สมาชิก

หัวใจปฐพี

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: ทีวีซีนส่งละครแนวอนุรักษ์ป่าไม้ "หัวใจปฐพี"

พสุกับภูริชเดินกลับมาที่เดิม เจอเอวายังยืนอยู่ เธอถามว่ามีเรื่องอะไรกัน พวกนั้นเป็นใคร ภูริชตัดบทว่าไม่ใช่เวลาจะมาถามกันตอนนี้ ให้เธอช่วยพาพี่ชายตนไปทำแผลก่อน เอวากระตือรือร้นให้ตามตนมาเลย

เอวาเดินนำไป ภูริชตาม พสุรั้งท้าย เขาเห็นสร้อยหนังถักตกที่พื้นเลยเก็บใส่กระเป๋าแล้วตามทั้งสองไป

ทิชากับภาคินไปขอดูกล้องวงจรปิดจากทางโรงแรมปรากฏว่าข้อมูลหายหมด เจ้าหน้าที่บ่นงงๆว่าตนไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวกลับมาข้อมูลหายหมดเลย

ที่แท้ข้อมูลในกล้องวงจรปิดถูกตุลย์ที่เป็นชายใส่สูทขาวถือกระเป๋าหนังสีดำลบออกหมดก่อนหนีไป เรนที่มาพาตุลย์หนีเชื่อว่าต้องมีคนทรยศ ฝ่ายนั้นถึงได้รู้การเคลื่อนไหวของเรา ตุลย์ถามว่าจะให้รายงานนายใหญ่เลยไหม

“ไม่ต้อง ขอฉันสืบให้รู้ก่อนว่าพวกนั้นรู้เรื่องนายใหญ่แค่ไหน ที่สำคัญต้องหาทางกำจัดคนที่ทรยศนายใหญ่ให้ได้ด้วย” เรนยกแขนขึ้นบีบนวดรอยช้ำจึงเห็นว่า

สร้อยหนังถักที่ข้อมือหายไป เธอฉุกคิดได้ว่าน่าจะหายไปตอนสู้กับพสุ

ooooooo

เดวิดวางตัวเอวาให้มาเป็นประธานมูลนิธิแทนตน วันนี้เขาถามเธอว่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว

“ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะ เรื่องป่าไม้กับการบุกรุกพื้นที่ป่านี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆนะคะ” เดวิดพยักหน้าย้ำว่า เพราะต้นไม้เหลือน้อยเราจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ มั่นใจว่าเอวาต้องทำได้ดีกว่าตนแน่ๆ เธอบอกเดวิดว่า “มูลนิธิเราช่วยเหลือสังคมเยอะแยะ เอวาจะสานงานต่อให้สุดความสามารถ จะไม่ทำให้แด๊ดดี้ผิดหวังเด็ดขาดค่ะ”

เดวิดถามว่าเมื่อคืนหายไปไหนมา เอวาบอกว่ามีเรื่องนิดหน่อย พอดีอาร์มเข้ามา เอวาเลยเล่าให้ทั้งพ่อและพี่ชายฟังว่า

“เมื่อคืนมีคนร้ายบุกมาที่งานปาร์ตี้ค่ะ มีคนของท่านอธิบดีได้รับบาดเจ็บด้วยค่ะ”

อาร์มถามว่าเอวาเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าแค่ตกใจเล็กน้อย อาร์มบอกว่าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เดวิดกับอาร์มยิ้มให้กัน เดวิดรำพึงสีหน้าสงสัยว่า “ไม่รู้มีเรื่องอะไรกัน?”

ooooooo

เมื่อหลักฐานจากกล้องวงจรปิดถูกลบหมด ภูริชบอกว่าไม่มีรูปก็ไม่เป็นไร เรายังมีเครื่องดักฟังที่ตนอัดไว้ ภาคินบอกตนจะเช็กไฟล์เสียงให้เอง อาจต้องใช้เวลาหน่อย ถ้าโชคดีเราอาจได้ข้อมูลเพิ่มเติม

พอดีแม่บ้านมาบอกพสุว่ามีคนมาขอพบ เขาออกไปที่ห้องรับรอง เจอเอวาพร้อมกระเช้าผลไม้มารออยู่

พสุขอบคุณที่มีน้ำใจมาเยี่ยม เอวาบอกว่าพอแด๊ดดี้ทราบเรื่องก็สั่งให้มาเยี่ยมทันที คงรู้ว่าต่อไปตนต้องมีเรื่องรบกวนเขาอีกเยอะ พสุจึงแนะว่าถ้าเธออยากศึกษาเอกสาร หาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมค้นเอาที่ห้องสมุดที่นี่ก็ได้ แล้วถามว่า

“คุณเอวาเจอเรื่องเมื่อวานไม่กลัวบ้างหรือครับ” เธอบอกว่านิดหน่อย ก็พอดีเสียงภูริชแทรกเข้ามาว่าจะทำงานมูลนิธิแต่ยังใช้กระเป๋าหนังสัตว์มันจะไหวหรือ? แล้วบอกพสุว่าท่านอธิบดีเรียกให้ไปพบ เดี๋ยวตนต้อนรับแขกเด็กๆแทนก็ได้

พสุมองปรามภูริชแล้วบอกเอวาว่ามีปัญหาอะไรปรึกษาตนได้ตลอด ตอนนี้ขอตัวก่อน แล้วล็อกคอภูริชลากออกไป

แต่เพียงครู่เดียว ภูริชก็ตามมาวอแวเอวาที่ห้องสมุดจนได้ เขาถามว่าเธอคิดจะทำงานมูลนิธิจริงๆหรือ ดูท่าทางคงดับสนิทตั้งแต่โครงการแรกเลยมากกว่า เอวาฮึดขึ้นมาบอกว่าตนไม่ถอยง่ายๆแน่ ภูริชท้าว่า

“พนันกันไหมล่ะ ไม่เกิน 6 เดือน คงหนีกลับบ้านแทบไม่ทัน”

“แล้วถ้าฉันทำได้ล่ะ”

“ถ้าคุณทำได้ ผมจะยอมทำตามคำสั่งคุณทุกอย่าง 1 ข้อ”

“ได้! ถึงเวลาแล้วอย่าให้ฉันต้องทวงก็แล้วกัน” เอวาเหยียดปากใส่แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ

ooooooo

เรนได้รับคำสั่งให้สืบว่าฝ่ายตรงข้ามรู้เรื่องนายใหญ่แค่ไหน เราต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเขากำลังจะทำอะไรกันแน่

คืนนี้เรนในชุดดำใส่หน้ากากสำหรับมองตอนกลางคืน แอบเข้าไปในห้องประชุมกรมอุทยาน พบทั้งเอกสารและภาพถ่ายที่แสดงว่าพสุกำลังสืบเรื่องนายใหญ่อยู่มากมายแต่ก็หาไม่พบว่าพสุได้ข้อมูลแค่ไหนแล้ว

เรนตัดสินใจไปยังอีกห้อง เป็นห้องทำงานของพสุ เจอเขานอนหลับฟุบอยู่กับโต๊ะทำงานจากเอกสารทำให้เรนรู้ว่าพสุมุ่งมั่นกับงานนี้มาก เธอหยิบปากกาขึ้นมาเขียนข้อความลงบนกระดาษทิ้งไว้ก่อนออกไปว่า

“หยุดตามเรื่องนายใหญ่ซะ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่”

ที่แท้พสุรู้ตัวตั้งแต่เรนเข้ามาแล้วแต่แกล้งหลับ อ่านข้อความแล้วเขาสงสัยว่าทำไมเธอไม่ฆ่าตน แล้วรีบลุกตามออกไป

แต่แทนที่จะเจอเรนกลับเจอภูริชที่ไปซื้อพิซซ่าจะเอามาให้เขา ทันใดนั้นมีเสียงรถซิ่งออกไป พสุวิ่งไปดูไม่เห็นรถแล้ว ภูริชวิ่งตามมาถามว่ามีอะไรหรือ พสุบอกว่าไม่มีอะไร ชวนเก็บของกลับกันดีกว่า

ที่แท้ตุลย์เป็นคนมารับเรนไป ระหว่างนั่งรถไปนั้น เรนคุยโทรศัพท์รายงานว่า

“ดูแล้วพวกมันยังไม่มีหลักฐานอะไรที่จะโยงใยมาถึงตัวนายใหญ่ได้ค่ะ...แต่ถ้าปล่อยไว้ก็ไม่แน่ เพราะดูพวกนั้นจริงจังกับเรื่องนี้มาก... เข้าใจแล้วค่ะ” เรนวางสายแล้วนิ่งไป

“นายใหญ่สั่งให้จัดการไอ้พสุเลยไหม” ตุลย์ถามขึ้น เรนส่ายหน้าเล่าว่า

“ตอนนี้สื่อจับตามองการทำงานของนายนั่นอยู่ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาตอนนี้ อาจมีผลกระทบงานของนายใหญ่ได้ ที่สำคัญนายใหญ่บอกว่า นายพสุยังมีประโยชน์กับนายใหญ่อยู่”

ตุลย์ยักไหล่อย่างไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะได้จากพสุ ในขณะที่เรนนิ่งขรึมไปอย่างใช้ความคิด

ooooooo

ที่บ้านพสุ ภูริชกำลังนั่งดูโน้ตบุ๊กภาพวีดิโอในงานเลี้ยงเหมือนหาอะไรอยู่ พสุมาเจอจึงช่วยดู

ครู่หนึ่งภูริชก็พบบางอย่างสะดุดตาเขาชะโงกเข้าไปดู เห็นเป็นภาพข้างหลังของเรนที่เดินไปหาเดวิด แต่ทั้งสองยืนคุยกันหลังเสาทำให้ไม่เห็นหน้า ภูริชบอกพสุว่าตนคุ้นๆกับลักษณะของผู้หญิงคนนี้

ภาพวีดิโอในจอโน้ตบุ๊กเห็นเพียงแขนถึงข้อมือที่เอื้อมมาหยิบเครื่องดื่มของคู่สนทนาที่สงสัย พสุจึงบอกให้ภูริชซูมให้ พอซูมเข้ามาพสุจึงเห็นสร้อยข้อมือหนังถักที่มือผู้หญิง เขาค้นหาสร้อยข้อมือที่เก็บได้มาเทียบพบว่าเป็นเส้นเดียวกัน!

ภูริชสงสัยว่าสร้อยนี้มาอยู่กับพสุได้อย่างไร พอพสุเล่าว่าเธอคนนี้พยายามปกป้องคนของนายใหญ่ พสุสงสัยว่าคนที่คุยกับเธอจะเป็นนายใหญ่? เขาพยายามซูมเข้าไปอีกจึงเห็นว่าที่นิ้วของชายคนนั้นใส่แหวนมรกต พสุบอกว่าเราต้องค้นหาผู้ชายที่ใส่แหวนมรกตในงานนี้ให้เจอ ทั้งสองจึงช่วยกันหาทั้งจากไอแพดและโน้ตบุ๊ก

“เจอแล้ว!” พสุดีใจ ภูริชโดดผลุงมาดู แล้วทั้งสองก็อึ้งสนิท! เมื่อพบว่าชายคนนี้ใส่แหวนมรกต นิ้วมือลักษณะเดียวกัน จึงเรียกให้ทิชากับภาคินสองนักแกะรอยมาช่วยดู ทิชากับภาคินฟันธงว่าคนเดียวกันเป๊ะ

แล้วหลักฐานก็ชัดเจนเมื่อเอารูปที่เดวิดถ่ายกับเอวาและอาร์มมาเทียบกับรูปที่เห็นแต่มือและแหวน

พอเห็นหลักฐานชัดเจน ทั้งทิชาและภาคินต่างอึ้ง คาดไม่ถึง ทิชาเสนอว่าต้องรีบบอกให้ท่านอธิบดีทราบ พสุรีบห้ามไว้ เพราะนี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน เราต้องหาหลักฐานให้ดีกว่านี้ก่อน แต่ทุกคนก็เครียดกับความเป็นนักบุญใจบาปของเดวิด

เพื่อหาหลักฐานให้หนักแน่นชัดเจน พสุจึงไปหาเดวิดที่กำลังจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กกำพร้าที่มูลนิธิเด็กโดยพาภูริชไปด้วย แนะนำว่านี่คือเจ้าหน้าที่ทีมเดียวกับตน พสุบอกว่าตนมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย เดวิดจึงพาไปคุยกันที่ห้องทำงาน

พสุเอารูปในงานเลี้ยงมาเปิดให้เดวิดดูหมายจับพิรุธ แต่แล้วก็จับไม่ได้ เมื่อเดวิดอ้างว่าเรนผู้หญิงในรูปนี้เป็นนักข่าวมาสัมภาษณ์ตนเรื่องโครงการที่ตนจะทำที่ภูสรวง แต่พอพสุบอกว่าเธอคือคนที่มาขัดขวางการจับกุมคนร้ายจนตนได้รับบาดเจ็บ เดวิดก็ทำตาโตตกใจแล้วทำเป็นนึกได้ว่า

“อ๋อ...เรื่องที่เอวาเล่าให้ผมฟังนั่นเอง” แล้วหยิบรูปไปดูอีกครั้ง ทำเป็นบ่น “เสียดายไม่มีรูปที่เห็นหน้า ไม่งั้นผมคงเป็นพยานให้คุณได้ ถ้าอย่างนั้นเป็นไปได้ไหมครับว่า ศักดิศรเป็นคนส่งเธอมาสืบเรื่องโครงการของผมที่ภูสรวง ผมชักกังวลแล้วสิครับว่างานของผมที่ภูสรวงจะมีปัญหาตามมา” เดวิดเล่นละครได้แนบเนียนจนพสุจับผิดอะไรไม่ได้

ส่วนภูริชลากเอวาไปคุยกันที่มุมสงบ เอวาถามว่าตกลงผู้หญิงที่เป็นนักฆ่ามาคุยกับแด๊ดดี้ของตนจริงหรือ แบบนี้แด๊ดดี้ของตนก็ตกอยู่ในอันตรายสิ!

แม้ภูริชจะไม่ได้ข้อมูลอะไรจากเอวาเกี่ยวกับเรน แต่เขาก็ได้รู้จากเธอ ช่วงนี้มีรถแปลกๆ เป็นรถกระบะไม่มีป้ายทะเบียนมาจอดอยู่แถวมูลนิธิบ่อยๆ
ภูริชจึงให้เบอร์โทรศัพท์ของตนไว้บอกว่าถ้ามีอะไรไม่สบายใจหรือเห็นมีอะไรผิดปกติก็รีบโทร.บอกตนเลย

เมื่อภูริชกับพสุมาเจอกัน ต่างก็เซ็งว่าไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเลย แต่ภูริชนึกขึ้นได้เล่าว่า

“ยัยคุณหนูนั่นเล่าว่า ช่วงนี้เห็นรถกระบะมาป้วนเปี้ยนที่มูลนิธิบ่อยๆ น่าสงสัยตรงที่ไม่มีป้ายทะเบียนด้วย แต่ภูริชก็พูดอย่างผ่อนคลายว่าเอวาอาจมโนเองก็ได้ พสุเองก็ปรารภว่าเราคงสันนิษฐานผิด เดวิดไม่น่าจะใช่นายใหญ่แล้วชวนกันกลับ

พอมาถึงที่ลานจอดรถ ทั้งพสุและภูริชก็เห็นรถกระบะคันหนึ่งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดเทียบกับรถของพสุ ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นที่ตึกมูลนิธิ พสุกับภูริช มองหน้ากันแล้ววิ่งอ้าวผ่านโรงอาหารไปที่ห้องทำงาน ของเดวิด

พอไปถึงห้องทำงาน ภูริชกับพสุตกใจเมื่อเห็นชายใส่หมวกใส่หน้ากากปิดปากทำให้ไม่เห็นหน้ากำลังคร่อมอยู่บนตัวเดวิดเอาปืนจ่อไว้ พอเห็นทั้งสองมันหันยิงใส่ทันที ภูริชกับพสุต่างม้วนตัวหลบแต่ไม่กล้ายิงสวนเกรงจะโดนเดวิด เอวาวิ่งตามมา ภูริชบอกให้เธอหลบไปก่อน ชายลึกลับนั้นฉวยจังหวะนั้นโดดหน้าต่างหนีไปได้ พสุกับภูริชรีบไปดูเดวิด

เดวิดบอกว่าตนไม่เคยมีศัตรูที่ไหนจะมีก็แต่นายศักดิศรคนเดียว และก่อนหน้านี้ตนก็เคยโดนขู่ให้ยกเลิกโครงการที่ภูสรวงมาแล้ว แต่ตนไม่คิดว่าศักดิศรจะกล้าทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ เอวาเสนอให้แจ้งความ เดวิดห้ามไว้ ภูริชติงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เดวิดขอบคุณทั้งสองที่มาช่วย แต่เรื่องแจ้งความตนขอเป็นคนตัดสินใจเอง

ooooooo

ในห้องประชุมที่กรมอุทยานบ่ายนี้ ทิชาบ่นเสียดายที่อุตส่าห์สืบหาเบาะแสแทบตายแต่เดวิดกลับไม่ใช่นายใหญ่ เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยแถมยังโดนตามฆ่าอีก ภาคินบอกว่าตนมีข่าวดี พลางกดรีโมต ปรากฏภาพในงานเลี้ยงเสียงจ้อกแจ้กจอแจ

“เจ้าของที่ภูสรวงมันเห็นคนอยากได้กันเยอะ เลยจัดงานประมูลเสียเลย” เสียงเสี่ยฮงพูดพอจับความได้

“ได้ยินว่านายใหญ่ก็เข้าประมูลด้วยนะครับ ถ้าเสี่ยคิดจะประมูลแข่งจริงๆ ก็ต้องระวังตัว นายใหญ่ต้องทำทุกวิธีเพื่อให้ได้ที่ที่ภูสรวงแน่” เสียงชายอีกคนดังชัดเจน ภาคินกดปิดเสียงมองทุกคนอย่างภูมิใจกับผลงานของตน

ภูริชสรุปว่าถ้าเป็นอย่างที่ได้ยินในคลิปจริงนายใหญ่ต้องร่วมประมูลด้วยแน่ พสุถามทิชาว่าหาข้อมูลผู้เข้าร่วมประมูลให้ได้ไหม ทิชาขอเวลาแป๊บเดียวก็ได้ข้อมูลจากเฟซบุ๊กของเจ้าของที่ แล้วดึงชื่อออกมาแมตช์กับข้อมูลประวัติจะได้ดูง่ายขึ้น

ทำเสร็จอย่างรวดเร็วแล้วทิชาก็ขึ้นภาพที่จอใหญ่อธิบายว่า

“เขาว่าตอนนี้ผู้เข้าร่วมประมูลที่เป็นตัวเก็งทั้งหมด 4 ราย คนแรกคือนายคมเดช เจ้าของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต มีกิจการครอบคลุมทั่วประเทศ คนที่สองนายยงยุทธ์ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง คนที่สาม คุณเอวา ลูกสาวนายเดวิดเจ้าของมูลนิธิเดวิดที่พวกเรารู้จักกันดี และคนสุดท้าย เจ้าของคลิปเสียงของเรา เสี่ยฮงเจ้าของธุรกิจสนามกอล์ฟรายใหญ่”

ooooooo

หลายวันต่อมา ขณะคนขับรถกอล์ฟยกกระเป๋าขึ้นรถ เสี่ยฮงคุยโทรศัพท์ว่า

“เรื่องประมูลซื้อที่ ลื้อไปสืบข้อมูลของพวกที่มันจะมาร่วมประมูลสู้กับอั๊วให้ละเอียดด้วยนะ ที่ที่นั่นสวยมากจริงๆ อั๊วไม่อยากให้มันหลุดมือ” เสี่ยฮงวางสายแล้วขึ้นรถกอล์ฟ ลูกน้องกับเลขายืนส่งจนรถกอล์ฟขับออกไป

เสี่ยฮงนั่งรถกอล์ฟพลางคุยโทรศัพท์อย่างสบายใจ เสี่ยระเบิดหัวเราะออกมาเมื่อพูดกับปลายสายว่า

“นายใหญ่ส่งคนมาเก็บอั๊วเหรอ ฮ่าๆๆ มันคิดว่ามันเป็นใคร ใหญ่ขนาดไหนวะ ลูกน้องอั๊วก็มี กลัวที่ไหน” พลันเสี่ยฮงก็รู้สึกผิดปกติเมื่อรถกอล์ฟขับไปในมุมเปลี่ยว ก็ถามคนขับว่า “ขับไปไหนของลื้อวะ!”

ที่แท้ตุลย์ปลอมตัวเป็นคนขับรถกอล์ฟ เขาหยุดรถยกปืนเล็งที่หัวเสี่ยฮง ลั่นไกเปรี้ยง! ร่างเสี่ยฮงผงะหงายนอนแน่นิ่งไป ตุลย์ลงจากรถถอดเสื้อกับหมวกคนขับรถโยนใส่รถกอล์ฟข้างศพเสี่ยฮง ก้มๆเงยๆที่คันเร่งครู่เดียว รถก็ค่อยๆไหลลงไปในบึงช้าๆพร้อมกับร่างของเสี่ยฮง

ขณะรถลื่นไหลลงไปในบึง ตุลย์ก็เดินห่างออกไปอย่างใจเย็น!

ooooooo

พสุไปตามข่าวการตายของเสี่ยฮง เจอเรนอีกจนได้ เขาถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ เรนอ้างว่ามาด้วยเหตุผลเดียวกับเขา เรนแกล้งถามหยั่งเชิงว่า พสุคงได้ข้อมูลเกี่ยวกับนายใหญ่เพิ่มเติมแน่ๆ อ่อยให้มาแลกข้อมูลกัน

พสุบอกว่าเป็นความลับของทางราชการแต่แปลก เธอกลับดมกลิ่นมาถึงนี่ได้ แสดงว่าไม่ธรรมดาเลย เรนทำท่าไม่ตอแยด้วยจะเดินหนี พสุจึงขอเบอร์โทร.ของเธอ บอกว่าเอาเบอร์ส่วนตัวเผื่อตนเปลี่ยนใจอยากร่วมมือกับเธอ

แล้วพสุก็แปลกใจเมื่อเรนโทร.เข้ามือถือของเขาบอกว่าให้เมมไว้ พสุถามว่าเธอมีเบอร์ของตนได้ยังไง?

“ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันรู้ทุกเรื่องที่อยากรู้ แล้วก็รู้ลึกกว่าที่คุณคิดด้วย เอาเป็นว่าฉันขอตัวก่อนแล้วกันนะคุณพสุ”

เรนโบกมือแยกไป พสุมองตามด้วยความแปลกใจ สงสัยพอแยกจากพสุมาได้ เรนคุยโทรศัพท์บนรถผ่านบลูทูธขณะขับรถออกไปว่า...

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ตอนนี้เหยื่อติดกับแล้ว...เรนจะใช้ความเป็นนักข่าวไปตีสนิทและทำตามแผน ได้เรื่องแล้วจะรีบรายงาน นายใหญ่จะหลอกใช้นายพสุให้ทำอะไรกันแน่คะ?”

ส่วนภูริชก็ไปสืบข่าวจากเอวา เขาไปหาเธอที่มูลนิธิ เอวาทำท่าหัวเสียที่เห็นเขา ถามว่างานการไม่มีทำรึไง? ภูริชยิ้มขี้เล่นบอกว่างานของตนคือมาหาข้อมูลจากเธอ ถามว่าเธออยู่ในผู้ร่วมประมูลด้วย จะเอาที่ดินผืนนี้ไปทำอะไร เอวาบอกว่าตนกับแด๊ดดี้จะสร้างมูลนิธิที่ภูสรวง เพราะเป็นทำเลที่สะดวกและใกล้ชาวบ้านด้วย

แล้วเรนก็เปลี่ยนเป็นถามพสุว่า จริงหรือเปล่าที่ว่าศักดิศรเป็นคนส่งคนไปเก็บเสี่ยฮง พอภูริชบอกว่าเป็นไปได้ เอวาก็แสดงความหวาดกลัว เลยถูกภูริชแหย่ว่าไหนว่าไม่ยอมแพ้ง่ายๆไง

ขณะทั้งสองกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น อาร์มเดินเข้ามาพูดหาเรื่องภูริชว่ากล้ามากที่มาที่นี่ ทั้งสองทำท่าจะมีเรื่องกันอีก เอวารีบเข้าขวางบอกอาร์มว่าภูริชเป็นแขกของตน เขาทำงานให้กรมอุทยาน เขามาถามข้อมูลบางอย่างจากตนกำลังจะกลับแล้ว เอวาถามนำว่าเขามีธุระด่วนไม่ใช่หรือ ภูริชเลยผสมโรงว่า

“อ๋อ...ใช่ๆ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่ชายไปนะครับที่รัก” ภูริชแกล้งยั่ว เอวาถลึงตาใส่อย่างหัวเสียในขณะที่อาร์มยิ่งโมโห สั่งเอวาว่าให้อยู่ห่างๆคนนี้ไว้ ตนไม่ชอบ ขี้หน้ามัน! เอวาไม่อยากให้มีเรื่องเลยรับปากส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง

ooooooo

ที่ห้องประชุมกรมอุทยาน อธิบดียิ่งยศเรียกประชุมทีมเฉพาะกิจเรื่องการประมูลที่ดินที่ภูสรวง เพราะเมื่อเสี่ยฮงตายแล้วก็เหลือแต่ คมเดช ยงยุทธ์ และเอวาเท่านั้นที่จะประมูลแข่งกัน

ทิชาบอกว่าถ้าเอวาประมูลที่ไปสร้างมูลนิธิได้ก็ดี ภาคินติงว่าเรื่องไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะนายใหญ่คงไม่ยอมปล่อยให้ที่ดินผืนนี้หลุดมือแน่ๆ เพราะป่าที่ภูสรวงเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แถมที่ดินแปลงนี้ยังใกล้กับทางเข้าอุทยาน เป็นทำเลทองชัดๆ แต่ถูกภูริชติงว่า “เหตุผลแค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับนายใหญ่ บางทีอาจจะมีอะไรแอบแฝงมากกว่านี้ก็ได้” ซึ่งพสุก็เห็นด้วย ทำให้ทุกคนคิดตาม

ขณะศักดิศรกำลังสะใจกับการตายของเสี่ยฮงนั้น เขาก็ได้รับรายงานจากลูกน้องว่าไม้ลอตล่าสุดของเขาถูกตำรวจจับ ศักดิศรตาลุกโพลงถามว่าใครคาบข่าวไปบอกตำรวจ! พอลูกน้องบอกว่าเดวิด ศักดิศรก็คำรามว่าส่งคนไปเก็บเสียเลยดีไหม

“นายครับ ใจเย็นๆก่อน ผมมีวิธีที่จะเอาคืนมันได้แสบกว่านั้นครับ” ลูกน้องอีกคนกระหยิ่มพลางยื่นซองเอกสารให้ศักดิศรรับไปอ่านแล้วตาลุก หยิบมือถือขึ้นโทร.หาเดวิดทันที พอปลายสายรับ ศักดิศรพูดอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าว่า

“นึกว่าคุณเดวิดจะไม่รับสายผมซะแล้ว!”

คุยกับศักดิศรแล้ว เดวิดวางสายสีหน้าเครียดจัด ครู่เดียวก็ตัดสินใจที่จะทำเรื่องสำคัญบางอย่าง

รุ่งขึ้น เดวิดไปหาอธิบดียิ่งยศแต่เช้า เล่าว่าตนถูกศักดิศรขู่ฆ่าและเชื่อว่าศักดิศรคงจะขู่ฆ่าทุกคนที่เข้าร่วมประมูลที่ดินครั้งนี้ ขอให้อธิบดีเตือนผู้เข้าร่วมประมูล

ที่เหลือให้ระวังตัวด้วย อธิบดีรับปากว่าจะแอบส่งลูกน้องไปดูแลผู้ประมูล

เวลาเดียวกัน เรนก็ได้รับโทรศัพท์ว่านายใหญ่สั่งให้เก็บทุกคนที่เข้าร่วมประมูล เธอบอกปลายสายว่ารอฟังข่าวจากตนก็แล้วกัน วางสายแล้วเธอหน้านิ่ง แต่แววตาเหี้ยม!

คนแรกที่ถูกเก็บคือยงยุทธ์เขาถูกเก็บที่ห้องแต่งตัวในฟิตเนส พสุกับภูริชพรวดเข้าไปในห้องแต่งตัวเห็นตุลย์กระโดดหน้าต่างหนีไป ศักดิศรเห็นพสุกับภูริชและเรนวิ่งเข้ามาตกใจเลยโดดหนีตามตุลย์ไป พสุบอกให้เรนเรียกรถพยาบาลแล้วเขากับภูริชก็ไล่ตามศักดิศรกับตุลย์ไป ปรากฏว่าทั้งสองวิ่งแยกไปคนละทาง พสุให้ภูริชตามตุลย์ ส่วนตัวเองตามศักดิศร

พสุไล่ตามจับศักดิศรได้ ศักดิศรตะโกนว่าตนไม่ได้ทำ ผู้ชายอีกคนเป็นคนยิง แล้วโบ้ยไปทางตุลย์ที่วิ่งหนีไปอีกทาง ขณะกำลังยื้อยุดกันนั้น ลูกน้องศักดิศรคว้าไม้ฟาดพสุเต็มแรงแล้วชิงตัวศักดิศรหนีไปได้

ภูริชไล่ตามตุลย์ไปทัน ต่างต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จู่ๆเรนก็ปรากฏตัวเข้ามาทำทีช่วยภูริชแต่ที่แท้มาขัดแข้งขัดขาเปิดโอกาสให้ตุลย์หนีไป ภูริชโมโหมาก เรนแก้ตัวว่าตนอยากมาช่วยเขาจับคนร้ายต่างหาก แต่ภูริชติดใจสงสัยว่าเรนมาช่วยให้ตุลย์หนีไปได้มากกว่า

เมื่อกลับมาที่ฟิตเนส รถพยาบาลกำลังนำร่างบาดเจ็บสาหัสของยงยุทธ์ขึ้นรถ และพสุกำลังได้รับการทำแผลที่แขนอยู่ พสุมีโอกาสได้คุยกับเรน เธอติงเขาว่าไม่น่ามาเสี่ยงชีวิตตามคนร้ายไปเลย ไม่คุ้มกับเงินเดือนที่เขาจ้างสักนิด

“มันเป็นหน้าที่ของผม ถ้าเราทำงานที่เรารัก แถมมันยังเป็นประโยชน์ให้กับแผ่นดินถึงตายผมก็ไม่เสียดาย” แล้วย้อนถามว่า “แล้วคุณล่ะ เป็นนักข่าวตามผมมาเสี่ยงชีวิตเพื่อหาข่าวมันคุ้มไหม แต่คุณก็ทำเพราะมันเป็นงานเป็นหน้าที่ที่คุณรัก”

เรนอึ้งไปเหมือนถูกพูดแทงใจดำ เธอเผลอรำพึงออกมาแววตาเศร้าว่า “มันจำเป็นมากกว่าค่ะ มันคือหน้าที่ของฉัน ฉันรู้ว่ามันเสี่ยง และมันอาจจะไม่ถูกต้องแต่ฉันก็ต้องทำ” ภูริชเดินเลี่ยงไปด้วยความติดใจสงสัยในพฤติกรรมของเรน?

ooooooo

เอวากลับถึงบ้านบอกเดวิดเศร้าๆว่า ภูริชโทร.มาบอกว่ายงยุทธ์โดนยิงอาการสาหัส เธอรำพึงอย่าง กังวลว่าไม่รู้เมื่อไรจะถึงคิวตน ถามเดวิดว่าเราจะถอนตัวดีไหม เดวิดสงสารลูก แต่อาร์มมองน้องสาวขำๆว่าช่างไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย

ทั้งพสุและภูริชต่างเก็บความสงสัยเรนกลับมาคิด ภูริชถามพสุว่าแน่ใจหรือว่าเรนเป็นนักข่าว พสุบอกว่าตนโทร.เช็กกับทางสำนักพิมพ์แล้วทางโน้นยืนยันว่ามีนักข่าวชื่อเมทินี ใจเอื้อ จริง ภูริชติงว่าแค่นั้นไม่พอกระมัง พสุจึงไปที่สำนักพิมพ์เองแต่พอนักข่าวที่ชื่อเมทินี ใจเอื้อ ออกมาพบกลับกลายเป็นใครก็ไม่รู้ แต่เธอก็รับว่านามบัตรที่พสุยื่นให้ดูนั้นเป็นของตนจริง

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของเรนที่ซุ่มดูอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์อย่างเจ็บใจ ก่อนออกรถไปอย่างเร็ว

เดวิดกับเอวาไปเยี่ยมยงยุทธ์ เจอคมเดชที่ปรารภถึงความไม่ปลอดภัยของตน เดวิดจึงชวนไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน ไปพักด้วยก็อุ่นใจดี

วันเดียวกันนี้เอวาก็โทรศัพท์ถึงภูริชถามว่าวันนี้เขากับพสุว่างไหม แด๊ดดี้ให้ชวนไปทานข้าวที่บ้านกันคงอยากเลี้ยงขอบคุณเรื่องคราวที่แล้ว ภูริชหยอกเย้าไปตามประสาหนุ่มมาดกวน แต่ก็รับปากจะไปตามคำชวน

ข่าวนี้ไปถึงหูศักดิศร เขาพูดอย่างแค้นใจว่า “ดีมาก วันนี้ฉันต้องล้างแค้นไอ้เดวิดให้ได้!”

เมื่อพสุกับภูริชไปถึงคฤหาสน์ของเดวิด คมเดชแสดงความยินดีที่ได้รู้จักกัน แย็บๆว่าต่อไปมีอะไรจะได้พึ่งพาอาศัยกันได้ แต่พอพสุบอกว่าพึ่งตนได้เฉพาะเรื่อง ถูกกฎหมาย แต่เรื่องที่เขาคิดจะสร้างรีสอร์ตที่ภูสรวงตนไม่เห็นด้วย คมเดชผสมโรงอย่างกะล่อนว่า คนตงฉินพูดตรงอย่างนี้ถูกใจตนจริงๆ

แต่แล้วขณะทานอาหารกันนั้น อาร์มก็พูดแขวะภูริชประสาคนไม่กินเส้นกัน แต่พอถูกภูริชย้อนเอาอย่างเจ็บแสบก็โมโหตบโต๊ะปังแล้วลุกจากโต๊ะไปจนเดวิดต้องขอโทษที่ลูกชายตนเจ้าอารมณ์ขอทุกคนอย่าถือสา แต่บรรยากาศก็กร่อยไปแล้ว

ooooooo

หลังทานอาหาร เอวาพาพสุกับภูริชเดินชมรอบบ้าน พสุเลียบเคียงถามจนรู้ว่า เอวามีคุณแม่และพี่สาวอีกคน ตอนนี้คุณแม่ไปปฏิบัติธรรม ส่วนพี่สาวไปธุระให้คุณพ่อที่ต่างประเทศอีกไม่กี่วันก็จะกลับแล้ว

พสุฟังอย่างเก็บข้อมูล และขอเดินเล่นดูรอบบ้าน เมื่อเอวาอนุญาต พสุเดินแยกไป เอวาถามเหน็บภูริชว่าไม่ตามลูกพี่ไปหรือ ภูริชทำอ้อยอิ่งบอกว่า “ผมชอบเที่ยวแบบมีไกด์นำมากกว่า...พาชมต่อได้เลยครับ”

เอวาสะบัดค้อนใส่แล้วเดินนำไป ภูริชเดินตามไปคึกๆ ประสาคนขี้เล่นชอบยั่ว

ส่วนเดวิดพาคมเดชไปเข้าห้องพัก พูดออกตัวว่าห้องคับแคบไปหน่อย คมเดชมองไปรอบห้องบอกว่าอย่างนี้ไม่เรียกว่าแคบแล้ว เดวิดยิ้มให้บอกว่ามีอะไรเรียกใช้พวกแม่บ้านได้เลย ตนสั่งไว้แล้วว่าให้ดูแลให้เต็มที่ คมเดชขอบคุณอย่างซึ้งใจ เดวิดบอกว่า “รวมกันเราอยู่ครับ...ตามสบายนะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว” เดวิดออกไปแล้วปิดประตูห้องให้คมเดช

ที่ทางเดินชั้นสอง ศักดิศรเดินย่องมาตามทาง ขณะกำลังจะเอื้อมไปเปิดประตูก็ถูกพสุพรวดเข้าถึงตัวดันไปติดกำแพงถามว่า กล้ามากที่บุกมาถึงนี่ คราวนี้จะฆ่าใครอีกเดวิดหรือคมเดช ศักดิศรตอบอย่างแค้นใจว่าตนไม่ได้ฆ่า แต่ตอนนี้จะฆ่าเดวิด จะล้างแค้นมัน พริบตานั้นไฟดับทั้งตึก ศักดิศรกระแทกพสุจนกระเด็นแล้ววิ่งหลบไป พสุรีบไล่ตามทั้งที่มืดๆอย่างนั้น

ศักดิศรหลบอยู่แถวนั้น พลันก็เห็นเงาร่างใหญ่ของใครบางคนเปิดประตูเข้าไปในห้องหนึ่ง เขาคำราม “ไอ้เดวิด!” แล้วรีบตามเงาดำที่เห็นเข้าไป
เอวาเห็นไฟดับทั้งตึกเธอพูดอย่างเสียหน้าว่า “ไฟดับโชว์แขกเสียแล้ว เสียหน้าจริงๆเลย” ภูริชเลยกระเซ้าขำๆ ว่าจะมีการแสดงเซอร์ไพรส์ก็ไม่บอกด้วย

สิ้นเสียงภูริช ร่างหนึ่งก็ร่วงจากตึกตกลงมาตรงหน้าทั้งสองพอดี! เอวาตกใจร้องกรี๊ด ภูริชดึงตัวเธอไปกอดไว้อย่างปกป้อง เขาเงยหน้ามองตรงที่ร่างคนร่วงลงมา เห็นศักดิศรชะโงกมองลงมาพอดี เอวามองขึ้นไปเช่นกันแต่ไม่เห็นใครแล้ว

“นายศักดิศรอยู่ในบ้าน คุณรีบแจ้งพวกบอดี้การ์ดให้เฝ้าทางเข้าออกทั้งหมด อย่าให้ใครออกจากบ้านได้เด็ดขาด” ภูริชบอก เอวาพยักหน้าช็อกๆ รีบโทรศัพท์ลนลาน ส่วนภูริชตรงไปที่ร่างนั้นเพื่อช่วยเหลือ จึงเห็นว่า เขาคือ คมเดช!

พสุวิ่งตามหาศักดิศร ได้ยินเสียงเขาร้องโวยวาย “ปล่อยกู กูไม่ได้ทำ!” พสุมองไปเห็นบอดี้การ์ดสองคนกำลัง ล็อกตัวศักดิศรลากไป ในสายตาพสุ เขาเห็นเรนแว้บๆ แล้วหายไป เขานิ่วหน้าสงสัยว่าเรนอยู่ที่นี่ด้วยหรือ แล้ววิ่งตามไป

ooooooo

บริเวณใต้หน้าตึกที่คมเดชร่วงลงมา รถตำรวจเปิดไฟสว่างไปทั่ว ศพคมเดชถูกห่อด้วยผ้าขาวยกขึ้นรถไป ส่วนศักดิศรถูกใส่กุญแจมือ เขาดิ้นและตะโกนตลอดเวลาว่า

“ผมบอกว่าผมไม่ได้ทำไงครับคุณตำรวจ ผมโดนใส่ร้าย ไอ้เดวิดมันเป็นคนทำ...ผมได้ยินเสียงดังจากในห้อง พอเข้าไปก็เห็นหน้าต่างมันเปิดอยู่แล้ว มองลงไปก็เจอนายคมเดชนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างล่าง แล้วก็...เห็นสองคนนี้อยู่ข้างๆศพ” ศักดิศรมองไปทางภูริชกับเอวา

เอวาตวาดถามศักดิศรว่าแอบเข้ามาในบ้านตนทำไม หรือตั้งใจจะมาฆ่าแด๊ดดี้ แล้วตรงเข้าทุบตีไม่ยั้ง จนภูริชต้องบอกให้ใจเย็นๆ ขณะนั้นเองพสุเดินเข้ามาบอกตำรวจว่าตนจับผู้ต้องสงสัยได้อีกคน แล้วพาเรนที่สีหน้าเรียบเฉยเข้ามา เอวาร้องทักดีใจว่า “อ้าว...พี่เรนกลับมาแล้วหรือคะ?” ทำเอาพวกพสุอึ้ง งง เดวิดรีบเข้ามาพูดขัดขึ้นว่า

“คุณพสุหมายถึงลูกสาวคนกลางของผมเหรอครับที่เป็นผู้ต้องสงสัย” แล้วเดวิดกับอาร์มก็ตรงมาหาทุกคน เดวิดพยักหน้าให้อาร์มไปเอาตัวเรนออกจากพสุ เอวาวิ่งไปกอดเรน เรนกอดตอบหันยิ้มเย็นๆ กับพสุและภูริช เดวิดบอกทั้งสองว่า “ผมยังไม่ได้แนะนำคุณสองคนเลย นี่ลูกสาวคนกลางของผมเอง ชื่อเรนครับ”

พสุกับภูริชงงแล้วงงอีก พูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าเรนคือลูกสาวของเดวิด ส่วนเรนทำหน้าตายกับสายตางงๆ ของสองหนุ่ม

ooooooo

เมื่อตำรวจมาดูที่เกิดเหตุ ทั้งสถานที่และกล้องวงจรปิดแล้ว พูดต่อหน้าทุกคนว่าไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติม ตรวจสอบแล้วทุกอย่างตรงกับคำให้การของเดวิด

“อย่างที่ผมบอกแหละครับ ผมอยู่กับลูกสาวคนกลางของผมตลอดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ จนกระทั่งไฟดับ ทั้งผมทั้งเรนได้ยินเสียงเอวาร้อง เรนเลยอาสาออกไปดูให้ พอคุณพสุเจอเข้าก็เลยเข้าใจผิดไปกันใหญ่” เดวิดเล่าเชิงสรุปอีกครั้ง ซึ่งตำรวจที่มาต่างก็เชื่อเขาสนิท

เมื่อตำรวจกลับไปกันหมดแล้ว เดวิดยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์!

พสุกับภูริชเห็นถึงความไม่ปกติของเหตุการณ์ เมื่อเจอเรนตามลำพัง พสุถามเธอว่า ไม่คิดจะอธิบายอะไรสักหน่อยหรือ คุณเมทินี ใจเอื้อ เขาจ้องหน้าบอกเธอว่า

“ถึงทุกคนจะเข้าใจว่าศักดิศรเป็นคนฆ่านายคมเดช แต่ผมมั่นใจว่าเป็นฝีมือคุณ”

เรนโต้ว่าถึงตนจะอยู่ในที่เกิดเหตุก็ไม่ได้หมายความ ว่าตนจะเป็นคนร้าย และที่ตนต้องหลอกเขาว่าเป็นนักข่าวก็เพราะต้องการปกป้องเขาจากนายใหญ่ เพราะเดวิดรู้ว่านายใหญ่จะเก็บเขาแต่เห็นว่าเขาเป็นคนดีจึงให้ตนตามไปขัดขวางไว้ เมื่อพสุไม่เชื่อ เธอท้าว่า “ฉันคงพูดให้คุณเชื่อฉันไม่ได้ แต่ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นคนร้ายจริงๆ คุณก็หาหลักฐานมาสิคะ”

“ผมทำแน่! ผมต้องหาหลักฐานมาฉีกหน้ากากนายใหญ่ให้ได้” พสุประกาศกร้าว เรนยิ้มเยาะพูดเย้ยว่าจะเอาใจช่วย

ooooooo

ขณะที่ศักดิศรถูกตำรวจคุมตัวไปสอบสวนนั้น ตุลย์ก็จัดการเก็บศพลูกน้องของเขาอย่างไร้ร่องรอย

ภูริชกับพสุวิเคราะห์สถานการณ์ขณะนั่งรถกลับ เมื่อรู้ว่าเรนคือลูกสาวของเดวิดก็แสดงว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนของเดวิดใช่หรือไม่ แต่ยังไม่อาจสรุปได้ พสุจึงไปถามคนที่รู้ นั่นคือ ศักดิศร

ศักดิศรยืนกรานว่าตนไม่ได้ฆ่าคมเดช ตนโดนจัดฉาก แล้วเล่าว่าตนถูกเดวิดแจ้งตำรวจจับเรื่องลักลอบขนไม้จึงคิดจะเอาคืน เดวิดจึงนัดตนไปพบที่ฟิตเนส

จนเกิดเหตุการณ์ยงยุทธ์ถูกยิงตาย ตนอยู่ในห้องนั้นด้วย เมื่อเห็นตุลย์ฆ่ายงยุทธ์แล้วโดดหน้าต่างหนี เห็นพสุกับภูริชพรวดเข้ามา ตนกลัวจึงโดดหนีตามไปด้วย ศักดิศรพูดอย่างเจ็บใจว่า

“ไอ้เดวิดทำผมไว้แสบ ผมเลยตั้งใจจะล้างแค้นมัน แต่นึกไม่ถึงว่าจะโดนซ้อนแผนอีกจนได้”

หลังจากฟังศักดิศรแล้ว ภูริชกับพสุเชื่อว่าเดวิดคือนายใหญ่แต่ยังมีหลักฐานไม่พอจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้

ส่วนเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ของเดวิดนั้น ศักดิศรเล่าว่า ตนได้ยินเสียงเอวาร้องจึงโผล่หน้าต่างดูก็เห็นคมเดชตายแล้ว

ฝ่ายเดวิดก็เล่าการฆ่าคมเดชให้อาร์มกับเรนฟังว่า ตนเป็นคนชวนคมเดชขึ้นไปชมวิวบนดาดฟ้าก่อนจะผลักตกลงมาตาย พอดีศักดิศรมาที่บ้านเหตุการณ์ทุกอย่างก็
ลงตัว ทั้งยังได้เอวากับภูริชเป็นพยานปากสำคัญด้วย ช่าง เหมาะเจาะจริงๆ ทั้งหมดเป็นการวางแผนของเดวิดเพื่อจะได้ครอบครองที่ดินที่ภูสรวงได้อย่างสะอาด เรนถามว่าทำไมถึงอยากได้ที่ดินผืนนี้นัก

“ถึงเวลาแล้วจะรู้เอง” เดวิดตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาร้ายลึก

เอวาเป็นคนเดียวที่ถูกกันไว้ไม่ให้รู้เรื่องของเดวิดกับอาร์มและเรน เธอเสียใจที่หลายคนต้องตายเพราะที่ดินผืนนี้ บอกเดวิดให้เคลียร์กับพสุเสียตนจะได้ปรึกษางานกับเขาได้อย่างสบายใจ เดวิดบอกไม่ต้องไปกวนพสุอีกแล้วต่อไปนี้จะไปไหนมาไหนก็ให้ไปกับเรนและอยากรู้อะไรก็ถามเรนได้เพราะเรนช่วยงานตนมานาน เอวาแอบผิดหวังที่จะไม่ได้เจอกับภูริชอีก

พสุพยายามสืบจากเดวิดแต่ฝ่ายนั้นแพรวพราวทั้งเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิง จึงยังไม่ได้หลักฐานอะไรเพิ่ม แต่ได้รู้ว่าตุลย์คือลูกน้องของเดวิด เมื่อภูริชเดินสวนจนเกือบชนกับตุลย์ ฝ่ายนั้นหลบทำให้ภูริชเห็นสัญลักษณ์ตัว A ที่ต้นคอ ที่เขาเคยเห็นจากการต่อสู้กันครั้งหนึ่ง ภูริชสรุปอย่างมั่นใจกับพสุว่า

“ผมว่าไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว ไอ้เดวิดคือนายใหญ่แน่นอน” แล้วภูริชก็ตามไปกระชากคอเสื้อตุลย์จะเอาไปส่งตำรวจ ขณะกำลังวุ่นวาย เรนก็มาขวางสั่งให้ปล่อยคนสนิทของตนเดี๋ยวนี้ ถ้ามีปัญหาอะไรให้มาเคลียร์ กับตน ทำให้ภูริชต้องปล่อยตุลย์ไปอย่างหัวเสีย

ตุลย์ขอโทษเรนที่ตนไม่ทันระวังทำให้ภูริชกับพสุเห็น เรนบอกว่า “ช่างมันเถอะ เดี๋ยวเรื่องก็จบแล้ว สองคนนั่นต้องการรู้ให้ได้ว่าใครคือนายใหญ่ อีกไม่นานก็จะได้รู้สมใจ” เรนยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมั่นใจ แต่ตุลย์ยังงงๆ

ooooooo

จากข่าวด่วนข่าวใหญ่ของทิชาแจ้งว่าตำรวจไปค้นบ้านศักดิศรได้หลักฐานว่านายศักดิศรคือนายใหญ่ ทำให้พสุกับภูริชที่เชื่อว่าเดวิดเป็นนายใหญ่ลังเลขึ้นมาคิดว่าพวกตนอาจถูกศักดิศรให้ข้อมูลหลอก

เวลาเดียวกันเรนก็รายงานเดวิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เดวิดพอใจมากบอกว่าต่อไปนี้ไม่มีนายใหญ่อีกแล้ว สั่งทุกคนให้เลิกเรียกตนว่านายใหญ่ ตุลย์จึงเข้าใจว่า

ที่เดวิดเก็บศักดิศรไว้เพื่ออุปโลกน์เป็นนายใหญ่นั่นเอง แล้วเดวิดก็สั่งตุลย์ให้ติดตามจับตาการเคลื่อนไหวของพสุทุกฝีก้าว

จากนั้นไม่นาน ตุลย์ก็รู้จากที่ได้ยินภูริชและพสุคุยกันว่าศักดิศรซ่อนหลักฐานเอาผิดกับเดวิดไว้บนฝ้าเพดานห้องน้ำ ชวนกันรีบไปเอา ตุลย์โทร.แจ้งเรนทันที เรนบอกว่าตนจำบ้านศักดิศรได้ จากตรงที่ตนอยู่เชื่อว่าต้องไปถึงก่อนพสุกับภูริชแน่

เรนไปเอาเอกสารที่ซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานห้องน้ำได้ก่อนแต่พอเอาแผ่นซีดีไปเปิดกลายเป็นซีดีธรรมะ พสุกับภูริชสะใจมากที่ซ้อนแผนเรนสำเร็จ ส่วนพสุกับภูริชก็ดีใจที่ไปเอาซองเอกสารมาได้ก่อน แต่พอเปิดดูมีแต่กล่องซีดีเปล่า

ภูริชคิดว่าถูกศักดิศรหลอก พสุถามว่าถ้าเราถูกหลอกแล้วหลักฐานของจริงล่ะอยู่ที่ใคร?!

ทิชาค้นประวัติครอบครัวของเดวิด พบว่าเขาทำธุรกิจทั้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มทำเมื่อ 26 ปีก่อน ครอบครัวเขามีลูก 3 คน อาร์มเป็นลูกติดภรรยาฝรั่งคนแรก เอวาเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเกิดกับภรรยาคนที่สองเป็นคนไทย จุรีจันทร์ที่เป็นแม่ของเอวาเป็นคนธรรมะธัมโม แต่งงานกับเดวิดเมื่อ 26 ปีก่อน แต่ไม่มีข้อมูลของเรนเลย ภาคินเสนอให้ภูริชไปสืบจากเอวาเพราะเห็นสนิทกัน

แต่พอภูริชไปหาข้อมูลกับเอวา กลับทะเลาะกันเพราะเธอโกรธมากที่ภูริชตำหนิเดวิดว่าเป็นคนโหดเหี้ยม ทำตัวเป็นพ่อพระบังหน้าที่แท้ก็ซาตาน พอภูริชกลับไปก็ถูกพสุตำหนิว่าให้ไปสืบข้อมูลกลับไปชวนเขาทะเลาะ บ่นว่าภูริชอาจพูดแรงไปเพราะพ่อใครใครก็รัก ย้ำว่า

“ที่สำคัญถ้าเกิดคุณเอวาเขาไม่รู้เรื่องเบื้องหลังความชั่วของพ่อเขาเลย แกจะว่ายังไง”

“ยัยนั่นอาจจะเล่นละครเก่งก็ได้” ภูริชยังไม่เชื่อและทำเป็นไม่สนใจอีก

ooooooo

หัวใจปฐพี

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด