ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ด้วยแรงอธิษฐาน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กฤตย์คิดถึงวรดาขึ้นมาทีไร น้ำตาคลอทุกที ปิติตบไหล่เขาเบาๆ ปลอบว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว กฤตย์กลับไม่คิดอย่างนั้น ถ้าเขาสนใจชีวิตของวรดามากกว่านี้ เธอคงไม่ต้องตายอย่างทรมาน

"แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรตายคะ"

กฤตย์กับปิติหันไปมองตามเสียง เห็นถุงแป้งยืนมองอยู่ ปิติรีบตอบว่าเป็นปอดบวม ถุงแป้งอยากเห็นหน้าผู้หญิงที่ชื่อวรดา ถามกฤตย์ว่ามีรูปเธอบ้างไหม กฤตย์ทำท่าจะหยิบรูปในกระเป๋าสตางค์ให้ดู พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขัดจังหวะ ที่บริษัทโทร.มาตาม กฤตย์รีบออกไป ถุงแป้งเลยอดดูรูปวรดา...

เกตุมณีเดินสำรวจบ้านโบราณจนมาถึงเรือนหลังเล็ก แกมแก้วเข้ามาทางด้านหลัง กระแนะกระแหนเกตุมณีว่าใจถึงมาก ที่กล้าพาผัวมาค้างที่นี่ไม่กลัวเขาจะหวนคิดถึงวรดา คนรักเก่าหรือ

"ไม่มีใครเขามัวแต่จมกับอดีตเหมือนเธอหรอก...แก้ว"

"แน่ใจเหรอ งั้นทำไมไม่พาผู้กองมาเดินเล่นแถวนี้มั่งล่ะ เมื่อก่อนเขาก็ชอบมาสิงสถิตย์เฝ้าสาวที่เรือนหลังนี้อยู่เกือบทุกวันไม่ใช่เหรอ...นี่ถ้าวรดาไม่ตาย ฉันว่าป่านนี้พี่อาจจะยังเป็นสาวแก่อยู่ก็ได้...ฉันว่าพี่น่าจะทำบุญไปให้มันเยอะๆนะ ให้ผัวมาทั้งคน อยากให้จัดเครื่องเซ่นอะไรมั่งมั้ย

เดี๋ยวจะให้สร้อยหามาให้"

"พี่ว่าเธอต่างหากที่ต้องทำบุญให้วรดามากๆ เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ เธอสร้างบาปสร้างกรรมกับเขาไว้เยอะ ที่สำคัญอานิสงส์จะได้ช่วยชำระจิตใจของเธอให้มันสะอาดขึ้น ไม่มัวนั่งเคียดแค้นใครๆจนไม่มีความสุขแบบนี้" เกตุมณีว่าอย่างเหลืออด ก่อนเดินหนี

"ไม่มีวันที่ฉันจะทำบุญให้แก...นังวรดา ฉันจะสาปแช่งแกไปทุกชาติๆ ขอให้วิญญาณของแกไม่ได้ผุดได้เกิด" แกมแก้วมองไปที่เรือนหลังเล็กอย่างเคียดแค้น เกลียดชัง...
พรุ่งนี้เปิดเรียนวันแรก นัทธมนเลยแต่งชุดนักศึกษาใหม่มาอวดพ่อกับแม่ เธอเห็นพ่อนั่งทำงานอยู่ทักท้วงว่ายังไม่หายดี ทำไมไม่นอนพัก จังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของนิกรดังขึ้น

"ฮัลโหล...ครับ คุณกฤตย์ ผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันนี้เอง ขอโทษทีที่ผิดนัด"

"ไม่เป็นไรครับ...ผมแค่โทร.มาถามดูเฉยๆ"

"อืม...ผมจะเร่งให้นะครับ รู้เหมือนกันว่าคุณกฤตย์คงโดนลูกค้าเร่งมาอีกที"

"ครับ...แต่ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะครับ...เกรงใจจริงๆ"

"ครับผม...สบายมาก...ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ" นิกรวางสาย

กฤตย์ไม่อยากโทร.มาทวงงานจากนิกร แต่ขัดปณิตาที่อ้างว่าพรุ่งนี้เธอต้องได้ตัวเลขต้นทุนทั้งหมดไปชี้แจงกับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินเพิ่ม...ด้านนัทธมนเข้าใจผิดคิดว่ากฤตย์ โทร.มาเร่งรัดงานจากพ่อของเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าท่านเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เลยด่าเขาว่าเป็นคนไร้น้ำใจ เห็นแก่ตัวและไร้มารยาท

"หนูไม่ชอบเจ้านายของพ่อ หนูว่าเขาไม่หวังดีกับพวกเราหรอก"

นัทธมนพูดไม่ทันขาดคำ กฤตย์ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที บอกปณิตาว่าขอตัวกลับก่อน...

นัทธมนเกรงว่าพ่อกับแม่จะเห็นการกระทำของตน หลบเข้าห้องนอนรีบปิดประตูตามหลัง นั่งแช่งเจ้านายของพ่อให้ล้มป่วย และขอให้เขาอาการหนักกว่าที่พ่อของเธอเป็นหลายเท่าตัว สิ้นเสียงแช่ง เหยือกน้ำบนโต๊ะหัวเตียงเดือดปุดๆของรอบตัวเริ่มสั่น...

กฤตย์ปวดหัวแทบยืนไม่อยู่ มือคว้าตะกรุดที่ห้อยคอไว้ราวกับต้องการที่พึ่ง...ทันใดนั้น ตะกรุดที่ห้อยคอนัทธมนเรืองแสงขึ้นเหมือนมีพลังบางอย่างพุ่งใส่ เสียงพระธุดงค์ดังมาจากไหนไม่รู้

"ความสุขอยู่ที่ใจ...โยม...ไม่ต้องไปค้นหาอะไรหรอกหยุดซะ ก็จะเกิดสุข"

นัทธมนหยุดกึกเหมือนต้องมนต์สะกด น้ำในเหยือกค่อยๆสงบ ข้าวของหยุดสั่น พร้อมๆกับอาการปวดหัวรุนแรงของกฤตย์หายไปราวกับปลิดทิ้ง เขาก้มมองตะกรุดในมือ รีบยกขึ้นไหว้...ส่วนนัทธมนตื่นจากภวังค์อย่างงงๆ จำไม่ได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองคิดอะไรอยู่ เธอลืมเรื่องกฤตย์ไปดื้อๆ...

เกือบเที่ยงคืนแล้ว นิกรนั่งทำงานหน้าดำคร่ำเคร่ง มนทิราเข้ามาบอกให้นอนพักก่อนดีกว่า เพิ่งฟื้นไข้ถ้ากลับไปป่วยอีกจะไม่คุ้ม นิกรอ้างว่าเหลืออีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว มนทิราเลยนั่งเป็นเพื่อน...

ในเวลาเดียวกัน ปิติกับเกตุมณีนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะสนาม ปิติเห็นลินจันทร์แอบมองอยู่ที่มุมตึก เลยเดินเข้าไปหา ลินจันทร์ ตกใจ วิ่งหนีจนผ้าคลุมหน้าปลิวตกพื้น ด้วยความรีบร้อนลิน–จันทร์สะดุดขาตัวเองหกล้ม ปิติรีบเข้ามาประคอง ถึงกับอึ้งที่เห็นหน้าหลานชัดๆ เด็กน้อยพยายามดิ้นหนี เกตุมณีวิ่งตามมาสมทบ

"ลินจันทร์นั่นเอง...นี่ป้าเกตุไงลูก แล้วนี่ก็ลุงปิติ...จำได้ไหม"

ลินจันทร์เห็นแววตาใจดีของทั้งคู่เลยหยุดดิ้น จากนั้น ทั้งสามคนพากันมาที่ห้องนั่งเล่น เกตุมณีเอาขนมที่เธอทำเองกับน้ำผลไม้มาให้หลาน ลินจันทร์ไม่กล้ากิน ปิติหยิบขนมมาป้อนให้ ลินจันทร์ลองกินแล้วติดใจหยิบกินเองอุตลุด ปิติกับเกตุมณีมองหลานสาวด้วยความสงสาร

"ท่าทางเหมือนไม่เคยกินขนมแบบนี้" ปิติกระซิบ

"ชอบไหมลูก...ถ้าชอบก็กินเยอะๆนะ...อะ...กินน้ำหน่อย"

ลินจันทร์ดูดน้ำผลไม้กินอย่างเอร็ดอร่อย เสียงแกมแก้วตะโกนเรียกลินจันทร์ลั่น เด็กน้อยตกใจ สะดุ้งโหยง ขนมหลุดมือ แกมแก้วโผล่เข้ามาเห็นลูกนั่งอยู่กับเกตุมณีและปิติปรี๊ดแตก ตรงเข้ามากระชากลูก ลากถูลู่ถูกังจะเอากลับห้อง เกตุมณีห้ามก็ไม่ฟัง ปิติทนไม่ไหว

"นั่นลูกคุณนะ ทำรุนแรงไปหรือเปล่า"

"เพราะเป็นลูกฉันน่ะสิ คนนอกอย่าเสนอหน้ามายุ่ง"

ป้าสร้อยได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู โดนแกมแก้วตวาดใส่ว่าต่อไปถ้ายังปล่อยลินจันทร์ออกมาเพ่นพ่านแถวนี้อีก เธอจะเอาเรื่องป้าสร้อย

ooooooo

หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ปิติกับเกตุมณีตัดสินใจกลับเพชรบูรณ์ในวันรุ่งขึ้น เพื่อความสบายใจของแกม-แก้ว ถุงแป้งในชุดนักศึกษากับกฤตย์เดินมาส่งทั้งคู่ หน้าบ้าน เกตุมณีฝากกฤตย์ดูแลหลานด้วย

"ไม่ต้องห่วงครับ"

"แป้ง...โตแล้วนะลูก แม่คงไม่ต้องย้ำว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ"

ถุงแป้งรับคำ โผกอดพ่อกับแม่ ยืนมองตามรถของท่านทั้งสองแล่นออกไปจนลับสายตา...

นัทธมนได้เห็นหน้ากฤตย์ชัดเจน ตอนที่เขาขับรถไปส่งถุงแป้งเข้าเรียนวันแรก เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร รู้แต่ว่าเขาทำให้เธอตกตะลึง ใจเต้นไม่เป็นส่ำ จนต้องยืนหลบๆไม่ให้เขาเห็นหน้า หัวใจของนัทธมนเต้นแรง พลอยทำให้น้ำในขวดที่เธอถืออยู่เดือดปุดๆ เธอค่อยๆ ยื่นหน้าจากที่ซ่อนมองไปที่ลานจอดรถอีกครั้ง

เห็นรถของผู้ชายคนนั้น กำลังเคลื่อนออกไป ขณะที่ ถุงแป้งเดินไปทางตึกเรียน นัทธมนวิ่งตามรถของเขาโดยไม่รู้เหตุผล กฤตย์มองหน้าปัดรถตัวเอง เห็นความร้อนขึ้นสูงมาก ถึงกับบ่นอุบ

"ก็เพิ่งไปเช็กเครื่องมานี่นา...สงสัยต้องเข้าศูนย์อีกแล้ว" กฤตย์เร่งความเร็วรถจนนัทธมนวิ่งไล่ไม่ทัน

เธอได้แต่ยืนหอบเหนื่อย มองตาม สงสัยว่าเขาเป็นใคร...ครู่ต่อมา กฤตย์รีบเอารถเข้าอู่ให้ช่างเช็กเครื่องยนต์ ช่างตรวจดูอย่างละเอียด ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ กฤตย์งงว่าเกิดอะไรขึ้น...

นัทธมนนั่งอยู่หลังห้องเรียน  มองถุงแป้งซึ่งนั่งเรียนอยู่แถวแรกหน้าห้องอย่างใจจดใจจ่อ พอหมดชั่วโมงเรียน นัทธมนรีบเข้ามาทักถุงแป้งว่าจำเธอได้หรือเปล่า ถุงแป้งจำนัทธมนได้ ชวนเธอมานั่งเรียนด้วยกันชั่วโมงต่อไป นัทธมนอยากรู้ว่าใครมาส่งถุงแป้งแต่ไม่กล้าถามตรงๆ แกล้งถามว่ามาเรียนอย่างไร

"น้ากฤตย์มาส่ง"

นัทธมนนิ่งอึ้ง เมื่อได้ยินชื่อกฤตย์ ถุงแป้งแปลกใจว่าทำไมเงียบไป นัทธมนบอกว่าไม่มีอะไร ตัวเธอนั่งรถเมล์มาเรียนหนังสือเอง พักนี้พ่อของเธองานยุ่งมาส่งไม่ได้ ถุงแป้งว่าอีกหน่อยชินทางแล้ว เธอคงต้องมาเรียนเองเหมือนกัน...

ตกดึก นัทธมนฝันว่านอนมองหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าอยู่ในห้อง หน้าสุดท้ายที่ขาดหายไปยังเป็นปริศนาคาใจเธออยู่ ขณะเธอกำลังนอนคิดเพลินๆ ได้ยินเสียงนิกรดังขึ้น

"ยังไม่นอนอีกเหรอลูก"

นัทธมนหันไปมองตามเสียง เห็นนิกรเลือดอาบหน้า เธอสะดุ้งตกใจตื่นใจคอไม่ดี

ooooooo

นัทธมนเล่าความฝันเมื่อคืนให้แม่ฟังด้วยสีหน้า ไม่สบายใจ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินซื้อของอยู่แถวตลาดพาหุรัด มนทิราปลอบว่าอย่าคิดมาก มันเป็นแค่ความฝัน เท่านั้น

"คอยดูนะ ถ้าคุณพ่อเป็นอะไรไป หนูจะไม่ยอมยกโทษให้พวกที่ทำงานท่านเลย"

สองแม่ลูกเดินผ่านร้านถ่ายรูปร้านหนึ่ง มีรูปประพจน์ ในชุดนายพลเต็มยศติดกรอบโชว์อยู่หน้าร้าน นัทธมนสะดุดตารูปนั้นมากจนต้องหยุดดู ด้วยความอยากรู้ เธอชวนแม่เข้าไปถามเจ้าของร้าน

"อ๋อ...รูปนายพลประพจน์ แกเคยเป็นคนใหญ่คนโต ทำงานอยู่ในกระทรวง...ตายไปสิบกว่าปีแล้วมั้ง...แต่ก่อน แกมาถ่ายรูปที่นี่บ่อย"

"หนูรู้จักคนนี้แน่ๆ" นัทธมนหันไปบอกแม่

"หนูจะไปรู้จักท่านได้ยังไง ตอนท่านตาย แม่ว่าหนูยังไม่ทันเข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ"

นัทธมนพึมพำว่าเธออาจจะรู้จักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ชาติที่แล้วก็เป็นได้ มนทิราได้ฟังถึงกับอึ้ง รีบชวนลูกออกจากร้านถ่ายรูป ทั้งคู่เดินซื้อของกันต่อ ขณะที่นัทธมนหยุดซื้อน้ำดื่ม

มนทิรายืนรอลูกไม่ทันระวัง รุจน์ลอบมาด้านหลังกระชายสร้อยคอของเธอวิ่งหนี มนทิราร้องโวยวายลั่น ชี้ไม้ชี้มือไปทางรุจน์

"ช่วยด้วยๆ คนกระตุกสร้อย"

นัทธมนมองตามมือแม่ เห็นหลังหัวขโมยไวๆ รุจน์วิ่งเลี้ยวหัวมุมตึก ทำให้นัทธมนเห็นหน้าเขาแว่บหนึ่ง ก่อนจะวิ่งตาม  รุจน์เผ่นแน่บโดยมีนัทธมนวิ่งตามไม่ห่าง  เธอเห็นป้ายโฆษณาบนตึกข้างหน้า เพ่งพลังไปที่ป้ายหวังจะให้หล่นใส่หัวรุจน์ ด้วยความที่ยังควบคุมพลังไม่ค่อยได้ ป้ายเลยหล่นเฉียดเขา รุจน์หนีรอดไปได้

จากนั้น สองแม่ลูกไปแจ้งความที่โรงพัก นัทธมนบอกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายให้ตำรวจสเกตช์ภาพได้เหมือนมากทั้งที่เห็นขโมยเพียงแว่บเดียว มนทิราอดเป็นกังวลไม่ได้...

ขณะแกมแก้วกำลังเดินเล่นอยู่ภายในบริเวณบ้านกฤตย์ รุจน์แอบมองอยู่ริมรั้ว  พอเห็นปลอดคนรีบปีนรั้วเข้ามาหา แกมแก้วตกใจเหลียวมองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก เกรงจะมีคนเห็น ตะคอกถามว่ามาทำไม

"คุณแกมแก้วครับ...คือผมกำลังเดือดร้อน"

"มันเรื่องของแก ถ้าแกไม่รีบออกไปจากที่นี่ ฉันจะเรียกตำรวจมาจับแก"

รุจน์ไม่เชื่อว่าแกมแก้วจะกล้าเรียกตำรวจ แกมแก้วท้าว่าถ้าเขาอยากลองดีก็ได้ เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรต้องเสียอีก แล้ว รุจน์จ้องหน้าหยั่งเชิง ทันใดนั้นมีเสียงป้าสร้อยเรียกแกมแก้ว ดังมาแต่ไกล รุจน์เห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งหนีก่อนปีนรั้วออกไป เขาหันมาบอกว่า จะกลับมาหาเธออีก...

กฤตย์เข้ามาในโรงเก็บรถ เดินไปที่รถคันในสุด ซึ่งมีผ้าคลุมไว้ เปิดผ้าคลุมออกเห็นรถโฟล์กเต่าเก่าๆฝุ่นจับหนา เขามองมันอย่างเศร้าสร้อย พลันภาพในอดีตผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของกฤตย์

วันนั้น เป็นวันที่ประพจน์พาคุณหญิงผกากับผาณิต วรดา ปิติ และกฤตย์มาดูรถที่โชว์รูมขายรถมือสอง คุณหญิงผกาทักท้วงว่าทำไมไม่ซื้อรถใหม่ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องซ่อมแซม

"ดูรถมือสองดีๆก็พอแล้ว ยังเด็กอยู่ เอาไว้ขับคล่องแล้วค่อยซื้อมือหนึ่ง"

คุณหญิงผกาคิดว่าประพจน์จะซื้อรถให้ผาณิต เลยแนะให้ซื้อรถยุโรปซึ่งแข็งแรงทนทานกว่า แต่พอรู้ว่าเขาจะซื้อรถให้วรดา คุณหญิงผกาชักสีหน้าไม่พอใจ ส่วนผาณิตทั้งอายทั้งเสียหน้าวิ่งร้องห่มร้องไห้ออกมาข้างนอก คุณหญิงผการีบวิ่งตามมาถามว่าจะไปไหน

"จะให้หนูอยู่ทำไมล่ะคะ หนูอายแทบจะแทรกแผ่นดินอยู่แล้ว ชิ้นแรกก็รถ ชิ้นต่อไปอะไรอีกล่ะคะ ไม่แคล้วสองแม่ลูกนั่นจะเอาสมบัติคุณพ่อไปจากเราหมดรึเปล่าคะ"

"เพราะอย่างนั้นน่ะสิ เราถึงยิ่งต้องอยู่...จะให้มันมาชุบมือเปิบไปง่ายๆไม่ได้"

"แล้วต้องทนดูมันอีกนานแค่ไหนล่ะคะ...คุณแม่ก็เห็นว่าตอนนี้มันได้ทุกอย่าง ผู้ชายก็มารุมรัก คุณพ่อก็ยกย่องเอาใจมัน แล้วหนูล่ะคะ"

"หนูต้องเป็นผู้ชนะ ช้าๆได้พร้าเล่มงามนะลูก แม่สัญญา คนที่ต้องเสียทุกอย่างคือวารีกับนังวรดา..."

วรดาตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้จะเลือกรถคันไหนดี ปิติพยายามเอาอกเอาใจวรดา ชี้ชวนให้ดูรถคันโน้นคันนี้แต่ไม่ถูกใจเธอสักคัน กฤตย์เดินไปที่รถโฟล์กเต่าแล้วมองสำรวจรอบคัน วรดาตามไปดูใกล้ๆ

"คันนี้น่ารักดีนะ ผมว่าเหมาะกับวรดา"

ปิติตามมายืนข้างๆวรดา ติงว่า "เครื่องยนต์อยู่ด้านหลัง จะดูแลลำบากนะครับ"

"รดาชอบคันนี้ค่ะ เล็กกำลังดี" วรดาตัดสินใจได้ในที่สุด

ประพจน์รีบหันไปเรียกเซลล์ขายรถ บอกว่าลูกสาวของเขาสนใจรถคันนี้ พร้อมทั้งขอตรวจประวัติรถก่อนทำสัญญาซื้อขาย กฤตย์กับวรดายิ้มให้กัน ขณะที่ปิติหน้าเจื่อน

ooooooo

กว่าคณะของประพจน์จะกลับถึงบ้านก็ใกล้ค่ำ สร้อยเข้ามารายงานคุณหญิงผกาว่าเมื่อตอนกลางวัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวโทรมๆท่าทางไม่น่าไว้ใจมาหา บอกว่าชื่อรุจน์ คุณหญิงผกายิ้มกริ่ม คิดในใจว่ารุจน์มาได้เวลาเหมาะเจาะจริงๆ เธอกำลังต้องการคนที่จะมาจัดการวารีกับวรดาพอดี...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ผาณิตลอดรั้วเข้าไปหาแกมแก้ว ระบายความแค้นให้ฟัง แกมแก้วเหลือบเห็นกระป๋องสีทาบ้านตั้งอยู่แถวนั้น ยุส่งให้ผาณิตเอาสีไปราดรถของวรดาเพื่อแก้แค้น ผาณิตเห็นดีเห็นงามไปด้วย รอจนปลอดคน หิ้วกระป๋องสีไปที่รถโฟล์กเต่า ก่อนที่ผาณิตลงมือ คุณหญิงผกาเข้ามาห้ามไว้ทัน แล้วลากเธอมาที่มุมลับตาคน เตือนว่าขืนทำอย่างนั้นมีหวังโดนพ่อเล่นงานอ่วมแน่

"ช่างซิ ขอให้หนูหายเจ็บใจเป็นพอ"

"แม่หาคนที่จะทำให้เราหายเจ็บใจเจอแล้ว...รับรองว่ามันทำงานให้เราได้ทุกอย่าง...อย่างที่ไม่มีใครกล้าทำ" คุณหญิงผกายิ้มเหี้ยม...

ปิติกับกฤตย์พร้อมใจกันเสนอตัวจะเป็นคนสอนวรดาขับรถ การที่วรดาเลือกกฤตย์สอนขับรถให้ยิ่งทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น...เย็นวันหนึ่ง กฤตย์ขับรถโฟล์กเต่าพาวรดามานั่งเล่นริมน้ำ ตัดสินใจว่าจะเอากระดาษหน้าสุดท้ายของหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้ามาถามวรดา แต่เธอกลับลุกพรวดพราดวิ่งไปหาคนขายขนมสายไหมที่ผูกเป็นถุงเดินขายอยู่ริมถนน กฤตย์เอากระดาษเก็บใส่กระเป๋าอย่างเดิมแล้ววิ่งตาม

วรดาซื้อขนมสายไหมสองถุง แล้วชวนกฤตย์มานั่งกินในรถอย่างมีความสุข สายไหมติดปากกฤตย์ วรดาเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้ ทั้งคู่มองสบตากัน วรดาเขินก้มมองนาฬิกา เห็นเลยเวลามากแล้ว ชวนเขากลับ

"ผมไม่เคยรู้สึกว่าใช้เวลาคุ้มเท่าวันนี้มาก่อนเลยในชีวิต"

"ถ้ารดาเป็นอะไรไป...ฝากรถคันนี้ไว้ด้วยนะ อย่างน้อยมันก็ทำให้วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดอีกวันหนึ่งของรดา"

"คุณไม่เป็นอะไรหรอก เราต้องนั่งรถคันนี้ไปไหนด้วยกันอีกนานแสนนาน"

วรดาอบอุ่นหัวใจกับคำพูดของกฤตย์   ส่วนกฤตย์

มีความสุขมากจนลืมถามเรื่องกระดาษหน้าสุดท้าย...กฤตย์ตื่นจากภวังค์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ซบหน้ากับพวงมาลัยรถโฟล์กเต่า ร้องไห้สะอื้นเบาๆอยู่คนเดียว

ooooooo

ถุงแป้งบ่นกับนัทธมนเซ็งๆว่าอุตส่าห์ตั้งใจมาเรียนแต่อาจารย์กลับไม่มาสอน   แล้วชวนนัทธมนไปเที่ยวบ้านพักของเธอแก้เซ็ง เผื่อเจอน้ากฤตย์ ถุงแป้งจะได้แนะนำให้ได้รู้จัก นัทธมนลังเล

"ไปมั้ย...ไปนะ...เนี่ย...กลับไปคนเดียว แป้งก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน"

นัทธมนทนเสียงรบเร้าของถุงแป้งไม่ไหว ยอมไปด้วย ระหว่างนั่งรถตุ๊กตุ๊กไปบ้านกฤตย์ ถุงแป้งพูดแจ้วๆไปตลอดทาง แต่นัทธมนไม่ได้ยิน นั่งกุมมือตัวเอง ใจสั่นระทึก ไม่นานนักรถตุ๊กตุ๊กแล่นผ่านบ้านโบราณ นัทธมนถึงกับตาโตรู้สึกคุ้นๆรถตุ๊กตุ๊กแล่นผ่านไปยังบ้านกฤตย์ที่อยู่หลังติดกัน ถุงแป้งสั่งคนขับรถตุ๊กตุ๊กให้จอด นัทธมนลงมายืนมองไปรอบบริเวณอย่างตื่นๆ ถุงแป้งชี้ไปที่บ้านตรงหน้า

"บ้านหลังนี้ คือบ้านน้ากฤตย์ที่แป้งพักอยู่ไง...ไป เข้าไปด้านในกัน"

"บ้านหลังนั้น..." นัทธมนหันไปมองบ้านโบราณที่อยู่ติดกันอย่างเลื่อนลอย

"น้ากฤตย์เขาซื้อต่อจากนายพล...อะไรสักอย่างนี่แหละทำออฟฟิศ"

"นายพล...ประพจน์"

ถุงแป้งพยักหน้า ถามว่ารู้จักหรือ นัทธมนไม่แน่ใจ ถุงแป้งเปิดประตูรั้วเดินนำนัทธมนเข้ามา นัทธมนมองสำรวจไปรอบตัว ถุงแป้งเล่าเรื่องต่างๆในบ้านให้ฟัง แต่ดูเหมือนนัทธมนจะรู้เรื่องเหล่านั้นทั้งๆที่ไม่เคยมาที่นี่ ถุงแป้งเล่าอีกว่า น้ากฤตย์ยังมีน้องสาวอีกคนหนึ่งชื่อแกมแก้ว เธอไม่เคยชอบน้าคนนี้นัก

นัทธมนได้ยินชื่อแกมแก้ว หยุดกึก"...แก้ว"

"ใช่แกมแก้ว...เพี้ยง...อย่าอยู่เลยวันนี้ ขี้เกียจตอบว่า

พาใครมาเที่ยวบ้าน แกเรื่องมาก...เดี๋ยวนัทรอเราอยู่แถวนี้ก่อนนะ ขอเข้าไปดูลาดเลาในบ้านแป๊บนึง เผื่อแกอยู่ จะได้ทำเป็นเกริ่นๆขออนุญาตแกหน่อย แต่ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องกลัว" ถุงแป้งวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน

นัทธมนรีบเดินหลบไปอีกทางหนึ่ง ตรงไปยังโรงเก็บรถมองเข้าไปเห็นรถโฟล์กเต่า ฝุ่นเกาะหนาเตอะถึงกับชะงัก ก่อนเดินเข้าไปลูบไล้ ก้มมองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถ เห็นมีข้าวของวางอยู่ นัทธมนลองจับที่เปิดประตู มันไม่ได้ล็อก ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปนั่ง รื้อค้นข้าวของในช่องเก็บของหน้ารถออกมาดู

เห็นอะไรบางอย่างถึงกับตาโตก่อนหยิบใส่กระเป๋านักเรียนของตัวเอง นัทธมนกวาดตามองที่พื้นรถเห็นตุ๊กตาตัวเล็กๆหล่นอยู่หนึ่งตัว เธอนั่งจ้องมองเขม็ง แปลกใจที่ตุ๊กตาก็เหงาเป็น...

ด้านถุงแป้งเห็นกฤตย์นั่งใจลอยอยู่ริมสระว่ายน้ำ เดินเข้ามาถามว่าแกมแก้วไปไหน ได้ความว่าไปโรงพยาบาล ถุงแป้งถอนใจโล่งอก บอกกฤตย์ว่าเธอพาเพื่อนมาเที่ยวบ้าน เกรงว่าแกมแก้วจะไม่พอใจ แล้วชวนกฤตย์ไปพบกับเพื่อนของเธอ กฤตย์ปฏิเสธว่าไม่อยากเจอ

"ไม่เอาล่ะ น้ากฤตย์น่ะ ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีหน่อยสิ อย่าให้แป้งเสียหน้า"

ถุงแป้งคะยั้นคะยอจนกฤตย์ยอมเดินตามมาหน้าบ้าน นัทธมนไม่อยู่ตรงนั้น ถุงแป้งเดินตามหาเพื่อนไปทางโรงเก็บรถ พร้อมกับตะโกนเรียก "นัทธมนๆ" ไม่มีเสียงตอบ นัทธมนได้ยินเสียงถุงแป้งใกล้เข้ามา รีบปิดกระเป๋านักเรียน ก้าวลงจากรถ ปิดประตูตามหลังแรงไปหน่อย เสียงดังปัง นัทธมนหน้าตื่น รีบหาที่ซ่อน

เสียงปิดประตูรถดังเข้าหูกฤตย์กับถุงแป้ง กฤตย์ตำหนิเพื่อนของถุงแป้งว่าซนมาก สองน้าหลานรีบเดินเข้าไปในโรงเก็บรถ แต่ต้องชะงัก เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่มีใคร

"น้าว่าได้ยินเสียงปิดประตูรถอยู่เลยนะ เมื่อกี้"

"ใช่ค่ะ...หรือว่าเสียงลม"

กฤตย์เดินสำรวจจนใกล้จะถึงที่ที่นัทธมนซ่อนตัวอยู่ หญิงสาวกำกระเป๋านักเรียนแน่น หลับตาปี๋ใจเต้นระทึก กลัวถูกจับได้ว่าขโมยของในรถ เสียงถุงแป้งพูดขึ้นว่า นัทธมนคงรอนานเลยกลับไปแล้ว กฤตย์พยักหน้ารับรู้ ชวนถุงแป้งออกไป นัทธมนถอนใจโล่งอก...

ขณะมนทิรากำลังยกสำรับมื้อค่ำขึ้นโต๊ะอาหาร นัทธมนเล่าเรื่องตื่นเต้นที่เกิดขึ้นให้ฟัง มนทิราตำหนิลูกที่ริอ่านเป็นขโมย เที่ยวไปหยิบของที่ไม่ใช่ของตัว แล้วสั่งให้เอาไปคืน

"คุณแม่คะ หนูรู้แล้วค่ะว่าชาติที่แล้วหนูคือใคร หนูชื่อวรดา แต่ที่หนูยังไม่รู้ก็คือเกิดอะไรขึ้นกับเธอ"

"วรดาไหน...หนูรู้ได้ยังไง"

นัทธมนหยิบใบขับขี่ของวรดาที่ขโมยจากรถโฟล์กเต่ายื่นให้แม่ มนทิรามองดูรูปวรดาซึ่งหน้าตาเหมือนนัทธมนราวกับคนคนเดียวกันอย่างหวั่นใจ พูดกลบเกลื่อนว่าแค่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้น

"อย่าหลอกตัวเองเลยค่ะ คุณแม่...นี่มันรูปหนูชัดๆ" นัทธมนจ้องใบขับขี่ของวรดาเขม็ง

"แล้วตอนนี้ วรดาเขาเป็นยังไงมั่งล่ะ เกิดอะไรขึ้นกับเขา"

นัทธมนไม่รู้ แต่เธอต้องค้นหาคำตอบให้ได้ จังหวะนั้น นิกรกลับจากทำงานเข้ามาในสภาพเหนื่อยล้า มนทิราชวนกินข้าว นิกรยังไม่หิว ขอตัวขึ้นไปนอนพักก่อน สองแม่ลูกมองตามนิกรเดินโผเผขึ้นห้องด้วยความเป็นห่วง นัทธมนเคืองจัดที่พ่อกลับมาในสภาพนี้ทุกวัน บ่นอุบว่าท่านถูกใช้ให้ทำงานหนักราวกับเป็นทาส

ooooooo

กฤตย์ไม่พอใจปณิตามาก ที่สั่งวัสดุก่อสร้างลอตใหม่เข้ามา ต่ำกว่าสเปกที่นิกรกำหนด โดยไม่แจ้งให้เขาทราบ เขาเลยต้องเรียกประชุมทีมงานเพื่อหาทางแก้ไขเรื่องนี้

"ใช้ลอตใหม่ให้หมดไปก่อนไม่ได้เหรอ" ปณิตาพูดเอาแต่ได้

"แล้วใครจะรับผิดชอบ เกิดตึกมันถล่มลงมา" กฤตย์ หน้าเครียด ขณะที่ปณิตาชักสีหน้าไม่พอใจ...

วันนี้ นัทธมนไม่ต้องไปเรียนหนังสือ เลยมีเวลาว่างสืบเรื่องของวรดา ศักดินันท์ เธอค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ได้เพียงรูปภาพของวรดาในชุดนักเรียน ม.ปลายของโรงเรียนแห่งหนึ่งตั้งแต่ปีการศึกษา 2532 นัทธมนจดข้อมูลนั้นใส่กระดาษโน้ต แล้วรีบแต่งตัวออกไป

ในเวลาต่อมา นัทธมนมาถึงโรงเรียนที่วรดาเคยเรียน รอจนนักเรียนกลับไปหมด จึงเดินลัดเลาะมาจนถึงห้องธุรการ ใช้พลังพิเศษลอบเข้าห้องธุรการสำเร็จ ค้นเอกสารประวัติส่วนตัวและประวัติการศึกษาของวรดาจนเจอ พ่อของวรดาชื่อนายพลประพจน์ ศักดินันท์ ส่วนแม่ชื่อวารี การะเกษ

นัทธมนเก็บเอกสารกลับที่เดิม แล้วย่องออกจากห้องธุรการ ตรงกลับบ้าน รายงานความคืบหน้าเรื่องของวรดาให้พ่อกับแม่ทราบ นิกรจำนายพลประพจน์ พ่อของวรดาได้ว่าเป็นนักการเมืองใหญ่ เป็นถึงเจ้ากระทรวง สมัยนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก และเท่าที่นิกรจำได้ดูเหมือนเขาจะตายด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว

"หนูอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนู แล้วก็แม่ของหนู"

"แม่เป็นแม่ของลูกคนเดียวไม่พอใช่ไหม" มนทิรา ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

"เอ่อ...หนูหมายถึงแม่ของวรดาเขาน่ะค่ะ"

"แม่พูดนี่ หนูไม่ฟังแม่เลยใช่ไหม...หนูรู้ไหม...บางทีเหตุผลของการที่โลกไม่อยากให้เราจำอดีตชาติได้ ก็คงมีเงื่อนไขของเขา จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าทุกคนจำอดีตของตนได้หมด การจองเวรล้างแค้นมันจะไม่เกิดขึ้นทั่วไปเหรอ...หนูจะจำมันไปทำไม"

"หนูลืมมันไม่ได้"

"หนูลืมมันไปแล้วต่างหาก...แต่ที่หนูทำ หนูกำลังจะขุดเวรขุดกรรมขึ้นมาอีก" มนทิราทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ เดินหนีขึ้นมานั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอน นัทธมนตามเข้ามากอด ขอโทษที่ทำให้แม่ต้องร้องไห้

"แม่เป็นห่วงหนูนะลูก แม่รักหนูนะ" มนทิรากอดลูกตอบ

"หนูเข้าใจค่ะ   แต่ทั้งหมดนี่มันคือตัวหนูนะคะ   มันคือเลือดคือเนื้อของหนู...มันคงเป็นเวรเป็นกรรมของหนูเองแหละค่ะ" นัทธมนไม่สบายใจนัก ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดหรือทำถูกที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้...

บ่ายวัน รุ่งขึ้น ถุงแป้งกำลังจะเข้าห้องเรียนเจอนัทธมนหน้าห้อง เลยต่อว่าที่วันก่อนแอบหนีกลับโดยไม่บอกกล่าว นัทธมนอ้างว่าปวดท้องเลยต้องรีบกลับ ถุงแป้งชวนนัทธมนไปเที่ยวบ้านอีกหลังเลิกเรียนเพื่อล้างโทษวันก่อน นัทธมนอ่อนใจ ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน กฤตย์พาลูกค้าชมโครงการที่ไซต์งาน โดยมีปณิตากับนิกรเดินตาม   ปณิตาแอบต่อว่านิกรตลอดทาง  หาว่าเป็นตัวการทำให้โครงการต้องล่าช้า  แค่ผิดสเปกนิดๆหน่อยๆน่าจะปล่อยผ่าน นิกรได้แต่ก้มหน้าเริ่มปวดหัวตุบๆ กฤตย์ซึ่งกำลังคุยกับลูกค้าต้องคอยหันมาปรามปณิตาเป็นระยะๆ...

นัท ธมนใจคอไม่ดี อยู่ๆดินสอที่กำลังจดงานหักคามือคล้ายเป็นลางร้าย พอหมดชั่วโมงเรียน นัทธมนหันไปบอกถุงแป้งว่าวันนี้คงไปด้วยไม่ได้ ขอตัวกลับก่อน รู้สึกไม่สบายใจ เป็นห่วงแม่รีบผลุนผลันออกไป...

พอ กฤตย์เผลอปณิตาก็เล่นงานนิกรอีก แถมขู่ว่าโครงการไหนที่เขารับผิดชอบ เธอจะตามไปรังควาญทุกที่ นิกรเครียดจัด ปวดหัวจนตาลาย เดินโงนเงน ก่อนจะหงายหลังตกจากระเบียงตึกลงไป หัวกระแทกพื้น กฤตย์ตกใจแทบช็อก ร้องเรียกนิกรเสียงหลง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:31 น.