ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อแก้วได้ฟังเรื่องราวของขาวแล้ว บ่นอย่างหงุดหงิดว่าขาวดื้อมาขนาดหลวงพ่อขอด้วยตัวเองแล้วยังไม่ยอม

"ทุกคนมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง เมื่อเขาเลือกเส้นทางของเขาแบบนั้น ถึงเราเสียใจก็ต้องทำใจ" หลวงพ่อสอน

"ใช่จ้ะ...บัวเชื่อนะจ๊ะว่าวันนึงพี่ขาวจะกลับมา" บัวพูดอย่างมั่นใจ พลางถามดำว่า "พี่ดำเห็นที่ริมน้ำด้านโน้นเขาล้อมรั้วรึยัง"

"เห็นแล้ว เมื่อก่อนชาวบ้านยังอาศัยลงไปตักน้ำอาบน้ำได้บ้าง ตอนนี้เข้าไม่ได้แล้ว"

"แล้วใครมันซื้อไปวะ เห็นมันล้อมรั้วข้าก็เห็นหัวใจมันแล้วว่าแคบแน่ๆ" หลวงพ่อถอนใจด้วยความเป็นห่วงคนบ้านน้ำงาม

ooooooo

ด้วยความพอใจในฝีมือและหัวใจสิงห์ของขาว เสี่ยพิทักษ์มาติดต่อขาวให้ไปเป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยติดตามตนไปในที่ต่างๆ ขาวกลับมาปรึกษาบึม บึมนึกๆแล้วรู้สึกเหมือนมือปืนมากกว่า

"ไม่ต้องพกปืน ไม่ต้องฆ่าใคร เสี่ยเขาแค่กลัวคนมาทำร้ายเขาเหมือนที่เคยโดนที่ร้านอาหารน่ะ" ขาวชี้แจง ส่วนกรณีที่เคยมีเรื่องกับลูกน้องเสี่ยนั้น เสี่ยเคลียร์แล้ว

บึมเริ่มสนใจแต่ก็เอะใจถามว่าแล้วลูกสาวเสี่ย ขาวไม่กลัวหรือ

"ถ้าฉันไม่เล่นด้วยซะอย่าง ปรมมือข้างเดียวไม่ดังหรอกน่า เอาไง ถ้าแกตกลงก็ไปทำด้วยกัน"

คืนนี้ เสี่ยพิทักษ์จะไปงานดินเนอร์กับรัฐมนตรีด้วยความหวังว่าจะทำให้ธุรกิจบางด้านง่ายขึ้น เจษท้วงติงเสี่ยว่าแน่ใจหรือที่รับ "ไอ้บ้า" สองคนนั้นมาทำงาน
"ไอ้คนชื่อขาวฝีมือมันดี นายเองก็เคยซัดกับมันมาแล้วไม่ใช่เหรอ เอามันมาขัดเกลาอีกนิดเราจะได้มือถึงๆไว้ใช้งาน ส่วนเพื่อนมันคิดซะว่าเป็นของแถม" เสี่ยนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วพูดต่อเบาๆ "เปลี่ยนเรื่องพูดได้แล้ว ฉันไม่อยากให้ขาวรู้อะไรลึกๆมากกว่านี้"

เสี่ยเดินลงมาถึงข้างล่าง เห็นขาว บึม และหมีกับแบ็งค์ยืนเรียงแถวคอยรับอยู่อย่างเป็นระเบียบ ทุกคนแต่งสูทสีดำดูเนี้ยบ เสี่ยมองขาวพูดยิ้มๆ

"แต่งชุดนี้เท่ไม่เบานี่"

ขาวขอบคุณเบาๆ จากนั้นเสี่ยจะเดินไปที่รถ ปรากฏว่าเคที่วิ่งลงมาจากชั้นสองร้องให้ป๊ารอด้วย เคที่อ้อนจนเสี่ยอนุญาตให้ไปด้วย แต่พอเธอเจอขาวที่จะเดินไปขึ้นรถข้างหลัง ก็ดึงแขนขาวไว้ ปรายตายิ้มยั่ว

"ในที่สุด เธอก็หนีฉันไม่พ้น มานั่งด้วยกันสิขาว"

ooooooo

ระหว่างนั่งรถคันเดียวกับเสี่ยและเคที่นั้น เคที่ถามขาวว่าได้ข่าวว่าอยากเรียนหนังสือหรือ ขาวบอกว่า ที่มากรุงเทพฯก็ตั้งใจมาเพื่อเรียนและทำงานด้วย เคที่ถามว่าแล้วพวกการต่อสู้เรียนมาจากไหน

ขาวบอกว่าหลวงพ่อสอน เสี่ยหูผึ่งทันทีถามว่าหลวงพ่อที่ไหน

"หลวงพ่อสิงโตครับ" ขาวบอกด้วยความภูมิใจ "เสี่ยคงไม่รู้จักท่านหรอกครับ วัดของเราเป็นวัดเล็กๆอยู่ที่อำเภอน้ำงาม อำเภอชายแดนโน่นแน่ะครับ"

เสี่ยกับเจษที่นั่งคู่กับคนขับต่างชะงัก เจษหันมองหน้าเสี่ยอย่างรู้กัน  เสี่ยนิ่งคิดสิ่งที่ขาวพูดแววตาเจ้าเล่ห์ล้ำลึก

ooooooo

ดำยังทำความสะอาดห้องให้ขาวอย่างสม่ำเสมอด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งขาวจะกลับมา หลวงพ่อบอกว่าถ้าเหนื่อยหรือไม่หวังแล้วก็หยุดทำเสียเถอะ แต่ถ้ายังมีความหวังมีความสุขก็ทำต่อไป

แก้วกับบัวมาหาดำที่วัด  หลวงพ่อถามว่านัดกันมาเตรียมตลาดหรือ

ตลาดที่หลวงพ่อถามนั้นคือตลาดปลอดสารพิษ มีโต๊ะไม้ไผ่แบบง่ายๆมาตั้งเตรียมวางสินค้า ระหว่างนั้นแก้วคุยกับดำถึงความรู้สึกของชาวบ้านที่ชมว่าดำเป็นกันเองกับชาวบ้านดีและแต่งตัวก็เหมือนดำคนเดิม

"อืม...ไม่อยากให้เครื่องแบบที่ฉันสวมอยู่เป็นกำแพงกั้นฉันออกจากชาวบ้านน่ะ" ดำชี้แจงพูดขำๆว่า "ให้พี่เป็นไอ้ดำของชาวบ้านน่ะดีแล้ว อย่าให้เขาเรียกท่านปลัดเลย"

ขณะนั้นเอง จีรายุสก็โผล่มาทำเสียงล้อ "จ๊ะเอ๋...มีอะไรให้ผู้กองหน้าใสใจดีช่วยบ้างคร้าบ"

ooooooo

ขาวทำงานกับเสี่ยพิทักษ์วันแรกก็เจอดีเข้าจนแทบตั้งตัวไม่ติด เมื่อรถนำขบวนของเสี่ยที่บึมขับรถผ่านไป รถเสี่ยอยู่ตรงกลางและปิดท้ายด้วยรถอีกคันหนึ่ง

จู่ๆก็มีรถบรรทุกเร่งแซงขึ้นมาตีขนาบ ทันใดนั้นตู้เหล็กหลังรถบรรทุกเลื่อนเปิดออก  พริบตานั้นรถมอเตอร์ไซค์ วิบากสามคันพร้อมคนซ้อนทุกคนมีปืนพุ่งออกมา แล้วรถบรรทุกก็แซงขึ้นไป

ขบวนรถมอเตอร์ไซค์วิบากพุ่งเข้าโจมตีขบวนรถของเสี่ยพิทักษ์ทันที! คนขับรถของเสี่ยถูกยิงเจาะหัวตายคาที่ รถเสียหลักทันที เจษโผเข้าประคองพวงมาลัยรถไว้ ส่วนขาวกับเสี่ยพิทักษ์ยังตะลึงกับเหตุที่คาดไม่ถึงอยู่

บึมที่ขับรถคันแรกขับส่ายไปมา ทำให้การ์ดในรถทำอะไรไม่สะดวก หมีตบหัวบึมตะคอกให้ขับดีๆ ส่วนแบ็งค์หยิบระเบิดออกมา แต่พอบึมขู่ว่าเดี๋ยวจะระเบิดรถของเสี่ย มันก็เก็บแล้วชักมีดออกมาแทน แต่ทั้งมีดที่ปาไปและปืนที่ยิงใส่พวกคนร้ายล้วนพลาดเป้าหมาย

การ์ดในรถคันที่สามถูกยิงตายหมด รถเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนจอดสนิท

เจษขับรถที่เสี่ยนั่งแทนคนขับที่ถูกยิงตาย เขาพยายามขับหลบหลีกแต่ก็ถูกคนร้ายตามประกบ ขาวกดเสี่ยกับเคที่หมอบลงกับพื้นรถ เคที่กรีดร้องด้วยความตกใจ

"เฮ้ย! ทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อยสิวะ" เจษพูดแล้วโยนปืนพกให้ขาว รับปืนแล้วขาวมองอย่างชั่งใจนิดหนึ่งก่อนโผล่ไปนอกรถยิงใส่คนร้ายทันทีแต่แค่เฉียด กระนั้นเสี่ยก็ยังมองอย่างพอใจ

รถนำขบวนที่ขับโดยบึม ถูกรถบรรทุกคันที่ปล่อยรถมอเตอร์ไซค์ลงมาขับพุ่งเข้าใส่ บึมกับหมีและแบ็งค์ตาเหลือก แต่บึมก็ขับหักแทรกไปอีกด้านอย่างเฉียดฉิว

รถของเสี่ยพิทักษ์ที่ขับโดยเจษประจันหน้ากับรถบรรทุกอย่างจัง   เจษขับเบี่ยงได้อย่างเฉียดฉิว   พอเจษจอดรถขาวก็

ตั้งสติได้รีบดึงเสี่ยกับเคที่ออกจากรถอีกด้านหนึ่ง เจษกระโดดตามไปติดๆ

"ทางนี้ครับ!" ขาวพาเสี่ยกับเคที่หลบที่หลังรถแล้วตัวเองพลิกตัวไปยิงสวนคนร้ายอย่างเร็ว ขาวยิงแม่นราวกับจับวาง เล็งขาถูกขา เล็งแขนถูกแขน จนคนร้ายปืนตกจากมือลงไปนอนกับพื้นร้องครวญคราง ขาวเดินไปหามันสั่ง

"อย่าขยับ! ใครโทร.ตามตำรวจให้หน่อยครับ"

สิ้นเสียงขาว เสียงปืนก็ดังขึ้นหลายนัด ขาวหันมองคนร้ายทั้งสี่คนถูกยิงตายคาที่ ขาวหันขวับไปเห็นเจษกำลังเก็บปืนเข้าซองพูดพร้อมยิ้มเยาะขาวว่า

"ตีงูต้องตีให้ตาย สุภาษิตนี้แกคงเคยได้ยิน"

ขาวคิดตามคำพูดของเจษ หันมองศพคนร้ายทั้งสี่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านเสี่ยพิทักษ์  ขาวเข้าไปในห้องทำงานของเสี่ยถามว่าพวกนั้นเป็นใคร

"ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันกับลูกสาวต้องขอบใจนายอีกครั้งที่ช่วยชีวิตเราไว้ ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่ชวนนายมาทำงานด้วย" พอขาวบอกว่าตนไม่สบายใจที่ต้องยิงคนแบบนี้  เสี่ยลุกโอบไหล่ ขาวปลอบว่า "เราป้องกันตัว เพราะถ้าเราไม่ทำเราก็ตาย ส่วนเรื่องที่เจษมันทำฉันก็ปรามๆอยู่เหมือนกัน มันเป็นคนใจร้อน แต่มันก็เป็นคนที่ฉันไว้ใจได้ที่สุดคนหนึ่ง"

ขาวยืนเงียบ เสี่ยนึกได้ถามว่า "อืม...นายยิงปืนแม่นขนาดจงใจไม่ให้ตาย นายไปฝึกมาจากไหน อย่าบอกนะว่าหลวงพ่อนายสอน"

ขาวบอกว่าหลวงพ่อสอนแต่ศิลปะป้องกันตัว แต่เรื่องยิงปืนตนแอบหัดด้วยตัวเอง เสี่ยพยักหน้ายิ้มพอใจแล้วหยิบกระเป๋าเล็กๆใบหนึ่งให้บอกว่า "ของนาย เปิดดูสิ"

ขาวเปิดดู มันคือปืนสั้นใหม่เอี่ยมอยู่ในนั้น ขาวถามว่าเสี่ยหมายความว่าอย่างไร เสี่ยบอกว่านั่นคือปืนประจำตัวของเขา พอขาวทำท่าจะท้วงติง เสี่ยดักคอว่า

"เอาไว้ป้องกันตัว นายต้องได้ใช้มันแน่ตราบใดที่งานสำคัญของฉันยังไม่สำเร็จ"

"งานอะไรครับ" ขาวถามรอคำตอบ แต่เสี่ยแค่ยิ้มเย็นๆไม่ตอบอะไร

จนเมื่อไปที่สระว่ายน้ำ เสี่ยจึงตอบขาว ทำเอาขาวตกใจเมื่อเสี่ยเอ่ยถึงอำเภอน้ำงาม เสี่ยเล่าว่ามูลนิธิพิทักษ์ไทยของตนจะไปตั้งศูนย์หัตถกรรมที่นั่น  เพราะที่นั่นพร้อมทุกด้านสำหรับตนโดยเฉพาะคือความจน  น้ำงามจะเป็นต้นแบบให้ตนทำให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ จะเปิดที่นั่นให้โลกรู้ว่ายังมีสิ่งสวยงามซ่อนอยู่มากมาย

"ที่นั่นเหมือนแดนสนธยา ไม่มีใครเห็นค่า ไม่มีใครสนใจ" ขาวเศร้าเมื่อพูดถึงบ้านเกิดตัวเอง

"ฉันดีใจมากที่รู้ว่านายเป็นคนที่นั่น" เสี่ยตบบ่าขาวอย่างเป็นกันเอง ทำให้ขาวมีความหวังขึ้นมาแวบหนึ่งว่าตนจะได้กลับไปทำประโยชน์ให้บ้านเกิดตัวเองแล้ว...
ooooooo
ที่น้ำงามมีตลาดสินค้าปลอดสารพิษแล้ว ขึ้นป้ายที่ทำด้วยแผ่นไม้แขวนไว้หน้าตลาดว่า "คืนชีวิตให้แผ่นดิน"

ทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันตลาดแห่งนี้ต่างดีใจ ภูมิใจ ดำถามหลวงพ่อสิงโตกับพวกผู้ใหญ่ที่มาชมงานว่าชื่อโครงการดูดีมีสกุลไหม แก้วถามว่าเท่ไหม แม่ตุ๊กเลยถามว่าทำไมต้องคืนชีวิตให้แผ่นดินด้วย แผ่นดินที่เรายืนอยู่นี่ตายได้ ด้วยหรือ

"ถ้าโดนปุ๋ยเคมี โดนยาฆ่าแมลง สาดลงไปบ่อยๆก็ตายได้จ้ะแม่" แก้วตอบ ดำช่วยชี้แจงว่า

"จุลินทรีย์ในดินตายหมดน่ะครับ เลยทำให้ดินเสื่อมปลูกอะไรก็ไม่งอกงาม ชาวบ้านก็แก้ปัญหาด้วยการอัดปุ๋ยเคมีกับยาฆ่าแมลงเพิ่มไปอีก ซึ่งไม่ใช่ทางออก"

บัวบอกว่าที่ไร่นาของตนก็เป็นแบบนี้ดินเสียซ้ำแม่ก็ยังไม่สบายอีกเพราะยาฆ่าแมลง ทีแรกคิดว่าทำแล้วจะลืมตาอ้าปากได้ แต่ที่ไหนได้ยิ่งทำยิ่งจน

งานนี้พ่อแม่ของบัวเอาผลิตผลปลอดสารพิษมาขายด้วย ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่หลวงพ่อก็มาออกร้านกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่เป็นร้านสมุนไพรในโหลแก้ววางบนแคร่ไม้ไผ่หลายโหลหลากสี ทั้งยังชื่อร้านเก๋ไก๋ว่า "สมุนไพรไทยบายหลวงพ่อสิงโต" แก้วแซวว่ามีบงมีบายทำอย่างกับแบรนด์ดังตามห้างเลย

ทุกคนฮือฮารุมกันเข้าไปชม หลวงพ่อมาประกาศว่าใครอยากชิมก็บริการตัวเอง ส่วนเงินให้หยอดลงกล่องตามศรัทธา แม่ตุ๊กถามว่าแล้วจะได้กำไรหรือ

"ได้สิ แต่ไม่ใช่กำไรเงิน" หลวงพ่อตอบ ดำถามว่ากำไรปัญญาใช่ไหม หลวงพ่อพูดต่ออารมณ์ดีว่า "ข้าล่อให้ชาวบ้านมาสนใจของดีใกล้ตัว สมุนไพรไทยมีคุณค่า แต่ถูกลืมถูกทิ้งไว้กับดินกับหญ้า แล้วไปเห็นค่ายาฝรั่งราคาแพง ยิ่งกินยิ่งขาดดุล"

ทุกคนฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย ผู้ใหญ่ถามว่าแล้วที่เรียงๆอยู่นี่มันน้ำอะไรบ้าง

"โหลนี้น้ำดอกคำฝอย ช่วยลดไขมัน บำรุงเลือด" เณรจ้อยชี้ไปที่โหลดอกคำฝอย หลวงพี่ฉิมชี้ที่อีกโหลหนึ่งบอกว่านั่นคือน้ำมะขาม มีวิตามินซีสูง เป็นยาระบายอ่อนๆ เณรจ้อยชี้ที่อีกโหลบอกว่า "โหลนี้น้ำอัญชัน มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตาด้วยนะโยมผู้ใหญ่"

ทั้งหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยอธิบายสรรพคุณยาสมุนไพรอย่างฉะฉานเพราะถูกหลวงพ่อติวเข้มมาอย่างดี หลวงพ่อบอกแก่ทุกคนว่าเอาไว้แปลงสมุนไพรสมบูรณ์กว่านี้จะทำอย่างอื่นมาจำหน่ายแล้วก็สอนชาวบ้านที่สนใจทำด้วย

"หวังว่าตลาดนัดปลอดสารพิษจะช่วยให้ทุกคนพบแสงสว่างได้นะจ๊ะ" บัวพูดอย่างมีความหวัง

ooooooo

แม่เลี้ยงอุ่มคำมาป่วนที่ตลาดปลอดสารพิษนี้จนได้ ทำเป็นเดินดูสินค้าต่างๆ เห็นผักสดต้นงามก็ถามประชดว่าแน่ใจหรือว่าพวกนี้ไม่ได้ใช้ปุ๋ยของตน  หาว่าดำแอบมาใส่ปุ๋ยที่ซื้อจากร้านของตนตอนกลางคืนไม่อย่างนั้นผักจะอวบขนาดนี้ไม่ได้แน่

"ถ้าแม่เลี้ยงอยากเรียนรู้การคืนชีวิตให้แผ่นดินที่ตายเพราะสารเคมี เร็วๆนี้ผมจะเปิดอบรม แม่เลี้ยงพอจะมีเวลาไหม จะได้เข้าใจมากกว่านี้" ดำเชิญชวนเชิงท้า แม่เลี้ยงเบ้ปากอย่างไม่สนใจ

หลวงพ่อบอกดำว่าอนุญาตให้ใช้ศาลาวัดเป็นที่อบรมได้เลย ผู้ใหญ่ก็อาสาจะประกาศบอกลูกบ้านให้ ส่วนแม่ตุ๊กขอเข้าร่วมอบรมด้วยเพราะอยากเรียนรู้ แม่เลี้ยงมองทุกคนตาขวาง เยาะเย้ยว่า

"แหม...เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ ฉันไม่เอาด้วยหรอก เสียเวลาทำมาหากิน ลานะคะหลวงพ่อ" แม่เลี้ยงยกมือไหว้ลวกๆแล้วลุกขึ้น หลวงพ่อพูดขึ้นอย่างใจเย็นว่า

"แม่เลี้ยงคงยากที่จะเข้าใจเกษตรทฤษฎีใหม่ เพราะเกษตรทฤษฎีใหม่ต้องใช้หลักธรรมเข้าปฏิบัติควบคู่ไปด้วย คนเราถ้ามั่งมีจนล้น ไม่ยอมแบ่งยอมปัน ธรรมะก็ล้นออกจากสมอง เหลือแต่กิเลสเกาะกินชีวิต"

แม่เลี้ยงหยุดกึกหันมาถามว่าหลวงพ่อว่าตนหรือ หลวงพ่อบอกว่าเปล่า แค่พูดลอยๆ ดำกับแก้วกลั้นขำแทบไม่อยู่ ถูกบัวสะกิดเตือนเลยทำหน้านิ่ง

แม่เลี้ยงเดินผ่านแผงของก้อนกับเภา ทั้งสองมีแก่ใจจะให้ผักปลอดสารพิษไปกิน กลับถูกแม่เลี้ยงบอกว่าถ้าขายดี มีเงินก็เอาไปใช้หนี้ตนเสีย ไม่อย่างนั้นจะยึดที่แน่นอน ว่าแล้วสะบัดหน้าเดินเชิดไป

บัวสงสารพ่อกับแม่รีบเข้าไปจับมือให้กำลังใจ ส่วนดำ แก้ว หลวงพ่อกับแม่ตุ๊กต่างมองตามแม่เลี้ยงไปอย่างระอาใจ กับความเค็มและหน้าเลือดของแม่เลี้ยงคนนี้

ooooooo

แม่เลี้ยงพกความแค้นกลับไปที่บ้าน พูดกับ ลูกน้องว่าเจ็บใจจริงๆ ที่ถูกฉีกหน้าต่อหน้าชาวบ้าน ลูกน้องเสนอให้จัดการเสีย แม่เลี้ยงร้องห้ามบอกว่าดำกับแก้วตอนนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแล้ว

"กลัวอะไร ปลัดกับตำรวจหน้าใหม่ แม่เลี้ยงสนิทกับบิ๊กๆในจังหวัดตั้งเยอะแยะ" ลูกน้องยุ

แม่เลี้ยงติงว่ายังไม่อยากมีเรื่องกับสองคนนี้ เพราะมันสองคนไม่ธรรมดา พอลูกน้องยุว่าสองคนนี้ขวางทางทำมาหากินของเรา อีกคนถามว่าแบบนี้แล้วใครจะมาซื้อปุ๋ยกับยาฆ่าแมลงของเรา

"แล้วพวกแกคิดว่าคนอย่างฉันจะโง่ให้พวกมันทำสำเร็จ เหรอ" แม่เลี้ยงพูดอย่างมีแผนการ

ooooooo

ที่ตลาดนัดปลอดสารพิษ สินค้าทุกอย่างหมดเร็วเกินคาด โดยเฉพาะน้ำสมุนไพรของหลวงพ่อไม่เหลือ สักหยดหมดทุกโหล แต่หลวงพี่ฉิมแอบดักคอเณรจ้อยที่แสดงความดีอกดีใจกว่าใครเพื่อนว่าเมื่อกี้เห็นเณรชิมไปตั้งหลายแก้ว ทำเอาเณรรีบจุ๊ปากเชิงว่าอย่าเอ็ดไป เดี๋ยวหลวงพ่อรู้

"วันหลังไม่ต้องแอบ ติดน้ำสมุนไพรดีกว่าติดน้ำอัดลมเป็นไหนๆ" หลวงพ่อพูดอารมณ์ดี

ทุกคนดีใจที่ชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจโครงการนี้แล้ว ดำมีกำลังใจจนจะเร่งเปิดอบรมชาวบ้านให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม

พอดีจีรายุสกับจ่าดำเกิงเดินเข้ามา หลวงพ่อทักว่าผู้กองขยันดีลากจ่าขี้เมาออกตรวจท้องที่ได้ จ่าเลยคุยโวว่าตนมีสำนึกเหมือนกัน ตนเสนอตัวพาผู้กองไปรู้จักตรอกซอกซอยมาตั้งเยอะ แก้วเลยแซวว่าปีนี้ตนจะเชียร์ให้จ่าได้สองขั้นเลย

จ่าดูโหลน้ำสมุนไพรแล้วนึกได้เสนอหลวงพ่อว่าอยากให้หลวงพ่อลองหมักกระแช่ดูบ้าง กินแล้วชื่นใจดี หลวงพ่อยก ตะพดขึ้นทันที จ่าเตรียมพร้อมอยู่แล้วฉากหลบพ้นรัศมีได้ทัน พูดหน้าเมาๆว่า

"แหม ล้อเล่นน่าหลวงพ่อ ถึงผมจะขี้เหล้า แต่ผมไม่เอานรกมาใส่วัดหรอกน่า"

จีรายุสทำหน้าแปลกๆกับการหยอกล้อกันของจ่ากับหลวงพ่อ จนดำชี้แจงว่าผู้กองไม่ต้องตกใจ หลวงพ่อกับจ่าเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว   จีรายุสเลยยิ้มออกมาได้ เดินเข้าไปบีบนวดแขนให้หลวงพ่ออย่างเอาใจ จนทุกคนอมยิ้ม

ooooooo

ขาวยังคงทำงานอยู่กับเสี่ยพิทักษ์ วันนี้ขณะเขาเดินมาถึงเหลี่ยมตึกก็ถูกเจษที่ซุ่มอยู่กระชากแขนอย่างแรง ขาวสวนหมัดไปทันทีด้วยสัญชาตญาณระวังตัว เจษสวนมาหลายหมัดแต่ไม่ถูกสักหมัด ซ้ำยังถูกขาวจับแขนตรึงหมัดค้างอยู่กลางอากาศด้วย ขาวถามอย่างไม่พอใจว่าเล่นบ้าอะไร

"อากาศดีๆก็อยากประลองกำลัง เผื่อวันไหนอากาศไม่ดีจะได้ฟาดปากแก้เซ็ง" เจษกวนๆ ขาวด่าว่าไร้สาระแล้วจะผละไป เจษจึงบอกว่าเสี่ยให้ไปพบ

เมื่อไปพบเสี่ยที่ศาลาในสวนหย่อมกลางบ้าน เสี่ยบอกขาวให้เตรียมตัวขึ้นไปที่อำเภอน้ำงาม เพราะโครงการศูนย์ หัตถกรรมพิทักษ์ไทยต้องเดินหน้าเต็มตัวแล้ว ย้ำว่า "งานนี้ต้องพึ่งนายด้วยนะขาว"

"แล้วผมต้องทำอะไรบ้างครับ"

"หลักๆก็ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เพราะฉันเชื่อว่ายังมีคนคิดว่าที่ดินที่ฉันซื้อจะเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว แล้วนายก็ยังคงหาคนมีฝีมือด้านหัตถกรรมให้ฉันได้"

ขาวบอกว่าที่นั่นมีทำกันอยู่ในครัวเรือนแล้ว เสี่ยแนะให้เอาพวกนั้นมาฝึก ปรับรูปแบบให้ทันสมัย งานจะได้ขายมีราคา เรื่องนี้ตนจะหาคนไปสอนเอง ขาวดีใจยกมือไหว้เสี่ย

"ขอบคุณแทนชาวบ้านทุกคนด้วยนะครับ ที่เสี่ยสละให้พวกเขาทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย"

"เป็นคนไทยด้วยกันไง ถ้าเราไม่ช่วยกันแล้วจะหวังให้ใครมาช่วย ถ้าศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยสำเร็จด้วยดี ฉันจะขยายให้ทั่วประเทศ ฉันจะหาตลาดต่างประเทศขายสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านให้พวกเขาเอง" เสี่ยพูดด้วยรอยยิ้มเปี่ยมด้วยเมตตา

ขาวมองเสี่ยอย่างปลื้มปีติ มีความรู้สึกดีๆกับเสี่ยมากขึ้น ในขณะที่เจษยืนฟังอยู่ใกล้ๆ มองหน้าขาวแล้วอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

พอขาวออกไปแล้ว เสี่ยสั่งเจษให้เร่งการก่อสร้างให้ เสร็จเร็วที่สุด ภาพของตนในสังคมจะได้ดูสะอาดเร็วขึ้น

"เสี่ยครับ" เจษนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ "เสี่ยไม่ไว้ใจไอ้ขาวมันเร็วไปหน่อยเหรอครับ"

เสี่ยหัวเราะหันมาพูดกับเจษนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ว่า

"แกอยู่กับฉันมานาน แกควรถามไอ้ขาวมันมากกว่า ว่ามันไว้ใจฉันเร็วไปรึเปล่า" เสี่ยหยุดไปนิดหนึ่งก่อนพูดต่ออย่างย่ามใจว่า "ความรักที่ไอ้ขาวมันมีให้บ้านเกิด จะเป็นน้ำมัน หล่อลื่นชั้นยอดที่จะขับเคลื่อนให้มันทำงานให้เรา"

เจษกับเสี่ยยิ้มให้กันอย่างได้ใจ!

ooooooo

"ศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย" เริ่มมีการก่อสร้าง สถานที่ทำการท่ามกลางความแปลกใจสงสัยของชาวบ้าน น้ำงาม แก้วกับบัวและจีรายุสนั่งรถที่ดำขับผ่านมาต่างมองอย่างสงสัย  แก้วบอกว่าชื่อแปลกๆ  ดำบอกว่า ตนเช็กมาแล้วเป็นของมูลนิธิพิทักษ์ไทย จีรายุสรู้ละเอียด กว่านั้นว่าเสี่ยพิทักษ์เป็นประธานมูลนิธิ

"เสี่ยพิทักษ์ที่เขาว่าเป็นมาเฟียเบอร์ต้นๆของประเทศน่ะเหรอ"  แก้วถาม  จีรายุสบอกว่าตอนนี้เลิกแล้ว  ถึงได้มาตั้งมูลนิธิขึ้น

"คนงานก็ไม่ใช่คนบ้านเรานะจ๊ะ ดูสิ กั้นรั้วสูงจัง มองไม่เห็นเลยจ้ะ" บัวเปรยๆ

"เดี๋ยวเสร็จก็รู้ ไปเถอะ" ดำมองป้ายศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยอีกครั้งก่อนออกรถไป

ooooooo

แปลงสาธิตการเกษตรปลอดสารพิษของดำขยายและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีการเลี้ยงไก่ และขุดบ่อเลี้ยงปลาด้วย

วันนี้ดำพาแก้ว  บัว  และจีรายุสมาเก็บผัก  ทั้งพระเณร ก็มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ  ส่วนจีรายุสถือตะกร้าไปเก็บไข่ที่เล้าไก่

"เลี้ยงไก่เอามูลไก่ไปเป็นอาหารปลาอีกต่อ เกือบครบวงจรแล้วนะดำ" แก้วยิ้มปลื้ม

"อืม...ยิ่งเห็นผล ชาวบ้านก็ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น อีกหน่อยเราจะได้ปฏิวัติการเกษตรของที่นี่  จะได้เลิกเป็นทาสเกษตรเคมีซะที" ดำวางแผนไกล แก้วชมว่าเขาเก่งมาก ดำออกตัวทันทีว่า  "ไม่ใช่ฉันหรอกที่เก่ง  แต่เป็นเราต่างหาก  เราสองคน ฝันอยากให้น้ำงามสวยงามสมชื่อไม่ใช่เหรอ"

บัวขอเอาไข่ไก่ไปทำอาหารกลางวันให้เด็กๆที่โรงเรียนครูทับทิมด้วย ดำบอกว่าเอาไปเลย เณรจ้อยหัวเราะแหะๆ มองผักมองไข่พูดเบาๆว่าทำเผื่อเณรด้วยนะโยม แล้วนึกได้รีบไปบอกแก้วว่าหลวงพ่อให้ตามไปพบที่ศาลา

ooooooo

ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล มีชาวบ้านมานั่งรวมกลุ่มฟังดำอธิบายรายละเอียดการทำเกษตรปลอดสารพิษกันอย่างตั้งอกตั้งใจ บางบ้านมากันทั้งครอบครัว หลวงพ่อกับจีรายุสนั่งดูอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความดีใจ

"ชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจมาสมัครอบรมแล้ว อีกหน่อย ทฤษฎีใหม่จะกระจายไปทั่วเป็นวัคซีนกันภัยให้ชาวบ้าน" หลวงพ่อเห็นอนาคตที่สดใส

"บอกตรงๆนะครับหลวงพ่อ ว่าผมชักชอบที่นี่ขึ้นมาเสียแล้ว" จีรายุสเอ่ย

"อาตมาก็ดีใจ ที่ได้ตำรวจดีๆอย่างผู้กองมาอยู่ที่นี่ แต่ผู้กองยังต้องเจออะไรอีกเยอะ ยังไงก็อย่าเพิ่งท้อซะก่อนล่ะ" หลวงพ่อย้ำคำเดิมที่เคยพูดอีก

"ถ้าทุกคนยังไม่ท้อ ผมก็ไม่ท้อหรอกครับหลวงพ่อ อีกอย่างผมเป็นข้าราชการ ยังไงผมก็ต้องรับใช้ประชาชนให้ คุ้มกับเม็ดเงินที่เขาจ้างผมมาครับ"

หลวงพ่อยิ้ม เอื้อมมือไปตบไหล่จีรายุสเบาๆอย่างชื่นชมกับความคิดความตั้งใจของเขา

ooooooo

เก็บผักและไข่ไก่ใส่เข่งเพื่อเอาไปทำอาหารให้เด็กนักเรียนที่โรงเรียนครูทับทิมแล้ว ดำ แก้ว บัว และจีรายุสก็สรุปการเปิดรับสมาชิกที่สมัครมาอบรมการเกษตรทฤษฎีใหม่  นับได้ถึงสิบห้าครอบครัว  จำนวนคนไม่ต่ำกว่าสามสิบคน

บัวถามดำว่าทำไหวหรือเปล่า ดำตอบอย่างมั่นใจว่าเพื่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้นเหนื่อยกว่านี้ก็ไหว จีรายุส เองก็เสนอตัวช่วยเต็มที่

ระหว่างนั้นดำเห็นรถปิกอัพคันหนึ่งมีผ้าใบคลุมมิดชิด ขับออกจากวัด ต่างสงสัยว่าเป็นรถใครแต่เพราะรีบไปทำอาหารเลี้ยงเด็กๆจึงไม่ติดใจ ช่วยกันขนของขึ้นท้ายรถรีบไปโรงเรียนครูทับทิม

ooooooo

ขาวตื่นเต้นดีใจมากที่จะได้กลับไปที่บ้านน้ำงาม พาบึมไปซื้อสังฆภัณฑ์มากมาย จนบึมถามว่าจะรีบซื้อไปทำไมเพราะเสี่ยยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไปวันไหน ทั้งยังซื้อมากมายขนาดไปตั้งวัดใหม่ได้สามวัดเลยทีเดียว


"ก็เตรียมไว้ก่อนไม่เห็นเสียหายนี่" ขาวบอกบึมพลางก็หาเลือกซื้อสังฆภัณฑ์ต่อ พูดอย่างมีความสุขว่า "หลวงพ่อไม่ค่อยได้ใช้อะไรใหม่ๆ  ฉันเลยอยากให้หลวงพ่อกับหลวงพี่ รูปอื่นๆได้ใช้บ้าง"

"ฉันว่าลูกพี่ตื่นเต้นกับการกลับไปครั้งนี้มากนะ" บึมแซวๆ

"ใช่สิ...ก็ฉันกำลังจะกลับไปทำประโยชน์ให้บ้านเกิดฉันนี่ ที่สำคัญ...ฉันกำลังจะกลับไปเอาชนะคนบางคน" พูดประโยคหลังแล้วสีหน้าขาวกลับเครียดขึ้น

ooooooo

ดำ แก้ว บัว และจีรายุส ช่วยกันไปทำอาหารเลี้ยงเด็กๆด้วยความภูมิใจในผลิตผลปลอดสารพิษของพวกตน ดำยกแกงจืดร้อนๆมาให้เด็กๆ  แก้วยกผัดผักปลอดสารพิษมาวาง ครูทับทิมตักข้าวสวยซ้อมมือแจกเด็กๆ  พูดอย่างมีความสุขว่า

"ถ้าเด็กๆได้ทานข้าวซ้อมมือกับอาหารครบหมู่อย่างนี้ประจำคงไม่เป็นโรคขาดสารอาหารแล้วล่ะ ขอบคุณทุกๆคนมากนะจ๊ะ"

ดำยังคิดจะมาสอนเด็กๆให้หัดปลูกผักปลอดสารพิษด้วย ครูทับทิมยินดีสนับสนุนเต็มที่

หลังจากทำอาหารแจกเสร็จ จีรายุสก็เข้าครัวปอกผลไม้เตรียมแจกเด็ก ถูกบัวแซวว่าตำรวจจับมีดปอกผลไม้ นี่ดูแปลกๆ  แก้วเดินอารมณ์ดีเข้ามาสมทบ  ครู่หนึ่งดำเข้ามาเห็นแก้วยืนอยู่กับจีรายุส อารมณ์หนึ่งทำให้เขาเข้าไปแทรกกลางทำเป็นเอาของไปวาง เหลือบเห็นปิ่นโตเถาหนึ่งวางอยู่ถามว่าปิ่นโตใครหรือ

บัวจึงนึกได้ว่าตนทำอาหารเผื่อถวายเณรจ้อย  ว่าแล้วรีบเอาไปเกรงจะเลยเพลเสียก่อน

ooooooo

ถวายเพลเณรจ้อยแล้วบัวกลับไปหาดำ  แก้ว  และจีรายุสที่แปลงสาธิต ขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันไปทำงานนั่นเอง หลวงพี่ฉิมก็เดินเร็วๆเข้ามาบอกว่าเณรจ้อยแย่แล้ว

ทุกคนตกใจรีบไปดูเณรจ้อย จนเมื่อตามไปที่โรงพยาบาล กำลังจะตามหมอที่นำเณรจ้อยเข้าห้องตรวจ ทุกคนก็ชะงักเมื่อเห็นรถสองแถวขับอย่างเร็วเข้ามาจอด มองไปเห็นครูทับทิมนำเด็กนักเรียนมีอาการอ่อนแรง  หลายคนอาเจียนอย่างหนัก หลายคนหมดสติมาโรงพยาบาล

ความตกใจเพิ่มเป็นทวีคูณ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เวลาเดียวกัน  ที่บ้านแม่เลี้ยงอุ่มคำ  แม่เลี้ยงกำลังหัวเราะร่าสะใจ มีลูกน้องสามคนและชายแปลกหน้าสองคนยืนตรงหน้า แม่เลี้ยงประกาศยกหนี้ให้ทุกคนเป็นค่าตอบแทนผลงานวันนี้

ลูกน้องและชายแปลกหน้าพากันยกมือไหว้ขอบคุณ หนึ่งในนั้นพูดอย่างสะใจว่า

"ป่านนี้มันคงวุ่นวายกันหมด"

"ช่วยไม่ได้ เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับแม่เลี้ยงอุ่มคำ" แม่เลี้ยงยิ้มเหี้ยมอย่างสะใจ

ooooooo

ผลการตรวจของหมอแจ้งแก่ครูทับทิมและหลวงพ่อสิงโตที่มาดูแลเณรจ้อยและเด็กๆที่มีอาการเดียวกันคือ ทุกคนได้รับยาฆ่าแมลงเกินขนาด

พวกพ่อแม่เด็กพากันไม่พอใจ รุมต่อว่าดำว่าไหนบอกว่าผักพวกนี้ปลอดสารพิษ  บางคนถึงกับด่า  ดำ  แก้ว  บัว  และจีรายุสพยายามชี้แจง  แต่ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

"ใจเย็นๆนะครับทุกคน ผมว่าเรื่องนี้กลิ่นชักแปลกๆ" จีรายุสเอะใจขึ้นมา

ส่วนดำกับแก้ว รวมทั้งบัว ก็ต้องรับหน้ากับชาวบ้านที่พากันมาต่อว่าอย่างรุนแรง บางคนถึงกับประกาศจะไม่ร่วมโครงการนี้อีกแล้ว ดำบอกแก่ชาวบ้านว่า

"เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด ไม่อย่างนั้นเณรจ้อยคงไม่...เอาเป็นว่าขอเวลาฉันหน่อยนะ ฉันจะหาทางชี้แจงกับทุกคนเอง"

ผู้ใหญ่ได้ข่าวรีบตามมาที่โรงพยาบาลถามดำอย่างไม่พอใจว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ดำแทบหมดแรงที่ถูกทุกฝ่ายเล่นงานหนัก หลวงพ่อเดินออกมาสมทบ ให้กำลังใจดำว่า

"หายใจลึกๆ ตั้งสติให้มั่น มีเหตุ...ก็ต้องมีต้นเหตุ จำไว้ ถ้าเอ็งเดินอยู่บนเส้นทางที่ตรงเอ็งไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น"

คำปลอบใจของหลวงพ่อและความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนทำ แม้ดำจะถูกนายอำเภอตำหนิอย่างรุนแรงว่าทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่จนเป็นเรื่อง แต่ดำก็ยึดมั่นในความตั้งใจทำดีให้กับคนในบ้านเกิด ตอบโต้นายอำเภอว่า

"ตกลงข้าราชการอย่างเราเป็นได้แค่หุ่นกระบอกที่รอคำสั่งให้พยักหน้ารับครับๆ  รับคำสั่งให้หันซ้ายหมุนขาวเท่านั้นเหรอครับนายอำเภอ"

นายอำเภอชี้ให้ดำเห็นว่าโครงการของเขาเป็นโครงการที่ดี แล้วคิดไหมว่าทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ดำถามว่าตนชนตอเข้าใช่ไหม นายอำเภอจึงพูดอย่างคนมีประสบการณ์ให้ฟังว่า

"แล้วชีวิตข้าราชการจะสอนให้คุณรู้ว่าผลประโยชน์กับความถูกต้องมันสวนทางกันเสมอ!"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:56 น.