นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แม้จะหนีข้ามลำธารมายังป่าอีกด้านได้ แต่พวกนักรบปิศาจก็ยังไล่ล่าภูริชกับนภัสชลมาติดๆ

    เพื่อหนีให้พ้นเงื้อมมือพวกนักรบปิศาจ ภูริชให้นภัสชลวิ่งหนีไปก่อน ส่วนเขาจะสกัดพวกมันไว้ด้วยระเบิดควัน รับรองว่าเขาจะตามไปเจอเธอจนได้

    นภัสชลทำตามทั้งที่หวาดกลัว ภูริชปาระเบิดควันเล่นงานพวกนักรบปิศาจได้สำเร็จ แต่ควันของระเบิดก็ทำให้พวกชยินจับทางได้ ชยินมั่นใจไม่ใช่ฝีมือพวก

    นายพลลาแปปาระเบิด มันต้องการพิมพ์เขียวอาวุธกับตัวหมอคืน ดังนั้นมันไม่ใช้ระเบิดสังหาร แต่เป็นพวกมันที่กินระเบิดเสียเอง ด้วยฝีมือทหารไทยคนนั้น

    ควันระเบิดจางหาย นักรบปิศาจบาดเจ็บเล็กน้อย แต่มีคนหนึ่งถูกเศษกระป๋องระเบิดควันตัดหลอดลมขาดเลือดทะลักจนสิ้นใจ เพื่อนในกลุ่มต่างโกรธแค้นและจะเอาคืนให้สาสม!

    การเดินทางของภูริชกับนภัสชลยากลำบากขึ้นทุกที ทั้งคู่ต้องเดินเท้าบนทางลาดชันเพื่อข้ามดอยไป นภัสชลต้องอาศัยภูริชช่วยเหลืออย่างมาก ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดและเห็นอกเห็นใจกันจนเป็นความรักที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ

    ตกกลางคืน สองคนหยุดพักแรมบนดอยปักเต โดยใช้ไฟฉายให้แสงสว่างแทนการก่อกองไฟเพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามติดตามได้
    ขณะกินอาหารที่ยังมีเหลือ นภัสชลอยากรู้ว่า

    ภูริชถูกส่งมาช่วยตนได้ยังไง หรือว่าพ่อของตนติดต่อขอความช่วยเหลือจากกองทัพ...ภูริชะงักไปนิด เรื่องของกรัณย์เข้ามาในหัวอีกครั้ง

    “ผมไม่รู้ครับว่าใครเป็นคนติดต่อขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ผมรู้แค่ตอนที่ถูกเรียกตัวไปรับภารกิจให้มาช่วยคุณครับ”

    “แล้วตอนที่ผู้กองรู้ว่าหนึ่งในคนที่ผู้กองต้องมาช่วยเป็นฉัน ผู้กองรู้สึกยังไงคะ”

    “ครั้งแรกตกใจสิครับที่เป็นหมอ ความรู้สึกต่อมาก็ดีใจที่ผมได้รับภารกิจนี้”

    “ดีใจเหรอ ผู้กองต้องถูกส่งมาทำงานเสี่ยงอันตรายคนเดียวนะคะ”

    “ยิ่งอันตรายผมยิ่งต้องมาทำภารกิจด้วยตัวเอง เพราะผมอยากช่วยหมอ”

    “เป็นการตอบแทนที่ฉันเคยช่วยผ่าตัดเอากระสุนเฉียดหัวใจออกให้คุณ ฉันเดาถูกไหมคะ”

    “ถูกครับ นั่นเป็นเหตุผลนึงที่ผมอยากจะมาช่วยหมอ”

    “แปลว่ายังมีเหตุผลอื่นอีก บอกได้ไหมคะ”

    ภูริชหยุดคิดชั่งใจ...จะบอกดีไหมว่าเพราะเธอเป็นรักแรกของตน และเธอก็เป็นคนรักของเพื่อนรักของตัวเองด้วย แต่แล้วนภัสชลเป็นฝ่ายตัดบทเสียเองอย่างมีมารยาท

    “ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ คนเราไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผลทั้งหมดของตัวเองให้ใครฟังหรอกค่ะ”

    “แต่ในฐานะทหารไทย ไม่ว่าใครจะถูกจับตัวมา ผมพร้อมจะมาช่วยเหลือทุกคนครับ หน้าที่ของทหารนอกจากจะปกป้องอธิปไตยของชาติแล้ว เราต้องพร้อมจะดูแลช่วยเหลือปกป้องชีวิตและเลือดเนื้อของพี่น้องคนไทยให้ได้รับความปลอดภัยครับ”

    นภัสชลฟังแล้วรู้สึกดี บอกว่าในความโชคร้ายตนก็โชคดีที่มีโอกาสได้เป็นหนึ่งในคนไทยที่กำลังได้รับการช่วยเหลือปกป้องจากทหาร

    “เป็นคำชื่นชมเล็กๆที่มีค่ายิ่งใหญ่สำหรับทหารอย่างผมมากเลยครับหมอ”

    นภัสชลยิ้มตอบ ทันใดฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีเค้า ภูริชรีบหยิบม้วนผ้าใบในเป้ออกมาคลี่กันฝนที่หนาเม็ดขึ้นทุกที แล้วสองคนนั่งเบียดกันท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักสลับกับเสียงฟ้าร้องดังสนั่น หมอสาวตกใจกอดซบผู้กองหนุ่มด้วยความกลัว

    ooooooo

    ฝนตกหนักทำให้ทุกฝ่ายจำต้องหยุดพัก ชยินนั่งตากฝน ในใจคิดแค้นภูริชตลอดเวลา...

    ส่วนนายพลอาเชกับเตโชที่อยู่ในฐานที่มั่น

    สองพ่อลูกเชื่อว่าชยินแข็งแกร่งและเก่งเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เขาต้องอดทนต่อความหนาวบนดอยได้ แต่ที่นายพลอาเชกังวลคือการเผชิญหน้าของชยินกับทหารไทย หวังว่าลูกชายคนโตของตนจะไม่พลั้งมือทำอะไรลงไป เพราะนั่นหมายถึงเราประกาศเป็นศัตรูกับกองทัพไทย

    ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทำให้อากาศบนดอยยามค่ำคืนหนาวเย็น นภัสชลนั่งกอดเข่าตลอดเวลา แม้แต่ภูริชยังต้องกอดอก ชำเลืองมองหมอสาวที่บ่นหนาว

    “บนยอดดอยแบบนี้ ยิ่งดึกจะยิ่งหนาวครับ ยิ่งฝนมาตกหนักแบบนี้ด้วยแล้ว ไม่น่าจะรอดครับหมอ”

    “อะไรไม่รอด” คำถามของหมอทำเอาผู้กอง

    เงียบไป...แอบคิดว่าฝนเป็นใจแบบนี้เขาจะห้ามใจไหวไหม พอเห็นเธอจ้องมองตาแป๋วรอคอยคำตอบ

    เขาเลยต้องพูดอะไรสักอย่าง “ผมหมายถึงว่ายิ่งฝนตก อากาศจะยิ่งหนาวมากน่ะครับหมอ”

    ไม่ทันขาดคำลมก็พัดซ้ำหอบฝนเข้ามาปะทะทั้งคู่ภายใต้ผ้าใบผืนเดียว นภัสชลเชื่อแล้วว่าไม่น่าจะรอด เพราะมาทั้งลมทั้งฝน

    เมื่อเห็นเธอหนาวจนร่างสั่นสะท้าน ภูริชหมดทางเลือก อยากช่วยเธอคลายหนาวจึงพูดติดตลกว่า

    ตนมีฮีตเตอร์ให้เช่า

    “คุณมีฮีตเตอร์ให้เช่าก็ดีสิคะ ฉันจะได้หายหนาว”

    ภูริชกอดเธอทันที นภัสชลตะลึง รับมุกแทบไม่ทัน

    “เป็นไงครับฮีตเตอร์รุ่นนี้ ยิ่งกอดยิ่งอุ่นนะครับหมอ”

    “คุณ...คิดค่าเช่ายังไงคะ”

    “สำหรับหมอ...ผมไม่คิดค่าเช่าครับ แถมโปรพิเศษให้อุ่นฟรีโดยไม่มีกำหนด”

    หนุ่มสาวมองหน้ากัน...เปิดเผยใจต่อกันโดยไม่ต้องพูด หลังจากนั้นไม่นานหมอสาวก็หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา

    เช้าตรู่ภูริชไปเอาน้ำใส่ใบบอนมาให้นภัสชลล้างหน้า น้ำเย็นทำให้เธอตาสว่างทันที...ก่อนออกเดินทางต่อ

    นภัสชลขอให้เขาช่วยสอนตนยิงปืน ภูริชรับปากว่ามีเวลาเมื่อไหร่สอนให้แน่

    หลังจากเมื่อวานขึ้นมาบนดอย เช้านี้สองคนต้องลงไปอีกด้านเพื่อไปให้ถึงชายแดนไทย การเดินทางลงเขามีความลาดชันมากต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

    ภูริชคอยช่วยพยุงและประคองนภัสชลไม่ยอมห่าง พอลงถึงตีนเขาเจอถ้ำอย่างไม่คาดคิด นภัสชลดีใจมากถึงกับพนมมือไหว้ขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขา

    “คืนนี้ต่อให้ฝนตกหนัก หมอก็ไม่ต้องกลัวเปียกอีกแล้วครับ”

    “ขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขามากค่ะ ตั้งแต่เข้าป่ามาก็เพิ่งจะเจอถ้ำนี่แหละ”

    “วันนี้เราหยุดพักเร็วหน่อย เก็บแรงไว้ พรุ่งนี้อาจจะเดินทางลำบาก เพราะเราต้องผ่านหุบเขา แต่ถ้าโชคดีเราอาจจะได้เจอหมู่บ้าน เชิญเลยครับ หมออยากนอนหรือนั่งมุมไหน เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ”

    นภัสชลไม่เลือกแต่ขออยู่ตรงที่มีเขา ภูริชยิ้มสุขใจ แต่เขาจำเป็นต้องออกไปหากิ่งไม้แห้งมาก่อกองไฟ

    “เราต้องเซฟแบตเตอรี่ไฟฉายเอาไว้ ในถ้ำแบบนี้ก่อกองไฟน่าจะปลอดภัย ไม่มีควันลอยออกไปให้ใครเห็น หมอรออยู่ที่นี่แหละครับ ผมจะรีบไปรีบมา”

    ภูริชไม่พูดเปล่าแต่หอมแก้มเธอเป็นการยืนยัน แล้วส่งปืนสั้นกระบอกหนึ่งให้เธอติดตัวไว้ก่อนเดิน

    ผละไป ทิ้งให้นภัสชลตกอยู่ในห้วงแห่งความรักคนเดียว

    นอกจากจะได้กิ่งไม้แห้งแล้วภูริชยังได้มะม่วงป่าสุกงอมที่หล่นเกลื่อนพื้น ตั้งใจเก็บมาฝากนภัสชล คิดว่าเธอต้องดีใจแน่ๆ เพราะกินอาหารกระป๋องมาหลายมื้อ

    ooooooo

    แต่แล้วภูริชกลับมาในถ้ำก็พบกับความว่างเปล่าไร้เงาของคุณหมอ...นภัสชลหายไปพร้อมกล่องใส่พิมพ์เขียวอาวุธ มีเพียงกระเป๋าสัมภาระกับปืนที่อยู่ในสภาพขัดลำกล้อง ซึ่งนภัสชลพยายามยิงต่อสู้

    ผู้รุกรานแต่ไม่สำเร็จ

    ภูริชเป็นห่วงนภัสชลมาก สำรวจพื้นที่เห็นรอยเท้าจำนวนมากจึงเร่งรีบแกะรอยติดตามไป

    พวกชยินนั่นเองที่เข้ามาจับนภัสชล แต่ทั้งหมดยังไม่ไปไหนไกลเพราะชยินต้องการพบทหารไทยที่ปลอมตัวเป็นมองเทร์

    “มันอยู่ไหนไอ้ทหารไทย เรียกให้มันมาช่วยเลย ผมจะได้เอาคืนมัน”

    “คุณจะเอาคืนอะไร คุณมีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา”

    “มันปลอมตัวเข้ามาอยู่ในฐานที่มั่นของผม ผมควรดีใจงั้นสิ”

    “ก็เพราะพวกคุณลักพาตัวฉันมาอย่างไม่ถูกต้อง เขาถึงต้องเสี่ยงชีวิตเข้ามาช่วยฉันไง”

    “แต่ทำยังงี้มันหยามศักดิ์ศรีกัน”

    “คุณมีศักดิ์ศรีในฐานะคนสะลอง ฉันกับผู้กองก็มีศักดิ์ศรีในฐานะคนไทยเหมือนกัน เราจะไม่ยอมให้คุณมาทำเหมือนเราเป็นทาสหรือเชลยของพวกคุณเด็ดขาด คนไทยไม่เคยตกเป็นทาสใคร เข้าใจไว้ซะด้วย”

    ซาเยร์ถือกล่องพิมพ์เขียวเข้ามาขัดจังหวะ เร่งชยินให้รีบไป เราได้พิมพ์เขียวอาวุธกับตัวหมอตามเป้าหมายแล้ว ถ้ากองกำลังของนายพลลาแปตามมาเจอทุกอย่างจะพังหมด ชยินจำยอมเพราะซาเยร์พูดถูก

    ท่ามกลางบรรยากาศของป่าที่แสงเริ่มสลัว ขบวนของชยินกำลังเดินทางเพื่อจะกลับไปยังฐานที่มั่น ซาเยร์นำขบวน นภัสชลอยู่ตรงกลางกับชยินที่ถือปืนเดินคุมแจ สะพายกล่องพิมพ์เขียวไว้กับตัว

    ชยินให้ความมั่นใจกับนภัสชลว่าตนไม่ได้พาไปฆ่าแกงที่ไหน แต่กำลังช่วยพาเธอกลับฐานที่มั่นอย่างปลอดภัย

    “ที่คุณทำนี่เรียกว่าช่วยงั้นเหรอ”

    “แล้วหมอคิดเหรอว่าจะเอาชีวิตรอดไปกับไอ้ทหารคนไทยได้ตลอดรอดฝั่งจนถึงชายแดนไทย”

    “ไม่ใช่แค่คิด แต่ฉันมั่นใจว่าผู้กองภูริชต้องพาฉันกลับไปถึงชายแดนไทยอย่างปลอดภัยแน่นอน”

    “มันชื่อผู้กองภูริชงั้นเหรอ” ชยินขบกรามแน่น หน้าตาดุดันเอาเรื่อง...

    จากนั้นไม่นานชยินก็ได้พบภูริชสมดังใจ ภูริชจู่โจมเข้ามาช่วยนภัสชล แล้วเกิดปะทะกับพวกชยิน

    จนตัวเองบาดเจ็บโดนไม้เสียบสีข้าง ขณะที่ชยินกับซาเยร์ก็โดนภูริชเตะต่อยจนเลือดกบปาก และทหารกองกำลังถูกยิงตายไปหลายคน

    แม้บาดเจ็บเลือดไหลมากแต่ภูริชกัดฟันจูงมือนภัสชลวิ่งหนีสุดชีวิต แต่แล้วด้วยความไม่ชำนาญพื้นที่และความสลัวของยามเย็น เมื่อทั้งคู่ก้าววิ่งไปยังพงไม้ข้างหน้าคิดว่าเป็นพื้น แต่กลับเป็นร่องเขาที่มีหุบเหวอยู่เบื้องล่าง ทั้งคู่ร่วงหายลงไปโดยไม่ทันตั้งตัว

    ชยินวิ่งตามมาทั้งที่อ่อนแรงเต็มที เขาวิ่งเลยผ่านจุดที่ภูริชกับนภัสชลตกร่องเขาไปหยุดยืนมองหาทั้งคู่อย่างหัวเสียที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของทั้งคู่ ก่อนจะทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บใจที่ภูริชเอากล่องพิมพ์เขียวอาวุธกับหมอนภัสชลคืนไปได้

    ซาเยร์เพิ่งหายมึนวิ่งตามหลังมาประคองชยิน ขอร้องให้หยุดตามเพราะสภาพร่างกายเขาไม่ไหวแล้ว...

    ชยินรู้ตัวเองว่าไม่ไหวจริงๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากคำรามออกมาลั่นป่า

    ooooooo

    ภูริชนอนแน่นิ่งที่ก้นเหว นภัสชลร้องไห้สติแตกอยู่ครู่หนึ่งเพราะกลัวเขาตาย ก่อนจะตั้งสติได้ว่าตัวเองเป็นหมอ รีบสำรวจร่างกายและทำแผลให้เขา

    “จังหวะการเต้นของหัวใจปกติ ม่านตาไม่ขยาย... ไม่มีกระดูกส่วนไหนแตกหัก มีแผลคิ้วแตก แผลถลอกตามตัว หนักสุดก็แผลถูกไม้ทิ่มที่สีข้างเลือดออกมากต้องห้ามเลือด”

    ในที่สุดหมอก็ทำสำเร็จ...ภูริชรู้สึกตัวแถมยังพักอีกไม่นานก็ออกเดินทางกันต่อ กระทั่งไปถึงหมู่บ้านชนกลุ่มน้อยและได้รับความช่วยเหลือจากผู้เฒ่าใจดี ใช้สมุนไพรรักษาบาดแผลจนอาการภูริชดีขึ้นทันตา

    เมื่ออยู่กันสองคน ภูริชบอกนภัสชลว่าชยินต้องพยายามตามมาอีกแน่เพราะเขาหลงรักเธอ หมอสาวไม่เชื่อหาว่าภูริชมโนไปเอง แต่เขายืนยันว่าเรื่องแบบนี้ผู้ชายด้วยกันมองกันออก

    “ถ้าการจับตัวฉันกลับไปจะทำให้รักเขาสมหวังล่ะก็...นายชยินน่าจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”

    “บางครั้งทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรทำ แต่ก็ยังทำ ก็คนมันรักแล้วมันห้ามใจกันไม่ได้หรอกครับหมอ”

    “นี่คุณกำลังพูดถึงนายชยินอยู่ใช่ไหมคะ”

    “ครับ ผมไม่ได้หมายถึงตัวผมเลย” ภูริชพูดแก้เก้อ ทั้งที่ความจริงก็แอบคิดอย่างนั้นเหมือนกัน...

    ฐิติกับเล่าซางอยู่ที่หมู่บ้านนี้ และเวลานี้เขารู้เห็นแล้วด้วยว่าภูริชกับหมอคนสวยมาพักพิงที่นี่ ฐิติคาดไม่ถึงว่าภูริชจะหนังเหนียวเคี้ยวยาก หนีรอดทั้งพวกชยินและนายพลอาเชมาได้ ส่วนเล่าซางกังวลเรื่องการส่งยาเสพติดในคืนนี้ กลัวภูริชจะล่วงรู้ทำให้งานสะดุด อยากเลื่อนออกไปก่อนแต่ฐิติไม่ยอมเพราะกลัวจะเสียลูกค้า

    กีซากับจาโปผู้นำทางของภูริชเพิ่งกลับถึงหมู่บ้านในคืนนี้ สองคนบังเอิญเห็นความไม่ชอบมาพากลของฐิติกับเล่าซาง จึงแอบสะกดรอยตามจนรู้เห็นว่าพวกเขาลักลอบขนยาบ้าเพื่อเอาไปขาย

    เวลาเดียวกันนั้น ภูริชใช้โทรศัพท์มือถือที่เหลือแบตเตอรี่แค่ขีดเดียวติดต่อไปยังนายพลอนุชิต แจ้งข่าวว่าตัวเองกับหมอนภัสชลปลอดภัย ส่วนหมอวริสาได้รับความช่วยเหลือจากนายวาริสพาหนีไปได้ช่วงชุลมุนตอนแลกตัวประกัน

    “ตอนนี้ผู้กองกรัณย์อยู่ในสายด้วย มีอะไรจะคุยกันก็เชิญ”

    ได้ยินชื่อกรัณย์...ภูริชซึมลงทันที หันไปมองนภัสชลที่นั่งมองอยู่ห่างๆไม่รู้ว่าภูริชคุยกับใคร

    ภูริชบอกเพื่อนรักว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนดูแลหมอให้อย่างดี...เสียงสัญญาณแบตเตอรี่อ่อนเตือนขึ้นมา ภูริชรอช้าไม่ได้

    “แบตเตอรี่จะหมดแล้วครับ ฟังนะครับผมจะรีบพูด...ตอนนี้ผมอยู่ที่หมู่บ้านชนกลุ่มน้อยแห่งนึงข้ามดอยกานูไปผมก็จะถึงชายแดนไทย คาดว่าอีกสองวันคงถึง ขอให้ท่านส่งกำลังมารอรับเพราะมีสองกองกำลังตามไล่ล่าผม ทั้งกองกำลังของนายพลลาแปและของนายพลอาเช เนื่องจากผมเอาพิมพ์เขียวอาวุธสงครามที่พวกมันแย่งชิงกันติดมาด้วย โดยเฉพาะนายพลลาแปมันใช้กองกำลังทหารรับจ้างที่มีอาวุธสงครามร้ายแรงตามล่าผม พวกมันอันตรายมาก”

    เสียงภูริชเงียบหายไปพร้อมสัญญาณโทรศัพท์... นายพลอนุชิตสั่งทหารติดตามให้ประสานไปที่กลาโหม ขออนุมัติเรียกเคลื่อนกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ไปที่ชายแดนเตรียมพร้อมรับมือกองกำลังต่างชาติและเรียกหน่วยกระทิงทั้งหมดเข้ามารายงานตัวกับตนด้วย

    ฝ่ายภูริช...หลังจากทำหน้าที่ของตนแล้ว เขาพานภัสชลไปเต้นรำรอบกองไฟกับผู้เฒ่าและชาวบ้านอย่างสนุกสนาน แต่พอออกมาอยู่กันสองคน ท่าทางภูริชเหมือนมีเรื่องกังวล

    เขานึกถึงวันที่พานภัสชลเดินทางถึงชายแดนส่งตัวเธอคืนสู่อ้อมอกกรัณย์แล้วใจหาย จึงตัดใจทำสิ่งนี้

    “หมอช่วยเก็บกระสุนนัดใกล้หัวใจนี้ไว้กับหมอนะครับ”

    นภัสชลมองกล่องกระสุนที่เธอให้เขาไปเมื่อหลายวันก่อน แต่วันนี้เขากลับนำมาคืน

    “ทำไมผู้กองไม่เก็บไว้เองล่ะคะ ให้ฉันเก็บไว้ทำไม”

    “หมอจะได้คิดถึงผมบ้างไงครับ เวลาที่...เราไม่เจอกัน”

    นภัสชลชะงัก มองหน้าผู้กองหนุ่ม รู้สึกได้ว่าเขากำลังพูดเหมือนตัดสัมพันธ์ ถามเสียงแผ่วว่า

    “ผู้กองพูดเหมือนไม่อยากเจอฉันอีก”

    ภูริชไม่ตอบแถมยังหลบตา นภัสชลใจหายและน้อยใจขึ้นมาทันที

    “จริงสินะ อีกสองวันผู้กองก็พาฉันไปส่งที่ชายแดนแล้วนี่ ก็หมดหน้าที่ของผู้กอง ไม่ต้องมีฉันเป็นภาระอีกต่อไป”

    เธอหันหลังเดินหนี ภูริชอยากจะตามแต่พยายามห้ามตัวเอง พูดพึมพำให้ปล่อยเธอไป อย่าไป อย่าตาม...

    แต่แล้วเขาก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ เดินตามเธอไปพร้อมกับร้องเรียก

    “เดี๋ยวครับหมอ”

    “ฉันเหนื่อย ฉันจะไปนอนแล้ว...ไม่ต้องมาเรียกฉัน ฉันจะไม่ทำตัวให้เป็นภาระคุณอีก นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”

    ภูริชเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ คว้าแขนเธอดึงให้หันกลับมาแล้วพูดจากใจว่า “หมอไม่ได้เป็นภาระของผมเลยนะครับ”

    “โอเค ฉันเป็นภารกิจของคุณ ฉันรู้แล้ว”

    “ใช่ครับ หมอเป็นภารกิจของผม...ภารกิจรัก” พูดขาดคำภูริชบรรจงจูบเธออย่างดูดดื่ม...

    ooooooo

    แน่นอนว่าเมื่อมีคนรู้ความลับเรื่องค้ายาเสพติดของตน ฐิติไม่ปล่อยให้ลอยนวลไปได้ เขากับเล่าซางเห็นชัดเจนว่าเป็นจาโปกับกีซา จึงช่วยกันตามหาจนทั่วหมู่บ้าน

    จาโปกับกีซาหนีหัวซุกหัวซุนมาเจอภูริชกับนภัสชลก่อนจะพากันไปรวมตัวที่บ้านจาโปแล้วเล่าเรื่องฐิติค้ายาบ้าให้ฟัง

    ภูริชโกรธมาก เพราะฐิติเป็นคนไทยแต่แอบขนยาเสพติดข้ามชายแดนเข้าไปขายในไทยเสียเอง คนแบบนี้เนรคุณแผ่นดินจริงๆ ตรงข้ามกับจาโปและกีซาที่เป็นชาวกะเหรี่ยงแต่ยังมีจิตสำนึกที่ดี แต่เวลานี้สองคนกำลังตกที่นั่งลำบาก กำชับผู้กองกับหมอเหมือนมีลางสังหรณ์ไม่ดี

    “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเฮาสองคน ผู้กองต้องรีบ พาหมอออกจากหมู่บ้านทันที ไปให้ถึงชายแดนไทยเร็วที่สุด”

    “เร็วที่สุดยังไงก็ต้องใช้เท้าเดินข้ามป่าข้ามเขา ยิ่งตอนนี้ผู้กองกำลังบาดเจ็บอยู่ด้วย”

    “ผมไหวครับหมอ ไม่ต้องห่วงผมหรอก”

    กีซานึกได้ว่าตนมีมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่จำนำจาโปไว้ สองคนพร้อมใจกันยกรถคันนี้ให้ภูริชพานภัสชลไปให้ถึงชายแดน โดยพวกตนจะไปเอาน้ำมันมาเติมไว้เต็มถัง

    หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว จาโปกับกีซาก็ลัดเลาะไปขโมยน้ำมันในโรงเก็บของของหมู่บ้านใส่แกลลอนแล้วเดินตามกันมาที่รถ โดยไม่รู้ว่าฐิติกับเล่าซางย่องตามมาห่างๆ

    กีซาหิ้วแกลลอนน้ำมันเดินลิ่วนำหน้าทิ้งห่างจาโปหลายช่วงตัว เปิดโอกาสให้ฐิติลากจาโปไปสังหารอย่างโหดเหี้ยม จนกระทั่งเติมน้ำมันรถเสร็จกีซาเพิ่งเอะใจ เดินตามหาคู่หูของตนอยู่ไม่นานก็เจอศพ แล้วตัวเองก็กลายเป็นศพด้วยเหมือนกัน

    รุ่งสาง เสียงเอะอะของชาวบ้านด้านนอกปลุกให้ภูริชกับนภัสชลตื่นนอน สองคนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงวิ่งออกไป ปรากฏว่าชาวบ้านกำลังมุงดูศพจาโปกับกีซา ผู้กองหนุ่มและหมอสาวถึงกับช็อก มองไปยังฐิติกับเล่าซางที่ยืนปะปนอยู่กับชาวบ้านแล้วนึกย้อนถึงคำพูดของจาโปกับกีซาเมื่อคืนที่บอกเล่าเรื่องยาเสพติด เขาและเธอเชื่อว่าการกระทำที่โหดเหี้ยมนี้เป็นฝีมือฐิติกับสมุนคู่ใจอย่างแน่นอน

    ภูริชทำท่าจะไปเอาเรื่องฐิติกับเล่าซางแต่นภัสชลรั้งเอาไว้ กระซิบบอกให้ทำตามที่จาโปกับกีซาสั่งไว้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาสองคนให้เรารีบหนีออกจากหมู่บ้านไปให้ถึงชายแดนไทยเร็วที่สุด

    ฐิติเห็นภูริชแล้วแต่ไม่มีท่าทีกลัวเกรง ซ้ำยังส่งสายตาท้าทาย มองตามเขากับหมอไปอย่างอาฆาต ปรามาสว่าเก่งแค่ไหนก็หนีไม่รอด หมู่บ้านนี้จะเป็นที่ฝังศพผู้กองภูริช

    ภูริชกับนภัสชลมาบอกลาพ่อเฒ่าแล้วรีบออกจากหมู่บ้านด้วยมอเตอร์ไซค์ของกีซามุ่งหน้าสู่ชายแดนไทย แต่ไม่ทันไรนายพลลาแปและลาชิก็ขนสมุนมาที่หมู่บ้าน หลังได้รับการแจ้งข่าวจากฐิติ แต่เมื่อค้นจนทั่วหมู่บ้าน

    ไม่เจอเป้าหมาย ทั้งหมดก็เร่งติดตามเพราะต้องการพิมพ์เขียวอาวุธสงครามคืนมา

    ooooooo

    เวลาเดียวกันนั้น นายพลอนุชิต กรัณย์ และหน่วยกระทิงทั้งแปด พร้อมด้วยทหารหลายฝ่ายมาถึง ชายแดนไทยแล้ว ทุกฝ่ายประชุมวางแผนให้ความช่วยเหลือภูริชกับนภัสชลอย่างรอบคอบก่อนจะแยกย้ายกันประจำจุดต่างๆ

    จ่ามี หนึ่งในสมาชิกหน่วยกระทิงซึ่งสนิทกับภูริชมากเพิ่งจะมีโอกาสพูดคุยกับกรัณย์ตามลำพังหลังเสร็จการประชุม

    “ผมเพิ่งรู้ว่าภารกิจลับที่หัวหน้าริชถูกส่งไปทำคือไปช่วยคุณหมอภัส”

    “จ่าพูดเหมือนกับว่ารู้จักกับภัสมาก่อน”

    “ไม่ใช่แค่ผมรู้จัก หัวหน้าริชก็รู้จักคุณหมอเป็นอย่างดีครับ”

    “แล้วทำไมหัวหน้าจ่าไม่เห็นบอกผมสักคำ”

    “ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าทำไมหัวหน้าถึงไม่บอก ทั้งๆที่คุณหมอภัสเป็นคนผ่าตัดเอากระสุนเฉี่ยวหัวใจออกให้หัวหน้าแท้ๆ”

    “อ๋อ ที่นายริชรอดตายมาได้คราวนั้นเพราะฝีมือภัสเองเหรอ”

    “แล้วไม่ใช่แค่หมอผ่าตัดเอากระสุนออกไปอย่างเดียว แต่หมอนภัสยังเอาหัวใจเย็นชาของหัวหน้าผมติดไปด้วยนี่สิ”

    “นี่นายริชชอบหมอภัสญาติผมเหรอ”

    “เพราะงั้นผมไม่แปลกใจเลยที่หัวหน้าช่วยคุณหมอออกมาจากฐานที่มั่นของนายพลอาเชจนได้ ปกติหัวหน้าก็ทุ่มเทให้ภารกิจมากอยู่แล้ว ยิ่งไปช่วยคนที่รักแบบนี้ ต่อให้แลกด้วยชีวิต หัวหน้าผมก็พร้อม”

    จ่ามีชื่นชมภูริชจากใจจริง...เวลานั้นภูริชกำลังเล่าความเก่งความดีของจ่ามีให้นภัสชลฟังอยู่เหมือนกัน หลังจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับมาดีๆเกิดหัวเทียนบอด แล้วเขาแก้ไขไม่นานก็ไปได้ต่อ ซึ่งวิชาซ่อมเครื่องยนต์เขาเรียนรู้มาจากจ่ามี แล้วยังมีวิชาต่อสู้ป้องกันตัวอีกหลายอย่างที่จ่ามีสอนให้

    สองคนเร่งเดินทาง ภูริชตั้งใจว่าจะไปยาวๆข้ามเขา ข้ามคืนไม่หยุดพัก นภัสชลเองก็พร้อมมาก บอกว่าต่อให้ข้ามเวลาข้ามภพตนก็พร้อมไปกับเขา

    ภูริชฟังแล้วอึ้งจนพูดไม่ออก เอาแต่จ้องมองเธอ นภัสชลพูดไปแล้วก็เขิน ถามว่าทำไมมองตนอย่างนั้น

    “ผมอยากมองและจดจำหมอไว้ครับ ว่าครั้งนึงผมได้ปฏิบัติภารกิจที่มีความหมายกับชีวิตผมมาก การได้มาช่วยหมออาจจะไม่ใช่ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เป็นภารกิจที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุด”

    “แต่ฉันคงไม่ต้องจดจำอะไรคุณไว้ เพราะคุณได้แพร่เชื้อเข้ามาอยู่ในใจฉันแล้ว ทางเดียวที่จะเอาคุณออกไปได้ ฉันคงต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจใหม่”

    ภูริชทั้งรักทั้งตื้นตันและรู้สึกทุกข์ระคนกัน ดึงนภัสชลเข้ามากอดแน่น เขาทำให้เธอรัก แต่อีกแค่ข้ามวันเขาก็ต้องจาก ส่งคืนเธอให้กรัณย์ไป...

    สองคนใกล้จุดหมายเข้ามาทุกที เห็นธงชาติไทยบนเสาตั้งตระหง่านชัดเจน บ่งบอกว่าเป็นฐานปฏิบัติการของไทย ภูริชบอกนภัสชลว่าเราอยู่ตรงรอยต่อชายแดนไทยกับรัฐสะลองแล้ว หญิงสาวดีใจมาก หวังว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้จะพาเธอและเขาไปได้ตลอดรอดฝั่ง

    ooooooo

    ในที่สุดภูริชก็พานภัสชลมาใกล้เขตชายแดนไทยที่กองทัพมารอรับ แต่แล้วนายพลลาแปกับลาชิก็ปรากฏตัวพร้อมสมุนจำนวนมาก แล้วยังมีกลุ่มของชยินและนักรบปิศาจที่ตามมาทัน

    การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างพยายามจะแย่งชิงกล่องใส่พิมพ์เขียวอาวุธจากภูริชให้ได้ ภูริชต้องยิงต่อสู้และพานภัสชลหนีตายเข้าสู่เขตชายแดนไทย

    กลุ่มนักรบปิศาจและกองกำลังของชยินทั้งยิงปะทะเข้ามาในฝั่งไทย และทั้งส่งกำลังตามไล่ล่าเข้ามาประชิดชายแดนไทยอย่างไม่เกรงกลัว แม้ทางกองทัพจะส่งสัญญาณเตือนแล้วก็ตาม กองกำลังฝ่ายไทยเลยต้องยิงตอบโต้ใส่ ขณะเดียวกันก็ส่งหน่วยกระทิงขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปรับภูริชกับนภัสชล แต่ถูกลาชินำกองกำลังตามมาประชิด

    จ่ามีช่วยภูริชกับนภัสชลขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ แต่ตัวเองถูกกองกำลังนักรบปิศาจรุมยิงรุมเชือดอย่างสาหัส ภูริชไม่ยอมทิ้งจ่ามีแน่ กลับลงมานำร่างจ่ามีขึ้นไปได้ นภัสชลพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่จ่ามีสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านี้แล้ว

    พวกนายพลลาแปและพวกชยินต่างโกรธแค้นและเจ็บใจที่ไม่สามารถจับภูริชกับนภัสชลไว้ได้ แต่นายพลลาแปไม่ยอมเลิกรา ประกาศจะตามล่าภูริชให้ได้!

    ลงจากเฮลิคอปเตอร์ นภัสชลวิ่งไปกอดกรัณย์ด้วยความดีใจ ภูริชเห็นเต็มตา...ความเข้าใจว่านภัสชล คือคนที่กรัณย์รักยิ่งได้รับการยืนยันด้วยภาพ เขาทำใจยาก เบือนหน้าหนีแล้วเดินตามหน่วยแพทย์ทหารที่กำลังนำร่างของจ่ามีไปขึ้นรถ

    “ปลอดภัยแล้วนะ พ้นเคราะห์เสียที”

    “ขอบคุณพี่กรัณย์มากนะคะ ที่ช่วยประสานให้ทหารมาช่วยภัส”

    “ภัสต้องขอบคุณนายภูริชเพื่อนรักของพี่โน่น ที่เสี่ยงตายไปช่วยภัสออกมา”

    “เพื่อนรักของพี่เหรอคะ”

    “ใช่...ไอ้ผู้กองขี้เก๊กภูริชเป็นเพื่อนรักของพี่ มันอยู่ไหนแล้วนะ...โน่นไง” กรัณย์ชี้มือไปที่ภูริชซึ่งกำลังขึ้นรถหน่วยแพทย์ นภัสชลชะเง้อเห็นภูริชนั่งหน้าเศร้าอยู่ในรถก็ทำท่าจะตามไป แต่รถแล่นออกไปเสียก่อนโดยมีรถทหารอีกคันที่พวกหน่วยกระทิงนั่งอยู่เคลื่อนตามกันไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    28 ต.ค. 2564

    03:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 04:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์