นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ข้ามากับพระ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ระเบิดเวลาจวนเจียนทำงานเข้ามาทุกทีหลวงพ่อเสือกับศักดิ์กลัวสุดขีดแต่พยายามตั้งสติใช้เวลาที่เหลือถอดชนวนได้สำเร็จ รอดตายเส้นยาแดงผ่าแปด!

    ส่วนภูที่ได้รับการปล่อยตัวจากผู้พันเชก็ดั้นด้นไปจนถึงบ้านเซงตู สมทบกับพวกมะนาว ก่อนจะพากันออกเดินทางตามพวกเสือไพรที่ภูรู้มาว่านำทางพวกเกริกไปหาทองคำ ในขณะที่เสือทองกับเพลิงและลูกน้องก็พร้อมแล้วที่จะไปตามสัญลักษณ์บนต้นไม้ที่กริชซึ่งอยู่ในขบวนของเกริกแอบทำไว้

    หลังจากรอดตายศักดิ์มุ่งหน้าไปบ้านเสี่ยกิจเพื่อพบแก้วตา แต่ในบ้านเงียบกริบ จึงลัดเลาะไปที่ห้องของเธอ แล้วพบจดหมายจ่าหน้าซองถึงหลวงพ่อเสือแต่ไม่พบตัวเธอ พอจะหยิบจดหมายมาอ่าน ได้ยินเสียงแม่บ้านตะโกนโหวกเหวกด้วยความตกใจ

    “แกเป็นใคร...ขโมย ช่วยด้วยๆ”

    “ฉันไม่ใช่ขโมย ฉันศักดิ์ไง นายศักดิ์ที่เคยทำงานกับเสี่ยกิจไง ฉันแค่มาหาคุณแก้วตาน่ะ คุณแก้วตาล่ะ”

    แม่บ้านเพ่งมองแล้วจำได้ จากนั้นก็เล่าเรื่องที่แก้วตาเดินทางไปกับเสี่ยกิจให้เขาฟัง ศักดิ์ร้อนใจรีบกลับมาบอกหลวงพ่อเสือแล้วออกเดินทางทั้งที่ยังไม่รู้จุดหมายที่แน่นอน

    เวลาเดียวกันนั้น กองคาราวานของเกริกหยุดกลางป่า เสือไพร ผู้กองพงษ์ และจ่าโชค แม้ได้รับการปลดกุญแจมือแต่ยังถูกเพชรควบคุมตัวแจ แต่แก้วตาก็หาโอกาสเข้ามาคุยกับผู้กองพงษ์เรื่องที่พบหลักฐานของศักดิ์ในจดหมายส่งถึงหลวงพ่อจนได้

    เสือไพรรื้อฟื้นความจำก่อนจะบอกเกริกว่าต้องเดินเท้าไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาทอง เกริกไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่ต้องการ สั่งขบวนเดินทางกันได้เลย

    แน่นอนว่าคณะของผู้พันเชที่มีอองซอรวมอยู่ด้วยก็เกาะไม่ปล่อย คาดเดาได้ถูกต้องว่าพวกนั้นต้องใช้เส้นทางข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งแถวนั้นมีพวกชนกลุ่มน้อยป่าเถื่อน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านไปได้

    อาจอคือหัวหน้าหมู่บ้านชนกลุ่มน้อย และเป็นเพื่อนของเซงตู พวกเขากำลังถูกคณะของผู้พันเชรุกรานหมายเอาตัวไปเป็นลูกหาบ ใครไม่ยอมก็ถูกมันยิงทิ้งอย่างเลือดเย็น หลังจากบังคับพวกอาจอไปแล้ว คณะของเซงตูมาถึงและรู้จากผู้หญิงคนหนึ่งที่รอดชีวิต เซงตูแค้นมาก ให้ทุกคนในกลุ่มเร่งฝีเท้าติดตามพวกมันไป

    ใกล้ค่ำสารวัตรพนาสั่งกองคาราวานหยุดพักค้างแรมโดยกางเต็นท์ชั่วคราว เสี่ยกิจเพิ่งจะมีเวลาคุยกับแก้วตาตามลำพังหลังจากเดินทางมาทั้งวัน แก้วตาถือโอกาสนี้ถามพ่อว่าเจอแพรพรรณได้ยังไง เสี่ยกิจแปลกใจเล็กน้อยก่อนเล่าว่า

    “ก็ตอนที่หนูเรียนที่โรงเรียนประจำน่ะ พ่อก็รู้สึกขาดอะไรไป พอดีพ่อไปเจอน้าแพรพรรณเขาไปงานบอลรูม ที่กรุงเทพฯ”

    “งานบอลรูมหรือคะ นั่นงานพวกผู้ดีทั้งนั้นนะคะ”

    “ก็ใช่น่ะสิ หนูคิดว่าน้าแพรพรรณเป็นพาร์ตเนอร์แบบที่เขาพูดกันหรือไง” แก้วตาพยักหน้ายอมรับ เสี่ยกิจพูดต่อไปว่า “เปล่าเลย ตรงกันข้าม น้าแพรพรรณเขาเป็นนักเรียนนอกเลยนะ”

    “นักเรียนนอก” แก้วตาทวนคำแล้วทำท่าจะถามต่อ แต่แพรพรรณเดินเข้ามาตามสองพ่อลูกไปกินข้าว การสนทนาจึงยุติลงอย่างน่าเสียดาย

    ooooooo

    อาจอกับลูกบ้านเกือบสิบคนที่ถูกผู้พันเชบังคับมาแอบวางแผนกันว่าคืนนี้พระจันทร์ตรงหัวพวกเขาจะหนี ไม่อยู่เป็นขี้ข้าพวกนี้อย่างแน่นอน

    ด้านศักดิ์กับหลวงพ่อเสือก็แน่ใจว่ามาถูกทาง เพราะเห็นรอยสัญลักษณ์บนต้นไม้ เชื่อว่าต้องมีคนทำไว้บอกทางให้ตามไป ฝ่ายกลุ่มของภูที่มีเซงตูนำทางก็ไม่พลาด เซงตูวิเคราะห์รอยเท้าจำนวนมากที่พบ แล้วให้ทุกคนหยุดพักผ่อนก่อนจะออกเดินทางกันต่อในวันรุ่งขึ้น...

    คืนนี้เองผู้กองพงษ์เลียบเคียงถามเสือไพรว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่ปะทะกับรองชาติเสือ โดยมีจ่าโชคนั่งฟังด้วยความสนใจ

    วันนั้นชาติเสือนำกำลังตำรวจจับกุมเสือไพรแล้วชบาวิ่งออกมารับกระสุนแทน เสือไพรไม่มั่นใจว่าเป็นฝีมือชาติเสือ เพราะเห็นเงาคนในพงไม้ไกลออกไป

    “นี่หมายความว่ารองชาติเสือยิงเมียเสือไพรตายงั้นหรือ” น้ำเสียงผู้กองพงษ์ค่อนข้างตกใจ

    “นี่แหละที่มันคาใจข้าจนทุกวันนี้”

    “เสือไพรพูดเหมือนว่ารองชาติเสืออาจจะไม่ใช่เป็นคนยิง”

    “นั่นแหละที่ข้ารอให้มันกลับมาพิสูจน์”

    ผู้กองพงษ์กับจ่าโชครู้สึกสับสน เรื่องราวมันซับซ้อนเกินจะเข้าใจ ฝ่ายแก้วตาที่นั่งอยู่หน้าเต็นท์นอนของตัวเอง เธอกำลังเหม่อคิดเรื่องแม่และน้าแพรพรรณ เกริกเข้ามาเงียบๆ ลงนั่งถามเธอว่าคิดอะไรอยู่

    “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คิดถึงแม่น่ะค่ะ”

    “คุณแม่หนูเสียชีวิตไปนานแล้วไม่ใช่หรือ”

    “ค่ะ แต่แม่ราตรียังอยู่ในใจฉันตลอด อีกไม่กี่วันก็จะครบรอบวันตายของแม่แล้ว”

    “ฉันเสียใจด้วยนะ แต่หนูเก่งนะที่อยู่มาได้”

    “หนูอยู่ได้เพราะคำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ค่ะ แม่บอกว่าแม่จะอยู่ในใจหนูตลอดไป ถึงตอนนั้นหนูยังเด็ก หนูก็จำได้ และจำมาจนทุกวันนี้”

    “แต่ต่อไปนี้ฉันจะดูแลหนูเอง...หนูเข้าใจที่ฉันพูดไหมจ๊ะ” เกริกพูดยิ้มๆ แก้วตารู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องแต่งงาน แต่ไม่ต่อความยาว เลือกที่จะเงียบไว้ทั้งที่ไม่พอใจ

    ooooooo

    ศักดิ์แปลกใจที่คืนนี้หลวงพ่อไม่ปักกลดเหมือนเคย แต่พอซักถามแล้วได้คำตอบว่าเป็นการพรางตัวหลบหลีกศัตรูก็ทำให้ศักดิ์ยิ่งสงสัยในตัวหลวงพ่อเสือ

    “หลวงพ่อรู้จักการพรางตัวด้วย ไม่เบาเลยนะ พระอะไรปลดระเบิดก็เป็น รู้ยุทธวิธีรบด้วย ถามจริงๆเถอะหลวงพ่อ ก่อนมาบวชหลวงพ่อทำอะไรมา”

    “รับราชการ”

    “จริงหรือ เป็นอะไรล่ะหลวงพ่อ”

    “ถามมากไปแล้ว ไปนอนได้แล้ว”

    “งั้นถามอีกข้อ หลวงพ่อไม่เป็นห่วงลูกหรือไง คนที่หลวงพ่อฝากไว้กับพระที่กรุงเทพฯน่ะ”

    “ข้าบอกว่าไม่ใช่ลูกของข้า แค่...” หลวงพ่อยั้งปากเพราะยังไม่ถึงเวลา “เอาเถอะ เอาไว้ว่างๆข้าจะเล่าให้ฟัง ไปนอนได้แล้ว”

    ศักดิ์จำใจลุกไปทั้งที่ยังสงสัยใคร่รู้...

    กลางดึกคืนเดียวกัน พวกอาจอหลบหนีออกจากกลุ่มของผู้พันเชแต่ไม่รอดพ้นสายตา พวกเขาถูกตามล่าโดนฆ่าตายไปหลายคน อาจอกับลูกบ้านที่เหลือพากันเร่งหนีโดยที่ลูกน้องผู้พันเชก็ยังไล่ล่าไม่ลดละ

    อีกด้านที่กลุ่มของเซงตู...มะนาวเฝ้าเวรยามด้วยท่าทีเหงาหงอย ภูเข้ามานั่งเป็นเพื่อนและพร้อมจะเป็นเวรยาม

    “ฉันมาเปลี่ยนเวรแล้ว ไปนอนเถอะ”

    “ไม่เป็นไร ฉันยังไม่ง่วง”

    “ดูเธอไม่ค่อยสบายใจเลย”

    “ฉันกำลังคิดว่าฉันทำอะไรอยู่ มันจำเป็นหรือเปล่า”

    “ถ้าตาชูอยู่ เธอว่าตาชูจะทำยังไง”

    มะนาวคิดว่าตาชูต้องไปช่วยเสือไพรแน่ อดบ่นไม่ได้ว่าตาปิดบังตนตลอดเวลา

    “ตาชูคงไม่อยากให้อดีตมากัดกินใจพวกเธอน่ะสิ ตาชูรอเวลากว่า 20 ปี เพื่อให้คดีหมดอายุความ แต่แล้วก็ต้อง...” ภูไม่กล้าพูดต่อเพราะเห็นมะนาวน้ำตาซึม

    “ฉันเข้าใจตาฉันดี เขาชอบผู้กองพงษ์และอยากให้ผู้กองพงษ์ดูแลฉัน ตาจึงยอมเอาทองออกมา”

    “ฉันว่าทุกอย่างมันใกล้จะจบแล้วล่ะ เราต้องช่วยผู้กองพงษ์ จ่าโชค และเสือไพรมาให้ได้...เธอไปนอนเถอะ”

    มะนาวลุกไปอย่างมีกำลังใจ...ทางด้านตาชูที่ยังปักหลักอยู่ในสำนักสงฆ์ของพระอูถั่นทราบข่าวจากเณรว่าเซงตูยกคนตามไปช่วยเสือไพร เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาต้องไปร่วมด้วยช่วยกัน จึงขอให้เณรหาคนนำทาง

    ooooooo

    ที่หน้าเต็นท์แก้วตามียามเฝ้าแน่นหนาตามคำสั่งของเกริก...หญิงสาวอยู่ข้างในนั่งดูรูปศักดิ์รับปริญญากับจดหมายฉบับสุดท้ายที่พระสมชายเขียนถึงหลวงพ่อเสือ

    ยิ่งดูยิ่งคิดถึง เธอรำพึงว่ารอเขาอยู่ รอให้เขาเปิดเผยตัวเองเสียทีเพราะเธอไม่อยากคบเขาอย่างระแวง

    อีกมุม จ่าโชค ผู้กองพงษ์ และเสือไพรนั่งดื่มกาแฟ แต่จ่าโชคเปรี้ยวปากว่าอยากกินเหล้ามากกว่า

    “นี่จ่า เราเป็นนักโทษนะ เขามีกาแฟให้กินก็ถือว่าเขากรุณาเต็มที่แล้ว”

    จ่าโชคพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้กองพงษ์ แล้วว่าเป็นเพราะแก้วตา พวกเราถึงได้กิน...เสือไพรรู้สึกชอบและเอ็นดูแก้วตา บอกว่าลูกเสี่ยกิจคนนี้ผิดพ่อจริงๆ

    “แล้วเสือไพรไม่มีลูกบ้างเหรอ” ผู้กองพงษ์ปากไว

    “เพลิงไง” เสือไพรตอบนิ่งๆ

    “ใครก็รู้ว่าเพลิงน่ะเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง” จ่าโชคข้อมูลแน่น

    เสือไพรชะงัก หวนคิดถึงอดีตที่รับเลี้ยงเพลิงตั้งแต่แบเบาะเพราะพ่อแม่ตายในกองเพลิง เสือไพรสงสารนำเพลิงมาให้ชบาเลี้ยง ชบาเต็มใจบอกว่าจะเลี้ยงเขาให้เหมือนลูกตัวเอง แต่เสือส่งกับตาชูที่อยู่ด้วยท่าทางหนักใจ

    แล้วพอเพลิงเติบโตได้สี่ห้าขวบความหนักใจของเสือส่งกับตาชูก็เพิ่มพูน เพลิงนิสัยไม่ดี เกเรและก้าวร้าว ตาชูถึงกับทำนายว่าขืนเป็นแบบนี้โตเป็นหนุ่มคงเอาไม่อยู่

    ต่อมาอีกไม่นาน ชบาวิงเวียนและอาเจียน เสือไพรแปลกใจถามว่าเป็นอะไร ก่อนจะนึกได้ว่าอาการของเธอเหมือนคนแพ้ท้อง ชบายอมรับว่าตนเองท้องสองเดือนกว่า

    เสือไพรสีหน้าหม่นลงทันใด ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจ...

    ฟังเรื่องราวในอดีตจากปากเสือไพรแล้ว ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคสังเกตเห็นเจ้าตัวหน้าเศร้าก็รู้สึกสงสาร พร้อมใจกันแสดงความเสียใจ

    “ที่แท้วันนั้น...” จ่าโชครำพึงเสียงแผ่ว

    “ชบาวิ่งมารับลูกปืนแทนฉัน”

    ผู้กองพงษ์พยักหน้าและเอ่ยออกมา “เข้าใจแล้ว นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่รองชาติเสือหายตัวไป เขาคงเสียใจที่ฆ่าลูกเมียของเสือไพรสินะ”

    “คงอย่างนั้น”

    “แล้วยังมีเรื่องซุบซิบที่ว่ารองชาติเสือยักยอกทองของกลางไปด้วย ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ถ้าจริง ที่เขาหายไปก็น่าจะหนีคดีนี้ หลบไปใช้ชีวิตอย่างสบายๆที่ไหนสักแห่ง”

    ฟังจ่าโชคแล้วเสือไพรแววตาเข้ม กล่าวหนักแน่นมั่นใจ “ฉันเชื่อว่าเขาไม่ทำอย่างนั้นแน่ ฉันรู้จักเขาดี”

    ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคมองหน้ากันด้วยความสงสัย ยิ่งรับรู้ก็ยิ่งรู้สึกพัวพันและซับซ้อน

    ooooooo

    พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าสว่างจ้าแต่ศักดิ์ยังนอนอุตุกรนเสียงดังจนหลวงพ่อเสือต้องปลุกให้ตื่นเพื่อออกเดินทางต่อ ในขณะเดียวกันกองคาราวานของเกริกก็เตรียมตัวเดินทางเช่นกัน

    ฝ่ายอาจอที่พาลูกบ้านหนีออกจากกลุ่มของผู้พันเชตั้งแต่เมื่อคืน เช้านี้เหลือกันอยู่แค่สี่คน แต่แล้วทหารของผู้พันเชก็ตามมาทันและฆ่าคนของอาจอไปอีกหนึ่ง ก่อนที่พวกเซงตูจะเข้ามาเด็ดหัวทหารทั้งหมดแล้วพาพวกอาจอไปยังที่พัก วางแผนเล่นงานผู้พันเชให้หนักโทษฐานที่เขาฆ่าล้างหมู่บ้านของอาจอ

    เสือทองอยู่ไม่ไกลจากกองคาราวานของเกริก จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เพชรลูกน้องเสี่ยกิจจะดอดออกจากกลุ่มมาหาเสือทองเพื่อส่งข่าวว่าเรากำลังจะข้ามไปฝั่งโน้นจะให้ทำยังไง

    “ถ้าทองอยู่ฝั่งโน้นก็ดีสิ เราจะหลอมที่นั่น แล้วเอาลงเรือไปสิงคโปร์เลย รับรองขายง่ายได้ราคาดี ข้ามีเพื่อนอยู่ที่ฝั่งโน้นหลายคน”

    ได้ยินเสือทองพูดอย่างนั้น เพลิงท้วงทันควันว่า “แต่ฉันไม่มี เพราะฉะนั้นฉันจะไว้ใจได้ยังไงว่าพี่ทองกับเพื่อนไม่หักหลังฉัน”

    “แหม...มาด้วยกันขนาดนี้ยังไม่ไว้ใจกันอีกหรือ” เด่นลูกน้องเสือทองติงขึ้นมา ส่วนเสือทองก็ทำปากหวานว่า

    “นั่นสิ เพลิงน้องรัก”

    เพลิงนิ่งคิดประเมินสถานการณ์แล้วตัดสินใจไม่ต่อความยาว ทำทีตามน้ำไปก่อนทั้งที่ระแวง “ฉันก็พูดไปแบบนั้นเอง ยังไงเราก็ล่มหัวจมท้ายกันมาแล้วนี่นะ”

    “งั้นฉันไปก่อนนะ ตกลงตามนี้” เพชรสรุป

    “ดี ข้าจะส่งคนไปติดต่อเพื่อนข้าไว้ก่อน” เสือทองหมายถึงเพื่อนที่อยู่อีกฝั่ง เพชรพยักหน้าเข้าใจแล้วออกจากกลุ่มกลับไปยังกองคาราวานของเกริก

    ooooooo

    ออกเดินทางมาใกล้พวกเกริกเข้าไปทุกที หลวงพ่อเสือหยุดพัก ศักดิ์ท่าทางเซ็งๆ เพราะอยากเจอแก้วตา ถามหลวงพ่อว่าเราจะนั่งเฉยๆอยู่แบบนี้งั้นหรือ

    “ไม่ได้นั่งเฉยๆ แต่กำลังรอ”

    “รอ?” ศักดิ์นิ่วหน้าสงสัย

    “ใช่ ตอนนี้เราใกล้พวกมันแล้ว ต้องรักษาระยะห่างไว้ก่อน...เท่าที่ดูมันมีกองคาราวานเป็นสองกอง กองแรกดูจากรอยเท้าที่มีคนมากกว่า เข้าใจว่าน่าจะเป็นกองของเสี่ยกิจกับเกริก ส่วนกองหลังที่ตามไปมีคนน้อยกว่าน่าจะเป็นพวกคุ้มกัน”

    ศักดิ์มองหลวงพ่อเสืออย่างประหลาดใจ “นี่ถ้าหลวงพ่อไม่ห่มผ้าเหลือง ผมคงคิดว่าหลวงพ่อเป็นหน่วยซีลนะเนี่ย หลวงพ่อรู้ได้ยังไง”

    “ก็...ก็แบบว่าจำในหนังกลางแปลงมาน่ะ เมื่อก่อนตอนอยู่วัดมีหนังมาฉายแก้บนเกือบทุกวันเลย”

    ศักดิ์ไม่ค่อยเชื่อ แต่เก็บไว้ในใจ “เราจะตามพวกเขาไปแบบนี้หรือ ผมเป็นห่วงคุณแก้วตานะ”

    “เป็นห่วงหรือคิดถึง” หลวงพ่ออมยิ้มรู้ทัน ศักดิ์ชะงักเขินไปเลย

    ooooooo

    กองคาราวานของเกริกกำลังจะออกเดินทางต่อ เสี่ยกิจท่าทีหงุดหงิดเพราะมองไม่เห็นลูกน้องคนสนิท จนเมื่อเพชรกลับเข้ามา เสี่ยกิจตวาดเสียงขุ่นใส่ทันที

    “ไปไหนมา เขารอแกอยู่คนเดียว”

    “ผมปวดท้องน่ะครับ”

    “ปวดท้องก็กลับไปเลยไป อะไรกัน ทำให้คนอื่นเขารอ”

    เสี่ยกิจไม่พอใจ แพรพรรณแก้ตัวแทนให้เพชรโดยมีสายตาของแก้วตาจ้องมองเธออย่างจับผิด

    “แหม...เสี่ยคะ เรื่องแบบนี้ใครจะไปทนได้ อย่าไปตำหนิเพชรเลย”

    เสี่ยกิจระงับอารมณ์แล้วเดินจากไป แก้วตายังคงมองแพรพรรณกับเพชรด้วยความสงสัย ท่าทางทั้งคู่ ดูแปลกๆพิกล...

    ผู้พันเชตั้งกองกำลังอยู่ห่างออกไปจากพื้นที่ของเกริกไม่มากนัก ทันทีที่ลูกน้องมาส่งข่าวว่าพวกนั้นกำลังเคลื่อนพลมาทางนี้ ผู้พันเชสั่งทหารคนสนิทให้แจ้งพวกเราเตรียมตัวจับเป็นเฉพาะคนสำคัญ นอกนั้นไม่ต้องเอามาให้เป็นภาระ

    เสือไพรนำทางโดยมีสารวัตรพนาและตำรวจอีกจำนวนหนึ่งประกบตลอดเวลา ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคอยู่ไม่ห่างจากเสือไพรนัก ผ่านไปสักพักเสือไพรรู้สึกผิดสังเกตกับหนทางข้างหน้า เตือนทุกคนระวังตัวให้ดี

    สิ้นเสียงเตือน ผู้พันเชที่ซ่อนตัวก็ประกาศน้ำเสียงดุดันว่า

    “ทุกคนวางอาวุธ”

    คณะของเกริกตระหนกตกใจเหลียวหาที่มาของเสียง...ทหารของผู้พันเชค่อยๆออกจากที่ซ่อนพร้อมอาวุธครบมือจ่อไปที่กองคาราวานของเกริกทั้งหมด
    ผู้พันเชปรากฏตัวอย่างย่ามใจ ยืนห่างออกไปนอกวิถีกระสุน อองซออยู่ข้างๆ

    “ฉันรู้ว่าพวกแกกำลังจะไปไหน และฉันก็อยากไปที่นั่นด้วย แต่ของที่แกจะไปเอาทั้งหมดต้องเป็นของฉัน”

    เกริกตั้งสติประเมินสถานการณ์ ถามว่ามันไม่ง่ายไปหน่อยหรือผู้พัน

    “จะให้ง่ายกว่านี้ก็ได้” ขาดคำของผู้พันเช กระสุนปืนจากลูกน้องพุ่งเข้าใส่คนของเกริกที่ยืนข้างแก้วตาล้มลงขาดใจตาย ทุกคนตกใจ เสือไพร ผู้กองพงษ์และจ่าโชคคิดหาทางรอด...

    ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น เสือทองรับรู้และประเมินสถานการณ์ว่านัดเดียวไม่ใช่การโจมตี จึงให้เด่นออกไปสืบข่าวโดยเร็ว ฝ่ายหลวงพ่อเสือกับศักดิ์ได้ยินเสียงปืนเหมือนกัน หลวงพ่อคะเนน่าจะไม่เกินหนึ่งกิโล ต้องเป็นที่คาราวานของเกริกแน่

    “อีกแล้ว...หลวงพ่อรู้อีกแล้ว ฟังเสียงก็รู้ระยะทางเลยเหรอ”

    “ข้าก็คะเนไปตามเรื่อง รีบไปดีกว่า”

    “หลวงพ่อเอาจริงเหรอ เรามีแค่สองคนนะ”

    “แค่ไปดู ไม่ได้ไปรบ ไม่ห่วงแฟนแล้วหรือไง”

    ศักดิ์นิ่งไป แน่นอนว่าเขาห่วงแก้วตา รีบจ้ำตามหลวงพ่อเสือไปซุ่มดูสองฝ่ายอยู่ห่างๆ

    สถานการณ์ตึงเครียด ต่างฝ่ายต่างระวังตัวแจ เสี่ยกิจหารือเกริกว่าจะแลกเลยดีไหม สารวัตรพนาอยู่ใกล้ๆ เตือนว่าพวกเราเสียเปรียบ แต่เกริกย้ำว่าเรายังมีเสือทอง

    “ว่ายังไง จะวางอาวุธมั้ย” ผู้พันเชเร่งเร้าแล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องยิงคนของเกริกล้มตายอีกคน

    เพียงเท่านี้เสือไพรก็ตัดสินใจทันที “พอแล้ว ข้ายอม”

    เสี่ยกิจไม่พอใจจ้องหน้าเสือไพรเขม็ง “ยอมง่ายๆอย่างนี้หรือวะ”

    “ผมว่าเก็บชีวิตไว้ใช้เงินดีกว่าเสี่ย” เกริกเตือน เสี่ยกิจจึงนิ่งไป

    “คนอย่างเสือไพรยอมง่ายๆแบบนี้ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างล่ะมั้ง” ผู้พันเชหยั่งเชิง

    “รู้ก็ดีแล้ว”

    “ไหนบอกมาซิ”

    “มีข้าคนเดียวที่รู้ว่าทองอยู่ที่ไหน เพราะฉะนั้นข้าจะพาทุกคนไปเอาทอง หลังจากนั้นก็ตกลงกันเอาเอง”

    “แล้วถ้าฉันไม่ตกลงล่ะ”

    “มันขึ้นอยู่กับว่าผู้พันอยากฆ่าคนหรืออยากได้ทอง”

    “แล้วท่าน ส.ส.เกริกล่ะ คิดยังไง”

    “ฉันเลือกแบบเสือไพร”

    “งั้นก็ดี แต่งานนี้ฉันต้องเป็นคนคุม” ผู้พันเชต่อรองพลางมองหน้าเสือไพร

    “ฉันมีหน้าที่พาไป ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินใจ แนะนำให้เจรจากันเอง” เสือไพรโบ้ยไป เกริกสีหน้าหนักใจ

    ooooooo

    เด่นกลับมารายงานเสือทองว่าพวกผู้พันเชซุ่มโจมตีกองคาราวานของเกริก สองฝ่ายกำลังเจรจาแบ่งทองกัน เพลิงไม่พอใจ กลัวได้ส่วนแบ่งน้อยลงอีก เสือทองย้ำว่าไม่มีทาง เราต้องได้ทองครบ

    “แล้วจะทำยังไง”

    “ทำยังไงก็ได้ให้หุ้นส่วนคนใหม่ไม่มีทางได้เห็นทอง” เสือทองยิ้มเหี้ยม ต้องหาโอกาสกำจัดผู้พันเช!

    การเจรจาได้ข้อสรุปว่าเกริกกับผู้พันเชจะแบ่งทองกันคนละครึ่ง โดยเกริกจำยอมให้อีกฝ่ายควบคุมสถานการณ์เพราะรู้ว่าฝ่ายของตนเป็นรอง
    ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคหวั่นเกรงว่าตอนจบจะไม่สวย ถามเสือไพรว่าทำไมตัดสินใจแบบนี้ เสือไพรตอบตามตรงว่าไม่อยากให้มีการสูญเสีย

    “แล้วเสือไพรคิดว่าผู้พันเชจะทำแบบที่พูดงั้นหรือ”

    “ไม่หรอก และเกริกก็ไม่ทำอย่างนั้นด้วย”

    “ก็นั่นไง ผมถึงบอกว่าตอนจบไม่สวย”

    “แล้วใครจะรอให้ถึงตอนจบล่ะ” เสือไพรมีแผนแต่ยังไม่เฉลย...แล้วทั้งสามคนก็โดนทหารของผู้พันเชมาควบคุมตัวรับช่วงต่อจากพวกตำรวจ

    หลังจากเพชรมาส่งข่าวอีกครั้ง เสือทองก็วางแผนโจมตีพวกผู้พันเชตอนรุ่งสางไม่ให้ทันตั้งตัว แต่หารู้ไม่ว่าอองซอคนของผู้พันเชแอบสะกดรอยตามเพชรมาล่วงรู้แผนการนี้แล้ว

    อีกฝ่ายคือพวกเซงตูที่อยู่กันกลุ่มใหญ่ เวลานี้คนของเขาไปสืบข่าวกลับมารายงานว่าผู้พันเชควบคุมกองคาราวานของเกริกแล้ว ภูเป็นกังวลบอกว่าเรารอช้าไม่ได้ เซงตูจึงให้รีบเดินทาง คืนนี้เราจะจู่โจมพวกมัน เช่นเดียวกับศักดิ์ที่เป็นห่วงแก้วตา ใกล้ค่ำจึงเสี่ยงตายเข้ามาพบเธอ

    แก้วตาทั้งตกใจและดีใจ ยอมให้ศักดิ์ดึงไปหาที่ลับตาพูดคุยกัน

    “นายศักดิ์ นายมากับใคร”

    “ผมมากับหลวงพ่อ”

    “แล้วคนอื่นๆล่ะ”

    “ผมคิดว่าน่าจะตามมาช่วยเสือไพร คุณแก้วตาไปกับผมเถอะ ที่นี่อันตรายมาก”

    “ไม่! ฉันต้องการรู้ความจริง นายต้องบอกมาก่อนว่านายเป็นใคร”

    “ผมจะเป็นใคร ผมก็เป็นผมน่ะสิ”

    “ฉันไม่เชื่อ ฉันเห็นภาพถ่ายตอนนายรับปริญญา”

    ศักดิ์หน้าเสียแล้วกลบเกลื่อน “ไหนครับหลักฐาน”

    “ฉันไม่ได้เอามา”

    “โธ่...อย่างนั้นใครก็พูดได้ ไม่เอาล่ะ ไปกับผมก่อน”

    “ฉันไม่ไป”

    ก่อนที่ทั้งคู่จะยื้อกันต่อไป ทหารของผู้พันเชคนหนึ่งตรงเข้ามาเอาปืนจ่อศักดิ์ ถามดุดันว่าเป็นใคร?

    เวลานั้นผู้พันเชรู้เรื่องที่เสือทองจะโจมตีพรุ่งนี้เช้าจากอองซอแล้ว เขาตัดสินใจยกพลกลุ่มหนึ่งไปจัดการพวกเสือทองก่อน โดยให้ลูกน้องบอกพวกเกริกว่าค่ำนี้ตนมีธุระ ทุกคนต้องถูกควบคุมตัวไว้ชั่วคราว

    ศักดิ์กำลังจะเสียทีทหารของผู้พันเช ทันใดแพรพรรณเข้ามาเอาไม้ฟาดหัวมันสลบแล้วเร่งให้แก้วตาหนีไปกับศักดิ์

    “ไปซะ...เชื่อฉัน ฉันไม่เคยคิดร้ายกับเธอ”

    แก้วตาลังเล ศักดิ์ถามแพรพรรณด้วยความเป็นห่วง

    “แล้วคุณล่ะ”

    “ทางนี้ฉันจัดการเอง พาแก้วตาออกไปจากนี่ก่อน”

    ศักดิ์พยักหน้ารับแล้วดึงแก้วตาออกไป...แพรพรรณมองทหารที่นอนสลบแววตากร้าว ชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ออกมาจ้วงแทงลงไปจนเลือดสาด!

    เสียงกรีดร้องของแพรพรรณทำให้กองคาราวานตกอกตกใจวิ่งกรูไป...ภาพที่เห็นคือเธอยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ศพทหาร แพรพรรณเล่นละครได้แนบเนียน โผกอดเสี่ยกิจที่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “เสี่ย...ฉันกลัว”

    “แพรพรรณตั้งสติหน่อย ใจเย็นๆ”

    “แก้วตาค่ะ แก้วตาถูกใครไม่รู้จับไป มันฆ่าทหารแล้วจับตัวแก้วตาไป”

    “ใคร? ใครจับตัวคุณแก้วตาไป”

    “ฉันไม่รู้ แต่แต่งตัวแบบคนพื้นเมือง” แพรพรรณซ่อนสายตาโกหก

    ผู้พันเชฟังแล้วคิดถึงพวกชนกลุ่มน้อย ถามเธอว่ามันไปทางไหน แพรพรรณชี้มือคนละทางกับที่ศักดิ์พาแก้วตาไป อองซอคาดเดาว่าน่าจะไปทางเหมือง

    ooooooo

    ศักดิ์พาแก้วตาหนีไปไกลพอสมควร แก้วตาสะบัดมือออกอย่างไม่ค่อยพอใจ ยังอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร ถามระรัวจนเขาฟังแทบไม่ทัน

    “นายจบปริญญาตรีใช่ไหม แล้วพระสมชายคือใคร แล้วนายชื่อสิทธิ์ใช่ไหม”

    “ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ผมก็จะเล่าให้ฟัง”

    แก้วตารับปากแข็งขัน ศักดิ์จึงลำดับเรื่องของตัวเองตั้งแต่จำความได้ว่าโตมาในวัด หลวงพ่อสมชายเลี้ยงดู

    “ผมอาศัยข้าวก้นบาตรของหลวงพ่อมาตลอด โดยไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร...แต่ก็นั่นแหละ จะรู้ไปทำไม ในเมื่อไม่มีใครอยากให้เรารู้ ผมก็ได้แต่ตั้งหน้า ตั้งตาเรียนตามที่หลวงพ่อสอน แล้วก็จบมารับปริญญาอย่างที่เห็นนั่นแหละ”

    “แล้วทำไมนายต้องปิดบัง แล้วทำไมนายต้องหลอกฉันว่านายอ่านหนังสือไม่ออก แล้วทำไมนายไม่หางานดีๆทำ”

    “ผมพยายามหางานแล้ว แต่อย่างว่า...สมัยนี้ไม่มีเส้นก็ไม่มีงาน ที่ผมต้องปิดบังเพราะผมบอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ ขี้เกียจมานั่งอธิบาย ส่วนข้อสุดท้าย...ทำไมผมถึงแกล้งอ่านหนังสือไม่ออกน่ะหรือ...ก็ผมอยากอยู่ใกล้ๆคุณไง”

    ศักดิ์ส่งสายตาหวานเยิ้ม แก้วตายิ้มเขิน สองคนกำลังสบตากันซึ้งๆ พลันสะดุ้งกับเสียงกระแอมของ หลวงพ่อเสือ

    “ไม่อยากมาขัดจังหวะหรอกนะ แต่เอาไว้ให้รบเสร็จก่อนแล้วค่อยรักได้ไหม”

    “โธ่...หลวงพ่อ คนกำลังอินเลย”

    “ไปกันได้แล้ว” หลวงพ่อตัดบทแล้วเดินนำออกไป สองคนก้าวตามด้วยท่าทีขวยเขิน

    ooooooo

    แพรพรรณยังคงแสร้งหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่ปั้นเรื่องขึ้น ขณะที่เสี่ยกิจเป็นห่วงแก้วตามาก อยากให้คนออกตามหาแต่ผู้พันเชไม่ยินยอม

    เสี่ยกิจฉุนเลือดขึ้นหน้า ก่นด่าผู้พันเชลับหลังจนสารวัตรพนาต้องเตือนให้เขาใจเย็น เสือไพรถูกใส่กุญแจมือมองคนโน้นทีคนนี้ทีแล้ววิเคราะห์ว่า

    “ถ้าเป็นคนที่แต่งตัวอย่างที่แพรพรรณบอกก็น่าจะเป็นพวกชนกลุ่มน้อยที่ไม่ถูกกับผู้พันเช และฉันก็คิดว่า แก้วตาต้องปลอดภัย”

    เกริกยังไม่ปักใจ ถามเสือไพรว่าแน่ใจได้ยังไง

    “ถ้าฉันไม่แน่ แกก็จับฉันได้นานแล้ว ไม่ต้องรอถึงวันนี้หรอก” เสือไพรพูดจบก็เดินจากไป เกริกมองตามไม่พอใจ พูดพึมพำฝากความแค้น

    “ปากดีไปก่อนเถอะมึง”

    แพรพรรณลอบมองทุกคนแล้วผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก...โชคดีไม่มีใครสงสัยแผนของเธอสักคน หลังจากนั้นในตอนหัวค่ำ เธอแกล้งทอดสะพานให้เพชรโดยบอกว่าเธอเหงา ไม่มีเพื่อนคุย เพชรแอบชอบแพรพรรณมานานแล้วยิ้มเข้าทางทันที

    เมื่ออยู่กันตามลำพัง แพรพรรณออดอ้อนเพชรให้พาเธอไปจากชีวิตของเสี่ยกิจและเกริก

    “ฉันรู้นะว่าเพชรรู้ว่าฉันต้องตกเป็นนางบำเรอของท่านเกริก”

    “ครับ ผมทราบมาตั้งนานแล้ว ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้เสี่ยกิจรู้”

    “ฉันชอบเธอนะนายเพชร ชอบมานานแล้ว เราจัดการกับมันแล้วเอาทองหนีไปตั้งต้นชีวิตใหม่กันนะ”

    “ได้ครับ ผมรักคุณแพรพรรณครับ แอบรักมานานแล้ว”

    “ดีเลย เราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จัดการกับมัน”

    “ไม่ต้องห่วงครับ พวกเราคิดจะทำแบบนั้นอยู่แล้วครับ”

    “พวกเรา?” แพรพรรณทวนคำด้วยความสงสัย เพชรสีหน้ามั่นใจ...

    อีกมุมหนึ่งในค่าย ผู้กองพงษ์ จ่าโชค และเสือไพรนั่งคุยกันถึงเรื่องการหายตัวไปของแก้วตา

    “ตกลงเสือไพรคิดว่าใครลักตัวคุณแก้วตาไป”

    “ใช่พวกชนกลุ่มน้อยหรือเปล่า”

    ฟังคำถามทั้งจากผู้กองและจ่าแล้วเสือไพรตอบได้ทันทีว่า

    “คุณแพรพรรณโกหก ในรัศมีไม่เกินสิบตารางกิโลเมตรไม่มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่”

    “อ้าว...แล้วทำไมคุณแพรพรรณต้องพูดแบบนั้น”

    “คงต้องไปถามเขาดูแล้วล่ะ”

    จ่าโชคนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนพูดโพล่งขึ้นว่า “หรือว่าจะเป็นพวกเรา”

    เสือไพรไม่ตอบ แต่รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้า

    ooooooo

    สิ่งที่เสือไพรคิดเป็นจริง แถวนี้ไม่มีชนกลุ่มน้อย แพรพรรณยอมรับต่อหน้าเสือไพร ผู้กองพงษ์ และจ่าโชค ว่าแก้วตาไปกับศักดิ์ แต่พอจ่าโชคอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไร หญิงสาวพูดทิ้งปริศนาเอาไว้ก่อนเดินหนีไป

    “ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกจ่า รู้แต่ว่าถ้าฉันเป็นอะไรไปอย่าลืมไปค้นดูที่ตู้เสื้อผ้าของผู้กองพงษ์แล้วกัน”

    ด้านเพลิงไม่ไว้ใจเสือทอง จึงแอบให้ลูกน้องชื่อไม้ออกจากกลุ่มไปรวบรวมคนมาดักตรงทางเข้าเหมืองทอง แต่ระหว่างทางไม้โชคไม่ดีเจอภูและกลุ่มของเซงตูจับตัวและคาดคั้นจนได้ความว่าเพลิงกับเสือทองตามขบวนของเกริกที่มีเสือไพรนำทางไป แต่ตอนนี้ผู้พันเชควบคุมกองคาราวานไว้

    หลังจากรับรู้ข้อมูลนี้แล้วเซงตูล้มเลิกแผนโจมตีกองคาราวานในคืนนี้ แต่จะรีบไปดักตรงทางเข้าเหมืองทอง ซึ่งอาจจะได้ชัยภูมิรบที่ดีกว่า

    แต่คืนนี้ผู้พันเชเดินหน้าตามล่าเสือทองกับเพลิง สองฝ่ายดวลกันสนั่นลั่นป่า เสียงปืนทำให้เพชรที่กำลังจะเข้ามาเชือดเกริกตามแรงยุของแพรพรรณถึงกับชะงัก แก้ตัวว่าจะเข้ามาคุ้มกันเขา...หลวงพ่อเสือ ศักดิ์ และแก้วตาก็ตกใจกับเสียงปืน ศักดิ์รุดไปดูเพราะอยู่ไม่ห่าง แล้วไม่นานก็กลับมาบอกหลวงพ่อว่าผู้พันเชกับเสือทองสู้รบกัน

    เสือทองเสียเปรียบ เพลิงรีบหนีไปพร้อมสมุนสองคน เสือทองมองตามด้วยความแค้น ก่อนจะบอกเด่นลูกน้องคนสนิทให้แยกกัน สู้ต่อไม่ไหวแน่ แล้วไปเจอกันที่ปากทางเข้าเหมือง

    เด่นวิ่งพลางยิงพลาง อองซอกับทหารของผู้พันเชวิ่งไล่ยิง ที่สุดเด่นก็โดนอองซอยิงล้มคว่ำ ขณะที่เสือทองวิ่งไปติดกับดักที่อองซอทำไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ขึ้นไปห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้

    ooooooo

    รุ่งเช้าเกริกรู้เห็นว่าเสือทองถูกจับก็ไม่สบอารมณ์ เสี่ยกิจกังวลบ่นว่าคราวนี้จะทำยังไงดี แพรพรรณคาดว่าเสือไพรน่าจะช่วยเราได้ แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ ผู้พันเชก็เดินเข้ามากับอองซอด้วยท่าทีวางอำนาจ

    “เราต้องเดินทางแล้ว หวังว่าทุกคนคงอยู่กันอย่างสงบเรียบร้อยนะ”

    เกริกนิ่งฟังผู้พันเชแต่ในใจโกรธแค้น สังเกตเห็นสายตาเขามองแพรพรรณอย่างพึงพอใจ ผู้พันเชชวนเธอไปดื่มกาแฟก่อนออกเดินทาง แพรพรรณรับคำด้วยความเต็มใจแล้วเดินตาม เสี่ยกิจไม่ว่าอะไรสักคำ แต่เพชรลอบมองเธอทั้งห่วงและหึงหวง

    ขณะเดินผ่านสารวัตรพนา แพรพรรณแอบกระซิบบางอย่างกับเขา แล้วจากนั้นไม่นานสารวัตรพนาก็นำกระดาษข้อความ “เที่ยงตรงลงมือได้” มาแอบให้เสือไพร ก่อนจะผละไปที่มุมเสือทองถูกควบคุมตัว พูดเป็นนัยๆ ให้เขาอดทนหน่อย อีกครึ่งวันจะดีขึ้น

    ฝ่ายเพลิงกับลูกน้องสองคนที่หนีไปได้ ไม่คาดคิดว่าจะเจอพวกศักดิ์ ทุกคนถูกพวกเพลิงคุมตัวมุ่งหน้าไปทางเหมืองทอง เพลิงพึงพอใจแก้วตามานาน ถือโอกาสนี้พูดจาแทะโลมจนมีปากเสียงกับศักดิ์ที่ทึกทักว่าแก้วตาคือแฟนของตน

    “แฟน? พูดเต็มปากเต็มคำเชียวนะ” เพลิงยิ้มเหยียด

    “ทำไมล่ะพี่ ไม่เชื่อรึไง ไม่เชื่อฉันจูบให้ดูก็ได้ เอาไหม”

    แก้วตาสะดุ้ง รีบปฏิเสธ “ไม่เอานะ อย่ามาบ้านะนายศักดิ์”

    หลวงพ่อเสือส่ายหน้าเอือมระอา พยายามจะแทรกแต่ไม่มีจังหวะ สองหนุ่มทุ่มเถียงกันไม่มีท่าทีจะเลิกรา

    จากมีปากเสียงกลายเป็นวางมวย หลวงพ่อเสือต้องขอร้องทั้งศักดิ์และเพลิงให้ยุติ เรื่องรักให้พักไว้ก่อน พูดจูงใจเพลิงว่าอยากได้ทองไม่ใช่หรือ เพลิงเชื่อฟังเพราะความโลภ ออกเดินทางต่อและควบคุมทั้งสามคนไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเด่นลูกน้องของเสือทองที่โดนอองซอยิงบาดเจ็บจับตามองทุกฝีก้าว

    กองคาราวานของเกริกที่เวลานี้ตกอยู่ในความควบคุมของผู้พันเชออกเดินทางมาได้ครึ่งวัน พอพระอาทิตย์ตรงหัว อองซอสั่งให้หยุดพัก เสือทองฉวยโอกาสนี้ลงมือทันที เขาสลัดพันธนาการออกแล้วใช้มีดฆ่าทหารของผู้พันเชอย่างรวดเร็ว ขณะที่เพชรกับเกริกก็ชักปืนกราดยิงศัตรูร่วงลงสิ้นใจ

    การปะทะระหว่างสองกลุ่มดุเดือดเลือดพล่าน ต่อสู้กันชุลมุนไปหมด ต่างฝ่ายต่างสูญเสียผู้ร่วมทีม จ่าโชคเห็นเป็นจังหวะดีชวนผู้กองพงษ์กับเสือไพรเผ่นหนี แต่เสือไพรกลับปฏิเสธออกมา

    “ฉันไม่ไป”

    “อ้าว ทำไมล่ะ”

    “ผู้กองอยากจับคนที่ปล้นทองไม่ใช่หรือ”

    “ก็เสือไพรไง”

    “อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น”

    ผู้กองพงษ์กับจ่าโชคชะงักด้วยความแปลกใจ แต่ยังไม่มีเวลาคิดหรือซักถามต่อ เพราะต้องรีบหลบกระสุนปืนที่ปลิวว่อน

    จังหวะหนึ่งพวกผู้พันเชเริ่มเสียเปรียบ เสือทองรุกเข้ามาหมายสังหารผู้พันเช เขาเสกกระสุนแล้วยิงเข้า ที่ไหล่ผู้พันเชเลือดกระจาย เจ้าตัวตกใจอุทานว่าเป็นไปได้ยังไง

    “บอกแล้วไงว่าอย่าลำพองไปนัก” เสือทองพูดแล้วอวดตำราโบราณของอาจารย์ “ข้าใช้เวลาเรียนทั้งชีวิต”

    อองซอเห็นท่าไม่ดีบอกให้ผู้พันเชถอยดีกว่า

    ผู้พันเชเห็นด้วย ตะโกนออกไปทันที “แล้วเจอกัน... ไป พวกเรา”

    ทหารยิงคุ้มกันผู้พันเชแล้วถอยร่นไป สารวัตร พนาจะตามแต่เกริกห้ามไว้

    “ไม่ต้อง! รีบไปที่เหมืองดีกว่า”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 10:25 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์