นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ดวงตาสวรรค์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การป่วยของชายใหญ่ ยังความเศร้าสะเทือนใจ แก่ท่านชายทิฆัมพร หญิงออน และเล็กอย่างมาก แม้หมอจะบอกว่ารักษาหายได้แต่ต้องใช้เวลาเพราะอาการค่อนข้างหนัก ที่ปอดเริ่มมีจุดและไอเป็นเลือดก็ตาม

    เล็กปวารณาตนกับท่านชายว่า หากมีพระประสงค์ใดตนพร้อมทำได้ทุกอย่าง ท่านขอบใจที่เล็กมีน้ำใจ เอ่ยฝากให้เล็กช่วยดูแลหญิงออนให้ดีอย่าให้น้อยกว่าที่พ่อดูแลก็แล้วกัน หญิงออนใจไม่ดีตัดพ้อว่ารับสั่งอะไรอย่างนั้นเพคะ

    "ชีวิตมันไม่แน่นอนลูก เราประมาทกับมันไม่ได้"

    "เล็กขอถวายสัญญาแด่ฝ่าพระบาทว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เล็กจะดูแลหญิงออนให้ดีที่สุด ทะนุถนอมที่สุดจนกว่าชีวิตของเล็กจะหาไม่"

    "ขอบใจเล็ก พ่อขอบใจ" ท่านชายตบบ่าเล็กอย่างซาบซึ้งน้ำใจ

    ระหว่างที่หญิงออนมาส่งเล็กที่รถนั้น เล็กปรารภว่าสงสารชายใหญ่ที่มีเมียแบบแพนแต่ก็ไม่รู้จะสมน้ำหน้าดีไหมที่ไป คว้าคนแบบนี้มาเป็นเมีย หญิงออนติงเบาๆว่าปากร้าย เพราะเล็กไม่ชอบแพนใช่ไหมถึงว่าเขาเสียๆหายๆแบบนี้

    "เล็กพูดอะไรเกินจริงเหรอ แพนเขาเลือกชายใหญ่เพราะความโก้หรู มีสตางค์ เขานึกไม่ออกหรอกว่าชายใหญ่เวลาเจ็บ เวลาแก่จะเป็นยังไง" ไม่เพียงเท่านั้น เล็กยังคาดอนาคตว่า "มันจะไม่ใช่แค่นี้หรอก หากชายใหญ่จะต้องรักษาตัวไปนานๆต้องมีเรื่องร้ายๆแข่งขึ้นมาให้ไม่มีที่สิ้น สุด"

    หญิงออนท้วงติงว่าเขาจะคิดซ้ำเติมเรา ซ้ำเติมความทุกข์ของตัวเองไปทำไม เล็กบอกว่าเพราะไม่ได้ดั่งใจอย่างไรเล่า หญิงออนคงไม่เข้าใจ แต่ตนเห็นธาตุแท้ของคนคนนี้จนถึงแก่นทีเดียว

    การสนทนาสิ้นสุดลงเมื่อได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินใกล้เข้ามา

    แพนนั่นเอง เธอแต่งตัวสวยเพิ่งกลับจากข้างนอก ทักหญิงออนกับเล็กพอเป็นพิธีแล้วทำท่าเสียอกเสียใจกับอาการป่วยของชายใหญ่ บอกว่าทำใจไม่ได้ เลยถูกเล็กประชดว่า

    "มิน่าล่ะ ต้องออกไปทำใจนอกบ้านทั้งวัน เพราะรับไม่ได้ที่จะต้องมาดูแลคนไข้ทั้งวัน"

    แพนบีบน้ำตาหาว่าเล็กพูดจาถากถางทั้งที่ตนก็เจ็บปวดจากอาการป่วยของชายใหญ่ มากพอแล้ว หญิงออนเห็นดังนั้นจึงเรียกเล็กขอให้พอได้แล้ว แพนกลับพูดประชดว่าปล่อยให้เล็กพูดให้หนำใจเถิด ปาดน้ำตาแล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวจะไปดูแลชายใหญ่

    เมื่อแพนเดินเลี่ยงไปอย่างหงอยเศร้าแล้ว หญิงออน บ่นเล็กว่าอย่าไปชวนทะเลาะกับแพนตอนนี้เลย เล็กทำท่าจะอธิบายอีก แต่แล้วก็ชะงักทำหน้าอ่อนใจ บอกหญิงออนว่า

    "เอาเถอะหญิง วันนี้อาจจะยังมองไม่เห็น แต่วันหนึ่งข้างหน้า ความจริงมันจะปรากฏออกมา เล็กห่วงหญิง รักหญิงเสมอ" พูดแล้วหอมหน้าผากหญิงออนก่อนเดินไปขึ้นรถขับออกไป

    ส่วนแพนเมื่อขึ้นถึงห้องนอนบนตึกใหญ่ก็ไปยืนหน้ากระจกพูดอย่างกังวล หงุดหงิดว่า

    "ทำไมต้องมาป่วยตอนนี้ด้วยนะ...บ้าที่สุดเลย!"

    ooooooo

    เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแพนลงมาหาชายใหญ่ด้วยท่าทางที่เป็นห่วงอย่างมาก รีบเข้ามาขอโทษที่มาดูแลช้าไปหน่อยพลางก้มหอมแก้มอย่างอบอุ่นทั้งที่กลั้น หายใจขณะเอาแก้มแนบ

    ชายใหญ่ที่กำลังอาละวาดใส่ทมหายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้ง

    แพนทำเป็นรัก ห่วงใย หวงแหนชายใหญ่ บอกว่าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากจากไปไหนเด็ดขาด จะอยู่ดูแลคุณชายที่นี่อย่างใกล้ชิด

    "แพนมาไม่ได้หรอก ฉัน...ฉันเป็นวัณโรค ฉันต้องแยกมาอยู่คนเดียว อยู่กับแพนไม่ได้แล้ว ฉันรักแพนนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอให้แพนรู้ด้วยว่า ฉันรักแพน รักแพนคนเดียว รักมาตั้งแต่เริ่มที่จะรู้จักคำว่ารัก" ชายใหญ่พร่ำรำพัน

    แม้จะฝืนใจแต่แพนก็แสดงความรักความห่วงใยชายใหญ่ได้อย่างแนบเนียน ปลอบโยนว่าตนจะดูแลและชายใหญ่จะต้องหาย ทำให้ชายใหญ่เคลิ้มวาดหวังอย่างมีความสุขว่าเราจะมีลูกด้วยกันหลายๆคน

    "ค่ะ...ขออย่างเดียว คุณชายทำตัวตามที่หมอสั่ง ถ้าคุณชายรักแพนจริง" แพนให้ความหวังให้กำลังใจจนชายใหญ่เริ่มสงบลง จึงดึงมือออกเบาๆ

    ทันทีที่ออกจากชายใหญ่ได้ แพนตรงไปห้องน้ำ ล้างมือล้างแขนล้างหน้าอย่างขยะแขยงในส่วนที่สัมผัสกับชายใหญ่เมื่อครู่ แม้กระทั่งผ้าขนหนูที่ซับมือซับหน้าก็ขว้างทิ้งอย่างรังเกียจแล้วเดินออกจาก ห้องน้ำด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

    ooooooo

    เพื่อหาข้ออ้างที่จะหลีกเลี่ยงจากการต้องเฝ้าดูแลชายใหญ่ และด้วยความทะเยอทะยานของตัวเอง ในที่สุด แพนตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปหาหทัยตาม นามบัตรที่เคยให้ไว้ ทันทีที่หทัยรับสาย แพนบอกว่า

    "คุณหทัยคะ ฉันรู้สึกว่ามีข่าวดีจะบอกคุณค่ะ เรื่องลมลวง คุณจะเริ่มเปิดกล้องได้เมื่อไหร่คะ...ค่ะ...ฉันยินดีจะรับแสดงเรื่องลมลวง แล้วค่ะ"

    วางสายแล้ว แพนยิ้มสะใจกับก้าวใหม่ที่ตัวเองตัดสินใจ

    หลังจากนั้นก็เอานิตยสารดารามาดู ปรับท่าวางท่าให้ เหมือนดาราในนิตยสาร ดูทรงผมเพื่อให้เข้ากับใบหน้าตัวเอง ถามขาบว่าจะเกล้าผมเหมือนดาราทรงไหนถึงจะเหมาะกับตน

    ขาบบอกว่าสำหรับคุณผู้หญิง ทรงไหน มองทางไหนก็สวยไปหมด แม่เคยบอกว่าให้ดูคุณผู้หญิงเอาไว้ สักวันหนึ่งข้างหน้าจะได้ดีเหมือนคุณผู้หญิง แพนฟังแล้วเหยียดยิ้มกับความเพ้อเจ้อของขาบ ตัดบทบอกให้ขาบไปนอนเสียเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเตรียมของไว้ให้พร้อม ตนจะออกไปแต่เช้าเหมือนกัน

    ขาบถามว่าจะไปทำผมหรือ ถูกเอ็ดว่าไม่ใช่เรื่องของแก พอขาบคว้าตะกร้าผ้าไปแล้วแพนทิ้งตัวนั่งบนเตียง มองไปข้างหน้าแน่วแน่ พึมพำ

    "ที่แกจะไม่มีวันเข้าใจ ขาบ...คือชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า ก้าวต่อไปเพียงอย่างเดียว ไม่มีวันย้อนกลับมาจมปลักอยู่กับช่วงชีวิตที่บัดซบเป็นอันขาด!"

    ooooooo

    ในภาวะที่ทุกข์ใจอย่างสาหัสกับการป่วยของชายใหญ่นี้ ท่านชายเอ่ยแก่หญิงออนว่า ถ้าชายใหญ่ อดทนจนผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ ก็คงจะไม่เป็นไร พูดความรู้สึกให้ฟังว่า

    "หญิงรู้ไหม พ่อดีใจมากที่พ่อมีทั้งลูกชายที่จะสืบทอดตระกูลและลูกสาวที่จะดูแลพ่อในยาม แก่เฒ่า พ่อนึกถึงลูกหลานที่จะสืบทอดสายสกุลเทวพันธุ์ต่อไปไม่สิ้นสุด แต่มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่พ่อหวัง...เวลานี้ พ่อคิดแต่เพียงว่า ทำยังไงเราถึงจะรักษาเทวพันธุ์ไม่ให้เสื่อมเสียไปได้ อย่างน้อยก็ในช่วงที่พ่อยังมีชีวิตอยู่"

    "ค่ะ ท่านพ่อ หญิงสัญญา หญิงจะรักษาศักดิ์ศรีของตระกูลของเราไว้จนถึงที่สุด หญิงจะรักษาไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ค่ะ"

    "ขอบใจลูกหญิง พ่อรู้ว่าหญิงจะทำได้...ทำได้อย่างดีที่สุด" ท่านชายลูบผมหญิงออนอย่างเมตตา

    ooooooo

    ที่ริมทะเลห้วยทรายบริเวณหน้าบ้านคำนึง

    เทินหิ้วกระป๋องใส่ปลาเดินตรงมาทางที่จะไปบ้านโภคา ส่วนเอียดออกจากบ้านกำลังจะไปบ้านน่าน ทั้งสองเดินมาพบกันกลางทาง เอียดดีใจบอกว่ากำลังจะไปหาเทินพอดี เทินบอกว่าเพิ่งกลับจากออกเรือเลยเอาของทะเลมาให้

    เทินมองและคุยกับเอียดอย่างสุภาพแววตานิ่งเรียบร้อย ในขณะที่เอียดแสดงออกอย่างดีใจมีชีวิตชีวา จนเมื่อเทินบอกว่าเอียดดูแข็งแรงขึ้น เอียดจึงถามว่าเทินก็แข็งแรงขึ้นมากแล้วเมื่อไหร่จะกลับกรุงเทพฯ ถ้าเทินกลับตนก็จะกลับไปด้วย เทินบอกว่าคงเร็วๆนี้แหละ

    เอียดยิ้มดีใจนึกว่าเทินทำใจได้แล้ว ลืมเรื่องแพนได้แล้ว แต่ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็เรียกขึ้น

    "คุณเอียด...คุณเอียดครับ..."

    เอียดตกใจเพราะจำได้ว่าเป็นเสียงคำนึง ส่วนเทินไม่แน่ใจค่อยๆหันมองจึงเห็นคำนึงกำลังเดินออกมาจากบ้านพักตรงมา คำนึงแสดงความยินดีมากที่ได้เจอเอียด บอกว่าไปหาเอียดที่บ้านรู้ว่ามาที่ห้วยทรายเลยรีบตามมา บอกว่าดีใจที่เอียดมาพักผ่อนตามคำแนะนำของตนจะได้แข็งแรงและหายป่วยเร็ว จริงๆด้วย

    ระหว่างคุยกันคำนึงเดินก้าวเข้าหาเอียดทีละก้าว...ทีละก้าว ในขณะที่เอียดคุยไปก็ถอยไปอย่างไว้ตัว เทินก้าวขึ้นมายืนข้างเอียด คำนึงมองอย่างไม่พอใจ แล้วทักด้วยเสียงดูแคลนว่า

    "นี่ไงครับ คนงานบ้านนฤปเวศม์ไม่ใช่หรือ"

    "คนงานที่ไหนคะ นี่เทินนะคะ เทินเพื่อนของเล็กไงคะ บังเอิญเขารู้จักกับคุณน่าน ก็เลยมาพักที่บ้านคุณน่าน" เอียดเถียงแทน คำนึงพยายามคิดว่าเคยได้ยินชื่อเทินที่ไหนพึมพำว่า เทิน...เพื่อนเล็ก เอียดจึงยืนยันว่า "ค่ะ เทินเรียนกฎหมายที่เดียวกับเล็กไงคะ"

    คำนึงมองขวับไปทางเทินอย่างตกใจ

    ooooooo

    แพนมาที่หัสดินทร์ภาพยนตร์แล้ว เธอแต่งตัวเยี่ยงดาราเดินกรีดกรายไปมาท่ามกลางผู้คนในบริษัท จนเมื่อทนุมาถึง หทัยรีบบอกว่าพันพรมาแล้ว แพนรีบเข้าไปสวัสดีอย่างอ่อนหวาน

    ทนุดีใจมากที่แพนมาเป็นนางเอกให้กับหนังของตน หทัยคาดหวังว่าหนังสือพิมพ์ต้องพาดหัวว่า ดาราเงินล้านดวงใหม่ พันพร เทพประทาน พูดแล้วถามว่าแพนจะใช้นามสกุลเดิมของตัวเองในการแสดงใช่ไหม แพนยืนยันว่าใช่ ติงว่ายังไม่ต้องลงให้ครึกโครมตอนนี้ได้ไหม เอาไว้ถ่ายทำเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยโฆษณา หทัยถามว่า

    "ทางครอบครัวของคุณชายขัดข้องในการที่คุณจะมาแสดงหนังกับเราหรือครับ"

    "เปล่าค่ะ แค่ฉันอยากให้มั่นใจว่าจะเป็นดาราเงินล้านสมพรปากคุณหทัยจริงๆ เสียก่อนไงคะ"

    ทนุหยิบสัญญาที่พิมพ์ไว้แล้วออกมาวางตรงหน้าแพนบอกว่า เป็นสัญญาเรื่องค่าตอบแทนและการยินยอมให้ทางเราดูแลงานการแสดงภาพยนตร์ของ เธอให้ลองอ่านดูก่อน แพนรับไปอ่านอย่างสนใจ

    ooooooo

    คำนึงขวางหูขวางตานักที่เทินใกล้ชิดสนิทสนมและได้รับความไว้วางใจจากเอียด จึงหาทางใส่ไฟให้ ประภาและเอียดชิงชังเทิน เป่าหูใส่ไฟว่า เทินเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกโกหกหลอกลวง ทั้งที่บอกว่าตัวเองชื่อเวียงหรืออะไรนี่แหละ เป็นคนเฝ้าบ้านคุณน่าน คนแบบนี้เชื่อถือไม่ได้

    "เทินเขาอาจจะมีเหตุผลของเขา แต่น้าเชื่อว่าเทินจะไม่มีวันที่จะมีเจตนาร้ายกับบ้านเราเป็นอันขาด" ประภาแก้ต่างให้อย่างเข้าใจเทินดี

    แต่คำนึงไม่ยอมหยุด ยังคงเป่าหูโดยเฉพาะบอกประภาว่า ถ้าเทินจะมาพูดโกหกประภาเกี่ยวกับเรื่องของตน ตนจะไม่ประหลาดใจเลย พอดีเทินมาได้ยินเข้าถามว่า

    "คุณคำนึง คุณคิดหรือว่าผมจำเป็นจะต้องพูดเรื่องของคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม"

    "ผมก็ไม่รู้ไง เพราะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรของคุณที่จริง เรื่องอะไรที่โกหก แต่ที่คุณบอกผมว่าคุณเป็นชาวประมง ผมก็เชื่อ เชื่อกว่าที่ใครๆบอกว่าคุณเป็นนักเรียนกฎหมายเสียอีก" พูดแล้วหัวเราะหึๆ ก่อนพูดต่ออย่างเยาะหยันว่า "กะอีแค่อกหักก็หนีเตลิดเปิดเปิงมาขนาดนี้ แล้วจะมีปัญญาเรียนให้จบเป็นนักกฎหมายได้ยังไง เพ้อฝันทั้งเพ!"

    เทินทนไม่ไหวชกโครมเข้าให้ คำนึงหงายผลึ่งบนทราย เอียดรีบวิ่งเข้ามาจับเทินไว้ ประภาขอร้องว่าค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน คำนึงถือโอกาสทับถมเทินทันทีว่า เห็นไหมว่าเทินไม่ชอบตน

    เอียดขอร้องเทินว่าอย่ามีเรื่องมีราวกันเลย เทินบอกว่าถ้าเอียดขอตนยอมยกให้แล้วสะบัดเดินกลับไปทางบ้านของ

    น่าน เอียดรีบตามไป คำนึงพุ่งเข้าไปรวบตัวเอียดไว้ ถามว่าจะไปไหน ให้อยู่กับตนตรงนี้อย่าไปยุ่งกับเทินเลย เอียดสวนไปอย่างไม่พอใจว่า

    "คุณนั่นแหละไม่ต้องยุ่ง" พูดแล้วผลักคำนึงจนล้มจ้ำเบ้าไปอีกครั้ง แล้วเอียดก็วิ่งตามเทินไป

    คำนึงฟ้องประภาว่าดูมันทำกับตน ประภาขอให้ ใจเย็นๆ กลับไปล้างหน้าล้างตาก่อนค่อยมานั่งใจเย็นๆคุยกัน พลางเข้าไปพยุงคำนึงให้ลุกขึ้น

    เอียดตามเทินไปจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นั่งเล่นประจำของเขา เห็นเขาพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ก็ยิ่งเห็นใจ เทินพูดอย่างหงุดหงิดว่า

    "ผมคิดเสมอมาว่าห้วยทรายเป็นที่ที่ผมจะหลบพักให้สบายใจได้ แต่เดี๋ยวนี้มันเดือดร้อนทั้งกายและใจเสียยิ่งกว่ากรุงเทพฯ"

    เอียดพยายามหว่านล้อมให้เทินกลับไปเรียนต่อเสีย เพราะตราบใดที่เขายังเรียนไม่สำเร็จก็เหมือนยังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ กับลุงกำนัน คำเตือนของเอียดทำให้เทินรู้สึกผิดขึ้นมา เอียดหว่านล้อมว่า

    "แต่ที่สำคัญ หากเทินเรียนสำเร็จ เทินจะมีโอกาสที่จะได้มีอาชีพที่มีเกียรติ ถึงเวลานั้นจะไม่มีใครมาดูถูกเทินได้ เทินกับเล็กไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันเลย แล้วอยู่ดีๆเทินจะยอมปล่อยให้เล็กแซงหน้าทิ้งเทินไปได้ยังไง"

    "ผมมือเปล่า เมื่อก้าวเข้ามา ถ้าผมมือเปล่าในตอนที่จากไป มันก็สมควรไม่ใช่หรือครับ"

    "สำหรับตัวเทินเองคงไม่มีความหมายอะไร แต่สำหรับคนที่รักเทินและอยากให้เทินประสบความสำเร็จในชีวิต เขาคงจะผิดหวัง"

    คำพูดของเอียดทำให้เทินหันมองเธอเต็มตา ถามอย่างไม่แน่ใจว่า

    "คุณเอียดก็เป็นหนึ่งในนั้นใช่ไหมครับ"

    "ค่ะ...ใช่ค่ะ ฉันอยากให้เทินมีอนาคตที่ดี เทินก้าวไปข้างหน้าเถิดนะ แล้วลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาเสียให้หมด...เอียด รู้นะเทิน ว่าความเจ็บปวดมันยากที่จะลืม แต่ถ้าเราไม่ยอมทิ้งมันไว้ข้างหลัง มันก็ยังจะอยู่เพื่อบั่นทอนเราตลอดไป"

    คำพูดที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาดีและอบอุ่นอ่อนโยนของเอียด ทำให้เทินได้คิด เขาบอกเธอว่า

    "ครับคุณเอียด ขอบคุณ...สำหรับทุกอย่าง คุณเอียดคือนางฟ้าจริงๆ" เทินเข้าไปจับมือเอียดขึ้นหอมหลังมืออย่างทะนุถนอม เอียดปล่อยให้เทินทำตามใจปรารถนามองเขาอย่างมีความสุข...

    ooooooo

    แม้หญิงออนกับเล็กจะเป็นห่วงชายใหญ่ แต่อีกคนหนึ่งที่ทั้งสองคนเป็นห่วงคือเอียด ซึ่งกำลังไปพักผ่อน อยู่ที่ห้วยทราย แต่ก็มีข่าวดีว่าเอียดสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นเพราะภาวะจิตใจดีขึ้น กำลังใจดีขึ้น

    "เพราะเทินอยู่ที่นั่นด้วยใช่ไหม" หญิงออนเอ่ย

    ขณะนั้นแพนแต่งตัวสวยกำลังจะออกจากบ้าน ได้ยินหญิงออนกับเล็กคุยกันจึงหยุดแอบฟัง

    เล็กกับหญิงออนต่างสบายใจ เมื่อรู้ว่าเอียดสุขภาพแข็งแรงขึ้น หญิงออนบอกว่า

    "ความรักนี่มันมีอานุภาพมากเหลือเกิน"

    "งั้นเล็กโทรเลขส่งข่าวไปนะ น้าประภาจะได้ไม่เป็นห่วง" เล็กเสนอ หญิงออนเห็นด้วย

    แพนยิ้มสะใจเมื่อแอบฟังแล้วรู้แน่ชัดว่าเอียดรักเทิน

    เพียงวันต่อมาประภาก็ได้รับโทรเลขจากเล็กแจ้งข่าวว่าชายใหญ่ไม่สบาย ทีแรกประภาก็ไม่อยากบอกว่าชายใหญ่ เป็นอะไร แต่ถูกน่านซักไซ้หนักเข้าก็ยอมบอกว่าชายใหญ่เป็นวัณโรค

    เอียดจะขอกลับไปเยี่ยมชายใหญ่ ประภาเห็นว่ายังไม่ควรเพราะเอียดเองก็ยังไม่แข็งแรงดี ควรอยู่ห่างๆไว้ก่อน เพราะโรคนี้ติดต่อกันได้

    น่านจึงเสนอว่าเที่ยวนี้ตนกลับกรุงเทพฯจะไปฟังข่าวให้ เทินขอติดรถไปด้วยอยากไปฟังข่าวชายใหญ่และทำเรื่องกลับเข้าเรียนต่อด้วย

    เมื่อถึงวันเดินทาง เอียดฝากความหวังว่าจะรอฟังข่าวเทิน ถ้าเทินพร้อมจะกลับไปเรียนต่อ บางทีตนก็จะกลับเหมือนกัน เทินถามว่าแล้วสุขภาพของเอียดล่ะ

    "มันอยู่ที่ว่าเราพร้อมจะสู้ไหม ถ้าเทินสู้ได้ ฉันก็จะสู้เหมือนกัน" เอียดตอบอย่างเข้มแข็ง

    "ตกลงครับ เราจะสู้ไปพร้อมๆกัน"

    "ตกลงจ้ะเทิน...เราจะสู้ด้วยกัน" เอียดตอบอย่างเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ...มีความสุข

    ooooooo

    เมื่อน่านไปที่หัสดินทร์ภาพยนตร์ แพนเข้ามาทักทายถามว่าไปไหนมา พอรู้ว่าไปที่ห้วยทรายมาแพนก็นึกถึงเรื่องเอียดกับเทินขึ้นมาทันที หันไปมองเทินทักเชิงประชดว่า

    "อ้อ...มากับเพื่อนรักของแพนเสียด้วย เป็นยังไงบ้างเทิน ไม่เจอกันเสียนาน"

    น่านเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการเผชิญหน้าเลยถามถึงชายใหญ่ ว่าเป็นยังไงบ้าง ตนเพิ่งทราบว่าป่วย แพนตั้งหลักนิดหนึ่งคิดหาทางที่จะตอบให้ดีต่อตัวเองที่สุด

    "ก็รักษาตัวอยู่ค่ะ ต้องใช้เวลา ต้องพักผ่อนมากๆ แล้วก็รับยาให้ครบ คุณน่านก็คงทราบว่าโรคนี้ห้ามเข้าไปคลุกคลีใกล้ชิด เพราะจะติดกันได้ แพนห่วงคุณชาย ถ้าอยู่บ้านก็ต้องคอยดูแล เลยตัดใจหาอะไรทำนอกบ้านดีกว่า"

    พอดีหทัยเดินออกมาจากตึกทักน่านอย่างตื่นเต้นดีใจ น่านจึงขอตัวไปคุยกับทนุก่อน ตรงนั้นจึงเหลือแต่แพนกับเทินยืนเผชิญหน้ากันอย่างอึดอัด สุดท้ายเทินตัดสินใจเดินไปทางลานจอดรถ แพนรีบตามไป

    แพนเล่นละครฉากใหม่ ตื๊อเทินขอคุยด้วย แม้จะถูกเทินประชดประชันก็ตามง้อ จนถูกเทินพูดประชดอย่างเจ็บแสบว่า "เพราะผัวเจ็บหรือ ถึงได้อยากกลับมาคุยกับฉัน" แพนฉุนจัดเลยตบหน้าเทินไปฉาดหนึ่ง

    แต่พอเห็นเทินไม่แยแสจะเดินหนี แพนก็รู้สึกถึงความสูญเสียเปลี่ยนเป็นวิ่งตามไปออดอ้อนพร่ำรำพันถึงความรัก ที่ตนมีต่อเทิน ความทุกข์ใจเมื่อขาดเทิน กระทั่งอ้อนวอนขอโอกาสได้พูดคุยด้วย

    ในที่สุดเทินใจอ่อน แพนเอากุญแจรถของตัวเองให้ เทินจึงพาไปที่บ้านเช่าของเขา บอกว่าอยากพูดอะไรก็พูดมาเลย

    "เทิน...แพนมารู้หัวใจที่แท้จริงของแพนแล้วว่าคนที่แพนรักที่สุดคือเทิน" เมื่อเทินหัวเราะเยาะเบาๆบอกว่าสายไปแล้วที่จะพูดคำนี้ แพนอ้อนอีกว่า "แพนขอโทษนะเทิน แพนยอมรับว่าแพนผิดไปแล้ว แพนหลงผิดไปเอง เดี๋ยวนี้แพนรู้แล้ว สำนึกแล้วว่าคนที่รักแพนจริงๆคือเทิน เทินคนเดียว"

    แพนแก้ต่างให้ตัวเองว่าที่ยอมแต่งงานกับชายใหญ่เพราะเกรงใจประภาที่ส่งเสริม มาตลอด ตนยอมแต่งงานเพื่อตอบแทนบุญคุณของประภา พอเทินเมินอย่างไม่อยากเชื่อ แพนก็พูดอย่างน่าเชื่อถือว่า

    "แต่ความรักมันฝึกกันไม่ได้ มันสร้างกันไม่ได้ เทินรู้ใช่ไหม" แพนร้องไห้ไปซบอกเทิน "แพนรักเทิน รักเทินคนเดียว ไม่ได้รักชายใหญ่ อีกไม่นานแพนจะเลิกกับคุณชาย"

    เมื่อเทินอึ้งไป แพนก็หอมแก้มเทินอย่างยั่วยวน ออดอ้อนต่อ

    "เทินโกรธแพน แพนไม่ว่าอะไร ขออย่างเดียวให้แพนได้รัก ได้ตอบแทนความรักที่เทินเคยให้แพน นะ...เทินนะ"

    ความรักที่เคยมี คำออดอ้อนที่น่าเห็นใจ ทำให้เทินใจอ่อน กอดแพนและจูบอย่างเปี่ยมไปด้วยความรัก...

    ooooooo

    ที่ห้วยทราย เอียดกับประภาคอยการกลับมาของเทินที่บอกว่าไปแค่ 3-4 วัน จนบัดนี้ 7 วันแล้วยังไม่มีวี่แวว ไม่มีข่าวจากเทิน วันนี้ทั้งสองไปที่บ้านพักของน่าน เจอนายฟื้นกำลังทำความสะอาดบ้าน เอียดถามว่าเทินกลับจากกรุงเทพฯหรือยัง

    "ยังขอรับ เที่ยวนี้เงียบหายไปจริงๆ ข้าวของของนายเทินก็ยังอยู่ที่นี่อีกหลายชิ้น" ลุงฟื้นบอก

    เอียดชาวาบไปทั้งตัว รู้สึกถึงความสูญเสียขึ้นฉับพลัน น้ำตาไหลพรูจนประภาตกใจถามว่าเป็นอะไร เอียดถามด้วยคำถามจากความรู้สึกที่เคยถามก่อนมาที่ห้วยทรายว่า

    "น้าประภาคะ คนที่ไม่มีใครรักเนี่ย จะต้องตายไหมคะ"

    "อุ๊ย...เอียด พูดอะไร" ประภาตกใจแต่พอฉุกคิดได้ถามว่า "เอียด...นี่เอียดกำลังจะบอกว่าเอียดรักเทินเหรอ" เอียดยิ่งร้องไห้หนัก "เอียด...ไม่เอาน่า เอียดตัดใจเถอะ เทินเขายังตัดใจจากแพนได้แล้วเลย"

    "ใครบอกคุณน้าคะ เทินยังตัดใจจากแพนไม่ได้ต่างหาก เขาถึงยังต้องอยู่ที่นี่   แพน...โชคดีจริงๆใครๆก็รัก   ทุกคนรักแพนหมด"

    "แต่คนที่รักแพนโชคร้ายกันหมดเลย...เรากลับบ้านกันเถอะเอียด" ประภาดึงเอียดพากลับบ้านพัก "เอียด...เรื่องเทินน่ะ เราจะไปรักเขาให้มากกว่าที่เขารักตัวเขาเองคงไม่ได้นะเอียด"

    เอียดทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างหนัก จนประภาไม่รู้จะทำอย่างไร...

    ooooooo

    เมื่อน่านไปเยี่ยมชายใหญ่ตามที่รับปากเอียดกับประภาไว้ พบชายใหญ่อยู่ในสภาพท้อแท้หมดกำลังใจ พร่ำเรียกหาแต่แพนต้องการให้แพนมาดูแลใกล้ชิด

    เมื่อมานั่งคุยกันที่ระเบียงนั่งเล่น น่านจึงตัดสินใจถามหญิงออนว่าแพนไม่ได้บอกใครหรือว่าไปเล่นหนังกับพวกตน หญิงออนตกใจถามว่าจริงหรือ น่านจึงเล่าให้ฟังว่า

    "ตอนนี้ก็เริ่มเปิดกล้องไปแล้วด้วยครับ ผมเองคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะการแสดงเป็นอาชีพของแพนอยู่แล้ว" เมื่อหญิงออนบอกว่าแพนไม่ได้บอกไม่ได้ปรึกษากันสักคำเพราะตอนนี้ชายใหญ่ กำลังป่วยและต้องการกำลังใจอย่างมากด้วย น่านจึงบอกว่าที่ตนบอกหญิงออนเรื่องแพนเพราะไม่อยากให้ต้องกังวลเรื่องของ แพนเท่านั้น

    "แต่แพนทำอย่างนี้เหมือนกับว่าเทวพันธุ์กำลังจะเลี้ยงดูเขาไม่ได้แล้วยังงั้นแหละ"

    "อย่าคิดมากสิครับหญิงออน มีเรื่องที่จะต้องคิดมากมายแล้ว อย่าเอาเรื่องของแพนมาคิดเลยครับ" น่านมองหน้าหญิงออนอย่างเป็นห่วง กุมมือหญิงออนบีบเบาๆอย่างปลอบใจ

    ooooooo

    อาการของชายใหญ่นับวันยิ่งน่าเป็นห่วง ไม่ยอมแตะต้องอาหาร ไม่ยอมพูดคุยกับใคร แม้แต่เล็กมาเยี่ยมก็ไม่สนใจ เมื่อออกมาส่งเล็กที่รถ เล็กถามหญิงออนว่าหมอว่าอย่างไรบ้าง

    "หญิงไม่รู้หรอกเล็ก ยังไม่ได้พาไปหาหมอเลย แต่ที่พี่ชายเป็นอย่างนี้เป็นเพราะเรื่องทางใจ เป็นเหตุแรก" เล็กถามว่าเรื่องเมียของชายใหญ่หรือ หญิงออนพยักหน้า "เขายิ่งหายไป พี่ชายก็ยิ่งทรุด ไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน ไม่ยินดีจะรักษาตัว"

    เล็กพูดอย่างเจ็บใจว่าเพราะชายใหญ่แต่งงานกับคนที่ใจร้ายเห็นแก่ตัว หญิงออนก็ยังแก้ต่างให้แพนว่าเพราะมีงานเยอะไม่ว่างจริงๆ ยอมรับว่า หญิงเองก็เพิ่งรู้ว่าที่แพนหายไปทุกวันนี้เพราะไปเล่นหนัง น่านเพิ่งบอกวันนี้เอง

    เมื่อเล็กโวยวายไม่พอใจถามว่าแพนมีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปเล่นหนังตอนนี้ หรือจะได้เป็นเหตุผลไม่ต้องมาดูแลผัวที่ป่วย หญิงออนขอร้องเล็กอย่าพูดเรื่องนี้กับใคร เล็กรับปากเพราะไม่อยากให้หญิงออนไม่สบายใจ บอกหญิงออน อย่างหนักใจว่า

    "แต่ถ้าชายใหญ่เอาใจไปผูกกับแพนแบบนี้ ชายใหญ่จะอาการหนักแน่ๆทีเดียว หญิงเข้มแข็งมากๆนะ บางทีหญิงอาจจะต้องเป็นหลักให้กับสวนทิพย์"

    หญิงออนน้ำตาคลอเมื่อรับรู้ถึงความห่วงใยของเล็ก

    ooooooo

    เพราะต้องการโฆษณาหนังและพอใจในความสวยร้อนแรงของแพน หทัยขอถ่ายรูปแพนแล้วเอาไปขึ้นปกนิตยสาร สะอิ้งเอานิตยสารไปให้หญิงออนดูอย่างกลัวๆกล้าๆ พอหญิงออนเห็นรูปแพนขึ้นปกนิตยสาร ก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว

    จนอีกวันหนึ่งเมื่อแพนแต่งตัวจะออกจากบ้าน หญิงออน พยายามหว่านล้อมให้แพนนึกถึงชายใหญ่ที่กำลังป่วยและต้องการกำลังใจอย่างมากจากคนที่ตัวเองรัก แพนกลับเถียงว่า

    "คนเราถ้าเห็นใจกันก็ต้องเข้าใจกัน ถ้าคุณหญิงเข้าใจแพนคุณหญิงคงไม่ต้องมายืนถามแบบนี้ คุณหญิงรู้ทั้งรู้ว่าคุณชายเป็นโรคติดต่อ บ่าวไพร่ออกเต็มบ้านยังไม่พออีกหรือ"

    และที่แพนยกมาอ้างได้เต็มปากเต็มคำคือ "ท่านพ่อรับสั่งไม่ให้แพนเข้าไปคลุกคลีหรือว่าคุณหญิงต้องการให้แพนเป็นโรคไปด้วยคะ"

    หญิงออนอดทนอดกลั้นมากที่จะพยายามชี้แจงให้แพนเข้าใจ เมื่อแพนโต้เถียงอย่างไม่เกรงใจว่านี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวตน หญิงออนก็สุดทน ถามว่า

    "มันจะเป็นเรื่องในครอบครัวของแพนได้ยังไง ในเมื่อหญิงเป็นน้องของพี่ชาย หญิงทนไม่ได้หรอกนะที่จะเห็นพี่ชายตัวเองถูกภรรยาทิ้งให้นอนป่วยอยู่คนเดียว"

    เมื่อโต้เถียงอะไรไม่ได้อีก แพนก็แว้งมาเล่นงานเล็ก เตือนหญิงออนว่าให้ดูแลคนรักของตัวเองให้ดีเถิด เพราะ "คุณเล็กเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ซื่อตรงอะไรนักหรอก แพนอยู่บ้านเดียวกับเขา แพนรู้"

    หญิงออนแสดงความเชื่อมั่นในตัวเล็ก เตือนแพนว่าให้เอาเวลาที่ออกไปข้างนอกไปทำหน้าที่ภรรยาของพี่ชายให้ดีที่สุดดีกว่า คนเราจะเห็นใจกันก็ยามเจ็บไข้ได้ป่วยนี่แหละ

    "คุณหญิงคิดว่าแพนไม่รักคุณชายเหรอคะ" แพนแว้ง

    "หญิงไม่รู้หรอกว่าแพนคิดยังไง แต่หญิงรู้ว่าพี่ชายรักแพนอย่างจริงใจ ให้เกียรติแพนทุกอย่างเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำเพื่อผู้หญิงที่เขารัก ถ้าพี่ชายรู้ว่าแพนไปเป็นนางเอกหนัง พี่ชายคงเสียใจมาก"

    ท่านชายมาเห็นทั้งสองกำลังตึงเครียดถามหญิงออนว่ามีอะไรกันหรือ หญิงออนเห็นว่าถึงเวลาที่จะบอกท่านพ่อแล้ว จึงพาไปเอานิตยสารที่แพนถ่ายแบบให้ท่านพ่อดู

    ooooooo

    หลังจากดูและฟังหญิงออนเล่าแล้ว ท่านชายบอกว่าหญิงทำถูกแล้ว พลางลุกขึ้นจะไปเยี่ยมชายใหญ่ ชวนหญิงออนไปด้วยบอกว่า ไหนๆเราก็มีกันอยู่เท่านี้แล้ว

    เมื่อไปหาชายใหญ่ เจอกำลังลุกขึ้นมาวาดรูปที่ค้างอยู่ แต่ทั้งอารมณ์และร่างกายไม่เหมือนเดิมแล้วแม้จะพยายามบังคับตัวเองก็ไม่เป็นไปอย่างต้องการ

    ชายใหญ่พูดอย่างคับข้องใจว่าอยู่แต่ในห้องเหมือนติดคุก หญิงออนบอกว่าห้องนี้อากาศไม่ดีมีทั้งกลิ่นน้ำมันและกลิ่นสี ชายใหญ่โพล่งออกมาอย่างอึดอัดว่า

    "โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ จะบงการชีวิตกันทุกอย่างเลยเหรอ แล้วแพนไปไหน ไม่ขึ้นมาสองสามวันแล้ว"

    หญิงออนกับท่านชายยังไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องนี้กับชายใหญ่เกรงจะกระทบกระเทือนใจ แต่พอชายใหญ่เห็นทั้งสองอ้ำอึ้งก็ยิ่งโวยวาย หาว่าปิดบังตน มีเงื่อนงำกับตน กีดกันตนไม่ให้พบกับแพน พาลพาโลถามว่าผิดด้วยหรือที่แพนแต่งงานกับตน จึงแสดงทั้งความรังเกียจและกีดกันแพนทุกอย่าง

    ชายใหญ่ระเบิดระบายอารมณ์อย่างฟุ้งซ่าน ใครจะชี้แจงอย่างไรก็ไม่ฟัง จนฉุนเฉียวขว้างพู่กันทิ้งแล้วจะเดินออกไป แต่พอลุกก็ทรุดฮวบ จนท่านชายกับหญิงออนต้องรีบเข้าประคอง

    ในยามทุกข์ใจแสนสาหัสเช่นนี้ หญิงออนยังมีเล็กที่คอยมาปลอบให้กำลังใจ เล็กถามหญิงออนว่าท่านพ่อทราบเรื่องแพนไปเล่นหนังไหม หญิงออนบอกว่าท่านทราบหมดทุกเรื่อง และวันนี้ก็พาชายใหญ่ไปโรงพยาบาลรักษาทั้งโรคเดิมและรักษาใจ พูดอย่างท้อใจว่า

    "หลายๆเรื่องที่หมอขอความร่วมมือให้ทำ มันยากเย็นเหลือเกินเล็ก ถ้าเพียงแต่ท่านพ่อกับหญิงก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่ครอบครัวของพี่ชาย"

    "เพราะเขาคนเดียว เขาไม่เคยคิดถึงคนอื่น คิดถึงแต่ตัวเอง ไอ้ที่จะต้องออกจากบ้านไป ไปเล่นหนังอะไรนี่ก็คงเพราะจะต้องหาอะไรทำระงับความฟุ้งซ่านของตัวเองนั่นแหละ"

    หญิงออนร้องไห้อย่างไม่รู้จะทำอย่างไร เล็กปลอบใจ ให้กำลังใจว่า  ตนจะเป็นกำลังใจ สัญญาว่าจะอยู่ข้างๆหญิงออน เสมอ โอบกอดหญิงออนไว้อย่างอบอุ่น ปกป้อง

    ooooooo

    ส่วนแพนอ้างออกไปถ่ายหนัง แต่พอมีเวลาก็แวบไปหาเทินที่บ้านเช่า ต่างเริงรักอย่างเริงร่าย่ามใจ แพนบอกเทินว่าเมื่อไรที่ตนไม่ต้องเกรงใจใครอีกแล้วก็จะตามใจตัวเองและจะมาอยู่กับเทินอย่างเปิดเผย สัญญากับเทินที่กำลังหลงใหลแพนจนหน้ามืดตามัวว่า

    "ต่อไปนี้แพนต้องไปทำงานทุกวัน ทั้งอาทิตย์มั้ง แต่วันไหนว่างถ่ายทำแค่ครึ่งวันแพนจะแวะมาหานะ ถ้ารักแพนจริง รอแพนนะเทิน อย่าให้แพนต้องมาเก้อ"

    เมื่อแพนกลับถึงวังสวนทิพย์ในคืนนี้ หญิงออนทักว่ากลับเสียมืด แพนตอบอย่างรำคาญใจว่า

    "คุณหญิงมีฐานะเป็นน้องสามีของแพนอย่าทำตัวเป็นผู้ปกครองแพนเลยค่ะ" ไม่เพียงเท่านั้นยังย้อน ยังประชดหญิงออนว่าตนไปทำงานไม่ได้ไปเดินเล่นเข้าใจเสียด้วย

    หญิงออนติงว่าเมื่อแพนตัดสินใจไปเล่นหนังแล้วก็แล้วไปเถิด แต่อยากจะให้ระลึกเสมอว่าตอนนี้แพนใช้นามสกุลเทวพันธุ์อยู่ แพนสวนไปทันทีว่าไม่ต้องห่วงเพราะตนใช้นามสกุลของตัวเอง

    หญิงออนจึงได้แต่เตือนๆติงๆว่ายังไงในสังคมก็รู้กันว่าแพนเป็นภรรยาของชายใหญ่ อย่าทำอะไรให้เกินงามให้คนอื่นเขาว่าเอาได้ก็แล้วกัน แพนฟังไม่ทันจบดีก็ทำคอแข็งจะเดินไป หญิงออนถามว่าไม่ไปหาพี่ชายหน่อยหรือ เวลานี้พี่ชายต้องการกำลังใจจากแพนมากที่สุด

    "แพนเหนื่อย...เอาไว้พรุ่งนี้ ถ้าแพนว่างแพนจะไป"

    ooooooo

    วันต่อมา แพนเดินเข้าไปในห้องสตูดิโอเห็นชายใหญ่นั่งซึมอยู่ เธอมองด้วยความสงสาร คิดถึงคำเตือนของหมอที่ว่า

    "คุณกับคุณชายไม่ควรเกี่ยวข้องกันฉันสามีภรรยาจนกว่าโรคจะหายสนิท"

    เหตุนี้เองทำให้แพนร่านไปหาความสุขกับเทิน จนเทินหลงใหลไม่ยอมกลับไปห้วยทราย คิดแล้วแพนตาแดง น้ำตาคลอจนชายใหญ่หันมาเห็น เธอเฉไฉถามว่าคุณชายรักแพนไหม เมื่อชายใหญ่บอกว่ารัก รักมากด้วย แล้วเล่าถึงอดีตที่เริ่มมีความรักกับแพนว่า

    "แพนอย่าสงสัยความรู้สึกฉันเลย ฉันรักแพนมานานแล้ว ตั้งแต่แพนเริ่มสาว หม่อมแม่ห้ามแต่ฉันก็ยังแอบคิดถึงเธอจนหม่อมแม่สิ้น ฉันได้เจอเธอที่โรงละครครั้งแรก ฉันก็รู้แล้วว่าฉันจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากแพน"

    แพนร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ ชายใหญ่ดึงเข้าไปกอดด้วยความรักปลอบไม่ให้ร้องไห้ พอดีเล็กเข้ามาเห็นพูดประชดทันทีว่า

    "ขอโทษด้วยนะ ไม่คิดว่ากำลังโรมานซ์กันอยู่"

    "เข้ามาสิเล็ก เรากำลังคุยกันธรรมดาตามประสาผัวเมียน่ะ" ชายใหญ่เชิญชวน

    เล็กเดินเข้ามาเอ่ยแสดงความยินดีด้วยที่ชายใหญ่สดชื่นขึ้นคงเป็นเพราะได้กำลังใจดี

    "แพนน่ะสิ ขี้อ้อนเหมือนเด็กๆ รู้ว่าเรารักก็ร้องไห้" เล็กประชดว่าถ้ารู้ว่าเกลียดมากก็จะร้องไห้ แพนชิงตอบไปว่า ไม่ร้องคนอย่างตนจะร้องไห้ก็ต่อเมื่อรักเท่านั้น แล้วจ้องหน้าเล็กอย่างมีความหมายที่รู้กันแค่สองคน เมื่อเล็กหน้าตึง แพนยังบรรยายต่ออีกว่า

    "คนที่แพนเกลียดทำให้แพนเสียน้ำตาไม่ได้หรอกค่ะ เขาต่างหากล่ะคะที่จะเป็นฝ่ายร้องไห้"

    พูดแล้วก็มองหน้าเล็กยิ้มๆ ยั่วให้เขาคิดถึงคืนที่ตัวเองบอกรัก

    "ก็เลยไม่รู้ว่า ร้องไห้เพราะเสียใจหรือดีใจกันแน่เพราะมันปนเปกันไปหมด แต่ยังไงก็ตามเถอะ อย่าทำให้ชายใหญ่ ร้องไห้ก็แล้วกัน" เล็กพูดย้ำ

    ชายใหญ่ไม่รู้ความนัยที่ทั้งสองตอบโต้กันหันไปยิ้มให้แพนอย่างแสนรัก ส่วนแพนแอบสบตากับเล็ก ต่างจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์