ตอนที่ 7
อัลบั้ม: ทีวีซีนส่งละครแนวอนุรักษ์ป่าไม้ "หัวใจปฐพี"
เรนเข้าห้องปิดประตูร้องไห้ พสุมาเคาะประตูเรียกเรนทำเหมือนไม่ได้ยิน พสุจึงใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป
“ผมขอโทษที่ต้องเข้ามา ผมกลัวคุณ...” เรนหันมองหน้าเขาบอกว่าช่างเถอะ ยังไงก็เข้ามาแล้ว “ที่ผมไม่อยากบอกเรื่องพ่อคุณเพราะผมกลัวคุณไม่สบายใจถ้าคุณไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วอยากกลับบ้าน ผมจะไปส่งคุณเอง”
“ฉันขออยู่ที่นี่สักพักดีกว่า...ถ้าคุณไม่รังเกียจ” พสุบอกว่าเธอจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็ได้จนกว่าเธอจะพอใจ “งั้นตอนนี้ฉันขออยู่คนเดียวก่อนได้ไหมคะ” พสุยิ้มให้บางๆ ก่อนเดินออกไป พอพสุปิดประตูห้อง เรนก็เศร้าลงทันที
ส่วนเอวายังติดใจสงสัยเรื่องห้องลับที่ภูริชบอก วันนี้เธอเห็นปลอดคนจึงแอบเข้าไปตรงไปลูบรูปใหญ่ตามที่ภูริชบอก แต่พอเข้าไปในห้อง พบแต่ห้องที่ว่างเปล่า เธอเดินสำรวจจนเกือบจะถึงกองเลือดอยู่แล้ว อาร์มก็ตามเข้ามาถามว่า
“เข้ามาทำอะไร” เห็นเอวาสะดุ้งตกใจก็ถามอย่างไม่พอใจ “เข้ามาในนี้ได้ยังไง!”
“เอวาน่าจะถามพี่อาร์มมากกว่า ห้องนี้คือห้องอะไรกันแน่ ทำไมเอวาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” เอวาจ้องหน้าถาม แต่คนที่ตอบกลับเป็นเดวิด เขาเดินตามอาร์มเข้ามาพูดแทรกขึ้นว่า
“เอวาอยากรู้อะไรถามแด๊ดดีกว่า... แด๊ดก็ไม่รู้หรอกนะว่าภูริชพูดอะไรกับลูกบ้าง แต่บอกตรงๆเลยนะว่าแด๊ดไม่ค่อยไว้ใจนายคนนี้เท่าไหร่” อาร์มเสริมว่า ตนก็ไม่ถูกชะตากับมันเหมือนกัน เอวาเปลี่ยนเรื่องว่า
“เอวาว่าเรื่องคุณภูริชเอาไว้ก่อนดีกว่าค่ะ เอวาอยากรู้เรื่องห้องลับนี่มากกว่า”
“แด๊ดสร้างห้องลับนี่ไว้นานมากแล้วล่ะ ตั้งใจจะใช้เป็นที่หลบภัยเฉพาะคนในครอบครัว อย่าว่าแต่เราไม่รู้เลย มัมกับพี่เรนก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เอวาหันไปถามอาร์มว่าจริงหรือ อาร์มพยักหน้ายืนยันว่าตนก็เพิ่งรู้ตอนที่มาช่วยงานแด๊ดเต็มตัวนี่แหละ แล้วหันมองเดวิดชี้แจงอย่างรู้กันว่า
“แด๊ดบอกว่าเราทำทั้งธุรกิจแล้วก็งานมูลนิธิ ไม่รู้หรอกว่าเราไปสร้างศัตรูไว้ตอนไหน ห้องลับแบบนี้ยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี”
แม้ไม่ปักใจเชื่อแต่เอวาก็เงียบไป เดวิดกับอาร์มแอบสบตากันอย่างพอใจนึกว่าเอวาเชื่อตามที่พวกตนพูด แต่หารู้ไม่ว่า เอวายังติดตามการเคลื่อนไหวอยู่ เพียงเวลาผ่านไปพักเดียว เธอก็เห็นลูกน้องเดวิดช่วยกันหามร่างศักดิศรไปวางไว้ที่เบาะหลังรถแล้วไปนั่งที่คนขับ ตุลย์เดินมาหาทั้งสอง อาร์มชมว่าดีที่เอาศักดิศรออกมาก่อน ถ้าเอวาเข้าไปเจอเป็นเรื่องแน่ เดวิดสั่งตุลย์ให้เอาไปขังไว้ที่โกดัง
เมื่อตุลย์ออกไปแล้ว อาร์มถามเดวิดว่าเราจะทำอย่างไรกับภูริชให้เลิกยุ่งกับเอวาเสียที
“เรื่องนี้แด๊ดจัดการเอง แกไปคุมตัดไม้ที่ภูสรวงให้เรียบร้อยแล้วกัน ตัดให้ครบตามออเดอร์ เขตอุทยานก็ไม่ต้องสน”
อาร์มถามว่าลูกค้าใหม่หรือ เดวิดบอกว่ากำลังคุย พูดอย่างเจ็บใจว่า
“เรื่องคราวที่แล้วทำเอาลูกค้าผวาหายเกลี้ยงเลย ถ้าได้ลูกค้าใหม่ เราจะได้มีไม้พร้อมส่ง”
เอวาที่ติดตามดูอยู่ได้ยินการพูดคุยกันทั้งหมด ยิ่งเห็นสภาพศักดิศรที่ถูกทำร้ายปางตายก็ยิ่งเสียใจทำอะไรไม่ถูก เมื่อคิดถึงที่เดวิดตีสองหน้าทำเป็นทำดี พูดดีต่อสังคม กระทั่งสอนตนดีตลอดมาก็ยิ่งเสียใจ
ooooooo
ภูริชตัดสินใจกลับไปที่บ้านหมายถามให้รู้ว่าเกริกพ่อตนสัมพันธ์กับเดวิดจริงไหม อย่างไร แต่พอไปถึงก็เจอแม่ใหญ่พูดแขวะว่านานๆจะโผล่หน้ามาทีไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรือยะ!
ภูริชชะงักกึกเซ็งจนบอกไม่ถูก มองไปเห็นแม่ใหญ่กำลังเดินลงมาจากข้างบน พอลงมาถึงก็ใส่อีกชุดใหญ่...
“ไปอยู่เมืองนอกเมืองนา ผลาญเงินไปตั้งเยอะ กลับมาแทนที่จะช่วยงานที่บ้าน กลับไปรับราชการต๊อกต๋อยเงินเดือนถูกๆ เหมือนแม่แกไม่มีผิด เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ”
โดนเป็นชุดทั้งยังจิกกัดไปถึงแม่ตนด้วย ภูริชย้อนหน้าตายว่าอยู่เมืองนอกตนกินข้าวนับคำได้ ถูกแม่ใหญ่ตวาดว่าอย่ามายอกย้อน
“ผมพูดจริง ไม่ได้ยอกย้อนสักหน่อย ตั้งแต่ผมไปเรียน ผมก็ทำงานเก็บเงินเลี้ยงตัวเองมาตลอด ส่วนแม่ผมก็คอยดูแลความเรียบร้อยในบ้านไม่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย...คนที่ลอยไปลอยมาเอาแต่ช็อปปิ้งเที่ยวรอบโลก นั่งๆ นอนๆ น่าจะเป็นคนอื่นมากกว่านะคร้าบ...”
“แกว่าใคร! ไอ้ลูกเมียน้อย ทำอวดดีไปเถอะ” แม่ใหญ่เกรี้ยวกราดตวาดลั่น จงเดือนได้ยินเสียงเดินมาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ ภูริชไหว้แม่บอกว่าไม่มีอะไร แค่ทักทายกันตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน แม่ใหญ่ยิ่งเจ็บใจพาลด่าจงเดือนว่า “นังเดือน แกสั่งสอนลูกชายแกด้วยนะ อย่าให้มันมาทำปากเก่งกับฉัน”
ภูริชทำท่าจะเถียงอีก จงเดือนขอโทษแม่ใหญ่แล้วคว้ามือภูริชลากไป แต่ทั้งแม่ใหญ่และภูริชยังหันจิกกัดกันด้วยสายตา พอจงเดือนลากภูริชไปที่เรือนเล็ก เขาบ่นว่าแม่ไม่น่าลากตนออกมา ตนจะยั่วแม่ใหญ่ให้เส้นเลือดสมองแตกไปเลย
“ไม่เอาลูก คิดไม่ดีกับคนอื่นบาปเปล่าๆ เอาชนะเขาไปแล้วได้อะไร อย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่าลูก เราก็อยู่ของเราอะไรทนได้ก็ทนไป” ภูริชบ่นว่าไม่เข้าใจเลยว่าแม่ทนอยู่ได้ยังไง ตนพูดกับแม่จนไม่อยากทะเลาะกันแล้ว ถามว่าพ่ออยู่ไหนหรือ
“ขึ้นนอนไปแล้วล่ะ คงเหนื่อยเห็นช่วงนี้ออกไปทำธุระข้างนอกบ่อย ภูมีอะไรกับพ่อรึเปล่าลูก”
“ผมมีธุระจะคุยกับพ่อนิดหน่อยน่ะครับ คืนนี้ผมตั้งใจจะค้างที่นี่กับแม่ พรุ่งนี้พอผมคุยธุระเสร็จก็จะกลับเลย”
จงเดือนบ่นเสียดายนึกว่าจะกลับมาอยู่บ้าน ภูริชบอกว่าอย่าคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย จงเดือนบอกว่าวันหนึ่งถ้าเขารักใครก็จะเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงทนได้
“ผมเพิ่งบอกแม่ไปเดี๋ยวนี้เอง อย่าคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยครับ ผมคงไม่รักใครง่ายๆหรอกครับ...ไปอาบน้ำดีกว่า” ว่าแล้วขึ้นชั้นบนไป จงเดือนได้แต่มองตาม ความเศร้าๆที่ภูริชไม่ยอมอ่อนข้อให้พ่อเลย
ooooooo
เข้าห้องแล้วภูริชคิดถึงอดีตสมัยที่เขายังเด็กเห็น พ่อคุยกับชายคนหนึ่งก็แอบฟังประสาเด็ก ถูกแม่ใหญ่บิดหูดึงออกไปด่าภูริชไม่พอยังด่าไปถึงจงเดือนให้หัดอบรมลูกเสียบ้าง
เกริกถามว่ามีเรื่องอะไร แม่ใหญ่บอกว่าเด็กนี่มาแอบฟังเขาคุยกัน ชายคนนั้นคือลูกน้องของเอเดนมองหน้าเกริกถามเชิงตำหนิว่า “ไหนคุณบอกว่าคุณไม่มีลูกไงคุณเกริก” เกริกอึ้งไปครู่หนึ่งจึงพูดหน้าตาเฉยว่า
“เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกผม เป็นลูกติดของคนใช้...ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท” แล้วหันสั่งจงเดือน “พาลูกเธอไปได้แล้ว”
แม่ใหญ่พูดกับลูกน้องเอเดนเสียงดังอย่างจงใจให้ภูริชกับจงเดือนได้ยินว่า
“ฉันเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณเกริกค่ะ เสียดายที่ฉันมีลูกไม่ได้...”
“หยุดพูด แล้วก็ไปได้แล้ว ฉันจะคุยธุระต่อ” เกริกดุ แม่ใหญ่สะบัดหน้าไปอย่างขัดใจ ส่วนภูริชกับจงเดือน มองหน้ากันอย่างเศร้าใจที่เกริกไม่ยอมรับว่าภูริชเป็นลูก และเขาก็เจ็บฝังใจจำมาจนบัดนี้!
ooooooo
เช้านี้ ในงานอีเวนต์หนึ่ง เดวิดให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเปี่ยมด้วยเมตตา
“ผมฝากพวกคุณช่วยโปรโมตงานนี้ด้วยนะครับ คนไทยจะได้เห็นคุณค่าของการดูแลป่าไม้ในบ้านเรา”
บรรดานักข่าวต่างมองเดวิดด้วยความชื่นชมศรัทธา แต่เอวากลับมองพ่อตัวเองเศร้าๆ แววตาผิดหวัง เธอปั้นยิ้มเข้าไปถามเดวิดว่าทุกอย่างโอเคไหม เดวิดตอบด้วยใบหน้าอิ่มสุขว่า “เรียบร้อยดีลูกไม่ต้องห่วง” เอวามองไปรอบๆ ชวนคุยต่อ
“แด๊ดดี้ว่างานนิทรรศการที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มันจะได้ผลไหมคะ เอวาว่ามันเหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุยังไงก็ไม่รู้ค่ะ” เดวิดย้อนถามอย่างเอ็นดูว่าแล้วแบบไหนถึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุล่ะ “เราต้องปลูกจิตสำนึกให้ชาวบ้านในพื้นที่ให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของร่วมกัน เอวาเลยอยากลงพื้นที่ที่ภูสรวงเพื่อส่งเสริมความรู้ให้ชาวบ้าน”
เดวิดอึ้งเมื่อเอวาบอกว่าจะไปภูสรวง แต่เธอก็ยังฉอเลาะได้น่าเอ็นดูว่า
“ถ้าหัวใจของการรักษาป่าอยู่ที่คน เอวาจะทำทุกทางเพื่อเปลี่ยนใจคนที่ตัดไม้ให้กลับใจ เปลี่ยนใจมาปลูกป่าให้ได้ค่ะ” เดวิดฟังแล้วนิ่งไปเหมือนถูกแทงใจดำ พาลคิดไปว่าชะรอยภูริชจะเป่าหูอะไรเอวาอีกแล้ว ถามหน้าเครียดว่า
“ที่เอวามาขอแด๊ดอย่างนี้เพราะโดนภูริชเป่าหูมาใช่ไหม” เอวาบอกว่าไม่เกี่ยวกับภูริชเลย “แด๊ดไม่เชื่อ หมอนั่นมันไม่ได้จริงใจกับลูกหรอกนะ แด๊ดจะพิสูจน์ให้เอวาเห็นเอง”
ooooooo
ภูริชยังอยู่ที่บ้านเกริก เมื่อเจอกันสายวันนี้เขาบอกว่ามีธุระอยากจะคุยกับพ่อ ระหว่างนั้นแม่ใหญ่ก็เข้ามาวอแวแขวะประชดตลอดเวลาว่านึกว่ากลับไปแล้วบ้าง ท่าทางจะถังแตกคงมาไถเงินบ้าง จนเกริกต้องบอกให้เงียบและให้ออกไปก่อน
เกริกถามภูริชเสียงอ่อนโยนว่าตกลงจะกลับมาทำงานกับพ่อแล้วใช่ไหม
“เปล่าครับ...ตอนนี้ผมกำลังตามสืบเรื่องของเดวิดอยู่ เผื่อพ่อจะรู้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์กับงานผมบ้าง”
เกริกลุกพรวดเสียงดังทันที “ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ถ้ายังทำงานนี้อยู่ก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่บ้านฉันอีก”
“ทำไมพ่อต้องโมโหขนาดนี้ด้วย หรือว่ามีเรื่องอะไรที่ไม่อยากให้ผมรู้” ภูริชลุกพรวดเช่นกัน
“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น แล้วก็ไม่มีอะไรจะบอกแกด้วย” เกริกหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป ภูริชถอนใจมองตามไปอย่างสงสัยกับท่าทีแปลกๆของพ่อ
ภูริชออกมาพบจงเดือน บอกแม่ว่าคุยกับพ่อได้ไม่เกิน 5 นาทีก็ถูกไล่ตะเพิดเหมือนเดิม แม่เลยบ่นว่าเขาชอบพูดไม่เข้าหูพ่อก็ต้องโดนเป็นธรรมดา ถามว่าแล้วเมื่อไรจะมาเยี่ยมแม่อีก ภูริชตอบเซ็งๆว่ายังไม่รู้เหมือนกันแต่จะมาให้บ่อยขึ้น แม่บอกให้ดูแลตัวเองอย่าห้าวให้มากนัก ภูริชรับคำเข้ากอดแม่ไว้ พอดีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น จงเดือนจึงขึ้นไปช่วยเก็บของเพื่อให้เขาคุยโทรศัพท์ได้โดยสะดวกใจ
พอภูริชเห็นชื่อคนโทร.มาก็ยิ้ม รีบกดรับทักเสียงสดชื่น
“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับคุณเอวา...นึกยังไงถึงชวนผมไปกินข้าว คิดถึงล่ะสิ...ได้ครับ วันนี้ผมว่าง...เดี๋ยวเจอกันครับ”
เกริกรู้สึกผิดที่เหวี่ยงใส่ลูก เขาเดินมาที่หน้าเรือนเล็กแต่พอได้ยินภูริชคุยโทรศัพท์กับเอวาก็ชะงักฟังแล้วเปลี่ยนใจเดินกลับไป
ooooooo
ภูริชไปตรงตามเวลานัด แต่พอพนักงานผายมือเชิญให้เข้าไปในห้องหนึ่ง เขาแปลกใจที่เห็นเดวิดนั่งรออยู่ พอถามว่าเขามาที่นี่ได้ยังไง? แล้วเอวาล่ะ?
“ผมให้เอวานัดคุณมาเองแหละ ผมขอพูดอะไรตรงๆ กับคุณเลยนะ คุณคิดยังไงกับลูกสาวผม” ภูริชอึ้งที่โดนถามฟ้าผ่าแบบนี้ “ในฐานะคนเป็นพ่อผมย่อมต้องห่วงและหวงลูกสาวเป็นธรรมดา บอกตามตรง ผมไม่ค่อยมั่นใจว่าคุณจะจริงจังกับเอวา”
“คุณทั้งตัดไม้ ค้าไม้เถื่อน ฆ่าคนเป็นว่าเล่น แล้วคุณคิดว่าผมจะรักลูกสาวของคนเลวๆอย่างคุณได้ลงเหรอ คุณเข้าใจผิดแล้วคุณเดวิด” ภูริชส่ายหน้ายิ้มหยัน
“นี่หมายความว่าคุณกำลังหลอกใช้ลูกสาวผมงั้นสิ” เดวิดเสียงดังอย่างโกรธจัด
ทันใดนั้นเอวาเดินออกจากฉากกั้น ภูริชแทบช็อกอุทาน “คุณเอวา...” เดวิดยิ้มเยาะที่แผนทำให้เอวาโกรธเกลียดภูริชสำเร็จ ทำเป็นขอโทษภูริชที่ลืมบอกไปว่าเอวาก็มาด้วย ภูริชขอร้องเอวาให้ฟังตนก่อน เอวามองเขาด้วยสายตาน้อยใจชวนเดวิดกลับกันเถอะ เดวิดลุกขึ้นเดินออกไปกับเอวา ก่อนพ้นประตูยังหันมายิ้มเยาะภูริชอย่างสะใจ
ภูริชทุบโต๊ะปัง! ฉุนขาดที่เสียท่าเดวิดจนได้!!
ooooooo
พสุพาเรนนั่งรถออกไปพร้อมถุงใส่เสื้อผ้าของใช้หลายถุง เรนนั่งเศร้าซึมตลอดทาง พสุนึกอะไรได้เลี้ยวรถไปอีกทาง เรนถามว่าจะไปไหน
พสุพาเรนไปที่ลานต้นไม้ใหญ่ของถาวร จอดรถแล้วลงไปเดินดูอย่างดื่มด่ำกับความทรงจำในอดีต เดินนำไปจนถึงขอนไม้ที่ถูกทำเป็นที่นั่งสลักชื่อ “ถาวร (รูปหัวใจ) แสงสุดา (รูปหัวใจ) พสุ” เขาหยุดยืนข้างต้นไม้ใหญ่เล่าเนิบๆ
“ต้นไม้นี้พ่อผมปลูกตั้งแต่แม่ท้องผม พ่อเป็นคนทำขอนไม้เพราะผมรบเร้าอยากได้ม้านั่งใต้ต้นไม้ ส่วนผมเป็นคนแกะสลักชื่อทุกคนลงไป” เขาเดินไปย่อตัวลงลูบไล้ไปตามรอยสลักชื่ออย่างผูกพัน
พสุจำได้ฝังใจในคำสั่งสอนของพ่อที่ให้รู้จักบุญคุณของแผ่นดินเพราะแผ่นเดินนี้เป็นแผ่นดินเกิดให้ที่อยู่ ที่กินแก่เรา พ่อบอกเขาว่า “ดินต้องดูแลต้นไม้ต้นนี้ให้ดีนะลูก เพราะมันเป็นตัวแทนของลูก นอกจากต้นไม้ต้นนี้แล้ว พ่ออยากให้ดินดูแลผืนป่าของประเทศเราเหมือนที่พ่อกับปู่ทำมาตลอด ดินรับปากพ่อได้ไหม”
เวลานั้นพสุหรือดินรับปากพ่อทุกคำสอน ทั้งพ่อและลูกยืนด้วยกันมองไปรอบๆอย่างมีความสุข
พสุเล่าให้เรนฟังอย่างเจ็บปวดว่า “พ่อผมหายสาบสูญไปตอนตามสืบคดีใหญ่ แม้แต่ศพผมกับแม่ก็ไม่ได้มีโอกาสได้เห็น...ทุกครั้งที่ผมมีปัญหา ผมจะมาระบายกับต้นไม้ต้นนี้ เพราะมันเหมือนตัวแทนของท่าน” พสุแหงนมองต้นไม้สูงใหญ่เล่าว่า “พ่อกับปู่ปลูกฝังให้ผมรักต้นไม้ทุกต้นในป่า มันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากรับราชการกับกรมป่าไม้ตามรอยเท้าพ่อ”
“ถึงแม้คุณรู้ว่ามันลำบาก แล้วอาจจะไม่มีคนเห็นคุณค่ากับสิ่งที่คุณทำ?”
“พ่อผมบอกว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็เหมือนกับคนปิดทองหลังพระ ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ด้านหน้า ความสมดุลก็จะไม่เกิดขึ้น ทั้งปู่กับพ่อก็เลยขอเลือกเป็นคนส่วนน้อยที่จะทำแบบนั้น”
เรนเผลอมองพสุอย่างชื่นชม เขายิ้มให้เธอพูดเดาใจว่า
“ผมรู้ว่าคุณกำลังเสียใจเรื่องพ่อคุณ ผมก็ปลอบใจใครไม่ค่อยเก่ง ก็เลยขอใช้วิธีเล่าปัญหาของผมให้คุณฟังแทน เผื่อคุณจะรู้สึกดีขึ้น ไม่รู้ว่า...จะช่วยอะไรได้บ้างไหม” พสุมองหน้าเธอนิ่งจนเรนหลบสายตาเขา “คุณเป็นคนแรกที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของผมที่ได้มาที่นี่นะ”
เรนอึ้งไปอย่างคิดไม่ถึงว่าพสุจะเป็นห่วงความรู้สึกของตนมากขนาดนี้ เธอหันมองเขาเต็มตา ต่างสบตากันนิ่ง พอรู้สึกตัวเรนรีบสลัดความรู้สึก ชวน “กลับกันเถอะค่ะ” แล้วเดินนำไปอย่างเร็วเหมือนกับจะหนีความรู้สึกที่แว้บขึ้นมาเมื่อครู่
พสุหันไปลูบไล้ต้นไม้เบาๆเหมือนบอกลาแล้วเดินตามเรนไป...
ooooooo
เมื่อกลับมาที่บ้านสวนปู่พิทักษ์ พสุหิ้วของที่ซื้อจากตลาดเข้าบ้าน เรนขอบคุณที่เขาพาไปสถานที่สำคัญของเขา พสุยิ้มให้อย่างอบอุ่นบอกว่าไม่เป็นไรถ้ามันช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้าง...
เรนสะดุดตาที่ประตูบ้านปิดไม่สนิท ส่งสัญญาณให้พสุดูคิดว่าบ้านถูกงัด แต่ทั้งสองเดินไม่ทันถึงตัวบ้านก็เจอกับดักสะดุดเชือกที่พื้นขาดผึง ตาข่ายคลี่ลงมาคลุมร่างทั้งสองไว้
ฝีมือปู่พิทักษ์ขึงไว้ดักโจรนั่นเอง!
เมื่อพากันเข้าบ้านแล้ว ปู่ถามพสุว่าจะมีเมียทำไมไม่บอกกัน ทำเอาทั้งพสุและเรนชี้แจงกันพัลวันว่าไม่ใช่...ไม่ใช่!
พสุขอเวลาคุยกับปู่ เรนจึงแยกตัวไปเธอเดินเฉียดโต๊ะก็ฉวยโทรศัพท์มือถือของพสุติดมือไปด้วย แอบโทร. คุยกับอาร์ม ถามถึงข่าวคราวทางบ้าน รู้จากอาร์มว่าภูริชแอบเข้าไปช่วยศักดิศรแต่ไม่สำเร็จ เล่าอย่างสะใจว่า
“มันน่าโมโหที่เอวาปกป้องมัน แต่แด๊ดก็เขี่ยไอ้ภูริชกระเด็นออกจากชีวิตเอวาได้แล้ว สะใจชะมัด” เรนถามว่าอาร์มจะให้ตนทำอะไรต่อ “พี่อยากให้เรนอยู่กับมัน คอยสืบความเคลื่อนไหวของมัน” เรนฟังแล้วเงียบไปไม่อยากทำลายความไว้วางใจของพสุ อาร์มเอะใจถาม “ทำไมเงียบไปเลย อย่าบอกนะว่าแกอยู่กับมันแล้วใจอ่อนขึ้นมา คิดจะทรยศพี่กับแด๊ด”
เรนรู้สึกตัวรีบบอกว่าไม่มีอะไรตนแค่รู้สึกเหนื่อย อาร์มย้ำทันทีว่า
“แกจะเหนื่อยหรือคิดจะหยุดตอนนี้ไม่ได้นะเรน เข้าใจไหม แล้วแกสืบอะไรได้เพิ่มขึ้นบ้าง”
“ศักดิศรส่งหลักฐานให้พวกพสุ แต่เรนไม่รู้ว่าส่งไปทางไหนแล้วก็เมื่อไหร่”
“ดีมาก แล้วพี่จะตามต่อเอง” สิ้นเสียงอาร์มในโทรศัพท์ เสียงพสุก็ร้องถามเข้ามาว่าเรนอยู่ไหน เรนรีบวางสายเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าหลังกางเกง ทำหน้าปกติถามพสุว่าเขาเล่าอะไรให้คุณปู่ฟังบ้างเผื่อตนจะตอบได้ ตรงกัน
“ผมบอกว่าคุณเป็นพยานบุคคลที่อยู่ในอันตราย ผมเลยพาคุณมาซ่อนตัวก่อน จนกว่าทางการจะหาที่อยู่ใหม่ให้คุณได้” ถูกเรนแซวกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเองว่าท่าทางแก้ตัวเก่งแต่เด็ก “จะว่าผมโกหกเก่งก็พูดมาตรงๆก็ได้ครับ” พสุอมยิ้มแล้วเดินตามเรนเข้าบ้าน
พสุถูกปู่จับได้ว่าโกหก เพราะสายตาที่เรนมองเขานั้นเธอไม่ใช่คนเลวร้าย บ่นเสียดายว่าไม่น่าที่จะเป็นลูกของคนเลวร้ายเลย พสุจึงเปิดเผยกับปู่ว่าตนรอดตายหลายครั้งเพราะเรนช่วยไว้ ตนก็ไม่เข้าใจความคิดของเธอเหมือนกัน
ปู่ตบบ่าพสุอย่างอ่านใจเขาออกว่าแอบมีใจให้เรนแล้ว
คืนนี้พสุเอาโทรศัพท์มือถือไปคืนให้เรนบอกว่าตนไว้ใจเธอว่าคงไม่คิดผิด พอพสุออกไปเรนก็โทร.ถึงเอวาทันที พี่น้องคุยกันอย่างคิดถึง เอวาบอกว่าอยากให้เรนกลับมาจังตนอยากเล่าอะไรให้ฟังมากเลย เรนให้ความหวังว่าอีกไม่นานก็จะกลับไป ให้ดูแลตัวเองด้วย
เอวาวางสายจากเรนก็มีสายเข้าทันที พอเห็นเป็นสายจากภูริชเอวากดปิดเครื่องเลย ภูริชมองโทรศัพท์หน้าจ๋อย
ooooooo
ภูริชคอยเอกสารที่ศักดิศรส่งมาอย่างร้อนใจก็ไม่ได้รับสักที สังหรณ์ใจว่าพวกเดวิดอาจรู้แล้วหาทางสกัดก็ได้
เพียงสายๆ ก็เกิดเรื่องเมื่อบุรุษไปรษณีย์มาส่งเอกสารแล้วถูกแทงบาดเจ็บ พอพวกภูริชวิ่งออกมาก็เห็นหลังแม่บ้านวิ่งหนีไปไวๆ พร้อมกับเอกสารในมือ เขาสั่งทิชากับภาคินให้รีบไปดักที่ลานจอดรถ ส่วนตัวเองวิ่งไปอีกทาง
เอวามาที่กรมอุทยานเพื่อขอเอกสารบางอย่าง เห็นแม่บ้านขึ้นมอเตอร์ไซค์หันไปยิงสกัดทิชากับคามินแล้วหันไปจะยิงภูริชที่วิ่งตามมา เอวาตัดสินใจขับรถไปขวางจนมอเตอร์ไซค์ของแม่บ้านพุ่งชนรถเอวาตัวแม่บ้านกระเด็นลงไปกองที่ข้างรถเอวาฝั่งคนขับพอดี
ภูริชตรงเข้าจับแม่บ้านใส่กุญแจมือ ทิชากับภาคินตามมาถึง ทิชาคว้าเอกสารไป ภาคินช่วยภูริชจับแม่บ้านไว้ แม่บ้านมองหาทางหนีทีไล่ จ้องซองเอกสารในมือทิชา
ตาเป๋ง พริบตานั้นตุลย์ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามา ภูริชกอดเอวาให้หมอบลง แม่บ้านพุ่งกระแทกภาคิน
ออกไปแล้วแย่งซองเอกสารจากทิชายื่นให้ตุลย์ที่โฉบมารับ พอได้เอกสารแล้วตุลย์ก็ยิงทิ้งปิดปากแม่บ้านทันที พวกภูริชถูกลูกน้องตุลย์ ยิงสกัดจนโงหัวไม่ขึ้น เปิดทางให้รถของตุลย์หนีไปได้
ooooooo
หลังจากตำรวจมาดูที่เกิดเหตุและสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว ภูริชขอบคุณที่เธอช่วยตน และขอโทษเรื่องที่ร้านอาหาร
“ไม่เป็นไรหรอก คุณทำตามหน้าที่ของคุณ ที่สำคัญคุณกับฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกันอยู่แล้ว แค่คนรู้จักผ่านมาเดี๋ยวก็ผ่านไป...คุณจะหลอกใช้ฉันเพื่อเป็นเครื่องมือหรือเพื่ออะไรฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าคุณไม่จริงใจ ต่อไปฉันจะได้รักษาระยะห่างของเราให้เหมาะสม”
ภูริชทั้งหน้าชาและใจแป้วเจ็บปวดยืนซึมหน้าจ๋อย มองตามเอวาที่เดินผละไปอย่างไม่แคร์
ฝ่ายเรน เมื่อพสุคืนโทรศัพท์ให้ก็หลบไปในสวนหลังบ้านปู่พิทักษ์โทร.หาอาร์ม อาร์มเล่าอย่างสะใจว่าตุลย์ชิงหลักฐานของศักดิศรมาได้แล้ว ถามเรนว่าจะเอาอย่างไรต่อ เธอบอกว่าตนอาจจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก เผื่อพสุจะวางแผนอะไรโต้กลับพวกเราอีก อาร์มบอกว่าถ้าจะกลับเมื่อไรให้บอกจะไปรับ
เรนคุยกับอาร์มเสร็จหันมาก็เจอพสุยืนอยู่แล้ว
เรนอึ้งพูดไม่ออก พสุมองหน้าเธออย่างผิดหวัง
“ผมให้โอกาสคุณกลับตัวหลายครั้งแล้ว แต่คุณก็ยังเลือกเดินทางเดิมอยู่” พูดแล้วเห็นเรนอึ้งพูด
ไม่ออก พสุพูดต่อว่า “ภูริชโทร.มาบอกว่าพวกคุณชิงหลักฐานศักดิศรไปได้แล้ว ตอนนี้คุณก็หายดีแล้ว คงไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะอยู่ที่นี่ คุณกลับบ้านคุณไปเถอะ เดี๋ยวผมไปส่งที่ท่ารถ”
เรนอึ้งแล้วอึ้งอีก เธอจะชี้แจงแต่พสุเดินกลับไปอย่างไม่ต้องการฟังอะไรอีก เรนได้แต่มองตามไปอย่างรู้สึกผิด
ขณะเรนเก็บของอยู่ จู่ๆปู่พิทักษ์ก็มาขอคุยด้วย ปู่บอกให้เธอเก็บของตามสบายตนแค่แวะมาคุยก่อนเธอกลับเท่านั้น เรนเก็บของต่อไม่สบายใจนัก ปู่มองๆแล้วเอ่ย
“ปู่ว่าปู่ดูคนไม่ผิด หนูเรนคงไม่ได้อยากหักหลังหลานปู่จริงๆใช่ไหม” เธอชะงักถามว่าปู่รู้เรื่องด้วยหรือ? ปู่พยักหน้า “ดินเป็นคนโกหกไม่เก่ง ปู่บังคับให้มันเล่าความจริงให้ฟังหมดแล้ว” เรนไหว้ขอโทษที่ทำให้ปู่ผิดหวัง “คนที่หนูควรขอโทษคือดิน ไม่ใช่ปู่ เพราะปู่ดูรู้ว่าดินมันเสียใจมากขนาดไหน ปู่เลี้ยงมันมาปู่รู้ดี”
เรนหลบตาปู่อย่างรู้สึกผิด
“ปู่ว่าหนูเรนก็รู้ว่าการที่พ่อหนูตัดไม้ไม่ใช่แค่ชาวบ้านในพื้นที่จะเดือดร้อน แต่มันส่งผลกระทบไปทั่วโลก หนูเรนอาจจะทำเรื่องไม่ดีหลายๆอย่างเพราะต้องการจะเป็นคนกตัญญูต่อพ่อ แต่การกตัญญูด้วยการช่วยกันทำผิดมันไม่ได้เรียกว่าเป็นความกตัญญูหรอกนะ”
“แต่บางครั้งชีวิตคนเราก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากนะคะปู่”
“คนเรามีทางเลือกเสมอแหละ แต่เรามักจะตัดทางเลือกที่เราไม่ชอบไม่อยากทำทิ้งเสียก่อนที่จะได้ลองทำมัน หนูเรนเป็นคนฉลาดแล้วก็เป็นคนจิตใจดีโดยเนื้อแท้ ปู่มั่นใจว่า วันนึงหนูจะได้คำตอบที่หนูตามหามาทั้งชีวิต”
เรนนิ่ง อึ้งไปกับคำสอนของปู่ ได้แต่ก้มหน้านิ่งอย่างรู้สึกผิด ปู่พิทักษ์ยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเมตตาว่า
“เดินทางโดยสวัสดิภาพนะหนูเรน ว่างๆก็มาเยี่ยมคนแก่บ้างล่ะ ที่นี่ต้อนรับหนูเสมอนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณปู่” เรนมองหน้าปู่น้ำตาคลอด้วยความซึ้งใจในความมีน้ำใจและเมตตาของปู่ที่ไม่โกรธตน ปู่พิทักษ์เดินมาตบไหล่เรนเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ
ooooooo
พสุพาเรนไปส่งที่ท่ารถทัวร์ เรนขอบคุณที่มาส่งและขอโทษที่ทำให้เขาผิดหวัง เรนพูดไม่ทันจบพสุก็ตัดบทว่าไม่เป็นไร อย่าพูดถึงมันเลย ให้เธอกลับบ้าน ดีๆ ก็แล้วกัน อดแขวะไม่ได้ว่าเธอเก่งอยู่แล้วคงไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก
พสุเร่งเรนให้ขึ้นรถเพราะได้เวลารถออกแล้ว เขาหันหลังเดินจากไปไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ค่ำนี้ที่สวนหลังคฤหาสน์ของเดวิด อาร์มกับตุลย์กำลังเผาเอกสารหลักฐานทิ้ง มีเดวิดยืนดูอย่างสะใจอยู่ด้วย
“ทีนี้พวกมันก็หมดหนทางจะสาวมาถึงแด๊ดได้แล้ว แกไปเก็บไอ้ศักดิศรได้เลย” อาร์มสั่ง
“อย่าเพิ่งเลยค่ะ” เสียงเรนแทรกเข้ามา ตุลย์หันมองแล้วบอกอาร์มว่าตนเห็นด้วยกับเรน อาร์มบอกเดวิดว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เดวิดพยักหน้า อาร์มหันถามเรนว่ากลับมาได้อย่างไร อย่าบอกนะว่าพสุปล่อยมาง่ายๆ เรนบอกว่าเขามาส่งที่ท่ารถ
อาร์มยิ้มเยาะว่าพสุนี่โคตรพระเอกเลย เดวิดถามอย่างไม่พอใจว่าแล้วเรนจะรีบกลับมาทำไม ทำไมไม่อยู่เป็นสายก่อน
“พสุจับได้ว่าเรนเป็นสายให้ทางนี้ เลยไม่ให้เรนอยู่ต่อค่ะ” เรนตอบเศร้าๆ แล้วถามเสียงเย็นชาว่า “แด๊ดอยากรู้แค่นี้ใช่ไหมคะ”
เดวิดฟังออกว่าเรนน้อยใจ เลยเดินไปกอดพูดเอาใจว่า “อาร์มบอกว่าเรนปลอดภัยดี แด๊ดเลยไม่ห่วงอะไรมาก แต่กลับมาก็ดีแล้ว อยู่ที่โน่นนาน แด๊ดก็ไม่สบายใจ ช่วยไปบอกเอวาให้เลิกคิดที่จะไปทำงานที่ภูสรวงให้แด๊ดทีสิ อยู่ดีๆ นึกคึกอะไรก็ไม่รู้ ดื้อจะไปให้ได้ ใครท้วงก็ไม่ฟัง มีเรนนี่แหละที่เอวายอมฟังอยู่คนเดียว”
“เรนจะลองดูค่ะ” เรนรับคำ นึกแปลกใจที่เอวาจะไปทำงานที่ภูสรวง แต่ก็นึกน้อยใจที่ทีกับเอวาเดวิดไม่ยอมให้ไปไหนถนอมราวกับไข่ในหิน แต่ทีกับตนมีแต่จะสั่งให้ไปทำงาน
แต่พอเรนไปคุยกับเอวา กลับถูกเอวาบอกว่าอย่ามาห้ามตนอีกคนเลย ตนแค่จะไปปลูกป่าทดแทนที่พวกตัดไม้ทำลายไป และหาทางเปลี่ยนความคิดของพวกชาวบ้านที่ยอมช่วยพวกนายทุน เรนเลยบอกว่างั้นก็ตามใจ
ทั้งสองยิ้มให้กัน แต่ต่างก็มีอะไรแฝงอยู่ในใจ
จากการที่พสุปล่อยเรนกลับมา เดวิดวิเคราะห์และอ่านเกมฝ่ายนั้นว่า แสดงว่าอีกไม่นานพสุต้องกลับมากรุงเทพฯเพื่อหาทางช่วยศักดิศรแน่ๆ และนี่จะเป็นโอกาสดีที่เราจะจัดการเขา ทั้งอาร์มและตุลย์ต่างเห็นด้วยกับการคาดการณ์ของเดวิด
ooooooo
เช้านี้ที่กรมอุทยาน อธิบดีประชุมกับภูริช ทิชาและภาคิน แจ้งแก่ที่ประชุมอย่างหนักใจว่าผู้ใหญ่ในกระทรวงโทร.มาถามเรื่องพสุแล้ว บอกทุกคนที่นั่งเครียดว่า
“ผมคงยื้อเวลาได้ไม่มากนัก เราคงต้องหาทางตามตัวศักดิศรกลับมาให้ได้เร็วที่สุด”
“ไม่ต้องห่วงครับท่าน ผมจะทำทุกอย่างไม่ให้ท่านกับพี่ดินต้องเดือดร้อนครับ” ภูริชอาสาแข็งขัน
สายวันเดียวกัน พสุเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทาง ปู่พิทักษ์ถามว่าจะกลับกรุงเทพฯแล้วหรือ
“ครับ... น้องที่กรมโทร.มาบอกว่าท่านอธิบดีโดนผู้ใหญ่ในกระทรวงกดดัน ผมไม่อยากให้ท่านต้องมาเดือดร้อนเพราะผม เลยตัดสินใจกลับดีกว่า” ปู่ถามว่ายังหาตัวพยานที่หายไปไม่ได้ไม่ใช่หรือ “ครับ ตอนแรกผมกะจะใช้เรนแลกตัวกับตัวพยานครับ แต่ทางนั้นไม่ยอมแลกด้วย ผมคงต้องหาทางอื่นดู”
“ปู่เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีนะดิน คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้อยู่แล้ว ปู่เชื่ออย่างนี้นะ” ปู่ลุกเดินมาตบหลังพสุเบาๆอย่างให้กำลังใจ
ooooooo
วันเดียวกันนี้ เรนไปทำแผลที่โรงพยาบาลโดยมีจุรีจันทร์กับเอวาไปตรวจสุขภาพด้วย แต่วันนี้มีคนไข้มาก คิวยาว เอวากับจุรีจันทร์จะไปเก็บปัสสาวะที่ห้องน้ำจึงฝากกระเป๋าและเอกสารไว้กับเรน
เรนเอะใจเมื่อเห็นในเอกสารระบุว่าทั้งเอวาและจุรีจันทร์มีเลือดกรุ๊ปโอ เมื่อคุยกับพยาบาลจึงรู้ว่าถ้าพ่อแม่มีเลือดกรุ๊ปโอลูกก็ต้องเลือดกรุ๊ปโอเท่านั้น จะเป็นกรุ๊ปอื่นไม่ได้ แต่ตัวเธอมีเลือดกรุ๊ปเอบี
ความจริงนี้ทำให้เรนสมองอื้ออึงจนหลุดไปจากการสนทนาทั้งที่พยาบาลยังคุยอยู่
จุรีจันทร์กับเอวากลับมา พอดีมีข้อความเข้ามือถือเอวา เธอเปิดดูเป็นข้อความจากภูริชถามมาว่า “หายโกรธยังครับ” เอวาทำจมูกย่นใส่ ครู่เดียวก็ส่งมาอีกว่า “อย่าทำหน้าบึ้งสิเดี๋ยวตีนกาขึ้นนะ” เอวาหมั่นไส้เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสียเลย
จุรีจันทร์บอกว่าวันนี้ลูกสาวอยู่พร้อมหน้าทั้งสองคน ชวนไปช็อปปิ้งกันต่อดีไหม เอวาอยากไปภูสรวงเลย ส่วนเรนก็ขอตัวกลับเพราะหลังจากฉีดยาแล้วรู้สึกมึนๆ เอวาสงสารแม่เลยจะไปเป็นเพื่อน เสร็จแล้วค่อยไป
ภูสรวง เรนถามจุรีจันทร์ว่าจะฝากเอกสารกลับบ้านไหม จะไว้ที่ไหน ตนจะเอาไปเก็บให้
“แม่เก็บไว้ที่ห้องนอนตรง...” จุรีจันทร์นึกอะไรได้ หยุดกึกบอกว่าไม่ต้องดีกว่าอ้างว่า “เรนไม่ได้เอารถมาจะได้ไม่ต้องถืออะไรเยอะแยะ เดี๋ยวแม่กลับไปเก็บเองก็ได้จ้ะ”
เรนสงสัยการเปลี่ยนใจของแม่แต่ก็ยิ้มให้ แต่พอออกมาถึงหน้าโรงพยาบาล เรนโทร.เช็กว่าอาร์มอยู่ไหน พอรู้ว่าเขาอยู่กับเดวิดที่มูลนิธิ ก็โบกแท็กซี่กลับไป
ooooooo
ทันทีที่กลับถึงบ้าน เรนตรงไปที่ห้องนอนเดวิด ปิดประตูแล้วลงมือค้นหาเอกสารการตรวจร่างกายอย่างเร็ว พอเจอหยิบออกมาดู ปรากฏว่าเดวิดเลือดกรุ๊ปโอ!
เรนถึงกับหมดแรงกับความจริงที่รับรู้ เมื่อตั้งสติได้ เรนเรียกตุลย์ไปพบกันที่สวนบอกให้เขาพาไปหาศักดิศรอ้างว่า
“พสุต้องกลับมาตามหาตัวศักดิศรแน่ๆ ฉันอยากจะดูทางหนีทีไล่ให้พร้อม”
เมื่อเข้าไปเห็นสภาพถูกทารุณจนสาหัสของศักดิศร เรนถามตุลย์ว่าต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือ ตุลย์บอกว่าตนทำตามคำสั่งเพราะมันปากแข็ง
“งั้นก็พอก่อน เกิดศักดิศรตายขึ้นมา เราก็ไม่รู้กันพอดีว่ามีหลักฐานซ่อนไว้ที่อื่นอีกรึเปล่า”
ตุลย์พยักหน้าแต่แอบมองเรนอย่างระแวงกับท่าทางที่เป็นห่วงศักดิศรมากของเธอ แล้วตุลย์ก็เลี่ยงออกไปโทร.บอกอาร์มว่า เรนมาที่โกดังและกำลังทำแผลให้ศักดิศรอยู่ บอกอาร์มว่าท่าทางเรนแปลกๆ
“งั้นก็จับตาดูให้ดี มีอะไรรีบโทร.มารายงานฉันทันที” ตุลย์รับคำแล้วย้อนกลับไปที่โกดัง
ooooooo
ภูริชไปพบเรนที่มูลนิธิ เรนถามดักคอว่าคงอยากให้ตนช่วยศักดิศรเพื่อช่วยพสุใช่ไหม ภูริศถามว่าแล้วเธอจะช่วยไหมล่ะ?
เรนย้อนถามว่าทำไมตนต้องช่วยคนที่คิดจะลากพ่อตนเข้าคุก แล้วเดินเลี่ยงไปอย่างไม่แยแส ภูริชตะโกนตามหลังว่า
“เพราะผมกับพี่ดินรู้ว่าจริงๆแล้วคุณไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร คุณแค่ทำตามคำสั่งของพ่อคุณเท่านั้นเอง” เห็นเรนทำหูทวนลม ภูริชตะโกนอีก “พี่ดินกำลังจะโดนสอบวินัยเรื่องศักดิศร ถ้าคุณไม่อยากให้พี่ดินเดือดร้อน คุณก็ควรจะช่วยพวกเรา”
แม้เรนจะทำเป็นไม่สนใจแต่พอเดินเลี้ยวโค้งไปก็หน้าเครียดด้วยความเป็นห่วงพสุ จนเมื่อกลับไปที่ห้องทำงานแล้ว เรนก็นั่งลังเลเมื่อคิดถึงที่ภูริชบอกเรื่องพสุเมื่อครู่นี้...
เมื่อเดวิดกับอาร์มกลับมาถึงบ้าน อาร์มถามจุรีจันทร์ว่าเอวากับเรนไปไหน จุรีจันทร์บอกว่ากลับมาก่อนแล้วแต่ไม่เห็น โทร.ไปก็ไม่รับสาย ถามอาร์มว่ามีอะไรกับน้องหรือเปล่า อาร์มบอกว่าไม่มี แล้วสบตากับเดวิดแว่บหนึ่ง
เมื่ออยู่กันตามลำพัง อาร์มถามเดวิดว่าจะให้ทำยังไง เดวิดสั่งให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของเรนอย่าให้คลาดสายตา
กลางดึกคืนนี้เอง เรนแอบเข้าไปหาศักดิศรที่โกดัง เห็นสภาพบอบช้ำของเขาแล้วยิ่งสงสาร พยายามไขกุญแจมือที่ล่ามเขาไว้ เวลาเดียวกัน เอวาก็แอบเข้ามาเพื่อจะช่วยศักดิศร เรนย่องไปล็อกเอวาเอามือปิดปากไม่ให้ร้องถามว่ามาที่นี่ได้ยังไง เอวาบอกว่าตนรู้ความจริงหมดแล้ว
ทันใดนั้นเสียงอาร์มพูดเข้ามาว่า “ออกมาได้แล้วเรน พี่รู้ว่าแกอยู่ในนี้” เรนตกใจบุ้ยใบ้ให้เอวาหนีออกไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป แต่พอเอวาหนีไปอาร์มก็เข้ามาเปิดไฟสว่างพรึ่บ ตรงมาตะคอกเรน
“แกคิดจะทำอะไรของแก อยากปล่อยมันไปแจ้ง ความจับแด๊ดรึไง” เรนเบือนหน้าไปทางอื่นไม่ตอบ ถูกอาร์มจับหันหน้ามาสั่งให้มองหน้าตนจ้องตาถาม “อย่าบอกนะว่าแกทรยศพวกเราไปเข้าข้างไอ้พสุ” เรนบอกว่าตนแค่อยากช่วยศักดิศร อาร์มชี้หน้าปรามว่าจะเชื่อได้แค่ไหน แต่อย่าให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีกเป็นครั้งที่สองก็แล้วกัน เรนรับคำเบาๆ ตุลย์มองเรนอย่างสงสารที่หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
ooooooo
เมื่อเรนไปพบกับเอวาที่ริมสะพานข้ามแม่น้ำ เรนบอกเอวาว่าให้ทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเลวๆที่พวกตนทำ ตนไม่อยากให้น้องต้องเสียใจมากไปกว่านี้
เอวายอมรับว่าที่ตนจะลงไปทำงานที่ภูสรวงก็เพราะอยากชดเชยความผิดด้วยการรักษาป่าแทนแด๊ดดี้ เรนบีบมือให้กำลังใจน้อง เอวายิ้ม พูดอย่างมีความหวังว่า
“ถ้าเอวาไปลงพื้นที่ต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าด้วยตัวเอง แด๊ดดี้ก็คงทำอะไรไม่สะดวก มันน่าจะช่วยลดเรื่องการตัดไม้ได้บ้าง เอวาอยากลองเปลี่ยนความคิดของแด๊ดดี้ค่ะพี่เรน”
“พี่ว่าเอวายังเข้มแข็งกว่าพี่อีกนะ พี่ทำงานให้แด๊ดดี้มาตั้งนาน ยังไม่เคยกล้าคิดจะทำอะไรแบบนี้เลย ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ เอาเป็นว่าพี่ไม่ห้ามเอวานะ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอก”
“ขอบคุณค่ะ” เอวายิ้มดีใจที่เรนให้กำลังใจ ต่างกอดกันด้วยความเข้าใจและเห็นใจกัน
เดวิดบอกอาร์มว่าดีที่ศักดิศรหนีไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องเดือดร้อนแน่ อาร์มถามว่าเก็บเสียเลยดีไหม เดวิดพยักหน้า อาร์มโทร.สั่งตุลย์ทันที แต่อึดใจเดียวเดวิดก็เปลี่ยนใจ อาร์มรีบโทร.บอกตุลย์ให้ยั้งไว้ก่อน แล้วรอฟังคำสั่งเดวิด
“แด๊ดคิดแผนการที่เยี่ยมกว่านั้นได้แล้ว” เดวิดยิ้มร้าย
แล้วเรนก็ถูกเดวิดเรียกไปชำระคดี ด่าเรนว่านับวันทำตัวไม่ได้เรื่อง ถามว่ายังนับถือตนเป็นพ่ออยู่หรือเปล่า เรนขอโทษยืนยันว่าตนยังรักและเคารพเขาเหมือนเดิม
“ไม่ต้องมาขอโทษ ไปให้พ้นๆหน้าฉันเลยไป!” เดวิดไล่อย่างเกรี้ยวกราด เรนพยักหน้าแล้วเดินออกไป
เที่ยงวันนี้เองเรนโทร.นัดพสุออกมาพบกันที่สวนสาธารณะ พอพบกันเรนร้องไห้น้ำตาอาบหน้าบอกเขาว่า
“ฉันรู้ความจริงแล้วว่าฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของแด๊ด...” พูดแล้วยิ่งร้องไห้หนักจนพสุสงสารเข้าสวมกอดปลอบใจ เรนกอดพสุแน่นร้องไห้โฮออกมา เล่าถึงความอัดอั้นที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างแตกต่างกับเอวาราวฟ้ากับดิน บอกพสุว่าตนอยากรบกวนให้เขาช่วย พสุตอบรับด้วยความเต็มใจทันที เรนบอกเขาว่า
“ฉันอยากให้คุณช่วยตามหาครอบครัวที่แท้จริงของฉันให้หน่อยได้ไหม” พสุรับคำทันที “คุณช่วยฉัน ฉันก็จะช่วยคุณเป็นการตอบแทน” พูดแล้วเดินเลี่ยงไปเลย พสุมองตาม สงสัยว่าเรนจะช่วยทำอะไรให้ตน?
ooooooo










