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับฉัตรชัย ลูกชายรัฐมนตรีผู้มีเกียรติยศชื่อเสียงในวงสังคม

การ์ตูนจับบัวแปลงโฉมเป็นนักศึกษาสาวใจแตกจนไม่เหลือคราบสาวไฮโซ และตั้งชื่อให้ใหม่ว่าบัวระวง พร้อมกับพาเธอไปสมัครงานที่โมเดลลิ่งของเจ๊อ้อ ซึ่งรู้กันในหมู่ผู้ชายว่ามีสาวขายบริการไซด์ไลน์ ก่อนหน้านี้ไม่นานเสี่ยเพชรพี่ชายของบัวเพิ่งจะติดต่อเจ๊อ้อว่าต้องการผู้หญิงไปอยู่กับเพื่อนที่เมืองนอกสองสามเดือน เจ๊อ้อพอเห็นบัวก็พอใจในรูปร่างหน้าตาจึงรีบโทร.แจ้งเสี่ยเพชรทันที

“เสี่ยคะ เจ๊ได้เด็กแล้วนะคะ...สวยค่ะ หุ่นดี เสี่ยเพชรอยากจะดูตัวเด็กก่อนไหมคะ”

บัวและการ์ตูนสบตากันลุ้นๆ หากเพชรขอดูตัวก่อนมีหวังความลับแตกแน่ๆ

“อ๋อ ให้เจ๊ส่งรูปไปให้ลูกค้าที่เมืองนอกเลยหรือคะ ได้ค่ะได้  โอเคค่ะ”  เจ๊อ้อวางสายแล้วหันมาบอกสาวสวย

ตรงหน้า “เดี๋ยวเจ๊จะส่งเมล์รูปหนูบัวระวงไปให้ลูกค้าที่เมืองนอกเลย”

“เจ๊ว่าลูกค้าเขาจะเลือกหนูมั้ยคะ”

“เจ๊ว่าไม่น่ามีปัญหานะ เพราะเขาต้องการด่วน”

สองสาวแย้มยิ้มสบตากันอย่างมีความหวัง...ข้างฝ่ายเพชรพอได้เรื่องจากเจ๊อ้อก็รีบติดต่อไปยังรัญทันทีเลยเหมือนกัน

“ได้แล้วเหรอ” เสียงรัญถามกลับมาด้วยความแปลกใจ

“ใช่...เจ๊อ้อบอกว่าตอนนี้มีอยู่คนเดียวที่ไปได้ ฉันก็เลยให้เขารีบส่งรูปไปให้แกดู”

“แล้วสวยมั้ย”

“ฉันไม่ได้ดู ให้แกเป็นคนตัดสินใจว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ถ้าแกไม่ชอบก็โทร.บอกฉันนะ ฉันจะพาไปเที่ยวพัทยาซักสองวัน”

“ตอนนี้ไม่ชอบไม่ได้แล้ว มันไม่มีเวลายังไงก็ต้องเอา ขอบใจแกมากนะ แล้วเมื่อไหร่แกจะมาเที่ยวอิตาลี”

“ช่วงนี้ไม่ว่างเลย งานสุมหัวจะตาย นี่จะหนีไปลงอ่างอาบน้ำยังไม่มีเวลา”

“แกนี่ชอบเที่ยวจริงๆ”

“คนโสดนี่หว่า”

“แล้วเจอกัน”

รัญกดปิดโทรศัพท์แล้วเปิดดูอีเมลเห็นภาพเซ็กซี่ยั่วยวนของหญิงสาวนางหนึ่งระบุชื่อว่าบัวระวง ดงดอกไม้ อายุ 23 ปี สัดส่วน 33-24-35 สูง 170 น้ำหนัก 47

“บัวระวง...หน้าตาไม่เลว” ชายหนุ่มพึมพำ แล้วตัดสินใจตอบอีเมลกลับไป “ตกลงผมเลือกผู้หญิงชื่อบัวระวง แล้วจะโอนเงินไปให้วันนี้”

ooooooo

หลังจากตัดสินใจทำตามแผนของการ์ตูนไปแล้ว แต่พอกลับมาเจอหน้าแม่จังๆ บัวกลับมีอาการลังเลเพราะกลัวแม่จะเสียใจในการกระทำของตน

“แต่เราก็ไม่อยากแต่งงานกับอีตาฉัตรชัยนี่นา” บัวบ่นพึมพำแล้วก็ถอนใจอย่างอึดอัดสับสน

“ลูกจ๋า...ทางคุณฉัตรชัยเขาส่งตัวอย่างการ์ดแต่งงานมาให้ดูแล้วนะ ลูกชอบมั้ย”

“แม่คะ หนูขอถามแม่เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ”

“ถามอะไรจ๊ะ”

“ถ้าหนูไม่แต่งงานกับคุณฉัตรชัยล่ะคะ”

“ก็แม่บอกแล้วไงว่าไม่ได้”

“แม่คะ หนูขอร้องล่ะ แม่อย่าบังคับหนูแบบนี้เลยนะคะ”

“แม่บอกแล้วไงว่าแม่ไม่ได้บังคับ แต่แม่หวังดี”

“แม่คะ...”

“เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีกแล้ว เอาล่ะ ลูกดูตัวอย่างการ์ดแต่งงานแล้วตอบคุณฉัตรชัยเขาไปว่าลูกต้องการแก้ไขอะไร”

“แม่จะไม่เปลี่ยนใจใช่ไหมคะ”

“บัว...” นิภาพรรณเสียงเข้มจนบัวไม่กล้าเซ้าซี้อีก

“ตกลงค่ะ  ถ้าแม่ไม่เปลี่ยนใจหนูก็ไม่เปลี่ยนใจเหมือนกัน”

“ดีมากจ้ะ มันต้องอย่างนี้สิลูก” นิภาพรรณจุ๊บหน้าผากลูกสาวแล้วเดินอารมณ์ดีออกจากห้อง โดยไม่รู้เลยว่าลูกสาวกำลังจะหนีไปไกลแสนไกล

เมื่อตัดสินใจแน่แน่วแล้ว คืนนั้นบัวจึงจัดกระเป๋าเดินทางโดยมีการ์ตูนมาช่วยเลือกเสื้อผ้าที่ล้วนแต่เซ็กซี่วาบหวิว

“เฮ้ย บ้าน่าไอ้ตูน แกจะให้ฉันใส่ชุดพวกนี้เหรอ”

“ก็เออสิ แกลืมไปแล้วหรือว่าแกจะไปรับบทอะไร แกเป็นผู้หญิงขายบริการนะ”

“แต่ฉันใส่สั้นจุ๊ดจู๋อย่างนี้ไม่ไหวหรอก แถมหน้านี้หน้าหนาวด้วย”

“แต่แกต้องทำให้เขาเชื่อนะว่าแกไม่ใช่คุณหนูรวินท์– วรกานต์ ลูกสาวเจ้าของโรงงานซีอิ๊วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่แกคือนังบัวระวง สาวเร่าร้อน สุดเซ็กซี่” การ์ตูนพูดพร้อมประกอบท่าทางสุดยั่วยวน

“แกอย่าทำอย่างนี้ ฉันอายว่ะ”

“อายอะไร แกบอกว่าแกอยากแต่งงานกับพี่รัญไม่ใช่หรือ นี่เป็นโอกาสของแกแล้วนะที่จะทำให้พี่รัญเขารักแก”

“ก็ได้ ฉันจะพยายาม”

“จำไว้นะ เจอหน้าเขาครั้งแรกแกต้องโผเข้ากอดเขาแล้วก็ออดอ้อนคะขาให้เต็มที่”

“ต้องทำขนาดนั้นเลยหรือ”

“ก็เออสิ ถ้าแกไม่ทำเขาอาจจะสงสัยก็ได้”

“เฮ้อ ฉันจะไปรอดมั้ยเนี่ย”

“ต้องรอดสิ ถ้าแกรักเขา” การ์ตูนตอกย้ำให้กำลังใจ แต่บัวพยักหน้ารับอย่างไม่มั่นใจนัก

ooooooo

เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินที่รัญมารอรับ บัวจำเขาได้ แต่เธอต้องทำตามที่การ์ตูนกำชับมาอย่างเคร่งครัด

“แกอย่าสาระแนไปทักเขาก่อนล่ะ เพราะนังบัวระวงต้องไม่รู้จักพี่รัญ”

นึกถึงคำพูดการ์ตูนแล้วบัวจำต้องหุบยิ้ม ทำเมินสายตาหันมองซ้ายขวาเหมือนหาใครสักคน

“ขอโทษครับ คุณบัวระวงรึเปล่า” รัญเข้ามาทักหลังเมียงมองเธออยู่ครู่หนึ่ง

“ใช่ค่ะ”

“ผมชื่อรัญเป็นคนที่จ้างคุณมาที่นี่”

“อ๋อ มิสเตอร์รัญ สวัสดีค่ะ” บัวส่งมือออกไปตรงหน้าเขากะทักทายแบบฝรั่ง แต่รัญเก๊กหน้าขรึมไม่แตะต้อง

“คุณแต่งตัวแบบนี้ไม่หนาวเหรอ อากาศข้างนอกเย็นนะ”

“หนาวนิดหน่อยค่ะ ช่วยกอดหน่อยสิคะ” พูดขาดคำบัวก็โผเข้ากอด รัญตกใจดันตัวเธอออกทันที

“นี่คุณ...คุณอย่าทำแบบนี้กับผมนะ เดี๋ยวใครเห็นเข้าผมจะเสียหาย” รัญมองซ้ายขวากลัวคนเห็น บัวถึงกับหน้าเสีย

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ”

“คุณมีของมาแค่นี้ใช่มั้ย”

“ค่ะ ฉันมีกระเป๋ามาใบเดียว”

“งั้นเราก็ไปกันได้แล้ว” รัญคว้ากระเป๋าเดินทางของเธอเดินนำออกไป บัวมองตามอย่างหมั่นไส้ปนขำในความขี้เก๊กของเขา

ขณะที่บัวได้เจอรัญที่ปรากแล้ว ทางเมืองไทยพ่อแม่และพี่ชายของเธอก็พบเจอจดหมายของเธอแล้วเหมือนกัน

“กราบเท้าพ่อกับแม่และพี่เพชรที่รักยิ่ง ขณะที่ทุกคนอ่านจดหมายฉบับนี้ บัวไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้ว ที่บัวต้อง

หนีออกจากบ้านไปเพราะบัวไม่ต้องการแต่งงานกับคนที่

บัวไม่ได้รัก และถ้าแม่ยังคงยืนยันที่จะให้บัวแต่งงานกับคุณฉัตรชัย บัวจะไม่กลับบ้านอีกตลอดชีวิต หวังว่าพ่อกับแม่จะเข้าใจและให้อภัยบัวนะคะ  รักพ่อกับแม่และพี่เพชรเสมอ...บัว”

เพชรอ่านข้อความทั้งหมดนั้นต่อหน้าพ่อแม่และการ์ตูน นิภาพรรณตกใจไม่คาดคิดถึงกับร้องไห้คร่ำครวญออกมา

“ทำไมยัยบัวถึงทำแบบนี้ แม่อุตส่าห์หาผู้ชายดีๆให้ ไม่รักไม่ชอบทำไมไม่บอกแม่”

“แน่ใจหรือว่าลูกไม่บอก ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าอย่าบังคับจิตใจลูก ที่ยัยบัวหนีไปก็เป็นเพราะคุณ เพราะคุณคนเดียว” มงคลตำหนิภรรยา

“แต่ฉันหวังดีกับลูกนะ แล้วคุณฉัตรชัยเขาก็มาจากตระกูลดี พ่อแม่ก็ร่ำรวยฐานะทัดเทียมกับเรา แถมเขายังรักยัยบัว แล้วยัยบัวยังต้องการอะไรอีก”

“ความรักไงคะป้านิ ไอ้บัวมันต้องการแต่งงานกับคนที่มันรัก”

ทุกคนหันมองการ์ตูนเป็นตาเดียว ก่อนที่เพชรจะตั้งคำถามขึ้นว่า

“แล้วใคร ไอ้บัวมันรักใคร”

“ตูนไม่รู้” การ์ตูนยิ้มเจี๋ยมเจี้ยม เพชรจ้องมองด้วยความสงสัย

“แล้วเพชรลอง โทร.เข้ามือถือน้องรึยัง”

“โทร.แล้วครับ แต่บัวไม่เปิดเครื่อง”

“ถ้าหนีไปอย่างนี้บัวมันก็ต้องเปลี่ยนเบอร์เพื่อกัน

ไม่ให้พวกเราตามเจออยู่แล้ว”

“แล้วเราจะทำยังไงดีคะคุณ จะไปตามหาลูกที่ไหน”

“การ์ตูน แกโทร.หาเพื่อนทุกคนของบัวถามดูว่า

มีใครรู้ข่าวบัวบ้าง”

“ค่ะ” การ์ตูนรับคำสั่งของมงคลแล้วหันมาที่

เพชร ปรากฏว่าเขายังจ้องเธออยู่  การ์ตูนซ่อนพิรุธเต็มที่ แต่พอเดินออกมาหน้าบ้านก็ยังไม่วายโดนเขาตามมาคาดคั้นอีกจนได้

“แกบอกฉันมาตรงๆดีกว่าว่าไอ้บัวมันหนีไปไหน”

“ตูนไม่รู้จริงๆ”

“ฉันไม่เชื่อ แกกับไอ้บัวสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้อง เป็นไปไม่ได้ที่ไอ้บัวมันจะไม่บอกแกว่ามันหนีไปไหน”

“แต่คราวนี้บัวมันไม่บอกตูนจริงๆนะ มันคงกลัวว่าป้านิจะไปตามมันกลับมาแต่งงาน”

“สาบานว่าแกไม่รู้”

“สาบาน ขอให้เดินไปแล้วตกน้ำป๋อมแป๋มเลย”

“อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกสมรู้ร่วมคิดกับไอ้บัว แกตายแน่!” เพชรสำทับเสียงเข้มจัดจนการ์ตูนแอบเสียวสยอง

ooooooo

รัญพาบัวเข้าบ้านพักด้วยมาดเคร่งขรึมเหมือนไม่ได้สนใจความสวยของเธอ แต่พอเธอหิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นไปเก็บบนห้อง เขาก็อดมองตามหลังเธอไปไม่ได้ ยอมรับว่ารูปร่างเธอสวยบาดตาบาดใจจริงๆ แต่เขาต้องพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้กระเจิดกระเจิง

เมื่อบัวกลับลงมา รัญหยิบเอกสารข้อมูลประวัติของตน และของบัวที่แต่งขึ้นใหม่มาส่งให้

“นั่งสิ...คุณมีชื่อเล่นรึเปล่า”

“ที่บ้านเรียกฉันว่าบัวค่ะ”

“อย่างนี้นะคุณบัว ที่ผมจ้างคุณมาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าผมต้องการซื้อบริการทางเพศจากคุณ”

“อ้าว งั้นคุณจ้างฉันมาทำไมคะ”

“ผมต้องการให้คุณเล่นละครแสดงตัวเป็นคู่รักของผม เพื่อกันผู้หญิงคนนึงที่แม่ผมจะส่งมาอยู่ที่นี่ ผมยังไม่แน่ใจ

ว่าคุณจะต้องอยู่กับผมนานแค่ไหน  อาจจะหนึ่งเดือนสองเดือนหรือสามเดือน”

บัวฟังไปมองเขาไปอย่างเคลิบเคลิ้ม หวนนึกถึงเมื่อสิบสองปีที่แล้วได้แอบมองหนุ่มรัญที่แวะมาหาพี่เพชรของเธอถึงบ้าน

“คุณยิ้มอะไร” เสียงของรัญทำให้บัวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด

“อ๋อ ที่ฉันยิ้มก็เพราะว่า...” บัวลุกเดินเข้ามาจ้องหน้ารัญอย่างยั่วยวน “ฉันอยากจะบอกคุณว่า...คุณน่ะหล่อตรงสเปกฉันเลยค่ะ”

รัญสะเทิ้นแต่พยายามควบคุมความรู้สึก ปั้นหน้าเคร่ง

“นี่ ผมอยากให้คุณตั้งใจฟังในสิ่งที่ผมพูดนะ”

“ฉันก็ตั้งใจนี่คะ คุณต้องการให้ฉันแสดงตัวเป็นคู่รักของคุณเพื่อกันผู้หญิงที่คุณแม่คุณจะส่งมาให้แต่งงานถูกต้องมั้ยคะ”

“ถูกต้อง และทันทีที่เธอกับน้องสาวผมมาถึงการแสดงจะเริ่มต้นขึ้น คุณต้องย้ายไปนอนห้องเดียวกับผม เพื่อให้สองคนนั่นเชื่อว่าเราเป็นคู่รักกันจริงๆ”

“นอนห้องเดียวกันหรือคะ”

“มีปัญหารึ”

“เปล่าค่ะ ก็เห็นคุณบอกว่าคุณจะไม่ใช้บริการจากฉัน”

“แค่นอนร่วมห้องเท่านั้น คุณไม่ต้องห่วงผมจะไม่แตะต้องตัวคุณแน่”

“ฉันเป็นยังไงหรือคะ หรือว่าฉันไม่สวย เอ๊ะ หรือว่าหุ่นไม่ดี” บัวขยับดึงเสื้อขึ้นทำท่าจะถอดโชว์รูปร่าง รัญตกใจรีบคว้ามือเธอไว้

“นี่คุณจะทำอะไร”

“ฉันจะให้คุณดูสัดส่วนซะก่อน บางทีคุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ”

“ไม่ต้อง เพราะผมไม่นอนกับผู้หญิงขายบริการ เอาล่ะ คุณเอาเอกสารนี่ไปดูและท่องจำข้อมูลทั้งหมดในนี้ให้ได้ เพราะมันเป็นข้อมูลที่คุณกับผมต้องพูดให้ตรงกัน” พูดเสร็จรัญเดินหนีทันที บัวยิ้มขำที่ได้แกล้งยั่วเขา แล้วพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุขสุดๆ

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าในที่สุดเราก็ได้มาอยู่กับพี่รัญจริงๆ”

ส่วนรัญที่หลบออกไป เขาไม่วายเหลือบมามองเธออีกครั้งก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆ

“อยู่ๆจะมาถอดเสื้อให้เราดู...ไม่ เราต้องเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหวกับสิ่งยั่วยวนอะไรทั้งนั้น”

ooooooo

ที่เมืองไทย รมณีย์แม่ของรัญเดินหน้าไปหาว่าที่ลูกสะใภ้ถึงบ้าน เพราะโดยส่วนตัวเธอกำลังมีปัญหาร้อนใจ จึงอยากให้อ้อมลงเอยกับรัญโดยเร็วที่สุด ซึ่งการมาครั้งนี้ของเธอก็ได้รับการต้อนรับจากเพียงเพ็ญและลูกสาวเป็นอย่างดี

“คุณหญิงป้าแน่ใจนะคะว่าพี่รัญจะชอบอ้อม” อ้อมเอ่ยถามรมณีย์ด้วยท่าทีลังเล

“แล้วทำไมถึงจะไม่ชอบล่ะจ๊ะ น้องอ้อมของป้าออกน่ารัก  กิริยามารยาทก็งดงาม  หนูมีอะไรด่างพร้อยตรงไหนที่ตารัญจะไม่รัก”

“คุณหญิงอย่าเพิ่งพูดให้ความหวังยัยอ้อมเลยค่ะ

เดี๋ยวยัยอ้อมเกิดปักใจรักลูกชายคุณหญิงขึ้นมาแล้วเขา

ไม่รักตอบ ยัยอ้อมจะเป็นฝ่ายเสียน้ำตานะคะ”  เพียงเพ็ญทักท้วง

“ใช่ค่ะ อ้อมยังไม่เคยรักใครด้วยนะคะ ถ้าผิดหวังอ้อมอาจจะต้องฆ่าตัวตาย”

“อุ๊ย อย่าพูดอย่างงั้นสิลูก ป้าขอเอาหัวเป็นประกัน ถ้าตารัญเห็นหนูอ้อมแล้วไม่ชอบล่ะก็ มาตัดคอป้าได้”

“ถ้าคุณหญิงพูดแบบนี้ น้องก็ค่อยเบาใจหน่อย ยัยอ้อมเป็นลูกสาวคนเดียวของน้อง น้องก็อยากให้เขาได้เจอกับผู้ชายที่ดีที่สุด”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะ ลูกชายพี่เป็นคนดี เขารักแม่เชื่อแม่ ถ้าแม่บอกว่าอะไรดีไม่เคยขัด แถมหน้าที่การงานก็ก้าวหน้า ในอนาคตก็จะได้เป็นถึงท่านทูตเชียวนะ”

“หมายความว่าอ้อมก็มีโอกาสได้เป็นคุณหญิงภรรยาท่านทูตหรือคะ”

“ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ ป้าถึงอยากให้หนูได้ไปทำความสนิทสนมกับพี่รัญ ยิ่งตอนนี้พี่เขาไม่มีใคร หัวใจว่างเปล่า รับรองถ้าเขาเจอหนูเขาต้องหลงรักหนูแน่”

“น้องอ้อมกราบขอบพระคุณคุณหญิงป้าสิลูก”

อ้อมทำตามที่แม่บอกอย่างว่าง่าย พนมมือไหว้รมณีย์ด้วยท่าทีนอบน้อมอ่อนหวาน

“อ้อมต้องกราบขอบพระคุณคุณหญิงป้านะคะที่รักและเมตตาอ้อม”

“จ้ะ...เมื่อไปถึงที่นู่นหนูก็ต้องทำทุกอย่างให้พี่เขา ประทับใจนะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ อ้อมจะทำให้พี่รัญรักอ้อมและขออ้อมแต่งงานไม่เกินสามเดือนนี้หรอกค่ะ”

“อุ๊ย น่ารักจริงๆเลยลูก” รมณีย์ดึงอ้อมมาหอมแก้มฟอดใหญ่ เพียงเพ็ญจับตามองอย่างสุดปลื้ม

แล้วทันทีที่ส่งรมณีย์ขึ้นรถกลับไปแล้ว เพียงเพ็ญก็หันมากำชับลูกสาวคนสวยว่าต้องจับรัญให้ได้อย่าให้เขาหลุดมือไปเด็ดขาด

“แล้วถ้าเขาไม่ชอบอ้อมล่ะแม่”

“แกต้องทำให้เขาชอบ เพราะคุณหญิงรมณีย์รวยมากรู้รึเปล่า”

“แม่แน่ใจนะว่าเขารวยจริง ไม่ใช่คุณหญิงถังแตก”

“นี่แกอย่ามาทำปากเสีย ตระกูลนี้เขาเป็นลูกหลานเจ้าพระยา เป็นเศรษฐีที่ดินทั้งแถวสุขุมวิทแล้วก็สาทร ถ้าแกได้แต่งงานกับลูกชายเขาแกจะสบายไปทั้งชาติ”

“หนูคนเดียวหรือคะที่สบาย”

“ถ้าแกสบายแกจะปล่อยให้แม่เป็นคุณนายต๊อกต๋อยหรือไง ฮึ”

“หนูล้อเล่นหรอกน่า ถ้าหนูสบายแม่ก็ต้องสบายด้วยสิ”

สองแม่ลูกหัวเราะโอบกอดกันเดินเข้าบ้าน หารู้ไม่ว่า ยามนี้คุณหญิงรมณีย์กำลังถังแตกจริงๆ เธอกลับไปเจอสองนักเลงทวงหนี้หน้าเหี้ยมในบ้าน เขาสั่งให้เธอเอาเงินล้านห้า พร้อมดอกเบี้ยไปคืนเฮียโป๋ภายในสองอาทิตย์นี้ ถ้าไม่ทำตามจะเอาน้ำกรดมาสาดหน้าให้เสียโฉม พอรมณีย์ต่อปากต่อคำกับเขาอย่างยโส ก็เลยโดนตบผัวะเข้าที่หน้าเต็มเหนี่ยวทั้งเจ็บทั้งกลัวลนลาน

สองนักเลงออกจากบ้านสวนกับรินลดาที่เพิ่งกลับมาพอดี พวกเขาทำท่าจะแทะโลมแต่รินลดาผละหนีเข้าบ้านถามแม่ที่ยังหน้าตาตื่นว่า

“มีอะไรรึเปล่าคะแม่ แล้วผู้ชายสองคนนั่นเป็นใคร”

“ไม่มีอะไร เขาเอาของมาส่ง”

“แต่หนูดูท่าทางมันไม่น่าไว้วางใจนะคะ”

“ก็แม่บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร”

รินลดาสังเกตเห็นซีกหน้าข้างหนึ่งของแม่มีรอยแดงเป็นปื้น เธอถามแม่ว่าไปโดนอะไรมา

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร แกจะทำอะไรก็ไปทำเถอะ อย่ามาจุกจิกกวนใจ แม่ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”

รินลดาหน้าจ๋อยได้แต่ถอนใจเดินขึ้นข้างบนไป ส่วนรมณีย์ที่เครียดเรื่องหนี้สินก็จัดแจงโทร.ไปแต่งเรื่องหลอกลูกชายที่ต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นรัญกำลังพาบัวสำรวจเมืองที่ตนเองอยู่

“รัญ...ยุ่งอยู่รึเปล่าลูก”

“ไม่ครับ แม่มีอะไรหรือครับ”

“คืออย่างนี้จ้ะ แม่อยากจะเรโนเวทซ่อมแซมบ้านหน่อยน่ะ ตอนนี้บ้านเรามันก็ทรุดโทรมเต็มที แม่ต้องใช้เงินอีกสองล้านน่ะลูก”

รัญหยุดเดิน หันมาบอกให้บัวรอก่อน เขาพยายามพูดคุยกับแม่เบาๆเพื่อไม่ให้บัวได้ยิน

“ทำไมมันเยอะนักล่ะครับ เมื่อปลายปีผมก็เพิ่งส่งไปให้แม่ห้าแสนนะครับ”

“ก็แม่บอกแล้วไงว่าบ้านมันทรุดโทรมมาก สองล้านนี่แม่ยังไม่รู้เลยว่าจะพอรึเปล่า ส่งมาให้แม่ก่อนนะ”

“แม่ไม่ได้เอาไปเล่นการพนันนะครับ”

“เอ๊ะ รัญนี่ยังไงกัน แม่บอกว่าเอามาทำบ้านก็ทำบ้านสิ ถ้าลูกไม่อยากให้ แม่ไม่เอาก็ได้นะ”

“ไม่ใช่อย่างงั้นครับแม่ ผมก็แค่ถามดู เอาล่ะครับ เดี๋ยววันจันทร์ผมจะโอนไปให้”

“ขอบใจมากนะลูก แม่ก็ไม่อยากจะกวนรัญหรอกนะ แต่แม่หมุนเงินไม่ทันจริงๆ ช่วงนี้ยัยรินเขาก็เตรียมตัวจะไป

หาลูกก็ต้องใช้เงินเยอะ เออ แม่บอกลูกรึยังจ๊ะว่ายัยรินกับน้องอ้อมจะไปถึงลูกวันเสาร์หน้านะ”

“บอกแล้วครับ”

“รัญต้องเทกแคร์ดูแลน้องอ้อมให้ดีนะลูก”

“ผมจะทำให้ดีที่สุดแล้วกันครับ แค่นี้ก่อนนะครับแม่”

“จ้ะ แม่รักลูกนะ”

“ผมก็รักแม่ครับ”

รมณีย์วางสายจากลูกชายอย่างโล่งอก โดยไม่รู้ว่าที่ ด้านหลังตัวเองนั้นลูกสาวแอบฟังหูผึ่งอยู่ กระทั่งเธอหันไปหยิบแก้วน้ำเห็นเข้าก็สะดุ้งเล็กน้อย

“มายืนจ้องแม่ทำไมยัยริน”

“แม่ติดหนี้ที่บ่อนอีกแล้วใช่ไหมคะ”

“แกพูดเรื่องอะไรของแก”

“หนูได้ยินที่แม่ขอเงินพี่รัญนะคะ”

“นี่แกมาแอบฟังฉันคุยโทรศัพท์งั้นหรือ”

“แม่เคยสัญญากับพี่รัญแล้วนะคะ ว่าแม่จะเลิกเล่นการพนัน”

“แล้วฉันไปเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่” รมณีย์ผละหนีอย่างอารมณ์เสีย แต่รินลดาที่ยังคาใจก็ยังตามคาดคั้น

“แม่คะ หนูรู้นะว่าไอ้ผู้ชายสองคนที่มาหาแม่มันมาทวงเงินแม่ใช่มั้ย ใช่มั้ยคะแม่ แม่ติดหนี้พวกมัน”

“เอาล่ะๆ ฉันยอมรับก็ได้ มันเป็นหนี้เก่าที่ค้างกันมาหลายปีแล้ว แล้วแกก็ไม่ต้องไปสาระแนบอกพี่ชายล่ะว่าแม่เอาเงินมาทำอะไร”

“แต่หนูไม่อยากให้แม่ทำแบบนี้กับพี่รัญเลย พี่รัญเขามีเงินเก็บไม่มากนะคะ”

“ก็นี่ไง แม่ถึงได้พยายามจะหาผู้หญิงรวยๆให้แต่งงานกับตารัญ ส่วนแกพอไปถึงอิตาลีแกก็ต้องเชียร์ให้พี่ชายรักหนูอ้อมให้ได้”

“แล้วถ้าพี่รัญเขาไม่ชอบคุณอ้อมล่ะคะ”

“เป็นหน้าที่ของแกที่ต้องทำให้เขาชอบ เพราะไม่อย่างงั้นแม่จะไม่มีเงินส่งแกเรียนต่อโท เข้าใจรึเปล่า”

รินลดาไม่ตอบแต่ถอนใจอย่างสุดเซ็ง บ่นงึมงำตามหลังรมณีย์ที่เดินหนีไป

“แม่นะแม่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้”

ooooooo

ทางด้านรัญกับบัวที่พยายามทำความคุ้นเคยกัน หลังจากพาสำรวจถนนหนทางแล้วรัญก็พาบัวแวะร้านกาแฟ พูดคุยซักถามบัวว่าอ่านประวัติส่วนตัวที่ตนให้ไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

“เรียบร้อยค่ะ เราเจอกันที่เมืองไทยตอนฉันเรียนอยู่ปี 1 ฉันเป็นน้องสาวของเพื่อนคุณ เพื่อนคุณชื่อสรศักดิ์ บ้านอยู่เชียงใหม่ รักกับคุณมาสองปีแล้ว”

“สามปีไม่ใช่สองปี”

“ขอโทษค่ะ รักกับคุณมาสามปี แล้วฉันก็เพิ่งเรียนจบเลยบินมาหาคุณที่อิตาลีด้วยความคิดถึง อ้อ แต่ฉันยังไม่รู้อีกเรื่องค่ะ”

“เรื่องอะไร”

“คุณชอบใส่กางเกงในสีอะไรยี่ห้ออะไรคะ” บัวแกล้งแซว รัญถึงหน้าเจื่อน รีบปัดว่า

“ไม่ต้องรู้ลึกถึงขนาดนั้นหรอก”

“แหม แต่ถ้ารู้ก็ดีนะคะ แฟนคุณจะได้เชื่อว่าเราเป็นคู่รักกันจริงๆ อ้อ ขอถามอีกเรื่องได้ไหมคะ”

“เชิญ”

“ทำไมถึงต้องจ้างให้ฉันมาเป็นตัวกันผู้หญิงที่แม่คุณจะส่งมาด้วย”

“แม่ผมต้องการให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่รู้จัก ซึ่งผมไม่ชอบวิธีนี้ เพราะถ้าผมจะแต่งงานกับใครผมจะแต่งก็เพราะว่าผมรักผู้หญิงคนนั้น”

“ฟังแล้วซาบซึ้งจริงๆค่ะ คุณก็เลยต้องการศึกษานิสัยใจคอของเธอก่อน”

“ถูกต้อง แล้วถ้าผมไม่ชอบเธอจริงๆ ผมก็จะบอกกับแม่ว่าผมมีคนที่จะแต่งงานด้วยอยู่แล้วคือคุณ”

“หมายความว่าคุณจะแต่งงานกับฉันหรือคะ”

“ไม่ใช่...แค่เรื่องโกหก”

“ขอโทษทีค่ะ ฉันลืมไป ฟังแล้วอินไปหน่อย”

“แต่ถ้าผมชอบผู้หญิงที่แม่ส่งมา ผมก็จะส่งคุณกลับเมืองไทยทันที”

บัวอึ้งงัน ถึงขั้นรู้สึกวูบกับคำตอบจริงจังของรัญ

“ทำไมถึงเงียบไป ผมพูดอะไรผิดรึเปล่า หรือว่าอยากจะอยู่กับผมนานๆ”

“เปล่าค่ะ ฉันเพียงแต่จะบอกคุณว่า ถ้าคุณส่งฉันกลับเร็วกว่ากำหนดฉันไม่คืนเงินคุณนะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมจะจ่ายตามที่เราตกลงกัน”

“ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาค่ะ อ้อ ฉันสั่งเค้กอีกชิ้นได้ไหมคะ”

“เชิญ”

บัวหันไปเรียกพนักงานเสิร์ฟสั่งเค้กเพิ่ม รัญถือโอกาสแอบมองเธออย่างพิจารณา เสร็จแล้วพากันออกจากร้านเดินชมเมืองยามค่ำคืน ก่อนจะพากันกลับเข้าที่พักเพราะบัวเริ่มหนาวสั่น เนื่องด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่เซ็กซี่วาบหวิวเกินไปนิด

ooooooo
เช้าวันใหม่ที่เมืองไทย มงคลกับนิภาพรรณและเพชรลูกชายกำลังต้อนรับครอบครัวท่านรัฐมนตรีที่มากันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก สองฝ่ายยิ้มแย้มให้กันด้วยดีก่อนที่ครอบครัวผู้มาเยือนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึง เมื่อทราบเรื่องที่บัวหนีออกจากบ้าน

“แล้วมันเรื่องอะไร ทำไมลูกสาวคุณถึงหนีออกจากบ้าน”

เมื่อท่านรัฐมนตรีตั้งคำถาม มงคลก็ตอบตามตรงว่าลูกสาวตนไม่อยากแต่งงานกับฉัตรชัย

“ไม่จริง คุณอาอย่าโกหกดีกว่า คุณอาไม่อยากให้ลูกสาวแต่งกับผม” ฉัตรชัยโวยลั่น

“อาไม่ได้โกหกนะจ๊ะ ไม่เชื่อคุณฉัตรอ่านจดหมายนี่ดู”

ฉัตรชัยรับจดหมายจากนิภาพรรณมาอ่าน ครู่เดียวเขาก็ขยำทิ้งด้วยความโมโห

“ไม่...ยังไงผมก็ไม่ยอม ผมจะต้องแต่งงานกับคุณบัวให้ได้ คุณอาจะต้องไปตามลูกสาวกลับมา” ฉัตรชัยดึงดันเสียงแข็งทำให้เพชรเริ่มไม่พอใจ

“เอ๊ะ คุณฉัตรชัย มันจะมากไปแล้วนะครับ พ่อกับแม่ผมบอกแล้วไงว่าเราไม่รู้ว่ายัยบัวไปอยู่ที่ไหน”

“ใช่...หรือถ้ายัยบัวกลับมา เราก็จะไม่บังคับให้เขา แต่งงานกับคุณ” มงคลประกาศชัด ฉัตรชัยหน้าตูมตึง พูดขึ้นอย่างไม่แคร์ใครก่อนจะผลุนผลันออกไป

“ไม่รู้ล่ะครับ ไม่ว่าคุณบัวจะรักหรือไม่รักผม ผมก็จะรอแต่งงานกับเธอ”

นิภาพรรณหน้าเสีย ขอโทษพ่อแม่ฉัตรชัยเสียงอ่อย แต่ท่านรัฐมนตรีสวนทันควันว่า

“ผมไม่ต้องการคำขอโทษ เพราะงานนี้พวกคุณต้องรับผิดชอบ นี่ถ้านักข่าวรู้ว่าผู้หญิงไม่ยอมแต่งงานกับลูกชาย ผม ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“แล้วจะให้รับผิดชอบยังไงล่ะคะ”

“คุณน้องต้องตามเอาตัวหนูบัวกลับมาแต่งงานกับลูกชายพี่ให้ได้ ไม่งั้นความสัมพันธ์ของเราจบกัน” ว่าแล้วคุณหญิงกานดาก็ลุกเดินตามสามีออกไป นิภาพรรณยิ่งร้อนใจ

“ทำยังไงดีคะคุณ คุณหญิงกับท่านรัฐมนตรีไม่ยอมยกเลิกการแต่งงาน”

“ก็ผมบอกคุณแล้วไงว่าอย่าใช้วิธีนี้กับลูก”

“แต่ฉันหวังดีกับลูกนะ”

“เอาล่ะครับ ผมว่าเราอย่าทะเลาะกันเลย มาช่วยกันคิดแก้ปัญหาดีกว่าว่าจะไปตามตัวไอ้บัวที่ไหน” เพชรตัดบทหน้าเคร่ง ส่วนการ์ตูนที่แอบฟังโดยตลอดค่อยๆถอยฉากออกมา แล้วรีบโทร.ไปบอกเล่าเรื่องราวให้บัวฟังอย่างละเอียด ก่อนเน้นย้ำว่า

“ดีแล้วล่ะที่แกตัดสินใจหนีไป เพราะฉันว่าแกกับอีตาฉัตรชัยไม่เหมาะกันหรอก”

“แล้วพี่เพชรกับป๊าล่ะ”

“พี่เพชรกับคุณลุงคงไม่อยากให้แกแต่งแล้วล่ะ ว่าแต่แกเถอะสถานการณ์เป็นไง พี่รัญเขาจำแกได้รึเปล่า”

“ไม่ได้หรอก ไม่เจอกันตั้งเกือบสิบปี แถมตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อ้วนเหมือนตอนเด็กแล้วด้วย”

“เออ โชคดีไป แล้วเขาทำอะไรแกรึเปล่า”

“เปล่า”

“หมายความว่าเขาไม่ได้แตะต้องตัวแกเลยเหรอ”

“ใช่...เขาเป็นสุภาพบุรุษมากๆเลย ขนาดฉันแกล้งทำเป็นยั่วยวนเขายังไม่สนใจ แถมยังบอกด้วยว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงขายบริการ”

“เฮ้อ งั้นก็โล่งอก ฉันล่ะกลั๊วกลัวว่าเขาจะทำอะไรแก”

“แกไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเขาจะทำจริงฉันเอาตัวรอดได้”

“ให้มันจริงเถอะ ฉันกลัวว่าแกจะปล่อยตัวปล่อยใจเพราะแกรักเขามากกว่า นี่ไอ้บัว แกต้องสัญญานะว่าแกจะไม่มีอะไรกับเขา เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นแกจะเป็นฝ่ายเสียชื่อเสียง”

“ฉันสัญญา ฉันจะไม่มีอะไรกับเขาจนกว่าฉันจะแน่ใจว่าเขารักฉัน โอเคป่ะ”

“แกนี่มันทะลึ่งจริงๆ”

บัวหัวเราะชอบใจ พลันต้องชะงักกับเสียงเคาะประตูห้อง เธอรีบบอกลาการ์ตูนแล้วเดินไปเปิด เห็นรัญในชุดนอนถือผ้าห่มยืนอยู่หน้าห้อง รัญชะงักเล็กน้อยที่เห็นบัวในชุดกางเกงขาสั้นมาก

“ผมได้ยินเสียงเหมือนใครพูดในห้อง”

“อ๋อ ฉันโทรศัพท์คุยกับแม่น่ะค่ะ”

“ผมเอาผ้าห่มมาเพิ่มให้ คืนนี้ท่าทางอากาศจะเย็น”

“ขอบคุณค่ะ” บัวรับผ้าห่มจากเขามา พอเขาจะหันกลับไป เธอโพล่งออกมาเหมือนนึกอะไรได้ “เดี๋ยวค่ะพี่รัญ”

ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างแปลกใจ “คุณเรียกผมว่าอะไรนะ”

“ก็...พี่รัญไงคะ เพื่อความคุ้นเคย บัวจะบอกว่าเค้กที่สั่งมาเมื่อเย็นอร่อยมากเลยค่ะ ถ้าถึงวันที่พี่รัญจะส่งบัวกลับเมืองไทย พาบัวไปทานอีกครั้งได้ไหมคะ”

“อ๋อ ได้สิ” ตอบเสร็จรัญดึงประตูปิด แต่อึดใจก็เปิดมันใหม่อีก จนบัวที่กำลังยิ้มฝันหวานเกิดอาการเหวอ “คือ...ผมจะบอกว่าถ้าพรุ่งนี้คุณตื่นมาไม่เห็นผม ไม่ต้องตกใจเพราะผมออกไปจ๊อกกิ้งทุกเช้า”

บัวยิ้มรับ แล้วหนุ่มสาวก็มองกันไปมองกันมาด้วยความประหม่า ที่สุดรัญข่มใจดึงประตูปิดเดินกลับห้องนอนของตน แต่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่อาจข่มตาลงได้ บัวก็เช่นกัน นอนไม่หลับต้องลุกขึ้นออกจากห้อง ปรากฏว่าเจอรัญกำลังเยี่ยมหน้าออกมาเหมือนกัน

“พี่รัญจะเอาอะไรหรือคะ”

“คือ...ผมนอนไม่ค่อยหลับ จะลงไปชงอะไรร้อนๆดื่ม”


“บัวก็ว่าจะไปหาอะไรร้อนๆทานเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวบัวทำให้นะคะ”

เธอเดินนำหน้าเขาลงไปข้างล่าง ชงช็อกโกแลตร้อนสองแก้ว เอามายื่นให้รัญที่เปิดทีวีดูอยู่หนึ่งแก้ว ส่วนตัวเองเดินกลับไปนั่งจิบที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทีเขินๆ รัญเองทั้งเขินทั้งประหม่า เวลาผ่านไปต่างคนค่อยรู้สึกผ่อนคลาย มานั่งดูทีวีด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน และหัวเราะบ้างในบางครั้ง

แต่ไม่นานนัก รัญหันมาเห็นบัวหลับคอพับเสียแล้ว เขาขยับตัวเข้าไปดูเธอใกล้ๆ เป็นจังหวะที่บัวลืมตาขึ้นมาพอดี เธอตกใจถามพรวดว่า

“พี่รัญจะทำอะไรคะ”

“ผมจะปลุกคุณ”

“ขอโทษทีค่ะ เผลอหลับไปหน่อย”

“ไปนอนเถอะ ดึกแล้ว”

บัวลุกขึ้นเดินง่วงงุนออกไป รัญมองตามอย่างหักห้ามใจ ปิดทีวีปิดไฟแล้วกลับขึ้นห้องตัวเอง

ooooooo

ส่วนที่เมืองไทย เพชรพยายามโทร.หาเพื่อนๆ

ของน้องสาว แต่กี่คนๆก็ไม่มีใครรู้เห็นว่าบัวไปอยู่ที่ไหนยังไง การ์ตูนเฝ้ามองการสนทนาของเพชรกับเพื่อนๆบัว พยายามทำตัวไม่เป็นพิรุธที่สุด แต่พอนานเข้าเห็นเพชรเคร่งเครียดบ่นไปบ่นมาก็เกือบจะหลุดไปเหมือนกัน

“ตูนว่าพี่เพชรอย่าเครียดไปเลย บัวมันเคยไปเมืองนอกคนเดียวตั้งแต่อายุ 13 แถมยังเคยเที่ยวมาแล้วเกือบทั่วโลก ไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก ตูนว่ามันเอาตัวรอดได้”

“มันไม่เหมือนกัน นั่นไปเที่ยว นี่มันหนีออกจากบ้าน ไปอยู่ไหนก็ไม่รู้...”

พูดไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เพชรรีบกดรับนึกว่าเพื่อนของบัวจะส่งข่าว แต่กลายเป็นรัญส่งเสียงมา

“ฉันจะโทร.บอกแกว่าผู้หญิงที่แกหาให้มาถึงเรียบร้อยแล้วนะ”

เพชรเห็นการ์ตูนนั่งจ้องตาแป๋ว ก็เลยขยับลุกเลี่ยงไปคุยห่างๆ แต่การ์ตูนยังย่องตามเงียบกริบเพราะได้ยินเพชรเอ่ยชื่อรัญ

“แล้วสวยมั้ย ถูกสเปกแกรึเปล่า”

“ถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการก็ตรงสเปกฉัน สวย ผิวขาว ขายาว หุ่นดี ท่าทางฉลาด”

“แกก็อย่าไปคิดมากสิวะ ไหนๆก็ต้องอยู่ด้วยกันถึงสามเดือน ถ้าน้องเขาชอบแก แกก็อย่าทำให้เขาผิดหวัง แถมเสียเงินตั้งสามแสนจัดการซะเลย อย่าให้เสียเงินฟรี”

“ตายแล้วไอ้บัว กลีบหลุดก็คราวนี้” การ์ตูนแอบบ่นพึมพำแล้วเงี่ยหูฟังต่อไป

“ไม่มีทาง แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้ ที่ยอมเสียเงินตั้งสามแสนก็เพราะต้องการให้มากันน้องอ้อม”

“ให้มันจริงเถอะเพื่อน”

“คนอย่างฉันพูดคำไหนเป็นคำนั้น แค่นี้ก่อนนะ ฉันแค่โทร.มาส่งข่าวแล้วก็ขอบใจแก”

“เออ...โชคดี” เพชรวางสาย หันกลับมาเห็นการ์ตูนยืนอยู่ข้างหลัง ถามว่าแอบฟังอะไร

“เปล่า ตูนจะมาหยิบหนังสือ ใครโทร.มาเหรอพี่เพชร”

“รัญ...เออ ฉันไม่น่าลืม ฉันน่าจะฝากให้ไอ้รัญมันช่วยดูบัวที่อิตาลี”

“บัวมันไม่ไปอิตาลีหรอกพี่เพชร”

เพชรชะงักกึก มองหน้าการ์ตูนเขม็ง “แกรู้ได้ไง” การ์ตูนหลบตาวูบ เฉไฉว่าตนเดาเอา “นี่ไอ้ตูน ฉันถามจริงๆ แกไม่รู้แน่หรือว่าไอ้บัวมันไปไหน”

“ก็บอกว่าไม่รู้ ตูนจะโกหกทำไมเล่า บัวมันเป็นทั้งญาติทั้งเพื่อนรักตูนนะ”

“ก็เพราะว่าอย่างนี้ไง ฉันถึงไม่อยากเชื่อว่าแกไม่รู้”

“โธ่ พี่เพชร ตูนจะโกหกพี่เพชรทำไม”

“เอาล่ะๆ แกลองโทร.หาเพื่อนคนอื่นที่เรายังไม่ได้โทร. เดี๋ยวฉันมา”

“แล้วพี่เพชรจะไปไหน”

“ฉันจะไปพักสมองซะหน่อย เผื่อจะคิดอะไรออก”

“ให้ตูนไปด้วยนะ ตูนก็เครียด”

เพชรไม่ให้ไป และการ์ตูนก็ไปไม่ได้ด้วย เพราะสถานที่ที่เขาจะไปคืออาบอบนวด การ์ตูนก็เลยได้แต่บ่นอุบว่า “คนอะไรวะ ติดอ่างทุกวัน”

แต่พอไปถึงไม่ทันจะได้พักสมองให้หนำใจ เพชรกลับโดนสาวสวยนางหนึ่งตบหน้าแล้วด่าซ้ำ โทษฐานที่เขาพูดจาแทะโลมแล้วจะชวนเธอขึ้นห้อง ด้วยความเข้าใจผิดอย่างแรงว่าเธอคือน้องนางหน้าใหม่ของที่นี่ แถมกัปตันก็จำเด็กๆตัวเองไม่ได้ เชียร์ให้ลูกค้าประจำสุดฤทธิ์

พอโดนตบโดนด่าเข้าไปก็เลยถึงบางอ้อ เพชรรีบวิ่งตามไปขอโทษหญิงสาวที่กำลังกลับออกไปอย่างหัวเสีย

“คุณครับ ผมอยากขอโทษคุณจริงๆ ที่เมื่อกี้ผมเสียมารยาทกับคุณ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ถือ”

“ไม่ได้นะครับ ผมรู้สึกละอายใจจริงๆ ที่ทำแบบนั้นลงไป”

“ฉันว่าคนอย่างคุณไม่น่าเป็นคนขี้อายหรอก เพราะกลางวันแสกๆคุณยังมาเที่ยวอาบอบนวดได้เลย”

เพชรหน้าแตก อึกๆอักๆ ไปไม่เป็น

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้มาเที่ยว เพราะเมื่อกี้คุณเพิ่งจะชวนฉันขึ้นห้องอยู่หยกๆ”

“เอ่อ คือ...ผม...คือผมจะพูดยังไงดีล่ะครับ ที่ผมเรียกคุณก็เพราะผมเห็นว่าคุณสวยถูกใจผมน่ะครับ”

“แต่เสียใจ ฉันไม่ชอบผู้ชายอย่างคุณ” หญิงสาวสะบัดหน้าจากไป เพชรได้แต่ถอนใจ บ่นตัวเองซวยจริงๆ เมื่อเขากลับเข้ามา กัปตันก็รีบมาขอโทษขอโพยที่ไม่ได้เช็กให้แน่นอนเสียก่อน นึกว่าเธอเป็นเด็กไซด์ไลน์

“ช่างมันเหอะ ยังไงอั๊วก็ถูกตบไปแล้ว ว่าแต่ลื้อรู้มั้ยว่าเธอเป็นใคร”

“เห็นผู้จัดการบอกว่าชื่อรินลดามาจากหนังสือผู้หญิงแนวหน้าครับ”

“เสียดาย หน้าตาสวยๆ ถ้าทำไซด์ไลน์อั๊วจะจองทุกคืนเลย”

“ไม่แน่นะครับเสี่ย ถ้าเธอขัดสนเรื่องเงินเธออาจจะมาทำไซด์ไลน์ก็ได้ ถ้าเธอมาผมจะโทร.บอกเสี่ยคนแรกเลยครับ” กัปตันบอกอย่างสอพลอ เพชรพยักหน้าแล้วรำพึงชื่อรินลดาซ้ำไปซ้ำมาอย่างติดตราตรึงใจ

ooooooo

รัญไม่คิดว่าบัวจะตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้กิน พอได้ชิมฝีมือเธอต้องยอมรับว่าทำได้อร่อยมาก ต่อไปเขาจะได้ยกเลิกอาหารปิ่นโตเสียที

“ไม่ใช่แค่อาหารนะคะ ถูบ้านกวาดบ้าน ล้างจาน ซักผ้า บัวทำได้หมดค่ะ แต่ถ้าจะให้ทำจริงพี่รัญต้องเพิ่มเงินนะคะ”

“คุณนี่เห็นแก่เงินจริงนะ”

“อ้าว คนจนนี่คะ บัวไม่ได้ร่ำรวยเหมือนพี่รัญนี่”

“เอาล่ะ ผมจะเพิ่มเงินให้คุณเท่ากับที่จ่ายแม่บ้านที่นี่”

บัวยิ้มกริ่ม นั่งกินอาหารเช้ากับเขาอย่างมีความสุข เสร็จแล้วรัญเตรียมตัวไปทำงาน โดยที่บัวก็ออกมาพร้อมกันเพื่อจะไปตลาดหาซื้อของสดมาใส่ตู้เย็นไว้

“คุณจำได้ใช่ไหมว่าตลาดไปทางไหน”

“จำได้ค่ะ ตรงไปเลี้ยวซ้ายแล้วก็เลี้ยวขวา ตลาดจะอยู่ขวามือ ไม่ทราบว่าเย็นนี้พี่รัญอยากจะทานอะไรคะ”

“อะไรก็ได้ที่คุณคิดว่าทำแล้วอร่อย”

“พูดแบบนี้ดูถูกกันนะคะ เพราะว่าบัวทำอร่อยทุกอย่าง ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง อาหารจีนก็ทำเป็นนะคะ”

“ก็ดี อย่างน้อยที่ผมจ้างคุณมาผมก็ไม่เสียเงินเปล่า อ้อ ผมมีอะไรจะบอกคุณอีกอย่าง”

“อะไรหรือคะ”

“ถ้าน้องสาวผมกับคุณอ้อมมา ผมจะให้คุณไปลงเรียนภาษากับเขาด้วย”

“ไม่เรียนไม่ได้หรือคะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ”

“คือ...บัวเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่งน่ะค่ะ หัวไม่ค่อยดี”

“แต่ผมอยากให้เรียนนะ คุณจะได้ไม่เหงา และอีกอย่างถ้าคุณกลับไปเมืองไทยคุณจะได้มีความรู้ติดตัวไปบ้าง”

“ก็ได้ค่ะ แล้วแต่พี่รัญ” บัวยิ้มให้อย่างอ่อนหวานน่ารัก รัญแทบใจละลาย รีบตัดบทบอกลาเดินแยกไปอีกทางทันที

ooooooo

ตอนที่ 2

คืนนี้ฉัตรชัยนัดลูกน้องมาเจอที่ผับแห่งหนึ่งเพื่อจ้างให้ไปสืบหาบัว พอสั่งงานเสร็จไม่นึกว่าจะโดนสาวสวยนางหนึ่งเดินมาชน ฉัตรชัยมองเธอยิ้มๆ พูดคุยกันไม่กี่คำชายหนุ่มก็รู้ทันทีว่าเธอทอดสะพานให้เขา

สาวสวยนางนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคืออ้อมลูกสาวของเพียงเพ็ญที่รมณีย์คิดว่าเรียบร้อยและร่ำรวยจึงหมายมั่น ปั้นมือจะให้แต่งงานกับรัญเพื่อความอยู่รอดด้านการเงินของตน แต่ความเป็นจริงดันตรงกันข้าม อ้อมเปรี้ยวซ่าจนเพื่อนในกลุ่มเที่ยวรู้ไส้รู้พุง หากเธอพึงพอใจใครก็พร้อมที่จะลงเอยด้วยการมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง และในคืนนี้เธอพูดทีเล่นทีจริงกับเพื่อนๆว่า เมื่อไหร่ที่แต่งงานแล้วเธอถึงจะเลิกมั่ว

พูดไม่ทันข้ามคืน อ้อมปิ๊งฉัตรชัยลูกชายรัฐมนตรีคนดังถึงขนาดไปนอนกับเขาด้วยความเต็มใจทั้งๆที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก...

ooooooo

ตั้งแต่บัวไปอยู่กับรัญที่ปราก การ์ตูนเป็นห่วงบัวตลอดคอยโทร.ถามความเป็นไปเป็นระยะ เช้าวันนี้ก็เช่นกัน ขณะเข้าไปทำงานในบริษัทซีอิ๊วของครอบครัวบัว การ์ตูนแอบโทร.หาบัว แนะนำให้เธอส่งข่าวคราวให้พ่อแม่รู้บ้าง

“ฉันก็กำลังคิดอยู่ว่าคืนนี้จะโทร.หาพ่อ”

“บ้าเหรอ ถ้าแกโทร. เขาก็ต้องตามเบอร์เจอแล้วสืบรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน”

“เออใช่ ฉันลืมไป งั้นฉันจะเขียนจดหมายส่งไปหาไอ้ป้อมที่อเมริกาแล้วให้มันส่งกลับมาหาพ่อกับแม่ที่เมืองไทย แกว่าดีมั้ย”

“ก็ดี แต่แกต้องย้ำกับไอ้ป้อมนะให้มันไปส่งที่เมืองไกลๆ”

การ์ตูนชะงักเพราะเพชรกำลังเดินตรงมาหา จึงรีบบอกบัวแล้วตัดสายไปทันที

“คุยกับบัวเหรอตูน”

“ไม่ใช่ เพื่อนที่อังกฤษน่ะ ตูนถามข่าวมันเรื่องไอ้บัว”

“แล้วเป็นไง บัวอยู่อังกฤษรึเปล่า”

“ไม่มี”

“แล้วมันไปอยู่ไหน นี่เราก็ตามหาเกือบทั่วโลกแล้วนะ”

“เอาน่าพี่เพชร ใจเย็น ตูนเชื่อว่าไม่ช้าเราต้องได้ข่าวมันแน่” การ์ตูนปั้นยิ้มก่อนหลบออกไปอีกทาง...

ข้างฝ่ายบัวที่ปราก ตกเย็นเธอทำอาหารไว้รอรัญกลับจากทำงาน แค่รัญเดินมาถึงหน้าบ้านก็ได้กลิ่นอาหารหอมยั่วน้ำลายจนต้องตามกลิ่นเข้าไป ถึงในครัว

“กลับมาแล้วเหรอคะพี่รัญ”

“นี่ทำอะไร กลิ่นหอมไปถึงหน้าบ้าน”

“ต้มข่าไก่ค่ะ บัวคิดว่าพี่รัญอยู่ที่นี่คงไม่ค่อยได้ทาน”

“คุณมาอยู่แค่ไม่กี่วัน เริ่มรู้ใจผมแล้วนะ”

“บัวก็เดาเอาน่ะค่ะ พี่รัญไปอาบน้ำก่อนนะคะ อาบน้ำเสร็จก็ทานข้าวได้เลย”

รัญทำตามที่บัวบอก ขึ้นไปอาบน้ำสระผมอย่างสบายใจ แต่ไม่ทันจะสระผมเสร็จ น้ำหยุดไหลดื้อๆ ทำให้แชมพูเข้าตาแสบไปหมด ต้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากบัว

บัวเข้ามาเห็นรัญในสภาพเปลือยท่อนบน ตะลึงเล็กน้อยก่อนจะเอาน้ำดื่มในขวดล้างผมให้เขาด้วยท่าทีเคอะเขินระคน ประหม่า จนเทน้ำเปียกตัวเองไปด้วย

ooooooo

ที่อาบอบนวดเมืองไทย รินลดาย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้งหลังจากเมื่อวันก่อนมาสัมภาษณ์หมอนวดคนหนึ่งแล้วถูกเพชรเข้าใจผิด

“ขอโทษทีนะน้อง วันนั้นที่พี่ถ่ายรูปไป กล้องมันมีปัญหาเลยถ่ายไม่ติด ต้องขอมาถ่ายใหม่”

“ได้จ้ะ แต่พี่รอเดี๋ยวนะ หนูขอไปแต่งหน้าหน่อยเดี๋ยวไม่สวย”

“โอเค งั้นพี่รอตรงนี้นะ”

ขณะรินลดายืนรออยู่นั้น กัปตันต๋องออกมาเห็นและจำเธอได้ ต๋องรีบโทร.ไปแจ้งเสี่ยเพชรและสอพลอว่าสงสัยเธอจะขัดสนเรื่องเงินถึงได้ย้อน กลับมา เพชรจึงให้ต๋องถ่วงเวลาไว้ก่อน ตนจะรีบไปเดี๋ยวนี้

เมื่อรินลดาทำงานเสร็จ เธอให้ค่าเสียเวลาหมอนวดคนนั้นหนึ่งพันบาท แล้วคว้ากระเป๋าสะพายจะเดินออก พอดีเพชรสวนเข้ามาด้วยความรีบร้อน หญิงสาวชะงักหยุดกึก มองเขาอย่างจำได้

“หวัดดีครับ จำผมได้มั้ย” เพชรยิ้มกว้าง

“ทำไมจะจำไม่ได้ คุณเป็นราชาอาบอบนวดหรือไง นี่เพิ่งสิบเอ็ดโมงเช้ามาเที่ยวแล้ว”

“ไม่ใช่นะครับ ผมไม่ได้มาเที่ยว ผมเพียงแต่รู้ว่าคุณมาที่นี่ก็เลยอยากมาเจอคุณ”

“คุณรู้ได้ไงว่าฉันมา”

“ผมบอกเด็กที่นี่ไว้ ว่าถ้าเมื่อไหร่คุณมาให้โทร.บอกผม”

“เอาล่ะ ถอยไปได้แล้ว”

“เดี๋ยวสิครับ คุณรินลดา”

“นี่ถ้าคุณเรียกฉันขึ้นห้องอีกล่ะก็ วันนี้ฉันไม่ตบนะ แต่ฉันจะเอาตำรวจจับคุณ” ว่าแล้วสาวเจ้าก็ออกเดิน แต่เพชรยังวิ่งตามมาขวางเธอไว้อีก เว้าวอนว่า

“เดี๋ยวสิครับ คุยกับผมซักนิดไม่ได้เหรอ นี่ผมอุตส่าห์ทิ้งงานรีบมาเจอคุณเลยนะครับ”

“มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน...ถอย”

“เกี่ยวสิครับ ผมอยากเลี้ยงข้าวกลางวันคุณเพื่อเป็นการขอโทษที่ผมปากเสียพูดไม่ดีกับคุณ”

“ไม่ต้อง ผู้ชายอย่างคุณฉันไม่ถือสาหรอก”

“โธ่ คุณรินลดาครับ ผมอยากจะบอกคุณว่าผมไม่เคยมาเที่ยวที่นี่เลยนะครับ”

“เหรอ แล้วครั้งที่แล้วฉันเจอคุณได้ยังไง”

“วันนั้นผมไม่ได้มาเที่ยวนะครับ ผมพาลูกค้ามาส่ง เผอิญมาเจอคุณพอดี”

“ฉันไม่เชื่อหรอก หน้าอย่างคุณมันบอกยี่ห้อ”

“ให้ผมสาบานก็ได้นะครับ” เพชรยกมือทำท่าจะสาบาน ทันใดก็มีหมอนวดสามนางกรูกันเข้ามากอดรัดเพชรพร้อมทักทายด้วยถ้อยคำที่ฟัง ปุ๊บก็รู้ทันทีว่ารู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพชรหน้าซีดหน้าเสีย สลัดสะบัดยังไงพวกเธอก็ไม่หลุด รินลดาเห็นแล้วสังเวชใจ พึมพำด่า “ไอ้กะล่อน” ก่อนเดินจ้ำออกไปจากตรงนั้นทันที

ooooooo

หลังจากรัญออกไปทำงานแล้ว บัวเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านอย่างเช่นทุกวัน แต่วันนี้ขณะที่เธอกำลังถูพื้นอย่างเพลิดเพลิน ก็มีใครคนหนึ่งโผล่เข้ามายืนตรงหน้า บัวผงะตกใจและไม่ทันจะถามอะไร หญิงวัยกลางคนร่างอวบอ้วนก็เป็นฝ่ายโพล่งขึ้นมาเสียก่อน

“นี่คุณเป็นใคร ทำไมถึงมาทำงานบ้านแทนฉัน”

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้มีเจตนามาแย่งงานคุณ”

“ถ้าไม่มาแย่งงาน แล้วมาในฐานะอะไร”

“ฉันเป็นแฟนคุณรัญ”

“หา...แฟน หมายถึงเกิร์ลเฟรนด์งั้นหรือคะ”

“ค่ะ แล้วต่อไปก็อาจจะเลื่อนขั้นเป็นไวฟ์”

“งั้นต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่พูดจาไม่สุภาพกับคุณ”

“ฉันบัวระวงค่ะ”

“ดิฉันพิสมัยค่ะ เอาล่ะค่ะ เชิญคุณข้างนอก ปล่อยงานนี้ให้เป็นหน้าที่ของดิฉันเถอะค่ะ” พิสมัยหรือป้าไหมทำท่าจะคว้าไม้ถูพื้น แต่บัวชิงบอกแกว่า

“ไม่ต้องหรอกค่ะ จากนี้ไปป้าไหมไม่ต้องมาทำงานที่นี่แล้ว เพราะบัวจะทำเองทั้งหมด”

“อะไรนะคะ นี่หมายความว่าไล่ดิฉันออกงั้นหรือคะ”

“ไม่ได้ไล่ออกค่ะ เพียงแต่หยุดการว่าจ้างชั่วคราว”

“แล้วท่านเลขาฯทราบเรื่องนี้รึยังคะ”

“ท่านเป็นคนสั่งเองค่ะ”

“ถ้างั้นเราจะได้เห็นดีกัน...ฉันจะบอกให้เธอรู้นะว่างานแม่บ้านที่นี่มันหนักมาก รับรองเธอทำไม่ไหวหรอก” พูดจบป้าไหมสะบัดพรืดจากไป ท่ามกลางความงุนงงของบัวที่ไม่เข้าใจว่าทำไมแกต้องโกรธขนาดนี้ด้วย

ไม่นานนัก ป้าไหมก็บุกเข้ามาต่อว่ารัญถึงโต๊ะทำงานในสถานทูตโดยไม่สนสายตาเจ้าหน้าที่คนอื่นในห้องนั้น

“จะไล่ป้าออกทำไมถึงไม่บอกกันล่วงหน้าล่ะคุณรัญ คุณทำแบบนี้ป้าเสียหายนะคะ”

“ป้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ”

“ก็ผู้หญิงที่ชื่อบัวระวงแฟนคุณ เขาบอกป้าว่าคุณเลิกจ้างป้าแล้ว”

“อ้าว นี่ป้าเจอกับบัวระวงแล้วเหรอ”

“เจอแล้วค่ะ แหม...พอได้แฟนก็ลืมป้าเลยนะคะ ที่จริงจะเลิกจ้างก็บอกป้าตรงๆได้ ทำแบบนี้มันเหมือนไม่ให้เกียรติกัน”

เจ้าหน้าที่ต่างพากันมองมาอย่างสนใจ รัญไม่อยากให้ใครรู้เรื่องบัว จึงพูดเลี่ยงไปว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนตน เธอเป็นเพื่อนน้องสาวที่จะมาอยู่ด้วย

“ไม่ต้องมาโกหกหรอกค่ะ ผู้หญิงเขายืนยันว่าเขาเป็นแฟนคุณ แถมอนาคตจะเป็นภรรยาคุณด้วย”

ภาดาซึ่งรู้จักมักคุ้นกับรัญเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย “ใครหรือรัญ”

“เข้าใจผิดน่ะครับ พี่ภา”

“เอาล่ะค่ะ จะเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูกป้าไม่สนหรอก ป้าเพียงแต่ต้องการให้คุณจ่ายค่าเสียหายให้ป้า”

“เท่าไหร่ครับ”

“ป้าขอสองร้อยยูโรค่ะ”

รัญตัดปัญหารีบหยิบเงินจำนวนนั้นส่งให้ ป้าไหมรับเงินแล้วหันมาบอกทุกคนก่อนกลับออกไปว่า จากนี้ไปถ้าใครจะยกเลิกงานป้าต้องบอกล่วงหน้า ไม่งั้นป้าต้องขอปรับ...

รัญเคืองบัวระวงอย่างมาก กลับไปถึงบ้านเย็นนั้นเขาไม่ยอมกินไก่อบที่เธอทำเอาไว้ให้ แถมยังต่อว่าหน้าตาเคร่งเครียดเรื่องที่เธอบอกป้าไหมว่าเป็นแฟนกับเขา

“อ้าว ก็พี่รัญจ้างให้บัวมาเป็นแฟนพี่รัญไม่ใช่หรือคะ”

“นั่นมันเรื่องระหว่างผมกับคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณเที่ยวไปประกาศให้คนรู้ว่าคุณเป็นแฟนผม”

“แล้วมันเสียหายตรงไหนคะ”

“เสียหายสิ คุณรู้รึเปล่าว่าผมทำงานอะไร”

“รู้ค่ะ คุณเป็นเลขานุการเอกสถานทูต”

“ใช่ แล้วถ้าคนในสถานทูตรู้ว่าผมมีแฟนเป็นผู้หญิงขายตัว ชีวิตการทำงานของผมก็จะจบลงทันที”

“ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่”

“ผมจะบอกให้คุณรู้นะว่าเรื่องระหว่างคุณกับผมมันเป็นแค่ละครฉากนึง พอทุกอย่างจบลง เราก็จะเป็นคนที่ไม่รู้จักกันเลย เข้าใจรึเปล่า”

บัวเสียใจกับคำพูดของรัญจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เอ่ยขอโทษเขาเสียงสั่นแล้วหันหลังให้ทันที ยิ่งพอรัญทำมึนตึงใส่ บัวก็ยิ่งน้อยใจ หลบเข้าห้องร้องไห้ก่อนจะแอบออกจากบ้านไปเมื่อรัญเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง

บัวทั้งเสียใจและน้อยใจ เดินไปเรื่อยเปื่อยตามถนนยามค่ำคืน แล้วเกือบจะโดนหนุ่มฝรั่งลากไปขืนใจถ้ารัญตามมาช่วยไว้ไม่ทัน แต่งานนี้รัญก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากคมมีดของหนุ่มฝรั่ง บัวจะพาเขาไปหาหมอแต่เขาบอกว่าไม่ต้อง แค่ถากไปนิดเดียว เดี๋ยวไปทำแผลเองก็ได้

กลับถึงบ้าน บัวทำแผลให้เขาอย่างรู้สึกผิด เสร็จแล้วขยับจะไป รัญตัดสินใจเรียกเธอไว้ บอกว่าเรื่องที่ตนพูดเมื่อเย็นไม่ได้มีเจตนาจะดูถูก

“แต่ที่จริงมันก็ถูกของคุณ ฉันมันก็แค่ผู้หญิงหากิน ส่วนคุณเป็นนักการทูต มันไม่มีทางไปด้วยกันได้อยู่แล้ว ขอตัวนะคะ ฉันง่วง” บัวผละขึ้นห้องไปเงียบๆด้วยความน้อยใจ นั่งนอนคิดไปคิดมาอยู่สักพักก่อนตัดสินใจโทร.หาการ์ตูนที่เมืองไทยซึ่งเป็นเวลากลางวัน

ได้ยินบัวบอกว่าจะกลับบ้าน การ์ตูนแทบไม่เชื่อหู ซักบัวว่ามีเรื่องอะไร หรือว่าพี่รัญเขาขืนใจแก

“ถ้าขืนใจฉันไม่กลับหรอก”

“อ้าว แล้วมีเรื่องอะไรกัน”

“ฉันมาคิดๆดูแล้ว ไอ้แผนการที่ฉันจะมาอยู่ใกล้ชิดเขา แล้วทำให้เขาชอบเนี่ย มันคงไม่มีประโยชน์”

“ไม่เข้าใจ”

“ก็ทุกวันนี้เขาคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงหากินจริงๆน่ะสิ”

“หมายความว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงหากิน”

“ไม่ใช่ไม่ชอบ เขาเกลียดด้วย”

“ถ้างั้นแกก็บอกความจริงเขาไปเลยว่าแกเป็นใคร”

“ฉันจะบอกได้ไง ขืนบอกไป เขาก็รู้สิว่าฉันแอบมาตามจีบเขา”

“อ้าว แล้วแกจะเอายังไง บอกก็ไม่ได้ ไม่บอกก็ไม่ได้”

“ฉันถึงได้บอกแกว่าฉันจะกลับบ้านไง แล้วก็ลืมเรื่องทุกอย่างซะ”

“แต่ถ้าแกกลับมา แกก็ต้องแต่งงานกับนายฉัตรชัยนะ”

“ช่างมันเถอะ เอาไว้กลับไปแล้วค่อยว่ากันอีกที”

“งั้นก็ตามใจ แกจะกลับเมื่อไหร่ฉันจะได้ไปรับ”

“พรุ่งนี้ แล้วเดี๋ยวฉันจะโทร.หาแกอีกที”

“เออ...บ๊ายบาย” การ์ตูนวางสายหน้ายุ่ง พอหันกลับมาเห็นฉัตรชัยยืนจ้องตาเป๋งอยู่ หญิงสาวสะดุ้งโหยง ไม่แน่ใจว่าเขามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ และได้ยินอะไรบ้าง

พอเธอจะเดินหนี ฉัตรชัยตามไปคว้ามือเธอไว้ พูดดักคอเหมือนรู้ว่าเมื่อครู่เธอคุยกับบัว การ์ตูนปฏิเสธเสียงแข็งและพยายามเดินหนีไปขึ้นรถ แต่ฉัตรชัยก็ยังไล่บี้ไม่เลิก กระชากแขนการ์ตูนที่กำลังจะขึ้นรถ

“ผมไม่เชื่อ ผมรู้นะเมื่อกี้คุณคุยกับคุณบัวใช่มั้ย บอกมาผมมาซะดีๆ ว่าคุณบัวอยู่ที่ไหน”

“คุณไม่ได้เรียนหนังสือหรือไง ถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ฉันบอกว่าฉันไม่รู้ ปล่อยฉันนะ”

“ผมไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะบอกว่าคุณบัวไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”

“ต่อให้ตายฉันก็ไม่มีวันบอกคุณ...ปล่อย!”

เมื่อฉัตรชัยดึงดันไม่ยอมปล่อย การ์ตูนเลยกัดมือเขาเต็มเขี้ยว แต่กัดแล้วอย่าคิดว่าจะหลุดรอดไปได้ง่ายๆ เธอถูกเขารวบตัวมาจูบหนักหน่วง

“นี่...คุณกล้าดียังไงมาจูบฉัน”

“ถ้าคุณไม่บอกว่าคุณบัวอยู่ไหน ผมจะจูบคุณอีก ว่ายังไงจะบอกได้รึยัง ถ้าไม่บอกผมจะจูบจนคุณขาดใจตายเลย...บอกมา”

“ไม่”

“ถ้าอย่างงั้นก็ต้องเจอดี” ฉัตรชัยตั้งท่าจะจูบซ้ำ แต่ต้องชะงักกับอาการหลับตาพริ้มของการ์ตูน “อ้อ ที่คุณไม่บอกเพราะคุณชอบที่ผมจูบใช่มั้ย”

“บ้าเหรอ” หญิงสาวผลักเขาเซไป แล้วรีบขึ้นรถจากมาด้วยความเขินอาย

ooooooo

เตรียมเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋าไว้ตั้งแต่เมื่อคืน พอเช้าขึ้นบัวก็หิ้วกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านโดยไม่บอกกล่าวรัญ แต่เดินออกมาได้สักพัก เจอ รัญวิ่งจ๊อกกิ้งสวนทางมา รัญพอรู้ว่าบัวจะกลับเมืองไทยก็อึ้งไปเหมือนกัน

“ฉันเอาเงินค่าจ้างของคุณใส่ซองวางไว้บนโต๊ะแล้ว”

“เดี๋ยวสิบัวระวง คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ”

“ทำไมจะไม่ได้ ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับลูกค้า”

“แต่ผม...”

“คุณไม่ต้องกลัวหรอก คุณโทร.บอกเจ๊อ้อ เดี๋ยวเขาก็จะหาคนส่งมาแทนฉันเอง เงินตั้งสามแสนใครไม่อยากได้”

บัวออกเดินต่อไป รัญละล้าละลังครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ตัดใจจะเข้าบ้าน บัวเหลือบมองยิ่งน้อยใจ แอบบ่น

“นึกว่าจะง้อเราอีกซักหน่อย...ดี จะได้รู้ว่าเขาไม่มีใจให้เรา เราจะได้อกหักน้อยหน่อย”

ว่าแล้วบัวก็เรียกแท็กซี่ไปสนามบิน แต่ไม่ทันที่รถจะเคลื่อนออกไป รัญวิ่งมาดึงประตูรถเปิดออก ขอโทษบัวที่ตนพูดไม่ดี ทั้งขอร้องให้เธออยู่ต่อ สัญญาว่าตนจะไม่พูดจาดูถูกเธออีก

บัวซึ่งหลงรักเขาเต็มหัวใจอยู่แล้ว มีหรือจะไม่ใจอ่อน ยอมลงจากแท็กซี่กลับเข้าบ้านพร้อมเขา แถมยังทำอาหารเช้าให้เขากินอย่างสุดฝีมือ หลังจากนั้นรัญตอบแทนด้วยการพาเธอออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆอย่างเพลิดเพลิน ลืมเรื่องขุ่นใจไปหมดสิ้น สนิทสนมราวกับเป็นคู่รักกันจริงๆ

ooooooo

ตอนที่ 3

ถึงเวลาไปรอรับรินลดากับอ้อมที่สนามบิน รัญมีท่าทีกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัดจนบัวอดทักไม่ได้ว่า

“ดูท่าทางพี่รัญตื่นเต้นนะคะ”

“จริงหรือ”

“แต่เป็นใครก็คงต้องตื่นเต้นล่ะค่ะ จะได้เจอว่าที่เจ้าสาวในอนาคต”

“ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่แม่ผมอยากให้ผมได้ทำความรู้จักกับเธอเท่านั้น ผมจะชอบหรือไม่ชอบเธอ ก็ยังไม่รู้”

“แล้วถ้าพี่รัญชอบเธอล่ะคะ จะแต่งงานกับเธอเลยรึเปล่า”

“ถ้าผมชอบผมก็แต่ง”

“แล้วพี่รัญไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่ถูกใจกว่าหรือคะ”

“อย่างคุณน่ะหรือ”

บัวหน้าเจื่อน ปฏิเสธว่าตนไม่ได้หมายถึงตัวเอง สักหน่อย

“ผมรู้ ผมแค่แซวคุณเล่น จริงๆแล้วคนอย่างผมถ้ารักใครก็รักเลย ไม่คิดจะเผื่อใจให้ใครหรอก”

บัวนิ่งไปด้วยความหวั่นไหวกับคำพูดของรัญกลัวว่าเขาจะชอบอ้อมขึ้นมาจริงๆ ครั้นได้พบเจออ้อมกับรินลดา บัวยอมรับว่าอ้อมเป็นคนสวย ผิวพรรณรูปร่างก็ดี แต่นิสัยใจคอจะเป็นยังไงคงต้องดูกันต่อไป ฝ่ายอ้อมพอเห็นรัญรูปหล่อก็ปิ๊งเขาทันที แต่แล้วทั้งอ้อมและรินลดาก็มีอันยิ้มค้าง ชะงักกึก เมื่อรัญแนะนำบัวระวงในฐานะแฟนของตน

ทันทีที่ถึงบ้านรัญ อ้อมถามแกมตำหนิรินลดาไหนว่ารัญไม่มีแฟน แล้วบัวระวงเป็นใครมาจากไหน

“รินขอโทษค่ะ รินเองก็เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้ พี่อ้อมใจเย็นก่อนนะคะ”

“เธอจะให้พี่ใจเย็นทนดูเขาเริงรักกันงั้นหรือ พี่กลับกรุงเทพฯดีกว่า”

“อย่าเพิ่งโมโหสิคะพี่อ้อม รินว่ามันต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ”

“เข้าใจผิดรึ พี่ว่าเธอกับแม่เธอต่างหากที่เข้าใจผิด คิดว่าพี่ชายแสนดีไม่มีใคร”

“เอาอย่างนี้นะคะพี่อ้อม พี่อ้อมรออยู่นี่ก่อน ให้รินไปคุยกับพี่รัญว่าความจริงเป็นยังไง”

รินลดากระตือรือร้นออกจากห้องไป อ้อมฮึดฮัด ไม่สบอารมณ์ บ่นอุบ “อะไรของมันวะ”

เมื่อลงมาเจอรัญกับบัวใกล้ชิดสนิทสนมช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร รินลดายิ่งหน้าบึ้งตึง บอกพี่ชายว่าขอคุยเป็นการส่วนตัวนอกบ้าน ว่าแล้วเธอก็เดินนำลิ่วออกไปเลย

“คุณตั้งโต๊ะได้เลยนะ เดี๋ยวผมมา” รัญบอกบัวก่อนเดินตามน้องสาวไป โดยมีสายตาของบัวมองตามด้วยความสนใจใคร่รู้...

พอโดนน้องสาวซักไซ้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร รัญก็พูดเหมือนเดิมว่าบัวระวงเป็นแฟน รินลดาหน้างอไม่พอใจสวนว่า “แล้วทำไมน้องกับแม่ไม่รู้”

“ก็แล้วทำไมพี่ต้องรายงานเธอกับแม่ด้วย นี่มันเรื่องส่วนตัวของพี่นะ”

“แต่แม่ต้องการให้พี่แต่งงานกับพี่อ้อมนะ”

“แต่พี่บอกแม่ไปแล้วนี่ ถ้าพี่ชอบพี่ก็จะแต่ง”

“แต่พี่รัญมีผู้หญิงอื่นแบบนี้พี่อ้อมเขาจะชอบพี่รัญได้ยังไง”

“ก็แล้วจะให้พี่ทำยังไง พี่มีแฟนก่อนที่พี่จะเจอคุณอ้อม”

“แต่น้องว่าพี่ควรจะเลิกกับแม่บัวระวงให้เร็วที่สุด ก่อนที่พี่อ้อมจะไปจากพี่”

“พี่ทำอย่างงั้นไม่ได้หรอก และถ้าคุณอ้อมเขาอยากจะกลับ พี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้”

“ถ้าอย่างงั้นน้องจะบอกแม่”

“ดี...แม่จะได้เลิกจับคู่ให้พี่ซะที” รัญหันเดินเข้าบ้านอย่างไม่สนใจ

รินลดากลุ้มใจโอยโอดว่าตนจะทำยังไงดี แม่ต้องด่าแน่ๆ ครั้นรินลดาโทร.ไปบอกเล่าให้แม่ฟัง แม่โมโหโกรธาถามสวนมาเสียงแหลมปรี๊ดว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?

“หนูก็ไม่ทราบค่ะ”

“แล้วหน้าตาเป็นยังไง กับยัยอ้อมใครสวยกว่ากัน”

“สูสีค่ะแม่ สวยคนละแบบ”

“สูสีเลยหรือ”

“ใช่ค่ะ แล้วจะทำยังไงดีคะแม่ พี่อ้อมเขาโวยวายด่าหนูใหญ่เลย แถมยังบอกว่าจะกลับกรุงเทพฯด้วย”

“ไม่ได้นะยัยริน แกจะให้หนูอ้อมกลับไม่ได้นะ”

“แล้วจะให้หนูทำยังไงล่ะแม่”

“แกบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง เรื่องแฟนตารัญแม่จะเป็นคนจัดการเอง แล้วแกก็ลองสืบดูซิว่านังบัวระวงเนี่ย มันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มีศักดิ์สกุล มีทรัพย์สินเงินทองมากมายมั้ย”

“แม่หมายความว่าไงคะ”

“ถ้ามันรวยเท่าๆกับยัยอ้อม มีชาติตระกูลเหนือกว่า แกก็ให้ยัยอ้อมกลับได้เลย แต่ถ้ามันเป็นเด็กใจแตกมาเกาะพี่ชายแก แกก็เตรียมหาทางไล่มันไปให้เร็วที่สุด”

“แต่แม่คะ...”

“ไม่มีแต่ ทำตามที่แม่บอก” รมณีย์ตัดสายฉับ เคืองลูกชายที่มีผู้หญิงซ่อนอยู่แล้วไม่ยอมบอก...

ฝ่ายรินลดารีบไปปลอบและให้กำลังใจอ้อมว่าตนคุยกับแม่แล้ว แม่บอกว่าพี่อ้อมไม่ต้องตกใจ ถึงยังไงพี่รัญก็ต้องแต่งงานกับพี่อ้อมพันเปอร์เซ็นต์

“แต่ถ้าพี่รัญเขาไม่ยอมล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ พี่รัญกลัวแม่ ถ้าแม่พูดคำไหนเขาต้องทำตามค่ะ”

ฟังแล้วอ้อมค่อยมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ยอมลงไปร่วมโต๊ะอาหารกับรัญและบัว แต่พอเห็นบัวตักอาหารเอาใจรัญ ทั้งอ้อมและรินลดาต่างก็มองอย่างหมั่นไส้บัว

“คุณบัวระวงมาเรียนหนังสือหรือมาทำงานที่นี่คะ” รินลดาเริ่มซักประวัติบัว แต่รัญชิงตอบเสียเองว่าบัวจะมาเรียนภาษาเหมือนรินกับคุณอ้อม “งั้นก็ต้องอยู่ที่นี่อีกนานสิคะ”

“ก็คงนานล่ะค่ะ อยู่ที่ว่าพี่รัญจะหมดรักบัวเมื่อไหร่” บัวแซวพร้อมสบตารัญหวานเยิ้ม อ้อมยิ่งหมั่นไส้บัวเป็นทวีคูณ ส่วนรินลดาก็ยังตั้งหน้าตั้งตาซักบัวอย่างเอาเป็นเอาตาย หมายจะให้บัวอึดอัดจนทนไม่ได้แล้วไปจากพี่ชายของตนโดยเร็วที่สุด

“แล้วมาอยู่กับพี่รัญนานๆอย่างนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าหรือคะ”

“บัวไม่มีพ่อแม่ค่ะ”

“ไม่มีพ่อแม่ แล้วเอาตังค์ที่ไหนมาเรียนหนังสือเมืองนอก”

บัวตอบตามที่เตี๊ยมไว้กับรัญว่าตนได้เงินจากพี่ชายซึ่งเป็นเพื่อนกับรัญ แต่พี่ชายก็ไม่ได้ร่ำรวย ทำงานบริษัทมีเงินเก็บบ้างเล็กน้อย

รัญพอใจกับคำตอบของบัวแต่ก็กลัวจะมีหลุดมีพิรุธ จึงเปลี่ยนเรื่องคุยชวนสองสาวออกไปเดินเล่นหลังอาหาร แต่ทั้งคู่ปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกตนเพลียๆ ขอนอนพักดีกว่า พอสองสาวลับกายหายขึ้นไปบนห้องแล้ว บัวก็ถามรัญทันทีว่า การแสดงของตนเป็นยังไงบ้าง รัญบอกใช้ได้ ดูท่าทางสองคนนั้นเชื่อสนิท

อ้อมนั้นเชื่อแน่ ถึงขนาดบอกรินลดาว่าพรุ่งนี้พี่คงต้องกลับเมืองไทยจริงๆ

“อ้าว ทำไมอีกล่ะคะพี่อ้อม”

“ก็เธอไม่เห็นหรือว่าพี่ชายของเธอเขาสวีทกับแม่บัวระวงเหลือเกิน...พี่รัญหมดรักเมื่อไหร่ถึงจะไป...เชอะ ถ้าเกิดไม่หมดรักฉันก็รอจนเหงือกแห้งน่ะสิ”

“แต่รินว่าไม่หรอกค่ะ เดี๋ยวพอแม่โทร.มาทุกอย่างก็จบ”

“เธอไม่ต้องมาเหนี่ยวรั้งฉันหรอก ฉันจะบอกให้เธอรู้นะว่าคนอย่างฉันเนี่ยมีแต่ผู้ชายรุมล้อม แค่ฉันกระดิกนิ้วเรียกหน่อยเดียวผู้ชายก็วิ่งตามเป็นพรวนแล้ว” อ้อมพูดอย่างอารมณ์เสีย เดินเข้าห้องน้ำปิดประตูปังใหญ่จนรินลดาสะดุ้ง บ่นกระปอดกระแปดว่าทำไมต้องเป็นเราด้วย โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง...

ครู่ต่อมาเมื่ออ้อมโทร.ไปรายงานแม่ที่เมืองไทย แม่ไม่ยอมให้ลูกสาวกลับ ไม่ต้องสนใจเรื่องแฟนของรัญ เพราะเมื่อสักครู่คุณหญิงรมณีย์เพิ่งโทร.มายืนยันกับแม่ว่าเขาจะจัดการไล่นังบัวระวงออกไป

“แต่เขารักกันนะแม่”

“แกก็ต้องแย่งมาให้ได้ ไม่ว่าวิธีไหน แกไม่อยากเป็นคุณหญิงหรือไง นึกถึงทรัพย์สมบัติของเขาไว้ ถ้าแกแต่งงานกับเขาสมบัติทุกชิ้นของเขาก็จะเป็นของแก แกจะสบายไปทั้งชาติ พ่อกับแม่ก็จะได้สบายไปด้วย เข้าใจรึเปล่า”

“ก็ได้ค่ะ”

“ดีมาก” เพียงเพ็ญวางสายด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อหันมาเห็นสามียืนมองอยู่ข้างหลัง

“ไหนคุณบอกว่าส่งลูกไปเรียนต่อไง ทำไมถึงมีเรื่องแย่งผู้ชายอะไรกัน”

“ไม่ได้แย่งอะไรหรอกค่ะ คุณหญิงรมณีย์เขาอยากให้ลูกชายแต่งงานกับยัยอ้อม แต่บังเอิญลูกชายดันมีผู้หญิงมาเกาะ ฉันก็เลยบอกยัยอ้อมว่าไม่ต้องสนใจ”

“แต่เท่าที่ผมได้ยินคุณบอกลูก ผมไม่ชอบวิธีการที่คุณสอนลูกนะ”

“นี่คุณสิงห์ ฉันเป็นแม่นะคะ ฉันก็มีวิธีการอบรมลูกในแบบของฉัน คุณอยู่เฉยๆเถอะ เรื่องลูกฉันจัดการเอง” เพียงเพ็ญสะบัดหน้าเดินหนี สิงห์ได้แต่ถอนใจอย่างระอาในพฤติกรรมภรรยา

ooooooo

คืนแรกที่ต้องนอนร่วมห้องกัน บัวกับรัญต่างรู้สึกอึดอัดกระอักกระอ่วนไม่น้อย บัวระวังตัวแจไม่ยอมนอนเตียงเดียวกับเขา ขอปูผ้านอนบนพื้นข้างเตียง และไม่ให้เขาปิดไฟนอนด้วย รัญซึ่งนอนพื้นแล้วมักจะปวดหลังจึงนอนบนเตียงคนเดียว

แต่พอดึกหน่อยบัวหนาวสั่นจนครางฮือ รัญจึงจะเอาผ้าห่มมาห่มเพิ่มให้ แต่บัวลืมตาขึ้นมาเห็นเขายืนจังก้าตรงหน้าก็ตกใจ ลุกขึ้นนั่งถามเสียงหลง “พี่รัญจะทำอะไรคะเนี่ย”

 

ตอนที่ 4

ขึ้นมาคุยกันบนห้อง รัญเชื่อที่บัวเล่า และก็เข้าใจด้วยว่าบัวโกรธ แต่อ้อมเป็นแขกจะให้ตนไปว่าเธอได้ยังไง ส่วนรินลดาเดี๋ยวตนจะหาเวลาคุยด้วย

“ผมขอนะ อย่ามีเรื่องกับเขาอีก”

“แต่ถ้าเขาหาเรื่องบัวอีกล่ะคะ”

“คุณก็อดทนซักนิดแล้วกัน พยายามอยู่ห่างๆเขาไว้” บัวนิ่งไม่ตอบ รัญขยับเข้ามาจับมือเธอ “ผมขอโทษแทนเขาสองคนด้วย คิดซะว่าเห็นแก่ผมนะ”

“ก็ได้ค่ะ” บัวตอบรับอย่างจนใจ และไม่ยอมลงไปกินข้าวพร้อมเขา

ฝ่ายสองสาวเห็นรัญกลับลงมาแล้วไม่ดุไม่ว่าอะไรพวกตน ก็คิดว่าบัวคงโดนเอ็ดไปแล้ว อ้อมฉวยทำคะแนนต่อด้วยการเอาเสื้อที่ซื้อเมื่อกลางวันมาให้รัญ

“ขอบคุณครับ แต่ทีหลังไม่ต้องหรอกนะ พี่เองก็มีเสื้อเยอะแยะ”

“เล็กน้อยค่ะ อ้อมอยากซื้อให้พี่รัญ” อ้อมยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ รัญฝืนยิ้มตอบ

“พี่รัญ น้องว่าพี่รัญต้องจ้างแม่บ้านซักคนแล้วนะ” รินลดาเกริ่นขึ้นมา อ้อมได้ทีฟ้องเรื่องบัวไม่ยอมซักเสื้อให้ รัญฟังแล้วอึดอัดลำบากใจ แต่ก็รับปากจะลองคุยกับบัวให้

เมื่อรัญกลับขึ้นมาคุยกับบัว บัวตกลงจะทำอาหารเผื่อสองคนนั้นด้วย แต่เรื่องซักผ้าเธอไม่ยอม

“ผมไม่ได้ให้คุณทำเฉยๆนะ ผมจะจ่ายเงินเพิ่มให้”

“บัวไม่รับค่ะ แล้วบัวก็คิดว่าพี่รัญควรจะให้พวกเขาหัดทำกันเอง กะอีแค่ซักผ้ามันไม่ใช่เรื่องยาก บัวยังทำได้เลย”

“มันไม่เหมือนกันนะบัว คุณเคยทำงานบ้าน เคยดูแลตัวเองมาก่อน แต่สองคนนั่นเขามาจากครอบครัวที่มีคนรับใช้คอยทำให้”

“แต่บัวไม่ใช่คนรับใช้เขานะคะ”

“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น  เพียงแต่สองคนนั่นเขา...”

“ทำไมหรือคะ สองคนนั่นแตกต่างจากบัวตรงไหน มีมือ มีหู มีตา ไม่เหมือนบัวหรือคะ หรือแค่เขามีเงินมากกว่าบัว หรือพี่รัญเห็นว่าบัวต่ำกว่าสองคนนั่น บัวเลยต้องทำได้ทุกอย่าง”

บัวน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจและแค้นใจ หันหนีไปที่หน้าต่าง รัญตามมาขอโทษ ครั้นเห็นเธอร้องไห้ก็ตกใจ ถามว่าร้องทำไม หรือว่าโกรธตน...บัวเอาแต่สะอื้นไม่ตอบ

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้คุณโกรธ ถ้าคุณไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ”

“ค่ะ บัวไม่ทำ”

“ก็แค่นั้นแหละ ไม่เห็นต้องร้องไห้เลย คุณเนี่ยขี้แยเป็นเด็กๆไปได้” เขาดึงเธอมากอดปลอบ บัวเผลอปล่อยความรู้สึกกอดตอบเขา รัญเองก็เคลิ้มกับกลิ่นกายหอมๆของบัว ที่สุดเขาก็หักห้ามใจไม่ไหวกอดจูบและเกือบจะเลยเถิดถ้าบัวไม่ตะปบมือเขาไว้ หลังจากนึกถึงคำพูดของการ์ตูนที่เตือนไม่ให้มีอะไรกับรัญ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นบัวจะเป็นฝ่ายเสียชื่อเสียง

“ไหนพี่รัญบอกว่าจะไม่แตะต้องตัวบัวไงคะ”

“ผมขอถอนคำพูด” รัญเคลื่อนหน้าเข้ามาจะจูบอีก บัวแตะปากรัญไว้ ทำท่าเหมือนชำนาญในอาชีพ

“แต่ถ้าพี่รัญจะทำอะไรมากกว่านี้ บัวต้องขอเงินเพิ่มนะคะ...ว่าไงคะ”

รัญชะงักแล้วผละออกอย่างไม่พอใจ “สำหรับคุณ ทุกอย่างเป็นเงินไปหมดเลยนะ”

“ก็ใช่สิคะ  มันเป็นอาชีพของบัวนี่คะ”

“อ้อ จริงสิ ผมลืมไปว่าอยู่กับใคร มิน่า พอเสนอให้ซักผ้าทำเป็นเสียใจร้องไห้ แต่เรื่องอย่างว่ากลับรีบทวงถามค่าจ้างพิเศษ คุณไม่ต้องห่วงหรอก คนอย่างผมไม่เคยจ่ายเงินเพื่อให้ผู้หญิงมานอนด้วย ผมสัญญา ผมจะไม่แตะต้องตัวคุณอีก”

รัญออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย โกรธตัวเองที่ไม่น่าเผลอใจไปกับผู้หญิงขายบริการ ขณะที่บัวน้ำตาเอ่ออยู่ในห้อง เสียใจที่ต้องพูดและทำอย่างนั้นลงไป

กระทั่งเช้าวันใหม่ซึ่งเป็นวันหยุด รัญก็ยังมีท่าทีมึนตึงกับบัวอย่างเห็นได้ชัดจนอ้อมกับรินลดาแอบซุบซิบกันว่าสองคนนี้แปลกไป สงสัยรัญคงเริ่มเบื่อบัวแล้ว ดังนั้นรินลดาจึงเห็นควรว่าอ้อมต้องเร่งทำคะแนนโดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เลย
สองสาวให้รัญพาเที่ยวรอบเมือง รัญตกลงทันทีโดยไม่ชวนบัวสักคำ อ้างว่าบัวเคยไปบ่อยแล้ว นั่นยิ่งทำให้สองสาวแน่ใจว่าระหว่างรัญกับบัวต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเป็นแน่

เมื่อได้ออกไปเที่ยวโดยปราศจากบัว รินลดาเปิดโอกาสให้อ้อมได้อยู่ตามลำพังกับรัญ อ้อมหว่านเสน่ห์ออดอ้อนออเซาะรัญเต็มที่ ถ่ายรูปกันอย่างแนบชิด บางครั้งเธอก็แสร้งถึงเนื้อถึงตัวเพื่อให้ชายหนุ่มหวั่นไหว ซึ่งช็อตนี้เองรินลดาได้แอบบันทึกภาพไว้แล้วรีบส่งไปให้แม่ทางเมืองไทยดูทันที

ขณะนั้นรมณีย์อยู่กับเพียงเพ็ญพอดี รมณีย์จึงเอาภาพนี้อวดเพียงเพ็ญ แล้วสองคุณแม่ก็ดี๊ด๊าหน้าบานไปด้วยกัน วาดหวังว่ารัญกับอ้อมต้องได้ลงเอยกันแน่ แต่เมื่อนึกถึงผู้หญิงที่ชื่อบัวระวง  เพียงเพ็ญก็ยังไม่วางใจร้อยเปอร์เซ็นต์ กลัวหล่อนจะออดอ้อนขอเป็นเมียเก็บ ซึ่งตนรับไม่ได้จริงๆ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันมั่นใจว่าตารัญไม่มีทางเก็บแม่บัวระวงไว้เป็นเมียน้อยหรอก เพราะครอบครัวเราไม่นิยมเรื่องแบบนี้”

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณหญิงว่าเราจะได้มาวางแผนเรื่องงานแต่งงานกันต่อ”

เสียงโทรศัพท์มือถือรมณีย์ดังขัดจังหวะ พอเจ้าตัวกดรับต้องตกใจเพราะเป็นนักเลงบ่อนพนันโทร.มาทวงหนี้พร้อมคำข่มขู่จะตัดนิ้วทิ้งถ้าพรุ่งนี้ไม่จ่ายหนี้ตามกำหนด รมณีย์กลัวทั้งเจ้าหนี้และกลัวเพียงเพ็ญที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะรู้จึงรีบพูดแล้ววางสายด้วยสีหน้าท่าทีแปลกๆ ทำให้เพียงเพ็ญสงสัยถามว่าใครโทร.มา

“พวกมูลนิธิน่ะโทร.มาขอให้บริจาคเงิน เมื่อวานพี่ก็เพิ่งบริจาคไปห้าแสน เออ พูดถึงเงินแล้วนึกขึ้นมาได้ พี่อยากจะยืมเงินสดคุณเพ็ญซักสองล้านได้มั้ย”

“สองล้านหรือคะ คุณหญิงจะเอาไปทำอะไรคะ”

“พอดีเงินสดของพี่มันฝากฟิกซ์ในแบงก์ จะครบดอกเบี้ยอีกสามเดือนข้างหน้า”

“คุณหญิงมีที่ดินตั้งเยอะไม่ใช่หรือคะ ไม่เอาไปโอดี แบงก์ก่อน”

“ขี้เกียจไปน่ะ มันเรื่องยุ่ง แล้วอีกอย่างพี่เพิ่งขายที่ดินที่บางพลีไปสามไร่ สิ้นเดือนนี้คนซื้อมันจะเอาเงินมาให้สี่สิบล้าน”

“ถ้าอย่างงั้นไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เดี๋ยวน้องเขียนเช็คให้”

“ขอบใจน้องเพ็ญมากจ้ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เราคนกันเอง” เพียงเพ็ญกุลีกุจอลุกออกไป รมณีย์ถึงกับผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก หายใจคล่องขึ้นหน่อย

ooooooo

ทางด้านรัญกับอ้อมที่ปราก อ้อมยังอ้อนให้รัญพาเที่ยวรอบๆเมือง โดยไม่รู้ว่าบัวแอบตามสังเกตการณ์ อยู่ห่างๆด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ยิ่งเห็นเขาทั้งคู่ใกล้ชิดโอบซบกันท่ามกลางอากาศหนาวเย็น บัวเจ็บปวดแทบน้ำตาซึม กลัวจะเสียรัญให้อ้อมไปจริงๆ

รินลดาที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นเดินมาเจอบัวโดยบังเอิญ บัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบคำถามของเธอว่า ตนว่างๆก็เลยออกมาเดินเล่น

“แล้วนี่ทำอะไร ดูลับๆล่อๆเหมือนแอบดูอะไร”

“เปล่าค่ะ พอดีเห็นพี่รัญอยู่ด้านนู้นกับคุณอ้อม ก็เลยไม่อยากขัดจังหวะ”

รินลดามองตามสายตาบัวไปเห็นอ้อมนั่งซบรัญ “หวังว่าเธอคงไม่หึงนะที่พี่อ้อมเขาสโลว์ซบกับพี่รัญ”

“อ๋อ ไม่ค่ะ ถ้าพี่รัญชอบคุณอ้อม บัวจะไปห้ามอะไรได้” ตอบแล้วบัวขยับจะไป

“แล้วนี่จะไปไหน”

“ก็กลับบ้านสิคะ”

“ไม่กลับด้วยกันหรือ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ บัวไม่อยากให้พี่รัญกับคุณอ้อมอึดอัด”

“ดีแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องบอกพี่รัญว่าเจอเธอ”

รินลดาหันกลับไปมองอ้อมกับรัญ เห็นอ้อมมองจ้องหน้าสบตารัญเหมือนจะจูบ จึงเชียร์ให้อ้อมจูบเลย แต่แล้วอ้อมก็พลาดเป้าเพราะรัญลุกขึ้นเสียก่อน เป็นเหตุให้ศีรษะอ้อมโขกเก้าอี้อย่างจัง

ตกเย็นกลับมาถึงหน้าบ้าน อ้อมยังอ้อนให้รัญพาไปเที่ยวอีกในอาทิตย์หน้า และรินลดาก็เน้นด้วยว่าขอไปแบบนี้แค่สามคน อ้อมทำเป็นเกรงใจท้วงรินลดาว่าบัวจะยอมเหรอ อยู่ๆเราจะควงแฟนเขาไปเที่ยวแล้วไม่ให้เขาไป

“บัวเขาไม่คิดอย่างงั้นหรอกครับ” รัญออกตัว

“ความจริงพี่รัญน่ะเหมาะกับพี่อ้อมมากกว่ายัยบัวระวงหลงทางนั่นตั้งเยอะ”

“น้องรินอย่าพูดอย่างงั้นสิจ๊ะ พี่เขินนะ” อ้อมทำทีบิดตัวจนขาพลิกร้องโอ๊ยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากรัญ อีกทั้งอยากเยาะบัวที่อยู่ในบ้าน

แล้วอ้อมก็ทำสำเร็จ รัญต้องประคองเธอเข้าบ้านแล้วใช้ให้บัวไปเอาเจลกับยามาให้ เขาจะปฐมพยาบาลอ้อมที่ขาแพลง บัวสะกดใจอย่างยิ่งทำตามที่รัญสั่ง พอเห็นอ้อมมารยาว่าเจ็บมากจนเดินไม่ไหวแล้วรินลดาก็จะให้รัญอุ้มไปส่งที่ห้อง บัวแทบทนไม่ไหวมองตามทั้งคู่ไปด้วยความเจ็บใจ แต่รินลดาสะใจมาก หันมาเย้ยบัวว่า

“ฉันว่าเธอเตรียมเก็บข้าวของย้ายออกจากที่นี่ได้แล้วนะบัวระวง”

บัวจี๊ดใจแต่ไม่พูดอะไรสักคำนอกจากหันหลังเดินกลับไปในครัว ส่วนรัญที่อุ้มอ้อมขึ้นไปวางบนเตียง พอเขาจะผละออกมา อ้อมก็จู่โจมหอมแก้มเขาอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยอุ้มอ้อมขึ้นมา”

ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว ยิ้มเก้อๆ บอกไม่เป็นไร อ้อมยิ้มกริ่มได้ใจ กล่าวกู๊ดไนต์พร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำ  ก่อนรัญจะหันกลับออกไป แล้วอ้อมก็บอกกับตัวเองอย่างหมายมาดว่าเธอจะดีดบัวระวงให้กระเด็นออกจากบ้านนี้ให้จงได้...

ถึงเวลาเข้านอน รัญทำเหมือนบัวไม่มีตัวตนในห้อง เขาเดินผ่านเธอไปหยุดยืนที่หน้ากระจกอย่างไม่สนใจ แล้วบัวก็ทำลายด้วยความเงียบ โพล่งขึ้นมาด้วยความน้อยใจ

“ฉันว่าความจริงไม่เห็นคุณต้องอุ้มเธอขึ้นมาเลย กะอีแค่ขาแพลงหน่อยเดียว”

“คุณหึงเหรอ” เขาถามโดยไม่หันมามอง

“เปล่า ฉันจะไปหึงคุณเรื่องอะไร เพราะฉันไม่ได้เป็นแฟนคุณจริงๆ”

“ดีแล้วที่คุณรู้ตัว” รัญพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วขึ้นเตียงดึงผ้าห่มคลุมตัวก่อนหันมาบอก “ผมว่าบางทีคุณอาจจะได้กลับบ้านเร็วกว่ากำหนดนะ”

บัวรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ลงนอนน้ำตาไหลริน...

ooooooo

เช้าขึ้นบัวตื่นมาทำอาหารตามปกติ ขณะที่รัญก็ยังวางท่ามึนตึงหมางเมิน ไม่ออกความเห็นเมื่อเธอถามเขาว่าอยากทานอะไร...รัญออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งแล้วโทร.หาเพชรที่เมืองไทย บอกให้เพื่อนรู้ว่าตนอาจจะส่งบัวระวงกลับบ้านก่อนกำหนด

“หมายความว่าแกชอบน้องอ้อมแล้วหรือ”

“ก็...ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะเท่าที่ดูเขาก็น่ารัก หน้าตาก็สวย มีการศึกษา แถมมาจากครอบครัวดี ฉันคิดว่าฉันคงรักเขาได้ไม่ยาก”

“เออ ฉันดีใจกับแกด้วย ว่าแต่ว่าแกจะไม่แตะน้องบัวระวงก่อนส่งกลับจริงหรือ”

“ไม่ ฉันไม่นอนกับผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน”

“ทำไมน้ำเสียงแกดูซีเรียสจังวะ หรือว่าน้องบัวระวงเรียกค่าบริการเพิ่ม”

“เปล่า  ฉันแค่โทร.มาบอกให้แกรู้ว่าฉันอาจจะส่งบัวระวง กลับก่อนสิ้นเดือน”

“ก็แล้วแต่แก ฉันไม่มีปัญหาอะไร”

รัญกดปิดโทรศัพท์เดินหน้าเครียดไปตามทางในสวนสาธารณะอย่างหงอยๆ ส่วนในบ้านของรัญ เวลานี้กำลังจะเกิดศึกระหว่างบัวกับอ้อม ต้นเหตุมาจากอ้อมที่หมั่นไส้บัวที่เก่งกาจทำอาหารฝรั่งได้ ก็เลยจงใจพูดจาเสียดสีดูถูก ทำให้บัวเหลืออดไล่ให้ไปเห่าหอนไกลๆ

“นี่แกว่าฉันเป็นหมางั้นหรือ”

“ฉันไม่ได้พูด แค่เปรียบเปรย”

อ้อมโกรธจัดจะเข้าไปตบ แต่บัวยกตะหลิวร้อนๆขึ้นท้าให้เข้ามาเลย ถ้าไม่กลัวเสียโฉม อ้อมจึงกล้าๆกลัวๆ จังหวะนี้เองรินลดาลงมาเห็นพอดี

“มันจะมากไปแล้วนะบัวระวง พี่อ้อมเป็นแขกของพี่รัญนะ เธอไม่มีสิทธิ์มาทำกิริยาไร้มารยาทแบบนี้”

“น้องรินมาก็ดีแล้ว เป็นพยานให้พี่นะว่ามันจะเอาตะหลิวตบหน้าพี่”

“ค่ะ เดี๋ยวพี่รัญมาน้องจะบอกให้พี่รัญจัดการ”

พูดขาดคำ รัญโผล่เข้ามาพอดี รินลดาจึงฟ้องพี่ชาย ว่าบัวระวงจะเอาตะหลิวตบหน้าพี่อ้อม แถมยังว่าพี่อ้อม
เป็นหมาด้วย

“ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ บัวระวง”

บัวไม่ทันจะอธิบาย ถูกอ้อมชิงตัดหน้าแต่งเรื่องเสียก่อน

“เป็นความผิดของอ้อมเองค่ะพี่รัญ อ้อมเห็นว่าบัวเขาทำอาหารให้พวกเรากินทุกวันก็เลยอยากจะเข้ามาช่วย แต่เขากลับด่าอ้อมว่าไม่ต้องมายุ่ง บอกว่าอย่างอ้อมน่ะทำไปพี่รัญก็ไม่กิน อ้อมก็เลยบอกว่าทำไมถึงพูดอย่างนี้กับอ้อม”

“คุณอ้อมมีเจตนาดี ทำไมคุณถึงพูดจาหยาบคายกับเขา”

“นี่คุณเชื่อเรื่องที่เขาพูดงั้นหรือ”  บัวมองรัญอย่างตัดพ้อ

“แล้วฉันจะโกหกทำไม” อ้อมสวนทันควัน

“ใช่...รินเป็นพยานได้ค่ะพี่รัญว่าบัวระวงด่าพี่อ้อมจริงๆ พี่รัญต้องจัดการนะคะ ขืนปล่อยให้ทำอย่างนี้ ต่อไปเขาก็จะด่ารินอีกคนนึง”

“ขอโทษคุณอ้อมซะบัวระวง”

บัวไม่พอใจโยนตะหลิวลงกระทะแล้วเดินออกไปทันที

“เห็นรึยังคะพี่รัญ ว่าเขาไร้มารยาทแค่ไหน”

“เอาล่ะ พี่ขอโทษแทนบัวด้วย เดี๋ยวพี่จะจัดการเรื่องนี้เอง”

“พี่ต้องจัดการให้ถึงที่สุดนะคะ”

รัญเดินหน้าเครียดออกไป สองสาวแสบหันมายิ้มให้กันอย่างสะใจ...รัญตามบัวออกไปนอกบ้าน ย้ำเตือนเรื่องที่เคยขอร้องว่าอย่ามีเรื่องทะเลาะกับสองคนนั้น

“ฉันไม่ได้หาเรื่องนะ แต่น้องสาวคุณกับคุณอ้อมหาเรื่องฉันก่อน”

“แล้วทำไมคุณต้องไปด่าเขาด้วย”

“แล้วทำไมคุณไม่ถามว่าเขาด่าฉันว่ายังไงบ้าง”

“แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร คุณก็ควรจะอดทน คุณลืมไปแล้วหรือคุณกำลังรับจ้างผมทำงานอยู่นะ ผมบอกให้คุณอดทน อย่าทะเลาะกับเขา คุณก็ต้องทำตาม และผมก็หวังว่าจากนี้ไป คุณจะให้เกียรติคุณอ้อมมากกว่านี้ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็กลับไป”

รัญพูดรวดเดียวจบแล้วเดินจากมาทันที ทิ้งให้บัวนั่งน้ำตาอาบแก้มด้วยความน้อยใจ...เสียใจ

ooooooo

นอนคิดตัดสินใจมาเกือบทั้งคืน พอเช้าขึ้นยังมาเห็นภาพบาดตาระหว่างอ้อมกับรัญเข้าอีก บัวจึงหิ้วกระเป๋า ออกจากบ้านหลังจากรัญออกไปทำงานแล้ว ยังความยินดีปรีดาให้แก่อ้อมกับรินลดาแทบจะกระโดดโลดเต้น

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:10 น.