นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ข้ามากับพระ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แก้วตาชวนมะขิ่นไปเล่นน้ำที่ลำธารไม่ไกลจากปางไม้ มะขิ่นว่ายน้ำไม่เป็นจึงไม่ลงเล่นน้ำ แก้วตาเพลิดเพลินมาก แช่น้ำนานจนเป็นตะคริวเกือบจมน้ำตายถ้าไม่ได้ศักดิ์มาช่วยไว้ แต่มะขิ่นไม่เห็นเพราะวิ่งหน้าตื่นไปตามคนที่ปางไม้มาช่วย

    ศักดิ์ช่วยชีวิตแก้วตาที่หมดสติด้วยการประกบปากผายปอด เสี่ยกิจกับคณะมาเห็นเข้าใจผิดคิดว่าศักดิ์ฉวยโอกาสกับแก้วตาเลยเป็นเรื่อง!

    เสี่ยกิจโกรธมากจะยิงศักดิ์ แต่เกริกชิงตัดหน้าก่อน ภูตกใจร้องห้ามเสียงดังลั่นแต่ไม่ทัน โชคดีที่กระสุนของเกริกทำอะไรศักดิ์ไม่ได้ เสือทองเลยเหมาเอาว่า

    ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาต้องมีของดีของขลัง แต่ถึงกระนั้นศักดิ์ก็ถูกควบคุมตัวไปขังที่ปางไม้

    แก้วตายังต้องพักฟื้นโดยมีมะขิ่นคอยดูแล เสี่ยกิจห่วงใยลูกสาวแต่แพรพรรณหมั่นไส้ พูดลอยๆว่ามาครั้งแรกก็ก่อเรื่องซะแล้ว แก้วตาสวนทันควันว่าเรื่องของตน แล้วถามมะขิ่นรู้เห็นหรือไม่ว่าตนขึ้นจากน้ำได้ยังไง

    “ตอนนั้นมะขิ่นไม่อยู่ ไปตามคนมาช่วยค่ะ”

    “จะมีใคร...ก็นายศักดิ์อะไรของเธอไง เอาขึ้นมาแล้วจะรวบหัวรวบหางเป็นลูกเขยเสี่ยไง”

    แพรพรรณยิ้มเยาะ แก้วตาไม่พอใจทำท่าจะตอบโต้ เสี่ยกิจระอารีบตัดบท

    “เอาเถอะ อย่าไปพูดถึงมันเลย งั้นพรุ่งนี้ลูกก็พักผ่อนอยู่ที่ปางแล้วกัน พ่อจะเข้าไปตัดไม้ลึกเข้าไปข้างใน พักผ่อนซะ”

    เสี่ยกิจดึงแพรพรรณออกไป แก้วตาสงบใจ ถามมะขิ่นว่าตอนนี้ศักดิ์อยู่ที่ไหน?

    ศักดิ์ถูกขังในกรงสัตว์ขนาดใหญ่ เสือทองวนเวียนเฝ้าอยู่และคาดคั้นอยากรู้ว่าทำไมเกริกถึงยิงเขาไม่เข้า ศักดิ์นึกถึงหินที่ห้อยคอ พูดอย่างภูมิใจว่า

    “ผมมีหินที่หลวงพ่อเสกให้ครับพี่ทอง”

    “หินอะไร เหล็กไหลหรือเปล่า”

    “เปล่าครับ หินธรรมดาที่หลวงพ่อหยิบมาจากบนถนนนี่แหละ”

    “แสดงว่าหลวงพ่อแกต้องมีอาคมแก่กล้าน่าดู”

    “ใช่ ฉันเคยเห็นหลวงพ่อเสกใบไม้เป็นตัวต่อด้วยนะ ต่อยพวกโจรกระเจิงไปเลย”

    “น่าสนใจ ชักอยากเจอหลวงพ่อของแกแล้วสิ”

    “ยังไม่เลิกเสาะหาอีกเหรอ ที่มีอยู่มันไม่พอหรือไง” ภูก้าวเข้ามาจ้องหน้าเสือทองเขม็ง

    “ยัง...จนกว่าฉันจะได้ของบางอย่าง” เสือทองหรี่ตามองภูอย่างอาฆาต แล้วหันไปที่แก้วตาที่ส่งเสียงสั่งให้เขาปล่อยศักดิ์ “คงไม่ได้ คนที่จะสั่งให้ปล่อยได้มีคนเดียวคือท่านเกริก”

    เสือทองสามหาว ภูโกรธแทนแก้วตาและนึกถึงอดีตที่เสือทองเคยใช้กำลังข่มเหงคนรักของตน จนเป็นเหตุให้สองคนต้องแยกทาง...เมื่อสองคนทำท่าจะมีเรื่อง แก้วตาขู่จะบอกเกริกให้เชิญเสือทองไปจากปางไม้ของตน ศักดิ์เห็นว่าเรื่องจะไปกันใหญ่จึงบอกแก้วตาว่าตนอยู่ในนี้ก็ได้

    “ฉันขอถามคำหนึ่งนายศักดิ์...นายคิดจะล่วงเกินฉันจริงหรือ”

    ศักดิ์แววตาจริงจังและจริงใจ “ให้ผมตายไปตรงนี้ ผมก็สาบานว่าผมไม่เคยคิดครับ”

    “งั้นนายก็ไม่มีความผิด แถมมีความชอบที่ช่วยฉันจากการจมน้ำ...ภูปล่อยนายศักดิ์” แก้วตาเสียงเข้ม ภูขยับแต่เสือทองไม่ยอม สารวัตรพนาเลยต้องเข้ามาแทรก

    “นายทอง ปล่อยนายศักดิ์”

    “แต่ท่านเกริก...”

    “ฉันเป็นตำรวจ ฉันจะสอบสวนเอง” สารวัตรพนาแววตากร้าว เสือทองยินยอมทั้งที่ไม่พอใจ

    ooooooo

    มะนาวกับมะขวิดกำลังเดินทางกลับบ้านแล้วมาเจอรถของพงษ์ มะนาวจำได้เพราะเขาเคยขับไปส่งเธอที่บ้าน แปลกใจว่าเขามาทำอะไรแถวนี้

    เวลานั้น ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคเดินเท้าไปในป่าอย่างไร้จุดหมาย จ่าโชคบอกว่ายังไงก็ต้องเดินหาบ้านคน ไม่อย่างนั้นคืนนี้เราเสร็จแน่เพราะไม่มีอุปกรณ์ยังชีพสักอย่าง

    “ดีเหมือนกัน เผื่อเดินไปเรื่อยๆอาจจะเจอชุมเสือของเสือไพร”

    พูดขาดคำ เสียงปืนดังหลายนัดเฉียดมาใกล้ ผู้กองกับจ่าโดดหลบเร็วไว...เพลิงลูกเสือไพรกับสมุนสองคนซุ่มยิงไม่ยั้ง เสียงปืนได้ยินถึงหูเสือไพร เขาจึงชักม้าออกจากชุมโจรมุ่งหน้ามา

    เพลิงกร่างมากไม่ยอมให้ตำรวจจับ แต่แล้วพวกเขายิงจนกระสุนหมด กำลังจะเสียทีผู้กองพงษ์กับจ่าโชค เสือไพรโผล่มาช่วยทันเวลา เพลิงใจชื้นแต่อีกครู่ก็หน้าสลด ถูกพ่อไล่ให้กลับไปพร้อมสมุน ส่วนผู้กองกับจ่าก็ต้องถอยฉากจากไป เพราะเสือไพรไม่ทำร้ายแถมยังชื่นชมว่าพวกเขาเป็นตำรวจน้ำดี

    ooooooo

    ศักดิ์ไม่ได้กินข้าวกลางวันเพราะถูกเสือทองควบคุมตัว ตกเย็นเขาเลยหิวซ่กเข้ามากินในครัวโดยมีคนงานหญิงชื่อแววปรุงอาหาร ภูนั่งอยู่มุมหนึ่ง ศักดิ์ยกจานข้าวมากินใกล้ๆ พลางชวนคุยเรื่องเสือทองอย่างสงสัย

    “พี่ทองนี่ท่าทางเหี้ยมจริงๆนะพี่ภู พี่สองคนรู้จักกันเหรอ”

    “เคยรู้จัก ไม่ได้เจอกันนานแล้ว และไม่นึกว่าจะต้องเจอกันอีก”

    “มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” แววถามภูปกปิดว่าไม่มีอะไร แต่อยากให้ทุกคนอยู่ห่างๆเสือทองไว้

    “เออนี่ ฉันเห็นท่านเกริกยิงนาย แต่ยิงไม่ออก”

    ศักดิ์อวดอ้างสรรพคุณหลวงพ่อ พลางเอาก้อนหินที่แขวนคอออกมาโชว์ “ก็นี่ไง หลวงพ่อเสือเสกให้ฉัน พี่อยากได้เหรอ”

    “เปล่า แค่อยากเจอ”

    “เอาสิ กลับไปฉันจะพาไปหา”

    มะขิ่นเดินเข้ามาชะเง้อมองหาศักดิ์ ร้องบอกว่าคุณแก้วตาเรียก ศักดิ์ขานรับแล้ววางจานข้าวลงทันที แววเลยอดชมไม่ได้ว่าศักดิ์นิสัยดี ใช้งานง่ายแล้วก็คล่องแคล่ว

    ภูรับฟังแต่ไม่ออกความเห็น มองตามศักดิ์ไป ครุ่นคิดว่าเขามีบางอย่างน่าค้นหา...

    แก้วตาแต่งตัวทะมัดทะแมงซ้อมการจับปืนควงปืนอยู่หน้าที่พัก ศักดิ์เข้ามามองอย่างปลื้มๆ

    “มีอะไรให้รับใช้ครับคุณแก้วตา”

    “ใช้ปืนเป็นไหม”

    “พอได้ครับ เคยฝึกตอนเป็นทหารเกณฑ์”

    แก้วตาโยนปืนสั้นให้กระบอกหนึ่ง ศักดิ์ไม่ทันตั้งตัวเกือบทำปืนหล่น เธอบอกให้ลองยิง แต่เขาเงอะงะ ปฏิเสธเสียงแผ่ว

    “ผมยิงไม่แม่นหรอกครับ”

    “ฉันไม่ได้ถามว่านายยิงแม่นหรือเปล่า แต่ให้นายยิงให้ดู”

    ศักดิ์ยิงออกไปหลายนัดไม่ถูกเป้า...เสี่ยกิจกับแพรพรรณยืนมองจากมุมหนึ่ง เสี่ยกิจหมดความระแวงในตัวศักดิ์ บอกเมียสาวว่าตนคงคิดมากไปเองว่ามันไม่ใช่คนธรรมดา แก้วตายิงปืนแม่นมาก ศักดิ์ปรบมือเยินยอว่าเก่งจัง เธอบอกว่าว่างๆจะสอนให้

    “จริงสิ คุณแก้วตาเรียกผมมามีธุระอะไรหรือครับ หรือว่าแค่มาให้ยิงปืน”

    “พรุ่งนี้นายเอาช้างเข้าป่าไปกับฉัน”

    “ช้าง...ผมขี่ช้างไม่เป็นหรอกครับ”

    “นายทำอะไรเป็นบ้างเนี่ย”

    “โธ่ คุณแก้วตา ผมคนกรุงเทพฯ จะให้ขี่ช้างที่ไหนล่ะครับ เคยเห็นช้างจริงๆสองสามครั้งเองมั้ง ที่เขาดินน่ะ”

    “ไม่เป็นไร ฉันมีควาญ นายเตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน”

    “ได้ครับ”

    “ไม่มีอะไร นายไปได้แล้ว ขอบใจนะที่ช่วยฉัน”

    “ผมยินดีรับใช้คุณแก้วตาเท่าชีวิตครับ” ศักดิ์พูดจบก็เดินจากไปด้วยความอิ่มเอมใจ

    ooooooo

    เย็นย่ำใกล้ค่ำ ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคหามุมพักค้างคืนในป่า ทั้งสองคนทรุดนั่งด้วยความเหนื่อยอ่อน พงษ์อดบ่นไม่ได้ว่า

    “เจ็บใจจริงๆ เพราะพวกเสือไพรแท้ๆ ถึงต้องมานอนกินข้าวลิงแบบนี้”

    “เขาปล่อยเรามาก็ดีแล้ว”

    “ฉันไม่เข้าใจเสือไพรเลย ดูไม่เหมือนเสือไพรคนที่ยิงฉัน”

    “ไม่มีใครรู้จักเสือไพรดีหรอก ผมเองก็ไม่เข้าใจ ปล้นเงินไปแล้วเอามาคืน”

    “กลับไปผมต้องรื้อคดีของเสือไพรดูแล้ว ตั้งแต่มายังไม่เคยเปิดแฟ้มคดีดูเลย จ่าเคยดูไหม”

    “ไม่ครับ สารวัตรพนาไม่เคยให้ดู...ผมไปหาฟืนมาก่อไฟก่อนนะผู้กอง”

    “ตามสบาย อย่าไปนานล่ะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”

    “มีอะไรหรือเปล่า”

    ผู้กองส่ายหน้ากลบเกลื่อน ที่จริงกลัวผี “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก กลัวมาก่อไฟไม่ทันมืดน่ะ”

    จ่าโชคพยักหน้าแล้วผละไป

    ooooooo

    ภูเข้าที่พัก สวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้วหยิบตำราโบราณในย่ามออกมา นึกถึงวันที่อาจารย์มอบให้ก่อนที่เขาจะออกไปเผชิญโลกกว้าง

    “บุญคุณของอาจารย์ ผมจะไม่มีวันลืมเลย”

    “ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ดี ลืมเรื่องเจ้าทองไปซะ อดีตไม่ได้มีไว้แก้ไข...อาจารย์คิดว่าเจ้าคงจะรักษาตำราเล่มนี้ไว้ได้”

    “ตำราอะไรครับ”

    “มันเป็นไสยเวทขั้นสูง ทุกวันนี้ยังหาคนเรียนและฝึกยังไม่ได้เลย แม้แต่อาจารย์ เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ไปอยู่ในมือของคนชั่ว”

    ภูรับตำราพร้อมกับรับปากมั่นเหมาะว่าจะรักษาเท่าชีวิต...วันนี้เขายังเก็บรักษาตำราเล่มนี้ไว้อย่างดี

    พลันเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงที่ด้านนอก...เสือทองนั่งบริกรรมคาถาแล้วลืมตาโพลง แววตาแข็งกร้าวดุดัน คำรามลั่นว่า “ไอ้ภู”

    ศักดิ์ตกใจกับเสียงฟ้าผ่ารีบกลับเข้ามาในห้องเห็นของในมือภู ถามว่าหนังสืออะไรทำไมเก่าจัง

    “แบบเรียนน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

    ศักดิ์สังเกตว่าไม่ใช่แค่แบบเรียนแต่ปล่อยผ่าน เปลี่ยนเรื่องคุย “พรุ่งนี้พี่ภูคุมคนงานไปป่ากับเสี่ยกิจเหรอ”

    “ใช่ แล้วนายล่ะ”

    “คุณแก้วตาให้นั่งช้างชมป่าเป็นเพื่อน”

    “ดี ยังไงก็ฝากดูแววด้วยนะ”

    ศักดิ์ยิ้มเข้าใจ ถามไม่อ้อมค้อมว่าเขาชอบแววใช่ไหม

    “ก็ประมาณนั้น ฉันฝากด้วยนะ”

    “ทำไมพี่พูดอย่างกับว่าจะมีใคร...”

    “ไม่มีอะไรหรอก คนรักกันก็ต้องเป็นห่วงกันสิ” ภูรวบรัดตัดบท ศักดิ์เลยนิ่งไป

    ooooooo

    กองไฟลุกโชนตรงหน้าผู้กองพงษ์กับจ่าโชค ทั้งคู่กินอาหารที่จ่าหามาย่างอย่างเอร็ดอร่อย แต่พอรู้ว่ามันเป็นหนูไม่ใช่กระต่ายอย่างที่เข้าใจ ผู้กองแทบจะอ้วก บ้วนทิ้งแล้วยกที่เหลือให้จ่ากินไปคนเดียว

    จ่าโชคหัวเราะชอบใจ สัพยอกว่ามือปราบอะไรไม่คุ้นกับป่าเลย

    “ผมรบในเมืองนะจ่า นี่เป็นงานแรก ผมถูกส่งมาที่นี่เพื่อปราบเสือไพร”

    “ผมมาอยู่ที่นี่จะ 20 ปี ได้ยินชื่อเสือไพรมาตั้งแต่วันแรกที่มารายงานตัว จนวันนี้ผมยังไม่เคยเห็นมีใครปราบเสือไพรได้เลย”

    “ไม่มีเลยหรือ”

    “ที่จริงก็มีนะ”

    “ใคร”

    “พันตำรวจโทชาติเสือ พิทักษ์ชน”

    “รองชาติเสือ...ผมเคยได้ยินชื่อ แต่ลาออกจากราชการแล้วหายตัวไปตั้ง 20 ปีแล้วนี่”

    “ก็ข้อมูลเดียวกัน ว่ากันว่าเคยดวลกับเสือไพร”

    “แสดงว่ารองชาติเสือต้องยิงปืนแม่นกว่าเสือไพร ถึงกล้าดวล”

    “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น”

    เสียงหมาหอนแว่วมา...ผู้กองตกใจร้องเฮ้ย! ถามจ่าว่าในป่าแบบนี้มีหมาหอนด้วยหรือ

    “ก็มีสิ หมาป่าไง มันคงหอนหาคู่มาจากชายเขาโน่น...ผู้กองเติมไฟอย่าให้ขาดนะ ผมไม่อยากให้มันมาเยี่ยม” พูดแล้วจ่าโชคลุกขึ้น ผู้กองพงษ์ถามทันทีว่าจ่าจะไปไหน “ผมปวดท้อง จะไปปลดทุกข์เสียหน่อย”

    ผู้กองพยักหน้ารับ พอจ่าโชคเดินออกไปก็เหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างหวาดๆเพราะกลัวผี แถมหมายังมาหอนสร้างบรรยากาศอีก

    ooooooo

    จ่าโชคหายไปนานและยังไม่มีวี่แววจะกลับมา พงษ์จึงเดินออกจากจุดพักไปตามหา แล้วไปเจอมะนาวกับมะขวิดอย่างไม่คาดคิด

    ตอนแรกที่ยังไม่เห็นหน้าค่าตากันชัดๆ พงษ์ตกใจนึกว่าเจอผี ร้องจ๊ากขอความช่วยเหลือ จ่าโชคอยู่ไม่ไกลได้ยินจึงรีบวิ่งมา

    สองพี่น้องขำกันใหญ่ที่เห็นท่าทางกลัวผีของผู้กองพงษ์ มะนาวล้อเลียนว่าเป็นตำรวจแต่กลัวผี จบโรงเรียนนายร้อยมาได้ยังไง

    “ก็โรงเรียนเขาไม่ได้สอนนี่...พอได้แล้ว ขืนล้อผมอีก ผมจับนะ”

    “ข้อหาอะไรไม่ทราบ ล้อเลียนเจ้าพนักงานงั้นรึ”

    จ่าโชคฟังแล้วยิ้มกริ่ม กระเซ้าว่า “จับไม่ได้ก็กอดเลยสิผู้กอง”

    “ก็ลองกอดดูสิ” มะนาวตาขวาง จ่าโชคหัวเราะหึๆ ขณะที่พงษ์เขินๆ เปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนถามสองพี่น้องว่ามาที่นี่ได้ยังไง

    “ฉันมาหาของป่าของฉันน่ะสิ แต่พอดีวันนี้ซวยหน่อยดันไปเจอลูกชายเสือไพร”

    ผู้กองกับจ่าหูผึ่ง พงษ์ถามมะนาวว่าพวกมันทำอะไรเธอหรือเปล่า

    “ยังไม่ทันทำอะไร เสือส่งก็มาช่วยซะก่อนเลยรอด ฉันน่ะไม่อยากมีพี่เขยเป็นโจร แต่อยากได้พี่เขยเป็นตำรวจน่ะ” มะขวิดปากไว เลยโดนมะนาวเขกหัวดังโป๊กจนเงียบไป

    จากนั้นทั้งหมดก็จัดเวรผลัดกันอยู่ยามเพื่อความปลอดภัยในคืนนี้

    ooooooo

    รุ่งขึ้นพวกแก้วตาเตรียมตัวไปสำรวจป่าโดยจะใช้ช้างเป็นพาหนะ แต่ช้างเกิดตกมันเกือบทำร้ายเธอบาดเจ็บถ้าศักดิ์ไม่เข้ามาช่วย ส่วนภูก็สยบช้างด้วยการบริกรรมคาถา เสือทองเห็นกับตา เชื่อว่าตำราของอาจารย์ต้องอยู่ที่ภูอย่างแน่นอน

    แก้วตาซึ้งในน้ำใจของศักดิ์ที่ช่วยเหลือเธอเป็นครั้งที่สอง นับวันสองคนก็รู้สึกดีต่อกัน...ด้านหลวงพ่อเสือที่จับพลัดจับผลูเข้าไปอยู่ที่สำนักสงฆ์กลางป่าของพระอูถั่น หลวงพ่อสงสัยเรื่องอาหารการกินว่าเอามาจากไหนทั้งที่ไม่ได้ออกบิณฑบาต

    “ส่วนใหญ่พระเณรจะช่วยกันปรุงอาหาร เสือไพรให้คนเอาอาหารมาส่งให้เดือนละครั้ง”

    “ก็ดีนะ ยังมีโยมคอยอุปถัมภ์”

    “บางทีก็มีพวกกะเหรี่ยงมาทำบุญบ้าง”

    พูดไม่ทันขาดคำ กะเหรี่ยงวัยรุ่นกับเพื่อนเดินเข้ามา ในมือมีอาหารแห้งและอาหารสดบางส่วน

    “หลวงพ่อครับ พ่อให้เอาอาหารมาให้”

    “ขอบใจนะ ฝากขอบใจเซงตูพ่อเธอด้วย”

    หนุ่มกะเหรี่ยงรับคำแล้วจากไป...พระอูถั่นหันมาอธิบายกับหลวงพ่อเสือว่า

    “แถวนี้อยู่กันหลายเชื้อชาติ มีชนกลุ่มน้อยอยู่กระจัดกระจายไป พวกทหารของทางการก็คอยจะปราบ ดีที่เสือไพรช่วยคุ้มครองเอาไว้จึงอยู่กันได้”

    หลวงพ่อเสือพยักหน้ารับรู้ พอใจที่เสือไพรมีเมตตาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น...

    อีกด้านที่กลุ่มของมะนาวกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ไม่ทันพ้นเขตป่าทุกคนก็ได้ยินเสียงขบวนรถยนต์วิ่งมาแต่ไกลจึงซ่อนตัวซุ่มมอง ทหารพม่าขนเชลยกะเหรี่ยงน่าจะมุ่งหน้าไปอีกฝั่ง มะขวิดจำคนหนึ่งในกลุ่มนั้นได้ว่าเป็นจอมิน มะนาวตาลุกวาว ค่อยๆถอยห่างออกมาจากกลุ่มอย่างเงียบกริบ

    “เราอย่าไปยุ่งกับกิจการภายในของเขาเลย ไป... กลับกันเถอะ” พงษ์เดินนำ จ่าโชคกับมะขวิดก้าวตาม แต่ไม่มีมะนาว มะขวิดเลิ่กลั่ก คาดเดาว่าพี่สาวของตนต้องไปช่วยจอมินแน่ๆ

    พงษ์เป็นห่วงมะนาว ชวนทุกคนตามมาช่วยเธอกับจอมินพ้นจากกลุ่มทหารพม่าได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่จอมินซึ่งชำนาญทางในป่าจะนำทุกคนหนีต่อไป

    ooooooo

    ขณะที่กลุ่มของแก้วตาไปสำรวจป่า ทีมของเสี่ยกิจก็มุ่งหน้าเข้าป่าลึกเพื่อตัดไม้ในเขตหวงห้าม แต่แพรพรรณเมียสาวของเสี่ยกิจไม่ร่วมเดินทาง

    เธอใช้โอกาสนี้มายั่วยวนเกริกที่ยังพักในปางไม้ พอลับตาคนก็ชวนกันขึ้นเตียงหาความสุข โดยไม่รู้ว่าแววได้ยินเสียงแว่วๆในห้องจึงแอบมองลอดหน้าต่างเข้าไป

    ภาพที่เห็นทำให้แววผงะตกใจ ถอยหลังเหยียบกิ่งไม้เสียงดังแล้ววิ่งหนีไป แต่ไม่รอดพ้นสายตาเหี้ยมเกรียมของเกริก...

    ในป่า แก้วตาเดินชมธรรมชาติอย่างสบายใจ ศักดิ์ มะขิ่น และคนงานชายสองคนเดินตามหลัง

    “ป่าที่นี่สวยจังเลย”

    “ของขวัญจากธรรมชาติน่ะครับ”

    “อย่างนี้นี่เอง ที่เขาพยายามรักษาธรรมชาติเอาไว้ ทั้งป่าไม้ทั้งต้นน้ำ”

    “ไม่น่าเชื่อ พ่อคุณตัดไม้ แต่ลูกอนุรักษ์”

    “มันคนละส่วนกัน พ่อฉันได้สัมปทาน รัฐบาลอนุญาต พอตัดเสร็จเราก็ปลูกทดแทน เราเดินไปทางโน้นดีกว่า”

    คนงานสองคนสีหน้าไม่ดีเหมือนมีความลับอะไรซ่อนอยู่ตรงนั้น ช่วยกันห้ามแก้วตาแต่ไม่สำเร็จ เธอดึงดันเดินต่อไปและพบร่องรอยการตัดไม้ ศักดิ์สงสัยถามแก้วตาว่าพ่อของเธอเข้ามาตัดไม้ที่นี่ด้วยหรือ

    “เปล่า เขตนี้น่าจะเป็นเขตอุทยาน”

    คนงานสองคนท่าทางมีพิรุธ แก้วตาสังเกตเห็นรอยลากไม้จึงชวนทุกคนเดินตามรอยไปเจอไม้ที่ตัดทิ้งไว้เตรียมลำเลียง

    “ใครมาตัดไม้ที่นี่เนี่ย นี่ไม่ใช่ตราของหลวง”

    “น่าจะเป็นของคนที่ตัด แสดงว่าไม้ชุดนี้เป็นของเขา เจ้าหน้าที่บางคนที่คอร์รัปชันก็จะไม่จับ”

    “ใครกันนะ ใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ” แก้วตาเสียงเข้มไม่พอใจ

    ศักดิ์นึกถึงไม้ที่เขาเจอบนรถตอนไปสมัครงานแล้วเพชรลูกน้องเสี่ยกิจมาเห็นเข้าเกิดความไม่พอใจ วันนั้นศักดิ์เห็นแผ่นไม้ตอกตราแบบเดียวกันนี้ แต่นิ่งไว้ไม่พูดให้แก้วตาฟัง

    ooooooo

    จอมินนำทางพวกพงษ์มาหยุดพักในที่ที่ปลอดภัย มะนาวถามจอมินว่าทำไมถึงถูกทหารพวกนั้นจับตัวทั้งๆที่เป็นฝั่งไทยแท้ๆ

    “ก็ผู้พันเชน่ะสิ ตอนนี้มันรับจ้างรัฐบาลฝั่งโน้นกวาดล้างพวกชนกลุ่มน้อยอย่างเรา มันไม่สนว่าจะอยู่เขตใคร ขอให้ได้ค่าหัวเป็นพอ” จอมินอธิบาย

    “งั้นผมก็เดาได้เลยว่ามันทำนอกคำสั่งรัฐบาลที่มันรับจ้าง”

    “ใช่ ทางเราอยู่ในเขตไทย อยู่ภายใต้กฎหมายไทย แต่ผู้พันเชมันแค้นพ่อข้า มันต้องการตัดหัวพ่อข้า”

    “พ่อเธอเป็นใคร” พงษ์ถาม

    “พ่อข้าชื่อเซงตู เป็นหัวหน้ากะเหรี่ยงพุทธ อยู่เขาฝั่งโน้น”

    “งั้นส่งพวกข้าที่นี่แหละ ข้าเดินทางกลับเองได้” มะนาวด่วนสรุปเพราะเกรงใจ แต่จอมินบอกว่ายังไม่ปลอดภัยจนกว่าจะเข้าเขตเสือไพร มะขวิดเลยสงสัยว่าเสือไพรมีเขตยาวถึงไหนกันแน่

    “สำนักสงฆ์บนเขาโน่น” จอมินชี้มือไป คนอื่นๆ มองตามแล้วพยักหน้ารับ...

    บริเวณป่าลึกซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่เสือไพรดูแลอยู่ บัดนี้ขบวนรถของเสี่ยกิจแล่นมาจอด ภูควบคุมคนงานทยอยเอาของและเครื่องมือลงจากรถ

    เสี่ยกิจลงมายืนกวาดสายตาสำรวจ สารวัตรพนา เสือทองและลูกน้องยืนอยู่ข้างๆ ทั้งหมดกำลังวางแผนการทำงาน

    “ผมต้องการให้คนเข้าไปตัดไม้ข้างใน”

    “แต่นั่นมันยังไม่ใช่พื้นที่สัมปทานนะครับเสี่ย”

    “วันนี้อาจไม่ใช่ แต่กลับไปเที่ยวนี้ท่านเกริกจะทำให้ใช่เอง” เสี่ยกิจพูดอย่างย่ามใจ พอสารวัตรพนาท้วงว่าควรอดใจรอสักหน่อย เสี่ยกิจถึงกับฮึดฮัดไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดขวาง

    เสือทองท่าทางโอหัง ถามเสี่ยกิจว่าข้างในเป็นเขตเสือไพรใช่ไหม

    “ใช่ รวมทั้งแถบนี้ด้วย”

    “ผมจะวางกำลังกระจายเอาไว้ เสี่ยก็จัดการสำรวจไป” สารวัตรพนารวบรัด เสือทองเสริมขึ้นว่าตนจะ

    รอเสือไพรออกมาแล้วจับเอาค่าหัว พนายิ้มเยาะ เปรยว่าง่ายขนาดนั้นเลยหรือ

    “ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าพวกผมมือถึง...ไปเด่น” เสือทองโอหังใส่สารวัตรพนาแล้วเดินนำลูกน้องออกไป

    สารวัตรพนากับตำรวจแยกไปอีกทาง เสี่ยกิจยิ้มบางๆ คาดหวังว่าคราวนี้จะปิดเกมกับเสือไพรซะที!

    ooooooo

    แก้วตาถ่ายภาพไม้ปริศนาที่ไม่รู้ว่าเป็นของใครไว้ทั้งหมด ศักดิ์เฝ้ามองด้วยความสงสัย ส่วนคนงานอีกสองคนสีหน้าท่าทางไม่สบายใจนัก

    “คุณจะทำอะไรหรือครับ” ศักดิ์ถาม

    “ฉันก็ถ่ายเอาไว้เป็นหลักฐานน่ะสิ เดี๋ยวฉันจะไปแจ้งพวกป่าไม้”

    คนงานสองคนสะดุ้งวาบ ท้วงแก้วตาว่าบอกเสี่ยกิจก่อนดีกว่าไหม

    “จริงด้วยคุณแก้วตา ผมว่าเราบอกเสี่ยกิจแล้วลากไม้ไปขายไม่ดีกว่าหรือครับ”

    สิ้นเสียงศักดิ์...แก้วตาเก็บกล้องแล้วชักปืนออกมาหน้าตาขึงขัง “เอาสิ...ใครอยากไส้แตกก็มาลากไป”

    ทุกคนนิ่งเงียบ...ศักดิ์แอบพอใจแก้วตาที่จิตใจดีมีความยุติธรรม...

    เวลาเดียวกันนั้น จอมินพาคณะของมะนาวไปถึงสำนักสงฆ์ของพระอูถั่นซึ่งอยู่ในเขตของเสือไพร เสร็จแล้วเขาบอกลาจากไปพร้อมเพื่อนชาวกะเหรี่ยง

    แล้วพวกพงษ์ก็ได้พบกับหลวงพ่อเสือที่นี่ สองฝ่ายซักถามกันอย่างประหลาดใจ ก่อนที่หลวงพ่อจะเล่าเรื่องที่ตนเกือบโดนอุ้มฆ่า

    “หลวงพ่อจำหน้าไอ้พวกที่ลวงหลวงพ่อมาฆ่าได้ไหมครับ”

    “จำได้สิ แต่อาตมาลืมแล้วล่ะ ถือว่าอาตมามีเวรกรรมต่อกัน”

    “อ้าว...ไม่ได้นะคะหลวงพ่อ บ้านเมืองมีกฎหมาย”

    “ก็จริงอยู่นะ แต่อาตมาดูแล้วเหมือนกับว่าคนพวกนี้ต้องทำตามคำสั่งมาอีกที ถ้าโยมผู้กองอยากจะจับก็ต้องล่อให้พวกมันพาไปหาคนบงการ อาตมาจะให้รูปพรรณสัณฐานไป คงสืบไม่ยากหรอก”

    “นี่ถ้าผมไม่เห็นว่าหลวงพ่อพูด ผมนึกว่าตำรวจพูดนะเนี่ย” จ่าโชคแปลกใจ

    “อาตมาอ่านกฎหมายมาเยอะน่ะ”

    “ได้ครับหลวงพ่อ” พงษ์รับปาก...มะนาวถามหลวงพ่อว่าจะกลับพร้อมพวกเราไหม

    “อาตมาคงจะพักที่นี่สักพัก ฝากบอกโยมชูด้วยนะ นี่โยมพงษ์ จำไว้นะ กฎหมายอาจไม่ยุติธรรม แต่กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ”

    “ครับ ผมจะจำไว้ครับหลวงพ่อ”

    “อ้อ...หลวงพ่อคะ เกือบลืมไป พอจะมีเครื่องรางของขลังที่กันผีบ้างไหมคะ อยากจะเอาให้คนกลัวผีแถวนี้ซะหน่อย” มะนาวจงใจเยาะเย้ยพงษ์อย่างขำๆ พงษ์ทำหน้าเซ็ง ถามหลวงพ่อว่ามีบ้างไหม

    หลวงพ่อเสือส่ายหน้า...นึกในใจว่าพงษ์จะมาทำนองเดียวกับเจ้าศักดิ์ลูกศิษย์ตัวแสบ

    ooooooo

    ภูสั่งคนงานให้เอาข้าวของเตรียมตัวเข้าไปในป่าซึ่งเป็นเขตของเสือไพร หลังจากที่พวกเสือทองกับสารวัตรพนานำหน้าไปก่อน

    “เอาของที่จำเป็นไปนะ เราแค่สำรวจเท่านั้น” ภูกำชับคนงาน

    เสี่ยกิจเดินเข้ามาได้ยิน สั่งสวนทางกับภูว่า “ถ้าเจอที่เข้าท่าก็ตัดได้เลย”

    “แต่มันอันตรายนะเสี่ย เสียงเครื่องมันจะเรียกให้เสือไพรออกมา”

    “ออกมาก็ดีน่ะสิ เรื่องราวมันจะได้จบเสียที ไม่ต้องหวาดระแวง”

    “นี่เสี่ยเอาพวกฉันเป็นเหยื่อล่อเสือไพรใช่ไหม”

    “แหม...ก็ช่วยๆกัน ถือว่าช่วยเหลือทางราชการ”

    ภูรู้ว่าเสี่ยกิจเจ้าเล่ห์แต่พูดไม่ออก ขณะที่คนงานสีหน้าไม่สู้ดี เสี่ยกิจเลยโปรยยาหอมว่า

    “เอาน่า จะไปกลัวอะไร คนของเราเยอะแยะ ตำรวจก็เกือบทั้งโรงพัก เอาอย่างนี้ ถ้าจับเสือไพรได้ ฉันแจกคนละหมื่นเลย”

    คนงานพากันฮือฮากระตือรือร้น...ภูนิ่งคิดนิดหนึ่ง ก่อนเดินนำคนงานแบกอุปกรณ์เข้าป่าไป...

    ทางด้านแก้วตาก็รุกลึกเข้าไปหลังเจอต้นไม้ถูกตัดรอการลำเลียง มะขิ่นเมื่อยล้าเริ่มบ่น

    “คุณแก้วตาจะเดินไปไหนเนี่ย นี่เราออกมาไกลแล้วนะคะ”

    ศักดิ์เสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย “นั่นสิครับคุณแก้วตา กลับเถอะ เรามาไกลเกินไปแล้วครับ”

    “ยังไม่กลับ ฉันเชื่อว่าต้องมีการตัดไม้ซุกไว้อีก ฉันจะหาให้เจอ”

    “โอ๊ยคุณ นี่คุณเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือครับ หรือว่าอยู่มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร...คุณจะไปทำไม มันไม่ใช่หน้าที่”

    “อ้าว...ตอนแรกเห็นสนใจ ตอนนี้ทำไมใจฝ่อล่ะ”

    “ผมน่ะไม่ฝ่อหรอก แต่ผมกลัวอันตรายที่รออยู่น่ะสิ”

    “ใครกลัวก็กลับไป” แก้วตาประกาศกร้าว คนอื่นไม่กล้าแหยม แต่ศักดิ์ยียวนว่า

    “งั้นผมกลับ”

    “ใครกลับฉันไล่ออก”

    “อะไรครับ เมื่อกี้คุณยังบอกเลยว่าใครจะกลับก็ได้”

    “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” พูดจบแก้วตาเดินนำต่อไป ศักดิ์เซ็งแต่ก็ต้องก้าวตาม

    ooooooo

    เสือไพรรู้จากสมุนแล้วว่าพวกเสี่ยกิจกำลังบุกรุกเขตหวงห้าม เขานำกำลังออกมาซุ่มโจมตีแต่ไม่ยอมให้เพลิงลูกชายคนเดียวติดตามมาด้วย

    เพลิงถูกกักบริเวณหลังทำความผิดจะขืนใจผู้หญิงและไปยุ่งกับตำรวจ ซึ่งเสือไพรไม่ชอบและเคยสั่งห้าม ในเมื่อเขาขัดคำสั่งจึงโดนลงโทษ แต่เพลิงดึงดันหลังจากกลุ่มของเสือไพรไปแล้ว เขาอยากแสดงฝีมือให้พ่อเห็น จึงรวบรวมสมุนจำนวนหนึ่งตามไปเป็นกำลังเสริม...

    เสือทองกับสมุนซุ่มรอคอยการมาของเสือไพร เชื่อว่าต้องมาแน่เพราะรู้ว่าเขารักป่ายิ่งกว่าชีวิต

    “แล้วเราจะจับมันเป็นๆยังไงล่ะ” สมุนถาม

    “ยังไม่รู้ แต่ที่อยากรู้คือทำไมท่านเกริกถึงต้องการตัวมันเป็นๆ”

    “นั่นสิ เท่าที่ฉันดูท่าทางของท่านเกริกแล้วไม่น่าจะเป็นคนที่จะใช้กฎหมายเลย จะหนักไปทางกฎหมู่มากกว่า”

    “ข้าว่าเสือไพรมันต้องมีอะไรสักอย่าง”

    ทันใดนั้น เสือไพรยิงปืนและประกาศตัว...พวกเสือทอง รวมทั้งกลุ่มของสารวัตรพนาที่ซุ่มอยู่คนละมุมตื่นตัวเตรียมพร้อม เป้าหมายเดียวกันคือจับเป็นเสือไพร!

    คณะของภูอยู่คนละทางแต่ก็ได้ยินเสียงปืนและเสียงประกาศของเสือไพรชัดเจน ภูสั่งลูกทีมหาที่กำบังและระวังตัวกันดีๆ

    เสือไพรมาพร้อมเสือส่งและสมุนนับสิบ เผชิญหน้ากับพวกเสือทอง สองฝ่ายต่างมีชั้นเชิง ส่วนสารวัตรพนารอตลบหลังพวกเขาอีกที

    เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล เสือไพรไม่ยอมมอบตัว การปะทะจึงเกิดขึ้น!

    เสียงปืนดังลั่นป่า กลุ่มของแก้วตาได้ยินไกลๆ คาดเดาว่าคงเป็นพวกเสือไพร แต่ทันใดกระสุนปืนพุ่งเข้าใส่คนงานสองคนล้มลง

    ฝีมือของพวกเพลิงนั่นเอง เพลิงพึงพอใจแก้วตาที่เคยเจอกันมาก่อน วันนี้เจออีกครั้ง เขามองเธอด้วยสายตาโลมเลีย เรียกเธอว่าน้องสาว

    “ฉันไม่ใช่น้องแก” แก้วตาสวนทันควัน แล้วเปิดฉากยิงพวกเพลิงก่อน

    ศักดิ์ดึงมะขิ่นหลบ ตัวเขาเองก็หลบแบบเก้ๆกังๆ แก้วตาหาที่กำบังห่างไป

    เพลิงเห็นท่าทางศักดิ์ก็ย่ามใจว่ายังไงตนต้องชนะแน่ “แกไม่รอดหรอก อย่าเสียเวลาเลย รีบคลานกลับไปแล้วทิ้งน้องแก้วตาไว้”

    “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก คุณแก้วตายังไม่ได้จ่ายเงินเดือนฉันเลย”

    “คนนี้แหละพี่ฉันจำได้ ที่มันยิงไม่ออก ฟันไม่เข้าน่ะพี่เพลิง”

    “จริงหรือวะ งั้นคงต้องเล่นของหนักให้มันจุกตายไปเลย ไอ้หวังจัดไป”

    เพลิงสั่งสมุนคู่ใจ ไม่กี่นาทีต่อมาระเบิดก็หล่นตูม ศักดิ์เร่งให้แก้วตากับมะขิ่นวิ่งหนี ตัวเองรั้งท้าย พวกเพลิงบ้าระห่ำติดตามไป

    ฝ่ายเสือไพรกับเสือส่งก็รุกไล่เสือทองเข้าไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าโดนพวกสารวัตรพนาโอบล้อม ลูกน้องของเขาถูกยิงตายเป็นใบไม้ร่วง ต้องสั่งถอยโดยด่วน

    เสือทองเห็นแล้วกระหยิ่มย่ามใจ ตะโกนเย้ยหยัน “ใครกันแน่วะที่อ่อน ยอมมอบตัวซะเสือไพร”

    “ใครไม่มอบตัวจับตาย” สารวัตรพนาโพล่งออกไป เสือทองไม่พอใจ สั่งสมุนของตนจัดการอย่าให้ พวกตำรวจยิงเสือไพรได้

    การปะทะดุเดือดเลือดพล่าน สองฝ่ายแตกคอกันเอง เสือไพรฉวยโอกาสเคลื่อนตัวหนีไป สารวัตรพนาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่โดนพวกเสือทองสกัดไม่ให้ยิงเสือไพร

    เสือไพรพาลูกน้องที่เหลือหนีเข้าป่า โดยมีกลุ่มของเสือทองไล่ตามไปไม่ลดละ

    เพลิงกับสมุนไล่กวดพวกศักดิ์อย่างกระชั้นชิด ศักดิ์เห็นท่าไม่ดีรวมกันอาจตายหมู่ จึงให้มะขิ่นพาแก้วตาหนีเข้าปางไม้ เขาจะล่อไอ้พวกนี้ไว้เอง แก้วตาเป็นห่วงศักดิ์ แต่ต้องทำตามอย่างไม่มีทางเลือก

    ระหว่างทาง แก้วตาเปลี่ยนใจให้มะขิ่นเข้าไปที่ปางไม้คนเดียว ให้รีบตามคนมาช่วย ส่วนเธอตามศักดิ์ไปแต่ช่วยไม่ทัน ศักดิ์ถูกเพลิงยิงกระเด็นตกเหว แก้วตากรีดร้องตกใจก่อนจะถูกเพลิงควบคุมตัว แต่ไม่ทันพาไปไหนไกล เกริกพาคนมาช่วยเธอกลับไปอย่างปลอดภัย

    ฝ่ายเสือทองที่ติดตามเสือไพรมา พวกเขาเสียท่าติดกับดักเกือบตาย เสือไพรจึงหนีรอด แต่แล้วไปเจอภูอีกคน ต่างฝ่ายต่างสู้ยิบตา ใช้ทั้งอาวุธและมือเปล่า ก่อนจะหยุดลงเมื่อเสือไพรเป็นต่อ แต่ไม่ทำร้ายภูทั้งที่สบโอกาส แค่ผลักเขาล้มไปกับพื้นแล้วบอกว่า

    “ข้ามีความรู้สึกว่าแกไม่ใช่คนเลวร้าย แล้วก็อยากให้แกใช้วิชาอาคมของแกช่วยคนอื่นในทางที่ถูกต้อง...แล้วคงได้เจอกัน”

    เสือไพรพูดทิ้งท้ายก่อนเดินจากไปอย่างใจเย็น ภูมองตามรู้สึกได้ว่าเสือไพรน่าเกรงขาม ไม่น่ากลัวอย่างที่ใครๆเข้าใจ

    ด้านศักดิ์ที่กลิ้งตกหน้าผา ร่างกายบอบช้ำนอนหมดสติ ชาวบ้านกะเหรี่ยงสองคนมาพบและพยายามช่วยเหลือเขาทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย...

    ขณะเดียวกันนั้นที่ปางไม้ เสี่ยกิจอารมณ์เสียโวยวายทุกคนที่พากันกลับมาหลังจากปะทะกับพวกเสือไพร

    “คนตั้งเยอะแยะ พวกไอ้เสือไพรแค่หยิบมือ จับมันไม่ได้ แถมลูกสาวผมยังเกือบถูกมันจับไปอีก”

    “ใจเย็นน่าเสี่ยกิจ อย่างน้อยเสือไพรก็รู้ว่าเราก็ไม่กระจอก ตอนนี้ตั้งค่ายรุกไปในพื้นที่มันได้แล้ว”

    เกริกไกล่เกลี่ยแล้วให้เสี่ยกิจทำตามหน้าที่ของเขาต่อไป เสี่ยกิจไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็จำยอม...ยอมที่จะเป็นตัวล่อเสือไพรต่อไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 05:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์