นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ณ โรงแรมหรูริมทะเล บรรดาผู้แทนการค้า นักการธนาคาร และนักลงทุนระดับนานาชาติเดินทางมาร่วมพบปะเจรจาการลงทุนการค้าที่คาดว่ามีมูลค่ามหาศาล

    ริกเตอร์ นายทหารรับจ้างผู้ต่อต้านทุนนิยมสุดโต่ง ผ่านสนามสงครามมาอย่างโชกโชนได้แฝงตัวมากับหน่วยบอดี้การ์ดของบรรดาผู้แทนการค้าพร้อมลูกน้องนับสิบคน

    เมื่อการประชุมเริ่มขึ้น ริกเตอร์กับลูกน้องเผยโฉมผู้ก่อการร้าย จับบรรดาผู้แทนการค้าและนักการธนาคารไว้เป็นตัวประกัน ริกเตอร์ยื่นข้อเสนอให้ตัวประกันซื้อชีวิตตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกฆ่าด้วยการโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีขององค์กร Black Shark องค์กรก่อการร้ายสากลที่มีเครือข่ายไปทั่วโลก โดยมีหัวหน้าใหญ่คือมิสเตอร์เจสัน ซึ่งไม่เคยมีใครรู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงมาก่อน

    แต่ข่าวการจับทุกคนในโรงแรมรั่วไหลมาถึงกลาโหม เพราะหนึ่งในตัวประกันที่ถูกจับอยู่มีภารดี รัฐมนตรีพาณิชย์ของไทยรวมอยู่ด้วย ภารดีแอบส่งความช่วยเหลือทางโทรศัพท์มือถือออกมา กลาโหมถือว่าเป็นภัยความมั่นคงของชาติ จึงสั่งการให้กองทัพไทยส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าช่วยเหลือตัวประกันและจัดการกับผู้ก่อการร้ายทั้งหมดอย่างเด็ดขาด

    ร้อยเอกภูริช แห่งหน่วยรบพิเศษ สังกัดกองทัพบก... เรือเอกจิรวัติ สังกัดกองทัพเรือ...ร้อยตำรวจเอกคณินทร์ สังกัดหน่วย ป.ป.ส. และเรืออากาศเอกกรัณย์ สังกัดหน่วย คอมมานโดอากาศโยธิน สี่เพื่อนรักและหัวกะทิของกองทัพไทยถูกเรียกตัวมารับภารกิจพิเศษร่วมกันในนาม “หน่วยปฏิบัติการพิเศษชาโดว์” อย่างทันทีทันใด

    เรือหลวงจักรีนฤเบศรแล่นมาในท้องทะเล ขณะที่เฮลิคอปเตอร์สี่ลำบินมาแต่ไกล ทุกลำบินตรงมายังเรือหลวงจักรีนฤเบศร และเลี้ยงตัวอยู่เหนือเรือหลวง

    ร้อยเอกภูริช เรือเอกจิรวัติ ร้อยตำรวจเอกคณินทร์ และเรืออากาศเอกกรัณย์ โรยเชือกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ทั้งสี่ลำที่รับตัวจากหน่วยของตนเองมาส่งยังเรือหลวงจักรีนฤเบศรที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการลงมือชิงตัวประกัน

    เมื่อทั้งสี่ลงถึงพื้นเรือพร้อมอาวุธและสัมภาระประจำกาย ก็เดินเรียงหน้าอย่างห้าวหาญบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ตรงไปยังห้องบังคับเรือ เริ่มต้นภารกิจช่วยเหลือตัวประกันที่เป็นความลับและต้องปลอดภัย

    ooooooo

    ภายในบ้านพักตากอากาศที่พวกริกเตอร์จับตัว ประกันมาขังไว้ ริกเตอร์กำลังถือปืนข่มขู่ทุกคนเพื่อให้ซื้อชีวิตด้วยเงินก้อนโต โดยไม่รู้ว่าภายนอกกำลังมีผู้บุกรุกเข้ามาแล้ว!

    เรือสปีดโบ๊ตลำหนึ่งแล่นมาแต่ไกลในทะเล คณินทร์แต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวแบดบอยทั่วไปซิ่งสปีดโบ๊ตตรงไปที่ท่าเทียบเรือของบ้านพักตากอากาศด้วยความห้าวหาญมุ่งมั่นกับภารกิจตรงหน้า

    ที่ท่าเทียบเรือ สมุนของริกเตอร์ต่างมองเห็นเรือสปีดโบ๊ตแล่นมาแต่ไกล พวกมันสงสัย เพ่งมองกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนฟันธงว่าไม่ใช่พวกเรา กำลังพุ่งตรงมาทางนี้คนเดียว

    สมุนทั้งห้าคนเตรียมพร้อม เดินดาหน้ามายืนขวาง คณินทร์ขับเรือฉวัดเฉวียนเข้ามาหยุดเทียบท่าจงใจทำให้น้ำกระฉอกขึ้นไปสาดใส่พวกมัน แต่แกล้งพูดติดตลกว่า

    “ขอโทษนะพี่ เรือมันแรง”

    “มึงไปแรงที่อื่น อย่ามาจอดตรงนี้ ที่นี่มันบ้านพักส่วนบุคคล”

    คณินทร์ไม่ตอบโต้แต่กลับคว้ากล้องถ่ายรูปกระโดดขึ้นจากเรือมายืนอยู่บนสะพายเฉยเลย

    “โหพี่...บ้านสวยดี ผมขับเรือผ่าน เห็นหลายทีแล้ว วันนี้ขอเดินดูหน่อยเหอะ”

    “เฮ้ย! ใครอนุญาตมึงให้ขึ้นมา”

    “ผมก็ขออนุญาตพี่อยู่นี่ไง ขอเดินดูรอบๆแป๊บเดียว เดี๋ยวก็จะไป ไม่เข้าไปในบ้าน ไม่ค้างคืนหรอกพี่”

    คณินทร์พูดอารมณ์ดี พลางยกกล้องถ่ายรูปขึ้นส่องกดแชะ สมุนของริกเตอร์มองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนสองในห้าจะเข้ามาล็อกตัวคณินทร์ไว้ทันที

    “โอ๊ะพี่! มาจับผมไว้ทำไม”

    “หุบปาก!”

    คณินทร์ดิ้นรนเลยโดนมันต่อยท้องไปสองที เขาทำเป็นจุกพูดอะไรไม่ออก พวกมันได้ทีรีบเข้าค้นตัว แต่ไม่พบปืนหรืออาวุธอะไรนอกจากกล้องถ่ายรูป แต่ถึงยังไงก็ต้องลากตัวไปพบหัวหน้า

    สมุนสามคนลากคณินทร์ออกไป ส่วนที่เหลืออีกสองคนยังคงดูแลอยู่ที่ท่าเทียบเรือ

    ภูริชซุ่มอยู่ตรงโขดหิน รออยู่ไม่นานก็ดำน้ำมาพร้อมถุงกันน้ำใส่อาวุธ แล้วเห็นเต็มตาว่าคณินทร์ถูกพวกมันลากเข้าไปในบ้าน

    ขณะที่สมุนคนอื่นๆมัวแต่สนใจคณินทร์จนหละหลวมลืมเวรยาม ทำให้ภูริชแอบว่ายน้ำขึ้นฝั่งมาได้ เขาถอดชุดดำน้ำออก หยิบอาวุธทุกชนิดออกจากถุงมาเหน็บเสียบตามเข็มขัดและรองเท้า เตรียมพร้อม

    ปืนยาวยิงระยะไกลเก็บเสียงคู่ใจ สายตาคมกริบของเขามองกวาดไปทั่วบริเวณบ้านพัก ปากขมุบขมิบนับจำนวนสมุนของริกเตอร์ที่เฝ้าประจำจุดไปทั่วนอกบริเวณบ้าน

    ภูริชรอจังหวะสมุนละสายตา ปีนขึ้นโขดหินกระโดดข้ามโขดหินแต่ละลูกเพื่อไปให้ใกล้บ้านพักมากที่สุด ฝ่ายริกเตอร์ที่กำลังขูดรีดเงินจากนักลงทุน เมื่อเห็นสมุนพาชายหนุ่มแปลกหน้าเข้ามาก็คาดคั้นเขาว่าเป็นใคร

    คณินทร์โดนริกเตอร์กระชากตัวมาบีบคอเค้นเอาความจริง เขาทำทีไม่ต่อสู้ แต่พอมันเผลอก็ชักปืนสองกระบอกจากเอวยิงสมุนของมันอย่างรวดเร็ว พร้อมตอบคำถามที่พวกมันอยากรู้ว่า

    “กูก็เป็นพระเอกที่จะมาจับผู้ร้ายอย่างมึงไง”

    คณินทร์พูดพลางจ่อสองปืนมาที่หน้าริกเตอร์ แต่ริกเตอร์คว้าคอสมุนมารับกระสุนแทน พร้อมกับยิงสวน โชคดีที่คณินทร์กลิ้งตัวหลบว่องไว พร้อมกันนั้นภูริชที่เล็ดลอดเข้ามาได้ก็ช่วยยิงสกัดจนพวกวายร้ายแตกกระเจิง

    ริกเตอร์เห็นท่าไม่ดีสั่งสมุนถอย พร้อมกระชากภารดีไปด้วย โดยใช้เรือสปีดโบ๊ตของคณินทร์ที่ทิ้งกุญแจคาไว้เพื่อหลบหนี

    จิรวัติขี่เจ็ตสกีเร่งเครื่องพุ่งเหินหาวมาจากทะเล ข้ามสะพานมาดักหน้าสกัดไว้ ริกเตอร์กับสมุนตกใจ พอได้สติก็ยิงใส่ไปหลายนัด แต่จิรวัติบังคับเจ็ตสกีลงน้ำหลบกระสุนได้อย่างสบาย แล้วขี่ฉวัดเฉวียนพร้อมยิงตอบโต้จนโดนสมุนริกเตอร์ร่วงไปสองคน

    แต่แล้วริกเตอร์กับสมุนก็จับภารดีนั่งสปีดโบ๊ตหนีไปได้ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่กล้าตามไล่ยิงเพราะมีตัวประกันอยู่ในเรือ

    จิรวัติหยุดเจ็ตสกีมองมาที่สะพานเห็นภูริชกับคณินทร์ยังติดยิงสู้กับสมุนสองคนของริกเตอร์ คิดว่าไม่น่าเป็นห่วง จึงตัดสินใจเร่งเครื่องเจ็ตสกีเลี้ยวตีโค้งตามเรือสปีดโบ๊ตไป

    หลังจากภูริชกับคณินทร์เล่นงานสมุนริกเตอร์ราบคาบ ภูริชรีบส่องกล้องทางไกลเห็นเรือสปีดโบ๊ตของริกเตอร์ขับออกไปไกลสู่กลางทะเล โดยมีจิรวัติขี่เจ็ตสกีตามหลังไปห่างๆ

    “เป็นไง ไอ้ต้นกล้ามันจะทำลายสถิติโลกซิ่งเจ็ตสกีชนะสปีดโบ๊ตได้ไหมวะ”

    “งานนี้ใครจะชนะต้องถามแบล็กฮอว์กก่อน”

    ภูริชพูดไม่ทันขาดคำก็เห็นเฮลิคอปเตอร์แบล็ก ฮอว์กบินมาแต่ไกล

    กรัณย์ในชุดนักบินเต็มยศกำลังพูดสื่อสารกับทางหน่วยว่ามาถึงพื้นที่ปฏิบัติการแล้ว พร้อมเข้าร่วมภารกิจกับเพื่อนอีกสามคน

    กรัณย์บินแบล็กฮอว์กมาเหนือทะเล ตรงไปหาภูริชกับคณินทร์ที่ยืนรออยู่ท่าเทียบเรือ สองคนส่งสัญญาณมือมาให้กรัณย์แต่ไกล

    ทางด้านจิรวัติที่ซิ่งเจ็ตสกีตามริกเตอร์ไปถึงเกาะร้าง เขาพุ่งเจ็ตสกีเข้าเกยฝั่งอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวลงมากระชับปืนในมือกวาดตามองอย่างระมัดระวัง เห็นเรือสปีดโบ๊ตของริกเตอร์จอดอยู่แต่ไม่มีคนอยู่บนเรือ

    จิรวัติแกะรอยจากรอยเท้าที่ย่ำลงจากเรือไปตามชายหาด แล้วเดินขึ้นไปบนพื้นที่ติดชายหาดซึ่งเป็นดงต้นไม้รก เขาใช้มือแหวกดงไม้อย่างระแวดระวัง มองไประยะไกลเห็นตึกร้างตั้งโดดเดี่ยวอยู่หลังเดียว

    “เจอถ้ำคางคกอีกแห่ง” พูดพึมพำกับตัวเองแล้วเขารีบเปลี่ยนแมกกาซีนปืนเตรียมพร้อมจะบุก แต่ทันใดนั้นเองได้ยินเสียงแบล็กฮอว์กบินอยู่เหนือหัว

    จิรวัติแหงนหน้ามองแบล็กฮอว์กบินต่ำลงมา เห็นชัดเจนว่าในนั้นมีกรัณย์ ภูริช และคณินทร์ยกมือตะเบ๊ะทักทายว่าพร้อมปฏิบัติการร่วมกัน!

    ooooooo

    ใช้เวลาไม่ยาวนานทั้งสี่หนุ่มก็สามารถช่วยตัวประกันรอดตาย สมุนของริกเตอร์เสียชีวิตทั้งหมด และตัวริกเตอร์ก็ระเบิดพลีชีพตัวเองเมื่อจนมุม...

    หลังภารกิจลับเสร็จสิ้นลง สี่หนุ่มได้รับคำชื่นชมจากกองทัพที่ช่วยรักษาชื่อเสียงให้กับประเทศ รักษาความมั่นคง สร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศ

    หลังรายงานตัว สี่หนุ่มได้หยุดพักร้อนฉลองกันที่ชายหาด รื้อฟื้นความหลังสมัยเรียน อัพเดตชีวิตและความโสดกันอย่างสุดเหวี่ยง แต่ในระหว่างนี้เองภูริชก็ถูกเรียกตัวกลับหน่วยเพื่อไปรับภารกิจที่ชายแดนในฐานะหัวหน้าหน่วยกระทิง หน่วยรบพิเศษกล้าตายที่มีลูกน้องแปดชีวิต ความเก่งกาจของภูริชคือยิงปืนแม่นไม่ต่างจากพลซุ่มยิงสไนเปอร์

    วันเดินทาง ภูริชจูบรูปแม่ที่พกติดตัวตลอดเวลาก่อนขึ้นเครื่องบินลำเลียงพลเหินฟ้ามุ่งสู่ชายแดนพร้อมลูกน้องอีกแปดชีวิต

    ณ ค่ายทหารที่ชายแดนห่างไกลทุรกันดาร หน่วยกระทิงของภูริชร่วมปฏิบัติการผสมกับกองกำลังหลายฝ่ายในการดูแลความสงบในพื้นที่ที่เกิดมีปัญหาหลายอย่างขึ้นพร้อมๆกัน ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า ลักลอบผลิตและขนยาเสพติดข้ามชายแดน ลักลอบขนแรงงานเถื่อนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายของพวกมีอิทธิพล ทำให้ประชาชนในพื้นที่อยู่อย่างหวาดกลัว

    ภูริชกับเหล่าทหารเลยต้องทั้งทำภารกิจทางด้านทหารและภารกิจช่วยเหลือบำรุงขวัญชาวบ้านไปด้วย ถึงคราวหน้าหนาวมาเยือนทำให้ชาวบ้านรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารเองมีอาการป่วยด้วยสารพัดโรค บางคนมีอาการหนัก การเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลลำบากเพราะเป็นพื้นที่ห่างไกลมาก

    แล้ววันหนึ่งขณะที่หน่วยกระทิงกำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือครูและนักเรียนที่มีโจรต่างด้าวเข้ามาก่อกวนสร้างความหวาดกลัว หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้นั่งรถผ่านมาประสบเหตุ แพทย์หญิงนภัสชลบอกให้น้าเตยหยุดรถเผื่อมีเหตุร้ายและมีคนต้องการความช่วยเหลือ

    นภัสชลมากับทีมแพทย์ห้าคน หนึ่งในนี้มีวริสา ที่ไม่ค่อยกินเส้นกับนภัสชล ด้วยเหตุที่วริสาแอบอิจฉาริษยาและพยายามเอาชนะนภัสชลที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอที่เก่งของรุ่น

    หน่วยกระทิงเข้าช่วยจัดการกับโจรต่างด้าวและสามารถช่วยครูกับเด็กนักเรียนออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ความจริงยังมีโจรหนึ่งคนที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ มันตั้งใจจะปาระเบิดใส่นักเรียนที่วิ่งรั้งท้ายออกจากห้องเรียน นภัสชล เห็นจึงร้องบอกทหารด้วยความตกใจว่ามีเด็กวิ่งมา

    ภูริชหันขวับไปทันที วิ่งกลับเข้าในอาคารเรียนแล้วอุ้มเด็กออกมา แต่ตอนนั้นเองโจรปาระเบิดลอยมาที่ภูริชแล้ว นภัสชลและทุกคนตะโกนสุดเสียง

    “วิ่งเร็วคุณ...วิ่ง!”

    ภูริชอุ้มเด็กหญิงไว้กับอก สปีดเท้าวิ่งให้เร็วที่สุดในชีวิต ระเบิดลอยละลิ่วมาร่วงลงที่พื้นหน้าอาคารดังตูม! พร้อมๆกับไอ้โจรร้ายก็ดับดิ้นด้วยคมกระสุนของจ่ามี

    แรงระเบิดอัดพื้นทรายฟุ้งกระจาย ภูริชปกป้องคุ้มครองเด็กหญิงด้วยการม้วนตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่นภัสชลเข้าใจว่าเขาบาดเจ็บจึงเร่งจะดูแลในฐานะแพทย์ โดยให้ลูกน้องของภูริชเอาตัวเด็กออกไปส่งให้หน่วยแพทย์ดู

    จ่ามีคว้าตัวเด็กที่ร้องไห้ออกจากแขนภูริชส่งให้หมวดจอห์นอุ้มไปให้วริสากับหน่วยแพทย์ที่รถ ส่วนนภัสชลเข้ามาดูอาการภูริชที่นอนมึนตาลอย แรงอัดของระเบิดทำให้เขาหูอื้อตาลายไปชั่วขณะ

    “คุณคะ คุณเป็นอะไรรึเปล่า...มองหน้าฉัน...เห็นฉันมั้ย...ตอบสิคะ”

    ภูริชพยายามทำตาม ค่อยๆเห็นหน้าหญิงสาวชัดขึ้น หูที่อื้อก็ค่อยๆได้ยินเสียงเธอ

    “เห็นหน้าฉันมั้ย ตอบหน่อยค่ะ”

    “เห็นครับ คุณ...เป็น...ใครครับ”

    “ฉันเป็นหมอค่ะ ตอบหมอสิคะ คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

    ระหว่างที่พูดนภัสชลเบิกตาภูริชดู จับต้นคอ ตรวจเช็กชีพจร ภูริชจับอกตัวเอง หมอสาวกังวลคิดว่าเขาโดนสะเก็ดระเบิด จึงขออนุญาตดูให้ละเอียด

    เธอแหวกอกเสื้อเขา ไม่พบร่องรอยสะเก็ดระเบิด จึงขอพลิกตัวดูข้างหลัง โดยพลิกตัวเขานอนคว่ำอยู่กับตักของตน แต่ก็ไม่เจอรอยฉีกขาดของเสื้อ

    “ไม่มี! ไม่มีร่องรอยเสื้อผ้าฉีกขาดหรือสะเก็ดระเบิดตรงไหนเลยนี่คะ เสื้อกันกระสุนก็ยังดีอยู่”

    “ก็ใครบอกว่าผมโดนสะเก็ดระเบิดล่ะครับหมอ ผมก็แค่จุกเท่านั้นเอง แล้วตอนนี้ก็หายแล้วด้วย”

    ว่าแล้วภูริชลุกพรวดขึ้นเฉยเลย ทำเอานภัสชลนั่งเหวอ มองเขายืนบิดเนื้อบิดตัวเหมือนแค่เมื่อยล้า ผิดกับอาการเหมือนจะตายเมื่อครู่ บรรดาลูกน้องหน่วยกระทิงโล่งอก แต่นภัสชลเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึง จนจ่ามีต้องสะกิดภูริช เหมือนจะบอกว่าหมอสาวไม่พอใจ

    ภูริชนึกได้รีบเอ่ยปากขอบคุณ แต่ยังพูดไม่ทันจบ นภัสชลก็สวนออกมาเสียก่อนว่าไม่เป็นไร แล้วเดินลิ่วไปที่รถของทีมแพทย์ เช่นเดียวกับวริสาที่เดินบ่นนำทุกคน กลับมาที่รถ ขณะที่บรรยากาศหน้าโรงเรียนมีหน่วยอื่นๆมาเคลียร์พื้นที่อยู่

    “หน่วยแพทย์ทหารมากันแล้ว เราก็หมดหน้าที่ กลับกันเถอะ”

    “กลับไปไหน เราต้องไปที่หมู่บ้านกันต่อ”

    “ป่านนี้แล้วยังจะไปต่อกันอีกเหรอนภัส ชาวบ้านเขาไม่รอเราแล้ว”

    “รอสิ ยังไงชาวบ้านก็รอเรา เขาป่วย เขาต้องการหมอไปรักษา ไม่ว่าเราจะไปช้าสักแค่ไหน เขาก็รอเราอย่างมีความหวัง ขึ้นรถรีบไปเถอะ”

    นภัสชลนำทีมขึ้นรถ วริสาแอบค้อนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะก้าวตามขึ้นรถไป แต่พอน้าเตยเจ้าหน้าที่ขับรถบิดกุญแจสตาร์ตรถแต่ไม่ติด ลองอีกสองสามครั้งก็ยังไม่ติดเหมือนเดิม

    “สงสัยรถจะเสียแล้วล่ะครับ”

    วริสาหน้ามุ่ยด้วยความเซ็ง แต่พอนายทหารหนุ่มหล่อล่ำเดินมาถามว่ารถเป็นอะไร เธอส่งยิ้มตอบเสียงหวาน

    “รถสตาร์ตไม่ติดน่ะค่ะคุณทหาร ไม่รู้เป็นอะไร”

    “ไม่ต้องห่วงครับ ทางหน่วยผมมีทหารช่างฝีมือดีอยู่ จ่ามี...ช่วยเช็กรถให้คุณหมอหน่อยซิ”

    “ครับหัวหน้า”

    นภัสชลบอกน้าเตยเอากุญแจรถให้ทหาร จ่ามีรับกุญแจเดินไปเปิดกระโปรงหน้ารถดูเครื่องยนต์ ภูริชเดินตามมาช่วยดู วริสามองภูริชตาวาวอย่างถูกใจ พลางพูดเบาๆกับนภัสชล

    “ดีจัง ถึงอยู่ชายแดนก็ไม่ขาดแคลนทหารมีน้ำใจ”

    “เธอมองเขาที่น้ำใจแน่เหรอ”

    วริสาหันมามองค้อน แต่นภัสชลไม่สนใจ ผละไปถามภูริชว่ารถเป็นยังไงบ้าง

    “อาการหนักครับ ผมจะลากไปซ่อมที่ค่ายทหารให้”

    “ซ่อมตรงนี้ไม่ได้เหรอคะ ตอนนี้มีชาวบ้านกำลังรอหน่วยแพทย์ไปรักษาพวกเขาอยู่ ก็ไหนคุณคุยว่ามีทหารช่างฝีมือดี”

    “ฝีมือดีแค่ไหน แต่รถคุณหมออาการหนัก ก็เหมือนคนไข้นั่นแหละครับ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือก็รักษาไม่ได้ ใจเย็นๆนะครับคุณหมอ ผมจะไปติดต่อขอรถกับทางหน่วยโน้นจะได้พาคุณหมอกับคณะไปส่งที่หมู่บ้านก่อน”

    ภูริชเดินผละไป นภัสชลไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่วริสามองตามภูริชอย่างปลื้มปริ่ม เดินเข้ามาพูดกับนภัสชลว่า

    “ฉันให้เต็ม 10 นะทหารคนนี้ เขาชื่อไรรู้มั้ย”

    “ฉันไม่ว่างถามชื่อเขา”

    ตอบเสร็จนภัสชลไปเตรียมตัวเดินทางต่อ ช่วยพวกทหารขนถ่ายกล่องยา เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ต่างๆมาใส่รถขนส่งกำลังพล

    เมื่อพร้อมเดินทางแล้ว นภัสชล วริสา และหน่วยแพทย์ทั้งหมดนั่งมาในรถ โดยมีภูริชและหน่วยกระทิงนั่งคุ้มกันมาด้วย นภัสชลแอบมองภูริชที่นั่งนิ่งหน้าเข้มด้วยความรู้สึกหมั่นไส้

    ภูริชรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง และเห็นด้วยว่า สายตานั้นขุ่นเคือง แต่ทำเป็นเฉย ทั้งที่ความจริงแอบถูกใจคุณหมอเอาเรื่องคนนี้เข้าแล้ว...

    ooooooo

    เมื่อไปถึงหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีชาวบ้านจำนวนมากมารอต้อนรับหมอด้วยความดีใจ วริสากับภูริชได้ทำความรู้จักกันต่อหน้านภัสชล ซึ่งวริสาให้ความสนใจผู้กองหนุ่มเป็นอย่างมาก ในขณะที่ภูริชกลับไม่ได้รู้สึกอะไร แต่อยากต่อปากต่อคำกับนภัสชลมากกว่า

    ภูริชกำชับเรื่องรถของแพทย์เคลื่อนที่ที่ลากไปซ่อมที่ค่ายทหาร หากซ่อมเสร็จเมื่อไหร่คนที่จะไปรับรถคืนได้ต้องเป็นหมอนภัสชลคนเดียวเท่านั้น หมอสาวทำท่าจะถามเหตุผล แต่พอดีชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งเข้ามาตะโกนขอความช่วยเหลือ

    หนุ่มใหญ่แบกชายวัยกลางคนเข้ามาหน้าเต็นท์ ทุกคนพากันแตกตื่นล้อมวงเข้ามาดู นภัสชลร้องบอกไม่ให้มุง ขออากาศให้คนเจ็บได้หายใจ

    “ถูกไม้ทิ่มขามาได้ยังไงคะเนี่ย”

    “ฉันกับเพื่อนอีกคนเข้าไปหาของป่ากับลุงบนเขาโน่น เจอฝูงช้างเข้า ไอ้เพื่อนฉันตกใจก็เลยยิงลูกซองขึ้นฟ้าช้างมันเลยตื่นวิ่งตื้บ พวกเราหนีกันป่าราบ ลุงแกวิ่งไปชนต้นไม้อีท่าไหนไม่รู้ครับ เลยเจอไม้กะซวกหักคามาอย่างที่เห็น”

    “แล้วพี่ล่ะครับ เป็นอะไรบ้างรึเปล่า” ภูริชถาม

    “ฉันไม่เป็นไร แต่ไอ้เพื่อนฉันน่ะสิ ฉันได้ยินเสียงมันแหกปากร้องลั่นป่าเลยครับ แต่หามันไม่เจอ ถูกช้างเหยียบไส้แตกไปแล้วก็ไม่รู้ คุณทหารช่วยไปตามหาเพื่อนฉันให้หน่อยนะ”

    “ก่อนไปช่วยเพื่อน ช่วยลุงเขาก่อนดีมั้ย มัวแต่คุยอยู่นั่นแหละหมอนภัส เดี๋ยวเลือดได้ไหลหมดตัว”

    ขาดคำของวริสา นภัสชลให้คนแบกลุงที่บาดเจ็บไปในเต็นท์เพื่อทำการผ่าตัดเอาไม้ออก ภูริชอาสาพาลุงไป โดยมีจ่ามีกับหมวดจอห์นเข้ามาช่วยหาม

    ขณะที่นภัสชลลงมือ พวกภูริชพากันออกไปตามหาชายที่ติดอยู่ในป่า จนกระทั่งไปเจอที่ก้นเหว อาการเขาสาหัสต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว ภูริชเชื่อในฝีมือหมอนภัสชลจึงสั่งลูกน้องติดต่อไปทางค่ายขอเฮลิคอปเตอร์พาเธอมาด่วน

    นภัสชลเพิ่งช่วยลุงที่บาดเจ็บสำเร็จ และส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล พอรู้ว่ามีชายบาดเจ็บสาหัสอีกคน เธอไม่ลังเลที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์มากับทหาร ทั้งที่ตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยขึ้นมาก่อน

    ภูริชช่วยให้นภัสชลโรยตัวลงไปหาคนเจ็บที่ก้นเหวได้สำเร็จ ถึงจะทุลักทุเลแต่ทั้งคู่ก็ปลอดภัยและได้ใกล้ชิดกันจนรู้สึกหวั่นไหว

    นภัสชลเด็ดเดี่ยวกล้าหาญจนกระทั่งสามารถช่วยชาวบ้านที่ตกเหวให้รอดตาย ก่อนที่พวกทหารจะเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งต่อไปโรงพยาบาลอีกหนึ่งราย ภูริชและหน่วยกระทิง รวมทั้งชาวบ้านต่างพากันชื่นชมนภัสชลจนเธอกลายเป็นหมอคนดังขวัญใจทุกคน แต่มันทำให้วริสาอิจฉาและหมั่นไส้เพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ยิ่งขึ้นไปอีก

    ooooooo

    รุ่งขึ้นชาวบ้านมารอรับการตรวจสุขภาพจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ แต่มียายคนหนึ่งป่วยแต่ดื้อไม่ยอมออกจากบ้านมาหาหมอ นภัสชลตั้งใจไปรักษายายให้ถึงบ้านบนเขา ซึ่งเธอต้องไปเอารถที่ซ่อมไว้ในค่ายทหารก่อน

    เมื่อไปถึงรู้จากทหารว่ารถซ่อมเสร็จแล้วแต่ภูริชเก็บกุญแจรถไว้ ตอนนี้เขาติดประชุม เธอเลยต้องนั่งรอ

    คณินทร์...ตำรวจสังกัดหน่วย ป.ป.ส. ถูกส่งตัวมาประชุมร่วมกับหน่วยกระทิงและทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ เพราะมีเบาะแสเครือข่ายของยาเสพติดที่ลักลอบส่งไปจากพื้นที่ ทำให้ทุกคนต้องวางแผนกันอย่างรอบคอบและใช้เวลาค่อนข้างนาน

    นภัสชลห่วงคนป่วยจนรอไม่ไหว ตัดสินใจเดินเท้าออกไป โดยฝากทหารบอกภูริชไว้ว่าเธอไปตรวจคนไข้บนเขาชะมวง เมื่อภูริชเสร็จจากประชุมรู้เรื่องก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป คณินทร์เห็นเพื่อนรักร้อนรนเหลือเกินก็เลยซักถามจ่ามีเป็นการใหญ่ ก่อนที่สองคนจะรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่าภูริชกับนภัสชลชักจะยังไงเสียแล้ว

    ภูริชตามมาเจอนภัสชล สองคนต่อปากต่อคำกันอีกเหมือนเดิมก่อนที่หมอจะยอมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ผู้กองไปยังบ้านบนเขาของยายจิต

    แต่แล้วสองคนเกือบเอาชีวิตมาทิ้ง เพราะยายจิตถึงจะป่วยด้วยพิษไข้แต่ก็มีแรงถือปืนลูกซองจะยิงผู้บุกรุก โดยไม่รู้ว่าเป็นหมอกับทหาร
    กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ยายจิตก็หน้ามืดหมดสติ แต่นภัสชลรักษาไม่นานแกก็ฟื้น และให้ยาไว้กินสองสัปดาห์ ถ้าไม่หายต้องรีบไปโรงพยาบาล ยายจิตขอบใจหมอและทหาร จังหวะนี้ลูกชายของยายกลับมาพอดี สองคนจึงบอกลา

    นภัสชลจำใจนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ภูริชกลับมาเอารถที่ซ่อมไว้ ทำให้สองคนได้ใกล้ชิดกันอีก ภูริชชอบใจและกระเซ้าเย้าแหย่เธออย่างอารมณ์ดี

    หลังจากเธอนำรถกลับไปแล้ว คณินทร์สังเกตสีหน้าท่าทีของภูริชว่าสนใจหมอคนนั้นก็เดินเข้ามาตบไหล่ แซวว่าทำไมไม่ขอเบอร์โทร.ไว้ สวยขนาดนี้ปล่อยไปได้ยังไง

    “ยังไม่ใช่สเปกว่ะ”

    คำตอบนั้นเล่นเอาคณินทร์และหน่วยกระทิงทั้งแปดถึงกับโห่ออกมา ภูริชเลยทำขึงขังใส่ทุกคน

    “เฮ้ย! อย่ามัวแต่เล่น ไปพักผ่อนเตรียมตัว พรุ่งนี้เราจะทลายโรงงานผลิตยาบ้ากัน”

    หน่วยกระทิงรีบแยกย้ายกันไป ภูริชหันมาเจอสายตาคณินทร์มองจับผิดอยู่ก็ถามว่ามองอะไร มีปัญหากับตนหรือ

    “ไม่มีกับแกหรอก ฉันมีกับหมอ ชื่อไรนะ หมอนภัสใช่มั้ย”

    “แกจะรู้ไปทำไม” ภูริชพูดพลางเดินหนี คณินทร์เดินตามมายั่ว

    “เอาเชียว แปลงร่างเป็นก้างขวางคอหอยฉันขึ้นมาทันที ก็ไหนว่าไม่ใช่สเปกแก แต่สเปกฉันว่ะ เป็นหมอซะด้วย อย่างงี้ชาตินี้ไม่ต้องกลัวตาย เจ็บแค่ไหนก็มีคนรักษา แบบว่าไม่ต้องฉีดยา แค่ฉีดความรักเข้าหัวใจ เป็นอะไรก็หายแล้ว”

    “ฉันว่าแกไปหาหมอดูเหอะ อย่าไปยุ่งกับหมอนภัสเลย เขาไม่เหมือนคนอื่น”

    “เนี่ยนะไม่ใช่สเปก ฉันดูออกนะไอ้ริชว่าแกก็สนเขาเหมือนกัน”

    ภูริชไม่ยอมรับ คณินทร์เลยยิ่งแหย่เพื่อนรักอย่างสนุก

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้นถึงเวลาปฏิบัติภารกิจสำคัญคือการแกะรอยหาโรงงานผลิตยาบ้าที่คาดว่าอยู่ในป่าลึกติดชายแดน

    การสนธิกำลังทั้งหน่วยกระทิง ตำรวจ ป.ป.ส.และกองกำลังทหารในพื้นที่สามารถแกะรอยจนพบโรงงานผลิตยาบ้าของชนกลุ่มน้อยกลางป่าลึกได้ นำไปสู่การปฏิบัติการทลายโรงงานผลิตยา แต่เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง

    ทหารไทยบาดเจ็บหลายนาย ภูริชพลาดโดนหัวหน้าชนกลุ่มน้อยยิงเข้าอกซ้ายจนทรุด คณินทร์กับหน่วยกระทิงตามเข้ามาเห็นพอดี ช่วยกันแบกร่างที่บาดเจ็บโชกเลือดของภูริชลุยป่าออกมาอย่างทุลักทุเล พลางเรียกภูริชให้รู้สึกตัวไว้ ห้ามหลับ

    เมื่อแบกภูริชออกมาถึงถนนลูกรังมาขึ้นรถทหาร คณินทร์กับจ่ามีขึ้นรถไปด้วย ภูริชยังไม่หมดสติ แต่ดวงตาเริ่มลอย คณินทร์เปิดแผลที่หน้าอกเพื่อนดูเห็นรูกระสุนเจาะใกล้หัวใจมาก

    “กระสุนฝังใน เฉียดหัวใจไม่ถึงสองเซ็นต์ ขืนรอ ฮ.มารับไปส่งโรงพยาบาลไม่รอดแน่”

    จ่ามีได้ยินก็นึกถึงนภัสชลทันที บอกว่าหมอที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ต้องช่วยได้ คณินทร์จึงให้จ่ามีบอกคนขับรถให้รีบไปที่นั่นโดยเร็ว
    ถึงหน้าเต็นท์แพทย์เคลื่อนที่ คณินทร์ร้องเรียกหมอนภัสชลดังลั่น แต่ชาวบ้านบอกว่าหมอเพิ่งออกไปเมื่อสักครู่ คณินทร์ไม่รอช้า ยืมรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของชาวบ้านซิ่งตามไปทันที

    ทีมแพทย์ได้ฟังข่าวร้ายภูริชถูกยิงกระสุนตุงที่หน้าอกใกล้หัวใจก็ตื่นตระหนก รีบย้อนกลับมาที่เต็นท์ช่วยเหลือภูริชอย่างเร่งด่วน

    ภูริชกำสร้อยคอที่มีล็อกเกตรูปแม่ไว้ตลอดเวลา นภัสชลผ่าตัดเอากระสุนออกจากอกภูริชได้สำเร็จก่อนจะส่งต่อเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปโรงพยาบาลทั้งที่ยังไม่ได้สติ

    นภัสชลเป็นห่วงภูริชมาก ยืนมองส่งเขาจนเฮลิคอปเตอร์ขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยที่ในมือเธอกำหัวกระสุนที่ผ่าออกจากอกเขา...ความรู้สึกผูกพันบางอย่างเกิดขึ้นในใจ แต่อดคิดไม่ได้ว่าเธอกับเขาอาจจะไม่ได้พบกันอีก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์