ตอนที่ 2
ภูริชถูกส่งไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ โดยมีแม่ปรีย์กับภีรชาน้องสาวดูแล แถมมีพิมพ์รวีย์ ลูกสาวของนายพลอนุชิต ผู้บังคับการหน่วยของภูริช มาคอยทำหน้าที่เหมือนเป็นพยาบาลคอยเอาใจ
เมื่อฟื้นขึ้นมา ภูริชได้เห็นคลิปที่คณินทร์ฝากภีรชา ไว้ให้พี่ชายดู มันคือคลิปที่นภัสชลผ่าตัดเอากระสุนออกจากอกซ้ายของเขา ทำให้ภูริชซาบซึ้งใจมากและพบว่าหมอคนสวยได้ผ่าตัดเอาหัวใจของเขาติดไปด้วย เขาตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง
ฝ่ายนภัสชล หลังเสร็จสิ้นภารกิจของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ก็กลับเข้าโรงพยาบาลที่ประจำอยู่ในต่างจังหวัดพร้อมวริสาหรือหมอลีเพื่อนร่วมรุ่น นภัสชลมุ่งมั่นในอาชีพ ของตนมาก แม้ว่าท่านทูตอนันต์กับคุณหญิงวลัยพรรณ พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วย และพยายามทักท้วงด้วยความเป็นห่วงให้ลูกสาวกลับไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เธอก็ไม่ยอม
พ่อกับแม่เข้าใจว่าเหตุผลที่นภัสชลไม่อยากกลับไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะเคยอกหักจากผู้ชายคนหนึ่ง เธอเลยประชดชีวิตแบบนี้ แต่นั่นคือเหตุผลส่วนเล็กๆเท่านั้น เพราะทุกวันนี้นภัสชลลืมความเศร้าครั้งนั้นไปหมดแล้ว
ในระหว่างที่ภูริชนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หน่วยกระทิงซึ่งนำโดยจ่ามีได้มาเยี่ยมและทำอาหารอร่อยๆมาให้กิน ทั้งหมดหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทำให้แม่กับน้องสาวของภูริชเบาใจว่าแม้ในการทำงานที่ยากลำบากและอันตรายแต่ภูริชก็มีมิตรที่ดี
ภูริชรักษาตัวอยู่หนึ่งเดือนแล้วกลับไปปฏิบัติภารกิจที่ชายแดนเหมือนเดิมโดยที่พิมพ์รวีย์ไม่รู้ เธอเลยหิ้วของกินบำรุงร่างกายมาเก้อ ภูริชสืบจนรู้ว่านภัสชล ทำงานประจำที่ไหน ก่อนจะตั้งใจนำช่อดอกไม้ไปขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิต แต่ผิดหวังเพราะเธอออกไปปฏิบัติงานกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่หลายวันแล้ว
ขณะที่ภูริชจะกลับออกจากโรงพยาบาลพร้อมหน่วยกระทิง ทุกคนตกใจกับรายงานข่าวด่วนจากโทรทัศน์ ว่าเกิดการปะทะกันของชนกลุ่มน้อยชายแดนเมืองเผ่า รัฐสะลอง ใกล้เขตชายแดนไทย ระหว่างกองกำลังสองฝ่ายทำให้มีผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทางการไทยจึงออกประกาศเตือนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เขตชายแดนให้ระวังกระสุนปืนและระเบิดที่อาจจะหลุดข้ามชายแดนเข้ามา
สถานการณ์ที่ชายแดนฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมีการต่อสู้กันที่เมืองเผ่า รัฐสะลอง โดยกองกำลังของชนกลุ่มน้อยของนายพลอาเช และนายพลลาแป นายพลลาแปกับลาชิลูกชายพยายามจะแย่งรัฐสะลองมาให้ได้ แต่นายพลอาเชมีผู้กองชยิน ลูกชายคนโต และเตโช ลูกชาย คนรองเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้รักษาฐานที่มั่นไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
นายพลลาแปจึงวางแผนสั่งซื้ออาวุธร้ายแรงจากวาริสนายหน้าคนไทยด้วยการแอบลักลอบนำจากไทยผ่านชายแดนเข้ามา โดยอาศัยเส้นสายวริสาลูกสาวที่เป็นหมออยู่ชายแดน แต่ข่าวนี้รั่วไหลรู้ถึงหูนายพลอาเช จึงมีคำสั่งให้ผู้กองชยินไปลักพาตัวลูกสาวของวาริสมา เพื่อใช้เป็นตัวประกันต่อรองกับนายวาริส ขัดขวางไม่ให้ ส่งอาวุธถึงกองทัพนายพลลาแป
ผู้กองชยินกับซาเยร์นายทหารหนุ่มคู่ใจ นำกำลังคนปลอมตัวแอบลักลอบข้ามชายแดนไทยเข้ามาที่บ้านพักหมอ แต่เจอทั้งวริสาและนภัสชลอยู่ด้วยกัน ทำให้ชยินกับซาเยร์ไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เป็นลูกสาวนายหน้าค้าอาวุธ เลยจำเป็นต้องจับทั้งสองสาวไป
ooooooo
เนื่องจากมีข้อมูลว่าหนึ่งในแพทย์หญิงที่โดนจับตัวไปเป็นบุตรีของเอกอัครราชทูตไทยประจำนอร์เวย์ ทางกองทัพมีคำสั่งให้ทหารฝีมือดีออกติดตามช่วยชีวิตหมอทั้งสองคนกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้ โดยนายพลอนุชิตระบุให้เป็นผู้กองภูริช
เป็นครั้งแรกที่ภูริชรับภารกิจด้วยความตื่นเต้น เพราะรูปลูกสาวที่ได้รับมาคือนภัสชล หมอผ่าตัดที่ขโมยหัวใจเขาไปนั่นเอง และผู้ที่จะมาเป็นผู้ช่วยเฉพาะกิจเป็นนักบินพาภูริชไปส่งยังพื้นที่เป้าหมายก็คือเรือเอกกรัณย์ เพื่อนรักของเขา
“ฉันไม่คิดว่าผู้ช่วยเฉพาะกิจเปิดตัวมาจะเป็นแกว่ะกรัณย์ เพราะหน่วยฉันก็มีคนขับเครื่องบินเป็นเยอะแยะ”
“ฉันเป็นคนเสนอตัวเข้ามาช่วยแกเอง”
“ฉันคิดแล้วว่าต้องมีอะไร แต่ไม่รู้ว่าทำไม”
“ฉันต้องช่วยชีวิตนภัสกลับมาให้ได้”
ภูริชชะงัก มองเพื่อนรักอย่างค้างคาใจ ขณะที่กรัณย์หยุดเดินหันมาพูดอย่างเคร่งเครียด
“ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะเป็นคนลุยไปช่วยพานภัสกลับมาด้วยตัวเอง แต่ทางหน่วยไม่อนุมัติ เขาเลือกแก เพราะแกถนัดลงพื้นที่ชายแดนมากกว่าฉัน ฉันก็เลยทำได้แค่อาสามาช่วยพาแกไปส่งยังจุดนัดหมาย”
“คุณหมอนภัสชลคนนี้สำคัญกับแกมากเลยเหรอ”
“ใช่ ภัสมีความสำคัญกับครอบครัวฉันมาก ภัส จะเป็นอะไรไปไม่ได้ ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรพูดอะไรที่กดดันแก แต่ครั้งนี้ฉันขอร้องแกนะเว้ย ช่วยชีวิตภัสกลับบ้านมาให้ได้ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”
“โอเคเพื่อน ฉันรับรองว่าจะช่วยหมอภัสของแก กลับมาอย่างปลอดภัย”
ภูริชรับปากอย่างปวดใจ เข้าใจว่าหมอคนสวยที่เป็นรักแรกของตนคือคนรักของกรัณย์
ด้านคุณหญิงวลัยพรรณร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรหลังทราบข่าวลูกสาวถูกจับตัวไป แม้กรัณย์จะส่งข่าวบอกท่านอนันต์ว่ากองทัพจัดทหารฝีมือดีที่สุดไปช่วยนภัสชลแล้ว แต่หัวอกคนเป็นแม่เมื่อรู้ว่าลูกตกอยู่ในอันตรายก็กินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่ดี...
ภูริชต้องปลอมตัวเป็นมองเทร์ สายลับของหน่วยเหนือ ในกองกำลังนายพลอาเชที่มีข่าวว่ากำลังจะเดินทางมารับอาวุธจากชยินเพื่อส่งไปยังพื้นที่สู้รบอื่น โดยมีจาโป กับกีซาสองชาวพื้นเมืองที่ทำงานให้กับทางการไทยนำทางเดินเท้าไปในป่าไปหาร้อยโทฐิติ อดีตนายตำรวจผู้โชกโชน ที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นสายลับหาข่าวมาขาย ให้ทุกฝ่ายที่จ่ายหนัก โดยฝังตัวหาข่าวอยู่แถบชายแดน
ฐิติมารอรับภูริชพร้อมเล่าซางลูกน้องคนสนิทชาวกะเหรี่ยง ทำหน้าที่นำทางพาภูริช จาโป และกีซาไปยังฐานที่มั่นของกองกำลังชยิน ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิประเทศซับซ้อน หากไม่ใช่คนในหมู่บ้านก็ยากที่จะหาทางไปถึง
เมื่อภูริชถามฐิติว่าตอนนี้มีข่าวหมอสองคนที่ถูกจับตัวไปบ้างหรือยัง ฐิติบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีข่าวอะไรคืบหน้า รู้แต่ว่าหมอทั้งสองคนถูกคุมตัวอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ภายในค่ายกองกำลังของพวกมัน ตามคำสั่งของชยิน
“ชยิน? ผู้บัญชาการใหญ่ที่ค่ายนี้ใช่ไหม”
“ใช่ ไว้ผมจะอธิบายให้ผู้กองฟัง แต่ตอนนี้ผู้กองไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแปลงกายให้เป็นไอ้มองเทร์ตามแผนของเราก่อนเถอะ”
ฐิติรับถุงใส่เสื้อผ้าจากเล่าซางมายื่นให้ภูริชและให้ดูรูปสเกตช์ของมองเทร์...ไม่นานนักภูริชก็ลอกคราบเป็นมองเทร์เสร็จเรียบร้อย และเหน็บปืนไว้ที่เอวตลอดเวลาตามนิสัยของมองเทร์
ooooooo
ณ ฐานที่มั่นกองกำลังของชยิน...นภัสชลกับวริสาถูกจับมาขังไว้ในเรือนบัญชาการ ชยินกับเตโชลูกชายของนายพลอาเชยืนมองสองสาวอย่างคาดเดาไม่ถูกว่าคนไหนคือเป้าหมายตัวจริง
นภัสชลพยายามตั้งสตินิ่งไว้ แต่วริสากลับกอดแขนซุ
“บอกมาซะที พวกคุณจับเราสองคนมากักขังต้องการอะไร”
“บอกมาก่อน หมอชื่ออะไร ผมจะได้เรียกถูก”
“ภัส...”
“หมอภัส พ่อคุณชื่ออะไร ทำงานอะไร”
“ฉันไม่มีวันบอกคุณหรอก อย่ามายุ่งกับพ่อแม่ฉัน”
ชยินมองหมอภัสอย่างไม่พอใจ ไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งตน ทำเอาเตโชเริ่มกังวล
“พ่อคุณเป็นใคร บอกมาเถอะหมอ ถ้าคุณไม่บอก ผมก็ไม่รู้ว่าคุณเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แล้วจะส่งตัวคุณกลับถูกได้ยังไง”
“ถ้าฉันโง่คงเป็นหมอไม่ได้ ไม่ต้องมาใช้ไม้นี้กับฉัน ไปหลอกเด็กเถอะ”
“โธ่เอ๊ย! ฉันจะประสาทกินอยู่แล้ว ต่อปากต่อคำกันอยู่ได้ บอกๆเขาไปเหอะภัสว่าพ่อเธอเป็นถึงท่านทูตประจำนอร์เวย์ จับลูกสาวทูตมาแบบนี้เรื่องนี้ต้องถึงนายกฯ”
“ลี! เธอพูดบอกออกมาทำไม ฉันเป็นห่วงพ่อแม่ฉันนะ”
เตโชกับซาเยร์ตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น ชยินถึงกับหลับตาขบกรามโกรธตัวเอง
“นี่แปลว่าพ่อหมอเป็นทูตเหรอ ไม่ใช่นายวาริส”
“นายวาริสน่ะพ่อฉันต่างหาก ถึงไม่มียศตำแหน่ง แต่พ่อฉันก็รวยระดับมหาเศรษฐีเลยนะ พวกคุณต้องการกี่ล้านล่ะ ฉันจะโทร.ไปบอกพ่อให้เอาเงินมาแลกตัวฉันเดี๋ยวนี้เลย”
“คนสะลองไม่ได้ต้องการเงิน เราต้องการแค่ปกป้องแผ่นดินของเรา เงินไม่ใช่พระเจ้า และพระเจ้าช่วยอะไรคนสะลองไม่ได้ พวกเราเองนี่แหละที่จะต้องเอาเลือดเนื้อปกป้องพี่น้องและแผ่นดินของเรา เพราะฉะนั้นเงินล้านของพ่อหมอ เราไม่เอา แต่เราจะเอาตัวหมอไปต่อรองกับนายวาริสพ่อของหมอต่างหาก เข้าใจรึยัง”
“ทำไมต้องเป็นฉันด้วย...ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย... ฮือๆ” วริสาตกใจมากร้องไห้จนตัวสั่น นภัสชลออกตัวปกป้องเพื่อนทันที
“คุณจะเอาเพื่อนฉันไปต่อรองเรื่องอะไร”
“อย่ามัวถามอยู่เลยครับหมอภัส คุณได้สิทธิ์กลับบ้านแล้วก็รีบใช้สิทธิ์ของคุณดีกว่า”
“ซาเยร์...พาคุณหมอไปส่งที่บ้านพัก แล้วพรุ่งนี้เช้าจัดทีมพาคุณหมอไปส่งตัวคืนที่หมู่บ้าน”
“ครับ...ไปเถอะหมอ” ซาเยร์ผายมือให้นภัสชลเดิน ขณะที่นภัสชลยังงุนงงสับสน แต่วริสาโวยวายขึ้นเสียก่อน
“แล้วฉันล่ะ ให้ฉันกลับไปด้วยสิ”
“คุณไปไหนไม่ได้หมอลี คุณต้องอยู่กับเราจนกว่าการต่อรองกับพ่อคุณจะสำเร็จ” เตโชสั่งเสียงกร้าว
“ไม่นะ ฉันไม่อยู่ ฉันจะกลับบ้าน” พูดขาดคำวริสาวิ่งพรวดออกไปที่ประตูโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ซาเยร์ จะคว้าตัวไว้แต่ไม่ทัน
วริสาวิ่งออกไปแล้ว นภัสชลห่วงเพื่อนวิ่งตามออกไปอีกคน พวกชยินไล่กวดอย่างหัวเสีย วริสาหนีเตลิดพร้อมตะโกนว่าตนจะกลับบ้าน ทำให้ทหารกองกำลัง ที่กระจายอยู่ไปทั่วฐานรบแตกตื่นคว้าปืนเตรียมพร้อม และทหารที่เฝ้าป้อมปืนอยู่บนหอคอยสูงคิดว่าเชลยหนี รีบส่องปืนกลมาที่วริสาทันที ขณะที่นภัสชลวิ่งตามมาข้างหลัง ตะโกนห้ามเสียงหลง
“ลีหยุดวิ่ง! ลีหยุด...ลีอย่าไป”
ทหารบนหอคอยยิงสกัดมาที่พื้นตรงหน้าวริสา ทำเอาหมอสาวหยุดวิ่ง สองมือปิดหูพร้อมส่งเสียงกรี๊ดอย่างสติแตก ซาเยร์ที่วิ่งตามหลังมาตะโกนสั่งทหารให้หยุดยิง
ทหารบนหอคอยหยุดยิง แต่ทหารกองกำลังบนพื้นดินถือปืนวิ่งกรูกันเข้ามาเล็งปืนล้อมกรอบวริสาไว้ วริสากลัวถึงกับเข่าอ่อน นภัสชลรีบวิ่งมากอดปกป้องเพื่อน ขอร้องทหารอย่าทำอะไรเพื่อนของตน
ชยินสั่งเฉียบให้เก็บปืน ทหารทุกคนจึงลดปืนลง แต่วริสาเป็นลมล้มพับไปแล้ว นภัสชลกอดเพื่อนไว้ด้วยความเป็นห่วง ชยินเข้ามาสำทับก่อนหันหลังเดินกลับไป
“บอกเพื่อนคุณด้วย ถ้าคิดหนีอีก ไม่มีชีวิตรอดกลับบ้านแน่!”
“อ้าว...ยืนเฉยอยู่ทำไม ไปเอาเปลมาสิ พาหมอไปส่งที่บ้านพัก” เตโชดุเสียงดัง ทหารจึงกุลีกุจอไป ส่วนนภัสชลพยายามปลุกเรียกวริสาพลางจับข้อมือเช็กชีพจร
ooooooo
เย็นนั้นฐิติกับเล่าซางพาภูริช จาโป และกีซา ไปถึงเขตเมืองเผ่า ฐิติกำชับให้ภูริชทำตัวเป็นมองเทร์ให้แนบเนียนเหมือนตัวจริง
ขณะที่ทุกคนนั่งล้อมวงกินอาหารที่ติดตัวมา ยกเว้นเล่าซางคนเดียวที่แยกตัวไปนั่งห่างกลุ่ม ภูริชยังคาใจเรื่องมองเทร์ไม่หาย ถามขึ้นว่า
“ทำไมต้องมองเทร์ ทำไมผมต้องเข้าไปที่ฐานที่มั่นของพวกมันด้วยชื่อของสายลับคนนี้”
“เปิ้นตอบได้ เพราะมองเทร์คนนี้เขาร่ำลือว่าเก่งมาก พวกชนกลุ่มน้อยพากันยกให้เป็นไอดอล ทั้งๆที่บ่เคยเห็นหน้ากัน เคยได้ยินแค่ชื่อเท่านั้น” กีซาตอบเสร็จ...จาโปเสริมขึ้นทันทีว่า
“แล้วข่าวว่ามองเทร์คนนี้ได้รับความไว้วางใจจากนายพลอาเชมาก เรียกได้ว่ามีอำนาจพอฟัดพอเหวี่ยงกับผู้กองชยินเลยเน้อ”
“งั้นก็แปลว่านายพลอาเชต้องรู้จักหน้าค่าตาของมองเทร์เป็นอย่างดี”
“ถูกต้อง!” ฐิติตอบเสียงดังฟังชัด “นี่แหละบททดสอบของผู้กองในภารกิจนี้ นายพลอาเชไม่ได้ประจำอยู่ที่ฐานนี่ก็จริง แต่จะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ถ้าผู้กองจ๊ะเอ๋จังๆเข้าล่ะก็ เกมโอเว่อร์แน่ แล้วที่สำคัญที่ต้องเป็นมองเทร์ เพราะเล่าซางลูกน้องผมสืบรู้มาว่า...”
ฐิติหันไปมองเล่าซางที่ไม่กินข้าวกินปลา นั่งอยู่ริมน้ำคนเดียว เล่าซางรู้หน้าที่อธิบายต่อไป
“ภายในไม่กี่วันนี้มองเทร์จะเดินทางมาฐานที่มั่นที่เมืองเผ่านี่ เพื่อรอรับอาวุธต่อจากผู้กองชยิน แล้วลำเลียงกระจายไปยังฐานที่มั่นสำคัญๆ”
ภูริชสงสัยว่ารอรับอาวุธอะไร แต่ฐิติแบมือส่ายหน้า บอกว่านั่นเป็นคำตอบที่ผู้กองต้องเข้าไปหาเอาเองที่ฐานที่มั่นของพวกมัน กีซาเลยอดบ่นไม่ได้ว่าทำไมไม่สืบมาให้หมด พูดครึ่งๆกลางๆเหมือนเข้าส้วมไม่สุด จาโปกลัวเป็นเรื่องรีบเอาข้าวอุดปากเพื่อนอย่างเร็ว
ooooooo
นภัสชลฉีดยาผ่านสายน้ำเกลือให้วริสาที่ยังไม่ได้สติ โดยมีเตโชยืนอยู่ในห้องพร้อมทหารอีกสองคน เตโชเห็นใบหน้าซีดเซียวของวริสาก็แอบเห็นใจ ผู้หญิงตัวเล็กๆไม่น่ามาเกี่ยวข้องกับการสู้รบ
“หวังว่าเพื่อนหมอคงไม่เป็นอะไรมาก ถ้าต้องการยาอะไรอีกก็บอกนะหมอ เรามียาและเครื่องมือแพทย์ครบทุกอย่างที่เรือนพยาบาล ขาดก็แต่แพทย์ชำนาญการ”
นภัสชลนิ่งเงียบไม่อยากเสวนาด้วย เตโชพยักหน้าให้ทหารเข้ามาเก็บเข็มและอุปกรณ์ทุกอย่างไป แล้วบอกให้เธอพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าคนของตนจะพาหมอกลับไปส่งที่ชายแดน แต่นภัสชลพูดสวนขึ้นทันทีว่าตนไม่กลับ ทำให้เตโชชะงักด้วยความประหลาดใจ
“ฝากไปบอกนายชยินด้วยว่า ถ้าฉันจะกลับฉันต้องกลับไปพร้อมกับเพื่อนของฉัน ไม่อย่างงั้นก็เอาศพฉันกลับไปคนเดียว”
เตโชเครียดขึ้นมาทันที มองเห็นเค้าลางของความยุ่งยาก...นภัสชลตัดสินใจเด็ดเดี่ยวไม่ทิ้งวริสาไว้คนเดียวแน่ ครั้นรุ่งสางท้องฟ้าเริ่มสว่างรำไร วริสารู้สึกตัวก็รีบถอดสายน้ำเกลือออกจากแขนเพื่อหลบหนี นภัสชลท้วงว่าที่นี่กลางป่าเราไม่รู้จักทางจะหนียังไง
“ใช่สิ มันจะปล่อยเธออยู่แล้วนี่ เธอถึงไม่เดือดร้อน แต่ฉัน...มันจะจับไว้เป็นนักโทษ ไว้ต่อรองบ้าอะไรกับพ่อก็ไม่รู้ ขืนอยู่ ฉันถูกพวกมันจับทำเมียแน่ ฉันยอมไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า”
วริสาเดินไปที่ประตู นภัสชลคว้าแขนไว้บอกให้ใจเย็น ถ้าเอะอะโวยวายเดี๋ยวพวกมันได้ยิน หลังจากนั้นก็พาวริสากระโดดลงทางหน้าต่าง ก่อนที่สองสาวจะวิ่งลัดเลาะไปทางด้านหลังที่ค่อนข้างปลอดคน
แต่หารอดพ้นสายตาของซาเยร์...เขาสั่งลูกน้องให้รีบไปรายงานชยินกับเตโช ส่วนตัวเองวิ่งตามสองสาวไปพร้อมปืนในมือ สั่งให้พวกเธอหยุดถ้าไม่อยากถูกยิง
วริสากรีดร้องด้วยความกลัว มองลงไปยังป่าเบื้องล่าง เวลานั้นฐิติกับเล่าซางนำทางพวกภูริชมาถึงพอดี ทุกคนได้ยินเสียงกรี๊ดมาแต่ไกล ฐิติยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดเดิน ก้มลงเพื่อใช้ต้นไม้พรางตัวแล้วซุ่มดู
ภูริชมองลอดผ่านกิ่งไม้ไปยังป่าลาดชันข้างบน แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นนภัสชลกับวริสากำลังวิ่งอยู่ตรงนั้น มีกองกำลังกลุ่มใหญ่ไล่มา ภูริชสุดแสนเป็นห่วงนภัสชล ชักปืนจะออกไป แต่ฐิติตะปบไหล่เขาไว้ ถามว่าจะทำอะไร พวกมันตามมาเป็นโขยง
“แล้วเห็นมั้ยหมอกำลังหนีการตามไล่ล่าของพวกมัน ผมต้องไปช่วย” ภูริชปัดมือฐิติออกแล้ววิ่งพรวดไป ฐิติไม่พอใจ บ่นอุบว่าขืนบ้าระห่ำเข้าไปช่วยตัวประกันตอนนี้มีหวังพวกเราตายหมู่แน่
พวกซาเยร์วิ่งมาทันสองสาว วริสาหวาดกลัวสุดขีดหลับตากรีดร้องจนสะดุดรากไม้ล้มลง นภัสชลตกใจเหลียวหลังไปมองเพื่อน ส่งผลให้ตัวเองเสียหลักกลิ้งลงเนินหายไปในดงไม้หนาทึบ
โชคดีที่ภูริชเข้ามาช่วยทันก่อนที่เธอจะได้รับอันตรายมากกว่าฟกช้ำ สองคนกอดซบกันนิ่งอย่างใจหายใจคว่ำ ภูริชลืมเจ็บ จ้องมองใบหน้าผู้หญิงที่เขากำลังตามหา แต่ตอนนี้เธอกลับมาอยู่เบื้องหน้าเขาแค่ปลายจมูก
หนุ่มสาวประสานสายตากันนิ่งนาน...ราวกับช่วงเวลานั้นหยุดเดินไปชั่วขณะ
ooooooo
ซาเยร์จับวริสาไว้ได้และพากลับฐานที่มั่นไปก่อน ขณะที่พวกชยินก็ค้นหานภัสชลจนเจออยู่กับชายแปลกหน้า ซึ่งในเวลาต่อมารู้ว่าเขาคือมองเทร์ที่น้อยคนนักจะได้เห็นโฉมหน้า
แต่ก่อนหน้าที่พวกชยินจะมาเจอ ภูริชได้กำชับนภัสชลให้ทำเป็นไม่รู้จักตน เพราะไม่เช่นนั้นเราไม่มีทางรอดไปจากที่นี่แน่ เธอจึงทำทีหวาดกลัวและดิ้นรนขัดขืนเขาเพื่อความแนบเนียน
หลังจากภูริชในคราบมองเทร์แนะนำตัวว่ามาตามคำสั่งของหน่วยเหนือพร้อมลูกทีม ฐิติ เล่าซาง จาโปและกีซาที่ซุ่มอยู่จึงปรากฏตัว ภูริชบอกว่าฐิติกับเล่าซางเป็นแค่คนนำทาง เสร็จแล้วก็จะไป ส่วนจาโปกับกีซาจะอยู่ทำงานกับตน
ชยินยกหน้าที่ดูแลพวกมองเทร์ให้ซาเยร์รับไป จนกว่าจะเจรจาแลกตัวลูกสาวกับอาวุธจากวาริสสำเร็จ ภูริชฟังแล้วเก็บข้อมูลไว้ด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับฐิติที่แยกตัวออกมาพร้อมเล่าซาง รู้สึกคุ้นชื่อวาริสเหลือเกิน
หลังจากคิดทบทวนอยู่ไม่นาน ฐิติก็จำได้ว่าวาริสคือนายหน้าค้าอาวุธรายใหม่ที่กำลังมาแรงแถวชายแดน แต่น่าแปลกที่ชยินจะสั่งซื้ออาวุธสงครามผ่านวาริส แล้วทำไมต้องลักพาตัวลูกสาวเขามาต่อรอง ตนต้องไปสืบข่าวเรื่องนี้ให้ได้
ภูริชคอยดูแลปกป้องนภัสชลจนชยินที่แอบปลื้มหมอคนสวยไม่ค่อยพอใจ สองหนุ่มเกิดปะทะคารมกันหลายครั้งก่อนจะนำพาไปสู่การลงไม้ลงมือกันต่อหน้าทุกคน
นานๆทีจะมีผู้ชายฝีมือดีสองคนมาต่อสู้กันให้ดู สร้างความคึกคักให้กับทหารทุกคน ต่างพากันส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น ยกเว้นเตโชที่ไม่ชอบใจรีบเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน แล้วสั่งซาเยร์พานภัสชลไปส่งที่บ้านพัก ส่วนชยินกับมองเทร์ให้ตามมาคุยกับตน
วริสาเอาแต่ร้องไห้อยู่ในบ้านพัก เข้าใจว่านภัสชลหนีรอดไป พอเห็นเพื่อนกลับมาแทนที่จะพูดดีด้วย กลับโวยวายด่าว่าอย่างเอาแต่ใจ ทำให้นภัสชลทนไม่ไหว อยากจะใช้สิทธิ์ที่พวกมันให้กลับออกไปจากที่นี่คนเดียว
วริสาได้ฟังก็ชะงัก เปลี่ยนเป็นเข้ามากอดนภัสชลและขอร้องทั้งน้ำตา
“ไม่นะ อย่าเห็นแก่ตัวนะภัส เธอทิ้งฉันไปไม่ได้นะ เรามาด้วยกันต้องกลับด้วยกันสิ ทิ้งฉันไว้ ฉันก็ตายน่ะสิ พวกมันต้องฆ่าหมกป่าฉันแน่ ฮือๆ ฉันกลัว...ฉันกลัว”
นภัสชลใจอ่อนยวบเมื่อเห็นวริสาร้องไห้จนตัวสั่น กอดและปลอบอีกฝ่ายด้วยความสงสาร
“ฉันขอโทษลี ฉันไม่ทิ้งเธอหรอก ไม่ต้องกลัวนะ ตั้งสติไว้ แล้วฟังฉันนะ...พวกมันไม่มีทางฆ่าเราได้หรอก เพราะมีคนมาช่วยเราแล้ว”
วริสาหยุดสะอื้นไปชั่วขณะ อยากรู้ว่าใคร พอรู้ว่าเป็นผู้กองภูริชก็ยิ้มทั้งน้ำตา แล้วจะรีบไปหาเขาแต่ถูกนภัสชลรั้งไว้ บอกให้รู้ว่าภูริชไม่ได้มาในฐานะทหารไทย แต่ปลอมตัวมาเป็นคนของพวกมันเพื่อช่วยเราสองคน...
ที่เรือนบัญชาการ ภูริชในคราบมองเทร์ตัดสินใจใช้ความกล้าพูดแบบโยนหินถามทางกับชยินและเตโช
“เราท้าทายกองทัพไทยมาก ที่จับตัวหมอไทยดีกรีเป็นถึงลูกสาวทูตมา”
“ถ้าฉันรู้ ฉันไม่เซ่อจับมาหรอก แต่สถานการณ์ตอนนั้น ณ เวลานั้นเจอหมอสองคน ฉันไม่รู้ว่าคนไหนคือลูกสาวนายวาริสกันแน่”
คำพูดไม่สบอารมณ์ของชยินทำให้ภูริชได้ข้อมูลเพิ่มว่าเป็นสถานการณ์จับผิดตัว
“สรุปว่าที่นายเหมาจ่ายมาทั้งสองคน เพราะไม่รู้ว่าใครคือเป้าหมายตัวจริงงั้นสิ”
ชยินตบโต๊ะอย่างหัวเสีย เตโชเห็นท่าไม่ดีชิงพูดเสียเองว่า
“เป็นความผิดของฝ่ายข้อมูลที่ไม่ระบุให้แน่ชัดว่าหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มีหมอผู้หญิงถึงสองคน บอกแค่ว่าลูกสาวนายหน้าค้าอาวุธ เป็นหมออยู่ที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในหมู่บ้านนั้น พอไปเจอหมอทั้งสองคนเข้าเป็นผมก็ไม่มีทางเลือก ต้องลักพาตัวมาทั้งสองคน”
“แต่เอาเถอะ อย่างน้อยหนึ่งในสองก็เป็นเป้าหมายตัวจริงของเรา ถือว่านายทำภารกิจสำเร็จ”
“หยุดพูดเรื่องตัวประกันได้แล้ว มันไม่ใช่หน้าที่กงการอะไรของนาย”
“ผิดแล้วชยิน เรื่องตัวประกันนี่แหละเป็นหน้าที่ของฉันเนื้อๆเลย ทางหน่วยเหนือต้องการแน่ใจว่าตัวประกันไทยจะได้รับการปฏิบัติอย่างดี เลยกำชับให้ฉันมาช่วยดูแล”
“ฉันดูแลกองกำลังทั้งฐานที่มั่นได้ แค่ดูแลตัวประกันผู้หญิงสองคนทำไมจะดูแลไม่ได้”
“ดูแลได้ แล้วดูแลดีรึเปล่า ทำไมวันนี้ตัวประกันพากันหนีออกจากฐานที่มั่นไปได้...แล้วที่ฉันข้องใจ ในเมื่อรู้แล้วว่าหมอคนไหนเป็นลูกสาวนายวาริส นายจะเก็บลูกสาวทูตไว้ทำไมอีก ในเมื่อเขาไม่มีประโยชน์อะไรกับเรา จับไว้ก็เป็นภาระ ทำไมไม่ส่งตัวกลับไป จะได้ไม่มีปัญหากับทางการไทย”
“ฉันสั่งให้ส่งกลับแล้ว แต่หมอไม่ยอมไป บอกว่าถ้าจะกลับจะต้องกลับพร้อมกับเพื่อน ไม่ยอมทิ้งเพื่อนไว้ที่นี่คนเดียวเด็ดขาด”
ภูริชรู้ข้อมูลมากขึ้น ได้โอกาสเข้าแผนพิทักษ์นภัสชล ทันที “ถ้าเขาไม่ยอมกลับ และนายไม่อยากให้เขาหนี ก็ต้องดูแลเขาอย่างดี ให้เขาสบายใจที่อยู่กับเราที่นี่จนกว่างานของเราจะเสร็จ คนเรายิ่งกลัวก็ยิ่งหนี ยิ่งบังคับก็ยิ่งขัดขืน”
ชยินจ้องภูริชตาขวางที่บังอาจสั่งสอน ถามเสียงแข็งว่าหน่วยเหนือส่งนักเทศน์มาสวดอะไรแถวนี้ แต่เตโชขัดขึ้นว่าตนเห็นด้วยกับมองเทร์ ยิ่งตัวประกันเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว เราควรใช้วิธีละมุนละม่อมในการดูแลมากกว่านี้ ไม่งั้นถ้าการเจรจาแลกตัวประกันยืดเยื้อออกไป สภาพจิตใจตัวประกันอาจจะย่ำแย่ เกิดตรอมใจตายหรือเป็นอะไรขึ้นมาเราจะกลายสภาพเป็นผู้ก่อการร้ายในสายตาชาวโลกทันที
เหตุผลของเตโชทำให้ชยินนิ่งไปอย่างเถียงไม่ออก
ooooooo
ภูริชใช้ช่วงเวลาที่พานภัสชลมาอาบน้ำที่ลำธารเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปโดยไม่ต้องรอวริสา เพราะมีคนเป็นห่วงเธอมาก แต่ไม่ได้บอกว่าคนคนนั้นคือกรัณย์
ปรากฏว่านภัสชลไม่ทำตาม ยืนยันว่าตนไม่มีทางทิ้งวริสาไว้ที่นี่คนเดียว สองคนมีปากเสียงกันไปมาอยู่พักหนึ่งก่อนจะยุติลงเพราะทหารของชยินตามมา
ชยินไม่พอใจมองเทร์ที่มีบทบาทเกินหน้าที่ที่จะมารอรับอาวุธ โดยเฉพาะกับนภัสชลดูเหมือนมองเทร์ให้ความห่วงใยเป็นพิเศษ เตโชเห็นท่าทีหงุดหงิดของพี่ชายก็พอจะรู้ว่าเขามีใจให้หมอสาวคนนี้ แต่เมื่อเอ่ยถามเจ้าตัวกลับไม่ยอมรับ...
ทางด้านนายพลลาแปที่อยู่ในฐานที่มั่นของตน เขารู้จากลาชิว่าชยินอุ้มตัวหมอสาวสองคนไปแล้ว แต่แปลกใจว่าทำไมไม่มีข่าวออกโทรทัศน์ช่องไทยเลยสักช่องเดียว
ลาแปกับลาชิ สองพ่อลูกหัวเสียอย่างหนัก ไม่เข้าใจว่าทางการไทยทำไมนิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลย ทั้งที่หมอไทยถูกลักพาตัวไปจากชายแดน โดนหยามน้ำหน้าขนาดนี้น่าจะยิงจรวดถล่มพวกชยินให้เละ เงียบแบบนี้ทำให้ผิดแผนที่ลาแปวางไว้
ส่วนวาริสที่ยังไม่รู้ว่าลูกสาวถูกลักพาตัว เขากำลังจดจ่อกับเรื่องธุรกิจค้าอาวุธ เลยมัวแต่ระแวดระวังกลัวข่าวรั่วไหล เห็นทหารมาที่บ้านจึงรีบหนีไปเพราะกลัวความผิด ทั้งที่ทหารจะมาบอกข่าวว่าหมอวริสากำลังตกอยู่ในอันตราย
ฝ่ายภูริชกับนภัสชล...เขาและเธอมีโอกาสอยู่กันสองต่อสองที่ห้องพยาบาล นภัสชลทำแผลที่แผ่นหลังให้ภูริชซึ่งเขาต้องถอดเสื้อ ทำให้เห็นรอยแผลเป็นที่เธอเคยผ่าตัดเอากระสุนออก ภูริชบอกว่ามันไม่ใช่แผลเป็นแต่เป็นความทรงจำจากหมอ ทำให้นภัสชลอึ้งและเขินอายแทบไม่กล้ามองหน้าเขา
ชยินไม่พอใจที่นภัสชลหายไปกับภูริชนานสองนาน เขาเผลอตัวแสดงความหึงหวง คาดคั้นเธอเสียงดังแล้วดึงมือไปที่บ้านพักของตน ภูริชทำท่าจะตามไปแต่โดนซาเยร์ขัดขวาง บอกให้เขากลับบ้านพักซึ่งคนของเขาไปรออยู่แล้ว ฝ่ายนภัสชลที่ถูกชยินลากเข้าห้องล็อกประตู ก็ตกใจมากและยิ่งใจคอไม่ดีเมื่อเขาถอดเสื้อออกโดยไม่บอกว่าจะทำอะไร
ooooooo










