นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ข้ามากับพระ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    บนเส้นทางใกล้ชายแดนไทยพม่า พระธุดงค์รูปหนึ่งแบกกลดเดินย่ำไปบนไหล่ทางด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้สึกถึงความร้อนจากแสงแดดที่แผดเผาลงมา

    รถโดยสารประจำทางที่เก่าจวนพังคันหนึ่งแล่นรับคนมาตามรายทาง คนขับจอดรถเพื่อจะนิมนต์พระขึ้นมาเพราะกลัวท่านลำบากและเหน็ดเหนื่อย แต่ท่านปฏิเสธด้วยท่าทีสุขุมว่า

    “ขอบใจนะโยมที่มีเมตตาเรียกอาตมาขึ้นรถ แต่ก็นั่นแหละ จะขึ้นไปทำไม ข้าไม่ขึ้นรถไปกับเอ็งหรอก เพราะขึ้นไปแล้ว เดี๋ยวก็ต้องลงมาเดินอีก”

    คนขับรถขมวดคิ้ว นิ่วหน้า บ่นพึมพำว่าหลวงพ่อพูดอะไรไม่เข้าใจ ไม่ไปก็ไม่ไป...

    บ่นเสร็จเขายกมือไหว้อำลาก่อนจะขึ้นรถจากมา แต่พอเลยหัวโค้งมาไม่เท่าไหร่นัก รถคันนั้นก็ต้องเบรกตัวโก่ง เพราะเจอท่อนไม้ขนาดใหญ่ขวางทางอยู่ และทันทีที่รถจอด กลุ่มโจรก็กรูกันออกมาพร้อมอาวุธครบมือ

    ทุกคนบนรถโดยสารถูกโจรสั่งให้ลงมา หลวงพ่อเดินมาทัน คนขับรถจึงพอเข้าใจแล้วว่าที่หลวงพ่อพูดถึงเมื่อครู่นั้นหมายความว่าอย่างไร เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆไหว้พระ ทุกคนเห็นพระมาก็พากันนั่งไหว้ตาม

    พวกโจรปล้นทรัพย์ชาวบ้านไปทีละราย จนมาถึงหลวงพ่อ สมุนโจรคนหนึ่งจะยิงพระแต่หมดโอกาสในพริบตา เพราะมีชายคนหนึ่งก้าวออกมาคำรามใส่

    “จะยิงพระยิงเจ้าเชียวเรอะ”

    พวกโจรหันขวับไปมองชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม ...เขามามือเปล่า แต่เอาชนะพวกโจรท่ีมีปืนได้อย่างสบาย ชั้นเชิงการต่อสู้ของเขาเหนือกว่า เพียงไม่กี่อึดใจพวกโจรก็หมอบกระแต แล้วรถโดยสารก็แล่นต่อไปได้ ส่วนพระยังคงเดินเท้าไปตามท้องทุ่ง โดยมีหนุ่มหน้าคมคนนั้นเดินตามต้อยๆ

    หลวงพ่อหันกลับมามองเขาอย่างประหลาดใจ ถามว่าโยมจะตามอาตมามาทำไม?

    ศักดิ์ยิ้มแหะๆพลางยกมือไหว้หลวงพ่อ อยากรู้ว่าท่านจะไปที่ไหน

    “อาตมาก็จะเดินธุดงค์ไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายหรอกโยม”

    “งั้นผมขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ติดตามหลวงพ่อไปได้ไหมล่ะครับ ผมเองก็ไม่มีจุดหมายเหมือนกัน”

    “ตามอาตมาไปก็เสียเวลาเปล่า สู้เอาเวลาไปทำอะไรที่มันดีๆไม่ดีกว่ารึ”

    “การที่ได้ปรนนิบัติหลวงพ่อ ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้วครับ”

    “แค่ทำความดีนั้นมันไม่อยากหรอกโยม แค่เราประพฤติปฏิบัติดี ชีวิตเราก็จะพบกับความสงบได้แล้ว”

    “ผมก็อยากพบกับความสงบอย่างนั้นบ้างครับหลวงพ่อ”

    “แค่ศีลห้าง่ายๆ ถ้าโยมปฏิบัติได้ ก็หายร้อนรุ่มแล้ว”

    “ปฏิบัติยังไงครับหลวงพ่อ”

    “จำง่ายๆ การฆ่าสัตว์ก็ดี การลักทรัพย์ก็ดี การผิดลูกผิดเมียคนอื่นเขาก็ดี การโกหกมดเท็จก็ดี การ...”

    “เดี๋ยวครับหลวงพ่อ ทำไมการผิดศีลพวกนี้หลวงพ่อบอกว่าก็ดีทั้งหมดล่ะครับ”

    “ปั๊ดโธ่...เอ็งฟังที่ข้าพูดให้จบเสียก่อนสิวะ การโป้ปดมดเท็จก็ดี การดื่มสุราเมรัยก็ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นบาป ไม่ควรปฏิบัติทั้งนั้น”

    “อ้อ...ครับๆ สำหรับผมจะรู้ว่าชั่วหรือดีก็ตอนเข้าโรงพยาบาลเท่านั้นล่ะครับ”

    “รู้ได้ยังไงล่ะ”

    “ก็คนที่ไปเยี่ยมมักจะถามว่าดีขึ้นหรือยัง ดีขึ้นหรือยัง”

    หลวงพ่อมองศักดิ์แล้วถอนใจระอา บอกให้กลับไปเสียเถอะ อย่าตามอาตมาไปอีกเลย...แต่ศักดิ์ทำหูทวนลม ยังคงเดินตามหลังท่านต่อไป

    “ทำให้พระรำคาญก็เป็นบาปนะโยม” หลวงพ่อพูดโดยไม่หันกลับมามอง คิดอยู่ในใจว่าไอ้หมอนี่มันตัวป่วน จอมยียวนเสียเหลือเกิน...

    ooooooo

    หลวงพ่อเสือธุดงค์มาพบกับศักดิ์ หนุ่มพเนจรจอมกะล่อน บนถนนสู่ดินแดนไกลปืนเที่ยงที่เรียกขานว่า “วังเย็น” ศักดิ์ประทับใจหลวงพ่อเสือจึงขอตามไปด้วย แม้หลวงพ่อจะไม่เต็มใจแต่ก็จำใจให้ศักดิ์ติดตาม

    พระหนึ่ง ศิษย์จอมกะล่อนหนึ่ง เข้ามาในเขตอิทธิพลของคนสองฝ่าย คนดีในคราบโจร และโจรในเสื้อคลุมของคนดีมีหน้ามีตาในสังคม...เสือไพร โจรที่ทางการหมายหัว กับกลุ่มอิทธิพลมืด เสี่ยกิจเจ้าของโรงไม้ที่ใหญ่ที่สุดในทองผาภูมิ นายเกริกนักการเมืองชื่อดัง ผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่างในการทำสิ่งผิดกฎหมาย และ พ.ต.ต.พนา สารวัตรตำรวจที่มีเงาทะมึนของผู้มีอิทธิพลทั้งสองอยู่ข้างหลัง

    การที่เสือไพรก่อการอุกอาจหลายครั้งและไม่สามารถกำจัดไปได้ ทำให้ส่วนกลางส่งพงษ์ นายตำรวจหนุ่มเข้ามาหาเบาะแสเพื่อขจัดเสือไพรและเงาทะมึนที่ปกคลุมดินแดนแห่งนี้อยู่

    ศักดิ์ตามหลวงพ่อเสือเข้ามาในวังเย็นแล้วเจอโจรสองคนขโมยควายชาวบ้าน ทั้งหลวงพ่อและศักดิ์ช่วยกันจับโจร แต่กลายเป็นว่าโดนเข้าใจผิดจากมะนาวสาวห้าวอาชีพหาของป่าว่าทั้งคู่คือโจรปล้นควาย

    กระทั่งความจริงกระจ่างชัดว่าเข้าใจผิด เธอจึงกราบขอโทษหลวงพ่อเสือ แต่กับศักดิ์นั้นบอกตามตรงว่าเธอไม่ชอบหน้า!

    มะนาวทำให้ปู่ชูละอายใจที่ไปต่อว่าต่อขานพระ ขณะที่มะขวิดน้องสาวของมะนาวกลับหัวเราะขำขันที่พี่สาวเที่ยวพาลกัดคนเขาไปทั่ว ทำท่าจะมีเรื่องกับศักดิ์ที่ชอบยักคิ้วหลิ่วตาอย่างกวนอารมณ์

    หลังจากให้คนจับโจรตัวจริงส่งตำรวจ ปู่ชูก็นิมนต์หลวงพ่อมาพักที่บ้าน หลวงพ่อไม่ขัดข้อง ตามพวกเขามานั่งบนแคร่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน พวกปู่ชูนั่งกับพื้นพนมมือไหว้ตลอดเวลาขณะคุยกับหลวงพ่อ

    “ผมต้องขอโทษแทนหลานสาวของผมด้วยนะครับหลวงพ่อ”

    “ไม่เป็นไร เรื่องแบบนี้มันเข้าใจผิดกันได้ จะว่าไปก็ไม่มีใครผิดทั้งหมดหรอกโยม คนของฉันก็ใช่ย่อย”

    “ผมเปล่านะครับหลวงพ่อ” ศักดิ์รีบบอก ขณะที่มะนาวก็ไม่ลดละ ชี้หน้าเขาว่านายนั่นแหละตัวดี

    “พอแล้วน่า เรื่องมันแล้วไปแล้ว” ปู่ชูปรามหลานสาวแล้วหันกลับมาที่หลวงพ่อ “ยังไงผมขอนิมนต์หลวงพ่อพักที่นี่สักระยะนะครับ”

    “ลำบากโยมเปล่าๆ”

    “อย่าขัดศรัทธาเลยครับหลวงพ่อ”

    หลวงพ่อเสือนิ่งคิด แต่ศักดิ์ยิ้มให้ทุกคนเหมือนรับปากแทนหลวงพ่อไปแล้ว

    ooooooo

    สารวัตรพนามอบหมายให้จ่าโชคขี้เมาเป็นลูกน้องผู้กองพงษ์...วันแรกที่เจอกัน จ่าโชคพาผู้กองพงษ์ มาที่บ้าน ทั้งที่ตอนแรกจ่าบอกว่าจะพาผู้กองไปหาที่พัก

    “ก็นี่ไง เนี่ยบ้านของผมเอง ผมอยู่คนเดียว จะแบ่งให้ผู้กองเช่าถูกๆ ไหนๆผมก็ใช้พื้นที่ไม่หมดอยู่แล้ว ผู้กองอยากได้ชั้นบนหรือชั้นล่างล่ะ ชั้นล่างคิดเดือนละสามร้อย ชั้นบนก็คิดสามร้อยเหล้าอีกสี่ขวด ตกลงไหมครับ ถ้าตกลงวันนี้จ่ายล่วงหน้ามาสองขวดก่อน”

    ผู้กองพงษ์นิ่งอึ้งเหมือนจะยอมรับโดยปริยาย

    “ไป...เข้าไปดูข้างในกันดีกว่า” ว่าแล้วจ่าโชคก็เดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน...กล่าวขานยินดีต้อนรับเจ้านายคนใหม่ ขณะชนแก้วเหล้ากันในตอนค่ำ แต่ข้อหนึ่งที่จ่ายังสงสัยก็คือทำไมผู้กองถึงเลือกตนมาเป็นลูกน้อง

    “ผมไม่ได้เลือก สารวัตรพนาเขาจัดมาให้”

    คำตอบของผู้กองพงษ์ทำเอาจ่าโชคอึ้งไปนิด แล้วถามว่าเจอกับเสี่ยกิจแล้วใช่ไหม

    “เจอแล้ว เป็นคนเปิดเผยดี แต่...เล่นกับผมยาก”

    จ่าโชคยิ้มเยาะในสีหน้า บอกว่าตอนสารวัตรพนาย้ายมาใหม่ๆก็พูดแบบผู้กองนี่แหละ แต่ตอนนี้...

    “ตอนนี้เป็นยังไง” พงษ์ใจร้อนเร่งเร้าอยากรู้ จ่าโชคกลับตอบกำกวมว่า ก็เป็นอย่างที่ผู้กองเห็น แต่กระนั้นพงษ์ก็พยักหน้าพอใจจะเข้าใจ แล้วถามต่อไปว่า “แล้วลูกสาวเสี่ยกิจล่ะ รู้สึกห้าวดีนะ”

    “อ๋อ...คุณแก้วตา ทำไม...ผู้กองชอบหรือ”

    “เฮ้ย ผมก็ถามไปอย่างนั้น”

    “ชอบก็ไม่เห็นแปลกเลย คุณแก้วตาทั้งสวยทั้ง น่ารัก แถมใจดีมีเมตตาต่างกับพ่อลิบลับ...แหม ผู้กองนี่ตาถึง”

    จ่าโชคอมยิ้มจ้องหน้าผู้กองพงษ์...ผู้กองเลยแกล้งยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย

    “เออ...เสือไพรมันประกาศก่อนเข้าปล้นทุกครั้งเลยหรือจ่า”

    “ผมอยู่นี่มาเกือบสิบปีก็เพิ่งเจอนี่ล่ะครับ มันน่าจะมีอะไรลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนซ่อนปม”

    “ลึกลับซับซ้อน...”

    “ก็ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นนายเกริกขนเงินทางรถไฟ คราวนี้ดันขนมาพร้อมเงินเดือนข้าราชการ ซวยๆๆ”

    จ่าโชคพูดพล่าม ผู้กองพงษ์รับฟังแล้วคิดตาม แต่ก็ยังไม่เข้าใจนัก คาดว่าการมาอยู่ในพื้นที่นี้มีเรื่องราวที่ต้องรู้และรอการสะสางไม่น้อยแน่

    ooooooo

    คืนเดียวกัน หลวงพ่อเสือปักกลดที่ลานบ้านนายชู ขณะที่ศักดิ์นอนขดเพราะความหนาวเย็นอยู่ข้างกองไฟห่างออกไปอีกมุมหนึ่ง

    ชูลงจากบ้านมานั่งสำรวมอยู่เบื้องหน้าหลวงพ่อ สอบถามอยากรู้ทำไมท่านถึงบวช ท่านเลยย้อนถามเขาว่าเชื่อเรื่องเวรกรรมหรือเปล่า

    “เชื่อครับ”

    “เป็นเพราะกรรมในอดีตน่ะแหละโยม ถึงจะล้างบาปที่อาตมาก่อไว้ไม่ได้ แต่ก็หยุดยั้งกรรมชั่วไว้แค่นั้น จิตที่คิดจะสร้างกรรมดี ทำให้อาตมาต้องมาที่นี่...แล้วทำไมโยมชูถึงตาบอดล่ะ”

    “ก็คงเป็นเพราะกรรมที่ผมทำไว้อย่างที่ท่านพูดนั่นแหละครับ ทุกวันนี้ผมก็พยายามทำดีเพื่อชดใช้”

    “โยมยังโชคดีนะที่ตาบอด แต่ใจไม่บอดตามไปด้วย”

    “ครับท่าน...ผมทำท่านเสียเวลาทำกิจของสงฆ์... กราบลาล่ะครับ”

    หลวงพ่อเสือยิ้มรับ ชูลุกขึ้นใช้ไม้เท้านำทางเดินกลับไปทางตัวบ้าน มะนาวก้าวลงบันไดมาพอดี ปู่จำหลานได้ ทักถามว่าจะไปไหน มะนาวอึกอักมีพิรุธบอกว่าตนจะลงไปดูควาย กลัวไฟดับยุงจะกัดมัน

    “เอ็งเนี่ยนะเป็นห่วงควายกลัวยุงกัด เฮอะ! ร้อยวันพันปีมีแต่ใช้ไอ้มะขวิด แต่คืนนี้จะทำเอง ฝนคงตกห่าใหญ่แน่...

    ปู่ว่าเอ็งจะออกไปทะเลาะกับไอ้หนุ่มนั่นมากกว่ามั้ง”

    “โอ๊ย...หางตายังไม่อยากแลเลยปู่ ไม่ให้ไปก็ไม่ไป ยุงกัดควายตายอย่ามาโทษหนูก็แล้วกัน”

    “ปู่กลัวว่าไอ้หนุ่มนั่นจะถูกเอ็งกัดตายมากกว่า”

    มะนาวสะบัดหน้าพรืด ขยับจะขึ้นบันไดบ้าน ปู่เลยถามว่าเอ็งจะไปไหน

    “ก็กลับไปนอนน่ะสิปู่...ถามแปลก”

    “ไม่ไปหาเรื่องเขาแล้วเหรอ”

    “ปู่จะเอายังไงแน่เนี่ย จะไปก็ถาม ไม่ไปก็ถาม”

    “เออ...เอ็งจะไปก็ได้ แต่รอเดี๋ยว”

    ชูก้าวขึ้นบันได เดินผ่านนอกชานเข้าไปในห้อง ครู่เดียวก็เดินกลับมายืนที่หัวบันได โยนผ้าห่มในมือลงไปคลุมหัวมะนาวพอดีเป๊ะ

    “เอ้า! เอาไปให้มัน...เอ็งน่าจะห่วงว่าไอ้หนุ่มนั่นจะปอดบวมตายมากกว่าห่วงควายถูกยุงกัด”

    มะนาวรีบดึงผ้าห่มที่คลุมหัวออก บอกเสียงแข็งว่า “จะเป็นอะไรตายก็ช่างเขาประไรปู่ หนูไม่อยากเอาไปให้หรอก เกลียดขี้หน้า”

    “คนเราละลายความเกลียดความโกรธได้ด้วยความเมตตานะนังมะนาว...รีบไปรีบมา”

    ชูหันหลังเดินกลับเข้าห้อง มะนาวถือผ้าห่มออกไปยังลานบ้าน...ศักดิ์กำลังหนาวสะท้าน ลุกขึ้นมาใส่ฟืนเพิ่มในกองไฟก่อนหันไปหยิบขลุ่ยออกจากย่าม ลูบคลำทำท่าจะเป่า แต่แล้วชะงักเมื่อมองไปทางกลดของหลวงพ่อ

    หลวงพ่อนั่งทำสมาธิอยู่ในกลด ศักดิ์เปลี่ยนใจจะวางขลุ่ย พอดีมะนาวเดินเข้ามายืนเบื้องหน้า ส่งเสียงอย่างไม่ค่อยเป็นมิตร

    “คิดว่าตัวเองเป็นไอ้ขวัญ จะเป่าขลุ่ยเรียกหาอีเรียมงั้นเหรอ”

    ศักดิ์ฟังแล้วยิ้มยั่ว บอกว่ายังไม่ทันจะเป่าอีเรียมก็มาซะแล้ว มะนาวตาวาว เสียงกระด้างขึ้นทันที

    “อยากได้แผลใหม่เป็นเพื่อนแผลเก่าอีกซักแผลมั้ย”

    “ไม่เอาดีกว่า แต่สงสัยว่าคุณกินอะไรเป็นประจำถึงได้ดุเหลือเกิน”

    “ไม่ได้ดุแค่เห่า แต่เอาจริง” ขู่เสร็จ เธอดึงผ้าห่มเผยให้เห็นมีดที่ถืออยู่ในมือ ศักดิ์รีบนั่งพับเพียบพนมมือ พูดเสียงสั่น

    “โอ๊ย...ผมกลัวแล้วคร้าบ อย่าทำอะไรผมเลย ผมมากับพระ”

    มะนาวสีหน้าบึ้งตึง จ้องมองครู่หนึ่งก่อนโยนผ้าห่มลงมาคลุมหัวเขา บอกว่าปู่ให้เอามาให้ ว่าแล้วหมุนตัวเดินกลับไป ศักดิ์ดึงผ้าห่มออกมองตามสายตากรุ้มกริ่ม

    ooooooo

    เพลิงลูกชายของเสือไพรจำใจเอาเงินที่ปล้นไปคืนไว้ที่บ้านเสี่ยกิจ แก้วตารับรู้และเกือบยิงพวกมันไส้แตก ก่อนที่พวกมันจะพากันหนีไป

    เช้าขึ้นเงินจำนวนนั้นก็ถูกส่งถึงสถานีตำรวจโดยแก้วตาและเสี่ยกิจ เงินที่ถูกปล้นคือเงินเดือนข้าราชการ

    ตำรวจนายหนึ่งตรวจนับเงินแล้วบอกว่าครบถ้วน ผู้กองพงษ์ที่ย้ายมาใหม่สีหน้าสงสัย บอกว่าตั้งแต่ตนเป็นตำรวจมาเพิ่งเคยเจอที่โจรปล้นแล้วเอามาคืน

    “แน่ใจนะครับว่านี่เป็นเงินที่เสือไพรเอามาคืน”

    แก้วตามองหน้าพงษ์อย่างไม่ค่อยพอใจ เอ่ยเสียงขุ่นว่า “คุณคิดว่าฉันโกหกหรือไง ฉันยิงกับพวกมันเมื่อคืน ฉันได้ยินมันพูดกันด้วยว่าเสือไพรให้เอามาคืน”

    “แปลกจริงๆ มันทำแบบนี้ทำไม” สารวัตรพนาบ่นขึ้นมา...เสี่ยกิจแววตาเข้ม พูดเสียงเครียด

    “มันต้องการเหยียบจมูกผมไง ผู้กองกับสารวัตรยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”

    “ผมยังมองไม่เห็นเหตุผลที่มันจะทำแบบนั้น

    คนเอาเงินมาคืนส่วนใหญ่เขาจะคิดว่าไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน”

    “แสดงว่าคุณกำลังเข้าข้างเสือไพรใช่ไหม แล้วทำไมต้องปล้นเอาเงินไปล่ะ ไม่รู้ล่ะ ฉันขอแจ้งความดำเนินคดีคนของเสือไพรที่บุกรุกบ้านฉัน เรื่องเอาเงินมาคืนนั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง...จบตำรวจมาได้ยังไงเนี่ย”

    “อ้าว...พูดแบบนี้ดูหมิ่นเจ้าพนักงานนะครับ ผมดำเนินคดีคุณได้นะ รีบไปหาทนายมาเลย” พงษ์ตอบโต้... แต่แล้วนิ่งงัน เมื่อแก้วตาสวนว่า

    “ฉันนี่แหละทนาย ฉันจบกฎหมาย กำลังสอบเนติ บัณฑิตภาคสุดท้าย”

    ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ...เกริก นักการเมืองชื่อดังก็เดินเข้ามาพร้อมกริชลูกน้องคนสนิท

    “ผมมาขัดจังหวะหรือเปล่าครับ”

    ทุกคนยกมือไหว้เกริกอย่างนอบน้อม ยกเว้นพงษ์ที่มองเฉย รู้สึกไม่ถูกชะตา เกริกทักแก้วตาว่าไม่เจอกันแป๊บเดียวโตเป็นสาวแล้ว แก้วตาท่าทางไม่ค่อยชอบใจนัก แต่พยายามรักษามารยาทขยับไปยืนใกล้มะขิ่นสาวใช้ของตน

    “พอดี...ฉันได้ข่าวดี ที่ไม่ค่อยจะสู้ดี ฉันว่าเสือไพรมันชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วนะ”

    “ผมทราบและกำลังจะปฏิบัติงานอยู่ครับ”

    เกริกมองพงษ์อย่างพิจารณาก่อนถามว่า “คุณคงเป็นผู้กองพงษ์ที่ย้ายมาใหม่ใช่ไหม...อืม ท่าทางเอาการเอางานดี”

    พงษ์มองเกริกอย่างแปลกใจที่รู้เรื่องของตน สารวัตรพนาแทรกขึ้นอย่างเกรงใจ

    “เรากำลังวางแผนจับกุมเสือไพรอยู่ครับ ทางหน่วยเหนือจะส่งกองกำลังพิเศษมาจัดการขั้นเด็ดขาด”

    “ดี...ใช้กฎหมายนะ อย่าใช้ปืน ฉันอยากให้เรื่องจบอย่างมีการพิจารณาคดี ไม่ใช่วิสามัญ”

    คำพูดของเกริกนุ่มนวลแต่แววตาเข้มน่ากลัว...แต่พงษ์ไม่ใส่ใจ บอกว่าไม่มีอะไรแล้วตนขอตัว ส่วนเสี่ยกิจก็ชวนลูกสาวและคนของตนกลับ เกริกพยักหน้ารับแล้วเดินคู่ไปกับเสี่ยกิจ

    เกริกกับเสี่ยกิจตรงไปยังรถ กริชเดินตามอย่างใกล้ชิด แก้วตาและมะขิ่นเดินตามหลังมาห่างๆ จึงไม่ได้ยินที่เกริกบอกกับเสี่ยกิจว่า

    “ถ้ากองกำลังมาเรื่องมันคงยุ่ง เราคงต้องใช้บริการของไอ้ทองแล้วล่ะ”

    เสี่ยกิจไม่พูดแต่พยักหน้าเห็นด้วย

    ooooooo

    ไม่ทันข้ามวัน ตำรวจหน่วยพิเศษก็ถูกเสือทองบุกจู่โจมฆ่าตาย แต่เสือทองประกาศก่อนฆ่าว่ามันคือเสือไพร พงษ์ขี่มอเตอร์ไซค์มาประสบเหตุได้ยินตำรวจนายหนึ่งพูดก่อนสิ้นใจว่าเสือไพรก็เลยเข้าใจไปตามนั้น

    พงษ์เสียใจที่มาช่วยเพื่อนตำรวจไม่ทัน เขาแค้นมาก บอกตัวเองว่าต้องลากคอเสือไพรเขาคุกให้ได้

    เกริกอยู่เบื้องหลังจ้างวานเสือทองไปฆ่าตำรวจก่อนที่เขาจะถูกปราบปราม แต่ให้โยนความผิดไปที่เสือไพร ทำให้เสือทองสงสัย เสร็จงานจึงมาถามเกริกถึงบ้านพร้อมกับรับเงิน

    “ทำไมต้องยิงตำรวจพวกนั้น ทั้งๆที่เขาก็จะมาช่วยปราบเสือไพร”

    เกริกตอบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมพลางมองไปทางสารวัตรพนาที่นั่งอยู่ด้วย

    “ฉันสั่งคนพวกนี้ไม่ได้”

    “หมายความว่ายังไง”

    “ฉันต้องการจับเสือไพรเป็นๆ”

    “คงไม่ง่ายอย่างที่คิด...ผมจะไม่ถามเหตุผล แต่จะถามเรื่องค่าใช้จ่าย”

    “นั่นไม่ใช่ปัญหา”

    “ถามอีกข้อ...ทำไมไม่ใช้ตำรวจ”

    “ตำรวจที่นี่ไม่ค่อยจะรักความก้าวหน้า” เกริกพูด เป็นนัย...เสือทองพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่แววตายังไม่ค่อยไว้ใจเกริกนัก...

    บ่ายนั้น ผู้กองพงษ์กลับบ้านพักเจอจ่าโชคไม่เมาเหมือนทุกวัน พอรู้ว่าจ่าเข้าเวรก็เลยวานให้ขับรถ ตนอยากดูท้องที่...จ่าโชครับคำด้วยความเต็มใจ แล้วก็ตอบคำถามที่ผู้กองอยากรู้ว่า

    “ส.ส.เกริกน่ะหรือครับ ก็เป็นคนมาจากที่อื่น แล้วมาตั้งรกรากที่นี่ แต่เดิมเป็นนายกเทศมนตรี ระยะหลังไม่รู้ไปรวยอะไรมา เลยมีทุนมาลงผู้แทนฯ แล้วได้เป็น ส.ส. โดยส่วนตัวแล้วสนิทกับเสี่ยกิจ ผมก็รู้เท่านี้แหละ

    ครับ อ้อ อีกอย่างนึง แกไม่มีครอบครัว เป็นโสด ผู้กองสน หรือครับ”

    “จะบ้าเหรอจ่า ผมเป็นตำรวจไม่ใช่ป่าไม้ จะได้ชอบไม้ป่าเดียวกัน”

    จ่าโชคอมยิ้มชอบใจ ขับรถไปอย่างสบายใจ สักพักเห็นรถคันหนึ่งจอดข้างทาง ผู้กองเดาถูกเผงว่ารถเสียให้จ่าจอดลงไปดูเขาหน่อย

    ปรากฏว่าเจ้าของรถคือแก้วตาลูกสาวเสี่ยกิจ พอเธอเห็นผู้กองพงษ์ก็หน้าหงิก ไม่อยากพูดจาด้วย จ่าโชคจับสังเกตแล้วแอบพึมพำว่า “สงสัยงานนี้ยาว”

    ผู้กองอาสาซ่อมรถ แก้วตายินยอมอย่างจำใจ แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานก็ยังไม่สำเร็จ ผู้กองเลยบอกให้จ่าเฝ้ารถที่เสียไว้ เขาจะพาแก้วตาไปส่งบ้าน จ่าตกลงเพราะเห็นแก่เหล้าฝรั่งในรถของแก้วตา

    ผู้กองพงษ์แอบปลื้มแก้วตาแต่ไม่กล้าแสดงออก ขณะขับรถไปส่งเธอที่บ้านเขาอยากแวะดื่มกาแฟสักแก้ว แต่เธอไม่โอเค อ้างว่าต้องถามพ่อก่อน ผู้กองหนุ่มรูปหล่อเลยต้องกลับออกมาอย่างเซ็งๆ

    เสี่ยกิจกับแพรพรรณเมียสาวมองมาจากบนบ้าน เห็นรถขับออกไป สักครู่แก้วตาก็เดินเข้ามา เสี่ยกิจสงสัยถามลูกสาวว่ารถไปไหน แล้วใครมาส่ง

    “รถเสียค่ะพ่อ พอดีผู้กองพงษ์ผ่านมา เขาเลย

    อาสามาส่ง ให้คนไปเอารถด้วยนะคะ จอดอยู่แยกเข้าตลาด จ่าโชคเฝ้าอยู่”

    “แหม...ผู้กองมาใหม่นี่เนื้อคงหอมนะ” แพรพรรณกรีดเสียงดูหมิ่นลูกเลี้ยง

    “น้าแพรพรรณพูดอะไร” แก้วตาถามเสียงแข็ง

    “เปล่า แค่สงสัยว่าเสี่ยอาจจะได้ลูกเขยเป็นตำรวจ”

    “ก็เป็นไปได้ ดีกว่าใครบางคนที่อยากได้ แต่หมดโอกาสแล้ว”

    แพรพรรณสะดุ้งร้อนตัว ถามเสียงแหลมว่าหมายถึงใคร แก้วตาบอกตนพูดลอยๆ ใครอยากรับก็รับไป เสี่ยกิจเห็นท่าไม่ดีรีบห้ามทัพ

    “เอาล่ะๆ พอได้แล้ว สองคนนี่จะปรองดองกันมั่งไม่ได้หรือไง อ้อ...หนูแก้วตา วันมะรืนพ่อจะเข้าปางไม้นะ”

    “จริงหรือพ่อ หนูไปด้วยนะ”

    เสี่ยกิจอ้าปากจะปฏิเสธ แต่ไม่ทันการจู่โจมของลูกสาวที่รวบรัดว่า

    “ไม่มีการปฏิเสธ หนูรอมาหลายครั้งแล้ว”

    “ถ้าไม่กลัวลำบากก็ปล่อยหนูแก้วตาไปเถอะค่ะเสี่ย อยู่ดีไม่ว่าดี” แพรพรรณอดกัดลูกเลี้ยงอีกไม่ได้

    แก้วตาหมั่นไส้แต่คร้านที่จะต่อปาก ชำเลืองมองแล้วเดินแยกไป

    ooooooo

    เพราะความกะล่อนของศักดิ์ทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าหลวงพ่อเสือให้เลขแม่นมาก มะขวิดเลยพาชาวบ้านนับสิบมาหา ตั้งใจมาขอเลขเด็ด

    หลวงพ่อรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือลูกศิษย์โข่งของตน แต่ไม่รู้จะปฏิเสธชาวบ้านที่ดึงดันยังไง ก็เลยเทศนายกตัวเองเป็นนิทาน แต่ไม่รู้ว่าเผลอตัวตอนไหนให้เลขไป ชาวบ้านเลยฮือฮาพากันไปซื้อแทบทั้งหมู่บ้าน

    ความจริงหลวงพ่อไม่ได้เผลอตัวให้หวยให้เลขอะไรเลย แต่ศักดิ์จับเอาตอนท่านเทศน์ช่วงหนึ่งไปตีความแล้วบอกชาวบ้าน ปรากฏว่าเลขนั้นไม่ทำให้เจ้ามือหวยสะทกสะท้าน แถมยังฝันหวานว่างวดนี้ตนรวยแน่

    เพชร ลูกน้องเสี่ยกิจเข้ามาดูบรรยากาศที่ตึกแถวซึ่งเป็นที่รวบรวมโพยหวย พอรู้ว่าชาวบ้านบ้าแทงเลขเดียวทั้งอำเภอก็ยิ้มร่า คาดว่างานนี้เสี่ยกิจคงรวยเละ

    ถึงวันหวยออก มะนาวไม่ไปขายของเพราะไม่มีใครซื้อ คนอยู่แต่ในบ้านลุ้นหวยทุกครัวเรือน แต่เธอจะพาศักดิ์ไปสมัครงาน มะขวิดอยู่บ้านฝึกซ้อมมวยที่ปู่สอนมานานให้มีวิชาป้องกันตัวเพื่อความอยู่รอดในบ้านป่าเมืองเถื่อน เช่นเดียวกับมะนาวที่เก่งทั้งหมัดมวยและยิงปืนแม่นด้วย

    มะนาวพาศักดิ์มาที่โรงไม้ของเสี่ยกิจ เธอรู้ว่าที่นี่กำลังต้องการคนงาน ให้ศักดิ์ลองเข้าไปสมัคร เธอจะไปหาซื้อของในตลาด

    “ไม่ต้องห่วงนะ แล้วกลับไปเจอกันที่บ้านเลย”

    มะนาวพยักหน้าแล้วเดินแยกไป...ศักดิ์เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาในโรงไม้ หยุดมองรถกำลังขนไม้จะออกไป เพชรลูกน้องตัวเอ้ของเสี่ยกิจเหลือบเห็นสีหน้าไม่พอใจ ร้องถามว่าเอ็งเป็นใคร เข้ามาตรงนี้ได้ยังไง ศักดิ์สะดุ้งหันขวับมายกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ขอโทษจ้ะพี่ ฉันมาสมัครงาน”

    เพชรแววตามีเลศนัยมองไปที่รถขนไม้ ศักดิ์รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ท่าทางศักดิ์มีพิรุธ

    “เอ็งเป็นใครกันแน่ สงสัยต้องคุยกันหน่อยแล้ว” เพชรพยักพเยิดให้ลูกน้องหิ้วปีกศักดิ์ตามตนไปยังที่ลับตาคนในโรงไม้ แล้วคาดคั้นดุดันให้บอกว่าเขาเป็นใคร

    “ผมชื่อศักดิ์ครับ ผมจะเข้ามาสมัครงาน”

    “สมัครงาน...แล้วแกไปป้วนเปี้ยนแถวไม้ที่รถทำไม”

    “ก็ผมไม่รู้นี่ว่าเขาสมัครงานกันที่ไหน”

    “ไอ้นี่ยอกย้อน...ซ้อมมันซิ จนกว่ามันจะบอกว่ามันเป็นใคร”

    สมุนของเพชรทำท่าจะซ้อม ศักดิ์ขอร้องเสียงหลง

    “อย่าทำอะไรผมเลยพี่ ไม่รับเข้าทำงานก็ไม่เป็นไร ปล่อยผมไปเถอะ”

    เพชรไม่ฟังและไม่สนใจ สั่งให้ลูกน้องซ้อม แต่ทันใดแก้วตาเดินเข้ามาพร้อมภูและมะขิ่น ถามพวกเขาว่าทำอะไรกัน

    เพชรกับสมุนหยุดกึก ศักดิ์เห็นแก้วตาเป็นครั้งแรก แววตาเป็นประกายพึงพอใจ แต่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต เพราะมัวแต่เค้นเพชรว่ามีเรื่องอะไร แล้วนายคนนี้เป็นใคร?

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:06 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์