ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ด้วยแรงอธิษฐาน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในหลุมหลบภัยที่มืดมิด วรดารู้สึกตัวลืมตาขึ้น ในสภาพหายใจรวยริน ผมเผ้ากระเซิง มีบาดแผลแตกเลือดแห้งกรังที่เหนือคิ้วจากการถูกไม้ฟาด   ผิวหนัง

ทั่วตัวถูกแมลงกัดแทะ เนื้อตัวและเสื้อผ้ามอมแมม เธอแทบไม่มีแรงร้องขอความช่วยเหลือ น้ำตาไหลอาบแก้ม รู้ชะตากรรมที่รออยู่ วรดารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ยกมือขึ้นพนม อธิษฐานด้วยความเคียดแค้น

"ชาตินี้เกิดมาโง่เขลา ขี้ขลาด อ่อนแอ เป็นทาสของเขามาตลอด จึงต้องมาตายอนาถอย่างนี้ แต่ชาติต่อไป...ลูกขอสาบาน จะเป็นคนที่มีกำลังกายกำลังใจแข็งกล้า มีอำนาจเหนือใคร ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาและพวกมันทำไว้กับลูก...ลูกขอเอาคืน" ขาดคำ มือที่พนมตกลงข้างตัว วรดาขาดใจตาย

ooooooo

18 ปีต่อมา...นัทธมนเด็กสาวผู้มีพลังพิเศษในชุดนักเรียน ม.ปลาย วิ่งเข้ามาในห้องกินข้าว เห็นปลอดคน เลยลองใช้พลังเพ่งภาชนะต่างๆในห้อง พวกมันพากันลอยไปมา  มนทิราแม่ของเธอเข้ามาเห็น  ร้องเอะอะ เสียงลั่น นัทธมนเสียสมาธิ ข้าวของเลยหล่นแตกกระจาย มนทิราห้ามลูกทำอะไรแบบนี้อีก

"แต่หนูอยากรู้ว่าพลังที่มีทำอะไรได้บ้าง"

"หนูอยากเป็นตัวประหลาดเหรอ"

นัทธมนไม่เห็นด้วยกับนิกรผู้เป็นพ่อ กลับเห็นเป็นเรื่องสนุกถ้าเธอควบคุมมันได้ มนทิรารู้ว่าเถียงสู้ลูกไม่ได้ เลยตัดบท เร่งสองพ่อลูกรีบกินอาหารเช้าเดี๋ยวจะไปสาย นัทธมนมองดูนาฬิกาข้อมือแล้วขอตัวอ้างว่าต้องรีบไป ชั่วโมงแรก

มีสอบเก็บคะแนน รีบคว้ากระเป๋าหนังสือกับรองเท้านักเรียนวิ่งออกไป นิกรมองตามลูกด้วยความเป็นห่วง บ่นอุบไม่แน่ใจว่า พลังพิเศษที่ลูกมีเป็นพรสวรรค์หรือคำสาปกันแน่

ไม่นานนัก มนทิราออกมาส่งนิกรขึ้นรถไปทำงาน ขณะเธอกำลังจะเดินเข้าบ้าน เหลือบเห็นบัตรนักเรียนของนัทธมนตกอยู่ ก้มลงเก็บขึ้นมาส่ายหน้าระอา ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นเงาของพระจันทร์กำลังทาบทับดวงอาทิตย์ เงามืดก็เคลื่อนตามไปเรื่อยๆ สุริยุปราคาเต็มดวงในที่สุด...

ที่บ้านของฤกตย์ สถาปนิกหนุ่มใหญ่ เงามืดทาบทับไปที่รูปถ่ายของวรดาบนโต๊ะทำงานในห้องนอนของฤกตย์ ลมพัดแรงจนหน้าต่างห้องนอนเปิดออก กรอบรูปปลิวตกพื้นกระจกแตกกระจาย ฤกตย์หยิบรูปขึ้นมาดูอย่างเสียดาย มองไปที่หน้าต่างห้อง สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น...

ดวงจันทร์เคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์ ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ยกเว้นนัทธมนที่เดินจ้ำพรวดๆถึงห้องเรียน แต่ที่นี่

กลับไม่ใช่โรงเรียนที่เธอมาเรียนเหมือนทุกวัน นัทธมนไม่ทันสังเกตเห็นว่าชุดนักเรียนที่ตัวเธอสวมใส่เพียงแต่คล้ายกับนักเรียนคนอื่นๆในห้อง ส่วนตัวอักษรที่ปักตราโรงเรียนก็เป็นคนละแบบ

ครูประจำชั้นขอดูบัตรนักเรียน นัทธมนค้นในกระเป๋าหนังสือแต่หาไม่เจอ เธอยืนยันว่าเป็นนักเรียนที่นี่ แต่คุณครูไม่เชื่อ สั่งให้ตามภารโรงไปพบคุณครูฝ่ายปกครอง ครู่ต่อมา นัทธมนมาถึงห้องธุรการ คุณครูฝ่ายปกครองเปิดดูทะเบียนรายชื่อนักเรียนอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบว่านัทธมนเป็นนักเรียนที่นี่ แต่นัทธมนไม่เชื่อจะขอดูเอง คุณครูฝ่ายปกครองไม่ยอมจึงเกิดการยื้อแย่งกันขึ้น จนข้าวของกระจุยกระจาย

"ใครช่วยตามตำรวจหน่อยซิ เด็กคนนี้เพี้ยนไปแล้ว... จับไว้...จับเอาไว้สิ...เมายาหรือเปล่าเนี่ย"

ภารโรงล็อกตัวนัทธมนไว้ตามคำสั่งของคุณครูฝ่ายปกครองทันที

ooooooo

ณ บ้านโบราณซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทของฤกตย์ ขณะฤกตย์กำลังสั่งงานเลขาฯให้เตรียมแปลนงานคอนโดฯย่านสุทธิสารของปณิตาลูกค้าสาวใหญ่ ถุงแป้ง ซึ่งเป็นลูกสาวของเกตุมณีพี่สาวของฤกตย์ พร้อมด้วยกระเป๋าเสื้อผ้าใบเขื่อง เข้ามาร้องทักทายน้าฤกตย์อย่างสนิทสนม ฤกตย์ยิ้ม ทักตอบ

"มาได้ยังไง พ่อกับแม่ไม่มาด้วยหรือ"

ถุงแป้งส่ายหน้าแทนคำตอบ บอกว่าแม่ของเธอฝากมาถามว่าเมื่อไหร่เขาจะมีแฟนใหม่เสียที แฟนเก่าตายไปตั้งสิบแปดปีแล้วทำไมยังไม่ลืม ฤกตย์ชะงัก รีบเปลี่ยนเรื่องพูด ไล่ถุงแป้งไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านของเขาหลังติดกัน...

ส่วนที่ห้องธุรการของโรงเรียน คุณตำรวจดูท่าทางงงๆปนสับสนของนัทธมนแล้ว  ไม่เชื่อคำพูดของเธอนัก  ยิ่งเธอโทรศัพท์ติดต่อพ่อกับแม่ไม่ได้ ยิ่งทำให้เขาสงสัยว่าเธออาจเมายา เลยจะพาไปตรวจปัสสาวะที่โรงพัก นัทธมนพยายามแก้

ข้อกล่าวหา แต่คุณตำรวจไม่ฟัง สั่งเสียงเข้ม

"ขึ้นรถ...เดี๋ยวจะพาไปบ้าน เพื่อเชิญผู้ปกครองหนูไปโรงพักด้วยกัน"

นัทธมนหน้าจ๋อย จำใจนั่งรถไปกับเขา...

ภายในวัด บริเวณเจดีย์เก็บอัฐิ บรรยากาศวังเวงเงียบสงัด พระธุดงค์รูปหนึ่งท่าทางน่าเลื่อมใส หยุดยืนหน้าเจดีย์เก็บอัฐิของวรดา ลมพัดแรงขึ้นๆ ระหว่างที่พระธุดงค์เริ่มสวดแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลไปให้ น่าประหลาดมากที่เสียงพระสวดแว่วเข้ามาในรถตำรวจ นัทธมนซึ่งนั่งหลับอยู่ในรถละเมอ พึมพำขึ้น

"ไม่มีวัน...ที่ฉันจะอโหสิกรรมให้พวกมัน...ไม่มีวัน"

คุณตำรวจสะกิดเรียก นัทธมนตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัวแทบทนไม่ได้ ยิ่งเสียงสวดดังขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เธอปวดหัวมากขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ทันทีที่พระธุดงค์แผ่เมตตาจบ ลมแรงก็สงบ พระรูปนั้นมองไปยังรูปวรดาซึ่งติดอยู่หน้าเจดีย์ ส่ายหน้าด้วยความหนักใจ ก่อนเดินจากไป...

บ่ายโมงตรงตามนัด รถเก๋งคันหรูของปณิตาแล่นเข้ามาที่ลานจอดรถบริษัทของฤกตย์ ปณิตาส่องกระจกเงาตรวจดูความงามของตัวเอง ก่อนลงจากรถเดินนวยนาดเข้าไปหาฤกตย์ ที่ห้องทำงาน โปรยเสน่ห์ใส่เขาทันทีที่เจอหน้า ฤกตย์พยายามชวนดูรายละเอียดเรื่องงาน เธอกลับออดอ้อนว่า

"เดี๋ยวสิคะ มาร้อนๆขับรถมาก็เมื่อย กำพวงมาลัยมาตลอดเวลาเลย บีบให้หน่อย" ปณิตาว่าแล้วยื่นมือให้ ฤกตย์จำใจทำตามที่เธอต้องการ ปณิตายิ้มมีความสุข ส่วนฤกตย์ถอนใจ เหนื่อยใจ...

ด้านนัทธมนยังคงปวดหัว มึนงงและสับสน คุณตำรวจถามทางไปบ้านของเธอ แต่เธอกลับพาเขามาจอดรถหน้ารั้วบ้านโบราณซึ่งเป็นบริษัทของฤกตย์ ทันใดนั้นนัทธมนได้ยินเสียงก้องอยู่ในหัวว่า "ช่วยด้วยๆ...ปล่อยฉันออกไปที"เธอมองออกไปนอกหน้าต่างรถเห็นบ้านโบราณตั้งตระหง่านอยู่ด้านใน

"นั่นไงคะ...บ้านหนู...นั่นไง...ใช่แล้ว"

นัทธมนชี้ไปที่บ้านตรงหน้า และยังคงได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจนเธอต้องสะบัดหัวไล่ความมึนงง ยามของสำนักงานเดินตรงมายังรถตำรวจที่จอดอยู่ด้วยความสงสัย คุณตำรวจกับนัทธมนลงจากรถเดินมาหา คุณตำรวจถามยามว่าเด็กคนนี้อยู่ที่นี่หรือเปล่า ยามปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน นัทธมนยืนยันว่าตัวเองอยู่ที่นี่และพยายามจะเข้าไปข้างในให้ได้ ยามขวางไว้ไม่ยอมให้เข้า

คุณตำรวจเห็นท่าไม่ดี ดึงตัวนัทธมนออกมาแต่เธอขัดขืนเขาจึงต้องใส่กุญแจมือลากเธอขึ้นรถแล้วขับไปโรงพัก เป็นจังหวะเดียวกับรถของปณิตาแล่นออกมาจากด้านในโดยมีฤกตย์นั่งมาด้วย เขาเห็นรถตำรวจแล่นออกไปไวๆจึงลงมาถามยามว่าเกิดอะไรขึ้น ยามรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง

ooooooo

หลังจากถุงแป้งจัดการข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองเข้าที่เข้าทาง เธอถือโทรศัพท์มือถือกับแท่นชาร์จแบตเตอรี่เข้ามาถามป้าสร้อยคนรับใช้บ้านฤกตย์ที่กำลังทำความสะอาดห้องรับแขกว่า

"ป้ามีปลั๊กสามตามั้ยคะ ปลั๊กในห้องไม่พอ หนูเสียบคอมพิวเตอร์เอาไว้"

ป้าสร้อยไม่ตอบแถมเดินหนี ถุงแป้งเลยเอาโทรศัพท์ เสียบแท่นชาร์จกับปลั๊กแถวนั้น แล้วใช้โทรศัพท์บ้านโทร.หาพ่อกับแม่ที่เพชรบูรณ์ ป้าสร้อยมองค้อนก่อนออกไปหาแกมแก้วน้องสาวของฤกตย์ซึ่งร่างการทรุดโทรมมีแต่โรครุมเร้า กำลังนั่งกินยาหลายขนานอยู่ที่สวน แกมแก้วหันมาเห็น ชักสีหน้าไม่พอใจ

"มีธุระอะไร...บอกกี่ครั้งแล้ว ถ้าฉันไม่เรียกอย่ามายืนค้ำหัว"

ป้าสร้อยรีบย้ายมายืนอีกด้าน สาระแนรายงานว่า นังถุงแป้งมาที่นี่ แกมแก้วเปลี่ยนเป็นสายตาชิงชังเมื่อได้ยินชื่อนี้ และยิ่งไม่พอใจมากขึ้นที่เห็นถุงแป้งโทรศัพท์ทางไกลพูดกับพ่อแม่ แกมแก้วถึงกับเดินมากดแป้นโทรศัพท์ตัดสาย แถมต่อว่าต่อขานหลานสาวว่าทำไมไม่ใช้มือถือตัวเองโทร.

"แบตฯมันหมดน่ะค่ะ ชาร์จอยู่ ชาร์จไปโทร.ไปมันร้อนหู"

"มาพักค้างอ้างแรมบ้านคนอื่นหัดเกรงใจบ้าง น้ำท่าไฟฟืนอย่าใช้เปลืองนัก แม่เราย้ายออกไปแล้ว"

"แต่ชื่อแม่ก็ยังอยู่ในบ้านหลังนี้"

"จะลองดีกับฉันเหรอ"แกมแก้วเสียงเขียว ถุงแป้งไม่อยากมีเรื่อง ขอโทษน้าสาวแล้วรีบชิ่งออกไป...

มนทิรานั่งงงๆอยู่ในห้องสอบสวน เมื่อได้ฟังเรื่องของนัทธมนจากปากของร้อยเวร คุณตำรวจอีกคนพานัธทมนเข้ามาในห้อง นัทธมนร้องไห้โผกอดแม่แน่น มนทิรากอดตอบปลอบว่าใจเย็นๆ ลูกปลอดภัยแล้ว

"หนู...เป็นลูกคุณแม่ ใช่ไหมคะ"

"ใช่สิ...หนูเป็นลูกแม่ จะเป็นลูกคนอื่นไปได้ยังไง"

ร้อยเวรเห็นอาการแปลกๆของนัทธมน เลยแนะมนทิราให้พาไปพบจิตแพทย์ แต่เธอบอกปัดว่าไม่จำเป็น ลูกสาวของเธอปกติดีไม่ได้เป็นอะไร แล้วประคองนัทธมนออกไปขึ้นรถบ่ายหน้ากลับบ้าน ระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกันนัทธมนสีหน้าไม่สบายใจหันมาถามแม่ว่าตัวเธอปกติดีจริงๆหรือ

"คนเรามันก็ลืมอะไรกันได้นี่ลูก"

"รีดผ้าไม่เสียบปลั๊ก อย่างงั้นที่เรียกว่าลืม...ซื้อของจ่ายตังค์แล้วไม่ได้เอาเงินทอน   นั่นลืม...แต่ที่หนูฟุ้งซ่านเป็นตุเป็นตะมาทั้งวันนี่...หนู...บ้าหรือเปล่าคะ"

"ไม่หรอกลูก...แม่เองก็เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่นเหมือนกันนะ คนเรามีจินตนาการกันทั้งนั้นแหละ"

"หนูคิดว่าหนูเป็นใครกันคะ...คุณแม่"

มนทิราถอนใจ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...จากนั้นสองแม่ลูกแวะไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกต  นัทธมนถือของพะรุงพะรังเดินนำหน้าแม่ไปที่จอดรถ มนทิราเดินเหม่อลอยไม่ทันเห็นว่ามีรถคันหนึ่งแล่นตรงเข้าหา นัทธมนหันไปเห็นตกใจ พลันภาพวารีแม่ของวรดาถูกรถชนเลือดอาบแวบเข้ามาในสมองของนัทธมน

เธอทิ้งถุงใส่ของ โบกไม้โบกมือตะโกนเตือนแม่ลั่น มนทิราหันกลับมามองลูกทั้งที่ยังยืนอยู่กลางลานจอดรถ รถคันนั้นหักหลบได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนชนเข้ากับลังสินค้า คนขับรถรีบลงมาขอโทษ มนทิราพยักหน้าหงึกๆ นัทธมนไม่พอใจ จ้องหน้าคนขับอย่างเอาเรื่อง ทันใดนั้น คนขับรถปวดหัวจี๊ดจนต้องกุมหัว

มนทิรารู้ทันทีว่าเป็นฝีมือลูกสาว ตะโกนเรียกให้รู้สึกตัวแต่นัทธมนโกรธจัด ลืมตัวใช้พลังจนเลือดกำเดาไหลเป็นทาง

มนทิราปราดเข้าไปลากเธอขึ้นรถขับออกไป คู่กรณีทรุดฮวบก่อนโงนเงนลุกขึ้น

ooooooo

ระหว่างที่นิกรกำลังคุมงานก่อสร้างอยู่บริเวณไซต์งาน ฤกตย์เดินเข้ามาหาพร้อมกับปณิตา เมื่อฤกตย์ ได้ฟังรายงานจากนิกรว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี จึงหันไปบอกปณิตาว่างานไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย

"แหม...ก็อยากให้สถาปนิกมาดูแลงานอย่างใกล้ชิด มั่งนี่คะ"

"คุณนิกรเขาก็ไว้ใจได้ ผมเองก็มาตรวจเช็กงานตามกำหนดเวลาอยู่แล้ว"

นิกรเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงขอตัวไปทำงานต่อ พอได้อยู่กันลำพัง ปณิตาถือโอกาสเอื้อมมือมาจับมือฤกตย์ไว้แต่เขากลับถอยหนี

"คุณตาครับ เราไม่ใช่เพิ่งรู้จักกันนะครับ เราเจอกันมาจะยี่สิบปีอยู่แล้ว ถ้าอะไรมันจะเกิดน่ะ ระหว่างเรามันเกิดไปนานแล้วล่ะครับ"

"คนตายไปแล้วไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้หรอกนะคะ"

ฤกตย์ทำไก๋ไม่เข้าใจว่าเธอพูดเรื่องอะไร ปณิตาหมายถึงวรดา เตือนเขาว่ากำลังรอคอยคนที่ไม่มีตัวตน ฤกตย์ปฏิเสธว่าไม่ได้รอคอยใครทั้งนั้นแล้วผละจากมา ปณิตามองตาม สายตากระหยิ่ม ถ้าเธอหมายปองชายคนไหน ชายคนนั้นไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือเธอไปได้

ครู่ต่อมา ฤกตย์ขึ้นมายืนมองบรรยากาศบนตัวตึกที่กำลังก่อสร้างด้วยสีหน้าครุ่นคิด หม่นหมอง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีสักคืนที่เขาจะไม่คิดถึงวรดา ฤกตย์หยิบรูปหญิงสาวอันเป็นที่รักขึ้นมา พลิกดูด้านหลังรูปถ่าย มีลายมือเขียนว่า "เต็มใจให้ พ.ศ.2532" ก่อนถอนใจเฮือก...

คืนวันเดียวกัน นัทธมนในชุดนอนนั่งพนมมือกราบหมอน อธิษฐานอะไรบางอย่าง มนทิราเดินผ่านหน้าห้องลูกสาวซึ่งประตูห้องเปิดอยู่ หยุดมองลูกปาดน้ำตาด้วยความสงสาร ถามว่าอธิษฐานอะไรอยู่

"แค่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหนูกันแน่ แค่นั้นเองแหละค่ะ ขอให้ความจริงกระจ่าง"

มนทิราขอบใจลูกที่ช่วยเธอไว้ แต่ไม่วายตำหนิเรื่องที่ลูกทำร้ายคนอื่น นัทธมนขอโทษ อ้างว่าตกใจมาก เพราะจังหวะที่รถจะชนแม่ เธอกลับเห็นภาพผู้หญิงคนอื่นโดนรถชนวูบเข้ามาในความคิด มนทิราปลอบว่าไม่มีอะไร สองแม่ลูกคุยกันอยู่ดีๆ นัทธมนทำท่าจะหลับกลางอากาศ บ่นว่าเหนื่อยมาก

"งั้นพักผ่อนนะลูกนะ"

"ฝากราตรีสวัสดิ์คุณพ่อด้วยค่ะ...บอกคุณพ่อนะคะว่า โจ๊กเอาไว้อุ่นกินพรุ่งนี้แล้วกัน"

นัทธมนพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงรถของนิกรแล่นเข้ามาจอด และเขาซื้อโจ๊กมาฝากนัทธมนจริงอย่างที่ว่า มนทิราอดพูดติดตลกไม่ได้ว่า บ้านเราน่าจะเปิดเป็นตำหนักทรงเจ้าให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย...

ทางฝ่ายนิกรได้ฟังมนทิราเล่าอาการของลูกสาวถึงกับบ่นอุบว่าเราสองคนคิดผิดหรือเปล่าที่ไม่บอกเรื่องพลังพิเศษของลูกให้คนอื่นรับรู้ มนทิรายืนยันหนักแน่นจะไม่ยอมให้ใครเห็นลูกของเราเป็นตัวประหลาดเด็ดขาด สองผัวเมียคิดไม่ตกว่าอาการที่ลูกของพวกตนเป็นคืออะไร นัทธมนแอบได้ยินพ่อกับแม่คุยกัน ด้วยสีหน้าเศร้า สับสน และสงสารพวกท่าน

ooooooo

ขณะนัทธมนกำลังเดินกลับจากโรงเรียนผ่านหน้าร้านขายหนังสือเก่าแห่งหนึ่ง พลันมีลมพัดกระโชก หอบฝุ่นฟุ้งกระจายจนเธอต้องหลบเข้าไปในร้านหนังสือร้านนั้น นัทธมนกวาดสายตามองไปด้านใน เห็นหนังสือนิยายเรียงรายเป็นร้อยเป็นพันเล่ม แต่มีเล่มหนึ่งที่แสงไฟสาดเป็นลำทาบทับ ทำให้ดูโดดเด่น

นัทธมนสะดุดตากับหนังสือเล่มนั้น "สาวเครือฟ้า" เธอพลิกดูหน้าสุดท้ายของหนังสือเห็นว่าขาดหายไป ส่วนที่หน้าแรกมีลายมือเขียน วัน เดือน ปีเอาไว้ ลง พ.ศ.2532 และมีข้อความเขียนว่า "จงตั้งใจอ่าน" เธอคุ้นๆกับลายมือ และรู้สึกผูกพันกับหนังสือเล่มนี้ จึงตัดสินใจซื้อทันที

ตกค่ำ นัทธมนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดนอน หยิบหนังสือ "สาวเครือฟ้า" ขึ้นมานอนอ่านบนเตียง รู้สึกหนังตาหนักขึ้นๆ เธอพลิกดูหนังสือหน้าสุดท้ายที่ขาดหายไป แล้วผล็อยหลับ เรื่องราวในความฝันของนัทธมนราวกับเป็นการย้อนอดีต...

วันนั้น ฤกตย์ในวัยหนุ่มเดินนำวรดาในชุดนักเรียนเข้ามาในห้องหนังสือที่บ้านของเขาซึ่งรั้วติดบ้านโบราณของเธอ ทั้งคู่อายุไล่เลี่ยกัน ฤกตย์รื้อหาหนังสือนิยายเรื่อง "สาวเครือฟ้า" แล้วยื่นให้วรดา หนังสือยังดูค่อนข้างใหม่ วรดารับมาแบบเกรงใจ

"ก็เห็นเคยบ่นว่าอยากอ่านเรื่องนี้ พอดีจำได้ว่ามีอยู่ ก็เลยอยากให้...ผมอ่านจบแล้ว"

วรดาพยักหน้า พลิกหนังสือดูหน้าสุดท้าย มันยังอยู่ครบ ฤกตย์หยิบหนังสือมาเซ็นหน้าแรก แล้วคืนให้หญิงสาว เธอมองดูที่เขาเขียนว่า "จงตั้งใจอ่าน" และยังลงวันที่ เดือน พร้อมปี พ.ศ.2532 ฤกตย์เห็นวรดานิ่งอึ้งไป เลยถามว่าเป็นอะไร

"เปล่าหรอกค่ะ...เปล่า...ขอบคุณนะคะ"

วรดามองนาฬิกาเห็นว่าห้าโมงครึ่งแล้ว เลยขอตัวกลับ ยกมือไหว้ขอบคุณฤกตย์อีกครั้ง หนังสือเลยหลุดจากมือตกพื้น สองหนุ่มสาวพร้อมใจกันก้มหยิบหนังสือ มือจับกันโดยไม่ตั้งใจ เป็นจังหวะเดียวกับแกมแก้วและผาณิตน้องสาวต่างมารดาของวรดาซึ่งแอบชอบฤกตย์เข้ามาเห็น

"พี่ฤกตย์...ประเจิดประเจ้อจริงเชียว จะทำอะไรกันก็น่าจะไปหาที่ทางให้มันมิดชิด...โรงแรมก็มีไม่เห็นต้องพาเข้าบ้านเลย"

"แกมแก้ว...วรดาเป็นแขกของพี่นะ...พี่เชิญเธอมา" ฤกตย์ต่อว่าอย่างไม่พอใจ

เกตุมณีเข้ามายืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ผาณิตแสร้งพูดดีกับวรดาว่า เย็นมากแล้วทำไมยังไม่เข้าบ้าน กลับบ้านผิดเวลาเดี๋ยวจะโดนคุณหญิงผกา แม่ของผาณิตดุเอาได้ วรดาไม่อยากมีปัญหาจึงขอตัวกลับ เดินเลี่ยงแกมแก้วจะออกไป แต่แกมแก้วดึงหนังสือจากมือวรดาเอามาถือไว้ ถามว่าหนังสือของที่นี่จะเอาไปไหน

"พี่ให้เธอเอง...แกมแก้ว...เอาหนังสือคืนให้รดาไป" ฤกตย์เสียงเข้ม

แกมแก้วจำใจคืนหนังสือให้วรดา ผาณิตจ้องมองหนังสือเล่มนั้นเขม็ง ฤกตย์อาสาเดินไปส่งวรดา แต่เธอเกรงใจขอกลับเอง ฤกตย์ไม่ยอม ผาณิตมองสองหนุ่มสาวเดินผ่านไปด้วยความไม่พอใจและชิงชังวรดามากขึ้น สักพักวรดากับฤกตย์เดินมาถึงริมรั้วที่มีช่องเข้าบ้านวรดาได้ ฤกตย์ขอโทษที่ทำให้เธอไม่สบายใจ

"มันไม่เกี่ยวกับคุณฤกตย์หรอกค่ะ รดาเองต่างหากที่ไม่ควรมาตั้งแต่แรก"

"ผมไปส่งที่บ้าน คุยกับคุณหญิงผกาให้เอาไหม"

วรดาเกรงว่าถ้าเขาทำอย่างนั้นเรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่ ฤกตย์ถามว่าเมื่อไหร่เราสองคนจะได้พบกันอีก วรดาเย้าว่าเธอยังไม่คิดจะหนีไปไหน ฤกตย์กระเซ้ากลับว่าถ้าเธอคิดจะหนีให้บอกเขาเพราะเขาจะเป็นคนพาหนีเอง วรดารับปากว่าถ้าคิดหนีจะบอกเขาเป็นคนแรก ยิ้มให้เขาก่อนมุดรั้วออกไป

ฤกตย์มองตาม ยิ้มอย่างมีความสุข รอจนวรดาเดินลับสายตาเขาจึงกลับเข้าบ้าน ทันได้ยินเกตุมณีดุแกมแก้วที่ทำกิริยาไม่สุภาพกับวรดาซึ่งเป็นแขกของพี่ชาย

"นั่นนะคะแขก...ลูกบ่าวของเพื่อนบ้านต่างหาก"

"เธอเป็นพวกแบ่งชนชั้นแต่เมื่อไหร่"

"แก้วก็ไม่ได้คบคนไม่เลือกเหมือนพี่ฤกตย์แล้วกัน แม่ยัยวรดายั่วพ่อของผาณิตจนท้อง หวังเลื่อนขั้นเป็นคุณนาย แต่พลาด เพราะคุณลุงนายพลไปแต่งงานกับคุณหญิงผกา ก็เลยส่งยัยรดาตามมาจับพี่ฤกตย์แก้ตัว...พี่ฤกตย์ไม่รู้เหรอ" แกมแก้วลอยหน้าลอยตาพูด

เกตุมณีตำหนิน้องสาวที่พูดจาว่าร้ายคนอื่น แกมแก้วเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ได้ให้ร้ายใคร เรื่องนี้ผาณิตบอกเธอเอง แล้วเธอก็เชื่อที่เพื่อนพูด ฤกตย์ต่อว่าน้องว่าควรจะให้เกียรติวรดาในฐานะเพื่อนของเขา แต่แกมแก้วไม่คิดจะญาติดีกับผู้หญิงคนนั้น เดินกระแทกเท้าปังๆออกไป เกตุมณีเตือนฤกตย์ให้ระวังให้มากเพราะคนที่จะเดือดร้อนหนักก็คือวรดา...

เป็นจริงอย่างที่เกตุมณีว่า วรดาโดนคุณหญิงผกาเล่นงานเนื่องจากผาณิตเอาเรื่องนี้ไปฟ้อง คุณหญิงผกาไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆของวรดา ลงโทษขั้นหนักถึงกับจะให้ลาออกจากโรงเรียน และสั่งสร้อยคนรับใช้เอากระเป๋านักเรียนกับหนังสือของวรดาไปทิ้ง วรดาไม่ยอมให้ คุณหญิงผกาเข้ามาช่วยสร้อยยื้อแย่งอีกแรง

"คุณหญิง...หนูขอร้อง...หนูไหว้ล่ะค่ะ"

คุณหญิงผกาหาว่าวรดาไม่รักดีเอง มัวแต่อ่อยผู้ชาย วรดาโดนรุมทึ้งจนหนังสือกระจัดกระจาย วารีแม่ของวรดาเข้ามาเห็นรีบกันลูกสาวตัวเองออกมา พร้อมกับผลักสร้อยกระเด็น ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

"นึกว่าใคร...ที่แท้ก็นังเมียทาสนี่เอง" คุณหญิงผกาแดกดัน

วารีพยายามระงับอารมณ์ เตือนคุณหญิงว่าไม่มีสิทธิ์ลงไม้ลงมือกับวรดา มีเพียงประพจน์ ท่านนายพล พ่อของวรดาเท่านั้นที่ทำได้ คุณหญิงผกาโกรธจะเข้าไปเอาเรื่อง วารียืนจังก้าไม่ยอมถอย คุณหญิงเห็นท่าไม่ดี ยอมปล่อยเรื่องนี้ให้ประพจน์จัดการ...

วรดาบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นไว้ในสมุดไดอารี่ ทั้งเสียใจทั้งน้อยใจจนออกปากชวนวารีไปอยู่ที่อื่น วารีอ้างว่าถ้าทำอย่างนั้นแล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนพ่อ วรดาไม่เห็นว่าพ่อจะสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราสองคน

"พ่อเป็นทหารนะลูก จะให้เขามายุ่งกับเรื่องหยุมหยิมของผู้หญิงมันก็ใช่ที่ แต่แม่เชื่อว่าพ่อเขารู้"

"แม่ทนอยู่ได้ยังไง ทนให้เขาทำกับเราแบบนี้ได้ยังไง กันคะ แม่มาก่อนเขาด้วยซ้ำ แต่ทำไม..."

"อย่าทำให้คุณพ่อของหนูต้องลำบากใจสิลูก...สัญญากับแม่นะ  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  หนูต้องอดทนต้องไม่ไปจากที่นี่...ถ้าหนูไม่ทำเพื่อตัวเอง  ก็คิดเสียว่าทำเพื่อแม่"

วรดาใจอ่อนเมื่อเห็นน้ำตาของแม่ ยอมตกปากรับคำ สองแม่ลูกโผกอดกันร้องไห้

ooooooo

เช้าวันใหม่ วรดาเดินจ้ำพรวดๆมาถึงหน้าห้องเรียน นักเรียนคนอื่นเข้าห้องกันหมดแล้ว เธอมองสำรวจเครื่องแบบนักเรียนที่ตัวเองสวมใส่ มันเหมือนเครื่องแบบของนักเรียนคนอื่นในห้อง รวมทั้งตัวอักษรที่ปักตราโรงเรียนก็เช่นกัน วรดาเข้าไปยืนกลางห้องเรียนอย่างลังเล ก่อนถามคุณครูประจำชั้น

"เอ่อ...หนูเรียนที่นี่ใช่มั้ยคะ"

"เอ้า...ถามแปลกนี่...วรดา"

เพื่อนๆในห้องหัวเราะลั่น คุณครูแจกข้อสอบให้วรดา เธอก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบอย่างโล่งอก...หลังสอบเสร็จ วรดาเดินผ่านหน้าห้องธุรการ มองเข้าไปข้างใน เห็นคุณครูมองตอบ ก่อนตะโกนเรียกชื่อเธอ วรดาสะดุ้งโหยง คุณครูแปลกใจว่าทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ทำอะไรผิดมาหรือเปล่า วรดาปฏิเสธว่าเปล่า

"อ่ะ...ฝากการบ้านไปแจกคืนให้เพื่อนๆเธอด้วย จะปิดเทอมแล้วนี่"

วรดายิ้มให้คุณคร ูแล้วรีบหอบสมุดการบ้านกองโตเดินจากมา...

บ่ายวันนั้น วรดานัดกินอาหารกลางวันกับกฤตย์ สีหน้าของวรดาครุ่นคิด ไม่สบายใจ จนกฤตย์ทักว่าเป็นอะไร ถูกที่บ้านลงโทษเรื่องที่ไปบ้านเขาใช่ไหม วรดาส่ายหน้า ปฏิเสธว่าไม่ใช่ เรื่องนั้น

"คุณเคยมีความรู้สึกเหมือนคุ้นๆอะไรอย่างนี้ไหมคะ เหมือนผ่านแล้วผ่านอีก เจอแล้วเจออีก"

"ที่ฝรั่งเขาเรียกว่าเดจาวู น่ะเหรอ...เอ๊ะ...เราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาแล้วนี่นา"

"อืม...ก็ไม่เชิงนะคะ อันนั้นมันแบบเกิดแล้วในอดีตใช่ไหม...แต่วันนี้ ดาเหมือนเจอเหตุการณ์ที่มัน...อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตน่ะค่ะ"

"เหรอ...อ่านเจอเหมือนกันนะว่า โลกเรามีโลกคู่ขนาน... อดีตกับอนาคต มันอาจจะขนานคู่กันไปเรื่อยๆ...อะไรทำนองนี้"

"แต่ดาไม่ใช่คนที่มีพลังจิต พลังพิเศษอะไรที่จะไปสัมผัสตรงนั้นได้นี่คะ"

กฤตย์แย้งว่าด้านเราอาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม อาจเป็นโลกด้านโน้นที่มีสัมผัสพิเศษก็ได้ วรดาสรุปว่าตัวเองคิดมากไป บางทีอาจไม่มีอะไร...

ผาณิตไม่ยอมรามือ  ยังคงหาทางแกล้งวรดาอีก  ขณะวรดากำลังนั่งอ่านเรื่อง "สาวเครือฟ้า" ผาณิตเดินถือตะกร้าผ้า ใบเล็กเข้ามาหา สั่งวรดาซักผ้าให้ และต้องซักด้วยมือห้ามใช้เครื่องซักผ้า วรดามองลงไปในตะกร้า เห็นมีแต่ชุดชั้นในหลายตัว ไม่พอใจที่ผาณิตจงใจกลั่นแกล้งตน เลยไม่ยอมซักให้

"ก็ดี ถ้าเธอไม่ทำ...ฉันเอาไปให้วารี แม่ของเธอซักก็ได้" ผาณิตทำท่าจะเดินออกไป

วรดาไม่อยากทำให้แม่เดือดร้อน รับปากว่าจะซักให้ แต่ขออ่านหนังสือเสร็จก่อน ผาณิตขู่ว่าถ้าไม่ทำเดี๋ยวนี้ เธอจะเอาไปให้วารีซักแทน วรดาจำใจวางหนังสือ ผาณิตฉวยโอกาสนั้น คว้าหนังสือมาดู วรดาจะแย่งคืน ผาณิตแกล้งฉีกหน้าสุดท้ายของหนังสือไว้ แล้วโยนคืนให้วรดา

"ตอนจบเป็นยังไงน้า...สงสัยเธอจะไม่มีโอกาสรู้ซะแล้วสิ" ผาณิตสะใจ ถือนิยายแผ่นสุดท้ายจากไป

วรดากำหนังสือแน่น น้ำตาไหลพรากทั้งแค้นใจ น้อยใจ...

นิกรกำลังแต่งตัวจะไปทำงาน เดินเข้ามาปลุกลูกสาวไปโรงเรียน เห็นเธอนอนน้ำตาไหลเป็นทาง เขย่าตัวถามว่าเป็นอะไรถึงนอนร้องไห้ นัทธมนงัวเงียลุกขึ้นเช็ดน้ำตา บอกพ่อว่าวันนี้เธอไม่ต้องไปโรงเรียน คุณครูให้หยุดดูหนังสือสอบ นิกรเตือนว่าทีหลังอย่าอ่านนิยายก่อนนอนจะทำให้ฝันร้าย...

นัทธมนนั่งเหม่อมองหนังสือหน้าสุดท้ายที่ขาดหายไป มนทิรายกแก้วใส่นมมาให้   พลางชะโงกดูเห็นหนังสือขา

ปลอบว่าซื้อหนังสือเก่ามาอ่านก็เป็นแบบนี้ นัทธมนเล่าความฝันให้แม่ฟังว่ามีคนมาแกล้งฉีกมันไป มนทิราหาว่าลูกคิดฟุ้งซ่าน แนะให้หาเวลาไปเที่ยวเล่นบ้างจะได้ผ่อนคลาย

"ไม่ล่ะค่ะ หนูอยากนอนอ่านหนังสือมากกว่า อ่านซ้ำๆก็สมน้ำหน้าผู้หญิงโง่ๆ ที่เชื่อในเรื่องความรัก สะใจดี" นัทธมนสีหน้าจริงจัง

มนทิรานึกเป็นห่วงลูกสาวที่เห็นความรักเป็นแค่เรื่องของคนโง่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:29 น.