ข่าว

วิดีโอ



เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

หลังจากได้รับอิสระแล้วนภัสชลไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ ในขณะที่ภูริชก็ได้หยุดพักผ่อนจากหน้าที่ เขากลับไปหาแม่และน้องสาว ได้กินข้าวกันพร้อมหน้าและวางแผนจะพากันไปเที่ยวทะเล

แต่ในวันที่สามคนแม่ลูกกำลังจะเดินทางไปเที่ยว ภูริชกลับได้รับภารกิจด่วนให้นำหน่วยกระทิงไปรักษาความสงบที่ชายแดน เนื่องจากมีเหตุการณ์ปล้นฆ่าชิงทรัพย์ชาวบ้าน ลอบยิง ลอบวางระเบิด และมีการขนยาเสพติดข้ามชายแดนเข้ามา

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บ นภัสชลจึงเสนอตัวกลับไปที่ชายแดนอีกครั้งในนามหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยรักษาชาวบ้าน ทั้งที่ไม่รู้ว่าหน่วยกระทิงเดินทางไปก่อนหน้านั้น จนกระทั่งเขาและเธอได้เจอกันซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์คับขันทหารกับผู้ก่อการร้ายปะทะกัน

การพบกันครั้งนี้ทั้งภูริชและนภัสชลต่างทำหน้าที่ของตนโดยตัดเรื่องส่วนตัวทิ้งไป แต่เมื่อนภัสชลตกอยู่ในอันตราย ภูริชก็ปกป้องคุ้มครองเธอเหมือนเคย วริสาเป็นอีกคนที่ตามมาสมทบหลังทราบว่ามีเหตุการณ์ความไม่สงบที่ชายแดนและมีชาวบ้านบาดเจ็บ เธอเต็มใจร่วมมือกับนภัสชลรักษาชาวบ้านอย่างสุดความสามารถ

หน่วยกระทิงและทหารในพื้นที่ร่วมกันเล่นงานผู้ก่อการร้ายได้อย่างราบคาบทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน แต่ภูริชเชื่อแน่ว่าไม่ใช่คนไทย

ooooooo

ที่แท้ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้คือนายพลลาแปกับลาชิ สองพ่อลูกชาวสะลองที่มีความเคียดแค้นทหารไทยซึ่งก็คือผู้กองภูริชที่ปลอมตัวเป็นมองเทร์

เวลานี้นายพลลาแปกับลาชิอยู่ในฐานที่มั่นใหม่ในเขตชายแดนไทย สองพ่อลูกส่งสมุนไปสร้างสถานการณ์ความไม่สงบที่หมู่บ้าน แต่กลายเป็นคนของตนโดนฆ่าตายเกือบหมด

“พวกเราเกือบจะฆ่าล้างหมู่บ้านได้อยู่แล้ว แต่ดันมีหน่วยกระทิงโผล่มา พวกเราก็เลย...”

“ถูกมันฆ่าล้างซวยแทนล่ะสิ” ลาชิพูดโพล่งแทรกขึ้นมา ทำให้สมุนที่รอดตายหน้าเจื่อน พูดอ้อมแอ้มว่า

“เหลือผมรอดมาคนเดียว”

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้แกบอกว่าหน่วยกระทิงงั้นเหรอ หัวหน้าหน่วยกระทิงคือไอ้ผู้กองภูริช”

ขาดคำของลาชิ นายพลลาแปก้าวเข้ามายืนตระหง่าน สีหน้าดุดัน แววตาแข็งกร้าวอาฆาตแค้นผู้กองภูริช ส่วนลาชินั้นยิ้มสมหวัง หัวเราะร่าอย่างย่ามใจ

“ฮ่ะฮ่า แปลว่าไอ้ภูริชมันถูกส่งเข้ามาในพื้นที่แล้ว...สมใจกู!”

“ไม่ใช่แค่ไอ้ทหารไทยคนเดียว แต่นังหมอลูกทูตมันก็มาด้วยครับ”

“อูย...เสียวซ่านโว้ย มันมาทั้งคู่เลย เป็นไงพ่อ...แผนล่อเหยื่อจากเมืองเข้าป่าของฉันนี่ได้ผลจริงๆ”

“แกอย่ามามั่วหน่อยเลยลาชิ ต่อให้แกไม่เข้าไปป่วนมันในกรุงเทพฯ เกิดระเบิดตูมตามขึ้นที่ชายแดนแบบนี้ ยังไงไอ้ภูริชมันก็ต้องถูกส่งตัวมาอยู่ดี แผนก่อการไม่สงบในพื้นที่ของพ่อแกต่างหากที่ได้ผล แล้วตอนนี้ก็เตรียมรับเงินสนับสนุนจากองค์กรลับของเราได้เลย”

“รวมทั้งค่าหัวของไอ้ภูริชด้วย ล้างแค้นมันที่ทำให้กองกำลังของนายพลลาแปต้องแตกทัพออกจากรัฐสะลอง”

“แต่ตอนนี้เราก็มีบ้านใหม่แล้ว อยู่ในเขตแดนไทยก็สบายดีนี่”

พูดแล้วนายพลลาแปเหยียดยิ้มพอใจ ขณะที่ลาชิยิ้มเหี้ยม ประกาศอย่างมาดมั่นว่า

“ไอ้ภูริช นังหมอ...มึงสองคนเตรียมตัวจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์เมืองผีได้เลย”

ooooooo

หลังจากตรวจสอบศพคนร้ายทั้งหกว่าไม่ใช่คนไทยอย่างแน่นอน ทำให้ภูริชนึกถึงกลุ่มของนายพลลาแปกับกลุ่มของชยินลูกชายนายพลอาเชแห่งรัฐสะลอง เพราะขณะที่ปะทะกัน คนร้ายเรียกภูริชว่ามองเทร์ตัวปลอม และสถานที่เกิดเหตุก็อยู่ในบริเวณชายแดนที่นภัสชลกับวริสาเคยถูกจับตัวไป

ภูริชคาดว่าคนสองกลุ่มนี้อาจจะแอบลักลอบเข้ามาซ่องสุมกำลังอยู่ในเขตชายแดนไทยนานแล้ว ขอให้ทหารในพื้นที่ตรวจตราอย่างเข้มงวด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยได้รับบาดเจ็บ นภัสชลกับวริสาและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทำหน้าที่ของตนอย่างไม่ย่อท้อ นภัสชลบังเอิญรู้เห็นว่าภูริชถูกมีดบาดจึงทำแผลให้เขาเพราะกลัวจะเป็นบาดทะยัก

ช่วงเวลานี้ทำให้สองคนมีความใกล้ชิด แต่ต่างคนก็พยายามไม่คิดเรื่องส่วนตัว แม้จะรักและคิดถึงกันมากเพียงใดก็ตาม

เย็นนั้นคณะของนภัสชลได้เข้าไปซื้อของในตลาดเล็กๆใกล้ชายแดน วริสาตาไวเห็นเตโชเดินปะปนอยู่กับชาวบ้าน เธอจำได้แม่นว่าเขาคือน้องชายของชยิน จึงพยายามตามหา แต่ก็คลาดกันอย่างน่าเสียดาย

วริสากลับมาบอกนภัสชลว่าเห็นเตโชและเชื่อว่าชยินต้องอยู่แถวนี้ นภัสชลวิตกกังวล กลัวเขาจะเจอกับภูริชแล้วต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอน ฝ่ายเตโชที่ตั้งใจหลบหนีวริสาก็รีบกลับมาบอกชยินว่าพบหมอสองคนที่เคยจับมาเป็นตัวประกัน ชยินดีใจและคิดจะไปพาหมอนภัสชลมารักษาพ่อของตนที่กำลังเจ็บป่วย

แต่ก่อนที่ชยินจะแอบมาหานภัสชลในตอนค่ำ หมอสาวได้ปรับความเข้าใจกับภูริชและกลับมารักกันยิ่งขึ้นกว่าเดิม ต่างสัญญาว่าจะดูแลหัวใจของกันและกัน ส่วนวริสาพอรู้เห็นว่าชยินมาหานภัสชลและต้องการให้ไปรักษาอาการป่วยของนายพลอาเช ก็ขอไปช่วยอีกแรง

ooooooo

การเคลื่อนไหวของชยินตกอยู่ในสายตาของฐิติกับเล่าซางที่ฝังตัวหาข่าวอยู่แถบชายแดนให้ทุกฝ่ายที่จ่ายหนัก เมื่อรู้เห็นเช่นนี้แล้วแน่นอนว่าฐิติกับเล่าซางสะกดรอยตามชยินไปถึงบ้านกลางไร่ ก่อนจะโทร.แจ้งนายพลลาแปแถมให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าน่าจะมีใครบางคนไม่สบาย

นายพลลาแปเดาได้ทันทีว่าคนป่วยคือนายพลอาเช คงตรอมใจเพราะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ พอลาชิรู้จากพ่อก็กระเหี้ยนกระหือรือจะไปฆ่าล้างครัวนายพลอาเช รวมทั้งหมอสาวสองคนนั้นด้วย

ชยินหนักใจกับอาการป่วยของพ่อที่วริสาบอกว่าไอเรื้อรังจนเป็นเลือด ส่งสัญญาณว่าอาจจะเป็นโรคร้าย เขาโทษตัวเองว่าเป็นลูกชายที่แย่มาก ทำความฝันของพ่อที่ต้องการปกป้องรัฐสะลองไม่สำเร็จ วริสาปลอบและให้กำลังใจว่าเธอพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพราะตอนนี้ชีวิตเธอไม่เหลือใครแล้ว

ขณะที่สองคนพูดคุยกันอยู่หน้าบ้าน นภัสชลยังอยู่ข้างในกับนายพลอาเชและเตโช ส่วนซาเยร์คอยระแวดระวังภัยอยู่ด้านนอกตามปกติ

ช่วงเวลานั้นทุกคนได้ยินเสียงปืนดังสนั่น ลาชิพร้อมสมุนนับสิบบุกเข้ามากราดยิงอย่างบ้าระห่ำ โดยมีฐิติกับเล่าซางสังเกตการณ์อยู่รอบนอก

ซาเยร์กับเตโชออกมายิงตอบโต้แต่ถูกฝ่ายลาชิยิงบาดเจ็บ ส่วนชยินกับวริสาแทบกระดิกตัวไม่ได้เพราะกระสุนปลิวว่อน นายพลอาเชแม้จะป่วยแต่ก็คว้าปืนลากสังขารลงจากเตียงจะไปช่วยลูกชาย นภัสชลตกใจกับสถานการณ์รุนแรงนั้น พยายามตั้งสติแล้วใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปยังภูริช

เวลานั้นภูริชกับหน่วยกระทิงกำลังออกปฏิบัติภารกิจกวาดล้างพวกค้ายาข้ามชาติที่เพิ่งได้เบาะแส เสียงปืนที่ดังเข้ามาในโทรศัพท์ทันทีที่เขารับสายจากนภัสชลทำให้ผู้กองหนุ่มตระหนกตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ลาชิพาพวกบุกมาจะฆ่าพวกเราแล้ว”

“ลาชิเหรอ!! หมออยู่ที่ไหนเนี่ย”

“ไร่ข้าวโพดที่ชยินกับนายพลอาเชซ่อนตัวอยู่ค่ะ”

“แล้วหมอไปทำอะไรที่นั่น”

นภัสชลกรี๊ดแทนคำตอบเพราะมีกระสุนปืนยิงเข้ามา ทำเอาภูริชเป็นห่วงแทบบ้า ตะโกนลั่น

“หมอ! หมอหาที่กำบังหลบไว้นะ ผมจะไปช่วย แชร์โลเกชั่นเข้ามือถือผมมาเร็ว”

“ค่ะๆ ฉันจะแชร์ไปเดี๋ยวนี้”

รวดเร็วทันใจ...ภูริชเห็นโลเกชั่นที่นภัสชลส่งมา รีบบอกลูกทีมของตนว่า

“เปลี่ยนเป้าหมาย หมวดจอห์นแจ้งกับหน่วยในพื้นที่ว่าเราได้พิกัดของพวกที่สร้างสถานการณ์ไม่สงบในพื้นที่แล้ว เราจะล่วงหน้าไปก่อน ให้ส่งกำลังตามมา เราจะไปจับไอ้ลาชิกัน”

“รับทราบ...ปฏิบัติ” สิ้นเสียงหมวดจอห์น

รถกระชากตัวเลี้ยวย้อนกลับในทันที

ooooooo

ที่กลางไร่ ลาชิกับสมุนกราดยิงเข้ามาใกล้ตัวบ้านเต็มที ซาเยร์ลากปืนอาก้าออกมาพลางตะโกนบอกชยินและเตโชให้รีบพานายพลอาเชหนีไป ตนจะยิงสกัดมันไว้

ซาเยร์ปกป้องนายพลอาเชกับลูกชายจนตัวเองถูกยิงตาย ลาชิฮึกเหิมนำกำลังบุกเข้ามาเล่นงานชยินกับเตโชที่พยายามพาพ่อและหมอสองคนหลบหนีออกจากบ้าน จังหวะที่สองฝ่ายยิงตอบโต้กัน ฐิติกับเล่าซางฉวยโอกาสยิงเตโชจนสิ้นใจ นายพลอาเชถลาไปกอดลูกชายเลยโดนลาชิใช้มีดปาดคอและกระหน่ำแทงตายอย่างโหดเหี้ยม

ชยินหมดทางช่วยพ่อกับน้องชายเพราะสมุนของลาชิระดมยิงใส่ตลอดเวลา จนเมื่อหน่วยกระทิงมาถึงเสียงปืนค่อยแผ่วลง ฐิติกับเล่าซางพากันหลบออกไป ทิ้งให้พวกลาชิรับมือกับทหาร ซึ่งฐิติเชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะได้

หน่วยกระทิงพยายามสกัดพวกลาชิ แต่ลาชิก็ยังลอบแทงชยินจนได้ วริสากรีดร้องพร้อมกับเข้าประคองชยินอย่างไม่กลัวตาย โชคดีที่ภูริชพุ่งพรวดมาถีบลาชิกระเด็นไป

ลาชิตั้งหลักได้เร็วมาก ใช้ปืนจี้บังคับนภัสชลลากไปทางดงไม้รกครึ้ม ภูริชรีบติดตามด้วยความเป็นห่วงคนรัก ส่วนวริสาร่ำไห้อยู่กับชยินที่โดนแทงนอนหายใจรวยริน

“ชยิน...คุณแข็งใจไว้นะ ฉันจะช่วยคุณเองคุณต้องไม่เป็นอะไร หายใจลึกๆ คุณต้องไม่ตายนะ คุณต้องรักษาชีวิตไว้กลับไปกอบกู้รัฐสะลองอย่างที่คุณหวังไว้ไง ฉันจะอยู่กับคุณ เคียงข้างคุณ วันนี้คุณอาจจะไม่รักฉัน แต่สักวันคุณจะต้องรักฉัน”

“ความหวังของผมจบแล้ว แต่หมอต้องไม่หมดหวังในชีวิตนะครับ อย่าร้องไห้ครับหมอ เข้มแข็งอย่างที่หมอเป็นมาตลอด มีชีวิตต่อไป มองหาความสุข แล้วทำมัน ผมจะมอง...เป็นกำลังใจให้หมอจากบนฟ้า”

พูดได้แค่นั้นชยินก็สิ้นใจในสภาพดวงตาเบิกโพลง วริสากรีดร้องอย่างทำใจไม่ได้ ร้องไห้แทบขาดใจ

ooooooo

หน่วยกระทิงเล่นงานลูกน้องลาชิ ขณะที่ภูริชไล่ล่าลาชิไปเพื่อช่วยเหลือนภัสชล ในที่สุดลาชิก็เพลี่ยงพล้ำเป็นฝ่ายโดนภูริชบีบคอใช้ปืนจ่อ

“มึงอยากถูกจับเป็นหรือจับตาย...เลือกมา”

“กูไม่เลือกทั้งสองอย่างโว้ย เพราะคนที่ต้องตายคือมึง”

ลาชิไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ฮึดสู้อีกยกก่อนที่ตัวเองจะโดนภูริชยิงตายคาที่ นภัสชลโล่งอกที่ผู้กองปลอดภัย แต่ไม่ทันไรเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ภูริชทรุดฮวบ เลือดไหลทะลักบริเวณศีรษะ

นภัสชลกรีดร้องพร้อมกับวิ่งไปกอดภูริช ส่วนมือปืนที่ซุ่มยิงมายิ้มสาสมใจ

ฐิตินั่นเอง มันมาพร้อมเล่าซางสมุนคู่ใจ

“ถ้าพื้นที่ชายแดนนี้ไม่มีทหารเก่งอย่างมึงสักคน ที่นี่ก็เป็นแหล่งเงินแหล่งทองของพวกกู” พูดแล้วฐิติก็เร้นกายหายไปในความมืดพร้อมเล่าซาง...

สมุนคนหนึ่งของลาชิหนีรอดกลับมายังฐานที่มั่น รายงานนายพลลาแปว่าพวกเราถูกฆ่าตายหมด รวมทั้งลาชิก็ไม่รอด

นายพลลาแปตกใจและเสียใจ สมุนจะรีบพาเขาหนีไปแต่ไม่ทันการณ์ โดนทหารกองกำลังในพื้นที่จู่โจมเข้ามารวบตัวใส่กุญแจมือ

ooooooo

ภูริชบาดเจ็บสาหัสต้องรีบผ่าตัดอย่างเร่งด่วนโดยอาจารย์แพทย์ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง และหนึ่งในนั้นคือนภัสชลที่เชี่ยวชาญเรื่องผ่าตัดเส้นเลือด

ผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี หมอเอากระสุนที่ฝังในออกจากศีรษะภูริชได้ แต่เขายังไม่รู้สึกตัว

เมื่อนภัสชลออกจากห้องผ่าตัด แม่กับน้องสาวของภูริช และนายพลอนุชิตผู้บังคับบัญชาต่างกรูกันมาซักถามด้วยความเป็นห่วง

“หมอ...ริชเป็นยังไงบ้างคะ”

“การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีค่ะ อาจารย์หมอผ่าเอากระสุนที่ฝังอยู่ในสมองออกมาได้”

ทุกคนโล่งอก นายพลอนุชิตหันมาแสดงความดีใจกับปรียาพรแม่ของภูริช แต่พอภีรชาถามหมอต่อไปว่าพี่ชายตนจะฟื้นเมื่อไหร่ แล้วจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมใช่ไหม ความกังวลของทุกคนก็วนกลับมาอีก

“ทำไมเงียบไปล่ะครับหมอ บอกสิครับว่าผู้กองภูริชจะหายเป็นปกติและกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมในเร็ววันนี้”

“หมอให้คำตอบไม่ได้ว่าผู้กองจะฟื้นเมื่อไหร่ และจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่”

“คุณพระช่วย!” ปรียาพรอุทานแล้วทรุดลงอย่างหมดแรง ภีรชาประคองแม่ทั้งที่ตัวเองก็ใจคอไม่ดีแทบยืนไม่อยู่เหมือนกัน

ooooooo

วริสาไม่เหลือใครแล้วจริงๆ เธอตัดสินใจไปจากบ้านหลังใหญ่ที่อีกไม่นานก็จะถูกทางการยึดเพราะบ้านหลังนี้ได้มาด้วยเงินค้าอาวุธผิดกฎหมาย จุดหมายปลายทางที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แสนโดดเดี่ยวของเธอคือต่างประเทศ...

วันเวลาผ่านไปนานนับเดือน ภูริชยังคงนอนนิ่งไม่ต่างจากเจ้าชายนิทรา ทั้งแม่และน้องสาวแวะเวียนมาเยี่ยมเขาเป็นประจำด้วยความหวังว่าเขาต้องฟื้น เช่นเดียวกับนภัสชลที่ยังคงมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยม

ทั้งสามคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเยี่ยมรวมทั้งเพื่อนๆ ลูกน้อง และผู้บังคับบัญชา แต่ภูริชก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้น

เช้าวันนี้นภัสชลมาเจอปรียาพรกับภีรชายังเฝ้าภูริชอยู่ เธอเดินมาเมียงมองข้างเตียงแล้วถามสองแม่ลูกว่าผู้กองตื่นหรือยัง

“ยังเลยค่ะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะตื่น”

“ผู้กองคงเหนื่อยกับภารกิจมามาก ก็เลยแอบอู้ อยากนอนพักนานๆน่ะค่ะ เดี๋ยวก็ตื่น คุณแม่กับน้องภีร์กลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่านะคะ อยู่เฝ้ามาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เดี๋ยวภัสรับหน้าที่ดูแลต่อเองค่ะ”

“นั่นสิ กลับบ้านไปนอนเถอะแม่ เมื่อคืนก็นอนไม่หลับทั้งคืน”

“งั้นแม่กลับก่อนนะริช รีบตื่นเร็วๆนะลูก แม่คิดถึงใจจะขาดแล้ว”

ปรียาพรแตะไหล่ลูกชายก่อนจูบที่หน้าผาก

ขณะที่ภีรชาจับมือพี่ชายบีบเบาๆ บอกว่าพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่

หลังจากสองแม่ลูกกลับออกไปแล้ว นภัสชลนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง แตะเนื้อต้องตัวและพูดคุยกับเขา

“วันนี้เป็นไงบ้างคะ ไหนดูซิ มีไข้มั้ย ดีจังไม่มีไข้เลย...แล้วเมื่อไหร่จะตื่นคะเนี่ย นอนนานเกินไปแล้วพ่อทหารกล้า ฉันรอคุณตื่นมาจะเป็นเดือนแล้วนะ คิดถึงมากรู้มั้ย ตื่นเถอะ ฉันสัญญาว่าต่อไปจะไม่ดื้อ ไม่ทำตามใจตัวเองอีก ถ้าผู้กองห้ามอะไร หมอคนนี้ก็จะเชื่อฟัง”

นภัสชลจับมือภูริชมาแนบแก้มตัวเอง วิงวอนขอร้องต่อไปทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอตลอดเวลา

“เมื่อไหร่จะตื่น ตื่นวันนี้ได้มั้ย ลืมตาขึ้นมองฉันก็ยังดี ฉันชอบเวลาที่คุณมองฉัน...ไม่เห็นสายตาคุณเหมือนโลกของฉันมันบอดสนิทเลย”

ภูริชไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น นภัสชลซบหน้ากับมือเขา สะอึกสะอื้นอย่างหมดหวัง...

แล้ววันหนึ่งนภัสชลก็มาบอกแม่และน้องสาวของภูริชว่าตนจะกลับไปทำงานที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่ชายแดน

“ไปเถอะค่ะหมอ ไม่ต้องห่วงริชหรอก หมอไปทำงานที่หมอรักเถอะ”

“พี่ริชคงอยากให้พี่หมอไปทำหน้าที่หมอช่วยเหลือคนอื่นมากกว่ามาอยู่เฝ้าพี่ริชอยู่แบบนี้ ที่ผ่านมาพี่หมอก็ดูแลพี่ริชมามากแล้วนะคะ”

“ต่อไปแม่กับน้องภีร์จะดูแลริชแทนเองค่ะ ดูแลให้ดีเหมือนที่หมอทำเลย ไว้ถ้าริชตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่แม่จะบอกเขาเองว่าให้ไปตามหาหมอที่ไหน”

“ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ ขอบใจมากนะน้องภีร์”

นภัสชลสวมกอดทั้งสองคนก่อนจะเข้าไปบอกลาภูริชทั้งน้ำตานองหน้า

“ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน ฉันก็จะมีคุณอยู่ด้วยเสมอผู้กอง เพราะคุณบอกเสมอว่าหัวใจของคุณอยู่กับฉัน ถ้าคุณตื่นขึ้นมาวันไหน ก็ไปตามหัวใจของคุณจากฉันนะคะ”

ooooooo

ตลอดเวลาที่กลับมาทำหน้าที่หน่วยแพทย์อาสาที่หมู่บ้านในเขตชายแดน นภัสชลไม่เคยลืมภูริช เสร็จจากงานเมื่อไหร่เป็นต้องทบทวนคืนวันแห่งความสุขตั้งแต่ได้รู้จักและร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน

ครั้งหนึ่งขณะหนีการตามล่าของคนร้าย ภูริชเคยบอกให้เธอวิ่งหนีไปก่อน ให้นับหนึ่งถึงร้อยแล้วจะได้เจอเขา...ในวันที่เธอได้กลับมาอยู่ที่ชายแดน เธอก็ทำอย่างนั้นทุกวัน ก้าวเดินพร้อมกับนับไปเรื่อยจนครบร้อย หวังว่าสักวันจะได้พบเขาในที่สุด

และแล้ววันที่เธอรอคอยก็มาถึง ภูริชกลับมายืนสง่างามให้เธอเห็น ไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างที่เคยเห็นอยู่หลายวันก่อนหน้านี้

สองมือของเธอเย็นจัด ทำท่าจะแตะตัวเขาแต่ไม่กล้า ภูริชจึงเป็นฝ่ายจับมือเธอไว้

“ผู้กอง...คุณจริงๆเหรอ”

“ผมได้ยินเสียงคุณหมอเดินนับมาแต่ไกล ทำอะไรเหรอครับ”

“มีใครคนหนึ่งเคยบอกฉันว่า ถ้าฉันวิ่งไปนับไปครบร้อยเมื่อไหร่ให้ฉันรออยู่ตรงนั้น เขาจะมาหา ฉันก็เลยทำทุกวันเพื่อรอเขา หวังว่าสักวันเขาจะมาหาฉัน”

“แล้วคนที่คุณหมอรอให้มาหา ใครกันเหรอครับ คนบ้ารึเปล่าครับ หลอกให้คุณหมอเดินนับทุกวี่ทุกวัน วันละร้อยก้าวเหนื่อยแย่เลย”

“ใช่ เขาเป็นคนบ้า บ้าที่สุดในโลก”

“คนบ้าคนนั้นหน้าตาหล่อๆคมๆเหมือนผมรึเปล่าครับ แล้วคนบ้าคนนั้นมีแผลถูกยิงเฉียดหัวใจตรงนี้รึเปล่าครับ”

ภูริชยิ้มกริ่ม จับมือเธอทาบที่อกซ้ายตัวเอง นภัสชลพยักหน้ารับ กลั้นน้ำตาแห่งความดีใจไว้ไม่ไหว แต่ภูริชก็ยังแกล้งเธอไม่หยุด

“แล้วคนบ้าคนนั้น...”

“จะถามอีกนานแค่ไหนเนี่ย”

“คำถามสุดท้ายแล้วครับ คนบ้าคนนั้นใช่ผู้กองภูริชคนนี้รึเปล่าครับ”

“ใช่ค่ะ แต่เขาไม่ใช่คนบ้า เขาเป็นแค่คนธรรมดาที่ดีที่สุดสำหรับฉัน”

ภูริชซาบซึ้งมาก กอดนภัสชลพร้อมกับบอกว่า

“หมอก็เป็นคนดีที่สุดสำหรับผมครับ ขอโทษนะครับที่ให้หมอรอนาน”

“นานแค่ไหนฉันก็จะรอค่ะ ในเมื่อฉันเลือกที่จะรักทหารแล้ว ฉันต้องฝึกตัวเองให้รอได้ ฉันต้องเข้มแข็งให้พอ เพราะภารกิจของชาติคือทั้งชีวิตของเขา เขาพร้อมที่จะไปได้ทุกเมื่อ”

“แต่คราวนี้ผมไม่ได้ไปตลอดกาลนะครับ ผมกลับมาหาหมอ และมีอะไรจะบอกหมอด้วยครับ พร้อมจะฟังรึยังครับ”

“พร้อมค่ะ”

“ผมรักหมอมากครับ รักตั้งแต่แรกพบ แล้วหมอล่ะ รักผมรึเปล่า”

“รักค่ะ”

“อะไรนะครับ ไม่ได้ยินเลย”

“รักค่ะ”

“อะไรนะ ไม่ได้ยิน”

ภูริชแกล้งให้เธอพูดคำว่ารักซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่นภัสชลก็เต็มใจที่จะพูดคำนี้อย่างไม่รู้เบื่อ แถมด้วยหอมแก้มเขาอีกฟอดใหญ่...

การพบกันครั้งนี้นภัสชลนึกไม่ถึงว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง ผู้กองภูริชของเธอหายเป็นปกติ กลับมาทำให้เธอมีความสุขและปกป้องประเทศชาติตามเจตนารมณ์ของทหารกล้าสืบต่อไป

ooooooo

จบตอน “เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน”


ละครเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ตอนที่ 10(ตอนจบ) อ่านเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ติดตามเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ 14 ก.ค. 2560 08:01 2017-07-15T01:10:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ