นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันเดียวกันนี้ พิมพ์วรีย์ซึ่งเข้าใจว่านภัสชลยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลทำทีมาเยี่ยมด้วยหวังว่าจะได้เจอภูริช แต่เมื่อรู้ว่านภัสชลไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอลางานสองสามวัน พิมพ์วรีย์ยิ่งหงุดหงิด รีบโทร.หาภูริชหลายครั้งแต่เขาไม่รับสาย

    จังหวะนี้เองวริสาเดินผ่านมาได้ยิน เสนอตัวว่าตนรู้จักบ้านหมอนภัสชล พิมพ์วรีย์ตาวาวหันมาสนใจวริสาทันที

    “หมอนภัสชลอยู่ที่บ้านเหรอคะ”

    “อยู่หรือไม่อยู่ คุณไปดูเอาเองดีกว่านะคะ แต่ฉันมั่นใจว่าต้องอยู่ที่บ้านนั่นแหละ แล้วก็อยู่กับคนที่คุณกำลังตามหาอยู่...ผู้กองภูริช”

    ถูกจี้โดนใจดำ พิมพ์วรีย์ตาขวางใส่ แต่แล้วฉุกคิดถามผู้หญิงตรงหน้าว่าเป็นอะไรกับหมอนภัสชล ทำไมถึงหวังดีมาบอกตน

    “ก็เพราะฉันไม่ชอบผู้หญิงขี้อ่อย แจกอ้อยผู้ชายหลายๆคนไงคะ”

    “คุณหมายความว่าหมอภัสมีแฟนอยู่แล้วยังมายุ่งกับริชเหรอคะ”

    “ใช่เลย แล้วแฟนหมอภัสก็เป็นเพื่อนของฉันเอง เขาชื่อชนะ”

    “งั้นคุณมีไลน์ใช่ไหมคะ แอดเฟรนด์ฉันมาด่วนเลย แล้วบอกแผนที่บ้านนังหมอนั่นมาเลยค่ะ”

    วริสาพยักหน้ารับ ยิ้มกริ่มอย่างสมใจ

    ooooooo

    ชนะอยู่ที่บ้านนภัสชล กำลังหัวเสียกับกฎ ระเบียบการเข้าพบนภัสชลที่มีทั้งตำรวจทหารเฝ้าหน้าบ้านเต็มไปหมด

    “นี่มันบ้านหรือคุก กว่าจะผ่านเข้ามาได้ต้องเจอด่านตำรวจถามยุบถามยิบ ตรวจค้นรถยังกับผมเป็นพวกค้ายา หน้าตาผมนี่เหมือนพวกนั้นหรือไง”

    ชนะถามแม่บ้าน แต่ป้าไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วเดินเลี่ยงไป แต่คนที่ตอบกลับเป็นภูริชที่เพิ่งปรากฏตัว

    “ตำรวจเขาต้องทำตามหน้าที่ครับ”

    ชนะชักสีหน้าไม่พอใจ เดินปรี่เข้าไปมองภูริชหัวจดเท้า “แล้วคุณมีหน้าที่อะไร เข้ามาอยู่ในบ้านภัสแบบนี้”

    “ผมก็ต้องมาทำตามหน้าที่ของผมเหมือนกันครับ”

    “การเอาหน้าที่มาอ้างมันดูเท่ดีนะ ทั้งๆที่มันเป็นความอยากส่วนตัวของคุณที่อยากตามตื๊อผู้หญิงที่เขาไม่สน คุณแล้ว”

    “คุณว่าอะไรนะ” ภูริชเสียงแข็งไม่พอใจ

    “พูดความจริงเข้าหน่อยทำเป็นไม่ได้ยิน ผมว่านะ... คุณกลับไปใส่เครื่องแบบแล้วถือปืนไปรักษาชายแดนโน่นไป ชายแดนมันเหมาะกับคุณมากกว่าในเมือง ไหนๆผมก็เสียภาษีเยอะแล้ว ช่วยทำงานให้มันคุ้มค่าภาษีของผมหน่อย”

    ภูริชสุดจะทนให้ยืนดูถูก จับมือชนะแล้วบิดล็อกจนเขาร้องลั่นด้วยความเจ็บ

    “โอ๊ย!จะรังแกประชาชนรึไง”

    “ออกไป” ภูริชตวาดแล้วกระชากชนะออกนอกบ้าน

    “จะลากไปไหน ปล่อยนะ จะซ้อมกันหรือไง นี่เหรอทหาร ป่าเถื่อนที่สุด”

    “ถ้าการกระทำของผมเรียกว่าป่าเถื่อน คำพูดคำจาที่ออกจากปากเศรษฐีใส่สูทอย่างคุณมันเหนือกว่าคำว่าต่ำ เถื่อน ไร้สมองตรงไหน”

    “นี่ด่าผมว่าไร้สมองเหรอ”

    “หุบปาก! แล้วไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหว”

    “คนที่ต้องไปคือคุณต่างหาก ภัสคืนดีกับผมแล้ว เรากำลังกลับมารักกันใหม่ อย่ามาทำตัวเป็นก้างเที่ยวขวางคอประชาชนที่เสียภาษีเป็นเงินเดือนให้คุณจะดีกว่า”

    “คิดว่าเงินคุณใหญ่มากนักหรือไง ถ้าคนอย่างผมอยากทำงานแลกเงินเดือน ผมคงไม่มาเป็นทหาร”

    “ไม่เอาน่า อย่ามาพูดว่าที่มาเป็นทหารเพราะรักชาติ เดี๋ยวผมจะซึ้งน้ำตาไหลตายซะเปล่า ฮ่ะๆๆ”

    เสียงหัวเราะนั้นทำให้ภูริชหมดความอดทนในบัดดล ซัดหมัดใส่ชนะครึ่งปากครึ่งจมูกเปรี้ยงเดียวคว่ำลงไปนั่งมึนกับพื้น นภัสชลอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จลงมาเห็นพอดี วิ่งถลาไปประคองชนะพลางหันมาต่อว่าภูริช

    “คุณต่อยเขาทำไม”

    ภูริชไม่ตอบ กำหมัดแน่นเจ็บใจ ชนะจับปากและจมูกตัวเองแล้วเห็นเลือดติดมือก็ตกใจแหกปากลั่น นภัสชลปลอบว่าเลือดกำเดา ให้เขาเงยหน้าไว้เดี๋ยวตนจะห้ามเลือดให้

    ชนะโดนภูริชต่อยจนเลือดกำเดาทะลักแต่ก็คิดว่าคุ้มเพราะทำให้เขาได้ใกล้ชิดนภัสชลชนิดถึงเนื้อถึงตัว ในช่วงที่เธอช่วยห้ามเลือด แล้วถือโอกาสนี้ปากหวานออดอ้อนเธอเหมือนตอนเป็นแฟนกัน

    นภัสชลหวนนึกถึงคืนวันที่เคยหวานชื่นแล้วเคลิ้มไปเหมือนกัน เกือบจะโดนชนะจูบปากถ้าภูริชไม่เข้ามากระชากเขาออกห่างเสียก่อน
    ชนะไม่พอใจอย่างแรง ตวาดใส่ภูริชว่ามายุ่งอะไรด้วย

    “ในฐานะที่ผมมีหน้าที่ดูแลคุ้มครองหมอ ผมอนุญาตให้คุณเข้าบ้านมาพบหมอได้ แต่ไม่อนุญาตให้คุณมาทำรุ่มร่ามเลิฟซีนกับหมอแบบนี้”

    “หึงล่ะสิ จะบอกอะไรให้นะ ผมกับหมอ เราเป็น แฟนกัน จะเลิฟซีนจะทำสวีตหวานแหววอะไรกันก็ได้ หน้าอย่างคุณไม่มีสิทธิ์มาเผือก”

    “ผมไม่ใช่แค่มีสิทธิ์เผือกอย่างเดียว แต่มีสิทธิ์เตะคุณออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ด้วย”

    “ไม่ต้องมาข่มขู่ เอาเลย เตะผมเลยคุณทหาร ผมจะได้แจ้งตำรวจจับคุณเข้าตะรางข้อหาทำตัวเป็นอันธพาล ใช้กำลังซ้อมประชาชน เพราะเห็นว่าตัวเองเป็นทหาร”

    “จะด่าก็ด่าที่ผมเป็นผม หยุดเอาคำว่าทหารมาพูดไม่ให้เกียรติแบบนี้ซะที”

    “ก็มันจริง จะซ้อมก็เอาเลยสิ ผมจะโทร.แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย”

    “พอเถอะ! หยุดทั้งคู่ ชนะหยุดเถอะ คุณอย่าโทร.นะคะ ส่วนผู้กอง...คุณออกไปคุยกับฉันข้างนอกหน่อย”

    ชนะคว้าแขนนภัสชลจะไม่ยอมให้ไป แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยเพราะเธอพูดเสียงแข็งให้เขารออยู่ในนี้

    เมื่อเผชิญหน้ากันตามลำพัง นภัสชลติงภูริชว่าไม่ควรยุ่งเรื่องของตนมากเกินไป ภูริชน้อยใจ ย้อนถามว่า ตนยุ่งมากเกินไปตรงไหน

    “ก็เมื่อกี้ ตอนที่ชนะ...”

    “จะจูบคุณน่ะเหรอ”

    “เขาไม่มีทางได้ทำอย่างนั้นหรอกน่า ฉันหยุดเขาได้”

    “เหรอ หมอหยุดเขาได้เหรอ หยุดตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ ตอนที่ผมเห็น หมอกำลังเคลิ้มเลยนะ”

    “ก็มันจะแปลกอะไรล่ะ ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ ในเมื่อ ฉันกับชนะก็เคยเป็นแฟนกันมาก่อน คุณไม่ควรจะไปหึง ไปทำร้ายหรือรังแกเขานะ”

    “ผมน่ะเหรอรังแกแฟนเก่าหมอ ทำไมหมอไม่คิด ว่าเขารังแกผมบ้าง”

    “ชนะไม่มีทางสู้ผู้กองภูริชหัวหน้าหน่วยกระทิงได้อยู่แล้ว เขาจะรังแกคุณได้ยังไง”

    “ก็ด้วยคำพูดของเขาไง ที่พูดถึงผมในฐานะทหาร ผมทนได้นะถ้าเขาจะด่าผมในฐานะที่ผมเป็นนายภูริชหรือไอ้ภูริชอะไรก็ได้ แต่ผมจะไม่ทนถ้าเขาเอาทหารมาด่าว่าทำงานไม่คุ้มเงินภาษีของเขา เพราะเราไม่ได้ทำงานแลกเงิน แต่เรากำลังปฏิบัติหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบด้วยเลือด ด้วยเนื้อ ด้วยชีวิต ด้วยศักดิ์ศรีของเรา ก็เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องร่วมชาติของเราได้นอนหลับอย่างสบายและตื่นอย่างมีความสุข ก็เพื่อให้ประเทศชาติที่รักของเรามีวันนี้และวันพรุ่งนี้ ถึงแม้ว่าเราทหารจะหลับอย่างลำบากและตื่นอย่างหวาดกลัว ไม่รู้ว่าวันนี้อะไรจะเกิดขึ้น และชีวิตเราจะมีวันพรุ่งนี้หรือเปล่า”

    เหตุผลของภูริชทำให้นภัสชลรู้สึกผิด...ความไม่พอใจเปลี่ยนเป็นเห็นใจอยากจะขอโทษเขา แต่แม่บ้านเข้ามาแทรกเสียก่อน บอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบนภัสชล รออยู่นอกประตูรั้ว ตำรวจจึงให้ตนมาถามว่าจะอนุญาตให้พบหรือเปล่า

    “บอกรึเปล่าว่าชื่ออะไร”

    “ชื่อหญิงวรีย์อะไรนี่แหละค่ะ”

    ชื่อนั้นทำให้นภัสชลมองภูริชตาขุ่น ความตั้งใจที่จะง้อและปลอบใจหายไปทันที เปลี่ยนมามีทิฐิเหมือนเดิม

    ขณะที่ภูริชคิดไม่ถึงว่าพิมพ์วรีย์จะมาถึงที่นี่ได้

    “เขาคงไม่ได้ตั้งใจมาเยี่ยมฉันแน่ๆ แต่มาเพราะคิดถึงคุณ...ผู้กองภูริช คุณจะอนุญาตให้เขาเข้ามาไหมล่ะ”

    ภูริชมองสีหน้าท้าทายของนภัสชลแล้วอยากจะเอาคืนบ้าง

    “คุณพิมพ์วรีย์เป็นลูกสาวของผู้บังคับบัญชาผม ถ้าผมจะไล่ให้กลับไป ก็ถือว่าผมเสียมารยาทมาก ไม่ให้เกียรติลูกสาวผู้บังคับบัญชาของตัวเอง”

    “อ๋อเหรอ ฉันเข้าใจล่ะ ป้าคะ ไปบอกให้เขาเข้ามาได้ค่ะ ผู้กองภูริชอนุญาตแล้ว” นภัสชลตวัดเสียง ประชดแล้วสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้าน

    ooooooo

    พิมพ์วรีย์เคลื่อนรถหรูเข้าไปจอดหน้าบ้าน

    ภูริชออกมารอรับทั้งที่กังวลใจ หญิงสาวลงจากรถส่งยิ้มหวานให้ แต่แล้วรอยยิ้มก็เหือดหายเมื่อได้ยินประโยคแรก ที่ภูริชทัก

    “คุณวรีย์รู้จักบ้านหมอภัสได้ยังไงครับ”

    “แหม...เจอหน้ากันแทนที่จะบอกว่าคิดถึง ก็สอบสวน ซักไซ้กันเลยเหรอคะริช นี่หญิงวรีย์นะคะ ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย งอนแล้วนะ เรารึอุตส่าห์ตามมาดูด้วยความเป็นห่วง”

    “ต้องห่วงอะไรผมครับ ผมมาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา”

    “ก็หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนี่แหละค่ะที่น่าเป็นห่วง แล้วนี่เจ้าของบ้านเป็นไงบ้างคะ เพิ่งเจอระเบิดมา เป็นอะไรมากมั้ย หญิงว่าหญิงเข้าไปเยี่ยมเขาหน่อยดีกว่า”

    พิมพ์วรีย์เดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย ไม่ฟังเสียงเรียก ของภูริชที่เกรงใจเจ้าของบ้าน

    นภัสชลจำใจต้อนรับแขกที่ไม่ได้เชื้อเชิญ “สวัสดีค่ะคุณวรีย์ มาแต่เช้าเชียว มาดูสารทุกข์สุกดิบของผู้กองเหรอคะ”

    “ชัวร์ค่ะ ฉันเป็นห่วงริชมากว่าอยู่บ้านหมอ ผู้กองจะกินอยู่ยังไง ที่นี่มีสถานการณ์ล่อแหลมหรือมีสิ่งเร้าอะไรรึเปล่า”

    ชนะจับตามองสองสาว และจับได้ว่าพิมพ์วรีย์กำลังหวงภูริชพูดแขวะนภัสชลอยู่ เลยตามน้ำทันที

    “ผมก็เป็นห่วงภัสเหมือนกันครับ มีคนแปลกหน้าเข้ามาเพ่นพ่านอยู่ในบ้านจะมาทำตัวล่อแหลมเร้าใจอะไรภัสของผมรึเปล่า”

    ชนะไม่พูดเปล่า โอบไหล่นภัสชลแสดงความเป็นเจ้าของพร้อมกับแนะนำตัวต่อพิมพ์วรีย์อย่างเป็นมิตร เพราะเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นตัวช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของภูริชกับนภัสชลร้าวฉาน จึงชวนเธออยู่กินอาหารเช้า แต่ภูริชกลับเร่งพิมพ์วรีย์ให้กลับไป อย่าอยู่เกะกะพวกเขาเลย

    พิมพ์วรีย์ไม่ยอมกลับง่ายๆแน่ เธอดึงดันอยู่ร่วมโต๊ะอาหารจนได้ และแล้วบรรยากาศก็อึมครึมชวนอึดอัด เพราะสองสาวพูดจาแขวะกันไปมา

    ขณะที่ชนะก็คอยเสี้ยม ให้ยิ่งรุนแรงบานปลายโชคดีที่โทรศัพท์มือถือภูริชดังขึ้น คนอื่นเลยสงบปาก ภูริชลุกออกไปคุยห่างๆ รับฟังหมวดจอห์นรายงานว่าได้เบาะแสลาชิกบดานอยู่ที่แคมป์คนงานก่อสร้าง

    ชาวสะลอง เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกันไปตรวจค้นเจอแรงงานเถื่อนจำนวนมากลักลอบเข้ามาทำงานผิดกฎหมาย แต่ไม่เจอลาชิ คาดว่ามันไหวตัวหนีไปได้

    “แล้วไอ้ชยินล่ะ ได้เบาะแสอะไรบ้างหรือยัง”

    “รายนั้นยิ่งไม่มีเลยครับ มันนิ่งมาก มันอาจจะหนีกลับชายแดนไปแล้วก็ได้”

    “มันยังอยู่ ผมมั่นใจว่ามันยังหลบๆซ่อนๆอยู่ในกรุงเทพฯนี่แหละ มันต้องกำลังรอเวลาทำอะไรสักอย่าง”

    “อะไรสักอย่าง มันอะไรล่ะครับหัวหน้า”

    “ผมเดาใจมันไม่ถูกหรอก แต่สังหรณ์ใจว่ามันอาจ จะเกี่ยวกับหมอภัสก็ได้”

    ในเวลาเดียวกันนั้น ลาชิกำลังหนีออกจากแคมป์คนงานจริงๆ เขาขึ้นรถกระบะของแรงงานชาวสะลองคนหนึ่งออกไปโดยไม่รู้ว่าเป็นคนของชยิน จนกระทั่งไปถึงตึกร้างห่างไกลก็เริ่มไหวตัว ใช้เชือกรัดคอแรงงานคนนั้นเกือบตาย ถ้าเขาไม่ดิ้นรนกระเสือกกระสนหนีไปจนได้

    ลาชิหวาดระแวง หันมองรอบทิศก่อนเร่งฝีเท้าเพื่อออกจากตึกร้าง แต่ช้าไป...ชยินปรากฏตัวเสียก่อน

    “ไอ้ชยิน! ฝีมือแกใช่มั้ยที่ส่งไอ้เวรนั่นไปรับฉันขึ้นรถมา”

    “แกน่าจะขอบใจมันนะ ที่พาแกหนีเจ้าหน้าที่ไทยมาได้ ไม่งั้นตอนนี้แกอาจจะไปนอนอยู่ในคุกไทยแล้วก็ได้”

    “ขอบใจมันงั้นเหรอ แกเห็นเลือดที่ติดเชือกนี่มั้ย ยังสดๆอยู่เลยนะ”

    “ไอ้สารเลว...แกฆ่ามันเหรอ นั่นเพื่อนร่วมชาติชาวสะลองเหมือนกับแกนะเว้ย”

    “ข่าวร้ายว่ะ มันเสือกไม่ตาย ดวงมันแข็งหนีไปจนได้”

    “ฉันอยากรู้ เมื่อไหร่แกจะกลับสะลองเสียที”

    “แส่มาสั่งฉัน แล้วแกล่ะกลับได้เหรอ ตอนนี้รัฐสะลองถูกรัฐบาลกลางยึดไปหมดแล้ว ไม่มีบ้านแก ไม่มีบ้านฉัน ไม่มีฐานที่มั่นของนายพลลาแปกับนายพลอาเชในตำนานอีกแล้ว และสถานะของแกกับฉันตอนนี้...เป็นแค่กองกำลังพลัดถิ่น เหมือนเจ้าไม่มีศาล เหมือนหมาจรจัดเร่ร่อนไร้บ้าน”

    “ฉันไม่ใช่หมาเร่ร่อน! หยุดเอาฉันไปรวมฝูงกับแก”

    ลาชิโกรธจัด แต่พยายามข่มใจเพื่อหาแนวร่วม “ที่ฉันอุตส่าห์ถ่อเข้ามาถึงกรุงเทพฯฉันไม่ได้อยากจะมาฟัดกับแก เราซัดกันมาจนเบื่อแล้วที่สะลอง ลองเปลี่ยนมาร่วมมือกันสักครั้งมั้ย”

    “น้ำหน้าอย่างแกคงไม่ชวนฉันร่วมมือทำเรื่องดีๆแน่”

    “ถ้าช่วยฉันเล่นงานไอ้ภูริช แกจะได้นังหมอคนสวยไปเป็นค่าเหนื่อย”

    “เดาไม่ผิดว่าต้องเป็นเรื่องนี้”

    “แล้วตกลงมั้ยล่ะ ฉันรู้นะเว้ย แกชอบนังหมอคนไทยนั่นมาก แล้วที่แกถ่อมาถึงนี่ก็เพราะอยากจะมีอะไรๆกับนังหมอ แต่นังหมอดันมีอะไรๆกับไอ้ภูริชอยู่ ถึงได้ทำตัวติดเฝ้ากันไม่ห่าง แต่แค่แกช่วยฉันจัดการไอ้ภูริชได้ แกก็จะได้มีอะไรๆกับนังหมอสมใจอยาก...สวรรค์รอแกอยู่เห็นๆ”

    “แล้วถ้าฉันไม่เล่นด้วยกับแกล่ะ”

    “แกอย่ามาหลอกถามแผนการฉันซะให้ยากเลย แต่ฉันบอกได้คำเดียว กรุงเทพฯไม่หลับแน่ถ้าลาชิอยู่”

    “แกจะมาป่วนเมืองเขาให้คนทั้งโลกสาปแช่งชาวสะลองงั้นเหรอ”

    “แกใช้คำผิดแล้ว เขาไม่เรียกว่าสาปแช่ง เรียกว่าอึ้ง ทึ่ง เสียวชาวสะลองเว้ย”

    “ฉันไม่ยอมให้แกทำอย่างงั้นแน่” ขาดคำชยินพุ่งเข้าใส่ แต่ลาชิไหวตัวกระโดดหนี

    สองหนุ่มชาวสะลองต่อสู้กันตัวต่อตัวทั้งมือเปล่าและปืน ที่สุดชยินก็พลาดท่าถูกลาชิยิงตกจากตึกร้าง แล้วลาชิก็หนีหายไปโดยมั่นใจว่าชยินไม่รอดแน่!

    ooooooo

    บรรยากาศที่บ้านนภัสชลกลับมาอึมครึมอีกครั้งหลังจากภูริชคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร

    พิมพ์วรีย์หึงหวงภูริชหนักข้อเพราะมีชนะคอยยั่วยุ ขณะที่นภัสชลก็หมั่นไส้ทั้งพิมพ์วรีย์และภูริช สองสาว จึงพูดจากระทบกระทั่งกันแรงขึ้น

    ภูริชเห็นท่าไม่ดีต้องแยกสองสาวออกจากกันด้วยการดึงพิมพ์วรีย์ออกมาหน้าบ้านแล้วขอร้องให้กลับไป

    “จะให้หญิงกลับทั้งๆที่เรื่องคาราคาซังอยู่แบบนี้เหรอคะริช ยังเคลียร์ไม่จบเลยว่ายัยหมอนั่นจะเลิกยุ่งกับริชหรือเปล่า”

    “เขาเลิกยุ่งกับผมไปแล้วครับ ผมต่างหากที่ยังไม่เลิกหวังในตัวเขา”

    “ริชคะ ทำไมคุณถึงพูดทำร้ายจิตใจหญิงแบบนี้ล่ะคะ”

    “ผมพูดความจริงครับ หัวใจผมอยู่กับหมอ ผมไม่รู้ว่าผมจะลืมหมอได้ยังไงและเมื่อไหร่ คุณวรีย์ก็ควรจะยอมรับความจริงจากผม เลิกหวังลมๆแล้งๆในตัวผมเสียทีเถอะครับ”

    “ไม่ค่ะ ในใจหญิงมีแต่คุณ หญิงลืมคุณไม่ได้หรอก...ในเมื่อริชไม่เลิกหวังในตัวหมอ หญิงก็ไม่เลิกหวังในตัวริชเหมือนกัน”

    พิมพ์วรีย์รักภูริชมากเกินกว่าจะตัดใจ สวมกอดเขาแน่น ดึงดันไม่ยอมกลับ...นภัสชลอยู่ในบ้านมองออกมาเห็นภาพบาดตา เพิ่มแรงทิฐิในใจให้มากขึ้น ชนะฉวยโอกาสนี้โอบกอดหมายจะทำคะแนนให้ตัวเอง แต่กลายเป็นโดนเธอผลักไสด้วยความไม่พอใจ

    ภูริชอ่อนใจกับความดื้อรั้นของพิมพ์วรีย์ พยายามปลดมือเธอออกพร้อมกับบอกว่าจะให้ตำรวจข้างนอกมาเชิญเธอออกไป พิมพ์วรีย์เริ่มหมดความอดทน ชี้มือไปในบ้าน

    “หญิงไปก็ได้ แต่คุณดูโน่น...ดูซะให้เต็มตา”

    ภูริชชะงักกับภาพที่ชนะพยายามกอดจูบนภัสชล แถมยังส่งสายตายิ้มเยาะมาที่ภูริชราวกับตนคือผู้ชนะ

    หลังจากพิมพ์วรีย์ขึ้นรถกลับไปแล้ว ภูริชรีบเข้าบ้านเห็นชนะตามเว้าวอนนภัสชลไม่เลิกก็หงุดหงิดโมโห...ชนะใช้ลูกตื๊อ เธอไล่ยังไงก็ไม่ยอมกลับ ถามว่าโกรธอะไรตนอีก

    “ไม่ได้โกรธ แต่ฉันเหนื่อย คุณกลับไปก่อนได้มั้ย”

    “ก็ไหนคุณบอกว่าให้โอกาสผมแล้วไงครับ ทำไมถึงไล่กันแบบนี้ ไม่เอาน่ะที่รัก...วันนี้อย่าให้ผมไม่ไปไหนเลย ให้เราได้อยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสอง รื้อฟื้นความรักหวานๆที่เราเคยมีให้กันและกันนะครับที่รัก”

    “โอกาสที่ฉันให้คุณไม่ใช่แบบนี้นะคะ อย่าค่ะชนะ...ปล่อยฉัน”

    “หมอบอกให้คุณปล่อย หูหนวกหรือไง”

    ชนะหันขวับไปจ้องภูริชตาขวางด้วยความรู้สึกทั้งเบื่อและเซ็ง

    “อีกแล้วเหรอนี่ เลิกยุ่งวุ่นวายเรื่องชีวิตรักของผมกับภัสซะทีได้ไหม มีหน้าที่มาดูแลมาคอยเฝ้าภัสก็ออกไปยืนเฝ้าเป็นยามนอกบ้านโน่นไป”

    ภูริชไม่ตอบโต้แต่เชิญตำรวจในเครื่องแบบสองนายเข้ามาจัดการแทน แต่ชนะยังดื้อดึงว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์มาไล่ เพราะเจ้าของบ้านไม่ได้ไล่ตน นภัสชลเลยต้องพูดชัดๆต่อหน้าทุกคน

    “คุณกลับไปเถอะค่ะ ฉันรู้สึกเหนื่อยจริงๆ”

    “ได้ยินชัดเต็มสองหูไหมครับ เจ้าของบ้านเชิญคุณกลับแล้ว คุณจะเดินออกไปดีๆ หรือว่าจะให้ตำรวจหิ้วปีกคุณออกไป”

    “อย่านะ ใครอย่ามาแตะตัวผมนะ ผมเดินไปเองได้” ชนะโวยวายจ้องหน้าภูริชด้วยความแค้นก่อนจะเดินปึงปังออกไป นภัสชลเบื่อเต็มที เดินหายมาทางห้องทำงาน ชั่วครู่ภูริชก็ตามมาขอโทษเรื่องที่พิมพ์วรีย์มาที่นี่

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจแฟนผู้กองดี”

    “แฟนผม?”

    “ถ้าไม่ให้เรียกแฟนจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะผู้กอง ติ่งหรือว่าแฟนคลับดี”

    “เอาเลยครับ ถ้าหมออยากจะประชดประชันก็เอาที่หมอสบายใจก็แล้วกัน เพราะหมอก็รู้อยู่แก่ใจดีอยู่แล้วว่าคุณวรีย์ไม่ใช่แฟนผม”

    นภัสชลลอบยิ้มพอใจแต่แกล้งทำเป็นหมั่นไส้ เดินแยกไปนั่งอ่านตำราแพทย์ ระหว่างนี้เองมีไลน์กลุ่มของหมอแจ้งข่าวกำหนดวันสวดอภิธรรมศพพ่อของหมอวริสา นภัสชลตกใจมาก นึกย้อนไปวันที่โดนลาชิจับตัว

    แล้วชยินมาช่วยเธอหนีไปได้ แต่เธอไม่รู้ชะตากรรมของนายวาริส พอภูริชไปช่วยเธอกลับมาอย่างปลอดภัย เขาก็ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

    ขณะที่นภัสชลกำลังจะไปถามภูริชที่อยู่นอกห้อง คาดไม่ถึงว่าชยินจะโทร.มาหา...ชยินโดนลาชิยิงแต่ยังไม่ตาย เขาหมดสติเพราะเสียเลือดมาก พอฟื้นขึ้นมาก็นึกถึงหมอนภัสชลเป็นคนแรก

    ooooooo

    หลังวางสายจากชยินแล้วนภัสชลรีบโทร.หา

    วริสา เป็นจังหวะที่วริสากำลังค้นข้อมูลในห้องทำงานของพ่อ เจอรายชื่อลูกค้าสั่งซื้ออาวุธยาวเป็นหางว่าว หนึ่งในนี้มีลาชิพร้อมเบอร์โทรศัพท์
    เมื่อนภัสชลโทร.มา วริสาพูดด้วยอย่างไม่เป็นมิตร พาลโกรธที่พ่อตัวเองตายในวันที่นภัสชลโดนลาชิจับตัว จึงหลอกเธอมาพบแล้วจะส่งข่าวให้ลาชิมาจับไปอีกครั้ง ปะเหมาะพอดีนภัสชลกำลังต้องการออกจากบ้านไปช่วยชีวิตชยิน จึงตอบตกลงก่อนจะมาอ้อนวอนภูริชว่าตนอยากไปคุยกับวริสาเพื่อแสดงความเสียใจและช่วยเหลือเรื่องงานศพวาริส

    ตอนแรกภูริชใจแข็งเพราะห่วงความปลอดภัยของเธอ พอโดนตื๊อหนักเข้าก็ใจอ่อน แต่อาสาขับรถให้ เมื่อวริสาเห็นนภัสชลมากับภูริชก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

    นภัสชลมีใครต่อใครคอยดูแลเป็นห่วงเสมอ ขณะที่ตัวเองแทบไม่มีใครให้ความสนใจ

    นภัสชลขอคุยกับวริสาตามลำพังโดยให้ภูริชรอที่รถ ภูริชไม่ได้เอะใจสงสัย นอกจากรู้สึกแปลกๆที่นภัสชลสะพายกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปด้วย
    ภายในกระเป๋าบรรจุอุปกรณ์ของหมอที่พร้อมทำแผลและรักษาคนเจ็บ นภัสชลเตรียมมาเพื่อช่วยชีิวิต

    ชยิน เธอพูดคุยกับวริสาอย่างเร่งรีบ ยืนยันไม่รู้ไม่เห็นว่าใครฆ่าวาริส แต่ยอมรับว่าในเหตุการณ์มีทั้งลาชิและชยิน

    “สรุปว่าทั้งลาชิทั้งชยินมีส่วนในการตายของพ่อฉัน”

    “แต่ชยินไม่ได้ฆ่าพ่อเธอ เธอน่าจะถามเอาคำตอบจากตำรวจดีกว่า ตำรวจน่าจะมีหลักฐานว่าใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่า ฉันไปล่ะ”

    “เดี๋ยว...จะรีบไปไหน ท่าทางเธอลุกลี้ลุกลนมากนะ”

    นภัสชลชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนยอมพูดความจริงว่าตนกำลังจะไปช่วยชยินที่ถูกลาชิยิงบาดเจ็บ ขอร้อง

    วริสาอย่าบอกภูริช ถ้าเขารู้ต้องจับชยินเข้าคุกแน่...

    หลังจากนั้นไม่นานวริสาก็เดินสะพายกระเป๋าออกมาคนเดียว ภูริชแปลกใจถามหานภัสชล แต่วริสาทำไก๋บอกว่านภัสชลออกมาสักพักแล้ว

    “ว่าไงนะ หมอออกมาแล้วเหรอ” ภูริชตกใจ รีบเดินไปยังห้องที่เห็นนภัสชลเดินเข้าไปกับวริสา

    วริสาฉวยโอกาสนี้เดินมาขึ้นรถแล้วโทร.หาลาชิตามเบอร์ที่เพิ่งค้นพบ พูดพึมพำกับตัวเองก่อนที่ลาชิจะรับสายว่า “เรื่องมันจะสนุกได้ยังไง ถ้ามาไม่ครบทุกตัว”

    ลาชิแปลกใจกับเบอร์โทร.ที่ไม่คุ้น พออีกฝ่ายแนะนำตัวว่าเป็นลูกสาววาริส เขารีบออกตัวว่าเรื่องพ่อของเธอไม่เกี่ยวกับตน ตนไม่ได้เป็นคนทำ

    “ฉันไม่ได้พูดสักคำว่าคุณเป็นคนฆ่าพ่อฉัน”

    “แล้วนี่โทร.มา เหงาเหรอคุณ อยากหาเพื่อนปลอบใจให้หายเศร้าเหรอ”

    “ฉันมีข่าวสำคัญของนายชยินมาบอก”

    “ชยิน...ฮ่ะๆๆ ข่าวอะไรกัน ไอ้ชยินมันโดนผมซัดด้วยแม็กนั่ม ป่านนี้ศพมันคงเริ่มอืดแล้ว”

    “ขึ้นอืดอะไรกัน นายชยินโทร.เรียกให้หมอภัสไปช่วย”

    “อะไรวะ มันยังไม่ตายโหงอีกเหรอ”

    “หมอภัสกำลังไปหานายชยิน ฉันโทร.มาบอกแค่นี้แหละ”

    วริสาวางสายจากลาชิแล้วกดโทร.ออกอีกครั้งไปหาตำรวจ ทำตัวเป็นพลเมืองดีแจ้งเบาะแสคนร้ายวางระเบิด หลังจากนั้นออกรถไปรับนภัสชลยังจุดนัดแล้วซิ่งออกไปทันที

    ภูริชหานภัสชลไม่พบจึงโทร.เข้ามือถือ แต่เธอไม่รับแถมยังปิดเครื่องหนี...นภัสชลเร่งวริสาให้รีบไปเพราะชยินบาดเจ็บสาหัสกำลังรอตนอยู่ โดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังว่าภูริชจะห่วงเธอสักแค่ไหน

    ooooooo

    กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่ชยินบอกนภัสชลไว้ก็ใช้เวลานานพอควร วริสาจอดรถข้างนอกและไม่ยอมเข้าไปในตึกด้วย พอนภัสชลสะพายกระเป๋าวิ่งเข้าไป วริสายิ้มเยาะ พูดพึมพำอย่างสะใจว่า

    “เดี๋ยวทั้งไอ้ลาชิทั้งตำรวจตามมาคงจะสนุกล่ะ”

    นภัสชลเข้าไปพบชยินบาดเจ็บสาหัสจากคมกระสุนบนร่างกายถึงสามจุด เธอรีบช่วยเหลือเขาอย่างเร่งด่วน ฝ่ายวริสาที่คิดว่าจะได้ลอยนวลจากไป ปรากฏว่าคิดผิดถนัด เธอโดนลาชิถือปืนจู่โจมเข้ามาลากลงจากรถอย่างไม่ปรานี

    วริสาพลาดเสียแล้ว! อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อน เธอดิ้นรนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ทำให้ลาชิยิ่งโมโหขู่จะฆ่าทิ้งพร้อมกันทั้งสามคน ชยินได้ยินดังนั้นก็ตะโกนบอกลาชิให้ปล่อยวริสาแลกกับชีวิตของตน

    วริสาตะลึงคาดไม่ถึง ลาชิหัวเราะสะใจและทำตามข้อตกลงนั้น โดยไม่คิดว่าจะโดนทั้งสามคนร่วมมือกันตลบหลังจนตัวเองพลาดเป็นฝ่ายถูกทำร้ายเสียเอง

    ลาชิโดนไม้ฟาดไม่ยั้งแทบลุกไม่ขึ้น นภัสชลให้วริสาพาชยินไปขึ้นรถโดยที่ตัวเองคอยระวังหลัง จนเมื่อเหตุการณ์คับขันลาชิตามมาทัน นภัสชลร้องบอกวริสาให้ออกรถไม่ต้องเป็นห่วงตน แล้วใช้ปืนที่ชยินให้ไว้ป้องกันตัว

    วริสาเร่งความเร็วออกไปได้ครู่เดียวก็เห็นรถตำรวจอยู่ไกลๆ เธอตัดสินใจเลี้ยวรถไปอีกทางไม่ให้สวนกัน ส่วนลาชิที่กำลังจะเล่นงานนภัสชลได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจก็วิ่งหนีหายไปทางด้านหลังตึกร้าง

    เมื่อตำรวจมาถึงตึกร้าง นภัสชลตกอยู่ในวงล้อมตำรวจทั้งที่มือตัวเองยังถือปืนของชยิน เธอโดนจับไปที่สถานีตำรวจ แล้วไม่นานจากนั้นภูริชก็ได้รับแจ้งเรื่องนี้จากหมวดจอห์น

    ooooooo

    เวลาเดียวกันนั้น วริสาพาชยินไปถึงบ้านของตนแล้วลงมือทำแผลให้เขาต่อจากนภัสชล เป็นการตอบแทนที่เขาช่วยเธอให้รอดพ้นจากลาชิ...

    ส่วนที่สถานีตำรวจ ภูริชมาสมทบหมวดจอห์น ติดต่อตำรวจท้องที่เพื่อขอรับตัวนภัสชล

    “ผู้กองเป็นอะไรกับคุณหมอครับ”

    “คุณหมออยู่ในความดูแลของผมครับ เนื่องจากว่าคุณหมอเป็นหนึ่งในเหยื่อที่อยู่ในเหตุการณ์ระเบิดโดยฝีมือนายลาชิที่กำลังตามล่าตัวกันอยู่”

    “ในเมื่อคุณหมออยู่ในความดูแลของผู้กอง แล้วทำไมคุณหมอถึงไปปรากฏตัวอยู่ในตึกร้างนั่นได้ครับ”

    หมวดจอห์นเหลือบมองภูริช เห็นสีหน้าเขารู้สึกผิดที่ปล่อยให้นภัสชลหลบจากเขาไปได้ แต่ภูริชก็เลี่ยงคำตอบได้ดีด้วยการถามกลับ

    “แล้วคุณได้ถามคุณหมอรึเปล่าครับ ว่าทำไมถึงไปที่นั่น”

    “ถามครับ”

    “แล้วคำตอบคือ?”

    “คุณหมอยังไม่ยอมพูดอะไรเลยครับ ที่สำคัญตึกร้างนั่นเราได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่านายลาชิไปหลบซ่อนตัวอยู่ พอตำรวจยกกำลังไปไม่เจอตัวนายลาชิ แต่กลับเจอตัวคุณหมอแทน”

    ภูริชสับสนและเครียดหนักกว่าเดิม พอได้เข้าไปเผชิญหน้านภัสชลในห้องสอบสวน เขาพยายามระงับอารมณ์มากมายที่พล่านอยู่ในอก ซึ่งนภัสชลมองออกว่าเขาโกรธ จึงชิงเอ่ยปากขอโทษไว้ก่อน

    “แค่ขอโทษเองเหรอครับ หมอหลอกผมทั้งๆที่ผมไว้เนื้อเชื่อใจหมอ”

    “ใช้คำว่าหลอกมันแรงไปนะคะ ฉันแค่อยากจะไปที่นั่นโดยไม่บอกผู้กอง”

    “ก็นั่นแหละครับที่เรียกว่าหลอก เพราะถ้าหมอบอก หมอรู้ว่าผมไม่ให้หมอไปแน่ แล้วเป็นไงครับ หมอต้องมานั่งอยู่ในห้องนี้ราวกับผู้ต้องหาให้ปากคำกับตำรวจ และถ้าเขามีหลักฐานว่าหมอทำอะไรผิด หมอตกเป็นผู้ต้องหานะครับ”

    “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ”

    “แล้วหมอไปที่นั่นทำไมครับ หมอบอกผมมาสิครับ”

    นภัสชลนิ่งเงียบ ภูริชร้อนใจแต่ยังพยายามใจเย็นพูดด้วยเหตุและผล

    “ฟังนะครับหมอ ตำรวจเขามีหลักฐานนะครับ เขาเจอกองเลือดอยู่ในตึกร้างนั่น เจอปลอกกระสุนอีกหลายนัด ถึงหมอไม่พูด เขาก็ต้องสืบสาวราวเรื่องจนได้ว่าหมอไปทำอะไรกับใครที่นั่น และหลักฐานสำคัญตอนที่ตำรวจไปเจอหมอ หมอถือปืนอยู่ ปืนของใครครับหมอ”

    พูดแล้วเขามองเธออย่างจดจ่อรอคำตอบ แต่เธอยังคงนิ่งเงียบ ที่สุดภูริชก็โกรธจนลืมตัวพูดเสียงดังแล้วตบโต๊ะดังปัง!

    “เงียบทำไมครับหมอ บอกผมมาเดี๋ยวนี้ มันเกิดอะไรขึ้นที่นั่น อย่าให้ผมต้องเกรี้ยวกราดกับหมอได้ไหมครับ พูดออกมาเถอะครับ ถ้าหมอคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด หมอก็ต้องพูดออกมา”

    “ชยินกับลาชิมีเรื่องกันที่ตึกร้าง ชยินถูกยิง ฉันก็เลยไปช่วยเขา แต่ลาชิดันตามมาอีก ฉันก็เลยช่วยให้ชยินหนีไป ปืนที่ฉันถือก็เป็นปืนของชยิน”

    “หมายความว่าชยินเป็นคนโทร.ตามหมอให้ไปหา?”

    เธอพยักหน้าแทนคำตอบ ภูริชทั้งโกรธและหึง พรั่งพรูคำพูดออกมาด้วยความอัดอั้น

    “แล้วหมอก็วางแผนหนีผมเพื่อไปหาไอ้หมอนั่นเหรอครับ”

    “ฉันเป็นหมอนะ เขาบาดเจ็บมา ฉันรู้...ฉันก็ต้องช่วยเขา”

    “โดยไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงแค่ไหนเหรอครับ”

    “แต่ฉันก็ไม่เป็นอะไรนี่คะ”

    “แล้วถ้าหมอเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ เกิดถูกมันฆ่าตาย หมอเคยนึกถึงผมมั้ย ผมในฐานะที่ดูแลคุ้มครองหมออยู่ ผมจะทำยังไง นอกจากเสียหมอไปแล้ว อนาคตผมล่ะ หน้าที่ทหารที่ผมรักก็ต้องตายไปด้วย”

    ภูริชลุกออกจากห้องไปทันที เขาเสียใจมากที่นภัสชลทำเหมือนแคร์คนอื่นมากกว่า...รอยร้าวระหว่างเขากับเธอกลายเป็นแผลลึกไปเสียแล้ว

    ครู่ต่อมา หมวดจอห์นมาบอกนภัสชลว่าตนทำเรื่องให้เรียบร้อยแล้ว เชิญหมอกลับบ้านได้ ภูริชชำเลืองมองหมอก่อนพูดกับตำรวจท้องที่ว่า

    “ถ้าต้องการข้อมูลหรือสอบถามอะไรคุณหมอเพิ่มเติมก็ยินดีนะครับ ติดต่อผมมาได้เลย ระหว่างนี้คุณหมอก็ยังคงอยู่ในความดูแลของผมต่อไป จนกว่าจะมีคำสั่งให้เปลี่ยนตัวผม”

    “ครับผม มีอะไรคืบหน้าจะติดต่อไป”

    “ถ้าอย่างงั้นกลับก่อนนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ”

    เสร็จเรื่องภูริชเดินนำลิ่วไป นภัสชลก้าวตามหน้าจ๋อย โดยมีหมวดจอห์นรั้งท้าย...

    ทางด้านวริสาที่ทำแผลให้ชยินเรียบร้อยแล้ว เธอกำลังค้นหาเสื้อผ้าของพ่อเพื่อไปให้เขาเปลี่ยน เมื่อกลับเข้ามาเห็นเขารู้สึกตัวในเวลาอันรวดเร็ว แถมร้องขอน้ำดื่ม... หมอสาวถึงกับอึ้งและทึ่ง

    “ฟื้นแล้วเหรอเนี่ย ผู้ชายอะไรแข็งแรงเหลือเชื่อ”

    ชยินค่อยๆลืมตาและร้องเรียกหมอ แต่พอเห็นชัดว่าเป็นวริสาก็ครางออกมา

    “ไม่ใช่หมอภัสเหรอ”

    “ผิดหวังเหรอที่เป็นฉัน แต่จะบอกอะไรให้นะ ฉันนี่แหละที่เป็นคนช่วยชีวิตคุณเอาไว้...นี่เสื้อผ้า ถ้าคุณมีแรงพอก็ใส่เองแล้วกัน”

    วริสาวางเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้อง ชยินยื่นมือจะเรียก แต่ต้องชะงักเพราะมือของตนมีเข็มน้ำเกลือ

    ปักอยู่ เขาพยายามยันตัวเองลุกขึ้นเอนพิงหัวเตียง ก่อนจะพบว่าตัวเองมีเพียงชั้นในตัวเดียว แต่แผลถูกยิงทั้งสามจุดได้รับการทำแผลไว้อย่างดี

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 16:25 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์