นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังได้รับความช่วยเหลือจากวริสาจนพ้นขีดอันตราย ชยินขอบคุณหมอสาวและแสดงความเสียใจเรื่องพ่อของเธอที่ถูกฆ่าตาย ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่วริสาบอกว่าตำรวจยืนยันว่าลูกน้องของลาชิเป็นคนยิง

    วริสายังทำใจเรื่องพ่อไม่ได้ เธอร้องไห้อย่างหนักเพราะชีวิตไม่เหลือใครอีกแล้ว ชยินเห็นใจและสงสารปลุกปลอบเธอให้คลายเศร้า จากนั้นสองคนก็ได้พูดคุยกันมากขึ้น ทำให้วริสารู้ว่าชยินไม่ใช่คนป่าเถื่อน แต่มีวิชาความรู้เป็นถึงนักเรียนนอก

    “คุณจบเมืองนอกเลยเหรอ แล้วทำไมถึงไปสู้รบอยู่แถวแนวชายแดนแบบนั้น มันไม่น่าใช่วิถีชีวิตนักเรียนนอกเลย”

    “ผมเลือกเกิดไม่ได้ ผมต้องต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดของผม”

    “แม้ว่าสุดท้ายคุณจะมีสภาพแบบนี้น่ะเหรอ”

    “คุณไม่มีวันเข้าใจหรอกหมอ เพราะว่าคุณเกิดในประเทศไทย ประเทศที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร และมีพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ ผมอิจฉาประเทศคุณ อยากให้ประเทศผมเป็นอย่างประเทศไทย แต่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของไทยไม่มีใครที่จะเหมือนได้”

    วริสาฟังแล้วรู้สึกภูมิใจในประเทศไทยเหลือเกิน ขณะที่ชยินอยู่ๆก็นึกถึงนภัสชลขึ้นมา ถามวริสาว่าหมอภัสหายไปไหน ตอนที่หนีออกจากตึกร้างทำไมหมอไม่ขึ้นรถมาด้วย

    ทันทีที่ได้ยินวริสาเล่าว่าลาชิตามมาทัน นภัสชลจึงให้ตนพาเขาหนีไปก่อน ชยินร้อนใจแทบลืมความเจ็บปวดตามร่างกาย หยิบโทรศัพท์มือถือในเป้ของตนออกมาเพื่อโทร.หานภัสชล แต่วริสายื้อยุดไม่ยินยอม เพราะถ้าเขาโทร.ไป เราทุกคนจะเดือดร้อนกันหมด

    “ช่างมันสิ ผมห่วงชีวิตหมอภัส ปล่อยมือผม”

    ชยินกับวริสายื้อแย่งโทรศัพท์มือถือจนล้มลงไปบนเตียงด้วยกัน วริสาคว้าโทรศัพท์มาได้แล้ววิ่งหนีออกจากห้อง ชยินตัดสินใจดึงเข็มน้ำเกลือออกจากหลังมือ เดินกะเผลกตามมาตะเบ็งเสียงด้วยสีหน้าดุดัน

    “คืนโทรศัพท์ผมมา ผมจะโทร.หาหมอภัส”

    “เชื่อฉันสิว่าภัสไม่เป็นอะไรหรอก”

    “บอกให้เอาคืนมา”

    “ตอนที่ฉันขับรถพาคุณหนีออกมาจากตึกร้าง สวนกับรถตำรวจที่ยกโขยงกันไป ไอ้ลาชิไม่มีทางทำอะไรภัสได้หรอก...ภัสเป็นลูกสาวทูตนะ ไม่ใช่ลูกสาวนายหน้าค้าอาวุธอย่างฉัน แถมมีนายทหารอย่างผู้กองภูริชคอยตามดูแล ภัสไม่มีทางเป็นอะไรได้หรอก”

    ชยินไม่ฟัง แย่งโทรศัพท์คืนมาจนได้ โดยไม่สนว่าตนจะทำให้วริสาล้มก้นจ้ำเบ้าเจ็บตัว

    “กดโทร.ไปเลย...ถ้าตอนนี้ภัสอยู่ในมือตำรวจแล้วคุณโทร.ไปล่ะก็...ตำรวจคงมีหลักฐานเด็ดว่าภัสช่วยผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ชีวิตภัสพังเพราะคุณแน่ รวมทั้งฉันด้วย ที่ให้ที่พักพิงกับคุณ”

    ได้ผล! ชยินหยุดชะงักและเปลี่ยนใจไม่โทร. เขาจะเข้าไปพยุงวริสาลุกขึ้น แต่เธอตวาดแว้ดว่าไม่ต้อง แล้วลุกเดินหนีไปด้วยความไม่พอใจ

    ooooooo

    ทางด้านภูริชกับหมวดจอห์นที่พานภัสชลออกจากสถานีตำรวจกลับมายังบ้านของเธอ ปรากฏว่า ขณะนั้นที่บ้านมีทหารในเครื่องแบบหลายนายมารออยู่

    ทหารได้รับคำสั่งให้มารับนภัสชลไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย นภัสชลไม่อยากไป แต่ภูริชก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้นภัสชลต้องพูดความจริงเรื่องชยินและลาชิ

    ภูริชเป็นห่วงนภัสชล พยายามติดต่อนายพลอนุชิตเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เวลานั้นท่านนายพลไปราชการต่างประเทศจึงติดต่อไม่ได้...

    นภัสชลถูกนำตัวมาที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ท่าทางเธอเครียดมาก คาดไม่ถึงว่าการกระทำของตนจะทำให้เรื่องราวบานปลายถึงขนาดนี้

    เธอถูกส่งเข้าห้องสอบสวนและตอบคำถามอย่างประหยัดถ้อยคำมากที่สุดโดยตัดวริสาออกไปเพื่อไม่ให้เพื่อนเดือดร้อน

    “ตอนที่ฉันไปถึงตึกร้าง ก็เจอนายชยินรออยู่ เขาบาดเจ็บจากการถูกยิงสามนัด ที่คอ ที่สีข้าง แล้วก็ที่ขา ฉันรีบห้ามเลือดทำแผลให้เขา แต่อยู่ๆนายลาชิก็โผล่มา พยายามจะฆ่านายชยินอีก ทั้งสองก็เลยสู้กันอีก ชยินส่งปืนให้ฉันไว้ป้องกันตัว แต่พอมีเสียงรถตำรวจดังมาแต่ไกล ทั้งสองคนก็รีบหนีไป”

    ในขณะที่นภัสชลถูกสอบเครียดอยู่นั้น...ภูริชอยู่กับสมาชิกหน่วยกระทิงทั้งเจ็ดของตนในค่ายทหารอีกแห่ง เขากินอะไรไม่ลงตั้งแต่หัวค่ำจนดึก รอฟังข่าวนภัสชลอย่างกระวนกระวายใจ

    หมวดจอห์นซื้ออาหารมาให้ คะยั้นคะยอเท่าไหร่ภูริชก็บอกว่ากินไม่ลงจริงๆ ไม่รู้ว่าป่านนี้หมอภัสได้กินอะไรหรือยัง

    “ทางโน้นคงดูแลคุณหมออย่างดี ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ แล้วนี่ยังไม่มีข่าวอะไรอีกเหรอครับ”

    ภูริชส่ายหน้า ถอนใจหนักหน่วง...พลันเสียงโทรศัพท์มือถือเขาดัง ก้มดูหน้าจอเห็นเบอร์นายพลอนุชิตก็รีบกดรับทันที

    “สวัสดีครับท่าน ขอโทษครับที่ผมโทร.ไปรบกวนหลายครั้ง...ผมมีเรื่อง...ท่านทราบแล้วเหรอครับว่าเป็นเรื่องคุณหมอภัส แล้วตอนนี้บอกได้ไหมครับคุณหมอถูกส่งตัวไปไหน...ครับๆ ถ้าอยู่ที่นั่นผมก็ค่อยสบายใจหน่อย”

    หมวดจอห์นยืนฟังอยู่ข้างๆ ได้ยินอย่างนั้นก็เบาใจ...ฟังภูริชพูดกับผู้บังคับบัญชาต่อไป

    “เป็นความบกพร่องในหน้าที่ของผมเองครับ ที่หละหลวมปล่อยให้คุณหมอแอบไปหานายชยินได้ แต่ที่คุณหมอไปก็เพื่อจะไปช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของนายชยินในฐานะที่เป็นหมอ ตามที่ให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ไม่ได้มีเรื่องการเมืองหรือเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง เชื่อสิครับท่าน ผมเชื่อใจว่าคุณหมอพูดความจริง ท่านครับ ผม...”

    ภูริชกำลังจะขออนุญาตไปเยี่ยมนภัสชล แต่นายพลอนุชิตชิงพูดบางอย่างมาเสียก่อน ภูริชชะงักไปนิด ก่อนจะอุทานออกมา

    “อะไรนะครับท่าน...ให้หน่วยกระทิงไปช่วยภารกิจด่วนที่เมืองกาญจน์”

    ภูริชอึ้งงัน ทำไมภารกิจต้องมาในเวลานี้ที่นภัสชลกำลังมีเรื่อง แต่ด้วยหน้าที่เขาก็พร้อมรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาที่มอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจในค่ำคืนนี้เลย

    ใช้เวลาไม่นานนัก ภูริชและลูกทีมหน่วยกระทิงทั้งหมดก็อยู่ในชุดพร้อมปฏิบัติภารกิจ แต่เพราะความเป็นห่วงนภัสชลเป็นอันมาก ภูริชตัดสินใจแวะไปที่ค่ายทหารที่นภัสชลถูกพามาสอบปากคำ โดยมีสมาชิกหน่วยกระทิงทั้งเจ็ดนายเดินทางมาด้วย

    ทหารประจำค่ายแห่งนี้เดินนำภูริชมายังห้องสอบสวน บอกว่าคุณหมอกำลังคุยอยู่ในห้องนี้

    “ผมขอพบหมอหน่อยได้ไหมครับ”

    “ผมได้รับคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ใครพบคุณหมอเด็ดขาดครับจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น”

    “คิดว่าการสอบสวนจะเสร็จเมื่อไหร่ครับ”

    “คงบอกไม่ได้หรอกครับผู้กอง ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณหมอเองว่าจะเล่าหมดทุกเรื่องรึเปล่า หรือปิดบังอะไรเอาไว้”

    “ถ้าอย่างงั้นผมควรจะได้รับอนุญาตให้พบคุณหมออย่างยิ่งครับ ผมจะได้ช่วยให้ความมั่นใจคุณหมอว่าอย่ากลัวที่จะเล่าความจริงทั้งหมด...ผมกำลังจะออกไปปฏิบัติภารกิจด่วนที่พื้นที่ในต่างจังหวัด ให้ผมได้เจอคุณหมอสักครั้งก่อนไปเถอะครับ”

    “ผมอนุญาตไม่ได้จริงๆครับ ขอโทษด้วยครับ”

    “ผมเข้าใจครับ”

    ภูริชกลับออกมาด้วยความผิดหวัง ภาวนาให้นภัสชลพูดความจริง...แล้วตนจะรีบกลับมา

    ooooooo

    ดึกคืนเดียวกันที่บ้านวริสา...ชยินนั่งมองโทรศัพท์มือถือรอคอยการติดต่อจากนภัสชล เขาเป็นห่วงเธอเหลือเกิน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง

    วริสาเข้ามาในห้องพร้อมโทรศัพท์มือถือของตน นั่งลงข้างเขาแล้วอดแขวะไม่ได้ว่า จะมองโทรศัพท์ให้ทะลุทะลวงไปถึงนภัสชลเลยหรือไง

    “ถ้าไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหมอ หมอภัสก็น่าจะโทร.มาหาผมหรือไม่ก็โทร.หาคุณบ้าง”

    “เมื่อกี้ฉันเข้าโซเชียลดูข่าวในรอบวัน ก็ไม่เห็นมีข่าวอะไรเกี่ยวกับหมอภัสลูกสาวท่านทูตเลยนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นร้ายแรงกับภัส มันต้องมีข่าวแล้ว เพราะยัยภัสเป็นลูกสาวทูต ไม่ใช่...”

    “ลูกสาวนายหน้าค้าอาวุธอย่างคุณ” ชยินแย่งพูด วริสาเลยอ้าปากค้าง ชักสีหน้าไม่พอใจ “คุณพูดเปรียบเทียบตัวเองกับหมอภัสสองครั้งแล้วนะครับ ทำไมครับ”

    “ก็มันเรื่องจริง”

    “คนเราไม่ว่าจะเกิดจากพ่อแม่คนไหน คุณค่าก็อยู่ที่เราทำตัวเองนะครับ สำหรับผม คุณเองก็มีคุณค่าในตัวคุณเอง แบบที่เป็นตัวเอง...แบบที่เป็นตัวคุณ และผมจะไม่มีวันลืมว่าคุณช่วยผมเอาไว้ คุณเป็นผู้หญิงที่แสนดีสำหรับผม”

    ชยินจับมือเธอเพื่อส่งกำลังใจ วริสาสบตาเขานิ่ง รู้สึกตกหลุมรักผู้ชายคนนี้เข้าอย่างจัง...ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนพูดแบบนี้กับตน
    หญิงสาวค่อยๆดึงมือกลับแล้วจะกดโทรศัพท์

    ชยินถามทันทีว่าจะโทร.ไปไหน

    “คุณอยากรู้เรื่องภัส ฉันก็จะโทร.ไปหาคนที่จะให้คำตอบเรื่องภัสกับคุณได้ไงคะ”

    วริสาโทร.หาภูริชเพื่อสอบถามถึงนภัสชล แต่ภูริชเลือกที่จะปกปิดความจริงว่านภัสชลถูกทหารควบคุมตัวไว้สอบสวนเรื่องลาชิกับชยิน แต่พูดความจริงเรื่องที่ตนกำลังไปปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน โดยตอนนี้ให้คนอื่นดูแลนภัสชลแทน

    ชยินไม่ค่อยเชื่อในคำตอบของภูริช แต่อย่างน้อยก็เบาใจได้บ้าง ภาวนาให้นภัสชลไม่เป็นอะไรอย่างที่ภูริชบอก...แต่ความจริงแล้วเวลานั้นนภัสชลยังคงถูกสอบสวนไม่เลิก แม้ผ่านไปดึกดื่นเธอก็ไม่ยอมปริปากพาดพิงถึงชยินกับวริสา แต่ทหารไม่เชื่อเพราะในที่เกิดเหตุมีรอยเลือดจำนวนมาก ที่นภัสชลบอกว่าชยินถูกลาชิ

    ยิงสามนัด เขาบาดเจ็บขนาดนั้นไม่น่าหนีไปคนเดียวได้ ต้องมีคนพาหนีอย่างแน่นอน

    ในเมื่อนภัสชลไม่พูดความจริง ทหารจึงต้องควบคุมตัวเธอไว้ไม่ยอมให้กลับบ้าน นภัสชลไม่พอใจ ถามหาผู้กองภูริช ก่อนจะได้คำตอบที่ทำให้ใจหล่นวูบว่าเขาไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างจังหวัด

    หน่วยกระทิงของภูริชปฏิบัติภารกิจร่วมกับทหารในพื้นที่ตามล่ากลุ่มคนร้ายที่ซ่องสุมอาวุธสงครามร้ายแรงเพื่อก่อการร้ายบางอย่างแล้วหนีการจับกุมเข้ามาอยู่ในป่าเมืองกาญจน์ กว่าจะสำเร็จลงได้ก็เกือบสว่าง ภูริชเป็นห่วงนภัสชลมาก พอเสร็จภารกิจก็โทร.ไปถามข่าวคราว

    จากแม่บ้าน เมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้กลับมานอนที่บ้านก็ยิ่งเป็นห่วง เร่งรีบเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯพร้อมลูกทีมของตน

    เช้าขึ้น ชนะกับพิมพ์วรีย์มาที่บ้านนภัสชล ตั้งใจมาพบคนรักของตนแต่ต้องผิดหวังด้วยกันทั้งคู่ ชนะจึงโทร.ไปถามวริสาก่อนจะตามไปพบเมื่อรู้ว่าเธอมารับศพพ่อที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีพิมพ์วรีย์ติดสอยห้อยตามมาด้วย

    “นายมีเรื่องอะไรจะปรึกษาฉัน ก็รีบๆพูดมาชนะ เดี๋ยวศพพ่อฉันออกมาแล้ว ฉันต้องรีบเอาไปที่วัด”

    “ภัสหายตัวไปจากบ้าน”

    “ริชก็หายไปด้วย”

    “เขาก็คงหายไปอยู่ด้วยกันนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก”

    “หายไปอยู่ด้วยกันเนี่ยนะ ไม่ต้องห่วง”

    “คุณยังไม่ชินอีกเหรอคะ ภัสกับผู้กองภูริชเหมือนแม่เหล็กที่คอยดึงกันและกันให้เข้าหากันตลอดเวลา ตั้งแต่กลับมาจากชายแดนทั้งคู่ก็ไม่เคยแยกจากกันได้นาน ต้องมีเหตุอะไรทำให้ทั้งคู่กลับมาอยู่ใกล้ๆกัน”

    พิมพ์วรีย์ฟังแล้วไม่สบอารมณ์ ท้วงชนะว่า “นี่ผู้ช่วยอะไรของคุณ พูดจาอวยคู่นั้นตลอดเลย”

    “ฉันเหรออวย ฉันไม่เคยปลื้มคู่นี้เลยนะ ฉันคอยขวางตลอด แล้วไง...เสียเวลาเปล่า”

    “แต่หนนี้ผมว่ามันแปลกๆนะ นายภูริชให้คนมาเอาเสื้อผ้าภัสที่บ้านโดยโกหกแม่บ้านว่าจะเอาไปให้ภัสที่โรงพยาบาล หลอกว่าภัสอาจจะค้างที่โรงพยาบาลนานหลายวัน ทั้งๆที่ภัสทำเรื่องลากับโรงพยาบาลไว้หลายวัน”

    ข้อมูลของชนะทำให้วริสานึกถึงคำพูดของภูริชเมื่อคืนทันที...รู้สึกเหมือนกันว่าภูริชโกหกปิดบังบางอย่างอยู่

    ooooooo

    ภูริชกลับมาขอคำตอบจากทหารที่สอบสวนนภัสชลว่าทำไมเธอถึงยังไม่ได้กลับบ้าน ทหารไม่ตอบแต่เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้ภูริชดูด้วยตาตัวเอง

    เมื่อรู้ว่านภัสชลยังไม่ยอมปริปากเรื่องชยิน ภูริชโกรธแต่ต้องข่มใจอย่างยิ่งเข้าไปเกลี้ยกล่อมเธออีกครั้ง แต่ไม่ว่าเขาจะพูดโน้มน้าวยังไง คำตอบของนภัสชลก็ยังเหมือนเดิมคือไม่รู้ไม่เห็น

    ภูริชเสียใจมากที่นภัสชลปกป้องชยิน แต่เขาจะทิ้งให้เธออยู่ที่นี่ตามลำพังไม่ได้เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเขามีส่วนผิดที่ปล่อยปละละเลยให้เธอหลุดรอดสายตาไปเจอชยินที่ตึกร้าง เขาจะหนีความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด

    นภัสชลรับรู้และเห็นใจภูริชมาก แต่เธอก็ไม่สามารถทำร้ายชยินได้ เขาโดนยิงบาดเจ็บไปขนาดนั้น อีกทั้งวริสาที่เธอดึงเข้ามา เธอก็ไม่ต้องการให้เพื่อนเดือดร้อน เพราะเพื่อนกำลังเสียใจเรื่องพ่อถูกฆ่าตาย...

    หมวดจอห์นรับรู้ว่าภูริชทุกข์ใจเรื่องนภัสชลไม่พูดความจริงแล้วนำมาบ่นให้เพื่อนๆในหน่วยกระทิงฟัง โดยไม่รู้ว่าพิมพ์วรีย์ที่กำลังหาข่าวภูริชอยู่เข้ามาแอบฟัง

    พิมพ์วรีย์ใช้สิทธิ์ความเป็นลูกสาวนายพลอนุชิตเข้านอกออกในกรมทหารสังกัดของหน่วยกระทิง เมื่อเธอได้ยินลูกทีมของภูริชคุยกันก็รีบหลบออกมาแล้วโทร.หาชนะ บอกให้รู้ว่าหมอนภัสชลถูกทหารกักตัวไว้ แต่ยังไม่รู้ว่าที่ไหน

    ชนะฟังแล้วร้อนใจมากรีบติดต่อวริสาอีกครั้ง วริสาตกใจถามชนะว่านภัสชลถูกกักตัวด้วยเรื่องอะไร ทั้งที่สังหรณ์ใจว่าจะเป็นเรื่องชยิน

    “ก็เรื่องนายชยินอะไรนี่แหละ เหมือนภัสรู้ว่าไอ้คนชื่อนี้หนีไปได้ยังไง มีใครพาหนี...อะไรประมาณนั้น แต่ภัสไม่ยอมพูด ตอนนี้ไอ้ผู้กองนั่นทำได้ก็แค่ยืนเฝ้าประตูหน้าห้องรอให้ภัสพูด แต่ช่วยอะไรภัสไม่ได้...แล้วเธอรู้จักไอ้ชยินอะไรนี่รึเปล่าลี มันเป็นใครมาจากไหน แล้วภัสไปเกี่ยวข้องอะไรกับมัน”

    “ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินชื่อ”

    “แล้วนี่จะทำยังไงดี”

    “ผู้กองภูริชอยู่ที่นั่นกับภัสด้วย ไม่ต้องห่วงหรอก เขารักภัสมาก เป็นตายยังไงเขาไม่มีวันปล่อยให้ชีวิตภัสลำบากเด็ดขาด”

    “เธอมาพูดแบบนี้ให้ฉันฟังทำไม เธอควรอยู่ฝ่ายฉัน ไม่ใช่ไอ้ภูริช”

    “แค่นี้ก่อนนะ ฉันอยู่ที่วัด กำลังเตรียมงานศพพ่อ”

    วริสาวางสายแล้วนั่งเครียด...เข้าใจดีว่าทำไมนภัสชลถึงไม่พูดความจริงเรื่องชยิน เพราะถ้าพูดไม่ใช่แค่ชยินเท่านั้นที่จะเดือดร้อน ตนเองที่ช่วยเหลือและให้ที่พักพิงชยินก็เดือดร้อนด้วยเช่นกัน

    ooooooo

    ภูริชยังคงปักหลักรอความจริงจากนภัสชลทั้งที่ร่างกายเหนื่อยล้าเต็มที กลับจากภารกิจที่ต่างจังหวัดยังไม่ได้พักสักนิดก็ต้องมาเหนื่อยใจกับความปากแข็งของนภัสชลอีก

    เขายืนอยู่หน้าห้องตั้งแต่เช้ายันเย็น ในขณะที่นภัสชลอยู่ในห้อง ยืนพิงประตูฟังความเคลื่อนไหวด้านนอก แต่เงียบกริบ...ผ่านไปจนมืดค่ำจึงส่งเสียงถามออกไป

    “ผู้กอง...คุณยังยืนอยู่เหรอ”

    ภูริชรู้สึกน้อยใจกับคำถามนั้น ตอบกลับไปว่า “ถ้าหมอยังอยู่ในห้อง ไม่ยอมพูดอะไร ผมก็ยังยืนอยู่”

    “อย่าทำอย่างนี้เลยนะ คุณไปซะเถอะ”

    “การไล่ผมไปมันช่วยอะไรหมอได้หรือไง การที่มีผมอยู่ข้างตัวคุณต่างหากที่จะช่วยคุณได้ แต่หมอก็ไม่เลือกฟังผม หมอเลือกที่จะช่วยนายชยิน”

    “ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด คุณไม่เข้าใจหรอก”

    “หมอจะทำอะไรผมไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตหมออยู่แล้ว แต่หมอไปช่วยคนที่เป็นภัยกับประเทศ ผมจะยอมอยู่เฉยได้ไง”

    “ชยินไม่ทำอะไรเลวร้ายก่อการร้ายกับประเทศเราหรอก”

    “หมอรู้ได้ยังไงว่านายชยินจะไม่ทำ หมอเชื่อใจนายนั่นมากกว่าเชื่อใจผมงั้นเหรอ มันคุ้มค่ากับอนาคตหมอแล้วเหรอที่ช่วยนายชยินขนาดนี้ จะต้องให้ผมขอร้องอ้อนวอนหมอขนาดไหน หมอถึงจะยอมพูดความจริง บอกผมมาเลย ผมจะทำ แล้วจะเอาตัวเองปกป้องหมอเองว่าหมอบริสุทธิ์ใจที่ไปช่วยนายชยิน ไม่ได้มีเจตนาจะทำผิด”

    ภูริชเงี่ยหูรอคอยคำตอบ แต่นภัสชลกลับเงียบไปอีก

    ooooooo

    วริสากลับเข้าบ้านในตอนค่ำ พบชยินตัวร้อนมีไข้เพราะแผลอักเสบจึงฉีดยาและเช็ดตัวให้เพื่อไข้จะได้ลดเร็วขึ้น

    ชยินซาบซึ้งและขอบคุณเธอจากใจจริง แล้วยังพูดให้วริสารู้สึกดีกับเขายิ่งขึ้นไปอีกว่า ตอนที่เขาลักพาตัวเธอไปเราน่าจะได้รู้จักกันและกันเร็วกว่านี้ แต่ถึงจะรู้จักวันนี้ก็ไม่สาย เพราะเขาจะจดจำเธอไว้ในใจตลอดไป

    ถ้อยคำนั้นของชยินทำให้วริสาหวั่นไหว ความรักก่อตัวขึ้นกับคนทั้งคู่และสุดจะหักห้ามใจ เขาและเธอตกเป็นของกันและกันด้วยความเต็มใจ

    เช้าขึ้นวริสาบอกชยินว่านภัสชลถูกทหารควบคุมตัวไว้คาดคั้นความจริงเรื่องเขา แต่นภัสชลไม่ยอมบอกว่าตนพาเขาหนีมา แม้ภูริชพยายามเกลี้ยกล่อมก็ไม่เป็นผล ทหารจึงไม่ยอมปล่อยตัวเธอ

    ชยินร้อนใจและไม่ยอมให้นภัสชลเดือดร้อนเพราะตนอีกต่อไป วริสาแนะนำให้ชยินกลับไปยังที่ที่เขาจากมา คิดว่าเรื่องน่าจะจบได้ เธอพูดแล้วก็ใจหาย เช่นเดียวกับชยินที่ไม่อยากจากวริสา แต่เพื่อหมอนภัสชลผู้มีพระคุณ ชยินจำต้องจากเธอไป

    สองคนกอดล่ำลากันก่อนที่วริสาจะให้เบอร์โทรศัพท์ของภูริชแก่ชยินไปด้วย...ในเวลาเดียวกันนั้นภูริชยังอยู่ในค่ายทหารที่หมอนภัสชลถูกควบคุมตัว เขาขอโอกาสคุยกับหมออีกครั้งเพื่อเกลี้ยกล่อมให้เธอพูดความจริงเรื่องชยิน แต่ไม่ทันจะเริ่มต้นนภัสชลก็เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน

    นภัสชลไม่หลับไม่นอนและไม่ยอมกินอาหารหลายมื้อ ส่งผลให้ร่างกายทนไม่ไหว ภูริชอุ้มเธอในสภาพหมดสติไปที่ห้องพยาบาล เธออ่อนเพลียมากถึงขนาดต้องให้น้ำเกลือ หลังจากนั้นหลับเป็นตาย รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าวันถัดมา แล้วพบว่าภูริชยังอยู่ในชุดเดิม

    นภัสชลรู้สึกผิดมากที่ทำให้ภูริชต้องลำบากเพราะตน แต่เธอไม่รู้จะทำยังไง นอกจากเอ่ยปากไล่เขากลับไปพักผ่อน ดีกว่ามานั่งเฝ้าตนทั้งคืนแบบนี้

    “นี่คงเป็นคำพูดขอบคุณผมของหมอสินะ”

    “ก็แล้วทำไมคุณไม่คิดว่าที่ฉันพูดแบบนี้เพราะฉันเป็นห่วงคุณล่ะ”

    “ก่อนจะมาห่วงผม ห่วงตัวเองก่อนดีไหมครับ คุณเป็นหมอยังไง ไม่ดูแลตัวเอง ไม่กินข้าวกินปลา ไม่หลับไม่นอน ไม่เอาอะไรสักอย่างเพียงเพื่อจะปกป้องนายชยิน”

    “หยุดสอนฉัน สิ่งที่ฉันทำมันกลั่นกรองออกมาจากสมองฉันแล้ว”

    “มันออกมาจากสมองคุณ แต่ไม่ได้ผ่านหัวใจคุณใช่มั้ย คุณถึงพูดแบบไม่แคร์ความรู้สึกผมบ้างเลย”

    “ฉันทำร้ายความรู้สึกคุณมากเหรอผู้กอง”

    “ใช่ครับคุณหมอ คำพูดคุณมันยิ่งกว่ากระสุนร้อยนัดที่ยิงเข้าอกผม”

    “ถ้าอยู่ใกล้ฉันแล้วทำให้ชีวิตผู้กองยุ่งยาก ไม่มีความสุข ผู้กองจะอยู่ทำไม ประตูอยู่นั่นไง แค่ผู้กองหันหลังแล้วเดินออกไป จากนั้นก็ลืมฉันซะ”

    ภูริชอึ้ง เส้นเยื่อใยที่เขาพยายามถนอมไว้ขาดผึงทันที...ตอนนี้ศักดิ์ศรีขึ้นมาอยู่เหนือความรักแล้ว เขาหันหลังเดินออกไป ทิ้งให้นภัสชลนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่ในห้องนั้น...

    กลับออกมาได้ครู่เดียว ภูริชรับสายจากชยินที่โทร.มาบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ แต่อยู่ที่ชายแดน โดยมีภาพเป็นหลักฐานยืนยันคำพูด ชยินยืนยันว่านภัสชลไม่ได้ช่วยเหลือให้ตนหนีแต่เธอมาที่ตึกร้างเพื่อทำแผลให้เท่านั้น

    หลังจากชยินตัดสายไปแล้ว ภูริชบอกเล่าให้ทหารฟังและขอให้ปล่อยตัวนภัสชล โดยเอาตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นประกัน ทหารจึงยอมให้หมอกลับบ้านได้

    ภูริชโทร.ตามชนะมารับนภัสชล ก่อนจะโทร.คุยกับนายพลอนุชิตว่าตนขอถอนตัวจากหน้าที่ดูแลนภัสชลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะทัศนคติของเราสองคนไม่ตรงกัน เราควรจะต่างคนต่างอยู่...

    ชนะดีใจมากที่ได้พานภัสชลกลับบ้าน เขาพยายามเอาใจแล้วจะล่วงเกินเธอ แต่เธอขัดขืนและตำหนิเขาหลายคำ ทำให้ชนะโกรธมาก ตอบโต้และพาลพูดถึงภูริชในทางเสื่อมเสีย ก่อนจะลั่นวาจาตัดขาดไม่ขอหวนกลับมาง้องอนเธออีก

    เวลาเดียวกัน พิมพ์วรีย์ซึ่งรู้ว่าภูริชถอนตัวจากการดูแลนภัสชลก็รีบมาทำคะแนนเพื่อเอาชนะใจเขา แต่หญิงสาวก็ต้องพบกับความผิดหวัง โดนภูริชกล่าวตัดรอนด้วยเหตุผลที่ทำให้เธอเสียใจถึงกับร้องไห้อย่างไม่อายใคร

    “ต่อให้ผมโกรธหรือเกลียดหมอภัสแค่ไหน ผมก็ไม่มีทางลืมหมอได้ครับ คนที่อยู่ในใจผมคือหมอ และตอนนี้หมอเหมือนแผลเป็นที่ติดอยู่ในหัวใจผม ผมไม่รู้จะเอาออกยังไง...ผมเสียใจครับ ผมคงไม่มีทางรักใครได้อีกแล้ว”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์