นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ข้ามากับพระ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เสี่ยกิจร้อนใจเรื่องลูกสาวหายตัวไปพร้อมสาวใช้ จึงมาพบสารวัตรพนาที่โรงพัก ขอให้ช่วยระดมคนตามหาเพิ่มขึ้นอีก เกริกซึ่งพึงพอใจแก้วตาทราบเรื่องก็ร่วมด้วยช่วยกัน...

    ศักดิ์ แก้วตา มะขิ่น ไปถึงสำนักสงฆ์ในสภาพอิดโรย หลวงพ่อเสือแปลกใจถามพวกเขาว่ามาได้ยังไง

    “คุณแก้วตากับมะขิ่นถูกพวกโจรปล้นเมื่อคืนนี้ครับหลวงพ่อ”

    “ไม่น่าเชื่อ ลูกสาวคนดังระดับอำเภอจะมีโจรกล้ามาปล้น”

    “คงไม่ใช่คนที่นี่หรอกค่ะหลวงพ่อ”

    “แล้วมันได้อะไรไปบ้าง”

    “ก็ของเล็กๆน้อยๆค่ะ”

    “แต่ผมสังเกตว่ามันอยากได้หนังสือเก่าๆเล่มนี้ครับ” ศักดิ์หยิบตำราเล่มนั้นออกมาส่งให้หลวงพ่อ

    “หนังสือนี้เป็นตำราพวกไสยเวท มันคือเดรัจฉานวิชา ถ้าจะให้ดีไอ้ศักดิ์เองเอาเผาทิ้งซะ”

    “ทำไมล่ะครับหลวงพ่อ น่าเสียดายออก”

    “ของแบบนี้ถ้าตกอยู่กับมือคนชั่วมันจะเป็นหายนะ”

    “แล้วถ้าตกอยู่ในมือคนดีแบบผมล่ะครับหลวงพ่อ”

    “คนดีไม่จำเป็นต้องใช้ของแบบนี้หรอก ความดีย่อมชนะทุกสิ่ง”

    “นายศักดิ์...ฉันว่านายทำตามที่หลวงพ่อบอกดีกว่า”

    ศักดิ์สีหน้าจำนน รับคำทั้งที่เสียดาย แก้วตามาดหมายต้องตามล่าโจรกลุ่มนี้ให้ได้ แต่มะขิ่นกลัวอันตรายบอกเจ้านายว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว ปล่อยไปเถอะ

    “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร แต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะจะเป็นอันตรายกับผู้อื่นนะ”

    “ให้ตำรวจเขาจัดการดีไหมครับ”

    “ตำรวจน่ะเหรอ พึ่งได้ซะที่ไหน” แก้วตาพูดโพล่ง หน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที

    ooooooo

    มะนาวกับมะขวิดมาเยี่ยมผู้กองพงษ์กับจ่าโชคที่ยังอยู่ในห้องขัง พงษ์ดีใจแต่อดสงสัยไม่ได้ว่าสองพี่น้องรู้เรื่องได้ยังไง

    “โอ๊ย...ไม่รู้ก็บ้าแล้วผู้กอง เขาโจษจันกันทั้งตลาดว่าผู้กองปล่อยให้พี่ภูหนีไป”

    “บางคนก็บอกว่านายน่าจะร่วมข่มขืนพี่แววด้วย”

    พงษ์สะดุ้ง ร้องลั่นว่าไปกันใหญ่แล้ว จ่าโชคหัวเราะหึๆ บอกว่าคนที่นี่ก็เป็นแบบนี้แหละ เห็นแค่กิ้งก่า คุยต่อๆ กันไปกลายเป็นมังกรไฟ

    “ยังไงก็ขอบใจนะที่มาเยี่ยม”

    “คนเคยรู้จักกัน ก็ต้องมาดูใจหน่อย”

    “เมื่อกี้พี่มะนาวไม่ได้พูดแบบนี้นี่ ดูเป็นห่วงผู้กองจะตาย แถมเร่งฉันให้รีบขายของให้หมดด้วย”

    มะนาวหมั่นไส้ทุบมะขวิดไปที แล้วหันมาถามพงษ์เรื่องประกันตัว พอรู้ว่าต้องใช้เงินจำนวนมากก็ได้แต่หนักใจไม่รู้จะช่วยยังไง กลับถึงบ้านเล่าให้ตาชูฟังด้วยความเป็นห่วงผู้กองและจ่า ตาชูสงสารเลยหาทางช่วยโดยบอกให้หลานๆไปขุดดินหลังบ้าน แต่ไม่บอกว่าซ่อนอะไรไว้

    ทางด้านแก้วตา ศักดิ์ และมะขิ่น ทั้งสามคนกำลังกราบลาหลวงพ่อเสือ ศักดิ์ขอกลับไปทำงานที่โรงไม้เสี่ยกิจเหมือนเดิม แก้วตารับปากจะไม่บอกใครว่าหลวงพ่ออยู่สำนักสงฆ์กลางป่า ส่วนมะขิ่นอาสาไปรับจดหมายที่ไปรษณีย์มาให้หลวงพ่อตามต้องการ

    แต่ระหว่างการเดินทางออกจากป่า ทั้งสามคนโชคร้ายถูกผู้พันเชจับตัวเรียกค่าไถ่ โดยปล่อยศักดิ์กลับไปส่งข่าวเสี่ยกิจให้เอาเงินห้าล้านมาไถ่ตัวลูกสาว

    ผู้พันเชเป็นศัตรูคู่แค้นกับเสือทอง อดีตทั้งคู่เคยบาดหมางกันถึงขั้นจะเอาชีวิต แต่เสือทองมีวิชาอาคมหนีรอดไปได้ พอดีวันนี้เกริกจะให้เสือทองกำจัดผู้พันเชที่เหิมเกริมส่งทหารเข้ามาฝั่งไทย เสือทองจึงรับปากโดยไม่ต้องคิดนาน

    ฝ่ายภูที่หนีการตามล่าของตำรวจมาตั้งแต่เมื่อคืน สายวันนี้เขาเดินไปติดกับดักของเพลิงที่ตั้งใจจับหมูป่า เพลิงจำภูได้ว่าเป็นคนของเสี่ยกิจจึงจับตัวมาทรมาน เสือไพรรู้เห็นไม่พอใจจึงกำราบเพลิงแล้วพาภูซึ่งเคยเจอกันครั้งหนึ่งมาพักในบ้าน

    ภูเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองและแววให้เสือไพรฟัง เขามั่นใจว่าเสือทองคือฆาตกรฆ่าขืนใจแวว เสือไพรจำเสือทองได้ เคยยิงมันกระเด็นแต่กระสุนไม่เข้าเหมือนที่เคยยิงภู

    ภูยอมรับว่าตนกับเสือทองหนังเหนียว แต่ต้องยอมเสียบางอย่างเพื่อได้สิ่งเหล่านี้ ก่อนหน้านี้ตนปลงแล้ว ตนอยากอยู่เฉยๆ เป็นคนธรรมดา ทำงาน มีเมีย มีครอบครัว

    “แล้วเป็นไง...ตอนนี้คงไม่เหลือความฝันแล้วสิ”

    “ฉันตื่นแล้ว...ความจริงก็คือฉันจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง” ภูแววตากร้าว เสือไพรเข้าใจ ถามเขาว่าจะไปไหนต่อ เมื่อภูยังไม่รู้ เสือไพรมีเมตตาและรู้สึกว่าภูเป็นคนไว้ใจได้ อนุญาตให้เขาอยู่ที่นี่ ใช้ความคิดสักพัก คิดออกแล้วค่อยไป

    เพลิงไม่พอใจสอดเข้ามาทันที “ไม่ได้นะพ่อ ฉันไม่ไว้ใจมันหรอก ยังไงมันก็เป็นขี้ข้าไอ้เสี่ยกิจ”

    “แต่ตอนนี้มันเป็นนักโทษหนีคดีแล้ว ใครเดือดร้อนมาข้าก็ให้พึ่ง”

    เพลิงไม่ยอมจะเถียงอีกแต่เสือไพรปรามด้วยสายตาเข้มดุ เพลิงเลยไม่กล้า ได้แต่ย้ำว่า “แล้วพ่อจะเสียใจ” จากนั้นผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย

    สมุนคู่ใจสองคนติดตามเพลิงออกมา แล้วสอพลอเมื่อเพลิงบ่นว่าตนชักจะทนไม่ไหวแล้ว

    “นั่นสิ พักนี้ไม่ว่าพี่เพลิงจะทำอะไรก็ผิดไปทั้งหมดเลย”

    “พ่อเสือนะพ่อเสือ เห็นขี้ดีกว่าไส้”

    “บางทีข้าอาจจะต้องออกหากินเองบ้างแล้ว”

    “พี่เพลิงหมายถึงจะปล้นเองน่ะหรือ”

    “เราก็ใช้ไอ้เจิดมันปล้นให้อยู่แล้วนี่”

    “ข้าหมายถึงเราต้องทำงานให้มันใหญ่กว่านี้ ปล้นรถสองแถวมันจะได้กี่อัฐกันวะ คนเรามันต้องโตเว้ย”

    “ฉันเอาด้วย อยู่แบบนี้เงินทองก็ไม่ค่อยมีใช้ ปล้นมาได้เท่าไหร่พ่อเสือแจกคนอื่นหมด พวกฉันเสี่ยงแทบตายได้เงินใช้ทีละสิบยี่สิบ”

    เพลิงพอใจที่ได้แนวร่วม ย้ำว่าถ้าอยู่กับเสือเพลิง พวกเอ็งก็จะเป็นเศรษฐีย่อมๆ

    ooooooo

    ศักดิ์โดนขีดเส้นตายจากผู้พันเชให้เวลา 24 ชั่วโมงไปบอกเสี่ยกิจให้เอาเงินห้าล้านมาไถ่ตัวแก้วตากับมะขิ่น ถ้าเกินเวลาสองสาวจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ให้เสี่ยกิจเอาไปต่อเอง

    ในที่สุด ศักด์ิก็ดั้นด้นมาเจอคณะของเสี่ยกิจที่กำลังออกตามหาแก้วตา ศักดิ์เล่าเหตุการณ์ต่างๆที่ประสบให้ทุกคนฟัง ก่อนที่เสี่ยกิจจะจับใจความทั้งหมดได้ว่า

    “สรุปว่าแกถูกยิงตกเขาแต่ไม่ตาย แล้วมาช่วยลูกสาวฉันจากโจรปล้น แต่ตอนนี้ลูกสาวฉันถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่”

    “ครับเสี่ย”

    “นายว่ามีโจรปล้น จำหน้ามันได้หรือเปล่า เป็นพวกเดียวกับที่จับคุณแก้วตาไปหรือเปล่า”

    คำถามของสารวัตรพนาทำให้เด่นลูกน้องเสือทองหลุกหลิกเพราะมันคือโจรกลุ่มนั้น ศักดิ์นึกทบทวนแล้วมองไปสบตาเด่นพอดี ทำท่าจะพูด เด่นรีบปฏิเสธเสียก่อนว่า

    “เฮ้ย! ฉันเปล่านะ”

    “อะไรครับพี่...เปล่าอะไร ผมแค่จะบอกว่าผมจำหน้าไม่ได้”

    “ก็เห็นแกมองหน้าฉัน”

    “เอ...แต่จะว่าไป...หุ่นมันก็สูสีกับพี่นะครับ”

    “มากไปแล้ว พูดจาอะไรให้ระวังปากหน่อย” เด่นท่าทีโมโห

    “ผมล้อเล่นน่ะครับ คนที่จับคุณแก้วตาไปคือผู้พันเชครับ ส่วนโจรที่ปล้นคุณแก้วตาเป็นโจรกระจอก” ศักดิ์ แกล้งประชด...เด่นร้อนตัวแต่ต้องรีบเก็บอาการเพราะคนอื่นๆเริ่มจับสังเกต

    “เอาล่ะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ผู้พันเชมันต้องการเท่าไหร่”

    เมื่อทราบจำนวนเงินว่าห้าล้าน เสี่ยกิจไม่มีปัญหา ขอเพียงได้ลูกสาวของตนคืนมา แต่สารวัตรพนาบอกไม่ต้องห่วง ตนจะดำเนินการแบบที่เสี่ยอาจจะไม่ต้องเสียสักบาท

    “ไม่ได้นะครับ เขาบอกว่าขืนให้ตำรวจมาเกี่ยว คุณแก้วตากับมะขิ่นจะเป็นจิ๊กซอว์แน่นอน”

    เสี่ยกิจตระหนกในคำขู่ เพราะจิ๊กซอว์หมายถึงชิ้นส่วน กลัวแก้วตากับมะขิ่นโดนหั่น แต่เด่นเชื่อว่างานนี้เสือทองจัดการได้แน่

    ooooooo

    อยู่ดีๆแพรพรรณขึ้นโรงพักมาเยี่ยมผู้กองพงษ์ ซื้ออาหารอย่างดีมาให้กินก่อนจะเจรจาเป็นตัวแทนเกริกที่อยากได้ทั้งผู้กองและจ่ามาทำงานให้ แลกกับช่วยเรื่องคดี โดยจะประกันตัวให้ก่อนเลย

    “ฝากขอบคุณท่านเกริกในความหวังดีด้วยนะครับ แต่บอกท่านว่าผมรับไม่ได้”

    “ทำไมล่ะคะ ผู้กองไม่ลองคิดให้ดีก่อน”

    “เรื่องแบบนี้ต้องคิดด้วยหรือครับ”

    “ฉันจะเรียนท่านตามนี้ค่ะ” แพรพรรณตัดบทเดินออกไป ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคไม่ค่อยพอใจที่ถูกซื้อตัว...

    ทางฝ่ายมะนาวกับมะขวิดที่ขุดดินหลังบ้านกันตั้งแต่เช้ายันเย็นยังไม่เจออะไรสักอย่าง ทั้งคู่ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน ตาชูเลยให้พักอาบน้ำกินข้าวกันก่อน แต่มะนาวใจร้อนแอบมาขุดดินคนเดียว ตาชูได้ยินเสียงจึงตามออกมาเป็นกำลังใจ ในที่สุดมะนาวก็ขุดเจอลังใส่ทองคำแท่งจำนวนมากที่ตาชูซ่อนไว้นานแล้ว

    มะขวิดอยากรู้ที่มาที่ไป ตาชูไม่ยอมเล่า บอกว่ารู้มากไปก็ไม่มีประโยชน์ บางทีอาจจะให้โทษ เอาเป็นว่า พรุ่งนี้เช้าให้มะขวิดกับมะนาวเอาทองไปขายที่จังหวัด

    “ขายที่นี่ไม่ได้หรือตา ทำไมต้องไปไกลถึงจังหวัด”

    “ไม่ต้องถาม ทำตามที่ตาบอก”

    “อย่างนี้ฉันก็ได้ปืนคาวบอยแล้วสิ”

    “ไม่ได้ ยังใช้เงินตอนนี้ไม่ได้”

    มะขวิดหน้าเจื่อนผิดหวัง มะนาวอยากรู้เหตุผล ตาชูตัดบททันใดว่า

    “ถึงเวลาข้าจะบอกเอง แล้วเตรียมย้ายไปที่อื่นได้แล้ว”

    สองพี่น้องมองหน้ากันสงสัย แต่ไม่กล้าซักไซ้อะไรตาอีก...ด้านภูพักอาศัยที่บ้านเสือไพร ภูอยากรู้ทำไมเสือไพรถึงไว้ใจเขา

    “แล้วมีอะไรบอกว่าไม่ให้ข้าไว้ใจเอ็งล่ะ”

    “ก็ฉันเป็นคนของเสี่ยกิจ”

    “ข้าเพิ่งรู้ว่าเสี่ยกิจทำกับคนของตัวเองแบบนี้”

    “ก็จริง”

    “เอ็งยังคิดจะล้างแค้นอยู่หรือเปล่า”

    “ไม่เคยลืม แต่ต้องรอเวลา”

    “ทำไม”

    “มันต้องใช้บางอย่างถึงจะฆ่าเสือทองได้”

    เสือไพรอยากรู้เต็มแก่ว่าภูหมายถึงอะไร แต่ไม่ซักถาม จนกว่าภูจะเต็มใจพูดออกมาเอง

    ooooooo

    คณะของเสี่ยกิจกลับบ้านเพื่อเตรียมเงินห้าล้านตามที่ผู้พันเชต้องการ แน่นอนว่าศักดิ์มาด้วยและได้รับสิทธิ์ให้ไปเที่ยวไนต์คลับได้ตามสบาย

    ส่วนพวกเสี่ยกิจอยู่หารือกันที่บ้าน เสือทองอาสาทำงานนี้เอง เพราะเขารู้จักผู้พันเชดีกว่าใคร เสี่ยกิจตามใจ เสือทองจะทำยังไงก็ได้แต่แก้วตาต้องกลับมาให้เร็วที่สุด

    “นั่นสิ ไม่รู้ว่าป่านนี้ถูกปู้ยี่ปู้ยำไปถึงไหนแล้ว” แพรพรรณปากไว เสี่ยกิจเลยตาขวางใส่ แต่เธอก็อ้างว่า“ฉันพูดไปตามสถานการณ์ ขอตัวไปดูแลไนต์คลับก่อนนะคะ”

    แพรพรรณออกไปด้วยรอยยิ้มหยันๆ เธอตรงไปไนต์คลับ เจอศักดิ์ดื่มเหล้าก็เข้ามาตีสนิท แต่ไม่ทันไรเกริกตามมาแยกตัวเธอไป เสือทองสบโอกาสเข้ามาแทนที่ ชวนศักดิ์คุยอย่างกันเองเพื่อหลอกถามถึงตำราโบราณของภู

    “นั่งด้วยคนสิฮีโร่”

    “ได้สิครับพี่ทอง จะเลี้ยงเหล้าน้องหรือครับ”

    “ถ้าน้องยังไหว พี่ก็จะเลี้ยง”

    “จริงนะพี่ งั้นผมดื่มตายเลย...แบบว่าขี้ข้าเห็นแก่กินน่ะ” ศักดิ์พูดติดตลก เสือทองมองอย่างประเมินก่อนบอกว่า งั้นเราดื่มไปคุยไปดีไหม?

    ศักดิ์ตอบรับ แล้วไม่นานก็บ้าน้ำลายพูดไม่หยุด แถมตีซี้กอดคอเสือทองราวกับตัวเองโตกว่า

    “พูดแล้วจะหาว่าพี่คุยนะน้องทอง พี่โดนยิงเต็มอกเลย แถมตกหน้าผาด้วย ไม่เข้าสักเม็ดเพราะของของหลวงพ่อพี่เจ๋ง”

    เสือทองข่มความไม่พอใจ ปั้นหน้าพูดดีต่อไป “พวกโจรล่ะ”

    “ไอ้นั่นมันโจรกระจอก สู้พี่ไม่ได้หรอก ไม่งั้นถูกมันปล้นไปหมดตัวแล้ว เดี๋ยวๆ แต่ดูท่ามันอยากได้หนังสือเก่าๆเล่มนึง”

    “หนังสือ? หนังสืออะไร”

    “ไม่รู้ แต่มันไม่ได้ไป ฉันเก็บเอาไว้”

    “เหรอ...แหมชักอยากเห็นซะแล้วสิ อยู่ที่ไหนล่ะ”

    “โอ๊ย...ไม่น่าดูหรอก หนังสือเก่าๆ ขาดๆ”

    เด่นนั่งอยู่ด้วยใจร้อน ถามศักดิ์ว่าเก็บไว้ที่ไหน

    “แหม...ใจเย็นสิพี่ ฉันนึกก่อน...เอ...เก็บไว้ที่ไหนหว่า” ศักดิ์ทำท่านึก แล้วแกล้งปวดฉี่หน้าตาเฉย “ฉันไปฉี่ก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาบอก”

    ศักดิ์ลุกไปทันที พอถึงห้องน้ำก็หายเมาเป็นปลิดทิ้ง พูดพึมพำกับตัวเองอย่างโกรธแค้น

    “ที่แท้ก็ฝีมือพวกแกเอง ไอ้ชั่ว!”

    ศักดิ์หลอกถามเสือทองจนรู้ความจริง แล้วกลับออกมานั่งที่เดิมอย่างเนียนๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “ไงน้องชาย นึกออกหรือยัง”

    “นึกออกแล้วครับ ผมว่าผมเผามันทิ้งไปแล้ว”

    “หา!! เผาทิ้ง”

    “ครับ พอดีผมเอาไปให้หลวงพ่อของผม หลวงพ่อท่านบอกว่าให้เอาไปเผาทิ้งซะ”

    “ของดีๆแบบนั้นเอ็งเอาไปเผาทิ้งเนี่ยนะ จะบ้าหรือไง”

    “ก็หลวงพ่อสั่งนี่ แหม...ทำไมต้องโกรธผมด้วยล่ะ ไม่เอาแล้ว ผมกลับก่อนดีกว่า เมาแล้วด้วย” ศักดิ์เอาตัวรอดชิ่งออกไปเลย เสือทองมองตามหน้าเข้ม เด่นถามลูกพี่ของตนว่าจะทำยังไง

    “ก็ยังดี เผาไปซะก็ไม่มีใครรู้ว่าจุดอ่อนของอาคมข้าอยู่ตรงไหน”

    ooooooo

    ภูตัดสินใจเล่าเรื่องตำราโบราณของอาจารย์ให้เสือไพรฟังอย่างไม่ปิดบัง ที่สุดเสือไพรก็ได้ข้อสรุปด้วยตัวเอง

    “แสดงว่าในตำราเล่มนั้นมีวิธีสลายอาคมของไอ้ทองมัน”

    “ใช่ อาจารย์เห็นว่ามันเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่มีคุณธรรม จึงทิ้งตำราให้ฉันเอาไว้กำราบมัน”

    “แล้วเอ็งไม่เคยฝึกไว้เลยหรือ”

    “มันเป็นตำราที่ฝึกยาก การท่องมนต์ต่างๆ ล้วนแต่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก”

    “ข้าว่ามันดูขัดแย้งกับศาสนาพุทธเรานะ”

    “อาจารย์เคยบอกว่าสมัยกึ่งพุทธกาล วิชาพวกนี้กำเริบมา แต่พระพุทธเจ้าก็ปราบได้ทุกครั้ง”

    “ถ้าอย่างนั้น พระสงฆ์ก็น่าจะปราบมันได้”

    “ไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยมีใครปราบมันได้สักคน”

    เสือไพรเชื่อและหนักใจ ย้ำว่าภูต้องไปหาตำราเล่มนั้นมาให้ได้

    ooooooo

    ที่ไนต์คลับ แพรพรรณรินเหล้าให้เกริกอย่างเอาใจ เกริกนึกได้ถามถึงงานที่สั่งให้เธอไปทำว่าได้เรื่องหรือยัง

    “ฉันยังไม่เจอเอกสารอะไรที่มันผิดสังเกตเลย”

    “เธอค้นละเอียดแล้วหรือ”

    “ก็ยังหรอก ห้องทำงานของเสี่ยน่ะเอกสารเยอะจะตาย ว่าแต่มันเป็นเอกสารอะไรกันแน่”

    “เอกสารที่ไม่เกี่ยวกับเสี่ยกิจเลย ถ้าเธอเจอมัน เธอก็จะรู้เอง”

    “ค่ะ” แพรพรรณรับปากแล้วเริ่มยั่วยวน “งั้นคืนนี้เรามาทำงานที่รีบกว่าก่อนดีไหมคะท่าน”

    เกริกพอใจ ยิ้มกรุ้มกริ่มทันที...เวลาเดียวกันนั้น เสี่ยกิจกลุ้มใจอยู่ที่บ้าน คิดหนักเรื่องการไถ่ตัวลูกสาววันพรุ่งนี้ แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกสาว เสี่ยยอมแลก...

    เช้าวันรุ่งขึ้น เพชรทำหน้าที่ขับรถให้เสี่ยกิจหอบเงินไปไถ่ตัวแก้วตากับมะขิ่น ศักดิ์นั่งเบาะหน้าคู่เพชรคอยบอกทาง

    ถึงลานกว้างเชิงเขา ศักดิ์บอกให้จอด แล้วทั้งสามคนก็ลงจากรถ เสี่ยกิจถือกระเป๋าเงินอย่างระแวดระวัง

    ไล่เลี่ยกัน รถของผู้พันเชสองคันวิ่งฝุ่นตลบมาจอดในระยะห่างพอสมควร ในรถมีแก้วตากับมะขิ่นถูกมัด มีถุงผ้าสีดำคลุมศีรษะ

    สองฝ่ายรักษาระยะห่างขณะเผชิญหน้ากัน ผู้พันเช ชื่นชมว่าตรงเวลาดีแท้ เสี่ยกิจไม่ชอบใจกระชากเสียงใส่

    “ไม่ต้องพูดมาก ผู้พันเชใช่ไหม”

    “ไม่ผิดตัวหรอกเสี่ย”

    “ไหนคน”

    “แล้วไหนของ” พูดแล้วผู้พันเชพยักพเยิดให้ลูกน้องของตนเอาตัวแก้วตากับมะขิ่นลงจากรถ แล้วเปิดถุงคลุมหัวออก

    เสี่ยกิจโยนกระเป๋าเงินออกมาไม่ห่างตัวนัก ถามอีกฝ่ายว่าจะแลกกันยังไง

    “ให้ไอ้หนุ่มนั่นถือมา” ผู้พันเชหมายถึงศักดิ์

    เสี่ยกิจพยักหน้าให้ศักดิ์ถือกระเป๋าเงินไป ส่วนแก้วตากับมะขิ่นก็ได้รับการปล่อยตัวมาเป็นอันเสร็จสิ้น แต่ผู้พันเชสงสัยว่าทำไมง่ายนัก จึงสั่งให้ศักดิ์นั่งรถไปกับตน อ้างว่าขอยืมตัวไปส่งหน่อย แต่ความจริงไม่ไว้ใจ

    “ตามสบาย” เสี่ยกิจเปิดไฟเขียว แก้วตาละล้าละลังเป็นห่วงศักดิ์แต่จำใจขึ้นรถไปกับพ่อ

    ผู้พันเชลากศักดิ์ขึ้นรถ บอกว่าตนต้องการเสื้อเกราะ แล้วสั่งลูกน้องออกรถทันที

    ooooooo

    มะนาวกับมะขวิดเอาทองแท่งไปขายในจังหวัด ทองโบราณทำให้เจ้าของร้านที่จะรับซื้อซักถามสองพี่น้องอยู่นาน

    “ลื้อไปเอามาจากไหน”

    “จะถามทำไม จะซื้อไหม ไม่ซื้อจะได้ไปขายที่ร้านอื่น”

    “ซื้อสิ...รอเดี๋ยวนะ ชั่งก่อน”

    ชั่งทองเสร็จ เจ้าของร้านหันมาบอกสองพี่น้องว่าทั้งหมดราคาหนึ่งแสนสองหมื่นจะจ่ายเช็คให้ มะนาวขอเป็นเงินสด เขาเลยให้รอเดี๋ยว เดินหายเข้าไปหลังร้านแอบโทรศัพท์หาเกริก

    เกริกยังนอนหลับสบายอยู่ที่บ้าน ได้ยินว่ามีคนเอาของมาขายให้รีบมาดูกับตา เกริกกระตือรือร้นเพราะเชื่อว่าต้องไม่ใช่ทองธรรมดา แพรพรรณที่มาค้างตั้งแต่เมื่อคืนออกจากห้องน้ำเห็นเกริกวางสาย ถามว่าคุยกับใคร เกริกแสดงท่าทีรำคาญ พูดเสียงขุ่น

    “ไม่รู้สักเรื่องได้ไหม กลับไปได้แล้ว ฉันมีธุระ”

    แพรพรรณอึ้งๆงงๆ ไม่พอใจแต่เก็บอารมณ์ไว้... เมื่อเกริกไปถึงร้านทองไม่พบสองพี่น้องเสียแล้ว เจ้าของร้านนำทองที่รับซื้อไว้ให้เกริกพิจารณา

    “ใช่จริงๆด้วย” เกริกพึมพำแววตาเป็นประกาย “คงต้องตามหาเด็กสองคนนั่นแล้ว...ตกลงจะขายฉันมั้ย”

    “แหม...ใครให้ราคาดีผมก็ขายทั้งนั้นแหละ มูลค่ามันมากกว่าที่ซื้อไอ้เด็กสองคนนั่นตั้งครึ่ง”

    เกริกยิ้มรับ จ้องมองทองแท่งที่มีตราภาษาญี่ปุ่นอย่างพอใจ เมื่อนำทองกลับมาบ้านก็ยังนั่งมองอย่างไม่รู้เบื่อ

    ooooooo

    แก้วตาเป็นห่วงศักดิ์ แต่เสี่ยกิจเชื่อว่าเขาต้องเอาตัวรอดได้...เวลานั้น ศักดิ์ยังอยู่ในรถผู้พันเช รู้สึกกลัวและระวังตัวแจ

    “ไงไอ้หนุ่ม...แกว่าการแลกค่าไถ่ครั้งนี้มันง่ายไปมั้ย”

    “ไม่เห็นมีอะไรเลย เอาคนมา ก็เอาของไป”

    “แต่ฉันยังติดใจยังไงไม่รู้”

    สิ้นคำของผู้พันเช ก็มีเสียงระเบิดยิงเข้ามาที่หน้ารถคันหน้า ก่อนที่พวกเสือทองจะปรากฏตัวด้วยท่าทียียวน

    “สวัสดีผู้พันเช สหายเก่า”

    “เสือทอง...นึกแล้วว่าทำไมมันถึงง่ายจัง”

    “เอาเงินวางไว้แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก”

    “ฝันไปเถอะ ฉันจะไม่มีวันเสียให้แกเป็นครั้งที่สอง อยากได้ก็ต้องเหนื่อยหน่อย อีกอย่าง...ฉันจะยิงคนของแกทิ้งเป็นคนแรก”

    “ไอ้หมอนั่นไม่ใช่คนของฉัน อยากทำอะไรก็เชิญ”

    “อ้าว...ทำไมพี่ทองพูดแมวๆอย่างนั้นล่ะ” ศักดิ์โวย

    “งั้นฉันคงต้องออกแรงหน่อยล่ะผู้พัน...ยิง!” เสือทองและสมุนนับสิบคนยิงถล่มไปยังกลุ่มผู้พันเชที่ใช้รถกำบังและยิงตอบโต้ ศักดิ์หลบกระสุน พลางบ่นไปมาว่าทำไมถึงซวยอย่างนี้

    ผู้พันเชเสียลูกน้องไปสองคน รีบสั่งคนของตนให้ขอกำลังเสริมด่วน ศักดิ์ใช้โอกาสนี้วิ่งไปหยิบกระเป๋าเงินและปืนสั้นจากลูกน้องผู้พันเชที่ล้มตายแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต

    “เฮ้ย มันเอากระเป๋าไปโน่นแล้ว” ผู้พันเชตะโกนลั่น ขณะที่เสือทองก็ร้องเรียกศักดิ์ให้วิ่งมาทางนี้

    “เสียใจพี่ทอง ผมไม่ใช่พวกพี่...โชคดีนะตาอินกับตานา ผมตาอยู่ไปก่อนล่ะ”

    “เดี๋ยว...ไอ้บัดซบเอ๊ย...ตามมันไป” เสือทองคำรามแล้วทำท่าจะตาม แต่ผู้พันเชยิงต้านไว้

    “จะไปไหน ระหว่างเงินกับชีวิตแก ฉันเลือกฆ่าแกว่ะ”

    ผู้พันเชประกาศเจตนา เสือทองแค้นใจ สั่งสมุนให้แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่ที่นี่ อีกกลุ่มให้ตามศักดิ์ไป...

    เด่นนำทีมตามไปทันศักดิ์แล้วพยายามแย่งกระเป๋าเงินแต่ไม่สำเร็จ เพราะศักดิ์ตัดสินใจวิ่งหนีข้ามทางรถไฟไปขณะที่รถกำลังแล่นมาด้วยความเร็ว

    ศักดิ์จับหินที่ห้อยคอ ภาวนาขอให้หลวงพ่อช่วย แล้วเขาก็ข้ามไปได้อย่างหวุดหวิด ทิ้งให้เด่นกับสมุนยืนกัดกรามแน่นอยู่คนละฝั่งด้วยความเจ็บใจ

    ส่วนผู้พันเชกับเสือทองที่ยังคงต่อสู้กันไม่เลิก สู้ทั้งปืนและมือเปล่า ที่สุดผู้พันเชเพลี่ยงพล้ำกำลังจะแย่ ทันใดลูกน้องนำกำลังเสริมมาช่วย เสือทองเลยต้องสั่งสมุนของตนถอนตัวออกไป

    ooooooo

    มะนาวนำเงินที่ได้จากการขายทองมาประกันตัวผู้กองพงษ์กับจ่าโชค สารวัตรพนาให้มะนาวเซ็นเอกสารแล้วบอกว่า

    “เรียบร้อย...แต่ถึงยังไงผู้กองกับจ่าก็ยังมีคดีอยู่ ตอนนี้ผมปล่อยตัวชั่วคราวให้เท่านั้น”

    “ผมทราบครับสารวัตร” ผู้กองพงษ์ตอบนิ่งๆ

    “และควรจะทราบต่อไปด้วยว่าคุณสองคนถูกพักราชการจนกว่าคดีจะสิ้นสุด”

    “เรื่องนั้นผมก็ทราบครับ แต่ยังมีอีกเรื่องที่สารวัตรยังไม่ทราบ”

    “เรื่องอะไร”

    “ผมขอทำเรื่องรื้อคดีเก่าๆของเสือไพรมาทำใหม่ เหมาะเลยช่วงนี้ว่าง ผมจะได้มีเวลาหาหลักฐานประกอบเพิ่มเติม”

    “ก็ได้ แต่อย่าลืมว่าอำนาจไม่ได้อยู่ที่คุณสองคนอีกแล้ว...เชิญ”

    ทั้งกลุ่มกลับออกไป สารวัตรพนาสงสัยว่าพวกเขาเอาเงินจากไหนมาประกันตัว...ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคก็สงสัยเช่นกัน เมื่อพากันออกมาหน้าโรงพัก จึงสอบถามสองพี่น้อง

    “พวกเธอเอาเงินที่ไหนมาประกันตัวพวกเรา”

    “นั่นสิ ขายไร่ขายนามางั้นหรือ”

    “เงินของตา”

    จ่ากับผู้กองมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเชื่อ ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “จริงหรือ”

    มะขวิดได้ทียืดอกโอ้อวด “ถ้าไม่จริง ผู้กองกับจ่าจะได้มายืนสูดอากาศแห่งเสรีภาพอย่างนี้เหรอ”

    “หน็อย...เล่นลิ้น...นี่แน่ะ” จ่าโชคเขกหัวมะขวิดอย่างหมั่นไส้

    “งั้นคงต้องไปขอบคุณตาชูหน่อยแล้วล่ะ” สีหน้าท่าทางผู้กองพงษ์ติดใจเรื่องที่มาของเงินยิ่งนัก

    ฝ่ายสารวัตรพนาที่ข้องใจก็รีบโทร.รายงานเกริกว่ามะนาวนำเงินมาประกันตัวผู้กองพงษ์กับจ่าโชคออกไปแล้ว...พอวางสายจากสารวัตรพนา เกริกเรียกลูกน้องคนสนิทมาถามว่ารู้จักผู้หญิงชื่อมะนาวไหม

    “ถ้าเป็นคนที่เอาของป่ามาขายที่ตลาดน่ะรู้ครับ”

    “ท่าทางมันจะเป็นเจ้าของทองพวกนี้” พูดแล้วเกริกแววตาคมกริบมองลูกน้องโดยไม่ต้องพูดอะไรต่อ เท่านี้ลูกน้องเข้าใจทันทีว่าต้องทำยังไง

    ooooooo

    ศักดิ์มาหาหลวงพ่อเสือที่สำนักสงฆ์ รายงานด้วยความหวาดกลัวหลังจากประสบเหตุการณ์เฉียดตายมาหลายครั้ง

    “ผมว่าผมถอนตัวดีกว่าหลวงพ่อ สืบไปสืบมาผมอยู่ท่ามกลางโจรชัดๆเลย ไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ แถมยังมีพวกทหารนอกรีตฝั่งโน้นมาอีก ผู้พันชงผู้พันเชอะไรเนี่ย”

    “แล้วที่มานั่งพร่ำอยู่ตรงนี้ ตายหรือยังล่ะ”

    “ยังครับ...แหม หลวงพ่อก็เค้ากลัวนี่ พี่ทองน่ะน่ากลัวจะตาย วันนี้ไล่ยิงผมด้วย แล้วบอกว่าช่วยกัน”

    “ไหนๆตัดสินใจช่วยแล้วก็ช่วยให้ตลอดสิ มี หลักฐานไม้เถื่อนแล้วก็เอาไปบอกที่กองปราบ แค่นี้ก็จบแล้ว”

    “ที่จริงผมก็มีหลักฐานแล้วนะ คุณแก้วตาถ่ายเอาไว้ แค่ผมไปหาไม้แบบนั้นที่โรงเลื่อยเสี่ยกิจให้เจอก็จบ”

    “เห็นไหม ไม่ยากเลย”

    “หลวงพ่อเป็นพระจะไปยุ่งอะไรกับเขาด้วย ไม่ได้เป็นตำรวจซะหน่อย”

    “เราเป็นพลเมืองดีจะนิ่งดูดายเมื่อคนทำลายชาติ มันบาป”

    “ศีลข้อไหนเนี่ยหลวงพ่อ”

    หลวงพ่อเสือไม่ตอบ มองกระเป๋าที่ศักดิ์หิ้วมานึกว่าข้างในเป็นเสื้อผ้า ถามว่าจะมาพักที่นี่เหรอ

    “เสื้อผ้าที่ไหนล่ะหลวงพ่อ” ตอบแล้วศักดิ์เปิด กระเป๋าให้ดูข้างในเป็นแบงก์อัดแน่น หลวงพ่อตะลึง ถามว่าเอามาทำไม “ผมก็ไม่รู้ครับหลวงพ่อ มันอาจจะเป็นสัญชาตญาณ”

    “สัญชาตญาณโจรน่ะสิ...เวรกรรมจริงๆ”

    “แต่ผมว่ามันยังไงๆอยู่นะ ดูสิหลวงพ่อ เหมือนแบงก์ปลอมยังไงไม่รู้”

    หลวงพ่อรับแบงก์จากศักดิ์ไปส่องแดดแล้วร้องว่า “จริงด้วย ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะเนี่ย เอ็งต้องเอากลับไป”

    “ไม่...ไม่เด็ดขาด ผมไม่ไปแน่ เรื่องมันใหญ่เกินตัวผมแล้ว”

    “แล้วจะทำยังไงกับเงินล่ะ”

    “ก็ให้เณรพับจรวดเล่นก็ได้นี่”

    หลวงพ่อไม่ยอม มองศักดิ์แววตาเข้มแกมบังคับ “นี่แหละหลักฐานอย่างดี หาต้นตอให้เจอ”

    ooooooo

    ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เสือส่งปล้นเงินเสี่ยกิจแล้วได้แบงก์ปลอมมาเหมือนกัน เสือไพรเชื่อว่าต้องมีคนหนุนหลัง ลำพังคนเดียวเสี่ยกิจคงไม่กล้าทำ

    เป็นจริงอย่างเสือไพรคิด เกริกคือผู้อยู่เบื้องหลังและกำลังมีปัญหากับเสี่ยกิจที่โกรธมากเพราะลูกน้องของเกริกทำงานพลาดซ้ำซาก กลัวแบงก์ปลอมหลุดไปถึงตำรวจแล้วเรื่องแดงขึ้นมา เขาจะเป็นคนแรกที่ก้าวขาเข้าคุก

    เกริกไม่ยี่หระ เปรยนิ่งๆว่าเสี่ยกิจคิดไกลจริงๆ เสือทองอยากเอาใจนาย อาสาตามล่าศักดิ์ด้วยตัวเอง

    ทางด้านผู้กองพงษ์กับจ่าโชคที่ได้รับอิสระหลังจากมะนาวเอาเงินมาประกันตัว เย็นนั้นพวกเขาไปขอบคุณตาชูถึงบ้าน แต่แกพูดแปลกๆว่าไม่ต้องขอบคุณ สิ่งที่ตนทำ ตนต้องการสิ่งตอบแทน แต่ยังไม่บอกตอนนี้ ให้ผู้กองทำสิ่งที่ตั้งใจไปก่อน

    “ตารู้หรือว่าผมกำลังจะทำอะไร”

    “รู้...ข้าเคยได้ยินเอ็งพูดว่าเสือไพรไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เอ็งจะรื้อคดีขึ้นมาใหม่”

    พงษ์แปลกใจ แต่ไม่ทันพูดอะไรต่อ มะนาวกับมะขวิดยกสำรับอาหารมาให้กิน ตาชูเลยตัดบทให้กินข้าวเพราะตนหิวแล้ว

    ooooooo

    แก้วตาเป็นห่วงศักดิ์ที่โดนบังคับขึ้นรถไปกับผู้พันเช เธอบ่นกับมะขิ่นแล้วแพรพรรณบังเอิญ

    เดินมาได้ยินเลยหาเรื่องแขวะลูกเลี้ยงว่าเดี๋ยวนี้ตาต่ำถึงขนาดหันมาคว้าคนงานแล้วเหรอ

    “หยุดปากเน่าๆของน้าแพรพรรณไปเลย จะไปไหนก็เชิญ”

    “ก็แค่เป็นห่วง เลยเตือนสติ เดี๋ยวจะเผลอไปเดินทางเดียวกับแม่ของเธอ มันจะไม่งาม”

    “ทำไม แม่ฉันเป็นอะไร”

    “อยากรู้ก็ลองถามเสี่ยเองสิ เรื่องแบบนี้ฉันพูด

    จะหาว่าฉันเสี้ยม ไปก่อนล่ะ”

    แพรพรรณทิ้งปริศนาแล้วผละไปพร้อมรอยยิ้มหยามหยัน แก้วตาสงสัยและอดรนทนไม่ไหว ถามเสี่ยกิจทันทีที่กลับมาถึงบ้านว่ามีคนพูดเรื่องแม่ เขาบอกว่า

    แม่เป็นผู้หญิงไม่ดี...ฟังแค่นี้เสี่ยกิจก็รู้ว่ามาจากใคร

    “แพรพรรณล่ะสิ พ่อขอร้องล่ะ อย่าไปฟังเขาได้ไหม”

    “ถ้าไม่มีมูล น้าแพรพรรณคงไม่พูดขึ้นมาหรอกค่ะ”

    เสี่ยกิจขึ้นเสียง ไม่อยากรื้อฟื้นความหลัง “เอ๊ะ บอกว่าไม่มีอะไร ไม่เข้าใจเหรอ”

    “ไม่บอกก็ไม่เป็นไร หนูจะหาวิธีรู้ให้จงได้”

    สองพ่อลูกหน้าตึงใส่กัน ศักดิ์หิ้วกระเป๋าเงินเข้ามาพอดี ถามว่าตนเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่า แก้วตาดีใจที่ เขาปลอดภัย ขณะที่เสี่ยกิจมองกระเป๋าเงินอย่างแปลกใจ

    “นี่มันหมายความว่าอะไร นายทองบอกว่านายขโมยเงินไป”

    “ครับ ผมจำเป็น”

    “แต่นายเอามาคืน”

    “ผมตั้งใจอย่างนั้นครับ บอกตรงๆนะครับว่าผมไม่ไว้ใจพวกพี่ทอง เลยต้องทำแบบนี้”

    เสี่ยกิจสีหน้าทั้งพอใจและไม่เข้าใจ ถามศักดิ์ว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร ทั้งที่เขาเอาเงินเชิดไปก็ได้ ศักดิ์นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อที่ให้เขาเอาเงินมาคืน เพื่อให้อีกฝ่ายไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วต้องหาต้นตอให้ได้ พวกทำลายชาติจะได้หมดไปเสียที...จึงตอบเอาใจเสี่ยกิจว่า

    “ผมแค่อยากทำให้เสี่ยเห็นว่าผมเป็นลูกน้องที่

    จริงใจน่ะครับ อยากทำงานที่นี่นานๆ”

    “ดีมาก ที่ผ่านมาฉันมองนายผิดไป ขอบใจมากนะศักดิ์”

    “งั้นผมลาล่ะครับ”

    “ฉันไปส่ง” แก้วตาเดินออกไปพร้อมศักดิ์ ต้องการคุยกับเขาส่วนตัวว่าพูดจริงหรือพูดเล่นที่ว่าอยากทำงานที่นี่นานๆ ศักดิ์ชะงักนิดหน่อยเพราะโกหก แล้วทำทะเล้นเหมือนเช่นเคย

    “จริงสิครับ แหม...มีเจ้านายสวยๆแบบนี้ ใครก็อยากทำงานด้วย”

    “นายนี่มันน่าจริงๆ ทะเล้นไม่เลิก ชีวิตนายมีอะไรจริงจังบ้างเนี่ย”

    “จะไปคิดอะไรมากล่ะครับ ชีวิตมันก็มีแค่นี้แหละ ยิ่งชีวิตคุณแก้วตาด้วยแล้วยิ่งสบายใหญ่ เกิดมาบนกองเงินกองทองไม่ลำบาก”

    “ไม่จริงหรอก ใครว่าฉันมีความสุข ฉันน่ะอิจฉาชีวิตนายจะตายไป วันๆอยู่กับสิ่งลวงๆ โกหกจอมปลอม เออ ฉันว่าว่างๆจะไปหาหลวงพ่อเสียหน่อย”

    “ได้สิครับ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่บอกใครว่าหลวงพ่ออยู่ที่ไหน”

    แก้วตายิ้มรับ พอเขาบอกลา เธอถามว่าดึกดื่นป่านนี้จะไปนอนที่ไหน ศักดิ์ยังไม่มีที่ไป จึงตกลงใจเมื่อเธอให้นอนที่ห้องของภูในโรงไม้

    ooooooo

    เพลิงอยากโตด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเสือไพร คืนนี้เขากับลูกน้องจำนวนหนึ่งเข้าปล้นท่าข้าวกำนันยงค์โดยประกาศตัวว่าเป็นเสือนิรนาม

    กำนันยงค์สู้ยิบตา ปะเหมาะพอดีผู้กองพงษ์กับจ่าโชคกำลังจะกลับบ้านผ่านมาได้ยินเสียงปืนจึงเข้าช่วย เพลิงเห็นท่าไม่ดีสั่งลูกน้องถอยหนีไปด้วยความเจ็บใจ

    ด้านศักดิ์ที่มาอาศัยนอนในห้องเก่าของภู ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอภูซ่อนตัวอยู่ ภูออกจากชุมเสือกลับมาตั้งแต่เย็น ต้องการมาดูความเคลื่อนไหวและหาทางแก้แค้นเสือทองที่ฆ่าขืนใจแวว

    สองคนหาที่สงบนั่งปรับทุกข์กันภายในโรงไม้ ภูรู้ว่าศักดิ์เผาตำราโบราณของตนทิ้งก็อึ้งไปเหมือนกัน

    “เอ็งเผาไปแล้ว ต่อจากนี้ใครจะกำราบไอ้ทองมันลง”

    “ฉันไม่รู้จริงๆ ขอโทษนะพี่ ฉันแค่ทำตามที่หลวงพ่อสั่ง เออ จริงสิ บางทีหลวงพ่ออาจจะมีอาคมมาช่วยได้นะ”

    “จริงหรือ”

    “พี่ต้องเห็นกับตา ฉันรอดตายมาทุกครั้งก็เพราะอาคมของหลวงพ่อนี่แหละ ฉันพยายามจะขอเรียนอยู่”

    “ข้าอยากจะเจอหลวงพ่อเอ็งสักครั้ง”

    “เอาสิพี่ บางทีพี่อาจฝากตัวเป็นศิษย์ท่านก็ได้”

    “ถ้าหลวงพ่อเมตตาก็ดี เพราะไอ้ทองมันไม่ใช่แค่ร้ายธรรมดา”

    “ฉันรู้พี่” พูดแล้วศักดิ์ทำท่าสยองเพราะเคยเจอกับตัวมาหลายครั้ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 05:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์