นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การปฏิบัติภารกิจสำคัญล้มเหลวแถมตัวชยินเองก็ยับเยินกลับมา ทำให้นายพลอาเชไม่พอใจอย่างมากถึงกับปลดชยินจากตำแหน่งผู้บังคับบัญชาฐานที่มั่นเมืองเผ่า แล้วแต่งตั้งเตโชขึ้นมาแทน

    ชยินน้อมรับคำสั่งของพ่อโดยดี ขณะที่เตโชรู้สึกเห็นใจพี่ชายและไม่ยินดีกับตำแหน่งที่ได้รับเลยแม้แต่น้อย ส่วนมองเทร์ที่เฝ้ามองทุกคนอยู่อย่างครุ่นคิด เขาเดินนำลูกน้องสองคนห่างกลุ่มนายพลอาเชออกมา

    ก่อนจะแอบโทร.ส่งข่าวให้ใครบางคนรู้ว่านายพลสั่งปลดลูกชายคนโตทำให้ทหารกองกำลังในฐานกำลังระส่ำพากันเสียขวัญ เพราะอยู่ๆลูกชายคนรองที่ไม่เก่งเรื่องสู้รบได้ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการแทน...

    ในขณะเดียวกันที่เมืองไทย ภูริชกับหน่วยกระทิงได้นำพาศพจ่ามีถึงโรงพยาบาลเพื่อเตรียมการทำพิธีศพทางศาสนาต่อไป ภูริชเสียใจมากกับการจากไปของลูกน้องคนสนิทซึ่งเขาให้ความเคารพนับถือเหมือนญาติ

    ออกจากโรงพยาบาล ภูริชไปรายงานผลการปฏิบัติภารกิจต่อนายพลอนุชิตพร้อมนำพิมพ์เขียวอาวุธสงครามมาให้ด้วย เชื่อมโยงไปถึงนายวาริสที่เป็นนายหน้าค้าอาวุธให้กับชนกลุ่มน้อยแถบชายแดนไทย ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบกระเทือนสัมพันธภาพที่ดีระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนายพลอนุชิตกำชับว่าทางกองทัพจำเป็นต้องจัดการกับวาริสขั้นเด็ดขาด

    ส่วนเรื่องนายฐิติที่เป็นคนไทยแต่แอบลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาขายคนไทยด้วยกัน กองทัพก็จะกัดไม่ปล่อยอย่างแน่นอน

    ไม่ทันข้ามวัน ทหารก็บุกไปค้นบ้านนายวาริสแต่ไม่พบเจ้าตัว มีเพียงลูกสาวอยู่คนเดียว วริสาไม่ให้ความร่วมมือใดๆทั้งสิ้น ตอบปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องทำมาหากินของพ่อ และไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้พ่อไปอยู่ที่ไหน

    แต่หลังจากทหารกลับไป วริสาก็ได้พูดคุยกับพ่อที่ติดต่อเข้ามา เธอบ่นพ่อเรื่องค้าอาวุธสงครามที่จะทำให้ตนเดือดร้อนไปด้วย วาริสจึงกำชับลูกสาวว่าใครถามอะไรให้ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นลูกเดียว จากนั้นก็เล่าเรื่องข่าวหมอนภัสชลที่ได้ยินมาว่าปลอดภัย กองทัพยกกำลังพลไปรอรับส่งกลับบ้านแล้ว วริสาได้ฟังก็อิจฉาริษยานภัสชลที่มีแต่คนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้กองภูริชที่เธอหมายตาอยู่

    ooooooo

    ทางด้านนภัสชลที่ปลอดภัยกลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ เธอเล่าเรื่องผู้กองภูริชให้พวกท่านฟังด้วยความสำนึกในบุญคุณ และเสียใจที่ภารกิจครั้งนี้ทำให้เขาต้องเสียลูกน้องในหน่วยไปหนึ่งนายกับคนนำทางอีกสองคน เธอเชื่อว่าตอนนี้เขาคงยังทำใจไม่ได้

    ท่านทูตอนันต์กับวลัยพรรณชื่นชมในความกล้าหาญของภูริชและต้องการเลี้ยงขอบคุณที่เขาเสี่ยงตายช่วยชีวิตนภัสชล จึงติดต่อนัดหมายภูริชและครอบครัว แต่นึกไม่ถึงว่าวันนั้นจะมีนายพลอนุชิตกับลูกเมียมาด้วย

    พิมพ์วรีย์ลูกสาวนายพลอนุชิตกับพิมพ์แขแอบรักภูริชมานาน แน่นอนว่าเธอต้องการพบเขาใจจะขาด แต่ภูริชไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอสักนิดจึงวางตัวปกติเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน

    ก่อนจะได้พบภูริชและครอบครัว นภัสชลได้พูดคุยกับกรัณย์ที่ได้รับเชิญมางานนี้ด้วย สองคนเป็นญาติกันแต่ภูริชไม่รู้ เข้าใจผิดว่าเธอกับเพื่อนรักของตนเป็นแฟนกัน ภูริชจึงไม่ค่อยมีความสุขนักกับการเผชิญหน้ากับทั้งคู่

    อนันต์กับวลัยพรรณชื่นชมในความกล้าหาญของภูริช โดยมีกรัณย์สนับสนุนเต็มที่ แล้วกรัณย์ก็รู้ด้วยว่าภูริชหลงเสน่ห์นภัสชล จึงพยายามเปิดโอกาสให้สองคนได้คุยกันเพียงลำพัง โดยขอตัวไปห้องน้ำ

    ภูริชกับนภัสชลเดินเคียงกันมาหยุดยืนมุมหนึ่งในโรงแรม หญิงสาวพูดถึงจ่ามีด้วยสีหน้าเศร้าสลด

    “ฉันเสียใจค่ะเรื่องจ่ามี คิดไม่ถึงว่าลูกน้องของผู้กองจะต้องมาเสียแบบนี้บน ฮ.วันนั้น ฉันน่าจะช่วยชีวิตจ่ามีไว้ได้ แต่ฉันก็ทำไม่ได้”

    “หมอครับ หมอทำดีที่สุดแล้ว จ่ามีก็ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วเหมือนกัน ผมมั่นใจว่าจ่ามีไม่เสียใจหรอกครับ เพราะถึงตัวจะตายแต่จ่าก็ทำภารกิจในวันนั้นสำเร็จ ซึ่งสำหรับพวกเราเลือดทหารแล้วการทำภารกิจสำเร็จคือความภาคภูมิใจที่สุดของเราครับ”

    “ฉันกับคุณพ่อคุณแม่อยากตอบแทนจ่า ทราบว่าจ่ารักหลานชายมากก็เลยจะมอบเงินเป็นทุนการศึกษาให้หลานชายจ่าจำนวนนึง ก็ไม่น้อยค่ะ คงช่วยให้หลานจ่าเรียนจนจบมัธยม เรียนต่อถึงมหาวิทยาลัยได้เลย”

    “ขอบคุณมากครับหมอ ถ้าวิญญาณจ่ารับรู้ได้ ก็คงจะมีความสุขแล้วก็หมดห่วง ผมขอบคุณแทนจ่าจริงๆ”

    “แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับสิ่งที่จ่าทำในวันนั้น จ่าคือผู้มีพระคุณกับฉันค่ะ”

    ภูริชฟังแล้วรู้สึกภูมิใจแทนจ่ามี มองหน้าเธอแล้วแทบจะเผลอใจไปอีก จนต้องละสายตาหนี...

    อีกมุมไม่ไกลกันนัก พิมพ์วรีย์ออกจากห้องน้ำชะเง้อหาภูริชรอบทิศ คิดว่าเขาอาจจะไปที่ห้องอาหารแล้วจึงรีบร้อน แต่เจอปรียาพรกับภีรชา แม่กับน้องสาวของภูริชเดินจูงมือกันมาพอดี

    “คุณวรีย์ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวคะ”

    “ริชหายค่ะแม่ปีย์ เขาไปที่โต๊ะแล้วเหรอ”

    “ยังค่ะ”

    “อ้าว แล้วไปไหนของเขาเนี่ย”

    “เห็นว่าพี่กรัณย์มาด้วยไม่ใช่เหรอคะ คงคุยกันอยู่แถวๆนี้แหละค่ะ ไปเถอะแม่ รีบเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวที่โต๊ะเขารอ”

    ภีรชาจูงมือแม่เดินเลี้ยวไป แต่พิมพ์วรีย์ยังไม่ยอมเดินไปไหน ก็เลยได้ยินสองแม่ลูกคุยกันแว่วมา

    “แน่ใจเหรอยัยภีร์ หมอภัสนี่ใช่คนคนเดียวกับหมอที่ผ่าตัดเอากระสุนเฉียดหัวใจให้พี่ริชเราจริงๆเหรอ”

    พิมพ์วรีย์หูผึ่งตาพอง ถลาไปเกาะผนังแอบฟัง

    “แน่ใจสิแม่ ภีร์ไปสืบประวัติที่โรงพยาบาลมาหมดแล้ว ตัวจริงสวยมากเลยนะแม่ ภีร์ว่าพี่ริชต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละน่า หนีตายอยู่ในป่าสองต่อสองกันตั้งหลายวัน ไฟไม่ช็อตกันบ้างหรือไง”

    พิมพ์วรีย์ได้ยินเต็มสองหู ความหึงพุ่งแรงในอกเธอทันที หันรีหันขวางต้องรีบหาภูริชให้เจอ

    ooooooo

    เวลานั้นภูริชยังอยู่กับนภัสชล...แววตาของหญิงสาวที่มองเขาเปี่ยมไปด้วยความรัก แสดงออกถึงความจริงใจอย่างเปิดเผยก่อนเอ่ยปากด้วยความซาบซึ้ง

    “สำหรับผู้กอง...ฉันอยากจะขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

    พอเข้าเรื่องตัวเอง ภูริชต้องตั้งสติบังคับใจตัวเองไม่ให้อ่อนไหว

    “ตลอดเวลาหลายวันที่เราหนีอยู่ด้วยกันในป่า ผู้กองดูแลฉันดีมาก ดูแลทั้งตัวและก็หัวใจ”

    “ผมไม่ได้คิดอะไรเลยครับหมอ”

    คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวชะงัก นิ่วหน้าไม่เข้าใจ

    “หมายความว่ายังไงคะผู้กอง ไม่คิดอะไร”

    “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ ที่ผมดูแลปกป้องหมอ พาหมอหนีจากพวกชยิน พวกลาชิ...ผมทำมันไปตามหน้าที่ครับ”

    นภัสชลอึ้งราวกับถูกตบหน้าให้ตื่นขึ้นจากฝันหวาน แววตาอ่อนหวานที่มีให้ภูริชตั้งแต่เจอเขาในวันนี้ เปลี่ยนเป็นเจ็บปวดทันที

    “คุณบอกว่าทำตามหน้าที่ แล้วที่คุณกอดฉัน...สัมผัสฉัน คุณทำหน้าที่อะไร คุณทำอะไรกับฉัน”

    “ลืมมันไปให้หมดเถอะครับหมอ”

    “คุณคิดว่าความทรงจำบางอย่าง มันลืมกันได้ง่ายๆงั้นเหรอ”

    “ผมผิดเอง ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมไม่ควรทำอย่างงั้นหมอ อย่าเก็บมันไว้เป็นความทรงจำให้เปลืองสมองเลยครับ ลืมมันให้หมด”

    “หมายความว่าที่คุณทำลงไป คุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยใช่ไหม มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของผู้ชายคนนึง เวลาที่อยู่กับผู้หญิงสองต่อสอง...”

    “หมอจะคิดยังไงก็ได้ครับ จะโกรธ จะเกลียดผมเข้าไส้ก็ยอม ผมไม่อยากทำให้คนที่ผมรักต้องเสียใจ”

    “อ๋อเหรอ...คุณมีแฟนอยู่แล้วสินะ แล้วยังมาล้อเล่นกับหัวใจฉันอีกทำไม”

    “หมอเองก็เลิกล้อเล่นกับหัวใจตัวเองเถอะครับ กลับไป...กลับไปหาคนที่รักหมอ รักเขาให้มากๆ อย่ามาเจอหน้าผมอีก หมอไปซะ”

    นภัสชลเก็บกลั้นความเสียใจไม่ไหว ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกผู้ชายบอกเลิก

    “ฉันนี่เจ็บไม่รู้จักจำเลย ถูกผู้ชายไล่อีกจนได้”

    พูดขาดคำเธอหันหลังจะเดินไป แต่หันเร็วเกินไปจึงเสียหลักซวนเซ ภูริชรีบเข้าไปประคอง เป็นจังหวะที่พิมพ์วรีย์เดินมาเห็นพอดี ภาพนั้นเหมือนสองคนกำลังง้องอนกัน พิมพ์วรีย์กำมือแน่นแทบกรี๊ด

    “คุณรู้มั้ย คุณไม่ได้ผิดหรอก คนที่ผิดคือฉันเอง ฉันที่โง่เผลอใจไปกับคุณ คุณน่าจะทิ้งฉันไว้ที่ชายแดนนั่น ไม่น่าช่วยฉันกลับมาแล้วมาฆ่าทิ้งด้วยน้ำมือคุณเองแบบนี้เลย”

    นภัสชลตัดพ้อต่อว่าแล้วแกะมือเขาออกเดินหนีไป ภูริชยืนนิ่ง ตัดใจไม่ก้าวตามเธอไปทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

    นภัสชลเดินมาหยุดยืนหักห้ามใจ เช็ดน้ำตาตัวเอง ...ความรู้สึกเสียใจเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง... โกรธ...และไม่ให้อภัย

    แต่แล้วเสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง “ทำให้คนอื่นต้องตายเพราะตัวเอง ยังมีหน้าไปบีบน้ำตาให้ผู้ชายเห็นใจได้อีกนะ”

    นภัสชลหันกลับมามองสาวสวยที่ยืนนิ่งมองตนด้วยสายตาเหยียดหยันหัวจดเท้า...เธอคือพิมพ์วรีย์นั่นเอง

    “คุณพูดอะไรของคุณคะ”

    “คุณอะไร...ฉันชื่อหญิงพิมพ์วรีย์ย่ะ คนพิเศษของผู้กองภูริช รู้ไว้ซะด้วย”

    “ไม่เห็นอยากรู้เลยว่าคุณชื่ออะไร เป็นคนพิเศษของใคร ที่ฉันอยากรู้ก็คือเมื่อกี้ที่คุณพูดถึงฉันหมายความว่ายังไง”

    “ก็ที่จ่ามีต้องมาตาย เรื่องของเรื่องไม่ใช่เพราะต้องไปช่วยเธอหรอกเหรอ แค่นี้ยังต้องให้ฉันอธิบาย จบหมอจริงรึเปล่าเนี่ย ถึงได้โง่ถูกกองกำลังบ้าบออะไรไม่รู้จับตัวไปง่ายๆ เดือดร้อนให้ทหารเสียเวลาไปช่วย”

    “ฉันว่าหนูนั่นแหละที่โง่ที่มายุ่งเรื่องลูกสาวฉัน” วลัยพรรณส่งเสียงเข้ามาอย่างไม่พอใจ

    พิมพ์วรีย์อ้าปากค้าง โดนด่ากลับจนไปไม่เป็น... วลัยพรรณเดินมาโอบนภัสชล พร้อมปกป้องลูกสาวสุดที่รัก

    “เนรคุณ! พ่อฉันน่ะนายพลอนุชิตนะ คนที่ส่งลูกน้องไปช่วยลูกสาวคุณไง ยังกล้ามาด่าฉันอีกเหรอ” พิมพ์วรีย์แผดเสียงหลังจากได้สติ

    “พ่อก็ส่วนพ่อ ลูกก็ส่วนลูก ช่วยแยกแยะเป็นไหมคะ สงสัยว่าหนูนี่คงชอบซื้อของเหมาๆรวมๆนะ เลยติดนิสัยเหมารวมทุกอย่าง”

    พิมพ์วรีย์โกรธแทบเต้น อ้าปากจะกรี๊ดแต่เสียงแหลมๆของพิมพ์แขผู้เป็นแม่แทรกเข้ามาเสียก่อน

    “อย่ามาด่าลูกสาวฉันนะ”

    พิมพ์วรีย์ได้ที โผเข้าเกาะแขนพิมพ์แข ฟ้องว่าตนถูกสองแม่ลูกรุม

    “มันเรื่องอะไรมาด่าลูกสาวฉันด้วยคำพูดต่ำๆ” พิมพ์แขเปิดฉาก แต่วลัยพรรณก็ตอบโต้อย่างแสบสัน

    “ที่ฉันพูดคุณว่าต่ำแล้วเหรอคะ งั้นคุณก็พลาดแล้วล่ะค่ะคุณหญิง ที่ไม่ได้ยินที่ลูกสาวคุณพูดกับลูกสาวฉันก่อนหน้านี้ แบบว่าระดับมันต่ำกว่านี้เยอะเลยค่ะ”

    “หุบปากของเธอเดี๋ยวนี้นะ ถ้ามาดูถูกลูกสาวฉันอีกล่ะก็เจอฉันแน่”

    “เหมือนกันค่ะ ถ้าใครมาดูถูกลูกสาวฉันล่ะก็ เจอฉันแน่”

    เรื่องของลูกกลายเป็นเรื่องระหว่างแม่ไปเสียแล้ว สองคุณแม่ท้าทายกันเหย็งๆ ทำท่าจะวางมวย พิมพ์วรีย์ ยุส่ง ตรงข้ามกับนภัสชลที่พยายามห้ามแม่ตัวเอง

    จังหวะนี้เองนายพลอนุชิตกับท่านทูตอนันต์ออกมาเห็น สองคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่ามีเรื่องอะไรกัน

    สองสามีต่างจับแยกภรรยาของตนออกมาด้วยความชุลมุน นภัสชลที่กำลังเสียใจเรื่องภูริช ฉวยโอกาสนี้เดินลิ่วหนีไปหน้าโรงแรม กรัณย์เห็นเข้าก็ร้องถามญาติสาวว่าจะไปไหน

    นภัสชลหันมาทั้งน้ำตา กรัณย์ตกใจถามว่าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม

    “ผู้กองริชเพื่อนคนดีของพี่...”

    “ไอ้ริชมันทำอะไรภัส บอกพี่มา”

    นภัสชลไม่ตอบ วิ่งออกไปขึ้นแท็กซี่ที่มาจอดส่งผู้โดยสารพอดี กรัณย์ตามไม่ทันและนึกโกรธภูริชเดินกลับเข้าโรงแรมทันที

    ooooooo

    แม่กับน้องสาวของภูริชเดินออกจากห้องอาหารเมื่อเห็นว่าทุกคนหายไปนานผิดปกติ แล้วสองแม่ลูกก็มาเห็นกลุ่มของอนันต์ ภีรชาดูออกว่าต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างจึงรั้งแขนแม่ไว้อย่างเร็ว

    “เดี๋ยวแม่...หยุดก่อน เหมือนเขากำลังมีเรื่องอะไรกัน อย่าเข้าไป”

    “จะหยุดทำไม ไม่เข้าไปจะรู้เหรอว่าเขามีเรื่องอะไรกัน”

    ปรียาพรไม่ฟัง เป็นฝ่ายดึงมือภีรชาเดินเข้าไป...

    นายพลอนุชิตยืนตรงกลางระหว่างฝ่ายของวลัยพรรณและพิมพ์แข พยายามเจรจาให้สองฝ่ายยุติปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

    “เอาล่ะครับ ไม่ว่าจะผิดใจเรื่องอะไรกัน ให้มันจบแค่นี้ อย่าถือโทษโกรธกันได้ไหมครับ เพื่อมิตรภาพ ถือว่าผมขอ...นะคุณหญิง”

    “ผมก็ขอด้วยเหมือนกันนะคุณหญิง”

    อนันต์ช่วยอีกแรงขอร้องภรรยาตัวเอง เรื่องเลยจบลงได้แม้จะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะพิมพ์แขกับวลัยพรรณยังเล่นแง่กันอีกยกก่อนจะยุติ
    พอเหตุการณ์สงบ วลัยพรรณเหลียวมองหาลูกสาวของตนแต่ไม่พบ กรัณย์กลับเข้ามาพอดี บอกว่านภัสชลกลับไปแล้ว

    “อะไรนะกรัณย์ น้องกลับไปแล้วเหรอ”

    “ครับ รีบออกจากโรงแรมขึ้นแท็กซี่ไปเลย ผมตามไปไม่ทัน”

    “นี่มันเกิดเรื่องอะไรกัน อยู่ๆยัยภัสก็หนีกลับไปแบบนี้”

    “ถามผม...ผมก็ไม่รู้หรอกครับ ต้องถามคนโน้น” กรัณย์โบ้ยไปที่ภูริชซึ่งกำลังเดินตรงมา

    ทุกคนมองภูริชเป็นตาเดียว รอคอยคำตอบว่าทำไมนภัสชลถึงหนีกลับไปก่อนทั้งที่ยังไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหาร แต่ภูริชที่เข้าใจว่านภัสชลกับกรัณย์เป็นแฟนกันพยายามจะคุยกับกรัณย์เป็นการส่วนตัว จึงเดินนำออกไปโดยไม่ยอมให้คนอื่นๆตามมา แต่พิมพ์วรีย์ไม่เชื่อ ตามมา ซุ่มแอบฟังจนได้

    เมื่อเผชิญหน้ากันสองคน ภูริชพูดความจริงว่าตนไม่ได้ตั้งใจทำร้ายจิตใจกรัณย์และไม่ได้ตั้งใจทำลายความเป็นเพื่อนของเรา แต่ตนก็รักหมอนภัสชลไปแล้วเขาจะต่อยตนให้คว่ำเลยก็ได้ ตนจะไม่สู้

    “นี่แกพูดว่ารักภัสเลยเหรอ”

    “เออ ฉันผิดฉันรู้ ที่ไปมีใจให้แฟนแก แต่ฉันไม่รู้มาก่อนว่าหมอเป็นแฟนแก ฉันเจอหมอครั้งแรกที่ชายแดน ฉันก็ตกหลุมรักเขาแล้ว ยิ่งหมอมาผ่าตัดช่วยชีวิตฉัน เอากระสุนใกล้หัวใจฉันออกไป มันเหมือนหมอควักเอาหัวใจฉันติดไปด้วย ให้ตายเหอะ ฉันเพิ่งมารู้ว่าหมอเป็นแฟนแกก็วันที่แกต้องบินแบล็กฮอว์กพาฉันไปหย่อนลงที่ชายแดนเพื่อไปช่วยหมอจากกองกำลังติดอาวุธ”

    พิมพ์วรีย์ได้ยินเต็มสองหู เจ็บปวดเหมือนถูกมีดแทงเข้ากลางใจ ผู้ชายที่เธอรักและรอคอยมาตลอดกลับไป หลงรักผู้หญิงคนอื่น ขณะที่กรัณย์พอรู้ความจริงก็ยิ่งอยากแกล้งเพื่อนรัก ถามต่อไปว่าทำไมวันนั้นเขาไม่บอกว่ารู้จักกับนภัสชลมาก่อน ทำไมต้องปิดตนด้วย

    “ฉันไม่ได้ปิดเว้ย ฉันแค่ไม่อยากทำให้แกไม่สบายใจ ไม่อยากทำลายความเชื่อใจของแกที่มีให้ฉัน ฉันก็เลยได้แต่เก็บเรื่องหมอไว้ในใจ”

    กรัณย์นึกขันเพื่อนรักที่เซ่อซ่าเข้าใจผิด ขนาดเฉลย แล้วว่านภัสชลเป็นน้องสาวไม่ใช่แฟน ภูริชก็ยังไม่เชื่อ เพราะรู้มาตลอดว่ากรัณย์เป็นลูกคนเดียวในบ้าน

    “แกฟังให้ดีๆ คุณหญิงวลัยพรรณแม่ของภัสเป็นน้องสาวของแม่ฉัน ไม่ให้ฉันเรียกภัสว่าน้องสาวแล้วจะให้เรียกว่าอะไรวะไอ้เพื่อนเซ่อ”

    ภูริชตาสว่างทันที ความกังวลและรู้สึกผิดต่อเพื่อน หายไปในพริบตา รอยยิ้มและความดีใจผุดขึ้นมาแทน จนพิมพ์วรีย์ที่แอบฟังแทบจะกรี๊ดออกมาด้วยความแค้นใจ

    “แกจะตอบได้หรือยัง ตกลงแกทำอะไรกับภัส ภัส ถึงได้ร้องไห้หนีกลับไปแบบนั้น”

    “ฉันไล่หมอไปไม่ให้มาเจอหน้าฉันอีกน่ะสิ ก็ฉันคิดว่าหมอเป็นแฟนแก ฉันไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นไอ้เลวแย่งแฟนเพื่อน ไม่อยากให้หมอถูกมองไม่ดีว่านอกใจแก”

    “เดี๋ยวๆ แกพูดแบบนี้มั่นใจใช่ไหมว่าภัสก็มีใจให้แก”

    “มั่นใจสิวะ เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะตลอดเวลา ที่หนีอยู่ที่ชายแดน”

    “ถ้ามั่นใจงั้นจะรออะไรอยู่ แกรีบโทร.ไปง้อภัสเดี๋ยวนี้เลย”

    ภูริชอยากโทร.ไปแต่ไม่มีเบอร์นภัสชล กรัณย์เลยต้องใช้โทรศัพท์ตัวเองกดโทร.ออกแล้วส่งให้เพื่อนพร้อมอวยพรให้โชคดี

    นภัสชลรับสายเพราะคิดว่าเป็นกรัณย์ พอรู้ว่าเป็นภูริชก็ชิงตัดบทว่าเขาโทร.หาผิดคน เธอไม่รู้จักเขาและอย่าโทร.มากวนอีก...ภูริชหน้าจ๋อย ยื่นโทรศัพท์คืนกรัณย์และได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านภัสชลเคยอกหักโดนแฟนเก่าทิ้งมาแล้วครั้งหนึ่งจนไม่ยอมเปิดใจรักใครหน้าไหน อีก แต่แล้วก็มาซ้ำรอยเดิมเป็นครั้งที่สอง

    “ศึกรักของแกครั้งนี้ไม่ง่ายซะแล้ว มันอยู่ที่ว่าแกจะเดินหน้าหรือจะถอย”

    “ฉันจะไม่ถอยหรอก จะเดินหน้าเต็มที่”

    พิมพ์วรีย์ทนฟังไม่ไหว ก้าวออกมาบอกภูริชว่า ตนก็จะไม่ถอยเหมือนกัน ถ้าจะต้องเสียเขาไป แล้วตัดพ้อว่า ตนไม่ดีพอสำหรับเขาหรือ เขาถึงได้มองข้ามหัวตนแบบนี้ ภูริชลำบากใจ กรัณย์ก็หนักใจแทนเพื่อน ขอให้เคลียร์เรื่องเก่าให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยเดินหน้าง้อนภัสชล

    ooooooo

    หลังจากกรัณย์ไปแล้ว พิมพ์วรีย์พยายามโน้มน้าว และเว้าวอนภูริชให้รักตน โดยบอกว่าเขาไม่ได้รักนภัสชล แค่อินกับภารกิจที่ไปช่วยจนคิดว่าเป็นความรัก แต่อีกสักพักก็ลืม

    ภูริชไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของพิมพ์วรีย์ แต่ถ้าไม่พูดก็รังแต่จะทำให้เธอเข้าใจผิด จึงตัดสินใจพูดความจริงว่าตนคงลืมหมอไม่ได้ เพราะหมอเอาหัวใจของตนไปแล้ว พิมพ์วรีย์ได้ฟังเสียใจถึงกับน้ำตาคลอ

    “แล้วหัวใจของหญิงที่มอบให้ริชไปล่ะคะ ริชไม่เคยเหลียวแลสนใจมันเลยเหรอ ทั้งๆที่หญิงรอริชมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีผู้ชายเก่งรวยโปรไฟล์ดีแค่ไหนมาชอบหญิง หญิงก็ไม่เคยมอง เพราะสายตาของหญิงมองหาแต่ริชคนเดียว หญิงคิดถึงแต่ริชคนเดียวเท่านั้น ให้โอกาสหญิงได้เป็นคนพิเศษของคุณนะคะ หญิงมั่นใจว่า จะทำให้คุณรักหลงหญิงได้...นะริช...นะคะ”

    เธอสวมกอดเว้าวอนเขา แต่เขาไม่กอดตอบและไม่ตอบรับ อนุชิตกับพิมพ์แขเดินมาเห็น เรียกชื่อลูกสาวเป็นการปราม พิมพ์วรีย์จำต้องผละออกจากภูริช แต่พูดกับเขาอย่างไม่ยอมแพ้

    “คุณไม่ตอบรับก็ไม่เป็นไร แต่จำคำพูดของหญิงไว้นะคะ หญิงจะไม่ยอมถอยจากคุณเด็ดขาด”

    อนุชิตเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกันอีก วันนี้ดูวุ่นวาย ไปกันหมด พิมพ์วรีย์ตอบทันทีว่า

    “ตัวปัญหาที่ทำให้วุ่นวายคือยัยหมอภัสนั่นแหละ แล้วตัวเองก็ชิงหนีไป ถ้าคุณพ่อคุณแม่จะอยู่ทานข้าว ก็ตามใจนะคะ แต่หญิงจะกลับ”

    พิมพ์วรีย์เดินตัวปลิวไป พิมพ์แขไม่รอช้าชวนสามีกลับ ตนกินอะไรไม่ลงแล้ว อนุชิตมองผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างพอเดาออกว่ามีเรื่องอะไร พูดทิ้งท้ายก่อนเดินตามภรรยากับลูกสาวไป

    “เสร็จจากศึกรบก็มาเจอศึกรักสินะ ผมก็เคยเป็นอย่างคุณมาก่อน ผมกลับก่อนนะ ฝากบอกทุกคนด้วยว่าผมมีธุระ”

    พิมพ์แขกับอนุชิตเดินตามไปทันลูกสาว พิมพ์แข ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก อยากรู้ว่าเรื่องวุ่นวายวันนี้เกิดจาก อะไรกันแน่

    “ก็นังหมอภัสน่ะสิมันอ่อยริช มันบีบน้ำตาใส่ริช คิดจะแย่งริชไปจากหญิง”

    “เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกลูก มันขึ้นอยู่กับผู้ชายด้วยว่ารักชอบใครมากกว่า...ระหว่างลูกกับหมอภัส”

    “ก็ยัยหมอนั่นเล่นอ่อยริชมาตั้งแต่หนีลูกปืน กิน นอนอยู่ที่ชายแดนด้วยกันแล้วอย่างหญิงจะเอาอะไรไปสู้ยัยนั่นได้คะคุณพ่อ หญิงจะเจอหน้าริชแต่ละทีต้องรอแล้วรออีก สองสามเดือนได้เจอกันสักครั้ง เจอแต่ละครั้งก็แค่ไม่กี่วัน แทบไม่มีเวลาทำหวานทำซึ้งอะไรกับเขาเลย”

    “ก็นี่แหละชีวิตทหาร ถ้าริจะรักทหารก็ต้องรับสภาพให้ได้ แต่ถ้าคนมันจะรักกัน เป็นเนื้อคู่กันแล้ว ต่อให้เจอกันแค่เพียงแค่สบตา มันก็รักกันแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมากมายหรอก”

    พิมพ์วรีย์ฟังแล้วขัดใจมาก เร่งแม่ให้กลับพร้อมตน พิมพ์แขเลยต้องฉุดมือสามีไปด้วย

    ส่วนที่ห้องอาหาร อนันต์ วลัยพรรณ และกรัณย์นั่งร่วมโต๊ะอยู่กับปรียาพรและภีรชา ทันทีที่ภูริชเดินเข้ามาทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เขาคนเดียว เพราะรู้เรื่องของภูริชกับนภัสชลจากกรัณย์หมดแล้ว

    “ท่านนายพลกับคุณหญิงกลับไปแล้วครับ ฝากผมมาเรียนว่ามีธุระ”

    วลัยพรรณพอใจที่พิมพ์แขกลับไปเสียได้ พอภูริชจะนั่งลง กรัณย์รีบบอกให้มานั่งใกล้ๆพ่อตาแม่ยาย ภูริชตกใจปรามเพื่อนว่าพูดอะไรอย่างนั้น

    “แหม...ดูทำหน้าเข้าพี่ริช เขารู้กันหมดทั้งโต๊ะแล้วล่ะว่าพี่กับหมอปิ๊งกัน” ภีรชาแซวพี่ชาย ส่วนแม่ก็ไม่น้อยหน้า พูดอย่างอารมณ์ดีว่าทำไมไม่บอกแม่แต่แรก น่าตีจริงๆลูกคนนี้

    ภูริชมองหน้ากรัณย์ถามว่าฝีมือเขาใช่ไหม กรัณย์ยืดอกสามศอกตอบรับอย่างว่องไว

    “ใช่ ฉันแฉแกหมดแล้ว แฉกระทั่งว่าแกเซ่อคิดว่า ฉันกับภัสเป็นแฟนกัน แล้วพาลไปไล่ภัสให้ไปไกลๆ ไม่ต้องมาสนใจแก”

    อนันต์รู้จักนิสัยลูกสาวของตนดี ติงภูริชว่าไปพูดกับนภัสชลแบบนั้นก็เป็นเรื่อง เพราะเธอเป็นคนจริงจังกับความรักมาก

    “นั่นสิ ป่านนี้ไม่รู้โกรธไปถึงไหนแล้ว” วลัยพรรณพูดแล้วถอนใจ

    “ยังงี้ต้องรบกวนท่านทูตกับคุณหญิงให้ช่วยเป็นกาวใจให้แล้วล่ะค่ะ”

    ภูริชหน้าเจื่อนเกรงใจท่านทั้งสอง แต่วลัยพรรณกลับตอบรับด้วยความยินดี แล้วจัดแจงโทร.หานภัสชล ทันที โดยแกล้งพูดเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว

    “ฮัลโหล...ภัสอยู่ไหนลูก อยู่ๆก็หนีกลับก่อนแบบนี้ เป็นอะไรรึเปล่า”

    “ภัสขอโทษค่ะคุณแม่ พอดีภัสมีเรื่องไม่สบายใจ ก็เลยกลับก่อน”

    “ตอนนี้ลูกกลับถึงบ้านแล้วเหรอ”

    “ยังค่ะ ภัสอยู่ที่ห้าง แวะซื้อของใช้ที่จำเป็น กินกาแฟเสร็จแล้วภัสจะกลับค่ะ”

    วลัยพรรณยิ้มย่องก่อนจะหลอกถามชื่อห้างแล้วให้ภูริชตามไปเจอลูกสาวของตนโดยเร็ว แต่เมื่อภูริชไปถึงกลับพบว่านภัสชลไม่ได้อยู่คนเดียว เธออยู่กับชนะ อดีตแฟนที่ทำให้เธออกหัก วันนี้สองคนเจอกันโดยบังเอิญ แต่ชนะที่กำลังต้องการหวนมาคืนดีกับเธอบอกว่าเป็นพรหมลิขิตเพื่อให้เราสองคนปรับความเข้าใจกัน

    ภูริชจับตามองเขาสองคนอยู่ห่างๆ แต่พอเห็นฝ่ายชายจับมือถือแขนดึงรั้งฝ่ายหญิงก็ปราดเข้าไปแทรกทำให้นภัสชลมีโอกาสเลี่ยงหนีชนะไปได้

    ชนะไม่พอใจชายแปลกหน้า ขณะที่ภูริชไม่ใส่ใจรีบเดินตามไปงอนง้อนภัสชล แต่เธอทำเป็นไม่สนใจไยดีทั้งที่รักเขามาก เพราะต้องการให้เขารู้จักเจ็บปวดเสียบ้าง

    ooooooo

    สถานการณ์ที่ชายแดนหลังปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันของภูริชเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กองทัพฝ่ายรัฐบาลถือโอกาสเข้าโจมตีฐานที่มั่นของนายพลอาเช จนเกิดการอพยพของชนกลุ่มน้อยเมืองเผ่าหนีภัยสงครามทะลักเข้าเขตชายแดนไทย

    นายพลอาเช ชยิน เตโช และซาเยร์หายสาบสูญไป ที่แท้ทั้งหมดปลอมตัวปะปนกับผู้อพยพหนีการตามไล่ล่าของกองทัพรัฐบาลข้ามชายแดนเข้ามาในไทย และฐานที่มั่นของนายพลลาแปกับลาชิกลายเป็นฐานร้าง สองพ่อลูกแอบมาตั้งฐานที่มั่นใหม่ในพื้นที่ตีนเขาห่างไกลในเขตชายแดนไทย โดยมีกลุ่มนักรบปิศาจปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มีจำนวนที่มากเป็นกองทัพ

    เมื่อกองทัพไทยโดยเฉพาะผู้กองภูริชเข้ามามีส่วนทำให้กองกำลังของนายพลลาแปแตกทัพ ความแค้นจึงเกิดขึ้น ด้วยแผนการก่อการร้ายในไทยและตั้งค่าหัว

    ภูริชเพื่อล้างแค้น เช่นเดียวกับฝ่ายชยินที่อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ กบดานอยู่แถบชายแดนไทย นายพลอาเช

    ล้มป่วยลง แต่สิ่งที่เขาใฝ่ฝันไม่เคยเปลี่ยนคือได้กลับไปแบ่งแยกรัฐสะลองปกครองตนเองอีกครั้ง ซึ่งชยินสัญญาว่าจะทำให้ได้ แม้เตโชจะบอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้วก็ตาม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์