ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังรู้จากทองทิวว่าเอื้อเป็นอัมพาตไปครึ่งตัว นายิกากังวลใจกลัวสาวเรื่องมาถึงปัญหาประกันภัยแล้วจะทำให้ไทเกอร์คิงเสีย ชื่อ บ่นอย่างหงุดหงิดว่ารนหาที่เองแท้ๆ ถามว่านักรบอยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ที่ห้องประชุม นายิกาก็รีบไปทันที

ที่ห้องประชุม นักรบกำลังพูดกับทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า

"ผมเข้าใจว่าทุกคนคงจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับบริษัทเมื่อคืนนี้แล้ว ขอให้รู้ว่าผมไม่ได้นิ่งนอนใจ" เขาพูดทิ้งช่วงกวาดตามองทุกคนเหมือนจะพูดเรื่องช่วยเหลือเอื้อ แต่เปล่า กลายเป็นว่า "ผมจะพยายามหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบ กับไทเกอร์คิงอย่างเด็ดขาด!"

ระหว่างนั้นที่หน้าบริษัท รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าตึก รปภ.เขม้นมองแล้วรีบเข้าไปเปิดประตูรถอย่างนอบน้อม ผู้ที่ก้าวลงจากรถ คือนิมมานและนักคิด สองแม่ลูกที่พอลงจากรถก็ยืนเชิดอยู่หน้าตึกก่อนจะเดินเข้าไป

นิมมานคือน้องสาวแท้ๆของนายิกา ที่วันๆอยู่แต่กับการเริงร่าปาร์ตี้ ทำงานไม่เป็น ซ้ำยังมีจิตใจอิจฉาริษยาอย่างร้ายกาจ ซึ่งก็พอๆกับนักคิดที่เป็นลูกชายเพลย์บอยไม่เอาถ่าน จึงมักถูกนักรบว่าเอาอย่างไม่ไว้หน้าต่อหน้าธารกำนัลเสมอ จนนักคิดเก็บความแค้นไว้คอยวันเอาคืนตลอดเวลา

การประชุมบอร์ด เพื่อหาทางปกปิดเรื่องพนักงานบาดเจ็บจนพิการ ไม่ให้เรื่องกระทบถึงบริษัท ขณะที่ทุกคนกำลังคิดกันอยู่นั้น ที่ประชุมก็ปั่นป่วนทันทีเมื่อสองแม่ลูกเข้าไปปรากฏตัว

"เข้ามาได้ยังไง! ฉันกำลังประชุมอยู่ ออกไป!" นายิกา ลุกขึ้นตวาดไล่อย่างไม่ไว้หน้า

นิมมานแค่นยิ้มอ้างว่าตนกับนักคิดก็เป็นบอร์ดบริหารของไทเกอร์คิงเหมือนกัน ย่อมมีสิทธิ์ที่จะฟัง เยาะเย้ยว่า "อยากรู้ เหมือนกันว่าคุณพี่กับลูกชายมีวิธีไหนที่จะไม่ทำให้โล่ "บริษัทจัดการดีเด่น" อันนี้มัวหมองเพราะอุบัติเหตุเมื่อคืนนี้"

เมื่อนิมมานเปิดฉาก นักคิดช่วยอีกคน เลยกลายเป็น แม่กับแม่ทะเลาะกันและลูกกับลูกเถียงกัน ความขัดแย้งที่คุกรุ่น มานานเกือบระเบิดออกมาเป็นการใช้กำลัง ทองทิวซึ่งดูสถานการณ์ อยู่แล้วหาทางแก้ด้วยการเชิญทุกคนไปที่ห้องรับรองเพราะคอฟฟี่ เบรกมาแล้ว

ทองทิวกับเลขาฯช่วยกันเชิญบอร์ดคนอื่นๆออกไปจากห้องอย่างลุกลี้ลุกลน พอออกมากันแล้วเขามองเข้าไปในห้องประชุม พึมพำอย่างระอาใจ

"สงครามกลางเมืองอีกแล้ว..." พลางก็เอาหูแนบแอบฟังเสียงข้างใน

ooooooo

ในห้องประชุมจึงเหลือแต่นายิกา นิมมาน นักรบ และนักคิด ทั้งหมดโต้เถียงกันเรื่องผลประโยชน์ และความรับผิดชอบต่อการงาน   ฝ่ายนายิกาด่านิมมาน กับนักคิดว่าทำอะไรไม่เป็นคอยแต่จะกินแรงคนอื่น ส่วนนักคิดก็โต้ว่าคุณป้านั่นแหละที่กีดกันไม่ให้ตนเข้ามาทำงานที่นี่

"ก็เพราะนายไม่มีความสามารถพอไง บริษัทนี้ต้องการคนเก่งระดับหัวแถว ไม่ใช่นักเรียนหลังห้องที่ปริญญาสักใบก็ยังต้องใช้เงินซื้อมา" นักรบปรามาสตราหน้านักคิดอย่างเจ็บแสบ

"ไอ้นักรบ!" นักคิดพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อนักรบเงื้อหมัดจะต่อย แต่นักรบหลบทันและจับแขนบิดจนนักคิดร้องลั่น พอเห็นลูกตัวเองเสียท่า นิมมานจึงเข้าไปช่วยประคองนักคิดลุกขึ้นถอยออกมา

"กลับไปได้แล้วทั้งสองคน แล้วก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี่อีก ที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเธอ!" นายิกาตวาดไล่ นิมมาน จ้องหน้าพี่สาวกัดฟันกรอด พูดอย่างอาฆาตว่า

"อย่าคิดว่าจะกีดกันพวกฉันได้ตลอดนะ! ยังไงบริษัทนี้ก็เป็นของฉันครึ่งหนึ่ง ฉันจะกลับมาทวงสิทธิ์ของพวกฉันคืนแน่ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม!" ว่าแล้วสะบัดหน้าพานักคิดกลับไป

ooooooo

อุ่นใจกับโอ๋เสียใจและสงสารเอื้อมากที่ต้องมาเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ แต่เอื้อกลับเข้มแข็งเป็นฝ่ายให้กำลังใจน้องและลูก ปลอบใจว่า

"ไม่ต้องกังวลนะอุ่น พี่เชื่อว่าเราทำดีความดีก็จะเกื้อกูลเรา ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น"

"หมอบอกว่าพี่เอื้อกำลังใจดีมากผิดจากคนไข้ทั่วไปที่มักจะเสียขวัญพอรู้ว่า ตัวเองจะไม่เหมือนเดิม" อุ่นใจเล่าให้ ดอกจันฟังขณะยืนดูเอื้อใช้ไม้เท้าประคองตัวเองพยายามหัดเดิน ดอกจันฟังแล้วถามว่าแล้วอุ่นใจจะกังวลใจทำไม

อุ่นใจจึงบอกเพื่อนรักว่าเอื้อมีความหวังมากว่าบริษัท จะช่วยเขาให้กลับมามีชีวิตปกติเร็วๆ แต่ตนได้สัมผัสนักรบแล้วหวั่นใจว่า "พี่เอื้อต้องฝันสลายแน่"

และความจริงที่ไทเกอร์คิงก็คือ นักรบเรียกทองทิวไปถามว่าเอื้อพิการแค่ไหน พอรู้ว่าตั้งแต่สะโพกลงไปเดินได้ แบบลำบากเต็มที แล้วทองทิวก็เสนอว่า

"เท่าที่ผมไปดูประวัติ หมอนี่เป็นคนดีนะครับ เป็นพนักงานดีเด่น เราน่าจะโยกให้ไปทำด้านอื่นได้"

"ยังไงก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าคนปกติ" นักรบพูดแล้วมองหน้าทองทิวนิ่งก่อนสั่งเลือดเย็นว่า "ให้ออกไปซะ!"

ทองทิวสะดุ้งพยายามบอกว่าเอื้อไม่ได้ทำผิดอะไร เจ็บตัวแล้วยังถูกไล่ออกอีกจะดีหรือ แต่นักรบไม่ฟังสั่งทองทิว ให้รับผิดชอบไปตามความเหมาะสม ย้ำว่า "แต่ไทเกอร์คิงจะไม่เลี้ยงนายเอื้อเด็ดขาด!"

ความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมที่นักรบพูดคือ ทองทิว ไปจัดการชำระค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด ทำให้เอื้อยิ่งมั่นใจว่าไทเกอร์คิงไม่ทิ้งตน ชมว่านักรบเป็นคนมีเมตตา

"มีเมตตาหรือว่าสร้างภาพ" อุ่นใจยังไม่เชื่อ กลับถูกพี่ชายหาว่ามีอคติ

ออกจากโรงพยาบาลกลับมาที่ชุมชนคนใจดี เอื้อได้รับการต้อนรับจากเพื่อนบ้านในชุมชนอย่างอบอุ่น บ้างอวยพรให้หายเร็วๆ บ้างเอายาสมุนไพรมาให้ เอื้อซาบซึ้งใจในน้ำใจของเพื่อนๆในชุมชนมาก

"ดูไว้นะโอ๋ เมื่อเราเป็นคนดี คุณค่าในตัวเราก็จะสูงขึ้นจนทำให้เป็นที่รักของใครๆแบบนี้แหละ" อุ่นใจสอนหลาน โอ๋รับคำแล้วมองพ่อที่อยู่ในกลุ่มชาวบ้านด้วยความชื่นชม

ooooooo

นอกจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อนบ้านในชุมชนแล้ว เอื้อยังได้รับกำลังใจอย่างมากจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่นวล แม้จะเจ็บปวดและสงสารลูกแทบขาดใจ แต่ก็พยายามเข้มแข็งให้กำลังใจและความหวังกับลูก

เอื้อเองยังเชื่อมั่นว่าเมื่ออาการดีขึ้นทางบริษัทจะรับกลับเข้าไปทำงานแต่ อาจจะไม่ได้ทำตำแหน่งเดิม พูดกับอุ่นใจอย่างเชื่อมั่นมากว่า "คุณนักรบคงจะเตรียมงานใหม่ไว้ให้แล้วล่ะ"

เช้าวันหนึ่ง เอื้อสะเทือนใจมากเมื่อไปดูโอ๋ซ้อมบอลกับเพื่อนๆ แล้วถูกเพื่อนล้อประสาเด็กว่าพ่อโอ๋ขาเป๋ทำให้โอ๋โกรธมากเอาบอลขว้างใส่ เพื่อนๆ    จนพวกนั้นแตกฮือ เอื้อฟังแล้วสงสารลูกมาก

ดังนั้น วันต่อมาแม้ว่าจะยังไม่สามารถเดินได้เป็นปกติ เอื้อก็ถือไม้เท้าให้อุ่นใจพาไปส่งที่หน้าบริษัทไทเกอร์คิงเพื่อไปรายงานตัว หวังว่าจะได้งานใหม่ทำ

พอเพื่อนๆเห็นเอื้อมาก็พากันดีใจ หลายคนที่เอื้อช่วยชีวิตไว้ในครั้งนั้นพากันมาขอบคุณ ขณะนั้นเอง ผู้จัดการแผนกเดินมาเห็น เรียกเอื้อให้ไปคุยกันหน่อย เอื้อดีใจนึกว่าเรียกตนไปรับงานใหม่

พอเข้าไปนั่งตรงหน้าผู้จัดการ  เอื้อรีบพูดอย่างกระตือรือร้นว่า

"เรื่องงานใหม่ของผมใช่ไหมครับ ไม่ต้องห่วงนะครับผู้จัดการ ผมไม่เกี่ยงงานจะย้ายผมไปแผนกไหนก็ยินดีทั้งนั้น"

ผู้จัดการอึ้งไปนานเพราะลึกๆแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งปลดของทางบริษัท แต่จำต้องทำ เขาหยิบแฟ้มมาเปิดดึงซองขาวออกมา บอกเอื้อว่า "ทางเราจำเป็นต้องเลิกจ้างนาย"

เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัว   เอื้ออ้าปากค้างหน้าซีดเผือด  พูดตะกุกตะกักว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ ยืนยันว่าตนทำงานเต็มที่ไม่เคยขาดงานไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ทำไมต้องถูกไล่ ออก พลันก็นึกได้บอกผู้จัดการอย่างมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่า

"คุณนักรบ! คุณนักรบจะต้องเข้าใจผม ขอให้ผมพบกับคุณนักรบได้ไหมครับ"

"คุณนักรบนั่นแหละคือคนที่เซ็นคำสั่งปลดนาย" ผู้จัดการจำต้องบอกความจริง

เอื้ออึ้งเหมือนโลกถล่มทลายลงมาตรงหน้า!

ooooooo

อุ่นใจกับดอกจันมารับเอื้อกลับบ้าน เขาไม่กล้าบอกน้องจนเมื่ออุ่นใจถามว่าเป็นอะไร  เรื่องงานเป็นอย่างไรบ้าง  เอื้อจำต้องปดน้องเพื่อให้สบายใจว่าโดนย้ายไปทำงานฝ่ายเอกสารแทน

ฟังแล้วดอกจันพูดขึ้นว่านักรบก็ไม่ได้เลวร้ายนัก แต่หารู้ไม่ว่าในใจของเอื้อเวลานี้เจ็บปวดนัก  เขานิ่งเงียบตลอดทางที่กลับบ้าน จนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขายิ้มอย่างมีทางออกแล้ว

นั่นคือเขาไปขอทองทิวทำงานที่ป้อมยามคอยกดสัญญาณปิดเปิดรั้วกั้น แต่ทำได้อาทิตย์เดียวนักรบมาเห็นเข้า เรียกทองทิวไปถาม ทองทิวยอมรับว่าเอื้อขอกลับมาทำงานแบบไม่เอาเงินเดือนเพื่อให้ทางเราเห็นว่า เขายังทำงานได้ ถึงกระนั้นนักรบก็ไม่เอา สั่งทองทิวให้ตามเอื้อไปพบที่ห้องทำงาน

เอื้อมีความหวังขึ้นมาแอบดีใจว่านายคงอนุญาตให้ทำงานแล้ว แต่ที่ไหนได้ พอเข้าไปพบนักรบในห้อง กลับถูกนักรบบอกว่าไทเกอร์คิงไม่ต้องการเขาแล้ว   บริษัทจะไม่จ้างพนักงานที่ทำงานได้แค่หกสิบเปอร์เซ็นต์   ซ้ำบอกว่าสภาพอย่างเขานี้ดูแล้วน่าสมเพช แล้วย้ำว่าไทเกอร์คิงต้องมีแต่พนักงานที่มีคุณภาพ

เอื้อถามว่าตนผิดตรงไหนหรือ นักรบสวนไปทันทีว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร แต่เขาไม่เป็นที่ต้องการสำหรับที่นี่ แล้วตัดบทเรียก รปภ.เข้ามาพาเอื้อออกไป แล้วอย่าให้เข้ามาอีก

เอื้อมองเพื่อนๆที่เข้ามาคุมตัวเขาออกไปด้วยแววตาชอกช้ำ เพื่อนๆไม่กล้าทำอะไรจนนักรบสั่งให้เอาไป เพื่อนๆจึงประคองเอื้อออกไป เอื้อพยายามที่จะพูดอะไรกับนักรบอีกแต่ก็ถูกหิ้วปีกออกไปแล้ว โดยมีนักรบยืนกอดอกมองเอื้อด้วยสายตาเย็นชา

แม้จะเจ็บปวดแทบหัวใจสลาย แต่เมื่อออกมาเจออุ่นใจกับดอกจันถามว่าเกิดอะไรขึ้นเขากลับข่มความเจ็บร้าว สะเทือนใจบอกว่าเปล่า แล้วชวนกันกลับ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เอื้อปิดประตูเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง โอ๋ไปเคาะประตูเรียกกินข้าวก็ไม่ตอบ

เอื้อขังตัวเองครุ่นคิดถึงคำพูดต่างๆของนักรบอย่างเจ็บช้ำ ทุกคำพูดของเขาเสียดแทงใจเอื้ออย่างสาหัส จนระงับอารมณ์ ไม่ได้ใช้โล่รางวัลที่ได้รับทุบขาซ้ายที่เป็นอัมพาตอย่างรุนแรงหมายจะให้มัน มีความรู้สึกขึ้นมา แต่ก็ไร้ผล เขาทุบไปร้องไห้ไปอยู่อย่างนั้น...นานเท่าไรไม่มีใครรู้...

เป็นเวลาเดียวกับที่นักรบกำลังเตรียมความพร้อมในการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากใน วันพรุ่งนี้ แต่ถูกนายิกาเข้ามาขัดบอกนักรบว่าพรุ่งนี้ช่วงบ่ายมีคอลัมน์ครอบครัวจะมา สัมภาษณ์ ให้อยู่ด้วย นักรบถามอย่างไม่อยากอยู่ว่าตนต้องอยู่ด้วยหรือ

"ถ้าไม่อยู่แล้วฉันจะเอาลูกที่ไหนไปอวดเขาล่ะ" นายิกาทำตาดุล้อๆแล้วเดินออกไป

ooooooo

เช้าวันแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก เมื่ออุ่นใจไป เร่งเอื้อให้รีบไปกันได้แล้วเดี๋ยวตนสาย แต่พอเปิดประตู ห้องเข้าไปปรากฏว่าภายในห้องทุกอย่างเก็บเรียบร้อย แต่ไม่มีเอื้ออยู่ในห้อง อุ่นใจสงสัยว่าเอื้อไปตั้งแต่เมื่อไร
เอื้อเดินกะเผลกมุ่งไปที่สนามแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก ซึ่งนักรบลงแข่งด้วย ทองทิวท้วงติงว่าที่จริงเขาไม่ต้องลงแข่งก็ได้เพราะดูผลงานวันนี้ยังไงทีม เราก็ชนะ

"คนประมาทไม่มีทางชนะ" นักรบเสียงเข้มใส่ตามเคย ทองทิวเลยต้องรีบจัดส่งชุดอุปกรณ์ให้ เป็นเวลาที่เอื้อลัดเลาะมาถึงแถวหน้าอัฒจันทร์ หาจนเห็นนักรบถือชุดเดินเข้าห้องแต่งตัว

เอื้อคิดถึงเมื่อคืนที่เขาพูดคนเดียวหน้าเครียดเหมือนพูดกับใครตรงหน้า...

"ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองนะครับคุณนักรบ ว่าเราใช้เครื่องมือวัดความเป็นคนคนละแบบ"

และเช้านี้เขาเห็นนักรบกำลังสวมชุดแข่ง เอื้อมองนิ่ง พูดอย่างเจ็บช้ำ...

"เพราะผมวัดค่าของคนด้วยหัวใจของเขา แต่คุณกลับตีค่ามันจากความสำเร็จ จากตัวเลขผลงาน หึๆ! แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อคุณไม่มีหัวใจ...ข้างในตัวของคุณมันเป็นแค่ เครื่องจักรสร้างความสำเร็จเท่านั้น"

เมื่อนักรบแต่งชุดแข่งเสร็จเดินตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ ออกมา เอื้อพึมพำต่ออีกว่า

"เมื่อก่อน ผมมองคุณเป็นฮีโร่ เป็นเป้าหมายที่ผมอยากจะไปถึง แต่ผมยอมแพ้แล้ว เพราะเป้าหมายอย่างคุณอยู่สูงเกินไป ไม่มีอะไรเป็นรางวัลรออยู่บนนั้นเลย นอกจาก...ความเดียวดาย"

ที่สนาม...การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว เบื้องหน้านักแข่งเป็นเนินสำหรับกระโจนขึ้นไปบนฟ้าผ่านรถหลายคันที่จอดเรียง ขวางอยู่ มีบ่วงไฟใหญ่ๆแขวนอยู่ที่ด้านบน

เอื้อดูสภาพเหล่านั้นแล้วระบายความคิดต่อ "คุณรักที่จะเป็นนักล่าที่โดดเดี่ยว เพราะคุณมั่นใจว่าชัยชนะจะทำให้คุณ อยู่รอด แต่ไม่มีใครชนะตลอดไปหรอกคุณนักรบ บางทีคุณอาจจะต้องแพ้ให้คนกระจอกอย่างผมก็ได้...แต่ความพ่ายแพ้ก็เป็นสิ่งดี เพราะมันสอนบทเรียนให้เรามากกว่าชัยชนะเสียอีก"

พริบตานั้นเอง รถที่นักรบขี่เกิดพุ่งถลันเข้ามากลางทางวิ่ง ทุกคนตกใจ นักรบผงะตกใจสุดขีด ขณะที่รถของนักรบกำลังจะลงสู่พื้น ร่างของเอื้อก็พุ่งเข้ามาขวางตรงนั้น

ผลคือ ทั้งนักรบและเอื้อต่างบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ooooooo

ระหว่างอยู่ในห้องไอซียูนั้น หมอแจ้งว่าอาการของทั้งสองคนสาหัสพอกัน นายิกาขอร้องแกมขู่ๆหมอว่าให้รักษาลูกชายตนเต็มที่แพงเท่าไรไม่ว่าชีวิต ลูกชายตนต้องมาก่อน

ระหว่างนั้นนิมมานกับนักคิดได้ข่าวรีบพากันมาที่โรงพยาบาล นิมมานถามนายิกาว่าบริษัทจะอยู่รอดได้ยังไงถ้านักรบตาย ถูกนายิกาด่าและสั่งหุบปาก สองแม่ลูกสะอึกขึ้นมา นักคิดโอบแม่ไว้พูดให้นายิกาเจ็บใจว่า

"ไปเถอะครับคุณแม่ ดูใจแค่นี้ก็พอ เราต้องกลับไปเตรียมตัวตัดชุดดำ ถ้าพรุ่งนี้ไทเกอร์คิงเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเราจะได้แสดงฝีมือกันเสียที" แล้วสองแม่ลูกก็โอบกันเดินไป นายิกาโกรธจนตัวสั่น

ส่วนอุ่นใจกับโอ๋และดอกจันที่มาเฝ้าติดตามอาการของเอื้ออย่างเป็นห่วงอยู่ ที่โรงพยาบาลได้แต่ภาวนาให้เอื้อ ปลอดภัย จนเย็นเมื่อดอกจันจะกลับ อุ่นใจฝากให้ช่วยดูแลแม่ ด้วยแต่ห้ามบอกแม่เรื่องเอื้อ

ooooooo

จอมภพมีลูกชายชื่อจอมทัพหนุ่มไฮโซการศึกษาดีจิตใจดีสุภาพเรียบร้อย เพิ่งกลับจากเมืองนอก หลังเรียนจบบอกพ่อว่าตนพร้อมจะลุยงานทันทีที่คุณพ่อให้ โอกาส จอมภพพอใจมากย้ำกับลูกชายว่า

"เราจะร่วมมือกันบริหารฟีนิกซ์ให้ยิ่งใหญ่แซงหน้าไทเกอร์คิง...เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยไทเกอร์คิงให้พ้นทางเรา"

"ผมมั่นใจว่ามันสมองของผมไม่ได้ด้อยกว่าอัจฉริยะอย่างนักรบ   ฟีนิกซ์จะสู้กับไทเกอร์คิงอย่างขาวสะอาดและสมศักดิ์ศรี"

"สงครามทางธุรกิจมีแต่คำว่าชนะกับแพ้เท่านั้น   พ่อมอบหน้าที่ให้พิมเป็นเลขาฯคอยประสานงานให้ลูก"  จอมภพแนะนำพิมแก่ลูกชาย  พิมยกมือไหว้อย่างฝากตัวกับจอมทัพ

วันนี้ เมื่อรู้ข่าวว่านักรบเข้าโรงพยาบาล จอมทัพไปที่โรงพยาบาล  โทร.แจ้งจอมภพว่าตนถึงโรงพยาบาลแล้ว  จอมภพฝากบอกนายิกาด้วยว่าตนเสียใจด้วย   จอมทัพถามว่าเสร็จแล้วตนกลับได้เลยใช่ไหม

"ไม่ได้! รอฟังข่าวไปก่อน มันตายเมื่อไรก็โทร.มา พ่ออยากฟังเสียงร้องไห้ของนายิกา ฮ่าๆๆๆ"

ooooooo

เพราะสมองของนักรบและเอื้อได้รับความกระทบ กระเทือนมากหมอจึงผ่าตัดด่วน

อุ่นใจอ้อนวอนหมอให้ช่วยพี่ชายตนด้วย นายิกากลับสอดขึ้นมาว่าคนอย่างนี้สมควรตายแต่ลูกชายตนยังอายุน้อยอนาคตกำลัง รุ่งโรจน์แต่ต้องมาชะงักเพราะคนพิการอย่างนี้

อุ่นใจแค้นขึ้นมาเลยโต้เถียงกันอยู่ตรงนั้น ยิ่งนายิกาด่าเอื้อเพียงใด อุ่นใจก็แค้นมากเพียงนั้นแช่งให้พินาศไปทั้งบริษัทยิ่งดี ระหว่างนั้น จอมทัพเดินมาเห็นทั้งสองกำลังทะเลาะกันเสียงลั่น จนนายิกาบันดาลโทสะเข้าตบอุ่นใจจนเซไป จอมทัพรีบเข้าประคองไว้ เตือนทั้งสองคนว่า

"อย่าครับ ที่นี่โรงพยาบาลนะครับ คุณอาอยากเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งรึไง"

นายิกาชะงักมองจอมทัพอย่างไม่รู้จัก ส่วนอุ่นใจมองเขาอย่างชิงชังเพราะได้ยินเขาเรียกนายิกาว่าคุณอา เลยตราหน้าว่าเป็นญาติกับนายิกา เธอจ้องจิกเขาแล้วพาโอ๋ออกไป

อุ่นใจกับโอ๋ไปไหว้ศาลพระภูมิพนมมืออธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย คุ้มครองเอื้อด้วย จอมทัพมาเจอเลยเข้าไปขออนุญาตนั่งด้วยคน ถามว่ามาไหว้พระกันทำไมหรือ

"อธิษฐานขอให้พ่อเอื้อหายเร็วๆ" โอ๋ตอบในขณะที่อุ่นใจยังหลับตาภาวนาอยู่

"อธิษฐาน? แล้วมันจะช่วยเหรอทำไมไม่ไปคุยกับหมอล่ะ" จอมทัพถามซื่อๆอย่างหวังดี

อุ่นใจหงุดหงิดหันมาทำตาเขียวปรามว่าอย่ารบกวนสมาธิได้ไหมถ้าไม่ไหว้ก็ไป เสีย จอมทัพเลยขอไหว้ด้วยคน ถามว่าต้องทำยังไง โอ๋เลยแนะนำให้ หลอกให้ไหว้พระแล้วต้องรำด้วย พอจอมทัพหลงเชื่อลุกขึ้นรำเก้งๆก้างๆ โอ๋กับอุ่นใจก็พากัน แอบหนีไป จอมทัพหันมาอีกทีจึงรู้ว่าตัวเองถูกเด็กหลอกเสียแล้ว

ooooooo

เปลวแสงมาทำข่าวที่โรงพยาบาล พอทองทิวเห็นหน้าเธอก็ตกใจ เปลวแสงรายงานข่าวว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องออกมาเปิดเผยรายละเอียดแต่ เรากำลังจะได้รู้ข้อมูลจากพยาน ว่าแล้วรี่เข้ามาหาดอกจันถามว่า "ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นคะคุณ..."

"ดอกจันค่ะ คืองี้ค่ะ นายนักรบเป็นคนที่ใจร้ายใจดำอำมหิตผิดมนุษย์มนามากค่ะ"

ทองทิวแทบลมจับ รีบวิ่งมาตะโกนลั่นว่านักข่าวท่านใดต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาการของ นักรบเชิญทางนี้เลย พวกนักข่าวเลยกรูกันไปทางทองทิว พอถูกถามว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ทองทิวตอบอึกอักว่าทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ ส่วนอีกคนที่นักข่าวถามถึงเขาตอบหน้าตาเฉยว่า

"เป็น...เป็นเจ้าหน้าที่สนามน่ะครับ แต่อาการปลอดภัยแล้ว"

"ไม่จริง!" ดอกจันพรวดเข้ามายืนฟังทองทิวเถียงเสียงดังลั่น "คนที่บาดเจ็บไม่ใช่เจ้าหน้าที่สนามค่ะแต่ชื่อนายเอื้อ อารี เป็นคนงานของบริษัทไทเกอร์คิงที่ถูกคานทับจนเป็นอัมพาตไงคะ"

ทองทิวจ้องดอกจันตาเขียว แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะดอกจันพูดฉอดๆต่อหน้ากล้องทีวี

"นายนักรบไม่อยากจ้างคนพิการอย่างพี่เอื้อก็เลยวางแผน ฆ่าเรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ" พูดแล้วยกมือท่วมหัวแช่ง "เจ้าประคู้ณ...ขอให้กรรมสนองเถอะ!"

ทองทิวแทบช็อกด่าดอกจันแล้วบอกนักข่าวคนนี้เป็นคนบ้า ประกาศหยุดการให้สัมภาษณ์แล้วขอตัวไปเลย ไม่ไปคนเดียวแต่เอามืออุดปากดอกจันลากไปด้วย ไปทะเลาะกันต่อที่อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล ดอกจันขู่ทองทิวว่า ถ้าเอื้อเป็นอะไรไปพวกเขาต้องตาย!

ooooooo

อาการของนักรบกับเอื้อผลัดกันดีผลัดกันทรุด แต่ในที่สุดเอื้อก็เสียชีวิต ส่วนนักรบอาการดีขึ้นเป็นลำดับ นายิกาดีใจมากสั่งทองทิวให้เตรียมจัดห้องแถลงข่าวเป็นการด่วนเพื่อให้สื่อ รู้ก่อนตลาดหุ้นปิด

อุ่นใจกับโอ๋และดอกจันหัวใจแทบสลายกับการจากไปของเอื้อ

เวลาเดียวกันนี้ จอมทัพก็มาที่โรงพยาบาลเจอนายิกาก็ถามว่าตนมาช้าไปหรือเปล่า พริบตานั้นเอง นิมมานกับนักคิดในชุดดำกระหืดกระหอบมากัน นิมมานถามพี่สาวว่าคืนนี้ตั้งศพที่วัดไหน

นายิกามองคนทั้งสามอย่างรู้ทัน ยิ้มเยาะแล้วบอกอย่างผู้ชนะว่า

"มากันพร้อมหน้าเลยนะ ก็ดีเหมือนกัน จะได้แจ้งข่าวดีให้ฟังทีเดียว นักรบปลอดภัยแล้ว ฉันกำลังจะไปแถลงข่าวที่บริษัท" แล้วหันทางนิมมาน "แต่เธอกับลูกไม่ต้องตามไปหรอกนะ เกะกะ!"

ระหว่างที่นิมมานกับนักคิดเดินออกมา นักคิดบ่นกับแม่ว่าแบบนี้ที่เราฝันกันมาทั้งคืนก็พังทลายหมดใช่ไหม
พลันเสียงจอมภพก็พูดเย้ยขึ้นว่า

"ก็ถ้ามัวแต่ฝันไม่ยอมลงมือทำ ตื่นขึ้นมามันก็ต้องหายหมดเป็นธรรมดานั่นแหละหลานชาย"

"คุณเป็นใคร" นักคิดหันขวับถามอย่างไม่พอใจ

"จอมภพ ประธานบริษัทฟินิกซ์ เสียใจด้วยนะคะนักรบปลอดภัยไทเกอร์คิงก็คงผงาดเหนือฟินิกซ์ต่อไป" นิมมาน ตอบลูกชายและเย้ยจอมภพ

"อย่าเสียใจแทนผมเลยคุณนิมมาน การแข่งขันมันมีแพ้มีชนะ แต่คุณกับลูกนี่สิ โอกาสจะลงแข่งขันก็ยังไม่มี ไม่รู้ชัยชนะจะมาถึงเมื่อไหร่นะครับ" จอมภพเยาะเย้ยแล้วเดินออกไปเลย

ในการแถลงข่าววันนี้ดารารายแย่งพูดหมดราวกับรู้เรื่องดีทั้งที่เพิ่งจะรู้ทำให้นายิกาไม่พอใจมาก

ในที่สุดตำรวจก็สรุปคดีที่เกิดขึ้นว่า มีพยานยืนยันว่านายเอื้อปีนเข้าไปในสนามเพราะต้องการฆ่าตัวตาย นักรบไม่ผิดอะไร นายิกาเบาใจดีใจที่จะได้หมดเรื่องไป

ooooooo

เพื่อจะสืบให้รู้ว่านายเอื้อคนนี้มีความเป็นมาอย่างไรทำไมจึงเกิดเรื่อง อย่างนี้ขึ้น จอมภพสั่งให้จอมทัพไปงานศพของเอื้อ สืบข่าวนี้ให้ได้เพื่อเอาไว้เล่นงานไทเกอร์คิงต่อไป

พออุ่นใจเห็นพวงหรีดจาก "ฟินิกซ์กรุ๊ป" ก็เดาได้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ เธอจำใจรับพวงหรีดไว้ แต่พอไหว้ศพเสร็จ เธอก็บอกจอมทัพว่ากลับไปได้แล้ว แต่ไม่ทันที่จอมทัพจะไป นายิกาก็มาถึงพร้อมกับทองทิว

อุ่นใจออกไปเผชิญหน้าทันทีบอกว่างานนี้ไม่ต้อนรับคุณ จอมทัพตามไปด้วยเขาฟังงงๆ และยิ่งงงเมื่อทองทิวยื่นพวงหรีดให้ อุ่นใจบอกว่า "เก็บเอาไว้แขวนในงานคุณก็แล้วกัน"

"นังเด็กบ้า!" นายิกาผรุสวาท พวกการ์ดก็ขยับจะเข้ามาเอาเรื่อง ทองทิวเข้ามาขวางขอร้องให้ค่อยๆพูดกัน เขาบอกอุ่นใจว่าพวกตนมาดีแล้วควักเช็คช่วยงานจากไทเกอร์คิง นายิการีบพูดว่า

"ไทเกอร์คิงมีมนุษยธรรมพอ ถึงแม้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ จะเป็นความผิดของพี่เธอที่พยายามจะฆ่าตัวตายจนนักรบต้องเจ็บตัวไปด้วยก็ตาม"

โอ๋แค้นใจกระชากเช็คไปฉีกทิ้งบอกว่าไม่อยากได้เงินสกปรก   นายิกาปรี่เข้าไปจะตบ   จอมทัพรีบกันไว้ขอร้องว่า "คุณอากลับไปก่อนดีกว่าครับ"

พอนายิกาหันมาเห็นจอมทัพเท่านั้น ฉอดๆใส่ทันทีว่าจอมภพใช้ให้มาสังเกตการณ์ใช่ไหม คิดจะยืมมือพวกนี้เล่นงานไทเกอร์คิงหรือ ไม่สำเร็จหรอกเพราะนักรบไม่ผิด คนผิดคือ

"พี่ขาเป๋ของมันต่างหาก"

ดอกจันไม่ได้ที่มาเรียกเอื้อแบบนั้น ตะโกนให้พวกซอยคนใจดีช่วยกันรักษาเกียรติพี่เอื้ออย่าปล่อยให้มันหยามอีก ตะโกน "ไล่มันไป!"

เท่านั้นเอง ด้วยการนำของโอ๋ พวกเด็กๆคว้าแก้วพลาสติกขว้างปาใส่นายิกากับทองทิวจนหนีไปขึ้นรถแทบไม่ทัน

อุ่นใจมีความรู้สึกดีขึ้นกับจอมทัพที่เขาช่วยกันโอ๋ไว้ ไม่ให้นายิกาทำร้าย อุ่นใจถามว่าเขามางานด้วยเจตนาอย่างที่

นายิกาว่าหรือเปล่า จอมทัพยอมรับว่า

"ผมยอมรับว่าพ่อส่งผมมา แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมมาที่นี่ ผมอยากมาให้กำลังใจคุณด้วย" เขามองหน้าอุ่นใจด้วยแววตาจริงใจจนเธอรู้สึกดีๆกับเขาขึ้นบ้าง

จากนั้นคุยกันถึงเรื่องเอื้อ จอมทัพตั้งขอสังเกตว่าปกติคนที่คิดจะฆ่าตัวตายต้องส่งสัญญาณบางอย่าง บอกอุ่นใจว่า "ถ้าคุณรู้ว่ามันคืออะไร ก็อาจจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

"ฉันจะลองคิดดู" อุ่นใจรับฟัง จอมทัพพยักหน้าแล้วเดินคุยกันไปที่รถ โอ๋กับดอกจันเดินตามไปชมว่ารถสวยจัง จอมทัพเลยถามว่าอยากดูไหมจะเปิดให้ดูข้างใน แล้วเปิดประทุนรถให้ดูอย่างเอาใจ

แทนที่จะดูเฉยๆ โอ๋ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหันไปตะโกนบอกเพื่อนๆให้เอาขยะมาฝากรถคันนี้ไปทิ้งด้วย เพราะขยะล้นวัดแล้ว ทั้งโอ๋และดอกจันแกล้งจอมทัพอย่างสนุกสนาน จนอุ่นใจหน้าเสียเกรงใจเขา

ooooooo

หลังงานศพเอื้อแล้ว อุ่นใจ ดอกจัน และโอ๋ช่วยกันเก็บกวาดห้องพักของเอื้อ เมื่อแม่นวลถามถึงเอื้อ ทุกคนช่วยกันปิดว่าเอื้อไปทำงานต่างจังหวัดเป็นงานด่วนเลยไม่ทันบอกแม่

ระหว่างจัดเก็บห้องนั้น ไม่มีใครสนใจกล้องวีดิโอที่วางสุมกองกับของอื่นอยู่ จนอุ่นใจหลับฝันไปว่าเอื้อมาบอกว่า

"ไม่ต้องห่วงพี่นะอุ่น พี่หลุดพ้นจากความทุกข์ทุกอย่างแล้ว เหลือก็แต่บางคนที่ยังต้องชดใช้...บาปในใจของเขาจะหลอกหลอนเขาตลอดไปจนกว่า จะถึงวันที่เขาได้เรียนรู้บทเรียนที่พี่ฝากไว้"

พอสะดุ้งตื่น อุ่นใจตีความไม่ออกว่าเอื้อต้องการมาบอกอะไรตน คนที่เอื้อพูดถึงหมายถึงใคร?

ooooooo

นักรบนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จนวันนี้เขาเริ่มรู้สึกตัวกระดิกนิ้วและลืมตาขึ้น พยาบาลดีใจมากรีบไปบอกหมอว่าคนไข้รู้สึกตัวแล้ว หมอรีบมาดูถามว่ามองเห็นพวกเราหรือเปล่า   นักรบยังคงมองทุกคนนิ่ง ไม่พูดอะไร   หมอสั่งพยาบาลว่า   ให้ข้างล่างเตรียมห้องสแกนสมองเดี๋ยวนี้เลย

นายิกาดีใจสุดชีวิตกับข่าวดีนี้รีบไปที่โรงพยาบาลทันที แต่พอไปถึงปรากฏว่านักรบไม่อยู่ในห้อง เลยเป็นเรื่องโกลาหลที่ต้องช่วยกันตามหานักรบจ้าละหวั่น

ปรากฏว่า นักรบออกจากห้องเอกซเรย์ผ่านห้องเด็ก เขาขอให้พยาบาลหยุดตรงห้องนั้น จากนั้นเขาก็เล่นกีตาร์ ร้องเพลงให้เด็กที่ป่วยฟัง แต่ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่มากกว่า พวกผู้ใหญ่พากันมาฟังเพลงและปรบมือชมเชยน้ำเสียงอันไพเราะและการดีดกีตาร์ ที่เพราะพลิ้วของเขา

แล้วความสนใจของนักรบก็ถูกดึงไปที่ทีวีเมื่อผู้สื่อข่าวประกาศอย่างตื่นเต้นว่า

"ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้ดิฉันกำลังอยู่หน้าโรงพยาบาล เพื่อเตรียมเข้าฟังการแถลงข่าวของนายนักรบ พยัคฆ์ราชา นักธุรกิจชื่อดังที่ได้รับอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วและกำลังจะให้สัมภาษณ์ในไม่กี่นาทีข้างหน้าค่ะ"

ทันใดก็มีพยาบาลเข้ามาบอกเขาว่าครอบครัวเขามาแล้ว พร้อมกับนายิกาโผเข้ามากอดเขาด้วยความดีใจ จากนั้นชวนไปเตรียมแถลงข่าว

ในห้องรับรองพิเศษที่จัดให้ดูเป็นห้องทำงานเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีในการแถลงข่าว ทองทิวเอาสรุปการประชุมทุกครั้ง และความเคลื่อนไหวของหุ้นไปวางไว้ตรงหน้าเขา นักรบมองสิ่งเหล่านั้นเหมือนเห็นของแปลกตา จนนายิกาถามว่ามีอะไรไหม นักรบเงยหน้าตอบเสียงซื่อๆ

"ผมหิว..."

เลขาฯรีบยกถาดอาหารมาให้แล้วหยิบน้ำส้มกล่องจะเทใส่แก้ว ทองทิวตกใจรีบห้ามเพราะนักรบเคยกราดเกรี้ยวที่เลขาฯเอาน้ำส้มกล่องให้ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้เขากลับบอกว่าทานได้ แล้วหยิบขึ้นมาดื่มทั้งกล่อง ขนมปังก็หยิบขึ้นมาฉีกกินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ใช้ช้อนใช้ส้อมอะไรเลย ทำเอาทุกคนงงมาก

ooooooo

เมื่อได้เวลาแถลงข่าว ทองทิวกำกับว่าให้นักข่าวถามทีละคนคนละหนึ่งคำถามห้ามถามเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับไทเกอร์คิง นักข่าวคนแรกทำเวลาทันทีถามว่า

"คุณนักรบรู้สึกยังไงครับที่หุ้นของไทเกอร์คิงราคาตกเพราะคุณ"

นักรบนิ่งไม่มีทีท่าจะตอบ นักข่าวคนนั้นฉุนเลยกระแทกลงนั่ง อีกคนถามว่า

"นี่เป็นการปรากฏตัวเพื่อสร้างขวัญให้กับลูกค้าและธุรกิจของบริษัทรึเปล่าคะ"

เขามีอาการเหมือนเดิมอีก นักข่าวหลายคนเลยแย่งกันถามเป็นชุด แต่ทุกคำถามไม่มีคำตอบเพราะนักรบได้แต่นั่งมองคนโน้น...คนนี้...อย่างแปลกตาแปลกใจ จนพวกนักข่าวเริ่มงงกันเอง ถามว่าทำไมการแถลงข่าวเขาถึงไม่พูดอะไรเลย นักรบหันมองนักข่าวคนนั้นถามนิ่งๆเรียบๆว่า

"งั้นพวกคุณตอบผมก่อนได้ไหมว่าไทเกอร์คิงคืออะไร ฟีนิกซ์คืออะไร แล้วคนชื่อนักรบคือใคร? ผมเหรอ?"

นักข่าวอ้าปากหวอ ทองทิวมองนักรบตะลึงเหมือนถูกผีหลอก ส่วนนายิกาเห็นอาการนักรบเช่นนี้รู้ว่าเกิดเรื่องแน่แล้ว ตะโกนลั่น

"ปิดประตูห้องแถลงข่าวเดี๋ยวนี้! แล้วยึดกล้องวีดิโอกับเทปบันทึกเสียงของทุกคน ยึดมาให้หมด!"

พวกนักข่าวฮือฮาในขณะที่การ์ดเริ่มพากันเข้ามายึดตามคำสั่งของนายิกา

"นักข่าวทุกคน...เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกันแล้วล่ะค่ะ" นายิกาบอกนักข่าวที่ยังงุนงงกันอยู่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 06:53 น.