นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ข้ามากับพระ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ภายในห้องทำงาน ศักดิ์ยืนต่อหน้าแก้วตา โดยมีเพชร ภู และมะขิ่นอยู่ด้วย ศักดิ์ยืนยันว่าตนมาสมัครงานจริงๆ ผู้หญิงที่ชื่อมะนาวพามา

    “มะนาวที่ขายของป่าน่ะเหรอ”

    ศักดิ์ดีใจที่แก้วตารู้จักมะนาว รีบรับคำว่าใช่แล้ว...แก้วตาหันไปพูดกับเพชรเสียงขุ่น

    “ฉันเชื่อว่าเขามาสมัครงานจริง นายไปหาเรื่องเขาทำไม อีกอย่างนายไม่มีหน้าที่ในนี้ด้วย”

    เพชรอ้ำอึ้งหาทางเอาตัวรอด อ้างว่าเสี่ยกิจใช้ให้ตนมาตรวจไม้ ภูอยากรู้ว่าไม้อะไร แต่พอถามออกไปก็ถูกเพชรตวาดว่า แกไม่เกี่ยว!

    “นั่นสิ ไม้อะไร ไม้ทุกแผ่นที่นี่ไม่ว่าจะเข้าหรือออกฉันต้องรับรู้”

    เพชรสีหน้าเลิ่กลั่ก ไม่มีคำตอบ...โชคดีที่เสี่ยกิจเข้ามาพอดี ตอบคำถามลูกสาวว่า

    “อันนี้เป็นไม้ที่พ่อซื้อมานอกบัญชีน่ะ คงไม่มีอะไรมั้ง น่าจะเข้าใจผิดกันมากกว่า เด็กมันเล่าให้พ่อฟังแล้ว”

    เสี่ยกิจมองศักดิ์แววตาไม่ไว้ใจ แต่เก็บอาการแล้วเสแสร้งพูดดีด้วย พอรู้ว่าศักดิ์มาสมัครงานก็รีบรับเพราะกำลังต้องการคนอยู่ ให้แก้วตาช่วยจัดการด้วย ส่วนเพชรให้ตามตนมา มีธุระให้ทำ

    เพชรถูกเสี่ยกิจกันตัวออกไปนอกห้อง แอบซุบซิบกันด้วยท่าทีร้อนใจ เพชรเตือนเสี่ยไม่น่ารับศักดิ์ไว้เพราะมันน่าสงสัย ที่อื่นมันไม่ไปแต่ดันมาดูไม้ของเรา

    “แกตอกตราแล้วหรือยัง”

    “ครับ ผมตอกตราทุกแผ่นแล้ว”

    “งั้นก็เป็นไม้ถูกกฎหมายแล้วสิ”

    “แต่ก็ไม่น่ารับมันอยู่ดี”

    “ไอ้โง่เอ๊ย...ฉันอยากรับมันที่ไหน แต่ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นใคร เข้ามาสืบที่นี่จริงไหม ดีกว่าปล่อยมันออกไป แกจับตาดูมันให้ดีก็แล้วกัน ฉันว่าไม่นานมันก็คายสันดานออกมาเอง” สั่งเสร็จเสี่ยกิจขึ้นรถออกไป

    ที่ห้องทำงาน ศักดิ์กำลังพิมพ์ลายนิ้วมือลงบนใบสมัครต่อหน้าแก้วตาและภู

    “นายเขียนหนังสือไม่เป็นเหรอ”

    “ครับ...อ่านพอออก แต่เขียนไม่ค่อยได้ครับ”

    แก้วตาเข้าใจและเชื่อ บอกภูว่าไม่มีอะไรแล้วให้กลับไปทำงาน จากนั้นเธอก็เริ่มสัมภาษณ์ศักดิ์ว่าทำอะไรได้บ้าง

    “หลายอย่างครับ ขับรถ ใช้แรงทุกประเภท แบบว่าวัวควายอายเลยครับ หรือจะให้ทำอาหารก็ได้นะครับ ผมเคยเป็นผู้ช่วยกุ๊กอยู่หลายปี แต่ถ้าเป็นงานพวกเสี่ยงตายนี่ถนัดเป็นพิเศษ แต่ขอค่าแรงหนักๆหน่อยครับ”

    แก้วตาเบื่อที่จะฟังเขาโม้ ถามว่าอีกเรื่องทำเป็นไหม ศักดิ์กระตือรือร้นอยากรู้ว่าเรื่องอะไร แต่พอได้ฟังเธอตอบก็สะอึก หยุดนิ่งไปเลย

    “หุบปากน่ะ ทำเป็นมั้ย”

    ooooooo

    ที่ตลาด มะนาวหยุดดูมายากลที่ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจ ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคแฝงตัวปะปน แล้วก็เจอดีโดนมะนาวตบหน้ากล่าวหาพงษ์จับก้น กว่าจะรู้ความจริงว่าไอ้โรคจิตคือหนึ่งในกลุ่มนักมายากลก็เล่นเอาชุลมุน

    ผู้กองกับจ่าจับพวกมิจฉาชีพในคราบนักมายากลหลอกลวงชาวบ้าน แล้วใช้ทีเผลอล้วงกระเป๋าและทรัพย์สิน จับได้คราวนี้หลักฐานเพียบ ฝ่ายมะนาวถูกเชิญตัวไปโรงพักด้วยฐานะผู้เสียหาย แต่เธอกระวนกระวายอยากกลับบ้าน

    “เดี๋ยวสิ ผมยังไม่ได้สอบปากคำคุณเลย คุณเป็นผู้เสียหายนะ ยังไงคุณต้องแจ้งความดำเนินคดีกับพวกนี้”

    “โอ๊ย...ฉันไม่อยากมากความ ให้คนอื่นก็ได้ ผู้เสียหายเยอะแยะไป”

    “ไม่ได้ คุณต้องเป็นเจ้าทุกข์”

    “ไม่! ฉันจะกลับบ้าน”

    “เอาสิ ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือ ผมก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ นี่ไงหลักฐาน ยังเป็นรอยอยู่เลย”

    พงษ์เอียงหน้าให้ดู จ่าโชคอมยิ้ม นึกในใจว่าผู้กองไม่ธรรมดา มะนาวเห็นรอยฝ่ามือตนบนแก้มผู้กองก็หน้ามุ่ยจำยอม แต่ไม่ทันจะสอบปากคำ สารวัตรพนาเข้ามาทักผู้กองพงษ์อย่างหมั่นไส้อยู่ในที

    “เพิ่งมาถึงก็สร้างผลงานเลยนะ”

    “เห็นจ่าโชคบอกว่ามีคนร้องเรียนเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่มีใครทำซะที ผมก็เลย...”

    สารวัตรพนารีบตัดบทไม่อยากฟัง “พอแล้ว ไม่ต้องสาธยาย ทำได้ก็ดีแล้ว ผมจะออกไปข้างนอก มีอะไรก็จัดการแทนไปได้เลย”

    จ่าโชคมองตามสารวัตรพนายิ้มๆ ก่อนหันมาพูดกับผู้กองพงษ์ว่า “มาไม่กี่วันผู้กองจัดการแทนสารวัตรพนาไปเป็นสิบคดีแล้วนะครับ”

    “นั่นสิ ผมลืมเลยว่าโรงพักนี้มีสารวัตรด้วย”

    “เกี่ยวอะไรกับฉันหรือเปล่าเนี่ย” มะนาวแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงฉุนๆ รำคาญทั้งสองคน

    ooooooo

    เสร็จสิ้นการสมัครงาน ภูพาศักดิ์เดินดูโรงไม้พร้อมกับอธิบายงานให้ฟัง...แล้วย้ำอีกครั้งว่าแก้วตาดูแลที่นี่ ศักดิ์ยังไม่ทิ้งความกะล่อน พูดพรวดประสาคนปากไว

    “รู้แล้วน่า ฉันว่าจะให้ดีนะ พี่ภูน่าจะบอกฉันว่าคุณแก้วตามีแฟนหรือยัง”

    “ทะลึ่งล่ะ ฉันเตือนนายก่อนนะ ขืนนายไปเกาะแกะกับคุณแก้วตา เสี่ยกิจไม่เอานายไว้แน่”

    “เรื่องนั้นพี่ไม่ต้องบอก เจอมาแล้ว”

    “แล้วมันเรื่องอะไรกัน”

    “ผมแค่เดินไปดูไม้ที่อยู่บนรถ” ตอบแล้วเห็นภูชะงัก ศักดิ์สงสัยถามเขาว่ามีอะไรหรือเปล่า

    “ไม่มีอะไร วันนี้นายกลับไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน แล้วอย่ามาสายล่ะ” ภูตัดบทแล้วผละไป

    ขณะศักดิ์เดินทางกลับบ้านอยู่นั้น มะนาวกำลังนั่งรถผู้กองพงษ์ที่อาสามาส่ง เธอดูเวลาแล้วนึกได้ว่าใกล้หวยออก บอกให้ผู้กองเปิดวิทยุฟังหน่อย พงษ์บ่นว่าเธอบ้าหวยแต่ก็เปิดให้ฟัง

    เวลาเดียวกันนั้นคนทั้งหมู่บ้านก็ลุ้นตัวโก่ง ปรากฏว่าเลขเด็ดสามตัวของหลวงพ่อออกตรงๆ เสียงเฮเลยดังลั่น ดีใจกันถ้วนหน้า

    หลังจากนั้นไม่นาน ขบวนกลองยาวชักแถวมาที่บ้านนายชูตาบอด ผสานกับเสียงร้องรำอึกทึก ชูนึกว่ามีงานแต่งงาน ขณะที่หลวงพ่อเข้าใจว่าเป็นงานบวช แต่พอมองออกไปเห็นศักดิ์อยู่ในขบวนก็ชะงัก คิดในใจว่าไอ้หมอนี่ต้องหาเรื่องมาแน่

    ขบวนหยุดที่ลานหน้าบ้าน ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนบอกหลวงพ่อว่าพวกเรากำลังยินดีและเอาของมาถวายหลวงพ่อที่ให้หวยแม่นมาก เลขท้ายสามตัวบนถูกกันทั้งอำเภอ หลวงพ่อนิ่วหน้างง ศักดิ์เลยขยายความให้ฟังว่า

    “ก็ตอนที่หลวงพ่อเทศน์ไง หลวงพ่อบอกว่า...นี่ญาติโยมทั้งหลาย อาตมาเห็นมานักต่อนักแล้วนะ อย่าเห็นเป็นเรื่องเล่นๆ ไอ้เลขสองสามตัวที่โยมอยากได้น่ะ มันพาให้วิบัติพาฉิบหายมาหลายร้อยหลายพันครอบครัวแล้ว”

    หลวงพ่อยังไม่เข้าใจอยู่ดี ศักดิ์จึงยิงตรงว่า “ก็ตอนเลขสองสามตัวไง พวกผมซื้อเลข 2 2 2 เลยถูก”

    คราวนี้หลวงพ่อถึงบางอ้อ ผู้ใหญ่บ้านยิ้มหน้าบาน บอกว่านอกจากวันนี้พวกเราเอาของมาถวายแล้ว พวกเพื่อนๆของตนในอำเภอฝากมานิมนต์หลวงพ่อให้ไปรับบาตรที่ตลาดด้วย

    “ได้เลยผู้ใหญ่ ไปบอกญาติโยมทั้งหลายว่าพรุ่งนี้หลวงพ่อจะไป” ศักดิ์รับนิมนต์แทนหลวงพ่อหน้าตาเฉย พอท่านจะบ่ายเบี่ยงก็ชิงโมเมว่า “น่าหลวงพ่อ อย่าไปขัดศรัทธาญาติโยมเลย ไม่รับกิจนิมนต์นี่มันอาบัตินะ”

    “นี่มึงเป็นลูกศิษย์หรือผู้จัดการส่วนตัววะ” หลวงพ่อกระซิบด่าศักดิ์แล้วส่งยิ้มเจื่อนๆให้ญาติโยม “เอาก็เอา...เดี๋ยวพรุ่งนี้อาตมาจะไป”

    ชาวบ้านเฮกันใหญ่ ตีกลองยาวดังสนั่น ตาชูแม้มองไม่เห็นแต่ก็สัมผัสได้ว่าบรรยากาศรื่นรมย์ ทุกคนครึกครื้น ยกเว้นหลวงพ่อที่ส่ายหน้าเอือมระอาในความงมงาย

    ooooooo

    หลวงพ่อเตือนศักดิ์ไม่ให้หมกมุ่นเรื่องหวยและห้ามพาชาวบ้านมาขอเลขจากตนอีก เพราะกลัวเจ้ามือจะมายิงเขา แต่ศักดิ์ปากเก่งบอกว่าให้มันมาเลย ตนจะแอ่นอกให้ยิง อยากรู้เหมือนกันว่าของขลังที่หลวงพ่อให้ตนจะช่วยได้ไหม

    มะขวิดฟังอยู่ด้วย ร้องขอของขลังจากหลวงพ่อบ้าง หลวงพ่อไม่พูดอะไร แต่ถอนใจเหนื่อยหน่ายทั้งสองคน...เสียงรถยนต์แล่นมาจอดหน้าบ้าน ทั้งหมดหันมอง ก่อนที่มะขวิดฐานะเจ้าของบ้านรีบเดินนำไป

    พงษ์มาส่งมะนาว พอทุกคนรู้ว่าพงษ์เป็นตำรวจก็ทำหน้าเลิ่กลั่ก หลวงพ่อถามศักดิ์ว่าหนีคดีอะไรมาหรือเปล่า ศักดิ์ปฏิเสธพัลวัน ขณะที่มะขวิดซักพี่สาวระรัวว่ามีอะไร ทำไมตำรวจต้องมา...

    “ไม่มีอะไรหรอก ผู้กองพงษ์เขามาส่งพี่เฉยๆ”

    “สวัสดีครับหลวงพ่อ....นี่ใช่ไหมมะนาว หลวงพ่อเสือที่ว่า”

    มะนาวพยักหน้าแทนคำตอบ ศักดิ์แทรกเข้ามาถามพงษ์ว่ามีอะไรหรือเปล่า

    “ไม่มีอะไรหรอก แต่อยากจะเตือนเรื่องใบ้หวย”

    “อาตมาไม่ได้ใบ้หวย ชาวบ้านเขาเอาไปพูดกันเอง เป็นตำรวจก็ดีแล้ว ทำไมถึงปล่อยให้มีหวยเถื่อนเต็มบ้านเต็มเมือง”

    พงษ์หน้าชา รับรู้ถึงพลังอำนาจของหลวงพ่อ ไม่ใช่เพราะเป็นพระแต่เหมือนเป็นผู้บังคับบัญชา

    “คือว่าผมกำลังสืบหาต้นตออยู่ครับ และคิดจะกวาดล้างเร็วๆนี้”

    “ถ้าเป็นได้อย่างที่พูด อาตมาก็ขออนุโมทนา ขอให้โยมผู้กองทำสำเร็จ”

    พงษ์ยกมือสาธุ มะขวิดยิ้มแต้ชวนผู้มาเยือนขึ้นบ้านกินน้ำกินท่า แต่เสียงนายชูตะโกนก่อนปรากฏตัวว่า

    “ที่นี่ไม่ต้อนรับตำรวจ”

    พงษ์หันไปมองชายตาบอด มะนาวรีบแนะนำว่าเขาคือปู่ของตน พงษ์จึงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

    “ขอบใจที่มาส่ง หมดธุระแล้วก็กลับไปซะ”

    หลวงพ่อมองชายตาบอดอย่างเข้าใจว่าเขาหวงหลานสาว แต่มะนาวไม่เข้าใจทำไมปู่ต้องไล่ผู้กองทั้งที่เขามีน้ำใจมาส่งเธอ

    ooooooo

    ค่ำวันเดียวกัน แก้วตากับสาวใช้เตรียมของไว้ใส่บาตรวันพรุ่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นของแห้งที่แก้วตาตั้งใจให้พระเอาไว้ฉันยามที่ไม่ได้ออกบิณฑบาต ถ้าใส่แต่อาหารพระฉันได้ไม่เกินสองมื้อก็จะบูดเสียเปล่าๆ

    “ก็ดีนะคะ พระธุดงค์ท่านจะได้มีไว้ตอนเดินทาง”

    “พระธุดงค์?”

    “ค่ะ เห็นพวกชาวบ้านที่ถูกหวยเขานิมนต์ให้มารับบาตร”

    “เหรอ...ดีสิ กำลังอยากจะเห็นพวกพระนอกรีตอยู่พอดี”

    “อุ๊ย! อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ บาปกรรมนะคุณ”

    “แล้วที่สร้างความงมงายให้ชาวบ้านเนี่ยไม่บาปเหรอ” แก้วตาท่าทางไม่พอใจ มะขิ่นเลยนิ่งเงียบไป...

    ด้านพงษ์พอกลับถึงบ้านพักได้ไม่นานก็เห็นจ่าโชคแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอก ถามไถ่ได้ความว่าจ่ากับพวกพ้องที่ถูกหวยนัดไปฉลองกันที่ร้านหรู

    “ที่นี่มีที่หรูๆด้วยหรือ”

    “อะไรกันผู้กอง มาอยู่กี่วันแล้วยังไม่รู้อีก ตรงทางเข้าจังหวัดเขามีไนต์คลับ”

    “จริงหรือ...บ้านป่าแบบนี้เนี่ยนะ ใครมาลงทุนเนี่ย”

    “ของเสี่ยกิจเขาเปิดให้เมีย คุณแพรพรรณ...คงเอาไว้แก้เหงามั้ง ที่หรูขนาดนั้นไม่ถูกหวยรวยโปไม่มีสิทธิ์ไปชูคอซดเหล้าหรอกผู้กอง”

    จ่าโชคเดินยิ้มกริ่มไปตามเสียงเรียกของเพื่อนๆที่มาเร่งเร้า พงษ์มองตามพลางพูดพึมพำว่า “น่าสนใจแฮะ”

    เวลาเดียวกันนั้น ศักดิ์กำลังจะออกจากบ้านเข้าไปในอำเภอ เขาบอกสองพี่น้องมะนาวกับมะขวิดว่าจะไปใช้เงินเสียหน่อย มะขวิดร้องตามทันที แต่มะนาวไม่ยอมให้ไป บอกว่ายังเด็กอยู่เดี๋ยวเสียคน ถ้าขืนดื้อดึงก็จะฟ้องปู่

    “เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันจะพามะขวิดไปเสียคน”

    “ใครก็รู้ คนกะล่อนอย่างนาย...เชอะ!”

    “ใช่ ฉันมันกะล่อน ใครมันจะมาดีเท่าผู้กองพงษ์หน้าตาหล่อเหลาเป็นพระเอกลิเกนั่นล่ะ แหม...นี่มะขวิด อีกหน่อยก็สบายแล้ว มีพี่เขยเป็นตำรวจ”

    “เขาไม่ใช่แฟนฉัน และจะไม่มีวันเป็นด้วย...นายจะไปไหนก็รีบไปเลย ไม่ต้องกลับมายิ่งดี”

    “ขอบคุณที่อวยพร” ว่าแล้วศักดิ์ก็แกล้งร้องลิเกแหย่มะนาวก่อนจรลีจากไป โดยมีสายตาของหลวงพ่อมองตาม สงสัยว่าไอ้หมอนี่มันกะล่อนจริงหรือแกล้งกันแน่

    ooooooo

    ที่ไนต์กลับ แพรพรรณร้องเพลงไพเราะกล่อมนักท่องราตรีที่เข้ามากันหนาแน่น พงษ์ตามจ่าโชคมาด้วย เห็นนักร้องสาวสวยก็ตะลึงไปเหมือนกัน

    “ไงผู้กอง หลงเสียงนางหรือหลงรูปนาง”

    “ทั้งสองอย่างมั้ง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเมียเสี่ยกิจ”

    “ในโลกนี้ยังมีเรื่องเหลือเชื่ออีกเยอะ ผมแนะนำให้ห่างๆเธอไว้”

    “ทำไม”

    “เชื่อผมเถอะ ถ้าไม่อยากไปสะดุดตีนเสี่ยกิจ”

    “ขนาดนั้นเลยหรือ”

    “ใช่...เขาว่ายายเนี่ยเป็นพวกพาร์ตเนอร์เก่าแล้วมาจับเสี่ยกิจช่วงที่เมียแกตายพอดี แล้วก็ชอบไปกุ๊กกิ๊กกับพวกหนุ่มๆ”

    “เหรอ...แล้วพวกหนุ่มๆพวกนั้นไปไหนหมดล่ะ”

    “ก็หายไปหมดแล้ว บางคนเจออยู่ก้นคลอง บางคนเจอแบบไหม้เป็นตอตะโก บางคนก็...”

    “จ่ารู้...รู้แล้วไม่ทำอะไรเลยเหรอ”

    “หลักฐานครับ หลักฐาน” จ่าโชคตอบแล้วนั่งดื่มอย่างทองไม่รู้ร้อน

    เสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากแพรพรรณร้องเพลงจบ เกริกชักแถวเข้ามายังที่นั่งวีไอพีพร้อมกริชสมุนคู่ใจ และเสือทองกับลูกน้องที่ฉากออกไปนั่งห่างๆ

    แพรพรรณเดินยิ้มเข้ามาสวัสดีเกริกนักการเมืองคนดัง สองคนทักทายกันดี ฝ่ายชายทำเจ้าชู้ยักษ์ ขณะที่ฝ่ายหญิงก็อ่อยเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่สายตาเหลือบไปทางพงษ์บ่อยครั้งจนเกริกมองตาม

    “นั่นผู้กองคนใหม่นี่ รบกวนคุณแพรพรรณเชิญผู้กองมาร่วมโต๊ะกับผมหน่อยสิครับ”

    “ได้สิคะ”

    แพรพรรณเดินยิ้มจากไป เกริกหันมาที่เสือทอง พยักหน้าบุ้ยใบ้ไปที่โต๊ะของพงษ์ เสือทองเข้าใจความหมายลุกจากโต๊ะไปพร้อมลูกน้อง...

    พงษ์ตกลงโดยไม่ต้องคิดมากเมื่อแพรพรรณมาเชิญเขาไปร่วมโต๊ะกับเกริก หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี เกริกก็ชวนผู้กองคุยอย่างอารมณ์ดี ถามว่าที่นี่เป็นยังไงบ้าง

    “ก็น่าอยู่ดีครับ”

    “จริงหรือ บ้านป่าเมืองเถื่อนแบบนี้น่ะเหรอน่าอยู่... ไม่อยากย้ายกลับหรือไง”

    “ผมมีภารกิจต้องปราบปรามเสือไพรครับ จะย้ายกลับก็ต่อเมื่อภารกิจลุล่วง”

    “จริงสินะ เสือไพรนี่มันร้ายนัก ขนาดผู้กองเพิ่งมามันก็รอต้อนรับซะแล้ว”

    “นั่นสิ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันรู้ได้ยังไงว่ากำลังเสริมจะมา”

    “ที่นี่ยังมีเรื่องอีกมากที่ผู้กองไม่รู้”

    “ก็อีกนั่นแหละ ผมอยากรู้ว่าทำไมเสือไพรต้องเอาเงินมาคืน ทั้งๆที่เสี่ยงตายปล้นไป เสือไพรเป็นคนยังไงแน่”

    “ผมว่าผู้กองไม่จำเป็นต้องหาคำตอบหรอก แค่ทำหน้าที่แบบที่ควรจะทำก็พอ”

    “ครับ ผมจะทำหน้าที่แบบที่ผมควรจะทำ แต่จะไม่ยอมให้ใครมาจูงจมูกเด็ดขาด ผมขอตัวนะครับ”

    พงษ์ทิ้งท้ายแล้วลุกออกไป เกริกมองตามแววตาแข็งกร้าว รำพึงหยามหยันว่าจะคอยดู!

    ทันทีที่พงษ์กลับมานั่งโต๊ะเดิม จ่าโชคถามว่าเป็นไง ท่านเสนออะไรให้บ้าง ผู้กองชักสีหน้าบอกว่าตนไม่เคยรับอะไรจากใคร นอกจากเงินเดือน...แล้วขอตัวกลับ เพราะพรุ่งนี้ต้องเข้าเวรเช้า

    เกริกมองตามพงษ์ไปที่ประตู คิดว่างานนี้เขาไม่รอดมือเสือทองแน่ แพรพรรณที่ผละไปร้องเพลง เดินกลับมาหาเกริก ไม่เห็นผู้กองหนุ่มก็ถามหา เกริกบอกว่าเขากลับไปแล้ว

    “แหม ไม่น่ารีบกลับเลย กำลังสนุกเชียว”

    “ช่างเขาเถอะ เขาอาจมีที่อื่นที่สนุกตื่นเต้นกว่า ผมว่าเราสองคนควรสนุกกันต่อทั้งคืน”

    เกริกพูดเป็นนัย...แพรพรรณพอเข้าใจแล้วลงนั่งดื่มด้วยความเต็มใจ

    ooooooo

    พงษ์ขับรถมาคนเดียว ระหว่างทางโดนเสือทองกับสมุนดักทำร้ายหมายเอาชีวิต แต่นับว่าโชคดีได้ศักดิ์มาช่วยทันเวลา ศักดิ์จัดการสมุนเสือทองจอดไปหนึ่งราย แต่ทำอะไรเสือทองไม่ได้เลย เห็นกับตาว่าเขาเดินออกมาจากกองไฟร้อนแรง แสดงว่าอาคมต้องแก่กล้า

    ศักดิ์พาพงษ์ที่โดนยิงเฉี่ยวแขนไปให้มะนาวทำแผลห้ามเลือด ทุกคนที่บ้านมาห้อมล้อมอยากรู้ว่าใครยิงผู้กอง

    “ไม่ทราบครับ แต่ดูจากที่เคยโจมตีแล้ว น่าจะเป็นเสือไพร”

    “เสือไพรไม่มีทางทำแบบนั้นแน่” ชูพูดหนักแน่น ทำให้ศักดิ์สงสัย เปรยว่าเขาพูดเหมือนรู้จักเสือไพร

    พงษ์เองก็แปลกใจ ถามเขาว่ารู้ได้ยังไง “เอ็งคิดว่าคนปล้นไปแล้วเอาเงินมาคืนเป็นคนยังไงล่ะ”

    “ผมก็ยังสงสัยเหมือนกัน” พูดแล้วพงษ์มองหน้าศักดิ์ แต่เขาไม่ผสมโรง ชิงขอตัวออกไปจากกลุ่ม หยุดยืนรับลมหน้าบ้านแล้วถอนใจออกมาโดยไม่รู้ว่าหลวงพ่อเดินตามมาข้างหลัง

    “เอ็งเป็นใครกันแน่ ไอ้ศักดิ์” เสียงของหลวงพ่อทำ ให้ศักดิ์สะดุ้งเล็กน้อย หันมาทำท่าทางกะล่อนเหมือนเดิม

    “อ้าวหลวงพ่อ จะถามอะไรอีก ผมก็เล่าประวัติของผมไปหมดแล้วนี่”

    “แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่เชื่อเอ็งล่ะ”

    หลวงพ่อจ้องหน้าศักดิ์ราวกับค้นหาความจริง ศักดิ์รู้แกวรีบตัดบทถามยอกย้อน

    “แล้วถ้าผมถามว่าหลวงพ่อเป็นใครบ้างล่ะ”

    “ข้าไปทำอะไรให้เอ็งสงสัยหรือเปล่าล่ะ”

    “ไม่...ไม่หรอกครับ ผมก็แค่พูดย้อนไปเล่นๆ หลวงพ่ออย่าไปคิดอะไรมากเลยครับ จะเป็นใครก็ช่างเถอะ คนเรามันก็ต้องเป็นตัวของตัวเองใช่ไหมครับ จะเสแสร้งไปทำไม”

    พูดแล้วศักดิ์แกล้งหาวบอกว่าง่วง ยิ้มแหะๆ กลบเกลื่อนเดินจากไป ทิ้งให้หลวงพ่อมองตามสีหน้าไม่เข้าใจ

    บนนอกชานบ้านนายชู มะนาวทำแผลให้พงษ์โดยมีมะขวิดนั่งเฝ้าตามคำสั่งของปู่ มะนาวข้องใจทำไมต้องเฝ้า มะขวิดอึกๆอักๆก่อนบอกความจริงว่าปู่ไม่ไว้ใจผู้กองคนนี้

    “ไม่ไว้ใจ...ผมเป็นตำรวจนะ”

    “ตำรวจนั่นแหละตัวดี” มะนาวโต้เบาๆ

    “เหรอ...แสดงว่าที่ผ่านมาตำรวจที่นี่ไม่ทำให้ประชาชนไว้ใจเลยสินะ”

    “ฉันไม่รู้ รู้แต่ว่าทุกครั้งที่มีเรื่อง พวกเราพึ่งตำรวจไม่ได้เลย”

    “ผมเข้าใจ ผมไม่รู้ว่าก่อนที่ผมจะมาประจำที่นี่เป็นยังไง แต่หลังจากนี้ผมจะทำให้คุณและทุกคนรู้ว่าตำรวจที่นี่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริง...ขอบใจที่ช่วยทำแผลให้ ผมไปล่ะ”

    ชูแอบฟังอยู่ในห้องสีหน้าค่อนข้างพอใจ มะนาวรั้งพงษ์ไว้เพราะเป็นห่วง

    “นายจะกลับยังไง ไม่กลัวพวกนั้นมาดักอีกเหรอ”

    “แล้วจะให้ผมนอนที่ไหน”

    ที่นอนของผู้กองมีแน่ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่นายชูจำกัด นั่นก็คือให้เขาไปนอนเบียดกับศักดิ์ ห้ามล้ำเส้นแดงที่ขีดไว้...

    ด้านเกริกกับแพรพรรณที่ดื่มกินกันจนได้ที่ สองคนหาความสุขร่วมกันภายในไนต์คลับอย่างเคยๆ โดยไม่กลัวเกรงว่าเสี่ยกิจจะรู้ แพรพรรณมักใหญ่ใฝ่สูง ทะเยอทะยานอยากมีทั้งเงินและชื่อเสียง เธอยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับสิ่งเหล่านั้น

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา ศักดิ์เดินตามหลวงพ่อออกบิณฑบาตกำลังจะผ่านบ้านเสี่ยกิจที่แก้วตาเตรียมใส่บาตร แววออกมานิมนต์ท่าน ส่วนมะขิ่นกุลีกุจอเรียกแก้วตาให้รู้ตัว

    แก้วตาเดินออกมาเห็นหลวงพ่อและศักดิ์ รู้ได้ทันทีว่าเป็นพระที่ใบ้หวย แต่ความรู้สึกในครั้งแรกที่เห็นกลับเกิดศรัทธาอย่างน่าประหลาด

    “หลวงพ่อที่ธุดงค์มาใช่ไหมคะ”

    “โยมเข้าใจถูกแล้ว นี่คงจะถามว่าอาตมาเป็นพระที่ใบ้หวยใช่ไหมล่ะ”

    “หลวงพ่อทราบได้ยังไงคะ”

    ศักดิ์สอดเข้ามาอย่างภาคภูมิใจ “บอกแล้วไม่เชื่อว่าหลวงพ่อผมน่ะมีญาณพิเศษ หยั่งรู้ไปทั้งหมด”

    “เป็นจริงหรือคะ”

    “ไม่จริงหรอก ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเหตุผล อาตมาพอจะคาดเดาได้เพราะตลอดทางก็มีแต่คนถามเรื่องนี้แหละ”

    “แล้วหลวงพ่อใบ้หวยจริงหรือคะ”

    “เปล่า...แต่มีลูกศิษย์จอมกะล่อนคนหนึ่งดันเอาไปตีความแล้วเกิดถูกขึ้นมา” หลวงพ่อชำเลืองไปทางลูกศิษย์ตัวแสบ ศักดิ์สะดุ้ง ตีหน้าไม่รู้เรื่องเสมองไปทางอื่น

    “พอเข้าใจแล้วค่ะ ต้องขอขมาหลวงพ่อด้วยที่คิดล่วงเกินไป”

    “เจริญพร” หลวงพ่อเดินจากไป แก้วตาเริ่มศรัทธาท่าน แต่กับลูกศิษย์ชื่อศักดิ์ไม่น่าวางใจ

    เช้าวันเดียวกันที่บ้านจ่าโชค พงษ์กินกาแฟไข่ลวกที่จ่าไปซื้อมาพลางบอกเล่าว่าเมื่อคืนตนถูกลอบยิง โชคดีที่นายศักดิ์ที่มากับพระธุดงค์ช่วยไว้

    “ผู้กองพอจะจำหน้าพวกมันได้ไหม”

    “ไม่ มันมืด ไม่รู้ใครเป็นใคร”

    “เสือไพรหรือเปล่า”

    “ตอนแรกคิดว่าใช่ แต่ตอนนี้ชักลังเล...เออนี่ จ่ารู้จักคนที่ชื่อตาชูไหม คนที่ตาบอด บ้านอยู่อีกตำบลนึงน่ะ”

    “ก็พอรู้ครับ ที่หลานสาวเขาชื่อมะนาวใช่ไหม”

    “นั่นแหละ”

    “ผู้กองถามทำไม”

    “เปล่าหรอก ตาชูคนนี้แกดูเป็นคนแปลกๆนะ แต่ช่างเถอะ ไปทำงานดีกว่า” พงษ์เดินนำออกไป จ่าโชคสงสัย ยืนเกาหัวแกรกๆ แล้วก้าวตาม...

    ที่บ้านหลังใหญ่ของเกริก...แพรพรรณถูกหิ้วมาต่อที่นี่ เกริกอิ่มเอมมีความสุขมาก บอกเธอขณะยังนอนกอดก่ายกันบนเตียงว่า

    “ฉันชอบผู้หญิงอย่างเธอจัง”

    “ฉันก็ชอบผู้ชายอย่างท่าน”

    “แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ ฉันชอบลูกเลี้ยงเธอมากกว่า...ฉันเป็นคนพูดตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง”

    “แล้วฉันล่ะ” เธอถามนิ่งๆ ไม่พอใจแต่ไม่โวยวาย

    “มันคนละแบบกัน ถ้าเธออยากสบาย ฉันก็จะทำให้เธอสบาย”

    “ถ้าเป็นอย่างที่ท่านพูด ฉันก็พร้อมค่ะ” แพรพรรณเข้าใจว่าเธอเป็นได้แค่นางบำเรอ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาที่เธอจะตักตวงเงินทองและความสุขสบายจากเกริกผู้ร่ำรวยและมีอิทธิพลล้นเหลือ

    ooooooo

    แพรพรรณกลับมาออดอ้อนเสี่ยกิจหลังจากเมื่อคืนไม่กลับบ้าน แค่นี้เสี่ยก็เชื่อสนิทว่าเธอนอนที่ไนต์คลับ และยอมให้เธอไปปางไม้ด้วยกันในสายวันนี้ โดยมี ส.ส.เกริกร่วมทาง

    แน่นอนว่าคนใหญ่คนโตไปด้วย สารวัตรพนาต้องจัดกำลังตำรวจมาดูแล แต่เขาไม่ยอมให้ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคร่วมทีม ทั้งคู่จึงออกตรวจท้องที่ตามปกติ ด้านมะนาวกับมะขวิดก็เตรียมตัวออกหาของป่าซึ่งเป็นอาชีพหลักในการดำรงชีวิต

    ฝ่ายศักดิ์กับหลวงพ่อนำอาหารที่ชาวบ้านใส่บาตรไปแบ่งให้เด็กๆที่โรงเรียน เสร็จแล้วหลวงพ่อให้ศักดิ์แยกไปทำงานที่โรงไม้ ส่วนท่านแวะที่ทำการไปรษณีย์ส่งจดหมายลงทะเบียนไปกรุงเทพฯ

    แก้วตาตำหนิศักดิ์มาทำงานสายและจะไม่ยอมให้เขาไปปางไม้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะคนขับรถท้องร่วงทั้งคืนไปไม่ไหว ศักดิ์มีใบขับขี่จึงทำหน้าที่นี้แทน

    ศักดิ์ขับรถให้แก้วตานั่งมาตามเส้นทางในป่า ด้านหลังเป็นขบวนรถของภูและคนงาน ศักดิ์อมยิ้มตลอดทางจนแก้วตาสงสัยถามว่าเป็นอะไร

    “ก็แค่อิ่มใจน่ะครับ”

    “ที่บริจาคอาหารให้เด็กที่โรงเรียนน่ะเหรอ”

    “เปล่าครับ อิ่มใจที่ได้ขับรถให้คนสวยอย่างคุณแก้วตานั่ง”

    แก้วตาชักสีหน้าไม่พอใจ หยิบปืนสั้นที่เอวขึ้นมาแล้วพูดลอยๆ “ฉันยิงปืนแม่นนะ แต่ไม่ได้ซ้อมมานานแล้ว”

    “ทำไมล่ะครับ”

    “หาเป้าไม่ได้ แต่อาจจะหาเจอเร็วๆนี้”

    ศักดิ์สะดุ้งเข้าใจความหมาย แต่ยังชำเลืองมองเธอไม่วางตา เธอเลยปรามเสียงขุ่นว่าขับรถต้องมองทาง... ด้านหลวงพ่อที่ต้องกลับบ้านตาชู จู่ๆมีรถสองแถวมาจอดเทียบอาสาไปส่ง แท้จริงแล้วเขาคือเพชรลูกน้องเสี่ยกิจที่ได้รับคำสั่งให้ฆ่าปิดปากหลวงพ่อจะได้ไม่ต้องใบ้หวยให้เลขเด็ดชาวบ้านอีก

    เมื่อรู้ว่าภัยกำลังจะถึงตัว หลวงพ่อพยายามเทศนาให้พวกมันเปลี่ยนใจ ลูกน้องท่าทางจะใจอ่อนแต่เพชรดึงดันยังไงก็ต้องฆ่า หลวงพ่อเลยต้องวิ่งหนีจีวรปลิว...

    มะนาวกับมะขวิดเดินหาของป่าจนเกือบจะเข้าไปในเขตของเสือไพร ขณะเดียวกันพวกเสี่ยกิจและเกริกพร้อมด้วยทีมของสารวัตรพนากำลังรุกล้ำเขตป่าเข้าไปตัดไม้ เหตุนี้เองสารวัตรพนาถึงไม่ยอมให้ผู้กองพงษ์มา เพราะเขารู้เห็นเป็นใจให้คนใหญ่คนโตของจังหวัดทำผิดกฎหมาย

    เสือไพรรู้จากสมุนก็รีบสั่งลูกชายพาคนไปสังเกตการณ์ไว้ ถ้าไม่ชอบมาพากลค่อยว่ากัน ส่วนที่ปางไม้ ภูได้พบกับเสือทองบริวารของเกริก ภูกับเสือทองเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน มีวิชาอาคมแก่กล้าแต่เขม่นกันมากจนแตกคอกลายเป็นศัตรู วันนี้เจอกันที่ปางไม้

    สองคนทักทายกันไม่ค่อยดีนัก ทำให้ศักดิ์แอบสงสัยผู้กองพงษ์กับจ่าโชคออกตรวจท้องที่แล้วเปลี่ยนทิศเข้าไปในป่าเพราะอยากรู้ว่าสารวัตรพนามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ถึงนำกำลังตำรวจไปปางไม้ของเสี่ยกิจ แต่ยังไม่ถึงจุดหมายรถดันเสียกลางทาง ทั้งคู่เลยต้องทิ้งรถแล้วเดินเท้ากันต่อไป

    ฝ่ายหลวงพ่อวิ่งหนีตายไปเจอเสือส่งซึ่งอยู่ในทีมของเสือไพร เสือส่งจัดการกับเพชรและสมุนจนแตกกระเจิงหนีไป แล้วพาหลวงพ่อมาที่สำนักสงฆ์กลางป่าที่มีอูถั่นชาวพม่าเป็นเจ้าสำนัก ให้พักที่นี่สักระยะ รับรองปลอดภัยไม่ใครกล้าเข้ามาในเขตของเสือไพร

    แล้วเสือส่งก็จากไป ทิ้งให้หลวงพ่อซึ่งสะดุดชื่อเสือไพรยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด

    ooooooo

    มะนาวกับมะขวิดได้ของป่าพอสมควรจึงเตรียมตัวจะกลับ แต่เพลิงลูกชายเสือไพรกับสมุนสองคนโผล่มาควบคุมตัวสองพี่น้อง เพลิงท่าทางพึงพอใจรูปร่างหน้าตามะนาว สั่งสมุนให้ลากเธอไปหลังพุ่มไม้หมายขืนใจ

    แต่ทันใดเท้าใครคนหนึ่งเสยเข้าปลายคางเพลิงก่อนที่มะนาวจะเสียที เพลิงเดือดพล่านจะเอาเรื่อง แต่พอเห็นเจ้าของเท้าคือเสือส่งก็ชะงัก ต้องปล่อยสองพี่น้องไปอย่างจำยอม

    เสือส่งหนักใจกับพฤติกรรมแย่ๆของเพลิง ขณะเดียวกันเพลิงก็ซ่อนความไม่พอใจเสือส่งแล้วออกมา

    บ่นกับสมุนว่าถ้าเขาจุ้นจ้านล้ำเส้นมากนักตนไม่ปล่อยเอาไว้แน่

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:39 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์