ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากยึดกล้องกับเทปบันทึกเสียงนักข่าวมาแล้ว นายิกาสั่งทองทิวให้ลบทิ้งให้หมดถามทองทิวว่าแน่ใจไหมว่าข่าวนี้ไม่รั่วออกไป

"ผมขอร้องนักข่าวใช้ทั้งวิธีใต้ดินเหนือฟ้ามาปิดข่าวทั้งหมดแล้วครับ แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"

จากนั้น นายิกาเอาเรื่องกับหมอว่านักรบเป็นอะไรทำไมไม่บอกตนแต่แรก หมอยืนยันว่าตอนเช้าเอกซเรย์สมองแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

"ก็มีแล้วไง! ไปจัดการรักษาให้เร็วที่สุดเลยนะ หมอรู้ไหมว่าเรื่องเมื่อกี้ทำให้ฉันเสียหน้าแค่ไหน แล้วถ้าข่าวออกไป บริษัทฉันต้องพังพินาศหมด!"

ในที่สุด หมอต้องเอานักรบไปเอกซเรย์อีกครั้ง ระหว่างรออยู่นั้น นักรบเห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์จึงหยิบมาอ่าน "เหยื่อมอเตอร์ไซค์วิบากเผาแล้ววานนี้"

ในข่าวมีภาพเอื้ออยู่ในกรอบเล็ก นักรบดูแล้วคลับคล้าย คลับคลาว่าเคยเห็น ทันใดนั้นเหตุการณ์ขณะเกิดอุบัติเหตุก็ผุดขึ้นในความจำเบลอๆเพราะจิตสับสน เขายังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ร้องออกมาอย่างทรมานเพราะปวดหัว

หลังการเอกซเรย์ หมอแจ้งแก่นายิกาว่าความผิดปกติของนักรบมาจากสมองส่วนซีรีบรัม ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการเรียนรู้ เนื้อสมองส่วนนี้บวมจนไปกดทับกับเนื้อสมองส่วนอื่นๆ ทำให้มีผลกับความจำ

นายิกาถามว่าจะรักษาอย่างไร จะหายเมื่อไร หมอตอบตามหลักวิชาการแพทย์ว่าคงต้องแล้วแต่การฟื้นตัวของแต่ละคนจะหายเมื่อไรหมอคงตอบไม่ได้

"สมองของลูกชายฉันมีค่าเป็นพันๆล้าน ถ้านักรบกลายเป็นแบบนี้ แล้วไทเกอร์คิงจะเหลืออะไร" นายิกาแว้ดใส่หมอ จนหมอทำหน้าเบื่อหน่ายที่เธอไม่ยอมฟังคำชี้แจงเลย เอาแต่ห่วงเรื่องบริษัทอย่างเดียว

ooooooo

นักคิดกับนิมมานฉวยโอกาสนี้ไปให้นักรบเซ็นอนุมัติเงินก้อนโตอ้างว่าจะเอาไปเปิดคาร์แคร์พลางเอาแฟ้มเอกสารให้ดู นักรบรับไปดูแล้วบอกว่า "ผมอ่านไม่รู้เรื่อง"

นิมมานกับนักคิดนึกว่านักรบตีรวน นักรบถามซื่อว่าๆตนต้องเป็นคนเซ็นจ่ายเงินใช่ไหม แล้วขอปากกา ทำเอาทั้งนิมมานและนักคิดดีใจจนเหวอ รีบยื่นปากกาให้แล้วพากันจ้องลุ้นให้เขารีบเซ็น

นักรบรับปากกาไปแล้วทำท่าจะเซ็น แต่แล้วก็กลับหัวเราะเบาๆส่ายหน้าขำตัวเองบอกว่า

"จริงสิ ผมจำลายเซ็นตัวเองไม่ได้ พวกคุณมีตัวอย่างไหมครับ"

นิมมานกับนักคิดพากันเซ็ง มองกันงงๆ

แต่ในที่สุดนักรบก็เซ็นให้ สองแม่ลูกเดินตัวปลิวออกไป แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเจอนายิกากับทองทิวกำลังมาหานักรบ นายิกาเดาได้ทันทีว่าสองแม่ลูกมาทำอะไร พยักหน้าให้ทองทิวชิงกระเป๋าจากนิมมาน

ทองทิวยกมือไหว้ก่อนแย่งกระเป๋ามา นายิกาคว้ากระเป๋าไปค้นเจอเช็คก็ดึงออกมาฉีกทิ้งทันที

"อย่าคิดว่าแกจะฉวยโอกาสจากลูกฉันได้ อยากได้ก็ลองต่อเช็คนี้เอาเองก็แล้วกัน แต่ไม่รู้เช็คแบบนี้แบงก์จะรับรึเปล่า"

นิมมานพุ่งเข้าไปตบนายิกาทันที ถูกนายิกาตบกลับและเพราะนายิกาแข็งแรงดุร้ายกว่า พริบตาเดียวนิมมานก็ตกเป็นฝ่ายถูกนายิกาคร่อมบีบคอ จนนักคิดต้องไปช่วยแม่แกะมือนายิกาออกแล้วพากันถอยไป

เหตุนี้เอง นายิกาตัดสินใจเอาตัวนักรบกลับไปรักษาที่บ้าน บอกว่าอยู่ที่นี่ หมอก็รักษาไม่หายอยู่ดี นิมมานกับนักคิดตามมาแอบฟังอย่างสงสัย นักคิดถามแม่ว่า

"ไอ้นักรบมันเป็นอะไรกันแน่ครับคุณแม่ ขนาดหมอยังรักษาไม่ได้เนี่ย"

ooooooo

เมื่อเอื้อจากไปเช่นนี้แล้ว ภาระทั้งหมดตกอยู่ กับอุ่นใจ ความยากลำบากทางกายเธอทนได้ แต่ความเจ็บปวดทุกข์ใจเธอทรมานนัก

โอ๋ยังคิดถึงพ่อ วันนี้กลับจากเล่นบอลก็ยิ่งคิดถึงพ่อร้องไห้กับอา จนแม่นวลบ่นเอื้อว่า

"เจ้าเอื้อนี่ก็เหลือเกิน หายเงียบไม่ติดต่อมาเลย"

อุ่นใจจำต้องปดแม่อีกว่าพี่เอื้อคงยุ่งอยู่อีกสักพักก็คงโทร.มาเอง

"ไปอยู่ไกลหูไกลตาเขาจะดูแลดีแค่ไหนก็ไม่รู้ ถ้ากลับมาแม่จะห้ามเองว่าไม่ให้ไป จะอดตายก็ช่าง"

อุ่นใจฟังแล้วไม่กล้าสบตาแม่ได้แต่เจ็บร้าวในอก ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าแม่นวลรู้ความจริงจะเป็นอย่างไร

เมื่ออึดอัดกดดันมากๆ อุ่นใจไปนั่งหน้าโต๊ะหมู่ที่วางอัฐิเอื้อ ถามพี่ชายว่า...

"พี่เอื้อ อุ่นไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ให้อุ่นรับผิดชอบชีวิตของทุกคนอุ่นทำได้ แต่ถ้าจะให้อุ่นแบกรับความเจ็บปวดของแม่กับโอ๋ อุ่นจะไม่ไหวแล้วนะพี่ ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้ ทำไมพี่ต้องทิ้งเราไป..."

อุ่นใจเข้าไปร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอัฐิของพี่ชายอยู่คนเดียว...

ooooooo

นักรบยังไม่ได้กลับบ้าน ทองทิวจึงไปเฝ้าที่ห้องด้วยตัวเอง แล้วจู่ๆดารารายกับลูซี่คู่หูก็โผล่มาที่ห้อง ทองทิวตกใจถามว่ามาได้ยังไง ตนบอกพยาบาลไว้แล้ว... ทองทิวพูดถึงตรงนี้ลูซี่ก็เสียงแปร๋นขึ้นว่า "งดเยี่ยมยกเว้นคนสนิท คุณดารารายเป็นถึงคู่หมั้นของคุณนักรบยังไม่สนิทพออีกเหรอ"

ทองทิวอ้างว่านักรบยังไม่พร้อมรับแขก ก็ถูกดารารายสวนว่า

"ฉันไม่ใช่แขก ฉันคือคนที่จะเป็นภรรยาของเขา หรือเธอคิดว่าฉันเป็นเชื้อโรคถึงให้เข้าใกล้เจ้านายเธอไม่ได้"

ทั้งสามเสียงดังกันจนนักรบถามว่า "ใครมาเหรอคุณทองทิว" พร้อมกับเปิดประตูออกมาดูพอเห็นดารารายเขามองอย่างแปลกใจ

ลูซี่ลากทองทิวห่างออกไปขู่ว่าดารารายไม่พอใจเขาที่ปิดบังเรื่องนักรบ ถ้ายังขืนกันท่าอีกตนไม่รับรองว่าดารารายจะฟ้องนักรบหรือเปล่า ย้ำว่า "ถ้านายยังอยากจะมีงานทำมีเงินใช้ ได้มีโอกาสแต่งสูทหล่อๆแบบนี้  อย่าทำให้คุณดาวไม่สบอารมณ์"

ลูซี่เอาเล็บข่วนคอทองทิวเบาๆอย่างขู่ๆ ทำเอาทองทิวสะดุ้งถอยห่างเอามือคลำลำคอตัวเองเสียวๆ

ooooooo

ดารารายซื้อเค้กชาเขียวมาฝากนักรบ นักรบมองดูเค้กชาเขียวถามว่าตนเคยชอบเค้กแบบนี้หรือ ดารารายชะงักถามว่าเขาจำไม่ได้หรือ นักรบมองตาใสยอมรับว่าจำไม่ได้แม้แต่ตัวเธอเขาก็จำไม่ได้ แต่เดาว่าคงเป็นแฟนกัน แล้วถามหน้าตาใสซื่อว่า "คุณชื่ออะไรเหรอครับ"

ทีแรกดารารายก็หัวเราะบอกเขาว่าอย่าล้อเล่น แต่พอรู้ว่าเขาพูดจริงและจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ดารารายก็เอะใจ จนเมื่อเธอไปถามสภาพของเขาจากหมอ แล้วไปต่อว่านายิกาที่ปกปิดตน นายิกาแก้ตัวเสียงอ่อยว่าไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ เพราะเดี๋ยวนักรบก็หายแล้ว

"หมอยังไม่รู้เลยว่านักรบจะหายได้เมื่อไหร่! คุณป้าคิดว่าดาวโง่เหรอ ดาวไปคุยกับหมอมาแล้ว ดาวรู้ทุกอย่าง" เมื่อนายิกาบอกว่าถ้าหมอที่นี่รักษาไม่หายก็จะพาไปเมืองนอก ดารารายพูดตัดบทอย่างไม่อยากสนทนาด้วยว่า "แล้วแต่คุณป้าจะคิดเถอะค่ะ แต่ถ้าต่อไปคิดจะทำอะไร อย่าทำเหมือนดาวเป็นคนโง่! เพราะคนอย่างดาว โกรธแรง!!"

และเมื่อกลับถึงบ้านเล่าให้ตุลย์ผู้เป็นพ่อฟัง ตุลย์ชมว่าลูกทำถูกต้องแล้ว ให้จับตาดูไว้ว่าทางฝ่ายโน้นคิดจะทำอะไรเพราะการเปลี่ยนแปลงทุกกอย่างมีผลกับเรา ดารารายรำพึงว่า ถ้านักรบไม่หายไทเกอร์คิงคงจะล้ม

"เราจะไม่เสียเวลากับไม้ใหญ่ที่ตายแล้ว...ลูกยังไม่ได้ รักนักรบใช่ไหม"

"คนเดียวที่ลูกรักก็คือคุณพ่อค่ะ ถัดมาก็ตัวลูกเอง นักรบคือหน้าที่ของลูก คุณพ่อพูดถูกแล้วค่ะ ลูกจะไม่เสียเวลากับไม้ใหญ่ที่ล้มตาย เพราะดาวดวงนี้คู่ควรกับต้นไม้ที่ชูยอดขึ้นเสียดฟ้าได้เท่านั้น"

สองพ่อลูกอิงแอบกันอย่างภูมิใจในกันและกัน

ooooooo

ที่ตลาดสด...เช้าวันนี้ทองใบในวัยประมาณ 60 ปี ขี่ซาเล้งมีหลังคามุงด้วยพลาสติกใส บรรทุกผักสดปลอดสารพิษไปร้องขาย บรรยายสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ และรักษาสุขภาพซ้ำยังขายถูกมากด้วย ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายผักในตลาดไม่พอใจ พากันต่อว่าอย่างรุนแรง

ทองใบตอบโต้ซื่อๆตามความเป็นจริงแถมติดตลกนิดๆด้วย แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าไม่ขำด้วยหาว่ามาขายตัดราคากัน ทองใบอ้างว่าตนลงทุนแค่นี้จะขายแพงไปทำไมใจจริงอยากให้ฟรีด้วยซ้ำถือว่าทดลองตลาด ว่าแล้วก็ป่าวประกาศว่า

"เออ...ก็ดีเหมือนกัน ให้ฟรีเลยดีกว่า เอาไปเลยจ้ะ อยากกินผักอะไรเอาไปเลย ฟรียกแผงลองไปกินดูว่าผักปลอดสารพิษมันดียังไง ฟรี! เอาไปเลยฟรีๆ!!"

พวกแม่บ้านไม่เว้นแม้แต่คนขายของในตลาดพากันมากลุ้มรุมหยิบผักจากซาเล้งของทองใบกันชุลมุน พวกแม่ค้าทนไม่ไหว เอาผักที่แผงตัวเองมายัดปากทองใบ บ้างเอามาปาเอามาขยี้ใส่หัว รุมหัวจนทองใบล้มลงไปที่ถนนร้องโอดโอย ดอกจันกับโอ๋เดินมาจากอีกทางเห็นเข้ารีบวิ่งไปช่วยเหลือแต่ พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ยังมะรุมมะตุ้มไม่เลิก โอ๋เลยบีบปากเป่า "เปี้ยวววว" แล้วร้อง
ตะโกน "ตำรวจ! ตำรวจ! ตำรวจ!"

แค่นั้นพวกพ่อค้าแม่ค้าก็หนีแบบตัวใครตัวมัน ดอกจันจึงประคองทองใบขึ้นในสภาพสะบักสะบอมแว่นตาห้อยต่องแต่งที่ใบหูข้างเดียว พอมีคนมาช่วยทองใบก็คอพับหมดแรง

เมื่อได้ดมยามีแรงขึ้นบ้าง ทองใบขอบใจดอกจันกับโอ๋ที่มาช่วย โอ๋ถามว่าตาเพิ่งมาอยู่หรือไม่เคยเห็นหน้าเลยบอกว่าถามให้รู้ไว้เผื่ออีกหน่อยจะได้คุ้มครอง เลยถูกดอกจันผลักหัวจนหน้าหงายหมั่นไส้ที่โอ๋จะทำตัวเป็นอันธพาล แล้วบอกให้เอากับข้าวกลับไปให้อุ่นใจเดี๋ยวตนจะพาลุงไปหาหมอก่อน

ooooooo

ที่สถานีอนามัยเล็กๆแถวนั้น ดอกจันพาทองใบไปรักษาที่นั่น ทองใบเล่าว่า ตนเพิ่งมาอยู่ที่นี่ตั้งใจว่า จะมาทำสวนปลูกผักเล็กๆน้อยๆเหลือก็เลยเอามาขาย แต่ผักตนเป็นผักปลอดสารพิษ ไม่ต้องซื้อยาฆ่าแมลงมันก็เลยถูก ยิ่งวันนี้แจกฟรีก็เลยโดนอย่างที่เห็น

"ลุงไปขายที่อื่นดีกว่า แถวนั้นมาเฟียเยอะ เดี๋ยววันหลังหนูพาไป"

ดอกจันกับทองใบต่างบอกชื่อกัน ดอกจันถามว่าทองใบอยู่คนเดียวหรือลูกเมียไปไหนหมด ถามไม่ทันขาดคำ ก็เห็นทองทิวเดินหน้าตั้งมา เขาปราดเข้าไปหาทองใบเพราะดอกจันนั่งอยู่หลังเสามองไม่เห็น

"พ่อเป็นยังไงบ้าง" ถามแล้วจึงเห็นดอกจัน เขาอุทานอย่างคิดไม่ถึง "เธอ..."

ดอกจันอ้าปากค้างเหมือนถูกผีหลอกเมื่อมาเจอทองทิวที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำเข้าจังๆ

ทองทิวถามพ่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทองใบตอบกวนๆว่าก็เป็นอย่างที่เห็น ดอกจันหมั่นไส้เลยด่าไปว่า "ยังจะมีหน้า

มาถามอีกเหรอ ไอ้ลูกอกตัญญู!"

แล้วดอกจันก็ด่าเป็นชุดว่าตัวเองแต่งตัวดีขับรถหรูทำงานบริษัทใหญ่โตแต่พ่อคนเดียวเลี้ยงไม่ได้ปล่อยให้มาปลูกผักกินอยู่ในชุมชน แล้วบอกทองใบว่าไม่ต้องกลัวตนจะดูแลลุงเอง

ทองทิวพูดอย่างรำคาญหูว่าเพ้อเจ้อ แล้วชวนทองใบกลับบ้าน ดอกจันไม่ให้ไปเลยโต้เถียงยื้อยุดทองใบกันอยู่ตรงนั้น สุดท้ายทองใบตะโกนให้หยุดทั้งสองจึงหยุด ทองใบมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจว่าสองคนนี้มาทะเลาะกันได้ยังไง แล้วบอก ดอกจันว่า

"ขอบใจนะหนูดอกจัน ลุงกลับกับไอ้ทิวก็แล้วกันแล้วเราค่อยเจอกันใหม่"

ดอกจันเลยต้องพยักหน้ายอมแพ้ แต่พอไปถึงกลางทางทองใบก็ให้ทองทิวจอดรถตนจะลง ที่มาด้วยก็เพราะเกรงใจดอกจันเท่านั้นเอง ไล่ทองทิวว่า

"แกจะไปหาเงินที่ไหนก็ไปเหอะอย่ามายุ่งกับตาแก่ อย่างฉันเลย ชีวิตฉันพอเพียงโว้ย...ไม่ได้โลภมากไม่รู้จักพอ เห็นเงินเป็นพระเจ้าอย่างแกหรอก ฉันขออยู่อย่างสุขใจแต่ ไร้เกียรติ ส่วนแกจะไปไหนก็ไปเหอะ"

พอทองใบลงจากรถเดินไป ทองทิวพยายามร้องเรียกให้กลับมาก่อน บ่นว่าไปกันใหญ่แล้ว

"แกสิไปกันใหญ่ กลับตัวกลับใจกลับความคิดเสียใหม่ ยังไม่สายนะไอ้ทิว ชีวิตคนไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุขแบบรู้จักตัวเองหรอก" ทองใบหันกลับมาพูดแค่นั้นแล้วเดินจากไป ทองทิวยืนมองตามหลังไปอย่างไม่เข้าใจพ่อตัวเอง

ooooooo

ดอกจันกลับไปเล่าให้พ่อฟังขณะเอาดอกไม้สดไปเปลี่ยนใส่แจกันว่า

"พ่อรู้ไหม วันนี้หนูไปเจอใครมา...ก็ไอ้โจรใส่สูทเพื่อนไอ้นักรบนั่นไง หนูเพิ่งรู้นะว่านอกจากมันจะเลวแล้วมันยังเป็นลูกอกตัญญูอีกต่างหาก ตัวเองออกจะร่ำรวยแต่ดันไม่เลี้ยงดูพ่อ ปล่อยให้มาปลูกผักขาย คนแบบนี้หนูมั่นใจเลยว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่มีวันเจริญหรอก! เกลียดนักไอ้พวกที่ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ตัวเอง ปล่อยให้ท่านตกระกำลำบาก"

ที่แท้ดอกจันคุยกับรูปของพ่อบนหิ้ง ทำความสะอาดปัดฝุ่นเสร็จก็นั่งลงคุยต่อ

"ทำไมคนแบบนั้นมันถึงได้ครอบครองสิ่งที่เขาไม่เห็นคุณค่า แต่หนูกลับต้องเสียพ่อที่หนูรักไป...ทำไมฟ้าถึงไม่เอาพ่อแม่พวกเขาไปแล้วเอา พ่อของหนูกลับคืนมา" พูดแล้วก็ร้องไห้ คิดถึงพ่อ พอนึกได้ก็รีบเช็ดน้ำตาจนแห้งพูดขำๆกับพ่อว่า "ฮั่นแน่ พ่อกำลังจับผิดหนูใช่ไหม หนูไม่ได้ร้องไห้หรอกน่า ฝุ่นมันเข้าตา"

ดอกจันคุยกับรูปของพ่อราวกับท่านนั่งอยู่ตรงหน้าพยายามทำเป็นเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็ทนความจริงที่โดดเดี่ยวเจ็บปวดไม่ได้ ร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม...

ooooooo

ทองทิวกลับไปทำงานที่ไทเกอร์คิง นายิกาดูพาดหัวหนังสือพิมพ์ที่ว่า "ลือไทเกอร์คิงระส่ำเหตุประธานโคม่าใกล้ตาย" โกรธจนขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้ง ทองทิวบอกว่าฉบับอื่นๆก็ลงเหมือนกัน

"ไปสืบมาว่าใครปล่อยข่าวฉันจะจัดการมัน!" นายิกาบ้าดีเดือด แต่พอทองทิวท้วงติงว่าสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องทำให้ทุกคนเห็นว่านักรบยังมี ชีวิตอยู่ นายิกาก็ชะงักเปลี่ยนเป็นสั่งว่า "โทร.ไปแจ้งโรงพยาบาล ฉันจะรับตัวนักรบกลับวันนี้!"

ส่วนที่บ้านนิมมาน หลังจากไปพบนักรบเองและได้ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ นักคิดบอกแม่ว่าตนรู้แล้วว่านักรบเป็นอะไร ครั้นนิมมานถามว่ารู้ได้อย่างไร เขาเอาข้อมูลใหม่ ให้แม่ดู

"นักข่าวคนนึงส่งคลิปวันแถลงข่าวของไอ้นักรบกับแม่มันมาให้ผมดู" พูดพลางเปิดคลิปให้นิมมานดูบอกแม่ว่า "ไอ้นักรบมันความจำเสื่อมมันถึงได้ทำท่าแปลกๆกับเราในวันนั้นไงคุณแม่"

นิมมานดูคลิปและข้อสรุปจากนักคิดแล้ว ถึงกับยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

ooooooo

แล้วปริศนาในการเข้าฝันอุ่นใจของเอื้อก็มีคำตอบ เมื่อส้มโอคนในชุมชนที่เอากล้องวีดิโอมาให้เอื้อซ่อมมารับกล้องคืน เปิดดูเจอสิ่งที่เอื้อบันทึกไว้ อุ่นใจ จึงรู้ว่าเอื้อจงใจฆ่าตัวตายเพราะใคร! และที่เอื้อบอกในฝันว่า "จะสอนบทเรียนกับคนคนหนึ่ง" นั้นหมายถึงใคร บอกดอกจันว่า

"พี่เอื้ออัดวีดิโอทิ้งไว้แบบนี้ ก็เพราะต้องการจะบอกพวกเราว่าเกิดอะไรขึ้น พี่เอื้ออยากให้พวกเรารู้"

อุ่นใจโผเข้ากอดดอกจัน ร้องไห้อย่างเจ็บปวดเคียดแค้น ดอกจันพลอยร้องไห้ไปด้วย

ooooooo

นักรบถูกรับตัวออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน ตลอดทางที่นั่งรถมานายิกานั่งคอแข็งไม่พูดไม่จาจนถึงบ้าน ทองทิวเปิดประตูรถบอกนักรบว่าถึงบ้านแล้ว

พอลงจากรถบรรดาคนรับใช้ในบ้านพากันมาตั้งแถวต้อนรับยกมือไหว้เอ่ยยินดี ต้อนรับกลับบ้านกันพร้อมเพรียง นักรบมองทุกคนงงๆ แล้วจู่ๆก็เดินเข้าไปยกมือไหว้ป้าที่เป็นแม่ครัวและคนที่ทำความสะอาดเยี่ยง เด็กไหว้ผู้ใหญ่ เอ่ยขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับ ทั้งยังพูดอย่างฝากตัวว่า "รบกวนด้วยนะครับ"

นายิกาทนดูไม่ได้เดินเชิดเข้าบ้านไป ส่วนทองทิวก็ต้องเข้าไปจับมือนักรบให้เลิกไหว้แล้วพาเข้าบ้าน จากนั้นนายิกาก็สั่งทองทิวว่า ภายในสิบสองชั่วโมงเขาต้องป้อนข้อมูลทั้งหมดเข้าหัวนักรบก่อนที่เราจะแถลง ข่าวพรุ่งนี้เช้า และนับแต่พรุ่งนี้เขาต้องเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้จนกว่านักรบจะกลับมาเป็น ปกติ

ตกเย็นทองทิวเริ่มงานทันที เริ่มด้วยการบอกนักรบให้เลิกเรียกตนว่าคุณและไม่ต้องพูดคำว่าครับ เพราะนักรบคนเดิมจะไม่เคยพูดคำเหล่านี้ แต่นักรบก็จำไม่ได้จนทองทิวถอดใจเปลี่ยนเป็นให้จำใบหน้าคนรอบตัวเขา โดยดึงรูปของแต่ละคนขึ้นมาให้ดูและแนะนำว่าเป็นใครสัมพันธ์กันอย่างไร

อันดับแรกคือดารารายที่เป็นคู่หมั้นของเขาหมั้นกันมาสองปีแล้ว นักรบดูแล้วถามว่าจริงหรือทำไมไม่เห็นมีรูปคู่ ของตนกับดาราราย ทองทิวบอกว่าเพราะเขาไม่ชอบถ่ายรูปและไม่ชอบยิ้มด้วย นักรบถามขำๆว่า ในโลกนี้มีคนแบบนี้ด้วยหรือ ทองทิวดึงรูปของนิมมานกับนักคิดขึ้นมาบอกว่าสองคนนี้คือตัวแสบที่เขาต้อง ระวัง...

จากนั้นเอาแฟ้มมาตั้งกองท่วมหัวจนนักรบมองกลุ้มๆ

บุคคลต่างๆ ที่ทองทิวปริ๊นต์รูปออกมาให้ดู แล้วทองทิวก็ต้องปวดหัวเมื่อนักรบยกมือไหว้รูปซูซี่ โอบกอดจอมภพ ตบไหล่รัฐมนตรีตุลย์พ่อของดาราราย

จากการทดสอบและป้อนข้อมูล ปรากฏว่าสมองของนักรบเปลี่ยนเป็นตรงข้ามหมด แม้แต่กลิ่นดอกราตรีที่เคยสั่งคนใช้ให้ตัดทิ้งเพราะกลิ่นรบกวนสมาธิ บัดนี้ก็กลับชอบบอกว่าหอมดีเผื่อวันไหนเครียดๆจะได้ลงมาดมกลิ่นชื่นใจดี

แม้แต่อาหารที่เคยไม่ถูกปากจนจะไล่แม่ครัวออก แต่คราวนี้อาหารแบบเดียวกันกลับบอกว่าอร่อยดี ทั้งยังชวนป้าแม่ครัวมานั่งกินข้าวด้วยกันอีก จนนายิกาเดินผ่านมาเห็นมองมึนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ooooooo

เห็นสภาพของนักรบแล้ว นายิกาเรียกทองทิวไปสั่งเข้มว่านักรบจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ย้ำว่า

"เธอต้องย้ำให้นักรบรู้สถานะของตัวเองว่าเป็นใคร คนรอบข้างอยู่ในฐานะไหน ลูกชายฉันคือเสือไม่ใช่ลูกหมาที่เจอใครก็กระดิกหางให้ไปหมด" นายิกาเหวี่ยงใส่แล้วเดินออกไป ทองทิวถอนใจเฮือก

ครั้นเคี่ยวเข็ญนักรบมากเข้า เขาก็บอกทองทิวว่า "ผมไม่ชอบ ผมไม่อยากเป็นนักรบคนนั้น!" เมื่อถูกทองทิวฝึกหนักเข้าทนไม่ไหว เลยต่อยเปรี้ยงจนทองทิวหงายผลึ่ง พูดได้แค่ว่า

"อูยยย...โอย หมัดหนักเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย แล้วบอกว่าไม่อยากเป็นนักรบคนเดิม"

ที่บ้านนิมมาน สองแม่ลูกทดลองเอาคลิปที่ได้มาฉายขึ้นจอทีวี แล้วชนแก้วกัน นิมมานพูดกระหยิ่มว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันอวสานของไอ้นักรบกับแม่ของมันแน่นอน!"

ooooooo

คืนนี้ นักรบนอนฝันร้าย ภาพความฝันที่กระแทกเข้ามาทีละเรื่อง ตั้งแต่ที่นักรบจะทำร้ายโอ๋

อุ่นใจล็อกตัวนักรบที่ห้องน้ำแล้วล้มไปด้วยกัน และสุดท้ายภาพอุบัติเหตุของเอื้อ มันเร็ว รุนแรง กระแทกกระหน่ำเข้ามาจนนักรบปวดหัวทนไม่ไหวร้องลั่น "โอ๊ย..โอ๊ย..ช่วยด้วย!"

นายิกาวิ่งเข้ามาถามว่าเป็นอะไร พอนักรบบอกว่าปวดหัวมาก ทองทิวจะไปตามหมอ ก็ถูกสั่ง

"ไม่ต้อง! ไปเอามายามา ฉันไม่อยากส่งนักรบกลับเข้าโรงพยาบาล ไม่งั้นหุ้นไทเกอร์คิงจะตกอีก" แล้วหันมาปลอบประโลมนักรบ "ไม่เป็นไรมากใช่ไหมลูก ทนกินยาไปก่อนได้ไหม"

นักรบจำต้องพยักหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดกับชีวิตที่จะป่วยก็ไม่ได้จะตายก็ไม่ได้...

ooooooo

เช้าวันนัดแถลงข่าว บรรดานักข่าวพากันมาอออยู่เต็มหน้าตึกไทเกอร์คิง พอรถของนักรบมาถึงก็กรูกันเข้าไปจะสัมภาษณ์ ซูซี่จอมจุ้นแหวกทุกคนเข้าไปบอกว่าขอเวลาให้คู่รักได้ทักทายกันก่อน แล้วเปิดทางให้ดารารายประคองช่อดอกไม้ไปมอบให้นักรบเอ่ยเสียงหวาน

"ขอต้อนรับกลับสู่ไทเกอร์คิงนะคะ"

"เอ้า ถ่ายสิคะ ถ่ายรูปไปลงเลยค่ะ" ซูซี่บอกพวกนักข่าว ดารารายกับนักรบยืนคู่กัน เธอยิ้มหวานให้กล้องในขณะที่นักรบยิ้มเฝื่อนๆ เพราะยังไม่รู้สึกคุ้นเคยกับดาราราย จากนั้นนายิกาบอกให้เข้าไปคุยกันข้างใน แต่ไม่ทันพานักรบเข้าตึก จอมภพที่ดักอยู่ถามว่าหายดีแล้วหรือ นายิกาชิงตอบแทนนักรบ จอมภพจึงบอกนายิกาว่าตนพาลูกชายมาแนะนำให้รู้จักเพราะนักรบยังไม่เคยเจอ ย้ำว่า

"ต่อไปจอมทัพจะมาดูแลฟีนิกซ์แทนผม  คงจะไม่ทำให้ไทเกอร์คิงหนักใจนะครับ"

นักรบเอ่ยยิ้มแย้มว่า "ยินดีครับ" แต่นายิการีบแทรกว่า "ก็ต้องดูกันต่อไป ระหว่างคนที่ทำงานบริหารมาตั้งแต่อายุ 21 กับคนที่เพิ่งมาจับธุรกิจเอาตอน 25 ใครจะต้องเป็นฝ่ายหนักใจกันแน่"

นายิกายิ้มเยาะแล้วพานักรบเดินเข้าข้างใน นักรบยังหันมายิ้มให้จอมทัพ เมื่อไปถึงห้องทำงานเขาถามนายิกาว่าจำเป็นต้องพูดถึงขนาดนั้นเลยหรือ นายิกาย้ำว่า "พวกมันเป็นศัตรู!"

"ทั้งๆที่ผมยังไม่ทันจะพูดกับเขาสักคนเนี่ยนะครับ" นายิกาไม่ตอบหยิบแฟ้มมาเปิดดูอย่างไม่สนใจนักรบ เขาพูดอีกว่า "อย่างน้อยคุณจอมทัพคนลูกก็ท่าทางเป็นคนดี ผมว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้"

"สำหรับคนที่ต้องการเป็นที่หนึ่ง ไม่มีคำว่าเพื่อนในวงการธุรกิจ!" นายิกาเสียงเข้มจนนักรบอึ้ง แล้วก็ส่งแฟ้มให้นักรบ "อ่านรายงานทั้งหมดนี่ซะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว"

นักรบมองแฟ้มเหล่านั้นอย่างเบื่อหน่าย

ooooooo

ดอกจันเอาแผ่นซีดีที่เอื้ออัดเสียงไว้เหน็บใส่ กระเป๋ากางเกงด้านหลังไปกับอุ่นใจเตรียมจะลุยไปแฉความเลวร้ายของนักรบ แต่ไปเจอทองทิวเข้าเขาไม่ยอมให้เข้าบริษัท อุ่นใจบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับนักรบ
ทองทิวดักคอว่าจะขอเงินอีกเหรอ วันนั้นให้ก็ไม่เอาเองเปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ทันแล้ว บอกว่าวันนี้บริษัทมีงานใหญ่

อย่ามาก่อเรื่องอีกเลย แล้วตัดสินใจเอาเงินส่วนตัวให้อุ่นใจไปก่อน อุ่นใจปัดเงินทิ้งอย่างโมโห ดอกจันบอกอุ่นใจว่าอย่าเสียเวลากับพวกนี้เลยให้อุ่นใจเข้าไปตนจะขวางนายนี่ ไว้เอง

ดอกจันไล่อุ่นใจเข้าไป ลืมสนิทว่าแผ่นซีดีอยู่ในกระเป๋าหลังของตัวเอง

ทองทิวจะวิ่งไปดักอุ่นใจ ถูกดอกจันกระชากไว้แล้วต่อยโครม เลยชกกันนัวเนีย ทองทิวจับแขนดอกจันบิดอย่างแรง อุ่นใจเห็นดังนั้นวิ่งกลับมาช่วยกันเล่นงานทองทิว รปภ.ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู

"เอาสองคนนี้ออกไปจากตึกเดี๋ยวนี้!" ทองทิวสั่ง รปภ. ดอกจันกับอุ่นใจเลยถูกหิ้วออกไป โชคดีที่เจอจอมทัพเข้าพอดี เขาเข้ามาช่วยสองสาวบอก รปภ.ว่าสองคนนี้มากับตน รปภ.เลยจำเป็นต้องปล่อย

จอมภพมองอุ่นใจอย่างสนใจเมื่อรู้ว่าเป็นน้องสาวของเอื้อ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเธอมีแผ่นซีดีจะมาเปิดโปงนักรบด้วย จอมภพจึงขอดู แต่อุ่นใจขอเป็นว่าไปดูพร้อมกับนักข่าวเลยดีกว่ารับรองว่านักรบดิ้นไม่หลุด แน่

"ตกลง งั้นฉันจะพาหนูเข้าไปเอง" จอมภพกระหยิ่มกับหลักฐานเด็ดที่จะเอาผิดกับนักรบได้

ooooooo

เมื่อทองทิวขึ้นกล่าวเปิดแถลงข่าว แจ้งว่าที่ผ่านมา มีข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของนักรบมากมาย วันนี้ไทเกอร์คิงจึงเชิญทุกท่านมาพิสูจน์ความจริงว่านักรบยังแข็งแรงดี แล้วเชิญทุกคนพบกับนักรบ

นักรบเดินออกมาเก้ๆกังๆตื่นๆกับสายตาผู้คนจนเกือบตกบันได ไม่เพียงเท่านั้นยังเดินเตะข้าวของล้มกระจายไปตามทาง ทุกคนเริ่มซุบซิบบ้างก็หัวเราะ นายิการีบแก้ว่านักรบเพิ่งออกจากโรงพยาบาลยังเดินไม่ถนัด

พอทองทิวเชิญนักข่าวตั้งคำถาม นิมมานก็เปิดประตูพรวดเข้ามาพูดเสียงดังว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามแล้ว เพราะวันนี้ไทเกอร์คิงจะเปลี่ยนประธานคนใหม่ พูดจบนักคิดก็ตามเข้ามาอีกคน นักคิดพูดกับทุกคนด้วยเสียงดังฟังชัดว่า

"ทองทิวกับคุณป้านายิกาปกปิดความลับบางอย่างไว้ ทุกท่านทราบไหมครับว่านายนักรบมีอาการผิดปกติ" ทองทิวแทรกขึ้นทันทีว่าพูดเพ้อเจ้อ นักคิดโต้ทันควันว่า "ถ้าฉันเพ้อเจ้อ ฉันจะมีคลิปวันแถลงข่าวครั้งที่แล้วไว้ในมือได้ยังไง" พูดแล้วนักคิดเรียกวิทยุไปทางห้องควบคุม "เปิดคลิปเลย!"

เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงสั่งเปิดคลิปก็หันไปหยิบมือถือของนักคิดที่ทิ้งไว้มาเสียบเข้ากับเครื่องฉาย นักรบมองหน้าทุกคนแล้วยกมือขึ้น "หยุดก่อนครับ ผมอธิบายได้..." นักรบลุกขึ้นเท้าไปเขี่ยเกี่ยวสายไฟเครื่องฉายดับลงทันที ทุกคนฮือฮา นักคิดคำรามอย่างแค้นใจว่า

"ไอ้นักรบ! แกจงใจใช่ไหม!" นักคิดตะโกนแล้วจะขึ้นไปชกนักรบ การ์ดรีบเข้ามาดึงตัวไว้ ทองทิวฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุนวิ่งไปด้านหลัง สั่งเจ้าหน้าที่ให้ต่อสายเครื่องฉายใหม่

ทองทิวเห็นโทรศัพท์ของนักคิดจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วลบคลิปงานแถลงข่าวทิ้งกดหาคลิปใหม่

ส่วนนิมมานก็ตะโกนให้ซ่อมเครื่องฉาย พลันจอฉายวีดิโอก็ติดขึ้นอีกครั้ง นักคิดหัวเราะอย่างผู้ชนะ แต่พอภาพปรากฏบนจอกลายเป็นงานปาร์ตี้ไฮโซเต็มไปด้วยชายหญิงหลายคู่แต่งแฟนซี นักคิดหน้าเสียเริ่มเอะใจ จนภาพที่ฉายออกมาเป็นนักคิดถูกจับสวมเสื้อชั้นในทับเสื้อยืดมีหญิงสาวคลอเคลียเมากันสุดๆ

นิมมานกับนักคิดตกใจ นายิกาได้ทีประณามทันทีว่านักคิดเป็นพวกวิปริตน่าอายที่สุด นิมมานอับอายจนทนไม่ได้กล่าวอาฆาตแล้วพานักคิดออกไปจากที่ประชุม นายิกาถามอย่างท้าทายว่ามีใครจะแฉอะไรอีกไหมถ้ามีก็รีบๆแฉเสีย

"ผมมี!" เสียงจอมภพดังขึ้นพร้อมกับลุกยืน อุ่นใจลุกตาม ทำเอานายิกาแทบช็อก

ทองทิวอยู่ข้างหลังรีบวิ่งออกไป จอมภพแนะนำว่าอุ่นใจเป็นน้องสาวของเอื้อพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ตายไป นายิกาถามเธอต้องการอะไร อุ่นใจพูดเสียงดังอย่างแค้นใจว่า

"ฉันมีหลักฐานที่จะให้ทุกคนรู้ว่าพี่เอื้อตายเพราะใคร!"

แต่พอจะเอาซีดีจากดอกจันมาเปิด ปรากฏว่าซีดีหาย! อุ่นใจแทบช็อก ส่วนจอมภพตวาดอย่างเอาเรื่องว่าสองคนหลอกตน นายิกาเลยยิ่งได้ทีเยาะเย้ยว่าถ้าเป็นลิเกก็ไปเล่นวิกอื่นเพราะตนเสียเวลามามากพอแล้ว พลันก็เรียกการ์ด พริบตาเดียวการ์ดก็กรูกันเข้ามาคุมทั้งสี่คนไว้

ขณะนั้นเองดอกจันมองไปที่เวทีเห็นทองทิวโผล่มาโบกแผ่นซีดีเย้ยอยู่ข้างหลัง ดอกจันจำได้ว่าเป็นแผ่นนั้น ที่แท้เธอทำหล่นขณะมะรุมมะตุ้มอยู่กับทองทิวนั่นเอง

ในที่สุด ทั้งสี่คนก็ถูกการ์ดเชิญตัวออกไปจากห้องประชุม จอมภพด่าอุ่นใจกับดอกจันว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ  ด่าจอมทัพว่าลดตัวลงไปคลุกคลีกับคนพวกนี้ได้ยังไง ในที่สุดจอมทัพเลยต้องพาจอมภพออกไป แต่ก็ยังหันมาบอกอุ่นใจว่า "ผมไปก่อนนะอุ่นใจ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน"

ooooooo

ในห้องแถลงข่าว นายิกาถูกบรรดาผู้บริหารคาดคั้นอย่างหนักถึงสภาพที่แท้จริงของนักรบ นายิกาก็ยังปากแข็งว่านักรบไม่เป็นอะไร

ขณะที่นายิกากำลังโต้เถียงหน้าดำหน้าแดงกับบรรดาผู้บริหารนั้น นักรบเห็นกีตาร์วางอยู่ก็หยิบขึ้นมาเล่นและร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอันไพเราะมีความสุข เสียงกีตาร์และเสียงร้องเพลงทำให้ศึกน้ำลายหยุดทันที ทุกคนมองไปที่นักรบ ทองทิวฉวยโอกาสช่วยสร้างภาพทันที ประกาศว่า

"เห็นไหมครับ นี่คือข้อพิสูจน์ว่าคุณนักรบก็ยังเป็นคุณนักรบคนเดิม ที่ยังมีการสะกดและจูงใจทุกคนได้เสมอ แล้วแบบนี้จะเรียกว่าคุณนักรบไม่ปกติได้ยังไงล่ะครับ ฮ่ะๆๆๆ"

แต่นักรบดีดกีตาร์ได้ครู่เดียว ภาพหลอนต่างๆก็กระทุ้งกระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงจนเขาปวดหัวร้องลั่น "โอ๊ย!" แล้วมองไปรอบๆด้วยแววตากร้าวกระด้าง ตะคอกดุดัน

"จะอะไรกันอีก! ต้องการอะไรกันนักเรอะ! มันจะสงสัยอะไรกันนักหนา งานการที่ทำอยู่เสร็จแล้วรึยัง! ออกไป ฉันบอกให้ออกไป!" ตะโกนเสร็จก็ทำท่าจะล้ม นายิการีบเข้าไปประคอง ทองทิวฉวยโอกาสประกาศปิดการแถลงข่าวแค่นี้ แล้วช่วยนายิกาประคองนักรบออกไปท่ามกลางความงุนงงของทุกคน

ooooooo

เมื่อนักรบรู้สึกตัวดีขึ้น เขาถามงงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน นายิกาบอกว่าเขาเครียดเกินไปเลยหมดสติ ทองทิวเสนอให้ไปหาหมอดีไหม นักรบไม่ไปแต่ขออยู่คนเดียวสักพัก

พอนายิกากับทองทิวออกไป เขาก็นั่งถามลอยๆงงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ด้วยความรู้สึกเบื่อๆเซ็งๆ นักรบจึงเดินออกไปข้างนอก เห็นลูกแมวกำลังจะข้ามถนน รถมอเตอร์ไซค์ขี่มาจะทับมิ

ทับแหล่ นักรบพรวดเข้าไปช่วยลูกแมวไว้ได้ อุ้มลูกแมวขึ้นมาอย่างรักใคร่ห่วงใย

อุ่นใจเดินเข้ามาหาเขาเหมือนคอยอยู่ ถามว่าจำตนได้ไหม นักรบยิ้มกว้างร้องอ๋อ จำได้เพราะเมื่อคืนยังฝันถึงเธออยู่เลย พออุ่นใจถามว่า "ว่าไงนะ" นักรบก็ตอบซื่อๆว่า

"ผมฝันถึงคุณ ฝันว่าคุณกอดผมแล้วเราก็ล้มไปด้วยกันบนพื้น"

อุ่นใจฉุนขาดด่าว่าสมองของเขาจำได้แต่เรื่องพวกนี้หรือ นักรบไม่สนใจหันไปโอ๋ลูกแมวที่เลียมือเขา ถามว่าหิวหรือเดี๋ยวจะหานมให้กิน แล้วบอกอุ่นใจ "ขอตัวแป๊บนะคุณ" พลางอุ้มลูกแมวเดินออกไป

อุ่นใจมองตาม งงเป็นไก่ตาแตกว่ามันอะไรกัน แล้วรีบตามไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:54 น.