นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ภูริชเป็นห่วงนภัสชลมาก มาถึงบ้านพักจึงให้จาโปกับกีซาแอบไปสอดส่องก่อนที่ตัวเองจะตามไปสมทบ

    ปรากฏว่าชยินไม่ได้ทำมิดีมิร้ายนภัสชล แต่ให้ช่วยล้างแผลถูกยิงที่ไหล่ ความใกล้ชิดทำให้ชยินหวั่นไหว ซึ่งภูริชที่ซุ่มจับตามองมาดูออก เผลอแสดงอาการหึงหวงจนสองผู้ช่วยจาโปกับกีซากระซิบกระซาบกันอย่างรู้ทัน

    หลังจากหมอล้างแผลเสร็จ ชยินได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายนอกจึงพยายามค้นหาว่าเป็นใคร นภัสชลเดาว่าเป็นภูริชจึงพยายามรั้งชยินไว้เพื่อให้เขามีโอกาสหนีกลับไปบ้านพักอย่างปลอดภัย

    เมื่อถึงบ้านพัก จาโปกับกีซาวิพากษ์วิจารณ์ว่าชยินจับหมอนภัสชลมาเป็นเชลยรัก ภูริชได้ยินถึงกับร้อนรุ่ม ยืนชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่างแต่พยายามควบคุมตัวเองไว้ให้อยู่ในภารกิจที่มาทำ

    “หมอภัสไม่ใช่เป้าหมายของพวกมันหรอก หมออีกคนต่างหากที่เป็นตัวประกันตัวจริง เป็นลูกสาวนายวาริส หมอภัสก็แค่โชคร้ายถูกมันจับมาผิดตัว”

    “อุวะ! เข้ามาถึงฐานที่มั่นพวกมันไม่ทันข้ามวันผู้กองก็รู้หมดไส้หมดพุงแล้ว” จาโปพูดยิ้มๆ

    “ผมยังรู้ไม่หมด ถ้าจะซื้ออาวุธผ่านนายวาริส ทำไมพวกมันต้องจับตัวลูกสาวมาต่อรองด้วย นี่ที่ผมยังไม่รู้ แล้วที่หนักใจ...มันจะส่งตัวหมอภัสกลับแล้ว แต่หมอภัสไม่ยอมไปไหนถ้าเพื่อนยังถูกจับอยู่ที่นี่”

    กีซาสงสัยว่าทำไมภูริชไม่บอกหมอคนสวยไปเลยว่าเขาเป็นทหารไทยปลอมตัวมา จาโปอวดฉลาดขึ้นมาทันที ดุกีซาว่าพูดโง่ๆ บอกได้ยังไง ขืนบอกก็เท่ากับเอาระเบิดผูกติดไว้กับหมอ ระเบิดหลุดเมื่อไหร่ได้ตายกันหมด

    แต่แล้วทั้งกีซาและจาโปก็แตกตื่นเมื่อภูริชพูดโพล่งออกมาว่าหมอทั้งสองคนรู้แล้วว่าตนเป็นทหารไทย

    ขณะเดียวกันนั้นวริสากำลังสติแตกจะออกไปพบภูริช หลังจากรู้ว่านภัสชลเพิ่งไปพบเขามา นภัสชลรั้งไว้สุดชีวิตเพราะกลัวความลับแตก สองสาวยื้อยุดกันโดยมีสายตาของซาเยร์และลูกน้องจับจ้องด้วยความสงสัย

    นภัสชลดึงรั้งวริสากลับเข้าบ้านพักสำเร็จ ซาเยร์จึงกลับไปโดยกำชับลูกน้องต้องเฝ้าไว้ให้ดี อย่าให้หนีออกมาได้

    ooooooo

    เมื่อซาเยร์มารายงานชยินกับเตโชว่าวริสา สติแตก เตโชกังวลถ้าจับตัวไว้นานคงไม่เป็นผลดีกับพวกเรา ชยินเองก็ร้อนใจสั่งน้องชายโทร.หาวาริสตามเบอร์ที่แกะรอยได้จากโทรศัพท์มือถือของวริสา โดยให้ใช้เบอร์โทร.เครื่องอื่นในเครือข่ายของเราโทร.ไปเจรจา

    วาริสตกใจและเป็นห่วงลูกสาวสุดที่รักหลังได้รับข้อความพร้อมรูปวริสาถูกมัดมือและปากอยู่กลางป่า พอมีคนโทร.เข้ามา วาริสก็ตะเบ็งเสียงด่าด้วยความโมโห

    “ไอ้ระยำ! ถ้ามึงทำอะไรลูกกู กูจะฆ่ามึง”

    “ถ้าคิดว่าจะฆ่าผมได้ก่อนจะช่วยลูกสาวให้รอด ก็เอาสิ”

    ชยินท้าทาย วาริสจำต้องลดความเดือดดาลลง ถามว่าจับลูกสาวตนไปทำไม ต้องการอะไรให้บอกมา

    “นายพลลาแปสั่งซื้ออะไรจากคุณ ผมก็ต้องการสิ่งนั้นแหละ เอามาแลกกับตัวลูกสาวคุณ”

    วาริสแทบไม่เชื่อหูตัวเองเพราะการซื้อขายเป็นความลับที่สุด เขาไม่ตกลงแลกตัวประกันกับอาวุธจนกว่าจะได้คุยกับลูกสาวและมั่นใจว่าเธอยังปลอดภัยดี ชยินจึงให้ซาเยร์ไปพาวริสามา

    เวลานั้นวริสากับนภัสชลเพิ่งสงบศึก แยกย้ายกันไปนั่งคนละมุมห้อง ซาเยร์เข้ามาบอกให้รู้ว่าชยินติดต่อกับวาริสได้แล้ว จึงให้ตนมาพาวริสาไปคุยกับพ่อ วริสาไม่เชื่อและหวาดกลัวจะไม่ยอมไป อีกทั้งยังเกือบทำความลับแตกจะเรียกภูริชว่าผู้กอง

    โชคดีที่นภัสชลไหวพริบดีแทรกขึ้นอย่างว่องไว “หยุดนะลี! อย่าพูดอะไรอีกเลยนะ ยอมทำตามที่เขาบอกเถอะ”

    วริสายั้งปาก สายตาจับจ้องภูริชที่รีบร้อนเข้ามาด้วยความเป็นห่วง นภัสชลขยับมากระซิบข้างหูวริสาห้ามเรียกชื่อเขาออกมา ไม่งั้นพวกเราตายกันหมด...วริสาได้สติ แต่ยังเกี่ยงว่าตนไม่ยอมไปคนเดียวเพราะกลัวพวกมันฆ่าหมกป่า ต้องเอานภัสชลไปด้วย

    แน่นอนว่าภูริชเป็นห่วงนภัสชลจึงเสนอตัวพาสองสาวไปส่งเอง วริสาตกลงทันที ทำให้ซาเยร์แปลกใจทำไมเธอถึงยอมไปกับมองเทร์อย่างง่ายดาย

    ชยินเห็นมองเทร์พาสองสาวเข้ามาก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ถามว่ากงการอะไรของเขาถึงต้องมาด้วย ซาเยร์พูดความจริงว่าถ้าไม่ได้มองเทร์หมอก็ไม่ยอมมา ชยินทำท่าจะเอาเรื่องแต่เตโชให้ยุติเรื่องอื่นไว้ก่อน เราควรรีบเจรจาเรื่องตัวประกัน

    ชยินจำต้องเลิกสนใจเรื่องมองเทร์ ยกโทรศัพท์ขึ้นพูดกับวาริสที่รอคอยอย่างร้อนรน

    “ลูกสาวคุณอยู่นี่แล้ว รีบๆคุยนะ ผมให้เวลาแค่อึดใจ” พูดแค่นั้นชยินยื่นโทรศัพท์ให้วริสา...เสียงเรียกพ่อทำให้วาริสใจชื้น ถามระรัวว่าลูกเป็นยังไงบ้าง

    “พ่อยังต้องถามอีกเหรอ รีบมาช่วยลีเร็วๆเข้าสิ มันจะเอาอาวุธมหาประลัยล้างโลกอะไร พ่อก็รีบๆขน มาให้มันเถอะ ลีไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ลีอยากกลับบ้าน ได้ยินมั้ย”

    เธอพูดได้เท่านี้ชยินก็แย่งโทรศัพท์มือถือคืนมา วาริสเลยพูดเก้ออยู่หลายคำก่อนจะได้ยินเสียงผู้ชายดังขึ้น

    “คุณจะไม่ได้ยินเสียงร่ำร้องของลูกสาวคุณอีก จนกว่าคุณจะพร้อมเอาอาวุธที่นายพลลาแปสั่งซื้อมาแลกกับตัวลูกสาว”

    ภูริชในคราบมองเทร์ตั้งใจฟังมาตลอด...ได้ข้อมูลเรื่องอาวุธแจ่มแจ้งแล้ว

    “ฉันพร้อมเลยเว้ย ตอนนี้อาวุธอยู่ในมือฉันแล้ว และฉันต้องการตัวลูกสาวฉันคืนวันพรุ่งนี้เลย”

    ชยินรับฟังแล้วหันมาบอกเตโชว่ามันขอแลกตัวประกันวันพรุ่งนี้ วริสาดีใจมากที่จะได้กลับบ้าน ขณะที่นภัสชลรู้สึกโล่งใจ แต่ภูริชครุ่นคิดอย่างเป็นกังวล

    เตโชรีบสำรวจแผนที่ที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเขาของรัฐสะลอง แล้วชี้นิ้วเลือกจุดนัดพบเป็นที่ถ้ำผาลอด ชยินจึงตอบวาริสไป

    “ตกลง...พรุ่งนี้เที่ยงตรง เตรียมอาวุธให้พร้อมแล้วมาเจอกันที่ถ้ำผาลอด”

    ooooooo

    ด้วยความข้องใจว่าทำไมกองทัพไทยถึงนิ่งเฉยเรื่องหมอสองคนถูกลักพาตัว นายพลลาแปกับลาชิจึงมาหาฐิติกับเล่าซางถึงหมู่บ้านชนกลุ่มน้อย ทำให้ฐิติรู้ว่าที่แท้นายพลลาแปนี่เองที่ปล่อยข่าวนี้เข้าหูพวกชยิน

    “มันกลัวว่าฉันจะมีอาวุธสงครามร้ายแรงกว่ามัน กลัวจนหัวหางหดต้องรีบไปลักพาตัวลูกสาวนายวาริส มาเป็นตัวประกัน ขัดขวางไม่ให้นายวาริสส่งอาวุธมาถึงมือฉัน”

    “แล้วท่านนายพลจะปล่อยข่าวทำไม แทนที่จะซื้ออาวุธมารบชนะฝ่ายนั้น”

    “มันเป็นแผนยืมมือกองทัพไทยจัดการกับกองทัพไอ้ชยิน”

    “เหรอ...แปลกนะ ผมไม่ได้ยินข่าวว่ากองทัพไทยเคลื่อนพลหรือทำอะไรเลยนะ ทุกอย่างสงบมาก เงียบฉี่เหมือนยุงหลับ”

    “ก็นี่ไง วันนี้เราถึงมาหานาย” ลาชิพลุ่งพล่านขึ้นมา ทำเอาฐิติชะงัก คิดว่าตัวเองไม่ควรแหย่เสือให้โกรธ จึงปรับท่าทีจากกวนๆเป็นหน้าซื่อตาใส ถามนายพลว่าต้องการให้ตนหาข่าวอะไรมาให้

    “ความเคลื่อนไหวของพวกมัน...ทำไมวะ มันจับนังหมอไทยสองคนไป กองทัพไทยถึงไม่ส่งทหาร เครื่องบิน ยิงจรวดถล่มพวกมัน”

    ฐิติรู้เต็มอกว่ากองทัพไทยแอบส่งทหารมาช่วย แต่เลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แล้วพูดเสี้ยมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง

    “หรือว่าพวกมันแอบเจรจาในทางลับกับกองทัพไทยอยู่”

    ได้ผลทันตา! สองพ่อลูกหน้าเครียดทันที เพราะถ้าเป็นอย่างที่ฐิติพูดย่อมไม่เป็นผลดีกับฝ่ายตน ยิ่งได้ยินเล่าซางกระทุ้งมาอีกว่าเผลอๆมันอาจจะจับมือกันมาถล่มฝ่ายนายพล ลาชิฉุนเฉียวถึงกับเตะเก้าอี้กระเด็น

    “ใจเย็นน่าคุณลาชิ เราก็แค่เดาเอา แต่ความจริงเป็นยังไง ถ้าอยากรู้ก็ต้องมีค่าเหนื่อยกันมากหน่อย งานเสี่ยงๆแบบนี้พลาดเป็นดับ”

    แน่นอนว่าสองพ่อลูกเตรียมค่าเหนื่อยมาให้อยู่แล้ว มีทั้งเงินและยาเสพติดห่อใหญ่ สมน้ำสมเนื้อกับความเสี่ยง ฐิติกับเล่าซางพอใจมากตอบตกลงรับงานนี้ทันที

    ooooooo

    คืนนี้ภูริชให้จาโปกับกีซาแอบไปขโมยโทรศัพท์มือถือลูกน้องของชยินเพื่อใช้ติดต่อไปยังนายพลอนุชิตผู้บังคับบัญชาของตนที่มาตั้งเต็นท์บัญชาการอยู่ชายแดนพร้อมทหารจำนวนหนึ่ง

    ภูริชรายงานว่าเจอหมอสองคนแล้ว หมอนภัสชลลูกท่านทูตไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นวริสาซึ่งเป็นลูกของนายหน้าค้าอาวุธที่ชื่อวาริส เท่าที่ตนฟังและจับใจความได้ฝ่ายนายพลลาแปสั่งซื้ออาวุธจากวาริส ฝ่ายชยินจึงขัดขวางไม่ให้มีการส่งอาวุธ ด้วยการจับลูกสาววาริสมาเป็นตัวประกัน

    “แล้วหมอทั้งสองคนเป็นยังไงบ้าง”

    “สบายดีครับ พรุ่งนี้มันตกลงจะแลกตัวประกันกับอาวุธ พอมันได้อาวุธจากนายวาริส คงส่งตัวคืนทั้งหมอลีและหมอภัสให้กับนายวาริสไป”

    “แล้วถ้าเกิดมันไม่เป็นอย่างนั้นล่ะ ผู้กองมีแผนสำรองอะไร”

    “ผมก็จะชิงตัวประกันพาหนีไปเองครับ” ภูริชตอบอย่างมั่นใจ...

    ในคืนเดียวกัน นายพลลาแปเพียรโทร.หาวาริส นับสิบครั้ง แต่วาริสไม่รับสายเพราะตัดสินใจไม่ขายอาวุธให้นายพลลาแปตามที่เคยตกลงกันไว้ เขาต้องเอาอาวุธไปแลกกับชีวิตลูกสาว

    นายพลลาแปกระวนกระวายจนกลายเป็นโมโห ลาชิคาดเดาว่าที่วาริสไม่ยอมรับสายเพราะชยินคงดอดไปเจรจาเอาลูกสาวมันมาต่อรองแลกกับอาวุธแล้ว พ่อโทร.ให้ตายมันก็ไม่รับ

    “ไอ้วาริส! มึงกล้าหักหลังกูเหรอ” นายพลลาแปคำรามด้วยความแค้น

    “แผนยืมมือกองทัพไทยจัดการกับกองกำลังของไอ้ชยินไม่สำเร็จ แถมยังต้องเสียอาวุธทำลายล้างสูงให้มันอีก เราจะแพ้แบบนี้เหรอพ่อ”

    “สงครามยังไม่สิ้น อย่ามาพูดคำว่าแพ้”

    “แล้วเราจะทำยังไงกันต่อ ผมเดินไม่ถูกแล้วเนี่ย”

    “เราจ้างแมงมอดข่าวไว้แล้ว ก็รอฟังข่าวจากมันก่อนสิ ไอ้นี่...เชื่อมือมันได้”

    นายพลลาแปหมายถึงฐิติ...ซึ่งฐิติก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ให้เล่าซางแอบเข้าไปล้วงความลับจากลูกน้องชยินมาได้อย่างง่ายดายโดยใช้ยาเสพติดเป็นสิ่งตอบแทน

    ooooooo

    เมื่อรู้จากฐิติว่าพรุ่งนี้เที่ยงตรงชยินจะพาหมอสาวสองคนไปแลกอาวุธจากวาริสที่ถ้ำผาลอด โดยชยินยกกำลังพลไปด้วย พร้อมมือดีที่นายพลอาเชส่งตรงมาช่วยงานนี้โดยเฉพาะ เขาคือสายลับจากหน่วยเหนือชื่อมองเทร์ นายพลลาแปกับลาชิจึงเตรียมพร้อมเต็มที่เหมือนกัน

    ลาชิอยากเจอมองเทร์มานานแล้ว เคยแต่ได้ยินคนร่ำลือว่าเก่งกาจ...เข้าทางฐิติอย่างจัง เขาต้องการยืมมือลาชิฆ่าภูริช จึงพูดยุแหย่ให้รีบจัดการ

    เช้าตรู่พวกชยินเตรียมตัวเดินทางไปยังจุดนัดพบ โดยให้เตโชกับกองกำลังจำนวนหนึ่งอยู่เฝ้าฐานที่มั่น ชยินมีท่าทีอาวรณ์นภัสชลไม่น้อย พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับเธอเพื่อบอกลา ทำให้นภัสชลสัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก เธออวยพรเขาให้ปกป้องแผ่นดินได้สำเร็จ

    ระหว่างทางที่ยากลำบากกว่าจะไปถึงถ้ำผาลอด ภูริชในคราบมองเทร์คอยดูแลนภัสชลเป็นอย่างดี ทำให้วริสาหมั่นไส้มากจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ส่วนคณะของวาริสที่นำทางโดยกะเหรี่ยงรับจ้างมาถึงถ้ำผาลอดตามเวลานัดคือเที่ยงตรง โดยไม่รู้ว่านายพลลาแปกับลาชิจับตามองอยู่อีกฟากฝั่ง

    เมื่อสองฝ่ายที่นัดหมายแลกตัวประกันกับอาวุธมาถึง นายพลลาแปกับลาชิพากองกำลังเข้าซุ่มโจมตีหวังแย่งทั้งอาวุธและตัวประกัน ภูริชช่วยนภัสชลหนีไปได้พร้อมกระเป๋าใส่พิมพ์เขียวอาวุธ ไม่ใช่ตัวอาวุธอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ส่วนวริสาถูกวาริสและสมุนพาหนีไปได้อีกทาง

    ขณะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน นภัสชลเผลอเรียกภูริชว่าผู้กองเพราะตกใจที่เขาถูกยิงที่หัวไหล่ ฐานะของมองเทร์ถูกเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเป็นภูริชนายทหารไทยปลอมตัวมา ภูริชจึงถูกตามไล่ล่าทั้งฝ่ายนายพลลาแปและฝ่ายของชยิน โดยที่ฝ่ายของนายพลลาแปปรากฏกองกำลังต่างชาติท่าทางเป็นนักรบปิศาจกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธครบมือเข้าร่วมไล่ล่าภูริชเพื่อแย่งชิงพิมพ์เขียวมาให้ได้

    ภูริชต้องพานภัสชลหนีไปในป่าเพื่อให้ถึงเขตชายแดนไทยโดยเร็วที่สุด ซึ่งกองทัพไทยรอรับและเตรียมพร้อมช่วยเหลืออยู่ ส่วนจาโปกับกีซาก็ยังไม่ทิ้งภูริช ลอบติดตามคอยช่วยเหลืออยู่ด้วย

    นภัสชลเห็นแผลถูกยิงที่ไหล่ภูริชเลือดไหลแดงฉานจึงขอให้เขาหยุดพักเพื่อจะทำแผลให้ แต่ภูริชปฏิเสธเพราะอยากหนีไปให้ไกลกว่านี้ พูดติดตลกว่าทนได้ ตนตุนเลือดไว้เยอะ รับรองไม่หมดตัวง่ายๆ หมอสาวเลยหน้ามุ่ยเดินทางต่อ

    ooooooo

    คณะของวาริสหนีออกมาไม่ไกลจากถ้ำผาลอดก็ต้องหยุดพัก เพราะวาริสเหนื่อยหอบแทบขาดใจ ขณะที่วริสาทั้งเหนื่อยและกลัว ร้องไห้ตลอดเวลา

    วาริสกอดปลอบลูกสาวว่าเรารอดตายแล้ว วริสาหยุดร้องไห้แต่ยังฉุนไม่หาย บ่นพ่อไม่น่าขายอาวุธเลย ตนถึงต้องมาตกอยู่ในอันตราย

    “พอปลอดภัยก็เริ่มบ่น แกหายเหนื่อยแล้วใช่ไหมนี่ งั้นไปต่อเลย ไปๆ เฮ้ย! แกสองตัวถ้าอยากได้ค่าแรงเพิ่มอีกสองเท่าก็รีบนำทางฉันออกจากป่านรกนี่ให้เร็วที่สุด ทำได้มั้ย”

    กะเหรี่ยงสองคนตอบรับและนำทางไปทันที วาริสจูงมือวริสาเดินตาม จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าลูกสาวยังมีเพื่อนหมออีกคน

    “ไม่รู้ว่าป่านนี้เพื่อนหมอแกคนนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะยัยลี ไม่มีเวลาช่วยพาหนีมาด้วยกันจริงๆ”

    “ห่วงทำไมพ่อ ยัยนั่นมีทหารไทยดอดมาแอบช่วยอยู่”

    “ว่าไงนะ งั้นเรื่องนี้กองทัพไทยก็รู้นานแล้วสิ...ซวยแล้วกู!” วาริสหน้าซีดเผือด การที่กองทัพรู้เรื่องนี้ก็ต้องรู้ว่า เขาค้าอาวุธด้วย...

    ฝ่ายของลาชิกับชยินยังคงไล่ล่าภูริชไม่หยุดหย่อน ที่สุดลาชิก็เจอภูริชก่อน สองคนได้ประลองฝีมือกันด้วยมีดที่ต่างก็ถนัด แต่ผลลัพธ์คือลาชิที่คุยโอ้อวดไว้มากเป็นฝ่ายแพ้ โดนคมมีดของภูริชบาดหน้าอกเลือดสาดแถมยังโดนเตะต่อยจนสะบักสะบอม ก่อนที่ภูริชจะพา นภัสชลหนีต่อไป

    ด้านชยินกับซาเยร์และกองกำลังที่เหลือ เมื่อรู้ความจริงว่าพวกตนถูกมองเทร์ตัวปลอมกับหมอสองคนต้มจนเปื่อย ชยินเจ็บใจมาก สั่งทหารสามนายของตนรีบกลับไปยังฐานที่มั่นแจ้งข่าวแก่เตโช ส่วนที่เหลือให้ตามตนมา ตนต้องตามล่ามองเทร์ตัวปลอม แย่งพิมพ์เขียวอาวุธกับหมอคืนมาให้ได้

    ฝ่ายลาชิก็ต้องการเช่นนั้น เขาลากสังขารกลับมาหานายพลลาแป แล้วสั่งนักรบปิศาจตามไล่ล่าภูริชไป

    ooooooo

    ภูริชยอมหยุดพักและให้นภัสชลทำแผลที่หัวไหล่ เสร็จแล้วกินยาแก้อักเสบกันไว้ หลังจากนั้นสองคนก็วางแผนเพื่อเดินทางต่อ โดยอาศัยเข็มทิศกับแผนที่ที่ภูริชได้จากกีซาและจาโปมา

    ในแผนที่บอกไว้อย่างละเอียดว่าต้องเดินทางผ่านอะไรบ้างกว่าจะถึงชายแดนไทย ภูริชพยายามจะไปให้ถึงจุดหมายก่อนค่ำ แต่นภัสชลไม่มั่นใจเพราะจากที่คำนวณระยะทางดูแล้วอีกตั้งสิบกิโล ภูริชจึงขอให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขา

    เวลาเดียวกันนั้น นายพลอาเชพ่อของชยินและเตโชเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์พร้อมมองเทร์ถึงฐานที่มั่นแล้ว เตโชจึงรู้ความจริงว่ามองเทร์ที่เข้ามาที่นี่ก่อนหน้านี้คือตัวปลอม

    นายพลอาเชหัวเสีย สั่งเตโชติดต่อชยินโดยเร็ว อยากรู้ว่ามองเทร์ตัวปลอมเป็นใคร เป็นไส้ศึกที่ฝ่ายไหนส่งมา แต่เตโชติดต่อชยินไม่ได้เพราะถ้ำผาลอดอยู่ใกล้ภูเขาคงอับสัญญาณ...

    ภูริชพานภัสชลไปถึงจุดที่ตัวเองกระโดดร่มลงมาและซ่อนร่มกับกระเป๋าใส่สัมภาระไว้ เขาดีใจมากเพราะในกระเป๋ามีอาวุธทุกอย่างและเสื้อผ้า ไฟแช็ก อาหารแห้ง

    ใช้เวลาไม่นานภูริชก็ลอกคราบมองเทร์กลับมาเป็นตัวเอง แล้วเร่งเดินทางต่ออย่างอดทน เพื่อไปให้ถึงจุดหมายก่อนมืดค่ำ แต่ผ่านไปสี่ชั่วโมง นภัสชลเริ่มก้าวขาไม่ออกจึงขอหยุดพัก พอจะไปต่อเธอเป็นตะคริวแทบเดินไม่ได้ ภูริชรีบปฐมพยาบาลก่อนตัดสินใจอุ้มเธอทั้งหัวไหล่ตัวเองยังเจ็บ

    นภัสชลสงสารและเกรงใจ กอปรกับไม่อยากฟังภูริชพูดเรื่องแฟน ซึ่งภูริชเข้าใจว่าเป็นกรัณย์ แต่เธอคิดว่าคือแฟนที่เลิกรากันไป จึงบอกให้เขาวางเธอลง แล้ววิ่งนำหน้าลิ่วไปอย่างลืมความเจ็บที่เท้าเป็นตะคริว

    ภูริชร้องบอกให้เธอระวัง วิ่งดูทางข้างหน้าดีๆ สักพักสองคนไปเจอลำธารขนาดใหญ่ แต่เพราะความรีบร้อนอยากสัมผัสน้ำทำให้นภัสชลลื่นเกือบตกลำธารถ้าภูริชเข้ามาช่วยรั้งไว้ไม่ทัน

    สองคนเกิดความใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัว ต่างรู้สึกหวั่นไหวและขวยเขิน โดยเฉพาะหมอสาวที่โดนกลยุทธการจีบแบบทหารถึงกับเดินหนีไม่กล้าสู้หน้า

    เจอลำธารใสสะอาดทั้งทีและมั่นใจว่าภูริชไม่ได้ตามมามุมนี้ นภัสชลลงอาบน้ำโดยถอดเสื้อผ้าแขวนไว้บนกิ่งไม้ แต่ผ่านไปพักเดียวก็ตกใจร้องลั่นเพราะภูริชมายืนหันหลังให้เห็น

    “ผู้กองมาทำไม”

    “ผมก็มาตามหมอน่ะสิ เล่นหายมาแบบนี้ ผมก็นึกว่าพวกนั้นมันอุ้มไปแล้ว”

    “ขออาบน้ำก่อนไม่ได้เหรอ”

    “คุณก็อาบไปสิ ผมจะตั้งแคมป์ตรงนี้แหละ” ภูริชพูดพลางปลดเป้สัมภาระวางลง

    “นี่ๆทำไมต้องมาตั้งตรงนี้ ฉันจะอาบน้ำ”

    “แล้วไม่ตั้งตรงนี้ ผมจะเฝ้ายามให้คุณได้เหรอ เกิดพวกนั้นมันตามมาจะทำยังไง หมออาบไปเถอะครับ ผมไม่ได้เป็นโรคจิตชอบถ้ำมองใครเวลาอาบน้ำ ยกเว้นว่าเขาจะเต็มใจ”

    “บ้าเหรอ” นภัสชลตบน้ำกระจาย...ภูริชยิ้มขำแต่ไม่หันกลับไปดูอีก คว้ามีดเดินไปฟันกิ่งไม้แห้งมาทำฟืน

    ooooooo

    ที่หมู่บ้านชนกลุ่มน้อย ฐิติตามหมอพื้นเมืองมาทำแผลให้ลาชิที่โดนมองเทร์เล่นงานสะบักสะบอม โดยมีนายพลลาแปกับสมุนจำนวนหนึ่งมาด้วย ส่วนเล่าซางคนของฐิตินั่งห่างออกมา

    “นี่ไอ้มองเทร์มันฝากแผลไว้เป็นที่ระลึกบนอกคุณเลยเหรอลาชิ”

    คำถามของฐิติทำให้ลาชิขบกรามแน่นโกรธแค้นมองเทร์ “คราวนี้ฉันประมาทมันไปหน่อยเว้ย คราวหน้ามันได้เจอลาชิตัวจริงแน่”

    “แต่คราวนี้ที่คุณเจอมันไม่ใช่มองเทร์ตัวจริง”

    ลาชิกับนายพลลาแปมองหน้ากันสงสัย อยากรู้ว่าที่ฐิติพูดนั้นหมายความว่ายังไง ฐิติลอบมองสบตากับเล่าซางก่อนโกหกออกไป

    “ผมเพิ่งได้ข่าวกรองมาวันนี้เองว่ากองทัพไทยแอบส่งหน่วยกล้าตายเข้ามาคนนึง ให้มันปลอมตัวเป็นมองเทร์แทรกซึมเข้ามาอยู่ในฐานที่มั่นของชยิน”

    “ว่าไงนะ! ไอ้ชยินมันร่วมมือกับทหารไทยเหรอ”

    “ที่ไหนได้ ไอ้ชยินก็ถูกต้มซะเปื่อย เพราะแทบจะไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของสายลับหน่วยเหนือมองเทร์เลย”

    “ทุเรศจริงๆ ถูกทหารไทยล้วงตับยังไม่รู้ตัวอีก ไอ้โง่ชยิน ฮ่ะๆๆ” ลาชิหัวเราะออก แต่โดนพ่อเบรกเอี๊ยดจนหัวเราะค้าง

    “ไม่ใช่แค่ไอ้ชยินที่จะถูกล้วงตับ เราเองก็เหมือนกัน ไอ้ทหารไทยมันได้ทั้งนังหมอลูกทูต ได้ทั้งพิมพ์เขียวอาวุธของเราไป มันต้องตรงดิ่งไปที่ชายแดนไทยแน่ เราต้องไปดักรอมันเอาพิมพ์เขียวคืนมา จะให้มันเอาข้ามไปชายแดนไทยไม่ได้”

    พูดขาดคำนายพลลาแปรีบนำสมุนออกไป ลาชิคว้าเสื้อมาใส่พร้อมก้าวตาม ส่วนฐิติจ่ายเงินให้หมอพื้นเมืองแล้วให้กลับ...เมื่ออยู่กันสองคน เล่าซางพูดกับฐิติว่า

    “งานนี้ไอ้ทหารไทยมันโชว์เดี่ยวได้ผลงานไปเต็มๆ ทำเอาทั้งกองทัพนายพลอาเชและกองทัพนายพลลาแปหัวหมุนเป็นลูกข่างเลย”

    “อย่ามาทำให้หัวกูหมุนด้วยก็แล้วกัน”

    “ต้องโทษไอ้ลาชิ ถ้ามันเก็บไอ้ทหารไทยได้ เรื่องมันไม่พลิกมาเป็นแบบนี้หรอก”

    “ก็ดูท่ามันสิ กูก็นึกว่ามันจะแน่...ราคาคุย” ฐิติยิ้มเหยียดลาชิก่อนจะหันไปหยิบแผนที่มากางแล้วประเมินสถานการณ์ “ถ้าจะไปให้ถึงชายแดนไทย จากถ้ำผาลอดไอ้กีซากับจาโปมันต้องนำทางไอ้ทหารไทยข้ามดอยปักเตกับดอยกานูไปตามเส้นทางนี้ทางเดียว”

    “มันจะไปถึงหมู่บ้านที่เราพักของไว้มั้ย”

    “เฮ้ย...มันรอดยาก มีทั้งกองกำลังของไอ้ชยิน ของนายพลลาแปตามไล่ล่าแบบนี้ มันก็คงเอาชีวิตมาทิ้งอยู่กลางป่านั่นแหละ ไม่มีทางพานังหมอคนนั้นรอดไปถึงชายแดนไทยได้หรอก”

    “แต่ถ้าเกิดมันรอดไปถึงหมู่บ้าน แล้วรู้เห็นเรื่องของเราล่ะ”

    “ก็ซวยสิวะ ไอ้นี่ท่าทางมันจะกินอุดมการณ์รักชาติแทนข้าวซะด้วย ฮึ! ไอ้พวกโง่เง่าคิดแต่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ ฉันอยากรู้จริงๆว่าสุดท้ายนอกจากธงชาติที่ใช้คลุมหน้า มันยังได้อะไรกลับไปอีกวะ” ฐิติพูดทิ้งท้ายแล้วยิ้มอย่างสมเพช

    ooooooo

    หลังจากนภัสชลเล่นน้ำเพลินจนเป็นตะคริวขึ้นมาอีก เดือดร้อนภูริชต้องปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน บอกให้เธอทนเจ็บหน่อย เดี๋ยวก็หาย
    ภูริชตั้งอกตั้งใจนวดมาก นภัสชลจากที่หลับตาปี๋หน้านิ่วค่อยๆรู้สึกดีขึ้น ลืมตามองเขาที่ยังก้มหน้าก้มตานวดขาและเท้าให้ตนอย่างไม่รังเกียจ

    เธอรับรู้ได้มากขึ้นทุกทีว่าภูริชช่างแสนดี ไม่เคยดุเคยว่าโวยวาย ถึงแม้ว่าหลายครั้งจะทำให้เขาเดือดร้อนไปด้วย

    “พอเถอะผู้กอง ฉันหายแล้ว น่องฉันไม่ใช่ภารกิจ ต้องมุ่งมั่นทำขนาดนั้น”

    “ทุกอย่างที่อยู่ในมือผมคือภารกิจ และการช่วยเหลือหมอคือภารกิจสำคัญของผม เพราะงั้นปล่อยให้ผมนวดคลายกล้ามเนื้อให้อีกสักพัก หมอจะได้หายไม่เป็นอีก”

    “ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันทำแผลให้คุณเป็นการตอบแทน ดูสิมีแผลถูกยิงมาหมาดๆยังกล้าลงน้ำอีก หมอไม่ได้บอกเหรอว่าห้ามโดนน้ำ”

    “ไม่ได้บอกครับ แต่ถึงบอกผมก็ไม่ห่วง เพราะตอนนี้ผมมีหมออยู่ใกล้ๆ”

    คำพูดของภูริชเล่นเอาทั้งตัวเองและหญิงสาวนิ่งอึ้งมองหน้ากัน...แค่มองตาก็รู้แล้วว่าต่างคนต่างมีใจให้กัน นภัสชลเขินหนักเฉไฉชี้ไปที่ท้องฟ้าข้างหน้า

    “พระอาทิตย์กำลังตกดิน ดูสิคะสวยมาก”

    “สวยจริงๆครับ สมกับชื่อนภัส”

    หมอสาวแปลกใจถามด้วยท่าทีเขินๆว่า “นี่ผู้กองรู้ด้วยเหรอคะว่าชื่อนภัสของฉันแปลว่าท้องฟ้า”

    “เผอิญผมหาเจอในกูเกิ้ลน่ะครับ”

    “แล้วชื่อภูริชของคุณล่ะคะ แปลว่าอะไรเหรอคะ”

    “แปลว่าแผ่นดินครับ”

    “ท้องฟ้ากับแผ่นดิน” นภัสชลพูดพึมพำแล้วเผลอยิ้มสุขใจ...ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้ที่ชื่อเธอและเขาเหมือนสิ่งที่คู่กัน ภูริชรู้สึกไม่ต่างกัน นั่งลงเคียงข้างเธอดูพระอาทิตย์ตกดินอย่างอิ่มเอิบใจ

    ooooooo

    ทหารกองกำลังสามนายที่ชยินส่งกลับมาแจ้งข่าวเพิ่งเดินทางถึงฐานที่มั่น พวกเขารายงานนายพลอาเชกับเตโชว่าการเจรจาแลกตัวประกันกับอาวุธไม่สำเร็จเพราะนายพลลาแปนำกองกำลังมาขัดขวางและเกิดการต่อสู้กัน ทำให้กำลังของฝ่ายเราตายไปหลายคน

    “แล้วชยินไปไหน ทำไมไม่กลับมารายงานฉันด้วยตัวเอง”

    “ผู้กองชยินนำกำลังตามไล่ล่ามองเทร์ตัวปลอมที่ชิงตัวหมอกับอาวุธไปครับ”

    “มองเทร์ตัวปลอมเป็นคนของนายพลลาแปส่งมาใช่ไหม”

    “ไม่ใช่ครับ ผู้กองชยินบอกว่ามันเป็นทหารไทย”

    นายพลอาเชกับเตโชตะลึง หันไปมองมองเทร์ตัวจริงที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกล มองเทร์เชื่อว่าทหารไทยคนนั้นต้องเป็นหน่วยกล้าตาย กองทัพไทยถึงมั่นใจส่งมาทำงานคนเดียว

    “แต่มันหยามหน้าเรา แอบเข้ามาปฏิบัติการในฐานที่มั่นเราแบบนี้ ฉันรู้จักลูกชายฉันดี ชยินไม่มีวันยอมปล่อยมันไปง่ายๆเด็ดขาด”

    จริงแท้แน่นอนดังคำของนายพลอาเช ชยินกับซาเยร์และลูกน้องอีกกลุ่มไล่ล่าภูริชอย่างหนัก ขนาดมีลูกน้องบาดเจ็บก็ยังให้พักแค่ครู่เดียวแล้วเดินทางต่อ ส่วนภูริชกับนภัสชลที่กำลังจะหมดแรงจำเป็นต้องพัก กินอาหาร อีกอย่างมืดค่ำแล้วการเดินทางยากลำบากจึงตกลงกันว่าต้องกินให้อิ่มแล้วนอนพักเพื่อให้มีแรงเดินลุยป่าในวันพรุ่งนี้

    ขณะกินอาหารกระป๋องด้วยกัน นภัสชลนำกระสุนปืนที่ผ่าออกจากอกซ้ายของภูริชส่งคืนเจ้าตัว ภูริชคาดไม่ถึงว่าเธอยังเก็บมันไว้ จึงอยากรู้เหตุผล

    “เพราะคุณคือทหารคนแรกที่ฉันได้ผ่าตัดช่วยชีวิต ในฐานะหมออาสาซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำตั้งแต่ตัดสินใจเลือกเรียนหมอ ความสุขของฉันไม่ใช่การรักษาคนอยู่ในโรงพยาบาล แต่อยู่ที่การได้รักษาคนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร”

    ภูริชฟังแล้วสุดจะห้ามใจ ดึงเธอมากอดทันที... นี่คือผู้หญิงที่เขาหามาตลอดชีวิต

    “ขอบคุณมากครับหมอ”

    “ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ที่ฉันผ่าตัดให้คุณ มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”

    “ผมไม่ได้ขอบคุณให้ตัวเอง แต่ขอบคุณแทนชาวบ้าน ทุกคนในพื้นที่ทุรกันดารทุกแห่งที่หมอนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไป ขอบคุณหมอที่ไม่ลืมพวกเขา”

    “ฉันก็ขอบคุณผู้กองแทนทุกคนเหมือนกัน ในฐานะทหาร ผู้กองเสียสละและทุ่มเทมาก ที่เอาชีวิตมาเสี่ยงดูแลปกป้องประเทศในพื้นที่อันตราย”

    “มันเป็นหน้าที่ของชายชาติทหารครับ เราเกิดบนแผ่นดินไทย เราต้องรักและปกป้องแผ่นดินไทย ผมภูมิใจและเต็มใจครับที่มีโอกาสได้ทำหน้าที่นั้น” พูดแล้วภูริชจำต้องหักห้ามใจ ปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน...

    ฟากชยินไม่หลับไม่นอน เจ็บใจและเคียดแค้นภูริช อยากจะติดตามให้เจอตัวโดยเร็ว แต่ซาเยร์เห็นว่ากองกำลังเหนื่อยล้ากันมากจึงอยากจะให้ชยินเปลี่ยนใจ หยุดตามแล้วกลับฐานที่มั่นเพื่อไปวางแผนใหม่ น่าจะดีกว่าดั้นด้นตามโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวมาแบบนี้

    ปรากฏว่าชยินไม่พอใจอย่างมาก ตำหนิซาเยร์ว่าเสียแรงที่เป็นทหารคู่ใจตน แล้วไล่ซาเยร์กลับไป ส่วนคนอื่นใครอยากกลับก็ได้ แต่ตนจะไปต่อ

    ทหารกองกำลังตื่นตัวเดินตามชยินไปทันที ซาเยร์ถอนใจ จำต้องเดินตามทุกคนไป...

    ด้านภูริชกับนภัสชลที่เดินทางกันมาตลอดทั้งวัน ความอ่อนเพลียและเมื่อยล้าจากการเดินทางทำให้ นภัสชลหลับได้ในเวลาอันรวดเร็ว ภูริชเอาโทรศัพท์มือถือที่ได้จากกีซาออกมาเพื่อจะติดต่อกลับไปยังกรัณย์และ นายพลอนุชิต แต่ผิดหวังเพราะไม่มีสัญญาณ...

    เช้าตรู่ภูริชลืมตาตื่นเพราะได้ยินเสียงฝีเท้า เขา รีบปลุกนภัสชลให้รีบหนี แน่ใจว่ามีคนตามเรามา

    กลุ่มนักรบปิศาจของนายพลลาแปนั่นเอง พวกมันแกะรอยมาถูกทาง ไล่ยิงเป้าหมายทั้งสองอย่างไม่ปรานี ภูริชพานภัสชลวิ่งลุยน้ำข้ามลำธารไปอย่างเร็ว พวกมันตะโกนบอกกันให้ติดตามพร้อมกับกราดกระสุนไม่ยั้ง นภัสชลหวาดกลัวกรีดร้องลั่น วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตโดยมีภูริชจูงมือเธอไว้ตลอดเวลา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์