นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แม้ไม่พบตัวคนร้าย แต่การตรวจค้นบ้านหลังนั้นที่ชานกรุงก็ได้ข้อมูลสำคัญที่ภูริชคิดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับริกเตอร์ที่เคยจับรัฐมนตรีภารดีเป็นตัวประกันเมื่อครั้งมีการประชุมการค้าโลกเมื่อหลายเดือนก่อน พวกนี้น่าจะเป็นคนขององค์กรลับอะไรสักอย่างที่ส่งมาช่วยนายพลลาแปกับลาชิทำงาน

    ขณะที่ภูริชกับหน่วยกระทิงกำลังปฏิบัติงานพร้อมกับรายงานให้นายพลอนุชิตรับทราบอยู่นั้น พวกเขาไม่รู้เลยว่านภัสชลกำลังตกอยู่ในอันตรายโดนลาชิตามจับตัว แต่นับว่าดวงหมอสาวยังไม่ถึงฆาต เพราะชยินโผล่มาช่วยเหลือเธอไปจากเงื้อมมือลาชิได้ ส่วนพวก

    ภูริชที่ตามมาหลังได้รับแจ้งจากทหารคุ้มกันก็ไม่สามารถจับตัวลาชิได้ มิหนำซ้ำลาชิยังยิงวาริสตายอย่างโหดเหี้ยมก่อนหลบหนีลอยนวลไป

    ชยินชิงรถตู้ของวาริสขับพานภัสชลออกไปนอกเมือง หมอสาวยังอยู่ในสภาพถูกมัดมือไพล่หลังโดยฝีมือพวกลาชิ เธอจับตามองชยินอย่างหวั่นใจ ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนกันแน่

    “คุณคงไม่ได้พาฉันมานั่งรถเล่นใช่ไหม จะพาฉันไปไหน”

    ชยินแค่ละสายตาจากถนนมามองเธอ แต่ไม่ตอบคำถาม

    “พาตัวฉันมาแบบนี้ คุณจะทำอะไร ต้องการอะไร”

    “ผมแค่อยากจะช่วยหมอให้พ้นจากมือไอ้ลาชิ แล้วก็ไม่ต้องการอะไรมาก”

    “งั้นก็แก้มัดฉัน ถ้าสิ่งที่คุณต้องการไม่ได้คิดมิดีมิร้ายกับฉัน”

    ชยินไม่พูดและไม่ทำตามที่เธอขอ ทำให้เธอหวาดกลัว พูดเสียงแข็งใส่ด้วยความโมโห

    “คุณโกหก คุณจะจับตัวฉันกลับไปที่ฐานที่มั่นของคุณอีกใช่ไหม”

    “ไม่มีฐานที่มั่นของผมอีกแล้วหมอ ฐานที่มั่นผมถูกทำลายหมดแล้ว” ชยินโพล่งออกมาอย่างอัดอั้น จนนภัสชลชะงักหน้าซีดเผือด

    ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของนภัสชลในกระเป๋าสะพายดังขึ้น...ภูริชนั่นเองที่โทร.มา ท่าทีเขากระวนกระวายเป็นห่วงหมอ เมื่อหมอไม่รับสายก็ยิ่งร้อนรนและร้อนใจ

    ภูริชอยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจกับทหารสนธิกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และลำเลียงศพทั้งหมดออกมา วริสาเพิ่งมาถึง เธอลงจากรถด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หลังจากรู้ว่าพ่อของเธอถูกยิงตายพร้อมลูกน้อง

    เมื่อเห็นวริสาร้องไห้ ภูริชหยุดโทร.หานภัสชลแล้วเดินตรงไป วริสาเสียใจมากโวยวายใส่ภูริชทั้งน้ำตานองหน้า

    “ทำไมต้องฆ่าพ่อฉันด้วย จับกันดีๆไม่ได้หรือไง ทำไมถึงต้องฆ่าทิ้งกัน ทำไม?”

    “สงบใจหน่อยครับหมอลี ที่คุณพ่อคุณตาย ฝีมือของพวกเดียวกันครับไม่ใช่เจ้าหน้าที่”

    “แล้วพ่อฉันอยู่ที่ไหน”

    ภูริชเดินนำเธอไป เพียงเห็นสภาพศพพ่อ วริสาก็จะถลาเข้าไปกอด แต่ถูกเจ้าหน้าที่สองคนกันเอาไว้

    “เข้าไม่ได้นะคะ เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่”

    “เป็นพ่อฉัน ฉันจะกอดพ่อฉัน”

    “รอก่อนนะครับ ให้เจ้าหน้าทำงานเก็บหลักฐานทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน แล้วผมจะอนุญาตให้คุณกอดพ่อคุณ”

    ภูริชเกลี้ยกล่อม วริสาหยุดสะอื้นแต่ยังคร่ำครวญว่าทำไมพ่อต้องมาตายในสภาพอนาถแบบนี้ แล้วแผดเสียงใส่ภูริชอย่างสติแตก

    “แล้วทำไมพวกคุณไม่รีบบอกฉันตั้งแต่ตอนแรกที่พ่อฉันถูกยิง ฉันเป็นหมอ ฉันต้องช่วยชีวิตพ่อฉันได้ แล้วคุณเป็นทหารมีหน้าที่ช่วยเหลือคนอื่น ทำไมคุณไม่ช่วยพ่อฉัน ปล่อยให้เขาถูกฆ่าได้ยังไง”

    วริสาสลัดมือภูริชออก มองร่างวาริสแล้วคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญแทบขาดใจ ทหารคนหนึ่งเดินเข้ามา รายงานภูริชว่า

    “หัวหน้าภูริชครับ เราตรวจค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในโกดัง คาดว่าโกดังนี้คงจะเป็นของนายวาริส ใช้เก็บอาวุธที่ลักลอบสั่งเข้ามาตามใบสั่ง ก่อนจะลำเลียงส่งให้ลูกค้าครับ หลักฐานพวกนี้คงช่วยร้องขอต่อศาลให้อายัดทรัพย์สินของนายวาริสไว้ได้ทั้งหมด”

    “จะบ้าหรือไง อายัดทรัพย์สินแล้วฉันจะอยู่ยังไง พ่อฉันตาย สมบัติถูกยึด ฉันไม่ต้องตายตามพ่อฉันไปด้วยรึไง” วริสาโวยวายฟูมฟายรับไม่ได้ ภูริชไม่รู้จะพูดยังไง ได้แต่ยืนมองด้วยความเห็นใจ

    ooooooo

    ริมถนนค่อนข้างปลอดผู้คน นภัสชลลงจากรถโดยมีชยินถือปืนเดินประกบราวกับเชลยก็ไม่ปาน

    “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละหมอ”

    นภัสชลหยุดกึกใจคอไม่ดี แทบลืมหายใจ เดาใจไม่ถูกว่าชยินจะทำอะไร

    ชยินยืนนิ่งข้างหลังนภัสชลอยู่ชั่วอึดใจแล้วเก็บปืนเสียบที่เอวก่อนจะดึงมีดสปริงออกมาตัดเชือกที่มัดมือเธอออก

    ทันทีที่เป็นอิสระ นภัสชลวิ่งพรวดออกไป ชยินคาดไม่ถึง วิ่งตามพลางร้องบอกให้เธอหยุด แต่ไม่เป็นผล หญิงสาวกลับเร่งความเร็วสุดชีวิต แต่ก็สู้ฝีเท้าชยินไม่ได้อยู่ดี

    เขาวิ่งมาคว้าแขนเธอไว้ เธอดิ้นรนสะบัดอย่างแรง ทำให้ทั้งคู่เซเกือบล้มกลิ้งไปด้วยกันถ้าชยินไม่ตั้งหลักสวมกอดเธอไว้ในอ้อมแขน

    นภัสชลนิ่งอึ้งอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้น กระทั่งชยินกอดเธอแน่นขึ้น จึงมีปฏิกิริยาไม่พอใจ

    “ไหนคุณบอกว่าช่วยฉันจากลาชิแล้วไม่ต้องการอะไรมากไง แล้วนี่คุณทำอะไร”

    “ผมทำสิ่งที่ผมต้องการไงครับ กอดหมอให้สมกับที่หมอทำให้ผมคิดถึง”

    นภัสชลตะลึงงัน ชยินคลายอ้อมกอดอย่างนุ่มนวล

    “แค่นี้แหละครับ ผมพอใจแล้ว แต่หมออย่าวิ่งหนีอีกนะ เพราะถ้าผมวิ่งไล่และจับหมอได้อีกครั้ง ผมจะไม่ปล่อยหมอไปอีกเลย”

    “ก็ได้ ฉันจะไม่หนี”

    เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋านภัสชลดังขึ้นอีกครั้ง ชยินบอกให้เธอรับ เผื่อจะเป็นผู้กองภูริชที่กำลังตามหาเธออยู่

    ภูริชใช้เบอร์โทร.ของคนอื่นโทร.มา พอได้ยินเสียงนภัสชลก็โล่งใจ ถามอย่างไวว่าชยินทำอะไรหมอหรือเปล่า

    “เปล่าค่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรฉัน อาการฉันยังครบ 32 ปกติดีทุกอย่าง”

    เมื่อแน่ใจว่าภูริชโทร.มา ชยินขอพูดกับเขา

    นภัสชลลังเลเล็กน้อยก่อนยื่นโทรศัพท์ให้...ภูริชเห็นอีกฝ่ายเงียบไปจึงพูดระรัวด้วยความเป็นห่วง

    “ฮัลโหลหมอ คุณเป็นอะไรไปครับ ทำไมไม่พูด ไอ้ชยินมันทำอะไรคุณ”

    “แกน่าจะขอบใจฉัน ที่ช่วยหมอมาจากไอ้หมาบ้าลาชิได้ ไม่ใช่มายัดข้อหาฉันให้เป็นโจร”

    “ชยิน...คิดว่าเรื่องที่แกทำในวันนี้มันจะลบล้างเรื่องที่แกเคยทำ เคยลักพาตัวหมอไปได้งั้นเหรอ รู้ไหมว่าเหตุการณ์ในวันนั้นมีใครต้องสูญเสียอะไรบ้าง”

    “ฉันก็ต้องสูญเสียเหมือนกันในเรื่องที่แกทำแกปลอมตัวเป็นมองเทร์แทรกซึมเข้าไปในฐานที่มั่นของฉัน”

    “แล้วตอนนี้แกยังมีฐานที่มั่นอีกหรือไง”

    “ไอ้ภูริช!” ชยินแผดเสียงโกรธมากที่ถูกจี้ใจดำ

    “แกเอาตัวหมอไปไว้ที่ไหน ส่งตัวหมอคืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

    “ถ้าแกอยากได้ตัวหมอคืน แกก็มารับไปเองมาคนเดียว มีแกกับฉัน แล้วก็หมอ แค่เราสามคนเท่านั้น”

    “ได้เลย แค่เราสามคน ฉันจะไปหาแกเดี๋ยวนี้”

    ภูริชวางสายหลังได้ฟังสถานที่นัดพบแล้ว เขาใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะทะยานไปด้วยความเร็ว ส่วนนภัสชลแสดงความไม่พอใจชยิน ต่อว่าเขากำลังใช้ตนเป็นนางนกต่อล่อผู้กองภูริชมา

    “คุณเป็นห่วงเขามากเหรอครับ”

    นภัสชลถึงกับอึ้งเมื่อถูกพูดแทงใจดำ ทำเฉไฉไม่ยอมรับความจริง

    “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเขา ฉันแค่ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบาดหมางระหว่างคุณทั้งสองคนต่างหาก”

    “คุณไม่ยุ่งเกี่ยวไม่ได้หรอกครับหมอ ในเมื่อคุณก็เป็นส่วนหนึ่งในความบาดหมางระหว่างผมกับผู้กองภูริช”

    นภัสชลนิ่งเงียบ มองสายตาชยินที่กำลังบ่งบอกว่าภูริชคือศัตรูหัวใจ เห็นอย่างนั้นแล้วเธออ่อนลง เกลี้ยกล่อมเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

    “คุณปล่อยให้ฉันกลับไปได้ไหม แล้วคุณก็ไปซะ อย่ารอผู้กองริชเลย อย่าเจอกันให้มีเรื่องมีราวอะไรกันอีกเลย”

    “ผมต้องเจอเขา เราต้องสะสางกัน”

    “สะสางกันยังไง ฆ่ากันให้ตายกันไปข้างนึงน่ะเหรอ เรื่องที่คาใจถึงจะจบ”

    ชยินนิ่งเงียบ สีหน้ามุ่งมั่นไม่ทิ้งความตั้งใจ นภัสชลถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนบอกว่า

    “ในฐานะหมอ ในฐานะที่รู้จักคุณทั้งสองคน ฉันไม่อยากเห็นใครตาย”

    “แล้วถ้าผมตายล่ะ”

    “ฉันก็แค่เสียใจ แต่ไม่ได้ทำให้ฉันรักคุณขึ้นมาได้หรอก”

    “ผมก็ไม่ได้หวังผลขนาดนั้น ขอแค่หมอจดจำผมได้ก็พอ”

    นภัสชลสบสายตาชยินอีกครั้ง อึดอัดลำบากใจกับคำสารภาพรักอ้อมๆของเขา

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกันนั้นพิมพ์วรีย์มารอภูริชที่บ้าน เธอระบายความรู้สึกรักที่มีต่อภูริชมาอย่างยาวนานให้แม่และน้องสาวของเขาฟังเสียยืดยาว

    ปรียาพรกับภีรชานั่งฟังตาปริบๆ ไม่รู้จะพูดหรือแสดงความเห็นยังไง เพราะต่างทราบดีว่าภูริชไม่เคยมีใจให้พิมพ์วรีย์

    “แล้วนี่เมื่อไหร่ริชจะกลับคะคุณแม่ หญิงมารอนานแล้วนะคะ”

    “แม่ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”

    “เผลอๆอาจจะไม่กลับค่ะ เพราะเมื่อคืนก็ไปเฝ้าหมอภัสทั้งคืน”

    “ว่าไงนะ ริชไปเฝ้ายัยหมอนั่นเหรอ” พิมพ์วรีย์ผุดลุกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์...

    แน่นอนว่าภูริชยังกลับบ้านไม่ได้ เขากำลังมุ่งหน้าไปหานภัสชลด้วยมอเตอร์ไซค์เครื่องแรงเต็มพิกัด เมื่อไปถึงก็สั่งชยินให้ส่งตัวหมอมา

    ชยินแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเก็บปืนเหน็บที่เอว ภูริชจึงเก็บปืนของตนเหมือนกัน

    “เอาล่ะ เชิญหมอกลับไปได้”

    แทนที่นภัสชลจะทำตามที่ชยินบอก เธอกลับยืนนิ่งไม่ขยับ

    “มาสิครับหมอ เดินมาหาผม”

    “หมอไปได้ แต่แกต้องอยู่”

    “ได้...ฉันจะอยู่สะสางกับแก”

    ขาดคำของภูริช นภัสชลตัดสินใจเดินไปหาเขา เพราะรู้ว่าสองหนุ่มกำลังจะปะทะกัน

    “ไม่นะผู้กอง คุณต้องกลับไปกับฉัน...อย่าอยู่”

    “ผมจัดการได้ หมอรีบไปเถอะ”

    “จะให้ฉันไปได้ยังไง ในเมื่อฉันรู้ว่าพวกคุณกำลังจะฆ่ากัน ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณไม่ไปกับฉัน”

    “หลีกไปหมอ” ชยินพูดพร้อมกับฉุดนภัสชลออกห่างแล้วเสยหมัดใส่หน้าภูริชจนเซ ตามด้วยถีบซ้ำอีกหนึ่งที แต่ภูริชจับขาชยินไว้ได้

    การต่อสู้ของสองหนุ่มเริ่มต้นอย่างดุเดือดด้วยมือเปล่า ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยที่นภัสชลไม่สามารถหยุดพวกเขาได้

    “แกกับไอ้ลาชิเข้ามาป่วนสร้างความเดือดร้อนให้ประเทศฉัน ต้องการอะไร”

    “อย่าเอาฉันไปเหมารวมกับไอ้ลาชิ แกอยากจะรู้ว่ามันต้องการอะไร จับตัวมันให้ได้สิวะ แล้วถามมันเอาเอง”

    “แล้วแกต้องการอะไร”

    “ก็นี่ไง ที่ฉันต้องการ”

    ขาดคำชยินแทงเข่าใส่ภูริชเต็มแรง...การต่อสู้ของทั้งคู่หนักหน่วงขึ้นทุกที ซัดกันคลุกฝุ่นจนนภัสชลทนดูไม่ไหว ต้องทำอะไรสักอย่าง แล้วเธอก็แกล้งร้องขึ้นสุดเสียงพร้อมกับร่างทรุดลงราวกับเจ็บปวดแสนสาหัส

    สองหนุ่มหยุดกึก ลุกขึ้นตะโกนถามเป็นเสียงเดียวกันว่าหมอเป็นอะไร แล้วชยินก็พุ่งไปหานภัสชลได้ก่อนภูริชที่ยังจุกแอ้กยืนอยู่กับที่

    “ฉันไม่เป็นไร คุณรีบหนีไปซะ ไปสิชยิน หรือว่าคุณอยากติดคุก อยากตาย ไม่อยากเจอฉันอีกแล้ว”

    วิธีของนภัสชลได้ผล ชยินอึ้งมองหน้าเธอ...พลันสัญญาณไซเรนรถตำรวจดังมาแต่ไกล ชยินบีบมือหมอเป็นสัญญาว่าจะต้องได้เจอกันอีก แล้วออกวิ่งไปทันที ขณะที่ภูริชพยายามจะวิ่งตาม แต่นภัสชลรีบมายืนดักหน้าเขาไว้

    “นี่หมอทำอะไร”

    “ปล่อยเขาไปเถอะ”

    “อย่ามาสั่งผมแบบนี้”

    ภูริชทั้งหึงทั้งโกรธ เบี่ยงตัวชักปืนจะวิ่งตามชยิน

    แต่วินาทีนั้นนภัสชลพุ่งเข้ากอดเอวเขาแน่นไม่ยอมปล่อย เล่นเอาภูริชโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

    “คุณต้องทำขนาดนั้นเพื่อช่วยไอ้หมอนั่นเลยเหรอ”

    นภัสชลไม่ตอบ ภูริชโกรธมากแต่พยายามระงับ อารมณ์ไว้ไม่ให้พลั้งมือทำอะไรรุนแรงกับเธอ เอ่ยขึ้นอย่างคับแค้น

    “เลิกกอดผมได้แล้ว มันหนีไปได้แล้ว สมใจคุณ”

    นภัสชลรู้สึกผิดไม่น้อย แต่ก็โล่งใจที่สามารถแยกชยินให้หนีไปได้ แม้จะทำให้ภูริชโกรธก็ตาม

    หลังจากนั้นภูริชพาเธอไปส่งที่บ้าน แต่พอเขาจะกลับออกมาก็ได้รับคำสั่งจากนายพลอนุชิตให้อยู่

    อารักขานภัสชลต่อ เพราะเวลานี้พ่อกับแม่ของเธอบินกลับนอร์เวย์ไปแล้ว

    ภูริชตอบรับภารกิจนี้ด้วยความเต็มใจ เพราะตราบใดที่ยังจับตัวลาชิไม่ได้ ทั้งภูริชและนภัสชลย่อมไม่ปลอดภัยแน่นอน

    เพื่อความปลอดภัย นภัสชลโดนจำกัดบริเวณให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องไปทำงานที่โรงพยาบาล หากเธอ ยังดื้อ รังแต่จะทำให้คนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดือดร้อนไปด้วย หากลาชิย้อนกลับมาวางระเบิดหรือก่อเหตุวุ่นวายอีก

    ด้วยเหตุผลนั้นทำให้นภัสชลจำยอม ฝ่ายแม่กับน้องสาวของภูริชพอได้รับการบอกกล่าวเรื่องนี้ต่างพากันดีใจ เพราะอยากให้ทั้งคู่คืนดีกันอยู่แล้ว แต่พิมพ์วรีย์ที่ยังปักหลักรอภูริชอยู่ไม่พอใจอย่างแรง บ่นอุบว่าทหารมีไม่รู้กี่กองพันทำไมต้องส่งภูริชไปดูแลนภัสชล กลับไปถึงบ้านตัวเองก็ยังแสดงอารมณ์ขุ่นมัวใส่แม่ และพาลบ่นพ่อซึ่งก็คือนายพลอนุชิตที่กะเกณฑ์ให้ภูริชปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงจะทำให้ตนสูญเสียภูริชให้หญิงอื่น

    ฝ่ายภูริชที่ได้รับมอบหมายภารกิจนี้อย่างกะทันหัน จึงไหว้วานหมวดจอห์นลูกทีมของหน่วยกระทิงให้เอาสัมภาระจำเป็นของตนมาให้ที่บ้านนภัสชล โดยหญิงสาวให้เขาพักห้องรับรองแขกและให้แม่บ้านดูแลเรื่องอาหารการกินให้เขาด้วย

    การอยู่ร่วมกันทำให้หนุ่มสาวมีความใกล้ชิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านภัสชลจะใจอ่อนกับภูริช ขณะที่ภูริชเองก็ไม่เว้าวอนทั้งที่ความจริงยังรักเธอมากเหมือนเดิม เหตุนี้เองทำให้ฝ่ายหญิงหมั่นไส้ จนพูดจากวนกันไปมาก่อนที่ภูริชจะเป็นฝ่ายอ่อนลงเมื่อเห็นนภัสชลปวดท้อง สาเหตุมาจากโดนลาชิต่อยท้องตอนถูกมันจับตัวไป

    ภูริชเพิ่งรู้ว่าลาชิเลวทรามทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ เขาโกรธมากก่นด่าลาชิหลายคำก่อนจะติงนภัสชลว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกตนจะได้พาไปส่งโรงพยาบาล

    “ก็ฉันไม่นึกว่ามันจะเป็นอะไรมาก มันต่อยแค่หมัดเดียว อาการปวดเพิ่งมากำเริบเอาตอนนี้ แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอก ฉันรู้ว่าไม่เป็นอะไรมาก เป็นอาการปวดกล้ามเนื้อ แค่กินยาเดี๋ยวก็หาย”

    “แล้วคุณเก็บยาไว้ที่ไหนบ้าง ผมช่วยหา”

    “ก็หาอยู่นี่แหละ แต่ไม่เจอ ไม่รู้เก็บไว้ที่ไหน”

    “หรือว่าอยู่ในกระเป๋ายาที่คุณเอาไปให้ผมที่ห้อง เดี๋ยวผมไปดูให้ อ้อ...แล้วมีถุงน้ำร้อนหรือเจลประคบร้อนรึเปล่า หาเตรียมไว้ให้ผมด้วยนะครับ”

    สั่งเสร็จภูริชรีบผละไปที่ห้องพักตัวเอง หยิบกระเป๋ายามาให้นภัสชลเลือกดูว่าอันไหนเป็นยาที่เธอต้องการ

    “ผมเจอยาสองสามอย่างอยู่ในนี้ ดูสิครับว่าใช่ไหม”

    “ใช่ค่ะ ถุงนี้ค่ะ”

    “งั้นรีบกินยาซะ ถ้าไม่ดีขึ้นจะได้รีบไปหาหมอ”

    พูดแล้วภูริชหยิบแผ่นเจลเดินหายไปทางห้องครัว นภัสชลมองตาม อดหวั่นไหวกับการดูแลห่วงใยของเขาไม่ได้ แต่พยายามย้ำเตือนตัวเองว่าที่เขาทำทั้งหมดคือหน้าที่

    ภูริชหายไปนานพอสมควรก็กลับมาพร้อมแผ่นเจลประคบร้อน แต่ปรากฏว่านภัสชลนอนเหยียดยาวบนโซฟาในสภาพสะลึมสะลือหลังกินยาแก้ปวดแก้อักเสบเข้าไป

    “หมอครับ...ขึ้นไปนอนบนห้องดีกว่าครับ”

    นภัสชลได้ยินแว่วๆ ครางเสียงแผ่วอยู่ในลำคอทั้งที่ลืมตาไม่ขึ้น ภูริชเลยจัดการกับเจลร้อนนั้นให้ก่อนจะพรมจูบใบหน้าเธออย่างห้ามใจไม่ไหว หลังจากนั้นก็อุ้มเธอขึ้นไปนอนบนห้อง

    ooooooo

    เช้าตรู่ นภัสชลลืมตาตื่นพบว่าตัวเองนอนบนเตียงอย่างสบาย เธอยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเห็นแผ่นเจลที่บริเวณท้อง จับต้นชนปลายแล้วนึกได้ว่าต้องเป็นฝีมือภูริชแน่ๆ

    อารามรีบร้อนจะไปเอาเรื่องเขา เธอก้าวลงจากเตียงแล้วร้องลั่นเพราะเหยียบผู้กองหนุ่มเข้าเต็มเท้าจนเสียหลักล้มลงทับเขาเต็มๆ

    ภูริชนอนหลับข้างเตียงตั้งแต่เมื่อคืน ตกใจไม่แพ้หญิงสาวที่กรีดร้องลั่นห้อง

    “คุณเข้ามานอนในห้องฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

    “ก็ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผมแบกคุณขึ้นมานอน แต่สาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ผมนอนอยู่ที่พื้นข้างเตียงนี่ ไม่ได้ทำอะไรคุณเลย”

    “แล้วทำไมไม่ทำล่ะ”

    “หา!!?” ภูริชอึ้งเหวอกับคำถามนั้น

    “คุณคิดใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นไม่มานอนในห้องฉันหรอก แต่เผอิญใจไม่กล้าพอ” ว่าแล้วเธอจะลุกขึ้น แต่ภูริชกอดไม่ปล่อย

    “ทำไมผมจะไม่กล้า ผมแค่ไม่ชอบลักหลับใคร แต่ตอนนี้คุณตื่นแล้วจะลองท้าพิสูจน์กันก็ได้”

    ภูริชยื่นหน้าเข้าหา นภัสชลหลับตาปี๋ พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงแม่บ้านร้องเรียก

    “คุณภัสคะ คุณชนะมาหาค่ะ รออยู่หน้าประตูรั้ว ทางตำรวจให้มาถามว่าจะอนุญาตให้เข้ามาพบรึเปล่า”

    ภูริชส่ายหน้าปฏิเสธ แต่นภัสชลตอบอนุญาตให้ชนะเข้ามาได้ แล้วก็บอกให้ภูริชปล่อยตนเสียที เพราะแฟนตนมาหา...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    28 ต.ค. 2564

    03:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 05:13 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์