ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แล้วก็เกิดเรื่องจนตกใจกันทั้งบ้าน เมื่อโอ๋พานักรบเข้าไปดูห้องของเอื้อที่ทุกอย่างยังจัดไว้เหมือนเขายังอยู่ โอ๋ชี้ให้ดูชิ้นส่วนวิทยุที่เอื้อจะต่อไว้ให้โอ๋เล่นแต่ต่อยังไม่ทันเสร็จก็ จากไปเสียก่อน ทำให้นักรบจินตนาการถึงความตั้งใจขะมักเขม้นของเอื้อแล้วปวดหัวจี๊ดขึ้นมาล้มหมดสติไปทั้งยืนต่อหน้าโอ๋

ทุกคนได้ยินเสียงวิ่งกันเข้ามาช่วย ทองทิวไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะโทร.ไปบอกนายิกาก็มีหวังตายคู่แน่ถ้าฝ่ายโน้นรู้ว่าพากันมาที่บ้านนี้ สุดท้ายก็ปฐมพยาบาลกันเอง โดยมีอุ่นใจดูแลไม่ห่าง

อุ่นใจเช็ดหน้า เช็ดตัวให้นักรบ จนเขารู้สึกตัวเพ้อเบาๆ "อุ่นใจ...ผมขอโทษ..." แล้วจู่ๆเขาก็คว้าตัวเธอเข้าไปกอด อุ่นใจพยายามดึงออกแต่ถูกเขากอดไว้แน่น พร่ำพูดอ้อนวอนว่า

"ผมกำลังจะตายเพราะความรู้สึกผิดอยู่แล้ว อย่าเกลียดผมมากไปกว่านี้เลย...ได้โปรดเถอะอุ่นใจ..."

เห็นสภาพและฟังความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกของนักรบแล้ว อุ่นใจเริ่มมองเขาอย่างเห็นใจ

เมื่อได้สติดีแล้ว ทองทิวขับรถพานักรบกลับ ทองทิวนัดหมายกับนักรบว่าให้จำให้แม่นและพูดให้ตรงกันเมื่อนายิกาถามว่า "เราไปงานเลี้ยงสมาคมฟุตบอล" แต่นักรบนิ่งเงียบ ทองทิวมองอย่างเป็นห่วง ถามว่าปวดหัวหรือคิดอะไรอยู่

"ฉันอยากรู้จักเอื้อ เรียนรู้ชีวิตของเขาอย่างจริงจัง ฉันต้องการแก้ไขชีวิตของอุ่นใจกับโอ๋ให้ดีขึ้น" ทองทิวติงว่าเราอยู่ห่างๆพวกนี้จะดีกว่าเกรงคุณท่านจะทราบ นักรบตัดบททันทีว่า "ฉันตัดสินใจแล้ว ใครก็หยุดฉันไม่ได้"

ทองทิวหยุดไปด้วยความรู้สึกว่านักรบกำลังหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว

ooooooo

ที่บริษัทฟีนิกซ์ยังตึงเครียด เพราะในสัญญาระบุว่าต้องเริ่มโครงการที่ประมูลได้ภายในอาทิตย์นี้แล้ว แต่รัฐมนตรีตุลย์ยังไม่เซ็นอนุมัติมาให้ จอมภพบ่นลูกชายว่า แค่ลายเซ็นของรัฐมนตรีทำไมถึงเอามาไม่ได้ จอมทัพบอกว่าเพราะดารารายแกล้งตน ให้ตนขับรถและเดินตามหิ้วของให้ บอกพ่อว่า

"ผมเป็นผู้บริหารของฟีนิกซ์นะครับ ไม่ใช่คนรถของใคร!" แต่เมื่อสถานการณ์บีบเช่นนี้เขาสั่งพิมให้ยกเลิกนัดวันนี้ทั้งหมด และเช็กดูว่าวันนี้ดารารายไปทำอะไรอยู่ที่ไหน

"ได้ค่ะ...นี่เอกสาร ที่ต้องให้ท่านรัฐมนตรีเซ็นค่ะ" พิมส่งซองเอกสารให้ แล้วมองสำรวจการแต่งกายของจอมทัพติงว่า "ถ้าจะไปพบคุณดาราราย คงต้องเปลี่ยนเนกไทด้วยนะคะ คุณดารารายไม่ชอบเนกไทยี่ห้อนี้ค่ะ"

จอมทัพถอดเนกไทปาทิ้งอย่างหงุดหงิด จอมภพเตือนว่า

"พ่อรู้ว่าแกรำคาญที่ต้องตามอารมณ์เหวี่ยงของดาราราย แต่แกจำไว้...ถ้าอยากเอาชนะนักรบ เราก็ต้องมีคนพวกนี้เป็นบันไดให้เรา"

ooooooo

ตะวันสายโด่งแล้ว แต่ดารารายยังนอนเขลงอยู่บนเตียง ข้าวของที่ไปซื้อมาถูกวางทิ้งระเกะระกะไปหมด ซูซี่เข้ามาปลุก ดารารายบ่นว่ามาเช้าจังแล้วอนุญาตให้ซูซี่เลือกของที่กองอยู่ชอบชิ้นไหนเอาไปเลย ซูซี่ไปหยิบกระเป๋าแบรนด์เนม 4–5 ใบและเสื้อผ้า 5–6 ชุดที่ดารารายโละแล้วพูดก่อนออกไปว่า

"ขอบคุณมากนะคะคุณดาราราย เดี๋ยวซูซี่จะให้แม่บ้านยกน้ำส้มคั้นขึ้นมาให้นะคะ" ดารารายพยักหน้าส่งๆแล้วลุกไปห้องน้ำ ซูซี่มองตามพึมพำอย่างหมั่นไส้ "สักวันแกจะต้องเป็นคนรับของเหลือจากฉันบ้าง" แล้วเดินออกไป

ขณะดารารายทาครีมพอกหน้าอยู่นั้นได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามานึกว่าซูซี่เอาน้ำส้มมาให้ บอกให้วางไว้ข้างนอกเดี๋ยวตนออกไปดื่มเอง พอทาครีมพอกหน้าเสร็จก็เดินออกมายกน้ำส้มดื่มรวดเดียวหมด

หารู้ไม่ว่าคนที่ยกแก้วน้ำส้มเข้ามาคือนักคิด เขาวางแก้วน้ำส้มแล้วเข้าไปซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าแอบดูดารารายดื่มน้ำส้มหมดแก้วอย่างสะใจ

ซูซี่เอาชุดที่ได้จากดารารายและกระเป๋าไปแต่งตัวใหม่ มองตัวเองอย่างพอใจ ครู่หนึ่งแม่บ้านมาบอกว่ามีคนมาขอพบดาราราย พอซูซี่เห็นเป็นจอมทัพก็ชักสีหน้าถามว่าทำไมไม่นัดก่อน

จอมทัพบอกว่าตนให้เลขาเช็กดูแล้ววันนี้ดารารายไม่ได้ไปไหน แม่บ้านจะไปบอกให้ ซูซี่ห้ามอย่างตกใจ พอรู้สึกตัวก็แก้เกี้ยวว่า

"คือ...คุณดารารายเพิ่งตื่นค่ะ ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีรึเปล่า ฉันจะลองไปบอกให้ก่อนนะคะว่าคุณมา แต่ฉันคิดว่าวันนี้คุณดารารายคงไม่มีอารมณ์เจอคุณหรอกค่ะ"

ว่าแล้วซูซี่ขึ้นไปบอกดารารายว่าจอมทัพมาหา

"ในที่สุดก็ต้องซมซานมาหาฉันจนได้ บอกเขาให้นั่งรอฉันไปก่อน"

ซูซี่รับคำเหลือบมองที่ตู้เสื้อผ้าก่อนเดินออกไป ครู่เดียวดารารายก็มีอาการวูบขึ้นมา แต่ขณะที่กำลังจะล้มนักคิดที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาประคองไว้

"นักคิด! แกเข้ามาได้ยังไง" ดารารายตกใจ ขู่ว่าจะให้ยามมาลากตัวออกไป แต่เกิดอาการวูบหน้ามืด เธอพยายามสะบัดหัวให้หายมึน นักคิดพูดอย่างเป็นต่อว่า อย่าทำเลยเหนื่อยเปล่า บอกเธอว่า

"ยาที่เธอกินเข้าไปมันแรงมาก ยังไงเธอก็ต้องหลับในอ้อมอกฉัน"

เมื่อดารารายอ่อนแรงลงทุกที นักคิดก็อุ้มเธอไปโยนบนเตียง พูดในขณะที่เธอพยายามดิ้นหนีว่า

"ทำตัวดีๆหน่อยดาราราย วันนี้ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้เก่งเหนือฟ้าอยู่คนเดียว เพราะคนอย่างฉันถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม"

ครู่ต่อมาดารารายก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยากล่อมประสาท นักคิดถอดเสื้อคลุมอาบน้ำเธอออก ซูซี่เข้ามาพอดีถามว่าจะทำอะไร ตรงเข้าไปดึงตัวนักคิดออกมาถามเสียงเข้มว่าไหนบอกว่าจะแค่ขู่ให้กลัว นักคิดแก้ตัวว่าตนยังไม่ทันได้ทำอะไรสักหน่อย ร้อนใจไปได้ แล้วหยิบบัตรเครดิตใบหนึ่งส่งให้

"ค่าตอบแทน...มีวงเงินให้เธอเดือนละห้าหมื่น"

ซูซี่รับบัตรเครดิตจากนักคิดแล้วหันไปมองดารารายที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงอย่างสะใจ!

พอซูซี่ลงไปพบจอมทัพที่ห้องรับแขก เขาถามว่าดารารายว่าอย่างไร ซูซี่ตอบหน้าตาเฉยว่าวันนี้เธอไม่ว่าง ให้เขากลับไปก่อนแล้วตนจะแจ้งไปเองว่าดารารายต้องการเจอเขาวันไหน

"อะไรกันนักหนา!" จอมทัพสบถแล้วลุกเดินออกไปอย่างหงุดหงิด

จนวันนี้ แม่นวลยังไม่รู้ว่าเอื้อได้จากไปแล้ว วันนี้เป็นวันที่จะต้องไปทำบุญครบร้อยวัน โอ๋จึงพาแม่นวลเข้าห้องนอนก่อนแล้วทั้งสามจึงพากันไปวัด แต่ออกมาหน้าบ้านก็เจอนักรบมาถึงพอดีบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับอุ่นใจ โอ๋รีบบอกว่าวันนี้อาอุ่นไปไหนไม่ได้เพราะวันนี้เป็นวันของพ่อเอื้อ

พอรู้ว่าจะไปทำบุญ 100 วันให้เอื้อ นักรบจึงขอไปด้วย บอกว่า "ผมอยากทำบุญให้เอื้อ" โอ๋ช่วยขออีกคน อุ่นใจยังไม่ทันรับปากนักรบก็เปิดประตูรถดันโอ๋เข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว

พอไปถึงวัด ปรากฏว่าบรรดาชาวชุมชนคนใจดีพากันมาช่วยงานคับคั่ง ทุกคนมาด้วยความรักเอื้อช่วยทั้งแรงกายและสิ่งของ แม้แต่ครูและเพื่อนนักเรียนของโอ๋ก็พากันมามากมายเพราะเอื้อเคยช่วยเหลือโรงเรียนมาตลอด

ชาวบ้านหลายคนพากันมองนักรบอย่างแปลกใจคิดว่าเป็นแฟนของอุ่นใจ นักรบกระดี๊กระด๊าดีใจที่ชาวบ้านคิดอย่างนั้น จัดแจงจะแนะนำตัวเอง ถูกอุ่นใจปิดปากไว้ ภายหลังจึงบอกเขาว่า

"ทุกคนที่นี่รักพี่เอื้อมาก ถ้าเขารู้ว่าคุณเป็นใครมาจากไหน จากงานบุญได้กลายเป็นงานประชาทัณฑ์คุณแน่ ถ้าอยากอยู่ทำบุญให้พี่เอื้อ ห้ามบอกทุกคนว่าคุณคือใคร เข้าใจไหม"

"เข้าใจครับ" นักรบเสียงอ่อยหายซ่าเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

นอกจากโอ๋จะภูมิใจในพ่อเอื้อแล้วยังอยากให้ คนอื่นเห็นว่าพ่อตนเก่งด้วย จึงพานักรบเดินดูไปทั่ววัด ชี้ว่า โน่นก็พ่อทำ นี่ก็พ่อช่วยสร้าง โน่นก็พ่อซ่อมแซมให้วัด ระหว่างนั้นเพื่อนๆของโอ๋วิ่งมาบอกว่าพวกเขาจะร้องเพลง "กล่อมพ่อ" มอบให้พ่อของโอ๋

แล้วพวกเขาก็มายืนเรียงแถวหน้ากระดานร้องเพลง "กล่อมพ่อ" อย่างเพราะพริ้งได้อารมณ์จนทุกคนที่ได้ฟังต่างพากันน้ำตาคลอ อุ่นใจเข้าไปขอบใจเด็กๆบอกว่าถ้าเอื้อได้ฟังต้องชอบแน่ๆ

"พี่ชายคุณคงดีใจมาก ถ้ารู้ว่ามีคนรักเยอะขนาดนี้" นักรบเอ่ยขึ้นเมื่อตามไปเจออุ่นใจนั่งน้ำตาซึมอยู่ อุ่นใจพูดถึงพี่ชายให้ฟังด้วยความซาบซึ้งภูมิใจว่า

"พี่เอื้อเป็นคนมีน้ำใจให้กับทุกคน ไม่เคยคิดร้ายกับใคร เชื่อว่าถ้าเราทำดีชีวิตเราก็จะได้รับแต่สิ่งดีๆในที่สุด"

อุ่นใจนิ่งไปเมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเอื้อ พูดกับนักรบว่า

"พี่เอื้อบอกกับฉันเสมอว่า ความทุกข์และอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันก็มีค่าเพียงแค่เป็นบททดสอบความเข้มแข็งของชีวิตคน ถ้าเราเป็นคนดี...เราจะผ่านมันไปได้ในที่สุด"

นักรบยอมรับว่าที่ผ่านมาตนแย่และทำไม่ดีมาก แต่เขาก็ขอโอกาสกับเธอ อุ่นใจไม่ตอบ บอกเขาว่าทำบุญเสร็จก็เชิญเขากลับไปได้แล้ว

นักรบยังไม่ยอมกลับอ้างว่ายังไม่ได้คุยธุระกับเธอ แล้วเขาก็คุยจริงจังว่าอยากให้เธอปฏิบัติตามสิ่งที่เอื้อตั้งความหวังไว้ คือให้เธอเรียนจนจบ แต่เวลานี้เธอไม่ยอมไปเรียนต่อเพราะไม่มีเงิน เขาบอกว่า ได้ไปจ่ายค่าเทอมให้เธอแล้ว ส่วนเรื่องหนังสือเรียนนั้นไม่ต้องห่วงตนจะจัดการให้ทุกอย่าง

นักรบพยายามขอให้อุ่นใจไปเรียนเพื่อจบมามีงานทำมีเงินเดือนสูงพอที่จะดูแลแม่และโอ๋ได้ตลอดชีวิต เมื่อเห็นอุ่นใจทำท่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือ นักรบขอร้องว่า

"ให้ผมได้ชดใช้กับครอบครัวคุณบ้าง อย่างน้อยมันก็เป็นอนาคตของคุณที่คุณจะได้ทำเพื่อโอ๋...เพื่อแม่"

ooooooo

แม่นวลบ่นว่าเอื้อไม่กลับบ้านเลยหายไปหลายเดือนแล้ว อุ่นใจปดว่าคงงานหนักลางานไม่ได้เลยสักวัน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเอื้อโทร.หาตนเรื่อยๆ

"ถ้ามันโทร.มาอีกให้แม่คุยนะ แม่จะดุมันที่เอาแต่ทำงานจนลืมครอบครัว" แม่นวลสั่ง อุ่นใจได้แต่ยิ้มเศร้าๆสงสารแม่ที่ไม่รู้เรื่องเอื้อและรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองต้องโกหกแม่

เรื่องเรียนก็เป็นปัญหาหนักใจของอุ่นใจ เธอบอกดอกจันว่ากลัวเรียนไม่ทัน ครั้นจะหาเวลาไปติวก็ต้องไปทำงานชดเชยวันที่หยุดไปอีก

เมื่อช่วยกันคิดแล้ว สุดท้ายนักรบให้ทองทิวติววิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐานให้อุ่นใจ ส่วนงานที่ต้องทำชดเชยและการเก็บร้าน ทุกคนทั้งนักรบ ดอกจัน และโอ๋ก็ช่วยกันคนละไม้ คนละมือแก้ปัญหาไปได้ไม่ยากนัก

ขณะทองทิวกำลังติวให้อุ่นใจนั้น มีคนเอาของมาส่ง เธอจะลุกไปรับของ นักรบไม่ยอมให้ไปบังคับให้นั่งติวต่อ ตนจะไปดูให้เอง

รถที่มาส่งของเป็นรถตู้แช่ขนาดเล็ก คนขับท่าทางยังเมาๆชี้นิ้วส่งๆว่าของอยู่ในตู้แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ

ทองทิวปล่อยให้อุ่นใจอ่านหนังสือแล้วตัวเองมาช่วยขนของกับดอกจัน ทั้งคู่เจอกันทีไรเหมือนขมิ้นกับปูนเป็นต้องทะเลาะกันทุกที ขณะที่ทั้งสองเข้าไปขนของในตู้แช่นั้น อยู่ดีๆประตูตู้แช่ก็ปิดปัง! ทั้งสองตกใจถูกขังอยู่ในตู้แช่ ร้องเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน

ที่แท้เป็นฝีมือโอ๋ ปิดแล้วยืนยิ้มอย่างสนุกสนาน พูดขำๆก่อนวิ่งกลับเข้าไปในร้านว่า

"ทะเลาะกันอยู่ได้ อยู่ในนั้นไปแหละจะได้ไม่กวนสมาธิอาอุ่น"

พอดีคนขับรถออกจากห้องน้ำเห็นประตูตู้แช่ปิดแล้วพูดอย่างพอใจว่าขนของเร็วดี แล้วขึ้นรถขับออกไปเลย

ทองทิวกับดอกจันอยู่ในตู้แช่ตกใจ เมื่อรู้ว่ารถขับออกไปแล้ว พยายามตะโกนเรียกก็ไม่มีใครได้ยินเพราะคนขับรถเปิดเพลงลูกทุ่งเสียลั่นกรุง

ทองทิวถามว่ารถจะจอดเมื่อไร ดอกจันบอกว่าได้ยินว่าจะขับยาวไปถึงชลบุรีเลย ฟังแล้วทองทิวหน้าซีดปากสั่นบอกดอกจันว่าตนไม่ชอบอยู่ที่มืดๆแคบๆแบบนี้ให้ช่วยพาออกไปที พลางรูดลงไปกองที่พื้นมือไม้สั่นเป็นเจ้าเข้า

"ใจเย็นๆก่อน ใจเย็นๆ" ดอกจันปลอบมองทองทิวที่เกาะแขนตนแน่นบ่นกระปอดกระแปด "อะไรวะ ตัวออกโตกลัวที่แคบ ไม่แมนเลยเว้ย"

ooooooo

เมื่อเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน ดอกจันจะโทร.ไปบอกอุ่นใจแต่ไม่ได้เอาโทรศัพท์มาอีก เลยบอกให้ทองทิวโทร.ไปหานักรบ แต่ก็โทร.ไม่ติด สุดท้ายเลยต้องโทร.ไปหาทองใบให้รีบมาช่วย

"เออๆโอเค เดี๋ยวพ่อจัดการให้" ทองใบรับปากแล้วยิ้มชอบใจพูดกับตัวเอง "พ่อจะจัดการให้แกติดอยู่ด้วยกันนานๆฮ่าๆๆไอ้ลูกทุนนิยม ต้องเจอแบบนี้จะได้เข็ด ฮ่าๆๆๆ"

ทองใบไปดักรถแล้วพานำกลับมาที่บ้านสวน ปล่อยให้สองคนถูกแช่อยู่ในตู้แช่เสียให้สะใจ แกล้งชวนคนขับรถกินข้าวกินน้ำก่อน เสร็จแล้วชวนโขกหมากรุกต่ออีกสองสามกระดาน

ดอกจันกับทองทิวหนาวกันแทบตาย เงี่ยหูฟังข้างนอกได้ยินเสียงโขกหมากรุกและหัวเราะก็จำได้ว่าเป็นเสียงของทองใบ ดอกจันตะโกนสุดเสียงขู่ว่า

"ฉันรู้นะว่าลุงอยู่ข้างนอก...เปิดประตูนะ ถ้ายังไม่ยอมเปิด ฉันจะกะซวกลูกชายคนเดียวของลุงให้ดิ้นไปเลย เปิดเดี๋ยวนี้!! บอกให้เปิด!"

ได้ผล อึดใจเดียวประตูตู้แช่ก็เปิดออก ทองทิววิ่งพรวดออกมาข้างนอกเหมือนรอดตาย ส่วนดอกจันก็โวยวายกับทองใบว่ารู้ไหมว่าข้างในมันหนาวแถมลูกชายลุงยังกลัวที่แคบอีก

"ก็รู้น่ะสิ ถึงได้อยากให้อยู่ด้วยกันนานๆ...หนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาว ฮิๆ" ทองใบหัวเราะล้อ ดอกจันยิ่งฉุนเลยหันไปเอาเรื่องกับทองทิว ปรากฏว่าเขาหน้ามืดวูบล้มลงเสียแล้ว ดอกจันประคองไว้ทัน ทองใบบอกว่าสงสัยหนาวๆแล้วออกมาสะดุ้งอากาศเลยหน้ามืดบอกดอกจันว่า

"ไอ้ทองทิวมันป่วยง่าย ช่วยประคองมันไปนั่งพักก่อน"

"ผู้ชายบ้าอะไร อ่อนแอชะมัด!" ดอกจันประคองทองทิวตัวโตหนักอึ้งไปที่เก้าอี้

ooooooo

อุ่นใจสงสัยว่าทองทิวกับดอกจันหายไปไหน นักรบไม่ให้สนใจใครสั่งให้ท่องหนังสือต่อไป

อุ่นใจดูหนังสือไปครู่เดียวก็สัปหงกฟุบไปกับหนังสือ ถูกนักรบกับโอ๋มาทำเสียงดังให้ตื่นมาอ่านหนังสืออีก นักรบสั่งเข้ม

"ห้ามหลับ! ต้องอ่านหนังสือให้จบ!"

ไม่เพียงนั่งคุมเข้ม เขายังขู่ว่า ถ้าหลับจะหอมให้ตื่น ถ้าไม่อ่านจะหอมให้อ่าน และถ้าอ่านก็จะหอมให้รางวัล อุ่นใจกลัวโดนหอมเลยรีบบอกว่ายอมอ่านแล้ว แต่ก็ระวังตัวเอาหนังสือปิดแก้มตัวเองไว้

จนเช้าวันรุ่งขึ้น นักรบขับรถส่งอุ่นใจไปสอบ เธอถามเขาว่าไม่มีงานหรือถึงมาส่งตน นักรบบอกว่าถ้ามีงานทองทิวก็จะโทร.มาบอกเอง แต่หารู้ไม่ว่าทองทิวกำลังเป็นลมอยู่ที่บ้านสวนของทองใบ

ระหว่างที่ดอกจันปฐมพยาบาลทองทิวอยู่นั้น โทรศัพท์ มือถือของเขาดังขึ้นหลายครั้ง ดอกจันกดปิดเพราะไม่อยากรับสายแทน แต่โทรศัพท์ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเลยตัดสินใจกดรับบอกไปว่า

"ฮัลโหล! เจ้าของเครื่องป่วยอยู่ค่ะ ไว้โทร.มาวันอื่น

นะคะ" พูดแล้วกดตัดสายทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:33 น.